ค้นหา :

ผลการค้นหา "พระบรมศพ"

สังคม-อาชญากรรม
06 ต.ค. 60

ประมวลภาพพสกนิกรทั่วหล้ากราบพระบรมศพยอดรวม 12 ล้านคน เปิดใจหนุ่มอาสาได้เข้ากราบเป็นคนสุดท้าย

บรรยากาศที่ท้องสนามหลวง หลังจากสำนักพระราชวังจะปิดในเวลา 24 นาฬิกา ของคืนวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ล่าสุด จนท.เร่งเคลียร์พื้นที่เต้นท์และเก้าอี้ที่ใช้รองรับ ประชาชนจำนวนมากเดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง   โดยบรรยากาศเมื่อคืนช่วงปิดแถว มีประชาชนกลุ่มสุดท้ายประมาณ 100 คน ผ่านจุดคัดกรอง เข้าสู่เต้นท์รอคอย และผ่านประตูวิเศษไชยศรี ได้เข้ากราบพระบรมศพ โดยใช้เวลาเกือบ 3 นาฬิกาจึงเสร็จสิ้น ทั้งนี้ได้มีกลุ่มประชาชนจำนวนหนึ่งได้นั่งรอด้านนอก และก้มลงกราบหน้าประตูประตูวิเศษไชยศรี เพื่อเป็นการกราบพระบรมศพครั้งสุดท้าย จากนั้นได้ทยอยออกนอกพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ และทำความสะอาด เพื่อดำเนินการจัดเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25 ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2560   ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เป็นคืนวันที่ 337 ของการเปิดให้ประชาชนได้กราบถวายบังคมพระบรมศพ โดยตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการของวันสุดท้ายอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นคน ขณะที่ยอดรวมของประชาชนที่เข้ากราบทั้งหมดมากกว่า 12 ล้านคน   ทั้งนี้สื่อต่างประเทศได้แก่สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์ส ได้เผยแพร่ภาพของพสกนิกรชาวไทยเข้าแถวยาวเหยียด ไม่ต่ำกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเป็นวันสุดท้าย ก่อนปิดพื้นที่โดยรอบ ซึ่งรายงานระบุว่ามีพสกนิกรชาวไทยทั่วสารทิศเดินทางมากว่า 12 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 1 ใน 6 ของประชากรไทยทั้งหมด   สำหรับประชาชนคนสุดท้ายที่ได้เข้ากราบพระบรมศพ ได้เปิดใจว่าเป็นอาสาสมัคร มาจากตลาดสี่มุมเมืองนำผลไม้มาแจกให้ประชาชนที่มาเข้าแถวหลายครั้ง และครั้งนี้ได้เข้ากราบพระบรมศพเป็นคนสุดท้าย ทำให้รู้สึกตื้นตัน บรรยายไม่ถูก และจะเดินตามคำสอนของพระองค์อย่างถึงที่สุด    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HamOc0XTVFM    

 17,969
ธ ทรงอยู่ในใจไทย
06 ต.ค. 60

ประมวลภาพพสกนิกรทั่วหล้ากราบพระบรมศพยอดรวม 12 ล้านคน เปิดใจหนุ่มอาสาได้เข้ากราบเป็นคนสุดท้าย

บรรยากาศที่ท้องสนามหลวง หลังจากสำนักพระราชวังจะปิดในเวลา 24 นาฬิกา ของคืนวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ล่าสุด จนท.เร่งเคลียร์พื้นที่เต้นท์และเก้าอี้ที่ใช้รองรับ ประชาชนจำนวนมากเดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง   โดยบรรยากาศเมื่อคืนช่วงปิดแถว มีประชาชนกลุ่มสุดท้ายประมาณ 100 คน ผ่านจุดคัดกรอง เข้าสู่เต้นท์รอคอย และผ่านประตูวิเศษไชยศรี ได้เข้ากราบพระบรมศพ โดยใช้เวลาเกือบ 3 นาฬิกาจึงเสร็จสิ้น ทั้งนี้ได้มีกลุ่มประชาชนจำนวนหนึ่งได้นั่งรอด้านนอก และก้มลงกราบหน้าประตูประตูวิเศษไชยศรี เพื่อเป็นการกราบพระบรมศพครั้งสุดท้าย จากนั้นได้ทยอยออกนอกพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ และทำความสะอาด เพื่อดำเนินการจัดเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25 ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2560   ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เป็นคืนวันที่ 337 ของการเปิดให้ประชาชนได้กราบถวายบังคมพระบรมศพ โดยตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการของวันสุดท้ายอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นคน ขณะที่ยอดรวมของประชาชนที่เข้ากราบทั้งหมดมากกว่า 12 ล้านคน   ทั้งนี้สื่อต่างประเทศได้แก่สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์ส ได้เผยแพร่ภาพของพสกนิกรชาวไทยเข้าแถวยาวเหยียด ไม่ต่ำกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเป็นวันสุดท้าย ก่อนปิดพื้นที่โดยรอบ ซึ่งรายงานระบุว่ามีพสกนิกรชาวไทยทั่วสารทิศเดินทางมากว่า 12 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 1 ใน 6 ของประชากรไทยทั้งหมด   สำหรับประชาชนคนสุดท้ายที่ได้เข้ากราบพระบรมศพ ได้เปิดใจว่าเป็นอาสาสมัคร มาจากตลาดสี่มุมเมืองนำผลไม้มาแจกให้ประชาชนที่มาเข้าแถวหลายครั้ง และครั้งนี้ได้เข้ากราบพระบรมศพเป็นคนสุดท้าย ทำให้รู้สึกตื้นตัน บรรยายไม่ถูก และจะเดินตามคำสอนของพระองค์อย่างถึงที่สุด    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HamOc0XTVFM    

 17,969
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
05 ต.ค. 60

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวโปสการ์ดที่ระลึก ภาพแสตมป์ รัชกาลที่ 9

          ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวโปสการ์ดที่ระลึกภาพแสตมป์รัชกาลที่ 9 ผลิตพิเศษจำนวนจำกัด 7 แบบ 7 วัน สำหรับประชาชนที่เข้าร่วมงานวันไปรษณีย์โลก 2560                 นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยได้จัดงานที่ระลึกวันไปรษณีย์โลก 9 ตุลาคม ซึ่งภายในงานยังมีการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระปรีชาสามารถ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในด้านต่างๆ เช่น พระราชปณิธาน คำสอน พระราชกรณียกิจ โครงการในพระราชดำริ บอกเล่าเรื่องราวตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์ผ่านแสตมป์                พร้อมกันนี้ยังเปิดจำหน่ายแสตมป์ชุดพิเศษและสินค้าที่ระลึก อาทิ แสตมป์ที่ระลึกฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี แสตมป์ที่ระลึก 65 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” พร้อมสั่งจองหนังสือแสตมป์ประจำปี 2560 อัลบั้มพิเศษ 2493 เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม และชุดพิเศษตราไปรษณียากรพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมไปถึงมุมถ่ายภาพแสตมป์ส่วนตัว หรือ iStamp “ดวงใจของปวงประชา” และการเปิดให้ประชาชนเขียนโปสการ์ดส่งฟรี เพื่อส่งเสริมการเขียนจดหมายของคนไทยอีกด้วย                   ทั้งนี้ไปรษณีย์ไทยยังได้จัดทำโปสการ์ดที่ระลึกภาพแสตมป์ รัชกาลที่ 9 ซึ่งผลิตพิเศษ 7 แบบ แบบละ 1,200 ชุด พร้อมตราประทับประจำวัน เพื่อแจกเป็นของที่ระลึกให้กับประชาชนที่เข้าร่วมงานในแต่ละวันไม่ซ้ำแบบ 7 วัน ระหว่างการจัดงานวันนี้- 11 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต บริเวณทางเชื่อม ชั้น G โซนเซ็นทรัล               นอกจากนี้ยังเปิดตัวแสตมป์ที่ระลึกวันไปรษณีย์โลก หรือ World Post Day จำหน่ายในชนิดราคาดวงละ 3 บาท (เต็มแผ่น 30 บาท) ซองวันแรกจำหน่าย 11 บาท ซึ่งผู้สนใจสามารถหาซื้อแสตมป์ไทยได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ          

 13,873
ประมวลประวัติศาสตร์
05 ต.ค. 60

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวโปสการ์ดที่ระลึก ภาพแสตมป์ รัชกาลที่ 9

          ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวโปสการ์ดที่ระลึกภาพแสตมป์รัชกาลที่ 9 ผลิตพิเศษจำนวนจำกัด 7 แบบ 7 วัน สำหรับประชาชนที่เข้าร่วมงานวันไปรษณีย์โลก 2560                 นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยได้จัดงานที่ระลึกวันไปรษณีย์โลก 9 ตุลาคม ซึ่งภายในงานยังมีการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระปรีชาสามารถ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในด้านต่างๆ เช่น พระราชปณิธาน คำสอน พระราชกรณียกิจ โครงการในพระราชดำริ บอกเล่าเรื่องราวตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์ผ่านแสตมป์                พร้อมกันนี้ยังเปิดจำหน่ายแสตมป์ชุดพิเศษและสินค้าที่ระลึก อาทิ แสตมป์ที่ระลึกฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี แสตมป์ที่ระลึก 65 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” พร้อมสั่งจองหนังสือแสตมป์ประจำปี 2560 อัลบั้มพิเศษ 2493 เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม และชุดพิเศษตราไปรษณียากรพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมไปถึงมุมถ่ายภาพแสตมป์ส่วนตัว หรือ iStamp “ดวงใจของปวงประชา” และการเปิดให้ประชาชนเขียนโปสการ์ดส่งฟรี เพื่อส่งเสริมการเขียนจดหมายของคนไทยอีกด้วย                   ทั้งนี้ไปรษณีย์ไทยยังได้จัดทำโปสการ์ดที่ระลึกภาพแสตมป์ รัชกาลที่ 9 ซึ่งผลิตพิเศษ 7 แบบ แบบละ 1,200 ชุด พร้อมตราประทับประจำวัน เพื่อแจกเป็นของที่ระลึกให้กับประชาชนที่เข้าร่วมงานในแต่ละวันไม่ซ้ำแบบ 7 วัน ระหว่างการจัดงานวันนี้- 11 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต บริเวณทางเชื่อม ชั้น G โซนเซ็นทรัล               นอกจากนี้ยังเปิดตัวแสตมป์ที่ระลึกวันไปรษณีย์โลก หรือ World Post Day จำหน่ายในชนิดราคาดวงละ 3 บาท (เต็มแผ่น 30 บาท) ซองวันแรกจำหน่าย 11 บาท ซึ่งผู้สนใจสามารถหาซื้อแสตมป์ไทยได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ          

 13,873
ข่าวในพระราชสำนัก
05 ต.ค. 60

การแต่งกายและการเตรียมพร้อม เข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิง ร.9

คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ขั้นตอนและข้อควรปฏิบัติของประชาชนเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทร์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ดังนี้    การวางแผนและจัดเวลา เนื่องจากมีการปิดเส้นทางการจราจรหลายเส้นจุด และคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เวลาเดินทางต้องเผื่อเวลา โดยจะเปิดให้ประชาชนเริ่มถวายดอกไม้จันทร์ได้ทุกพระเมรุมาศจำลอง ในกรุงเทพทั้ง 9 แห่งประกอบด้วย    1) พระลานพระราชวังดุสิต  2) สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม 3) สวนนาคราภิรมย์ 4) ลานปฐมบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 1  5)ลานคนเมือง 6)สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) 7)พุทธมณฑล 8)ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค 9) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง    และซุ้มถวายดอกไม้จันทร์รอบกรุงเทพมหานครและตามวัดต่างๆ 50เขต รวมทั้งสิน 113 ซุ้ม  เริ่มถวายดอกไม้จันทร์เวลา 09.00 น.- 16.00 น. และ เวลา 18.30 น.- 22.00 น. ยกเว้นบริเวณสวนนาคราภิรมย์ เริ่มเวลา 13.00 น.    ซึ่งการแต่งกายต้องไว้ทุกข์ เหมือนการแต่งกายเข้าถวายพระบรมศพฯ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด   สุภาพสตรี  สวมเสื้อดำเรียบๆ ไม่มีลวดลาย ไม่รัดรูป ห้ามเสื้อแขนกุดหรือสายเดี่ยว สวมกระโปรงคลุมเข่า   สุภาพบุรุษ  สวมเสื้อดำ เชิ้ตดำ กางเกงดำขายาว   สิ่งที่ควรเตรียมนำติดตัวไปร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทร์  อาทิ เตรียมยาประจำตัวให้พร้อม,บัตรประชาชนติดตัวเสมอ,ร่ม หรือ พัด และ รับประทานอาหารและน้ำดื่มติดตัว   อีกทั้งขอความร่วมมือประชาชนเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ควรทิ้งขยะให้ถูกที่ หรือนำไปทิ้งที่บ้าน ,ไม่ควรพกของมีคมติดตัวเข้ามาร่วมพิธี และสุดท้ายควรเขียน ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ พกติดตัวไว้ให้กับ เด็กและผู้ชรา    หมายเหตุ : ประการสำคัญที่สุดควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่จะพาดผ่านบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวงและขอให้ประชาชนร่วมพิธีในพื้นที่ของตัวเอง เนื่องด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ และมีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร   ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 86,107
ร่วมราชพิธีควรรู้
05 ต.ค. 60

การแต่งกายและการเตรียมพร้อม เข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิง ร.9

คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ขั้นตอนและข้อควรปฏิบัติของประชาชนเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทร์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ดังนี้    การวางแผนและจัดเวลา เนื่องจากมีการปิดเส้นทางการจราจรหลายเส้นจุด และคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เวลาเดินทางต้องเผื่อเวลา โดยจะเปิดให้ประชาชนเริ่มถวายดอกไม้จันทร์ได้ทุกพระเมรุมาศจำลอง ในกรุงเทพทั้ง 9 แห่งประกอบด้วย    1) พระลานพระราชวังดุสิต  2) สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม 3) สวนนาคราภิรมย์ 4) ลานปฐมบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 1  5)ลานคนเมือง 6)สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) 7)พุทธมณฑล 8)ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค 9) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง    และซุ้มถวายดอกไม้จันทร์รอบกรุงเทพมหานครและตามวัดต่างๆ 50เขต รวมทั้งสิน 113 ซุ้ม  เริ่มถวายดอกไม้จันทร์เวลา 09.00 น.- 16.00 น. และ เวลา 18.30 น.- 22.00 น. ยกเว้นบริเวณสวนนาคราภิรมย์ เริ่มเวลา 13.00 น.    ซึ่งการแต่งกายต้องไว้ทุกข์ เหมือนการแต่งกายเข้าถวายพระบรมศพฯ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด   สุภาพสตรี  สวมเสื้อดำเรียบๆ ไม่มีลวดลาย ไม่รัดรูป ห้ามเสื้อแขนกุดหรือสายเดี่ยว สวมกระโปรงคลุมเข่า   สุภาพบุรุษ  สวมเสื้อดำ เชิ้ตดำ กางเกงดำขายาว   สิ่งที่ควรเตรียมนำติดตัวไปร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทร์  อาทิ เตรียมยาประจำตัวให้พร้อม,บัตรประชาชนติดตัวเสมอ,ร่ม หรือ พัด และ รับประทานอาหารและน้ำดื่มติดตัว   อีกทั้งขอความร่วมมือประชาชนเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ควรทิ้งขยะให้ถูกที่ หรือนำไปทิ้งที่บ้าน ,ไม่ควรพกของมีคมติดตัวเข้ามาร่วมพิธี และสุดท้ายควรเขียน ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ พกติดตัวไว้ให้กับ เด็กและผู้ชรา    หมายเหตุ : ประการสำคัญที่สุดควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่จะพาดผ่านบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวงและขอให้ประชาชนร่วมพิธีในพื้นที่ของตัวเอง เนื่องด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ และมีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร   ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 86,107
สังคม-อาชญากรรม
05 ต.ค. 60

แจ้งปิดเส้นทางโดยรอบสนามหลวง ช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

นายชัยวัฒน์ บุญชวลิต ผู้อำนวยการสถาบันการประสัมพันธ์ กล่าวในงานแถลงข่าว งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แจ้งการปิดเส้นทางโดยรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังว่า   ในช่วงวันซ้อมใหญ่วันที่ 7, 15, 21 ต.ค.2560 และวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ วันที่ 26 ต.ค.2560 คณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและจราจร จะดำเนินการปิดการจราจรงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยเส้นทางปิดจราจรทางบก 13 เส้นทาง ได้แก่ ถนนเจริญกรุง, ถนนสุรวงศ์, ถนนพระราม6, ถนนพิษณุโลก, ถนนราชดำเนินกลาง, ถนนเพลินจิต, ถนนสาทรใต้, ถนนสาทรเหนือ, ถนนพระราม 4, ถนนสุขุมวิท, ถนนวิทยุ, ถนนราชดำเนินใน และถนนสนามไชย   ซึ่งประชาชนที่จะเดินทางร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดการจราจรโดยรอบท้องสนามหลวงในหลายเส้นทาง พร้อมทั้งห้ามนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เข้าจอดรถส่วนบุคคล ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่วันที่ 25-29 ต.ค.2560   ดังนี้ ถนนราชดำเนินใน, ถนนสนามไชย (ทั้งเส้น), ถนนหลักเมือง, ถนนกัลยาณไมตรี, ถนนเจริญกรุง, ถนนพระพิพิธ, ถนนท้ายวัง, ถนนมหาราช (ข้างพระบรมมหาราชวัง), ถนนมหาราช (ข้างวัดพระมหาธาตุ), ถนนพระจันทร์, ถนนเศรษฐการ, ถนนเชตุพน, ถนนพระยาเพชร, ถนนหน้าพระลาน, ถนนหน้าพระธาตุ, ถนนราชินี, ถนนพระอาทิตย์ และซอยสราญรมย์   ขณะที่หากประชาชนเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนบุคคล สามารถนำรถมาจอดได้ตามจุดต่างๆ ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม2, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต, บางใหญ่, พุทธมณฑลสาย4, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลศาลายา, เมืองทองธานี, เมกะบางนา, สนามม้านางเลิ้ง, ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต และสโมสรตำรวจ   ส่วนเส้นทางปิดจราจรทางน้ำ ตั้งแต่วันที่ 25-27 ต.ค.2560 และวันที่ 29 ต.ค.2560 เพื่อรองรับผู้โดยสารเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ โดยกรมเจ้าท่าประกาศกำหนดให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่ควบคุมการเดินเรือเฉพาะคราว ดังนี้ ด้านเหนือ สะพานกรุงธนบุรี ด้านใต้ สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน วันที่ 25 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 12.00-21.00 น. วันที่ 26 ต.ค. เวลา 06.00-23.00 น. วันที่ 27 ต.ค. เวลา 08.00-14.00 น.   อย่างไรก็ตาม ห้ามเรือเดินทะเล เรือที่ลากจูงเรือลำเลียงสินค้า เรือบรรทุกสินค้าอันตราย ผ่านตามวันเวลาที่กำหนด ยกเว้นเรือของหน่วยราชการ ที่รักษาการณ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ส่วนเรือด่วนเจ้าพระยา งดใช้ท่าเรือท่าช้าง ท่าพระอาทิตย์ และท่าราชินี ด้านเหนือให้ใช้ท่าเรือเทเวศร์ ด้านใต้ให้ใช้ท่าเรือตลาดยอดพิมาน   ขณะเดียวกันกรมท่าเรือ และสมาคมเรือไทย เปิดให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ดังนี้ ด้านเหนือ ให้บริการรับ-ส่ง จำนวน-ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือกระทรวงพาณิชย์ ท่าเรือท่าน้ำนนทบุรี ท่าเรือสะพานพระราม 8 ด้านใต้ ให้บริการรับ-ส่ง จำนวน 2 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือสาทร ท่าเรือยอดพิมาน ในวันที่ 25-26 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. และวันที่ 27 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/URn0ngUDnBA    

 9,259
ร่วมราชพิธีควรรู้
05 ต.ค. 60

แจ้งปิดเส้นทางโดยรอบสนามหลวง ช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

นายชัยวัฒน์ บุญชวลิต ผู้อำนวยการสถาบันการประสัมพันธ์ กล่าวในงานแถลงข่าว งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แจ้งการปิดเส้นทางโดยรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังว่า   ในช่วงวันซ้อมใหญ่วันที่ 7, 15, 21 ต.ค.2560 และวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ วันที่ 26 ต.ค.2560 คณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและจราจร จะดำเนินการปิดการจราจรงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยเส้นทางปิดจราจรทางบก 13 เส้นทาง ได้แก่ ถนนเจริญกรุง, ถนนสุรวงศ์, ถนนพระราม6, ถนนพิษณุโลก, ถนนราชดำเนินกลาง, ถนนเพลินจิต, ถนนสาทรใต้, ถนนสาทรเหนือ, ถนนพระราม 4, ถนนสุขุมวิท, ถนนวิทยุ, ถนนราชดำเนินใน และถนนสนามไชย   ซึ่งประชาชนที่จะเดินทางร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดการจราจรโดยรอบท้องสนามหลวงในหลายเส้นทาง พร้อมทั้งห้ามนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เข้าจอดรถส่วนบุคคล ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่วันที่ 25-29 ต.ค.2560   ดังนี้ ถนนราชดำเนินใน, ถนนสนามไชย (ทั้งเส้น), ถนนหลักเมือง, ถนนกัลยาณไมตรี, ถนนเจริญกรุง, ถนนพระพิพิธ, ถนนท้ายวัง, ถนนมหาราช (ข้างพระบรมมหาราชวัง), ถนนมหาราช (ข้างวัดพระมหาธาตุ), ถนนพระจันทร์, ถนนเศรษฐการ, ถนนเชตุพน, ถนนพระยาเพชร, ถนนหน้าพระลาน, ถนนหน้าพระธาตุ, ถนนราชินี, ถนนพระอาทิตย์ และซอยสราญรมย์   ขณะที่หากประชาชนเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนบุคคล สามารถนำรถมาจอดได้ตามจุดต่างๆ ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม2, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต, บางใหญ่, พุทธมณฑลสาย4, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลศาลายา, เมืองทองธานี, เมกะบางนา, สนามม้านางเลิ้ง, ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต และสโมสรตำรวจ   ส่วนเส้นทางปิดจราจรทางน้ำ ตั้งแต่วันที่ 25-27 ต.ค.2560 และวันที่ 29 ต.ค.2560 เพื่อรองรับผู้โดยสารเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ โดยกรมเจ้าท่าประกาศกำหนดให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่ควบคุมการเดินเรือเฉพาะคราว ดังนี้ ด้านเหนือ สะพานกรุงธนบุรี ด้านใต้ สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน วันที่ 25 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 12.00-21.00 น. วันที่ 26 ต.ค. เวลา 06.00-23.00 น. วันที่ 27 ต.ค. เวลา 08.00-14.00 น.   อย่างไรก็ตาม ห้ามเรือเดินทะเล เรือที่ลากจูงเรือลำเลียงสินค้า เรือบรรทุกสินค้าอันตราย ผ่านตามวันเวลาที่กำหนด ยกเว้นเรือของหน่วยราชการ ที่รักษาการณ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ส่วนเรือด่วนเจ้าพระยา งดใช้ท่าเรือท่าช้าง ท่าพระอาทิตย์ และท่าราชินี ด้านเหนือให้ใช้ท่าเรือเทเวศร์ ด้านใต้ให้ใช้ท่าเรือตลาดยอดพิมาน   ขณะเดียวกันกรมท่าเรือ และสมาคมเรือไทย เปิดให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ดังนี้ ด้านเหนือ ให้บริการรับ-ส่ง จำนวน-ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือกระทรวงพาณิชย์ ท่าเรือท่าน้ำนนทบุรี ท่าเรือสะพานพระราม 8 ด้านใต้ ให้บริการรับ-ส่ง จำนวน 2 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือสาทร ท่าเรือยอดพิมาน ในวันที่ 25-26 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. และวันที่ 27 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/URn0ngUDnBA    

 9,259
สังคม-อาชญากรรม
05 ต.ค. 60

'ออมสิน' ขอ ปชช.เข้าใจพื้นที่พระราชพิธีจุคนได้จำกัด ขอให้อยู่ในพื้นที่ตัวเองชมถ่ายทอดสด

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงข่าว งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   โดยอยากเชิญชวนให้ประชาชนร่วมพิธีในพื้นที่ของตัวเอง เนื่องด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ และมีการถ่ายทอดสดตามเวลาจริง   รวมถึงได้รับความร่วมมือจากในการรับสัญญาณถ่ายทอดสดเสมือนประชาชนได้อยู่ร่วมในพิธีจริง และในช่วงดังกล่าวมีการปิดเส้นทางจราจรหลายเส้นทาง ถ้าเดินเข้ามาในบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวงก็จะไม่ได้รับความสะดวก เพราะต้องใช้การเดินทางด้วยรถหรือเรือสาธารณะและต้องเดินเท้าต่อ และเหตุสำคัญคือต้องการให้ประชาชนที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ได้สัมผัสและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ในหลวงร.9ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยือนราษฎรของพระองค์มาแล้วทั่วประเทศ ผ่านการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระราชกรณียกิจของในหลวงร.9 และหลังงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนได้ชื่นชมพระเมรุมาศและนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย.2560   รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า ในช่วงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จะมีการปิดถนนหลายเส้นทางและคาดว่าประชาชนอาจจะมาร่วมพระราชพิธีฯมากเช่นกัน ถึงแม้เตรียมอาหาร น้ำดื่ม รถสุขา รถ และเรือสาธารณะไว้ให้บริการฟรี แต่อาจไม่ทั่วถึง จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนเตรียมพร้อมดูแลตัวเองเบื้องต้นในการรับประทานอาหารมาก่อน หรือนำอาหารและน้ำดื่มติดตัวมาด้วย เตรียมยาประจำตัวมาให้พร้อม และสิ่งสำคัญคือบัตรประจำตัวประชาชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YFk_rwCB2L8  

 2,286
ร่วมราชพิธีควรรู้
05 ต.ค. 60

'ออมสิน' ขอ ปชช.เข้าใจพื้นที่พระราชพิธีจุคนได้จำกัด ขอให้อยู่ในพื้นที่ตัวเองชมถ่ายทอดสด

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงข่าว งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   โดยอยากเชิญชวนให้ประชาชนร่วมพิธีในพื้นที่ของตัวเอง เนื่องด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ และมีการถ่ายทอดสดตามเวลาจริง   รวมถึงได้รับความร่วมมือจากในการรับสัญญาณถ่ายทอดสดเสมือนประชาชนได้อยู่ร่วมในพิธีจริง และในช่วงดังกล่าวมีการปิดเส้นทางจราจรหลายเส้นทาง ถ้าเดินเข้ามาในบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวงก็จะไม่ได้รับความสะดวก เพราะต้องใช้การเดินทางด้วยรถหรือเรือสาธารณะและต้องเดินเท้าต่อ และเหตุสำคัญคือต้องการให้ประชาชนที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ได้สัมผัสและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ในหลวงร.9ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยือนราษฎรของพระองค์มาแล้วทั่วประเทศ ผ่านการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระราชกรณียกิจของในหลวงร.9 และหลังงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนได้ชื่นชมพระเมรุมาศและนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย.2560   รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า ในช่วงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จะมีการปิดถนนหลายเส้นทางและคาดว่าประชาชนอาจจะมาร่วมพระราชพิธีฯมากเช่นกัน ถึงแม้เตรียมอาหาร น้ำดื่ม รถสุขา รถ และเรือสาธารณะไว้ให้บริการฟรี แต่อาจไม่ทั่วถึง จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนเตรียมพร้อมดูแลตัวเองเบื้องต้นในการรับประทานอาหารมาก่อน หรือนำอาหารและน้ำดื่มติดตัวมาด้วย เตรียมยาประจำตัวมาให้พร้อม และสิ่งสำคัญคือบัตรประจำตัวประชาชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YFk_rwCB2L8  

 2,286
สังคม-อาชญากรรม
05 ต.ค. 60

เปิดให้ ปชช.เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพครบทุกคน แม้จะปิดแถวช่วงเที่ยงคืน 5 ต.ค.

ประชาชนจากจังหวัดต่างๆ เดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างเนืองแน่น   ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวันในวันนี้ มีประชาชน นักเรียน นักศึกษาจากกรุงเทพมหานคร และจากจังหวัดต่างๆ เดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างเนืองแน่น ก่อนที่สำนักพระราชวังจะปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ในเวลา 24 นาฬิกา ของคืนวันที่ 5 ตุลาคมนี้ เพื่อดำเนินการจัดเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แม้จะมีฝนตกลงมาเป็นระยะ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อความตั้งใจ   ทั้งนี้ในเวลา 24.00 น. ของวันที่ 5 ต.ค. ที่ทาง จนท.จะปิดให้เข้าแถวเพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ไม่ว่าจะผ่านจุดคัดกรองมาแล้วหรือไม่ก็ตาม ในเวลา 24.00 น. โดยประชาชนจะได้เข้ากราบครบจำนวนทุกคน ซึ่งอาจจะล่วงเลยเวลาจนถึงช่วงเช้าหรือเที่ยงของวันที่ 6 ต.ค.2560   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Z6FmSubSTck    

 1,202
ธ ทรงอยู่ในใจไทย
05 ต.ค. 60

เปิดให้ ปชช.เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพครบทุกคน แม้จะปิดแถวช่วงเที่ยงคืน 5 ต.ค.

ประชาชนจากจังหวัดต่างๆ เดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างเนืองแน่น   ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวันในวันนี้ มีประชาชน นักเรียน นักศึกษาจากกรุงเทพมหานคร และจากจังหวัดต่างๆ เดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างเนืองแน่น ก่อนที่สำนักพระราชวังจะปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ในเวลา 24 นาฬิกา ของคืนวันที่ 5 ตุลาคมนี้ เพื่อดำเนินการจัดเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แม้จะมีฝนตกลงมาเป็นระยะ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อความตั้งใจ   ทั้งนี้ในเวลา 24.00 น. ของวันที่ 5 ต.ค. ที่ทาง จนท.จะปิดให้เข้าแถวเพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ไม่ว่าจะผ่านจุดคัดกรองมาแล้วหรือไม่ก็ตาม ในเวลา 24.00 น. โดยประชาชนจะได้เข้ากราบครบจำนวนทุกคน ซึ่งอาจจะล่วงเลยเวลาจนถึงช่วงเช้าหรือเที่ยงของวันที่ 6 ต.ค.2560   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Z6FmSubSTck    

 1,202
สังคม-อาชญากรรม
04 ต.ค. 60

รบ.เตรียมกำลังรองรับ รักษาความปลอดภัยช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเตรียมการรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า   รัฐบาลได้เปิดกองอำนวยการร่วมของกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา พร้อมจัดคนเข้าไปดูแลทั้งหมด ทั้งการเดินทาง ดูแลคน รวมถึงการซ้อมในพระราชพิธี เพื่อให้มีความพร้อม ซึ่งพระราชพิธีนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคนไทย และคนทั่วโลก ดังนั้นประชาชนต้องร่วมมือกันสร้างความปลอดภัย โดยผู้ที่จะเข้ามาในบริเวณพื้นที่ท้องสนามหลวงจะต้องมีบัตร ส่วนผู้ที่ไม่มีบัตรจะมีสถานที่เตรียมไว้ให้   ทั้งนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ไว้รองรับ โดยมีทั้งจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จิตอาสา พร้อมดูแลพระเมรุมาศจำลองในกทม. 9 แห่ง และทั่วประเทศอีก 76 แห่ง การเตรียมความพร้อมนั้นได้ประชุมสั่งการไปหมดแล้ว และมีการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดศูนย์อำนวยการไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธี โดยทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1441   ด้านพลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันการข่าวไม่พบการเคลื่อนไหว และการตระเตรียมยุทโธปกรณ์ เพื่อสร้างสถานการณ์ในช่วงงานพระราชพิธี มั่นใจว่าตำรวจ,ทหาร และฝ่ายความมั่นคง จะดูแลสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย   โดยยอมรับว่าก่อนหน้านี้ กลุ่มที่ก่อเหตุในพื้นที่เกาะสมุย และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นกลุ่มเดียวกัน โดยก่อเหตุเพื่ออุดมการณ์ ไม่ใช่เป็นการรับจ้าง ซึ่งมีการเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ด้วย   ส่วนการใช้โซเชียลมีเดีย เป็นช่องทางเคลื่อนไหว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ให้ราคากับคนในโซเชียล เนื่องจากไม่สามารถจับต้องได้เป็นกลุ่มที่มโนไปเอง แต่ตำรวจก็ไม่ประมาทมีการเฝ้าระวังในทุกมิติ รวมทั้งกลุ่มที่ถูกจับกุมอาวุธสงครามในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ก่อนหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน และใช้โซเชียลเป็นพื้นที่การเคลื่อนไหว ได้มีการเฝ้าระวังและจับตาเพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อน       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oFgrOIJdK2s    

 914
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
04 ต.ค. 60

รบ.เตรียมกำลังรองรับ รักษาความปลอดภัยช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเตรียมการรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า   รัฐบาลได้เปิดกองอำนวยการร่วมของกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา พร้อมจัดคนเข้าไปดูแลทั้งหมด ทั้งการเดินทาง ดูแลคน รวมถึงการซ้อมในพระราชพิธี เพื่อให้มีความพร้อม ซึ่งพระราชพิธีนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคนไทย และคนทั่วโลก ดังนั้นประชาชนต้องร่วมมือกันสร้างความปลอดภัย โดยผู้ที่จะเข้ามาในบริเวณพื้นที่ท้องสนามหลวงจะต้องมีบัตร ส่วนผู้ที่ไม่มีบัตรจะมีสถานที่เตรียมไว้ให้   ทั้งนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ไว้รองรับ โดยมีทั้งจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จิตอาสา พร้อมดูแลพระเมรุมาศจำลองในกทม. 9 แห่ง และทั่วประเทศอีก 76 แห่ง การเตรียมความพร้อมนั้นได้ประชุมสั่งการไปหมดแล้ว และมีการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดศูนย์อำนวยการไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธี โดยทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1441   ด้านพลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันการข่าวไม่พบการเคลื่อนไหว และการตระเตรียมยุทโธปกรณ์ เพื่อสร้างสถานการณ์ในช่วงงานพระราชพิธี มั่นใจว่าตำรวจ,ทหาร และฝ่ายความมั่นคง จะดูแลสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย   โดยยอมรับว่าก่อนหน้านี้ กลุ่มที่ก่อเหตุในพื้นที่เกาะสมุย และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นกลุ่มเดียวกัน โดยก่อเหตุเพื่ออุดมการณ์ ไม่ใช่เป็นการรับจ้าง ซึ่งมีการเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ด้วย   ส่วนการใช้โซเชียลมีเดีย เป็นช่องทางเคลื่อนไหว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ให้ราคากับคนในโซเชียล เนื่องจากไม่สามารถจับต้องได้เป็นกลุ่มที่มโนไปเอง แต่ตำรวจก็ไม่ประมาทมีการเฝ้าระวังในทุกมิติ รวมทั้งกลุ่มที่ถูกจับกุมอาวุธสงครามในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ก่อนหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน และใช้โซเชียลเป็นพื้นที่การเคลื่อนไหว ได้มีการเฝ้าระวังและจับตาเพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อน       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oFgrOIJdK2s    

 914
สังคม-อาชญากรรม
04 ต.ค. 60

ปชช.เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ไม่ขาดสายตลอดทั้งวันแม้ฝนตก

ประชาชนจากจังหวัดต่างๆ เดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน   ที่สำนักพระราชวังได้ประกาศขยายเวลาให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถึงเวลา 24 นาฬิกา ของวันที่ 5 ตุลาคม 2560 เพื่อเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ มีประชาชนเดินทางมาต่อแถวรอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ อย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน ถึงแม้บางช่วงจะฝนตกอย่างหนัก แต่ไม่เป็นอุปสรรค ต่อความตั้งใจ ซึ่งประชาชนทุกคน ที่ได้เข้ากราบพระบรมศพฯ ต่างรู้สึกภาคภูมิใจ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MrZg3BfO0tI  

 855

Top