ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทหาร"

ต่างประเทศ
19 มิ.ย. 60

เผยภาพชวนหัวใจหยุดเต้น อดีตทหารสหรัฐฯ วิ่งฝ่าดงกระสุนไอเอสช่วยเด็กอิรักจากสมรภูมิรบ

สำนักข่าว The Sun เผยแพร่ภาพนาทีระทึกที่เกิดขึ้นกลางสมรภูมิรบที่เมืองโมซุล ทางตอนเหนือของประเทศอิรัก ขณะนาย David Eubank อดีตทหารของกองทัพสหรัฐฯ เสี่ยงตายวิ่งฝ่าดงกระสุนช่วยชีวิตเด็กหญิงจากการตกเป็นเป้าสังหารของกลุ่มก่อการร้ายไอเอส ระหว่างทำหน้าที่ยิงกระสุนควันตอบโต้สไนเปอร์ซุ่มยิงของไอเอสเพื่อป้องกันหน่วยกู้ภัย     อดีตนายทหาร วัย 56 ปี  ตัดสินใจวิ่งเข้าไปกลางกลุ่มพลเรือนหลังสังเกตเห็นเด็กเล็กหลายสิบคนกำลังถูกพลซุ่มยิงของกลุ่มไอเอสปลิดชีพ โดยสวมเพียงหมวกนิรภัยและเสื้อกั๊กกันกระสุน วิ่งฝ่ากระสุนที่ไอเอสกระหน่ำยิงเข้าใส่ โดยมีเพื่อนทหารสองนายช่วยระวังหลังให้ และสามารถช่วยเด็กหญิงกลับมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะส่งเด็กให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อวกกลับไปช่วยเด็กวัยหัดเดินอีกคนหนึ่ง แต่เขากลับไม่พบตัวเด็กในกลุ่มพลเรือนที่ถูกสังหาร และยังพยายามช่วยผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถยื้อชีวิตของเขาเอาไว้ได้     ทหารกล้ายอดฮีโร่เปิดใจว่า ถึงแม้ว่าเขาจะต้องจบชีวิตลงจากการตัดสินใจอันบ้าระห่ำครั้งนี้ ก็เชื่อว่าภรรยาและลูกๆ ก็จะเข้าใจ เพราะเชื่ออย่างหมดใจว่าพระเจ้าต้องการให้เขามาที่นี่ เขาจึงไม่เคยกังวลเรื่องความปลอดภัย และมักจะบอกตัวเองอยู่เสมอว่าสิ่งที่ทำไปเป็นความภาคภูมิใจที่ถูกส่งมาจากข้างใน       โดยปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังกองทัพอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ เข้าโจมตีฐานที่มั่นของไอเอส ซึ่งเป็นเมืองเก่าที่มีพลเรือนกว่า 150,000 คน ตกเป็นตัวประกันและถูกใช้เป็นโล่มนุษย์ ถือเป็นการต่อสู้ครั้งสำคัญที่สุด หลังมีความพยายามกวาดล้างกลุ่มไอเอสมานานกว่า 8 เดือน ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของอิรักได้มีการเผยแพร่ภาพการทิ้งใบปลิวแนะนำพลเรือนให้เดินทางโดยผ่าน 5 เส้นทางที่ปลอดภัยอีกด้วย     ด้านคณะกรรมการช่วยเหลือนานาชาติ (International Rescue Committee) ได้ออกมาเรียกร้องให้กองทัพอิรักและรัฐบาลสหรัฐฯ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้พลเรือนได้รับความปลอดภัยที่สุดในช่วงสุดท้ายของการสู้รบที่เมืองโมซุลแห่งนี้     สำหรับประวัติของอดีตทหารนายนี้ก็มีความน่าสนใจอย่างมาก โดยหลังเกษียณตัวเองออกจากกองทัพเขาได้ก่อตั้งกลุ่มมนุษยธรรมคริสเตียน Free Burma Rangers ซึ่งเป็นขบวนการปลดปล่อยอิสรภาพในประเทศเมียนมา เมื่อปี 2540 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือเหยื่อในพื้นที่ขัดแย้งทั้งเมียนมา อิรัก และซูดาน โดยให้การช่วยเหลือในหลายๆ ด้าน อาทิ การรักษาพยาบาล , ค่ายลี้ภัย , อาหาร , เครื่องนุ่งห่ม และเอกสารด้านสิทธิมนุษยชน   ปัจจุบันเขาแต่งงานกับภรรยาชาวกะเหรี่ยง และมีลูกด้วยกัน 3 คน อายุระหว่าง 11–16 ปี โดยหลังจากได้ยินข่าวว่ากลุ่มไอเอสเข้ายึดครองเมืองโมซุลและสังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์ เขาก็ตัดสินใจพาครอบครัวมาปักหลักอยู่ที่นี่จนกระทั่งถึงตอนนี้      

 76,903
สังคม-อาชญากรรม
09 มิ.ย. 60

สอบ 10 ผู้ต้องหาลักลอบค้าอาวุธทางไปรษณีย์ สารภาพทำมาตั้งแต่ปี 59 - ซื้อไว้แค่สะสม

ทหารควบคุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลทหาร ที่ประกอบด้วยทหาร 5 นาย พลเรือน 5 คน ซึ่งต้องสงสัยกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบซื้อขายวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนปืน โดยจัดส่งผ่านพัสดุภัณฑ์ของบริษัทรับส่งพัสดุเอกชน เดินทางมาที่กองปราบปราม หลังจากถูกคุมตัวที่มณฑลทหารบกที่ 11 ครบ 7 วัน ทันทีที่มาถึงกองปราบปรามก็ถูกส่งตัวเข้าห้องสอบสวนในทันที   พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รองผู้บังคับการกองปราบปราม ระบุหลังรับมอบตัวผู้ต้องหาว่าทั้งหมดถูกคุมตัวมาพร้อมหลักฐานในคดี เช่น กระสุน อาวุธปืน และระเบิด ซึ่งพนักงานสอบสวนจะสอบสวนผู้ต้องหาในทันทีเพื่อขยายผลไปยังผู้ต้องหาคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องและที่ยังบไม่ถูกจับ ส่วนอำนาจคุมตัวทำได้ 48 ชม. ตามที่กฎหมายกำหนด   ภายหลังสอบปากคำ พ.ต.อ.สันติออกมาเปิดเผยผลการสอบสวนว่า ผู้จำหน่ายซึ่งเป็นทหารยศสิบโทสารภาพว่า มีกลุ่มลับซื้อขายอาวุธในเฟสบุ๊ค เมื่อมีผู้ติดต่อซื้อก็จะพูดคุยกันทางไลน์ และลักลอบนำอาวุธออกมาในช่วงที่ตนเองเข้าประจำการ ซึ่งเริ่มลักลอบนำอาวุธออกมาขายตั้งแต่ปี 2559 ส่วนผู้ซื้อยอมรับว่าซื้อจริงแต่ซื้อเพื่อสะสม และไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้   อนึ่ง คดีนี้มีผู้ต้องหาถูกออกหมายจับ 17 หมาย เป็นผู้ขายซึ่งเป็นทหาร 3 นาย ส่วนผู้ซื้อเป็นทหาร พลเรือน ตำรวจอีก 14 นาย หลังจากนี้ผู้ต้องหาที่เป็นทหารจะถูกนำไปฝากขังที่ศาลทหาร ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นพลเรือนจะนำไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาต่อไป   ขอบคุณภาพจาก : ข่าวสด

 7,671
สังคม-อาชญากรรม
08 มิ.ย. 60

รวบทหารเก๊ อ้างฝากลูกหลานเข้าทหาร หลอกเงินชาวบ้านสูญนับล้าน

          พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม นำหมายศาล จับกุมนายวิชัย ลิ้มไพบูลย์ อายุ 30 ปี หลังมีผู้ร้องเรียนไปยังกองปราบปรามว่าถูก นายวิชัย นั้นได้อ้างว่าเป็นทหาร ยศร้อยเอก และหลอกลวงว่าสามารถฝากบุตรหลานเข้ารับราชการทหาร โดยเรียกร้องค่าตอบแทนเป็นเงินรายละหลายแสนบาท และมีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อหลายรายสูญเงินไปแล้วหลายล้านบาท                       ตำรวจภูธร จ.ราชบุรีได้ทำการสืบสวนโดย นายวิชัย การรับสารภาพว่าส่วนตัวชอบเครื่องแบบทหาร โดยเฉพาะเครื่องแบบทหารต่างประเทศ จึงได้หาซื้อมาใส่ และยอมรับว่าไปหลอกเหยื่อที่ต้องการจะให้ลูกหลานเข้ารับราชการทหารมาแล้วหลายราย โดยได้เงินมาแล้วกว่า 4 ล้านบาท จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมดังกล่าว           จากการตรวจค้นบ้านของนายวิชัย พบรูปถ่ายของครอบครัวในเครื่องแบบทหารต่างชาติ รวมทั้งชุดเครื่องแบบอีกหลายชุด อุปกรณ์ในการฝึก เสื้อเกราะกันกระสุน และอาวุธปืนสั้นบีบีกัน จำนวน 1 กระบอก           นอกจากนี้ยังพบภาพถ่ายของนายทหารยศ พล.อ. คนหนึ่ง ที่นายวิชัยชอบนำไปแอบอ้างอยู่ทั้งในมือถือและแท็บเล็ตจำนวนมาก รวมทั้งบัตรประจำตัว หน่วยข่าวกรองกลาง หรือ CIA (CENTRAL INTELLIGENCE AGENCY) ที่มีรูปของนายวิชัยติดอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้สอบสวนและจะได้ขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการของนายวิชัย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่านายวิชัยนั้นจะทำเพียงคนเดียว           ตำรวจภูธร จ.ราชบุรี จึงได้ตั้งข้อหานายวิชัย ในฐานการปลอมแปลงและใช้เอกสารราชการปลอม ฉ้อโกง นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น

 17,322
สังคม-อาชญากรรม
25 พ.ค. 60

'บิ๊กป้อม' สั่งทุกเหล่าทัพ เตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชน เหตุภัยพิบัติ

วันนี้ (25 พ.ค.) พล.ต. คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพ ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติจากพายุฤดูฝนที่กำลังเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ตรวจสอบระบบระบายและเก็บกักน้ำที่จัดทำขึ้นให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสืทธิภาพและเตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขังและดินถล่มให้ทันต่อเหตุการณ์ โดยให้ประสานและสนับสนุนส่วนราชการในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด   พล.ต.คงชีพ กล่าวอีกว่า สำหรับการฝึกนักศึกษาวิชาทหารและการเรียกกำลังพลสำรองบางส่วน ที่จะเข้ารับการฝึกตามแผนเรียกพลประจำปี 60 ให้ทุกเหล่าทัพดำเนินการฝึก และให้ความรู้แก่นักศึกษาวิชาทหารและกำลังพลสำรอง ในการบรรเทาสาธารณภัยควบคู่กันไป เพื่อให้มีความพร้อมสำหรับปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน ในภาวะวิกฤตของทุกภัยพิบัติ โดยเฉพาะอุทกภัยที่เกิดขึ้นในทุกปี   ภาพ : มติชน

 3,533
สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ค. 60

สามโจ๋เมืองสุราษฎร์ซิ่ง จยย. เข้าค่ายทหารหวังส่งยาบ้าให้ลูกค้า ก่อนถูกรวบตัว

     เมื่อเวลา 18.00 น. ร.ท.ภูวิช เกลี้ยงมล ผู้บังคับหมวดทหารสารวัตรกองร้อยทหารสารวัตรมณฑลทหารบกที่ 45 รักษาการผู้บังคับการเรือนจำทหารบกมณฑลทหารบกที่ 45 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ร่วมสอบสวนผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ผู้ต้องหา 3 คนคือนาย เอกรัตน์ บุญมาก อายุ 25 ปี นายวัตชนะ ศุกกรี อายุ 25 ปี และนายสนธยา ประดิษฐนิยม อายุ 21 ปี พร้อมยาบ้า 197 เม็ด ยาไอซ์ 2 กรัม        โดยก่อนเกิดเหตุ ส.อ. เมธา จันทวงค์ สารวัตรทหาร เข้าเวรประจำหน่วย สน.สห ได้เห็นผู้ต้องหาทั้งสาม ขับรถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมาผ่านหน้าค่ายทหาร ก่อนจะกลับรถเข้ามาในค่ายโดยไม่สวมหมวกกันน๊อค และมีพฤติกรรมรุกลี้ลุกลน จึงสกัดให้หยุดรถ โดยในขณะนั้น 1 ใน 3 ผู้ต้องพยายามจะหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารสามารถควบคุมตัวไว้ได้ และได้ตรวจค้นได้พร้อมของกลางดังกล่าว        ร.ท.ภูวิช กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า จะมาหาเพื่อนในค่ายทหารและได้เอายาบ้าและยาไอซ์มาจากนายปรีชา เกื้อชู อายุ 38 ปี ซึ่งได้เช่าห้องพักอยู่ที่แมนชั่นแห่งหนึ่ง บนถนนสายตัดใหม่ในลึก เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จึงได้นำกำลังเข้าตรวจห้องเป้าหมาย แต่คนที่อยู่ในห้องได้โยนของเข้าไปอีกห้องหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เปิดประตูเข้าไปตรวจค้นอีกห้องจนพบยาบ้าจำนวนสามถุง จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน แต่นายปรีชายังให้การปฏิเสธ

 12,358
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ค. 60

ตร.- ทหารสนธิกำลังตรวจแหล่งมั่วสุมทั่ว กทม.

ตำรวจ-ทหาร สนธิกำลัง ตรวจแหล่งมั่วสุมทั่ว กทม. รวม 23 จุด พบของผิดกฎหมายจำนวนมาก จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย     วันนี้ (12พ.ค.) เวลา 06.00 น. พล.ต ต สรุเชษฐ์  หักพาล ผบก.สปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สปพ.  พ.ต.ท. ธนกฤต บุญเจริญ รอง.ผกก.สปพ. เจ้าหน้า ปปส. เจ้าหน้าที่ทหาร และ กทม.สนธิกำลัง เจ้าหน้าตำรวจ สน. ดินแดง รวม 250 นาย สุนัขตำรวจ 5 ชุดปฎิบัติการ เข้าปิดล้อมตรวจค้นแฟลตใน ซ.ประชาสงเคราะห์ 1 เขต ดินแดง ตามยุทธการณ์ ปิดล้อมเอ็กซ์เรย์ ยาเสพติด-สิ่งผิดกฎหมาย โดยจากการตรวจแฟลตย่านดินแดง ไม่พบการการกระทำผิดและสิ่งผิดกฎหมาย     และยังมีการกระจายกำลังตรวจค้นเป้าหมายจุดอื่นในกรุงเทพอีกรวม 23 จุด พบผู้กระทำผิด 6 ราย กัญชา 30 กรัม น้ำกระท่อม 2 ขวด อาวุธปืน 1 กระบอก กระสุนปืน 9 มม.และ .38 รวม 71 นัด  และปืนบีบีกันอีก 2 กระบอก  

 8,167
การเมือง
10 เม.ย. 60

รอดทหาร ‘จ่านิว’น้ำหนักเกิน หมดสิทธิ์จับใบดำ-ใบแดง

วันที่ 10 เม.ย.  นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำนักศึกษาเคลื่อนไหวการเมือง ที่เข้ารับการคัดเลือกเป็นทหารกองเกินที่โรงเรียนวัดหนองจอกในตามหมายเรียกในวันนี้ หลังจากสำเร็จการศึกษาที่มหาวิทยาลัยในปีการศึกษาที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ จ่านิว ได้ใช้สิทธิผ่อนผันการเกณฑ์ทหารมาแล้วระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่   หลังยื่นตรวจร่างกาย จาก รพ.พระมงกุฎเกล้า เป็นคนจำพวกที่ 4 โดยมี น้ำหนัก-ส่วนสูง ค่าดัชนีมวลกายเกิน ไม่ต้องจับใบดำ-แดง โดยหลังเสร็จกระบวนการ จนท.กันออกนอกพื้นที่อย่างเร็ว   นายสิรวิชญ์บอกสั้นๆ ว่า “ไม่ใช่โชคดี น้ำหนักมากขนาดนี้ ก็ส่งผลต่อสุขภาพ จะต้องลด ประธานคณะกรรมการตรวจเลือกฯ ก็ชวนไปลดน้ำหนัก ผมบอกไม่เป็นไร จะหาโอกาสอีกทีนึง”   ข่าวที่เกี่ยวข้อง    

 34,075
การเมือง
04 เม.ย. 60

เนติวิทย์ ยื่นเอกสารผ่อนผันทหาร ชี้การเกณฑ์ทหารไม่มีประโยชน์สำหรับตน

วันที่ 4 เมษายน 2560 เมื่อเวลา 07.30 น. นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาลอายุ 21 ปี นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตเลขาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทและแกนนำเคลื่อนไหวคัดค้านการเกณฑ์ทหาร ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้เดินทางมาพร้อมเอกสารในการขอผ่อนฝันในการคัดเลือกการเกณฑ์ทหาร ที่ศาลาเอกนประสงค์ สนามกีฬาจังสมุทรปราการ ซอยวัดราฏร์โพธิ์ทอง ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยได้นำเอกสารหนังสือรับรองจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มายื่นขอผ่อนผันซึ่งครั้งนี้ขอผ่อนผันเป็นครั้งแรก   นายเนติวิทย์ได้เปิดเผยว่า  วันนี้ตนได้นำเอกสารมาขอผ่อนผัน โดยสาเหตุที่ตนต้องมาผ่อนผันนั้นเนื่องจากว่าตนกำลังรับใช้ชาติด้วยการทำหน้าที่เรียนหนังสือและยังเห็นว่าในการเข้ามารับการเกณฑ์ทหาร ไม่มีประโยชน์สำหรับตน หลังจากนี้ หากใช้สิทธิ์การผ่อนผันหมด ก็จะคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป   นายเนติวิทย์กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าหากยกเลิกการเกณฑ์ทหารต้องศึกษาวิจัยมีและผลักดันให้มีการแก้กฎหมายแต่ต้องรอรัฐธรรมนูญประกาศใช้ก่อนและถึงจะรู้ว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปอย่างไร เรื่องเกณฑ์ทหารเป็นเรื่องที่ใหญ่มากเพราะมันเกี่ยวพันธ์กับผลประโยชน์และชีวิตคนจำนวนมาก และคนเป็นแสนคนเราจะควบคุมยังไงที่จะไม่ใช้ความรุนแรงมันเกิดขึ้น ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ และถ้าจะต่อสู้เรื่องนี้ เราต้องรณรงค์ให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหารและทำให้กองทัพเราดีขึ้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น หันมาใช้ระบบอาสาสมัครและจัดให้มีสวัสดิการคนที่เป็นทหารอย่างดี   นายเนติวิทย์ยังระบุอีกว่า กรณีที่มีความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับทหารที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรงจนเสียชีวิตนั้น สิ่งที่กองทัพต้องทบทวนไม่ใช่การขอโทษ แต่ต้องขอบคุณ ผบ.ทบ.ที่ออกมาขอโทษด้วยความจริงใจ แต่การขอโทษมันยังไม่พอและถ้าหากปีหน้าหรือปีนี้ไม่รู้จะไปเกิดกับลูกหลานใครอีก ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือระบบต้องตรวจสอบได้ โปร่งใสและเข้าถึง และทบทวนว่าเอาคนแสนคนไปทำอะไร ที่มา - มติชน

 46,337
การเมือง
24 มี.ค. 60

คุมตัว 9 ผู้ร่วมเครือข่ายโกตี๋ส่งกองปราบฯ

        ทหารคุมตัวเครือข่าย นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ  โกตี๋ รวม 9 คน ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ก่อนส่งตัวให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับช่วงการชุมนุม ปี 53            โดยมีพลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับมอบตัวทั้ง 9 คนที่ถูกจับกุมระหว่างปฏิบัติการตรวจค้นแหล่งสะสมอาวุธสงคราม 9 จุด ใน 7 จังหวัด เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมของกลางอาวุธสงครามจำนวนมาก             จากการสืบสวนของตำรวจ พบว่าเคยนำอาวุธของกลางไปก่อเหตุในช่วงการชุมนุม ปี 53 และผู้ต้องหายอมรับว่านายโกตี๋ เป็นผู้นำอาวุธมาฝากไว้ในโกดัง นอกจากนี้ ยังเตรียมก่อเหตุในพื้นที่วัดพระธรรมกาย หากเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าจับกุมพระธัมมชโยเพื่อเป็นการสร้างสถานการณ์             เบื้องต้น แจ้งข้อหาครอบครองยุทธภัณฑ์อาวุธสงคราม ความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร หลังจากนี้กองปราบปราม จะส่งมอบผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ สอบปากคำเนื่องจากเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อปี 2553             พลตำรวจเอก ศรีวราห์ ระบุว่าคดีนี้ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 4 คน ที่ตำรวจขอหมายจับในข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี รวมถึงนายโกตี๋ด้วย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง    

 8,442
ต่างประเทศ
22 มี.ค. 60

อดีตทหารหน่วยซีลสหรัฐฯ เผยทริคเด็ดเอาชีวิตรอดเมื่อถูกสุนัขจู่โจม

สำนักข่าว mirror นำเสนอเรื่องราวน่าสนใจ หลัง Clint Emerson อดีตทหารหน่วยซีลของสหรัฐอเมริกา ออกมาเปิดเผยเทคนิคในการเอาชีวิตรอดเมื่อถูกสุนัขเข้าจู่โจม เริ่มตั้งแต่การป้องกันตัวเองด้วยการเบี่ยงเบนความสนใจ โดยถอดเสื้อแจ็คเก็ตหรือโยนกระเป๋าถือให้สุนัขไปซะ       อดีตทหารหน่วยรบพิเศษยังบอกอีกด้วยว่า หากตกอยู่ในสถานการณ์คับขันที่เสี่ยงจะเกิดอันตราย ให้ถอดเสื้อออกและนำมาพันรอบท่อนแขน เพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขกัดหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณแขนซึ่งถือเป็นจุดเสี่ยงมากที่สุด ส่วนการตอบโต้ก็แนะนำให้ออกแรงชกเข้าที่จมูกและปาก แต่ถ้าจะให้เห็นผลมากที่สุดต้องเน้นการจู่โจมไปที่ซี่โครงเพราะถือเป็นส่วนอ่อนไหวที่สุดของสุนัข      

 340,966
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 มี.ค. 60

วินธัยแจงคลิป ทหารชนแล้วหนี ยัน จยย มาเฉี่ยวรถทหารล้มเอง ที่ขับหนีเพราะคู่กรณีอารมณ์ร้อน

จากกรณีผู้ใช้ facebook รายหนึ่ง โพสต์คลิปเหตุการณ์มีปากเสียงกับทหาร กรณีขับรถเฉี่ยวชนกับจักรยานยนต์ แล้วล้มมาโดนรถของผู้โพสต์ โดยอ้างว่าทหารขับรถหนี นำไปสู่การขับไล่ตาม จนมาถกเถียงกันต่อที่ป้อมตำรวจ บริเวณหลักสี่ ล่าสุดวันนี้ (20 มี.ค.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก ทบ. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า  เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นรถยนต์ของทหาร สังกัด ร.11 พัน.2 ระหว่างรอเลี้ยวยูเทิร์น แถวถนนกำแพงเพชร 2 ได้มีจักรยานยนต์เบียดเข้ามาทางขวามือ จากด้านหลัง และเกี่ยวเข้ากับรถยนต์ทหาร ทำให้เสียหลักไปเบียดกับรถเก๋งอีกคันหนึ่งจนเป็นข้อพิพาทกัน โดยในคลิปอาจทำให้เห็นภาพเหตุการณ์ไม่ครบถ้วน ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงผู้บันทึกบรรยายในลักษณะที่มีอารมณ์ เฉพาะคลิปส่วนสุดท้ายถึงเห็นพลขับขับรถทหารลงมาเหมือนโต้เถียงด้วยที่ป้อมตำรวจ โดยข้อมูลเบื้องต้นทราบว่าช่วงแรกกำลังพลที่เป็นพลขับได้มีการลงไปพูดคุยกับคู่กรณีแล้ว แต่คุยไม่รู้เรื่อง และต่างฝ่ายดูมีอารมณ์ร้อนกัน จึงตัดสินใจขับรถออกมาก่อน สุดท้ายตัดสินใจที่จะพูดคุยกันอีกครั้งที่บริเวณป้อมตำรวจใต้ทางด่วน ซึ่งทางคู่กรณีก็ขับรถตามมา จึงได้เคลียร์กันอีกครั้งหนึ่งโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนกลาง สุดท้ายสามารถตกลงกันได้โดย จนท.ทหารได้กล่าวขอโทษคู่กรณี และคู่กรณีก็ไม่ติดใจเอาความ และต่างคนต่างซ่อมรถของตัวเอง ขณะหน่วยต้นสังกัดอยู่ระหว่างเรียกกำลังพลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล หากพบสิ่งใดที่ จนท.ทหารทำไม่เหมาะสม เช่น มารยาทการใช้คำพูด หรือมารยาทในการขับรถ ซึ่งทางต้นสังกัดจะดำเนินการไปตามมาตรการของหน่วยที่มีอยู่ต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 64,673
สังคม-อาชญากรรม
20 มี.ค. 60

วินธัยชี้แจง กรณียิง ชัยภูมิ ป่าแสง เป็นเหตุสุดวิสัย จนท.จำเป็นต้องป้องกันตัว

จากกรณี เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.ม2.บก. ร่วมกับ ชสท.ที่5 กองกำลังผาเมือง เรียกตรวจรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ ที่บริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ คนขับคือนายชัยภูมิ ป่าแสง นักกิจกรรมชาวลาหู่ หลบหนีเข้าป่า เจ้าหน้าระบุว่าพบยาเสพติดในรถ และนายชัยภูมิพยายามจะปาระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องยิงนายชัยภูมิจนเสียชีวิต    ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ และเกิดกระแสในโลกออนไลน์ ตั้งคำถามถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งมีการติดแฮชแท็ก #RIPชัยภูมิ   ล่าสุดวันนี้ พันเอกวินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก และโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวต่อสื่อมวลชน มีข้อความระบุว่า   กรณี มีการร้องเรียนผ่านสื่อ นสพ. ฉบับ 19 มี.ค.60 ว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้กระทำการที่เกินกว่าเหตุในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่นั้น จากการสอบถามข้อมูลในเบื้องต้น พบว่า เหตุการดังกล่าว เป็นไปในลักษณะที่สุดวิสัย  เนื่องจากผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมต่อสู้ขัดขืน และพยายามที่จะทำร้ายโดยประสงค์ต่อชีวิตเจ้าหน้าที่  จึงจำเป็นต้องป้องกันตัว.         โดยในรายละเอียดของเหตุการณ์มีดังนี้  เมื่อเวลา 10.00 ของวันที่ 17 มีนาคม เจ้าหน้าที่ทหาร สังกัดกองร้อยทหารม้าที่ 2  บก.ควบคุมที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 ได้จัดตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติดบริเวณสามแยกรินหลวง   พบรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ สีดำ หมายทะเบียน ขก-3774 เชียงใหม่   มียาบ้า จำนวน 2,800 เม็ด ซุกซ่อนไว้บริเวณกรองอากาศ จึงเข้าดำเนินการจับกุม นายพงศ์นัย แสงตะล้า อายุ 19 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับรถไว้ได้   แต่นาย ชัยภูมิ ป่าแส อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่นั่งมาด้วยทางด้านหน้าข้างคนขับ ได้มีการขัดขืนโดยได้วิ่งหนีออกจากรถไป เพื่อหวังจะหลบการจับกุม. เจ้าหน้าทหารจึงได้มีการวิ่งไล่ติดตามไป. และเมื่อใกล้ถึงตัวนาย ชัยภูมิ ฯ. กลับเกิดเหตุการณ์ที่น่าเสียใจคือ นายชัยภูมิ กลับหยิบระเบิดมือที่พกไว้ออกมา พยายามที่จะขว้างปาใส่เพื่อหวังจะทำร้ายเจ้าหน้าที่  เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนประจำกาย  ยิงออกไป เพื่อจะหยุดการกระทำและเพื่อเป็นการป้องกันตัวจำนวน 1 นัด จึงเป็นเหตุให้ นาย ชัยภูมิ ป่าแส  เสียชีวิต       ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทุกคนยึดมั่นในหลักปฏิบัติที่จะพยายามดำเนินการใดๆ ด้วยวิธีที่ละมุนละม่อม หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงให้ได้มากที่สุด กรณีจะใช้อาวุธต่อเมื่อมีความจำเป็นจริงๆ เท่านั้น   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 121,291
ต่างประเทศ
14 มี.ค. 60

เผยภาพเรียกรอยยิ้ม ทารกน้อยจ้องหน้าคุณพ่อทหารตาไม่กะพริบ หลังกลับจากปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพสหรัฐฯ

สำนักข่าว mirror เผยแพร่คลิปวิดีโอเรียกรอยยิ้ม ขณะทารกชายตัวน้อยจ้องหน้าคุณพ่อแบบไม่กะพริบตาผ่านแว่นสายตาอันใหม่     คลิปความยาวไม่กี่วินาทีแสดงภาพความน่ารักของสองพ่อลูก หลัง Reagan Caldwell เด็กน้อยวัย 9 เดือน ไม่อาจจะละสายตาไปจากใบหน้าของพ่อที่อยู่ในชุดเครื่องแบบทหารได้เลย หลังจากเขาไปปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพอากาศที่แอนตาร์กติกานานกว่า 2 เดือน     ขณะที่ Brandon Caldwell  ผู้เป็นทั้งพ่อและกัปตันของกองทัพอากาศสหรัฐฯ บอกว่า ความรู้สึกตอนได้กลับบ้านมาเจอหน้าลูกมันยิ่งใหญ่กว่าได้ชัยชนะเสียอีก ด้าน Amanda Caldwell แม่ของหนูน้อย ก็ได้ลาออกจากการเป็นครูเพื่อมาดูแลลูกชายแบบเต็มตัว     สำหรับสาเหตุที่หนูน้อยวัยไม่ถึงขวบต้องสวมแว่นตาเป็นเพราะเขาเป็นผู้ป่วยในกลุ่มอาการจีบีเอส (GBS) ตั้งแต่เกิด ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ รวมทั้งเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และภาวะติดเชื้อ ทำให้เขาต้องนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูตั้งแต่คลอด      

 114,162
ข่าวในประเทศ
13 มี.ค. 60

โปรดเกล้าฯ ถอดยศ-เรียกคืนเครื่องราช 'พ.ต.ธนพนธ์ อยู่มั่น' เหตุประพฤติไม่สมควร

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ถอดยศทหาร และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์        โดยระบุว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอด พันตรี ธนพนธ์ อยู่มั่น ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งเป็นวันที่มีคําสั่งปลดออกจากราชการ เนื่องจากใช้กิริยาวาจาไม่สมควรหรือประพฤติไม่สมควร โต้แย้งพระราชกระแส อวดรู้ อวดดี และกระด้างกระเดื่องประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ เกียจคร้าน ละทิ้งหรือเลินเล่อต่อหน้าที่ราชการ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2501 ประกอบระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดํารงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. 2507 ข้อ 2        และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือกเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญทองช้างเผือก และเหรียญจักรมาลา ที่บุคคลดังกล่าวได้รับพระราชทานตามข้อ 6 และข้อ 7 (4) ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548   ประกาศ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

 7,012
สังคม-อาชญากรรม
10 มี.ค. 60

ดีเอสไอแจงภาพทหารหมอบคลาน ชี้รถ จนท.ถูกปาหินใส่ทำกระจกหน้าแตก

ดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีปรากฏภาพทหารหมอบคลานเข้าไปในพื้นที่อาคารบุญรักษา วัดพระธรรมกาย ว่า เป็นการลงพื้นที่ปฏิบัติการปกติของทหาร รวมถึงเป็นการตรวจสอบภายหลังชาวบ้านร้องเรียนว่ามีน้ำเน่าเสียไหลเข้าพื้นที่เกษตร โดยขณะลงพื้นที่พบว่ามีการระดมมวลชน และมีคนพยายามจะหยิบของภายในเป้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหมอบลงเพราะเกรงว่าอาจเป็นการหยิบอาวุธมาใช้เพื่อขัดขวางการทำงาน   นอกจากนี้ ระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติหน้าที่ขับรถลาดตระเวน ที่บริเวณสะพานคลองสาม ประตู 4 จู่ๆ ได้มีก้อนหินขนาดเล็ก ตกกระทบที่บริเวณกระจกรถด้านหน้าฝั่งด้านข้างคนขับ ทำให้กระจกแตกเป็นรอย เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นหาสาเหตุบริเวณสะพาน แต่กลับเกิดการปะทะกันขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่กับมวลชนของวัดธรรมกาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w4zH4dFhIVI  

 12,856

Top