ค้นหา :

ผลการค้นหา "ถวายพระเพลิง"

ประมวลประวัติศาสตร์
07 ต.ค. 60

ประมวลภาพประวัติศาสตร์ การซ้อมริ้วขบวนที่ 1-3 พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9

ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ออนไลน์ ขอประมวลภาพประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งของการซ้อมย่อยในพื้นที่จริง ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1-3 ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9 ในวันนี้ (7 ตุลาคม 2560) มาให้รับชมกันอีกครั้ง   โดยริ้วขบวนทั้งสามประกอบด้วย ริ้วขบวนที่ 1 เชิญพระโกศทองใหญ่โดยพระยานมาศสามลำคาน จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านทางประตูเทวาภิรมย์ จากนั้นใช้เส้นทางถนนมหาราช เลี้ยวเข้าสู่ถนนท้ายวัง มุ่งไปยังถนนสนามไชย เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ บริเวณหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม รวมระยะทาง 817 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที   ริ้วขบวนที่ 2 เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถโดยเกรินบันไดนาค จากหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ไปทางถนนสนามไชย ยาตราขบวนแห่เชิญพระโกศทองใหญ่ จากถนนสนามไชย เข้าสู่ถนนราชดำเนินใน จากนั้น ขบวนพระบรมราชอิสริยยศแห่เชิญพระโกศทองใหญ่เข้าสู่ท้องสนามหลวง รวมระยะทาง 890 เมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง   ริ้วขบวนที่ 3 เชิญพระโกศทองใหญ่ลงจากพระมหาพิชัยราชรถโดยเกรินบันไดนาค ประดิษฐานพระโกศทองใหญ่บนราชรถปืนใหญ่ ตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศเข้าสู่ราชวัติ เวียนพระเมรุมาศโดยอุตราวัฏ (เวียนซ้าย) 3 รอบ เวียนพระเมรุมาศครบ 3 รอบแล้ว เทียบราชรถปืนใหญ่ที่เกรินบันไดนาคพระเมรุมาศ เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐาน ณ พระจิตกาธาน รวมระยะทาง 260 เมตรต่อรอบ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที   สำหรับการซักซ้อมส่วนริ้วขบวนที่ 1 ได้เริ่มซ้อมในเวลาประมาณ 08.00 น. โดยจะเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 13.00 น.  มีประชาชนเดินทางเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้ารอชมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาอย่างเนืองแน่น                                             

 20,545
ข่าวในพระราชสำนัก
06 ต.ค. 60

หอภาพยนตร์เผยวีดิโอฟิล์มประวัติศาสตร์ ภาพพระราชพิธีถวายพระเพลิงรัชกาลที่ 6 อายุกว่า 91 ปี!

            โลกออนไลน์ได้ชื่นชมภาพประวัติศาสตร์แห่งพระราชพิธีอีกครั้ง เมื่อหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้เผยแพร่ภาพยนตร์เงียบการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อปี พ.ศ.2468 ผ่านทางเว็บไซต์ยูทูป ซึ่งภาพยนตร์นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติครั้งที่ 7 ประจำปี 2560 ด้วยคุณค่า ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ความทรงจำ สังคม และศิลปะ ในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย 4 ตุลาคม 2560               โดยภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นผลงานการบันทึกโดย "กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง" หรือการรถไฟแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน ได้บันทึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 6 ไว้อย่างค่อนข้างครบถ้วน โดยเริ่มจาก                 1. ภาพวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2468 เวลา 17.28 น. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ทรงประกอบพิธียกนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ราชกิจจานุเบกษาบรรยายพิธีไว้ว่า    "เวลานั้นโหรลั่นฆ้องชัย เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์ พิณพาทย์ดนตรี ทรงสาวเชือกรอกยกนพปฏลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศขึ้นที่พร้อมบริบูรณ์"                 2. ภาพบรรพชิตจีนประกอบพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลกงเต๊กหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อนึ่ง รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระบรมราชโองการเกี่ยวกับงานกงเต๊กของพระองค์เองไว้ว่า    "ในการทำบุญ ๗ วัน เมื่อไว้พระศพก็ดี และในงานพระเมรุก็ดี ขอให้จัดทำพิธีกงเต๊ก ถ้าไม่มีใครศรัทธาทำให้ข้าพเจ้า ขอให้ทายาทของข้าพเจ้าหาพรตอานัมนิกาย จีนนิกาย มาทำให้ข้าพเจ้า"                 3. ภาพวันที่ 24 มีนาคม 2468 เวลาเช้า เป็นการอัญเชิญพระโกศพระบรมศพจากพระยานมาศสามลำคานขึ้นเกรินบันไดนาค จากนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ เจ้าพนักงานเลื่อนเกรินขึ้นเทียบพระมหาพิชัยราชรถ และพระยาวงศาภรณ์ภูษิตเชิญพระโกศขึ้นประดิษฐานบนบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ณ พลับพลาหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ก่อนจะแห่ริ้วกระบวนสู่พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ท่ามกลางประชาชนที่มาเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพ ซึ่งพระบรมราชโองการของรัชกาลที่ 6 ในเรื่องนี้มีว่า    "ในการแห่พระบรมศพ ตั้งแต่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปถึงวัดพระเชตุพน ให้ใช้พระยานมาศตามประเพณี จากวัดพระเชตุพนไปพระเมรุ ขอให้จัดแต่งรถปืนใหญ่เป็นรถพระบรมศพ เพราะข้าพเจ้าเป็นทหาร อยากจะใคร่เดินทางระยะสุดท้ายนี้อย่างทหาร"             อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งถึงการใช้รถปืนใหญ่เป็นรถพระบรมศพตามพระบรมราชโองการว่า "ไม่มีธรรมเนียม" จึงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระมหาพิชัยราชรถแทนราชรถปืนใหญ่ และไปใช้เกรินประดิษฐานล้อเกวียนปืนใหญ่เชิญพระโกศพระบรมศพในช่วงเวียนพระบรมโกศรอบพระเมรุมาศสามรอบแทน                 4. ภาพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินประทับพระราชยาน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ซึ่งประทับพระวอสีวิกากาญจน์ พร้อมกระบวนราบมายังบริเวณพระราชพิธี                   5. ภาพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับ ณ พระที่นั่งทรงธรรม ในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และคณะอัครราชทูต ทูตานุทูต และข้าทูลละอองธุลีพระบาท และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินขึ้นพระเมรุมาศ                   6. ภาพวันที่ 24 มีนาคม 2468 เวลาประมาณ 18.30 น. บรรดาข้าราชการ คณะอัครราชทูต ทูตานุทูต และข้าทูลละอองธุลีพระบาท ขึ้นสู่พระเมรุมาศเพื่อถวายพระเพลิง                   7. ภาพวันที่ 25 มีนาคม 2468 เวลาประมาณ 07.30 น. หลังถวายพระเพลิงเรียบร้อย และรัชกาลที่ 7 สรงพระบรมอัฐิแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการที่เป็นราชสกุลและราชินิกุลเดินสามหาบ 3 สำรับ 9 หาบเวียนโดยอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ                    8. ภาพการอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิลงจากพระเมรุมาศไปยังพระที่นั่งทรงธรรม และอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นสู่พระที่นั่งราเชนทรยาน ตั้งกระบวนพระบรมราชอิสริยยศ เพื่อแห่อัญเชิญจากพระเมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวังเพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลในเวลา 09.05 น. วันที่ 25 มีนาคม 2468               อนึ่ง ข้อมูลจากเว็บไซต์มูลนิธิหนังไทย ระบุว่า "กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว" ซึ่งเป็นผู้บันทึกภาพยนตร์ดังกล่าว ก่อตั้งโดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เป็นหน่วยงานผลิตภาพยนตร์ที่มีอุปกรณ์และบุคลากรพร้อมแห่งเดียวของสยามในขณะนั้น มีอุปกรณ์สำคัญต่างๆ ที่สั่งนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา           กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าวทำหน้าที่ผลิตภาพยนตร์ประเภทข่าวสารของรัฐบาล เพื่อเผยแพร่กิจการต่างๆ ของรัฐ เป็นเครื่องมือทำประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาล และเป็นเครื่องมือให้ความรู้และอบรมราษฎรในเรื่องต่าง ๆ ตามนโยบายของรัฐ นอกจากนี้ยังดำเนินกิจการในลักษณะธุรกิจ รับจ้างถ่ายทำภาพยนตร์ต่าง ๆ แก่เอกชนทั่วไป กระทั่งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475 มีการจัดตั้งกรมโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน) ทำให้กิจการของกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าวถดถอยลงและในที่สุดก็ถูกยุบไป           (*หมายเหตุ : วันที่ในรายงานชิ้นนี้ นับปี พ.ศ. แบบเก่าโดยอาศัยวันที่ 1 เมษายนเป็นวันปีใหม่ หากนับแบบปัจจุบันจะเป็น พ.ศ.2469) ขอบคุณภาพ วิดีโอ และข้อมูลจาก : - หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) https://www.youtube.com/watch?v=ccwuphWlor8 - ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 43 หน้า 209-233 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2469/D/209.PDF - วชิราวุธวิทยาลัย http://www.vajiravudh.ac.th/OVtoVC/OVtoVC_08.htm

 41,355
พินิจประเพณี
06 ต.ค. 60

หอภาพยนตร์เผยวีดิโอฟิล์มประวัติศาสตร์ ภาพพระราชพิธีถวายพระเพลิงรัชกาลที่ 6 อายุกว่า 91 ปี!

            โลกออนไลน์ได้ชื่นชมภาพประวัติศาสตร์แห่งพระราชพิธีอีกครั้ง เมื่อหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้เผยแพร่ภาพยนตร์เงียบการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อปี พ.ศ.2468 ผ่านทางเว็บไซต์ยูทูป ซึ่งภาพยนตร์นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติครั้งที่ 7 ประจำปี 2560 ด้วยคุณค่า ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ความทรงจำ สังคม และศิลปะ ในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย 4 ตุลาคม 2560               โดยภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นผลงานการบันทึกโดย "กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง" หรือการรถไฟแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน ได้บันทึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 6 ไว้อย่างค่อนข้างครบถ้วน โดยเริ่มจาก                 1. ภาพวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2468 เวลา 17.28 น. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ทรงประกอบพิธียกนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ราชกิจจานุเบกษาบรรยายพิธีไว้ว่า    "เวลานั้นโหรลั่นฆ้องชัย เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์ พิณพาทย์ดนตรี ทรงสาวเชือกรอกยกนพปฏลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศขึ้นที่พร้อมบริบูรณ์"                 2. ภาพบรรพชิตจีนประกอบพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลกงเต๊กหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อนึ่ง รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระบรมราชโองการเกี่ยวกับงานกงเต๊กของพระองค์เองไว้ว่า    "ในการทำบุญ ๗ วัน เมื่อไว้พระศพก็ดี และในงานพระเมรุก็ดี ขอให้จัดทำพิธีกงเต๊ก ถ้าไม่มีใครศรัทธาทำให้ข้าพเจ้า ขอให้ทายาทของข้าพเจ้าหาพรตอานัมนิกาย จีนนิกาย มาทำให้ข้าพเจ้า"                 3. ภาพวันที่ 24 มีนาคม 2468 เวลาเช้า เป็นการอัญเชิญพระโกศพระบรมศพจากพระยานมาศสามลำคานขึ้นเกรินบันไดนาค จากนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ เจ้าพนักงานเลื่อนเกรินขึ้นเทียบพระมหาพิชัยราชรถ และพระยาวงศาภรณ์ภูษิตเชิญพระโกศขึ้นประดิษฐานบนบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ณ พลับพลาหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ก่อนจะแห่ริ้วกระบวนสู่พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ท่ามกลางประชาชนที่มาเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพ ซึ่งพระบรมราชโองการของรัชกาลที่ 6 ในเรื่องนี้มีว่า    "ในการแห่พระบรมศพ ตั้งแต่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปถึงวัดพระเชตุพน ให้ใช้พระยานมาศตามประเพณี จากวัดพระเชตุพนไปพระเมรุ ขอให้จัดแต่งรถปืนใหญ่เป็นรถพระบรมศพ เพราะข้าพเจ้าเป็นทหาร อยากจะใคร่เดินทางระยะสุดท้ายนี้อย่างทหาร"             อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งถึงการใช้รถปืนใหญ่เป็นรถพระบรมศพตามพระบรมราชโองการว่า "ไม่มีธรรมเนียม" จึงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระมหาพิชัยราชรถแทนราชรถปืนใหญ่ และไปใช้เกรินประดิษฐานล้อเกวียนปืนใหญ่เชิญพระโกศพระบรมศพในช่วงเวียนพระบรมโกศรอบพระเมรุมาศสามรอบแทน                 4. ภาพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินประทับพระราชยาน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ซึ่งประทับพระวอสีวิกากาญจน์ พร้อมกระบวนราบมายังบริเวณพระราชพิธี                   5. ภาพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับ ณ พระที่นั่งทรงธรรม ในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และคณะอัครราชทูต ทูตานุทูต และข้าทูลละอองธุลีพระบาท และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินขึ้นพระเมรุมาศ                   6. ภาพวันที่ 24 มีนาคม 2468 เวลาประมาณ 18.30 น. บรรดาข้าราชการ คณะอัครราชทูต ทูตานุทูต และข้าทูลละอองธุลีพระบาท ขึ้นสู่พระเมรุมาศเพื่อถวายพระเพลิง                   7. ภาพวันที่ 25 มีนาคม 2468 เวลาประมาณ 07.30 น. หลังถวายพระเพลิงเรียบร้อย และรัชกาลที่ 7 สรงพระบรมอัฐิแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการที่เป็นราชสกุลและราชินิกุลเดินสามหาบ 3 สำรับ 9 หาบเวียนโดยอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ                    8. ภาพการอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิลงจากพระเมรุมาศไปยังพระที่นั่งทรงธรรม และอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นสู่พระที่นั่งราเชนทรยาน ตั้งกระบวนพระบรมราชอิสริยยศ เพื่อแห่อัญเชิญจากพระเมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวังเพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลในเวลา 09.05 น. วันที่ 25 มีนาคม 2468               อนึ่ง ข้อมูลจากเว็บไซต์มูลนิธิหนังไทย ระบุว่า "กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว" ซึ่งเป็นผู้บันทึกภาพยนตร์ดังกล่าว ก่อตั้งโดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เป็นหน่วยงานผลิตภาพยนตร์ที่มีอุปกรณ์และบุคลากรพร้อมแห่งเดียวของสยามในขณะนั้น มีอุปกรณ์สำคัญต่างๆ ที่สั่งนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา           กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าวทำหน้าที่ผลิตภาพยนตร์ประเภทข่าวสารของรัฐบาล เพื่อเผยแพร่กิจการต่างๆ ของรัฐ เป็นเครื่องมือทำประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาล และเป็นเครื่องมือให้ความรู้และอบรมราษฎรในเรื่องต่าง ๆ ตามนโยบายของรัฐ นอกจากนี้ยังดำเนินกิจการในลักษณะธุรกิจ รับจ้างถ่ายทำภาพยนตร์ต่าง ๆ แก่เอกชนทั่วไป กระทั่งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475 มีการจัดตั้งกรมโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน) ทำให้กิจการของกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าวถดถอยลงและในที่สุดก็ถูกยุบไป           (*หมายเหตุ : วันที่ในรายงานชิ้นนี้ นับปี พ.ศ. แบบเก่าโดยอาศัยวันที่ 1 เมษายนเป็นวันปีใหม่ หากนับแบบปัจจุบันจะเป็น พ.ศ.2469) ขอบคุณภาพ วิดีโอ และข้อมูลจาก : - หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) https://www.youtube.com/watch?v=ccwuphWlor8 - ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 43 หน้า 209-233 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2469/D/209.PDF - วชิราวุธวิทยาลัย http://www.vajiravudh.ac.th/OVtoVC/OVtoVC_08.htm

 41,355
สังคม-อาชญากรรม
06 ต.ค. 60

มหาดไทยขอความร่วมมือสถานบันเทิง งด-ลดกิจกรรมบันเทิงช่วงเดือนตุลา

กระทรวงมหาดไทย ขอความร่วมมือสถานบริการ หรือ สถานประกอบการ งดหรือลดกิจกรรมบันเทิงในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผย ถึงแนวทาง การปฏิบัติของสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ในช่วงเดือนตุลาคม 2560 ซึ่งจะมีการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน   กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง จึงได้แจ้งให้ทุกจังหวัด ขอความร่วมมือผู้ประกอบการสถานบริการ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 และสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ งดหรือลดกิจกรรมบันเทิง เช่น การแสดงดนตรี หรือการเต้นรำ ในช่วงเดือนตุลาคม 2560 ตามช่วงเวลา และรูปแบบที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน   สำหรับการจัดงานหรือกิจกรรมที่ได้มีการเตรียมการไว้ก่อนแล้ว เช่น งานมงคลสมรส ยังสามารถจัดได้ตามปกติ โดยขอให้จัดในสถานที่ปิด และหากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตนในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สามารถติดต่อสอบถามได้ทางสายด่วน 1441 หรือดูรายละเอียดทางเว็บไซต์ www.kingrama9.net   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LZ0fmxz8DD0    

 3,180
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
06 ต.ค. 60

มหาดไทยขอความร่วมมือสถานบันเทิง งด-ลดกิจกรรมบันเทิงช่วงเดือนตุลา

กระทรวงมหาดไทย ขอความร่วมมือสถานบริการ หรือ สถานประกอบการ งดหรือลดกิจกรรมบันเทิงในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผย ถึงแนวทาง การปฏิบัติของสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ในช่วงเดือนตุลาคม 2560 ซึ่งจะมีการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน   กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง จึงได้แจ้งให้ทุกจังหวัด ขอความร่วมมือผู้ประกอบการสถานบริการ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 และสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ งดหรือลดกิจกรรมบันเทิง เช่น การแสดงดนตรี หรือการเต้นรำ ในช่วงเดือนตุลาคม 2560 ตามช่วงเวลา และรูปแบบที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน   สำหรับการจัดงานหรือกิจกรรมที่ได้มีการเตรียมการไว้ก่อนแล้ว เช่น งานมงคลสมรส ยังสามารถจัดได้ตามปกติ โดยขอให้จัดในสถานที่ปิด และหากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตนในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สามารถติดต่อสอบถามได้ทางสายด่วน 1441 หรือดูรายละเอียดทางเว็บไซต์ www.kingrama9.net   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LZ0fmxz8DD0    

 3,180
สังคม-อาชญากรรม
06 ต.ค. 60

เช็คเส้นทาง! แจ้งปิดถนน 18 สาย ซ้อมริ้วขบวนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 7 ต.ค.นี้

การซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กำหนดไว้ 3 วันคือวันที่ 7,15 และ21 ตุลาคม   โดยวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคมที่จะถึงนี้ เป็นการซ้อมย่อยครั้งแรก ซึ่งจะมีการปิดถนนชั้นใน 18 เส้นทางโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ได้แก่   ถนนราชดำเนิน ถนนสนามไชย ถนนหลักเมือง ถนนกัลยาณไมตรี ถนนเจริญกรุง ถนนพระพิพิธ ถนนท้ายวัง ถนนมหาราช(ข้างพระบรมมหาราชวัง) ถนนมหาราช(ข้างวัดพระมหาธาตุ) ถนนพระจันทร์ ถนนเศรษฐการ ถนนเชตุพน ถนนพระยาเพชร ถนนหน้าพระลาน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนราชินี ถนนพระอาทิตย์ และซอยสราญรมย์   โดยจะเริ่มปิดตั้งแต่เวลา 22.00 น.ของวันที่ 6 ตุลาคมเป็นต้นไป จนเสร็จสิ้นการซ้อม ซึ่งประชาชนที่จะเข้าชมการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ให้แต่งกายชุดสุภาพสีดำ และนำบัตรประชาชน มาแสดงที่จุดคัดกรอง เพื่อเข้าพื้นที่ท้องสนามหลวง หรือสอบถามเพิ่มเติมที่สายด่วน 1441 กอร.พระราชพิธี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/py2eG_-LO_g  

 10,609
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
06 ต.ค. 60

เช็คเส้นทาง! แจ้งปิดถนน 18 สาย ซ้อมริ้วขบวนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 7 ต.ค.นี้

การซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กำหนดไว้ 3 วันคือวันที่ 7,15 และ21 ตุลาคม   โดยวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคมที่จะถึงนี้ เป็นการซ้อมย่อยครั้งแรก ซึ่งจะมีการปิดถนนชั้นใน 18 เส้นทางโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ได้แก่   ถนนราชดำเนิน ถนนสนามไชย ถนนหลักเมือง ถนนกัลยาณไมตรี ถนนเจริญกรุง ถนนพระพิพิธ ถนนท้ายวัง ถนนมหาราช(ข้างพระบรมมหาราชวัง) ถนนมหาราช(ข้างวัดพระมหาธาตุ) ถนนพระจันทร์ ถนนเศรษฐการ ถนนเชตุพน ถนนพระยาเพชร ถนนหน้าพระลาน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนราชินี ถนนพระอาทิตย์ และซอยสราญรมย์   โดยจะเริ่มปิดตั้งแต่เวลา 22.00 น.ของวันที่ 6 ตุลาคมเป็นต้นไป จนเสร็จสิ้นการซ้อม ซึ่งประชาชนที่จะเข้าชมการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ให้แต่งกายชุดสุภาพสีดำ และนำบัตรประชาชน มาแสดงที่จุดคัดกรอง เพื่อเข้าพื้นที่ท้องสนามหลวง หรือสอบถามเพิ่มเติมที่สายด่วน 1441 กอร.พระราชพิธี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/py2eG_-LO_g  

 10,609
ข่าวในพระราชสำนัก
05 ต.ค. 60

10 คำถาม-คำตอบควรรู้ เพื่อร่วมวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9

        เมื่อวานนี้ (4 ตุลาคม 2560) เวลา 14.00 น. คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ศูนย์สื่อมวลชนงานพระราชพิธีฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่ยังมีข้อสงสัย และเรื่องที่ประชาชนควรรู้             ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ออนไลน์ได้ส่งผู้สื่อข่าวเข้าฟังการแถลงข่าว และสรุป "10 ประเด็นที่คนไทยควรรู้เกี่ยวกับวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 25-29 ตุลาคม 2560" ในรูปแบบคำถาม-คำตอบ ดังต่อไปนี้            ถาม : หมายกำหนดการพระราชพิธี และกำหนดการที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างไร ประชาชนถวายดอกไม้จันทน์เวลาใด?           ตอบ : หมายกำหนดการพระราชพิธี กำหนดการที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลาถวายดอกไม้จันทน์เป็นดังนี้   วันพุธที่ 25 ตุลาคม 2560 เวลา 17.00 น.     พระราชกุศลออกพระเมรุมาศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง   วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 07.00 น.     เชิญพระบรมศพไปพระเมรุมาศ โดยเริ่มจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ต่อไปยังพลับพลายก วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ไปยังถนนสนามไชย ถนนราชดำเนินใน เข้าสู่ถนนตัดกลางสนามหลวง หน้าพลับพลายก และสิ้นสุดที่พระเมรุมาศ (เวลา 09.00 – 16.00 น. เปิดให้ประชาชนเข้าถวายดอกไม้จันทน์ได้เป็นรอบแรก)   เวลา 17.30 น.     ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง (เวลา 18.30 – 22.00 น. เปิดให้ประชาชนเข้าถวายดอกไม้จันทน์ได้เป็นรอบสุดท้าย) และการแสดงโขนหน้าไฟ   เวลา 22.00 น.     ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง (พร้อมการแสดงมหรสพสมโภช 3 เวทีในท้องสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 23.00 น. จนถึง 06.00 น. วันรุ่งขึ้น)   วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม 2560 เวลา 08.00 น.     เก็บพระบรมอัฐิ เชิญพระโกศพระบรมอัฐิ และพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร โดยเริ่มจากพระจิตกาธานที่พระเมรุมาศ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง   วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม 2560 เวลา 17.30 น.     พระราชกุศลพระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง   วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2560   เวลา 10.30 น.     เลี้ยงพระ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท, เชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท   เวลา 17.30 น.     บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร ณ วัดราชพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร            ถาม : ช่วงพระราชพิธีจะมีการปิดการจราจรอย่างไรบ้าง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ?             ตอบ : - วันซ้อมพระราชพิธีในวันที่ 7, 15 และ 21 ตุลาคม 2560 มีการปิดการจราจรทางบกใน 13 เส้นทางในกรุงเทพมหานคร ส่วนวันพระราชพิธีจริง 25-29 ตุลาคม 2560 มีการปิดการจราจรทางบกใน 18 เส้นทางในกรุงเทพมหานคร และปิดการจราจรทางน้ำระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2560 รายละเอียดเส้นทางที่จะปิดการจราจรทั้งทางบกและทางน้ำ อ่านได้ในข่าวนี้ คลิกที่นี่           - การจราจรทางอากาศ มีการจัดเตรียมแผนการจราจรไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการขึ้นลงของเที่ยวบินของแขกสำคัญในพระราชพิธีจะไม่กระทบกับการบินภาคปกติ            ถาม : สถานที่ถวายดอกไม้จันทน์มีที่ใดบ้าง?             ตอบ : - ในกรุงเทพมหานคร มีสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์รวม 113 แห่ง ประกอบด้วย พระเมรุมาศจำลอง 9 แห่ง ได้แก่ พระลานพระราชวังดุสิต, พระปฐมบรมราชานุสรณ์รัชกาลที่ 1 ที่สะพานพุทธ, อาคารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า, สวนนาคราภิรมย์, ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร, พุทธมณฑล, ไบเทค บางนา, สนามกีฬาธูปะเคมีย์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นอกจากนี้ ยังมีซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดใหญ่ 16 จุด, ขนาดกลาง 26 จุด และขนาดเล็กใน 49 เขตอีก 62 จุด           - ในจังหวัดอื่นๆ มีสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์รวม 878 แห่ง ประกอบด้วย พระเมรุมาศจำลอง 76 แห่ง, ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดกลาง 617 จุด และขนาดเล็ก 185 จุด           - ในต่างประเทศ มีสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์รวม 96 แห่งทั่วโลก ประกอบด้วย วัด สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล สวน อาคาร และหอประชุม   (ภาพจากสำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี)           ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์ใกล้บ้านท่านได้ที่ http://kingrama9.th/SandalwoodFlowers และคณะกรรมการอำนวยการพระราชพิธีขอความร่วมมือประชาชนร่วมถวายดอกไม้จันทน์ในพื้นที่ใกล้บ้าน            ถาม : ต้องแต่งกายอย่างไรในการถวายดอกไม้จันทน์ และขั้นตอนการถวายทำอย่างไร?   (ภาพจากคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ)           ตอบ : การแต่งกายโดยสรุป เหมือนกับการแต่งกายเพื่อเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพก่อนหน้านี้ โดยรายละเอียดอ่านได้ในข่าว คลิกที่นี่ ส่วนขั้นตอนการถวาย อ่านได้ในข่าว คลิกที่นี่ แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องขั้นตอน เพราะทุกจุดจะมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาช่วยอำนวยความสะดวก และจัดขั้นตอนให้อยู่แล้ว            ถาม : ประชาชนสามารถเข้าร่วมชมริ้วขบวนพระราชพิธีในวันจริงได้หรือไม่ ในจุดใดบ้าง?             ตอบ : ได้ โดยผู้ที่จะเข้ามาชมริ้วขบวนในวันจริงจะต้องผ่านจุดคัดกรองก่อน โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจบัตรประชาชน ตรวจค้นสิ่งของและไม่อนุญาตให้นำไฟแช็ก อาวุธ ของมีคมต่างๆ เข้าไป จุดคัดกรองทั้ง 9 จุดอยู่ที่พระแม่ธรณีบีบมวยผม, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ท่าช้าง, แยกสะพานมอญ, ถนนกัลยาณไมตรี, แยกสะพานข้างโรงสี, แยกวัดพระเชตุพน, ท่าพระจันทร์ และใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า โดยจุดคัดกรองจะเปิดตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม 2560           ส่วนผู้ที่ผ่านการคัดกรองแล้ว จะรอชมริ้วขบวนได้ที่ถนนมหาราช ถนนสนามไชย และบริเวณศาลหลักเมืองเท่านั้น โดยจะต้องอยู่บนทางเท้าฝั่งตรงข้ามพระบรมมหาราชวังเท่านั้น            ถาม : ข้อปฏิบัติของประชาชนที่ร่วมชมริ้วขบวนพระราชพิธี การแต่งกาย การถ่ายภาพ ใช้โดรน ฯลฯ เป็นอย่างไร?   (ภาพจากคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ)           ตอบ : - ประชาชนที่เข้าร่วมชมริ้วขบวนพระราชพิธีวันจริง จะต้องแต่งกายเหมือนการกราบถวายสักการะพระบรมศพก่อนหน้านี้ โดยรายละเอียดอ่านได้ในข่าว คลิกที่นี่ และที่สำคัญมาก คือจะต้องมีบัตรประชาชนติดตัวมาสำหรับการผ่านจุดคัดกรอง และขอให้นำน้ำ และอาหาร สิ่งของจำเป็นติดตัวมาด้วยเพื่อความสะดวก และช่วยกันรักษาความสะอาด           - ส่วนการถ่ายภาพนั้น พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ระบุผ่านการให้สัมภาษณ์ว่า ประชาชนทั่วไปสามารถถ่ายภาพได้ ส่วนการทำภาพถ่ายทอดสด (เช่น Facebook Live) ส่วนตัวของประชาชนสามารถทำได้แต่ตนเกรงว่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตอาจจะไม่ดี เพราะมีประชาชนจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ในอาการสงบ สำรวม ไม่ผิดวิสัยของประชาชนทั่วไปพึงกระทำ และฟังคำสั่งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพระราชพิธี           - ด้านการใช้อากาศยานขนาดเล็ก (โดรน) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกประกาศห้ามทำการบินโดรนในพื้นที่บริเวณพระบรมมหาราชวัง, มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และเขตพื้นที่โดยรอบในรัศมี 19 กิโลเมตร เว้นแต่โดรนที่ปฏิบัติภารกิจในการถ่ายภาพมุมสูงของคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีฯ เท่านั้น ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ           - ส่วนผู้สื่อข่าวที่มีบัตรอนุญาตเข้าร่วมทำข่าวในจุดที่กำหนด จะไม่สามารถใช้มือถือถ่ายภาพ หรือทำการถ่ายทอดสดเอง หรือใช้กล้องขนาดเล็กถ่ายภาพได้ ต้องเป็นกล้องมาตรฐานที่กำหนดเท่านั้น            ถาม : จุดบริการประชาชน น้ำ อาหาร การแพทย์ และห้องสุขาเป็นอย่างไร?           ตอบ : สำหรับในกรุงเทพมหานครนั้น พระเมรุมาศจำลอง และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทุกแห่ง ทุกขนาด มีบริการน้ำ อาหาร และบริการทางการแพทย์เตรียมพร้อมไว้ทั้ง 113 จุด อย่างไรก็ตาม หากมีประชาชนเป็นจำนวนมากอาจทำให้น้ำและอาหารไม่ทั่วถึง จึงขอให้ประชาชนเตรียมน้ำ อาหาร ที่รับประทานง่าย ไม่บูดเสียง่ายมาเองด้วย และขอให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ทิ้งขยะในจุดที่กำหนด หรืออาจเตรียมถุงพลาสติกเพื่อความสะดวกในการเก็บขยะ           ส่วนห้องสุขา กรุงเทพมหานครได้ขอความร่วมมือหน่วยงานใกล้เคียงจุดถวายดอกไม้จันทน์ทุกจุด ให้บริการห้องสุขาแก่ประชาชน พร้อมทั้งจัดรถสุขาเคลื่อนที่ 70 คัน และตู้สุขาเคลื่อนที่อีก 150 ตู้ ไว้ในทุกจุดถวายดอกไม้จันทน์แล้ว และยังมีอีก 3 จุดที่จะให้บริการสุขา คือวัดเบญจมบพิตร, วัดราชบพิธ และบริเวณศาลอุทธรณ์           ด้านการบริการทางการแพทย์ กรุงเทพมหานครร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลกองทัพ แพทย์หลวง และโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ จัดหน่วยบริการ พร้อมการรับและส่งต่อผู้ป่วย ไว้ที่มณฑลพิธี 21 จุด และจุดถวายดอกไม้จันทน์ทุกประเภทอีก 113 จุด ตลอดงานพระราชพิธี            ถาม : มีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีทางวิทยุและทีวีหรือไม่ ประชาชนสามารถรับชม รับฟังได้ทางใด แล้วในวันพระราชพิธีจะมีรายการปกติหรือไม่?             ตอบ : - โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) จะทำการถ่ายทอดสดพระราชพิธีตลอดทั้ง 5 วันตั้งแต่ต้นจนจบตามหมายกำหนดการพระราชพิธี โดยมีผู้บรรยายรวม 24 คน มีการเชื่อมสัญญาณภาพจากภูมิภาค 8 จุด จากจุดถวายดอกไม้จันทน์อีก 7 จุด และสามารถรับชมได้ผ่านจอ LED ทั่วประเทศ           - โดยสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง จะเชื่อมสัญญาณจาก ทรท. ก่อนพระราชพิธีจริง 1 ชั่วโมง โดยระหว่าง 1 ชั่วโมงนั้นจะมีการนำเสนอสารคดีก่อน ส่วนนอกเวลาเชื่อมสัญญาณถ่ายทอดสด ทุกสถานีสามารถจัดรายการปกติได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดและตามความเหมาะสมของสถานการณ์ หากมีรายการพิเศษก็ให้แล้วแต่แต่ละสถานีจะทำรายการเพื่อแสดงความอาลัยในแนวทางของตน           - ส่วนทางวิทยุ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจะเป็นแม่ข่ายทำการถ่ายทอดเสียงสดไปยังสถานีวิทยุทุกระดับทั่วประเทศตลอดพระราชพิธีทั้ง 5 วันเช่นกัน โดยมีทีมผู้บรรยายรวม 26 คน           - ในต่างประเทศ สถานีโทรทัศน์ Thai TV Global Network (TGN) จะเชื่อมสัญญาณถ่ายทอดสดตลอดพระราชพิธีทั้ง 5 วัน เพื่อให้ผู้ที่อาศัยในต่างประเทศกว่า 177 ประเทศได้รับชม            ถาม : การแสดงมหรสพ สถานบันเทิง การแข่งขันกีฬาต่างๆ และการเปิดทำการห้างสรรพสินค้าในช่วงพระราชพิธีจะปฏิบัติอย่างไร?           ตอบ : พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ระบุว่า ใช้แนวปฏิบัติในทางเดียวกับช่วงวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2559 โดยสถานบันเทิงถ้ามีการแสดงขอให้ทำในพื้นที่ปิด สงบ สำรวม ส่วนการแสดงมหรสพและกีฬาต่างๆ โดยปกติผู้จัดก็จะพิจารณางดจัดในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่แล้ว ส่วนห้างสรรพสินค้าเปิดทำการได้ตามปกติ            ถาม : หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับงานพระราชพิธีเพิ่มเติม จะสามารถสอบถามหรือดูรายละเอียดได้ที่ใด   (ภาพจาก kingrama9.th)            ตอบ : - สามารถดูรายละเอียดได้ผ่านเว็บไซต์ www.kingrama9.net, www.kingrama9.th หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) โทร.1441 , กองประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 1555 หรือ 0 2225 7612-4           - เรื่องการคมนาคม สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม โทร. 1356 และสอบถามเส้นทางรถประจำทาง ขสมก. ได้ที่ โทร.1348           - เรื่องการแพทย์ ติดต่อศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 1646 หรือ 0-2622-9265 โทรสาร 0 2226 0248  

 58,520
ร่วมราชพิธีควรรู้
05 ต.ค. 60

10 คำถาม-คำตอบควรรู้ เพื่อร่วมวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9

        เมื่อวานนี้ (4 ตุลาคม 2560) เวลา 14.00 น. คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ศูนย์สื่อมวลชนงานพระราชพิธีฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่ยังมีข้อสงสัย และเรื่องที่ประชาชนควรรู้             ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ออนไลน์ได้ส่งผู้สื่อข่าวเข้าฟังการแถลงข่าว และสรุป "10 ประเด็นที่คนไทยควรรู้เกี่ยวกับวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 25-29 ตุลาคม 2560" ในรูปแบบคำถาม-คำตอบ ดังต่อไปนี้            ถาม : หมายกำหนดการพระราชพิธี และกำหนดการที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างไร ประชาชนถวายดอกไม้จันทน์เวลาใด?           ตอบ : หมายกำหนดการพระราชพิธี กำหนดการที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลาถวายดอกไม้จันทน์เป็นดังนี้   วันพุธที่ 25 ตุลาคม 2560 เวลา 17.00 น.     พระราชกุศลออกพระเมรุมาศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง   วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 07.00 น.     เชิญพระบรมศพไปพระเมรุมาศ โดยเริ่มจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ต่อไปยังพลับพลายก วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ไปยังถนนสนามไชย ถนนราชดำเนินใน เข้าสู่ถนนตัดกลางสนามหลวง หน้าพลับพลายก และสิ้นสุดที่พระเมรุมาศ (เวลา 09.00 – 16.00 น. เปิดให้ประชาชนเข้าถวายดอกไม้จันทน์ได้เป็นรอบแรก)   เวลา 17.30 น.     ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง (เวลา 18.30 – 22.00 น. เปิดให้ประชาชนเข้าถวายดอกไม้จันทน์ได้เป็นรอบสุดท้าย) และการแสดงโขนหน้าไฟ   เวลา 22.00 น.     ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง (พร้อมการแสดงมหรสพสมโภช 3 เวทีในท้องสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 23.00 น. จนถึง 06.00 น. วันรุ่งขึ้น)   วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม 2560 เวลา 08.00 น.     เก็บพระบรมอัฐิ เชิญพระโกศพระบรมอัฐิ และพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร โดยเริ่มจากพระจิตกาธานที่พระเมรุมาศ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง   วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม 2560 เวลา 17.30 น.     พระราชกุศลพระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง   วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2560   เวลา 10.30 น.     เลี้ยงพระ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท, เชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท   เวลา 17.30 น.     บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร ณ วัดราชพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร            ถาม : ช่วงพระราชพิธีจะมีการปิดการจราจรอย่างไรบ้าง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ?             ตอบ : - วันซ้อมพระราชพิธีในวันที่ 7, 15 และ 21 ตุลาคม 2560 มีการปิดการจราจรทางบกใน 13 เส้นทางในกรุงเทพมหานคร ส่วนวันพระราชพิธีจริง 25-29 ตุลาคม 2560 มีการปิดการจราจรทางบกใน 18 เส้นทางในกรุงเทพมหานคร และปิดการจราจรทางน้ำระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2560 รายละเอียดเส้นทางที่จะปิดการจราจรทั้งทางบกและทางน้ำ อ่านได้ในข่าวนี้ คลิกที่นี่           - การจราจรทางอากาศ มีการจัดเตรียมแผนการจราจรไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการขึ้นลงของเที่ยวบินของแขกสำคัญในพระราชพิธีจะไม่กระทบกับการบินภาคปกติ            ถาม : สถานที่ถวายดอกไม้จันทน์มีที่ใดบ้าง?             ตอบ : - ในกรุงเทพมหานคร มีสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์รวม 113 แห่ง ประกอบด้วย พระเมรุมาศจำลอง 9 แห่ง ได้แก่ พระลานพระราชวังดุสิต, พระปฐมบรมราชานุสรณ์รัชกาลที่ 1 ที่สะพานพุทธ, อาคารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า, สวนนาคราภิรมย์, ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร, พุทธมณฑล, ไบเทค บางนา, สนามกีฬาธูปะเคมีย์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นอกจากนี้ ยังมีซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดใหญ่ 16 จุด, ขนาดกลาง 26 จุด และขนาดเล็กใน 49 เขตอีก 62 จุด           - ในจังหวัดอื่นๆ มีสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์รวม 878 แห่ง ประกอบด้วย พระเมรุมาศจำลอง 76 แห่ง, ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดกลาง 617 จุด และขนาดเล็ก 185 จุด           - ในต่างประเทศ มีสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์รวม 96 แห่งทั่วโลก ประกอบด้วย วัด สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล สวน อาคาร และหอประชุม   (ภาพจากสำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี)           ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์ใกล้บ้านท่านได้ที่ http://kingrama9.th/SandalwoodFlowers และคณะกรรมการอำนวยการพระราชพิธีขอความร่วมมือประชาชนร่วมถวายดอกไม้จันทน์ในพื้นที่ใกล้บ้าน            ถาม : ต้องแต่งกายอย่างไรในการถวายดอกไม้จันทน์ และขั้นตอนการถวายทำอย่างไร?   (ภาพจากคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ)           ตอบ : การแต่งกายโดยสรุป เหมือนกับการแต่งกายเพื่อเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพก่อนหน้านี้ โดยรายละเอียดอ่านได้ในข่าว คลิกที่นี่ ส่วนขั้นตอนการถวาย อ่านได้ในข่าว คลิกที่นี่ แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องขั้นตอน เพราะทุกจุดจะมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาช่วยอำนวยความสะดวก และจัดขั้นตอนให้อยู่แล้ว            ถาม : ประชาชนสามารถเข้าร่วมชมริ้วขบวนพระราชพิธีในวันจริงได้หรือไม่ ในจุดใดบ้าง?             ตอบ : ได้ โดยผู้ที่จะเข้ามาชมริ้วขบวนในวันจริงจะต้องผ่านจุดคัดกรองก่อน โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจบัตรประชาชน ตรวจค้นสิ่งของและไม่อนุญาตให้นำไฟแช็ก อาวุธ ของมีคมต่างๆ เข้าไป จุดคัดกรองทั้ง 9 จุดอยู่ที่พระแม่ธรณีบีบมวยผม, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ท่าช้าง, แยกสะพานมอญ, ถนนกัลยาณไมตรี, แยกสะพานข้างโรงสี, แยกวัดพระเชตุพน, ท่าพระจันทร์ และใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า โดยจุดคัดกรองจะเปิดตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม 2560           ส่วนผู้ที่ผ่านการคัดกรองแล้ว จะรอชมริ้วขบวนได้ที่ถนนมหาราช ถนนสนามไชย และบริเวณศาลหลักเมืองเท่านั้น โดยจะต้องอยู่บนทางเท้าฝั่งตรงข้ามพระบรมมหาราชวังเท่านั้น            ถาม : ข้อปฏิบัติของประชาชนที่ร่วมชมริ้วขบวนพระราชพิธี การแต่งกาย การถ่ายภาพ ใช้โดรน ฯลฯ เป็นอย่างไร?   (ภาพจากคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ)           ตอบ : - ประชาชนที่เข้าร่วมชมริ้วขบวนพระราชพิธีวันจริง จะต้องแต่งกายเหมือนการกราบถวายสักการะพระบรมศพก่อนหน้านี้ โดยรายละเอียดอ่านได้ในข่าว คลิกที่นี่ และที่สำคัญมาก คือจะต้องมีบัตรประชาชนติดตัวมาสำหรับการผ่านจุดคัดกรอง และขอให้นำน้ำ และอาหาร สิ่งของจำเป็นติดตัวมาด้วยเพื่อความสะดวก และช่วยกันรักษาความสะอาด           - ส่วนการถ่ายภาพนั้น พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ระบุผ่านการให้สัมภาษณ์ว่า ประชาชนทั่วไปสามารถถ่ายภาพได้ ส่วนการทำภาพถ่ายทอดสด (เช่น Facebook Live) ส่วนตัวของประชาชนสามารถทำได้แต่ตนเกรงว่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตอาจจะไม่ดี เพราะมีประชาชนจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ในอาการสงบ สำรวม ไม่ผิดวิสัยของประชาชนทั่วไปพึงกระทำ และฟังคำสั่งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพระราชพิธี           - ด้านการใช้อากาศยานขนาดเล็ก (โดรน) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกประกาศห้ามทำการบินโดรนในพื้นที่บริเวณพระบรมมหาราชวัง, มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และเขตพื้นที่โดยรอบในรัศมี 19 กิโลเมตร เว้นแต่โดรนที่ปฏิบัติภารกิจในการถ่ายภาพมุมสูงของคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีฯ เท่านั้น ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ           - ส่วนผู้สื่อข่าวที่มีบัตรอนุญาตเข้าร่วมทำข่าวในจุดที่กำหนด จะไม่สามารถใช้มือถือถ่ายภาพ หรือทำการถ่ายทอดสดเอง หรือใช้กล้องขนาดเล็กถ่ายภาพได้ ต้องเป็นกล้องมาตรฐานที่กำหนดเท่านั้น            ถาม : จุดบริการประชาชน น้ำ อาหาร การแพทย์ และห้องสุขาเป็นอย่างไร?           ตอบ : สำหรับในกรุงเทพมหานครนั้น พระเมรุมาศจำลอง และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทุกแห่ง ทุกขนาด มีบริการน้ำ อาหาร และบริการทางการแพทย์เตรียมพร้อมไว้ทั้ง 113 จุด อย่างไรก็ตาม หากมีประชาชนเป็นจำนวนมากอาจทำให้น้ำและอาหารไม่ทั่วถึง จึงขอให้ประชาชนเตรียมน้ำ อาหาร ที่รับประทานง่าย ไม่บูดเสียง่ายมาเองด้วย และขอให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ทิ้งขยะในจุดที่กำหนด หรืออาจเตรียมถุงพลาสติกเพื่อความสะดวกในการเก็บขยะ           ส่วนห้องสุขา กรุงเทพมหานครได้ขอความร่วมมือหน่วยงานใกล้เคียงจุดถวายดอกไม้จันทน์ทุกจุด ให้บริการห้องสุขาแก่ประชาชน พร้อมทั้งจัดรถสุขาเคลื่อนที่ 70 คัน และตู้สุขาเคลื่อนที่อีก 150 ตู้ ไว้ในทุกจุดถวายดอกไม้จันทน์แล้ว และยังมีอีก 3 จุดที่จะให้บริการสุขา คือวัดเบญจมบพิตร, วัดราชบพิธ และบริเวณศาลอุทธรณ์           ด้านการบริการทางการแพทย์ กรุงเทพมหานครร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลกองทัพ แพทย์หลวง และโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ จัดหน่วยบริการ พร้อมการรับและส่งต่อผู้ป่วย ไว้ที่มณฑลพิธี 21 จุด และจุดถวายดอกไม้จันทน์ทุกประเภทอีก 113 จุด ตลอดงานพระราชพิธี            ถาม : มีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีทางวิทยุและทีวีหรือไม่ ประชาชนสามารถรับชม รับฟังได้ทางใด แล้วในวันพระราชพิธีจะมีรายการปกติหรือไม่?             ตอบ : - โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) จะทำการถ่ายทอดสดพระราชพิธีตลอดทั้ง 5 วันตั้งแต่ต้นจนจบตามหมายกำหนดการพระราชพิธี โดยมีผู้บรรยายรวม 24 คน มีการเชื่อมสัญญาณภาพจากภูมิภาค 8 จุด จากจุดถวายดอกไม้จันทน์อีก 7 จุด และสามารถรับชมได้ผ่านจอ LED ทั่วประเทศ           - โดยสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง จะเชื่อมสัญญาณจาก ทรท. ก่อนพระราชพิธีจริง 1 ชั่วโมง โดยระหว่าง 1 ชั่วโมงนั้นจะมีการนำเสนอสารคดีก่อน ส่วนนอกเวลาเชื่อมสัญญาณถ่ายทอดสด ทุกสถานีสามารถจัดรายการปกติได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดและตามความเหมาะสมของสถานการณ์ หากมีรายการพิเศษก็ให้แล้วแต่แต่ละสถานีจะทำรายการเพื่อแสดงความอาลัยในแนวทางของตน           - ส่วนทางวิทยุ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจะเป็นแม่ข่ายทำการถ่ายทอดเสียงสดไปยังสถานีวิทยุทุกระดับทั่วประเทศตลอดพระราชพิธีทั้ง 5 วันเช่นกัน โดยมีทีมผู้บรรยายรวม 26 คน           - ในต่างประเทศ สถานีโทรทัศน์ Thai TV Global Network (TGN) จะเชื่อมสัญญาณถ่ายทอดสดตลอดพระราชพิธีทั้ง 5 วัน เพื่อให้ผู้ที่อาศัยในต่างประเทศกว่า 177 ประเทศได้รับชม            ถาม : การแสดงมหรสพ สถานบันเทิง การแข่งขันกีฬาต่างๆ และการเปิดทำการห้างสรรพสินค้าในช่วงพระราชพิธีจะปฏิบัติอย่างไร?           ตอบ : พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ระบุว่า ใช้แนวปฏิบัติในทางเดียวกับช่วงวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2559 โดยสถานบันเทิงถ้ามีการแสดงขอให้ทำในพื้นที่ปิด สงบ สำรวม ส่วนการแสดงมหรสพและกีฬาต่างๆ โดยปกติผู้จัดก็จะพิจารณางดจัดในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่แล้ว ส่วนห้างสรรพสินค้าเปิดทำการได้ตามปกติ            ถาม : หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับงานพระราชพิธีเพิ่มเติม จะสามารถสอบถามหรือดูรายละเอียดได้ที่ใด   (ภาพจาก kingrama9.th)            ตอบ : - สามารถดูรายละเอียดได้ผ่านเว็บไซต์ www.kingrama9.net, www.kingrama9.th หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) โทร.1441 , กองประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 1555 หรือ 0 2225 7612-4           - เรื่องการคมนาคม สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม โทร. 1356 และสอบถามเส้นทางรถประจำทาง ขสมก. ได้ที่ โทร.1348           - เรื่องการแพทย์ ติดต่อศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 1646 หรือ 0-2622-9265 โทรสาร 0 2226 0248  

 58,520
สังคม-อาชญากรรม
05 ต.ค. 60

แจ้งปิดเส้นทางโดยรอบสนามหลวง ช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

นายชัยวัฒน์ บุญชวลิต ผู้อำนวยการสถาบันการประสัมพันธ์ กล่าวในงานแถลงข่าว งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แจ้งการปิดเส้นทางโดยรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังว่า   ในช่วงวันซ้อมใหญ่วันที่ 7, 15, 21 ต.ค.2560 และวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ วันที่ 26 ต.ค.2560 คณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและจราจร จะดำเนินการปิดการจราจรงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยเส้นทางปิดจราจรทางบก 13 เส้นทาง ได้แก่ ถนนเจริญกรุง, ถนนสุรวงศ์, ถนนพระราม6, ถนนพิษณุโลก, ถนนราชดำเนินกลาง, ถนนเพลินจิต, ถนนสาทรใต้, ถนนสาทรเหนือ, ถนนพระราม 4, ถนนสุขุมวิท, ถนนวิทยุ, ถนนราชดำเนินใน และถนนสนามไชย   ซึ่งประชาชนที่จะเดินทางร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดการจราจรโดยรอบท้องสนามหลวงในหลายเส้นทาง พร้อมทั้งห้ามนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เข้าจอดรถส่วนบุคคล ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่วันที่ 25-29 ต.ค.2560   ดังนี้ ถนนราชดำเนินใน, ถนนสนามไชย (ทั้งเส้น), ถนนหลักเมือง, ถนนกัลยาณไมตรี, ถนนเจริญกรุง, ถนนพระพิพิธ, ถนนท้ายวัง, ถนนมหาราช (ข้างพระบรมมหาราชวัง), ถนนมหาราช (ข้างวัดพระมหาธาตุ), ถนนพระจันทร์, ถนนเศรษฐการ, ถนนเชตุพน, ถนนพระยาเพชร, ถนนหน้าพระลาน, ถนนหน้าพระธาตุ, ถนนราชินี, ถนนพระอาทิตย์ และซอยสราญรมย์   ขณะที่หากประชาชนเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนบุคคล สามารถนำรถมาจอดได้ตามจุดต่างๆ ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม2, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต, บางใหญ่, พุทธมณฑลสาย4, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลศาลายา, เมืองทองธานี, เมกะบางนา, สนามม้านางเลิ้ง, ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต และสโมสรตำรวจ   ส่วนเส้นทางปิดจราจรทางน้ำ ตั้งแต่วันที่ 25-27 ต.ค.2560 และวันที่ 29 ต.ค.2560 เพื่อรองรับผู้โดยสารเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ โดยกรมเจ้าท่าประกาศกำหนดให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่ควบคุมการเดินเรือเฉพาะคราว ดังนี้ ด้านเหนือ สะพานกรุงธนบุรี ด้านใต้ สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน วันที่ 25 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 12.00-21.00 น. วันที่ 26 ต.ค. เวลา 06.00-23.00 น. วันที่ 27 ต.ค. เวลา 08.00-14.00 น.   อย่างไรก็ตาม ห้ามเรือเดินทะเล เรือที่ลากจูงเรือลำเลียงสินค้า เรือบรรทุกสินค้าอันตราย ผ่านตามวันเวลาที่กำหนด ยกเว้นเรือของหน่วยราชการ ที่รักษาการณ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ส่วนเรือด่วนเจ้าพระยา งดใช้ท่าเรือท่าช้าง ท่าพระอาทิตย์ และท่าราชินี ด้านเหนือให้ใช้ท่าเรือเทเวศร์ ด้านใต้ให้ใช้ท่าเรือตลาดยอดพิมาน   ขณะเดียวกันกรมท่าเรือ และสมาคมเรือไทย เปิดให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ดังนี้ ด้านเหนือ ให้บริการรับ-ส่ง จำนวน-ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือกระทรวงพาณิชย์ ท่าเรือท่าน้ำนนทบุรี ท่าเรือสะพานพระราม 8 ด้านใต้ ให้บริการรับ-ส่ง จำนวน 2 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือสาทร ท่าเรือยอดพิมาน ในวันที่ 25-26 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. และวันที่ 27 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/URn0ngUDnBA    

 9,512
ร่วมราชพิธีควรรู้
05 ต.ค. 60

แจ้งปิดเส้นทางโดยรอบสนามหลวง ช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

นายชัยวัฒน์ บุญชวลิต ผู้อำนวยการสถาบันการประสัมพันธ์ กล่าวในงานแถลงข่าว งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แจ้งการปิดเส้นทางโดยรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังว่า   ในช่วงวันซ้อมใหญ่วันที่ 7, 15, 21 ต.ค.2560 และวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ วันที่ 26 ต.ค.2560 คณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและจราจร จะดำเนินการปิดการจราจรงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยเส้นทางปิดจราจรทางบก 13 เส้นทาง ได้แก่ ถนนเจริญกรุง, ถนนสุรวงศ์, ถนนพระราม6, ถนนพิษณุโลก, ถนนราชดำเนินกลาง, ถนนเพลินจิต, ถนนสาทรใต้, ถนนสาทรเหนือ, ถนนพระราม 4, ถนนสุขุมวิท, ถนนวิทยุ, ถนนราชดำเนินใน และถนนสนามไชย   ซึ่งประชาชนที่จะเดินทางร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดการจราจรโดยรอบท้องสนามหลวงในหลายเส้นทาง พร้อมทั้งห้ามนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เข้าจอดรถส่วนบุคคล ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่วันที่ 25-29 ต.ค.2560   ดังนี้ ถนนราชดำเนินใน, ถนนสนามไชย (ทั้งเส้น), ถนนหลักเมือง, ถนนกัลยาณไมตรี, ถนนเจริญกรุง, ถนนพระพิพิธ, ถนนท้ายวัง, ถนนมหาราช (ข้างพระบรมมหาราชวัง), ถนนมหาราช (ข้างวัดพระมหาธาตุ), ถนนพระจันทร์, ถนนเศรษฐการ, ถนนเชตุพน, ถนนพระยาเพชร, ถนนหน้าพระลาน, ถนนหน้าพระธาตุ, ถนนราชินี, ถนนพระอาทิตย์ และซอยสราญรมย์   ขณะที่หากประชาชนเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนบุคคล สามารถนำรถมาจอดได้ตามจุดต่างๆ ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม2, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต, บางใหญ่, พุทธมณฑลสาย4, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลศาลายา, เมืองทองธานี, เมกะบางนา, สนามม้านางเลิ้ง, ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต และสโมสรตำรวจ   ส่วนเส้นทางปิดจราจรทางน้ำ ตั้งแต่วันที่ 25-27 ต.ค.2560 และวันที่ 29 ต.ค.2560 เพื่อรองรับผู้โดยสารเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ โดยกรมเจ้าท่าประกาศกำหนดให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่ควบคุมการเดินเรือเฉพาะคราว ดังนี้ ด้านเหนือ สะพานกรุงธนบุรี ด้านใต้ สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน วันที่ 25 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 12.00-21.00 น. วันที่ 26 ต.ค. เวลา 06.00-23.00 น. วันที่ 27 ต.ค. เวลา 08.00-14.00 น.   อย่างไรก็ตาม ห้ามเรือเดินทะเล เรือที่ลากจูงเรือลำเลียงสินค้า เรือบรรทุกสินค้าอันตราย ผ่านตามวันเวลาที่กำหนด ยกเว้นเรือของหน่วยราชการ ที่รักษาการณ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ส่วนเรือด่วนเจ้าพระยา งดใช้ท่าเรือท่าช้าง ท่าพระอาทิตย์ และท่าราชินี ด้านเหนือให้ใช้ท่าเรือเทเวศร์ ด้านใต้ให้ใช้ท่าเรือตลาดยอดพิมาน   ขณะเดียวกันกรมท่าเรือ และสมาคมเรือไทย เปิดให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ดังนี้ ด้านเหนือ ให้บริการรับ-ส่ง จำนวน-ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือกระทรวงพาณิชย์ ท่าเรือท่าน้ำนนทบุรี ท่าเรือสะพานพระราม 8 ด้านใต้ ให้บริการรับ-ส่ง จำนวน 2 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือสาทร ท่าเรือยอดพิมาน ในวันที่ 25-26 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. และวันที่ 27 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/URn0ngUDnBA    

 9,512
สังคม-อาชญากรรม
05 ต.ค. 60

'ออมสิน' ขอ ปชช.เข้าใจพื้นที่พระราชพิธีจุคนได้จำกัด ขอให้อยู่ในพื้นที่ตัวเองชมถ่ายทอดสด

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงข่าว งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   โดยอยากเชิญชวนให้ประชาชนร่วมพิธีในพื้นที่ของตัวเอง เนื่องด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ และมีการถ่ายทอดสดตามเวลาจริง   รวมถึงได้รับความร่วมมือจากในการรับสัญญาณถ่ายทอดสดเสมือนประชาชนได้อยู่ร่วมในพิธีจริง และในช่วงดังกล่าวมีการปิดเส้นทางจราจรหลายเส้นทาง ถ้าเดินเข้ามาในบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวงก็จะไม่ได้รับความสะดวก เพราะต้องใช้การเดินทางด้วยรถหรือเรือสาธารณะและต้องเดินเท้าต่อ และเหตุสำคัญคือต้องการให้ประชาชนที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ได้สัมผัสและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ในหลวงร.9ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยือนราษฎรของพระองค์มาแล้วทั่วประเทศ ผ่านการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระราชกรณียกิจของในหลวงร.9 และหลังงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนได้ชื่นชมพระเมรุมาศและนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย.2560   รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า ในช่วงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จะมีการปิดถนนหลายเส้นทางและคาดว่าประชาชนอาจจะมาร่วมพระราชพิธีฯมากเช่นกัน ถึงแม้เตรียมอาหาร น้ำดื่ม รถสุขา รถ และเรือสาธารณะไว้ให้บริการฟรี แต่อาจไม่ทั่วถึง จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนเตรียมพร้อมดูแลตัวเองเบื้องต้นในการรับประทานอาหารมาก่อน หรือนำอาหารและน้ำดื่มติดตัวมาด้วย เตรียมยาประจำตัวมาให้พร้อม และสิ่งสำคัญคือบัตรประจำตัวประชาชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YFk_rwCB2L8  

 2,400
ร่วมราชพิธีควรรู้
05 ต.ค. 60

'ออมสิน' ขอ ปชช.เข้าใจพื้นที่พระราชพิธีจุคนได้จำกัด ขอให้อยู่ในพื้นที่ตัวเองชมถ่ายทอดสด

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงข่าว งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   โดยอยากเชิญชวนให้ประชาชนร่วมพิธีในพื้นที่ของตัวเอง เนื่องด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ และมีการถ่ายทอดสดตามเวลาจริง   รวมถึงได้รับความร่วมมือจากในการรับสัญญาณถ่ายทอดสดเสมือนประชาชนได้อยู่ร่วมในพิธีจริง และในช่วงดังกล่าวมีการปิดเส้นทางจราจรหลายเส้นทาง ถ้าเดินเข้ามาในบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวงก็จะไม่ได้รับความสะดวก เพราะต้องใช้การเดินทางด้วยรถหรือเรือสาธารณะและต้องเดินเท้าต่อ และเหตุสำคัญคือต้องการให้ประชาชนที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ได้สัมผัสและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ในหลวงร.9ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยือนราษฎรของพระองค์มาแล้วทั่วประเทศ ผ่านการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระราชกรณียกิจของในหลวงร.9 และหลังงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนได้ชื่นชมพระเมรุมาศและนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย.2560   รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า ในช่วงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จะมีการปิดถนนหลายเส้นทางและคาดว่าประชาชนอาจจะมาร่วมพระราชพิธีฯมากเช่นกัน ถึงแม้เตรียมอาหาร น้ำดื่ม รถสุขา รถ และเรือสาธารณะไว้ให้บริการฟรี แต่อาจไม่ทั่วถึง จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนเตรียมพร้อมดูแลตัวเองเบื้องต้นในการรับประทานอาหารมาก่อน หรือนำอาหารและน้ำดื่มติดตัวมาด้วย เตรียมยาประจำตัวมาให้พร้อม และสิ่งสำคัญคือบัตรประจำตัวประชาชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YFk_rwCB2L8  

 2,400
สังคม-อาชญากรรม
04 ต.ค. 60

รบ.เตรียมกำลังรองรับ รักษาความปลอดภัยช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเตรียมการรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า   รัฐบาลได้เปิดกองอำนวยการร่วมของกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา พร้อมจัดคนเข้าไปดูแลทั้งหมด ทั้งการเดินทาง ดูแลคน รวมถึงการซ้อมในพระราชพิธี เพื่อให้มีความพร้อม ซึ่งพระราชพิธีนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคนไทย และคนทั่วโลก ดังนั้นประชาชนต้องร่วมมือกันสร้างความปลอดภัย โดยผู้ที่จะเข้ามาในบริเวณพื้นที่ท้องสนามหลวงจะต้องมีบัตร ส่วนผู้ที่ไม่มีบัตรจะมีสถานที่เตรียมไว้ให้   ทั้งนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ไว้รองรับ โดยมีทั้งจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จิตอาสา พร้อมดูแลพระเมรุมาศจำลองในกทม. 9 แห่ง และทั่วประเทศอีก 76 แห่ง การเตรียมความพร้อมนั้นได้ประชุมสั่งการไปหมดแล้ว และมีการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดศูนย์อำนวยการไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธี โดยทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1441   ด้านพลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันการข่าวไม่พบการเคลื่อนไหว และการตระเตรียมยุทโธปกรณ์ เพื่อสร้างสถานการณ์ในช่วงงานพระราชพิธี มั่นใจว่าตำรวจ,ทหาร และฝ่ายความมั่นคง จะดูแลสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย   โดยยอมรับว่าก่อนหน้านี้ กลุ่มที่ก่อเหตุในพื้นที่เกาะสมุย และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นกลุ่มเดียวกัน โดยก่อเหตุเพื่ออุดมการณ์ ไม่ใช่เป็นการรับจ้าง ซึ่งมีการเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ด้วย   ส่วนการใช้โซเชียลมีเดีย เป็นช่องทางเคลื่อนไหว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ให้ราคากับคนในโซเชียล เนื่องจากไม่สามารถจับต้องได้เป็นกลุ่มที่มโนไปเอง แต่ตำรวจก็ไม่ประมาทมีการเฝ้าระวังในทุกมิติ รวมทั้งกลุ่มที่ถูกจับกุมอาวุธสงครามในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ก่อนหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน และใช้โซเชียลเป็นพื้นที่การเคลื่อนไหว ได้มีการเฝ้าระวังและจับตาเพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อน       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oFgrOIJdK2s    

 1,012
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
04 ต.ค. 60

รบ.เตรียมกำลังรองรับ รักษาความปลอดภัยช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเตรียมการรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า   รัฐบาลได้เปิดกองอำนวยการร่วมของกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา พร้อมจัดคนเข้าไปดูแลทั้งหมด ทั้งการเดินทาง ดูแลคน รวมถึงการซ้อมในพระราชพิธี เพื่อให้มีความพร้อม ซึ่งพระราชพิธีนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคนไทย และคนทั่วโลก ดังนั้นประชาชนต้องร่วมมือกันสร้างความปลอดภัย โดยผู้ที่จะเข้ามาในบริเวณพื้นที่ท้องสนามหลวงจะต้องมีบัตร ส่วนผู้ที่ไม่มีบัตรจะมีสถานที่เตรียมไว้ให้   ทั้งนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ไว้รองรับ โดยมีทั้งจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จิตอาสา พร้อมดูแลพระเมรุมาศจำลองในกทม. 9 แห่ง และทั่วประเทศอีก 76 แห่ง การเตรียมความพร้อมนั้นได้ประชุมสั่งการไปหมดแล้ว และมีการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดศูนย์อำนวยการไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธี โดยทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1441   ด้านพลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันการข่าวไม่พบการเคลื่อนไหว และการตระเตรียมยุทโธปกรณ์ เพื่อสร้างสถานการณ์ในช่วงงานพระราชพิธี มั่นใจว่าตำรวจ,ทหาร และฝ่ายความมั่นคง จะดูแลสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย   โดยยอมรับว่าก่อนหน้านี้ กลุ่มที่ก่อเหตุในพื้นที่เกาะสมุย และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นกลุ่มเดียวกัน โดยก่อเหตุเพื่ออุดมการณ์ ไม่ใช่เป็นการรับจ้าง ซึ่งมีการเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ด้วย   ส่วนการใช้โซเชียลมีเดีย เป็นช่องทางเคลื่อนไหว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ให้ราคากับคนในโซเชียล เนื่องจากไม่สามารถจับต้องได้เป็นกลุ่มที่มโนไปเอง แต่ตำรวจก็ไม่ประมาทมีการเฝ้าระวังในทุกมิติ รวมทั้งกลุ่มที่ถูกจับกุมอาวุธสงครามในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ก่อนหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน และใช้โซเชียลเป็นพื้นที่การเคลื่อนไหว ได้มีการเฝ้าระวังและจับตาเพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อน       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oFgrOIJdK2s    

 1,012

Top