ค้นหา :

ผลการค้นหา "ค้ามนุษย์"

การเมือง
29 มิ.ย. 61

ไทยกลับขึ้นเทียร์ 2 ทิปรีพอร์ตในรอบ 10 ปี สหรัฐฯชี้เห็นความพยายามแก้ปัญหาค้ามนุษย์

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เผยแพร่รายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ (ทิปรีพอร์ต) ประจำปี 2561 โดยประเทศไทยปีนี้ได้รับการปรับสถานะดีขึ้น อยู่ที่เทียร์ 2 หรือ ประเทศที่มีความพยายามอย่างเห็นได้ชัด ที่จะพัฒนาให้ถึงระดับมาตรฐาน หลังติดอยู่เทียร์ 3 เป็นเวลา 2 ปี และ เทียร์ 2 เฝ้าระวัง หรือ เทียร์ 2 วอชลิสต์ อีก 2 ปี ถือเป็นการผงาดกลับสู่เทียร์ 2 อีกครั้งในรอบเกือบ 10 ปี หลังจากปี 2552   ในรายงานระบุว่า รัฐบาลไทยยังปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของทิปรีพอร์ตไม่ครบถ้วน แต่มีความพยายามอย่างมีนัยสำคัญเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าในการพยายามแก้ปัญหาค้ามนุษย์ จึงปรับการจัดอันดับขึ้นจากเดิม เทียร์ 2 เฝ้าระวัง หรือ เทียร์ 2 วอชลิสต์ เป็นเทียร์ 2 โดยรัฐบาลไทยมีความพยายามในการดำเนินคดีและเอาผิดกับผู้ค้ามนุษย์และสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการ   โดยในปีที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่รัฐถูกดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์ จำนวน 12 คน ซึ่ง 11 คนมีความเกี่ยวข้องกับผู้อพยพชาวโรงฮิงญา อีกทั้งรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับข้อกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้ กลุ่มเอ็นจีโอสามารถให้ความช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ได้โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐ และก่อตั้งหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ ประกอบด้วย ผู้บังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐ และเอ็นจีโอ ร่วมมือกันดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงปกป้องเหยื่อค้ามนุษย์   แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ รัฐบาลไทยก็ยังคงปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของทิปรีพอร์ตไม่ครบถ้วน โดยดำเนินคดีและจับกุมผู้กระทำความผิดได้น้อยลงกว่าเดิมในปีที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐบาลได้เพิ่มการตรวจสอบไปยังกลุ่มแรงงานในโรงงาน อีกทั้งยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดในการค้ามนุษย์ในระดับเจ้าหน้าที่รัฐคอยขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ด้วย ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้จับกุมเหยื่อค้ามนุษย์บางรายที่เกี่ยวข้องกับคดี โดยยังคงไม่แน่ใจว่าจะสืบสวนสอบสวนได้สำเร็จหรือไม่ เนื่องจากกลัวว่าจะถูกตั้งข้อหาและโดนใส่ร้ายป้ายสี   ทั้งนี้ ในรายงานดังกล่าวยังแนะนำด้วยว่า ขอให้เดินหน้าบังคับใช้กฎหมาย ตรวจสอบแรงงาน และช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ ซึ่งรวมถึงแรงงานอพยพ คนไร้รัฐ เด็กและผู้ลี้ภัย และให้ความเชื่อมั่นด้วยว่าบุคคลเหล่านี้จะไม่ถูกจับกุม กักขัง หรือเนรเทศในคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์   รวมถึงขอให้จริงจังกับการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีเพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ในรูปแบบการค้าประเวณี และแรงงานบังคับในภาคประมง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/o5onmHUERl0

 1,904
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
19 เม.ย. 61

เปิดคำพิพากษาคดีค้ากามน้ำเพียงดิน 'ดาบยุทธ' อ่วมโดนคุก 320 ปี ส่วนจำเลยที่เหลือโดนลดหลั่น 8-176 ปี

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คืบหน้าคดีค้ากามน้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน ล่าสุด ศาลสั่งจำคุก ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ กับพวกรวม 8 คนเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ 320 ปี ลดโทษเหลือ 50 ปี จำเลยอีก 7 คนโดนโทษ 8-176 ปี พร้อมให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ร่วมด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ULZnNxq3oYk  

 6,337
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
19 เม.ย. 61

'ชูวิทย์' เปิดโปงขบวนการค้ากามในเยอรมัน หลังรวบแม่เล้าชาวไทยลักลอบพาเหยื่อเข้าประเทศ

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เจาะคดีชาวเยอรมันและชาวไทยถูกหน่วยคอมมานโดตำรวจเยอรมันจับกุมรวมกว่า 100 ราย ในการบุกจู่โจมแก๊งอาชญากรรมที่เกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์ และการบังคับค้าประเวณีเพื่อทลายซ่องโสเภณีใน 12 รัฐทั่วเยอรมัน   โดยเหยื่อที่เป็นผู้หญิงและคนข้ามเพศถูกลักลอบนำเข้ามาโดยใช้วีซ่าปลอม อ้างว่าจะพามาทำงานร้านนวด ทั้งนี้มีรายงานว่าหญิงไทยอายุ 59 ปีคนหนึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง   เมื่อเหยื่อเดินทางจากไทยถึงเยอรมัน จะถูกจัดให้ทำงาน โดยเคลื่อนย้ายไปตามเครือข่ายซ่องโสเภณี พวกเขาจะถูกบังคับให้จ่ายเงินทั้งหมดที่พวกเขาหาได้ให้กับสมาชิกแก๊ง โดยอ้างว่าเป็นค่าวีซ่าปลอมเข้าเขตเชงเงิน ปลอดพรมแดนของยุโรป ที่สูงหลายหมื่นยูโร    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kkCgt0K0foU  

 5,025
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.พ. 61

'สมยศ' แจงปมยืมเงิน 'เสี่ยกำพล' 300 ล้าน พร้อมให้ตรวจสอบ ยัน รายงาน ป.ป.ช.แล้ว

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ชี้แจงกรณีมีชื่อพัวพันกับนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ผู้ต้องหาค้ามนุษย์   โดยพล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า การโอนเงินดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่เป็นการโอนจากงานกิจกรรมการกุศลและยืมส่วนตัว ตนรู้จักกับนายกำพลมากกว่า 20 ปี จากการแนะนำของเพื่อนในวงการพระเครื่อง จึงคบหากันมา ตนเคยเดือดร้อนไปขอความช่วยเหลือนายกำพลหลายครั้ง นายกำพลให้ความช่วยเหลือตน 3-4 ครั้ง รวมแล้วเป็นเงินที่ปรากฏตามข่าว 300 กว่าล้านบาท   มีการโอนเงินผ่านธนาคารเข้าระบบธุรกรรมการเงินอย่างชัดเจน จึงมีเส้นทางการเงินปรากฏว่านายกำพลโอนเงินมาให้ผม แต่ในปีเดียวกันนายกำพลมาขอเงินคืน ผมก็คืนเงินให้นายกำพลเรียบร้อยผ่านธุรกรรมการเงินของธนาคาร ที่สำคัญเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับการกู้ยืมเงินหรือการโอนเงินผ่านระบบธนาคาร ได้รายงานให้ ป.ป.ช.เรียบร้อยเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นแล้วธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับนายกำพลมีจริง แต่ผ่านระบบต่างๆ ตามกฎหมาย มีสัญญาถูกต้อง มีการโอนเงิน ใช้เงิน ชดใช้หนี้สินกันเรียบร้อย   พร้อมยืนยันว่าไม่มีเหตุผลที่ตนต้องปกปิด เพราะไม่ได้คิดว่าเงินจำนวนนี้เป็นเงินผิดกฎหมาย แต่ถ้าสังคมหรือใครก็ตามสงสัยว่าเงินที่มาให้ตนยืม หรือมาช่วยเหลือคนก็ดี เป็นเงินที่มาจากการทำธุรกิจผิดกฎหมาย อันนี้ต้องไปถามนายกำพลว่าเขาเอาเงินที่ไหนมาให้ตนยืม ตนตอบไม่ได้ เพราะตนไปยืมเงินใครคงไม่กล้าไปถามเขาว่าเงินที่คุณเอามาให้ยืม คุณไปปล้นเขามาหรือเปล่า หรือคุณไปค้ายาเสพติดมาหรือเปล่า ยืมก็คือยืม ช่วยก็คือช่วย ช่วยแล้วไม่ได้หายไปไหน เงินก็เอากลับไปคืน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uLqfsLvk61g    

 4,276
สังคม-อาชญากรรม
27 ม.ค. 61

ตร.บินด่วนมาเลย์ช่วยคนไทยเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกกักขัง-ทรมาน

ตำรวจท่องเที่ยวบินด่วนประสานทางการมาเลเซีย ช่วยเหลือคนไทยถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก   พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. นำทีมบินด่วนไปกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย บุกช่วยเหลือคนไทยที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์กักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายร่างกายบังคับให้ร่วมกระทำผิด หลังมี 1 ในเหยื่อออกอุบายว่าพ่อแม่ป่วย ฉวยโอกาสหนีกลับไทยมาขอความช่วยเหลือตำรวจ แฉถูกหลอกผ่านนายหน้าแรงงานหลอกให้ไปทำงานเป็นพ่อครัว แต่เมื่อไปถึงกลับถูกส่งไปฝึกงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กัมพูชา ก่อนจะโดนส่งต่อมาทำที่มาเลเซีย เผยหากขัดขืนจะถูกมีดกรีดแขน ฟาดด้วยสายไฟ โดยสามารถจับผู้ต้องหาได้แล้ว 5 ราย                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/kRrySgxmxx8

 5,709
สังคม-อาชญากรรม
22 ม.ค. 61

ดีเอสไอ เร่งตรวจสำนวนคดีค้ามนุษย์วิคตอเรียซีเครท ด้าน 'ชูวิทย์' หอบหลักฐานยัน 'เสี่ยกำพล' เป็นเจ้าของตัวจริง

ดีเอสไอ ประชุมตรวจสำนวนคดีค้ามนุษย์วิคตอเรีย ซีเครท หลังรับสำนวนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้านชูวิทย์ อดีตเจ้าของหอบหลักฐานยืนยัน เสี่ยกำพลเจ้าของตัวจริง   พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยภายหลังการประชุมแนวทางการสืบสวนสอบสวนขบวนการค้ามนุษย์ สถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครทและตรวจสำนวนคดีของตำรวจวังทองหลาง หลังเข้าไปรับสำนวนคดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งต้องดูรายละเอียดในสำนวนคดีเพราะมีจำนวนกว่า 3,500 แผ่น ทั้งคำให้การต่างๆของพยานที่ตำรวจได้สอบปากคำไปแล้วว่ามีความสมบูรณ์เพียงใด. แต่ยืนยันดีเอสไอ จะดำเนินการสืบสวนขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเส้นทางการเงินของขบวนการดังกล่าวประกอบในสำนวนเอาเอาผิดบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยหลังจากนี้จะมีการประชุมติดตามในทุกวันจันทร์และวันศุกร์ เพื่อที่จะวางแนวทางร่วมกันของคณะพนักงานสอบสวนดคีพิเศษที่จะตั้งขึ้นมาสอบสวนขยายผลคดีนี้โดยเฉพาะ    ส่วนตัวนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ หรือเสี่ยกำพล ที่ถูกออกหมายจับกับพวกยังไม่มีการประสานเข้ามอบตัวแต่อย่างใด แต่ก็ไม่มีรายงานจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่ามีการเดินทางออกนอกประเทศ    ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตเจ้าของอาบอบนวดแห่งนี้ได้นำหลักฐานภาพถ่ายของนายกำพล และนางนิภา วิระเทพสุภรณ์ ที่ถ่ายภายในอาบอบอวดดังกล่าว เพื่อยืนยันว่าทั้งคู่คือเจ้าของที่แท้จริงไม่ใช่เพียงนางสาวศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำในขณะนี้เท่านั้น จึงอยากให้ดีเอสไอเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลเหล่านี้ก่อนที่จะมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน และฝากเตือนผู้ที่มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังและเกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านี้ว่าอาจจะมีความผิดเช่นเดียวกัน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 10,910
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 61

ดีเอสไอเซ็นรับคดีค้ามนุษย์วิคตอเรียซีเคร็ทเป็นคดีพิเศษแล้ว พร้อมเตรียมฝากขังหุ้นส่วน

พันตำรวจโทสุภัทร์ ธรรมธนารักษ์ ผู้อำนวยการกองคดีค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษระบุว่า วานนี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เซ็นรับคดีค้ามนุษย์ อาบอบนวดวิคตอเรียซีเคร็ทเป็นคดีพิเศษแล้ว ซึ่งในขั้นตอนขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทางธุรการในการลงเลขคดีพิเศษ เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนดังกล่าวดีเอสไอจะแจ้งไปถึงพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อไปรับสำนวนคดีทั้งหมด คาดว่าขั้นตอนทางธุรการ ในเรื่องเลขคดีจะแล้วเสร็จก่อนเที่ยงวันนี้   ในส่วนของตัวนางสาวศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ที่ยังถูกคุมตัวสอบปากคำที่ สน.วังทองหลางตลอดคืนที่ผ่านมา หลังเดินทางเข้ามอบตัวกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขณะนี้ที่ทางดีเอสไอยังไม่มีการเดินทางไปรับสำนวนคดีได้ประสานให้ทาง สน.วังทองหลางดำเนินการตามขั้นตอนทางกฏหมายในเรื่องฝากขังไปตามขั้นตอนก่อน แต่หากทางดีเอสไอสามารถเดินทางไปรับสำนวนคดีได้แล้วและตัวนางสาวศศิธรยังถูกคุมตัวอยู่ก็ต้องรับตัวมาพร้อมสำนวน และทางดีเอสไอจะดำเนินการในเรื่องฝากขังเอง รวมถึงผลการตรวจมวลกระดูก และตัวเหยื่อเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีด้วยเช่นกัน   ส่วนต่อจากนี้เมื่อดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้ว ก็จะเริ่มดำเนินการทางขั้นตอนทางกฏหมายได้เอง เลยโดยไม่ต้องทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 3,946
สังคม-อาชญากรรม
15 ม.ค. 61

ดีเอสไอเปิดตู้ 'เซฟวิคตอเรียซีเครท' พบเอกสารบัญชีพนง.-เงินสดหลายแสน ลั่นเอาผิดค้ามนุษย์ หลังพบหญิงบริการต่ำกว่า 18 ปี 3 ราย

กรมการสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดตู้เซฟ 3 ใบ ที่ยึดจากสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครทพบเงินสด และเอกสารต่างๆ จำนวนมาก เร่งขยายผลตรวจสอบ ด้านดีเอสไอ ระบุอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานสาวถึงเจ้าของสถานบริการตัวจริง พบข้อมูล มีชื่อเป็นเจ้าของสถานบริการอีกหลายแห่ง     โดยพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พร้อมด้วย นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการกรมการปกครอง และเจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมกันตรวจสอบตู้เซฟ 3 ใบ ที่ยึดจากสถานบริการ วิคตอเรีย ซีเครทเมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา โดยให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเปิดตู้เซฟทั่ง 3 ใบ ซึ่งเป็นตู้ขนาดสูง 60 เซนติเมตร 1 ใบ และอีก 2 ใบที่เหลือ ขนาดสูง 80 เซนติเมตร    ผู้เชี่ยวชาญได้ใช้เวลาในการเปิดตู้เซฟนานกว่า 2 ชั่วโมง โดยเริ่มจากตู้เซฟขนาดเล็ก ขนาด 60 เซนติเมตร  ซึ่งไม่พบสิ่งของใดอยู่ภายในตู้ จากนั้นเปิดตู้ที่ 2 ขนาด 80เซนติเมตร พบเอกสาร และเงินสดจำนวนมาก รวมถึงนาฬิกา พระเครื่องของผู้ใช้บริการที่ลืมไว้ และตู้สุดท้าย พบเงินสด สมุดบัญชีสรุปยอด และซองเงินเดือนของพนักงานที่หน้าซองเขียนรายชื่อพนักงานไว้ รวมถึงเอกสารต่างๆ      ด้านพ.ต.อ.ไพสิฐ ระบุว่า เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จะรวบรวมของกลาง เพื่อแยกบัญชีแต่ละประเภท ซึ่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทางเงิน ก็จะส่งให้ ป.ป.ง. ตรวจสอบ ส่วนเอกสารที่มีการพาดพิงเจ้าหน้าที่รัฐ ก็จะส่งให้ ป.ป.ท.ตรวจสอบเพิ่มเติม ยืนยันว่า หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการถึงที่สุด โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการไปตามพยานหลักฐานต่างๆในคดี และให้ความเป็นธรรมกับทุกคน และจะทำการสอบสวนในรูปแบบคณะกรรมการ เพื่อให้การทำคดีมีความโปร่งใส ตรงไปตรงมา      ส่วนประเด็นเรื่องเจ้าของสถานบริการตัวจริง ระบุว่า อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ยอมรับว่ามีข้อมูลของเจ้าของตัวจริงอยู่บ้าง แต่ต้องรอหลักฐานให้ชัดเจนก่อน ขณะที่การสอบปากคำป๋ากบ หรือ นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ ผู้ต้องหาตามหมายจับของดีเอสไอ ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา    นอกจากนี้ที่มีรายชื่อผู้ถือหุ้นของวิคตอเรีย ซีเครทที่ปรากฎในสื่อ ก็มีข้อมูลพบว่าการเปิดสถานบริการประเภทนี้อีกหลายแห่งด้วย ส่วนรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบก่อน เพราะบางชื่อก็เป็นแค่ชื่อเล่น ทั้งนี้กล้องวงจรปิดที่ตรวจยึดมา อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ว่าจะเชื่อมโยงไปถึงส่วนไหนได้อย่างไร  เบื้องต้นหลังการตรวจสอบ ทางเจ้าหน้าที่นิติวิทยศาสตร์ จะทำบัญชีอายัดของกลางเพิ่มเติม ส่งให้กับทางกรมการปกครอง เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดีอาญาที่ 43/2561 ของ สน.วังทองหลาง ต่อไป      ทางด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแลความมั่นคงและกิจการพิเศษ เรียกประชุม ชุดทำงานที่เข้าจับกุมสถานบริการวิคตอเรียซีเครท ที่ลักลอบให้มีการค้าประเวณี เผยว่าได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องให้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้รัดกุมและให้เจ้าหน้าที่ไปร้องทุกข์ดำเนินคดีในความผิดค้ามนุษย์ ภายในวันนี้เนื่องจาก พล.ต.ท.วิทูรย์ นิติวรางกูล นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตร. ได้รายงาน ผลการตรวจมวลกระดูกและลักษณะฟัน ของหญิงบริการในสถานบริการดังกล่าว ที่ส่งมาให้ตรวจจำนวน 27 ราย เบื้องต้นพบว่ามีอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 ราย จึงเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐานและให้พนักงานสอบสวนที่เข้าร่วมประชุมและแจ้งความผิดข้อหาค้ามนุษย์ เพื่อเอาผิดกับ เจ้าของที่แท้จริง เจ้าของใบอนุญาติ เจ้าหน้าที่เชียร์แขก และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย และให้ตรวจสอบหลักฐานต่างๆในสถานบริการอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าจะเข้าข่ายการลักลอบค้าประเวณีข้ามชาติหรือไม่     ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์ ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 13,295
การเมือง
11 ม.ค. 61

'ประวิตร' ย้ำ 'กระทรวงยุติธรรม' สั่งเข้มคดีค้ามนุษย์ หลังพบจนท.หลุดคดีหลายราย

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงสั่งเร่งทำรายงานทิปรีพอร์ตให้กระชับชัดเจน ก่อนส่งสหรัฐอเมริกาสิ้นเดือนนี้ สั่งกระทรวงยุติธรรมดูแลคดีค้ามนุษย์ หลังพบเจ้าหน้าที่หลุดคดีหลายราย หวั่นกระทบความน่าเชื่อถือ   พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยพลเอกประวิตร กล่าวก่อนการประชุม ว่า ในการประชุมวันนี้จะเป็นการพิจารณาร่างรายงานผลการปฏิบัติงานปราบปรามการค้ามนุษย์ ประจำปี 2560 โดยเฉพาะฉบับภาษาอังกฤษ ที่จำเป็นจะต้องส่งรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์(ทิปรีพอร์ต) ให้สหรัฐอเมริกา ภายในวันที่ 31 ม.ค.นี้   ทั้งนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้จัดทำสรุปรายงานอย่างกระชับ ชัดเจน และเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในประเด็นที่สหรัฐฯ ให้ความสนใจ อย่างเช่นคดีความที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง และการชดเชยเยียวยาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการการค้ามนุษย์   ทั้งนี้ พลเอกประวิตร มองว่า การพิจารณาคดีการค้ามนุษย์ ส่วนใหญ่เป็นไปอย่างล่าช้า และมีการยกฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในหลายคดี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงยุติธรรมเข้าไปดูแล เพื่อให้การทำคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

 4,142
สังคม-อาชญากรรม
01 ธ.ค. 60

ยกฟ้อง "หญิงไก่" ฐานค้ามนุษย์สำนวนที่ 2 ลวงเด็ก 16 ปีทำงานบ้านไม่จ่ายเงิน หลังโดนคุกสำนวนแรก

ยกฟ้อง "หญิงไก่" ฐานค้ามนุษย์ในสำนวนที่ 2 กรณีลวงเด็กวัย 16 ปีทำงานบ้านไม่จ่ายเงิน ศาลชี้หลักฐานยังไม่เข้าข่ายความผิด หลังสำนวนแรกสั่งจำคุกไปเมื่อปีที่แล้ว   ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์ หมายเลขดำ คม.98/2559 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ 2 เป็นโจทก์ฟ้องนางมณตา หรือไก่ หยกรัตนกาญ อายุ 60 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานค้ามนุษย์   โดยอัยการโจทก์นำคดีมายื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 29 พ.ย.59 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค.51- 30 พ.ย.53 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้ฉ้อฉล หลอกลวง น.ส.หน่อน (นามสมมติ) ผู้เสียหาย อายุ 16 ปีเศษ อ้างว่า เป็นคนใจบุญ ชอบช่วยเหลือคนยากจน จึงชักชวนผู้เสียหายไปทำงานที่กรุงเทพฯ จะให้เงินเดือนเดือนละ 5 พันบาท พร้อมอุปการะส่งเสียให้เรียน และส่งเงินให้ทางบ้าน จนหลงเชื่อยอมไปทำงานกับจำเลย จำเลยจึงพาผู้เสียหายจากจ.แม่ฮ่องสอน มาอยู่กับจำเลยที่ประชานิเวศน์คอนโดฯ แต่กลับบังคับให้ผู้เสียหายทำงานเป็นแม่บ้าน หรือคนรับใช้ ตั้งแต่เวลา 05.00 - 22.00 น.ทุกวันโดยไม่มีวันหยุดและไม่จ่ายค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนให้ โดยจ่ายแค่เพียงเงินยังชีพเล็กน้อย นอกจากนี้ยังขู่เข็ญผู้เสียหายว่า เป็นหนี้บุญคุณ จะต้องทำงานรับใช้ที่ส่งเสียให้เรียนหนังสือ และส่งเงินให้บิดา มารดา จนผู้เสียหายทนทำงานกับจำเลยไม่ได้ และเดินทางกลับบ้านที่ จ.แม่ฮ่องสอน จำเลยจึงข่มขู่อีกว่า หากไม่กลับมาทำงานเป็นคนรับใช้อีก จำเลยจะไปแจ้งตำรวจจับกุมผู้เสียหาย และบิดามารดา ข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง เมื่อผู้เสียหายปฏิเสธ จำเลยได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เสียหาย จนผู้เสียหายเกิดความกลัว ต้องตกอยู่ในสภาวะจำยอม ไม่สามารถขัดขืนได้ ยอมกลับมาทำงานให้จำเลยต่อไป กระทั่งวันที่ 30 พ.ย.53 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาให้จำคุกผู้เสียหายเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน ฐานลักทรัพย์นายจ้างรับใช้จำเลย โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4,6,35 และ 52 ด้วย    โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวจำเลยจากทัณฑสถานหญิงกลาง มาฟังคำพิพากษา อย่างไรก็ตามศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายนำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า ผู้เสียหายได้รับค่าจ้างประมาณเดือนละ 1,000-3,000 บาท ไม่ครบตามที่ตกลงไว้ และไม่ครบถ้วนตาม พ.ร.บ.แรงงานฯ ในส่วนของการทำงานนั้นมีลักษณะเป็นงานบ้านทั่วไปกับงานที่จำเลยมอบหมายให้ โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่งผู้เสียหายและลูกจ้างคนอื่นสามารถพบญาติและออกไปข้างนอกที่พักได้ โดยไม่ได้มีการกักขังหน่วงเหนี่ยว นอกจากนั้นจำเลยยังเคยพาผู้เสียหายและลูกจ้างคนอื่นไปห้างสรรพสินค้าโดยจำเลยเลี้ยงอาหารด้วย โดยผู้เสียหายและลูกจ้างคนอื่นก็เบิกความตรงกันว่าไม่เคยถูกทำร้ายร่างกาย ที่ผู้เสียหายหลบหนีออกจากที่พัก เนื่องจากจำเลยจ่ายค่าจ้างไม่ครบถ้วน ส่วนที่ผู้เสียหายถูกจำเลยแจ้งข้อหาลักทรัพย์ที่ สน.ประชาชื่น ภายหลังหนีออกจากคอนโดฯที่พัก เพราะจำเลยสงสัยว่าผู้เสียหายได้เอาทรัพย์ไปหรือไม่ ซึ่งคำให้การของผู้เสียหายในส่วนนี้ยังมีพิรุธฟังได้ไม่แน่นอน และเมื่อผู้เสียหายมาพบพนักงานสอบสวน จำเลยเป็นคนประกันตัวและรับกลับไปทำงาน โดยทางนำสืบไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการข่มขู่ให้กลับมาทำงาน พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยได้กระทำการข่มขืนใจ บังคับใช้แรงงานคล้ายเอาคนมาเป็นทาส จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานค้ามนุษย์ตามฟ้อง   ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น การชดใช้ต้องเป็นกรณีที่ศาลพิพากษาว่ากระทำผิด กรณีนี้ศาลจึงไม่อาจมีคำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ พิพากษายกฟ้อง   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 59 ศาลอาญาได้พิพากษาจำคุกนางมณตาคดีค้ามนุษย์ที่ คม.76/59 รวม 3 ปี และให้นางมณตา ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายที่ 2 เป็นเงิน 590,007 บาทด้วย นอกจากนี้เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 60 ศาลอาญาได้พิพากษาจำคุก หญิงไก่ รวม 7 ปี 6 เดือน ฐานดูหมิ่นเบื้องสูงด้วย.

 16,082
สังคม-อาชญากรรม
20 ต.ค. 60

ศาลสั่งจำคุกหญิงไก่ 3 ปี ไม่รอลงอาญา คดีค้ามนุษย์ลูกจ้างหญิง พร้อมชดใช้เงิน 5.9 แสนบาท

ศาลอาญารัชดาฯ อ่านคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ ในความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551   สืบเนื่องจากต้นเดือน มิถุนายน 2549 ถึง ปลายเดือน ตุลาคม 2553 จำเลยได้หลอกนางสาวดาลิน หล้าคำ ผู้เสียหายที่ 1 นางสาวกาญจนา ปองลาภสุนทร ผู้เสียหายที่ 2 และนางสาวขวัญจิรา จิรสกุลโชคชัย ผู้เสียหายที่ 3 มาทำงานเป็นคนรับใช้ บังคับใช้แรงงานตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 22.00 น. โดยไม่มีวันหยุด และไม่จ่ายค่าจ้าง แล้วยังข่มขู่ผู้เสียหายหากไม่ยอมทำงานจะแจ้งตำรวจจับบิดามารดา   โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยรับผู้เสียหายทั้ง 3 คน มาทำงานเป็นแม่บ้านจริง ระหว่างทำงานมีการให้เงินค่ายังชีพเล็กน้อย แต่ไม่จ่ายเงินเดือน ขณะที่ผู้เสียหายที่ 1 และ 3 ศาลรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีพฤติการณ์ข่มขู่ เนื่องจากไม่มีการยึดบัตรประชาชน และการทำงานเป็นไปด้วยความสมัครใจ พยานหลักฐานรับฟังไม่ได้ ส่วนที่จำเลยบอกกับบิดาของผู้เสียหายที่ 3 ว่า หากลูกสาวไม่ยอมทำงานต่อ จะดำเนินคดีกับบิดาและมารดา ศาลเห็นว่าไม่มีหลักฐานแน่ชัด ฟังไม่ได้ว่าเป็นการข่มขู่เพื่อแสวงหาจากการบังคับใช้แรงงาน   ส่วนผู้เสียหายที่ 2 จำเลยได้ยึดบัตรประชาชน มาเก็บไว้ และไม่จ่ายค่าจ้างตามที่ตกลงกันไวั เดือนละ 6,000 บาท รวมถึงไม่ส่งให้เรียนพยาบาลตามที่จำเลยเสนอ โดยแม้งานจะไม่มาก ผู้เสียหายเพียงคนเดียว สามารถกระทำได้ แต่การยึดบัตรประชาชนไว้ จำเลยมีเจตนาหาประโยชน์โดยมิชอบจากการใช้แรงงาน จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ พิพากษาจำคุก 4 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีจึงลดโทษให้ 1 ใน 4 เหลือจำคุก 3 ปี และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายที่ 2 เป็นเงิน 590,007 บาท ซึ่งภายหลังศาลได้อ่านคำพิพากษาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวหญิงไก่ เพื่อส่งไปควบคุมยังทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ROgTkBf4v-8    

 3,502
สังคม-อาชญากรรม
19 ต.ค. 60

ศาลสั่งจำคุกหญิงไก่ 3 ปี คดีค้ามนุษยโดยไม่รออาญา พร้อมให้ชดใช้ 5.9 แสนบาท

เมื่อเวลา 10.30 น.ศาลอาญารัชดาฯ อ่านคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ ในความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551    สืบเนื่องจากต้นเดือน มิถุนายน 2549 ถึง ปลายเดือน ตุลาคม 2553 จำเลยได้หลอกนางสาวดาลิน หล้าคำ ผู้เสียหายที่ 1 นางสาวกาญจนา ปองลาภสุนทร ผู้เสียหายที่ 2 และนางสาวขวัญจิรา จิรสกุลโชคชัย ผู้เสียหายที่ 3 มาทำงานเป็นคนรับใช้ บังคับใช้แรงงานตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 22.00 น. โดยไม่มีวันหยุด และไม่จ่ายค่าจ้าง แล้วยังข่มขู่ผู้เสียหายหากไม่ยอมทำงานจะแจ้งตำรวจจับบิดามารดา    โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยรับผู้เสียหายทั้ง 3 คน มาทำงานเป็นแม่บ้านจริง ระหว่างทำงานมีการให้เงินค่ายังชีพเล็กน้อย แต่ไม่จ่ายเงินเดือน ขณะที่ผู้เสียหายที่ 1 และ 3 ศาลรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีพฤติการณ์ข่มขู่ เนื่องจากไม่มีการยึดบัตรประชาชน และการทำงานเป็นไปด้วยความสมัครใจ พยานหลักฐานรับฟังไม่ได้ ส่วนที่จำเลยบอกกับบิดาของผู้เสียหายที่ 3 ว่า หากลูกสาวไม่ยอมทำงานต่อ จะดำเนินคดีกับบิดาและมารดา ศาลเห็นว่าไม่มีหลักฐานแน่ชัด ฟังไม่ได้ว่าเป็นการข่มขู่เพื่อแสวงหาจากการบังคับใช้แรงงาน    ส่วนผู้เสียหายที่ 2 จำเลยได้ยึดบัตรประชาชน มาเก็บไว้ และไม่จ่ายค่าจ้างตามที่ตกลงกันไวั เดือนละ 6,000 บาท รวมถึงไม่ส่งให้เรียนพยาบาลตามที่จำเลยเสนอ โดยแม้งานจะไม่มาก ผู้เสียหายเพียงคนเดียว สามารถกระทำได้ แต่การยึดบัตรประชาชนไว้ จำเลยมีเจตนาหาประโยชน์โดยมิชอบจากการใช้แรงงาน จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ พิพากษาจำคุก 4 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีจึงลดโทษให้ 1 ใน 4 เหลือจำคุก 3 ปี และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายที่ 2 เป็นเงิน 590,007 บาท ซึ่งภายหลังศาลได้อ่านคำพิพากษาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวหญิงไก่ เพื่อส่งไปควบคุมยังทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 9,617
สังคม-อาชญากรรม
22 ก.ย. 60

ศาลให้ประกัน 'ป๋าเกิด-ม๊าแอม' สาวแฉขั้นตอนแคสติ้งก่อนได้งาน เผยคลิป 'เจ๊นินิว' ใส่ทูพีซพ่นไฟสมัยเป็นโคโยตี้

พนักงานสอบสวน ปคม. นำตัว นายเกิดใหม่ รวยจริงนะ หรือ ป๋าเกิด อายุ 44 ปี เจ้าของธุรกิจโมเดลลิ่งโคโยตี้ พร้อมด้วย นางพรรณวรท ควบคุม หรือ นินิว อายุ 34 ปี และ น.ส.มลฤดี อินอ่อน หรือ ม๊าแอม อายุ 27 ปี สองผู้ดูแลโคโยตี้  ผู้ต้องหาคดีสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำผิดฐานค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์ทางเพศด้วยการชักจูงหรือยินยอมให้เด็กกระทำการลักษณะอนาจาร ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ไปยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12  วัน ตั้งแต่วันที่  21 ก.ย.- 2 ต.ค.   โดยต่อมา ญาติของนายเกิดใหม่ และ น.ส.มลฤดี ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 3 แสนบาทขอประกันตัว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกัน โดยมีข้อแม้ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล แต่ในส่วนของ นางพรรณวรท หรือ นินิว ไม่มีญาติมาขอประกันตัว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมไปไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางในที่สุด   ด้านโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปนินิว เมื่อครั้งที่เป็นโคโยตี้ สวมชุดทูพีซ โชว์ลีลาพ่นไฟ โดยโพสต์ไว้เมื่อเดือน เม.ย. ก่อนผันตัวมาเป็นผู้ดูแลโมเดลลิ่ง โดยระบุว่าเป็นการแสดงเมื่อปี 59     เมื่อช่วงค่ำวานนี้(21 ก.ย.) ทีมข่าวเดินทางไปที่บ้านเช่า ในซอย จรัญสนิทวงศ์ 35 ซึ่งเป็นบ้านที่นางพรรณวรท หรือนินิว และเด็กโคโยตี้ในสังกัดอาศัยอยู่ร่วมกันก่อนหน้านี้ โดยปัจจุบันเหลือเพียงเด็กสาวและทอม อยู่กันตามลำพังในบ้าน หลังจากที่นางสาวพรรณวรท ที่เคยเป็นผู้ดูแลในฐานะแม่ เข้าไปอยู่ในเรือนจำ   สาววัย 19 ปีหนึ่งในโคโยตี้สังกัดนินิว เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตนกับเพื่อนๆได้เดินทางไปส่งนางพรรณวรทที่เรือนจำด้วย ตอนที่เห็นแม่นินิว เดินเข้ารั้วเรือนจำไป รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล เพราะผูกพันกันเหมือนคนในครอบครัว ก่อนจะแยกกันแม่ได้หันมากำชับกับพวกตนว่า ให้ดูแลกันให้ดี ให้ไปหาสังกัดโมเดลลิ่งใหม่ทำงานไปก่อน ในระหว่างที่แม่ถูกจำคุก   สำหรับพวกตน การที่แม่ติดคุก ถือเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดแล้ว เหมือนแพแตก ทุกคนต้องดูแลตัวเอง และต้องดิ้นรนหางานใหม่เพื่อหาเงินมาเลี้ยงตัวเอง และส่งให้ครอบครัว  หลังเกิดเรื่อง เพื่อนบางคนตัดสินใจกลับไปอยู่กับครอบครัวที่ต่างจังหวัด ตอนนี้เหลือคนที่ยังอยู่ที่บ้านด้วยกันไม่ถึง 10 คน ซึ่งคนที่ยังเหลือก็หางานใหม่ลำบาก เพราะเวลาที่ไปขอสมัครงานกับโมเดลลิ่งใหม่ ถ้านายจ้างทราบว่ามาจากโมเดลลิ่งนินิว ก็จะไม่รับเข้าทำงาน เพราะกลัวจะมีปัญหาตามมา   ขณะที่หญิงสาวโคโยตี้ 3 รายอายุ 17-18 ปี เข้าให้ปากคำ ตร.ปคม. ระบุว่าถูกเพื่อนชวนให้มาสมัครงานตำแหน่งพีอาร์ที่บาร์ญี่ปุ่นย่านสุขุมวิท ได้ค่าแรงวันละ 800 บาท แต่จ่ายจริง 600 บาท หากขาดงานไม่มีเหตุผลก็จะโดนหักเงินเพิ่ม อีกทั้งลูกค้ามักมีพฤติกรรมซาดิสม์ โดยวันแรกที่ไปสมัครงานจะถูกป๋าเกิดจับแคสติ้ง สั่งให้ถอดเสื้อผ้า และมีเพศสัมพันธ์ขณะที่เธออาบน้ำ พร้อมขอมีอะไรด้วยเดือนละครั้ง และให้สวมบัตรประชาชนของคนที่มีหน้าตาใกล้เคียง พร้อมสั่งให้ท่องรายละเอียดให้ขึ้นใจเผื่อมีคนถาม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k71pDRMFJ70  

 11,272
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ย. 60

ตร.คุมตัว 'เจ๊นินิว-ป๋าเกิด-ม๊าแอม' คดีค้ามนุษย์ ส่งศาลฯ เด็กในสังกัดร่ำไห้ตกงาน

 พ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคม. พร้อมคณะทำงาน เดินทางมาที่สน.ทุ่งสองห้อง ก่อนจะขอเบิกตัว น.ส. พรรณวรท ควบคุม หรือนินิวส์ นายเกิดใหม่ รวยจริงนะ หรือป๋าเกิด และน.ส.มลฤดี อินอ่อน ภรรยาของนายเกิดใหม่ ผู้ต้องหา ในข้อหาสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์และได้ลงมือกระทำผิดตามที่ได้สมคบกันโดยการแสดงหาประโยชน์ทางเพศรูปแบบอื่น ๆ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือด้วยประการใด ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6 (2) จากเจ้าหน้าที่ สน.ทุ่งสอง ออกจากห้องควบคุม เพื่อนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา   โดยบรรยากาศที่บริเวณห้องควบคุม หลังจากที่นายเกิด พร้อมด้วยภรรยา และนางพรรณวรท ถูกควบคุมตัวมาไว้ที่สน.ทุ่งสองห้อง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา มีบรรดาเด็กในสังกัดของนินิวส์โมเดล เดินทางมาเข้าเยี่ยม พร้อมนำอาหาร เครื่องดื่ม และเสื้อผ้า มาให้นายเกิดและนางพรรณวรทที่เด็กในสังกัดทุกคนเรียกว่า “แม่นินิวส์” เมื่อเจ้าหน้าที่ ปคม.เบิกตัวนางพรรณวรทออกจากห้องควบคุมแล้ว เด็กทุกคนต่างโผเข้ากอดและร่ำไห้ ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางไปที่ศาลอาญารัชดา   ข้อมูลจากมติชน ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 5,884
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ย. 60

รวบ 'นินิว' โมเดลลิ่งตบโคโยตี้ในสังกัด ฐานค้ามนุษย์ 'ป๋าเกิด-ภรรยา' โดนด้วยเตรียมมอบตัววันนี้

ตำรวจคุมตัว นางสาวพรรณวรท หรือ นินิว เจ้าของโมเดลลิ่งย่านฝั่งธน เข้าสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หลังศาลออกหมายจับฐานผิดค้ามนุษย์ ร่วมกับพวกรวม 3 คน คาดสอบปากคำแล้วเสร็จนำตัวฝากขัง สน.ทุ่งสองห้อง   เบื้องต้นนินิวให้การว่า เป็นการเต้นโชว์อนาจารในร้านที่เป็นสถานบันเทิงย่านท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ มีร้านอยู่ 4-5 ร้าน เด็กแต่ละร้านก็เกือบ 10 คน ทำมานานราว 1 ปี โดยเคยเป็นโคโยตี้มาก่อน ปัจจุบันเลื่อนมาเป็นคนคุม ทั้งนี้ยังอ้างว่าการถูกจับกุมครั้งนี้ตนถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งความผิดนี้ทาง ตร.ยืนยันว่าแม้จะไม่ใช่การขายบริการ แต่ก็เป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็ถือว่ามีความผิดฐานค้ามนุษย์   พร้อมกันนี้ ทางตำรวจบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. ยังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดป๋าเกิด หรือนายเกิดใหม่ รวยจริงนะ เจ้าของโมเดลลิ่งพร้อมด้วยม๊าแอม ภรรยา ที่หาโคโยตี้ส่งให้กับสถานบันเทิง หลังพบเข้าข่ายกระทำความผิดแสวงหาผลประโยชน์จากการกระทำทางเพศ ซึ่งล่าสุดทั้ง 2 ได้ติดต่อขอประกันตัว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าทั้งคู่พยายามเจรจากับเด็กสาว เพื่อไม่ให้ดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VZ8IbSwZpIo    

 7,196

Top