ค้นหา :

ผลการค้นหา "ค้ามนุษย์"

สังคม-อาชญากรรม
22 ก.ย. 60

ศาลให้ประกัน 'ป๋าเกิด-ม๊าแอม' สาวแฉขั้นตอนแคสติ้งก่อนได้งาน เผยคลิป 'เจ๊นินิว' ใส่ทูพีซพ่นไฟสมัยเป็นโคโยตี้

พนักงานสอบสวน ปคม. นำตัว นายเกิดใหม่ รวยจริงนะ หรือ ป๋าเกิด อายุ 44 ปี เจ้าของธุรกิจโมเดลลิ่งโคโยตี้ พร้อมด้วย นางพรรณวรท ควบคุม หรือ นินิว อายุ 34 ปี และ น.ส.มลฤดี อินอ่อน หรือ ม๊าแอม อายุ 27 ปี สองผู้ดูแลโคโยตี้  ผู้ต้องหาคดีสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำผิดฐานค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์ทางเพศด้วยการชักจูงหรือยินยอมให้เด็กกระทำการลักษณะอนาจาร ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ไปยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12  วัน ตั้งแต่วันที่  21 ก.ย.- 2 ต.ค.   โดยต่อมา ญาติของนายเกิดใหม่ และ น.ส.มลฤดี ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 3 แสนบาทขอประกันตัว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกัน โดยมีข้อแม้ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล แต่ในส่วนของ นางพรรณวรท หรือ นินิว ไม่มีญาติมาขอประกันตัว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมไปไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางในที่สุด   ด้านโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปนินิว เมื่อครั้งที่เป็นโคโยตี้ สวมชุดทูพีซ โชว์ลีลาพ่นไฟ โดยโพสต์ไว้เมื่อเดือน เม.ย. ก่อนผันตัวมาเป็นผู้ดูแลโมเดลลิ่ง โดยระบุว่าเป็นการแสดงเมื่อปี 59     เมื่อช่วงค่ำวานนี้(21 ก.ย.) ทีมข่าวเดินทางไปที่บ้านเช่า ในซอย จรัญสนิทวงศ์ 35 ซึ่งเป็นบ้านที่นางพรรณวรท หรือนินิว และเด็กโคโยตี้ในสังกัดอาศัยอยู่ร่วมกันก่อนหน้านี้ โดยปัจจุบันเหลือเพียงเด็กสาวและทอม อยู่กันตามลำพังในบ้าน หลังจากที่นางสาวพรรณวรท ที่เคยเป็นผู้ดูแลในฐานะแม่ เข้าไปอยู่ในเรือนจำ   สาววัย 19 ปีหนึ่งในโคโยตี้สังกัดนินิว เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตนกับเพื่อนๆได้เดินทางไปส่งนางพรรณวรทที่เรือนจำด้วย ตอนที่เห็นแม่นินิว เดินเข้ารั้วเรือนจำไป รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล เพราะผูกพันกันเหมือนคนในครอบครัว ก่อนจะแยกกันแม่ได้หันมากำชับกับพวกตนว่า ให้ดูแลกันให้ดี ให้ไปหาสังกัดโมเดลลิ่งใหม่ทำงานไปก่อน ในระหว่างที่แม่ถูกจำคุก   สำหรับพวกตน การที่แม่ติดคุก ถือเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดแล้ว เหมือนแพแตก ทุกคนต้องดูแลตัวเอง และต้องดิ้นรนหางานใหม่เพื่อหาเงินมาเลี้ยงตัวเอง และส่งให้ครอบครัว  หลังเกิดเรื่อง เพื่อนบางคนตัดสินใจกลับไปอยู่กับครอบครัวที่ต่างจังหวัด ตอนนี้เหลือคนที่ยังอยู่ที่บ้านด้วยกันไม่ถึง 10 คน ซึ่งคนที่ยังเหลือก็หางานใหม่ลำบาก เพราะเวลาที่ไปขอสมัครงานกับโมเดลลิ่งใหม่ ถ้านายจ้างทราบว่ามาจากโมเดลลิ่งนินิว ก็จะไม่รับเข้าทำงาน เพราะกลัวจะมีปัญหาตามมา   ขณะที่หญิงสาวโคโยตี้ 3 รายอายุ 17-18 ปี เข้าให้ปากคำ ตร.ปคม. ระบุว่าถูกเพื่อนชวนให้มาสมัครงานตำแหน่งพีอาร์ที่บาร์ญี่ปุ่นย่านสุขุมวิท ได้ค่าแรงวันละ 800 บาท แต่จ่ายจริง 600 บาท หากขาดงานไม่มีเหตุผลก็จะโดนหักเงินเพิ่ม อีกทั้งลูกค้ามักมีพฤติกรรมซาดิสม์ โดยวันแรกที่ไปสมัครงานจะถูกป๋าเกิดจับแคสติ้ง สั่งให้ถอดเสื้อผ้า และมีเพศสัมพันธ์ขณะที่เธออาบน้ำ พร้อมขอมีอะไรด้วยเดือนละครั้ง และให้สวมบัตรประชาชนของคนที่มีหน้าตาใกล้เคียง พร้อมสั่งให้ท่องรายละเอียดให้ขึ้นใจเผื่อมีคนถาม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k71pDRMFJ70  

 11,116
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ย. 60

ตร.คุมตัว 'เจ๊นินิว-ป๋าเกิด-ม๊าแอม' คดีค้ามนุษย์ ส่งศาลฯ เด็กในสังกัดร่ำไห้ตกงาน

 พ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคม. พร้อมคณะทำงาน เดินทางมาที่สน.ทุ่งสองห้อง ก่อนจะขอเบิกตัว น.ส. พรรณวรท ควบคุม หรือนินิวส์ นายเกิดใหม่ รวยจริงนะ หรือป๋าเกิด และน.ส.มลฤดี อินอ่อน ภรรยาของนายเกิดใหม่ ผู้ต้องหา ในข้อหาสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์และได้ลงมือกระทำผิดตามที่ได้สมคบกันโดยการแสดงหาประโยชน์ทางเพศรูปแบบอื่น ๆ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือด้วยประการใด ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6 (2) จากเจ้าหน้าที่ สน.ทุ่งสอง ออกจากห้องควบคุม เพื่อนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา   โดยบรรยากาศที่บริเวณห้องควบคุม หลังจากที่นายเกิด พร้อมด้วยภรรยา และนางพรรณวรท ถูกควบคุมตัวมาไว้ที่สน.ทุ่งสองห้อง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา มีบรรดาเด็กในสังกัดของนินิวส์โมเดล เดินทางมาเข้าเยี่ยม พร้อมนำอาหาร เครื่องดื่ม และเสื้อผ้า มาให้นายเกิดและนางพรรณวรทที่เด็กในสังกัดทุกคนเรียกว่า “แม่นินิวส์” เมื่อเจ้าหน้าที่ ปคม.เบิกตัวนางพรรณวรทออกจากห้องควบคุมแล้ว เด็กทุกคนต่างโผเข้ากอดและร่ำไห้ ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางไปที่ศาลอาญารัชดา   ข้อมูลจากมติชน ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 5,790
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ย. 60

รวบ 'นินิว' โมเดลลิ่งตบโคโยตี้ในสังกัด ฐานค้ามนุษย์ 'ป๋าเกิด-ภรรยา' โดนด้วยเตรียมมอบตัววันนี้

ตำรวจคุมตัว นางสาวพรรณวรท หรือ นินิว เจ้าของโมเดลลิ่งย่านฝั่งธน เข้าสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หลังศาลออกหมายจับฐานผิดค้ามนุษย์ ร่วมกับพวกรวม 3 คน คาดสอบปากคำแล้วเสร็จนำตัวฝากขัง สน.ทุ่งสองห้อง   เบื้องต้นนินิวให้การว่า เป็นการเต้นโชว์อนาจารในร้านที่เป็นสถานบันเทิงย่านท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ มีร้านอยู่ 4-5 ร้าน เด็กแต่ละร้านก็เกือบ 10 คน ทำมานานราว 1 ปี โดยเคยเป็นโคโยตี้มาก่อน ปัจจุบันเลื่อนมาเป็นคนคุม ทั้งนี้ยังอ้างว่าการถูกจับกุมครั้งนี้ตนถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งความผิดนี้ทาง ตร.ยืนยันว่าแม้จะไม่ใช่การขายบริการ แต่ก็เป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็ถือว่ามีความผิดฐานค้ามนุษย์   พร้อมกันนี้ ทางตำรวจบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. ยังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดป๋าเกิด หรือนายเกิดใหม่ รวยจริงนะ เจ้าของโมเดลลิ่งพร้อมด้วยม๊าแอม ภรรยา ที่หาโคโยตี้ส่งให้กับสถานบันเทิง หลังพบเข้าข่ายกระทำความผิดแสวงหาผลประโยชน์จากการกระทำทางเพศ ซึ่งล่าสุดทั้ง 2 ได้ติดต่อขอประกันตัว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าทั้งคู่พยายามเจรจากับเด็กสาว เพื่อไม่ให้ดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VZ8IbSwZpIo    

 7,102
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ค. 60

เปิดคำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์ 103 จำเลยค้ามนุษย์โรฮีนจา 'พล.ท.มนัส' โดนคุก 27 ปี 'โกโต้ง' เจอ 75 ปี

ศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์ ใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษา ในคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา นานกว่า 13 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นคดีประวัติศาสตร์ มีจำเลยมากถึง 103 คน จากกรณีที่ผู้ต้องหา ร่วมกันกักขังควบคุมตัวชาวเมียนมา ชาวโรฮีนจา และชาวบังคลาเทศ ซึ่งเป็นคนต่างด้าวในแคมป์ บริเวณเทือกเขาแก้ว เพื่อบังคับใช้แรงงานลักษณะการค้ามนุษย์นั้น ได้มีการทำร้ายร่างกายซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต   ซึ่งจำเลยสำคัญของคดีนี้ และเป็นที่สนใจของสังคม นั่นคือ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีต ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยกที่ 1 ระนอง จำเลยที่ 54 ศาลสั่งจำคุก รวม 27 ปี ส่วนนายปัจจุบัน หรือโกโต้ง อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ. สตูล จำเลยที่ 29 ศาลสั่งจำคุกรวม 75 ปี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/__YeUXbFofw

 2,016
การเมืองเข้มข้น
29 มิ.ย. 60

นายกฯหวัง ปชต.แบบธรรมาธิบาลเกิดในไทย พอใจผลจัดลำดับค้ามนุษย์ เทียร์ 2 ไม่แย่กว่าเดิม

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อวยพรข้าราชการครบรอบ 85 ปี สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ขอให้ปลอดภัยไม่มีคดีความ ส่วนตัวไม่กลัวถูกฟ้อง สู้ได้สบาย ขอทุกฝ่ายเริ่มต้นเปลี่ยนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เลือกตั้งครั้งหน้าต้องเป็นประชาธิปไตยที่มีธรรมาธิบาล ยอมรับที่ผ่านมาประชาธิปไตยไทยที่ผ่านมาเป็นแบบลุ่มๆ ดอนๆ   พร้อมกันนี้กล่าวแสดงความพอใจต่อรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2560 ที่ไทยถูกจัดอันดับอยู่ในเทียร์ 2 วอชต์ลิส เท่ากับปีที่ผ่านมา ว่าไม่แย่กว่าเดิม แสดงว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลเป็นที่ยอมรับจาก 2 ปีที่ผ่านมา ที่สถานการณ์แย่ โดยยอมรับว่ายังมีปัญหาการปฏิบัติในบางประเด็น ซึ่งได้สั่งการที่ประชุม ครม.ไปแล้ว ทั้งเรื่องการดำเนินคดีต่างๆ กับผู้กระทำผิดคดีค้ามนุษย์ ทำให้ผลงานยังไม่เป็นที่น่าพอใจ จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลอื่นไม่เคยทำ   จึงเชื่อว่าในอนาคตจะได้รับการพิจารณาการจัดอันดับที่ดีขึ้น และไม่ว่าหน่วยงานใดจะประเมินอย่างไร รัฐบาลก็ต้องรับมาพิจารณาและแก้ปัญหาให้ได้ เพื่อประเทศและต้องทำตามพันธสัญญาต่างๆ ซึ่งไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่มีผลงาน แต่ต้องยอมรับว่าไม่แย่กว่าเดิม แต่ทำได้ดีขึ้นในบางกลุ่มงานหรือกิจกรรม ที่ไม่มีประสิทธิ์ภาพ ที่สะสมอย่างยาวนาน และอย่านำไปเปรียบเทียบกับที่ผ่านมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JB4UTsIUkUI    

 4,631
สังคม-อาชญากรรม
28 มิ.ย. 60

ศาลฏีกายืนจำคุก 8 ปี 9 เดือน 'นพ.สุพัฒน์' คดีค้ามนุษย์แรงงานพม่า

ศาลจังหวัดเพชรบุรี อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีค้ามนุษย์แรงงานชาวพม่า ของพันตำรวจเอกนายแพทย์สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ในคดีค้ามนุษย์ โดยมีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ จำคุก 8 ปี 9 เดือน และชำระค่าสินไหมนายกะลา โจทก์กับภรรยารวมเก้าแสนบาท ทั้งนี้ยังเหลือคำพิพากษาอีก 2 คดีคือลักทรัพย์และคดีฆาตกรรม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gattJ9RAT1o  

 11,482
ข่าวภูมิภาค
28 มิ.ย. 60

ตร.ปคม.ล่อซื้อหญิงลอบขายบริการ คาร้านคาราโอเกะเมืองปราจีนฯ

ตร.ปคม.รวบผู้ต้องหาค้าประเวณีและค้ามนุษย์ ในร้านคาราโอเกะ จังหวัดปราจีนบุรี หลังทราบว่าที่ร้านดังกล่าวมีการลักลอบค้าประเวณีและหญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาทำงานและขายบริการ   จนท.จึงแฝงตัวเข้าไปใช้บริการ และชุดที่ดักซุ่มอยู่บริเวณใกล้เคียง จากนั้นชุดล่อซื้อได้ทำการล่อซื้อบริการเพื่อไปร่วมประเวณีหลับนอนจำนวน 2 คน คิดค่าบริการคนละ 2,000 บาท โดยเด็กจะได้ค่าตัวคนละ 1,000 บาท ที่เหลือจะต้องเป็นค่าใช้จ่ายให้กับทางร้าน จากนั้นพนักงานทางร้านได้พาไปที่โรงแรมบ้านตะวันฉาย เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบพบหญิงสาว ในลักษณะนุ่งผ้าเช็ดตัว และพบถุงยางที่ฉีกแล้วอยู่บริเวณปลายเตียง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตึงได้นำตัวหญิงสาวขึ้นรถเพื่อนำตัวไปให้เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ปราจีนบุรี ทำการคัดแยกเหยื่อต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NFXMWuP0iaY  

 7,197
การเมืองเข้มข้น
28 มิ.ย. 60

กต.โต้สหรัฐฯ หลังให้ไทยคงเทียร์ 2 เฝ้าระวังค้ามนุษย์ ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เผยแพร่รายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ (ทิปรีพอร์ต) ประจำปี 2560 โดยประเทศไทยยังคงอยู่ เทียร์ 2 ที่ต้องจับตามอง หรือ เทียร์ 2 วอชลิสต์ เป็นสมัยที่สองต่อเนื่องกับปีที่แล้ว   ในรายงานระบุว่า รัฐบาลไทยยังไม่สามารถทำได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำสุดในการขจัดการค้ามนุษย์ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามในหลายด้าน โดยเฉพาะการยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิดค้ามนุษย์ได้กว่า 784 ล้านบาท และสอบสวนดำเนินคดีกับเจ้าของธุรกิจที่บังคับใช้แรงงานในภาคอุตสาหกรรมประมง   รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการต่อต้านการค้ามนุษย์ และกำหนดนโยบายยินยอมให้มีการจ้างล่ามชาวต่างชาติสำหรับการตรวจสอบและสอบถามข้อมูลกับแรงงานชาวต่างชาติ ส่วนการปรับปรุงพัฒนากระบวนการระบุตัวตนของเหยื่อค้ามนุษย์ ได้มีการใช้ทีมงานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาวิชามาฝึกอบรมเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีความพยายามมากขึ้นเมื่อเที่ยบกับรายงานฉบับปีที่แล้ว อีกทั้งไม่มีการเอาผิดและลงโทษที่แรงพอต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิดข้อหาค้ามนุษย์ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้ยังคงขัดขวางการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง   ทั้งนี้ ในรายงานดังกล่าวยังแนะนำด้วยว่า ขอให้รัฐบาลทุ่มเทและเอาจริงเอาจังมากกว่านี้ และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในการสอบสวนและเอาผิดในคดีค้ามนุษย์ รวมไปถึงให้ความช่วยเหลือทั้งเหนื่อและพยานในคดีให้ได้รับสิทธิและโอกาสตามกฎหมายกำหนด ซึ่งปัจจุบันกระบวนการอนุมัติให้เหยื่อและพยานสามารถพำนักและทำงานในประเทศยังคงล่าช้า รัฐบาลควรสร้างความตระหนักรู้แก่นายจ้างและลูกค้าที่มุ่งมำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าประเวณี   ด้านกระทรวงการต่างประเทศ นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า รายงานดังกล่าวไม่สะท้อนและไม่สอดคล้องต่อความพยายามในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทยในปีที่ผ่านมา อีกทั้งการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ไทยไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองการประเมินใดๆแต่เป็นไปเพื่อปกป้องคุ้มครองชาวไทยและชาวต่างชาติในไทย รัฐบาลไทยยืนยันความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการต่อต้านการค้ามนุษย์อย่างจริงจังต่อไป รวมทั้งจะร่วมมือทุกฝ่ายที่ให้ความสนใจกับการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริงและสร้างสรรค์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sK_0wNhUHsI    

 6,687
สังคม-อาชญากรรม
28 มิ.ย. 60

'แม่เล้าปู' ยังปากแข็ง ปัดบังคับเด็กค้าประเวณี ปคม.มั่นใจมีหลักฐานเอาผิดฐานค้ามนุษย์

ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ มั่นใจมีหลักฐานเอาผิดผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ หลังจับผู้ต้องหาครบทั้ง 6 คนแล้ว โดยมีแม่เล้าปูเป็นคนสุดท้าย ซึ่งเจ้าตัวยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้บังคับข่มขู่ผู้เสียหาย   จากกรณีตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม.กล่าวถึงการจับกุมตัวนางฑิภาพร มณีน้อย หรือ แม่เล้าปู ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ ที่จับกุมได้เมื่อวานนี้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ก่อนนำมาที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยมีหลักฐานการพูดคุยในแอปพลิเคชั่นไลน์ ของกลุ่มผู้ต้องหา จึงมั่นใจว่า จะดำเนินคดีกับนางฑิภาพร และพวกได้ แม้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวได้จะให้การปฏิเสธก็ตาม และจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาในวันพรุ่งนี้   ทั้งนี้แม่เล้าปูปฏิเสธว่าไม่ได้บังคับข่มขู่ผู้เสียหายให้ค้าประเวณี ผู้เสียหายเป็นฝ่ายมาติดต่อขอให้พาไปทำงานเอง ทั้งช่วงที่ผ่านมาที่แม่เล้าปู อ้างว่าจะเข้ามอบตัว ก็กลับหลบหนีไปซ่อนตัวตามโรงแรมในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพมหานคร ระยอง ชลบุรี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hlfZwss9kUY  

 9,851
สังคม-อาชญากรรม
27 มิ.ย. 60

จับ 2 ผู้ต้องหาค้ามนุษย์ที่ปราจีนบุรี เปิดร้านคาราโอเกะบังหน้าก่อนส่งต่อค้าประเวณี

พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. พร้อมด้วย พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผบก.ปคม. พ.ต.อ.ปัญญา ปิ่นสุข รองผบก.ปคม. พ.ต.อ.อัครเดช เกตุเอี่ยม ผกก.2 บก.ปคม. ได้ทำการจับกุมนางฐิติรัตน์ หลิน อายุ 36 ปี และนายสุทัศน์ ชัยสัมฤทธิ์ อายุ 29 ปี ในข้อหา "ค้ามนุษย์ โดยแสวงหาประโยชน์มิชอบจากการค้าประเวณี" โดยสามารถจับกุมได้ร้านฐณภัทร เลขที่ 642/8 หมู่ 1 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา   พล.ต.ต.กรไชย เปิดเผยว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่กก.2 บก.ปคม.ทราบว่าที่ร้านฐณภัทรคาราโอเกะ มีการลักลอบค้าประเวณีและหญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาทำงานและขายบริการจึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.กบินทร์บุรี และเจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัวจ.ปราจีนบุรี ได้ร่วมกันวางแผนจับกุม โดยแบ่งกำลังเป็น 2 ชุด คือ ชุดแฝงตัวเข้าไปใช้บริการ และชุดที่ดักซุ่มอยู่บริเวณใกล้เคียง จากนั้นชุดล่อซื้อได้ทำการล่อซื้อบริการเพื่อไปร่วมประเวณีหลับนอนจำนวน 2 คน คิดค่าบริการคนละ 2,000 บาท โดยเด็กจะได้ค่าตัวคนละ 1,000 บาท ที่เหลือจะต้องเป็นค่าใช้จ่ายให้กับทางร้าน   จากนั้นพนักงานทางร้านได้พาไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบพบหญิงสาว ในลักษณะนุ่งผ้าเช็ดตัวและพบถุงยางอนามัย เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวหญิงสาวขึ้นรถเพื่อนำตัวไปให้เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ปราจีนบุรี ทำการคัดแยกเหยื่อ   พล.ต.ต.กรไชย กล่าวต่อว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบร้านฐณภัทรอีกครั้งเพื่อเข้าตรวจสอบเงินที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ได้พบกับนางฐิติรัตน์ แสดงตัวเป็นเจ้าของร้านและพบนายสุทัศน์ เป็นผู้เก็บเงินที่ทำการล่อซื้อไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่งสภ.กบินทร์บุรี เพื่อดำเนินการต่อไป  

 6,686
สังคม-อาชญากรรม
23 มิ.ย. 60

ปคม.คุมตัวผู้ต้องหาฝากขังคดีค้ามนุษย์ ยังไร้วี่แวว 'แม่เล้าปู'

เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. เตรียมควบคุมตัว นายบิว ซึ่งเป็นคนเชียร์แขกและถูกแจ้งข้อหาเป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณีผู้ดูแลหรือผู้จัดการที่ถูกคุมขังอยู่ที่ สน.ทุ่งสองห้อง ไปขออํานาจศาลอาญารัชดา ฝากขังผัดแรก และคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์   ทางด้าน พ.ต.ท.พัชรดนัย การินทร์ รองผู้กํากับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ที่แม่เล้าปูได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวก่อนเที่ยง แต่ล่าสุดไม่สามารถติดต่อได้แล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่พยายามส่งกําลังกดดัน เพื่อให้เดินทางเข้ามามอบตัวที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยเชื่อว่าขณะนี้ยังหลบนี้อยู่ภายในกรุงเทพมหานคร    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tMFqt1MqnbA  

 16,383
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ค. 60

คุมตัว 5 แม่เล้าสอบเพิ่ม ออกหมายเรียก 6 ขรก.เอี่ยวอีกล็อต จ่อพาแม่เหยื่อเข้าเครื่องจับเท็จ

รอง ผบ.ตร.สอบสวน 5 แม่เล้า จ.แม่ฮ่องสอน อย่างละเอียด ยืนยันขยายผลเอาผิดทั้งผู้ซื้อและผู้จัดหาทั้งระบบ ส่วนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา   5 ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ และร่วมกันเป็นธุระจัดหา เพื่อการค้าประเวณีถูกตำรวจ ปคม.นำตัวมาให้พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.สอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมกับให้แม่ของเด็กผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อไปค้าประเวณีมาชี้ตัวผู้ต้องหาทั้งหมด เพื่อยืนยันถึงพฤติกรรมในการเอาผิด   ด้าน 1 ในผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมระบุว่า ตัวเองมีอาชีพเปิดร้านเสริมสวยภายในหมู่บ้าน และไม่เคยรู้จักกับผู้เสียหายเป็นการส่วนตัว แต่ยอมรับว่า เป็นคนพื้นที่เคยเจอกันในสถานบันเทิง แต่ยืนยันว่า ไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับการค้าประเวณี และไม่รู้จักกับดาบยุทธ ส่วนแม่เหยื่อผู้เสียหายยอมรับว่ารู้จักเพราะเคยนำรถ จยย.ไปจำนำกับสามีเก่าของแม่เหยื่อเท่านั้น พร้อมกับยืนยันว่า ตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ และร้องขอความเป็นธรรมหากพิสูจน์ได้ว่า ตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะปัจจุบันหลังเกิดเรื่องต้องหยุดกิจการ เพราะครอบครัวก็มีหนี้สินเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับผู้ต้องหารายอื่นๆ ก็ให้การปฏิเสธเหมือนกันทุกคนว่าไม่เคยเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงเด็กไปค้าประเวณี   ด้านแม่เหยื่อระบุว่ารู้จักกับ 4 ผู้ต้องหาที่เป็นผู้หญิง ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นผู้ชาย 1 คน ไม่เคยพบเห็นมาก่อน โดยผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้จับแพะ ซึ่งเครือข่ายที่เคยทำในลักษณะนี้ในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน เชื่อว่าตำรวจสามารถจับกุมได้หมดแล้ว ส่วนที่เหลือคาดว่า หลหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว   ส่วนกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อบริการเด็กหญิงตัวเองยังคงยืนยันคำให้การเหมือนเดิมว่า ลูกสาวที่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งมีแม่เล้าชื่อฟ้ามาติดต่อให้ไปรับรองคณะของผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนช่วงปลายเดือนกันยายนก่อนที่จะเข้าไปรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ   ด้านพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การที่จะนำผู้เสียหายเข้าเครื่องจับเท็จถือว่าเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันคำให้การของผู้เสียหาย และเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย   ส่วนการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 6 คน ประกอบด้วย ตำรวจ 5 นาย ครู 1 คน ซึ่งมีพฤติกรรมเป็นผู้ซื้อบริการ แต่ศาลพิจารณาให้ออกหมายเรียก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบปากคำ ส่วนกรณีของผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีการเชิญตัวมาสอบปากคำหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานแน่ชัด   ขณะที่ภาพรวมในการดำเนินคดี สภ.จ.แม่ฮ่องสอน มีการดำเนินคดีไปแล้วทั้งหมด 37 คดี โดยเป็นของตำรวจภูธรแม่ฮ่องสอน 36 คดี และตำรวจปคม. 1 คดี อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ต้องหาที่ให้การปฏฺิเสธ และระบุว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก็สามารถทำได้ แต่ยืนยันว่าตำรวจมพยานหลักฐานที่จะเอาผิดถึงขบวนการหลังจากนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Z1aTRbXI8Zg    

 17,369
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ค. 60

รวบพ่อเล้า ลวงโจ๋ขายบริการกลุ่มรักร่วมเพศที่นครปฐม

นครปฐม-รวบชายวัย 56 ปี ในข้อหาค้ามนุษย์ และเป็นธุระจัดหาเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และ 18 ปี มาขายบริการ หลังมีพฤติกรรมชักชวนวัยรุ่นชายมาขายบริการให้กับกลุ่มรักร่วมเพศ ก่อนที่ทาง ตร.จะทำการล่อซื้อ โดยการปลอมตัวเป็นนักเที่ยว โดยจะคิดราคาจากแขกครั้งละ 500 บาท แต่พ่อเล้าหักไป 200 บาท เหลือให้เด็กคนละ 300 บาท ตร.ฝากเตือนผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่าให้ออกมามั่วสุมกันในเวลาค่ำคืน เพราะอาจถูกล่อลวงได้        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vYS85r_vxrY  

 14,648
สังคม-อาชญากรรม
19 เม.ย. 60

ขยายผลคดีเด็ก 14 ถูกรุมโทรมเป็นค้ามนุษย์ ถูกบังคับขายบริการชายสูงวัย แม่ร้องขอความเป็นธรรม 'ศรีวราห์'

ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ นำครอบครัวเหยื่ออายุ 14 ปีที่ระบุว่าถูกรุมข่มขืนที่จังหวัดสุพรรณบุรี เข้าพบพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพรามหณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม มอบหลักฐานและให้ปากคำ เพื่อเร่งรัดคดีคลี่ปมข้อสงสัยของครอบครัว รวมทั้งดำเนินคดีกับบุคคลที่ครอบครัว เชื่อว่าร่วมก่อเหตุทุกคน โดยหลักฐานที่นำมาประกอบด้วยภาพคลิปวีดีโอที่แสดงการต่อสู้ขัดขืนขณะเกิดเหตุ   ขณะที่แม่ของผู้เสียหาย ระบุว่า ลูกสาวได้ออกไปทำกิจกรรมที่โรงเรียน จากนั้นก็หายตัวไป และไม่สามารถติดต่อได้ ในวันถัดมาที่พบตัว ลูกสาวจึงเล่าว่าในวันเกิดเหตุ เพื่อนได้พามาส่งไว้ที่ร้านเกม และได้ดื่มน้ำอัดลมที่มีคนนำมาให้ จากนั้นก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ยังมีสติ จึงรู้ว่าถูกข่มขืนจากชายกว่า 10 คน ซึ่งหลังพบตัวลูกสาว ได้พาเข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ และพยายามให้มีการไกล่เกลี่ยด้วยการเรียกค่าเสียหายจากผู้ก่อเหตุ จึงเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 8 แสนบาท แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอม ระบุว่ามีเงินไม่พอ จึงแจ้งความดำเนินคดี โดยหลังแจ้งความ ตนและครอบครัว ถูกข่มขู่มาโดยตลอดทั้งทางโทรศัพท์ และมีขับรถมาตระเวนแถวบ้าน จึงต้องร้องขอความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่   ด้าน บก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ที่รับโอนคดีนี้จากสภ.ด่านช้าง มารับผิดชอบเอง จ่อออกหมายจับกลุ่มชายวัยรุ่นเพิ่มอีก 5 ราย นอกเหนือจากนายไก่ ผู้ก่อเหตุ ทั้งนี้ยังมีการสอบปากคำเพื่อนสาว และน้องสาวนายไก่ รวมอีก 3 ราย ว่ามีการร่วมกันเป็นการจัดหาการค้าประเวณีด้วยหรือไม่ รวมถึงชายสูงวัยอีก 1 ราย กำลังตรวจสอบ หากซื้อบริการจริงก็จะถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย   หลัง จนท.ทำการสอบปากคำ ด.ญ.เอ นานกว่า 3 ชั่วโมง ทั้งยังมีการสอบปากคำเพื่อนสาวอีก 2 คน และ น.ส.แก้ม น้องสาวของนายไก่ ที่เป็นคนพาเด็กหญิงไปขายบริการให้กับชายสูงวัย เบื้องต้นสืบทราบว่าเป็นข้าราชการรายนึงในพื้นที่ อ.เมืองสุพรรณบุรี จากนั้นพาเด็กหญิงแก้มไปชี้จุดที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอ.ด่านช้าง ตามที่ ด.ญ.เอ กล่าวว่าถูกนำมาขายบริการที่นี่ โดยได้มีการซื้อบริการในราคา 2,000 บาท และได้ส่วนแบ่งจาก น.ส.แก้ม มา 300 บาท ก่อนน.ส.แก้ม จะไปส่งด.ญ.เอ ที่บ้านนายไก่ อีกครั้ง และถูกนายไก่ กระทำชำเรา   จากแหล่งข่าวของ ปคม.รายนึง ได้ให้ข้อมูลว่าคดีนี้จะมีผู้ต้องหาในคดีรุมโทรม จำนวน 4 คน คดีซื้อบริการทางเพศอีก 1 คน และคดีค้ามนุษย์ 1 คน รวมทั้งเพื่อนสาวอีก 2 คน ซึ่งขณะนี้กำลังสอบสวนว่ามีส่วนรู้เห็น เกี่ยวข้องหรือไม่ หลังจากมีการสอบปากคำทั้งส่วนแม่เด็กและเด็กหญิง สรุปว่าในวันที่ 12 พ.ย. ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ ด.ญ.เอ ได้ออกมาจากบ้านเพื่อมาร่วมกิจกรรมของโรงเรียนแต่มาไม่ทัน จึงเดินทางไปเที่ยวที่หาดทรายกระเสียว อ.ด่านช้าง และมีการดื่มแอลกฮอล์กัน   จากนั้นเมื่อช่วงค่ำ ก็ถูกกลุ่มชาย 2 คน ข่มขืนกระทำชำเราที่ป่าละเมาะหาดทรายกระเสียว และถูกรุมโทรมอีกครั้งที่ร้านเกม บริเวณหลังร้านกับชายอีก 2 คน จากนั้นเพื่อนสาวได้ขี่รถพา ด.ญ.เอ ไปส่งที่บ้านนายไก่ หลังจากนั้นเพื่อนสาวก็หายออกไปจากบ้าน นายไก่จึงได้กระทำชำเรา ด.ญ.เอ จากนั้นน้องสาวของนายไก่ ได้พา ด.ญ.เอ ออกไปขายบริการที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.ด่านช้าง โดยมีชายสูงวัยเป็นผู้ซื้อบริการ หลังจากนั้นก็พามาส่งบ้านนายไก่ ก่อนนายไก่จะขับรถมาส่ง แต่บังเอิญเจอแฟน ด.ญ.เอ ก่อน ด.ญ.เอ จึงไปอยู่ที่โต๊ะสนุกเกอร์กับแฟน จนแม่ไปแจ้งความและตามไปจับตัวนายไก่ ได้ในที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ktWD49EXoMs    

 37,053
ข่าวภูมิภาค
03 เม.ย. 60

พ่อแจ้ง ปคม.ดำเนินคดี ญาติชาวเขมรพาลูกชาย 3 ขวบ ไปตระเวนขอทาน

           พ่อเด็กชายวัย 3 ขวบ แจ้งตำรวจปคม.ดำเนินคดีกับยายชาวเขมรหลังพบนำเด็กไปบังคับขอทานย่านสำโรง              นางฐณิฐา จันทร์ธนาฤกษ์ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พานาย เจริญ ใบไม้หอม ชาวกระเหรี่ยงเผ่าปะกากญอ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เรื่องลูกชายถูกแก๊งกัมพูชาหลอกลวงไปขอทาน ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ บัดนี้ได้พบตัวแล้วเมื่อตอนอายุ 3 ขวบ สภาพร่างกาย จิตใจย่ำแย่ หวาดกลัวคนแปลกหน้า มีแผลเต็มตัว โดยให้ดำเนินคดีค้ามนุษย์ กับชาวต่างด้าวที่เป็นญาติที่ล่อลวงบุตรของตนเองไปขอทาน โดยนายเจริญ กล่าวว่า ได้อยู่กินกับนางเป้า ไม่ทราบนามสกุล ชาวกัมพูชา ที่บ้านนายจ้างย่านดอนเมือง จนมีลูกชายด้วยกันจนอายุได้ 2 ปี นางเป้าก็ได้มอบลูกชายไว้ให้นายเจริญดูแล แล้วหนีไปมีสามีใหม่ ต่อมาเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา นางพูนพุด ยายชาวกัมพูชา ติดต่อขอนำตัวเด็กไปเลี้ยงที่บ้านพักในจังหวัดสมุทรปราการ ต่อมาเมื่อตนคิดถึงลูก นางพูนพุด ก็นัดให้มาพบตามห้างในจังหวัดสมุทรปราการ 2-3 ครั้ง ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ พม.ได้รับแจ้งจากสายด่วน 1300 พบแก๊งนำเด็กมานั่งขอทาน ไปตรวจสอบจนพบนั่งขอทานอยู่บนสะพานลอยหน้ารพ.เปาโล สมุทรปราการ จึงแจ้งตำรวจสภ.เมือง จ.สมุทรปราการควบคุมตัวนางพูนพุดไปดำเนินคดีแต่ตำรวจดำเนินคดีเพียงข้อหาหลบหนีเข้าเมืองเท่านั้น ส่วนเด็กชายวัย 3 ขวบได้นำตัวไปดูแลไว้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สมุทรปราการ โดยนางฐณิฐา กล่าวว่าตอนไปพบเด็กอยู่ในอาการเซื่องซึมและมีบาดแผลตามขาทั้งสองข้าง คาดว่าน่าจะเกิดจากการถูกบุหรี่จี้ วันนี้จึงพานายเจริญ เข้าแจ้งความกับตำรวจปคม.ให้ดำเนินคดีกับญาติๆชาวกัมพูชาในข้อหาค้ามนุษย์ตามความต้องการของพ่อ    

 11,579

Top