ค้นหา :

ผลการค้นหา "ค้ามนุษย์"

สังคม-อาชญากรรม
12 ก.พ. 62

รวบ ‘เจ๊เก่ง พัทยา’ แม่เล้าค้ากามเด็กชาย หนีศาลกบดานเชียงใหม่

วันที่ 12 ก.พ. 62 ตำรวจกองปราบจับกุมตัว นายอนันต์สิทธิ์ สารเก่ง อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 820/2561 ลงวันที่ 14 ก.พ. 2561 ได้ริมถนนหัสดิเสวี ปากซอย 4 ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน ค้ามนุษย์ฯบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปีและเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหาพาไปเพื่อการอนาจารเพื่อให้บุคคลนั้นค้าประเวณี, พรากเด็กไปเพื่อหากำไรเพื่ออนาจาร, พรากผู้เยาว์เพื่อหากำไรเพื่อการอนาจาร    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 61 ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) สืบทราบว่า นายอนันต์สิทธิ์ สารเก่ง หรือ หนานเวิ้น หรือ เจ๊เก่ง พัทยา มีพฤติกรรมจัดหาเด็กชาย สนองความใคร่ให้กับแขกที่มีรสนิยมไม้ป่าเดียวกัน    จึงวางแผนให้สายชาวต่างชาติทำการล่อซื้อ โดยให้นายอนันต์สิทธิ์ นำเด็กมาส่งให้จำนวน 5 คน ในราคา 14,000 บาท ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพัทยา ต่อมา เวลาประมาณ 12.30 น.นายอนันต์สิทธิ์ ได้เดินทางมาพร้อมกับเด็ก 5 คน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุม และพบว่าเด็กที่นายอนันต์สิทธิ์ นำมานั้นมีอายุ 14 ปี 1 คน , 15 ปี 2 คน , 16 ปี 1 คน และ 18 ปี 1 คน    ต่อมาศาลมีคำสั่งพิพากษาให้จำคุก นายอนันต์สิทธิ์ จึงได้หลบหนีไปจากการสืบสวนของ บก.ป. ทราบว่า ผู้ต้องหาหลบมาอยู่กับเพื่อนใน จ.เชียงใหม่ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบต่อมาสามารถจับกุม โดยนำตัวส่งศาลอาญาดำเนินคดีต่อไปต่อไป   นายอนันต์สิทธิ์ ให้การว่าตนได้กระทำความผิดในคดีนี้จริง โดยหลังจากศาลอาญาให้ประกันตัวแล้ว ก็ได้ไปขึ้นศาลตามนัดหลายครั้งภายหลังเห็นว่า ต้องติดคุกแน่นอน จึงตัดสินใจหลบหนี โดยหนีมาอยู่กับพรรคพวก ย่านสันติธรรม จ.เชียงใหม่ และถูกตำรวจกองกำกับการ 2 กองปราบปราม ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามคำพิพากษาของศาลที่ให้จำคุก 12 ปี  

 2,091
ข่าวภูมิภาค
28 ธ.ค. 61

รวบสองผัวเมียเจ้าของร้านคาราโอเกะ ย่านเคหะบางพลี ลอบนำเด็กสาวค้ากาม

สมุทรปราการ-เจ้าหน้าที่ปกครองนำกำลังเข้าตรวจสอบภายในร้านเจ๊รินคาราโอเกะ ตั้งอยู่ในเคหะบางพลี หลังได้รับการร้องเรียนจาก NGO ด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ว่า ร้านดังกล่าวมีการค้าประเวณีเด็ก จึงได้วางแผนล่อซื้อ จากการตรวจสอบพบว่าร้านดังกล่าวมีนายมงคลชัย ธรรัตนกุล อายุ 45 ปี และนางสาวจริยา ภู่เสือ อายุ 42 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ เป็นเจ้าของด้านในร้าน   พบมีพนักงานทั้งหมดเป็นหญิงสาวจำนวน 9 คน ในจำนวนนั้นเป็นเด็กอายุ ต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 คน คืออายุ 17 ปี 1 คน อายุ 16 ปีจำนวน 2 คน จึงมีความผิดฐานค้ามนุษย์ ส่วนพนักงานทีเหลืออีก 6 คน มีอายุตั้งแต่ 18 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี ซึ่งมีความผิดฐานค้าประเวณี และจากการตรวจสอบพบว่าร้านคาราโอเกะดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการคาราโอเกะแต่อย่างใด   ตรวจค้นภายในร้านยังพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดเดียวกันจำนวน 6 นัด และถุงยางอนามัยอีกจำนวนมาก จึงตรวจยึดเอาไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวสองสามีภรรยา เจ้าของร้านคาราโอเกะดังกล่าว มาทำการสอบสวนและดำเนินคดีในข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันค้ามนุษย์ ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณีฯ ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551   ส่วนพนักงานที่พบในร้านทั้งหมด เจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้มารับตัวไปฟื้นฟูและให้การช่วยเหลือต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FGuKh3B2qBw

 4,088
สังคม-อาชญากรรม
27 ธ.ค. 61

สาว15 ยันสมัครใจขายตัวเลี้ยงลูก ชี้ลูกค้าส่วนใหญ่ ตร.-ทหาร วอนช่วยพี่สาวโดนข้อหาหนักค้ามนุษย์

จากกรณีที่นางสาวเอ อายุ 15 ปี และแม่เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ นายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย สมาชิกอบจ.สกลนคร และทนายความเพื่อปรึกษาขอความช่วยเหลือ แก้ข้อกล่าวหาให้พี่สาวหลังถูกจับพาน้องค้ากาม โดนข้อหาหนักค้ามนุษย์ ห้ามประกันตัวนานร่วมเดือนนั้น   วานนี้ (26 ธ.ค.) นางสาวเอ ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา ตนได้รับโทรศัพท์ว่ามีคนต้องการ ร่วมหลับนอนด้วย 2 คน ในราคาคนละ 1,600 บาท จึงได้ชวนพี่สาว อายุ 28 ปี ไปร่วมหลับนอนกับชายที่โทรมาด้วยในวันที่ 28 ต.ค. ซึ่งมีการนัดไว้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ถนนบาบาส สกลนคร-กาฬสินธ์ เมื่อไปถึงพบชายทั้งสองคนที่ตกลงกันอยู่คนละห้อง และชายอีกคนบอกว่าเพื่อนอีกคนไม่สามารถร่วมหลับนอนด้วยได้เพราะเมามาก จึงต้องการเฉพาะตนคนเดียว   และได้มีการให้ค่าเสียเวลามา ซึ่งขณะที่ชายคนดังกล่าวกำลังยื่นเงินให้พี่สาว ตนเห็นว่าส่วนหนึ่งเป็นเงินค่าตัวของตนเองด้วย จึงเอื้อมมือจะไปหยิบแต่ชายคนดังกล่าวกลับสะบัดออกเล็กน้อยแล้วยื่นพี่สาวตนแทน ก่อนที่จะบอกว่าให้พี่สาวตนรับรวมกันไปเลย จากนั้นตนก็เปิดประตูเข้าห้องไปกลับพบชาย 4 คน ที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจ ก่อนที่จะทำการจับกุมตนกับพี่สาว และนำตัวมาที่ สภ.เมืองสกลนคร พร้อมแจ้งข้อหาพี่สาวเป็นผู้จัดหา หรือชักพาไปกระทำการค้าประเวณี เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และชักจูง (ค้ามนุษย์)   ซึ่งไม่เป็นความจริง พี่สาวตนไม่ได้เป็นนายหน้าค้ามนุษย์ ตามที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นเพียงคนที่ขายบริการด้วยกันเท่านั้น และยืนยันว่าไม่มีใครชักนำใครไปขายบริการ หรือหลอกล่อไป เพราะตนทั้งสองสมัครใจที่จะรับงานเอง ต่างคนก็ต่างแสวงหาจึงอยากออกมาขอความเป็นธรรมให้กับพี่สาว   นางสาวเอ ยังบอกอีกว่า ตนเพิ่งเริ่มทำอาชีพนี้ได้ประมาณ 1 เดือน เคยรับแขกมา 4-5 ครั้ง ซึ่งเมื่อเวลามีแขกติดต่อมาซื้อบริการจะเป็นการติดต่อกับนายหหน้าอีกคน แล้วนายหน้าก็จะติดต่อมาหาตนอีกที โดยการบอกข้อมูลแขกเพียงแค่ชื่อที่เป็นอักษรย่อ สถานที่ และหมายเลขห้อง ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นทหาร หรือไม่ก็เป็นตำรวจ อายุประมาณ 40 ปี   ส่วนสาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่า ไม่มีเงินซื้อนมและแพมเพิสให้ลูก เพราะฐานะทางบ้านยากจน พี่สาวก็ไม่มีงานทำ และสงสารลูกจึงตัดสินใจรับงานขายบริการ   ด้านผู้เป็นแม่ เผยว่า ก่อนหน้านี้ตนไม่ทราบเลยว่าลูกสาวทั้ง 2 คนแอบไปขายบริการ กระทั่งถูกจับ ซึ่งตนคิดว่าสาเหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะความยากจน ทั้งนี้เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วตนยอมรับในความผิดเรื่องขายตัวว่าลูกทำจริง แต่เรื่องที่ลูกสาวคนโตโดนจับข้อหาค้ามนุษย์นั้น ตนมั่นใจว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะเอาน้องไปขาย ไม่มีใครเป็นนายหน้า ไม่ใช่ค้ามนุษย์แน่นอน   ตอนนี้ตนเป็นทุกข์มากเพราะเป็นข้อหาค้ามนุษย์เป็นข้อหาที่รุนแรง ทำเรื่องขอประกันตัวไม่ได้ลูกสาวคนโตต้องติดคุกมา 2 เดือนแล้ว ตนจึงออกมาร้องเรียนเพื่อความเป็นธรรมให้กับลูกสาว โดยขอให้มีการสอบสวนใหม่อย่างละเอียด และอยากให้มีการต้องข้อหาตรงกับความผิดที่แท้จริง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kRXzASGm5Kw

 19,619
ข่าวภูมิภาค
26 ธ.ค. 61

สาว 15 ขายตัวหาเงินเลี้ยงลูก ก่อนโดนล่อซื้อ โอดพี่สาวโดนข้อหาหนักค้ามนุษย์ ติดคุกไม่ได้ประกัน

สกลนคร-แม่และนางสาวเอ ลูกสาวอายุ 15 ปี เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ นายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย สมาชิกอบจ.สกลนคร และ ทนายความ เพื่อปรึกษาขอความช่วยเหลือ   สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา น.ส.เอ เผยว่า ได้รับโทรศัพท์ว่ามีคนต้องการ ร่วมหลับนอนด้วย 2 คน ในราคาคนละ 1,600 บาท จึงได้ชวน น.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี พี่สาวไปร่วมหลับนอนกับชายที่โทรมาด้วย ในวันที่ 28 ต.ค. โดยนัดไว้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ถนนบาบาส สกลนคร-กาฬสินธุ์   เมื่อไปถึงพบชายที่ตกลงกันอยู่คนละห้อง โดยชายอีกคนบอกว่า ไม่ต้องการแล้วเพราะเมา จึงต้องการเฉพาะตนคนเดียว จากนั้นเมื่อเข้าไปในห้องพบชาย 4 คน อ้างเป็นตำรวจ ทำการจับกุม ก่อนนำตัวมาที่ สภ.เมืองสกลนคร และแจ้งข้อหาพี่สาวเป็นผู้จัดหา หรือชักพาไปกระทำการค้าประเวณี เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และชักจูง (ค้ามนุษย์)   นางสาวเอ เผยต่อว่า ตนทั้งสองสมัครใจที่จะรับงานเอง ไม่ได้ถูกชักจูง เคยทำด้วยกันมา 4-5 ครั้งแล้ว และครั้งนี้ยอมรับว่าคลอดลูกใหม่ ไม่มีเงินซื้อนมลูกและแพมเพิสให้ลูก เพราะฐานะทางบ้านยากจน พ่อแม่ก็รับจ้างล้างห้องน้ำ ในสถานี บขส.สกลนคร พ่อเป็น รปภ. พี่สาวก็ไม่มีงานทำ และสงสารลูกจึงตัดสินใจรับงานขายบริการ   ด้านแม่เผยว่า เกิดมาคงไม่มีใครอยากลำบากยากจน ลูกคนเล็กก็เรียนไปไม่จบ ต้องขายตัวเลี้ยงลูก สามีก็ชีวิตลำบากมาก ลูกสาวคนที่ถูกจับว่าค้ามนุษย์ มองว่ารุนแรงมาก เพราะประกันตัวไม่ได้ ต้องติดคุกมา 2 เดือนแล้ว เคยร้องเรียนไปทั้งศูนย์ดำรงธรรมเรื่องก็ยังเงียบ ยอมรับว่าไปค้าประเวณีจริง แต่ไม่มีใครเป็นนายหน้า ไม่ใช่ค้ามนุษย์ ตนคิดว่าตั้งข้อหาหนักเกินไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rrICoN258e0

 13,542
สรุปข่าว
19 ต.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 19 ต.ค.61 จำคุกแม่เล้าแก๊งนกฮูก-ฟองสบู่อสังหา-ปิคอัพชนคู่รักดับสยอง-หนังนาคี2ฟีเวอร์

-ศาลอาญาพิพากษาแก๊งแม่เล้านกฮูกน้ำเพียงดิน-ดาบยุทธ คดีค้ากามแม่ฮ่องสอน ดาบยุทธโดนจำคุก 309 ปี เพราะเป็น จนท.ทำผิดเสียเอง แม่เล้า 2 คนโดนคนละ 183 ปี แต่โทษสูงสุดจำคุกได้ 50 ปี สั่งชดเชยเหยื่อ 1.3 ล้านบาท   -คดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ศาลพิพากษาจำคุก 27 ปี ทหารยศพันเอก อดีตรอง ผอ.กอ.รมน.ส่วนหน้า จ.สตูล และนาวาเอก สังกัดกองทัพเรือภาค 3 ในความผิดฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาจากบังคลาเทศ-เมียนมา ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว   -ปิคอัพชนตามด้วยเก๋งทับดับสยอง 2 หนุ่มสาวคู่รัก ทะเลาะกันกลางถนนที่สัตหีบ วงจรปิดจับภาพได้ชัดเจน ยื้อยุดฉุดกระชากจนไปนั่งบนถนน ก่อนกระบะพุ่งชนไกล 10 เมตร แล้วรถเก๋งแล่นทับซ้ำ เพื่อนบอกนั่ง จยย.ซ้อน 4 คู่รักเมากันทั้งคู่ หลังเกิดเหตุคนขับรถ 2 คันหลบหนี ตร.เร่งล่าตัว (คู่รักทะเลาะกันกลางถนน ถูกกระบะชนกระเด็น เก๋งขับตามมาทับร่างดับคู่)   -ปฏิกิริยาของหลายฝ่ายหลัง ผบ.ทบ.ไม่รับประกันว่าจะไม่รัฐประหาร พลอากาศเอกชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ.เผยเป็นการพูดที่มีเหตุผล ชี้ทหารไม่อยากปฏิวัติอยู่แล้ว ถ้าทุกคนอยู่ในกติกาก็จะไม่เกิดปัญหา บิ๊กป้อมมองว่าไม่ใช่การขู่ ชี้ถ้าทุกอย่างสงบก็ไม่มีอะไร เชื่อไม่กระทบบรรยากาศการเมือง มท.1 หวังให้ประเทศไม่ขัดแย้ง   - จาตุรนต์ แกนนำเพื่อไทย จวก พลเอกอภิรัชต์มีทัศนคติต่ำกว่ามาตรฐานของ ผบ.ทบ.คนอื่นๆ ขาดวุฒิภาวะผู้นำ ไม่มีความรู้ด้านการเมือง ส่งผลกระทบต่อการลงทุน นานาชาติขาดความเชื่อมั่น อภิสิทธิ์เผยไม่มีใครอยากให้เกิดจลาจล มองตามประวัติศาสตร์การเมือง ไม่ควรชี้นิ้วต่อว่าใครเป็นต้นเหตุ   -นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศระบุมีผู้นำต่างชาติประสงค์เข้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์หลายราย ระหว่างประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรปที่เบลเยี่ยม เพราะนานาชาติเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯอีกสมัยของไทย   -เตือน ฟองสบู่อสังหาเดือนกันยายนมาแล้ว ชี้มีเปิดตัว 60 โครงการใหม่ มูลค่า 98,000 ล้านบาทในเดือนเดียวถือว่ามหาศาล เกิดฟองสบู่ชัดเจน ยังมีอีก 369 โครงการรอเปิดขาย   -สมคิดสั่งใช้ยาแรง ฟรีวีซ่ายกเว้นค่าธรรมเนียม ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง 2,000 บาทให้ นทท.21 ชาติรวมทั้งจีน ฟื้นการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น หวังให้ นทท.จีนกลับมาตามเป้าหมาย แต่ รมว.ท่องเที่ยวเห็นต่าง ไม่ควรลดแลกแจกฟรี ควรผลักดันมาตรการความปลอดภัยให้สำเร็จก่อน ด้านผู้ว่าฯ ททท.บอกแคมเปญส่งเสริมการตลาดที่เตรียมไว้อาจไม่แรงพอ การให้ฟรีวีซ่าถือเป็นการแสดงน้ำใจช่วยได้มาก   -กังวลสงครามการค้ากระทบไทย เอกชนเสนอฟื้นโครงการ Made in Thailand เป็นวาระแห่งชาติ ให้คนซื้อสินค้าไทยทั้งในและ ตปท.มิเช่นนั้นผู้ประกอบการไทยจะอยู่ไม่ได้   -อุทธรณ์ไม่ขึ้น ศาลอาญาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายืนจำคุก 10 เดือน ไม่รอลงอาญา สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ห้ามดำรงตำแหน่ง จนท.รัฐ 5 ปี ฐานแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ 20 ล้าน ศาลชี้เป็นผู้บริหารระดับสูงแต่ทำผิดเสียเอง ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ คดีถึงที่สุด จนท.คุมตัวเข้าเรือนจำทันที ครอบครัวร่ำไห้ เจ้าตัวน้ำตาซึมบอกครอบครัวแปปเดียว (ครอบครัวร่ำไห้ 'สุพจน์ ทรัพย์ล้อม' นอนคุก 10 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานปกปิดบัญชีทรัพย์สิน)   -จนท.หายตัวลึกลับขณะเข้าช่วย นทท.ที่ตกเหวน้ำตกป่งป๊ง กาญจนบุรี ต้องส่งกำลังเข้าป่าลึกตามหา ก่อนพบตัวติดค้างในป่า เป็นตะคริวที่ลานจอด ฮ. แล้วไม่มีใครเห็น ทำให้ขึ้น ฮ.กลับไม่ทัน ด้าน นทท.ถูกนำตัวออกมาจากป่าขึ้น ฮ.ออกมาปลอดภัย ถูกสั่งปรับคนละ 500 บาท ฐานเข้าอุทยานโดยไม่ได้รับอนุญาต สารภาพต้องการหาที่เที่ยวใหม่ๆ ทั้งที่รู้ดีว่าเป็นเหตุห้ามเข้า ขอโทษทุกฝ่ายที่ทำให้เดือดร้อน (ช่วยสำเร็จ กลุ่ม นทท.ตกเหวน้ำตกป่งป๊ง โดนปรับคนละ 500 ระทึก จนท.โดนทิ้งกลางป่า ต้องวกกลับไปช่วยอีก)   -กองปราบจับสาวใหญ่ปลอมไลน์รองอธิบดีอัยการสูงสุด หลอกรับเงินวิ่งเต้นคดียาเสพติดช่วยไม่ต้องติดคุก แต่สุดท้ายเหยื่อก็โดนดำเนินคดี สืบประวัติเคยปลอมไลน์อัยการเพชรบุรี เรียกเงินเร่งคดีพินัยกรรมยกมรดก ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงิน เจ้าตัวรับสารภาพ ตร.เตรียมขยายผล เชื่อมีคนร่วมขบวนการอีก 2-3 คน (รวบหญิงแสบปลอมไลน์ 'รองอัยการสูงสุด' หลอกเรียกรับเงินวิ่งเต้น ให้หลุดคดียาเสพติด)   -นักบินการบินไทย ไม่ยอมเทคออฟเครื่อง เพราะไม่ได้นั่งที่นั่งนักบินขากลับ ในชั้นธุรกิจ ปล่อยเครื่องดีเลย์ 2.30 ชม. สุดท้ายผู้โดยสารสามีภรรยาต้องสละที่นั่งให้ การบินไทยแถลงขอโทษที่ไม่เป็นมืออาชีพ สั่งสอบสวนแล้ว (ฉาวการบินไทย คณะนักบินปล่อยเครื่องดีเลย์ ฉุนไม่ได้นั่งชั้นธุรกิจ ผู้โดยสารต้องสละที่นั่งให้)   -หนังนาคี 2 กระแสแรงเกินคาด เข้าฉายวันแรก คนดูแห่ชมแน่นทั่วประเทศล้นโรงภาพยนตร์ รายได้ทะลุ 50 ล้านบาทในวันเดียว ขึ้นแท่นเป็นหนังไทยทำรายได้เปิดตัวสูงสุด   -จอนนี่ อันวา ประสบอุบัติเหตุรถ จยย.ล้มกลางสนามแข่งรถ เผยนาทีระทึกผ่านอินสตาแกรม แฟนคลับห่วง แห่เม้นต์ให้กำลังใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/heQ_7Km-zXw

 5,114
สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 61

ศาลสั่งจำคุก 309 ปี ‘ดาบยุทธ’ ค้ามนุษย์แก๊งนกฮูกน้ำเพียงดิน

ศาลสั่งจำคุก 309 ปี ‘ดาบยุทธ’ ค้ามนุษย์แก๊งนกฮูกน้ำเพียงดิน    วันนี้ (18 ต.ค.) ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์ขบวนการน้ำเพียงดิน ที่มีนางสาวปิยะวรรณ สุขมา หรือ เจ๊เมย์, นางสาวปิยทัศน์ ภาพเทียนสุวรรณ หรือ เจ๊ฟ้า, ดาบตํารวจยุทธชัย ทองชาติ หรือ ดาบยุทธ อดีตตำรวจ สังกัด สภ.น้ำเพียงดิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และนางสาวกัลยา วุฒิคุณ ตกเป็นจำเลยที่ 1 ถึง 4 ในข้อหาสมคบกันค้ามนุษย์ เป็นธุระจัดหาพาเด็กอายุไม่ถึง 18 ปีไปเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เป็นข้าราชการร่วมกันเป็นธุระจัดหาพาไปเพื่อให้ค้าประเวณี และร่วมกันพรากผู้เยาว์    โดยสำนวนนี้เป็นสำนวนที่ 2 เหตุเกิดเมื่อปี 2555-2559 จำเลยเป็นขบวนการค้าประเวณีเด็ก มีนางสาวปิยะวรรณ และนางสาวปิยทัศน์ ทำหน้าที่เป็นแม่เล้า ดาบยุทธ ทำหน้าที่จัดหาลูกค้า และนางสาวกัลยา ทำหน้าที่จัดหาเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี โดยจำเลยได้ร่วมกันพรากผู้เยาว์ผู้เสียหายอายุไม่เกิน 18 ปี ไปยังสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อบีบบังคับให้ผู้เสียหายค้าประเวณีหลายครั้ง    ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยมีความผิดจริง เป็นความผิดหลายกรรม โดยจำเลยที่ 1-3 มีความผิดลักษณะสมคบกันค้ามนุษย์ พิพากษาจำคุกนางสาวปิยะวรรณ และนางสาวปิยทัศน์ จำเลยที่ 1-2 183 ปี ดาบยุทธ จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ลงโทษเป็น 2 เท่า จำคุก 309 ปี โดยทั้ง 3 คนให้นับโทษไปพร้อมกับคดีเดิม คือจำคุกสูงสุดไม่เกิน 50 ปี และให้ชดใช้ค่าสินไหมให้กับผู้เสียหาย 8 แสน 5 หมื่นบาท   ส่วนนางสาวกัลยา จำเลยที่ 4 กระทำการเพียงคนเดียว จำคุก 65 ปี โดยให้นับโทษต่อจากคดีเดิม แต่ไม่เกิน 50 ปี และให้ชดใช้ค่าสินไหมแก่ผู้เสียหาย 5 แสนบาท พร้อมอัตราดอกเบี้ย 7.5 ต่อปีนับจากวันฟ้อง    สำหรับในคดีเดิม จำเลยทั้ง 4 ถูกศาลพิพากษาในคดีร่วมกันค้าประเวณีเด็กหญิงอายุ 14 ปี โดยนางสาวปิยวรรณ ศาลสั่งจำคุก 167 ปี นางสาวปิยทัศน์ ศาลสั่งจำคุก 176 ปี ดาบยุทธ ศาลสั่งจำคุก 320 ปี แต่ตามกฎหมายให้จำคุกจำเลยได้ไม่เกิน 50 ปี ส่วนนางสาวกัลยา ศาลสั่งจำคุก 36 ปี        

 6,045
สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 61

ศาลสั่งจำคุก 27 ปี พ.อ.ณัฐสิทธิ์-น.อ.กัมปนาท ค้ามนุษย์โรฮีนจา

ศาลสั่งจำคุก 27 ปี พ.อ.ณัฐสิทธิ์-น.อ.กัมปนาท ค้ามนุษย์โรฮีนจา    วันนี้ (18 ต.ค.) ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง พ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ หรือ นาย ณัฏฐ์สิทธิ์ มากสุวรรณ อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จังหวัดสตูล และ นาวาเอก กัมปนาท สังข์ทองจีน อดีตทหารเรือ สังกัดกองทัพเรือภาคที่ 3 เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ฐานร่วมกันค้ามนุษย์ เป็นเจ้าพนักงานมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรค้ามนุษย์    จากกรณีช่วงต้นเดือน ม.ค. 54 - 1 พ.ค. 58 จำเลยกับพวกสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แบ่งหน้าที่กันหลอกหลวงชาวโรฮีนจา23 คนอายุ 15 - 18 ปี จากประเทศบังกลาเทศ และรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์ ไปใช้แรงงานตามประเทศต่างๆ โดยบังคับหน่วงเหนี่ยวกักขัง ทารุณโหดร้าย    โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 คือ พันเอกณัฏฐ์สิทธิ์ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ SOP เมื่อชาวโรฮีนจาหลบหนีขึ้นมาบนแผ่นดินหลังจับตัวจะต้องคุมตัวไปให้ตำรวจท้องที่ดำเนินคดี แต่จำเลยที่ 1 กับนำรถจำนวน 5คัน มารับตัวชาวโรฮีนจาที่อยู่ในการดูแลของตำรวจออกไปโดยไม่มีการลงบันทึก และไม่และแจ้งว่านำตัวชาวโรฮีนจาไปควบคุมไว้ที่ใด   ส่วนจำเลยที่ 2 ที่พบว่ามีการเบิกเช็คจำนวนเงิน 5 แสนบาท โดยจำเลยอ้างว่าเป็นเงินที่นำมาให้กำลังพล เเละเป็นเงินที่ประกอบธุรกิจอาหารทะเลไม่มีน้ำหลัก และจำเลยไม่สามารถชี้แจงถึงเส้นทางการเงินได้ ศาลพิพากษาเห็นว่าจำเลยทั้ง 2 ทำผิดตามฟ้องฐานมีส่วนร่วมในอาชญากรรมข้ามชาติเป็นข้าราชการต้องรับโทษ 2เท่า จำคุกคนละ 8 ปี ฐานค้ามนุษย์อายุเกิน 18 ปี จำคุกคนละ 12 ปี   สมคบกันมากกว่า 2 คนขึ้นไปค้ามนุษย์ ให้จำคุกคนละ 6ปี ฐานให้ที่พักพิงกับชาวต่างด้าว อีกคนละ 1 ปี รวมจำคุก คนละ 27 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหมให้ตามจำนวนที่โจทย์ฟ้อง โดยจำเลยทั้งสองเป็นการรับโทษเท่ากับ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก    อย่างไรก็ตาม หลังฟังคำพิพากษา พันเอกณัฏฐ์สิทธิ์ ระบุว่า จะขอต่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ และ จะยื่นหลักทราบขอประกันตัว ในชั้นนี้         

 1,939
สังคม-อาชญากรรม
03 ส.ค. 61

ตร.เผยเตรียมแถลงปมซื้อบริการเด็กชายผ่านไลน์ 7 ส.ค.นี้ ชี้ไม่มีไฮโซตระกูลดังเอี่ยว

พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. เปิดเผยถึงการจับกุมการซื้อขายบริการทางเพศ เด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี ผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งมีกระแสข่าวว่ามีผู้ซื้อเป็นถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง และไฮโซตระกูลดัง ว่า จะมีการแถลงข่าวถึงพฤติการณ์อย่างละเอียดใน วันที่ 7 ส.ค. เวลา 13.00 น.นี้   เบื้องต้นในภาพรวมของคดีไม่ใช่ไฮโซแต่เป็นการจับกุมบุคคลที่มีเงินมากกว่า ที่มีการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์โดยมีการไลฟ์สด ซึ่งในห้องแชตดังกล่าวมีคนเข้ามาเป็นสมาชิกจำนวนมาก อย่างไรก็ตามในวันที่แถลงข่าวจะเห็นภาพแผนผัง รวมถึงกลุ่มบุคคลได้ชัดเจนขึ้นว่าทำไมเจ้าหน้าที่จะต้องจับกุมผู้ให้การสนับสนุนจำนวนมาก เพื่อให้เห็นและให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว อย่าไปเข้ากลุ่มพวกนี้เพราะมีโอกาสติดคุกได้   พล.ต.ต.กรไชย เปิดเผยอีกว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจท่องเที่ยว โดยมีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นหน่วยงานหลัก ทั้งนี้ มีผู้ต้องหามากกว่า 5 ราย และยังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออยู่ให้ครบทุกราย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nSTDeh61MZU

 1,919
สังคม-อาชญากรรม
01 ส.ค. 61

ผลชันสูตรชี้ชัด 'น้องหญิง' ถูกฆ่าทุบหัว กะโหลกแตก 'เป็ด-ออฟ' คอตกศาลค้านประกัน

จากกรณี น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือน้องหญิง อายุ 19 ปี เสียชีวิตอย่างปริศนา หลังจากเดินทางกลับจากเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายสุรพล ดาราคำ หรือออฟ อายุ 23 ปี เป็นผู้อาสาขับรถเทเลอร์ พาน้องหญิงส่งกลับบ้าน แต่นายออฟอ้างว่าน้องหญิง ได้กระโดดลงจากรถจนเสียชีวิต แต่ญาติไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ เป็นการฆาตกรรมอำพราง   ล่าสุดมีความชัดเจนว่า น้องหญิง ถูกฆาตกรรม หลังแพทย์ชันสูตรศพยืนยันลักษณะอาจจะถูกค้อนทุบศรีษะหลายครั้ง พบ 2 จุดต้องสงสัย ตั้งแต่ (1)รอยช้ำตามร่างกาย ลักษณะถูกกระแทกตรงๆ ไม่ใช่รอยถลอกหรือรอยครูดอย่างอุบัติเหตุจราจร กับ (2) ร่องรอยกระโหลกยุบที่ท้ายทอยหลังศรีษะ หลักษณะเหมือนโดนวัตถุทรงกลมกระทบ 2 ครั้งเป็นรูปเลข 8 และรอยกระโหลกแตกเป็นรูปใยแมงมุม   ถ้าเทียบตำราการแพทย์ต่างประเทศระบุว่าเกิดจากการถูกตีด้วยค้อน หรือตกจากที่สูงมากๆ มาใส่วัตถุทรงกลม เคลื่อนศพไปตรวจซ้ำที่สถาบันนิติเวช รวมทั้งส่งค้อนที่พบข้างบันไดฝั่งคนขับรถเทรลเลอร์ ไปตรวจหาดีเอ็นเอของน้องหญิง   พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า มีแนวโน้มว่ารูปคดีจะมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนในรายละเอียดจะไม่สามารถเปิดเผยได้ เบื้องต้น ตร.มาร่วมหารือกับแพทย์ผู้ชันสูตร พร้อมสั่งให้ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์เข้ามาตรวจสอบคดีนี้ด้วย หลังทางครอบครัวตั้งข้อสังเกตว่านางสาวเป็ด และแฟนหนุ่มมีพฤติกรรมเข้าข่ายค้ามนุษย์ หลอกลวงหญิงสาวไปกับคนขับรถเทรลเลอร์เพื่อค้าบริการ   ส่วนกางเกงในที่ทางนายอัจฉริยะระบุว่าหายไปนั้น ตัวเองได้สั่งการให้หาหลักฐานมาให้ครบถ้วนเพื่อนำมาใช้ตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมยืนยันว่า ผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการน่าจะแล้วเสร็จภายใน 24 วัน ส่วนสำนวนคดีที่ขณะนี้ยังแยกอยู่ระหว่างตำรวจภูธรภาค 1 กับกองปราบปราม จะนำมารวมกันหรือไม่อยู่ระหว่างพิจารณาโดยยึดประโยชน์ของผู้เสียหายเป็นหลัก   ขณะที่รายงานจากการประชุมที่มีการหารือร่วมกันระหว่างแพทย์ชันสูตร และตำรวจคดีนี้ พบว่า มีบางช่วงของการสนทนา แพทย์ให้ความเห็นถึงบาดแผลที่อยู่บนศรีษะของน้องหญิง เกิดสิ่งของไม่มีคมที่มีรูปทรง และจากการตรวจสอบตามร่างกายยังไม่พบบาดแผลถลอก ที่อาจจากการเสียดสีกับผิวถนน จึงถือเป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกับข้อสงสัยของทางครอบครัว   ทั้งนี้ศาลไม่ให้ประกันตัวนายออฟ คนขับรถเทรลเลอร์ กับเป็ด เพื่อนน้องหญิงที่ต้องสงสัยเป็นนกต่อ และตำรวจยังเตรียมเรียก ท็อปแฟนเป็ดกับกลุ่มคนขับรถรถเทรลเลอร์ร่วมโต๊ะกับน้องหญิงในสถานบันเทิงวันเกิดเหตุสอบความเกี่ยวพันต่อด้วย เปิดคลิปเสียง 'พ่อน้องหญิง' โทรคุย 'ออฟ' อ้างจู่ๆกระโดดจากรถลงมาเอง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FHb095vTtr4

 38,789
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ค. 61

ศาลนัดตัดสิน! นายไมเคิล พร้อมพวกหลอกสาวโมร็อกโก ค้ามนุษย์ในประเทศไทยเมื่อปี 60

ศาลนัดตัดสิน นายไมเคิล กับพวก รวม 4 คน คดีค้ามนุษย์เหตุเกิดเมื่อปี60   วันนี้(18 ก.ค. 61) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายไมเคิล เพิร์ล สัญชาติออสเตรเลีย พร้อมพวก รวม 4 คน และทนาย ได้เดินทางมาศาล เพื่อฟังคำพิจารณาในคดีค้ามนุษย์ ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายไมเคิล เพิร์ล สัญชาติออสเตรเลีย นายแคสสัน วาคีย์ นายฉลาด นราจันทร์, นายอารีย์ เอี่ยมสารี และนางฮานา เตายูรี เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ เป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณี กรณีเมื่อระหว่าง 11ต.ค.59 - 26 มี.ค.60    นายไมเคิล จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของ และผู้จัดการ ดรีมดิสโก้ บริเวณชั้น 4 รร.ซีนิท ถ.สุขุมวิท 3 (นานาเหนือ) แขวงคลองเตย เขตวัฒนา กทม. ร่วมกับจำเลยอื่นๆ วางแผน และแบ่งหน้าที่กันทำ ใช้กลอุบายหลอกลวงเป็นธุระจัดหาพาหญิงสาวชาวโมร็อกโก รวม 4 คน ผู้เสียหายมาค้าประเวณี โดยหลอกลวงว่า ให้มาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในประเทศไทย มีรายได้ดี มีความเป็นอยู่สบาย แต่พวกจำเลยกลับบังคับหน่วงเหนี่ยวกักขัง ข่มขืนใจผู้เสียหายให้ค้าประเวณีดังกล่าว คดีนี้จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีมาโดยตลอด และได้รับการประกันตัวจากศาล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการฟังพิจารณาของศาล

 833
การเมือง
29 มิ.ย. 61

ไทยกลับขึ้นเทียร์ 2 ทิปรีพอร์ตในรอบ 10 ปี สหรัฐฯชี้เห็นความพยายามแก้ปัญหาค้ามนุษย์

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เผยแพร่รายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ (ทิปรีพอร์ต) ประจำปี 2561 โดยประเทศไทยปีนี้ได้รับการปรับสถานะดีขึ้น อยู่ที่เทียร์ 2 หรือ ประเทศที่มีความพยายามอย่างเห็นได้ชัด ที่จะพัฒนาให้ถึงระดับมาตรฐาน หลังติดอยู่เทียร์ 3 เป็นเวลา 2 ปี และ เทียร์ 2 เฝ้าระวัง หรือ เทียร์ 2 วอชลิสต์ อีก 2 ปี ถือเป็นการผงาดกลับสู่เทียร์ 2 อีกครั้งในรอบเกือบ 10 ปี หลังจากปี 2552   ในรายงานระบุว่า รัฐบาลไทยยังปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของทิปรีพอร์ตไม่ครบถ้วน แต่มีความพยายามอย่างมีนัยสำคัญเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าในการพยายามแก้ปัญหาค้ามนุษย์ จึงปรับการจัดอันดับขึ้นจากเดิม เทียร์ 2 เฝ้าระวัง หรือ เทียร์ 2 วอชลิสต์ เป็นเทียร์ 2 โดยรัฐบาลไทยมีความพยายามในการดำเนินคดีและเอาผิดกับผู้ค้ามนุษย์และสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการ   โดยในปีที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่รัฐถูกดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์ จำนวน 12 คน ซึ่ง 11 คนมีความเกี่ยวข้องกับผู้อพยพชาวโรงฮิงญา อีกทั้งรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับข้อกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้ กลุ่มเอ็นจีโอสามารถให้ความช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ได้โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐ และก่อตั้งหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ ประกอบด้วย ผู้บังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐ และเอ็นจีโอ ร่วมมือกันดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงปกป้องเหยื่อค้ามนุษย์   แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ รัฐบาลไทยก็ยังคงปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของทิปรีพอร์ตไม่ครบถ้วน โดยดำเนินคดีและจับกุมผู้กระทำความผิดได้น้อยลงกว่าเดิมในปีที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐบาลได้เพิ่มการตรวจสอบไปยังกลุ่มแรงงานในโรงงาน อีกทั้งยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดในการค้ามนุษย์ในระดับเจ้าหน้าที่รัฐคอยขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ด้วย ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้จับกุมเหยื่อค้ามนุษย์บางรายที่เกี่ยวข้องกับคดี โดยยังคงไม่แน่ใจว่าจะสืบสวนสอบสวนได้สำเร็จหรือไม่ เนื่องจากกลัวว่าจะถูกตั้งข้อหาและโดนใส่ร้ายป้ายสี   ทั้งนี้ ในรายงานดังกล่าวยังแนะนำด้วยว่า ขอให้เดินหน้าบังคับใช้กฎหมาย ตรวจสอบแรงงาน และช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ ซึ่งรวมถึงแรงงานอพยพ คนไร้รัฐ เด็กและผู้ลี้ภัย และให้ความเชื่อมั่นด้วยว่าบุคคลเหล่านี้จะไม่ถูกจับกุม กักขัง หรือเนรเทศในคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์   รวมถึงขอให้จริงจังกับการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีเพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ในรูปแบบการค้าประเวณี และแรงงานบังคับในภาคประมง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/o5onmHUERl0

 1,890
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
19 เม.ย. 61

เปิดคำพิพากษาคดีค้ากามน้ำเพียงดิน 'ดาบยุทธ' อ่วมโดนคุก 320 ปี ส่วนจำเลยที่เหลือโดนลดหลั่น 8-176 ปี

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คืบหน้าคดีค้ากามน้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน ล่าสุด ศาลสั่งจำคุก ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ กับพวกรวม 8 คนเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ 320 ปี ลดโทษเหลือ 50 ปี จำเลยอีก 7 คนโดนโทษ 8-176 ปี พร้อมให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ร่วมด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ULZnNxq3oYk  

 6,324
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
19 เม.ย. 61

'ชูวิทย์' เปิดโปงขบวนการค้ากามในเยอรมัน หลังรวบแม่เล้าชาวไทยลักลอบพาเหยื่อเข้าประเทศ

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เจาะคดีชาวเยอรมันและชาวไทยถูกหน่วยคอมมานโดตำรวจเยอรมันจับกุมรวมกว่า 100 ราย ในการบุกจู่โจมแก๊งอาชญากรรมที่เกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์ และการบังคับค้าประเวณีเพื่อทลายซ่องโสเภณีใน 12 รัฐทั่วเยอรมัน   โดยเหยื่อที่เป็นผู้หญิงและคนข้ามเพศถูกลักลอบนำเข้ามาโดยใช้วีซ่าปลอม อ้างว่าจะพามาทำงานร้านนวด ทั้งนี้มีรายงานว่าหญิงไทยอายุ 59 ปีคนหนึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง   เมื่อเหยื่อเดินทางจากไทยถึงเยอรมัน จะถูกจัดให้ทำงาน โดยเคลื่อนย้ายไปตามเครือข่ายซ่องโสเภณี พวกเขาจะถูกบังคับให้จ่ายเงินทั้งหมดที่พวกเขาหาได้ให้กับสมาชิกแก๊ง โดยอ้างว่าเป็นค่าวีซ่าปลอมเข้าเขตเชงเงิน ปลอดพรมแดนของยุโรป ที่สูงหลายหมื่นยูโร    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kkCgt0K0foU  

 4,995
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.พ. 61

'สมยศ' แจงปมยืมเงิน 'เสี่ยกำพล' 300 ล้าน พร้อมให้ตรวจสอบ ยัน รายงาน ป.ป.ช.แล้ว

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ชี้แจงกรณีมีชื่อพัวพันกับนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ผู้ต้องหาค้ามนุษย์   โดยพล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า การโอนเงินดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่เป็นการโอนจากงานกิจกรรมการกุศลและยืมส่วนตัว ตนรู้จักกับนายกำพลมากกว่า 20 ปี จากการแนะนำของเพื่อนในวงการพระเครื่อง จึงคบหากันมา ตนเคยเดือดร้อนไปขอความช่วยเหลือนายกำพลหลายครั้ง นายกำพลให้ความช่วยเหลือตน 3-4 ครั้ง รวมแล้วเป็นเงินที่ปรากฏตามข่าว 300 กว่าล้านบาท   มีการโอนเงินผ่านธนาคารเข้าระบบธุรกรรมการเงินอย่างชัดเจน จึงมีเส้นทางการเงินปรากฏว่านายกำพลโอนเงินมาให้ผม แต่ในปีเดียวกันนายกำพลมาขอเงินคืน ผมก็คืนเงินให้นายกำพลเรียบร้อยผ่านธุรกรรมการเงินของธนาคาร ที่สำคัญเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับการกู้ยืมเงินหรือการโอนเงินผ่านระบบธนาคาร ได้รายงานให้ ป.ป.ช.เรียบร้อยเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นแล้วธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับนายกำพลมีจริง แต่ผ่านระบบต่างๆ ตามกฎหมาย มีสัญญาถูกต้อง มีการโอนเงิน ใช้เงิน ชดใช้หนี้สินกันเรียบร้อย   พร้อมยืนยันว่าไม่มีเหตุผลที่ตนต้องปกปิด เพราะไม่ได้คิดว่าเงินจำนวนนี้เป็นเงินผิดกฎหมาย แต่ถ้าสังคมหรือใครก็ตามสงสัยว่าเงินที่มาให้ตนยืม หรือมาช่วยเหลือคนก็ดี เป็นเงินที่มาจากการทำธุรกิจผิดกฎหมาย อันนี้ต้องไปถามนายกำพลว่าเขาเอาเงินที่ไหนมาให้ตนยืม ตนตอบไม่ได้ เพราะตนไปยืมเงินใครคงไม่กล้าไปถามเขาว่าเงินที่คุณเอามาให้ยืม คุณไปปล้นเขามาหรือเปล่า หรือคุณไปค้ายาเสพติดมาหรือเปล่า ยืมก็คือยืม ช่วยก็คือช่วย ช่วยแล้วไม่ได้หายไปไหน เงินก็เอากลับไปคืน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uLqfsLvk61g    

 4,265
สังคม-อาชญากรรม
27 ม.ค. 61

ตร.บินด่วนมาเลย์ช่วยคนไทยเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกกักขัง-ทรมาน

ตำรวจท่องเที่ยวบินด่วนประสานทางการมาเลเซีย ช่วยเหลือคนไทยถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก   พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. นำทีมบินด่วนไปกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย บุกช่วยเหลือคนไทยที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์กักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายร่างกายบังคับให้ร่วมกระทำผิด หลังมี 1 ในเหยื่อออกอุบายว่าพ่อแม่ป่วย ฉวยโอกาสหนีกลับไทยมาขอความช่วยเหลือตำรวจ แฉถูกหลอกผ่านนายหน้าแรงงานหลอกให้ไปทำงานเป็นพ่อครัว แต่เมื่อไปถึงกลับถูกส่งไปฝึกงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กัมพูชา ก่อนจะโดนส่งต่อมาทำที่มาเลเซีย เผยหากขัดขืนจะถูกมีดกรีดแขน ฟาดด้วยสายไฟ โดยสามารถจับผู้ต้องหาได้แล้ว 5 ราย                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/kRrySgxmxx8

 5,655

Top