ค้นหา :

ผลการค้นหา "ค้ามนุษย์"

สังคม-อาชญากรรม
20 ธ.ค. 62

บุกช่วยเหยื่ออายุต่ำกว่า 18 ปี ในร้านคาราโอเกะ เข้าข่ายต้องสงสัยค้ากาม พบตั้งอยู่ข้างโรงพัก

มูลนิธิรณสิทธิ์ ช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ เด็กเเละสตรี พร้อมด้วยกำลังตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ เเละเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กกรุงเทพ บุกเข้าให้การช่วยเหลือเด็กที่ถูกพาไปทำงานในร้านคาราโอเกะ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนหลวงแพ่ง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ที่อยู่ในร้าน 8 คน ซึ่งมีทั้งผู้ดูแลร้าน พนักงานภายในร้าน และเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี 3 คน ไปสอบสวนคัดแยกที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์    โดยประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ ช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ เด็กเเละสตรีนายรณสิทธิ์ เผยชุดสืบสวนได้รับข้อมูลว่าร้านคาราโอเกะแห่งนี้ มีการลักลอบค้าประเวณีเด็ก จึงส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปสืบสวนมานานกว่า 3 เดือน พบมีพนักงานในร้าน มีการเชิญชวนลักษณะคล้ายให้เลือกซื้อประเวณี จึงวางแผนเข้าตรวจค้นและช่วยเหลือ    จากการตรวจสอบหลังเวลา 22.00 น. พบว่ายังมีการให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในร้าน แม้ไม่พบว่าลักษณะเป็นการค้าประเวณี แต่ก็ให้ลูกค้าโอบกอดเข้าถึงตัวเด็กได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เด็กและเยาวชน และพ.ร.บ.แรงงาน ชัดเจน นอกจากนี้ยังพบพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นการค้ามนุษย์   ส่วนการสอบสวนปากคำผู้ดูแลร้านเบื้องต้น ยืนยันว่า ร้านคาราโอเกะไม่มีให้บริการค้าประเวณีแต่อย่างใด ทั้งนี้ ต้องรอให้ตำรวจ ปคม.พร้อมเจ้าหน้าที่จากสหวิชาชีพ สอบปากคำแยกแยะผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้เสร็จสิ้น จึงจะทราบว่าผู้ที่เป็นเจ้าของร้านและผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาในบ้าง    สำหรับร้านคาราโอเกะดังกล่าว พบว่ามีการเปิดเพจเฟซบุ๊กให้บริการมานานไม่ต่ำกว่า 5 ปี ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามทางเข้า สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย    ส่วนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทั้งหมด พบว่าเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในที่ราบสูง จังหวัดทางภาคเหนือ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/39cEuC_t_y0

 2,166
สังคม
20 ธ.ค. 62

บุกช่วยเหยื่ออายุต่ำกว่า 18 ปี ในร้านคาราโอเกะ เข้าข่ายต้องสงสัยค้ากาม พบตั้งอยู่ข้างโรงพัก

มูลนิธิรณสิทธิ์ ช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ เด็กเเละสตรี พร้อมด้วยกำลังตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ เเละเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กกรุงเทพ บุกเข้าให้การช่วยเหลือเด็กที่ถูกพาไปทำงานในร้านคาราโอเกะ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนหลวงแพ่ง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ที่อยู่ในร้าน 8 คน ซึ่งมีทั้งผู้ดูแลร้าน พนักงานภายในร้าน และเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี 3 คน ไปสอบสวนคัดแยกที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์    โดยประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ ช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ เด็กเเละสตรีนายรณสิทธิ์ เผยชุดสืบสวนได้รับข้อมูลว่าร้านคาราโอเกะแห่งนี้ มีการลักลอบค้าประเวณีเด็ก จึงส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปสืบสวนมานานกว่า 3 เดือน พบมีพนักงานในร้าน มีการเชิญชวนลักษณะคล้ายให้เลือกซื้อประเวณี จึงวางแผนเข้าตรวจค้นและช่วยเหลือ    จากการตรวจสอบหลังเวลา 22.00 น. พบว่ายังมีการให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในร้าน แม้ไม่พบว่าลักษณะเป็นการค้าประเวณี แต่ก็ให้ลูกค้าโอบกอดเข้าถึงตัวเด็กได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เด็กและเยาวชน และพ.ร.บ.แรงงาน ชัดเจน นอกจากนี้ยังพบพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นการค้ามนุษย์   ส่วนการสอบสวนปากคำผู้ดูแลร้านเบื้องต้น ยืนยันว่า ร้านคาราโอเกะไม่มีให้บริการค้าประเวณีแต่อย่างใด ทั้งนี้ ต้องรอให้ตำรวจ ปคม.พร้อมเจ้าหน้าที่จากสหวิชาชีพ สอบปากคำแยกแยะผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้เสร็จสิ้น จึงจะทราบว่าผู้ที่เป็นเจ้าของร้านและผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาในบ้าง    สำหรับร้านคาราโอเกะดังกล่าว พบว่ามีการเปิดเพจเฟซบุ๊กให้บริการมานานไม่ต่ำกว่า 5 ปี ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามทางเข้า สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย    ส่วนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทั้งหมด พบว่าเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในที่ราบสูง จังหวัดทางภาคเหนือ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/39cEuC_t_y0

 2,166
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ย. 62

นาทีไล่ล่า จับอดีตตำรวจยศ ร.ต.ท. ผันตัวค้ายาไอซ์ 520 กก. สืบประวัติถูกให้ออกราชการคดีค้ามนุษย์

มีคลิปตำรวจปราบปรามยาเสพติด ขับรถติดตามจับกุมร้อยตำรวจโทชิณณวรรน์ นิติพีรนันท์ วัย 60 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ และนางธีรนาถ โชติอ่อน วัย 49 ปี ก่อนขยายผลจับกุมนายณัฐวัฒน์ โชติพงศ์วรภัทร วัย 34 ปี ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย สามารถยึดของกลาง เป็นไอซ์น้ำหนัก 520 กิโลกรัมที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่น ปาเจโร่   หลังสืบทราบว่า กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่เมืองกาญจนบุรี จะนำพาบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมทั้งเป็นทีมงานส่งยาเสพติด จากนายทุนพ่อค้ายาเสพติดพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อเตรียมกระจายในพื้นที่ตอนในของประเทศ   กระทั่งตำรวจพบรถต้องสงสัย ขับมาจากจังหวัดเชียงราย จึงเข้าสกัดกั้นจับรถยนต์ 3 คันในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย แต่ระหว่างนั้นรถที่ลำเลียงยาเสพติด ไหวตัวทันได้หลบหนีไป ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาที่อยู่ในรถนำไปขยายผล   จากการตรวจสอบพบว่า 1 ในผู้ต้องหาที่อยู่ในรถนำเป็นอดีตข้าราชการตำรวจ ยศร้อยตำรวจโท ตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวนใน สถานีตำรวจภูธรในจังหวัดทางภาคเหนือ ถูกให้ออกจากราชการคดีเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ลักลอบนำชาวต่างด้าวเข้าประเทศ   ทั้งนี้พบว่ารถที่ใช้ขนไอซ์ ก่อนถูกจับกุมได้ ได้ไปเปลี่ยนป้ายทะเบียนที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่พักเพื่ออำพรางการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TtntukkfXGs

 2,194
สังคม
29 พ.ย. 62

นาทีไล่ล่า จับอดีตตำรวจยศ ร.ต.ท. ผันตัวค้ายาไอซ์ 520 กก. สืบประวัติถูกให้ออกราชการคดีค้ามนุษย์

มีคลิปตำรวจปราบปรามยาเสพติด ขับรถติดตามจับกุมร้อยตำรวจโทชิณณวรรน์ นิติพีรนันท์ วัย 60 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ และนางธีรนาถ โชติอ่อน วัย 49 ปี ก่อนขยายผลจับกุมนายณัฐวัฒน์ โชติพงศ์วรภัทร วัย 34 ปี ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย สามารถยึดของกลาง เป็นไอซ์น้ำหนัก 520 กิโลกรัมที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่น ปาเจโร่   หลังสืบทราบว่า กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่เมืองกาญจนบุรี จะนำพาบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมทั้งเป็นทีมงานส่งยาเสพติด จากนายทุนพ่อค้ายาเสพติดพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อเตรียมกระจายในพื้นที่ตอนในของประเทศ   กระทั่งตำรวจพบรถต้องสงสัย ขับมาจากจังหวัดเชียงราย จึงเข้าสกัดกั้นจับรถยนต์ 3 คันในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย แต่ระหว่างนั้นรถที่ลำเลียงยาเสพติด ไหวตัวทันได้หลบหนีไป ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาที่อยู่ในรถนำไปขยายผล   จากการตรวจสอบพบว่า 1 ในผู้ต้องหาที่อยู่ในรถนำเป็นอดีตข้าราชการตำรวจ ยศร้อยตำรวจโท ตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวนใน สถานีตำรวจภูธรในจังหวัดทางภาคเหนือ ถูกให้ออกจากราชการคดีเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ลักลอบนำชาวต่างด้าวเข้าประเทศ   ทั้งนี้พบว่ารถที่ใช้ขนไอซ์ ก่อนถูกจับกุมได้ ได้ไปเปลี่ยนป้ายทะเบียนที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่พักเพื่ออำพรางการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TtntukkfXGs

 2,194
สังคม
27 พ.ย. 62

เปิดปฏิบัติการ 'เเหลมฉบังคลีนนิ่ง' บุกคาราโอเกะศรีราชา ลักลอบค้าประเวณี ด.ญ.ชาวลาว ตร.จ่อฟันโทษหนัก

ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ร่วมกับ มูลนิธิรณสิทธิ์ ช่วยเหลือเด็ก สตรี เเละเหยื่อจากการค้ามนุษย์ นำกำลังเข้าจับกุมคาราโอเกะในพื้นที่ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งสงสัยว่าอาจมีการลัลอบนำพาเด็กหญิงสัญชาติลาว อายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาขายบริการทางเพศ เข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์   ปฏิบัติการใช้ชื่อว่า 'เเหลมฉบังคลีนนิ่ง' เจ้าหน้าที่ร่วมกันวางเเผนก่อนเข้าจับกุม คาราโอเกะเเห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังชุดสายลับพบความเคลื่อนไหวของขบวนการนำพาเด็กหญิงสัญชาติลาว เข้ามาขายบริการทางเพศ ซึ่งสงสัยว่าในจำนวนพนักงานหญิงบริการ อาจมีเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งเข้าข่ายการค้ามนุษย์ ทันทีที่สายลับส่งสัญญาณความพร้อม ปฏิบัติการก็เริ่มขึ้นทันที    พื้นที่เป้าหมายตั้งอยู่บนทางคู่ขนานมิเตอร์เวย์ พื้นที่ศรีราชา ชื่อร้าน 'ตอพยอม' ที่ตั้งเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา ติดริมถนน เจ้าหน้าที่กระจายกำลังเข้าปิดล้อมทางเข้า-ออก เเละไม่อนุญาตให้ใครออกนอกพื้นที่ ระหว่างการตรวจสอบ พบหญิงบริการส่วนหนึ่ง นั่งกับนักเที่ยว      ส่วนบุคคลเป้าหมายที่เข้าข่ายต้องสงสัย มีอย่างน้อย 3 คน ก่อนหน้านี้สายลับได้ทำการซ้อนเเผนล่อซื้อบริการจากร้านคาราโอเกะ ออกมาที่ห้องค้าประเวณี ซึ่งก็อยู่ในห้องเเถวถัดจากร้านไม่กี่เมตร    เด็กหญิงส่วนหนึ่งยอมรับว่าพวกเธออายุระหว่าง 15-16 ปี เท่านั้น ได้ค่าจ้างจากการขายบริการทางเพศ ซึ่งส่วนหนึ่งจะเเบ่งให้กับทางร้านผ่านมาม่าซัง รับหน้าที่เป็นคนเชียร์เเขก ที่น่าสนใจก็คือ ในใบพาสปอต หรือ บัตรประจำตัวของเด็กหญิงเป้าหมาย จะระบุอายุเกิน 18 ปี ซึ่งทางมูลนิธิรณสิทธิ์บอกว่า นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีการของขบวนการลักลอบนำพาเด็กจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาเเสวงหาประโยชน์ เพราะต้องยอมรับว่าปัจจุบันยังมีกลุ่มนักเที่ยวที่มีรสนิยมทางเพศกับเด็ก   นายรณสิทธิ์ พฤกษยาชีวะ ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ ช่วยเหลือเด็ก สตรี และเหยื่อจากการค้ามนุษย์ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาในการหาข้อมูลมาค่อนข้างนาน ประมาณ 6 เดือน เนื่องจากขบวนการค้าประเวณีปัจจุบันค่อนข้างซับซ้อน หลบหนีเจ้าหน้าที่ได้ค่อยข้างแยบยล โดยในวันนี้เปิดปฏิบัติการขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่เป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ซึ่งจากการพิสูจน์ทราบข้อมูลเบื้องต้น คาดว่ามีผู้เสียหายที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ ตอนนี้ผู้เสียหายได้ถูกย้ายไปอยู่อีกสถานที่หนึ่งแล้ว เพื่อให้มีความปลอดภัย โดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะตามไปช่วยเหลือออกมา   นายรณสิทธิ์ เปิดเผยด้วยว่า เจ้าหน้าที่เคยเข้ามาตรวจสอบสถานที่แห่งนี้แล้ว 3-4 ครั้ง พบว่าขวบนการก่อเหตุมีความระมัดระวัง ปกป้องการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รัฐค่อนข้างแยบยล จึงต้องใช้ความพยายามและเวลาในการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์   เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเจ้าของร้าน ผู้ดูเเล เเละมาม่าซัง เข้าสอบปากคำ เเต่เบื้องต้นยังการให้ปฏิเสธ เจ้าหน้าจึงคุมตัวไปสอบปากคำต่อที่ว่าการอำเภอศรีราชา    เช่นเดียวกับหญิงบริการคนอื่นๆ ที่จะต้องสอบปากคำอย่างละเอียด ส่วนเด็กหญิงที่กันตัวออกมา จะได้รับการคุ้มครองในฐานะผู้เสียหาย เเละพยาน ขณะนี้อยู่ในความดูเเลของทีมสหวิชาชีพ เพื่อความชัดเจน จะมีการส่งตรวจมวลกระดูกของเด็กหญิงทุกคนอีกครั้ง หากชัดเจนว่าลักลอยค้าประเวณีเด็ก เจ้าของร้านเเละผู้ที่เกี่ยวข้อง จะถูกเเจ้งข้อหาหนักฐานร่วมกันค้ามนุษย์ ซึ่งมีอัตราโทษที่สูง  

 1,731
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ย. 62

กองปราบฯ รวบแม่เล้า หลอกหญิงไทยขายตัวที่บาห์เรน สถานทูตประสานช่วยส่งตัวกลับ

ตำรวจกองบังคับการปราบปราม จับกุม น.ส.ศิริลักษณ์ กะเชียง อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาค้ามนุษย์ร่วมกันเป็นธุรจัดหา ล่อไปหรือชักพาไปค้าประเวณี หรือเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายและร่วมกันกักขังหน่วงเนี่ยวผู้อื่น และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ   สืบเนื่องจาก น.ส.เอ (นามสมมติ) ถูกกลุ่มคนร้ายชักชวนให้ไปทำงานที่ประเทศบาห์เรน จึงขึ้นเครื่องไปประเทศบาห์เรน เมื่อไปถึง มี น.ส.ไอชลิยา ชัยบุญจันทร์ เดินทางมารับ แล้วยึดพาสปอร์ต เงินสด และโทรศัพท์ ก่อนพาตัวมาพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งและบังคับให้ค้าประเวณี แต่ น.ส.เอ ไม่ยอม จึงถูกส่งตัวให้ น.ส.ศิริลักษณ์ กะเชียง ซึ่งเป็นแม่เล้าอีกโรงแรมหนึ่ง แต่ผู้เสียหายก็ยังไม่ยอมค้าประเวณี จึงถูกขายต่อให้กับ น.ส. อัครสมนต์ มณีโรจน์ แม่เล้าอีกรายหนึ่ง   กระทั่ง น.ส.เอ แอบใช้โทรศัพท์ติดต่อมาหาญาติที่ประเทศไทย เพื่อให้ประสานกับสถานเอกอัครทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน เข้าช่วยเหลือนำตัวส่งกลับประเทศไทย และประสาน บก.ปคม และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อแจ้งความร้องทุกข์   ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว 3 ราย ส่วน น.ส.ศิริลักษณ์ ยังคงหลบหนี กระทั่งล่าสุด สามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่จังหวัดแพร่ เบื้องต้นให้การว่า ตนเองเป็นหนึ่งในหญิงไทยที่สมัครใจไปค้าประเวณีที่ประเทศบาห์เรน แต่ตนไปทำงานเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว จึงมีหน้าที่แนะนำและให้คำปรึกษาเด็กใหม่ที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IdXSFkUQMw0

 1,313
สังคม
21 พ.ย. 62

กองปราบฯ รวบแม่เล้า หลอกหญิงไทยขายตัวที่บาห์เรน สถานทูตประสานช่วยส่งตัวกลับ

ตำรวจกองบังคับการปราบปราม จับกุม น.ส.ศิริลักษณ์ กะเชียง อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาค้ามนุษย์ร่วมกันเป็นธุรจัดหา ล่อไปหรือชักพาไปค้าประเวณี หรือเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายและร่วมกันกักขังหน่วงเนี่ยวผู้อื่น และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ   สืบเนื่องจาก น.ส.เอ (นามสมมติ) ถูกกลุ่มคนร้ายชักชวนให้ไปทำงานที่ประเทศบาห์เรน จึงขึ้นเครื่องไปประเทศบาห์เรน เมื่อไปถึง มี น.ส.ไอชลิยา ชัยบุญจันทร์ เดินทางมารับ แล้วยึดพาสปอร์ต เงินสด และโทรศัพท์ ก่อนพาตัวมาพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งและบังคับให้ค้าประเวณี แต่ น.ส.เอ ไม่ยอม จึงถูกส่งตัวให้ น.ส.ศิริลักษณ์ กะเชียง ซึ่งเป็นแม่เล้าอีกโรงแรมหนึ่ง แต่ผู้เสียหายก็ยังไม่ยอมค้าประเวณี จึงถูกขายต่อให้กับ น.ส. อัครสมนต์ มณีโรจน์ แม่เล้าอีกรายหนึ่ง   กระทั่ง น.ส.เอ แอบใช้โทรศัพท์ติดต่อมาหาญาติที่ประเทศไทย เพื่อให้ประสานกับสถานเอกอัครทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน เข้าช่วยเหลือนำตัวส่งกลับประเทศไทย และประสาน บก.ปคม และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อแจ้งความร้องทุกข์   ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว 3 ราย ส่วน น.ส.ศิริลักษณ์ ยังคงหลบหนี กระทั่งล่าสุด สามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่จังหวัดแพร่ เบื้องต้นให้การว่า ตนเองเป็นหนึ่งในหญิงไทยที่สมัครใจไปค้าประเวณีที่ประเทศบาห์เรน แต่ตนไปทำงานเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว จึงมีหน้าที่แนะนำและให้คำปรึกษาเด็กใหม่ที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IdXSFkUQMw0

 1,313
สังคม
16 พ.ย. 62

พาลูกเรือไทยกลับบ้านแล้ว หลังถูกหลอกปล่อยทิ้งเกาะอินโดฯ ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ 10 ปี

อดีตลูกเรือประมงไทยในอินโดนีเซีย ได้รับการช่วยเหลือกลับไทย หลังหายไป 10 ปี ครอบครัวดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง เพราะคิดว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งอดีตลูกเรือประมงรายนี้ เป็นหนึ่งในคนไทยที่ตกค้างจากการตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ และตกเรืออยู่ในประเทศอินโดนีเซีย จนได้รับการช่วยเหลือในภารกิจเพื่อมนุษยธรรมของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ.กรุงจาการ์ตา กรมการกงสุล และ มูลนิธิแอลพีเอ็น ที่ประสานงานร่วมกันจนนำอดีตลูกเรือรายแรกในปีนี้เดินทางกลับไทยอย่างเร่งด่วน เพราะป่วยเป็นไข้มาลาเรีย โดยจะมีคนที่ตกค้างรอการช่วยเหลืออีกไม่ต่ำกว่า 50 คน    วินาทีที่ นายพรเทพ หน่อทอง พี่ชายได้พบกับ นายสาธิต หน่อทอง น้องชาย ต่างโผกอดกันทั้งน้ำตาด้วยความดีใจที่ได้พบกันในรอบ 10 ปี หลังจากนายสาธิตหายไปจากบ้านเมื่อปี 2552 พี่ชายออกตามหาหลายปีแต่ไม่พบ จนคิดว่าน้องชายเสียชีวิตแล้ว แต่ด้วยความรักก็ยังรอคอย เพราะ 10 ปีที่ขาดการติดต่อไป แม่และพี่น้อง 3 คนเสียชีวิตไปแล้ว พี่ชายจึงหวังจะพบน้องชายก่อนที่ตัวเองจะเป็นอะไรไป วันนี้จึงเหมือนฝัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มูลนิธิแอลพีเอ็น ได้เดินทางไปพบที่บ้านในจังหวัดสมุทรปราการ ตามที่อยู่ที่นายสาธิตได้แจ้งไว้ จึงรู้ว่าน้องชายยังมีชีวิตอยู่   นายสาธิต หน่องทอง เป็น 1 ใน 8 ลูกเรือประมงไทยที่มูลนิธิแอลพีเอ็น ได้ไปพบระหว่างเปิดปฏิบัติการทางมนุษยธรรม ตามหาอดีตลูกเรือประมงที่ตกค้างในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากนายสาธิต ที่กำลังป่วยเป็นไข้มาลาเรีย ต้องการกลับประเทศไทย จึงไปพบนายสาธิตซึ่งมีอาการป่วยจริง เมื่อกลับถึงไทยมูลนิธิแอลพีเอ็นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลักฐานทะเบียนราษฏร์ ส่งยืนยันว่าเป็นคนไทยจริง ทางสถานทูตไทย และกรมการกงสุล จึงดำเนินการภายใน 1 สัปดาห์ นำตัวนายสาธิตเดินทางจากเกาะอัมบน อินโดนีเซีย กลับถึงไทย   นายสาธิต ในวัย 40 ปี ออกจากประเทศไทยไปเมื่อ 10 ปีก่อน เขาได้รับการชักชวนให้ลงเรือประมงไปทำงานในอินโดนีเซีย โดยบอกว่าได้เงินดี แต่เมื่อไปถึงกลับถูกใช้งานอย่างหนัก นายสาธิตที่เป็นโรคหอบ จึงต้องหนีเรือไปเร่ร่อนอยู่ในเกาะอัมบน กลายเป็นคนตกเรืออยู่นับ 10 ปี แต่ได้รับการช่วยเหลือจากชาวอินโดนีเซีย ได้พอมีงานทำ มีเงินพอกินไปวันๆ แต่เมื่อป่วยเป็นไข้มาลาเรียจึงอยากกลับบ้าน เขาไม่รู้ว่าเมื่อ 4 ปีก่อนมีการนำคนไทยที่ตกเรือในเกาะอัมบน เพราะขาดการติดต่อสื่อสาร จนมาหาทางติดต่อสถานทูตไทย และได้กลับมาวันนี้เหมือนมีชีวิตใหม่   กรณีของนายสาธิต ถือเป็นการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานรัฐ กับองค์รเอกชน ที่ช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งยังมีคนไทยที่พบอีก 7 คน รอการเดินทางกลับ ยังมีปัญหาเรื่องการพิสูจน์สัญชาติและหลักฐานทางทะเบียนราษฏร์ ที่หลายคนหายไปตั้งแต่ยังเด็ก เช่น นายวิเชียร ทรัพย์ประเสริฐ อดีตลูกเรือที่ตกค้างอยู่ที่กรุงจาร์การ์ตา หลังถูกหลอกลงเรือประมงจากไทยไปที่เกาะบาตั้ม เมื่อปี 2556 แต่ด้วยนายวิเชียรสุขภาพไม่ดีจึงหนีมาขอความช่วยเหลือกลับไทยเมื่อปีที่ผ่านมา จากพระประสาน ธงไชย พระสงฆ์ไทยในจาการ์ตา จึงประสานสถานทูตไทย และมูลนิธิแอลพีเอ็น ช่วยดำเนินการ ซึ่งนายวิเชียรไม่มีบัตรประชาชน เคยอาศัยในสถานสงเคราะห์ที่จังหวัดขอนแก่น จึงต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานทำให้ล่าช้า   นอกจากนี้ยังมี นายไพทูรย์ กลิ่นสกุล ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี และ นายปัญญา นงนุช ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ตกค้างอยู่ในเกาะตวล อินโดนีเซีย ยังรอการตรวจสอบเรื่องเอกสารทางทะเบียนยืนยันในสัญชาติไทย มูลนิธิแอลพีเอ็นคาดหวังจะเห็นกระบวนการช่วยเหลือที่รวดเร็ว เพื่อไม่ให้คนเหล่านี้ต้องเสียชีวิตกลายเป็นศพไร้ญาติอยู่ที่อินโดนีเซีย ก่อนได้รับการช่วยเหลืออย่างเช่นนายสมยน ที่จนถึงวันนี้ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อจริง ทำให้ทุกคนต่างรอคอยที่จะได้กลับบ้านเกิดอย่างเช่นนายวิเชียร ทรัพย์ประเสริฐ ที่เคยส่งภาพนี้ให้ข่าว 3 มิติเมื่อปีที่แล้ว

 32,887
วิดีโอเต็มรายการ
16 พ.ย. 62

คลิปเต็มรายการข่าว 3 มิติ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562

คลิปเต็มรายการข่าว 3 มิติ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 ช่วงที่ 1 แม่ ด.ญ.13 เผยเห็นลูกดิ่งตึกคาตา วอน ตร.ล่าแก๊งมอมขืนใจ เปิดเส้นทาง 'ค้ายาข้ามชาติ' พบใช้ชื่อปลอมส่งสินค้า ตร.เร่งขยายผลเครือข่าย   ช่วงที่ 2 พาลูกเรือไทยกลับบ้านแล้ว หลังถูกหลอกปล่อยทิ้งเกาะอินโดฯ ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ 10 ปี ประธานคณะกรรมการอิสลามยะลา เปิดใจปม จนท.ค้น 'ปอเนาะลำใหม่' - ตรวจดีเอ็นเอนักเรียน   45 ปีสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ ตระหนักปมความเหลื่อมล้ําครอบครองที่ดินในไทย   ช่วงที่ 3 ทหารจีนลุยทำความสะอาด-เคลียร์พื้นที่เสียหายจาก 'ม็อบฮ่องกง'  ประเด็นข่าวรอบวัน 16 พฤศจิกายน 2562

 1,273
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ย. 62

จับแก๊งพาเด็กเร่ขายน้ำมะพร้าว ทำงานวันละกว่า 10 ชม. ได้ค่าจ้าง 200-400 บาท ซ้ำยังทำร้ายทุบตี เข้าข่ายค้ามนุษย์

ภูเก็ต-ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีนำเด็กมาขายน้ำมะพร้าว ในฐานความผิดการค้ามนุษย์ โดยกระทำแก่บุคคลอายุยังไม่เกินสิบห้าปีและบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี ในพื้นที่ สภ.ป่าตอง อ.กะทู้ และ สภ.เมืองภูเก็ต   โดยผู้ต้องหา 4 คน มีการนำเด็กจากจังหวัดนครศรีธรรมราช มาขายน้ำมะพร้าว ซึ่งเข้าข่ายการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้เรียบร้อยแล้ว ที่ จ.นครศรีธรรมราช และอยู่ระหว่างการนำตัวมาสอบสวนขยายผลที่ จ.ภูเก็ต ตามขั้นตอนต่อไป โดยจะใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ร่วมด้วย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ที่อนุญาตให้นำเด็กมา โดยเน้นการเยียวยาและแก้ไขปัญหาสังคม   จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า เด็กต้องทำงานวันละกว่า 10 ชั่วโมง และได้นอนพักผ่อนวันละ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น เป็นการทำงานค่อนข้างหนักมาก และเสี่ยงอันตราย ได้ค่าจ้างวันละประมาณ 200-400 บาท โดยจะโอนไปให้พ่อแม่เด็ก นอกจากนี้ยังมีการทำร้ายและทุบตีทำให้เด็กขวัญผวา มีการใช้งานเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด และบังคับเด็กขายของซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ฉะนั้นจะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด   อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเด็กทั้ง 4 รายไม่ได้เป็นญาติกัน โดยพ่อแม่ให้มาทำงาน แต่ไม่รู้รายละเอียด รู้เพียงว่า มาขายน้ำมะพร้าว แม้จะมีการยินยอมจากพ่อแม่ แต่ถ้ามาทำผิดกฎหมายก็เป็นความผิด เรื่องความผิดของพ่อแม่จะเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก จะแยกสำนวนจากผู้ที่ใช้แรงงานเด็ก เรื่องของเด็กและครอบครัว   นอกจากนี้ยังได้สั่งการระดมกวาดล้างผู้ที่นำหรือแสวงหาประโยชน์จากเด็กเพิ่มเติมในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ทั้งการพาเด็กเร่ขายผลไม้ พวงมาลัย และอื่นๆต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oPr3qDDx0cE

 1,475
สังคม
11 พ.ย. 62

จับแก๊งพาเด็กเร่ขายน้ำมะพร้าว ทำงานวันละกว่า 10 ชม. ได้ค่าจ้าง 200-400 บาท ซ้ำยังทำร้ายทุบตี เข้าข่ายค้ามนุษย์

ภูเก็ต-ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีนำเด็กมาขายน้ำมะพร้าว ในฐานความผิดการค้ามนุษย์ โดยกระทำแก่บุคคลอายุยังไม่เกินสิบห้าปีและบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี ในพื้นที่ สภ.ป่าตอง อ.กะทู้ และ สภ.เมืองภูเก็ต   โดยผู้ต้องหา 4 คน มีการนำเด็กจากจังหวัดนครศรีธรรมราช มาขายน้ำมะพร้าว ซึ่งเข้าข่ายการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้เรียบร้อยแล้ว ที่ จ.นครศรีธรรมราช และอยู่ระหว่างการนำตัวมาสอบสวนขยายผลที่ จ.ภูเก็ต ตามขั้นตอนต่อไป โดยจะใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ร่วมด้วย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ที่อนุญาตให้นำเด็กมา โดยเน้นการเยียวยาและแก้ไขปัญหาสังคม   จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า เด็กต้องทำงานวันละกว่า 10 ชั่วโมง และได้นอนพักผ่อนวันละ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น เป็นการทำงานค่อนข้างหนักมาก และเสี่ยงอันตราย ได้ค่าจ้างวันละประมาณ 200-400 บาท โดยจะโอนไปให้พ่อแม่เด็ก นอกจากนี้ยังมีการทำร้ายและทุบตีทำให้เด็กขวัญผวา มีการใช้งานเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด และบังคับเด็กขายของซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ฉะนั้นจะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด   อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเด็กทั้ง 4 รายไม่ได้เป็นญาติกัน โดยพ่อแม่ให้มาทำงาน แต่ไม่รู้รายละเอียด รู้เพียงว่า มาขายน้ำมะพร้าว แม้จะมีการยินยอมจากพ่อแม่ แต่ถ้ามาทำผิดกฎหมายก็เป็นความผิด เรื่องความผิดของพ่อแม่จะเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก จะแยกสำนวนจากผู้ที่ใช้แรงงานเด็ก เรื่องของเด็กและครอบครัว   นอกจากนี้ยังได้สั่งการระดมกวาดล้างผู้ที่นำหรือแสวงหาประโยชน์จากเด็กเพิ่มเติมในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ทั้งการพาเด็กเร่ขายผลไม้ พวงมาลัย และอื่นๆต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oPr3qDDx0cE

 1,475
สรุปข่าว
11 พ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 พ.ย.62 จับแก๊งบังคับเด็กขายน้ำมะพร้าว-คึกคักรับลอยกระทง-ลงทะเบียนร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย

-บรรยากาศเทศกาลลอยกระทงคึกคักทั่วประเทศ สุโขทัยจัดใหญ่งานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ สวนสัตว์เชียงใหม่ชวนลอยกระทงผักใต้น้ำ ให้อาหารปลาไปในตัว ตัวเมืองประดับโคมไฟกว่า 2 หมื่นดวง ตกแต่งเป็นแบบล้านนา ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส   ขณะที่ กทม.จัดยิ่งใหญ่ 2 จุด สะพานพระราม 8 และที่บริเวณคลองโอ่งอ่าง ช่วงสะพานหัน พร้อมเปิดสวนสาธารณะ 30 แห่ง ให้ประชาชนเข้าไปลอยกระทงได้จนถึงเวลาเที่ยงคืน เตรียมจนท. 200 คน เก็บกระทงตั้งแต่เวลา 2 ทุ่มเป็นต้นไป นายกฯย้ำให้รักษาสิ่งแวดล้อมลอยกระทงจากวัสดุที่ย่อยสลายง่าย กำลับผู้ปกครองดูแลบุตรหลาน   -วัยรุ่นอ่างทองยกพวกตีกันที่ร้านอาหาร ไม่หนำใจตามไปตีกันต่อที่ห้องฉุกเฉิน รพ.อ่างทอง แพทย์ พยาบาล ผู้ป่วยหนีกันชุลมุน ตร.รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว 2 กลุ่ม 21 คน เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ บุกรุกสถานที่ราชการ ผู้ว่าฯอ่างทองระบุ ผอ.รพ.เข้าแจ้งความแล้ว ชี้เป็นเหตุอุกอาจ ต้องดำเนินคดีเด็ดขาด   -เตรียมตัวให้พร้อม 6 โมงเช้านี้ ลงทะเบียนแคมเปญ ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย ผ่าน www.100เดียวเที่ยวทั่วไทย.com รัฐบาลใจป้ำแจกของขวัญ 4 หมื่นรายการ ให้สิทธิ์วันละ 1 หมื่นสิทธิ์ สิทธิ์ละ 1 รายการ เปิดลง 4 ครั้ง 11-12 พ.ย.และ 11-12 ธ.ค. ซื้อได้คนละ 1 สิทธิ์   -คดียิงถล่มบ้านที่ จ.นครศรีธรรมราช ทำด.ญ.วัย 14 ปีถูกลูกหลงเสียชีวิต ตร.ออกหมายจับ 5 ราย จับมาได้แล้ว 3 ราย เร่งล่าหัวโจกมาดำเนินคดี พบพฤติกรรมคนร้าย ก่อเหตุแบบบ้าระห่ำ ใช้อาวุธปืนกว่า 4 กระบอกรัวยิงมากกว่า 30 นัด พ่อเด็กบอกแค่ทะเลาะกันเรื่องหมา ตร.เตรียมแถลงข่าวรายละเอียด 9 โมงเช้าวันนี้   -จับ 4 ผู้ต้องหาแก๊งน้ำมะพร้าวชาวนครศรีธรรมราช บังคับเด็ก 10-12 ปี เร่ขายน้ำมะพร้าวที่ภูเก็ต เข้าข่ายค้ามนุษย์ พบเด็กต้องทำงานวันละกว่า 10 ชั่วโมง ได้นอนพักผ่อนวันละ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น ได้ค่าจ้างวันละประมาณ 200-400 บาท โดยจะโอนไปให้พ่อแม่เด็ก นอกจากนี้ยังมีการทำร้าย ทุบตีทำให้เด็กขวัญผวา ใช้งานเด็กเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด พ่อแม่ไม่รู้ชะตากรรมของลูก เร่งกวาดล้างขบวนการให้เด็กเดินขายของ   -สอบเครียดกำนันไข่ มือยิงล้างครัว 3 ศพที่ชุมพร ปมยืมเงินกว่า10 ล้าน เป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกันเหมือนญาติแต่กลับมาหลอก อ้างผู้ตายสร้างตัวละครบุคคลที่ 3 อยู่ต่างประเทศ จะได้มรดกจากสามีชาวต่างชาติกว่า 50 ล้าน หลอกยืมเงินครั้งละหลายแสน รวมเป็นเงินประมาณ 10  แล้วไม่คืน ซ้ำยังถูกด่า ไปทวงถามถูกด่าและท้าทาย “อยากโง่เองให้เขายืมทำไม ถ้าอยากได้ก็ไปฟ้องเอา” กำนันไข่จึงเก็บความแค้นก่อนยิงล้างครัว โดนแจ้งข้อหาหนักฆ่าผู้ตายโดยเจตนา ด้านยุติธรรมจังหวัดเร่งเยียวยาครอบครัวเหยื่อรายละ 110,000 บาท   -จับเพิ่มรายที่ 8 ลูกน้องคนสนิทแม่มณี หลังหนีกบดานที่ จ.นครสวรรค์ ถูกรวบพร้อมรถหรูที่เพิ่งถอยมาใหม่ๆ ยึดมือถือ 16 เครื่องของแม่มณี ที่ไว้โอนเงินให้ลูกแชร์ เจ้าตัวปฏิเสธร่วมขบวนการ อ้างรู้จักและสนิทสนมกับแม่มณีจริง จนได้รับความไว้วางใจให้มาเลี้ยงลูกสาววัย 2 ขวบ ยันมีหน้าที่ทำธุรกรรมทางการเงินให้เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องรู้เห็นโกงแชร์   -คืบหน้าเหตุยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา ยะลา ตายหมู่ 15 ศพ ชาวบ้านต้นหยี ออกชี้แจงผ้าพันแผลที่จนท.ยึดไปได้ หลังเข้าค้นบ้านผู้ต้องสงสัยยิงถล่ม เป็นชุดอุปกรณ์ที่ใช้ทำแผลให้แม่ที่ป่วยมะเร็งคอหอยระยะที่ 3 ไม่ใช่ของผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไป ซึ่งอยู่บ้านตรงข้ามกัน หลังออกข่าวหวั่นชาวไทยพุทธในพื้นที่เข้าใจผิด จึงต้องชี้แจง จนท.ด้านความมั่นคงรวบตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 10 คน มี 3 คนมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มัดตัว เตือนให้ระวังเหตุรุนแรงซ้ำ หลังมีเหตุโจรลักรถ   -กลุ่มไฟแนนซ์ขวัญกระเจิง เข้าติดตามทวงรถเก๋งหลังขาดส่ง 9 งวด กลับถูกชายที่ครอบครองรถเข้าทำร้ายร่างกาย ด้วยอาวุธมีดจนได้รับบาดเจ็บ แม้พยายามร้องขอให้คนที่อยู่รอบๆเข้าช่วย แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาช่วยจนต้องทำการห้ามกันเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่ สน.บางขุนเทียน ทำเพียงลงบันทึกประจำวันและส่งตัวให้ไปตรวจร่างกาย พร้อมทั้งปล่อยคู่กรณีไป ทั้งๆที่มีคลิปเหตุการณ์ชัดเจน ผู้เสียหายยืนยันเตรียมแจ้งข้อหาพยายามฆ่า ด้านมือแทงอ้างเป็นแค่ผู้รับจำนองรถยนต์คันดังกล่าวไว้ ให้ทางไฟแนนซ์ไปติดตามผู้เช่าซื้อเอง โดยไม่ยอมให้นำรถยนต์ไป   -เปิดใจญาติผู้ป่วยในรถพยาบาล หลังถูกรถเบนซ์ใจดำขวางทางพร้อมชูนิ้วกลางให้ ที่โพสต์คลิปไม่ได้คิดอยากจะเอาเรื่อง แต่แค่อยากให้มีน้ำใจให้มากกว่านี้ ส่วนเจ้าหน้าที่ขับรถ ฉุกเฉินเผยพยายามส่งสัญญาณไซเรนแล้ว รถคันหน้าทราบแล้ว แต่ไม่ยอมหลบ แถมยังชูนิ้วกลางใส่ ก่อนจะขับลงทางด่วนไป พร้อมฝากถึงคนที่ใช้รถใช้ถนน ช่วยเห็นใจกับรถพยาบาลฉุกเฉินด้วย เนื่องจากทุกวินาทีของผู้ป่วยสำคัญมาก กองปราบโพสต์ระบุเจตนาไม่หลบรถพยาบาล ระวังเจอข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่น   -เปิดใจแม่มือตบ ยกพวกทำร้ายคู่อริลูกสาว หน้าโรงเรียนชื่อดังในบ้านโป่ง จ.ราชบุรี  ยอมรับทำผิด โกรธที่เห็นลูกหน้าแหกกลับบ้าน ด้านลูกสาวเผยมีปัญหากับคู่กรณีเพราะถูกส่งข้อความมาก่อกวน มีการท้าทายถึงขั้นนัดท้าตบกับแม่ตนมาแล้ว   -สุดเศร้า น้องภูดิศ-น้องเภา ลูกชาย ป๋อ ณัฐวุฒิ ร้องไห้หนักบอกลา พี่ลาบ หมาสุดรักที่เลี้ยงมาเป็น 10 ปีตายจากไป แม่เอ๋เผยกำลังพาลูกชายไปซื้อของเล่น พอรู้ว่าหมาอาการหนัก พี่ภูเลยบอกน้องเภาว่า ของเล่นกับชีวิตสัตว์ อันไหนสำคัญกว่ากัน ทำเอาพ่อกับแม่อึ้งกับสิ่งที่ลูกพูด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j5KkVdMd-io

 13,264
สังคม
05 พ.ย. 62

lpn เปิดปฎิบัติการค้ามนุษย์ ช่วยเหลือลูกเรือประมงในอินโดนีเซีย

มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน หรือ LPN เปิดปฏิบัติการมนุษยธรรมช่วยเหลือลูกเรือประมงในอินโดนีเซีย หลังได้รับร้องเรียนจากลูกเรือที่ตกค้างจากการช่วยเหลือเมื่อปี 2558 และที่ไม่เคยถูกสำรวจ ซึ่งบางรายต้องเสียชีวิตไปก่อนจะได้กลับบ้าน เพราะไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน จนกลายเป็นโศกนาฏกรรมจากการค้ามนุษย์ ที่ LPN เรียกร้องให้รัฐบาลตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือแรงงานประมงที่ตกค้าง ซึ่งล่าสุดมีการติดตามจนพบครอบครัวที่จังหวัดสุพรรณบุรี    นางสมจิตร์ กลิ่นสกุล ร้องไห้ด้วยความดีใจที่ได้รู้ว่า ลูกชายที่ตามหามากว่า 17 ปียังมีชีวิตอยู่ที่อินโดนีเซีย และเสียใจที่รู้ลูกถูกหลอกลงเรือประมงไปตั้งแต่หายออกจากบ้าน ภาพถ่ายเมื่อครั้งนายไพฑูรย์ หรือ จัน ยังเด็ก เป็นเพียงภาพเดียวที่แม่เก็บไว้ดูเมื่อคิดถึงลูกชาย และกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อได้ฟังเสียงลูกชายที่ถ่ายคลิปวีดีโอให้ มูลินิธิ LPN ช่วยตามหาพ่อแม่ ที่จ.สุพรรณบุรี   มูลนิธิ LPN พบนายไพฑูรย์ ระหว่างลงพื้นที่เกาะตวล ประเทศอินโดนีเซีย พบนายไพฑูรย์ เป็น 1 ในลูกเรือประมงไทย 8 คนที่ตกค้างอยู่ในเกาะตวล ซึ่งเป็นเกาะที่ตกสำรวจจากการช่วยเหลือของรัฐบาลไทย เมื่อปี 2558 ที่นำลูกเรือประมงไทยกลับมากว่า 2 พันคน แต่ยังมีอีกจำนวนมากเข้าไม่ถึงข้อมูลและมีการร้องเรียนมายังมูลนิธิ LPN อย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 4 ปีที่ผ่านมา ในจำนวนนั้นมีนายสมยน ที่นางสาวปฏิมา ตั้งปรัชญากุล ผู้จัดการมูลนิธิ LPN ได้พบนายสมยน ที่เกาะตวล เมื่อปี 2559 ได้ถ่ายภาพกับนายสมยน ที่มาขอให้ช่วยเหลือได้กลับประเทศไทย แต่เนื่องจากนายสมยน ลงเรือมาตั้งแต่อายุไม่ถึง 15 ปี ในช่วงปี 2545 เช่นเดียวกับลูกเรือคนอื่นๆ นายสมยนจึงบอกข้อมูลได้เพียงว่า อยู่โรงเรียนหนองปรือ จังหวัดนครราชสีมา ไม่มีเอกสารแสดงตนใดๆ และด้วยกระบวนการช่วยเหลือที่ต้องพิสูจน์สัญชาติ ทำให้นางสาวปฏิมา ไม่สามารถช่วยเหลือนายสมยน ได้ทัน และเป็นเรื่องที่น่าเศร้า เมื่อการกลับมาที่เกาะตวลในปีนี้ กลับพบว่า นายสมยน เสียชีวิตไปแล้ว   หลุมฝังศพของนายสมยน ถูกฝังอยู่ในป่าที่เกาะตวล โดยเพื่อนลูกเรือประมงชาวลาว และชาวอินโดนีเซียที่ให้การช่วยเหลือนายสมยน มาตลอดกว่า 17 ปีที่ต้องใช้ชีวิตแบบคนเร่ร่อนในอินโดนีเซีย และสภาพที่เจ็บป่วย ทำให้นายสมยน ถึงกับนำไม้ไผ่มาต่อเรือเพื่อจะให้ได้กลับประเทศไทยแต่ก็สายเกินไป   มูลนิธิ LPN เปิดปฏิบัติการมนุษยธรรมลูกเรือประมงในอินโดนีเซียอีกครั้งในปีนี้ เพราะนอกจากนายสมยนแล้ว ยังมีนายแหล่ ชาวลาว ที่ได้ขอความช่วยเหลือมาตั้งแต่ปี 2559 โดยบอกได้เพียงชื่อเมืองในแขวงสะหวันนะเขต ทาง LPN ประสานไปยังทางการลาวช่วยติดตามหาบ้านของนายแหล่ แต่เกิดปัญหาอุทกภัย ทำให้ล่าช้าจนมาได้ข้อมูลของญาติและได้ประสานกับสถานทูตลาวในกรุงจาการ์ตา เตรียมช่วยให้นายแหล่ได้กลับบ้านที่ลาวในเร็วๆนี้ เพราะไม่อยากเห็นนายแหล่ ต้องเสียโอกาสเหมือนที่เกิดขึ้นกับนายสมยน   นอกจากนี้ที่เกาะอัมบน มูลนิธิ LPN ยังได้พบ นายสาธิต หน่อทอง ที่ได้ขอความช่วยเหลือผ่านสถานทูตไทยณ.กรุงจาร์ตา ว่าเป็นไข้มาลาเรีย ต้องการกลับไทย หลังถูกหลอกลงเรือมาตั้งแต่ปี 2552 และมีความหวังว่าจะได้กลับมาอยู่กับครอบครัวที่จังหวัดสมุทรปราการ แต่ไม่มีเอกสารประจำตัวใดๆ   ล่าสุดวันนี้มูลนิธิ LPN ได้ลงพื้นที่บ้านบางพึ่ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ตามข้อมูลของนายสาธิต ขอให้ตามหาพี่ชายและพบว่าพวกเขาได้พยายามตามหาน้องชายมาตลอดกว่า 10 ปี   นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของลูกเรือประมงที่ยังตกค้างในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมูลนิธิ LPN ยังพบว่ามีอดีตเด็กที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ 2 คนถูกหลอกลงเรือและตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์กว่า 17 ปียังรอคอยที่จะได้กลับบ้าน จึงเรียกร้องไปยังรัฐบาลที่จะต้องมีศูนย์ประสานงานช่วยเหลือลูกเรือประมงในอินโดนีเซียก่อนจะประสปชะตากรรมกลายเป็นศพไร้ญาติแบบนายสมยน

 268
สังคม
03 พ.ย. 62

รวบ 'โกต๊อก' เสี่ยพันล้านร่วมแก๊งค้าชาวโรฮิงญา เบื้องต้นเจ้าตัวยังปฏิเสธ

ก่อนหน้านี้ที่ศาลอุทธรณ์เพิ่งอ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์โรฮิงญากลุ่มของ พลโท มนัส โทษหนักสุดจำคุกถึง 85 ปี ล่าสุดวันนี้ ตำรวจ ปคม. จับผู้ต้องหาหลบหนีคดีได้อีก 1 คน คือ โกต็อก หลังหนีคดีไปนานถึง 4 ปี   นาย สุพัฒน์ สันติปิยบุตร อายุ 59 ปี หรือ โกต๊อก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี ถูกตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. จับได้ที่ ด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 2 พฤจิกายนที่ผ่านมา ขณะมาเล่นการพนันในประเทศกัมพูชา    คดีนี้ โกต็อกถูกกล่าวหาว่าร่วมกับ นาย บรรณจง หรือ โกจง ปองผล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์  พลโท มนัส คงแป้น และเจ้าหน้าที่รัฐทั้งทหาร-ตำรวจ นักการเมืองท้องถิ่น รวม 103 คน ร่วมกันลักลอบค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2555 ถึงเดือนพฤษภาคม 2558 โดยมีหน้าที่ ฟอกเงินให้กับขบวนการค้ามนุษย์ กว่า 126 ครั้ง    เบื้องต้นโกต็อก ให้การภาคเสธว่า ยอมรับว่ารู้จักกับกลุ่ม พลโท มนัส และมีการโอนเงินกันจริง แต่เป็นการทำธุรกิจดิวตี้ฟรี และธุรกิจแลกเงิน แต่ไม่ได้ร่วมค้ามนุษย์ สำหรับคดีนี้ยังมีผู้ต้องหาอีกกว่า 20 คน ที่หลบหนี

 454
สังคม
03 พ.ย. 62

จับ 'โกต๊อก' ค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา - ตรวจสอบบ้านถูกช้างป่าละอูพังเข้าหาอาหาร - จีนพร้อมทำงานร่วมอาเซียน เพื่อความสงบทางทะเลจีนใต้

จับ 'โกต๊อก' ค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา   ตร.ปคม. รวมตัว นายนายสุพัฒน์ หรือโกต๊อก สันติปิยบุตร อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาลบหนีคดีมานานกว่า 4 ปี เป็นนักธุรกิจพันล้านในอำเภอปาดังเบซาร์ ทำหน้าที่ฟอกเงินให้กับขบวนการค้ามนุษย์โรฮีนจากว่า 126 ครั้ง มีเงินหมุนเวียนในบัญชีหลายร้อยล้านบาท      ช้างป่าละอูพังบ้าน หาอาหาร   ในอำเภอหัวหิน ตีสองคืนที่ผ่านมาช้างป่าพังรั้วร้านข้าวเข้าไปกินขนมขบเคี้ยว หรือเลย์กว่า 10 ซอง เจ้าของร้านหวั่นช้างได้รับอันตรายจากการกินพลาสติก วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไข     'จีน' พร้อมทำงานร่วมอาเซียนขับเคลื่อนความสงบทางทะเลจีนใต้   นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อ เฉียง ของจีนย้ำว่า จีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับประเทศในอาเซี่ยนเพื่อเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพที่ยาวนานในทะเลจีนใต้ พร้อมจัดการวาระในการพิจารณาแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ หรือ ซีโอซี ให้แล้วเสร็จเรียบร้อยภายในปี

 402

Top