ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชู้สาว"

สังคม-อาชญากรรม
20 ส.ค. 61

รู้ตัวแล้ว! มือสาดน้ำกรดสาวร้านแว่น มุ่งเป้าปมชู้สาว คาดได้ตัวเร็วๆนี้

ชลบุรี คืบหน้าเหตุคนร้ายสาวบุกสาดน้ำกรดใส่สาวขายแว่นตา วัย 31 ปี เจ็บสาหัส ล่าสุดตำรวจรู้ตัวแล้ว คาดได้ตัวเร็วๆนี้    จากกรณีที่ หญิง อายุ 31 ปี คนขายแว่นตา ภายในเทสโก้ โลตัส บ่อวิน ชั้น 2 จ.ชลบุรี ได้ถูกคนร้ายเป็นหญิง อายุประมาณ 35 - 40 ปี แต่งกายปกปิดมิดชิด เดินเข้ามาสาดน้ำกรด ใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งน้ำกรดยังกระเด็นไปถูก สาวอายุ 23 ปี คนเดินเที่ยว โดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา    ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว ที่ สภ.บ่อวิน ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ชัยธนันท์ จิรปิยเศรษฐ์ ผกก.สภ.บ่อวิน เปิดเผยว่า หลังจากที่เกิดเหตุ ตนก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นทราบว่า กรดที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุคือ กรดซัลฟิวริค ซึ่งเป็นกรดที่ใช้ในกระบวนการยางพารา ซึ่งในระแวก ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา ไม่มีขาย ในขณะที่คนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่รู้ตัวหมดแล้วเป็นหญิง จำนวน 2 คน วางแผนและแบ่งหน้าที่กันมาเป็นอย่างดี ซึ่งใช้เวลาเดินวนไปวนมาก่อนจะก่อเหตุประมาณ 30 นาที อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลกับสื่อได้ เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายจะหลบหนี ซึ่งคาดว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามจับกุมได้ในเร็วๆนี้    ในขณะที่ หญิงผู้ได้รับบาดเจ็บ ยังอยู่ในห้องปลอดเชื้อ ของโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา อาการค่อยข้างสาหัส และยังไม่สามารถให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ซึ่งต้องรอให้อาการทุเลาลงก่อน คาดว่าประมาณ 2-3 วันนี้ น่าจะให้การได้แล้ว พ.ต.อ.ชัยธนันท์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทราบว่า เป็นเรื่องชู้สาว แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ก็ยังคงไม่ตัดประเด็นอื่นออก คงต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินงานอีกสักพัก คาดอีกไม่กี่วันนี้ต้องจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ และในส่วนของข้อหาตอนนี้เจ้าหน้าที่ ตั้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นไว้ก่อน ซึ่งก็ต้องรอดูผลตรวจจากผู้ได้รับบาดเจ็บมาประกอบว่าหนักแค่ไหน และเจ้าหน้าที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป    ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 3,117
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 61

รวบสาวมือยิงบ้านผู้พิพากษา ที่แท้หึงสามีคิดว่าเป็นกิ๊กกับญาติเจ้าของบ้าน

ปทุมธานี-จากกรณี ตร.สภ.คลองห้า รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปภายในบ้านของนายบรรพจน์ ยังเจริญ 46 ปี ผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานกลาง ที่บ้านพักย่านคลองเจ็ด   ล่าสุด ตร.ได้จับกุมนางสาวเอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมกระสุนปืนจำนวน 4 นัด และรถเก๋งสีขาว ที่ใช้ในการก่อเหตุยิงบ้านของนายบรรพจน์   โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพรถยนต์เก๋ง ต้องสงสัยที่ขับมายิงปืนเข้าไปในบ้านผู้พิพากษาไว้ได้ มูลเหตุเกิดจากความหึงหวงสามีคือนายตรี เจ้าของรถ ด้วยคู่กรณีคือนางสาวลัย (นามสมมติ) เป็นน้องภรรยาของนายบรรพจน์ ที่เคยรู้จักสนิทกับนายตรี ได้ส่งคลิปวีดีโอให้นายตรี และนางสาวเอ๋ เห็นคลิปดังกล่าวจึงเกิดความหึงหวงต่อมาในวัน เวลา ที่เกิดเหตุนางสาวเอ๋ได้ขับรถยนต์เก๋งของสามี และได้เอาอาวุธปืนไปยิงบ้านของนายบรรพจน์ ได้รับความเสียหายดังกล่าว   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรีไปค้นบ้านพัก ได้พบกับนายตรี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นสามีของนางสาวเอ๋ และได้ตรวจยึดอาวุธปืนสั้นจำนวน 5 กระบอก อาวุธปืนยาวจำนวน 4 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวนมาก พร้อมทั้งจะได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน1ตรวจสอบอีกครั้งว่าได้นำไปก่อคดีใดมาหรือไม่   ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับนางสาวเอ๋ (ผู้ต้องหา) ที่ก่อในครั้งนี้   1.มีอาวุธปืนละเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะหรือในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ทำให้เสียทรัพย์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wqauk3xAc-k

 2,257
ข่าวภูมิภาค
07 ส.ค. 61

แม่ชีเดินหน้าร้อง พศ.เอาผิดเจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม มีสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว

จากกรณี นายปรเมษฐ เนติธรรมรักษ์ ประธานชมรมเนติธรรมรักษ์ พร้อมกับพระครูธรรมธร หรือ พระปู พระวินยาธิการ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เข้ายื่นเอกสารหลักฐานต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อเอาผิด   กล่าวหาว่า พระอธิการทองพูน เจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม ว่านำมวลชนมาปิดล้อมขับไล่ออกจากกุฏิ และไล่ทำร้ายร่างกาย และยังอ้างว่าพัวพันแม่ชีรายหนึ่ง ต่อมา พระอธิการทองพูน แถลงโต้กลับพระคู่กรณี และงัดหลักฐานเด็ด อ้างคำสารภาพของแม่ชีว่ารับจ้างสร้างเรื่อง หาเงินเรียน ปริญญาโท   ล่าสุดแม่ชีเดินหน้าร้องเรียนยืนหนังสื่อ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถระสมาคม พุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัด นครปฐมตรวจสอบ เอาผิดเจ้าอาวาสมีสัมพันธ์กับตน ยืนยันพยานหลักฐานชัดเจน   โดยนายปรเมษฐ เปิดเผยว่า นำหลักฐานมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบถึงพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดดัง ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่่างเจ้าอาวาสฯ กับแม่ชี และพระบางรูปที่ออกมาเป็นพยานเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ รวมทั้งตรวจสอบเรื่ิองเจ้าอาวาสคนดังกล่าวระบุว่าพระผู้ใหญ่ 2 รูปทุจริตเงินทอนวัด   ขณะที่ แม่ชีคนดังกล่าว ระบุยืนยันว่าในส่วนของตนมีข้อมูลและหลักฐานที่แสดงถึงพฤติกรรมของเจ้าอาวาสคนดังกล่าวว่ามีความสัมพันธ์กับตนจริง จึงนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ เนื่องจากต้องการให้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบว่าอาจเข้าข่ายการอาบัติปาราชิกหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ก็เคยร้องเรียนไปแล้วตั้งแต่ปี 2548 แต่เรื่องก็ไม่คืบหน้า   กระทั่งล่าสุดเมื่อปี 2559 ก็มีคำสั่งไม่ให้ตนเข้าวัดที่พระรูปดังกล่าวเป็นเจ้าอาวาสหรือไม่ โดยตนสงสัยว่าทำอะไรผิด ทั้งที่เคยเป็นลูกศิษย์วัดดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2516 ทั้วนี้ตนไม่ขอให้รายละเอียด เนื่ิองจากเป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องตรวจสอบ ขอให้ทางหน่วยงานออกมาให้รายละเอียดเอง   ด้านผู้รับเรื่องเปิดเผยว่าจะตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด แต่เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดก่อน แบ่งเป็นเรื่ิองการทุจริต และเรื่ิองธรรมวินัย จึงต้องขอเวลาในการตรวจสอบให้รอบคอบและรัดกุม พร้อมยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย   จากนั้นแม่ชีได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑลเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยมีทนายความมาด้วย ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำส่งต่อไปที่ต้น ที่เกิดเหตุจังหวัดจันทบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N8qhaDXFdIw

 6,356
สังคม-อาชญากรรม
01 มิ.ย. 61

ช่างแต่งหน้าถูกแทงดับคาห้องพักย่านพระราม 9 ตั้งปมคู่ขาหนุ่ม 18 หึงโหด

ตำรวจ สน.มักกะสัน รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิตภายในห้องพักย่านพระราม 9 พบศพนายสมชาย พรมจารีย์ อายุ 43 ปี อาชีพช่างแต่งหน้าสถานบริการแห่งหนึ่ง ถูกอาวุธมีดแทงเข้าบริเวณกลางหน้าอก 2 แผล และบริเวณลำคออีก 1 แผล ปาดคอซ้ำเป็นแผลฉกรรจ์ รวมทั้งหมด 4 แผล ภายในห้องพักพบร่องรอยการต่อสู้และมีเลือดสาดกระเซนไปทั่วห้อง ไม่พบว่ามีทรัพย์สินหายแต่อย่างใด   จากการสอบสวนพยานแวดล้อมทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็นคนที่ทำงานของผู้ตาย พยายามจะโทรศัพท์มาตามไปทำงานเนื่องจากได้เวลาทำงานแล้ว แต่ไม่มีใครรับสาย จึงเดินทางมาที่ห้องพักเพื่อขอตรวจสอบพบว่าห้องของผู้ตายถูกล็อคจากด้านใน จึงติดต่อกับทางผู้ดูแลอาคาร เมื่อเปิดเข้าไปจึงพบร่างในสภาพไร้ลมหายใจ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ   ทั้งนี้ลักษณะนิสัยใจคอของผู้ตายนั้นพักอาศัยอยู่ห้องพักแห่งนี้มานานกว่า 5 ปี เป็นคนร่าเริง อัธยาศัยดี ไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับใคร รายงานข่าวแจ้งว่า   นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทราบว่าผู้ต้องสงสัยคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เป็นคู่ขากับผู้ตายคบกันมา 2 เดือน ตำรวจได้ติดตามตัวได้ที่ห้างย่านถนนพหลโยธิน ได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำอยู่ที่ สน.มักกะสัน   เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีทรัพย์สินของผู้ตายสูญหายไปแต่อย่างใดจึงทำให้สามารถตัดประเด็นการฆ่าชิงทรัพย์ออกไป ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าเป็นเรื่องหึงหวงชู้สาวกัน อย่างไรก็ตามจะทำการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยรายนี้อย่างละเอียดอีกครั้งและอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อนออกหมายจับต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tGK7sciXWyw  

 7,612
ข่าวภูมิภาค
10 พ.ค. 61

ไฟไหม้บ้านปริศนา 2 ครั้ง วันสู่ขอ-แต่งงานลูกชาย เจ้าของบ้านเชื่อเป็นเรื่องลี้ลับ ตร.ตั้งปมชู้สาว

กำแพงเพชร-เกิดไฟไหม้รถเก๋งและในห้องครัว ขณะที่เจ้าของบ้านไม่มีใครอยู่ออกไปงานแต่งงานของลูกชายในหมู่บ้านอื่น ระหว่างนั้น มีเพื่อนบ้านเห็นมีเพลิงไหม้และกลุ่มควันจำนวนมากที่รถเก๋ง จึงรีบโทรแจ้งรถดับเพลิง และบอกตนเองเจ้าของบ้านให้ทราบ   นอกจากนี้ยังเคยมีไฟไหม้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายนมาแล้วครั้งหนึ่ง ในขณะไปสู่ขอลูกสะใภ้ให้ลูกชาย โดยไหม้ที่ขอบหน้าต่างไม้ รวมทั้งฝาผนังด้วย เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายตรวจสอบแล้วยังไม่ทราบสาเหตุ แต่เจ้าของบ้านเชื่อว่าที่บ้านจัดงานมงคลไม่บอกผีปู่ย่าตายาย   ประกอบกับช่วงนี้สภาพอากาศร้อนมากอุณหภูมิบางวันสูงถึง 40 องศา จึงอาจเป็นสาเหตุให้เกิดไฟไหม้ก็อาจเป็นได้ แต่ทุกครั้งที่เกิดไฟไหม้ก็จะมีคนเห็นตลอดและไหม้ไม่ค่อยรุนแรง แต่ในเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้ตัดทิ้งประเด็นเรื่องชู้สาว กำลังสืบหาสาเหตุต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fh6qpWXxSkk  

 3,291
ข่าวภูมิภาค
06 ก.พ. 61

หญิงวัย 45 เป็นศพเปลือย ถูกเคียวเชือดคอเสียชีวิตในพงหญ้าสุพรรณฯ ตร.ตั้งปมชู้สาว

สุพรรณบุรี-พบศพหญิงวัย 45 ปี สภาพเปลือยกายนอนหงายเสียชีวิตอยู่ในพงหญ้า ตรวจสอบพบที่ลำคอมีแผลถูกของมีคมเชือด เป็นแผลเหวอะ นอกจากรอยเชือดแล้วยังมีรอยของแหลมแทงที่ลำคอและชายโครงขวา รวมกว่า 10 รูจมกองเลือดที่แห้งกรัง คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-6 ชม.   จากการสอบสวนชาวบ้านที่มาปักเบ็ดหาปลาเล่าว่า ช่วงค่ำตนได้มาปักเบ็ดหาปลาเพียงลำพังตามปกติ กระทั่งดึกได้ยินเสียงนกกวักร้อง อยู่ในป่าใกล้กันจึงเดินไปดู เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่มืด ขณะกำลังส่องไฟหานกอยู่นั้นสายตาเหลือบไปเห็นร่างเปลือยเปล่านอนแน่นิ่งอยู่ในพงหญ้าก็ตกใจแทบช็อก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ   ทางด้านพี่ชายของผู้ตายเล่าว่าน้องสาวประกอบอาชีพรับจ้างเกี่ยวหญ้า มักจะขี่จักรยานสองล้อออกไปหารับจ้างเป็นประจำ กระทั่งเมื่อ 2 วันก่อนน้องสาวได้หายไปไม่ยอมกลับบ้านกระทั่งได้รับแจ้งว่าน้องสาวถูกฆ่าเสียชีวิต ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเชื่อว่าน้องสาวถูกฆ่าตายด้วยเรื่องชู้สาว เนื่องจากน้องสาวคบหาผู้ชายหลายคน   ทางด้าน พ.ต.อ.สมพร พุกหอม ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่าจากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปและเป็นคนที่ชอบคบหาและความสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายน่าจะมีการนัดหมายกับผู้ชายที่คบหากันเพื่อไปร่วมหลับนอน ซึ่งชายคนดังกล่าวน่าจะเป็นคนที่คบหามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ตายมาก่อนและรู้ว่าผู้ตายคบหากับชายอื่นอีกหลายคนจึงเกิดความแค้น วางแผนนัดผู้ตายไปร่วมหลับนอนโดยผู้ตายได้จอดจักรยานสองล้อพิงไว้ที่เสาไฟฟ้าข้างทาง ก่อนจะเดินไปกับฆาตกร   เมื่อถึงจุดเกิดเหตุทั้งคู่น่าจะได้ร่วมหลับนอนกันเสร็จแล้วฝ่ายชายที่คาดว่าเคยมีสัมพันธ์กับผู้ตายมาก่อน หลังจากทราบว่าฝ่ายหญิงปันใจไปให้ชายอื่นอีก จึงเกิดความแค้นลงมือใช้เคียวเกี่ยวหญ้าของผู้ตายเป็นอาวุธเชือดคอและกระหน่ำแทงที่ลำคอและชายโครงจนผู้ตายเสียชีวิต ก่อนหลบหนีกระทั่งมีคนมาพบศพดังกล่าว   ขณะนี้พอทราบเบาะแสคนร้ายแต่ยังไม่ขอเปิดเผย คาดว่าใช้เวลาไม่นานจะสามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้นำตัวผู้ต้องสงสัยมาตรวจเก็บลายนิ้วมือไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับส่งศพไปตรวจพิสูจน์สาเหตุการตายอย่างละเอียด พร้อมกับสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเร่งรัดจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HmddhwEXFyU    

 13,492
ข่าวภูมิภาค
29 ม.ค. 61

ญาติ 'หมอลิต' ทวงความเป็นธรรม ยันสาเหตุถูกสังหารไม่ใช่ปมชู้สาว

กาญจนบุรี-พิธีฌาปนกิจศพนายชลิต จินตนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุขภาพปลายนาสวน บรรยากาศสุดโศกเศร้า ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานนับพันคน ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตวอนผู้มีอำนาจช่วยให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิต หลังผู้ก่อเหตุอ้างปมสังหารจากเรื่องชู้สาว ทำให้ผู้เสียชีวิตเกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง   โดยเพื่อนและคนใกล้ชิดยันผู้เสียชีวิตเป็นคนอัธยาศัยดี เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและไม่เคยมีนิสัยเจ้าชู้มาก่อน สังเกตดูได้จากจำนวนผู้ร่วมงานศพจำนวนมาก ที่เดินทางไกลหลายร้อยกิโลจากอำเภอศรีสวัสดิ์เพื่อมาร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงความรักที่ทุกๆคนมีให้ต่อผู้เสียชีวิต ทางครอบครัวและเพื่อนร่วมงานต่างไม่เชื่อว่า สาเหตุที่แท้จริง จะมาจากเรื่องนี้ จึงอยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อล้างมลทินให้กับผู้เสียชีวิตให้ได้   เพราะทางครอบครัวต้องทนทุกข์ทรมาณกับการสูญเสียเสาหลักในครอบครัว แถมยังต้องมาเผชิญกับกระแสสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์ตัวผู้เสียชีวิต ว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเชิงชู้สาวจนเป็นสาเหตุทำให้ถูกสังหาร ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมครอบครัวผู้เสียชีวิตและสร้างความเสื่อมเสียต่อผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมาก   ด้าน ตร.เจ้าของคดี ระบุจากการสอบปากคำแฟนสาวของผู้ต้องหา ยันไม่เคยติดต่อหรือมีสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหมอลิต อีกทั้งอยู่คนละโรงพยาบาล จึงไม่มีความเชื่อมโยงปมชู้สาว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TF-eveklY84    

 14,778
สังคม-อาชญากรรม
28 ม.ค. 61

ตร.เผย 'ผอ.ฉาว' ติดต่อขอเข้ามอบตัว 2 ก.พ.นี้ - พบบ้านพักปิดเงียบ เมียสาววัย20เก็บของหนีไปแล้ว

ความคืบหน้าจากกรณี ผอ.ฉาวของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา แอบมีความสัมพันธ์กับนักเรียนสาวชั้น ม.2 ถึงขั้นเรียกเมียและที่รักกัน ก่อนจะโดยสั่งย้าย และถูกตำรวจออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาพรากผู้เยาว์ อนาจาร และหมิ่นประมาทนั้น      ล่าสุด ตำรวจ สภ. บัวใหญ่ เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า ผอ.รายนี้ได้โทรศัพท์ติดต่อกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแล้ว โดยได้นัดหมายเข้าให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดตามหมายเรียกปลายสัปดาห์หน้า ภายในวันศุกร์ที่ 2 ก.พ.นี้     ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ไปที่บ้านพักของ ผอ. ภายในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านพักชั้นเดียว พบว่า ประตูหน้าบ้านล็อคด้วยแม่กุญแจแน่นหนา และไม่มีใครอยู่ภายในบ้านพัก    ด้านเพื่อนบ้านเปิดเผยว่า ตามปกติผอ.รายนี้จะพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวกับภรรยาสาวอายุ 20 ปี ที่ทำงานอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อ  แต่หลังมีข่าวฉาวเกิดขึ้น ภรรยาสาวได้เก็บข้าวของและหนีหายออกไปจากบ้านพัก โดยไม่มีใครทราบว่าไปอยู่ที่ไหน  รวมทั้งตัว ผอ.ก็ไม่ได้เข้ามาที่บ้านพักหลังนี้อีกเลย                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Ks5bJJcPTZY

 26,398
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
26 ม.ค. 61

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' เจาะลึกคดี ผอ.ฉาวคบเด็ก ม.2 จ่อฟันโทษวินัยร้ายแรง ตร.ออกหมายเรียก

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตามต่อประเด็น ผอ.โรงเรียนใน จ.โคราช มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเด็กหญิง ม.2 ล่าสุดต้นสังกัดสรุปผลการสอบสวนเบื้องต้นแล้วพบ ผอ.โรงเรียนมีพฤติกรรมฉันชู้สาวกับเด็กนักเรียนจริง จ่อฟันโทษทางวินัยร้ายแรงถึงขั้นปลดออก หรือไล่ออก   อีกทั้งโทษคดีอาญา มาตรา 277 ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาท ซึ่งเป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยัง ผอ.คนนี้ ทางโทรศัพท์ หลังปิดโทรศัพท์มาหลายวัน ซึ่งเมื่อวันที่ 25 ม.ค.61 ผอ.เปิดโทรศัพท์และรับสาย แจ้งว่าตนไม่สบายกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งและได้ตัดสายทิ้งไป เมื่อโทรกลับไปก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก   นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า ผอ.คนนี้อยู่กินกับภรรยาคนปัจจุบัน เป็นบ้านเช่าปูนชั้นเดียวในเขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ อยู่กินกันมาประมาณ 4 ปี โดยคบหากับภรรยาคนปัจจุบันเมื่อตอนภรรยาอายุ 16 ปี ปัจจุบันภรรยาอายุ 20 ปี ทำงานเป็นพนักงานที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง และขณะนี้ภรรยาลาออกจากงานและเก็บของออกจากบ้านพักหลังดังกล่าวไปแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4MUiNbCPZuM    

 14,173
สังคม-อาชญากรรม
23 ม.ค. 61

ตั้งคกก. สอบปมแชทหลุด 'ผอ.โรงเรียนดัง คุยเชิงชู้สาว นร.ม.2' เพื่อนสาว ลั่น "เคยพาไปเที่ยวต่างอำเภอหลายครั้ง"

คืบหน้า ผอ.โรงเรียนคบกันแบบชู้สาวกับเด็กหญิงนักเรียน ม.2  ล่าสุดผอ.โรงเรียนและเด็กหญิงนักเรียนชั้น ม.2  ไม่มาโรงเรียนทั้งคู่ ต้นสังกัดสั่งตั้งคณะกรรมการสอบพฤติกรรมฉาวแล้ว   ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา มีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงวัย 14 ปี ชั้น ม.2 โรงเรียนเดียวกัน โดยมีหลักฐานการแชทพูดคุยกันทางไลน์ของทั้งคู่ ซึ่งสนทนากันในเชิงชู้สาวข้อความหวานซึ้ง ต่างฝ่ายต่างเรียกกันละกันว่า ที่รัก รวมถึง ผอ.โรงเรียนเรียกน้องนักเรียนหญิงว่า เมีย ล่าสุดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงเรียนรายนี้แล้ว     วันนี้ (23 มกราคม 2561) นายคมกฤช มุมไธสง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี นายณฐาภพ บุญทองโท ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี มีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 อายุ 14 ปี ลักษณะแอบคบหากันอย่างลับๆ     โดยขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าว ที่ทางเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ได้ลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น รวมถึงให้การเยียวยาสภาพจิตใจแก่นักเรียนหญิง ม.2 ที่ตกเป็นข่าวชู้สาวกับ ผอ.โรงเรียน ซึ่งในวันนี้ ผอ.โรงเรียนที่ถูกกล่าวหาไม่ได้เดินทางมาทำงานที่โรงเรียน และไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนเด็กหญิงนักเรียนชั้น ม.2 ก็ไม่ได้มาโรงเรียนเช่นเดียวกัน   จากการสอบถามนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ซึ่งเป็นเพื่อนกับเด็กหญิงที่เป็นข่าวกับ ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าวเปิดเผยว่า เด็กหญิงเอ(นามสมมติ) เป็นคนหน้าตาดี และดูโตเป็นสาวเกินวัย โดยเพื่อนนักเรียนหญิงเคยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ผอ.โรงเรียนมักจะให้เงินครั้งละ 500-1,000 บาท และเคยพาไปเที่ยวนอกสถานที่ต่างอำเภอหลายครั้ง  ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์

 26,597
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ม.ค. 61

ชาวบ้านเอือมระอา แฉแชท ผอ.เจ้าชู้ แอบคบลูกศิษย์สาว ม.2 เป็นแฟนเรียกที่รัก-พาเข้ารีสอร์ท

โคราช-คณะกรรมการสถานศึกษาและคณะครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา นำหลักฐานร้องเรียนผู้สื่อข่าว หลังสุดทนกับพฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงเรียน อายุ 51 ปี ที่เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งได้เพียง 3 เดือน มีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ลักษณะคบหากันเป็นแฟนอย่างลับๆ มีการพาเด็กหญิงไปเที่ยวแบบ 2 ต่อ 2 พูดคุยกันทางไลน์ในเชิงชู้สาว ต่างฝ่ายต่างเรียกชื่อว่า “ที่รัก” และมีภาพถ่ายกอดคอกันอย่างสนิทสนม   โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านต่างรู้กิตติศัพท์ของ ผอ.คนนี้ เคยมีประวัติเป็นคนเจ้าชู้ มีนิสัยชอบคบหาเด็กนักเรียนในเชิงชู้สาว จึงมีมติของคณะกรรมการโรงเรียน ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ต่อสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 (สพป.นม.6) หน่วยงานต้นสังกัด ไม่ขอรับโอนย้าย ผอ.คนนี้ แต่ก็ไม่เป็นผล   กระทั่งย้ายมาได้ 3 เดือน ก็มีข่าวแบบเดิมอีก คราวนี้พบหลักฐานเป็นข้อความแชทไลน์ในมือถือของเด็กหญิงวัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ของโรงเรียน ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดร้องเรียนกับสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 เพื่อเอาผิด ผอ.ฉาวคนนี้ให้ถึงที่สุด   หนึ่งในชาวบ้านกล่าวว่า พบเห็น ผอ.คนนี้ชอบพาเด็กนักเรียนสาว ม.2 โดดเรียน แอบไปเที่ยวกัน 2 ต่อ 2 หลายครั้ง มีพฤติกรรมเหมือนคู่รัก พูดคุยกอดคอพลอดรักกันในร้านกาแฟ ชาวบ้านพบเห็นเป็นที่เอือมระอา เช่นเดียวกับนักเรียนหญิงคนหนึ่ง บอกว่า เพื่อนนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ที่มีเรื่องชู้สาวกับ ผอ.โรงเรียน เป็นคนหน้าตาดี โตเป็นสาวเกินตัว เคยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ผอ.เคยให้เงินครั้งละ 500-1,000 บาท เคยพาไปเที่ยวเขาใหญ่ วังน้ำเขียว และพาเข้ารีสอร์ท 3 ครั้ง เชื่อว่าถูก ผอ.ล่อลวงจนมีความสัมพันธ์เกินเลย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kLpNxE570UU    

 175,440
สังคม-อาชญากรรม
10 ม.ค. 61

วิศวกรถูกยิงดับปริศนา ทิ้งศพริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตร.ให้น้ำหนักชิงทรัพย์ ยังไม่ตัดปมชู้สาว

อยุธยา-ภรรยาและลูกเข้ารับศพนายไพโรจน์ ดีลิ อายุ 56 ปี วิศวกรรมโยธา เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างอาคารผู้ป่วยโรงพยาบาลบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกยิงเสียชีวิต ศพถูกทิ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา   โดยทางภรรยาเปิดเผยว่าสามีเป็นผู้รับเหมางานก่อสร้าง ซึ่งได้ทำการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และมารับหนังสือสัญญาประกันคืน จากทางโรงพยาบาลบางปะอินที่ได้ก่อสร้างอาคารผู้ป่วย จริงๆแล้วสามีตนเองมาตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2561 โดยมากับลูกชายและให้ลูกชายเป็นคนขับรถ และก็ไปส่งลูกชายที่กรุงเทพ เพราะลูกชายทำงานอยู่กรุงเทพและก็กลับมาที่ โรงพยาบาลบางปะอินเพื่อประสานงานเรื่องเอกสาร   ในเรื่องธุรกิจตนเองไม่ทราบว่าสามีมีความขัดแย้งกับใครเพราะสามีไม่เคยเล่าให้ฟัง ภายในครอบครัวตนเองจึงไม่ทราบสาเหตุของการเสียชีวิต โดยตนเองก็ไม่มีข้อมูลว่าเขาไปขัดแย้งกับใคร ในเรื่องส่วนตัวเขาไม่เคยมีปัญหากับใครและเขาจะไม่ค่อยพูดอะไรให้ทางครอบครัวทราบหรือทำให้ครอบครัวไม่สบายใจ   ในวันที่สามีหายตัวไปนั้น ได้ไปทำธุระที่กรุงเทพกับเพื่อนสนิท โดยสามีได้ส่ง Message มาให้ครอบครัวดูว่านั่งทานข้าวมีใครบ้างใครบ้างซึ่งเป็นคนรู้จักคุ้นเคยกันทั้งนั้น หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป ประมาณ 3 ถึง 4 ทุ่ม ซึ่งสามีก็โทรหาตนเองแต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาก จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นลูกชายโทรมาบอกว่าพ่อเสียแล้ว   ซึ่งโดยนิสัยแล้วสามีเป็นคนที่มีเพื่อนฝูงเยอะเป็นคนใจดีมีไมตรีกับเพื่อนๆทุกคน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ซึ่งทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ออกหนังสือรับรองการตายสมองฉีกขาดจากกระสุนปืนลูกโดด ขณะที่เพื่อนสนิทเผยวิศวกรเพิ่งรอดตายจากอุบัติเหตุรถตกน้ำเมื่อปีใหม่ปมการเสียชีวิต   ด้าน ตร.ตั้งไว้ 3 ประเด็นคือ ชิงทรัพย์ ชู้สาว และขัดแย้งทางธุรกิจ โดยมุ่งให้น้ำหนักไปที่การชิงทรัพย์ อย่างไรก็ตามมีหลักฐานกล้องวงจรปิดจับภาพแท็กซี่สีเขียวเหลืองรับผู้ตายมาจากย่านห้วยขวาง ก่อนมาพบศพถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา จ.อยุธยา   นอกจากนี้ชุดสืบสวนมีข้อมูลว่าผู้ตายพาเพื่อนหญิงคนสนิทไปกินอาหารที่อยุธยา และเดินทางต่อไปยังปากเกร็ด นนทบุรี ก่อนพาไปส่งที่หอพักของฝ่ายหญิงที่อยุธยา จึงยังไม่ตัดประเด็นชู้สาวทิ้งเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FhD6PeevZIs    

 19,723
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 61

คืบหน้าคดีทนายวัย 50 กระหน่ำยิงสาววัย 35 ดับคาปั๊มน้ำมัน ก่อนยิงตัวตายตาม เชื่อวางแผนมาแล้ว พุ่งประเด็นชู้สาว

คืบหน้าคดีชายอายุ 50 ปี อาชีพทนายความและเสี่ยรับเหมา กระหน่ำยิงสาววัย 35 จำนวน 7 นัด คาปั๊มน้ำมัน จนเสียชีวิตก่อนจะยิงตัวตายตาม บริเวณหน้าร้านกาแฟ ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนมิตรภาพ ตรงข้ามตรอกเสาธง เขตเทศบาลนครนครราชสีมา   จากการสอบสวนพบว่าทั้งคู่อยู่กินกัน ก่อนที่จะมีปัญหากันจนฝ่ายชายแยกออกมา ด้านภรรยาหลวง ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนกันแต่มีลูกด้วยกัน 2 คน ระบุว่าทนายความได้มาพบและพูดเหมือนสั่งเสีย และทางภรรยาหลวงก็รู้สึกเอะใจมองหน้าลูกนานผิดสังเกต   ด้านแม่ของหญิงที่เสียชีวิตระบุโทรมานัดไปเคลียร์ปัญหา ก่อนที่จะเกิดเหตุสลดขึ้น ซึ่งทาง ตร.เชื่อว่ามีการวางแผนมาแล้วเป็นอย่างดี มีการเขียนข้อความในจดหมาย 3 หน้ากระดาษ มีนัยยะสำคัญเรื่องชู้สาว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/86zBpLxFwAY      

 12,536
สังคม-อาชญากรรม
20 ธ.ค. 60

จำนนต่อหลักฐาน! ว่าที่เจ้าบ่าวรับเป็นมือยิง 'หมอปอ' ก่อนวันวิวาห์ พบกิ๊กสาวขับรถมาส่ง-รอรับหลังก่อเหตุ

ชุมพร-เกิดเหตุ น.ส.นนทิญา ครัวจัตุรัส อายุ 25 ปี หรือ หมอปอ ทันตสาธารณสุข ประจำ รพ.สต.สลุย ถูกคนร้ายบุกเข้าไปในห้องพักแล้วยิงเข้าที่กลางอกเสียชีวิตคาบ้านพัก   จากการสอบสวนพบว่าวันเกิดเหตุ หมอปอ ไม่ไปทำงาน เพื่อนๆจึงไปเรียกที่บ้านพักพบว่าประตูล็อค แต่หน้าต่างมีรอยงัด มองเข้าไปในบ้านเห็นรอยเลือด จึงงัดบ้านเข้าไปพบศพ โดยพยานระบุในช่วงเวลาประมาณ หลังเที่ยงคืน ได้ยินเสียงปืน 1 นัด แล้วเงียบไป แต่เข้าใจว่า เป็นเสียงยางรถยนต์ระเบิด เนื่องจากติดถนนเพชรเกษม หลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิด จึงพบว่าในช่วงก่อน 1นาฬิกา มีผู้ชายรูปร่างท้วมสูงประมาณ 165 ซม. สวมใส่ไอ้โม่งเดินเข้าในเขต รพ.สต.หลังจากนั้น ประมาณ 20 นาทีชายคนดังกล่าวก็เดินออกจาก รพ.สต.สลุย สันนิษฐานว่าคนร้ายคงเข้ามาที่ห้องพัก แล้วไปขยับกล้องวงจรปิด งัดหน้าต่าง ปีนเข้าไปในบ้าน ก่อนใช้ปืนลูกซองสั้นจ่อยิงระยะเผาขนที่กลางหน้าอก และหลบหนีไป   ส่วนสาเหตุการสังหารในครั้งนี้ สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ผู้ตายกำลังจะแต่งงาน ในวันที่ 24 ธค.60 ได้มีการแจกการ์ดเชิญแขกเหร่อมากมาย ทั้งในเฟซบุ๊กก็ลงภาพพรีเดดิ้งและการ์ดแต่งงานอย่างสวยงาม ส่วนแฟนหนุ่มชื่อว่าเก่ง เป็นพนักงาน กฟภ.อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งคนทั้งคู่คบหาดูใจกันมาตั้งแต่ยังวัยรุ่น สมัยเรียนมัธยมด้วยกัน แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ตายจับได้ว่าแฟนหนุ่มมีกิ๊ก ทำให้ทั้งคู่มีการทะเลาะเบาะแว้งติดต่อกันมาหลายวัน จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์สังหารนี้ขึ้น   ด้านพ่อของผู้ตายระบุ ลูกสาวเป็นคนที่เรียนหนังสือเก่งตั้งแต่เด็กๆ ขยันมีความตั้งใจสูง และเป็นคนดี รักพ่อรักแม่และครอบครัว จนสามารถสอบเข้าเรียนทันตกรรมและสอบเข้าทำงานได้ ที่ผ่านมาก็นำแฟนหนุ่มมาที่บ้านบ่อยจนกระทั่ง ตกลงจะแต่งงานกัน ใน ไม่กี่วัน แต่เมื่อไม่นาน ลูกสาวเคยปรึกษา เรื่องพฤติกรรมของแฟนหนุ่มที่มีกิ๊ก จนกระทั่งลูกสาวเคยไปเห็นกับตาตนเอง จนต้องโทรมาหาพ่อ พร้อมด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังวิ่งหนีอะไรสักอย่าง แต่เมื่อถามก็ ไม่ยอมรับ เล่าให้พ่อฟังแต่เพียงว่า ทะเลาะกับแฟนหนุ่มเท่านั้น   ในเวลาต่อมา ทาง ตร.นำตัวแฟนหนุ่มของผู้ตายมาสอบสวน เบื้องต้นให้การปฏิเสธ ก่อนจำนนต่อหลักฐานและยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้สังหารแฟนสาวด้วยตัวเอง เนื่องจากฝ่ายหญิงจับได้ว่ามีกิ๊ก จึงมีปากเสียงกัน ก่อนเกิดเหตุได้กินเหล้าจนเมา อ้างยิงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่จนท.ไม่ปักใจเชื่อ เพราะมีการเตรียมการมาอย่างดี ทั้งปืน หมวกไหมพรม และปัดกล้องวงจรปิดก่อนงัดห้องไปก่อเหตุ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากิ๊กสาวของมือปืนเป็น จนท.ระดับสูงในที่ทำงานเดียวกัน เป็นคนขับรถมาส่งฝ่ายชายและรอรับเมื่อก่อเหตุเสร็จ ซึ่ง ตร.จะสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SjNCOhc_rLM  

 166,268
ข่าวภูมิภาค
01 ธ.ค. 60

รักสามเส้า! หนุ่มแทงชายวัย 20 กลางถนน ก่อนฉุดอดีตแฟนสาวขึ้นรถ จยย.หลบหนี

โลกออนไลน์ในจังหวัดระยอง ได้แชร์ภาพเหตุการณ์ที่มีชาวบ้านที่อยู่บริเวณตลาดมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง ใช้โทรศัพท์มือบันทึกไว้ได้ โดยในภาพเป็นชายวัยรุ่นถูกแทงด้วยอาวุธมีดกลางถนนสุขุมวิท หน้าร้านขายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าปิยะ ตลาดมาบตาพุด และมีชายอีกคนที่เป็นมือมีด พยายามฉุดกระชากหญิงสาว ไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ข้างตึก บังคับให้ขึ้นรถจักรยานยนต์ แล้วขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยในคลิปมีเสียงร้องด้วยความตื่นตกใจพร้อมกับบอกให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ไว้   จากการสอบถาม ทราบว่าผู้บาดเจ็บมากับหญิงสาวที่อ้างว่าเป็นภรรยา ระหว่างนั้นได้มีชายที่เป็นสามีเก่า ของภรรยาตามมา แล้วก็ใช้อาวุธมีดแทงฝ่ายชายจนบาดเจ็บ ก่อนจะฉุดกระชากตัวฝ่ายหญิง ไปขึ้นรถจักรยานยนต์ โดยขู่บังคับฝ่ายหญิงว่าถ้าไม่ไป จะแทงให้ตาย ฝ่ายหญิงจึงต้องนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของมือมีดไปด้วยความหวาดกลัว โดยคนร้ายได้ขี่จักรยานยนต์หลบหนีไปทางถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าไปทางตัวเมืองระยอง   ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรมาบตาพุด ได้วิทยุสกัดจับตามเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี แต่ก็ยังไร้วี่แวว เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจไม่เกรงกลัวกฏหมาย ซึ่งจะเร่งตรวจภาพกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี เพื่อนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fXFdGIb1b-Y    

 36,171

Top