ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประวิตรวงษ์สุวรรณ"

การเมืองเข้มข้น
12 มี.ค. 62

‘บิ๊กป้อม’ เผย กรรมการสรรหา ส.ว. ส่ง 400 รายชื่อ ให้ คสช. แล้ว

วันที่ 12 มี.ค. 62 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา ส.ว.กล่าวว่า ได้ส่งรายชื่อ ส.ว.ที่ผ่านการสรรหา 400 คน ให้ คสช. พิจารณาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา ส่วนตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อคัดเลือกให้เหลือ 194 คน ต้องไปถาม คสช.เอง

 1,063
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
12 มี.ค. 62

‘บิ๊กป้อม’ เผย กรรมการสรรหา ส.ว. ส่ง 400 รายชื่อ ให้ คสช. แล้ว

วันที่ 12 มี.ค. 62 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา ส.ว.กล่าวว่า ได้ส่งรายชื่อ ส.ว.ที่ผ่านการสรรหา 400 คน ให้ คสช. พิจารณาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา ส่วนตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อคัดเลือกให้เหลือ 194 คน ต้องไปถาม คสช.เอง

 1,063
การเมืองเข้มข้น
12 มี.ค. 62

เด้ง 2 ผกก.โรงพักเมืองสตูล-ปากพะยูน เซ่นเหตุระเบิด 18 จุด 'บิ๊กป้อม' ลงพื้นที่ ยันไม่โยงเหตุป่วน 3 ชายแดนใต้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับฟังความคืบหน้าการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นรที่ อ.ปากพะยูน จำนวน 9 จุด และในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง จำนวน 2 จุด รวมเป็น 11 จุด และใน จ.สตูลอีก 7 จุด รวมทั้งสิ้น 18 จุด เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา   พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พอจะรู้ตัวคนร้ายบ้างแล้ว แต่เราจะต้องติดตามกันต่อไป เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งถามไปในทางคดี เพราะจะทำให้เสียรูปคดี แต่ก็ไม่ต้องห่วง ประชาชนทั่วไปจะต้องอยู่กันอย่างมีความสุข ส่วนการทำงานสืบสวนนั้นเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างบูรณาการระว่างทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและประชาชนทั้งหลายก็ต้องช่วยกันดูแล ป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีมาลอบวางระเบิดได้อีก   ส่วนคนร้ายจะเป็นกลุ่มคนร้ายจากจังหวัดชายแดนหรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างที่คาดว่ามาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนจะใช่หรือไม่ ต้องขอให้ตำรวจได้ทำงานกันก่อน มันเร็วเกินไปที่จะตอบได้   สำหรับเหตุที่คนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดพัทลุงนั้น ไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะตอนนี้รู้เบาะแสของคนร้ายแล้วว่ามาจากไหน กลุ่มที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ เป็นกลุ่มคนเดียวกัน การทำงานเวลาก็ไล่เลี่ยกันไป กรณีที่มีพูดกันว่ามาจาก 3 จังหวัดนั้น ก็เป็นแค่เรื่องเฉพาะตัวบุคคล   อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้มีคำสั่งย้าย พันตำรวจเอกพชรพล ณ นคร ผู้กำกับการ สภ.เมืองสตูล ไปเป็นผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.คณิต รัตนมณี ผกก.สภ.ปากพะยูน ถูกสั่งย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผกก. (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.จชต. หลังเกิดเหตุระเบิดดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/s9ZxjA1roi4

 2,337
การเมืองเข้มข้น
11 มี.ค. 62

‘บิ๊กป้อม’ บินด่วนลงใต้ ติดตามสถานการณ์หลังเกิดเหตุระเบิด

วันที่ 11 มี.ค. 62 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย  พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการ สมช. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะ ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้า รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิด 19 จุด ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง และสตูล    ซึ่งขณะนี้ได้ตัวผู้ต้องสงสัยมาบางส่วนแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขยายการก่อเหตุมาจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ไม่กังวลว่าจะมีการมาก่อเหตุในช่วงใกล้กับการเลือกตั้งนี้ เพราะเจ้าหน้าที่ได้วางกำลังไว้หมดแล้ว เนื่องจากกลุ่มกลุ่มผู้กระทำความผิดไม่สามารถไม่สามารถทำอะไรใน 3 จังหวัดชายแดนได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ทางยุทธวิธีและกำลังพลเต็มที่ พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง  

 10,344
การเมืองเข้มข้น
09 มี.ค. 62

เคาะแล้ว! 400 รายชื่อชิงเก้าอี้ ส.ว. เผยมีชื่อเพื่อนตท.6-น้องรัก-คนใกล้ชิด 3 ป.

มีรายงานข่าวแจ้งว่า เคาะ 400 รายชื่อสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เสร็จสิ้นแล้ว โดยขณะนี้ได้ส่งรายชื่อทั้งหมดให้ คสช. พิจารณาแต่งตั้งเป็น ส.ว.สรรหา 194 คนแล้ว ทั้งนี้ สำหรับรายชื่อบุคคลที่คาดว่าจะได้รับการคัดสรรเป็น ส.ว. แบ่งเป็นกลุ่มดังนี้    กลุ่มคนใกล้ชิด และน้องรักของ พล.อ.ประวิตร คาดว่ามีชื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. และ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีต ส.ว.สรรหา ซึ่งเป็นน้องชายแท้ ๆ ของ พล.อ.ประวิตร, พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อนสนิท พล.ต.อ.พัชรวาท, พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตผู้ช่วย ผบ.ทบ., พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ สมาชิก สนช., พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล อดีต ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), พล.อ.ทวีป เนตรนิยม อดีตเลขาธิการ สมช. และ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีต รมว.แรงงาน      ส่วนกลุ่มเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 คาดว่ามีชื่อ พล.อ.นพดล อินทปัญญา ที่ปรึกษา คสช., พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ อดีต ส.ว.สรรหา, พล.อ.โสภณ ศีลพิพัฒน์ อดีตที่ปรึกษา รมว.กลาโหม, พล.อ.อ.ไพศาล สีตบุตร อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ และเป็นพี่ชายของ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร สมาชิก คสช., พล.อ.จิรพงศ์ วรรณรัตน์ อดีตที่ปรึกษากองทัพบก, พล.อ.ชยุติ สุวรรณมาศ อดีตหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจําผบ.ทสส., พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง อดีต ส.ว.สรรหา, พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย อดีตรอง ผบ.ทสส., พล.อ.อู้ด เบื้องบน อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์ อดีตที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย, พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.ทสส., พล.อ.ธีรเดช มีเพียร อดีตประธานวุฒิสภา และ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร อดีตรอง ผบ.ทบ.   กลุ่มที่เคยร่วมงานในกระทรวงกลาโหมและมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด คาดว่ามีชื่อ พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ อดีตประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม และอดีตแม่ทัพภาคที่ 1 ที่เติบโตมาในสายบูรพาพยัคฆ์, พล.อ.วลิต โรจนภักดี อดีตรองผบ.ทบ. ซึ่งเป็นน้องรักของ พล.อ.ประวิตร, นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษาส่วนตัวด้านความมั่นคงของ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร อดีตโฆษกกองทัพอากาศ   ขณะที่กลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น รวมถึงมีความสนิทสนมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. อาทิ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ อดีต ส.ว.ชุมพร, พล.อ.อักษรา เกิดผล อดีตหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้, พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ อดีตหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา, พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร อดีตผบ.ทสส., พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์ อดีตที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย, พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คู่เขย พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล อดีตประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก, พล.อ.สกล ชื่นตระกูล อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, พล.ร.อ. ชุมนุม อาจวงษ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ยุวนัฏ สุริยกุล ณ อยุธยา อดีตสนช., พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสนช. และ พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สมาชิกสนช.   อีกทั้งกลุ่มคนใกล้ชิด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย อาทิ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.ไตรรัตน์ รังคะรัตน อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย, พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีตผบ.ทสส., พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง อดีตรองผบ.ทสส., พล.ร.อ.วัลลภ เกิดผล อดีตรองผบ.ทสส. และ พล.อ.ธีระวัฒน์ บุญยะประดับ อดีตรองผบ.ทบ.   โดยทั้งหมดไม่จำเป็นต้องลาออกจากราชการ จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ ปี 60 คาดว่าจะสอดคล้องกับห้วงเวลาจะเกษียณราชการ ก.ย.62 นี้   ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์หาเสียงพรรคเพื่อไทย แสดงความคิดเห็นว่า ไม่เหนือความคาดหมาย และตั้งคำถามเรื่องกระบวนการที่ พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ซึ่งทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีตัวเองเป็นผู้สมัคร มองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ     ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่สนใจแต่งตั้ง ส.ว. เครือญาติ คสช. แต่ขอให้เคารพเสียงประชาชน ให้พรรคการเมืองที่รวบรวมเสียงข้างมากในสภาได้จัดตั้งรัฐบาล          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ScEOFu4IwgM

 4,365
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
09 มี.ค. 62

เคาะแล้ว! 400 รายชื่อชิงเก้าอี้ ส.ว. เผยมีชื่อเพื่อนตท.6-น้องรัก-คนใกล้ชิด 3 ป.

มีรายงานข่าวแจ้งว่า เคาะ 400 รายชื่อสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เสร็จสิ้นแล้ว โดยขณะนี้ได้ส่งรายชื่อทั้งหมดให้ คสช. พิจารณาแต่งตั้งเป็น ส.ว.สรรหา 194 คนแล้ว ทั้งนี้ สำหรับรายชื่อบุคคลที่คาดว่าจะได้รับการคัดสรรเป็น ส.ว. แบ่งเป็นกลุ่มดังนี้    กลุ่มคนใกล้ชิด และน้องรักของ พล.อ.ประวิตร คาดว่ามีชื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. และ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีต ส.ว.สรรหา ซึ่งเป็นน้องชายแท้ ๆ ของ พล.อ.ประวิตร, พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อนสนิท พล.ต.อ.พัชรวาท, พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตผู้ช่วย ผบ.ทบ., พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ สมาชิก สนช., พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล อดีต ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), พล.อ.ทวีป เนตรนิยม อดีตเลขาธิการ สมช. และ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีต รมว.แรงงาน      ส่วนกลุ่มเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 คาดว่ามีชื่อ พล.อ.นพดล อินทปัญญา ที่ปรึกษา คสช., พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ อดีต ส.ว.สรรหา, พล.อ.โสภณ ศีลพิพัฒน์ อดีตที่ปรึกษา รมว.กลาโหม, พล.อ.อ.ไพศาล สีตบุตร อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ และเป็นพี่ชายของ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร สมาชิก คสช., พล.อ.จิรพงศ์ วรรณรัตน์ อดีตที่ปรึกษากองทัพบก, พล.อ.ชยุติ สุวรรณมาศ อดีตหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจําผบ.ทสส., พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง อดีต ส.ว.สรรหา, พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย อดีตรอง ผบ.ทสส., พล.อ.อู้ด เบื้องบน อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์ อดีตที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย, พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.ทสส., พล.อ.ธีรเดช มีเพียร อดีตประธานวุฒิสภา และ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร อดีตรอง ผบ.ทบ.   กลุ่มที่เคยร่วมงานในกระทรวงกลาโหมและมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด คาดว่ามีชื่อ พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ อดีตประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม และอดีตแม่ทัพภาคที่ 1 ที่เติบโตมาในสายบูรพาพยัคฆ์, พล.อ.วลิต โรจนภักดี อดีตรองผบ.ทบ. ซึ่งเป็นน้องรักของ พล.อ.ประวิตร, นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษาส่วนตัวด้านความมั่นคงของ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร อดีตโฆษกกองทัพอากาศ   ขณะที่กลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น รวมถึงมีความสนิทสนมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. อาทิ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ อดีต ส.ว.ชุมพร, พล.อ.อักษรา เกิดผล อดีตหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้, พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ อดีตหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา, พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร อดีตผบ.ทสส., พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์ อดีตที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย, พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คู่เขย พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล อดีตประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก, พล.อ.สกล ชื่นตระกูล อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, พล.ร.อ. ชุมนุม อาจวงษ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ยุวนัฏ สุริยกุล ณ อยุธยา อดีตสนช., พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสนช. และ พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สมาชิกสนช.   อีกทั้งกลุ่มคนใกล้ชิด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย อาทิ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.ไตรรัตน์ รังคะรัตน อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย, พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีตผบ.ทสส., พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง อดีตรองผบ.ทสส., พล.ร.อ.วัลลภ เกิดผล อดีตรองผบ.ทสส. และ พล.อ.ธีระวัฒน์ บุญยะประดับ อดีตรองผบ.ทบ.   โดยทั้งหมดไม่จำเป็นต้องลาออกจากราชการ จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ ปี 60 คาดว่าจะสอดคล้องกับห้วงเวลาจะเกษียณราชการ ก.ย.62 นี้   ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์หาเสียงพรรคเพื่อไทย แสดงความคิดเห็นว่า ไม่เหนือความคาดหมาย และตั้งคำถามเรื่องกระบวนการที่ พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ซึ่งทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีตัวเองเป็นผู้สมัคร มองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ     ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่สนใจแต่งตั้ง ส.ว. เครือญาติ คสช. แต่ขอให้เคารพเสียงประชาชน ให้พรรคการเมืองที่รวบรวมเสียงข้างมากในสภาได้จัดตั้งรัฐบาล          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ScEOFu4IwgM

 4,365
สังคม-อาชญากรรม
02 มี.ค. 62

กระทรวงดีอี ยัน พ.ร.บ.ไซเบอร์ ไม่ละเมิดสิทธิ ปชช. - ธนาธร ชี้ ให้อำนาจกับรัฐบาลมากเกินไป

ประเด็นที่กำลังเป็นที่วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ คือ พ.ร.บ.ไซเบอร์ หลัง สนช. ผ่านร่างออกมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดย ปชช. เป็นกังวลว่าจะไปกระทบสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถตรวจค้นอสังหาริมทรัพย์ ตรวจค้นคอมพิวเตอร์ และระบบต่างๆโดยไม่ต้องขออำนาจศาลนั้น    แต่จริงๆในตัวกฎหมายก็กำหนดไว้ชัดเจนว่า ต้องเป็นภัยในระดับที่วิกฤต ถึงจะสามารถทำแบบนี้ได้    โดยเมื่อ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และรัฐบาลนี้ไม่เคยทำผิดกฎหมาย ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง และสั่งให้มีการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ ว่าไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิแต่อย่างใด   ก่อนที่ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรฐษกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยภายหลังร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และร่างพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ว่า พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ จะช่วยสร้างความพร้อมให้กับประเทศในการรับมือความเสี่ยงและภัยคุกคามทางไซเบอร์ยุคใหม่    โดยยืนยันพ.ร.บ.ดังกล่าว จะไม่ถูกใช้ในการละเมิดสิทธิ์ของประชาชน หรือ ใช้อำนาจรัฐโดยพลการ รวมถึงไม่ได้มีหน้าที่ในการกำกับใช้งานโซเชียลมีเดียของประชาชน หรือ เข้าดูข้อมูลคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของประชาชนเหมือนเช่นกระแสที่ออกมาในโลกโซเชียลขณะนี้    แต่ในทางกลับกันจะสามารถป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที เพราะปัจจุบันเกิดปัญหาการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้น อาทิ ไวรัส มัลแวร์ และการโจมตีระบบจากอาชญากรคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ   ทั้งนี้ ในกฎหมายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ได้ระบุประเภทภัยคุกคามทางไซเบอร์ไว้ 3 ระดับ ประกอบด้วย ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง และภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับวิกฤติ ซึ่งกระทรวงจะดำเนินการแก้ไขปัญหาตามระบบที่มีอย่างมีประสิทธิภาพ   ขณะที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง และภัยในระดับร้ายแรง ทางสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติ จะให้ความช่วยเหลือในการแก้ปัญหา โดยในการเข้าไปในสถานที่หรือเข้าไปตรวจค้น เจ้าหน้าที่จะต้องขอหมายศาล    แต่ในภัยระดับวิกฤติต้องเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่บริการที่สำคัญถูกโจมตีจนล่มไม่สามารถให้บริการได้เป็นวงกว้าง หรือมีประชาชนเสียชีวิตและมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ จึงให้ใช้อำนาจตามกฎหมายด้านความมั่นคง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อาจต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนพร้อมกับแจ้งศาลโดยเร็ว    แต่ทางด้านการเมือง นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในยุครัฐประหารมักจะมีการออกกฎหมายแบบนี้ คือประทบกับสิทธิเสรีภาพ และจะยึดเป็นคาถา คือความมั่นคง อ้างเพื่อออกกฎหมาย เช่นเดียวกับกฎหมายอีกหลายฉบับที่พยายามจะเสนอ แต่ถูกคัดค้านต่อต้านจนต้องยุติไป    ขณะที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี บอกว่า พ.ร.บ.ให้อำนาจกับรัฐบาลมากเกินไป เริ่มจากเรื่องความมั่นคง นิยามความมั่นคง ใน พ.ร.บ.ฉบับนี้กว้างมาก อาจจะทำให้เกิดการตีความไม่เหมาะสม ตีความว่าความมั่นคงของผู้มีอำนาจกับความมั่นคงของรัฐเป็นเรื่องเดียวกัน    ซึ่ง พ.ร.บ.ไซเบอร์ ไม่ใช่จะมีเป้าประสงค์ที่จะปกป้องระบบไอทีที่สำคัญของประเทศ แต่จริงๆแล้ว พ.ร.บ.ไซเบอร์ ของประเทศไทยร่างขึ้น มาเพื่อปกป้องความมั่นคง ซึ่งอาจจะถูกตีความถึงความมั่นคงของผู้มีอำนาจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/30QfHC7IWbw  

 837
การเมืองเข้มข้น
02 มี.ค. 62

'ประวิตร' เมินกระแสวิจารณ์นั่งประธานสรรหา ส.ว. ระบุ นายกฯ แต่งตั้งแล้ว

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พูดถึงรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ซึ่งสังคมกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันในขณะนี้ ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้แต่งตั้งแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ เรื่องนี้แล้วแต่ คสช.    ส่วนกระแสข่าวที่ออกมาโจมตีถึงที่มาของ ส.ว. พลเอกประวิตร บอกว่า เรายึดตามกฎหมาย ถามต่อไปว่าประชาชนจะยอมรับใช่หรือไม่ พลเอกประวิตรก็ตอบว่า ก็ยึดตามกฎหมายแหละ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/rRF0ERSQjtw

 3,116
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
02 มี.ค. 62

'ประวิตร' เมินกระแสวิจารณ์นั่งประธานสรรหา ส.ว. ระบุ นายกฯ แต่งตั้งแล้ว

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พูดถึงรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ซึ่งสังคมกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันในขณะนี้ ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้แต่งตั้งแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ เรื่องนี้แล้วแต่ คสช.    ส่วนกระแสข่าวที่ออกมาโจมตีถึงที่มาของ ส.ว. พลเอกประวิตร บอกว่า เรายึดตามกฎหมาย ถามต่อไปว่าประชาชนจะยอมรับใช่หรือไม่ พลเอกประวิตรก็ตอบว่า ก็ยึดตามกฎหมายแหละ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/rRF0ERSQjtw

 3,116
การเมืองเข้มข้น
27 ก.พ. 62

'บิ๊กป้อม' นั่งปธ.สรรหา 250 ส.ว. นายกฯไม่สนเสียงวิจารณ์ ยันทำตาม รธน. ผ่านประชามติ 16 ล้านคนมาแล้ว

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา 194 คนว่า ตนเองได้รับมอบหมายเป็นประธานคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ซึ่งเตรียมเรียกประชุมเร็วๆนี้ ส่วนโครงสร้างจะเป็นใครบ้างนั้น ยังไม่ขอเปิดเผย และไม่จำเป็นต้องรู้ แต่ยืนยันมีตัวแทนจากหลายสาขาอาชีพ พร้อมย้ำชัดเจนจะไม่มีทหารใกล้เกษียณราชการเข้ามาเป็นคณะกรรมการ   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสังเกตการแต่งตั้ง 250 ส.ว.เพื่อต้องการแค่ให้เข้ามาโหวตคนเป็นนายกฯหลังเลือกตั้งว่า ให้ไปดูกฎหมาย รัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างไรก็ตามนั้น ตรงนี้พูดมาหลายครั้งแล้ว รัฐธรรมนูญทำประชามติจากคน 16 ล้านคน ผ่านมาทั้งคำถามพ่วงด้วย นี่คือประชาธิปไตยไม่ใช่หรือ จะมาบอกบังคับให้คนเห็นชอบไม่เห็นชอบกับคน 16 ล้านคน ใครทำได้มาบอกตนหน่อย   ทั้งนี้ที่มาของ 250 ส.ว.มาจาก 3 กลุ่ม ได้แก่   -ผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำรวจ 6 คน ปลัดกลาโหม, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ   -กลุ่ม คสช. 194 คน คสช. จะตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ชุดหนึ่ง คัดเลือกบุคคลไม่เกิน 400 คน จากนั้น คสช. คัดเหลือ 194 คน   -กลุ่มอาชีพ 50 คน ประชาชนสมัครตามกลุ่มอาชีพ 10 กลุ่ม และให้ผู้สมัคร ส.ว. แต่ละกลุ่มเลือกกันเอง ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด ประเทศ จนเหลือ 200 คน จากนั้น คสช. คัดเหลือ 50 คน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nh9X09V0dOw

 10,832
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
27 ก.พ. 62

'บิ๊กป้อม' นั่งปธ.สรรหา 250 ส.ว. นายกฯไม่สนเสียงวิจารณ์ ยันทำตาม รธน. ผ่านประชามติ 16 ล้านคนมาแล้ว

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา 194 คนว่า ตนเองได้รับมอบหมายเป็นประธานคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ซึ่งเตรียมเรียกประชุมเร็วๆนี้ ส่วนโครงสร้างจะเป็นใครบ้างนั้น ยังไม่ขอเปิดเผย และไม่จำเป็นต้องรู้ แต่ยืนยันมีตัวแทนจากหลายสาขาอาชีพ พร้อมย้ำชัดเจนจะไม่มีทหารใกล้เกษียณราชการเข้ามาเป็นคณะกรรมการ   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสังเกตการแต่งตั้ง 250 ส.ว.เพื่อต้องการแค่ให้เข้ามาโหวตคนเป็นนายกฯหลังเลือกตั้งว่า ให้ไปดูกฎหมาย รัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างไรก็ตามนั้น ตรงนี้พูดมาหลายครั้งแล้ว รัฐธรรมนูญทำประชามติจากคน 16 ล้านคน ผ่านมาทั้งคำถามพ่วงด้วย นี่คือประชาธิปไตยไม่ใช่หรือ จะมาบอกบังคับให้คนเห็นชอบไม่เห็นชอบกับคน 16 ล้านคน ใครทำได้มาบอกตนหน่อย   ทั้งนี้ที่มาของ 250 ส.ว.มาจาก 3 กลุ่ม ได้แก่   -ผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำรวจ 6 คน ปลัดกลาโหม, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ   -กลุ่ม คสช. 194 คน คสช. จะตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ชุดหนึ่ง คัดเลือกบุคคลไม่เกิน 400 คน จากนั้น คสช. คัดเหลือ 194 คน   -กลุ่มอาชีพ 50 คน ประชาชนสมัครตามกลุ่มอาชีพ 10 กลุ่ม และให้ผู้สมัคร ส.ว. แต่ละกลุ่มเลือกกันเอง ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด ประเทศ จนเหลือ 200 คน จากนั้น คสช. คัดเหลือ 50 คน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nh9X09V0dOw

 10,832
การเมืองเข้มข้น
22 ก.พ. 62

'บิ๊กป้อม' เผยเครื่องบินขัดข้อง จำเป็นต้องจัดซื้อใหม่ ยันใช้งบตามความจำเป็น

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเผย เครื่องบิน C 130 ขัดข้องวานนี้ เพราะใช้งานมานาน อยู่ระหว่างพิจารณาเตรียมจัดซื้อ ยันใช้งบตามความจำเป็น ไม่เพิ่มขึ้น บอกย้อนดูใช้ช่วยเหลือประชาขน ป้องกันประเทศสำคัญหรือไม่   (22 ก.พ.62) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเหตุการณ์เครื่องบิน C130 ของกองทัพอากาศที่นำคณะนายกรัฐมนตรี ไปตรวจราชการที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และกระบี่ เกิดใบพัดขัดข้อง หลังขึ้นบิน 45 นาที ต้องบินวนกลับมาเปลี่ยนเครื่องใหม่เป็น CN295 ของกองทัพบกแทน เมื่อวานนี้ ว่าเครื่องบินเก่าแล้ว กำลังพิจารณาที่จะปรับเปลี่ยนแต่ต้องดูงบประมาณ และยืนยันก่อนขึ้นบินบิน เจ้าหน้าที่มีการตรวจเช็คเครื่องอยู่แล้ว ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นความจำเป็นในการจัดงบประมาณของกองทัพ ที่จะนำไปซื้อยุทโธปกรณ์หรือไม่ นั้น ยืนยันเครื่องนี้เก่า ใช้งานมานานกว่า 30 ปี จึงจำเป็นต้องซื้อยุทโธปกรณ์ รวมถึงงบประมาณของกระทรวงกลาโหมก็ใช้ไปตามความจำเป็น ไม่ได้มากขึ้น งบประมาณเท่าเดิมทุกอย่างประมาณ 7.5 เปอร์เซ็นต์    ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถหักล้างข้อกล่าวหาบางพรรคการเมืองที่หาเสียงจะลดงบประมาณกองทัพได้หรือไม่ ให้ไปคิดดูเองแล้วกัน เพราะงบประมาณกระทรวงกลาโหมมีความจำเป็น เพราะต้องใช้กับประชาชน และใช้ในการป้องกันประเทศด้วย      

 29,834
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
22 ก.พ. 62

'บิ๊กป้อม' เผยเครื่องบินขัดข้อง จำเป็นต้องจัดซื้อใหม่ ยันใช้งบตามความจำเป็น

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเผย เครื่องบิน C 130 ขัดข้องวานนี้ เพราะใช้งานมานาน อยู่ระหว่างพิจารณาเตรียมจัดซื้อ ยันใช้งบตามความจำเป็น ไม่เพิ่มขึ้น บอกย้อนดูใช้ช่วยเหลือประชาขน ป้องกันประเทศสำคัญหรือไม่   (22 ก.พ.62) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเหตุการณ์เครื่องบิน C130 ของกองทัพอากาศที่นำคณะนายกรัฐมนตรี ไปตรวจราชการที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และกระบี่ เกิดใบพัดขัดข้อง หลังขึ้นบิน 45 นาที ต้องบินวนกลับมาเปลี่ยนเครื่องใหม่เป็น CN295 ของกองทัพบกแทน เมื่อวานนี้ ว่าเครื่องบินเก่าแล้ว กำลังพิจารณาที่จะปรับเปลี่ยนแต่ต้องดูงบประมาณ และยืนยันก่อนขึ้นบินบิน เจ้าหน้าที่มีการตรวจเช็คเครื่องอยู่แล้ว ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นความจำเป็นในการจัดงบประมาณของกองทัพ ที่จะนำไปซื้อยุทโธปกรณ์หรือไม่ นั้น ยืนยันเครื่องนี้เก่า ใช้งานมานานกว่า 30 ปี จึงจำเป็นต้องซื้อยุทโธปกรณ์ รวมถึงงบประมาณของกระทรวงกลาโหมก็ใช้ไปตามความจำเป็น ไม่ได้มากขึ้น งบประมาณเท่าเดิมทุกอย่างประมาณ 7.5 เปอร์เซ็นต์    ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถหักล้างข้อกล่าวหาบางพรรคการเมืองที่หาเสียงจะลดงบประมาณกองทัพได้หรือไม่ ให้ไปคิดดูเองแล้วกัน เพราะงบประมาณกระทรวงกลาโหมมีความจำเป็น เพราะต้องใช้กับประชาชน และใช้ในการป้องกันประเทศด้วย      

 29,834
การเมืองเข้มข้น
20 ก.พ. 62

'บิ๊กป้อม' งดตอบโต้ หลังกองทัพถูกโจมตีปมเพลง 'หนักแผ่นดิน'

ภายหลังการประชุมคณะกรรม ขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินคณะที่ 5 (กชป.5) ผู้สื่อข่าวสอบถาม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ช่วงนี้หลายพรรคการเมือง มีนโยบายโจมตีกองทัพจะมีการชี้แจงอย่างไร     โดย พลเอก ประวิตร ตอบสั้นๆว่า ก็รู้อยู่แล้วยังจะถามอีก และเมื่อสื่อถามต่อว่า มีเพลงที่อยากแนะนำให้ไปฟังหรือไม่ พลเอก ประวิตร ตอบเช่นเดิมว่า รู้อยู่แล้วยังจะถามอีก   ข่าวที่เกี่ยวข้อง นายกฯป้อง ผบ.ทบ.ไม่ลงไปเป็นคู่ขัดแย้ง นักการเมืองแห่วิจารณ์หนุน-ค้าน ดราม่าหนักแผ่นดิน

 1,106
การเมืองเข้มข้น
16 ก.พ. 62

'บิ๊กตู่' ควง 'บิ๊กป้อม' ลงพื้นที่จตุจักร ปัดให้ความเห็นประเด็น 'นิด้าโพล' ชี้ความนิยมมาอันดับ 1

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร ตรวจเยี่ยมการจัดทำสัญญาให้สิทธินำสินค้าเข้ามาขายในตลาดนัดจตุจักร ระหว่าง กทม. กับกลุ่มผู้ค้า และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ในการดูแลแก้ปัญหาหนี้สินกลุ่มผู้ค้าและการจัดระเบียบพื้นที่   โดยนายกรัฐมนตรี บอกว่า ตนเองก็เป็นสมาชิกตลาดนัดจตุจักร สมัยก่อนก็มาเดินซื้อของเก่า ดูตลาดเช่าพระ เพราะเป็นตลาดที่มีเสน่ห์ มีชื่อเสียง ต่อรองราคาได้ อีกทั้งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 2 แสนคนต่อวัน รายได้เฉลี่ย 8 ล้านต่อวัน และจะเพิ่มนักท่องเที่ยวให้ได้เป็น 3 แสนคนต่อวัน พร้อมขอผู้ค้าอย่าขายของแพง เพราะประชาชนหันไปซื้อสินค้าออนไลน์ ทำให้การขายปลีกลดลง 30 % ซึ่งระหว่างที่นายกรัฐมนตรี พูดคุยกับผู้ค้า มีป้ายเชียร์ให้กำลังใจว่า"รักลุงตู่ที่ซู๊ด รักลุงป้อมมากๆ"โดยนายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณ พร้อมระบุว่า วันหยุดก็ไม่พัก เพราะรักชาวจตุจักร แต่วันนี้ขอไม่พูดการเมือง ซึ่งไม่อยากมีเรื่อง แต่ขอให้รักกันทุกวัน ไม่ว่าวันนี้ วันไหน วันหน้า ไม่อยากเห็นความขัดแย้ง ต้องช่วยกันเดินประเทศ   ทั้งนี้ ระหว่างเดินชมตลาด ได้แวะกินข้าวแกงร้านเหมียวเหมียว ร่วมกับพลเอกประวิตร และพลเอกอนุพงษ์ ขณะเดียวกัน มีผู้ค้ามอบดอกไม้ให้นายกรัฐมนตรีตลอดเส้นทางเดิน รวมทั้งมาขอถ่ายรูปเซลฟี่ และนายกรัฐมตรียังได้ทักทายนักท่องเที่ยวทั้งฝรั่งและชาวจีนว่า หนีห่าว เจี้ย เจี้ย แปลว่า สวัสดี ขอบคุณ ทำให้นักท่องเที่ยวจีนตื่นเต้นที่ได้พบนายกรัฐมนตรีตัวเป็นๆ และระหว่างที่นายกรัฐมนตรีจะขึ้นรถ ผู้ค้าที่อยู่ในรั้ว ได้ขอจับมือ โดยนายกรัฐมนตรี บอกว่า ความรักไม่มีอะไรขวางกั้น และหากมีโอกาส ในช่วงวันหยุด ถ้ามีเวลาจะมาเดินอีกและพอใจการแก้ปัญหาตลาดนัดจตุจักร ส่วนที่มีผู้ยื่นร้องตรวจสอบคุณสมบัติแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นั้นไม่ทำให้เขว แต่ทำให้เข้มแข็งกว่าเดิม ปฏิเสธแสดงความเห็นผลสำรวจนิด้าโพลได้คะแนนนิยมอันดับหนึ่ง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GJLpQcIaA1k

 1,780

Top