ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประวิตรวงษ์สุวรรณ"

เศรษฐกิจ
24 พ.ค. 61

"ประวิตร" โวยตอนน้ำมัน-แก๊สถูกไม่เห็นพูดถึง ขอให้เสียสละบ้าง ลั่นเอาผิดเพจบิดเบือนคำพูดนายกฯ

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงราคาน้ำมันที่แพงขึ้นว่า ราคาน้ำมันแพงขึ้นทั่วโลก แล้วตลอด 4 ปีที่ผ่านมาที่ราคาน้ำมันไม่ขึ้น ไม่เห็นออกมาพูดถึงหรือเรียกร้อง ขอให้เสียสละบ้าง ยืนยันว่าราคาน้ำมันที่แพงขึ้นช่วงนี้ไม่เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล เพราะรัฐบาลเองก็พยายามควบคุมราคาไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท   "น้้ำมันมันขึ้นทั้งโลกอ่ะ เวลาน้ำมันไม่ขึ้น 4 ปี ไม่เห็นมีใครร้องอะไรเลย กำไรไม่ร้องเลย ก็ต้องเสียสละบ้าง" พล.อ.ประวิตรกล่าว   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้กล่าวว่า ราคาแก๊สก็แพงขึ้นด้วย พลเอกประวิตรตอบว่า “แล้วจะให้ทำอย่างไร เวลาราคาถูกไม่พูดเลย” ส่วนจะกระทบคะแนนนิยมคสช.หรือไม่นั้น พลเอกประวิตรตอบว่า “ไม่เป็นไร”   สำหรับกรณีมีข่าวบิดเบือนคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี ที่ไม่เหมาะสมว่าหากราคาน้ำมันแพงก็เอาน้ำเปล่าใส่รถแทน และสร้างเพจบิดเบือน ว่า จะต้องดำเนินคดีกับคนเหล่านี้ ซึ่งขณะนี้กำลังติดตามอยู่ ไม่รู้ว่าอยู่ในไทยหรือต่างประเทศ ส่วนที่ช่วงนี้สื่อโซเชียลชอบโจมตีรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจ พลเอกประวิตรตอบว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่มีการโจมตีรัฐบาลเรื่องเศรษฐกิจ พร้อมย้อนถามว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมามีรัฐบาลใดบ้างที่ไม่ถูกโจมตี

 8,829
การเมือง
23 พ.ค. 61

นายกฯชี้ม็อบอยากเลือกตั้ง เห็นต่างได้แต่ต้องไม่ผิด กม.'ประวิตร' รับมีจ้างป่วนดักยิงกลางทาง ไม่รู้ 'จ่านิว' เป็นลมจริงหรือแกล้ง?

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีที่มีนักศึกษากลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่เรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งภายในปีนี้ จนออกมาเดินขบวนในวันครบรอบ 4 ปีรัฐบาลคสช.ว่า อยากเรียกร้องก็เรียกร้องได้ เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็พยายามที่จะผ่อนผันให้เท่าที่จะทำได้ ไม่ต้องการปิดกั้น แต่กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมมีอยู่ก็ต้องปฏิบัติตาม   ส่วนตัวยืนยันมาตลอดว่าการเลือกตั้งเป็นไปตามขั้นตอนว่าจะเลือกตั้งก.พ. 2562 และยืนยันว่าจะไม่เร็วกว่านั้น เพราะที่เกิดความล่าช้า 90 วัน เป็นเพราะความพร้อมของกฎหมาย   ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงความจำเป็นของการใช้กฎหมายในการรักษาความสงบเรียบร้อยด้วยว่า ไม่ใช่ว่าไปบังคับใช้กฎหมายกับคนที่เห็นต่าง เห็นต่างได้แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย ดังนั้น การดำเนินคดีต่างๆต้องจริงจังมากขึ้น ไม่อย่างนั้นรัฐบาลจะเสียหาย ตนให้ประเทศเสียหายไม่ได้ อะไรที่เกิดขึ้นวันนี้ ก็คืออนาคตของประเทศในวันข้างหน้าทั้งสิ้น   ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ไม่ให้มีการชุมนุมยืดเยื้อเพราะผิดกฎหมาย หากผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายก็พร้อมจับกุมแกนนำทันที ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พยายามทำตามกฎหมาย และสถานการณ์สงบดีอยู่แล้ว และการเลือกตั้งจะมีในเดือน ก.พ 2562 ซึ่งกำหนดชัดเจนอยู่แล้ว การที่เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ได้วันนี้ ไม่ใช่จุดแข็งของ คสช. แต่เป็นการดูแลตามกฎหมาย   ซึ่งการชุมนุมวันนี้ไม่พบสิ่งปกติ ส่วนเรื่องจ่านิว 1 ในแกนนำเป็นลม ไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือไม่ เพราะในโซเชียลอ้างว่าแกล้งเป็นลม ส่วนการแจ้งจับ 5 แกนนำเป็นไปตามกฎหมาย และที่ไม่เกิดเหตุการณ์บานปลายเพราะผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไม่ได้ แต่หากเคลื่อน อาจจะมีเหตุดักยิงกลางทาง เพราะมีการจ้างบุคคลที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ ซึ่งรู้ตัวแล้วแต่ไม่บอกว่าใครจ้าง   ทั้งนี้ทางจ่านิวบอกว่า ปักหลักชุมนุมดูแลกันทั้งคืน ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ เมื่อมาเจอกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว จึงทำให้เป็นลมดังกล่าว   พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า ยังไม่พบความเคลื่อนไหวทางเมืองที่ผิดปกติตามจังหวัดต่างๆ ทุกพื้นที่ยังคงเรียบร้อยดี แต่ก็ได้ย้ำให้กลุ่มผู้ชุมนุมทราบว่า แม้จะอ้างสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอื่นด้วย และขอให้คำนึงถึงความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง   เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบถึงภาพของรวมของประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจ และย้ำว่ารัฐบาล กำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องอะไร และการทำงานของ คสช. 4ปี ที่ผ่านมา ก็พยายามทำงานเพื่อประเทศชาติมาตลอด เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย และเดินหน้าต่อไปได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/c_HXxVB3tJA  

 1,558
การเมือง
21 พ.ค. 61

"ประวิตร" ยัน คสช. ดูแลม็อบ "คนอยากเลือกตั้ง" ได้ ลั่น "ผมเอาอยู่มา 4 ปีแล้ว"

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงการจัดชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในเย็นวันนี้และจะเดินไปที่ทำเนียบฯ วันพรุ่งนี้ว่า หน่วยข่าวรายงานเข้ามาชัดเจนว่า จะมีกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์แทรกแซงแฝงตัวเข้าไปกับกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อก่อเหตุรุนแรง เนื่องจากมีการจับกุมและยึดอาวุธได้บางส่วน ซึ่งหน่วยปฏิบัติก็ได้แจ้งกับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมไปแล้ว   ดังนั้นถ้าชุมนุมอยู่เฉพาะในพื้นที่ที่จัดไว้ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ไม่มีปัญหา แต่ห้ามเดินขบวนไปที่ทำเนียบรัฐบาลเด็ดขาด ถ้าฝืนเดินมาแล้วเกิดเหตุรุนแรงหรือเกิดความวุ่นวายแกนนำจะต้องรับผิดชอบ   พล.อ.ประวิตรยังระบุว่า มั่นใจว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะตนเอาอยู่มา 4 ปีแล้ว ประชาชนทั่วไปไม่ต้องกังวล คสช.จะดูแลทุกอย่างให้เกิดความสงบสุขเรียบร้อย   ส่วนกรณีที่แนวร่วมกลุ่ม กปปส.นัดชุมนุมในนามกลุ่ม "คนไม่อยากเลือกตั้ง" ในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้น พล.อ.ประวิตรระบุว่าได้รับรายงานแล้ว จะใช้มาตรการเดียวกันคือ อนุญาตให้ชุมนุมอยู่เฉพาะในที่ตั้งเท่านั้น ห้ามเดินขบวนออกนอกพื้นที่เด็ดขาด

 3,780
การเมือง
18 พ.ค. 61

คสช.แจ้งความเพื่อไทย แถลง 4 ปีบริหารชาติล้มเหลว 'ประวิตร' โต้ประเทศสงบ-ไร้ขัดแย้ง

พันเอกบุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เดินทางมายัง กองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อพรรคเพื่อไทย   กรณีการแถลงข่าว เรื่องครบรอบ 4 ปี คสช.นำพาประเทศสู่ความมืดมนและอันตราย ถือว่าเข้าข่ายผิดคำสั่ง คสช. ที่ห้ามมีการประชุมพรรคการเมือง แต่พรรคเพื่อไทย กลับมีการแถลงข่าวพาดพิง คสช.   ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่า เข้าข่ายความผิด 4 ข้อหา ทั้ง คือฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 57/2557 เรื่องการห้ามดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเก่า ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ประชุมพรรค รวมถึง ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 คือ ที่มีการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง และพ.ร.บ คอมพิวเตอร์   เนื่องจากมีการไลฟ์ทางเฟสบุ๊ก และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ว่าด้วย การยุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ส่วนการแจ้งความครั้งนี้ จะเป็นบรรทัดฐานให้พรรคการเมืองอื่นระมัดระวังหรือไม่นั้น พันเอก บุรินทร์ ระบุว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ทุกพรรคการเมืองรู้อยู่แล้ว และเชื่อว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยดำเนินการในวันนี้ มีเจตนาที่จะฝ่าฝืน คำสั่งคสช.   ทั้งนี้สืบเนื่องจากแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายวัฒนา เมืองสุข และนายชูศักดิ์ ศิรินิล แถลงข่าว เรื่อง 4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาล และคสช. นำประเทศไปสู่ความมืดมนและอันตราย ซึ่งพรรคเพื่อไทยเห็นว่า 4 ปี ของการรัฐประหาร ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหา ซึ่งทำให้ประชาชนและประเทศต้องสูญเสียโอกาส   พลเอกประวิตร เผย ตำรวจ เข้าสังเกตการณ์แถลงข่าวพรรคเพื่อไทย เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย พร้อมย้ำผลงาน 4 ปีคสช. ทำประเทศสงบ ไร้ความขัดแย้ง   ด้านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง การครบรอบ 4 ปีคสช.ในฐานะที่รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง ว่า สิ่งที่เห็นชัดเจนหลังจากคสช.เข้ามา คือ ความสงบ ไม่เกิดขัดแย้ง ซึ่งเกิดจากความร่วมมือ ที่เป็นความต้องการของทุกคนในประเทศ   ส่วนผลงานด้านอื่น เช่น เศรษฐกิจ ที่ยังไม่โดนใจประชาชนนั้น ยืนยันรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อย ทั้งการสร้างอาชีพ และ รายได้ รวมถึงวางระบบที่ยั่งยืนของภาคการเกษตร ซึ่งที่ผ่านมา ได้ประชุมติดตามทุกสัปดาห์ เพราะถือเป็นปัญหาใหญ่ของทุกรัฐบาลที่เข้ามาต้องเร่งแก้ไข   ส่วนกรณีที่มีตำรวจ เข้าไปสังเกตการณ์ ระหว่างที่พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวครบรอบ 4 ปีคสช.นั้น ระบุว่า เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งหากการแถลงข่าว ประชาชนสามารถรับฟังได้ เจ้าหน้าที่ก็สามารถฟังได้เช่นกัน และมองว่าไม่มีอะไรที่เกินเลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ktdiAKT6kTI  

 4,018
การเมือง
17 พ.ค. 61

ประวิตร เรียกประชุมแก้ปัญหารถติดในกทม. เพื่อปชช. ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ประวิตร เรียกประชุมแก้ปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล กำชับให้ร่วมกันวางแผนรองรับ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด   พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมบูรณาการการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพมหาสครและปริมณฑล โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวก่อนเริ่มประชุม ว่า ที่ผ่านมาต้องขอบคุณทุกส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนงาน แต่ต้องยอมรับว่ารถติด เป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน และฝนตก ที่มักสร้างผลกระทบกับประชาชน รวมถึงปัญหารถสาธารณะ อย่างรถแท็กซี่ไม่จอดรับผู้โดยสาร ซึ่งถูกร้องเรียนและถูกตำหนิจำนวนมาก    ทั้งนี้ สำหรับสาเหตุของรถติดนั้น มองว่า นอกจาก ปัญหาทางกายภาพ อาทิ โครงการก่อสร้างที่ทำให้ผิวจราจรคับแคบ อีกส่วนคือ ผู้ใช้รถมีปริมาณสูง ยิ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงโรงเรียนเปิดเทอม และ บางวันมีฝนตกลงมา จึงเชิญคณะทำงาน มาติดตามคืบหน้า และวางแผนการทำงานร่วมกันให้เกิดความชัดเจน เพื่อไปสู่การแก้ปัญหาที่ทีประสิทธิภาพ และให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

 1,674
สังคม-อาชญากรรม
17 พ.ค. 61

เมีย 'สันธนะ' ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม แฉโดนดักฟังโทรศัพท์ 'ผบ.ตร.-วิระชัย' ปัดกลั่นแกล้ง

นางพรรณี ประยูรรัตน์ ภรรยาของ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีกรรโชกทรัพย์ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) หลังได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากการปฎิบัติหน้าที่และคำสั่งสนธิกำลังพลและอาวุธของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้าบุกค้นคอนโดของพันตำรวจโทสันธนะ ย่านพหลโยธิน และบ้านพัก ย่านรามอินทรา   โดยนางพรรณี เปิดเผยว่า หลังจากการตรวจค้นคอนโดที่ผ่านมา ส่งผลให้ตนเองไม่สามารถเข้าไปพักได้อีก เนื่องจากเกิดผลกระทบหลายอย่าง พร้อมทั้งมีการดักฟังโทรศัพท์ของตนเองด้วย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำบัญชีธนาคารของครอบครัว ไปตรวจสอบ ก่อนที่จะมีการแจ้งข้อกล่าวหา พ.ต.ท.สันธนะรวมทั้งสิ้นแล้ว 45 ข้อหา ซึ่งตนเองก็กลัวที่จะมีถูกยัดข้อหาคดีต่างๆ ด้วย ส่วนตัวยังมีความกังวลเรื่องของสามี ว่าจะเกิดอันตรายนอกเหนืออีกหรือไม่   ซึ่งการร้องเรียนในครั้งนี้ ต้องการให้ กสม. รับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนเหตุจะบานปลายไปมากกว่านี้ และหลังจากนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ว่าจะไปร้องเรียนที่หน่วยงานใดหรือไม่ เบื้องต้นได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปที่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่อยากระบุว่าเป็นประเทศใด สำหรับจะมีการฟ้องร้องกลับหรือไม่นั้น ตนเอง ยืนยันไม่ฟ้องร้องกลับบุคคลใด แต่อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติตามกฎหมายอย่างยุติธรรม และเท่าเทียมกันทุกครอบครัว พร้อมเชื่อว่าหากตนเองถูกออกหมายจับ อาจเป็นการถูกกลั่นแกล้ง เพราะที่ผ่านมาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาทั้ง 11 คนก่อนหน้านี้   ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.สันธนะ อาจถูกถอดยศนั้น ตนเองได้รับข่าวเมื่อตอนเที่ยงที่ผ่านมา และมองว่าเป็นการดำเนินการที่รวดเร็วเกินกว่าปกติ และยศนั้นเป็นของสูงได้รับพระราชทาน ซึ่งไม่น่าจะถูกถอดถอนได้ง่ายขนาดนี้   สำหรับกรณีที่เปิดเผย 3 นายพลที่สามีจะฟ้องกลับ ยืนยันไม่กลัวอิทธิพลและอำนาจ พร้อมอยากให้เจ้าหน้าที่ตั้งบรรทัดฐานการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ เป็นการกระทำอยู่บนมาตรฐานเดียวกับบุคคลอื่นหรือไม่   พร้อมมองว่าการกระทำดังกล่าวนั้นรุนแรง และส่งผลกระทบต่อครอบครัวเป็นอย่างมาก และขอให้เจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งวิงวอนอยากให้ครอบครัวตน เป็นครอบครัวสุดท้ายที่ถูกกระทำ   ด้านพลเอกประวิตร ยืนยันการดำเนินคดี พ.ต.ท.สันธนะ เป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร ส่วนการพิจารณาถอดยศ หากเข้า 7 เงื่อนไขก็สามารถดำเนินการได้   ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงการออกหมายเรียก พ.ต.อ.(พิเศษ) สมชาย ประยูรรัตน์ บิดาของ พ.ต.ท.สันธนะ ว่าเป็นการออกหมายเรียกเพื่อให้เข้าให้ถ้อยคำ ฐานให้ที่พักพิงผู้ต้องหา ซึ่งสน.โชคชัย ก็ดำเนินการไปตามขั้นตอนกฎหมาย เป็นเพียงการเชิญมาให้ถ้อยคำ เพื่อให้สิ้นกระแสความ ไม่ได้เป็นการทำเกินกว่าเหตุ   ตอนนี้สังคมอาจรู้สึก หรือแม้แต่พ.ต.อ.(พิเศษ)สมชาย ซึ่งอายุมากแล้วอาจรู้สึก แต่เชื่อว่าท่านเป็นตำรวจ ท่านเข้าใจว่าตำรวจสน.โชคชัย ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เป็นประโยชน์ด้วยซ้ำ หากมาให้ข้อมูลแล้วพบว่าไม่ได้มีพฤติการณ์ในลักษณะที่ผิดกฎหมายให้พักพิงผู้ต้องหา ก็ไม่ต้องแจ้งข้อกล่าวหาอะไร   พร้อมระบุใครๆก็ฟ้องตนได้ โดยตำแหน่งตนตกเป็นจำเลยที่ 2 บ่อยครั้งอยู่แล้ว มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นจำเลยที่ 1 ส่วนเรื่องที่กล่าวหาเป็นคู่ขัดแย้งไม่ขอตอบ   ส่วน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีตกเป็น 1 ในนายพลที่ พ.ต.ท.สันธนะ จะแจ้งความดำเนินคดี ยันไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับผู้ใด ไม่รู้สึกกลัวถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ที่ผ่านมาทำตามกรอบของกฎหมายมาโดดตลอด หากตำรวจกลัวการถูกฟ้องร้องประชาชนจะไปพึ่งใคร   ส่วนการบุกค้นตลาดใหม่ดอนเมือง ยืนยันว่า ไม่รู้มากก่อนว่าตลาดนี้เป็นของใคร ตนทราบเพียงว่า ตลาดแห่งนี้มีสินค้าผิดกฎหมายจำหน่ายอยู่ และการบุกจับก็ไปจับร้านค้า ก่อนที่ พ.ต.ท.สันธนะ จะปรากฏตัวและอ้างเป็นที่ปรึกษาตลาดแห่งนี้  ขอยืนยันว่า ไม่เคยขัดแย้งทะเลาะกับใครแน่นอน ส่วนเรื่องที่ในอดีตเคยมีคนร้องเรียนตัวเอง ในการจับยาเสพติดสมัยเป็น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เรื่องดังกล่าวจบไปแล้ว ตนไม่ได้โกรธแค้นใคร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bx98F1Csvuo    

 3,361
การเมือง
16 พ.ค. 61

'ประวิตร' ปัดกลั่นแกล้ง 'สันธนะ' ยันการดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐาน

พลเอกประวิตร ยืนยันการดำเนินคดี พ.ต.ท.สันธนะ เป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร ส่วนการพิจารณาถอดยศ หากเข้า 7 เงื่อนไขก็สามารถดำเนินการได้   พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษาบริษัทตลาดใหม่ดอนเมือง ที่ระบุมีปัญหาความขัดแย้งกับ 3 นายพลตำรวจจนถูกดำเนินคดี ว่า ทุกอย่างว่ากันไปตามพยานหลักฐาน และดำเนินการตามขั้นตอน ไม่ใช่ปัญหาส่วนตัว รวมถึงการพิจารณาถอดยศตำรวจนั้น หากเข้าตามเงื่อนไข 7 ข้อที่กำหนดตามกฎหมาย ก็สามารถดำเนินการได้ ซึ่งยืนยันเรื่องนี้ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร     ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.สันธนะ บอกว่ามีหลักฐานเอาผิดนายตำรวจนั้น พลเอกประวิตร ระบุ ว่าหากมีหลักฐานเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ก็ขอให้มาชี้แจงข้อมูล ยืนยันว่าตนเองไม่ปกป้องใครหากทำผิด      ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 1,971
สังคม-อาชญากรรม
04 ส.ค. 60

'ประวิตร' ขอสอบตร.ช่วย 'พระธัมมชโย' หนีออกนอกประเทศ ชี้ข้อมูลยังไม่ชัดเจน

           รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอสอบกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยพระธัมมชโย ออกนอกประเทศ ชี้ขณะนี้เป็นเพียงข่าวยังไม่ชัดมีการกระทำความผิดจริง              พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีข่าวที่ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจให้การช่วยเหลือ พระไชยบูลย์ ธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เดินทางออกนอกประเทศไปสหรัฐอเมริกา ว่า เรื่องนี้ต้องมีการสอบสวนต่อไป หากพบว่ามีความช่วยเหลือให้ผู้กระทำความผิดหลบหนีจริงก็ถือว่าเจ้าหน้าที่นั้นมีความผิด                 ส่วนการประสานตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดน ขณะนี้ข้อมูลยังไม่ชัดเจนต้องรอผลการสอบสวนว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยจริงหรือไม่และหนีไปสหรัฐจริงหรือไม่ ซึ่งขณะนี้เป็นเพียงข่าวออกมายังไม่มีอะไรที่ชัดเจน     ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 5,602
การเมือง
17 ก.ค. 60

'ประวิตร' ชี้ไม่ทราบนายกฯจะปรับครม. ยันขออยู่ต่อตำแหน่งเดิม

             รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้ไม่ทราบรายละเอียดการปรับครม.และยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี ระบุอยากอยู่ต่อในตำแหน่งเดิม               พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรีที่มีการระบุ ให้พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นั่งในตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขณะที่ตน อาจถูกโยกไปนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สลับกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม               ส่วนตัว ไม่ทราบรายละเอียดและยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี พร้อมระบุตนอยากอยู่ในกระทรวงกลาโหม เพราะต้องการให้การทำงานโดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างรัฐมนตรีอาเซียนให้มีความต่อเนื่อง                 พลเอกประวิตร ยังกล่าวถึงการเปิดเวทีสาธารณะเพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจในร่างสัญญาประชาคมซึ่งวันนี้ถือเป็นวันแรก เริ่มที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1โดยเชื่อว่า หากทุกคนร่วมกันปฏิบัติ ตามร่างฯ ก็จะก่อให้เกิดความสงบสุขและความปรองดองขึ้นได้  

 2,247
การเมือง
10 ก.พ. 60

'ประวิตร' ไม่ชัดเรียกถกพรรค 14 ก.พ. ตีกรอบรับฟังความเห็น 3 เดือน

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงในฐานะรองประธาน คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองหรือ ป.ย.ป. ได้แถลงผลการประชุมนัดแรก ว่าบรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ เพราะเรื่องของการปรองดองต้องได้รับร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมถึงภาคประชาชนด้วย เพราะคณะกรรมการชุดใหญ่ จะได้เชิญนักการเมือง กลุ่มธุรกิจมาให้ความเห็น คู่ขนานไปกับคณะอนุกรรมการเล็ก ที่จะได้เชิญแม่ทัพภาค รวบรวมความคิดเห็นภาคประชาชน   ทั้งนี้ได้ตั้งกรอบทำงาน ในเรื่องรับฟังความคิดเห็นภายใน 3 เดือน ส่วนการตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็นอนุกรรมการนั้นถือว่าเหมาะสม เพราะเป็นผู้นำหน่วย ทั้งนี้ไม่ห่วงพรรคการเมืองเสนอความคิดเห็นเกินเลย เพราะมีกรอบการประชุมวางไว้ 10 ข้อ ว่าแต่ละฝ่ายจะเสนอในแนวทางใดบ้าง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เชิญพรรคการเมือง แต่ข้อเสนอที่ส่งมานั้น จะต้องไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ หรือไม่เกิดการปรองดอง ก็ถือว่าใช้ไม่ได้ พลเอกประวิตรยังไม่ยืนยันว่าจะเชิญ พรรคการเมือง มาให้ข้อมูล ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หรือไม่ ที่เกิดเลยรธน ไม่ได้ เพราะทำให้ไม่เกิดปรองดองหรือขัดรธน เลยเถอดไม่ได้   นอกจากนี้ เมื่อได้รวบรมความเห็นจากทุกฝ่าย สุดท้ายจะทำสัญญาประชาคมร่วมกัน ไม่ได้บังคับให้ต้องลงนามร่วมกันเพราะสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าสิ่งที่พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองเสนอมาแล้ว คนกลุ่มนั้นได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหรือไม่ ทั้งนี้ พลเอกประวิตรยังระบุว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเขียนในข้อตกลงว่าทหารจะไม่เข้ามาทำรัฐประหารอีกครั้งเพราะทหารไม่ได้อยากเข้ามาทำอยู่แล้วเพียงแต่ประเทศเดินต่อไปไม่ได้และจะสำเร็จไม่ได้หากประชาชนไม่เห็นด้วย สื่อมวลชนก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างความปรองดองได้   อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความคืบหน้าของคณะ อนุกรรมการสี่กุมก็ได้แต่งตั้งให้พลตรีคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมเป็นโฆษก กรรมการสร้างความปรองดอง จะชี้แจงเป็นระยะๆ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z1TD3dZAMFE    

 9,247

Top