ค้นหา :

ผลการค้นหา "แพทย์"

ต่างประเทศ
24 ก.ค. 60

อุทาหรณ์ หมอจีนผ่าตัดเอานิ่ว 200 ก้อนออกจากท้องคนไข้หญิง เผยไม่กินข้าวเช้าเกือบ 10 ปี

สำนักข่าว The Sun รายงานข่าวน่าตกใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน กรณีแพทย์ผ่าตัดนำนิ่วในถุงน้ำดีจำนวนมากถึง 200 ก้อน ออกจากลำไส้ของคนไข้รายหนึ่ง ซึ่งไม่เคยกินข้าวเช้ามานานเกือบสิบปี     หญิงแซ่เฉินอายุ 45 ปี เปิดเผยว่า เธอเริ่มมีอาการปวดท้องตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน แต่เพราะกลัวการผ่าตัดจึงปล่อยทิ้งเอาไว้ กระทั่งครั้งล่าสุดจึงตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด โดยยังยอมรับอีกว่าไม่ได้กินมื้อเช้ามานานกว่า 8 ปี  และบางครั้งก็เหนื่อยเกินไปที่จะทำอาหารเย็นกินอีกด้วย     ด้านศัลยแพทย์จากโรงพยาบาลในเมืองเฮ้อโจว เปิดเผยว่า จากผลการตรวจสอบพบว่าคนไข้มีก้อนนิ่วจำนวนมากอยู่ในถุงน้ำดีและท่อน้ำดี ซึ่งเกิดจากการสะสมมาเป็นระยะเวลานานหลายปี ทำให้บางก้อนมีขนาดใหญ่เท่าไข่ไก่ โดยเป็นผลมาจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมทำให้น้ำดีในกระเพาะปัสสาวะและท่อน้ำดีก่อตัวเป็นก้อนนิ่ว แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการและไม่จำเป็นต้องรักษา แต่หากเมื่อไหร่ที่มีนิ่วติดอยู่ในท่อภายในถุงน้ำดีก็จะทำให้ปวดท้องอย่างหนัก และยังก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาหรือที่รู้จักกันในชื่อ โรคนิ่วในถุงน้ำดี  ซึ่งในกรณีของคนไข้หญิงรายนี้เชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากการที่คนไข้ไม่ได้รับประทานอาหารเช้ามาเป็นเวลานานหลายปี     สำหรับถุงน้ำดีเป็นอวัยวะเล็ก ๆ ที่อยู่ใต้ตับเป็นสถานที่เก็บกักน้ำดี ซึ่งเป็นของเหลวที่ตับผลิตขึ้นเพื่อช่วยในการย่อยไขมัน ส่วนก้อนนิ่วเกิดจากความไม่สมดุลทางเคมีของน้ำดีในถุงน้ำดี โดยส่วนมากที่พบเกิดจากระดับคอเลสเตอรอลในน้ำดีสูงเกินไป จึงทำให้คอเลสเตอรอลกลายเป็นก้อนนิ่ว    

 93,333
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ค. 60

ยาแก้ปวด 'ทรามาดอล' ใช้ผิด ชีวิตจบ!

                            “ทรามาดอล” (Tramadol) เป็นยาแก้ปวด ในกลุ่มโอพิออยด์ ออกฤทธิ์เหมือนมอร์ฟีน จึงสามารถลดปวดได้ มีขนาด 50 มิลลิกรัม และ 100 มิลลิกรัม ซึ่งขนาดที่ร่างกายสามารถรับได้ในปริมาณสูงสุดไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน และสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ทำให้ยาชนิดนี้ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิดได้ง่าย วัยรุ่นนิยมนำมาใช้ผิดประเภท นำมาผสมกับเครื่องดื่มชนิดต่างๆ ออกฤทธิ์คล้ายยาเสพติด ทำให้มีอาการเคลิ้ม หรือที่เรียกว่า 'สี่คูณร้อย'                ผลข้างเคียงของยาทรามาดอล พบได้ตั้งแต่ไม่รุนแรง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก มือสั่น ใจสั่น ความดันโลหิตต่ำ มึนงง ง่วงซึม ประสาทหลอน หากได้รับยาในปริมาณสูงตั้งแต่ 500 มิลลิกรัม (10 เม็ด) ขึ้นไป จะเกิดอาการรุนแรงระดับนำไปสู่การเสียชีวิต เช่น ชักกดศูนย์การหายใจของร่ายกาย หรือซีโรโธนินซินโดรม (serotonin syndrome) ซึ่งจะมีอาการแสดงในหลายๆ ระบบของร่างกายพร้อมกัน เช่น กล้ามเนื้อเกร็งกระตุกร่วมกับความดันโลหิตสูงและประสาทหลอน  ภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย ภาวะลิ่มเลือดกระจายในหลอดเลือด ไตวายเฉียบพลัน ซึ่งถ้าหากปล่อยไว้ โดยไม่รักษาจะนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด               ฉะนั้น ควรใช้ยานี้อย่างระมัดระวังตามแพทย์สั่งเท่านั้น  ผู้ปกครองเองก็ควรหมั่นสังเกตบุตรหลาน และหากไม่สามารถหยุดยาได้เองสามารถปรึกษาสายด่วนยาเสพติด 1165       ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 12,470
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.ค. 60

แพทย์-พยาบาล แสดงจุดยืนสนับสนุนแก้ไขกฎหมาย พรบ.หลักประกันสุขภาพ

                    คณะผู้บริหารสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี คณะแพทย์ พยาบาล และ อาสาสมัคสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดปัตตานี ได้รวมพลังถือป้ายผ้าสนับสนุนการแก้ไข พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2545 ทั้ง 14 ประเด็น หลังจากที่พบว่าตลอดระยะเวลา 15 ปีในการใช้ กฎหมาย พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ส่งผลกระทบให้โรงพยาบาลขนาดเล็กต้องประสบปัญหากับสภาวะขาดทุน เนื่องจากเงินเหมาจ่ายรายหัวที่ทางภาครัฐได้มอบให้กับทางโรงพยาบาลนั้น ได้รวมถึงเงินเดือนของบุคคลากร รวมทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ายาและเวชภัณท์ เข้าไปด้วย ทำให้เมื่อมีการหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะมีเงินส่วนที่ดูแลผู้ป่วยน้อยลง หรือโรงพยาบาลบางแห่งถึงขั้นติดลบ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่เข้ารับการบริการไม่ได้รับการบริการที่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากเงินที่จัดสรรให้หน่วยบริการไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงคือต้นทุนของสถานบริการสูงกว่าที่ทาง สปสช.จ่ายให้กับหน่วยบริการ สำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ที่ประสบปัญหาเรื้อรังมาโดยตลอด 3 โรง ก็คือ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี โรงพยาบาลโคกโพธิ์ และโรงพยาบาลปะนาเระ                       ด้าน นายแพทย์อุดมเกียรติ์ พูลสวัสดิ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า ในวันนี้ทางบุคลากรของสาธารณะสุขจังหวัดปัตตานี และ อาสาสมัคสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดปัตตานี ได้รวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืนในการสนับสนุนการแก้ไข พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  ทั้งนี้เพื่อเป็นทางออก เนื่องจากที่ผ่านมาโรงพยาบาลหลายแห่งต่างตกประสบกับปัญหาขาดทุน จนกลายเป็นโรงพยาบาลเงินผ่อน เนื่องจากไม่มีเงินมาใช้จ่ายในด้านเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ดังนั้นจึงได้รวมตัวกันในวันนี้เพื่อสนับสนุนการแก้กฎหมาย พรบ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเฉพาะ ใน 3 ประเด็นหลักๆ ก็คือ 1 ประเด็นแยกเงินเดือนออกจากรายรับเงินเหมาจ่ายรายหัว และจัดสรรระบบเงินอย่างเป็นธรรม 2 สำนักงานสาธารณะสุขจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอให้เพิ่มในนิยามของหน่วยบริการ เพื่อมีเงินในการดำเนินการ และ 3 ตัวแทนบริการทั้ง รพศ. รพท. รพช. รพ.สต. และ อสม. ได้มีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สร้างระบบสมดุล ในการบริหารจัดการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางการบริหารจัดการโดยไม่มีแนวคิดที่จะเลิกบัตรทอง มีแต่จะเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี ระบบสุขภาพยั่งยืน และหน่วยบริการได้รับความเป็นธรรมในระบบหลักประกันสุขภาพ      ขอบคุณภาพจาก Facebook น.พ.อุดมเกียรติ  พูลสวัสดิ์

 12,059
ต่างประเทศ
03 ก.ค. 60

แพทย์อินเดียโดนสอบ หลังถูกอัดคลิปตบหน้าคนไข้ไล่ผีเข้าสิง เจ้าตัวอ้างจำอะไรไม่ได้

สำนักข่าว The Sun เผยแพร่คลิปวิดีโอน่าตกใจที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของรัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย ขณะนายแพทย์ตบใบหน้าของหญิงสาวรายหนึ่งที่เชื่อว่ากำลังถูกผีเข้าสิง ส่งผลให้ตอนนี้เขากำลังได้รับการตรวจสอบถึงการกระทำอันไร้เหตุผลทางการแพทย์ในครั้งนี้     โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันพุธที่ผ่านมา หลังคนไข้เป็นลมหมดสติขณะทำอาหาร จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่สิ่งที่น่าตกใจคือแพทย์กลับรักษาด้วยการใช้มือจิกศีรษะขึ้นมาและตบลงไปที่ใบหน้า แต่เธอก็ยังไม่ฟื้น ในขณะที่ครอบครัวจุดธูปขับไล่วิญญาณชั่วร้าย เพราะเชื่อว่าหญิงสาวกำลังถูกผีร้ายเข้าสิง ทั้งยังไม่ท้วงติงถึงการรักษาที่ไม่เหมาะสมที่เกิดขึ้นอีกด้วย     ล่าสุดทางโรงพยาบาลได้เข้ามาตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว และมีคำสั่งย้ายแพทย์ที่ปรากฏในคลิปออกนอกพื้นที่แล้ว ขณะที่เจ้าตัวกลับอ้างว่าตอนนั้นเกิดความแปลกประหลาดขึ้นในหัวของเขา ทำให้เขารู้สึกวิงเวียนและจำไม่ได้เลยว่าทำอะไรลงไป  

 12,088
ต่างประเทศ
12 มิ.ย. 60

แพทย์จีนผ่าตัดลำไส้ใหญ่คนไข้ชาย หลังไม่ได้อุจจาระมานานนับปี ช็อก!หนัก 13 กก.

สำนักข่าว metro รายงานข่าวน่าตกใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน กรณีแพทย์ผ่าตัดลำไส้ใหญ่ของคนไข้ชายรายหนึ่ง หลังเจ้าตัวมีอาการท้องผูกเรื้อรัง     แพทย์ของโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ ทำการผ่าตัดรักษาคนไข้ชายวัย 22 ปี ที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากอุจจาระที่ถูกเก็บสะสมภายในร่างกายมานานนับปี หลังการผ่าตัดอันยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง แพทย์จึงสามารถนำบางส่วนของลำไส้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยกากของเสียออกมาได้สำเร็จ โดยมันมีความยาวถึง 30 นิ้ว หนัก 13 กิโลกรัม ซึ่งดูเหมือนจะระเบิดตัวออกมาได้ตลอดเวลา     แพทย์ยังวินิจฉัยอีกด้วยว่า คนไข้น่าจะเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติมีลำไส้ใหญ่โป่งพองโดยกำเนิด (Hirschsprung's disease) ทำให้การทำงานของลำไส้ใหญ่ผิดปกติ โดยการรักษาก่อนหน้านี้แพทย์ได้ให้ยาระบายเพื่อบังคับการเคลื่อนไหวของลำไส้แต่ก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจผ่าตัดรักษาในที่สุด โดยขณะนี้คนไข้กำลังอยู่ระหว่างการพักฟื้นร่างกาย ซึ่งแพทย์ก็เชื่อว่าเขาน่าจะหายกลับมาเป็นปกติในเร็ววัน    

 194,928
บันเทิง
07 มิ.ย. 60

ทีมแพทย์แถลงอาการ 'ท็อป บิ๊กแบง' ยังไม่ได้สติ หลังถูกหามส่ง รพ.

สำนักข่าว soompi รายงานความเคลื่อนไหวของ ชเว ซึงฮยอน หรือ ท็อป (T.O.P) นักร้องหนุ่มวงบอยแบนด์ชื่อดัง บิ๊กแบง (BIGBANG) วัย 29 ปี หลังเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากได้รับยาเกินขนาดเมื่อวานนี้ (6 มิ.ย.)   ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. (ตามเวลาเกาหลีใต้) คณะแพทย์ของโรงพยาบาล  Ewha Womans University Mokdong Hospital ได้ร่วมกันแถลงอาการของนักร้องหนุ่มท่ามกลางกองทัพสื่อมวชน ระบุว่า ท็อปถูกเพื่อน 3 คนช่วยกันแบกมาส่งโรงพยาบาล       โดยหลังจากแพทย์ฉุกเฉินทำการตรวจก็พบว่าคนไข้อยู่ในสภาพไม่รู้สึกตัว ความดันโลหิตสูงและอัตราการเต้นของหัวใจเร็วกว่าปกติ ขณะที่กระแสเลือดมีปริมาณออกซิเจนต่ำและมีคาร์บอนไดออกไซด์สูง ทางแพทย์จึงรีบทำการรักษาฉุกเฉิน โดยเขาถูกส่งตัวเข้าห้องผู้ป่วยหนักหรือไอซียูในเวลา 16.50 น.     ขณะที่ผลการทดสอบปัสสาวะสรุปได้ว่าอาการของคนไข้เกิดจากการได้รับยาเกินขนาด แพทย์จึงจำเป็นต้องให้การรักษาในภาวะฉุกเฉิน เนื่องจากคนไข้มีอาการหายใจผิดปกติทำให้ต้องใช้หน้ากากออกซิเจน โดยขณะนี้แพทย์สามารถควบคุมระดับคาร์บอนไดออกไซด์ของคนไข้ได้แล้ว แต่นักร้องหนุ่มก็ยังคงไม่รู้สึกตัว ซึ่งจากสภาพของคนไข้ทำให้ทีมแพทย์ได้ประสานงานกับแพทย์จากแผนกประสาทวิทยา และเมื่อคนไข้มีอาการดีขึ้นก็จะยังคงรักษาอาการในแผนกบริการสุขภาพจิตต่อไป     โดยในระหว่างที่แพทย์ทำการตรวจอาการ พบว่าคนไข้จะสามารถลืมตาได้เมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นอย่างหนัก แต่ดวงตาของเขายังไม่สามารถโฟกัสหรือตอบสนองได้เหมือนคนปกติ ซึ่งในกรณีที่คนไข้มีภาวะหัวใจหยุดเต้นก็อาจจะส่งผลกระทบต่อสมอง แต่ทางแพทย์ก็เชื่อว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเคสของนักร้องหนุ่ม     ทั้งนี้แพทย์ยังไม่สามารถระบุปริมาณยาที่แน่นอนที่คนไข้กินเข้าไปได้ รวมทั้งระยะเวลาที่เขาจะฟื้นตัว แต่เมื่อเทียบกับเคสที่เคยเกิดขึ้นกับคนไข้อายุน้อยที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน พบว่าคนไข้จะฟื้นตัวภายในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ และสิ่งที่สำคัญที่สุดของการรักษาก็คือสุขภาพจิตของคนไข้    

 41,535
ต่างประเทศ
06 มิ.ย. 60

เผยคลิป คนไข้อินเดียมีหัวใจ 2 ดวงเต้นพร้อมกันในอก หลังแพทย์นำหัวใจที่ได้รับบริจาคมาเชื่อมต่อ

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวของ Suresh ชายชาวอินเดียวัย 45 ปี ป่วยมีภาวะหัวใจล้มเหลว เข้ารับการปลูกถ่ายหัวใจแบบเฮเทโรทอปิก (Heterotopic Heart Transplantation) คือการนำอวัยวะที่มีสุขภาพดีใส่ไว้ในร่างกายคู่กับอวัยวะเก่าที่เป็นโรค หลังไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจแบบปกติได้เนื่องจากความดันในปอดสูง ทำให้ตอนนี้เขากลายเป็นเจ้าของหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ในช่องอกถึง 2 ดวง         การผ่าตัดที่แพทย์ยอมรับว่าเป็นงานที่ทั้งยากและเสี่ยง แต่ในที่สุดก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่่ผ่านมา และคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในเอเชียอีกด้วย           นายแพทย์ Prasanth Vaijyanath แพทย์ผู้ทำการผ่าตัด เปิดเผยว่า ทีมแพทย์นำหัวใจดวงเล็กๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้บริจาคมาให้ใส่เข้าไปในช่องอก และมันเป็นเรื่องของโชคชะตาที่หัวใจของเธอมีขนาดพอดิบพอดีกับโพรงอกของคนไข้  ก่อนจะทำการเชื่อมต่อ 5 จุด บริเวณหัวใจห้องบนซ้ายระหว่างหัวใจทั้งสองดวง ซึ่งการเชื่อมต่อหัวใจที่ยังคงเต้นอยู่เป็นส่วนที่ยากที่สุดของการผ่าตัดและเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของทีมแพทย์           สำหรับการผ่าตัดในครั้งนี้ยังมีความน่าสนใจทางพันธุกรรมอีกประการ เพราะจากผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าตอนนี้มนุษย์เพศชายไม่ได้จะมีแต่โครโมโซม XY เท่านั้น แต่ยังสามารถจะมีหัวใจโครโมโซม XX ได้อีกด้วย                   

 13,016
ต่างประเทศ
30 พ.ค. 60

สุดยอด! แพทย์บราซิลใช้ 'หนังปลานิล' รักษาแผลไฟคลอก เผยราคาถูก-แผลหายเร็ว

สำนักข่าว reuters รายงานข่าวน่าสนใจ กรณีแพทย์จากโรงพยาบาลรัฐของประเทศบราซิล ใช้หนังปลานิลรักษาคนไข้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟคลอก หลังนักวิจัยศึกษาพบว่าสามารถบรรเทาความเจ็บปวดและลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากหนังปลามีความชุ่มชื้นสูงและมีโปรตีนที่กระตุ้นการสมานแผลอีกด้วย     ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Federal University of Ceara ระบุว่าหนังของปลานิลประกอบไปด้วยความชุ่มชื้น , คอลลาเจน และแรงต้านทานต่อโรคในระดับเทียบเท่าผิวหนังของมนุษย์ ทั้งยังช่วยในการสมานบาดแผลได้ดี ในขณะที่ปลานิลถูกเลี้ยงอย่างแพร่หลายในบราซิล และหนังปลาก็เป็นส่วนที่ถูกโยนทิ้งไปอย่างไร้ค่า ดังนั้นทีมนักวิจัยจึงเลือกนำมาใช้     ขณะนี้การรักษาแผลไฟไหม้ด้วยหนังปลายังอยู่ในช่วงทำการทดลอง โดยที่ผ่านมาได้นำมารักษาคนไข้แผลไฟไหม้ระดับความรุนแรงขั้น 2และ 3 ไปแล้วจำนวน 56 ราย ซึ่งสามารถเร่งให้การรักษาเห็นผลเร็วขึ้นและยังลดปริมาณการใช้ยาแก้ปวดได้อีกด้วย โดย 1 ในคนไข้ยอมรับว่า การรักษาด้วยหนังปลาได้ผลดีกว่าผ้าพันแผลที่ต้องเปลี่ยนทุกสองวัน และยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากถึง 75% เมื่อเทียบกับยาทาบรรเทาอาการปวดแผลไฟไหม้     สำหรับหนังปลาที่จะนำมาใช้รักษาบาดแผลนั้น จะถูกนำไปฆ่าเชื้อและเก็บไว้อย่างมิดชิดในตู้แช่เย็น ซึ่งจะมีอายุใช้งานนานถึง 2 ปี ส่วนวิธีใช้ก็เพียงนำมาคลุมไว้บนบาดแผลโดยไม่ต้องทาครีมใดๆ หลังจากนั้นอีก 10 วัน แพทย์ก็จะแกะผ้าพันแผลออกและหนังปลาที่แห้งก็จะหลุดร่อนออกจากแผล      ทั้งนี้นักวิจัยหวังว่าการรักษาดังกล่าวจะสามารถพัฒนาต่อยอดออกไปในเชิงพาณิชย์และสามารถผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ได้ในอนาคต        

 65,066
ต่างประเทศ
30 พ.ค. 60

หนุ่มจีนไอเป็นเลือดโร่หาหมอ ตรวจเจอ 'ปลอกปากกา' ในปอด รับเผลอกลืนเข้าไปตอนเด็กนานจนลืมไปแล้ว

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวแพทย์จีนผ่าตัดนำปลอกปากกาออกจากปอดของคนไข้ชายรายหนึ่ง หลังมันติดอยู่ภายในตัวของเขามาเป็นเวลานานเกือบ 20 ปี     ชายหนุ่มแซ่หวังจากมณฑลหูหนานถูกพาตัวส่งโรงพยาบาล หลังมีอาการไอออกมาเป็นเลือด ซึ่งเมื่อแพทย์ผ่าตัดนำปลอกปากกาออกมา เจ้าตัวก็ระลึกได้ว่าสมัยเด็กอายุประมาณ 6-7 ขวบ เคยสูดดมปลอกปากกาและเผลอกลืนมันเข้าไปด้วยความไม่รู้ประสากระทั่งลืมเลือนไป ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการไอเรื้อรังและเจ็บหน้าอกโดยไม่ทราบสาเหตุมานับตั้งแต่ตอนนั้น แต่เขากลับไม่เคยเชื่อมโยงอาการป่วยกับเหตุการณ์ครั้งนั้นมาก่อนเลย     ชายหนุ่มเปิดเผยว่า เขาไอเรื้อรังและมีอาการปอดติดเชื้อ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ตัดสินใจมาตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล     ด้านทีมแพทย์ผู้ทำการรักษาได้สแกนพบวัตถุแปลกปลอมกีดขวางทางเดินหายใจ และเมื่อส่องกล้องก็ตรวจพบปลอกปากกาดังกล่าวมีสภาพถูกละลายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ก่อนจะผ่าตัดนำมันออกได้สำเร็จ ส่วนอาการล่าสุดของคนไข้หลังการผ่าตัดก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง โดยคาดว่าเขาน่าจะได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในอีกไม่กี่วัน      

 6,760
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ค. 60

สาวจ่อฟ้องแพทยสภา หลังถูกหมอวินิจฉัยผิดว่าติดเชื้อ hiv นานกว่าสิบปี

จากกรณีที่นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายชื่อดังและประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้มีการโพสต์ข้อความลงบนโลกออนไลน์ เกี่ยวกับกรณีที่แพทย์ได้ทำการวินิจฉัยผิดพลาดว่า น.ส.นุ๊ก ติดเชื้อเอชไอวี ตั้งแต่อายุ 8 ปี จนกระทั่งปัจจุบันพบว่าไม่ได้มีการติดเชื้อเอชไอวีแต่อย่างใด ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้จึงได้ติดต่อไปยัง ทนายสงกานต์ เพื่อขอสัมภาษณ์พิเศษพร้อมด้วยน.ส.สุทธิดา แสงสุมาตร์ หรือ นุ๊ก ผู้เสียหายจากการถูกแพทย์วินิจฉัยผิดพลาด   น.ส.สุทธิดา เล่าว่า หลังจากพ่อของตนเสียชีวิตจากการติดเชื้อเอชไอวี ป้าของตนก็ได้พาไปตรวจที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในใน จ.ร้อยเอ็ด และหมอได้วินิจฉัยว่าตนติดเชื้อเอชไอวี และต้องรับประทานยารักษาต่อเนื่อง ซึ่งในขณะนั้นตนอายุเพียง 8 ปี โดยมาทราบว่าตนไม่มีเชื้อเอชไอวี ตอนอายุ 19 ปี ในตอนที่ไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.กรุงเทพฯ หลังจากตั้งท้องกับแฟน โดยได้รับการตรวจเลือดอย่างละเอียดอีกครั้ง  ซึ่งหมอได้วินิจฉัยว่าไม่มีเชื้อเอชไอวี ด้วยความแปลกใจ จึงไปกับศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย โดยวินิจฉัยว่าตนไม่มีเชื้อเอชไอวีด้วยเช่นกัน แต่ด้วยในขณะนั้นตนยังบรรลุนิติภาวะและไม่มีญาติให้ขอความช่วยเหลือจึงไม่ได้ฟ้องร้อง หรือเรียกร้องอะไร จนกระทั่งปัจุบันอายุ 24 ปี จึงได้ขอความช่วยเหลือมายังทนายสงกานต์ เพื่อขอความช่วยเหลือในเรื่องคดี   ด้านนายสงกรานต์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นรับทำคดีนี้เนื่องจาก จะให้คดีเป็นคดีตัวอย่างต่อสังคมและให้แพทย์เพิ่มความระมัดระวังในการรักษาหรือวินิจฉัยโรค เพื่อจะไม่ให้เกิดความผิดพลาดแบบนี้อีก นอกจากนี้ตนและน.ส.สุทธิดา ก็ได้เตรียมหลักฐานการตรวจจากโรงพยาบาลและจากทางสภากาชาดไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะดำเนินการฟ้องร้องทั้งทางแพ่งกับแพทยสภา เพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทน    นอกจากนี้นายสงกานต์ กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ถึงแม้สุดท้ายจะพิสูจน์ได้ว่า สามารถรักษา น.ส.สุทธิดา ให้หายจากการติดเชื้อเอชไอวีได้ ก็จะได้ประกาศให้โลกรู้ว่าประเทศไทยได้ประสบความสำเร็จในการรักษาการติดเชื้อเอชไอวีแล้ว แต่หากเกิดความประมาทของแพทย์ ก็อยากให้แพทย์คนดังกล่าวออกมายอมรับและแสดงความรับผิดชอบ รวมทั้งช่วยเหลือเยียวยา น.ส.สุทธิดา สำหรับชีวิตที่ผ่านมา จนกระทั่งผลกระทบจากยารักษาที่ทานมานานหลายปี 

 175,590
ประชาสัมพันธ์
29 พ.ค. 60

hitap เปิดอบรมการประเมินความคุ้มค่าทางการแพทย์และสาธารณสุข ครั้งที่ 13

HITAP เปิดอบรม การประเมินความคุ้มค่าทางการแพทย์และสาธารณสุข ครั้งที่ 13   EE หรือ Health Economic Evaluation Training เป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่ช่วยในการตัดสินใจของผู้บริหารและบุคลากรสาธารณสุข เพื่อให้เกิดการเลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เหมาะสม โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการคือ ประกอบการตัดสินใจบรรจุยาเข้าบัญชียาหลักแห่งชาติ ประกอบการตัดสินใจพิจารณาชุดสิทธิประโยชน์ภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกอบการตัดสินใจ ปรับปรุงชุดสิทธิประโยชน์และระบบบริการด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า   ระยะเวลาการอบรมตั้งแต่วันที่  7 - 11 สิงหาคม 2560 โดยแบ่งเป็น 2 หลักสูตรคือ     หลักสูตรเบื้องต้น (7 - 8 สิงหาคม 2560) เหมาะกับผู้ที่ไม่มีความรู้พื้นฐานด้านการประเมินความคุ้มค่าทางการแพทย์และสาธารณสุข เน้นการบรรยายเพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้ความสำคัญ วิธีการ และขั้นตอนของการประเมิน ตลอดจนบทบาทของผลการประเมินต่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย เนื้อหาการอบรม Introduction to health economic evaluation Cost analysis Discounting and consumer price index Systematic review/meta-analysis Outcome assessment Health economic evaluation results Result presentation Critical appraisal & retrieving economic evaluation studies Roles of Health Technology Assessment in decision making     หลักสูตรเชิงปฏิบัติการ (9 - 11 สิงหาคม 2560) เหมาะกับผู้ที่มีความรู้พื้นฐานด้านการประเมินความคุ้มค่าทางการแพทย์และสาธารณสุข หรือผู้ที่ต้องการนำความรู้ไปปรับใช้ในการทำงานจริง เน้นการทำแบบฝึกหัดเรื่องการใช้โปรแกรมหรือแบบจำลองต่าง ๆ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งนี้ ผู้เข้าอบรมหลักสูตรเชิงปฏิบัติการควรมีพื้นฐานการใช้งาน MS Excel เป็นอย่างดี เนื้อหาการอบรม Basic medical statistics Decision analysis: uses and limitations Probabilistic modeling Result presentation from probabilistic modeling Budget impact analysis Transferability of economic evaluations across countries   หลักสูตรและค่าลงทะเบียน     หลักสูตร    ชำระเงินภายใน              วันที่ 26 พ.ค. 2560 ชำระเงินตั้งแต่       วันที่ 27 พ.ค. 2560  หลักสูตรเบื้องต้น 6,500 บาท 7,500 บาท หลักสูตรเชิงปฏิบัติการ 13,000 บาท 15,000 บาท พิเศษสำหรับนักศึกษา       หลักสูตร         สำหรับนักศึกษา     หลักสูตรเบื้องต้น  4,500 บาท*      หลักสูตรเชิงปฏิบัติการ 7,000 บาท**   * โควตานักศึกษาหลักสูตรเบื้องต้น จำนวน 10 คน ** โควตานักศึกษาหลักสูตรปฏิบัติการ จำนวน 5 คน รับสมัครและชำระเงินตั้งแต่  10 มีนาคม - 14 กรกฏาคม 256

 2,551
การเมือง
23 พ.ค. 60

แพทย์-พยาบาลมีเฮ ครม.อนุมัติบรรจุ แพทย์ 2,000 อัตรา พยาบาล 10,992 อัตรา ภายในระยะเวลา 3 ปี

         พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม.ว่าได้เห็นชอบการเพิ่มอัตราข้าราชการแต่งตั้งใหม่ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ(คปร.)มีมติเห็นชอบ โดยได้อนุมัติอัตราบรรจุพยาบาล จำนวน 10,992 อัตรา แบ่งเป็นบรรจุในอัตราที่ว่าง 2,200 อัตรา ส่วนที่เหลือ 8,792 อัตรา จะเฉลี่ยบรรจุปีละ 2,900 อัตรา โดยปี 2560 บรรจุ 2,992 อัตรา และอีกปีข้างหน้านั้นจะบรรจุปีละ 2,900 อัตรา           พล.ท.สรรเสริญ เปิดเผยว่า นอกจากนั้น ครม.อนุมัติอัตราตั้งใหม่ของแพทย์และทันตแพทย์ เนื่องจากจำนวนของแพทย์และทันตแพทย์ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากรเฉลี่ยหนึ่งหมื่นคน โดยให้บรรจุแพทย์ 2,000 อัตรา แบ่งเป็นอัตราตั้งใหม่ 779 อัตรา บวกกับตำแหน่งที่ว่าง 1,221 อัตรา           ขณะที่ทันตแพทย์จบใหม่บรรจุ 600 อัตรา แบ่งเป็นอัตราตั้งใหม่ 70 อัตรา บวกกับตำแหน่งที่ว่าง 530 อัตรา สำหรับเภสัชกร ครม.ได้รับหลักการแต่นายกรัฐมนตรีให้กระทรวงสาธารณสุขกลับไปพิจารณาตัวเลขอัตรากำลังให้ชัดเจน เพราะอาจจะมีความคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากอัตรากำลังที่สำรวจพบว่าจำนวนอัตราเภสัชกร 1 คน ต่อประชากร 6,200 คน ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ใกล้เคียงกับตัวเลขที่กระทรวงตั้งไว้แล้ว จากนั้นเมื่อเกิดความชัดเจนให้เสนอครม.เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป ที่มา: มติชน

 4,592
ต่างประเทศ
03 พ.ค. 60

แพทย์ปากีสถานเตรียมผ่าตัดแยกฝาแฝดหัวติดกัน เผยชีวิตสุดอาภัพพ่อตายก่อนเกิดไม่กี่วัน

สำนักข่าว mirror นำเสนอเรื่องราวของ Safa และ Marva ทารกฝาแฝดเพศหญิงชาวปากีสถาน เกิดมาพร้อมความผิดปกติมีศีรษะติดกัน หลังครอบครัวได้ออกมาร้องขอให้แพทย์ช่วยผ่าตัดแยกศีรษะของเด็กทั้งคู่ออกจากกัน แม้แพทย์จะยอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่ทั้งยากและเสี่ยงมากก็ตาม     Zainab Bibi หญิงวัย 35 ปี คลอดลูกสาวฝาแฝดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากพ่อของทารกน้อยเพิ่งจะเสียชีวิตไปได้เพียง 10 วัน ทำให้ต้องแบกรับภาระเลี้ยงดูลูกถึง 5 คนเพียงลำพัง     ขณะที่ Muhammad Sadaqat ลุงของเด็กแฝด ยอมรับว่าพวกเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร หลังจากที่หมอคนแรกบอกว่าการผ่าตัดแยกทั้งคู่ออกจากกันเป็นเรื่องที่ยากเกินไป เขารู้สึกเป็นห่วงอนาคตของหลานๆ ที่กำพร้าพ่อแล้วยังต้องมีร่างกายผิดปกติ จึงอยากให้แพทย์ช่วยแก้ไขให้เด็กทั้งคู่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติ  ทั้งยังภาวนาว่าพระเจ้าจะเมตตาต่อครอบครัวของเขาให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น     ด้านนายแพทย์ Shahzad Akbar ระบุว่า เด็กฝาแฝดคู่นี้มีศีรษะติดกัน แต่จากการสแกนพบว่าทั้งสองคนมีสมองที่แยกออกจากกัน ทำให้แพทย์มีความหวังว่าจะสามารถผ่าตัดแยกศีรษะของทั้งคู่ได้สำเร็จ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก ทำให้ตอนนี้ทางโรงพยาบาลกำลังขอความช่วยเหลือจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนสำหรับการผ่าตัดในครั้งนี้      

 20,459
ต่างประเทศ
29 มี.ค. 60

แพทย์-พยาบาลโคลอมเบียถูกไล่ออก เซ่นอัดคลิปแดนซ์กระจายในห้องผ่าตัด ขณะคนไข้นอนเปลือยบนเตียง

สำนักข่าว mirror เผยแพร่คลิปวิดีโอน่าตกใจที่เกิดขึ้นภายในห้องผ่าตัดของสถานพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศโคลอมเบีย ซึ่งคลิปนี้ก็กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้     คลิปความยาว 30 วินาที แสดงภาพของกลุ่มแพทย์และพยาบาลออกลีลาเต้นแบบสุดเหวี่ยงและส่งเสียงหัวเราะอย่างครื้นเครง รอบเตียงคนไข้ชายที่กำลังนอนเปลือยกายคว่ำหน้าอยู่บนเตียงในสภาพหมดสติรอการผ่าตัด     ล่าสุดทางสถานพยาบาลต้นสังกัดได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้ไล่แพทย์และพยาบาลที่ปรากฏในคลิปอื้อฉาวออกจากงานจำนวน 5 คน เพื่อแสดงความรับผิดชอบและยืนยันจุดยืนการให้ความเคารพสิทธิของคนไข้ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางองค์กรรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่บุคลากรแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ปฏิบัติงาน พร้อมให้คำมั่นว่าจะดำเนินมาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องน่าละอายซ้ำสองอีก        

 153,807
ต่างประเทศ
27 มี.ค. 60

สุดสยอง แพทย์อินโดฯ เตรียมผ่าตัดนำ 'แฝดปรสิต' ออกจากท้องทารกวัย10 เดือน หลังฝังตัวจนท้องโตเท่าลูกบอล

สำนักข่าว The Sun เผยแพร่ภาพชวนขนลุกของ Muhammad Abdalul Zikri Hakim ทารกชาวอินโดนีเซีย วัย 10 เดือน ที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัดนำฝาแฝดของตัวเองที่กลายเป็นปรสิตออกมาจากท้อง หลังท้องของเขาขยายใหญ่เท่าลูกบอลขนาดย่อมๆ จนพ่อแม่หวาดกลัวว่าลูกน้อยอาจจะมีเนื้องอก แต่ความจริงที่พบกลับน่าสะพรึงกลัวกว่านั้น!       ภาพเอ็กซเรย์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ตัวอ่อนฝาแฝดที่ยังคงมีชีวิตอยู่ได้อาศัยร่างเล็กๆ นี้ในการเจริญเติบโต ทำให้เจ้าของร่างที่แท้จริงอยู่ในสภาพที่อ่อนแอมากและต้องได้รับการผ่าตัดช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน     ขณะที่แพทย์เปิดเผยว่า อาการที่พบเรียกว่า foetus in foetu หรือ แฝดปรสิต ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นในเด็กทารกเป็นส่วนใหญ่ ส่วนในเคสนี้เนื้อเยื่อที่พบเป็นเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว แต่หลอดเลือดกลับยังคงมีชีวิตอยู่ โดยขณะนี้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ กำลังเตรียมพร้อมที่จะผ่าตัดช่วยชีวิตทารกน้อย ซึ่งยอมรับว่าเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างมีความซับซ้อนและเสี่ยงอย่างยิ่ง        

 144,483

Top