ค้นหา :

ผลการค้นหา "บึงกาฬ"

ข่าวภูมิภาค
12 ต.ค. 62

อส.หนุ่มง้อแฟนสาวไม่สำเร็จ ชักปืนลั่นไกยิงดับคู่คารถเก๋ง

บึงกาฬ- เกิดเหตุโศกนาฏกรรมรัก เมื่อหนุ่มตามไปง้อแฟนขอคืนดี พาอุ้มนั่งตักบนรถเคีลย์ปัญหา สุดท้ายง้อไม่สำเร็จคว้าปืนมายิงที่ศีรษะแฟน ก่อนจะยิงตัวเองตาม ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือพบว่าฝ่ายชาย ยังหายใจอยู่ทั้งคู่ พยายามเข้ามาช่วยชีวิต แต่สุดท้ายไม่รอดเสียชีวิตทั้งคู่   เบื้องต้นทราบว่าฝั่งผู้ชายเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน ที่ อ.เมืองบึงกาฬ ส่วนฝ่ายหญิงเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์   ขณะที่คนเห็นการณ์เล่าว่า ฝ่ายชายมาป้วนเปี้ยนหน้าหอพักฝ่ายหญิงอยู่หลายวันแล้ว พอถามก็บอกว่ามาแอบดูแฟน ว่าจะไปทำงานกับผู้ชายคนอื่นหรือเปล่า    ส่วนเพื่อฝ่ายชายบอกว่า ทั้งคู่คบกันมานาน แต่ภายหลังฝ่ายหญิงลาออกจากที่ทำงาน ไปทำงานที่ใหม่ ประกอบกับฝ่ายหญิงหน้าตาดี จึงมีผู้ชายมาติดพัน  ฝ่ายชายหึงหวง จึงบอกเลิกไปก่อนหน้านี้ แต่กลับมาง้อคืนดี จนมาเกิดเหตุครั้งนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/GmqCnuhKFLg

 2,821
อาชญากรรม
12 ต.ค. 62

อส.หนุ่มง้อแฟนสาวไม่สำเร็จ ชักปืนลั่นไกยิงดับคู่คารถเก๋ง

บึงกาฬ- เกิดเหตุโศกนาฏกรรมรัก เมื่อหนุ่มตามไปง้อแฟนขอคืนดี พาอุ้มนั่งตักบนรถเคีลย์ปัญหา สุดท้ายง้อไม่สำเร็จคว้าปืนมายิงที่ศีรษะแฟน ก่อนจะยิงตัวเองตาม ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือพบว่าฝ่ายชาย ยังหายใจอยู่ทั้งคู่ พยายามเข้ามาช่วยชีวิต แต่สุดท้ายไม่รอดเสียชีวิตทั้งคู่   เบื้องต้นทราบว่าฝั่งผู้ชายเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน ที่ อ.เมืองบึงกาฬ ส่วนฝ่ายหญิงเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์   ขณะที่คนเห็นการณ์เล่าว่า ฝ่ายชายมาป้วนเปี้ยนหน้าหอพักฝ่ายหญิงอยู่หลายวันแล้ว พอถามก็บอกว่ามาแอบดูแฟน ว่าจะไปทำงานกับผู้ชายคนอื่นหรือเปล่า    ส่วนเพื่อฝ่ายชายบอกว่า ทั้งคู่คบกันมานาน แต่ภายหลังฝ่ายหญิงลาออกจากที่ทำงาน ไปทำงานที่ใหม่ ประกอบกับฝ่ายหญิงหน้าตาดี จึงมีผู้ชายมาติดพัน  ฝ่ายชายหึงหวง จึงบอกเลิกไปก่อนหน้านี้ แต่กลับมาง้อคืนดี จนมาเกิดเหตุครั้งนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/GmqCnuhKFLg

 2,821
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 62

เด็ก 8 ขวบจมน้ำ เพื่อนช่วยดึงแขนพลัดจมดับคู่ที่บึงกาฬ

บึงกาฬ-เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันนำร่างเด็กชายพาคิน แซ่แต้ อายุ 8 ปี และด.ช.ธนกฤต โคตรปัญญา อายุ 8 ปี นักเรียนชั้น ป.2 ที่พลัดจมน้ำที่แม่น้ำสงคราม ข้างๆ โขดหินใหญ่   โดย 1 ใน 2 ผู้ตายเกิดพลัดตกลงไปที่น้ำลึก เพื่อนอีกคนจึงจะเข้าไปช่วยดึงแขนขึ้นมา แต่ลืมว่าตัวเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น จึงจมน้ำหายไปทั้งคู่ ส่วนรุ่นพี่ป.4 วิ่งเข้าไปในหมู่บ้านเรียกผู้ใหญ่ออกมาช่วย แต่ก็ไม่ทันการ   เจ้าหน้าที่ได้นำร่างของทั้งคู่ขึ้นมาทำการปฐมพยาบาลเพื่อนำน้ำออกจากช่องท้อง และทำการปั๊มหัวใจ ก่อนจะส่งตัวต่อไปยัง รพ.โซ่พิสัย แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตน้องทั้ง 2 คนไว้ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา   ทั้งนี้มีรายงานว่าจุดที่เกิดเหตุ มีคนจมน้ำเสียชีวิตทุกปีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เพียงแค่ 5 วันที่ผ่านมา มีเด็กจมน้ำตายแล้วจำนวน 3 ราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eywIj5TKWJo

 2,657
อาชญากรรม
10 ต.ค. 62

เด็ก 8 ขวบจมน้ำ เพื่อนช่วยดึงแขนพลัดจมดับคู่ที่บึงกาฬ

บึงกาฬ-เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันนำร่างเด็กชายพาคิน แซ่แต้ อายุ 8 ปี และด.ช.ธนกฤต โคตรปัญญา อายุ 8 ปี นักเรียนชั้น ป.2 ที่พลัดจมน้ำที่แม่น้ำสงคราม ข้างๆ โขดหินใหญ่   โดย 1 ใน 2 ผู้ตายเกิดพลัดตกลงไปที่น้ำลึก เพื่อนอีกคนจึงจะเข้าไปช่วยดึงแขนขึ้นมา แต่ลืมว่าตัวเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น จึงจมน้ำหายไปทั้งคู่ ส่วนรุ่นพี่ป.4 วิ่งเข้าไปในหมู่บ้านเรียกผู้ใหญ่ออกมาช่วย แต่ก็ไม่ทันการ   เจ้าหน้าที่ได้นำร่างของทั้งคู่ขึ้นมาทำการปฐมพยาบาลเพื่อนำน้ำออกจากช่องท้อง และทำการปั๊มหัวใจ ก่อนจะส่งตัวต่อไปยัง รพ.โซ่พิสัย แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตน้องทั้ง 2 คนไว้ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา   ทั้งนี้มีรายงานว่าจุดที่เกิดเหตุ มีคนจมน้ำเสียชีวิตทุกปีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เพียงแค่ 5 วันที่ผ่านมา มีเด็กจมน้ำตายแล้วจำนวน 3 ราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eywIj5TKWJo

 2,657
ข่าวภูมิภาค
07 ต.ค. 62

อีกแล้ว! วัยรุ่นยกพวกตีกันในห้องฉุกเฉิน รพ.ปากคาด พอสืบสวนถึงรู้เป็นเพื่อน ม.6 ไม่ติดใจเอาความ

บึงกาฬ-โลกโซเชียลได้เผยแพร่ภาพกลุ่มวัยรุ่น ได้ตามไปทะเลาะวิวาทชกต่อยทำร้ายร่างกายกันถึงในหน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอำเภอปากคาด จนเกิดเสีงวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อเช้าวันที่ 4 ตุลาคม ได้มีนายสุริวัฒน์ พลขันธ์ อายุ 22 ปี  ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับตนว่า เมื่อประมาณตี 1 ผ่านมาขณะที่ไปเที่ยวดูงานคอนเสิร์ตที่งานประเพณีแข่งเรือยาวของเทศบาลอำเภอปากคาด ได้มีกลุ่มวัยรุ่นหลายกลุ่มชกต่อยกันขึ้น และตนเองถูกลูกหลงขณะเข้าไปห้ามเพื่อน โดยโดนเตะที่ชายโครงทำให้บาดเจ็บจึงได้ไปพบหมอ   ขณะกำลังจะขึ้นเตียงให้หมอดูอาการ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากได้กรูกันเข้ามาในห้องฉุกเฉินชี้หน้าตนว่าเป็นคนทำร้ายเพื่อนให้ได้รับบาดเจ็บ แต่ตนปฏิเสธจึงถูกชกแต่ไม่โดนเพราะดึงตัวหลบ พร้อมกับเหวี่ยงหมัดชกกลับคืนแต่ก็ไม่ถูกใคร จากนั้นได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันกับคู่กรณีจนล้มลงที่พื้นห้อง จึงถูกเพื่อนคู่กรณีที่ตามมาด้วยเตะเข้าที่ใบหน้า 2 ครั้งตามคลิปจนได้รับบาดเจ็บเลือดไหลอาบใบหน้า     ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 คน ทราบชื่อนายศิวกร เทพจำปา อายุ 21 ปี และนายยศพล บุญหล่อ อายุ 19 ปี ผู้ที่เตะใบหน้าผู้เสียหาย 2 ที โดยนายยศพล ให้ผู้ปกครองมาพบพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายแทน แต่จะมามอบตัวภายหลัง ส่วนนายศิวกร เมื่อพบหน้านายสุริวัฒน์ พลขันธ์ จึงรู้ว่าเป็นเพื่อนเก่าที่เคยเรียน หนังสือจบ ม.6 มาด้วยกัน ได้พูดคุยจนเป็นที่เข้าใจกันต่างฝ่ายไม่ติดใจเอาความ พนักงานสอบสวนจึงได้ลงบันทึกประจำวันแล้วแยกย้ายกันกลับบ้านไป   ด้านเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในห้องฉุกเฉิน รพ.ปากคาด ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าขณะนั้นเป็นเวลาประมาณตีหนึ่งของวันที่ 4 ต.ค.ได้มีกลุ่มวัยรุ่นถูกทำร้ายร่างกายกันได้รับบาดเจ็บเข้ามาจำนวนมาก มีทั้งเพื่อนและญาติผู้ติดตามมาประมาณ 40 คน   ขณะที่นายสุริวัฒน์ กำลังจะขึ้นเตียงตรวจอาการป่วย ก็ได้มีกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้ามาทำร้ายและกอดรัดจนล้มลง และถูกเตะเข้าที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ พวกตนจึงได้ตะโกนไปว่าจะทะเลาะก็ต้องไปที่อื่นที่นี่เป็นที่รักษาคนป่วยอย่างเดียว พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งได้หยิบเอาเสาน้ำเกลือขึ้นมาถือขู่ เป็นจังหวะตำรวจได้เข้ามาระงับเหตุทำให้กลุ่มวัยรุ่นพวกนี้หนีกระเจิงออกจากโรงพยาบาลไป ในส่วนทรัพย์สินไม่มีอะไรเสียหาย ส่วนคดีขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาว่าจะเอาเรื่องหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j04OBt_2ers

 1,456
สังคม
07 ต.ค. 62

อีกแล้ว! วัยรุ่นยกพวกตีกันในห้องฉุกเฉิน รพ.ปากคาด พอสืบสวนถึงรู้เป็นเพื่อน ม.6 ไม่ติดใจเอาความ

บึงกาฬ-โลกโซเชียลได้เผยแพร่ภาพกลุ่มวัยรุ่น ได้ตามไปทะเลาะวิวาทชกต่อยทำร้ายร่างกายกันถึงในหน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอำเภอปากคาด จนเกิดเสีงวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อเช้าวันที่ 4 ตุลาคม ได้มีนายสุริวัฒน์ พลขันธ์ อายุ 22 ปี  ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับตนว่า เมื่อประมาณตี 1 ผ่านมาขณะที่ไปเที่ยวดูงานคอนเสิร์ตที่งานประเพณีแข่งเรือยาวของเทศบาลอำเภอปากคาด ได้มีกลุ่มวัยรุ่นหลายกลุ่มชกต่อยกันขึ้น และตนเองถูกลูกหลงขณะเข้าไปห้ามเพื่อน โดยโดนเตะที่ชายโครงทำให้บาดเจ็บจึงได้ไปพบหมอ   ขณะกำลังจะขึ้นเตียงให้หมอดูอาการ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากได้กรูกันเข้ามาในห้องฉุกเฉินชี้หน้าตนว่าเป็นคนทำร้ายเพื่อนให้ได้รับบาดเจ็บ แต่ตนปฏิเสธจึงถูกชกแต่ไม่โดนเพราะดึงตัวหลบ พร้อมกับเหวี่ยงหมัดชกกลับคืนแต่ก็ไม่ถูกใคร จากนั้นได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันกับคู่กรณีจนล้มลงที่พื้นห้อง จึงถูกเพื่อนคู่กรณีที่ตามมาด้วยเตะเข้าที่ใบหน้า 2 ครั้งตามคลิปจนได้รับบาดเจ็บเลือดไหลอาบใบหน้า     ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 คน ทราบชื่อนายศิวกร เทพจำปา อายุ 21 ปี และนายยศพล บุญหล่อ อายุ 19 ปี ผู้ที่เตะใบหน้าผู้เสียหาย 2 ที โดยนายยศพล ให้ผู้ปกครองมาพบพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายแทน แต่จะมามอบตัวภายหลัง ส่วนนายศิวกร เมื่อพบหน้านายสุริวัฒน์ พลขันธ์ จึงรู้ว่าเป็นเพื่อนเก่าที่เคยเรียน หนังสือจบ ม.6 มาด้วยกัน ได้พูดคุยจนเป็นที่เข้าใจกันต่างฝ่ายไม่ติดใจเอาความ พนักงานสอบสวนจึงได้ลงบันทึกประจำวันแล้วแยกย้ายกันกลับบ้านไป   ด้านเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในห้องฉุกเฉิน รพ.ปากคาด ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าขณะนั้นเป็นเวลาประมาณตีหนึ่งของวันที่ 4 ต.ค.ได้มีกลุ่มวัยรุ่นถูกทำร้ายร่างกายกันได้รับบาดเจ็บเข้ามาจำนวนมาก มีทั้งเพื่อนและญาติผู้ติดตามมาประมาณ 40 คน   ขณะที่นายสุริวัฒน์ กำลังจะขึ้นเตียงตรวจอาการป่วย ก็ได้มีกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้ามาทำร้ายและกอดรัดจนล้มลง และถูกเตะเข้าที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ พวกตนจึงได้ตะโกนไปว่าจะทะเลาะก็ต้องไปที่อื่นที่นี่เป็นที่รักษาคนป่วยอย่างเดียว พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งได้หยิบเอาเสาน้ำเกลือขึ้นมาถือขู่ เป็นจังหวะตำรวจได้เข้ามาระงับเหตุทำให้กลุ่มวัยรุ่นพวกนี้หนีกระเจิงออกจากโรงพยาบาลไป ในส่วนทรัพย์สินไม่มีอะไรเสียหาย ส่วนคดีขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาว่าจะเอาเรื่องหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j04OBt_2ers

 1,456
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ต.ค. 62

อีกแล้ว! แชร์สนั่นคลิปวัยรุ่นตีกันในห้องฉุกเฉิน รพ. ปากคาด

จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวัยรุ่นยกพวกตีกันในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารย์ถึงการกระทำดังกล่าว    ล่าสุด วันที่ 6 ต.ค. 62 ที่ สภ.ปากคาด ร.ต.อ.อมรินทร์ วงศ์ตาแสง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี วันที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า เมื่อเช้าวันที่ 4 ต.ค. 62 นายสุริวัฒน์ พลขันธ์ อายุ 22 ปี  ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความว่า เมื่อประมาณตี 1 ขณะที่ไปเที่ยวดูงานคอนเสิร์ตที่งานประเพณีแข่งเรือยาวของเทศบาล อ.ปากคาด ได้มีกลุ่มวัยรุ่นหลายกลุ่มชกต่อยกันขึ้น และตนเองถูกลูกหลงขณะเข้าไปห้ามเพื่อน โดนเตะที่ชายโครงทำให้บาดเจ็บ จึงได้ไปพบหมอ    ขณะกำลังจะขึ้นเตียงให้หมอดูอาการ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากกรูกันเข้ามาในห้องฉุกเฉิน ชี้หน้าตนว่าเป็นคนทำร้ายเพื่อนให้ได้รับบาดเจ็บ แต่ตนปฏิเสธจึงถูกชกแต่ไม่โดนเพราะดึงตัวหลบ พร้อมกับเหวี่ยงหมัดชกกลับคืนแต่ก็ไม่ถูกใคร  จากนั้นได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันกับคู่กรณีจนล้มลงที่พื้นห้อง จึงถูกเพื่อนคู่กรณีที่ตามมาด้วยเตะเข้าที่ใบหน้า 2 ทีตามคลิปจนได้รับบาดเจ็บเลือดไหลอาบใบหน้า   ต่อมา ตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 คน ทราบชื่อนายศิวกร เทพจำปา อายุ 21 ปี และนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ผู้ที่เตะใบหน้าผู้เสียหาย 2 ที โดยเอ ให้ผู้ปกครองมาพบพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายแทน แต่จะมามอบตัวภายหลัง    ส่วนนายศิวกร เมื่อพบหน้านายสุริวัฒน์ พลขันธ์ จึงรู้ว่าเป็นเพื่อนเก่าที่เคยเรียนหนังสือจบ ม. 6 มาด้วยกัน ได้พูดคุยจนเป็นที่เข้าใจกันต่างฝ่ายไม่ติดใจเอาความ พนักงานสอบสวนจึงได้ลงบันทึกประจำวันแล้วแยกย้ายกันกลับบ้านไป   ด้านเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในห้องฉุกเฉิน รพ.ปากคาด ได้เปิดเผยว่า ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณตีหนึ่งของวันที่ 4 ต.ค. ได้มีกลุ่มวัยรุ่นถูกทำร้ายร่างกายกันได้รับบาดเจ็บเข้ามาจำนวนมาก มีทั้งเพื่อนและญาติผู้ติดตามมาประมาณ 40 คน ขณะที่นายสุริวัฒน์ กำลังจะขึ้นเตียงตรวจอาการป่วย ก็ได้มีกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้ามาทำร้ายและกอดรัดจนล้มลง และถูกเตะเข้าที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ พวกตนจึงได้ตะโกนไปว่าจะทะเลาะก็ต้องไปที่อื่นที่นี่เป็นที่รักษาคนป่วยอย่างเดียว   พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งได้หยิบเอาเสาน้ำเกลือขึ้นมาถือขู่ เป็นจังหวะตำรวจได้เข้ามาระงับเหตุทำให้กลุ่มวัยรุ่นพวกนี้หนีกระเจิงออกจากโรงพยาบาลไป ในส่วนทรัพย์สินไม่มีอะไรเสียหาย ส่วนคดีขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาว่าจะเอาเรื่องหรือไม่   ขอบคุณคลิป : ราชสีห์ จิตอาสา   คลิป      

 7,044
ข่าวโซเชียล
06 ต.ค. 62

อีกแล้ว! แชร์สนั่นคลิปวัยรุ่นตีกันในห้องฉุกเฉิน รพ. ปากคาด

จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวัยรุ่นยกพวกตีกันในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารย์ถึงการกระทำดังกล่าว    ล่าสุด วันที่ 6 ต.ค. 62 ที่ สภ.ปากคาด ร.ต.อ.อมรินทร์ วงศ์ตาแสง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี วันที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า เมื่อเช้าวันที่ 4 ต.ค. 62 นายสุริวัฒน์ พลขันธ์ อายุ 22 ปี  ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความว่า เมื่อประมาณตี 1 ขณะที่ไปเที่ยวดูงานคอนเสิร์ตที่งานประเพณีแข่งเรือยาวของเทศบาล อ.ปากคาด ได้มีกลุ่มวัยรุ่นหลายกลุ่มชกต่อยกันขึ้น และตนเองถูกลูกหลงขณะเข้าไปห้ามเพื่อน โดนเตะที่ชายโครงทำให้บาดเจ็บ จึงได้ไปพบหมอ    ขณะกำลังจะขึ้นเตียงให้หมอดูอาการ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากกรูกันเข้ามาในห้องฉุกเฉิน ชี้หน้าตนว่าเป็นคนทำร้ายเพื่อนให้ได้รับบาดเจ็บ แต่ตนปฏิเสธจึงถูกชกแต่ไม่โดนเพราะดึงตัวหลบ พร้อมกับเหวี่ยงหมัดชกกลับคืนแต่ก็ไม่ถูกใคร  จากนั้นได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันกับคู่กรณีจนล้มลงที่พื้นห้อง จึงถูกเพื่อนคู่กรณีที่ตามมาด้วยเตะเข้าที่ใบหน้า 2 ทีตามคลิปจนได้รับบาดเจ็บเลือดไหลอาบใบหน้า   ต่อมา ตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 คน ทราบชื่อนายศิวกร เทพจำปา อายุ 21 ปี และนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ผู้ที่เตะใบหน้าผู้เสียหาย 2 ที โดยเอ ให้ผู้ปกครองมาพบพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายแทน แต่จะมามอบตัวภายหลัง    ส่วนนายศิวกร เมื่อพบหน้านายสุริวัฒน์ พลขันธ์ จึงรู้ว่าเป็นเพื่อนเก่าที่เคยเรียนหนังสือจบ ม. 6 มาด้วยกัน ได้พูดคุยจนเป็นที่เข้าใจกันต่างฝ่ายไม่ติดใจเอาความ พนักงานสอบสวนจึงได้ลงบันทึกประจำวันแล้วแยกย้ายกันกลับบ้านไป   ด้านเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในห้องฉุกเฉิน รพ.ปากคาด ได้เปิดเผยว่า ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณตีหนึ่งของวันที่ 4 ต.ค. ได้มีกลุ่มวัยรุ่นถูกทำร้ายร่างกายกันได้รับบาดเจ็บเข้ามาจำนวนมาก มีทั้งเพื่อนและญาติผู้ติดตามมาประมาณ 40 คน ขณะที่นายสุริวัฒน์ กำลังจะขึ้นเตียงตรวจอาการป่วย ก็ได้มีกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้ามาทำร้ายและกอดรัดจนล้มลง และถูกเตะเข้าที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ พวกตนจึงได้ตะโกนไปว่าจะทะเลาะก็ต้องไปที่อื่นที่นี่เป็นที่รักษาคนป่วยอย่างเดียว   พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งได้หยิบเอาเสาน้ำเกลือขึ้นมาถือขู่ เป็นจังหวะตำรวจได้เข้ามาระงับเหตุทำให้กลุ่มวัยรุ่นพวกนี้หนีกระเจิงออกจากโรงพยาบาลไป ในส่วนทรัพย์สินไม่มีอะไรเสียหาย ส่วนคดีขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาว่าจะเอาเรื่องหรือไม่   ขอบคุณคลิป : ราชสีห์ จิตอาสา   คลิป      

 7,044
ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 62

พระศิษย์เอกเผยความแค้น ชนวนเหตุจุดไฟเผา 'หลวงพ่อแต' ตายทั้งเป็น

บึงกาฬ-กรณีตำรวจจับกุมพระบัญชา จันทร์คำ อายุ 37 ปี นายทนงศักดิ์ โสกแก้ว อายุ 43 ปี และนายสมุทร์ วันอุบล อายุ 67 ปี ร่วมกันราดน้ำมันจุดไฟเผาย่างสด พระสมจิตขันติธโร เกิดทรัพย์ หรือหลวงพ่อแต อายุ 53 ปี เจ้าสำนักปฏิบัติธรรม บ้านโพนทอง อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ โดยสารภาพอ้างว่าแค้นใจที่ผู้ตายมาแย่งจัดทอดผ้าป่า ทั้งๆที่มาทีหลังเพราะตัวผู้ก่อเหตุรับจัดทอดผ้าป่ามาจากญาติดยมอีกกลุ่มหนึ่งแล้ว   ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางประชาชนมารอดูกว่า 400 คน โดย พระบัญชารับสารภาพกับตำรวจอ้างว่า ที่ต้องก่อเหตุฆ่าเผาหลวงพ่อแตที่เคยเรียกว่าอาจารย์นั้น มันมีสาเหตุมาจากเรื่องที่ผิดใจกันเมื่อปีที่แล้วเกี่ยวกับทรัพย์สิน เงินที่ญาติโยมบริจาคให้กับสำนัก หลวงพ่อแตไม่ยอมให้กองกลางไปดูแลเลย เพราะเจ้าสำนักเอาไปใช้ส่วนตัว ซึ่งตนกำความลับหลวงพ่อแตหลายอย่าง ทั้งเรื่องมั่วสีกา เรื่องกินเหล้า และเรื่องผิดศีลอีกมากมาย แม้จะไม่พอใจแต่ก็ปล่อยไป สุดท้ายเส้นยาแดงมาขาดจนได้ในเรื่องทอดผ้าป่า เนื่องจากตนรับจำทอดผ้าป่าจากญาติโยมกลุ่มหนึ่งมาแล้ว   แต่ปรากฏว่าหลวงพ่อแตกลับไม่สนใจ ไม่แยแส ดันไปรับจำทอดผ้าป่ามาจากญาติโยมอีกกลุ่มหนึ่ง ทั้งๆ ที่มาทีหลัง ซึ่งผ้าป่าไม่สามารถจัดทับซ้อนกันได้ หลวงพ่อแตเลยเขี่ยงานบุญผ้าป่าของตนทิ้งไป ทำให้เสียหน้า เสียความรู้สึก ถึงขั้นแค้นใจต้องขอแยกย้ายออกไปจากสำนัก แต่ความแค้นไม่หายเลยไปหลอกชาวบ้าน 2 คน มาร่วมลงมือ อีกทั้งยังเชื่อว่าน่าจะไม่โดนตำรวจจับกุม เนื่องจากอำพรางศพทำลายหลักฐานทุอย่างแล้ว มั่นใจว่าต้องสาวมาไม่ถึงตัว และไม่น่าจะเป็นคนที่ตำรวจสงสัย   โดยการทำแผนได้มีการลงมือทุบกระจกจนแตก ก่อนจะนำเอาไม้พันผ้าเหลืองชุบน้ำมันแล้วจุดไฟโยนเข้าไปภายในห้องนอน ก่อนจะหนีไปขึ้นรถจึงได้โยนแกลลอนน้ำมันที่เหลือเข้าไปเพิ่มเติมอีก จนไฟโหมไหม้หลวงพ่อแตมรณภาพ   ส่วนบรรยากาศในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ ท่ามกลางประชาชนที่ทราบข่าวและให้ความสนใจในคดีมารอดูการทำแผนประมาณ 400 คน ขณะที่ทำแผนยังไม่แล้วเสร็จก็มีประชาชนลูกศิษย์ลูกหาพระผู้ตายก็เฮโลเข้าไปเพื่อจะทำร้ายผู้ต้องหา   บางคนก็ได้ตระโกนสาปแช่งว่ามาทำกับหลวงพ่อสมจิตทำไมซึ่งท่านเป็นคนดีรับเลี้ยงอดีตพระบัญชา เป็นลูกบุญธรรมให้ใช้นามสกุลด้วย ทั้งส่งเสียให้เรียนหนังสือ โดยใช้เวลาทำแผนเพียงสั้นๆ ประมาณ 15 นาที และนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปฝากขังต่อศาลจังหวัดบึงกาฬ   ทั้งนี้ หลังจากจับกุมผู้ต้องหามาได้ 3 คนแยกกันสอบสวนโดยผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพ โดยนายทะนงและนายสมุทรอ้างว่าพระบัญชาจ้างวานให้มาขนต้นเทียนเข้าพรรษาเป็นเงินจำนวน 10,000 บาท โดยไม่รู้ว่าจะมีการฆาตกรรมกันเกิดขึ้น ขณะขับรถมาถึงปากทางเข้าวัดพระบัญชาให้จอดรออยู่ข้างทาง   พระบัญชาและพระสีถือแกลลอนน้ำมันเดินเข้าไปยังที่พักสงฆ์ดังกล่าว จึงมาทราบภายหลังว่ามีการฆาตกรรมพระด้วยกันขึ้นก็รู้สึกไม่สบายใจกับการกระทำของพระในครั้งนี้ จึงจะได้ขอหมายศาลออกหมายจับพระสีอีกรูปหนึ่งที่ร่วมกันกระทำความผิดในครั้งนี้ซึ่งมีทั้งหมด 4 คน และตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จะได้ตามจับกุมพระสีอีกคนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F0yeLQg21NE

 4,418
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ค. 62

คลี่คดีฆ่าจุดไฟเผาหลวงพ่อ มรณภาพคากุฎิสำนักสงฆ์ ตั้งปมขัดผลประโยชน์

บึงกาฬ-ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีฆ่าพระสมจิต เกิดทรัพย์ หรือหลวงพ่อแต อายุ 53 ปี ภายในสำนักปฏิบัติธรรมพระประเสริฐเกิดทรัพย์ บ้านโพนทอง อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ   ตำรวจเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี และยังคงประเด็นในการสืบสวนสอบสวน อยู่ใน 3 ประเด็นหลักๆ คือเรื่องขัดผลประโยชน์ภายในวัด เรื่องชู้สาว และเรื่องการกู้ยืมเงิน แต่เน้นหนักไปที่ประเด็นแรก คือ ขัดผลประโยชน์กันภายในวัด ซึ่งวันนี้ได้เรียกผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำแล้วจำนวน 3 ราย แต่ทั้งหมดก็ยังให้การปฏิเสธอยู่ ซึ่งก่อนหน้าที่พระจะเสียชีวิตนั้นมีการโต้เถียงขัดแย้งระหว่างลูกศิษย์ที่เคยร่วมงานกันอย่างใกล้ชิด แต่ตอนนี้ได้ทำตัวออกห่าง   ในเรื่องผลประโยชน์ที่ร่วมกันทำสมุนไพร และก็เครื่องรางของขลัง ถึงขั้นพูดจาขึ้นมึงขึ้นกู ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะรุนแรงมากทำให้ลูกศิษย์คนดังกล่าวไม่พอใจ มาถอดเครื่องยนต์รถไถนาเดินตามกลับไปไว้บ้าน ที่ก่อนหน้านี้นำมาติดตั้งใช้ในการบดยาสมุนไพร ส่วนผลการตรวจ DNA เปรียบเทียบเนื้อเยื่อในช่องปากของผู้ต้องสงสัยนั้น จะรู้ผลในการตรวจดีเอ็นเอต้องใช้เวลากว่า 1 เดือน   ขณะที่พระสมศักดิ์ เกิดทรัพย์ อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นพระน้องชายต่างมารดากันกับพระผู้ตาย ได้เผยกับผู้สื่อข่าวโดยไม่ให้สัมภาษณ์ ว่า รู้สึกเสียใจที่พระพี่ชายได้เกิดเหตุมรณภาพในครั้งนี้ คนร้ายกระทำการอย่างโหดเหี้ยมทารุณ มากเลยตนก็เคยมาปฏิบัติธรรมอยู่กับพี่ชาย แต่หลังจากนั้นก็ได้ปลีกวิเวกไปสร้างบารมีส่วนตัวเมื่อประมาณ 4-5 ปีผ่านมาแล้ว   ส่วนอุปนิสัยใจคอของพระที่ชาย เป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา โผงผางเสียงดังฟังชัด แต่เป็นคนมีน้ำใจ ใครป่วยมารักษาตัวไม่มีเงินทอง ท่านก็รักษาให้หมด ให้ก็ได้ไม่ให้ก็ไม่ว่า ในส่วนสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้ก็ขอไม่พูดอะไรเพราะอยู่ในระหว่างการเสียใจ ที่ผ่านมาพระพี่ชายก็ไม่เคยพูดอะไรให้ฟัง   ขณะที่บรรยากาศภายในวัดยังเป็นไปด้วยความเงียบเหงา มีเพียงลูกศิษย์ลูกหา ที่นับถือมานั่งรอรับศพพระสมจิต ที่คาดว่าจะออกจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่นมาถึงวัดในช่วงเย็นวานนี้ (8 ก.ค.) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bBwZYzWhHUs

 783
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ค. 62

ฟ้าผ่า สามี-ภรรยา ออกไปปลูกผักหวานกลางนา ดับ 1 เจ็บ 1

บึงกาฬ-เกิดเหตุฟ้าผ่า 2 สามีภรรยาขณะออกไปปลูกผักหวานที่ปลายนา กำลังเดินกลับเข้ามาพักที่กระท่อมเถียงนา หลังมีฝนตกฟ้าร้อง ส่งผลให้นางพรทิพย์ แสนสุข อายุ 59 ปีภรรยา และนายกีฬา แสนสุข อายุ 67 ปี สามีถูกฟ้าผ่า ชาวบ้านที่อยู่ใกล้รีบนำส่งโรงพยาบาล แต่ฝ่ายหญิงทนความเจ็บปวดไม่ไหวเสียชีวิต ส่วนสามีได้รับบาดเจ็บ   จากการสอบถามญาติกล่าวว่า ทั้ง 2 คนไปปลูกผักหวานที่คูสระน้ำ ได้ยินเสียงฟ้าร้องและฝนกำลังตก ก็เลยพากันเดินกลับเข้ามาเถียงนา พอมาถึงเถียงนา ฟ้าก็ผ่าลงมาโดนทั้งคู่ เมียนอนหมดสติ ส่วนผัวพอรู้สึกตัวก็คลานออกมาวิ่งไปหาชาวบ้านที่อยู่ใกล้มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล แต่ภรรยาเสียชีวิต ส่วนสามีบาดเจ็บ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nM10-2zVeUU

 4,589
ข่าวดีประเทศไทย
06 มี.ค. 62

เรื่องเล่าเช้านี้ ส่งมอบเครื่องมือแพทย์จากเงินจากการขายเสื้อ แก่ รพ.บึงกาฬ จ.บึงกาฬ

โครงการเรื่องเล่าเช้านี้เพื่อเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาค ที่ดำเนินการต่อเนื่องมา 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 จากเงินทำบุญของแฟนข่าวที่ร่วมซื้อเสื้อเรื่องเล่าเช้านี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายได้มอบให้มูลนิธิครอบครัวข่าวประมาณ 4.4 ล้านบาท นำไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อมอบให้โรงพยาบาล18 แห่งทั่วประเทศ   โดยล่าสุดทางตัวแทนมูลนิธิครอบครัวข่าวได้ส่งมอบ ตู้อบเด็กชนิดควบคุมอุณหภูมิโดยอัตโนมัติ ไปมอบให้กับโรงพยาบาลบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการรักษา โดยทางโรงพยาบาลได้ฝากขอบคุณแฟนข่าวทุกท่านที่ได้ร่วมทำบุญมา ณ โอกาสนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9c2Pixvol-E

 2,507
การเมือง
09 ก.พ. 62

'สุเทพ' โชว์จุดยืน รปช. ชี้เป็นพรรคของสามัญชน ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน-ประเทศชาติ

บึงกาฬ - เมื่อช่วงเช้า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และคณะผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ลงพื้นที่เดินคารวะแผ่นดิน บริเวณตลาดสดเทศบาลตำบลบึงกาฬ เดินพบปะกับชาวบ้าน พ่อค้า แม่ขาย ตามร้านค้าต่างๆ ในเขตเทศบาลตำบลบึงกาฬ   โดยเมื่อวานนี้(8 ก.พ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่างถึงรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) ว่า เชื่อว่าประชาชนเขาคงตัดสินใจในใจแล้วว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เขาต้องการให้ประเทศไทยมีทิศทางไปทางด้านไหน เราก็ต้องเคารพประชาชน พรรคของเราเป็นพรรคของคนธรรมดาสามัญชนที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ เพราะฉะนั้นเราจะเดินหน้าตามแนวทางของเราไม่ว่าพรรคอื่นจะทำอย่างไร เราเชื่อมั่นว่าประชาชนจะต้องเลือกหนทางที่ถูกต้อง สำหรับประเทศไทย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/RI-hES1Hu7M

 3,192
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
09 ก.พ. 62

'สุเทพ' โชว์จุดยืน รปช. ชี้เป็นพรรคของสามัญชน ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน-ประเทศชาติ

บึงกาฬ - เมื่อช่วงเช้า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และคณะผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ลงพื้นที่เดินคารวะแผ่นดิน บริเวณตลาดสดเทศบาลตำบลบึงกาฬ เดินพบปะกับชาวบ้าน พ่อค้า แม่ขาย ตามร้านค้าต่างๆ ในเขตเทศบาลตำบลบึงกาฬ   โดยเมื่อวานนี้(8 ก.พ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่างถึงรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) ว่า เชื่อว่าประชาชนเขาคงตัดสินใจในใจแล้วว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เขาต้องการให้ประเทศไทยมีทิศทางไปทางด้านไหน เราก็ต้องเคารพประชาชน พรรคของเราเป็นพรรคของคนธรรมดาสามัญชนที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ เพราะฉะนั้นเราจะเดินหน้าตามแนวทางของเราไม่ว่าพรรคอื่นจะทำอย่างไร เราเชื่อมั่นว่าประชาชนจะต้องเลือกหนทางที่ถูกต้อง สำหรับประเทศไทย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/RI-hES1Hu7M

 3,192
ข่าวภูมิภาค
27 ม.ค. 62

สาวประเภทสอง แขวนคอเสียชีวิต บนชั้น 2 ศาลาการเปรียญ ด้านญาติไม่เชื่อว่าฆ่าตัวตาย เผยก่อนหน้านี้เคยมีปัญหากับคนในวัด

บึงกาฬ -เมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) เกิดเหตุ นายเก่ง ศรีสง่า อายุ 28 ปี สาวประเภทสอง ใช้เชือกไนล้อนผูกคอตัวเอง ในสภาพสวมเสื้อกันหนาวแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีแดง เสียชีวิต ที่วัดบ้านซำบอน ต.เหล่าทอง อ.โซ่พิสัย หลังญาติตามหาเจอเป็นศพผูกคออยู่บนชั้น 2 ศาลาการเปรียญภายในวัด    ตรวจสอบในตัวพบเงินสดจำนวนหนึ่ง บัตรประชาชน บัตร ATM และรูปถ่าย 1 ใบ จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบของจุดเกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ร่างกายไม่มีบาดแผล นอกจากที่ลำคอ แพทย์ไม่ระบุว่าเสียชีวิตมาแล้วกี่วัน    โดย 2 วันก่อนหน้าที่เจ้าตัวได้โพสต์เฟซบุ๊กให้มารับศพด้วยนะที่วัดบ้านซำบอน ต.เหล่าทอง อ.โซ่พิสัย    สอบถาม น.ส.ประทุมมา แสนทำพล (เสื้อขาว) เพื่อนของผู้ตาย เล่าว่า เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมานั่งดื่มเหล้าอยู่ด้วยกัน ผู้ตายบอกว่าจะกลับมาบ้านให้อาหารหมา ไม่ได้บอกว่าจะมาวัด มีแต่บอกว่าชอบผู้ชายอยู่แถววัดนี้ พอกลับมาแล้วก็โพสต์เฟซบุ๊ก (Nareerat Srisanga) ตอน 2 ทุ่ม ในลักษณะแปลกๆ ว่า “วัดป่าซำบอนเหมือนนรก ครูบาแสงเหมือนเปรตไม่มีสติ สมาธิ ใช้แต่อารมณ์ ตีได้แม้เรา ไม่ชอบเรา ห้ามทุกสิ่ง” และเวลา 20.34 โพสต์ว่า “มารับศพด้วยนะที่วัดบ้านซำบอน”   ส่วน น.ส.พรทิพย์ บุญภา ญาติผู้ตาย (เสื้อเหลือง) เล่าว่า วันที่ 24 ม.ค. เห็นผู้ตายโพสต์ว่าให้มารับศพที่วัดป่าซำบอน แม่ผู้ตายที่ทำงานอยู่ประเทศเกาหลี ได้โทรมาหาให้ติดตามหาลูกให้ด้วย ตนจึงมาตามที่วัดเพราะว่าผู้ตายมักจะมาช่วยงานอยู่ที่วัดประจำ เมื่อมาถามกับหลวงพ่อที่วัดได้คำตอบคือมีการลงไม้ลงมือทุบตีกันจริง เพราะผู้ตายมาตีลูกชายหลวงพ่อก่อน หลวงพ่อก็เลยตีผู้ตาย เด็กวัดก็รุมตีอีก จากนั้นก็ลากออกไปหน้าวัดจากนั้นก็ไม่รู้ว่าผู้ตายไปไหน    จากนั้นตนและเพื่อนก็ตามหาเรื่อยจนพบศพ ที่ผ่านมาผู้ตายมาชอบกับลูกชายของหลวงพ่อที่วัด หลวงพ่อก็ห้ามปรามตลอดไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกัน สำหรับการตายไม่เชื่อว่าจะเป็นการผูกคอตายด้วยตัวเอง มันต้องมีอะไรสักอย่าง ตนเองและญาติๆรวมทั้งเพื่อนๆ ก็ข้องสาเหตุการตายในครั้งนี้ และได้ขอให้ตำรวจส่งศพไปผ่าพิสูจน์ถึงสาเหตุการตาย    ขณะเดียวกันญาติๆและเพื่อน ได้ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจและเก็บรอยเลือด จุดที่คาดว่าผู้ตายจะถูกทำร้าย ซึ่งอยู่บริเวณข้างห้องน้ำห่างจากศาลาการเปรียญประมาณ 40 เมตร เพื่อส่งตรวจไปพร้อมกัน    ขณะที่ญาติบางส่วนเชื่อว่าผู้ตายได้มาอาศัยนอนอยู่ภายในวัดเป็นประจำ และขอเปิดกุฏิที่เชื่อว่าผู้ต้องใช้เป็นที่หลับนอนหากมีสิ่งของหรือลางบอกเหตุอย่างอื่นทิ้งไว้ในกุฏิ แต่ทางวัดไม่ให้ความร่วมมือ และไม่ยอมเปิดกุฏิที่เชื่อว่าผู้ตายใช้หลับนอน ญาติพี่น้องกว่า 30 คนต้องบุกไปขอพบกับเจ้าอาวาส เพื่อขอกุญแจมาเปิดกุฏิ แต่เจ้าอาวาสก็ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมากราบขอร้องก่อนจะยอมให้เปิดกุฏิเข้าไปดู แต่ก็ไม่มีสิ่งไดมีพิรุธ จึงพากันกลับบ้าน   ด้าน ตำรวจ สภ.โซ่พิสัย ได้ร่วมกับตำรวจพิสูจน์หลักฐานบึงกาฬ เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เก็บเชือก เก็บชิ้นเล็บ และเลือด ส่งไปตรวจพิสูจน์หา DNA ที่ศูนย์ตรวจพิสูจน์หลักฐาน ภาค 4 ขอนแก่น ต่อไป คาดไม่เกิน 30 วันทำการจะรู้ผล        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/xaxKez952x8

 9,240

Top