ค้นหา :

ผลการค้นหา "บึงกาฬ"

ข่าวภูมิภาค
28 พ.ย. 62

อีกแล้ว! ลูกชายคลั่งคว้ามีดพร้าฟันคอแม่ดับ ชี้ป่วยทางจิต ชอบอมยาแล้วคายทิ้ง

บึงกาฬ-พบศพนางทองลักษณ์ สิงหามาตย์ อายุ 73 ปี ถูกของมีคมฟันเข้าที่ต้นคอเสียชีวิตคาบ้านพัก     สอบสวนนายน้อย สิงหามาตย์ อายุ 72 ปี สามีผู้ตายทราบว่า ผู้ตายอยู่บ้านกับนายนิคม สิงหามาตย์ อายุ 52 ปี ลูกชาย ซึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวชมาหลายปี รักษาตัวมานาน แต่อาการก็ไม่หายขาด คุ้มดีคุ้มร้าย โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ขณะที่ผู้ตายนั่งล้างจานอยู่ที่ครัวหลังบ้าน ลูกชายย่องมาด้านหลัง ใช้มีดพร้าที่ปอกเปลือกมะพร้าว ฟันเข้าที่ด้านหลังถูกต้นคอ ใบหูขวา และแก้มขวา เป็นแผลฉกรรจ์ แต่ยังพอมีสติ จึงคลานหนีตายเข้าไปในบ้าน และเรียกเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ เข้ามาช่วยเหลือ จากนั้นญาติช่วยกันหามขึ้นรถส่งโรงพยาบาลบึงกาฬ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา     ด้านญาติระบุ ผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิต จะชอบอมยารักษาอาการป่วยทางจิตเอาไว้ พอไม่มีคนเห็นก็แอบคายทิ้ง จึงทำให้การรักษาไม่เป็นผล   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ นายนิคมได้หลบหนีออกจากบ้านไปหลังก่อเหตุ ต่อมาตำรวจตามจับไว้ได้ และนำส่งโรงพยาบาลบึงกาฬ เพื่อให้หมอฉีดยาระงับอาการฟุ้งซ่าน โดยถูกใส่กุญแจมือทั้ง 2 ข้างติดกับเตียงผู้ป่วย ก่อนที่จะส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลจิตเวชจังหวัดนครพนม   สอบถามนายนิคม ผู้ก่อเหตุ บอกว่า ถูกแม่ดุและใช้บ่อย จึงโมโหใช้มีดที่ปอกมะพร้าวฟันคอแม่ จากการตรวจสอบประวัตินายนิคมเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ได้บวชเป็นพระที่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ แล้วมีลูกศิษย์มากราบลาเจ้าอาวาสวัด แต่นายนิคมคิดว่าเป็นคนจะมาฆ่าตัวเอง จึงใช้มีดปลายแหลมแทงด้านหลังจนเสียชีวิต ถูกศาลตัดสินจำคุก 6 ปี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/srSI7eJZCQI

 3,728
อาชญากรรม
28 พ.ย. 62

อีกแล้ว! ลูกชายคลั่งคว้ามีดพร้าฟันคอแม่ดับ ชี้ป่วยทางจิต ชอบอมยาแล้วคายทิ้ง

บึงกาฬ-พบศพนางทองลักษณ์ สิงหามาตย์ อายุ 73 ปี ถูกของมีคมฟันเข้าที่ต้นคอเสียชีวิตคาบ้านพัก     สอบสวนนายน้อย สิงหามาตย์ อายุ 72 ปี สามีผู้ตายทราบว่า ผู้ตายอยู่บ้านกับนายนิคม สิงหามาตย์ อายุ 52 ปี ลูกชาย ซึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวชมาหลายปี รักษาตัวมานาน แต่อาการก็ไม่หายขาด คุ้มดีคุ้มร้าย โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ขณะที่ผู้ตายนั่งล้างจานอยู่ที่ครัวหลังบ้าน ลูกชายย่องมาด้านหลัง ใช้มีดพร้าที่ปอกเปลือกมะพร้าว ฟันเข้าที่ด้านหลังถูกต้นคอ ใบหูขวา และแก้มขวา เป็นแผลฉกรรจ์ แต่ยังพอมีสติ จึงคลานหนีตายเข้าไปในบ้าน และเรียกเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ เข้ามาช่วยเหลือ จากนั้นญาติช่วยกันหามขึ้นรถส่งโรงพยาบาลบึงกาฬ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา     ด้านญาติระบุ ผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิต จะชอบอมยารักษาอาการป่วยทางจิตเอาไว้ พอไม่มีคนเห็นก็แอบคายทิ้ง จึงทำให้การรักษาไม่เป็นผล   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ นายนิคมได้หลบหนีออกจากบ้านไปหลังก่อเหตุ ต่อมาตำรวจตามจับไว้ได้ และนำส่งโรงพยาบาลบึงกาฬ เพื่อให้หมอฉีดยาระงับอาการฟุ้งซ่าน โดยถูกใส่กุญแจมือทั้ง 2 ข้างติดกับเตียงผู้ป่วย ก่อนที่จะส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลจิตเวชจังหวัดนครพนม   สอบถามนายนิคม ผู้ก่อเหตุ บอกว่า ถูกแม่ดุและใช้บ่อย จึงโมโหใช้มีดที่ปอกมะพร้าวฟันคอแม่ จากการตรวจสอบประวัตินายนิคมเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ได้บวชเป็นพระที่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ แล้วมีลูกศิษย์มากราบลาเจ้าอาวาสวัด แต่นายนิคมคิดว่าเป็นคนจะมาฆ่าตัวเอง จึงใช้มีดปลายแหลมแทงด้านหลังจนเสียชีวิต ถูกศาลตัดสินจำคุก 6 ปี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/srSI7eJZCQI

 3,728
ข่าวภูมิภาค
26 พ.ย. 62

ตามล่า แก๊งโจ๋บึงกาฬ 20 รุม 1 ยำเละสมองบวม ล่าสุดจับได้แล้ว 1

บึงกาฬ-โลกโซเซียลแพร่ภาพกลุ่มวัยรุ่นร่วม 20 คน วิ่งกรูเข้าทำร้ายร่างกายคู่อริ เหตุเกิดที่หน้าร้านโรงเหล้า ภายในตลาด 777 ข้างปั้มน้ำมัน ปตท. บ้านเหนือ ม.1 ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ   ต่อมาทราบชื่อผู้บาดเจ็บ ชื้อภูภณรัช กลิ่นม่วง อายุ 30 ปี เป็นชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่มาทำงานที่บึงกาฬ โดนฟันได้รับบาดเจ้บ เบื้องต้นแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองบึงกาฬ แล้วเพื่อสืบหากลุ่มคนร้าย ขณะที่อาการผู้บาดเจ็บรักษาอยู่ รพ.ศูนย์อุดร อาการโคม่า สมองบวม   ล่าสุดตำรวจสภ.เมืองบึงกาฬ สามารถติดตามจับกุมคนร้าย 1 ราย คือนายพิสิษฐ์ พงคำพันธุ์ อายุ 19 ปี พร้อมของกลางมีดสปาต้ายาวกว่า 30 เซนติเมตร ภายในบ้านพัก จึงนำตัวมาสอบสวน   โดยให้การรับสารภาพว่าเป็นคนใช้มีดฟันที่ศรีษะของคู่อริจริง สาเหตุเกิดจากคู่อริไปลวนลามแฟนสาวลูกพี่จึงมีเรื่องทะเลาะกันในร้านก่อนออกจากร้านมาไล่ทำร้ายกันนอกร้านประกอบกับมึนเมาด้วย จากนั้นได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และตั้งข้อหาพยายามฆ่า และพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ   ซึ่งในชั้นสอบสวนเจ้าพนักงานคัดค้านการประกันตัว จึงนำตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดบึงกาฬ ทันที ส่วนผู้ต้องหารายอื่นๆ ที่อยู่ในคลิปนั้นขณะนี้ทางชุดสืบสวนกำลังติดตามตัวมาดำเนินดคีฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/crVz90L_6mw

 1,462
อาชญากรรม
26 พ.ย. 62

ตามล่า แก๊งโจ๋บึงกาฬ 20 รุม 1 ยำเละสมองบวม ล่าสุดจับได้แล้ว 1

บึงกาฬ-โลกโซเซียลแพร่ภาพกลุ่มวัยรุ่นร่วม 20 คน วิ่งกรูเข้าทำร้ายร่างกายคู่อริ เหตุเกิดที่หน้าร้านโรงเหล้า ภายในตลาด 777 ข้างปั้มน้ำมัน ปตท. บ้านเหนือ ม.1 ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ   ต่อมาทราบชื่อผู้บาดเจ็บ ชื้อภูภณรัช กลิ่นม่วง อายุ 30 ปี เป็นชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่มาทำงานที่บึงกาฬ โดนฟันได้รับบาดเจ้บ เบื้องต้นแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองบึงกาฬ แล้วเพื่อสืบหากลุ่มคนร้าย ขณะที่อาการผู้บาดเจ็บรักษาอยู่ รพ.ศูนย์อุดร อาการโคม่า สมองบวม   ล่าสุดตำรวจสภ.เมืองบึงกาฬ สามารถติดตามจับกุมคนร้าย 1 ราย คือนายพิสิษฐ์ พงคำพันธุ์ อายุ 19 ปี พร้อมของกลางมีดสปาต้ายาวกว่า 30 เซนติเมตร ภายในบ้านพัก จึงนำตัวมาสอบสวน   โดยให้การรับสารภาพว่าเป็นคนใช้มีดฟันที่ศรีษะของคู่อริจริง สาเหตุเกิดจากคู่อริไปลวนลามแฟนสาวลูกพี่จึงมีเรื่องทะเลาะกันในร้านก่อนออกจากร้านมาไล่ทำร้ายกันนอกร้านประกอบกับมึนเมาด้วย จากนั้นได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และตั้งข้อหาพยายามฆ่า และพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ   ซึ่งในชั้นสอบสวนเจ้าพนักงานคัดค้านการประกันตัว จึงนำตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดบึงกาฬ ทันที ส่วนผู้ต้องหารายอื่นๆ ที่อยู่ในคลิปนั้นขณะนี้ทางชุดสืบสวนกำลังติดตามตัวมาดำเนินดคีฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/crVz90L_6mw

 1,462
ข่าวภูมิภาค
16 พ.ย. 62

ระทึกอีก! นายตำรวจวัยเกษียณพกปืนเข้าศาลบึงกาฬ เจ้าตัวรับติดกระเป๋ามาลืมเอาออก สั่งจำคุก 2 เดือน

วันที่ 16 พ.ย. เมื่อเวลาประมาณ 08.15 น. ที่ศาลจังหวัดบึงกาฬ เจ้าหน้าที่รปภ. ประจำศาลจังหวัดบึงกาฬ ตรวจพบประชาชนที่มาติดราชการศาล พกอาวุธปืน เข้าในบริเวณทางเข้าศาลจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลตรวจพบและควบคุมตัวได้    เบื้องต้นทราบชื่อผู้พกพาอาวุธปืนเข้าศาลคือ นายปิยะ ยืนยั่ง อายุ 64 ปี นายตำรวจนอกราชการ โดยพกพาไว้ในกระเป๋า โดยทราบว่าในวันนี้นายปิยะเดินทางมาเพื่อขอคัดถ่ายสำเนาคำพิพากษาในคดีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.รับราชการทหาร ซึ่งตัวนายปิยะไม่ใช่คู่ความในคดี เป็นเพียงญาติของจำเลยในคดี    ซึ่งต่อมาผู้พิพากษาพิจารณาลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาล ตัดสินสั่งจำคุก 4 เดือนและนายปิยะให้การรับสรภาพ จึงลดโทษให้เหลือจำคุก 2 เดือนไม่รอลงอาญา      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4qbVUGbCrbQ

 4,600
สังคม
16 พ.ย. 62

ระทึกอีก! นายตำรวจวัยเกษียณพกปืนเข้าศาลบึงกาฬ เจ้าตัวรับติดกระเป๋ามาลืมเอาออก สั่งจำคุก 2 เดือน

วันที่ 16 พ.ย. เมื่อเวลาประมาณ 08.15 น. ที่ศาลจังหวัดบึงกาฬ เจ้าหน้าที่รปภ. ประจำศาลจังหวัดบึงกาฬ ตรวจพบประชาชนที่มาติดราชการศาล พกอาวุธปืน เข้าในบริเวณทางเข้าศาลจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลตรวจพบและควบคุมตัวได้    เบื้องต้นทราบชื่อผู้พกพาอาวุธปืนเข้าศาลคือ นายปิยะ ยืนยั่ง อายุ 64 ปี นายตำรวจนอกราชการ โดยพกพาไว้ในกระเป๋า โดยทราบว่าในวันนี้นายปิยะเดินทางมาเพื่อขอคัดถ่ายสำเนาคำพิพากษาในคดีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.รับราชการทหาร ซึ่งตัวนายปิยะไม่ใช่คู่ความในคดี เป็นเพียงญาติของจำเลยในคดี    ซึ่งต่อมาผู้พิพากษาพิจารณาลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาล ตัดสินสั่งจำคุก 4 เดือนและนายปิยะให้การรับสรภาพ จึงลดโทษให้เหลือจำคุก 2 เดือนไม่รอลงอาญา      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4qbVUGbCrbQ

 4,600
พระราชสำนัก
15 พ.ย. 62

องคมนตรี ติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.บึงกาฬ

นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี และประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่โครงการขุดลอกหนองภะคะวัมพร้อมอาคารประกอบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่บ้านห้วยเรือ ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ   ในการนี้ องคมนตรีและคณะ ได้ฟังบรรยายสรุปข้อมูลโครงการขุดลอกหนองภะคะวัมพร้อมอาคารประกอบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากกรมชลประทาน จากนั้นได้ตรวจสภาพพื้นที่โครงการ พร้อมพบปะให้กำลังใจเกษตรกร และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มใจให้กับเกษตรกรและประชาชนเป็นอย่างยิ่ง     โดยโครงการขุดลอกหนองภะคะวัมพร้อมอาคารประกอบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีขนาดความจุ 200,000 ลูกบาศก์เมตร โดยขุดลึกเฉลี่ย 5 เมตร มีการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำและ อาคารรับน้ำ ซึ่งจะทำให้มีน้ำสำหรับใช้ในการเกษตร อุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ และสามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่ทำการเกษตรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ในเวลา 13.00 น. องคมนตรีและคณะ จะเดินทางไปที่โครงการแก้มลิงหนองซุง พร้อมสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ต่อไป

 1,449
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 62

จับแล้วปู่ฤๅษีข่มขืนลูกสาววัย 15 เจอ 3 ข้อหาหนัก ป้าเปิดไดอารี่เด็กเล่าถูกชำเรา จนเป็นกามโรค-ตั้งครรภ์

บึงกาฬ-เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พระไพบูล ฉายา วิปุโลหรือนามสกุล จูมศรีสิงห์ อายุ 45 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำปู่ฤๅษีภูสิงห์มิ่งมิตร บ้านโนนสง่า อ.เมืองบึงกาฬ ที่ข่มขืนลูกสาวแท้ๆวัย 15 ปี ในข้อหา กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี / กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้ถูกกระทำนั้นเป็นผู้สืบสันดานของตนเอง   โดยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ทำการสอบสวนปู่ฤๅษีไพบูล โดยทางลูกศิษย์ปู่ฤๅษีได้เตรียมหลักฐานมาไว้ประกันตัวแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวปู่ฤๅษี ในชั้นสอบสวน และจะได้ควบคุมตัวไปศาลเพื่อฝากขังระหว่างสอบสวนต่อไป   ต่อมาป้าของเด็กหญิงวัย 15 ปี ได้นำไดอารี่ของหลานสาวมาให้ผู้สื่อข่าวดู โดยเป็นไดอารี่ที่เด็กสาวเขียนบันทึกเรื่องราวในชีวิตตั้งแต่เล็กจนปัจจุบันจำนวน 4 แผ่น ทั้งการเรียนหนังสือได้เกรด 4.00 เป็นที่ 1 ของห้องมาโดยตลอดจนจบชั้นป.6 พอขึ้นมัธยมก็รักษาเกรดตัวเองอย่างดีไม่เคยด้อยลงเลย ทำกิจกรรมของโรงเรียนเป็นหัวหน้าการงานเรียนเก่งมากตลอดได้น้อยหน้าใคร จากนั้นได้ระบุว่าถูกปู่ข่มขืนจนเป็นกามโรค และตอนนี้ก็เป็นรอบที่ 3 แล้ว แต่ปู่จะทำร้ายร่างกายหากไปบอกคนอื่น ทำให้ต้องกลายเป็นคนโกหก   ป้าน้อย กล่าวว่า อ่านบันทึกจากไดอารี่ของหลานสาวแล้ว รู้สึกว่า หลานสาวถูกคนเป็นพ่อทำร้ายมาตลอด จนกลายเป็นคนโกหก และยังถูกล่วงละเมิดทางเพศ การกระทำของคนเป็นพ่อ ซึ่งบวชเป็นพระ และชอบแต่งกายเป็นฤๅษี อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินคดีกับฤๅษีตนนี้ให้ถึงที่สุด   นอกจากนี้ยังมีสองสามีภรรยา ชาว อ.ชุมแพ ซึ่งเป็นน้องสาวของฤๅษีชื่อ บัติ ที่มาลักพาตัวหลานสาวตัวเองไปให้ฤาษีจนเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ซึ่งสามีภรรยาคู่นี้อ้างว่าจะพาไปหาพ่อที่บวชเป็นพระ และป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายใกล้ตาย แต่ครอบครัวไม่ยินยอมให้นำตัวไป แต่สองสามีภรรยาคู่นี้กลับไปเช่ารถตู้และพาหลานสาวตัวเองไปส่งให้ฤๅษี   เชื่อว่าจะเป็นการนำตัวหลานสาวของตัวเองไปแลกกับลูกสาวของนางบัติ ให้ได้รับอิสรภาพแทน เพราะก่อนหน้านี้ลูกสาวนางบัติไปอยู่กับฤๅษีและก็ไม่เห็นกลับมาอีก กระทั่งมาลักพาตัวหลานสาวของตนไปให้ฤๅษี ลูกสาวของนางบัติก็กลับมา พอตนเองไปสอบถามก็บ่ายเบี่ยงบอกไม่รู้ไม่เห็นอย่างเดียว ทำให้เชื่อได้ว่าจะร่วมมือกับฤๅษีทำให้เกิดเรื่องราวมาจนถึงตอนนี้   ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัวได้มีการแจ้งความกับ ตำรวจสภ.ชุมแพเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานให้ และขอยืนยันว่า ไม่ได้กล่าวหาหรือใส่ร้ายใคร เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจริง และเมื่อเรื่องราวมันกลายเป็นเรื่องเลวร้ายกับครอบครัวขนาดนี้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และถ้าสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิดก็อยากให้จับกุมตัวดำเนินการตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/frlyM9PWM40  

 18,253
สังคม
07 พ.ย. 62

จับแล้วปู่ฤๅษีข่มขืนลูกสาววัย 15 เจอ 3 ข้อหาหนัก ป้าเปิดไดอารี่เด็กเล่าถูกชำเรา จนเป็นกามโรค-ตั้งครรภ์

บึงกาฬ-เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พระไพบูล ฉายา วิปุโลหรือนามสกุล จูมศรีสิงห์ อายุ 45 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำปู่ฤๅษีภูสิงห์มิ่งมิตร บ้านโนนสง่า อ.เมืองบึงกาฬ ที่ข่มขืนลูกสาวแท้ๆวัย 15 ปี ในข้อหา กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี / กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้ถูกกระทำนั้นเป็นผู้สืบสันดานของตนเอง   โดยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ทำการสอบสวนปู่ฤๅษีไพบูล โดยทางลูกศิษย์ปู่ฤๅษีได้เตรียมหลักฐานมาไว้ประกันตัวแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวปู่ฤๅษี ในชั้นสอบสวน และจะได้ควบคุมตัวไปศาลเพื่อฝากขังระหว่างสอบสวนต่อไป   ต่อมาป้าของเด็กหญิงวัย 15 ปี ได้นำไดอารี่ของหลานสาวมาให้ผู้สื่อข่าวดู โดยเป็นไดอารี่ที่เด็กสาวเขียนบันทึกเรื่องราวในชีวิตตั้งแต่เล็กจนปัจจุบันจำนวน 4 แผ่น ทั้งการเรียนหนังสือได้เกรด 4.00 เป็นที่ 1 ของห้องมาโดยตลอดจนจบชั้นป.6 พอขึ้นมัธยมก็รักษาเกรดตัวเองอย่างดีไม่เคยด้อยลงเลย ทำกิจกรรมของโรงเรียนเป็นหัวหน้าการงานเรียนเก่งมากตลอดได้น้อยหน้าใคร จากนั้นได้ระบุว่าถูกปู่ข่มขืนจนเป็นกามโรค และตอนนี้ก็เป็นรอบที่ 3 แล้ว แต่ปู่จะทำร้ายร่างกายหากไปบอกคนอื่น ทำให้ต้องกลายเป็นคนโกหก   ป้าน้อย กล่าวว่า อ่านบันทึกจากไดอารี่ของหลานสาวแล้ว รู้สึกว่า หลานสาวถูกคนเป็นพ่อทำร้ายมาตลอด จนกลายเป็นคนโกหก และยังถูกล่วงละเมิดทางเพศ การกระทำของคนเป็นพ่อ ซึ่งบวชเป็นพระ และชอบแต่งกายเป็นฤๅษี อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินคดีกับฤๅษีตนนี้ให้ถึงที่สุด   นอกจากนี้ยังมีสองสามีภรรยา ชาว อ.ชุมแพ ซึ่งเป็นน้องสาวของฤๅษีชื่อ บัติ ที่มาลักพาตัวหลานสาวตัวเองไปให้ฤาษีจนเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ซึ่งสามีภรรยาคู่นี้อ้างว่าจะพาไปหาพ่อที่บวชเป็นพระ และป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายใกล้ตาย แต่ครอบครัวไม่ยินยอมให้นำตัวไป แต่สองสามีภรรยาคู่นี้กลับไปเช่ารถตู้และพาหลานสาวตัวเองไปส่งให้ฤๅษี   เชื่อว่าจะเป็นการนำตัวหลานสาวของตัวเองไปแลกกับลูกสาวของนางบัติ ให้ได้รับอิสรภาพแทน เพราะก่อนหน้านี้ลูกสาวนางบัติไปอยู่กับฤๅษีและก็ไม่เห็นกลับมาอีก กระทั่งมาลักพาตัวหลานสาวของตนไปให้ฤๅษี ลูกสาวของนางบัติก็กลับมา พอตนเองไปสอบถามก็บ่ายเบี่ยงบอกไม่รู้ไม่เห็นอย่างเดียว ทำให้เชื่อได้ว่าจะร่วมมือกับฤๅษีทำให้เกิดเรื่องราวมาจนถึงตอนนี้   ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัวได้มีการแจ้งความกับ ตำรวจสภ.ชุมแพเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานให้ และขอยืนยันว่า ไม่ได้กล่าวหาหรือใส่ร้ายใคร เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจริง และเมื่อเรื่องราวมันกลายเป็นเรื่องเลวร้ายกับครอบครัวขนาดนี้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และถ้าสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิดก็อยากให้จับกุมตัวดำเนินการตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/frlyM9PWM40  

 18,253
สังคม
07 พ.ย. 62

รวบ! พระฤๅษีข่มขืนลูก

จับพระฤๅษีที่ลักพาตัวและข่มขืนลูกสาววัย 15 จนตั้งครรภ์ เจอ 3 ข้อหาหนักตำรวจคัดค้านประกันตัว   เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธร จ.บึงกาฬ สภ.เมืองบึงกาฬ และสภ.ศรีวิไล เข้าควบคุมตัวพระไพบูล วิปุโลหรือ จูมศรีสิงห์ อายุ 45 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำปู่ฤๅษีภูสิงห์มิ่งมิตร บ้านโนนสง่า หมู่ที่ 12 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ไปสอบสวนที่ สภ.ศรีวิไล หลังลูกสาววัย 15 ปีให้การว่าถูกพ่อแท้ๆ  ข่มขืนจนท้อง 1 เดือน ล่าสุด พ.ต.อ.อนุกูล ดาวลอย ผกก.สภ.ศรีวิไล ไม่อนุญาตให้ประกันตัวปู่ฤๅษีไพบูลในชั้นสอบสวนแต่อย่างใด และโดนเพิ่มข้อหาอีก 3 คดี คือ กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้ถูกกระทำนั้นเป็นผู้สืบสันดานของตนเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0808oNhjHQk

 306
สังคม
01 พ.ย. 62

เหนือ-อีสานสัมผัสอากาศหนาว ยอดดอยอินทนนท์เหลือ 6 องศา

เชียงใหม่ - ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศที่หนาวเย็นต่อเนื่อง ยอดดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เช้าวันนี้ 6 องศาเซลเซียส ส่วนจุดชมวิวกิ่วแม่ปานวัดได้ 9 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ วัดได้ 14 องศาเซลเซียส ยอดนักท่องเที่ยวสะสมจากเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา 971 คน ต่างชาติ 567 คน รวมจำนวน 1,538   คน ยานพาหนะ 404 คัน    ขณะที่ นายกริชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กล่าวว่า หลังจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นต่อเนื่องจำนวนนักท่องเที่ยวจากหลักร้อยเพิ่มปริมาณขึ้นต่อเนื่องโดยเฉลี่ยวันละ  2,000 กว่าคน ในช่วงวันหยุดก็จเพิ่มต่อเนื่องเป็นเท่าตัว   เชียงราย - ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย พบว่าในตอนเช้าอากาศเริ่มลดลงหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องและมีลมเย็นพัดอยู่ตลอดเวลา หลังจากที่โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดเชียงราย สามารถตรวจวัดอุณหภูมิต่ำสุดช่วงเช้า ที่ศูนย์วิจัยเกษตรพืชสวน ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย วัดได้ 19.4 องศาเซลเซียส ลดลงจากเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา อีกประมาณ 2-3 องศาเซลเซียส (วันที่ 30 ต.ค. 62 วัดได้ 21.5 องศาเซลเซียส) บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-12 องศาเซลเซียส   ขณะที่ ทางสถานีอุตุนิยมวิทยาเชียงราย แจ้งให้ประชาชนในพื้นที่รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาจังหวัดเชียงราย ควรเตรียมเครื่องนุ่งห่ม เช่นเสื้อผ้า หรือหมวก และถุงมือถุงเท้าเพื่อใช้สวมใส่คลายความหนาวเย็นให้เกิดความอบอุ่นกับร่างกายได้อย่างเพียงพอ   แม่ฮ่องสอน - นายบัญชา รามศิริ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังเปิดเผยว่า ช่วงเช้าทะเลหมอกห้วยน้ำดัง ยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่องและเมื่อวานนี้ (31 ต.ค.) เป็นทะเลหมอกที่สวยงามมากว่าทุกวัน เนื่องจากเมฆหมอกที่ปกคลุม อยู่ในระดับที่ดูแล้วสวยงามมากที่สุด จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ให้รีบเดินทางมาเที่ยวชมทะเลหมอก และ สัมผัสกับบรรยากาศหนาวที่อุณหภูมิต่ำสุด 15 องศา แบบชิลๆ   ลำปาง - เกิดความหนาวเย็นลง ซึ่งเป็นไปตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ได้แจ้งเตือนสภาพอากาศที่จะเกิดเย็นลงในช่วงนี้ 3 – 5 องศาเซลเซียส โดยช่วงเช้าสถานีตรวจวัดสภาพอากาศการเกษตรห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง วัดอุณหภูมิบริเวณพื้นราบได้ต่ำสุด 20.0 องศาเซลเซียส ส่วนตัวเมืองลำปางสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง วัดได้ต่ำสุดเช้านี้ 20.8 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าเป็นอุณหภูมิที่ลดลง และต่ำกว่าในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเขตตัวเมืองลำปาง ที่ถือว่าอุณหภูมิลดต่ำลงแตะ 20 องศาเซลเซียส เป็นครั้งแรกในช่วงฤดูหนาวปีนี้ ที่ทางกรมอุตุนิยมวิทยาลำปางได้ ประกาศเข้าสู่ฤดูหนาว มาตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา สำหรับเช้าวันนี้ ในพื้นที่ จ.ลำปาง ยังเกิดหมอกหนาวลงมาปกคลุมพื้นที่ด้วย และเกิดหมอกหนาเป็นบางแห่ง   บึงกาฬ - ผลจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้มีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง และในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของภาคอีสาน และเป็นจังหวัดที่จะได้รับมวลอากาศเย็นก่อนจังหวัดอื่นๆ โดยเช้าวานนี้ (31 ต.ค.) อุณหภูมิวัดได้ 18 องศาเซลเซียส ประกอบกับมีลมพัดแรง พัดข้ามฝั่งมาจากทาง สปป.ลาว โดยเฉพาะบริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง ที่เป็นแลนค์มาร์ค มีลานออกกำลังกาย    สกลนคร - ลมหนาวมาเยือน อุตุฯ เตือนปีนี้จะหนาวกว่าปีที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อากาศค่อนข้างเย็น กับมีลมแรง สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดสกลนครวัดอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 18 องศา ด้านนายธีระ บุญนาคสีชัย ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสกลนคร เปิดเผยว่า ฤดูหนาว ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และคาดว่าปีนี้อุณหภูมิจะหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมา สำหรับเดือนพฤศจิกายน อากาศจะเย็น และจะหนาวเมื่อเข้าสู่ห้วงเดือนธันวาคม 2562 ถึงปลายเดือนมกราคม 2563 ลักษณะอากาศในฤดูหนาวพิจารณาจากอุณหภูมิต่ำสุดของแต่ละวัน คำว่าอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต้องต่ำกว่า 8 องศา อากาศหนาว อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 8 - 16 องศา และอากาศเย็น อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 16-23 องศา   ปีนี้สกลนครคาดว่า ในเดือน พฤศจิกายน . 2562 อากาศจะเย็นอยู่ที่ 17-19 องศา เดือนธันวาคม จะหนาวในช่วงคริสต์มาส คาดว่าจะอยู่ที่ 15 องศา และจะลดลงต่อเนื่องต่ำสุดที่ประมาณ 10 องศา ต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม 2563 และจะค่อยๆ อุ่นขึ้นเมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ สถิติ ปี 2561 ธันวาคมวัดได้ 14 องศา ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 10 องศา โดยจังหวัดสกลนคร บึงกาฬ และนครพนม ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ด้านหน้าเทือกเขาภูพาน จะหนาวเย็นกว่าจังหวัดอื่น มวลอากาศเย็นจากจีนจะผันผวน จากการปะทะกับเทือกเขาภูพาน อย่างไรก็ดีจังหวัดสกลนคร โดยการนำของนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ก็ได้บูรณาการการทำงาน อย่างเป็นระบบ และรวดเร็ว ข้อมูลต้องถูกต้องแม่นยำ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน หากเกิดภัยหนาวก็จะสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในพื้นที่เทือกเขาซึ่งจะมีอากาศที่หนาวเย็นกว่าบริเวณอื่น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z5cgAza0WdM

 984
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ต.ค. 62

ตร.จบใหม่โพสต์ภาพอดีตเคยเป็นเด็กแว้น โดนวิจารณ์หลังบอก ไม่จับพวกเดียวกันแน่นอน

เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก หลังสิบตำรวจตรีนายหนึ่ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า   "จากเด็กแว้นที่มีแต่คนเคยด่าเคยว่า กลับกลายเป็นสิบตำรวจตรีที่มีคนนับหน้าถือตา #ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ไม่ยอมแพ้กับคำดูหมิ่นของคนอื่นนะครับ" พร้อมเผยภาพตนเองในอดีต ขณะยังเป็นเพียงวัยรุ่นสายแว้น และภาพในปัจจุบันที่สวมเครื่องแบบตำรวจ     ทั้งนี้ เมื่อมีชาวเน็ตและเพื่อนๆของตำรวจคนดังกล่าวเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเด็กแว้น เจ้าตัวก็ได้ตอบกลับไปว่า "ผมไม่เคยคิดจับเขาอยู่แล้ว ไม่จับสายแว้นด้วยกันแน่นอน เข้าใจครับ ผมผ่านมาก่อน" ซึ่งกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าหากผู้บังคับใข้กฎหมายเลือกปฏิบัติ หรือคิดแบบเดียวกับตำรวจนายนี้จะเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตาม หลังจากถูกวิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังตำรวจคนดังกล่าว ได้ทำการลบโพสต์ออกไปเป็นที่เรียบร้อย   ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ อิตรแจ้ง ผกก.สภ.บึงกาฬ เผยว่า ตำรวจคนดังกล่าว เพิ่งเรียนจบจากจังหวัดขอนแก่น ซึ่งยังไม่ได้ปฏิบัติราชการ เพียงมีคำสั่งให้เริ่มปฏิบัติราชการที่ สภ.บึงกาฬในวันนี้ (16 ต.ค.) ซึ่งตนจะทำการปฐมนิเทศน์และปรับทัศนคติ ตำรวจใหม่ จำนวน 10 คน ในวันนี้ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่สำหรับเรื่องนี้ ตนมองว่า ตำรวจคนดังกล่าวยังเด็ก อาจเป็นเพียงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และยังไม่เข้าใจในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ แต่จะมีการลงโทษอะไรหรือไม่ ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uopLQYOsQqE

 13,007
ข่าวโซเชียล
16 ต.ค. 62

ตร.จบใหม่โพสต์ภาพอดีตเคยเป็นเด็กแว้น โดนวิจารณ์หลังบอก ไม่จับพวกเดียวกันแน่นอน

เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก หลังสิบตำรวจตรีนายหนึ่ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า   "จากเด็กแว้นที่มีแต่คนเคยด่าเคยว่า กลับกลายเป็นสิบตำรวจตรีที่มีคนนับหน้าถือตา #ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ไม่ยอมแพ้กับคำดูหมิ่นของคนอื่นนะครับ" พร้อมเผยภาพตนเองในอดีต ขณะยังเป็นเพียงวัยรุ่นสายแว้น และภาพในปัจจุบันที่สวมเครื่องแบบตำรวจ     ทั้งนี้ เมื่อมีชาวเน็ตและเพื่อนๆของตำรวจคนดังกล่าวเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเด็กแว้น เจ้าตัวก็ได้ตอบกลับไปว่า "ผมไม่เคยคิดจับเขาอยู่แล้ว ไม่จับสายแว้นด้วยกันแน่นอน เข้าใจครับ ผมผ่านมาก่อน" ซึ่งกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าหากผู้บังคับใข้กฎหมายเลือกปฏิบัติ หรือคิดแบบเดียวกับตำรวจนายนี้จะเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตาม หลังจากถูกวิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังตำรวจคนดังกล่าว ได้ทำการลบโพสต์ออกไปเป็นที่เรียบร้อย   ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ อิตรแจ้ง ผกก.สภ.บึงกาฬ เผยว่า ตำรวจคนดังกล่าว เพิ่งเรียนจบจากจังหวัดขอนแก่น ซึ่งยังไม่ได้ปฏิบัติราชการ เพียงมีคำสั่งให้เริ่มปฏิบัติราชการที่ สภ.บึงกาฬในวันนี้ (16 ต.ค.) ซึ่งตนจะทำการปฐมนิเทศน์และปรับทัศนคติ ตำรวจใหม่ จำนวน 10 คน ในวันนี้ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่สำหรับเรื่องนี้ ตนมองว่า ตำรวจคนดังกล่าวยังเด็ก อาจเป็นเพียงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และยังไม่เข้าใจในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ แต่จะมีการลงโทษอะไรหรือไม่ ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uopLQYOsQqE

 13,007
สังคม-อาชญากรรม
16 ต.ค. 62

จับพ่อเลี้ยงโหดเมาทำร้ายเมีย ลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบเข้าไปกอด ถูกเตะกระเพาะ-ปอดฉีก-ตับ-ม้ามแตก ดับสลด

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อุษา พริ้มแก้ว โพสต์ภาพเด็กชายคนหนึ่ง ไม่สวมเสื้อผ้า บริเวณลำตัวมีร่องรอยฟกช้ำเป็นรอยขนาดใหญ่ พร้อมระบุข้อความว่า "ขอให้บักหล่าน้องก้องไปสู้ภพภูมิที่ดี ไปเป็นเทวดาน้อยๆข้างบนเด้อ เมื่อวานได้ยินข่าวบักหล่าถูกพ่อเลี้ยงตีจนตับแตกม้ามแตกโรงบาลบึงกาฬส่งตัวไปโรงบาลอุดรก็ยังบ่รอด เด็กน้อยกำลังโตคนเฮ็ดมันเอายั่งเฮ็ดใจน้อ (สังคมทุกวันนี้อยู่ยากขึ้นทุกวันค่ะ)   นางกาญจนา งามวงศ์ อายุ 29 ปี แม่ของน้องก้อง เผยว่า ตนเป็นชาวจังหวัดบึงกาฬ มีลูกชายหนึ่งคนคือน้องก้อง อายุ 2 ขวบ 5 เดือน หลังเลิกรากับสามี ก็ได้มาอยู่กินกับนายณรงศักดิ์ ศรีจันทร์ หรืออ๊อด อายุ 27 ปี ได้ประมาณ 8 เดือน และเพิ่งคลอดลูกอีกหนึ่งคนที่เกิดกับนายอ๊อด   เมื่อวันที่ 12  ต.ค. นายอ๊อดเมาสุรา และทำร้ายร่างกายตน โดยเตะเข้าที่ลำตัว 2 ครั้ง และใช้พลั่วตีอีก 2 ครั้ง จากนั้น น้องก้องได้วิ่งเข้ามากอดตน จนถูกนายอ๊อดเตะเข้าที่ลำตัวอย่างแรง จนน้องถึงกับหน้าซีด จุกจนร้องไม่ออก ตนจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลบึงกาฬ หมอบอกว่าน้องปอดฉีก ต้องเจาะเลือดระบาย และนำตัวส่งต่อไปยังโรงบาลอุดรธานี เนื่องจากเครื่องมือพร้อมกว่า   เมื่อมาถึงโรงพยาบาลอุดรธานี รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู กระทั่ง 15.00 น. ของวันที่ 13 ต.ค. น้องก้องได้เสียชีวิตลง โดยหมอแจ้งว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก ตับแตก ม้ามแตก กระเพาะฉีก ปอดฉีก ตนจึงเดินทางไปแจ้งความ ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมตัวได้เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา และสำหรับศพน้องก้อง ตนก็จะเดินทางไปรับเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป   ขณะนี้ ตนยังทำใจไม่ได้ ที่ผ่านมายอมรับว่า นายอ๊อดกินเหล้าบ้าง ใช้ยาเสพติดบ้าง แต่ก็ไม่เคยทำร้ายน้องก้อง เพียงตีเบาๆเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น หลังนายอ๊อดถูกจับก็ได้กล่าวขอโทษตน ซึ่งตนก็ไม่ต้องการอะไร ปล่อยให้เขาได้รับผลจากการกระทำของเขาไป   ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ อิตรแจ้ง ผกก.สภ.บึงกาฬ ระบุว่า เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพ ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uiNgk7H8DNY

 20,032
อาชญากรรม
16 ต.ค. 62

จับพ่อเลี้ยงโหดเมาทำร้ายเมีย ลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบเข้าไปกอด ถูกเตะกระเพาะ-ปอดฉีก-ตับ-ม้ามแตก ดับสลด

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อุษา พริ้มแก้ว โพสต์ภาพเด็กชายคนหนึ่ง ไม่สวมเสื้อผ้า บริเวณลำตัวมีร่องรอยฟกช้ำเป็นรอยขนาดใหญ่ พร้อมระบุข้อความว่า "ขอให้บักหล่าน้องก้องไปสู้ภพภูมิที่ดี ไปเป็นเทวดาน้อยๆข้างบนเด้อ เมื่อวานได้ยินข่าวบักหล่าถูกพ่อเลี้ยงตีจนตับแตกม้ามแตกโรงบาลบึงกาฬส่งตัวไปโรงบาลอุดรก็ยังบ่รอด เด็กน้อยกำลังโตคนเฮ็ดมันเอายั่งเฮ็ดใจน้อ (สังคมทุกวันนี้อยู่ยากขึ้นทุกวันค่ะ)   นางกาญจนา งามวงศ์ อายุ 29 ปี แม่ของน้องก้อง เผยว่า ตนเป็นชาวจังหวัดบึงกาฬ มีลูกชายหนึ่งคนคือน้องก้อง อายุ 2 ขวบ 5 เดือน หลังเลิกรากับสามี ก็ได้มาอยู่กินกับนายณรงศักดิ์ ศรีจันทร์ หรืออ๊อด อายุ 27 ปี ได้ประมาณ 8 เดือน และเพิ่งคลอดลูกอีกหนึ่งคนที่เกิดกับนายอ๊อด   เมื่อวันที่ 12  ต.ค. นายอ๊อดเมาสุรา และทำร้ายร่างกายตน โดยเตะเข้าที่ลำตัว 2 ครั้ง และใช้พลั่วตีอีก 2 ครั้ง จากนั้น น้องก้องได้วิ่งเข้ามากอดตน จนถูกนายอ๊อดเตะเข้าที่ลำตัวอย่างแรง จนน้องถึงกับหน้าซีด จุกจนร้องไม่ออก ตนจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลบึงกาฬ หมอบอกว่าน้องปอดฉีก ต้องเจาะเลือดระบาย และนำตัวส่งต่อไปยังโรงบาลอุดรธานี เนื่องจากเครื่องมือพร้อมกว่า   เมื่อมาถึงโรงพยาบาลอุดรธานี รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู กระทั่ง 15.00 น. ของวันที่ 13 ต.ค. น้องก้องได้เสียชีวิตลง โดยหมอแจ้งว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก ตับแตก ม้ามแตก กระเพาะฉีก ปอดฉีก ตนจึงเดินทางไปแจ้งความ ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมตัวได้เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา และสำหรับศพน้องก้อง ตนก็จะเดินทางไปรับเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป   ขณะนี้ ตนยังทำใจไม่ได้ ที่ผ่านมายอมรับว่า นายอ๊อดกินเหล้าบ้าง ใช้ยาเสพติดบ้าง แต่ก็ไม่เคยทำร้ายน้องก้อง เพียงตีเบาๆเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น หลังนายอ๊อดถูกจับก็ได้กล่าวขอโทษตน ซึ่งตนก็ไม่ต้องการอะไร ปล่อยให้เขาได้รับผลจากการกระทำของเขาไป   ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ อิตรแจ้ง ผกก.สภ.บึงกาฬ ระบุว่า เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพ ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uiNgk7H8DNY

 20,032

Top