ค้นหา :

ผลการค้นหา "หึงโหด"

ข่าวภูมิภาค
28 พ.ย. 62

สามีหึงโหด หวั่นเมียนอกใจ ล็อกคอราดน้ำมันจุดไฟเผาเจ็บหนัก

นครพนม-นางสาวไหมทอง ปิ่นสา อายุ 23 ปี ถูกอดีตสามีคือนายอุเทน ธงศรีอายุ 26 ปี ใช้น้ำมันเบนซินราดตัว ก่อนจะจุดไฟเผาจนร่างกายบริเวณส่วนหน้าอกไหม้เป็นแผลพุพอง อาการสาหัส ขณะเดียวกันนายอุเทนก็โดนไฟลวกแขนสองข้าง แพทย์โรงพยาบาลนครพนม ต่อมาฝ่ายชายอาการพ้นขีดอันตราย   สำหรับอาการของนางสาวไหมทอง พบมีบาดแผลบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก หลัง และตามตัวลงมาถึงเอว โดยผิวหนังถูกไฟไหม้ไปประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ อาการสาหัสต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้ไม่สามารถพูดโต้ตอบได้ ในการนี้มูลนิธิปวีณา ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวนางสาวไหมทอง จำนวน 5,000 บาท และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอุดรธานีเฝ้าติดตามผู้ต้องหาที่ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด   จากการตรวจสอบพบว่า วันเกิดเหตุทั้งคู่มีปากเสียงกัน ก่อนที่ผู้เป็นผัวจะใช้น้ำมันเบนซินราดตัวเมียแล้วจุดไฟเผา พลเมืองดีได้นำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลนครพนมแล้ว   สอบสวนญาติระบุ ทราบว่าทั้งคู่อยู่กินฉันท์สามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป กระทั่งมีลูกชาย 1 คน อายุ 1 ปี 9 เดือน ภายหลังมีเรื่องระหองระแหงกันบ่อยครั้ง น.ส.ไหมทองจึงขอแยกทางกันอยู่เป็นเวลาเกือบ 1 เดือน   ก่อนเกิดเหตุ น.ส.ไหมทองนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่หน้าบ้าน โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านนั่งรวมกันอยู่หลายคน ขณะนั้นนายอุเทนสามีก็ขี่รถจักรยานยนต์มาจอด ก่อนจะเดินไปดึงแขนเมียลงมาคุยเพื่อขอคืนดี ปรากฏว่า น.ส.ไหมทองไม่ยอมกลับมาอยู่กินด้วย พร้อมบอกตัดขาดกันแล้วอย่ามายุ่ง แล้วสะบัดมือหันหลังจะเดินกลับเข้าบ้าน   นายอุเทนดึงขวดน้ำดื่มที่พกอยู่ที่เอวซึ่งบรรจุน้ำมันเบนซินไว้ วิ่งไปล็อกคอ น.ส.ไหมทองแล้วราดตั้งแต่บ่าลงไป ล้วงไฟแช็คในกระเป๋ากางเกงจุดไฟหวังย่างสดเมีย จึงเกิดไฟลุกพรึบเผาร่าง น.ส.ไหมทองทันที และได้ไหม้ลามแขนนายอุเทนบาดเจ็บไปด้วย ผู้เห็นเหตุการณ์ รีบพาตัวหลานไปที่ห้องน้ำเพื่อตักน้ำดับไฟ ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล   ขณะที่เพื่อนบ้านเผยว่า นายอุเทนระยะหลังไม่ยอมประกอบอาชีพ จึงเริ่มมีปากเสียงกับเมียบ่อยๆ ถึงขั้นแยกทางกันอยู่ แต่นายอุเทนไม่ยอมเลิกยังคงเทียวไปเทียวมาหาเมีย โดยอ้างว่ามาหาลูกชาย วันเกิดเหตุมาเห็นเมียนั่งเล่นโทรศัพท์จึงคิดว่าคุยกับผู้ชาย เกิดอาการหึงหวงดึงแขนลากลงมาคุยกัน ก่อนจะราดด้วยน้ำมันจุดไฟเผาดังกล่าว   ต่อมานางปวีณา หงสกุล ได้เข้าเยี่ยมผู้ต้องหา อดีตสามี โดยผู้ต้องหาสารภาพทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ สำนึกผิด อยากจะขอโทษภรรยาและญาติสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zAnpfPHCg8Q

 3,863
อาชญากรรม
28 พ.ย. 62

สามีหึงโหด หวั่นเมียนอกใจ ล็อกคอราดน้ำมันจุดไฟเผาเจ็บหนัก

นครพนม-นางสาวไหมทอง ปิ่นสา อายุ 23 ปี ถูกอดีตสามีคือนายอุเทน ธงศรีอายุ 26 ปี ใช้น้ำมันเบนซินราดตัว ก่อนจะจุดไฟเผาจนร่างกายบริเวณส่วนหน้าอกไหม้เป็นแผลพุพอง อาการสาหัส ขณะเดียวกันนายอุเทนก็โดนไฟลวกแขนสองข้าง แพทย์โรงพยาบาลนครพนม ต่อมาฝ่ายชายอาการพ้นขีดอันตราย   สำหรับอาการของนางสาวไหมทอง พบมีบาดแผลบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก หลัง และตามตัวลงมาถึงเอว โดยผิวหนังถูกไฟไหม้ไปประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ อาการสาหัสต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้ไม่สามารถพูดโต้ตอบได้ ในการนี้มูลนิธิปวีณา ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวนางสาวไหมทอง จำนวน 5,000 บาท และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอุดรธานีเฝ้าติดตามผู้ต้องหาที่ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด   จากการตรวจสอบพบว่า วันเกิดเหตุทั้งคู่มีปากเสียงกัน ก่อนที่ผู้เป็นผัวจะใช้น้ำมันเบนซินราดตัวเมียแล้วจุดไฟเผา พลเมืองดีได้นำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลนครพนมแล้ว   สอบสวนญาติระบุ ทราบว่าทั้งคู่อยู่กินฉันท์สามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป กระทั่งมีลูกชาย 1 คน อายุ 1 ปี 9 เดือน ภายหลังมีเรื่องระหองระแหงกันบ่อยครั้ง น.ส.ไหมทองจึงขอแยกทางกันอยู่เป็นเวลาเกือบ 1 เดือน   ก่อนเกิดเหตุ น.ส.ไหมทองนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่หน้าบ้าน โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านนั่งรวมกันอยู่หลายคน ขณะนั้นนายอุเทนสามีก็ขี่รถจักรยานยนต์มาจอด ก่อนจะเดินไปดึงแขนเมียลงมาคุยเพื่อขอคืนดี ปรากฏว่า น.ส.ไหมทองไม่ยอมกลับมาอยู่กินด้วย พร้อมบอกตัดขาดกันแล้วอย่ามายุ่ง แล้วสะบัดมือหันหลังจะเดินกลับเข้าบ้าน   นายอุเทนดึงขวดน้ำดื่มที่พกอยู่ที่เอวซึ่งบรรจุน้ำมันเบนซินไว้ วิ่งไปล็อกคอ น.ส.ไหมทองแล้วราดตั้งแต่บ่าลงไป ล้วงไฟแช็คในกระเป๋ากางเกงจุดไฟหวังย่างสดเมีย จึงเกิดไฟลุกพรึบเผาร่าง น.ส.ไหมทองทันที และได้ไหม้ลามแขนนายอุเทนบาดเจ็บไปด้วย ผู้เห็นเหตุการณ์ รีบพาตัวหลานไปที่ห้องน้ำเพื่อตักน้ำดับไฟ ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล   ขณะที่เพื่อนบ้านเผยว่า นายอุเทนระยะหลังไม่ยอมประกอบอาชีพ จึงเริ่มมีปากเสียงกับเมียบ่อยๆ ถึงขั้นแยกทางกันอยู่ แต่นายอุเทนไม่ยอมเลิกยังคงเทียวไปเทียวมาหาเมีย โดยอ้างว่ามาหาลูกชาย วันเกิดเหตุมาเห็นเมียนั่งเล่นโทรศัพท์จึงคิดว่าคุยกับผู้ชาย เกิดอาการหึงหวงดึงแขนลากลงมาคุยกัน ก่อนจะราดด้วยน้ำมันจุดไฟเผาดังกล่าว   ต่อมานางปวีณา หงสกุล ได้เข้าเยี่ยมผู้ต้องหา อดีตสามี โดยผู้ต้องหาสารภาพทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ สำนึกผิด อยากจะขอโทษภรรยาและญาติสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zAnpfPHCg8Q

 3,863
อาชญากรรม
28 พ.ย. 62

หึงโหด! ราดน้ำมันเผาอดีตภรรยา ตร.ออกหมายจับตั้งข้อหาพยายามฆ่า

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี เดินทางไปยังโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี จ.อุดรธานี เพื่อเยี่ยมอาการ นางสาวไหมทอง ปิ่นสา หรื อน.ส.แป๋ว ชาวจ.นครพนม ที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู หลังถูกอดีตสามีคือนายเอ็มอายุ 26 ปี ชาวจ.นครพนม ใช้น้ำมันราดตัว ก่อนจะจุดไฟเผาเนื่องจากตามง้อแต่ไม่สำเร็จ   เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 นายเอ็มพยายามขอคืนดี น.ส.แป๋ว ซึ่งตอนนั้นน.ส.แป๋วกำลังเลี้ยงลูกอยู่ โดยทั้งคู่นั้นแยกทางกันไปได้สักพักแล้ว จนสุดท้ายก็ไม่ได้จบกันด้วยดี เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรง นายเอ็มเกิดความโมโหและใช้น้ำมันเตรียมมาราดไปที่ตัวของน.ส.แป๋ว     จากนั้นญาติๆ มาเห็นพอดี รีบดึงลูกออกมาก่อน และพยายามที่จะห้ามแต่ก็ไม่สำเร็จ นายเอ็มได้ล็อคคอและจุดไฟเผาน.ส.แป๋ว ญาติๆ ได้รีบดับไฟ และส่งตัวไปยังรพ.นครพนม และส่งตัวไปยัง รพ.อุดรธานี จากนั้นมาทราบภายหลังว่านายเอ็มก็มารักษาตัวที่ รพ.อุดรธานีเช่นกัน ครอบครัวจึงประสานไปยังมูลนิธิปวีณาให้เข้ามาช่วยดูแลคดี เพราะกลัวว่านายเอ็มจะกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก    ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม บอกว่าศาลนครพนมได้อนุมัติหมายจับนายเอ็มแล้ว และมีการประสานให้ตำรวจมาเฝ้านายเอ็มขณะที่นอนรักษาตัวอยู่ที่รพ. อุดรธานี และเมื่อนายเอ็มรักษาตัวดีแล้วก็จะนำตัวมาสอบสวนและดำเนินการตามกฏหมายต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vxTsKPBE3Xo

 3,762
อาชญากรรม
28 พ.ย. 62

สลด! อดีตสามีง้อแม่ลูกอ่อนไม่สำเร็จ ราดน้ำมันจุดไฟเผาย่างสด ปวีณารุดช่วยเหลือ

วันนี้ (27 พ.ย. 62) ที่ ห้องไอซียูศัลยกรรม โรงพยาบาลอุดรธานี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม ได้เข้าเยี่ยมอาการป่วยของน.ส.แป๋ว (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดนครพนม ซึ่งถูกนายเอ็ม (นามสมมติ) อดีตสามี ใช้น้ำมันราดตัวแล้วจุดไฟเผาที่บ้านจังหวัดนครพนม หลังมาง้อขอคืนดีไม่สำเร็จ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสพักรักษาต้อยู่ที่ห้องไอซียูทั้งคู่ โดยมีนายแพทย์เกรียงศักดิ์ พิมพ์ดา รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี ให้การต้อนรับและพาเยี่ยมอาการผู้ป่วย   นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากวันที่ 22 พ.ย.62 ที่ผ่านมา นายเอ็มพยายามมาง้อขอคืนดีกับนางสาวแป๋ว หลังแยกทางกันได้สักพัก ขณะนางสาวแป๋วกำลังเลี้ยงลูกอยู่นั้น นายเอ็มเข้ามาพูดคุยง้อขอคืนดีจนกระทั่งเกิดปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง เนื่องจากนางสาวแป๋วไม่ยอมคืนดี นายเอ็มจึงล็อกคอนางสาวแป๋ว แล้วใช้มันมันที่เตรียมไว้ลาดลงตัวนางสาวแป้ว ขณะนั้นญาติมาเห็นพอดีจึงรีบดึงเด็กออกมาก่อน และพยายามห้ามแต่ไม่สำเร็จ นายเอ็มได้จุดไฟเผานางสาวแป๋ว ญาติจึงรีบดับไฟแล้วนำตัวส่งโรงพยาบาลนครพนม ระหว่างนั้นนายเอ็มได้ขึ้นรถหลบหนีไป   เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครพนมได้ทำการรักษาเบื้องต้นก่อนจะส่งตัวนางสาวแป๋วมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลอุดรธานีเพราะมีศูนย์เฉพาะทาง ต่อมาทราบว่านายเอ็มสามี ถูกนำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลอุดรธานีเช่นกัน ครอบครัวจึงประสานมูลนิธิปวีณาเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องคดีความเพราะเกรงว่านายเอ็มจะมาก่อเหตุซ้ำ   สำหรับอาการของนางสาวแป๋วพบมีบาดแผลบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก หลัง และตามตัวลงมาถึงเอว โดยผิวหนังถูกไฟไหม้ไปประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ อาการสาหัสต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้ไม่สามารถพูดโตอบได้ในการนี้มูลนิธิฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัว น.ส.แป้ว จำนวน 5,000 บาท และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอุดรธานีเฝ้าติดตามผู้ต้องหาที่ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด   พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม เปิดเผยว่า ขณะนี้ศาลจังหวัดนครพนมได้อนุมัติหมายจับนายเอ็มผู้ต้องหาแล้ว ระหว่างนี้ตำรวจนครพนมจะได้ประสานกับตำรวจอุดรธานี เข้ามาช่วยเฝ้าตัวในเอ็ม ที่กำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอุดรธานี เพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนี ซึ่งหากนายเอ็มอาการดีขึ้นก็จะนำตัวมาสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   นายแพทย์เกรียงศักดิ์ พิมพ์ดา รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี กล่าวว่า สรุปอาการของผู้ป่วยทั้ง 2 รายนี้นั้นมีอาการใกล้เคียงกันเพียงแต่ว่าพื้นที่บาดแผลนั้นต่างกัน โดยผู้หญิงจะมีอาการของบาดแผลหนักกว่าผู้ชาย อย่างไรก็ตามตอนนี้ทั้ง 2 รายปลอดภัยแล้ว แต่แพทย์ยังเฝ้าติดตามอาการภาวะแทรกซ้อนอื่นๆทุกวันอย่างใกล้ชิด เมื่อผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเราก็จะมีการประเมินอีกครั้งหนึ่งว่าจะถึงขั้นพิการหรือไม่ คาดว่าอีก 1 เดือน จะทราบผล ทั้งนี้โรงพยาบาลได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยเฝ้าผู้ต้องหาคือนายเอ็มอย่างใกล้ชิดแล้ว เพื่อความปลอดภัยของฝ่ายผู้หญิงตามที่ญาติได้ร้องขอ

 1,526
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ย. 62

สาวเดือดโดนบอกเลิก หลังเพิ่งพากันไปเที่ยว คว้าปืนไล่ยิงแฟนหนุ่มเจ็บ ก่อนปลิดชีพตัวเอง

ชลบุรี-ตำรวจ สภ.ศรีราชา รับแจ้งเหตุมีคนยิงกัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 2 ราย เหตุเกิดบริเวณหน้าสำนักงานท่าเรือ ศรีราชา ฮาเบอร์ อ.ศรีราชา   ตรวจสอบพบ น.ส.วรรณวิสา ธีระอัครวิภาส อายุ 22 ปี ถูกยิงท้ายศีรษะ กระสุนฝังใน อาการสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา อีกรายคือนายชาญวิชย์ สุขกุล อายุ 39 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกอาวุธปืนขนาดเดียวกัน ยิงเข้าที่บริเวณขาซ้าย   สอบถามแม่ของผู้ตาย กล่าวว่า ปกติแล้วนายชาญวิชย์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นพนักงานขับขี่เครน อยู่ในภายในท่าเรือดังกล่าว ส่วน น.ส.วรรณวิสา ลูกสาวตนทำงานอยู่ร้านกาแฟ ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง โดยทั้งคู่เคยคบหาดูใจกันมาสักพัก ก่อนที่จะเลิกรากันไปประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา   จนกระทั่งล่าสุด ฝ่ายชายได้ไปตามง้อขอคืนดีกับแฟนสาว โดยทั้งคู่ก็ได้ไปเที่ยวกันที่ชายหาดบางแสน เมื่อช่วงพักเที่ยงก่อนที่จะกลับมา แต่ปรากฎว่านายชาญวิชย์ ได้โทรศัพท์มือถือไปบอกกับฝ่ายหญิงว่า เราเข้ากันไม่ได้ ส่งผลให้ ฝ่ายหญิงโมโหคับแค้นใจ จึงคว้าอาวุธปืนพร้อมนัดเจรจากับฝ่ายชายที่บริเวณหน้าสำนักงาน ก่อนที่จะตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายหญิงจึงได้ใช้อาวุธปืนไล่ยิงฝ่ายชายจนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาซ้าย หลังจากนั้นฝ่ายหญิงก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงศีรษะตัวเองเพื่อหนีความผิดที่ได้ก่อเหตุในครั้งนี้   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ขอดูภาพกล้องวงจรปิดพร้อมเข้าสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ ทั้งหมด หลังจากนี้ต้องรอให้อาการของ นายชาญวิชย์ที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เพื่อทุเลาลงเสียก่อน ก่อนที่จะควบคุมตัวไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเหตุในครั้งนี้ต่อไป   ทั้งนี้มีรายงานว่า ทั้งคู่เคยคบหาฉันผัวเมียกันมาได้ประมาณ 2 ปี มีลูกวัยขวบเศษ 1 คน จนกระทั่งเมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา นายชาญวิทย์ ได้บอกเลิก น.ส.วรรณวิสา ไปเนื่องจากทนพฤติกรรมความรุนของฝ่ายหญิงไม่ได้ เนื่องจากเคยถูกเคยถูก น.ส.วรรณวิสา ใช้อาวุธมีดแทงมาแล้วจำนวน 1 ครั้ง   ส่วนในเรื่องของทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.วรรณวิสา ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไม่ในที่สาธารณะหรือในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงอาวุธปืนโดยไม่ได้รีบอนุญาต   แต่เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตาย ศาลก็จะต้องมีการยกฟ้อง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ต้องรอให้อาการบาดเจ็บของนายชาญวิทย์ ทุเลาลงก่อนจะมีการเรียกตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/wr-41p3ZtDs

 15,479
อาชญากรรม
27 พ.ย. 62

สาวเดือดโดนบอกเลิก หลังเพิ่งพากันไปเที่ยว คว้าปืนไล่ยิงแฟนหนุ่มเจ็บ ก่อนปลิดชีพตัวเอง

ชลบุรี-ตำรวจ สภ.ศรีราชา รับแจ้งเหตุมีคนยิงกัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 2 ราย เหตุเกิดบริเวณหน้าสำนักงานท่าเรือ ศรีราชา ฮาเบอร์ อ.ศรีราชา   ตรวจสอบพบ น.ส.วรรณวิสา ธีระอัครวิภาส อายุ 22 ปี ถูกยิงท้ายศีรษะ กระสุนฝังใน อาการสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา อีกรายคือนายชาญวิชย์ สุขกุล อายุ 39 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกอาวุธปืนขนาดเดียวกัน ยิงเข้าที่บริเวณขาซ้าย   สอบถามแม่ของผู้ตาย กล่าวว่า ปกติแล้วนายชาญวิชย์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นพนักงานขับขี่เครน อยู่ในภายในท่าเรือดังกล่าว ส่วน น.ส.วรรณวิสา ลูกสาวตนทำงานอยู่ร้านกาแฟ ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง โดยทั้งคู่เคยคบหาดูใจกันมาสักพัก ก่อนที่จะเลิกรากันไปประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา   จนกระทั่งล่าสุด ฝ่ายชายได้ไปตามง้อขอคืนดีกับแฟนสาว โดยทั้งคู่ก็ได้ไปเที่ยวกันที่ชายหาดบางแสน เมื่อช่วงพักเที่ยงก่อนที่จะกลับมา แต่ปรากฎว่านายชาญวิชย์ ได้โทรศัพท์มือถือไปบอกกับฝ่ายหญิงว่า เราเข้ากันไม่ได้ ส่งผลให้ ฝ่ายหญิงโมโหคับแค้นใจ จึงคว้าอาวุธปืนพร้อมนัดเจรจากับฝ่ายชายที่บริเวณหน้าสำนักงาน ก่อนที่จะตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายหญิงจึงได้ใช้อาวุธปืนไล่ยิงฝ่ายชายจนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาซ้าย หลังจากนั้นฝ่ายหญิงก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงศีรษะตัวเองเพื่อหนีความผิดที่ได้ก่อเหตุในครั้งนี้   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ขอดูภาพกล้องวงจรปิดพร้อมเข้าสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ ทั้งหมด หลังจากนี้ต้องรอให้อาการของ นายชาญวิชย์ที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เพื่อทุเลาลงเสียก่อน ก่อนที่จะควบคุมตัวไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเหตุในครั้งนี้ต่อไป   ทั้งนี้มีรายงานว่า ทั้งคู่เคยคบหาฉันผัวเมียกันมาได้ประมาณ 2 ปี มีลูกวัยขวบเศษ 1 คน จนกระทั่งเมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา นายชาญวิทย์ ได้บอกเลิก น.ส.วรรณวิสา ไปเนื่องจากทนพฤติกรรมความรุนของฝ่ายหญิงไม่ได้ เนื่องจากเคยถูกเคยถูก น.ส.วรรณวิสา ใช้อาวุธมีดแทงมาแล้วจำนวน 1 ครั้ง   ส่วนในเรื่องของทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.วรรณวิสา ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไม่ในที่สาธารณะหรือในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงอาวุธปืนโดยไม่ได้รีบอนุญาต   แต่เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตาย ศาลก็จะต้องมีการยกฟ้อง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ต้องรอให้อาการบาดเจ็บของนายชาญวิทย์ ทุเลาลงก่อนจะมีการเรียกตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/wr-41p3ZtDs

 15,479
สังคม-อาชญากรรม
23 พ.ย. 62

พิษหึงโหด! ครูหนุ่มใหญ่รับบุกกระหน่ำแทงหม้ายสาวดับ-ลูกชายเจ็บจริง เหตุแค้นที่คบหาอดีตชายคนรัก

เชียงราย-คนร้ายบุกแทงแม่ลูกในห้องพัก ใช้วิธีปิดไฟเอามีดจ้วงแทงแม่ 12 แผล ลูกชายที่อยู่กับแม่อายุ 11 ขวบ เห็นแม่โดนทำร้ายก็เข้าไปช่วยแม่ ปรากฏว่าคนร้ายหันไปแล้วเข้าไปทำร้ายลูกชายจนศีรษะแตก แต่แม่กลับหืดสู้อีกทีไปแย้งมีดมาและไปแทงคนร้าย ปรากฏว่าคนร้ายแย้งมีดกลับมาแล้วแทงแม่จนเสียชีวิต คนรายได้รับบาดเจ็บและหลบหนีไป   ขณะที่เพื่อนบ้าน ของผู้ตาย บอกว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายพร้อมลูกอาศัยอยู่ที่บ้าน แต่ระยะหลังได้มาพักที่ห้องดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ให้คนอื่นเช่าห้อง ส่วนผู้ที่ลงมือก่อเหตุไม่ทราบว่าเป็นใครเพราะไม่เคยเห็นมาที่บ้านที่เกิดเหตุ    หลังจากนั้นตำรวจตามไปจนเจอซึ่งคนก่อเหตุเป็นผู้ชาย วัย 46 ปี เป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษและมีลักษณะพฤติกรรมชายรักชาย สาเหตุที่ทำลงไปเพราะความหึงหวง ซึ่งผู้เกิดเหตุนั้นขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะโดนผู้เสียชีวิตแทงได้รับบาดเจ็บ   โดยผู้ก่อเหตุเผยว่าแฟนเก่าของเขามาติดพันธ์กับผู้ตาย ก็เลยเกิดอาการหึงหวง รับสารภาพว่าก่อเหตุจริง   โดยทางเจ้าหน้าที่ขณะที่อยู่ระหว่างสอบสวนรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/IXTNZOZGJuI

 7,543
อาชญากรรม
23 พ.ย. 62

พิษหึงโหด! ครูหนุ่มใหญ่รับบุกกระหน่ำแทงหม้ายสาวดับ-ลูกชายเจ็บจริง เหตุแค้นที่คบหาอดีตชายคนรัก

เชียงราย-คนร้ายบุกแทงแม่ลูกในห้องพัก ใช้วิธีปิดไฟเอามีดจ้วงแทงแม่ 12 แผล ลูกชายที่อยู่กับแม่อายุ 11 ขวบ เห็นแม่โดนทำร้ายก็เข้าไปช่วยแม่ ปรากฏว่าคนร้ายหันไปแล้วเข้าไปทำร้ายลูกชายจนศีรษะแตก แต่แม่กลับหืดสู้อีกทีไปแย้งมีดมาและไปแทงคนร้าย ปรากฏว่าคนร้ายแย้งมีดกลับมาแล้วแทงแม่จนเสียชีวิต คนรายได้รับบาดเจ็บและหลบหนีไป   ขณะที่เพื่อนบ้าน ของผู้ตาย บอกว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายพร้อมลูกอาศัยอยู่ที่บ้าน แต่ระยะหลังได้มาพักที่ห้องดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ให้คนอื่นเช่าห้อง ส่วนผู้ที่ลงมือก่อเหตุไม่ทราบว่าเป็นใครเพราะไม่เคยเห็นมาที่บ้านที่เกิดเหตุ    หลังจากนั้นตำรวจตามไปจนเจอซึ่งคนก่อเหตุเป็นผู้ชาย วัย 46 ปี เป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษและมีลักษณะพฤติกรรมชายรักชาย สาเหตุที่ทำลงไปเพราะความหึงหวง ซึ่งผู้เกิดเหตุนั้นขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะโดนผู้เสียชีวิตแทงได้รับบาดเจ็บ   โดยผู้ก่อเหตุเผยว่าแฟนเก่าของเขามาติดพันธ์กับผู้ตาย ก็เลยเกิดอาการหึงหวง รับสารภาพว่าก่อเหตุจริง   โดยทางเจ้าหน้าที่ขณะที่อยู่ระหว่างสอบสวนรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/IXTNZOZGJuI

 7,543
สังคม-อาชญากรรม
22 พ.ย. 62

นาทีสลด! ผัวชักปืนจ่อยิงเมียดับต่อหน้าลูก ก่อนยิงตัวเองตาหลุดจากเบ้า ญาติเดือดไล่ไปตาบอดต่อในคุก

จากกรณีหนุ่มวัย 28 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงภรรยาเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านตัวเอง ต่อหน้าแม่ยายและลูกชายวัย 4 ขวบ ในคืนวันเกิดของลูกก่อนเป่าขมับตัวเองหวังฆ่าตัวตายตามอาการสาหัส เหตุเกิดพื้นที่ หมู่ 3 ต.ตลาดเกรียบ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา   ล่าสุดมีภาพจากกล้องวงจรปิดเผยนาทีสลด ขณะที่นางสาววรวลัญช์ สังข์วิเศษ หรือ เนตร อายุ 31 ปี (ผู้ตาย) ได้ขับรถกระบะมากับแม่มาจอดหน้าบ้านนายสิทธิพร วันดี หรือ อาท อายุ 28 ปี (สามีผู้ก่อเหตุ) เมื่อรถจอดหยุดที่หน้าบ้าน ผู้ตาย เปิดประตูรถลงมาพร้อมกับแม่  ก่อนที่ลูกชายวัย 4 ขวบ จะเดินมาหาที่รถ ขณะที่สามีเดินถือปืนตามหลังมาปรี่เข้าหาภรรยา   ลักษณะภรรยามีปากเสียงกันเล็กน้อยพยายามแย่งปืนจากมือสามี  ซึ่งสามีพยายามเดินหนีไปที่ท้ายรถ จากนั้นภรรยาได้โผอุ้มลูกไว้ เดินตามขอปืนจากสามี จังหวะนั้นสามีได้ใช้ปืนยิงใส่ที่ไหปลาร้าภรรยา 1 นัด ขณะที่ยังอุ้มลูกชายอยู่ในอ้อมอก จนภรรยาล้มลง และยิงซ้ำอีก 1 นัด เข้าทีหน้าอกเสียชีวิตคาที่ ซึ่งแม่ยายพยายามเข้าไปแย่งปืน แต่นายสิทธิพร ได้ใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงขมับตัวเองหวังฆ่าตัวตายหนีความผิด จนตาข้างซ้ายถลนออกมานำส่งโรงพยาบาลบางปะอิน อาการสาหัส   ผู้สื่อข่าวข่าวรายงานว่าก่อนเกิดเหตุดังกล่าว ทั้งคู่ได้พาลูกชายวัย 4 ขวบ ไปจัดงานวันเกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ภายในซอยใกล้บ้านหลังเกิดเหตุ ซึ่งนายสิทธิพร ได้โพสต์คลิปร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์เป่าเค้กวันเกิดลงเฟซบุ๊กในเวลา 22.18 น. ของวันที่ 20 พ.ย. ซึ่งดูมีความสุขกันดีเหมือนไม่มีปัญหาอะไร   หลังจัดงานวัดเกิดเสร็จก็แยกย้ายกัน จากนั้นเวลา 23.05 น. นายสิทธิพร ได้พาลูกชายวัย 4 ขวบกลับบ้านหลังเกิดเหตุถ่ายภาพคู่กัน โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุข้อความว่า “ไปไอ้ลูกรัก ไปกับพ่อนะ” โดยที่ภรรยาก็กลับไปที่บ้านแม่ตนเองอีกหลังหนึ่งในพื้นที่อยุธยา เห็นภาพที่สามีโพสต์ จึงวิดีโอคอลคุยกับลูกชาย ลูกบอกอยากกลับบ้าน ระหว่างนั้นเห็นสามีถือปืนอยู่ เกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงชวนแม่มารับลูกชายกลับบ้านด้วยกัน กระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว   แม่ผู้ตายระบุ ในที่เกิดเหตุ ลูกเขยได้เข้ามาดึงตัวลูกชายแล้วลั่นไกยิงเลย ตนพยายามห้ามแต่นายสิทธิพรไม่ฟัง ตนเดินไปอุ้มหลาน และจังหวะที่ตนนั่งกอดลูกสาวลูกเขยจ่อยิงซ้ำอีกนัด ไม่รู้โดนตรงไหนตนมัวแต่ห่วงหลานแต่กระสุนกระเด็นมาโดนบริเวณเหนือรักแร้ซ้ายของตนเป็นรอยถากได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เขาจะยิงหัวตัวเองล้มลง พยายามเรียกให้คนมาช่วยก็ไม่มีใครมาช่วย   ทั้งนี้ผู้ตายและผู้ก่อเหตุคบหาอยู่กินกันมาได้ 8 ปี ไม่ได้จดทะเบียน มีลูก 1 คน มักมีปากเสียงกับลูกสาวของตนเป็นประจำ ไม่ทำการทำงาน ดื่มแต่เหล้าจนลูกสาวทนไม่ไหวตีตัวออกห่างพาลูกไปด้วยแยกกันอยู่ได้ประมาณ 1 เดือน บางครั้งนายสิทธิพรก็รับไปดูแล   ขณะที่ป้าของผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนายสิทธิ บอกหลานสาวให้กลับมาอยู่กันเหมือนเดิม แต่ทางฝ่ายหญิงปฏิเสธเพราะให้โอกาสมาหลายครั้งแล้ว หลานสาวเคยเล่าให้ฟังผู้ก่อเหตุทั้งตีไก่ เล่นยา เคยเตือนให้เลิกแต่ไม่เลิก หลานสาวคงทนไม่ได้จริง ๆ    “คุณยิงตัวคุณทำไมไม่ยิงให้ตาย เวรกรรมแล้วที่เขาเป็นอย่างนั้น ตาบอดไปใช้เวรใช้กรรมในคุกเถอะ ทำอะไรไม่คิดถึงลูก ดูข่าวทุกวันไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของตนเอง เขาตั้งใจยิง ดูจากที่โพสต์เฟซบุ๊กก็น่าจะมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า” ป้าผู้ตายกล่าว   ด้านแม่ผู้ก่อเหตุยอมรับลูกชายเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่เวลาพูดกับพ่อแม่เขาพูดเพราะตลอด ส่วนสาเหตุครั้งนี้ไม่รู้เพราะตนก็ไม่ได้อยู่กับลูกชาย ที่ผ่านมาทั้งคู่มีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้งไม่เคยเล่าให้ตนฟัง แต่ลูกสะใภ้รักลูกชายของตนมาก ทั้งคู่แยกกันอยู่ 1 เดือน ตนบอกให้ปรับความเข้าใจกันใหม่ ทั้งนี้ไม่ทราบว่าลูกชายนำปืนมาจากไหน   ด้านพี่ชายผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า น้องชายปลอดภัยแล้วแต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย ยังจำสิ่งที่ตนเองทำไปไม่ได้ มึนงง เจ็บแผล แต่รู้สึกตัวว่าใครมาเยี่ยม ทั้งนี้ยังไม่ได้สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงทำอย่างนั้น เพราะไม่อยากซ้ำเติม เชื่อว่าเหตุน่าจะเกิดจากคุยกันไม่รู้เรื่อง ซึ่งที่ผ่านมาน้องชายไม่มีท่าทีจะก่อเหตุดังกล่าว  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QTq1djtsIfY

 12,696
อาชญากรรม
22 พ.ย. 62

นาทีสลด! ผัวชักปืนจ่อยิงเมียดับต่อหน้าลูก ก่อนยิงตัวเองตาหลุดจากเบ้า ญาติเดือดไล่ไปตาบอดต่อในคุก

จากกรณีหนุ่มวัย 28 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงภรรยาเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านตัวเอง ต่อหน้าแม่ยายและลูกชายวัย 4 ขวบ ในคืนวันเกิดของลูกก่อนเป่าขมับตัวเองหวังฆ่าตัวตายตามอาการสาหัส เหตุเกิดพื้นที่ หมู่ 3 ต.ตลาดเกรียบ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา   ล่าสุดมีภาพจากกล้องวงจรปิดเผยนาทีสลด ขณะที่นางสาววรวลัญช์ สังข์วิเศษ หรือ เนตร อายุ 31 ปี (ผู้ตาย) ได้ขับรถกระบะมากับแม่มาจอดหน้าบ้านนายสิทธิพร วันดี หรือ อาท อายุ 28 ปี (สามีผู้ก่อเหตุ) เมื่อรถจอดหยุดที่หน้าบ้าน ผู้ตาย เปิดประตูรถลงมาพร้อมกับแม่  ก่อนที่ลูกชายวัย 4 ขวบ จะเดินมาหาที่รถ ขณะที่สามีเดินถือปืนตามหลังมาปรี่เข้าหาภรรยา   ลักษณะภรรยามีปากเสียงกันเล็กน้อยพยายามแย่งปืนจากมือสามี  ซึ่งสามีพยายามเดินหนีไปที่ท้ายรถ จากนั้นภรรยาได้โผอุ้มลูกไว้ เดินตามขอปืนจากสามี จังหวะนั้นสามีได้ใช้ปืนยิงใส่ที่ไหปลาร้าภรรยา 1 นัด ขณะที่ยังอุ้มลูกชายอยู่ในอ้อมอก จนภรรยาล้มลง และยิงซ้ำอีก 1 นัด เข้าทีหน้าอกเสียชีวิตคาที่ ซึ่งแม่ยายพยายามเข้าไปแย่งปืน แต่นายสิทธิพร ได้ใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงขมับตัวเองหวังฆ่าตัวตายหนีความผิด จนตาข้างซ้ายถลนออกมานำส่งโรงพยาบาลบางปะอิน อาการสาหัส   ผู้สื่อข่าวข่าวรายงานว่าก่อนเกิดเหตุดังกล่าว ทั้งคู่ได้พาลูกชายวัย 4 ขวบ ไปจัดงานวันเกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ภายในซอยใกล้บ้านหลังเกิดเหตุ ซึ่งนายสิทธิพร ได้โพสต์คลิปร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์เป่าเค้กวันเกิดลงเฟซบุ๊กในเวลา 22.18 น. ของวันที่ 20 พ.ย. ซึ่งดูมีความสุขกันดีเหมือนไม่มีปัญหาอะไร   หลังจัดงานวัดเกิดเสร็จก็แยกย้ายกัน จากนั้นเวลา 23.05 น. นายสิทธิพร ได้พาลูกชายวัย 4 ขวบกลับบ้านหลังเกิดเหตุถ่ายภาพคู่กัน โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุข้อความว่า “ไปไอ้ลูกรัก ไปกับพ่อนะ” โดยที่ภรรยาก็กลับไปที่บ้านแม่ตนเองอีกหลังหนึ่งในพื้นที่อยุธยา เห็นภาพที่สามีโพสต์ จึงวิดีโอคอลคุยกับลูกชาย ลูกบอกอยากกลับบ้าน ระหว่างนั้นเห็นสามีถือปืนอยู่ เกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงชวนแม่มารับลูกชายกลับบ้านด้วยกัน กระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว   แม่ผู้ตายระบุ ในที่เกิดเหตุ ลูกเขยได้เข้ามาดึงตัวลูกชายแล้วลั่นไกยิงเลย ตนพยายามห้ามแต่นายสิทธิพรไม่ฟัง ตนเดินไปอุ้มหลาน และจังหวะที่ตนนั่งกอดลูกสาวลูกเขยจ่อยิงซ้ำอีกนัด ไม่รู้โดนตรงไหนตนมัวแต่ห่วงหลานแต่กระสุนกระเด็นมาโดนบริเวณเหนือรักแร้ซ้ายของตนเป็นรอยถากได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เขาจะยิงหัวตัวเองล้มลง พยายามเรียกให้คนมาช่วยก็ไม่มีใครมาช่วย   ทั้งนี้ผู้ตายและผู้ก่อเหตุคบหาอยู่กินกันมาได้ 8 ปี ไม่ได้จดทะเบียน มีลูก 1 คน มักมีปากเสียงกับลูกสาวของตนเป็นประจำ ไม่ทำการทำงาน ดื่มแต่เหล้าจนลูกสาวทนไม่ไหวตีตัวออกห่างพาลูกไปด้วยแยกกันอยู่ได้ประมาณ 1 เดือน บางครั้งนายสิทธิพรก็รับไปดูแล   ขณะที่ป้าของผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนายสิทธิ บอกหลานสาวให้กลับมาอยู่กันเหมือนเดิม แต่ทางฝ่ายหญิงปฏิเสธเพราะให้โอกาสมาหลายครั้งแล้ว หลานสาวเคยเล่าให้ฟังผู้ก่อเหตุทั้งตีไก่ เล่นยา เคยเตือนให้เลิกแต่ไม่เลิก หลานสาวคงทนไม่ได้จริง ๆ    “คุณยิงตัวคุณทำไมไม่ยิงให้ตาย เวรกรรมแล้วที่เขาเป็นอย่างนั้น ตาบอดไปใช้เวรใช้กรรมในคุกเถอะ ทำอะไรไม่คิดถึงลูก ดูข่าวทุกวันไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของตนเอง เขาตั้งใจยิง ดูจากที่โพสต์เฟซบุ๊กก็น่าจะมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า” ป้าผู้ตายกล่าว   ด้านแม่ผู้ก่อเหตุยอมรับลูกชายเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่เวลาพูดกับพ่อแม่เขาพูดเพราะตลอด ส่วนสาเหตุครั้งนี้ไม่รู้เพราะตนก็ไม่ได้อยู่กับลูกชาย ที่ผ่านมาทั้งคู่มีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้งไม่เคยเล่าให้ตนฟัง แต่ลูกสะใภ้รักลูกชายของตนมาก ทั้งคู่แยกกันอยู่ 1 เดือน ตนบอกให้ปรับความเข้าใจกันใหม่ ทั้งนี้ไม่ทราบว่าลูกชายนำปืนมาจากไหน   ด้านพี่ชายผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า น้องชายปลอดภัยแล้วแต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย ยังจำสิ่งที่ตนเองทำไปไม่ได้ มึนงง เจ็บแผล แต่รู้สึกตัวว่าใครมาเยี่ยม ทั้งนี้ยังไม่ได้สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงทำอย่างนั้น เพราะไม่อยากซ้ำเติม เชื่อว่าเหตุน่าจะเกิดจากคุยกันไม่รู้เรื่อง ซึ่งที่ผ่านมาน้องชายไม่มีท่าทีจะก่อเหตุดังกล่าว  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QTq1djtsIfY

 12,696
อาชญากรรม
16 พ.ย. 62

สามีหึงโหด! สะกดรอยตามภรรยา เห็นอยู่กับกิ๊ก ชักมีดแทงดับ อ้างบันดาลโทสะ

เกิดเหตุสามีหึงโหด ตามสะกดรอยภรรยา ก่อนเจอว่าอยู่กับกิ๊ก ชักมีดแทงดับ ย่านพระโขนง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลพระโขนง เข้าตรวจสอบเหตุ    ที่เกิดเหตุพบศพผู้หญิงวัย 41 ปี สภาพถูกแทงด้วยอาวุธมีด หลายแห่ง จนเลือดไหลนองเต็มพื้น ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ จอดพลิกตะแคงข้างทาง ถัดไปไม่ไกลพบหมวกกันน็อคสีขาว เปื้อนเลือด    โดยมีพลเมืองดีสามารถช่วยกันจับกุมตัว ผู้ก่อเหตุ อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นสามีผู้ตายไว้ได้ พร้อมของกลาง อาวุธมีดพับ ยาวประมาณ 5 นิ้ว    ด้าน พันตำรวจเอก ทินกร สมวันดี ผู้กำกับการตำรวจนครบาลพระโขนง กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นสามีผู้เสียชีวิต มีปัญหาเรื่องภายในครอบครัว หลังใช้อาวุธมีดแทงภรรยา ด้วยความโกรธแค้น จนถึงแก่เสียชีวิต    เบื้องต้นผู้ก่อเหตุ ยอมรับสารภาพว่าได้ติดตามดูพฤติกรรมของภรรยา จนพบว่ามากับผู้ชายอื่น จึงทำให้เกิดบันดาลโทสะลงมือก่อเหตุ      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/O9dqql3W_YE

 4,511
อาชญากรรม
08 พ.ย. 62

หึงแรง! อดีตแฟนหนุ่มปีนบ้านง้อสาวไม่สำเร็จ อาละวาดชักมีดไล่แทงดับ 2 เจ็บ 3

หนุ่มตามง้อแฟนเก่าไม่สำเร็จ ซักมีดแทงคนในครอบครัวเจ็บ 3 ตาย 2 ย่านพระราม 2   เมื่อเวลา 04.30 น. ร้อยตำรวจโทหญิงกนกพร รามด้วง รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางมด รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายและมีผู้เสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 9/51-52 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร จึงเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ    โดยในที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา ทุบรวมกัน สูง 4 ชั้น บริเวณชั้น 3 หน้าห้องนอนพบศพนางบรรจง ธนูธรณ์ อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 141 ต.ดุมใหญ่ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี สภาพนอนหงายสวมชุดนอนสีแดง มีรอยบาดแผลถูกปาดคอซ้าย ยาว 3 นิ้ว โดยมีร่องรอยการต่อสู้ข้าวของกระจัดกระจาย เลือดกระเด็นเต็มพื้นกับฝาผนัง และมีมีดพกเดินป่ายาว 5 นิ้ว ตกอยู่ที่เกิดเหตุ    นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย ได้แก่นายธนิน ธนูธรณ์ อายุ 53 ปี สามีผู้ตาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ อาการปลอดภัย นายปฐมภพ ธนูธรณ์ อายุ 22 ปี บุตรชายคนโต ส่งรพ.บางประกอก9 อาการปลอดภัย น.ส.ปุณพร ธนูธรณ์ อายุ 19 ปี บุตรสาวคนเล็ก นักศึกษา ปี 2 วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ถูกแทงใต้ราวนมซ้าย ส่งรพ.บางประกอก1 เสียชีวิตในเวลาต่อมา และนายภฤศนันท์ หรือไอโฟน สุขสำราญ อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 1263/244 ถ.เอกชัย แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอล กรุงเทพมหานคร ผู้ก่อเหตุและถูกจับกุมได้ภายในบ้าน    จากการสอบถามน.ส.ธิราพร หาสอน อายุ 39 ปี น้องสาวผู้ตาย เปิดเผยว่า บ้านนี้พักอาศัยกัน 9 คน 2 ครอบครัว โดยทั้งหมดเป็นญาติกัน แล้วประกอบอาชีพทำรองเท้าและเครื่องหนัง สืบเนื่องจากผู้ก่อเหตุเคยคบหากับน.ส.ปุณพร ได้ประมาณ 5 เดือน ก่อนจะเลิกรากันไปกว่า 2 เดือน ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. นายภฤศนันท์ ผู้ก่อเหตุได้ปีนเข้าหน้าต่างชั้น 3 ทางหลังบ้านเพื่อแอบเข้าห้องนอนของน้อง แล้วมีเสียงน้องร้องขอความช่วยเหลือ คนในบ้านจึงตื่นไปดูพบเห็นนายภฤศนันท์ ถือมีดและมีคราบเลือดติดมือ จึงกรูเข้าตะลุมบอลกันหน้าห้องแต่พี่สาวพลาดท่ามีดโดนคอ และพยายามจับผู้ก่อเหตุแล้วนำเชือกมามัดไว้ ก่อนแจ้งกู้ภัยและตำรวจมาดำเนินการ    เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากความหึงหวง จากนี้จะเชิญคนในบ้านไปให้ปากคำเพื่อหาความเชื่อมโยงกับการลำดับเหตุการณ์และจะเดินทางไปสอบปากคำผู้ก่อเหตุที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ก่อนจะดำเนินการต่อไป

 551
ข่าวภูมิภาค
05 ต.ค. 62

ผู้คุมหึงโหด ใช้ปืนยิงภรรยา 6 นัดซ้อนเสียชีวิต ก่อนหันไปยิงพ่อตา แต่พลาด

ระยอง - วานนี้ (4 ต.ค.) ตำรวจ สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้แจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันบาดเจ็บสาหัส ที่บ้านพัก ในชุมชนกระโหม ม.2 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยองที่เกิดเหตุบริเวณข้างบ้านเป็นโรงจอดรถ พบกองเลือดแดงฉานไหลนองเต็มพื้น ใกล้กัน พบอาวุธปืนแม็กกาซีน ยี่ห้อรูเกอร์ สีดำ ขนาด 9 มม. 1 กระบอก ปลอกกระสุนขนาด9 มม. จำนวน 7 ปลอกตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน    ส่วนคนเจ็บถูกอาวุธปืนยิงที่บริเวณลำคอ หน้าอก และขา ทราบชื่อนางสาวเอ อายุ 35ปี ญาตินำส่ง รพ.บ้านค่าย ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา    ส่วนผู้ลงมือก่อเหตุเป็นสามีผู้ตาย เป็นผู้คุมทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง ได้ขับรถยนต์เก๋ง สีดำ ไม่ทราบทะเบียน หลบหนี    จากการสอบถามบิดาผู้ตาย ที่เห็นเหตุการณ์ และช่วยเหลือลูกสาวขณะเกิดเหตุ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ผู้ลงมือก่อเหตุให้อาวุธปืนยิงลูกสาวคือ ลูกเขย ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ผู้คุมทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง ส่วนลูกสาวทำงานฝ่ายการเงิน รพ.บ้านค่าย ซึ่งก่อนเกิดเหตุทั้งสองได้กลับมาจากรพ.บ้านค่าย และได้มีปากเสียงกันสาเหตุหึงหวง ลูกเขยอ้างว่าลูกสาวตนเองมีชู้กับชายอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ระหองระแหงและทะเลาะกันมาตลอด    ขณะตนเองนั่งอยู่หลังบ้านก็ได้ยินเสียงลูกสาวกรีดร้อง จึงได้วิ่งออกมาดูเห็นลูกเขยกำลังบีบคอลูกสาว ตนเองจึงได้ต่อว่า ว่าอย่าทำร้ายกันให้คุยกันดีๆ จากนั้นลูกเขย ก็เดินเข้าไปในบ้านและนำอาวุธปืนออกมายิงเข้าใส่ลูกสาวหลายนัดจนล้มลง เลือดไหลนองพื้น และหันปากกระบอกปืนมายิงตนเอง 1 นัด แต่พลาด ตนเองจึงได้คว้ามีดดาบปาใส่ ทำให้อาวุธปืนหลุดจากมือ จากนั้นลูกเขย จึงหลบหนีและวิ่งขึ้นรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงได้แจ้งให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยนำลูกสาว ส่งรพ.    ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านค่าย ร่วมกับเจ้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ปากน้ำประแสร์ จับกุมลูกเขย ได้ที่บ้านพัก ม.3 ต.พังราด อ.แกลง จ.ระยอง ผู้ต้องหาสารภาพว่ายิง น.ส.ปานฤดี หรือนิด วงค์เสนาะ จริง เบื้องต้นเจ้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านค่ายเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/qESRwf-cmRs

 3,058
อาชญากรรม
05 ต.ค. 62

ผู้คุมหึงโหด ใช้ปืนยิงภรรยา 6 นัดซ้อนเสียชีวิต ก่อนหันไปยิงพ่อตา แต่พลาด

ระยอง - วานนี้ (4 ต.ค.) ตำรวจ สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้แจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันบาดเจ็บสาหัส ที่บ้านพัก ในชุมชนกระโหม ม.2 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยองที่เกิดเหตุบริเวณข้างบ้านเป็นโรงจอดรถ พบกองเลือดแดงฉานไหลนองเต็มพื้น ใกล้กัน พบอาวุธปืนแม็กกาซีน ยี่ห้อรูเกอร์ สีดำ ขนาด 9 มม. 1 กระบอก ปลอกกระสุนขนาด9 มม. จำนวน 7 ปลอกตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน    ส่วนคนเจ็บถูกอาวุธปืนยิงที่บริเวณลำคอ หน้าอก และขา ทราบชื่อนางสาวเอ อายุ 35ปี ญาตินำส่ง รพ.บ้านค่าย ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา    ส่วนผู้ลงมือก่อเหตุเป็นสามีผู้ตาย เป็นผู้คุมทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง ได้ขับรถยนต์เก๋ง สีดำ ไม่ทราบทะเบียน หลบหนี    จากการสอบถามบิดาผู้ตาย ที่เห็นเหตุการณ์ และช่วยเหลือลูกสาวขณะเกิดเหตุ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ผู้ลงมือก่อเหตุให้อาวุธปืนยิงลูกสาวคือ ลูกเขย ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ผู้คุมทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง ส่วนลูกสาวทำงานฝ่ายการเงิน รพ.บ้านค่าย ซึ่งก่อนเกิดเหตุทั้งสองได้กลับมาจากรพ.บ้านค่าย และได้มีปากเสียงกันสาเหตุหึงหวง ลูกเขยอ้างว่าลูกสาวตนเองมีชู้กับชายอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ระหองระแหงและทะเลาะกันมาตลอด    ขณะตนเองนั่งอยู่หลังบ้านก็ได้ยินเสียงลูกสาวกรีดร้อง จึงได้วิ่งออกมาดูเห็นลูกเขยกำลังบีบคอลูกสาว ตนเองจึงได้ต่อว่า ว่าอย่าทำร้ายกันให้คุยกันดีๆ จากนั้นลูกเขย ก็เดินเข้าไปในบ้านและนำอาวุธปืนออกมายิงเข้าใส่ลูกสาวหลายนัดจนล้มลง เลือดไหลนองพื้น และหันปากกระบอกปืนมายิงตนเอง 1 นัด แต่พลาด ตนเองจึงได้คว้ามีดดาบปาใส่ ทำให้อาวุธปืนหลุดจากมือ จากนั้นลูกเขย จึงหลบหนีและวิ่งขึ้นรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงได้แจ้งให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยนำลูกสาว ส่งรพ.    ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านค่าย ร่วมกับเจ้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ปากน้ำประแสร์ จับกุมลูกเขย ได้ที่บ้านพัก ม.3 ต.พังราด อ.แกลง จ.ระยอง ผู้ต้องหาสารภาพว่ายิง น.ส.ปานฤดี หรือนิด วงค์เสนาะ จริง เบื้องต้นเจ้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านค่ายเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/qESRwf-cmRs

 3,058
สรุปข่าว
03 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 3 ต.ค.62 จ่อลุยชิมช้อปใช้เฟส2-นักมวยตายขณะเป็นผีน้อยเกาหลี-โดนหลอกแต่งงานแบกหนี้3.5ล้าน

-ฝนช่วยสลายฝุ่น PM2.5 คนกรุงหายใจคล่อง ค่าฝุ่นลดลงไม่เกินค่ามาตรฐานทุกจุด อุตุฯเตือน 4-8 ต.ค.นี้ ความกดอากาศสูงระลอกใหม่จากจีน ทำให้ฝนตกต่อเนื่อง จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา สภาอุตฯชี้ปัญหาฝุ่นไม่ได้เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่มาจากควันไอเสียรถยนต์ที่มีถึง 10 ล้านคัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ทั่วไทยมีฝนฟ้าคะนอง ช่วง 4-8 ต.ค. จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา / ข้อดีฝนตก กทม.อากาศดีขึ้น ช่วยชะล้างฝุ่น pm2.5 ลดลงทุกพื้นที่    -ครอบครัวลัลลาเบลพอใจฟังคำชี้แจงจากทีมแพทย์นิติเวชเป็นครั้งแรก ผลยันแอลกอฮอล์ในเลือดสูง 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่จะเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตหรือไม่ อาจมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้อง   อัจฉริยะหอบหนังสือถึง ผบ.ตร. ขอตั้งพนักงานสอบสวนร่วม เพราะคดีเกี่ยวพันกัน 2 พื้นที่ เตรียมขึ้นศาลในฐานะพยานซักน้ำอุ่น แฉมีผู้เกี่ยวข้องอีก 4 คน โมเดลลิ่งส่งพริตตี้ให้บ้านปาร์ตี้ปีละ 200-300 คน ด้านผู้บัญชาการ ตำรวจภาค 1 ชี้หลักฐานจากอัจฉริยะมีประโยชน์ต่อคดี ส่ง ปอท.ตรวจสอบคลิปว่าถูกตัดต่อหรือเกิดในงานปาร์ตี้จริงหรือไม่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ญาติ 'ลันลาเบล’ พอใจหลังฟังคำชี้แจงแพทย์นิติเวช ตร.ชี้หลักฐานจาก 'อัจฉริยะ' มีประโยชน์ต่อคดี    -ธนาธรจี้ถามประชาธิปัตย์ ที่เคยชูนโยบายหาเสียงแก้รธน.ผลักดันเป็น 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล จะแสดงท่าทีอย่างไร หลังนายกฯไม่ตอบรับแก้ไข รธน.ซัดนายกฯไม่ทำตามกม. อยู่เหนือรธน.ย้อนถามตอนทำรัฐประหารเมื่อปี 57 ปชช.เห็นด้วยไหม? ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธนาธร' ซัดคำพูด 'บิ๊กตู่' ไม่แก้ รธน.ย้อนแย้งตัวเอง 'สุดารัตน์' จี้เป็นนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล   -สุดารัตน์ระบุการแก้ไข รธน.อยู่ในนโยบายเร่งด่วนข้อ 12 ของรัฐบาล ต้องถามนายกฯว่าถ้าไม่แก้ไขแล้วไปเขียนนโยบายเร่งด่วนทำไม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธนาธร' ซัดคำพูด 'บิ๊กตู่' ไม่แก้ รธน.ย้อนแย้งตัวเอง 'สุดารัตน์' จี้เป็นนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล   -นายกฯย้ำเรื่องการทำกม.อีกครั้ง หลังปฏิเสธถือธงนำแก้ รธน. ทุกอย่างต้องแก้ด้วยสติปัญญา ไม่ใช่แก้อย่างรวดเร็วแล้วจะเกิดปัญหาใหม่ ขอเวลาให้ทุกคนช่วยกัน ตนรับผิดชอบอยู่แล้ว พูดแต่คำหวานอย่างเดียวไม่ใช่ เพราะนั่นคือยาพิษ การช่วยคนที่ไม่ถูกต้องคือการให้ยาพิษ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯขอคนไทยเคารพกม. ไม่ใช่จ้องแต่จะแก้ ลั่นไม่ชอบพูดคำหวาน เปรียบเป็นการให้ยาพิษ   -ศึกชิงผู้ว่าฯ กทม.เริ่มแล้ว ชัชชาติเปิดตัวในนามผู้สมัครอิสระ เพราะทำงานได้กับทุกภาคส่วนมากกว่าแบบสังกัดพรรค ช่วยหาคนทำงานง่าย คนกรุงเบื่อการเมือง แต่ขอทำโพลสำรวจความเห็นคนกรุงก่อน หากมั่นใจว่ามีโอกาสชนะจะลงสมัคร ถ้าไม่ได้รับการตอบรับจะพิจารณาอีกครั้ง   -คณะกรรมการร่วม 3 สถาบันระบุมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลแรงน้อย กระตุ้นได้แค่ 0.1-0.2% ประกาศการปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจของปีนี้ลงเหลือ 2.7-3% จากเดิม 2.9-3.3% คาดส่งออก 0% ถึงติดลบ 2% วอนรัฐช่วยผู้ประกอบการโดนพิษน้ำท่วม กระทบเศรษฐกิจกว่า 2.5 หมื่นล้าน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กกร.ปรับลด gdp เหลือ 2.7% ชี้ 'ชิมช้อปใช้' ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่เยอะ    -รัฐบาลเตรียมแจกเงินชิมช้อปใช้เฟส 2 กระตุ้นเศรษฐกิจ อุตตมขอประเมินผลเฟสแรกก่อน คาดใน ต.ค.จะได้ข้อสรุป ถ้าเป็นประโยชน์จะทำต่อ ตัวเลข 3 วันแรกใคนใช้สิทธิ์แล้ว 3 แสนราย ยอดใช้จ่าย 294 ล้าน ขณะที่ยอดลงทะเบียนครบ 10 วันมีคนลงเต็มโควต้า 1 ล้านรายทุกวัน แต่ละวันมีคนลงไม่ผ่าน 2 แสนราย สามารถลงทะเบียนให้ครบ 10 ล้านคนได้ภายใน 15 พ.ย. เช้านี้คนแห่ลงครบ 1  ล้านคนตั้งแต่ 03.15 น. ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เก็บตก 'ชิมช้อปใช้' ยังไม่เต็ม 10 ล้านคน กทม.ใช้สิทธิ์มากสุด คลังปัดเอื้อนายทุนใหญ่    -ธรรมนัส ชงเปิดทางให้เกษตรกรสูงอายุกว่า 1.5 ล้านคนคืนที่ดิน สปก.ได้ เสนอใช้ที่ดินบางส่วนเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น วังน้ำเขียว ดอยแม่สะลอง จัดสรรที่ใหม่ให้เกษตรกรยากจน ให้เช่า 30-40 ปี จ่ายค่าชดเชยมากสุดไร่ละ 65 หมื่นบาท ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธรรมนัส' เสนอแผนเกษตรกรสูงอายุ คืนที่ดิน ส.ป.ก.จัดสรรใหม่-ดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว   -เจ้าสาวช้ำรักวอนเจ้าบ่าวใช้หนี้งานแต่ง 3.5 ล้าน หลังโดนเสี่ยกำมะลอหมื่นล้านหลอกให้รักและแต่งงาน จดทะเบียนสมรส จัดงานที่โรงแรมหรู จ้างออแกไนซ์ 3.5 ล้าน สุดท้ายหย่ากัน ฝ่ายชายเบี้ยวไม่จ่ายเงิน ทำให้ฝ่ายหญิงแบกหนี้ เผยรู้จักกันแค่ 1 วัน ถูกขอแต่งงาน คิดว่าเป็นรักแรกพบ แม่ฝ่ายหญิงบอกเคยเห็นหน้าเสี่ยกำมะลอแค่ครั้งเดียว เชื่อมีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่แรก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สาวช้ำ ถูกชายอ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน คนสนิททักษิณ หลอกแต่งงานทิ้งหนี้ 3.5 ล้าน โดนแฉที่แท้แค่ขายเห็ด    -สาว 16 อนาคตพังถูกหนุ่มตามจีบ แอบงัดบ้านกลางดึก ข่มขืนจนตั้งท้อง ต้องลาออกจาก ร.ร.กลางคัน เครียดจัดจนเส้นเลือดในสมองแตก กลายเป็นคนพิการติดเตียง แม่ฝ่ายชายควักเงินจ่าย 5 พันสัญญาจะดูแล สุดท้ายก็ทิ้งหาหญิงใหม่ ไม่รับผิดชอบอะไรเลย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สาว 16 ถูกหนุ่มตามจีบ งัดบ้านไปข่มขืนจนท้อง เครียดเส้นเลือดสมองแตกนอนติดเตียง ผู้ชายทิ้งไปมีคนใหม่    -อดีตนักมวยดังวัย 29 ปี ทิ้งสังเวียนผ้าใบไปเป็นผีน้อยที่เกาหลี พลัดตกกำแพงตายระหว่างหนีตำรวจ ญาติมารอรับศพเศร้า แม่บอกลูกไปทำงานเกาหลี 11 เดือน ทำงานเป็นคนสวนก่อนย้ายไปทำโรงงาน ส่งเงินให้ที่บ้านตามสมควร ไม่คิดว่าลูกจะตายจากอุบัติเหตุแบบนี้   -รวบตัวผัวโหดแทงเมียตายคาบ้านพัก เจ้าตัวส่ายหน้าไม่ขอโทษ ยันเป็นการบันดาลโทสะ ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน ลูกกับเมียเก่าบอกพ่อมีปัญหาการเงิน แต่ถูกคนตายกดดันหลายอย่าง และระแวงว่าฝ่ายหญิงจะมีคนอื่น จึงก่อเหตุขึ้น   -กองปราบบุกรวบตัวพ่อแก๊งควาย ตุ๋นเหยื่อเล่นพนันกำถั่วนาน 20 ปี รับบทเสี่ยใหญ่ ถ่ายทอดกลโกงจนมีลูกศิษย์นับร้อย มีสมาชิกทั่วประเทศเป็นขบวนการ มีหน้าม้าตีสนิทเหยื่อชวนลงทุน เล่นพนันกำถั่ว หลอกให้เหยื่อชนะแล้วตายใจอยากเล่นต่อ จากนั้นจะเริ่มโกง พอเหยื่อเสียพนันก็อยากได้เงินคืน สุดท้ายกลายเป็นติดหนี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับบิดาแห่งแก๊งควาย ตุ๋นเหยื่อเล่นกำถั่ว มีหน้าม้าทำเป็นขบวนการ ลูกศิษย์เรียนกลโกงนับร้อย    -ประทัดระเบิดใส่เด็ก 4 รายซ้อนใน 2 จังหวัด ที่ชัยภูมิประทัดระเบิดใส่ตาเด็ก 12 หมอต้องควักลูกตาทิ้ง ล่าสุดมีเด็ก 7 ขวบประทัดระเบิดใส่ตาอีกราย เขม่าดินปืนเต็มหน้า หมอดูแลใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีเด็กมหาสารคามนิ้วขาดอีก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เตือนแล้วนะ! ประทัดระเบิดใส่เด็กหลายราย เจ็บเลือดโชก-นิ้วขาด-ควักลูกตา    -ฝนตกหนักที่ชลบุรีทำให้ถนนลื่น รถกู้ภัยขับไปช่วยผู้ประสบเหตุ เสียหลักพุ่งชนขอบสะพาน รถพังเสียหาย หัวรถพาดสะพานหวิดตกลงมาด้านล่าง เคราะห์ดี จนท.เจ็บเล็กน้อย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กู้ภัยรีบไปช่วยอุบัติเหตุรถชน แต่เสียหลักฝนตกถนนลื่น รถชนราวสะพาน หวิดดับซ้ำ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/46Yu-UdqZWc

 13,115

Top