ค้นหา :

ผลการค้นหา "หึงโหด"

สังคม-อาชญากรรม
18 ม.ค. 62

สาวอารมณ์ฉุนเฉียว โมโหแฟนหนุ่ม ปวส.บอกเลิก คว้ามีดปักอกเสียชีวิต

พนักงานสอบสวน สน.คันนายาว พร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเหตุพบผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต ภายในซอยรามอินทรา 75 (ซอยสันติสุข) แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. ในที่เกิดเหตุพบนายพีรศิลป์ พุ่มจำปา อายุ 19 ปี นักศึกษา สถาบันพาณิชย์มีนบุรี ชั้น ปวส.ปีที่ 2 ถูกอาวุธมีดแทงปักเข้าที่หน้าอกด้านซ้าย 1 แผลเสียชีวิต ใกล้กันพบรถ จยย.ยามาฮ่า สีม่วง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน   นอกจากนี้ยังพบ น.ส.สุพรรษา ยางสูง อายุ 19 ปี นักศึกษาสถาบันมีนบุรีโปลีเทคนิค ปวส.ปี 2 ยืนร้องไห้รอให้การกับทางตำรวจ ก่อนเชิญตัวไปสอบสวนที่ สน.คันนายาว   ด้านนางรัตนา พุ่มจำปา อายุ 53 ปี มารดาผู้ตาย ระบุว่า ลูกชายเคยมาระบายให้ฟังว่า อยากจะเลิกคบกับเพื่อนหญิง เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยถูกไล่ทำร้ายด้วยอาวุธมีด เนื่องจากเป็นคนอารมณ์ร้อน ฉุนเฉียว อีกทั้งฝ่ายมีหญิงเคยครอบครัวมาก่อนหน้านี้ จึงให้ลูกระมัดระวังตัว จนกระทั่งวันนี้ถูกทางฝ่ายหญิงทำร้ายด้วยอาวุธมีดเล่มเดิม เนื่องจากลูกชายเพิ่งจะขอเลิกลาหลังจากเพิ่งคบกันมาได้เพียง 5 เดือน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Kz7wcBBihBc

 44,275
ข่าวภูมิภาค
16 ม.ค. 62

หม้ายสาวลูก 2 ถูกแฟนหนุ่มยิงหน้า ร.ร. แค้นถูกสะบั้นรัก

สงขลา-เกิดเหตุยิงกันข้างโรงเรียนสุวรรณวงศ์ ถนนประชาธิปัตย์ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเป็นผู้หญิงทราบชื่อ น.ส.ปิ่นมนัส วัยภักดิ์ อายุ 24 ปี มีน้องชายกำลังช่วยอุ้มประคองร่างที่โชกเลือดอยู่ริมถนน ก่อนที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่จะรีบเข้าไปช่วยชีวิตโดยทำการปั๊มหัวใจในที่เกิดเหตุเพราะเริ่มหมดสติ ก่อนส่งตัวไปยังโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   เบื้องต้นพบว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่แขนซ้าย หน้าอกซ้าย และราวนมซ้าย รวม 3 นัด นัดอาการสาหัส และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างกลางความแตกตื่นให้กับผู้คนในบริเวณจุดเกิดเหตุ เนื่องจากอยู่ข้างโรงเรียนและส่วนใหญ่มาส่งลูกที่โรงเรียน ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม.ตกอยู่ 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนพยานแวดล้อมที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่าคนร้ายเป็นชายสวมหมวกกันน็อคครึ่งใบ ขับรถจักรยานยนต์ หลบหนีไปทางถนนสามชัย โดยก่อนเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์มาจอดและยืนคุยกับ น.ส.ปิ่นมนัส และกระชากแขนคล้ายกับทะเลาะกันก่อนที่จะชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิง 3 นัด และขับรถหลบหนีไป ซึ่งช่วงเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถเบนซ์สีดำ มาส่งลูกที่โรงเรียนแห่งนี้   อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับปิดเมืองไล่ล่าคนร้ายตามเส้นทางที่หลบหนีสุดท้ายคนร้ายยอมติดต่อเข้ามอบตัวกับตำรวจแต่โดยดี หลังก่อเหตุเพียงไม่เกินครึ่งชั่วโมง พร้อมอาวุธปืน 11 มม.ที่ก่อเหตุทราบชื่อ นายธนพัฒน์ ไชยถาวร อายุ 26 ปี             นายธนพัฒน์ ซึ่งเริ่มตั้งสติได้และอยู่ในอาการที่ค่อนข้างเงียบขรึม กล่าวว่าสาเหตุมาจากความโกรธแค้นและหึงหวงที่แฟนสาวซึ่งเป็นหม้ายสาวลูกติด 2 คนและเป็นเศรษฐีเจ้าของกิจการแผงขายผลไม้พงษ์เจริญใน อ.หาดใหญ่  ได้บอกเลิกหันไปคบหากับชายหนุ่มคนใหม่ และตนพยายามตามง้อขอคืนดีมาตลอด 1 เดือนแต่ไม่เป็นผล ทั้งที่เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมาเพิ่งได้รับของขวัญวันเกิดจากแฟนสาวไม่คิดว่าจะถูกตัดสัมพันธ์ที่คบหากันมาเกือบ 4 ปี   ในวันเกิดเหตุตั้งใจที่จะขับรถจักรยานยนต์นำของขวัญวันเกิดมาคืนให้กับแฟนสาว ซึ่งขับรถเบนซ์มาส่งลูกที่โรงเรียน โดยมานั่งดักรออยู่ราวครึ่งชั่วโมง และพยายามปรับความเข้าใจกันอีกครั้งแต่กลับถูกปฏิเสธโดยแฟนสาวพูดสั้นๆ ว่าพอแค่นี้เถอะ อยู่ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นและทางบ้านของฝ่ายหญิงขอไม่ชอบตนด้วยที่โทรศัพท์ไปขอคืนดีและมีปากเสียงกันบ่อย   ระหว่างที่กำลังเคลียร์ปัญหากันอยู่ ได้มีนายธงชัย ซึ่งเป็นพี่ชายของแฟนสาวขับรถผ่านมาพอดี แฟนสาวจึงโบกมือขอความช่วยเหลือ ตนจึงชักอาวุธปืนออกมาจากเอว แฟนสาวเห็นจึงเข้ามากอดเอาไว้เพื่อไม่ให้ชักปืนออกมาแต่ตนสะบัดหลุด ส่วนนายธงชัย พี่ชายได้เปิดประตูลงจากรถเพื่อมาช่วยน้องสาว แต่ตนได้ผลักประตูไม่ให้ลง จังหวะนั้นแฟนสาวพยายามวิ่งหนีตนจึงใช้อาวุธปืนยิงจากด้านหลัง 1 นัด จนล้มลงและตามไปยิงซ้ำอีก 2 นัดจนฟุบคาถนน และขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปแต่สำนึกผิดติดต่อตำรวจขอเข้ามอบตัว   นายธนพัฒน์ กล่าวว่า รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปและขอให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนกับคนอื่นอย่าใช้ความรุนแรงมาแก้ปัญหาเรื่องความรักซึ่งไม่ทำให้อะไรดีขึ้น   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และข้อหาที่เกี่ยวกับมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครองครองโดยไม่ได้รับอนุญาต   สำหรับ นายธนพัฒน์ นั้นเป็นลูกชายของ นายสมชัย ไชยถาวร อดีตมือปืนที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิง นายอภิชาต สังขาชาติ นายกเทศมนตรีเมืองคลองแห หรือนายกหัวมัน เสียชีวิตกลางเมืองหาดใหญ่เมื่อปี 2552 อีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UHaT7_CzCrU

 5,414
ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 62

เปิดคลิปนาทีเมียหลวงไล่ยิงสามี-กิ๊กสาว ยิงเสร็จสะใจดื่มเบียร์-สูบบุหรี่รอมอบตัว

ลำปาง-จากกรณีนางประภา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงนายอนุวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เรือนจำกลางลำปาง ซึ่งเป็นสามีได้รับบาดเจ็บสาหัส และ น.ส.ฐิติชดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี เป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้ามือสอง ซึ่งเป็นกิ๊กของสามีเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา   มีรายงานว่าได้มีประชาชนชาวสามารถใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพวินาทีไล่ยิงกันไว้ได้ โดยในภาพความยาวประมาณ 30 วินาที จะเห็นว่ารถเก๋งสีบอร์นเงิน ที่นายอนุวัฒน์ ขับมาได้จอดอยู่ริมถนน และมีนางฐิติชดา หญิงที่เสียชีวิต หมอบนั่งอยู่ข้างรถเกือบกลางซอยข้างวัดนาก่วมใต้ ก่อนที่จะรีบยืนขึ้น และวิ่งมาหน้าร้านขายเสื้อผ้าก่อนที่จะล้มลง โดยที่ขณะนั้นก็มีรถของประชาชนขับขี่ผ่านไปมา นอกจากนี้ยังมีหญิงอีกคน ซึ่งเป็นป้าของผู้เสียชีวิตที่อยู่หน้าร้านกำลังวิ่งหนีหลบกระสุน และเสียงปืนอย่างโกลาหล โดยที่ปลอดภัยไม่เป็นอะไร   ส่วนบริเวณฟุตบาทริมถนน ฝั่งหน้ารถก็มีภาพคนสองคน กำลังเดินไปมา เหมือนดึงแย่งอะไรกัน คือ นางประภา ผู้ก่อเหตุ และสามี คล้ายกับว่าจะแย่งปืนกัน ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะวิ่งเข้ามาทางหน้าร้าน และล้มลงเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะถูกยิงแล้ว ซึ่งภาพดังกล่าวนั้น ถือว่าเป็นวินาทีชีวิตของการเกิดเหตุดังกล่าว   ด้านพี่ชายของหญิงผู้ตาย เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุชายคนดังกล่าวได้ขี่รถ จยย.มาจอดไว้ที่บ้านแล้วขอให้น้องสาวขับรถเก๋งไปส่งที่สถานที่แห่งหนึ่ง ลักษณะคล้ายกับจะรู้ตัวว่ามีคนติดตามมา ตอนแรกน้องสาวจะไม่ไปส่ง แต่ชายคนดังกล่าวก็คะยั้นคะยอให้ไปส่ง จนน้องสาวใจอ่อน และยอมขับรถเก๋งซึ่งเป็นของน้องสาวเองไปส่ง   ขณะที่น้องกำลังจะขับรถเก๋งออกไปนั้นผู้ก่อเหตุก็เข้ามาที่รถและต่อว่าแล้วยิงน้องสาวเข้าที่บริเวณลำคอคมกระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่ แล้วน้องสาวก็วิ่งออกมาจากรถเก๋งและไปฟุบอยู่ที่หน้าบ้าน ส่วนชายคนดังกล่าวก็ถูกยิง และได้ไปแย่งปืนจากผู้ก่อเหตุแต่ก็มาถือไว้และก็ฟุบอยู่ที่ริมฟุตบาต จึงอยากจะขอความเป็นธรรมให้กับน้องสาวซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเพราะน้องสาวเป็นคนดี เป็นเสาหลักของครอบครัว ดูแลแม่ ยาย ลูกชาย และหลานมาตลอดไม่สมควรจะมาเสียประวัติเพราะเรื่องแบบนี้   ด้านชาวบ้านใกล้เคียงบอกว่า หญิงผู้ก่อเหตุได้เคยมาซื้อของที่ร้านประมาณสองครั้ง และเคยมาเล่าปรับทุกข์กับแม่ว่าสามีนอกใจและกำลังตามมาดู และได้นำปืนพกติดตัวมาด้วย พร้อมนำปืนมาโชว์ให้ดู จนเกิดความตกใจ และใช้มือปัดบอกให้เก็บปืนเพราะกลัวปืนลั่น พร้อมทั้งปลอบและให้กำลังใจกับหญิงสาวมือยิง และได้ห้ามว่าอย่าทำเขาเลย ให้พูดกันดีๆ จากนั้นประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็เกิดเหตุดังกล่าว               ส่วนตัวผู้เสียชีวิตนั้นเป็นคนที่สวยมากและชอบมาซื้อของที่ร้านเป็นประจำ และไม่ทราบว่าผู้ตายกับคนที่ได้รับบาดเจ็บรู้จักกันมานานแค่ไหน แต่อาจจะเป็นไปที่ผู้ตายตอนไปเยี่ยมลูกสาวที่ถูกขังในทัณฑสถานเลยอาจจะได้รู้จักกับผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว   ขณะที่เจ้าของร้านขายของชำบอกว่า หลังเกิดเหตุนางประภา ได้เดินมาที่ร้านขายของชำ ไปนั่งดื่มเบียร์และสูบบุหรี่เพื่อรอมอบตัวกับตำรวจ โดยที่ผ่านมาประมาณ 2-3 ครั้ง เคยเห็นนางประภา เข้ามาเดินป้วนเปี้ยนแถวร้านตนเองหลายครั้งแล้ว และก็แอบมาด้อมๆ มองๆ ดูผู้ตายและสามีตนเองที่มาพบเจอกันบ่อยครั้ง และก่อนเกิดเหตุนางสาวประภา ก็ได้มาซื้อเบียร์และซื้อบุหรี่มานั่งสูบรอและแอบดูเหมือนเช่นเคย จนกระทั่งเหตุเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น   จากนั้น ตร.ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาทำแผน พร้อมทำการสอบสวนว่า นางประภา ให้การโดยอ้างว่า ได้วางแผนมานานแล้ว หลังจากเกิดความคับแค้นใจมาเป็นเวลา 1 ปี ที่สามีไปคบหากับผู้ตาย และได้พยายามพูดคุยและขอร้อง เจรจาหลายครั้งแล้วว่าให้เลิกคบกัน   เพราะว่าที่ผ่านมาเกิดปัญหาทางด้านการเงินโดยเงินเดือนของสามีที่ได้มา ก็นำไปจ่ายให้ผู้ตายเป็นส่วนใหญ่ และก่อนลงมือก่อเหตุก็มีปากเสียงกับสามี จนสามีรีบขับรถหนีออกจากบ้าน นางประภา จึงตัดสินใจนำอาวุธปืนของสามี ที่เก็บไว้ในห้องพัก พกติดตัวมาบรรจุกระสุนปืนเต็มแมกกาซีน แล้วขี่รถจยย.มานั่งดื่มเบียร์รอบริเวณหน้าร้านของชำใกล้ร้านขายเสื้อผ้าที่เกิดเหตุ   กระทั่งเห็นว่าทั้ง 2 คนขับรถเก๋งมาจอด ก็เลยตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าไปยิงดังกล่าวจนเกิดเหตุสลดขึ้น ทั้งนี้ นางประภา บอกว่า ตั้งใจจะยิงทั้งสองคนให้ตายไปพร้อมๆ กัน เพราะแค้นใจมานานแล้วไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร โดยนางประภา ยังบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมตัวบอกว่ารู้สึกสะใจอย่างมาก หลังจากสะสมความคับแค้นมานานวันนี้ได้ปลดปล่อยเสียที   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น และยิงปืนไม่มีเหตุอันควร พกพาปืนในที่สาธารณะ ก่อนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7m6Jx4r4pfg

 147,625
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 62

อส.สงขลาใช้ปืนสงคราม ยิงแฟนสาวแม่หม้ายดับคาบ้าน แค้นตีตัวออกห่าง

สงขลา-เกิดเหตุยิงกันที่บ้านพัก พื้นที่หมู่ 9 ต.คลองเปียะ อ.จะนะ ตรวจสอบทราบว่าผู้ที่ถูกยิงคือ น.ส.จิรพรรณ แก้วชนิด อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน และเป็นผู้จัดการห้างสรรพสินค้าโลตัสเอ็กซ์เพรส สาขานาหม่อม อ.หาดใหญ่ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นปืนเอ็ม 16 เข้าหน้าท้อง 1 นัด ญาตินำได้นำตัวส่งโรงพยาบาลจะนะ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   จากการตรวจสอบบริเวณข้างบ้านพบปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 ตกอยู่ข้างบ้าน 4 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และพบว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปทางช่องกระจกหน้าต่างข้างบ้านที่แตกอยู่ ในขณะที่ น.ส.จิรพรรณ กำลังนั่งพิมพ์เอกสารอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ภายในบ้าน โดยมีลูกสาวอายุประมาณ 8-9 ขวบ นอนดูทีวีอยู่ข้างๆ รวมทั้งแม่ที่นอนอยู่ในห้องนอนและทั้งสองคนปลอดภัย   หลังเกิดเหตุตำรวจได้สอบสวนพยานแวดล้อมกระทั่งทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือ อส.อภิเชษฐ์ แก้วนวล อายุ 31 ปี เป็นอาสารักษาดินแดนอำเภอจะนะ และเป็นมือกีต้าประจำวงใต้ใด ซึ่งเป็นวงดนตรีของ อส.อำเภอจะนะด้วย ซึ่งคบหาเป็นแฟนกับ น.ส.จิรพรรณ ซึ่งเป็นหม้ายลูกติด หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปซึ่งตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัวพร้อมกับประสานต้นสังกัดให้ติดต่อเข้ามอบตัว   เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่าสาเหตุน่าจะมาจากความหึงหวง ที่ อส.อภิเชษฐ์ คบหาเป็นแฟนกับผู้ตายแต่พักหลังผู้ตายไม่เล่นด้วยพยายามตีตัวออกห่างเนื่องจากทราบว่า อส.อภิเชษฐ์ มีครอบครัวอยู่แล้ว และก่อนหน้านี้ก็เคยมาก่อเหตุยิงปืนข่มขู่ที่หน้าบ้านผู้ตายมาแล้ว และมีการเข้าแจ้งความไว้ที่สภ.ควนมีด   ด้านนายสามารถ ไชยวิรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บอกว่า ก่อนเกิดเหตุ อส.อภิเชษฐ์ ได้มาหาผู้ตายที่บ้าน และพบว่าผู้ตายกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะใช้อาวุธปืนยิ่งไปทางช่องกระจกหน้าต่างที่แตกด้วยอารมณ์ของความหึงหวงและผิดหวังในลักษณะตนไม่ได้คนอื่นก็ต้องไม่ได้ด้วย   ทั้งนี้ ตำรวจ สภ.ควนมีด ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติศาลจังหวัดนาทวี ออกหมายจับ อส.อภิเชษฐ์ ผู้ต้องหารายนี้แล้ว ในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และล่าสุดได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้วโดยประสานงานผ่านทางหัวหน้าฝ่ายปกครองอำเภอจะนะ แต่ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าจะเข้ามอบตัวเมื่อไหร่ และแม้ว่าจะติดต่อเข้ามอบตัวแต่ทางชุดสืบสวนของ สภ.จะนะ ก็ยังคงออกติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุดเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zzFCrRCOV5w

 2,541
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 62

สามีระแวงเมียนอกใจใช้ปืนยิงดับ ก่อนยิงตัวตายตาม ลูกชายเผยพ่อซึมเศร้า ชอบคิดมาก

สมุทรสาคร-เกิดเหตุฆาตรกรรมภายในบ้านพื้นที่ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านปูน 2 ชั้น ที่ชั้นบนทางขึ้นบันไดหน้าห้องนอน พบศพนอนจมกองเลือด 2 ศพ โดยศพแรกเป็นผู้ชายสวมเสื้อสีดำ นอนตะแคง ในมือมีปืนอยู่ 1 กระบอก ขนาด .38 และตกใกล้กับมืออีก 1 กระบอก ขนาด .32 ทราบชื่อคือ นายสิทธิชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะด้านขวากระสุนทะลุออกขมับซ้าย 1 นัด   ส่วนอีกศพเป็นผู้หญิงนอนหงาย มีเลือดไหลออกจากปาก ทราบชื่อคือ นางวรวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ หน้าอกขวา 1 นัด ใต้คาง 1 นัด ใต้ราวนมซ้าย 2 นัด สะโพก 1 นัด และ กลางสันหลังอีก 1 นัด ทั้งสองคนมาเช่าบ้านหลังดังกล่าวพักอาศัยพร้อมกับลูกๆ อีก 2 คน        โดยนายสิทธิชัย เป็นหัวหน้าคิวรถตู้สายอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – มหาชัย นอกจากนี้ยังมีปลอกกระสุนปืนขนาด .32 ตกอยู่ 6 ปลอก อีกทั้งยังมีข้อความต่างๆ ถูกเขียนอยู่บนผนังหน้าห้อง กับที่กระจกเต็มไปหมด โดยมีถ้อยคำตัดพ้อว่าถูกเมียนอกใจ และข้อความสงสารลูกสาว   จากการสอบถามนายฐาปกรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี บุตรชายของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน เล่าว่า ครอบครัวของตนมาเช่าบ้านหลังนี้อยู่นานเกือบ 1 ปีแล้ว โดยก่อนเกิดเหตุตนออกไปทำงาน แล้วได้รับข้อความทางไลน์จากพ่อ ที่ส่งมาร่ำลาลูกๆ จึงได้รีบขับรถจักรยานยนต์กลับมา ก็พบว่าพ่อได้ก่อเหตุยิงแม่แล้วก็ยิงตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว   โดยพ่อของตนนั้นมีอาการซึมเศร้าชอบคิดมาก และเคยจะพาไปหาหมอแต่พ่อไม่ยอมไปพบแพทย์ ซึ่งพ่อมักจะมีปากเสียงกับแม่ด้วยความหึงหวง ทั้งๆ ที่แม่ไม่เคยทำอะไรผิด และไม่เคยนอกใจพ่อ ซึ่งก็ลูกๆ ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WaxxXlPWhXU

 1,873
สังคม-อาชญากรรม
30 ธ.ค. 61

รวบแฟนหนุ่มฆ่าปาดคอแฟนสาวข้าราชการหมกหอพักกลางเมือง อ้างหึงหวง ผู้ตายมีท่าทีจะตีตัวออกห่าง

วานนี้ (29 ธันวาคม 2561) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้ควบคุมตัว นาย กฤษฎา กระบวนพล หรือโน้ต อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้มีดปาดคอฆ่าแฟนสาวของตัวเอง คือ นางสาวเกษกนก ยังดี หรือนุ่น อายุ 34 ปี ข้าราชการตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุปฏิบัติงาน สังกัดสำนักงานควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เสียชีวิต แล้วทิ้งศพไว้ภายในห้องเช่าเลขที่ 99 หมู่ที่ 9 ตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีม โดยหลังเกิดเหตุนายกฤษฎา ได้หยิบเอาสร้อยคอทองคำของผู้ตาย 1 เส้น และขับขี่รถจักรยานยนต์ของผู้ตายหลบหนีไป   ต่อมาชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมนายกฤษฎาผู้ต้องหาได้ ขณะที่หลบหนีไปพักอยู่กับญาติที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้คบหากับผู้ตายมานานหลายปีตั้งแต่อยู่ที่จังหวัดสระแก้ว และเมื่อไม่นานมานี้ผู้ตายสามารถสอบรรจุเป็นข้าราชการ และได้มาทำงานที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งช่วงระยะหลังตนได้พยายามติดต่อทางโทรศัพท์หลายครั้ง แต่ผู้ตายไม่ยอมรับสาย ตนจึงได้เดินทางมาหา และตนก็ได้ทะเลาะกันอย่างรุนแรงเพราะผู้ตายมีท่าทีที่จะตีตัวออกห่าง   ตนจึงเกิดความโมโหใช้มีดทำครัวแทง และปาดคอแฟนสาวจนเสียชีวิตแล้วหลบหนีไป โดยขับขี่รถจักรยานยนต์ของผู้ตายไปจอดทิ้งไว้ที่สถานีขนส่งอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี แล้วได้ขึ้นรถยนต์โดยสารประจำทางไปขออาศัยอยู่ที่บ้านญาติที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนถูกตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหานายกฤษฏาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0d5YHDmD3V4

 1,762
ข่าวภูมิภาค
27 ธ.ค. 61

เปิดวงจรปิดหนุ่มหึงโหดยิงแฟนสาว-การ์ดผับลำปาง ก่อนยิงตัวเองตามรวมดับ 3 ศพ

ลำปาง-หนุ่มอายุ 39 ยิงแฟนสาววัย 20 และการ์ดของร้านอาหารเสียชีวิต ก่อนยิงตัวตายตาม รวมมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ และบาดเจ็บอีก 3 ศพ โดยสาเหตุมาจากความหึงหวง เมื่อมือปืนไปง้อคืนดีฝ่ายหญิงไม่สำเร็จ มีการลากแขนออกจากผับ ทำให้การ์ดร้านอาหารเดินตามไปเพื่อจะเข้าไปห้ามก่อนเกิดเหตุสลด   ต่อมามีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ โดยในภาพจะเห็นว่า ฝ่ายชายได้จูงมือแฟนสาวข้ามถนนมาที่รถ จากนั้นได้มีการ์ดของร้านและลูกน้อง เดินข้ามถนนตามไป 4 คน ก่อนที่มือปืนจะใช้อาวุธปืนยิงการ์ดร้าน และกราดยิงชายอีก 3 คนบาดเจ็บ ก่อนจะหันไปยิงแฟนสาวล้มลง และยิงตัวเองเสียชีวิตทันที   จากการสอบสวนเบื้องต้นได้ข้อมูลจากเพื่อนของมือปืนผู้ก่อเหตุว่า ก่อนเกิดเหตุมือปืนได้มานั่งดื่มเหล้า อยู่ที่ร้านใกล้จุดเกิดเหตุ เมื่อเห็นแฟนสาวที่ตีตนออกห่างเช็กอินทางเฟซบุ๊กที่ร้านที่เกิดเหตุ ฝ่ายชายจึงลุกขึ้นเดินออกไปจากร้าน ไปตามง้อคืนดี   พยายามฉุดกระชากตัว ซึ่งเมื่อการ์ดของสถานบันเทิงดังกล่าวเห็นเหตุการณ์ จึงตามพวกมาช่วยห้ามปราม เพราะเห็นว่าทั้งสอง เริ่มมีปากเสียงกันรุนแรง ก่อนที่ชักอาวุธปืนขนาด 9 มม. มาไล่ยิงการ์ดของร้านและพวกจำนวนหลายนัด ก่อนที่จะใช้ปืนยิงตนเองเสียชีวิตเป็นรายที่ 3 เพื่อหนีความผิดที่ตนเองก่อขึ้น   ด้านแม่ของการ์ดร้านอาหารบอกว่า ผู้ตายเป็นบุตรคนโต เป็นคนขยันขันแข็งมาก จะทำงานหลากหลายอาชีพรวมถึงพนักงานดับเพลิงของหน่วยงานหนึ่ง และเป็นพนักงานกู้ภัยชอบไปช่วยเหลือชาวบ้าน ตามจุดตามต่างๆ และช่วงหัวค่ำก็ยังไปรับจ้างเป็นการ์ด ดูแลความปลอดภัย ของสถานบันเทิง   ซึ่งตอนแรกมีคนมาบอกว่า บุตรชายถูกยิงตนเองก็ยังไม่เชื่อ นึกว่ามีคนมาพูดเล่น เพราะบุตรชายตนเองไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครจนมาทราบข่าว และเดินทางมาดูมาที่โรงพยาบาลลำปาง จึงพบว่าบุตรชายตนเองเสียชีวิตไปแล้ว ตนเองก็รู้สึกเสียใจมาก เพราะบุตรชายของตนเป็นคนขยันขันแข็ง ทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว   ส่วนด้านคดี ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน ยังไม่ได้มีการเรียกญาติผู้เสียชีวิตและญาติผู้บาดเจ็บมาทำการสอบถาม เนื่องจากผู้บาดเจ็บยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลลำปาง และส่วนหนึ่งญาติผู้เสียชีวิตกำลังอยู่ระหว่างขอนำศพออกจากโรงพยาบาลลำปาง และจะได้แจ้งให้ญาติทราบ ถึงขั้นตอนการับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมอีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fQuLTd6wiHE

 7,575
ข่าวภูมิภาค
16 ธ.ค. 61

อดีตภรรยาหนุ่มมือขวานฟันคู่กรณี ยืนยันเลิกรากันแล้ว 2 เดือน เหตุถูกซ้อมเป็นประจำ

จากกรณีที่โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกคู่กรณีใช้ขวานฟันเข้าที่บริเวณศีรษะ ถูกหูและนิ้วมือเกือบขาด รวมทั้งได้รับบาดเจ็บอีกหลายจุดตามร่างกาย เหตุเกิดบริเวณหน้าหอพักแห่งหนึ่งในตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยทราบชื่อต่อมาว่า นายปอนด์ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ขณะที่ต่อมาทางคู่กรณีที่ชื่อ นายโบ๊ท (นามสมมติ) อายุ 22 ปี อดีตนักแสดงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่มีการหลบหนี โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวเนื่องจากตัวเองแขนหักต้องใส่เฝือกอยู่ และต้องการจะเข้าไปพบภรรยาของตัวเองที่นั่งอยู่ในรถยนต์ แต่ผู้เสียหายพยายามพุ่งเข้าจะมาทำร้าย ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาพยายามพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (15 ธ.ค.) นางสาวตอง (นามสมมติ) อายุ 23 ปี อดีตภรรยาของนายโบ๊ท พร้อมครอบครัว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำและมอบหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายกับนายโบ๊ทแล้วเช่นกัน จากเหตุการณ์เดียวกันกับที่มีการใช้ขวานฟันนายปอนด์   โดยนางสาวตอง ยืนยันว่า ปัจจุบันตัวเองอดีตภรรยาของนายโบ๊ทเท่านั้น และนายโบ๊ทมีสถานะเป็นเพียงพ่อของลูกเท่านั้น โดยได้มีการเลิกรากันมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ขณะที่การเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายโบ๊ทนั้น เนื่องจากในคืนที่เกิดเหตุนอกจากใช้ขวานฟันนายปอนด์แล้ว ยังได้ทำร้ายร่างกายตัวเองอีกด้วย จนได้รับบาดเจ็บทั้งที่ศีรษะ หลัง แขนและขา ซึ่งได้มีการให้แพทย์ที่โรงพยาบาลตรวจร่ายกายไว้เป็นหลักฐานและมอบให้ทางพนักงานสอบสวนแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด   สำหรับคืนที่เกิดเหตุนั้น นางสาวตอง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุไปเที่ยวสถานบันเทิงกับเพื่อน รวมทั้งนายปอนด์ และพบกับนายโบ๊ท ซึ่งหลังจากเที่ยวเสร็จได้เดินทางกลับที่พักย่านตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยที่ตัวเองขับรถกลับมาพร้อมเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่ง และนายปอนด์ ขับรถอีกคันหนึ่งตามมาส่งเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเกรงว่านายโบ๊ท ที่เลิกรากันไปแล้วจะตามมารังควาญ ซึ่งปรากฏว่านายโบ๊ท ได้ตามมาจริง ๆ โดยเมื่อมาถึงนายโบ๊ท ได้ถือขวานเดินตรงเข้ามาหาเหมือนจะทำร้ายพวกตัวเอง ซึ่งนายปอนด์เห็นเช่นนั้นจึงพยายามเข้าไปแย่งขวานและถูกฟันจนได้รับบาดเจ็บ   ขณะที่ตัวเองรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ แต่ระหว่างนั้นนายโบ๊ท ที่ฟันนายปอนด์แล้ว ได้ตรงเข้าทำร้ายตัวเองต่อ ก่อนที่จะมีคนเข้ามาช่วย และนายโบ๊ท ได้หลบหนีไป ซึ่งขวานที่นายโบ๊ทใช้ก่อเหตุนั้น ไม่ได้มีสภาพเป็นขวานทำสวนอย่างที่มีการกล่าวอ้าง ตลอดจนเชื่อน่านายโบ๊ทน่าจะมีเจตนาตามมาหาเรื่องโดยตรง เพราะจุดเกิดเหตุไม่ได้เป็นทางผ่านกลับบ้านของนายโบ๊ท และไม่ได้เป็นการป้องกันตัว เนื่องจากนายโบ๊ท เป็นฝ่ายที่ถือขวานเดินตรงเข้ามาก่อน   ขณะเดียวกันนางสาวตอง เปิดเผยว่า ในช่วงที่เป็นภรรยาของนายโบ๊ท ตัวเองมักจะถูกนายโบ๊ท ทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำเวลาที่นายโบ๊ทเมาสุราหรือมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน โดยที่ผ่านมาเคยเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานหลายครั้งแล้ว ซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่นายโบ๊ท ทำร้ายร่างกายตัวเองด้วยการใช้มือบีบคอแล้วเอาหมอนกดทับใบหน้าจนเกือบขาดอากาศหายใจแต่โชคดีที่รอดชีวิตมาได้ ทั้งนี้เมื่อประมาณเดือน ต.ค.61 ที่ผ่านมาได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะเลิกรากันและมีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจ โดยที่นายโบ๊ท รวมทั้งพ่อแม่ของนายโบ๊ทลงชื่อรับรู้ด้วย ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันนอกจากทำหน้าที่พ่อแม่ของลูก แต่ล่าสุดนายโบ๊ท ยังได้มาก่อเหตุกับตัวเองอีก รวมทั้งทำร้ายผู้อื่นด้วย ทำให้ต้องดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด   ส่วนอาการบาดเจ็บของนายปอนด์ อายุ 28 ปี ที่ถูกขวานฟันหูเกือบขาดนั้น รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว หลังจากที่แพทย์ทำการรักษาด้วยการผ่าตัดศัลยกรรมหูที่ถูกฟันเกือบขาด และนิ้วมือ อย่างไรก็ตามยังคงต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลและให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด โดยตามรายงานข่าวระบุว่า แม้จะผ่าตัดศัลยกรรมหูได้แต่สภาพอาจจะไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม ซึ่งทางครอบครัวผู้เสียหายยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-_gS0_syhRU

 1,855
สังคม-อาชญากรรม
09 ธ.ค. 61

พ่อหนุ่มถูกกระบะชนแหลกเหตุคู่กรณีหึงโหดเมียเก่า เผยอีกฝ่ายหวังขับชนให้ตาย เสียใจแม่ยายยังโร่ป้อง

จากกรณีเหตุการณ์รถกระบะอีซูซุสีเทา ไล่ชนรถเก๋ง ฮอนด้าแจส สีขาว อย่างบ้าคลั่ง ต่อหน้าชาวบ้าน และ คนงานที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุพยายามที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ชายที่อยู่ในรถเก๋งออกมาจากตัวรถ แต่คนขับรถกระบะไม่ยอมยังขับรถเดินหน้าและถอยหลังไล่ชนรถกระบะอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนภายในชุมชนระหว่างบ้าน สบเมาะ-ห้วยรากไม้   จากนั้นชาวบ้านได้ควบคุมตัวผู้ขับรถกระบะที่ก่อเหตุไว้ได้คือ นายวุฒิชัย ปินวงค์ อายุ 23 ปี ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำตัว นายอุบล ตระกูลใต้ อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งฮอนด้าแจส สีขาว ส่งโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บมีบาดแผลฟกช้ำและแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง ทั้งนี้สาเหตุมาจากปมหึงหวง ที่นายวุฒิชัยเห็นนายอุบลอยู่กับอดีตภรรยา   เมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านใน ต.วังเงิน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เพื่อจะไปพบกับนายอุบล ตระกูลใต้ ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งฮอนด้าแจส สีขาว แต่ปรากฎว่าไม่อยู่ที่บ้าน พบเพียงแต่นาย อุดร ตระกูลใต้ ผู้เป็นพ่อ ซึ่งเปิดเผยว่า ลูกชายไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในอำเภอแม่เมาะ เป็นคนดีไม่เคยไปหาเรื่องหรือตบตีใครก่อน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองรับแทบไม่ได้ ตายเป็นตาย เพราะมาทำกับลูกของตนเองแบบนี้ และจากการสอบถามชาวบ้านก็ทราบว่าหลังจากที่ผู้ต้องหาลงจากรถมาแล้วยังลงมาจะทำร้ายลูกชายของตนอีก ดีที่ชาวบ้านช่วยกับจับตัวเอาไว้   ส่วนเรื่องของลูกชายกับผู้หญิงรายดังกล่าว ตนเองไม่ทราบรายละเอียดมากนัก ลูกชายเคยพามาที่บ้าน 2 ครั้ง ตนเองก็นึกว่าโสดเพราะหน้าตายังเด็กอยู่ ส่วนในอนาคตก็แล้วแต่ลูกชายเพราะเรื่องคามรักตนห้ามไม่ได้ ปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของลูก ส่วนในเรื่องของคดีก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่ก็รู้สึกเสียใจแทนลูกเล็กน้อยที่แม่ยายบอกว่าจะไม่รับเป็นลูกเขย        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/jq26XZ4keF4

 4,497
สังคม-อาชญากรรม
08 ธ.ค. 61

เปิดคลิปนาทีหนุ่มหึงโหดเมียเก่า ขับกระบะไล่ชนรถชายใหม่บ้าระห่ำ มีคนโดนลูกหลงเจ็บ แม่ยายโร่ป้องยันเป็นคนดี

วานนี้ (7 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีคลิปภาพขณะเกิดเหตุ รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา กำลังไล่ชนรถเก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า แจส สีขาว อย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านและคนงานในบริษัทฯ ที่เกิดเหตุ โดยบางคนพยายามที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ชายที่อยู่ในรถเก๋งให้ออกมาจากตัวรถ แต่คนขับรถกระบะไม่ยอมลดละ ยังขับรถเดินหน้าและถอยหลังไล่ชนรถกระบะอย่างบ้าคลั่ง โดยจังหวะหนึ่งมีคนงานบริษัทฯ ก่อสร้างคนหนึ่งหวิดจะถูกปิคอัพคันดังกล่าวทับขณะยืนดู เดชะบุญที่เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งวิ่งไปลากตัวออกจากจุดเกิดได้   เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนภายในชุมชนระหว่างบ้าน สบเมาะ-ห้วยรากไม้ จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณด้านหน้า บริษัทมงคลก่อสร้าง บ้านเมาะสถานี หมู่ที่ 4 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ ลำปาง ต่อมาตำรวจ สภ.แม่เมาะ เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุ ซึ่งพบว่าชาวบ้านในบริเวณที่เกิดเหตุ ได้ช่วยกันควบคุมตัวผู้ขับรถกระบะที่ก่อเหตุไว้ได้ทราบชื่อต่อมาคือ นายวุฒิชัย ปินวงค์ อายุ 23 ปี และขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำตัวชายอีกคนคือ นายอุบล ตระกูลใต้ อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งฮอนด้าแจส สีขาว ส่งโรงพยาบาลแม่เมาะอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บมีบาดแผลฟกช้ำและแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง   ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังพบว่าในบริเวณใกล้กันมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถกระบะ ถูกรถเก๋งแจสพุ่งชน ขณะวิ่งส่วนทางมาขณะเกิดเหตุ โดยนายประสิทธิ์ แสนปล้อง อายุ 58 ปี พนักงานการไฟฟ้าแม่เมาะ ได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอกตามร่างกายและถูกเศษกระจกบาดที่ใบหน้า ชาวบ้านช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลแม่เมาะไปก่อนหน้านี้แล้ว   จากการสอบสวน นายวุฒิชัย ทราบว่าก่อนหน้านี้ตนเองเข้าไปเยี่ยมลูกที่บ้านแฟนเก่า ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่นายอุบล ขับรถเก๋งมาส่งอดีตแฟนตนเองที่บ้าน และกำลังขับรถกลับออกไป ตนจึงขับรถกระบะไล่ติดตามและพยายามบีบแตรให้จอดเพื่อจะขอว่าอย่ามายุ่งกับแฟนตนอีก แต่รถเก๋งคันดังกล่าวไม่ยอมจอด ตนโมโหจึงขับไล่ชนมาตามทาง ซึ่งระหว่างที่ตนขับชนท้ายรถแจส ทำให้รถแจส พุ่งข้ามเลนไปชนรถกระบะที่วิ่งสวนทางมา จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งต่อมาตนเองขับไล่รถแจสมาทันที่บริเวณด้านหน้าบริษัท มงคลก่อสร้าง จึงขับไล่ชนรถคันดังกล่าว อย่างบ้าคลั่งด้วยความโมโห และเมื่อลงจากรถตนก็พยายามจะเข้าไปชกต่อยคนขับรถแจสต่อ แต่ก็ถูกชาวบ้านห้ามไว้และควบคุมตัวและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว เบื้องต้นผู้ต้องหาได้กล่าวขอโทษกับสังคมและผู้ที่บาดเจ็บเนื่องจากที่ทำลงไปเพราะบันดาลโทสะ   ด้านนางเอ(นามสมมติ) อายุ 46 ปี แม่ยายของนายวุฒิชัย กล่าวทั้งน้ำตาพร้อมเปิดเผยว่าลูกเขยเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความรู้แต่นิสัยดี หากเหตุการณ์แบบนี้ไม่เกิดขึ้นกับตัวเองคงไม่รู้ จึงอยากวอนให้โลกโชลเชียลที่หยุดแชร์ภาพดังกล่าวโดยที่ไม่รู้เรื่องจริงทั้งหมด และไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุมาก่อน และขออย่าประณามลูกเขยที่ทำลงไปเนื่องจากขาดสติและเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rztZiFsv5hc

 10,233
สังคม-อาชญากรรม
05 ธ.ค. 61

หนุ่มบุกจ่อยิงเมียดับคาร้านสะดวกซื้อมอบตัวแล้ว สารภาพหึงหวง ตร.แจ้งข้อหาหนักก่อนคุมตัวไปทำแผน

จากกรณี เกิดเหตุหนุ่มอุ้มลูกบุกจ่อยิงเมียภายในร้านสะดวกซื้อ ที่ตั้งอยู่ภายในปั๊มน้ำมันบริเวณเเยกคลองโพธิ์ จ.สุโขทัย โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยพบว่า น.ส.สุพิชฌาย์ อายุ 31 ปี เสียชีวิต บริเวณเคาเตอร์เก็บเงิน ส่วนคนร้ายทราบว่าเป็นแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายไพโรจน์ อายุ 27 ปี หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปไม่ทราบเส้นทาง โดยทั้งคู่อยู่กินกันมาเป็นเวลา 5 ปี และมีปากเสียงกันเมื่อวันลอยกระทงที่ผ่านมา โดยพบว่ากล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถจับภาพนาทียิงได้   คืบหน้าวานนี้ (4 ธ.ค.) พ.ต.อ.ประมวล ยิ้มจันทร์ ผกก.สภ.เมืองสุโขทัย ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนออกหาข่าวติดตามตัวนายไพโรจน์ และเข้ากดดันที่บ้านพัก จนเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. นายไพโรจน์ พร้อมญาติได้เดินทางเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจ สภ.เมืองสุโขทัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนนายไพโรจน์ โดยให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือยิง น.ส.สุพิชฌาย์ จริง เนื่องจากเกิดการหึงหวง โดยได้อุ้มลูกไปหาด้วยดี แต่กลับถูกไล่ให้นำลูกกลับไปบ้าน ด้วยความโกธรแค้นและคิดว่าภรรยาต้องการตีตัวออกห่าง จึงวกกลับมาหาอีกครั้งและก่อเหตุยิงภรรยาเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต   จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัว นายไพโรจน์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันมามุงดูด้วยความสนใจ หลังเสร็จสิ้นการทำแผน จึงควบคุมตัวนายไพโรจน์ กลับไปสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/T_5c0XC-LyU

 1,756
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
19 พ.ย. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 19 พ.ย.61 เปิดตัวพปชร.-เครื่องซักผ้าปั่นแขนขาด-หนุ่มคลั่งหึงโหดฆ่าหั่นศพเมียท้อง

-อุตุฯเตือนพายุโทราจี ทำฝนถล่ม 41 จังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้ง กทม.ตั้งแต่ 19-21 พ.ย.นี้ โดยเฉพาะภาคใต้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ตั้งแต่สุราษฎร์-สงขลา คลื่นลมอ่าวไทยสูง 2 เมตร ด้านนครศรีธรรมราชเจอน้ำป่าหลากซัดระกระบะหงายท้องชี้ฟ้า คนขับถูกน้ำซัดยังไม่ทราบชะตากรรม ผู้โดยสารอีกคนน้ำซัดไปติดต้นไม้ปลอดภัย (อุตุฯเตือนพายุ 'โทราจี' ถล่มไทย 41 จังหวัด กทม.โดนด้วย น้ำป่าเมืองคอนซัดกระบะตกคลอง ยังไม่เจอคนขับ) -หนุ่มพนักงานรีสอร์ทระยอง ถูกเครื่องซักผ้าปั่นแขนขาดเลือดสาดแขนกระเด็น ขณะนำผ้ามาซักที่เครื่องฝาหน้า เครื่องปั่นเสร็จแต่มอเตอร์ยังไม่หยุด ล้วงมือเอาผ้า ถูกผ้าพันมือบิดแขนขวาตั้งแต่ศอกลงไปจนขาด เจ็บปวดร้องลั่น เพื่อนต้องรีบตัดกระแสไฟ นำตัวส่ง รพ. หมอไม่ยืนยันจะต่อแขนได้หรือไม่ (อุทาหรณ์ เครื่องซักผ้าปั่นแขนหนุ่มเลือดสาดขาดกระเด็น หมอไม่ยืนยันจะต่อกลับได้หรือไม่ )   -หนุ่มเพชรบูรณ์คลั่งหึงโหดฆ่าหั่นศพเมียท้อง 6 เดือน เสพยาบ้าก่อนก่อเหตุ ตัดแขนขามีดเสียบทวาร ญาติเข้าห้ามถูกไล่ฟัน จนท.ขนลุกแขนขากระจัดกระจาย ก่อนตร.ตามจับได้ ขาดสติ พูดจาวกวน รออาการดีขึ้นจึงจะสอบปากคำ (สามีเมายาคลั่ง ฆ่าหั่นศพเฉือนแขน-ขา เมียสาวท้อง 6 เดือน สยองคาบ้าน)   -พรรคพลังประชาชนจัดงานต้อนรับสมาชิกบิ๊กเนมคึกคัก รวมทั้งกลุ่มสามมิตรที่นำโดยสุริยะ จึงรุ่งเรืองเก่า, สมศักดิ์ เทพสุทิน นำสมาชิกกว่า 60 คนมาร่วมด้วย รวมทั้งอดีต ส.ส.อีสานหลายสิบคน พรรคบอกเป็นการต่อสู้ของการเมืองใหม่ที่ไม่ได้มีแค่ 2 พรรคเก่าและเกิดวิกฤตการเมืองเหมือนอดีต ประกาศศักดาก้าวที่ 1 เป็นภาพประวัติศาสตร์ พรรคเกิดได้ 20 กว่าวัน แต่มีคนมารวมตัวกันได้มากขนาดนี้ ลั่นจะไม่กวาด 350 ที่นั่ง ส.ส.ได้อย่างไร สุริยะบอกครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าสมัยเปิดพรรคไทยรักไทย สมศักดิ์บอกเลือกตั้งครั้งนี้ รัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อพวกเรา (พลังประชารัฐเปิดตัวคึกคัก กลุ่มสามมิตรนำทีม ประกาศศักดาเปิดได้ 20 วัน คนแห่สมัครเพียบ)   -จาตุรนต์ประกาศลาออกจากเพื่อไทย เพื่อไปร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติแล้ว ปรีชาพล หน.ทษช.บอกจาตุรนต์และณัฐวุฒิจะมาสมัครสมาชิกพรรคในวันนี้ ชี้ประชาชนจะเสียประโยชน์ หากเลื่อนเลือกตั้งออกไป ('จาตุรนต์' ลาเพื่อไทย ร่วมงานไทยรักษาชาติ 'ณัฐวุฒิ-ธงชัย ใจดี' แจมด้วย)   -รองนายกฯสมคิดสั่งดึง 3 แบงก์รัฐ กรุงไทย ออทสิน SMEs เตรียมออกแพ็คเกจลดภาระหนี้สินให้ SMEs หนุ่มสาวโรงงาน และผู้สูงอายุนอกภาคเกษตร พร้อมจัดอบรมเพิ่มทักษะ เพิ่มกลุ่มเป้าหมายใหม่ ย้ำไม่ใช่ปลดหนี้ทั้งหมดเพียงแค่ลดภาระหนี้เดิมให้เป็นกำลังใจให้คนทำมาหากิน (ของขวัญปีใหม่ใกล้เลือกตั้ง 'สมคิด' สั่ง 3 แบงก์รัฐ ออกแพ็กเกจลดภาระหนี้ ลุ้นช็อปช่วยชาติช่วงปลายปี )   -รถเมล์ร่วมบริการ 4 พันคัน ร้องขอคิดค่าโดยสารรถร้อน 3 บาท จาก 9 บาทต่อเที่ยว เป็น 12 บาทต่อเที่ยว รถแอร์ขอปรับเพิ่มระยะทางละ 2 บาท หรือราคาเริ่มต้นจะเพิ่มจาก 13 บาทต่อเที่ยว เป็น 15 บาทต่อเที่ยว ขีดเส้นภายในสิ้นเดือน พ.ย.นี้ชี้รัฐไม่รักษาสัญญา จ่อรวมตัว ก.คมนาคมยื่นหนังสือถึงนายก ('รถร่วมฯ ขสมก.-แท็กซี่สุวรรณภูมิ' ทวงสัญญารัฐ ขอขึ้นค่าโดยสาร )   -ญาติคนตายร้องเรียน รพ.สมุทรสาคร บังคับซื้อโลงศพ-ค่าส่งศพรวม 11,000 บาท ญาติชี้แพงไป ขอซื้อโลงแค่ 5 พัน จ่ายมัดจำ 1 พัน ต่อมาได้โลงฟรีจากกู้ภัยจึงขอยกเลิก แต่ทาง รพ.ไม่คืนมัดจำ แถมเรียกเก็บค่าฉีดศพเพิ่มอีก 1 พันบาท แพทย์แจงคนไม่พอ ต้องให้เอกชนเข้ามาทำ จะตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น เบื้องต้นให้เอาศพออกได้ฟรี (ญาติร้อง รพ.บังคับซื้อโลงศพ-เก็บค่าฉีดศพเพิ่ม หมอแจงคนไม่พอ ต้องให้เอกชนเข้ามาทำ ยอมให้นำศพออกฟรี)   -พ่อแม่ร่ำไห้รับศพลูกสาวเหยื่อแม่ค้าส้มปืนโหด วงจรปิดจับภาพขณะเหยื่อเดินไปต่อว่าคนยิง เรื่องส้มที่ซื้อไปขายต่อเน่าเสียหาย แต่แม่ค้าชักปืนยิงจนหมดแม็กแล้วยังกระทืบต่อ พ่อลั่นต้องมาขอขมาศพ ถ้าไม่มาจะไม่เผาศพ แม่ยืนยันลูกสาวเป็นคนดี ขยันทำมาหากิน (วงจรปิดจับภาพแม่ค้าส้มปืนโหด ยิงแล้วยังกระทืบซ้ำ พ่อผู้ตายลั่นถ้าไม่ขอขมา จะไม่เผาศพ)   -ตร.ตรวจรอบ 2 คลินิกหมอสูติข่นขืนคนไข้ ทดลองตะโกนคนนอกได้ยิน ตอนนี้มีคนแจ้งความคนเดียว กำลังสรุปพยานหลักฐานส่งอัยการสั่งฟ้อง หมอเครียดขอลางาน เหยื่อพร้อมทนายนิด้า ยื่น ผบ.ตร.เร่งรัดคดี (หมอสูติเครียดลางาน 'ทนายนิด้า' โต้ 'ทนายเดชา' ชี้ยังมีหลักฐานไม่ออกสื่ออีกเพียบ)   -ไล่ล่า 2 พรานใจโหดสังหารเลียงผา ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพชรบุรี สลดถูกถลกหนังชำแหละแยกชิ้นส่วน หัว ขาหน้า ขาหลัง เนื้อสันใน ผ่าซากพบกระสุนยิงเข้าที่ซอกขาหน้า คาดเป็นนายพรานในพื้นที่ไม่ใช่นายทุน เพราะอุปกรณ์การล่าเป็นปืนลูกซอง/ปืนแก๊ป และฝูงหมาในหมู่บ้านประมาณ 5 ตัว เห่าตอน จนท.จับ ทำให้คนร้ายไหวตัวทัน (ได้เวลาถูกล่าบ้าง! ตามล่า 2 พรานโหด ฆ่าชำแหละเลียงผาในแก่งกระจาน )   -ใหม่ ดาวิกาหลอน หนุ่มบุกร้านกาแฟนั่งจนร้านปิดไม่ยอมลุก บอกเป็นแฟนเจ้าของร้าน ตรงเชิญตัวไปสน.คันนายาว บอกมีอาการทางประสาท นางเอกสาวไม่ติดใจเอาความ ระบายลงทวิตเตอร์ ตร.เชิญออกเที่ยงคืนกว่าจะได้นอน ('ใหม่ ดาวิกา' หลอน! หนุ่มบุกร้านกาแฟจนดึกไม่ยอมกลับ อ้างเป็นแฟน )   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CNDq8W5SUAE

 3,570
สังคม-อาชญากรรม
14 พ.ย. 61

หนุ่มหึงโหดบุกเตะหนุ่มเซเว่น หลังจับได้แอบกิ๊กแฟนสาว

เพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ return v4 ได้โพสต์คลิป ชายหนุ่มก้มลงกราบขอโทษ แต่ชายอีกคนกลับไล่เตะ โดยเหตุเกิดที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับมีข้อความว่า “ไม่รู้สาเหตุเกิดจากอะไรแต่เด็กมันไหว้แล้วก็ไม่น่าไปเตะมัน พิกัดชลบุรี”   จากคลิปจะเห็นชายใส่เสื้อสีน้ำเงินสวมกางเกงบล็อกเซอร์ลาย ยืนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อติดกัดซุ้มประตูวัด สักครู่ก็มีชายใส่ชุดพนักงานร้านสะดวกซื้อออกมานั่งลงแล้วก้มกราบ และชายใส่เสื้อสีน้ำเงินก็เตะไปหลายครั้ง จนมีผู้มาออกความเห็นว่า ไม่สมควรที่จะเตะเพราะเด็กมันก้มกราบแล้ว และมีผู้เข้ามาคอมเม้นท์กันเป็นจำนวนมาก         ต่อมา ตร.สภ.เมืองชลบุรี ได้จับกุมนายอภิสิทธิ์ คำวงศา อายุ 22 ปี ชายใส่เสื้อสีน้ำเงินที่เป็นคนเตะมาดำเนินคดี และชายที่ก้มกราบชื่อนายภานุรินทร์ สุวรรณสินธุ์ อายุ 20 ปี ก็มาแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน   โดยนายอภิสิทธิ์เผยว่า จับได้ว่านายภานุรินทร์ ได้แอบมามีความสัมพันธ์กับแฟนสาวของตน โดยติดต่อกันทางเฟซบุ๊กและทางไลน์ มีข้อความที่ตนรับไม่ได้ จึงตามมาที่ทำงานคือร้านสะดวกซื้อ ด้วยความโมโหจึงได้ลงมือเตะอย่างที่เห็น เบื้องต้นตนขอโทษที่ทำไปโดยยั้งอารมณ์ไม่อยู่   ส่วนนายภานุรินทร์ ผู้เสียหาย ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ด้านชู้สาวกับแฟนนายอภิสิทธิ์ แต่ยอมรับว่าคุยติดต่อกันจริง เพราะตนขอคำปรึกษาด้านการศึกษาเท่านั้น   ในเบื้องต้น ตร.ได้ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายแก่นายอภิสิทธิ์ และนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gF-PniP2sg4

 3,219
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 61

มือฆ่าหนุ่มติวเตอร์ อ้างออกอุบายให้มาสอน ก่อนนัดเคลียร์ปัญหารัก แต่กลับถูกด่าเลยแค้นยิงดับ

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย ตำรวจนครบาลเตาปูน คุมตัวนายสุรสิทธิ์ จันทร์วงศ์สกุล ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่านายณัฐวัฒน์ เพียรสกุล อายุ 27 ปี อาจารย์สอนพิเศษ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณซอยประชาชื่น 4 แยก 1-4 ซึ่งเป็นจุดที่หลังก่อเหตุยิง   โดยเจ้าตัวได้นำรถยี่ห้อฟอร์ดมาจอด ก่อนนำศพลงจากรถไปซุกซ่อนใต้รถแท็กซี่ที่จอดเสียไว้ ก่อนจะนำไปจุดทิ้งโทรศัพท์ในคลอง ไม่ห่างจากจุดอำพรางศพ แล้วจึงคุมตัวไปที่ห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่ สน. บุปผาราม ซึ่งเป็นจุดที่ก่อเหตุยิง   นายสุรสิทธิ์ ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า สาเหตุการลงมือเป็นเพราะหึงหวง โดยในวันเกิดเหตุได้เจอกับผู้ตาย จึงพยายามที่จะขอให้เลิกกับอดีตแฟนสาว แต่ก็ไม่สำเร็จ ก่อนที่จะมีการโต้เถียงกัน อ้างว่าผู้ตายได้ว่าตนว่า "ไอ้ควาย อยากโง่ให้คนอื่นมาแย่งเมียทำไม"   ตนเองจึงรู้สึกโกรธ และบันดาลโทสะก่อนนำอาวุธปืนออกมายิง และนำศพไปทิ้งที่ซอยประชาชื่น 4 แยก 1-4 และซุกใต้รถแท็กซี่ที่จอดเสีย เพราะเป็นจุดที่ตนคุ้นเคย ซึ่งปืนเป็นปืนชี่ตนเองพกพาไปอยู่แล้ว และไม่คิดว่าเรื่องราวจะมาถึงขั้นนี้ พร้อมกันนี้อยากขอโทษแม่ผู้เสียชีวิต และเสียใจจริงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเอง ก่อนเปิดเผยว่า คดีดังกล่าวไม่มีอะไรซับซ้อน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ออกอุบายให้ผู้ตายมาพบ โดยอ้างว่าให้มาติวหนังสือ ก่อนที่จะพยายามเคลียร์กับผู้ตาย และเกิดการโต้เถียงกัน   กระทั่งผู้ตายลงจากรถ ตนเองจึงใช้อาวุธปืนขนาด .38 ซึ่งเป็นปืนที่เป็นมรดกของบิดา มาก่อเหตุยิง ก่อนนำศพไปซ่อนอำพราง โดยสาเหตุที่ลงมือเนื่องจากความหึงหวง และปฏิเสธว่า ไม่ได้มีการวางแผน ซึ่งได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบให้รอบคอบว่าเป็นการบันดาลโทสะ หรือมีการวางแผนมา   ทั้งนี้ยังให้การอีกว่า ตนเองเลิกกับแฟนสาวมานาน 1 เดือน แต่ยืนยันว่าไม่ได้ข่มขู่ แต่พูดแบบบันดาลโทสะว่า มีแฟนใหม่ให้ระวัง แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปฆ่า ซึ่งทั้งคนตาย และผู้ต้องหาไม่เคยเจอกันมาก่อน   เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน ได้แจ้งข้อหา ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และปิดบัง อำพราง ซ่อนเร้นศพ ก่อนจะนำตัวไปขออำนาจศาลอาญารัชดาฝากขังผัดแรกในช่วงบ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ieMecO7QNFo

 1,629
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 61

รวบสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่เมียดับ ครอบครัวแห่โลงศพสาวถูกสาดน้ำกรดร้อง รพ.หลังปัดรักษาจนตาย อัจฉริยะปะทะเดือดกลางวงเจรจา

จากกรณีเกิดเหตุภรรยาอายุ 38 ปี ถูกสามีใช้น้ำกรดสาดเนื่องจากหึงหวง จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม   ทั้งที่ขณะนั้นอาการทรุดลงแล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาลอีกแห่งในเวลาต่อมา ก่อนที่ครอบครัวจะไปร้องเรียนกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนั้น   ล่าสุด ตร.สน.ท่าข้าม เข้าจับกุมนายคำตัน สิงหนาท อายุ 50 ปี ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นสามีของผู้ตายได้แล้ว หลังหลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อนใน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ และได้คุมตัวกลับมาสอบปากคำที่ สน.ท่าข้าม โดยในวันนี้ เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. จะเดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเองต่อไป   ขณะที่ในส่วนประเด็นโรงพยาบาล นายอัจฉริยะ พร้อมด้วยลูกสาวและญาติผู้ตาย ได้นำโลงศพหญิงอายุ 38 มาตั้งที่ด้านหน้าโรงพยาบาลพระราม 2 เพื่อเรียกร้องให้ทางโรงพยาบาลรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งทางอาญาและทางแพ่ง   รวมทั้งทราบว่าในขณะเกิดเหตุไม่มีแพทย์มาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถือว่าไม่มีมาตรฐานการทำงาน และไร้มนุษยธรรมอย่างสิ้นเชิง และเตรียมจะไปร้องเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้พิจารณาปิดโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นการชั่วคราวด้วย   ขณะที่ลูกสาวผู้ตาย วัย 12 ปี เปิดเผยว่า ขณะนั้นเป็นช่วงเช้าประมาณตี 5 ตนรู้สึกแสบที่บริเวณข้อเท้าจึงตื่นขึ้นมา ก็เห็นแม่วิ่งเข้าวิ่งออกจากในบ้าน ตอนนั้นด้วยความตกใจจึงถามแม่ว่าเป็นอะไร แต่แม่ไม่ตอบบอกแต่ให้พาไปหาหมอ ตนจึงรีบพาออกไปตอนนั้นแม่บอกแค่ว่า โดนสามีซึ่งก็คือพ่อเลี้ยงของตนเอาน้ำร้อนมาสาด จึงโทรศัพท์ไปหายาย ก่อนรีบเรียกแท็กซี่ ซึ่งแม่ก็บอกว่าให้ไปโรงพยาบาลบางมด แต่พอขับออกไปคนขับแท็กซี่บอกว่าไปโรงพยาบาลพระราม 2 ก่อนเพราะใกล้ที่สุด ตนและแม่ก็เห็นด้วย   พอมาถึงหน้าโรงพยาบาล แม่ก็รีบวิ่งขึ้นไปบนตึกและตะโกนเรียกหมอ ตนจึงรีบวิ่งตามแม่ไปก็พบพยาบาลก่อนนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทั้งคู่เพื่อทำแผล ตอนนั้นตนสังเกตที่ใบหน้าแม่เปื่อยยุ่ยก่อนจะออกไปรอหน้าห้อง ก่อนที่จะมีพยาบาลมาคุยแจ้งว่าบัตรทองของแม่อยู่ที่โรงพยาบาลบางมด และถามว่าพาแม่นั่งแท็กซี่ไปรักษาที่บางมดได้ไหม และให้เงินมา 40 บาท พยาบาลจึงอุ้มแม่ขึ้นรถเข็นและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เรียกรถแท็กซี่ให้ ตอนนั้นตนได้ยินพยาบาลถามแม่ว่าเดินไหวหรือเปล่า ซึ่งแม่ก็ส่ายหัวบอกว่าไม่ไหว พอแท็กซี่มาก็เห็นแม่เดินขึ้นแต่ตนเห็นแม่ทรุดเข่าลงเดินไม่ไหวแล้ว ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยอุ้มแม่ขึ้นรถแท็กซี่ไป   พอถึงโรงพยาบาลบางมด เจ้าหน้าที่จึงรีบอุ้มแม่ขึ้นเตียงเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งตอนนั้นตนก็รอหน้าห้องฉุกเฉินก่อนจะเข้าไปทำแผลอีกครั้ง ตอนนั้นพยาบาลเรียกชื่อแม่หลายรอบ บอกว่าถ้าได้ยินให้พยักหน้า แต่ตนไม่เห็นว่าแม่จะตอบสนองอะไร ตอนนั้นตนทำใจไม่ได้จึงออกไปรอหน้าห้อง ก่อนจะมีพยาบาลออกบอกตลอดว่าจะปั้มหัวใจให้แม่ ก่อนที่รอบสุดท้ายจะเดินมาบอกว่าแม่เสียชีวิตแล้ว   ทั้งนี้ตัวแทนของทางโรงพยาบาลพระราม 2 เชิญนายอัจฉริยะ และญาติผู้ตายขึ้นไปพูดคุยกับทางผู้บริหารคือ น.พ.พีระ คณานุวัฒน์ ที่ปรึกษาของโรงพยาบาล และ พ.ญ.วัลลภา ไชยมโนวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความตึงเครียด   โดยฝ่ายญาติผู้ตายได้สอบถามสาเหตุที่ไม่รับรักษา ทั้งที่ผู้ป่วยมีอาการฉุกเฉินจากการถูกน้ำกรดสาดที่ใบหน้าและโดนกรอกน้ำกรด ส่วนทางโรงพยาบาลก็ได้พยายามชี้แจงว่า ขณะนั้นอาการผู้ป่วยยังไม่วิกฤต จนญาติผู้ตายได้ขอให้เปิดวงจรปิดเพื่อยืนยันข้อสงสัยในเรื่องอาการคนป่วย และเรื่องแพทย์มีประจำอยู่หรือไม่   แต่ทางโรงพยาบาลปฏิเสธโดยบอกว่าทางตำรวจมาตรวจสอบแล้วไม่มีข้อสงสัยอะไร นอกจากนั้นทางญาติผู้ตายได้ขอให้โรงพยาบาลนำพยาบาลที่อยู่ในวันนั้นมาพูดกับเด็ก เพื่อยืนยันเหตุการณ์จริงไม่เช่นนั้นคนอื่นจะคิดว่าเด็กโกหก แต่ทางโรงพยาบาลก็ไม่ตอบรับ   ทาง น.พ.พีระ ชี้แจงว่าผู้ป่วยเข้ามาด้านหลังห้องฉุกเฉิน ขณะที่อีกครั้งได้พูดว่าผู้ป่วยลงรถแท็กซี่จากด้านหน้าโรงพยาบาล ก่อนจะวิ่งขึ้นมางลาดมายังหน้าห้องฉุกเฉิน จนทำให้ญาติผู้ป่วยส่งเสียงโวยว่าพูดไม่ตรงกัน จน น.พ.พีระ บอกให้ฟังให้จบ ทำให้ทางญาติเดือดจนนายอัจฉริยะชี้หน้าถามว่าเป็นหมอภาษาอะไร พูดไม่อยู่กับล่องกับลอย และโต้เถียงกันอย่างดุเดือด   จากนั้น น.พ.พีระ ได้หันมาทางสื่อพร้อมอธิบายว่า หากเดินมาจากหน้าโรงพยาบาลมาทางลาดจะมาเจอด้านหน้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งปกติช่วงกลางคืนถ้าไม่มีผู้ป่วยจะปิดล็อคไว้เพื่อความปลอดภัย แต่หากเจ้าหน้าที่ข้างในพบว่ามีผู้ป่วยก็จะกดปุ่มเพื่อเปิด ซึ่งคาดว่าวันนั้นเมื่อผู้ป่วยวิ่งมาด้านหน้าแล้วประตูไม่เปิด จึงเข้ามาทางโรงพยาบาลด้วยประตูด้านขวาก่อนทะลุเข้าไปยังห้องฉุกเฉินทางด้านหลัง ซึ่งก็เป็นตามที่ตนบอกไว้ตั้งแต่แรก   ขณะที่ลูกสาวผู้ตายวัย 12 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่มีปากเสียงกันทั้ง 2 ฝ่ายบ เด็กได้ก้มหน้าลงก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างหนัก พร้อมพูดว่า "หนูกลัว" จากนั้นทางญาติและนายอัจฉริยะได้เดินออกจากห้องประชุมไป การพูดคุยเป็นอันสิ้นสุด   ด้าน น.พ.พีระ คณานุวัฒน์ ที่ปรึกษาของโรงพยาบาลพระราม 2 เปิดเผยกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า คนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ 10 กว่านาที โดยเมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ป่วยเข้ามายังห้องฉุกเฉิน พบว่าใบหน้ามีคราบสีขาวซึ่งผู้ป่วยบอกว่าเป็นยาสีฟัน เพื่อลดอาการปวดแสบปวดร้อน โดยสาเหตุเพราะถูกสามีเอาน้ำร้อนลาด   ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกให้ล้างเอาคราบออกก่อน เพื่อจะได้ประเมินได้ว่าเป็นแผลลักษณะไหน จากนั้นคนไข้จึงเดินไปที่อ่างน้ำและล้างหน้าด้วยตนเองก่อนมานอนที่เตียง ตอนนั้นพยาบาลห้องฉุกเฉินเห็นเป็นรอยแดง ประเมินว่าเป็นรอยแผลไหม้จากการถูกสารเคมีระดับ 1 ไม่ถึงพุพอง และไม่มีแผลกัดกร่อน และมีตาข้างหนึ่งลืมไม่ขึ้น คาดว่าน่าจะถูกน้ำกรด   ส่วนกรอกปากหรือเปล่าไม่ทราบเพราะผู้ป่วยไมได้แจ้ง และเมื่อวัดความดันอยู่ที่ 130/80 ชีพจร 80 ครั้งต่อนาที หายใจ 20 ครั้งต่อนาที ซึ่งพบว่าทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ดังนั้นผู้ป่วยไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต ส่วนอาการแสบร้อนก็ได้ล้างด้วยน้ำเปล่าก่อนพันผ้าให้   จากนั้นจึงรายงานตนในฐานะแพทย์ที่ปรึกษานอกเวลา ซึ่งเป็นระเบียบของโรงพยาบาล เพราะแพทย์เวรห้องฉุกเฉินไปเข้าห้องน้ำ ตนจึงแจ้งให้นอนดูอาการที่โรงพยาบาลเพื่อให้รักษาตามอาการ เพราะอาการปวดจากแผลไหม้ระดับ 1 จะปวดอยู่ 2-3 วัน ซึ่งถ้าหายปวดก็กลับบ้านได้ โดยที่ตัวแผลไม่ต้องรับการรักษาอะไร   น.พ.พีระ กล่าวต่อว่า แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิ์ พบว่าคนป่วยมีสิทธิ์ประกันสังคมที่โรงพยาบาลบางมด จึงได้สอบถามเพราะหากรักษาที๋โรงพยาบาลแห่งนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง เพราะไม่เข้าเกณฑ์ UCEP หรือ เจ็บป่วยฉุกเฉินรักษาฟรี 72 ชั่วโมง ซึ่งผู้ป่วยประสงค์จะไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคม   ซึ่งตอนนั้นทางโรงพยาบาลก็แจ้งว่าหากรอรถโรงพยาบาลปลายทางมารับตามสิทธิ์อาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง จึงแนะนำให้ไปรถแท็กซี่เพื่อความรวดเร็ว ซึ่งขณะนั้นผู้ป่วยยังพูดคุยและเดินได้ตามปกติ อาจมีอาการปวดแสบปวดร้อนบ้าง และได้มีการตรวจสอบภาพวงจรปิดแล้ว รวมทั้งตำรวจก็ได้มาตรวจสอบซึ่งก็ยืนยันว่า ผู้ป่วยไม่ได้มีการทรุดลงกับพื้น ทั้งนี้ขอยืนยันว่าหากผู้ป่วยมีอาการฉุกเฉินคงไม่ปล่อยออกไปแน่นอน   น.พ.พีระ  กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายอัจฉริยะจะฟ้องร้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตนก็พร้อม เพื่อจะได้พิสูจน์ว่าโรงพยาบาลได้ให้การช่วยเหลือตามมาตรฐาน ซึ่งที่ผ่านมาเคยถูกฟ้องร้องและไปต่อสู้ตั้งแต่ศาลชั้นต้นจนถึงฎีกา ทางโรงพยาบาลก็ต่อสู้และยังไม่เคยแพ้ นอกจากนี้ตนก็เตรียมให้ทางฝ่ายกฎหมายของโรงพยาบาลฟ้องร้องนายอัจฉริยะฐานหมิ่นประมาทด้วย ซึ่งน่าเสียดายที่วันนี้จะเป็นการพูดคุยเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกับทางญาติผู้ตาย แต่กลับถูกจับผิดในทุกจุดที่ตนพูดจนไม่ได้อะไร   ขณะที่นายอัจฉริยะ บอกว่า  วันนี้ (12 พ.ย.) ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จะนำครอบครัวผู้ตายไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อไปยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อดำเนินคดีกับผู้บริหารโรงพยาบาลพระราม 2 เหตุปฏิเสธรักษาจนผู้ป่วยเสียชีวิต และทำหนังสือถึงแพทยสภา และสภาการพยาบาล   นอกจากนี้จะทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. ให้ตรวจสอบว่าอาคารของโรงพยาบาก่อสร้างตามแบบก่อสร้างหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการบำบัดน้ำเสีย สุดท้ายจะมีการร้องต่ออธิบดีกรมสรรพพากร ในการตรวจภาษีย้อนหลังว่าโรงพยาบาลแห่งนี้มีการเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iIwVou2lwjU

 10,186

Top