ค้นหา :

ผลการค้นหา "หึงโหด"

ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 63

สามีเก่าหึงโหดต่อยสู้ไม่ได้ คว้ามีดกระหน่ำแทงสามีใหม่ของอดีตแฟนสาวดับ

นนทบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธมีดแทงกันเสียชีวิตบริเวณริมฟุตบาทภายในหมู่บ้านกฤษดานคร ซ.22 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่นสวิฟ สีขาว บริเวณข้างรถพบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายจมกองเลือดใส่เสื้อยืดคอกลมสีแดง ลายขวาง กางเกงขาสั้น เจเจ สีเขียว ทราบชื่อต่อมาคือนายเอกชัย ศรีประสิทธิ์ อายุ 32 ปี อาชีพช่างกระจกบริษัทแห่งหนึ่ง สภาพศพถูกแทงด้วยอาวุธมีดบริเวณข้อมือขวา 1 แผล / แขนขวา 1 แผล / ใต้รักแร้ขวา 1 แผล และต้นขาขวา 2 แผล รวมทั้งหมดจำนวน 5 แผล   จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมีปากเสียงและชกต่อยกับอดีตสามีของแฟนสาว ทางคู่กรณีได้พกอาวุธมีดมาด้วย เห็นว่าสู้ไม่ได้จึงได้ใช้อาวุธมีดจ้วงแทงผู้ตาย จากนั้นได้นำมีดไปทิ้งในป่าภายในซอยที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นได้รอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บ้านของตนเองภายในหมู่บ้านเดียวกัน   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำตัวผู้ก่อเหตุส่งพนักงานสอบสวนสภ.ปากเกร็ดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LV0xxxCVe-w

 598
อาชญากรรม
06 ม.ค. 63

สามีเก่าหึงโหดต่อยสู้ไม่ได้ คว้ามีดกระหน่ำแทงสามีใหม่ของอดีตแฟนสาวดับ

นนทบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธมีดแทงกันเสียชีวิตบริเวณริมฟุตบาทภายในหมู่บ้านกฤษดานคร ซ.22 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่นสวิฟ สีขาว บริเวณข้างรถพบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายจมกองเลือดใส่เสื้อยืดคอกลมสีแดง ลายขวาง กางเกงขาสั้น เจเจ สีเขียว ทราบชื่อต่อมาคือนายเอกชัย ศรีประสิทธิ์ อายุ 32 ปี อาชีพช่างกระจกบริษัทแห่งหนึ่ง สภาพศพถูกแทงด้วยอาวุธมีดบริเวณข้อมือขวา 1 แผล / แขนขวา 1 แผล / ใต้รักแร้ขวา 1 แผล และต้นขาขวา 2 แผล รวมทั้งหมดจำนวน 5 แผล   จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมีปากเสียงและชกต่อยกับอดีตสามีของแฟนสาว ทางคู่กรณีได้พกอาวุธมีดมาด้วย เห็นว่าสู้ไม่ได้จึงได้ใช้อาวุธมีดจ้วงแทงผู้ตาย จากนั้นได้นำมีดไปทิ้งในป่าภายในซอยที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นได้รอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บ้านของตนเองภายในหมู่บ้านเดียวกัน   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำตัวผู้ก่อเหตุส่งพนักงานสอบสวนสภ.ปากเกร็ดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LV0xxxCVe-w

 598
ข่าวภูมิภาค
04 ม.ค. 63

คนร้ายขับเบนซ์ ยิงเสี่ยคาร์แคร์ดับหน้าร้านสะดวกซื้อ ตร.คาดปมชู้สาว

สุราษฎร์ธานี - เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานีรับแจ้งเหตุ ยิงกัน ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ อ.เมือง   เกิดเหตุ พบศพนายปรมินทร์ หรือเจมส์ ทิพย์ประทุม อายุ 29 ปี มีบาดแผลถูกยิงที่หน้าผาก 1 นัด ต้นแขนขวา 1 นัด เหนือหน้าอก 1 นัด นอนจมกองเลือด และมี น.ส. อโนทัย หรือแอ๋ม วรกุล อายุ 30 ปี เพื่อนสนิท นั่งกอดศพร่ำไห้ ส่วนบนถนนพบกระบะ จอดติดเครื่องยนต์ เปิดไฟหน้าส่วนล้อหลัง ยางแบน นอกจากนี้ พบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.4 ปลอก    สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายปรมินทร์ ผู้ตาย ทำธุรกิจคาร์แคร์ และธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการตกแต่งรถยนต์ ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถยนต์คันดังกล่าว โดยมี น.ส.อโนทัย เพื่อนสาวนั่งข้าง มาจากธุระข้างนอก และมุ่งหน้าจะกลับเข้าบ้านพักใกล้ที่เกิดเหตุ ไม่กี่ร้อยเมตร และแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อที่เกิดเหตุ   โดย นายปรมินทร์ผู้ตายได้เดินลงไปซื้อของภายในร้านเพียงคนเดียว ส่วน น.ส.อโนทัย นั่งรออยู่บนรถจนกระทั่งนายปรมินทร์ ได้เดินออกมาจากร้านก็ได้มีคนร้าย ขับรถยนต์เบนซ์ สีขาว มาจอดด้านหลังรถของนายประมินทร์ แล้วเดินลงไปชักอาวุธปืนยิงเข้าใส่นายประมินทร์ 3 นัดซ้อน ก่อนหันมายิงใส่ล้อรถด้านหลังอีก 1 นัด แล้วจึงหลบหนีไป    ด้าน พ.ต.อ.ศิริชัย สุขศาสต์ ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สาเหตุมาจากความหึงหวง ซึ่งจากการสอบถาม น.ส.อโนทัย พยานที่มากับผู้เสียชีวิต ทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัวของชุดสืบสวน ส่วนรายละเอียดของสาเหตุนั่นต้องรอสอบสวนปากคำผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Ueu7Jndr9WQ

 2,244
อาชญากรรม
04 ม.ค. 63

คนร้ายขับเบนซ์ ยิงเสี่ยคาร์แคร์ดับหน้าร้านสะดวกซื้อ ตร.คาดปมชู้สาว

สุราษฎร์ธานี - เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานีรับแจ้งเหตุ ยิงกัน ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ อ.เมือง   เกิดเหตุ พบศพนายปรมินทร์ หรือเจมส์ ทิพย์ประทุม อายุ 29 ปี มีบาดแผลถูกยิงที่หน้าผาก 1 นัด ต้นแขนขวา 1 นัด เหนือหน้าอก 1 นัด นอนจมกองเลือด และมี น.ส. อโนทัย หรือแอ๋ม วรกุล อายุ 30 ปี เพื่อนสนิท นั่งกอดศพร่ำไห้ ส่วนบนถนนพบกระบะ จอดติดเครื่องยนต์ เปิดไฟหน้าส่วนล้อหลัง ยางแบน นอกจากนี้ พบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.4 ปลอก    สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายปรมินทร์ ผู้ตาย ทำธุรกิจคาร์แคร์ และธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการตกแต่งรถยนต์ ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถยนต์คันดังกล่าว โดยมี น.ส.อโนทัย เพื่อนสาวนั่งข้าง มาจากธุระข้างนอก และมุ่งหน้าจะกลับเข้าบ้านพักใกล้ที่เกิดเหตุ ไม่กี่ร้อยเมตร และแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อที่เกิดเหตุ   โดย นายปรมินทร์ผู้ตายได้เดินลงไปซื้อของภายในร้านเพียงคนเดียว ส่วน น.ส.อโนทัย นั่งรออยู่บนรถจนกระทั่งนายปรมินทร์ ได้เดินออกมาจากร้านก็ได้มีคนร้าย ขับรถยนต์เบนซ์ สีขาว มาจอดด้านหลังรถของนายประมินทร์ แล้วเดินลงไปชักอาวุธปืนยิงเข้าใส่นายประมินทร์ 3 นัดซ้อน ก่อนหันมายิงใส่ล้อรถด้านหลังอีก 1 นัด แล้วจึงหลบหนีไป    ด้าน พ.ต.อ.ศิริชัย สุขศาสต์ ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สาเหตุมาจากความหึงหวง ซึ่งจากการสอบถาม น.ส.อโนทัย พยานที่มากับผู้เสียชีวิต ทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัวของชุดสืบสวน ส่วนรายละเอียดของสาเหตุนั่นต้องรอสอบสวนปากคำผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Ueu7Jndr9WQ

 2,244
อาชญากรรม
02 ม.ค. 63

ญาติเข้ารับศพหญิงถูกอดีตสามีฆ่าปาดคอ เผยอโหสิกรรมให้ ไม่ทราบว่าทั้งคู่มีปัญหากันหนัก

ญาติของผู้จัดการสถานบันเทิง ที่ถูกอดีตสามีเชือดคอเสียชีวิต อโหสิกรรม เชื่อปมฆาตกรรมมาจากการขอคืนดีอดีตภรรยาไม่สำเร็จ ได้เดินทางมารับศพนางสาวรัตนา ปิ่นคำ ที่นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดจังหวัดยโสธร   พี่สาวของนางสาวรัตนา ระบุว่า น้องสาวได้เคยทำเรื่องบริจาคร่างกายไว้ แต่เพราะเสียชีวิตจากเหตุฆาตกรรม ต้องมีการผ่าพิสูจน์ศพ จึงไม่สามารถบริจาคร่างกายได้ ครอบครัวจึงจะรับศพไปดำเนินการตามพิธีทางศาสนา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางครอบครัวได้ขออโหสิกรรมให้กับฝ่ายชาย และรู้สึกเห็นใจที่ต้องสูญเสียเช่นเดียวกัน   พร้อมยืนยันว่า สาเหตุการฆาตกรรม มาจากการที่ฝ่ายชายพยายามขอคืนดีกับน้องสาวแต่ไม่สำเร็จ พร้อมมองว่า ตำรวจควรให้ความสำคัญกับผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนทำการเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายที่พยายามจะกระโดดตึก เพราะถ้าให้การช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บส่งถึงโรงพยาบาลได้รวดเร็ว ก็อาจจะช่วยชีวิตได้ โดยที่ผ่านมาไม่เคยรับรู้ว่า น้องชายมีปัญหากับน้องสะใภ้ เพราะไม่เคยมาปรึกษา อีกทั้งไม่เคยรู้จักกับฝ่ายหญิงเป็นการส่วนตัว จึงไม่ทราบสาเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/LOBRoyLbLDs  

 410
สังคม-อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

สามีเก่าตามง้อเมียไม่สำเร็จ คว้ามีดปาดคอเสียชีวิต ตะโกนลั่น "ต้องตายด้วยกัน" ก่อนดิ่งชั้น 18 ดับ ด้านกู้ภัยเปิดใจ หลังถูกเจ้าของตึกต่อว่า ไม่ให้เอาศพขึ้นลิฟต์

สามีเก่าตามง้อไม่สำเร็จ ดื่มเบียร์ย้อมใจอาศัยจังหวะอดีตภรรยาหลับลากลงจากที่นอนใช้มีดปาดคอเสียชีวิตคาในวันเกิดส่งท้ายปี แม่ยายเข้าห้ามถูกเชือดข้อมือบาดเจ็บ ก่อนนั่งคร่อมระเบียงหลังห้องร้องเพลงปลุกใจแบบทหาร ลั่น “ต้องตายด้วยกัน” จนท.เกลี้ยกล่อมนาน 2 ชม.วิ่งเข้าชาร์จ สุดท้ายทิ้งตัวลงมาจากชั้น 18 ดับ พี่สาว ยัน ไม่ได้มีปากเสียงกัน ก่อนเกิดเหตุไลน์คุยกับน้องสาว “ขอมาเคลียร์ปัญหาส่วนตัวที่ห้องได้มั้ยจะได้จบ ๆ”    ผู้ก่อเหตุคือ อดีตทหารนอกราชการ ฉลองวันเกิด ให้อดีตภรรยาที่คอนโดฯส่งท้ายปี เกิดหึงหวงคว้ามีดปาดคอ อดีตภรรยา และเชือดข้อมือแม่ยายบาดเจ็บ ก่อนปีนระเบียงหลังห้องร้องเพลงปลุกใจทิ้งตัวลงมาจากชั้น 18 เสียชีวิต คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยเทอดไท 33 ถนนเทอดไท แขวงตลาดพลู เขต ธนบุรี กรุงเทพฯ       โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล และกู้ภัย ได้รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บที่คอนโดฯ ดังกล่าว ตรวจสอบ ภายในห้องพบร่างหญิงสาวผู้เสียชีวิต ถูกปาดที่ลำคอลึกคอ 2 แผล นอนนอนหายใจรวยรินจมกองเลือดอยู่ที่ประตูหลังห้อง ในห้องเต็มปด้วยรอยเลือดข้าวของกระจัดกระจาย โดยกู้ภัย พยายามจะนำตัวออกมา แต่เข้าไปไม่ได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในสภาพคลั่งมึนเมาไม่ได้สติถือมีดนั่งคร่อมอยู่บนขอบระเบียงหลังห้องไม่ยอมขู่จะกระโดดลงมา จึงไม่มีใครกล้าเข้าไป และรีบนำตัวแม่ยาย ที่ถูกมีดเชือดข้อมือได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล   ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานเบาะลมแต่ยังมาไม่ถึง ขณะที่ตำรวจ กู้ภัย พยายามเกลี่ยกล่อม ให้ผู้ก่อเหตุลงจากระเบียงและได้ถ่ายคลิปไว้ โดยขอเบียร์ดื่มเจ้าหน้าที่จึงยื่นให้เพื่อถ่วงเวลา นั่ง ร้องเพลงปลุกใจเกี่ยวกับชายชาติทหาร เจรจานานกว่า 2 ชั่วโมง ไม่เป็นผลตำรวจซึ่งอยู่ในห้องเกิดเหตุวิ่งเข้าชาร์ตจะดึงร่างเข้ามาในระเบียง แต่สุดท้ายไม่ทัน ผู้ก่อเหตุ ปล่อยมือตัดสินใจทิ้งตัว ดิ่งลงไปที่ป่ากอกล้วยหลังคอนโด พอกู้ภัยตามลงไปช่วยเหลือก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว  นอกจากนี้ใน ห้องยังพบมีดปลายแหลมยาว 5 นิ้ว ที่ใช้ก่อเหตุ ตกหล่นอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน        พี่สาวของอดีตเมีย ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เล่าว่า ทั้งคู่เคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน แต่งงานจดทะเบียนแต่ไม่มีลูกด้วยกัน ส่วนน้องสาวตน มีลูกติด 1 คน ก่อนจะแยกทางกันไปปีกว่าแต่ยังติดต่อกันอยู่ ซึ่งน้องสาว ของตนก็มีชายอื่นมาคุยด้วยแล้ว ผู้ก่อเหตุอยากกลับมาคืนดี แต่น้องสาวบอกว่าเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกันกัน จะไปมาหาสู่กันก็ได้เพราะผู้ก่อเหตุ มีคีย์การ์ดเข้าคอนโดฯ ปกติผู้ก่อเหตุนิสัยดี จิตใจดีดูแลครอบครัว          โดยคืนวันที่ 30 นายธนา มารับตน  ,หลานสาว ,เหลน และลูกชายวัย 7 ขวบของน้องสาวไปเที่ยว จากนั้นผู้ก่อเหตุ ก็ไปนั่งดื่มกินกับเพื่อน แล้วขับรถมารับพวกตนส่งที่คอนโดฯ โดยผู้ก่อเหตุ ขึ้นไปบนห้องเพื่อรอน้องสาวกลับจากที่ทำงานตอนตี 4  ซึ่งได้นั่งคุยกับตนถึงปัญหาที่ผ่านมาและดื่มเบียร์ไปด้วย ซึ่งผู้ก่อเหตุพูดกับตนและแม่ว่าที่น้องสาวไม่ยอมคืนดีกับเขาเพราะน้องสาวมีคนอื่น กระทั่ง 5 ทุ่ม ก็ขับรถกลับบ้านไป       รุ่งเช้าวันที่ 31 ธ.ค. น้องสาวคอลไลน์ไปหาผู้ก่อเหตุ ถามว่าไปคุยอะไรกับแม่ แต่ผู้ก่อเหตุบอก “ขอมาเคลียร์ที่ห้องได้มั้ยจะได้จบ ๆ” ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขับรถมาถึงคอนโด มานั่งดื่มเบียร์ที่ห้องเกือบ 2 ชั่วโมง ง้อน้องสาวและเคลียร์ปัญหากันที่ก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุ นำโฉนดที่ดิน 4-5 แปลงไปจำนอง จากนั้นน้องสาวของตนไปไถ่คืนและต้องการให้โอนกลับมาเป็นชื่อของน้องสาวเพื่อจะโอนให้กับลูกชายวัย 7 ขวบ ของน้องสาว ที่เกิดกับสามีเก่า แต่ผู้ก่อเหตุบอกว่าจะเขียนพินัยกรรมมอบที่ดินให้ลูกชายน้องสาวเอง เคยต่อว่าตนกับแม่ยาย ว่าไปคุยอะไรกับน้องสาวไม่ให้กลับไปคืนดีกับเขา      จากนั้นน้องสาวขอตัวไปนอนหลับ จังหวะนั้นผู้ก่อเหตุได้ลากน้องสาวลงจากที่นอนไปปาดคอ ยืนยันไม่ได้ปากเสียงกัน ทั้งนี้ขณะที่ตนออกไปคุยโทรศัพท์กับสามีข้างนอก หลานสาวซึ่งอยู่ในห้องวิ่งกรีดร้องเสียงดังออกมาจากห้อง  จึงวิ่งเข้าไปดูเห็นแม่นั่งคร่อมตัวน้องสาว ใช้ตัวและมือป้องน้องสาวไว้จนถูกแทงที่ข้อมือได้รับบาดเจ็บ ตนก็เข้าไปดึงศีรษะผู้ก่อเหตุออกไม่ให้ทำร้ายน้องสาว พยายามดึงมีดในมือแต่ผู้ก่อเหตุจะแทงตนแต่ไม่โดน ผู้ก่อเหตุ บอกให้ตนออกไปจะฆ่าน้องสาวให้ตาย ไม่อย่างงั้นจะฆ่าตนด้วย ก่อนที่เพื่อนบ้านห้องข้าง ๆ ตะโกนบอกให้ออกมา  ตนจึงวิ่งไปเคาะประตูห้องเพื่อนบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือให้โทรแจ้งตำรวจ กว่าจะมานานมาก          โดยตนวิ่งกลับเข้าไปในห้องดึงมีดออกจากมือผู้ก่อเหตุ แต่ผู้ก่อเหตุก็คว้าอีกด้ามมาถือไว้  คิดว่าน้องาสาวต้องแม่รอดแน่ ๆ แต่ขอนำตัวแม่ออกมาก่อน ตนและแม่พยายามกราบไหว้ผู้ก่อเหตุ ตะโกนบอกไม่ให้ก่อเหตุรุนแรงแต่ก็ไม่ฟัง ผู้ก่อเหตุบอกว่า “ต้องตายด้วยกัน”  เรากำลังจะฉลองวันเกิดครบรอบ 42 ปี ให้น้องสาว ไม่คิดว่าจะมาเหตุการณ์แบบนี้ ตนขับรถมาจากต่างจังหวัดเหมือนเป็นการมาสั่งลาน้องสาวครั้งสุดท้าย ก่อนจะเกิดเหตุน้องสาวมากอดหลานสาวพูดว่า “เจอกันอีกทีปีหน้าหรืออาจจะไม่ได้เจอกัน” กระทั่งเกิดเหตสลดขึ้น คาดว่าสาเหตุจากรื่องหึงหวง       ด้านพี่สาวของผู้ก่อเหตุ  เผยว่า ทางครอบครัวทราบว่าไปแต่งงานอยู่กินกับผู้เสียชีวิต แต่ไม่เคยเจอหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีปัญหาส่วนตัวอะไรกันหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้มาเล่าอะไรให้ฟัง ทราบเพียงว่าทรัพย์สินของเขาหมดไปกับฝ่ายหญิง หลังจากทั้งสองคนแยกทางกัน ผู้ก่อเหตุก็กลับมาอยู่บ้านที่ย่านสีลม แต่ก็เห็นไปมาหาสู่กันตลอด  ตนไม่รู้สาเหตุทำไมเขาถึงก่อเหตุอย่างนี้ ส่วนญาติของผู้เสียชีวิต ครอบครัวของตนก็ไม่เคยเจอหรือพูดคุยกัน ขอโทษครอบครัวเขาด้วย ซึ่งเราก็สูญเสียกันทั้งสองฝ่าย      ขณะที่เพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิต  หลังทราบข่าวพากันเดินทางมาที่คอนโดฯ เกิดเหตุ เผยว่า ทราบว่าทั้งสองคบกันและได้แยกทางกันอยู่นาน ๆ จะมาหากันที ไม่ทราบมีปัญหาอะไรกันซึ่งมันเป็นเรื่องของเขาสองคน เขาคงไม่อยากเล่าให้ใครฟัง แต่ไม่คาดคิดว่าผู้ก่อเหตุ จะเป็นคนโหดร้ายอย่างนี้ มันทำเกินไป       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่าง จนท.กู้ภัย แบกร่างผู้เสียชีวิต ลงมาจากห้องแล้ว ได้มีคนดูแลตึกมาไล่และต่อว่า จนท.กู้ภัยว่า ให้รีบนำศพออกไป สร้างความไม่พอใจให้กับกู้ภัย จนมีปากเสียงกันเล็กน้อยขณะเคลื่อนย้ายศพลงจากตึกขึ้นรถส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลฯ ซึ่งคนดูแลตึกก็บอกว่าไม่ได้ไล่       นายณัชพล แซ่โซ เจ้าหน้ากู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง เผยว่า อยากให้หญิงดูแลตึกคนดังกล่าวเห็นใจบ้าง พวกตนมาช่วยด้วยใจไม่ได้รับเงินสักบาท ทำไมต้องมาไล่หรือพูดจาแบบนี้ ตนแบกศพลงมาจากชั้น 18 ทางบันไดหนีไฟ เนื่องเขาขอไม่ให้ใช้ลิฟท์ พอนำศพขึ้นรถแล้วก็มาไล่อีกให้รีบออกจากพื้นที่ โดยไม่มีคำขอบคุณใด ๆ   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/-LyjJRfvOmA

 11,411
อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

สามีเก่าตามง้อเมียไม่สำเร็จ คว้ามีดปาดคอเสียชีวิต ตะโกนลั่น "ต้องตายด้วยกัน" ก่อนดิ่งชั้น 18 ดับ ด้านกู้ภัยเปิดใจ หลังถูกเจ้าของตึกต่อว่า ไม่ให้เอาศพขึ้นลิฟต์

สามีเก่าตามง้อไม่สำเร็จ ดื่มเบียร์ย้อมใจอาศัยจังหวะอดีตภรรยาหลับลากลงจากที่นอนใช้มีดปาดคอเสียชีวิตคาในวันเกิดส่งท้ายปี แม่ยายเข้าห้ามถูกเชือดข้อมือบาดเจ็บ ก่อนนั่งคร่อมระเบียงหลังห้องร้องเพลงปลุกใจแบบทหาร ลั่น “ต้องตายด้วยกัน” จนท.เกลี้ยกล่อมนาน 2 ชม.วิ่งเข้าชาร์จ สุดท้ายทิ้งตัวลงมาจากชั้น 18 ดับ พี่สาว ยัน ไม่ได้มีปากเสียงกัน ก่อนเกิดเหตุไลน์คุยกับน้องสาว “ขอมาเคลียร์ปัญหาส่วนตัวที่ห้องได้มั้ยจะได้จบ ๆ”    ผู้ก่อเหตุคือ อดีตทหารนอกราชการ ฉลองวันเกิด ให้อดีตภรรยาที่คอนโดฯส่งท้ายปี เกิดหึงหวงคว้ามีดปาดคอ อดีตภรรยา และเชือดข้อมือแม่ยายบาดเจ็บ ก่อนปีนระเบียงหลังห้องร้องเพลงปลุกใจทิ้งตัวลงมาจากชั้น 18 เสียชีวิต คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยเทอดไท 33 ถนนเทอดไท แขวงตลาดพลู เขต ธนบุรี กรุงเทพฯ       โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล และกู้ภัย ได้รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บที่คอนโดฯ ดังกล่าว ตรวจสอบ ภายในห้องพบร่างหญิงสาวผู้เสียชีวิต ถูกปาดที่ลำคอลึกคอ 2 แผล นอนนอนหายใจรวยรินจมกองเลือดอยู่ที่ประตูหลังห้อง ในห้องเต็มปด้วยรอยเลือดข้าวของกระจัดกระจาย โดยกู้ภัย พยายามจะนำตัวออกมา แต่เข้าไปไม่ได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในสภาพคลั่งมึนเมาไม่ได้สติถือมีดนั่งคร่อมอยู่บนขอบระเบียงหลังห้องไม่ยอมขู่จะกระโดดลงมา จึงไม่มีใครกล้าเข้าไป และรีบนำตัวแม่ยาย ที่ถูกมีดเชือดข้อมือได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล   ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานเบาะลมแต่ยังมาไม่ถึง ขณะที่ตำรวจ กู้ภัย พยายามเกลี่ยกล่อม ให้ผู้ก่อเหตุลงจากระเบียงและได้ถ่ายคลิปไว้ โดยขอเบียร์ดื่มเจ้าหน้าที่จึงยื่นให้เพื่อถ่วงเวลา นั่ง ร้องเพลงปลุกใจเกี่ยวกับชายชาติทหาร เจรจานานกว่า 2 ชั่วโมง ไม่เป็นผลตำรวจซึ่งอยู่ในห้องเกิดเหตุวิ่งเข้าชาร์ตจะดึงร่างเข้ามาในระเบียง แต่สุดท้ายไม่ทัน ผู้ก่อเหตุ ปล่อยมือตัดสินใจทิ้งตัว ดิ่งลงไปที่ป่ากอกล้วยหลังคอนโด พอกู้ภัยตามลงไปช่วยเหลือก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว  นอกจากนี้ใน ห้องยังพบมีดปลายแหลมยาว 5 นิ้ว ที่ใช้ก่อเหตุ ตกหล่นอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน        พี่สาวของอดีตเมีย ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เล่าว่า ทั้งคู่เคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน แต่งงานจดทะเบียนแต่ไม่มีลูกด้วยกัน ส่วนน้องสาวตน มีลูกติด 1 คน ก่อนจะแยกทางกันไปปีกว่าแต่ยังติดต่อกันอยู่ ซึ่งน้องสาว ของตนก็มีชายอื่นมาคุยด้วยแล้ว ผู้ก่อเหตุอยากกลับมาคืนดี แต่น้องสาวบอกว่าเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกันกัน จะไปมาหาสู่กันก็ได้เพราะผู้ก่อเหตุ มีคีย์การ์ดเข้าคอนโดฯ ปกติผู้ก่อเหตุนิสัยดี จิตใจดีดูแลครอบครัว          โดยคืนวันที่ 30 นายธนา มารับตน  ,หลานสาว ,เหลน และลูกชายวัย 7 ขวบของน้องสาวไปเที่ยว จากนั้นผู้ก่อเหตุ ก็ไปนั่งดื่มกินกับเพื่อน แล้วขับรถมารับพวกตนส่งที่คอนโดฯ โดยผู้ก่อเหตุ ขึ้นไปบนห้องเพื่อรอน้องสาวกลับจากที่ทำงานตอนตี 4  ซึ่งได้นั่งคุยกับตนถึงปัญหาที่ผ่านมาและดื่มเบียร์ไปด้วย ซึ่งผู้ก่อเหตุพูดกับตนและแม่ว่าที่น้องสาวไม่ยอมคืนดีกับเขาเพราะน้องสาวมีคนอื่น กระทั่ง 5 ทุ่ม ก็ขับรถกลับบ้านไป       รุ่งเช้าวันที่ 31 ธ.ค. น้องสาวคอลไลน์ไปหาผู้ก่อเหตุ ถามว่าไปคุยอะไรกับแม่ แต่ผู้ก่อเหตุบอก “ขอมาเคลียร์ที่ห้องได้มั้ยจะได้จบ ๆ” ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขับรถมาถึงคอนโด มานั่งดื่มเบียร์ที่ห้องเกือบ 2 ชั่วโมง ง้อน้องสาวและเคลียร์ปัญหากันที่ก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุ นำโฉนดที่ดิน 4-5 แปลงไปจำนอง จากนั้นน้องสาวของตนไปไถ่คืนและต้องการให้โอนกลับมาเป็นชื่อของน้องสาวเพื่อจะโอนให้กับลูกชายวัย 7 ขวบ ของน้องสาว ที่เกิดกับสามีเก่า แต่ผู้ก่อเหตุบอกว่าจะเขียนพินัยกรรมมอบที่ดินให้ลูกชายน้องสาวเอง เคยต่อว่าตนกับแม่ยาย ว่าไปคุยอะไรกับน้องสาวไม่ให้กลับไปคืนดีกับเขา      จากนั้นน้องสาวขอตัวไปนอนหลับ จังหวะนั้นผู้ก่อเหตุได้ลากน้องสาวลงจากที่นอนไปปาดคอ ยืนยันไม่ได้ปากเสียงกัน ทั้งนี้ขณะที่ตนออกไปคุยโทรศัพท์กับสามีข้างนอก หลานสาวซึ่งอยู่ในห้องวิ่งกรีดร้องเสียงดังออกมาจากห้อง  จึงวิ่งเข้าไปดูเห็นแม่นั่งคร่อมตัวน้องสาว ใช้ตัวและมือป้องน้องสาวไว้จนถูกแทงที่ข้อมือได้รับบาดเจ็บ ตนก็เข้าไปดึงศีรษะผู้ก่อเหตุออกไม่ให้ทำร้ายน้องสาว พยายามดึงมีดในมือแต่ผู้ก่อเหตุจะแทงตนแต่ไม่โดน ผู้ก่อเหตุ บอกให้ตนออกไปจะฆ่าน้องสาวให้ตาย ไม่อย่างงั้นจะฆ่าตนด้วย ก่อนที่เพื่อนบ้านห้องข้าง ๆ ตะโกนบอกให้ออกมา  ตนจึงวิ่งไปเคาะประตูห้องเพื่อนบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือให้โทรแจ้งตำรวจ กว่าจะมานานมาก          โดยตนวิ่งกลับเข้าไปในห้องดึงมีดออกจากมือผู้ก่อเหตุ แต่ผู้ก่อเหตุก็คว้าอีกด้ามมาถือไว้  คิดว่าน้องาสาวต้องแม่รอดแน่ ๆ แต่ขอนำตัวแม่ออกมาก่อน ตนและแม่พยายามกราบไหว้ผู้ก่อเหตุ ตะโกนบอกไม่ให้ก่อเหตุรุนแรงแต่ก็ไม่ฟัง ผู้ก่อเหตุบอกว่า “ต้องตายด้วยกัน”  เรากำลังจะฉลองวันเกิดครบรอบ 42 ปี ให้น้องสาว ไม่คิดว่าจะมาเหตุการณ์แบบนี้ ตนขับรถมาจากต่างจังหวัดเหมือนเป็นการมาสั่งลาน้องสาวครั้งสุดท้าย ก่อนจะเกิดเหตุน้องสาวมากอดหลานสาวพูดว่า “เจอกันอีกทีปีหน้าหรืออาจจะไม่ได้เจอกัน” กระทั่งเกิดเหตสลดขึ้น คาดว่าสาเหตุจากรื่องหึงหวง       ด้านพี่สาวของผู้ก่อเหตุ  เผยว่า ทางครอบครัวทราบว่าไปแต่งงานอยู่กินกับผู้เสียชีวิต แต่ไม่เคยเจอหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีปัญหาส่วนตัวอะไรกันหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้มาเล่าอะไรให้ฟัง ทราบเพียงว่าทรัพย์สินของเขาหมดไปกับฝ่ายหญิง หลังจากทั้งสองคนแยกทางกัน ผู้ก่อเหตุก็กลับมาอยู่บ้านที่ย่านสีลม แต่ก็เห็นไปมาหาสู่กันตลอด  ตนไม่รู้สาเหตุทำไมเขาถึงก่อเหตุอย่างนี้ ส่วนญาติของผู้เสียชีวิต ครอบครัวของตนก็ไม่เคยเจอหรือพูดคุยกัน ขอโทษครอบครัวเขาด้วย ซึ่งเราก็สูญเสียกันทั้งสองฝ่าย      ขณะที่เพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิต  หลังทราบข่าวพากันเดินทางมาที่คอนโดฯ เกิดเหตุ เผยว่า ทราบว่าทั้งสองคบกันและได้แยกทางกันอยู่นาน ๆ จะมาหากันที ไม่ทราบมีปัญหาอะไรกันซึ่งมันเป็นเรื่องของเขาสองคน เขาคงไม่อยากเล่าให้ใครฟัง แต่ไม่คาดคิดว่าผู้ก่อเหตุ จะเป็นคนโหดร้ายอย่างนี้ มันทำเกินไป       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่าง จนท.กู้ภัย แบกร่างผู้เสียชีวิต ลงมาจากห้องแล้ว ได้มีคนดูแลตึกมาไล่และต่อว่า จนท.กู้ภัยว่า ให้รีบนำศพออกไป สร้างความไม่พอใจให้กับกู้ภัย จนมีปากเสียงกันเล็กน้อยขณะเคลื่อนย้ายศพลงจากตึกขึ้นรถส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลฯ ซึ่งคนดูแลตึกก็บอกว่าไม่ได้ไล่       นายณัชพล แซ่โซ เจ้าหน้ากู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง เผยว่า อยากให้หญิงดูแลตึกคนดังกล่าวเห็นใจบ้าง พวกตนมาช่วยด้วยใจไม่ได้รับเงินสักบาท ทำไมต้องมาไล่หรือพูดจาแบบนี้ ตนแบกศพลงมาจากชั้น 18 ทางบันไดหนีไฟ เนื่องเขาขอไม่ให้ใช้ลิฟท์ พอนำศพขึ้นรถแล้วก็มาไล่อีกให้รีบออกจากพื้นที่ โดยไม่มีคำขอบคุณใด ๆ   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/-LyjJRfvOmA

 11,411
สังคม
24 ธ.ค. 62

พิษหึงโหด! ผัวหลอนเมียมีชู้ คว้ามีดคว้านท้อง-ไส้ไหล ก่อนสำนึกผิดแทงตัวเองดับตาม

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เบื้องต้น ทราบว่า ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน ก่อนเกิดเหตุทั้งสองมีปากเสียงกัน ในเรื่องความหึงหวง ซึ่งทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายนูดิน สามี ดื่มสุรา หรือไม่ก็เสพยาเสพติด มาบ้าน ก็เกิดอาการหลอน หวาดระแวงเกรงว่าเมียนอกใจ จึงคว้ามีดทำร้ายภรรยาตัวเองโดยการคว้านท้องจนเสียชีวิต สุดท้ายเกิดความสำนึก คว้ามีปักไปที่ท้องและลำตัว เพื่อให้ตายตาม แต่เพื่อนบ้านพบก่อนรีบแจ้งเจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลดังกล่าว   ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.พบพระ จ.ตาก ว่าเมื่อเวลา ประมาณ 04.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พบพระ รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน ม.9 ต.คีรีราษ อ.พบพระ เกิดเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด จนถึงแก่ชีวิตบริเวณบ้านพักคนงานท้ายหมู่บ้าน ]   ที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านพักคนงานสานด้วยไม้ไผ่ ภายในบ้านมีกลิ่นคาวเลือดเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว ลานพื้นหน้าบ้านพบนายนูดิน อายุ 40 ปี ชาวเมียนมา มีมีดปักอยู่บริเวณหน้าท้องและมีบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดอีกหลายแผล  จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลพบพระ ภายในบ้านพบศพ นางมิแหง่ อายุ 35 ปี ชาวเมียนมา ถูกฆ่าตายอย่างสยอง หน้าท้องมีไส้ทะลักออกมา จากการถูกใช้ของมีคมคว้านท้อง   จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เบื้องต้น ทราบว่า ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน ก่อนเกิดเหตุทั้งสองมีปากเสียงกัน ในเรื่องความหึงหวง ซึ่งทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายนูดิน สามี ดื่มสุรา หรือไม่ก็เสพยาเสพติด มาบ้าน ก็เกิดอาการหลอน หวาดระแวงเกรงว่าเมียนอกใจ จึงคว้ามีดทำร้ายภรรยาตัวเองโดยการคว้านท้องจนเสียชีวิต สุดท้ายเกิดความสำนึก คว้ามีปักไปที่ท้องและลำตัว เพื่อให้ตายตาม แต่เพื่อนบ้านพบก่อนรีบแจ้งเจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลดังกล่าว   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พบพระ ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า มีมีเรื่องอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงประสานญาติรับศพผู้เสียชีวิตไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป ส่วนนายนูดิน สามีผู้ก่อเหตุ อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน ล่าสุดเสียชีวิต

 900
ข่าวภูมิภาค
18 ธ.ค. 62

มอบตัวแล้ว! สามีหึงโหดแทงเมียปางตายต่อหน้าลูก อ้างไม่ได้ตั้งใจแทง แฉฝ่ายหญิงคบชายหลายคน

สงขลา-ความคืบหน้าคดี น.ส.อรอุมา มณีรักษ์ หรือ เปรี้ยว อายุ 30 ปี ถูก นายบุญนาค ระมะโน อายุ 34 ปี สามีแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อหน้าลูกสาววัย 9 ขวบ เพราะความหึงหวงหลังตามง้อให้กลับไปอยู่ด้วยกัน ต่อมาแพทย์ยื้อชีวิตเอาไว้ได้แม้จะมีโอกาสรอดไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางญาติได้เรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุม นายบุญนาค เพราะยังหลบหนีลอยนวลแม้ว่าคดีจะผ่านมากว่าครึ่งเดือน   ล่าสุดนายบุญนาค ได้ยอมเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งเจ้าตัวยอมรับสารภาพ ก่อนนำตัวไปทำแผนที่บ้านที่เกิดเหตุ แต่ปรากฎว่า ไม่มีใครอยู่ในบ้านหลังนี้ทั้งภรรยา ญาติ รวมทั้งลูกๆ น่าจะออกจากบ้านไปก่อนและไม่อยากพบหน้า ทั้งที่ก่อนนำตัวไปทำแผนได้โทรศัพท์ติดต่อกันไว้แล้ว โดยใช้เวลาทำแผนราว 10 นาทีจึงแล้วเสร็จ   นายบุญนาค เผยว่า หลังเกิดเหตุตนไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังคงทำงานเป็นช่างเดินสายโทรศัพท์ของบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ แต่เมื่อเห็นข่าวที่ญาติของภรรยาออกมาเรียกร้องให้ตำรวจจับกุมตนเอง และพูดใส่ร้ายฝ่ายเดียวว่าตนแทงภรรยาต่อหน้าลูกอย่างโหดเหี้ยมเพราะความหึงหวงที่คิดว่าภรรยาไปมีคนใหม่ จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวและเปิดเผยเรื่องราว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะภรรยาไปมีชายอื่นจริง ซึ่งครอบครัวของภรรยาก็รู้เรื่องนี้ดี   หลายครั้งที่ภรรยาไปกับคนอื่นแต่ตนก็ให้อภัยมาตลอดและขอให้หยุด แต่ฝ่ายหญิงก็ไม่ยอมหยุด มีทั้งหลักฐานการแชทแต่น่าจะถูกลบไปแล้ว ส่วนที่บอกว่าเลิกกันมาสองเดือนก็ไม่ใช่เพราะแค่แยกกันอยู่ และตอนที่แยกกันก็ยังให้รถและโทรศัพท์ไปใช้    ในวันเกิดเหตุ มีผู้ชายมาหาถึงบ้านขณะมาพักอยู่กับพี่สาว ตนจะเข้าไปเคลียร์กับฝ่ายชาย แต่ภรรยาก็บอกไม่ต้องพูด ตนจึงดึงภรรยาเข้าไปคุยในบ้าน ซึ่งตอนนั้นตนพกมีดคัตเตอร์อยู่ ซึ่งเป็นมีดที่พกติดตัวตลอดขณะทำงาน แต่ตอนที่ยื้อยุดกันอยู่ก็ไม่รู้ไปแทงภรรยาตอนไหน   พร้อมยืนยันยังรักภรรยาเหมือนเดิมและให้อภัยมาตลอด แต่ที่ทำไปเพราะไม่มีใครรู้ว่าตนโดนอะไรมาบ้าง สิบกว่าปีที่อยู่ด้วยกันทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว ก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นหัวหน้าโรงงานแต่ก็ต้องลาออกมาปีกว่า เพราะถูกเพื่อนล้อเนื่องจากภรรยาไปทำงานร้านคาราโอเกะ ทั้งที่ตนมีให้ทุกอย่างแล้วและขอร้องให้เลิกแต่ก็ไม่ฟัง สุดท้ายก็นำรถยนต์ไปจำนำเพื่อนำเงินมาลงทุนสร้างครอบครัวใหม่ และต้องเป็นหนี้ ภรรยาก็ไปมีคนอื่น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JXkixk1BZFk

 2,344
อาชญากรรม
18 ธ.ค. 62

มอบตัวแล้ว! สามีหึงโหดแทงเมียปางตายต่อหน้าลูก อ้างไม่ได้ตั้งใจแทง แฉฝ่ายหญิงคบชายหลายคน

สงขลา-ความคืบหน้าคดี น.ส.อรอุมา มณีรักษ์ หรือ เปรี้ยว อายุ 30 ปี ถูก นายบุญนาค ระมะโน อายุ 34 ปี สามีแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อหน้าลูกสาววัย 9 ขวบ เพราะความหึงหวงหลังตามง้อให้กลับไปอยู่ด้วยกัน ต่อมาแพทย์ยื้อชีวิตเอาไว้ได้แม้จะมีโอกาสรอดไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางญาติได้เรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุม นายบุญนาค เพราะยังหลบหนีลอยนวลแม้ว่าคดีจะผ่านมากว่าครึ่งเดือน   ล่าสุดนายบุญนาค ได้ยอมเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งเจ้าตัวยอมรับสารภาพ ก่อนนำตัวไปทำแผนที่บ้านที่เกิดเหตุ แต่ปรากฎว่า ไม่มีใครอยู่ในบ้านหลังนี้ทั้งภรรยา ญาติ รวมทั้งลูกๆ น่าจะออกจากบ้านไปก่อนและไม่อยากพบหน้า ทั้งที่ก่อนนำตัวไปทำแผนได้โทรศัพท์ติดต่อกันไว้แล้ว โดยใช้เวลาทำแผนราว 10 นาทีจึงแล้วเสร็จ   นายบุญนาค เผยว่า หลังเกิดเหตุตนไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังคงทำงานเป็นช่างเดินสายโทรศัพท์ของบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ แต่เมื่อเห็นข่าวที่ญาติของภรรยาออกมาเรียกร้องให้ตำรวจจับกุมตนเอง และพูดใส่ร้ายฝ่ายเดียวว่าตนแทงภรรยาต่อหน้าลูกอย่างโหดเหี้ยมเพราะความหึงหวงที่คิดว่าภรรยาไปมีคนใหม่ จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวและเปิดเผยเรื่องราว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะภรรยาไปมีชายอื่นจริง ซึ่งครอบครัวของภรรยาก็รู้เรื่องนี้ดี   หลายครั้งที่ภรรยาไปกับคนอื่นแต่ตนก็ให้อภัยมาตลอดและขอให้หยุด แต่ฝ่ายหญิงก็ไม่ยอมหยุด มีทั้งหลักฐานการแชทแต่น่าจะถูกลบไปแล้ว ส่วนที่บอกว่าเลิกกันมาสองเดือนก็ไม่ใช่เพราะแค่แยกกันอยู่ และตอนที่แยกกันก็ยังให้รถและโทรศัพท์ไปใช้    ในวันเกิดเหตุ มีผู้ชายมาหาถึงบ้านขณะมาพักอยู่กับพี่สาว ตนจะเข้าไปเคลียร์กับฝ่ายชาย แต่ภรรยาก็บอกไม่ต้องพูด ตนจึงดึงภรรยาเข้าไปคุยในบ้าน ซึ่งตอนนั้นตนพกมีดคัตเตอร์อยู่ ซึ่งเป็นมีดที่พกติดตัวตลอดขณะทำงาน แต่ตอนที่ยื้อยุดกันอยู่ก็ไม่รู้ไปแทงภรรยาตอนไหน   พร้อมยืนยันยังรักภรรยาเหมือนเดิมและให้อภัยมาตลอด แต่ที่ทำไปเพราะไม่มีใครรู้ว่าตนโดนอะไรมาบ้าง สิบกว่าปีที่อยู่ด้วยกันทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว ก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นหัวหน้าโรงงานแต่ก็ต้องลาออกมาปีกว่า เพราะถูกเพื่อนล้อเนื่องจากภรรยาไปทำงานร้านคาราโอเกะ ทั้งที่ตนมีให้ทุกอย่างแล้วและขอร้องให้เลิกแต่ก็ไม่ฟัง สุดท้ายก็นำรถยนต์ไปจำนำเพื่อนำเงินมาลงทุนสร้างครอบครัวใหม่ และต้องเป็นหนี้ ภรรยาก็ไปมีคนอื่น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JXkixk1BZFk

 2,344
ข่าวภูมิภาค
16 ธ.ค. 62

ผัวโหดแทงเมียต่อหน้าลูกเจ็บสาหัส หัวใจหยุดเต้น 5 นาที หมอยื้อชีวิตรอดตาย ยังโพสต์ไม่สำนึก ตร.ยังจับไม่ได้

สมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อลิญญา มญีรักษ์ ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า น้องสาวของตนอายุ 30 ปี ถูกสามีที่อยู่กินกันมานานกว่า 10 ปี มีลูกด้วยกัน 3 คน ทำร้ายโดยการใช้มีดทำครัวแทงเข้าที่ชายโครงซ้าย 1 แผล โดนลำไส้ถูกตัดไตทิ้ง กระเพาะอาหารทะลุบาดเจ็บสาหัส หัวใจหยุดเต้น 4-5 นาที หมอต้องผ่าตัดเปิดหน้าอกเพื่อกระตุ้นหัวใจนาน 6 ชั่วโมง แต่ปาฏิหาริย์มีจริงน้องสาวรอดจากความตายมาได้หมอบอกว่าโอกาสที่จะรอดมีแค่ 10%   ผู้บาดเจ็บตอนนี้ปลอดภัยแล้วออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นอยู่ที่บ้าน เล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้ขอเลิกรากับนายบุญนาค (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี และย้ายมาอยู่ที่บ้านพี่สาวที่บ้านควนลัง ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ประมาณ 2 เดือน แต่นายบุญนาค สามีที่ก่อเหตุ พยายามขอคืนดีและขอให้กลับไปอยู่ที่บ้านใน อ.รัตภูมิ แต่ตนไม่ยอมกลับและขอเลิกรากันโดยเด็ดขาด    ขณะเกิดเหตุตนไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรง เขาแค่มาตามกลับบ้าน บอกกับตนว่าไม่ยอมเลิก ไม่รู้ว่าเขาพกมีดใส่กระเป๋ามาด้วย พอง้อไม่สำเร็จก็มีปากเสียงกันเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะชักควักมีดออกมาแทงตน 1 ครั้ง ล้มลงจมกองเลือด ขณะนั้นยังมีสติอยู่ ท่าทางนายบุญนาคโมโหมาก   ตลอดที่คบหากันก็ทะเลาะกันเป็นประจำ ทุบตีตนบ่อยครั้งต่อหน้าลูก กล่าวหาว่าตนคนอื่น อยากบอกเขาว่าไม่ต้องขอโทษขอคืนดีและไม่ต้องมาคุยกันอีก ไม่อยากเจอหน้า หลังจากเกิดเรื่องเขาได้ส่งข้อความมาหาด่าว่าที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ก็เพราะตน  ตอนที่ตนไปอาศัยอยู่กับสามีที่บ้านใน อ. รัตภูมิ ถูกซ้อมรุนแรงมากจนร้องไห้ ไม่ใช่แค่ตบดีธรรมดากระทืบด้วย ถึงขั้นปิดห้องซ้อมทำร้าย   นางสาวอลิญญา มญีรักษ์ พี่สาวของผู้บาดเจ็บ บอกว่า จนถึงขณะนี้ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้ ปล่อยให้เวลาผ่านมานานเกือบครึ่งเดือน ต้องรอให้ผู้ก่อเหตุมาทำร้ายน้องสาวของตนอีกรอบจนตายหรอ ทำไมถึงปล่อยให้คนร้ายลอยนวลอยู่แบบนี้ทั้งที่คดีก็ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนอะไร ตอนนี้ที่บ้านอยู่กันแบบหวาดกลัวโดยเฉพาะลูก ๆ ของน้องสาวที่โดนทำร้าย เพราะกลัวคนร้ายซึ่งเป็นพ่อของเขาจะมาจับตัวไป วิงวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมคนร้ายโดยเร็ว   ทั้งนี้ตนได้แจ้งความไว้ที่ สภ.หาดใหญ่ แต่คดีไม่คืบหน้ายังจับกุมตัวผู้ก่อเหตุไม่ได้ อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดี ตอนนี้ไม่ทราบว่าหลบหนีไปอยู่ที่ไหน ตำรวจก็ไม่ติดต่อมาหาแจ้งความคืบหน้าทางคดี ทุกวันนี้น้องสาวอยู่อย่างหวาดระแวง กลัวย้อนกลับมาทำร้ายคนในครอบครัวเพราะมีแต่ผู้หญิงและเด็ก ๆ  ลูกไม่กล้าออกจากบ้านไปโรงเรียน กลัวพ่อมาจับตัวไปทำร้าย ก่อนหน้านี้ถึงขึ้นปิดประตูขังแม่ยาย พาลูกชายคนเล็กวัย 3 ขวบ ออกจากบ้านไปแต่ไม่เคยทำร้ายลูก   พี่สาวของผู้ก่อเหตุ เผยว่า นายบุญนาค ผู้ก่อเหตุมีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย มีปัญหาครอบครัวการใช้ชีวิตคู่ทะเลาะทำร้ายร่างกายภรรยาต่อหน้าลูกเป็นประจำ จนลูก ๆ หวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ ฝ่ายชายไม่เคยสนใจลูกปล่อยให้ภรรยาเลี้ยงดูลูกคนเดียว ขณะที่ครอบครัวของผู้ก่อเหตุไม่เคยมาแสดงความรับผิดชอบใด ๆ โดยหลังเกิดเหตุแม่ของนายบุญนาค ได้ไปเยี่ยมอาการน้องสาวที่โรงพยาบาล ไม่ได้พูดอะไรเยี่ยมเสร็จก็กลับทันที   ด้านแม่ของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตอนนี้เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของลูกสาว ไม่รู้จะหายเป็นปกติหรือไม่ หมอบอกว่าภายในบาดเจ็บมาก และกลัวว่านายบุญนาคจะมาทำร้ายซ้ำ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเรื่องกัน โดยลูกสาวได้หนีไปอยู่กับเพื่อน และนายบุญนา มาตามแต่ไม่พบ จึงขังตนไว้ในบ้านและพาลูกชายคนเล็กไป เพื่อจะให้กลับมา ส่วนตัวไม่ขอให้อภัยนายบุญนาค    ขณะที่นายบุญนาค อยู่ระหว่างหลบหนียังไม่สำนึกยังความเคลื่อนไหวโพสต์เฟซบุ๊กปกติ ทำเหมือนตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด ทั้งที่เกือบฆ่าภรรยาตาย ระบุว่า “พยายามรักและรักษาดูแลคน ๆ หนึ่งมาตลอด แต่สุดท้ายเขากลับพยายามทำลายความรักที่ผมให้ไป ให้มันจบลงไป” อีกโพสต์ระบุว่า “ว่าผมไม่ดีลูกคุณดีพอหรือยัง ถ้าลูกคุณยังดีไม่พอหรือคิดว่าดีพอแล้วก็ค่อยมาว่าผมไม่ดี เข้าใจน่ะครับบ้าไปแล้ว”   ล่าสุดโพสต์ว่า “เป็นแฟนกันไม่จำเป็นต้องค้างสาย หรือพูดกันคุยกันตลอด 24 ชม. ก็ได้ ขอแค่ซื่อสัตย์ ไม่นอกใจ ไม่โกหก ไปไหนบอกไม่ใช่นึกจะไปก็ไป เพราะต่างคนต่างต้องมีหน้าที่ที่ต้องทำ ต่างคนต่างต้องมีเวลาส่วนตัวบ้างแต่ก็ควรแบ่งเวลาให้กันบ้าง ไม่ใช่ไม่สนใจกันเลย เท่านี้ก็พอแล้วสำหรับการคบกัน” ยังมีอีกหลายโพสต์ตัดพ้อผิดหวังเรื่องความรัก ไม่แน่ใจหมายถึงภรรยาที่โดนทำร้ายหรือไม่   ทางคดี ร.ต.อ.จิรศักดิ์ วงสุริยะ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เผยว่า ได้สอบพยานผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และรวบรวมพยานหลักฐานส่งศาล จ.สงขลา และศาลได้อนุมัติหมายจับนายบุญนาค ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kuxcHIZCR0A

 6,903
อาชญากรรม
16 ธ.ค. 62

ผัวโหดแทงเมียต่อหน้าลูกเจ็บสาหัส หัวใจหยุดเต้น 5 นาที หมอยื้อชีวิตรอดตาย ยังโพสต์ไม่สำนึก ตร.ยังจับไม่ได้

สมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อลิญญา มญีรักษ์ ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า น้องสาวของตนอายุ 30 ปี ถูกสามีที่อยู่กินกันมานานกว่า 10 ปี มีลูกด้วยกัน 3 คน ทำร้ายโดยการใช้มีดทำครัวแทงเข้าที่ชายโครงซ้าย 1 แผล โดนลำไส้ถูกตัดไตทิ้ง กระเพาะอาหารทะลุบาดเจ็บสาหัส หัวใจหยุดเต้น 4-5 นาที หมอต้องผ่าตัดเปิดหน้าอกเพื่อกระตุ้นหัวใจนาน 6 ชั่วโมง แต่ปาฏิหาริย์มีจริงน้องสาวรอดจากความตายมาได้หมอบอกว่าโอกาสที่จะรอดมีแค่ 10%   ผู้บาดเจ็บตอนนี้ปลอดภัยแล้วออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นอยู่ที่บ้าน เล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้ขอเลิกรากับนายบุญนาค (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี และย้ายมาอยู่ที่บ้านพี่สาวที่บ้านควนลัง ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ประมาณ 2 เดือน แต่นายบุญนาค สามีที่ก่อเหตุ พยายามขอคืนดีและขอให้กลับไปอยู่ที่บ้านใน อ.รัตภูมิ แต่ตนไม่ยอมกลับและขอเลิกรากันโดยเด็ดขาด    ขณะเกิดเหตุตนไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรง เขาแค่มาตามกลับบ้าน บอกกับตนว่าไม่ยอมเลิก ไม่รู้ว่าเขาพกมีดใส่กระเป๋ามาด้วย พอง้อไม่สำเร็จก็มีปากเสียงกันเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะชักควักมีดออกมาแทงตน 1 ครั้ง ล้มลงจมกองเลือด ขณะนั้นยังมีสติอยู่ ท่าทางนายบุญนาคโมโหมาก   ตลอดที่คบหากันก็ทะเลาะกันเป็นประจำ ทุบตีตนบ่อยครั้งต่อหน้าลูก กล่าวหาว่าตนคนอื่น อยากบอกเขาว่าไม่ต้องขอโทษขอคืนดีและไม่ต้องมาคุยกันอีก ไม่อยากเจอหน้า หลังจากเกิดเรื่องเขาได้ส่งข้อความมาหาด่าว่าที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ก็เพราะตน  ตอนที่ตนไปอาศัยอยู่กับสามีที่บ้านใน อ. รัตภูมิ ถูกซ้อมรุนแรงมากจนร้องไห้ ไม่ใช่แค่ตบดีธรรมดากระทืบด้วย ถึงขั้นปิดห้องซ้อมทำร้าย   นางสาวอลิญญา มญีรักษ์ พี่สาวของผู้บาดเจ็บ บอกว่า จนถึงขณะนี้ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้ ปล่อยให้เวลาผ่านมานานเกือบครึ่งเดือน ต้องรอให้ผู้ก่อเหตุมาทำร้ายน้องสาวของตนอีกรอบจนตายหรอ ทำไมถึงปล่อยให้คนร้ายลอยนวลอยู่แบบนี้ทั้งที่คดีก็ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนอะไร ตอนนี้ที่บ้านอยู่กันแบบหวาดกลัวโดยเฉพาะลูก ๆ ของน้องสาวที่โดนทำร้าย เพราะกลัวคนร้ายซึ่งเป็นพ่อของเขาจะมาจับตัวไป วิงวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมคนร้ายโดยเร็ว   ทั้งนี้ตนได้แจ้งความไว้ที่ สภ.หาดใหญ่ แต่คดีไม่คืบหน้ายังจับกุมตัวผู้ก่อเหตุไม่ได้ อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดี ตอนนี้ไม่ทราบว่าหลบหนีไปอยู่ที่ไหน ตำรวจก็ไม่ติดต่อมาหาแจ้งความคืบหน้าทางคดี ทุกวันนี้น้องสาวอยู่อย่างหวาดระแวง กลัวย้อนกลับมาทำร้ายคนในครอบครัวเพราะมีแต่ผู้หญิงและเด็ก ๆ  ลูกไม่กล้าออกจากบ้านไปโรงเรียน กลัวพ่อมาจับตัวไปทำร้าย ก่อนหน้านี้ถึงขึ้นปิดประตูขังแม่ยาย พาลูกชายคนเล็กวัย 3 ขวบ ออกจากบ้านไปแต่ไม่เคยทำร้ายลูก   พี่สาวของผู้ก่อเหตุ เผยว่า นายบุญนาค ผู้ก่อเหตุมีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย มีปัญหาครอบครัวการใช้ชีวิตคู่ทะเลาะทำร้ายร่างกายภรรยาต่อหน้าลูกเป็นประจำ จนลูก ๆ หวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ ฝ่ายชายไม่เคยสนใจลูกปล่อยให้ภรรยาเลี้ยงดูลูกคนเดียว ขณะที่ครอบครัวของผู้ก่อเหตุไม่เคยมาแสดงความรับผิดชอบใด ๆ โดยหลังเกิดเหตุแม่ของนายบุญนาค ได้ไปเยี่ยมอาการน้องสาวที่โรงพยาบาล ไม่ได้พูดอะไรเยี่ยมเสร็จก็กลับทันที   ด้านแม่ของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตอนนี้เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของลูกสาว ไม่รู้จะหายเป็นปกติหรือไม่ หมอบอกว่าภายในบาดเจ็บมาก และกลัวว่านายบุญนาคจะมาทำร้ายซ้ำ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเรื่องกัน โดยลูกสาวได้หนีไปอยู่กับเพื่อน และนายบุญนา มาตามแต่ไม่พบ จึงขังตนไว้ในบ้านและพาลูกชายคนเล็กไป เพื่อจะให้กลับมา ส่วนตัวไม่ขอให้อภัยนายบุญนาค    ขณะที่นายบุญนาค อยู่ระหว่างหลบหนียังไม่สำนึกยังความเคลื่อนไหวโพสต์เฟซบุ๊กปกติ ทำเหมือนตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด ทั้งที่เกือบฆ่าภรรยาตาย ระบุว่า “พยายามรักและรักษาดูแลคน ๆ หนึ่งมาตลอด แต่สุดท้ายเขากลับพยายามทำลายความรักที่ผมให้ไป ให้มันจบลงไป” อีกโพสต์ระบุว่า “ว่าผมไม่ดีลูกคุณดีพอหรือยัง ถ้าลูกคุณยังดีไม่พอหรือคิดว่าดีพอแล้วก็ค่อยมาว่าผมไม่ดี เข้าใจน่ะครับบ้าไปแล้ว”   ล่าสุดโพสต์ว่า “เป็นแฟนกันไม่จำเป็นต้องค้างสาย หรือพูดกันคุยกันตลอด 24 ชม. ก็ได้ ขอแค่ซื่อสัตย์ ไม่นอกใจ ไม่โกหก ไปไหนบอกไม่ใช่นึกจะไปก็ไป เพราะต่างคนต่างต้องมีหน้าที่ที่ต้องทำ ต่างคนต่างต้องมีเวลาส่วนตัวบ้างแต่ก็ควรแบ่งเวลาให้กันบ้าง ไม่ใช่ไม่สนใจกันเลย เท่านี้ก็พอแล้วสำหรับการคบกัน” ยังมีอีกหลายโพสต์ตัดพ้อผิดหวังเรื่องความรัก ไม่แน่ใจหมายถึงภรรยาที่โดนทำร้ายหรือไม่   ทางคดี ร.ต.อ.จิรศักดิ์ วงสุริยะ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เผยว่า ได้สอบพยานผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และรวบรวมพยานหลักฐานส่งศาล จ.สงขลา และศาลได้อนุมัติหมายจับนายบุญนาค ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kuxcHIZCR0A

 6,903
สรุปข่าว
16 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 16 ธ.ค.62 นายกฯเปิดถนนคนเดินเยาวราช-จ่อเอาผิดม็อบธนาธร-ป๋อง กพลจัดโต๊ะจีนเลี้ยงผี

-สามีตามง้อภรรยาหลังถูกขอเลิกไม่สำเร็จ คว้ามีดแทงเข้าชายโครงข้างซ้ายบาดเจ็บสาหัส ต่อหน้าลูกสาววัย 10 ขวบ ไตซ้ายถูกตัดขาด ลำไส้ 4 แผล กระเพาะอาหารทะลุ หัวใจหยุดเต้นไป 5 นาที หมอต้องผ่าตัดเปิดหน้าอกกระตุ้นหัวใจยื้อชีวิตจนรอดตาย ญาติวอนตร.จับตัวผัวโหดมาดำเนินคดี ออกหมายจับมาครึ่งเดือนยังจับไม่ได้ ระแวงกลัวกลับมาทำร้ายอีก มือแทงยังไม่สำนึกโพสต์ตัดพ้อเรื่องความรักในเฟซบุ๊กทุกวัน   -นั่งร้านก่อสร้างตึก 9 ชั้น มรภ.ศรีสะเกษ พังถล่ม คนงานหนีตาย หนุ่มวัย 23 ปีโชคร้ายถูกโครงเหล็กทับเสียชีวิต พ่อเผยลูกชายเพิ่งปลดประจำการทหารเรือมาช่วยงานก่อสร้าง โดนปูนทับนานกว่า 30 นาที แพทย์ชี้เซลล์สมองตายเพราะขาดอากาศหายใจ ขณะที่ประกันสังคมศรีสะเกษเข้าไปให้การช่วยเหลือทันที ได้เงินเยียวยา   ด้านคนงานเล่านาทีระทึก ได้ยินเสียงแคร็ก ก่อนคนงานจะตรวจหาต้นเสียงและเอาเหล็กไปค้ำยันไว้ สุดท้ายเกิดคานพังถล่มลงมา วิ่งหนีไม่ทัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเหตุครั้งนี้ต่อไป ก่อนแจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้อง   -นายกรัฐมนตรีขึ้นรถไฟใต้ดินจากสถานีสีลมไปยังสถานีวัดมังกร เปิดงาน 5 ถนนคนเดินกระตุ้นการท่องเที่ยว นำร่องที่ ถ.เยาวราช สีลม และข้าวสาร ก่อนคิกออฟทั่วประเทศ 22 ธ.ค. ระหว่างเดินทักทาย ปชช.นายกฯชูสัญลักษณ์ I Love You ก่อนร่วมร้องเพลงต้องสู้ถึงจะชนะ, ศรัทธา และหยุดตรงนี้ที่เธอ พร้อมอวยพรปีใหม่ นทท.   -ตร.เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ หลังธนาธรนัดประชาชนชุมนุมที่สกายวอล์ค ปทุมวัน ตร.ยันไม่ได้กลั่นแกล้ง ทุกอย่างว่ากันไปตามกติกา กฎหมายบ้านเมือง ขณะที่เชียงใหม่ ตร.แจ้งจับเพจ สมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย ฐานทำผิด พ.ร.บ.ชุมนุม เพราะนัดแฟลชม็อบหนุนธนาธรที่ประตูท่าแพโดยไม่ได้ขออนุญาต   -นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ชี้การชุมนุมอนาคตใหม่ เข้าข่ายความผิด ม.45 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ถ้ามีคนร้อง กกต. โทษถึงยุบพรรค ส่วน สว.สมชาย ชี้ช่องเอาผิดเแฟลชม็อบตามพ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะแนะออกหมายเรียก ธนาธร-ช่อ ที่พูดจาเชิญชวนให้คนมาร่วมชุมนุม   -ช่อ พรรณิการ์ โต้กลับยันชุมนุมไม่ผิดกฎหมาย เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญฉบับ คสช.ร่างขึ้นมา ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ปชช.ที่มารวมตัวไม่ได้สร้างความวุ่นวายตามที่หลายคนกังวล ตอนเลิกชุมนุมแทบไม่มีขยะให้เห็น มีคนหลากหลายกลุ่มมาชุมนุมที่ต้องการแสดงออกถึงความไม่พอใจเรื่องความไม่ยุติธรรมของรัฐบาล   ด้านธนาธรโพสต์ไฟความหวังถูกจุดแล้วอย่าให้ดับลง กล้าฝันต่อ สู้อยุติธรรมร่วมกัน ไม่ถอยไม่ทน ชวนวิ่งไล่ลุงเดือนหน้าพร้อมกันทั่วประเทศ ปิยบุตรประกาศสู้ไม่ถอย ยุบพรรคได้แต่ยุบอุดมการณ์ไม่ได้ ขอให้ผู้สนับสนุนอย่ากังวล ถ้าตัดสิทธิทางการเมืองก็จะทำนอกสภา   -นายกฯฝากถึงคนไทยให้มีความรัก ความสามัคคี พร้อมบอกบทบาทตัวเองนายกฯก็ต้องสู้ แต่ที่สู้ไม่ได้สู้กับใคร ห่วงความปลอดภัยแฟลชม็อบหวั่นเกิดความรุนแรง ฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า ขอให้รับฟังข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้ครบถ้วน แล้วนำมาพิจารณาวิเคราะห์ถึงเหตุผลว่า การมาร่วมชุมนุมเหตุผลนั้นสมควรแล้วหรือยัง หากทุกอย่างเข้าสู่ระบบก็ไม่จำเป็นต้องมาชุมนุม ดังนั้น ขอประชาชนฟังข้อมูลรอบด้านก่อนที่จะตัดสินใจ     ด้านอาจารย์ชาญวิทย์ อดีตอธิการบดีม.ธรรมศาสตร์ ฝากรัฐบาลปรับตัวรับการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ อย่าไปจำกัดหรือกำจัด หวังแฟลชม็อบสร้างจุดเปลี่ยนการเมืองไทยสู่ประชาธิปไตย ฟันธงรัฐบาลอยู่ไม่ครบเทอม เพราะความเข้มแข็งในสภาของรัฐบาลไม่มากพอ   -พลเมืองดีหวังดีเข้าไปห้ามสามีภรรยาทะเลาะลงไม้ลงมือกัน คนห้ามถูกกระหน่ำแทง 4  แผลเสียชีวิต ตร.เผยรู้ชื่อมือมีด ขณะนี้ไล่ดูกล้องวงจรปิด ตามหาเบาะแสจับตัวมาดำเนินคดี   -ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ปลูกติดกัน 7 คูหาที่ ถ.วังเดิม เขตบางกอกใหญ่ ช่วงกลางดึก ต้นเพลิงชั้น 2 ของร้านนวดไทย ก่อนลามไปห้องข้างเคียงอย่างรวดเร็ว ไม่มีคนอยู่ในร้านนวด ชาวบ้านได้ยินเสียงดัง 2 ครั้งก่อนเกิดไฟไหม้   -กลุ่มวัยรุ่นบุรีรัมย์ จัดทริปขี่มอเตอร์ไซค์กว่า 2,000 คัน นัดกันไปเจอเขื่อนลำนางรอง เพื่อพักผ่อน วัยรุ่นอายุ 17 ปี ออกมาจากกลุ่มขี่ข้ามเลนประสานกับรถพ่วงเสียชีวิต คาดจะเร่งแซงไปข้างหน้า แต่มองไม่เห็นรถที่สวนมาจึงชนประสานกันดังกล่าว   -ป๋อง กพล พิธีกรล่าผีชื่อดัง จัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนผีประจำปี กลางสุสานเมืองนครนายก หมูกระทะ 100 โต๊ะ พร้อมเชิญผีไม่มีญาติเข้าร่วมงาน อุทิศให้ผู้ล่วงลับ บรรยากาศขนหัวลุกเซ็นเซอร์จับวิญญาณดังตลอด พร้อมพบรอยเท้าที่ใบตองที่วางไว้ทางเข้าซุ้มประตู ชี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล   -หนุ่มคลั่งเมายาปีนขึ้นบนหลังคาห้องพักรายวัน กลางเมืองขอนแก่น พยายามที่จะมุดเข้ามาช่องระบายอากาศ เพื่อเข้าภายในตัวอาคาร ก่อนจนท.จะอาศัยจังหวะยื่นอาหารให้หนุ่มรายดังกล่าว เข้าชาร์จตัวนำลงมาได้อย่างปลอดภัย นำตัวไปตรวจปัสสาวะพบสีม่วง ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนต่อไป   -โจรอาละวาดงัดแผงร้านค้าตลาดเทศบาลเมืองระนอง สร้างความเดือดร้อนให้แม่ค้า-พ่อค้านับ 10 ราย ก่อเหตุช่วงตี 1 ตี 2 กันเว้นวันเว้น บางรายถูกงัดแผง เป็นครั้งที่ 5 พึ่งใครไม่ได้ ไม่มีรปภ. ไม่มีกล้องวงจรปิด วอนโจรหยุดอาละวาด อย่าซ้ำเติมเพราะเศรษฐกิจไม่ดี   -มนุษย์ลุงโวยแหลกกู้ภัย ขณะกำลังทำ CPR ผู้ป่วยหมดสติและหัวใจหยุดเต้น บอกทำไมไม่รีบเอาไปส่งโรงพยาบาล ไปปั๊มหัวใจบนรถก็ได้ อยู่ตรงนี้มีอะไรช่วยเขาได้ให้รีบส่งไปโรงพยาบาลดีกว่า แล้วกู้ภัยจอดรถนานก็เดือดร้อนคนอื่น กีดขวางจราจรอีก แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามอธิบาย แต่ลุงก็ไม่ฟัง   -รถ 6 ล้อการไฟฟ้ามองไม่เห็น ทับสยองรถโยกลุงคนพิการ เสียชีวิตคาแยก ณ ระนอง ย่านคลองเตย คาดกำลังรอข้ามทางม้าลาย ไปถึงกลางทางเป็นสัญญาณไฟเขียว รถการไฟฟ้าคงมองไม่เห็น เพราะรถมีความสูง จึงทับร่างอย่างสลด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0CR8nIOgzqU  

 14,416
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ธ.ค. 62

สาวร้องถูกอดีตสามีทำร้าย เอาหัวโขกผนังจนสลบ ลูกสาวเข้าช่วยถูกต่อยอีกคน

หญิงสาวคนหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊กขอความช่วยเหลือ ระบุว่าถูกอดีตสามีทำร้ายร่างกาย นอกจากทำร้าย ต่อย และอื่นๆ ก็เอาหัวโขกกับผนังนับจำนวนไม่ถูกจนสลบลงพื้นไป และยังใช้อะไรไม่รู้ฟาดตามมาอีก ลูกสาวซึ่งเป็นลูกติดของเธอ อายุ 15 ปี เข้ามาช่วยแม่ ยังถามลูกสาวด้วยว่าจะเอาอีกคนมั้ย และก็ต่อยลูกไปอีกคน   หญิงคนดังกล่าวโพสต์ระบุต่อว่า อดีตสามีเอาลูกคนเล็กไปด้วย อยากได้ทนายสู้คดี และพาลูกคนเล็กกลับมาอ้อมอกแม่ให้เร็วที่สุด เพราะที่ผ่านมาตนเป็นคนดูแลมาตลอด ขอความช่วยเหลือ ฝากถึงมูลนิธิปวีณา หรือมูลนิธิใดก็ได้ แล้วฟ้องร้องคดีนี้ให้ตนมีสิทธิ์ปกครองลูกฝ่ายเดียว เพราะกลัวมาก   ต่อมาหญิงสาวคนดังกล่าวได้ให้สัมภาษณ์ระบุว่า อยู่กินกับผู้ชายคนนี้มากว่า 10 ปี ถูกซ้อมแทบทุกวัน แต่ที่ครั้งนี้ที่เอาภาพมาลงเพราะมันรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สาเหตุเพราะเธอได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่าจะสามารถเอาโทรศัพท์ไปจำนำที่ไหนได้บ้าง เพราะเงินที่ใช้ในบ้านไม่พอ เมื่อสามีเห็นก็เกิดความโมโหเพราะเหมือนกับเป็นการว่าสามีว่าหาเงินเลี้ยงได้ไม่ดี จึงถูกทำร้ายร่างกาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ZkMkjlcoXJs

 11,690
สังคม
15 ธ.ค. 62

สาวร้องถูกอดีตสามีทำร้าย เอาหัวโขกผนังจนสลบ ลูกสาวเข้าช่วยถูกต่อยอีกคน

หญิงสาวคนหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊กขอความช่วยเหลือ ระบุว่าถูกอดีตสามีทำร้ายร่างกาย นอกจากทำร้าย ต่อย และอื่นๆ ก็เอาหัวโขกกับผนังนับจำนวนไม่ถูกจนสลบลงพื้นไป และยังใช้อะไรไม่รู้ฟาดตามมาอีก ลูกสาวซึ่งเป็นลูกติดของเธอ อายุ 15 ปี เข้ามาช่วยแม่ ยังถามลูกสาวด้วยว่าจะเอาอีกคนมั้ย และก็ต่อยลูกไปอีกคน   หญิงคนดังกล่าวโพสต์ระบุต่อว่า อดีตสามีเอาลูกคนเล็กไปด้วย อยากได้ทนายสู้คดี และพาลูกคนเล็กกลับมาอ้อมอกแม่ให้เร็วที่สุด เพราะที่ผ่านมาตนเป็นคนดูแลมาตลอด ขอความช่วยเหลือ ฝากถึงมูลนิธิปวีณา หรือมูลนิธิใดก็ได้ แล้วฟ้องร้องคดีนี้ให้ตนมีสิทธิ์ปกครองลูกฝ่ายเดียว เพราะกลัวมาก   ต่อมาหญิงสาวคนดังกล่าวได้ให้สัมภาษณ์ระบุว่า อยู่กินกับผู้ชายคนนี้มากว่า 10 ปี ถูกซ้อมแทบทุกวัน แต่ที่ครั้งนี้ที่เอาภาพมาลงเพราะมันรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สาเหตุเพราะเธอได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่าจะสามารถเอาโทรศัพท์ไปจำนำที่ไหนได้บ้าง เพราะเงินที่ใช้ในบ้านไม่พอ เมื่อสามีเห็นก็เกิดความโมโหเพราะเหมือนกับเป็นการว่าสามีว่าหาเงินเลี้ยงได้ไม่ดี จึงถูกทำร้ายร่างกาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ZkMkjlcoXJs

 11,690

Top