ค้นหา :

ผลการค้นหา "หึงโหด"

สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 61

มือฆ่าหนุ่มติวเตอร์ อ้างออกอุบายให้มาสอน ก่อนนัดเคลียร์ปัญหารัก แต่กลับถูกด่าเลยแค้นยิงดับ

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย ตำรวจนครบาลเตาปูน คุมตัวนายสุรสิทธิ์ จันทร์วงศ์สกุล ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่านายณัฐวัฒน์ เพียรสกุล อายุ 27 ปี อาจารย์สอนพิเศษ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณซอยประชาชื่น 4 แยก 1-4 ซึ่งเป็นจุดที่หลังก่อเหตุยิง   โดยเจ้าตัวได้นำรถยี่ห้อฟอร์ดมาจอด ก่อนนำศพลงจากรถไปซุกซ่อนใต้รถแท็กซี่ที่จอดเสียไว้ ก่อนจะนำไปจุดทิ้งโทรศัพท์ในคลอง ไม่ห่างจากจุดอำพรางศพ แล้วจึงคุมตัวไปที่ห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่ สน. บุปผาราม ซึ่งเป็นจุดที่ก่อเหตุยิง   นายสุรสิทธิ์ ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า สาเหตุการลงมือเป็นเพราะหึงหวง โดยในวันเกิดเหตุได้เจอกับผู้ตาย จึงพยายามที่จะขอให้เลิกกับอดีตแฟนสาว แต่ก็ไม่สำเร็จ ก่อนที่จะมีการโต้เถียงกัน อ้างว่าผู้ตายได้ว่าตนว่า "ไอ้ควาย อยากโง่ให้คนอื่นมาแย่งเมียทำไม"   ตนเองจึงรู้สึกโกรธ และบันดาลโทสะก่อนนำอาวุธปืนออกมายิง และนำศพไปทิ้งที่ซอยประชาชื่น 4 แยก 1-4 และซุกใต้รถแท็กซี่ที่จอดเสีย เพราะเป็นจุดที่ตนคุ้นเคย ซึ่งปืนเป็นปืนชี่ตนเองพกพาไปอยู่แล้ว และไม่คิดว่าเรื่องราวจะมาถึงขั้นนี้ พร้อมกันนี้อยากขอโทษแม่ผู้เสียชีวิต และเสียใจจริงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเอง ก่อนเปิดเผยว่า คดีดังกล่าวไม่มีอะไรซับซ้อน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ออกอุบายให้ผู้ตายมาพบ โดยอ้างว่าให้มาติวหนังสือ ก่อนที่จะพยายามเคลียร์กับผู้ตาย และเกิดการโต้เถียงกัน   กระทั่งผู้ตายลงจากรถ ตนเองจึงใช้อาวุธปืนขนาด .38 ซึ่งเป็นปืนที่เป็นมรดกของบิดา มาก่อเหตุยิง ก่อนนำศพไปซ่อนอำพราง โดยสาเหตุที่ลงมือเนื่องจากความหึงหวง และปฏิเสธว่า ไม่ได้มีการวางแผน ซึ่งได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบให้รอบคอบว่าเป็นการบันดาลโทสะ หรือมีการวางแผนมา   ทั้งนี้ยังให้การอีกว่า ตนเองเลิกกับแฟนสาวมานาน 1 เดือน แต่ยืนยันว่าไม่ได้ข่มขู่ แต่พูดแบบบันดาลโทสะว่า มีแฟนใหม่ให้ระวัง แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปฆ่า ซึ่งทั้งคนตาย และผู้ต้องหาไม่เคยเจอกันมาก่อน   เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน ได้แจ้งข้อหา ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และปิดบัง อำพราง ซ่อนเร้นศพ ก่อนจะนำตัวไปขออำนาจศาลอาญารัชดาฝากขังผัดแรกในช่วงบ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ieMecO7QNFo

 1,406
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 61

รวบสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่เมียดับ ครอบครัวแห่โลงศพสาวถูกสาดน้ำกรดร้อง รพ.หลังปัดรักษาจนตาย อัจฉริยะปะทะเดือดกลางวงเจรจา

จากกรณีเกิดเหตุภรรยาอายุ 38 ปี ถูกสามีใช้น้ำกรดสาดเนื่องจากหึงหวง จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม   ทั้งที่ขณะนั้นอาการทรุดลงแล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาลอีกแห่งในเวลาต่อมา ก่อนที่ครอบครัวจะไปร้องเรียนกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนั้น   ล่าสุด ตร.สน.ท่าข้าม เข้าจับกุมนายคำตัน สิงหนาท อายุ 50 ปี ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นสามีของผู้ตายได้แล้ว หลังหลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อนใน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ และได้คุมตัวกลับมาสอบปากคำที่ สน.ท่าข้าม โดยในวันนี้ เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. จะเดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเองต่อไป   ขณะที่ในส่วนประเด็นโรงพยาบาล นายอัจฉริยะ พร้อมด้วยลูกสาวและญาติผู้ตาย ได้นำโลงศพหญิงอายุ 38 มาตั้งที่ด้านหน้าโรงพยาบาลพระราม 2 เพื่อเรียกร้องให้ทางโรงพยาบาลรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งทางอาญาและทางแพ่ง   รวมทั้งทราบว่าในขณะเกิดเหตุไม่มีแพทย์มาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถือว่าไม่มีมาตรฐานการทำงาน และไร้มนุษยธรรมอย่างสิ้นเชิง และเตรียมจะไปร้องเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้พิจารณาปิดโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นการชั่วคราวด้วย   ขณะที่ลูกสาวผู้ตาย วัย 12 ปี เปิดเผยว่า ขณะนั้นเป็นช่วงเช้าประมาณตี 5 ตนรู้สึกแสบที่บริเวณข้อเท้าจึงตื่นขึ้นมา ก็เห็นแม่วิ่งเข้าวิ่งออกจากในบ้าน ตอนนั้นด้วยความตกใจจึงถามแม่ว่าเป็นอะไร แต่แม่ไม่ตอบบอกแต่ให้พาไปหาหมอ ตนจึงรีบพาออกไปตอนนั้นแม่บอกแค่ว่า โดนสามีซึ่งก็คือพ่อเลี้ยงของตนเอาน้ำร้อนมาสาด จึงโทรศัพท์ไปหายาย ก่อนรีบเรียกแท็กซี่ ซึ่งแม่ก็บอกว่าให้ไปโรงพยาบาลบางมด แต่พอขับออกไปคนขับแท็กซี่บอกว่าไปโรงพยาบาลพระราม 2 ก่อนเพราะใกล้ที่สุด ตนและแม่ก็เห็นด้วย   พอมาถึงหน้าโรงพยาบาล แม่ก็รีบวิ่งขึ้นไปบนตึกและตะโกนเรียกหมอ ตนจึงรีบวิ่งตามแม่ไปก็พบพยาบาลก่อนนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทั้งคู่เพื่อทำแผล ตอนนั้นตนสังเกตที่ใบหน้าแม่เปื่อยยุ่ยก่อนจะออกไปรอหน้าห้อง ก่อนที่จะมีพยาบาลมาคุยแจ้งว่าบัตรทองของแม่อยู่ที่โรงพยาบาลบางมด และถามว่าพาแม่นั่งแท็กซี่ไปรักษาที่บางมดได้ไหม และให้เงินมา 40 บาท พยาบาลจึงอุ้มแม่ขึ้นรถเข็นและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เรียกรถแท็กซี่ให้ ตอนนั้นตนได้ยินพยาบาลถามแม่ว่าเดินไหวหรือเปล่า ซึ่งแม่ก็ส่ายหัวบอกว่าไม่ไหว พอแท็กซี่มาก็เห็นแม่เดินขึ้นแต่ตนเห็นแม่ทรุดเข่าลงเดินไม่ไหวแล้ว ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยอุ้มแม่ขึ้นรถแท็กซี่ไป   พอถึงโรงพยาบาลบางมด เจ้าหน้าที่จึงรีบอุ้มแม่ขึ้นเตียงเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งตอนนั้นตนก็รอหน้าห้องฉุกเฉินก่อนจะเข้าไปทำแผลอีกครั้ง ตอนนั้นพยาบาลเรียกชื่อแม่หลายรอบ บอกว่าถ้าได้ยินให้พยักหน้า แต่ตนไม่เห็นว่าแม่จะตอบสนองอะไร ตอนนั้นตนทำใจไม่ได้จึงออกไปรอหน้าห้อง ก่อนจะมีพยาบาลออกบอกตลอดว่าจะปั้มหัวใจให้แม่ ก่อนที่รอบสุดท้ายจะเดินมาบอกว่าแม่เสียชีวิตแล้ว   ทั้งนี้ตัวแทนของทางโรงพยาบาลพระราม 2 เชิญนายอัจฉริยะ และญาติผู้ตายขึ้นไปพูดคุยกับทางผู้บริหารคือ น.พ.พีระ คณานุวัฒน์ ที่ปรึกษาของโรงพยาบาล และ พ.ญ.วัลลภา ไชยมโนวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความตึงเครียด   โดยฝ่ายญาติผู้ตายได้สอบถามสาเหตุที่ไม่รับรักษา ทั้งที่ผู้ป่วยมีอาการฉุกเฉินจากการถูกน้ำกรดสาดที่ใบหน้าและโดนกรอกน้ำกรด ส่วนทางโรงพยาบาลก็ได้พยายามชี้แจงว่า ขณะนั้นอาการผู้ป่วยยังไม่วิกฤต จนญาติผู้ตายได้ขอให้เปิดวงจรปิดเพื่อยืนยันข้อสงสัยในเรื่องอาการคนป่วย และเรื่องแพทย์มีประจำอยู่หรือไม่   แต่ทางโรงพยาบาลปฏิเสธโดยบอกว่าทางตำรวจมาตรวจสอบแล้วไม่มีข้อสงสัยอะไร นอกจากนั้นทางญาติผู้ตายได้ขอให้โรงพยาบาลนำพยาบาลที่อยู่ในวันนั้นมาพูดกับเด็ก เพื่อยืนยันเหตุการณ์จริงไม่เช่นนั้นคนอื่นจะคิดว่าเด็กโกหก แต่ทางโรงพยาบาลก็ไม่ตอบรับ   ทาง น.พ.พีระ ชี้แจงว่าผู้ป่วยเข้ามาด้านหลังห้องฉุกเฉิน ขณะที่อีกครั้งได้พูดว่าผู้ป่วยลงรถแท็กซี่จากด้านหน้าโรงพยาบาล ก่อนจะวิ่งขึ้นมางลาดมายังหน้าห้องฉุกเฉิน จนทำให้ญาติผู้ป่วยส่งเสียงโวยว่าพูดไม่ตรงกัน จน น.พ.พีระ บอกให้ฟังให้จบ ทำให้ทางญาติเดือดจนนายอัจฉริยะชี้หน้าถามว่าเป็นหมอภาษาอะไร พูดไม่อยู่กับล่องกับลอย และโต้เถียงกันอย่างดุเดือด   จากนั้น น.พ.พีระ ได้หันมาทางสื่อพร้อมอธิบายว่า หากเดินมาจากหน้าโรงพยาบาลมาทางลาดจะมาเจอด้านหน้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งปกติช่วงกลางคืนถ้าไม่มีผู้ป่วยจะปิดล็อคไว้เพื่อความปลอดภัย แต่หากเจ้าหน้าที่ข้างในพบว่ามีผู้ป่วยก็จะกดปุ่มเพื่อเปิด ซึ่งคาดว่าวันนั้นเมื่อผู้ป่วยวิ่งมาด้านหน้าแล้วประตูไม่เปิด จึงเข้ามาทางโรงพยาบาลด้วยประตูด้านขวาก่อนทะลุเข้าไปยังห้องฉุกเฉินทางด้านหลัง ซึ่งก็เป็นตามที่ตนบอกไว้ตั้งแต่แรก   ขณะที่ลูกสาวผู้ตายวัย 12 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่มีปากเสียงกันทั้ง 2 ฝ่ายบ เด็กได้ก้มหน้าลงก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างหนัก พร้อมพูดว่า "หนูกลัว" จากนั้นทางญาติและนายอัจฉริยะได้เดินออกจากห้องประชุมไป การพูดคุยเป็นอันสิ้นสุด   ด้าน น.พ.พีระ คณานุวัฒน์ ที่ปรึกษาของโรงพยาบาลพระราม 2 เปิดเผยกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า คนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ 10 กว่านาที โดยเมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ป่วยเข้ามายังห้องฉุกเฉิน พบว่าใบหน้ามีคราบสีขาวซึ่งผู้ป่วยบอกว่าเป็นยาสีฟัน เพื่อลดอาการปวดแสบปวดร้อน โดยสาเหตุเพราะถูกสามีเอาน้ำร้อนลาด   ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกให้ล้างเอาคราบออกก่อน เพื่อจะได้ประเมินได้ว่าเป็นแผลลักษณะไหน จากนั้นคนไข้จึงเดินไปที่อ่างน้ำและล้างหน้าด้วยตนเองก่อนมานอนที่เตียง ตอนนั้นพยาบาลห้องฉุกเฉินเห็นเป็นรอยแดง ประเมินว่าเป็นรอยแผลไหม้จากการถูกสารเคมีระดับ 1 ไม่ถึงพุพอง และไม่มีแผลกัดกร่อน และมีตาข้างหนึ่งลืมไม่ขึ้น คาดว่าน่าจะถูกน้ำกรด   ส่วนกรอกปากหรือเปล่าไม่ทราบเพราะผู้ป่วยไมได้แจ้ง และเมื่อวัดความดันอยู่ที่ 130/80 ชีพจร 80 ครั้งต่อนาที หายใจ 20 ครั้งต่อนาที ซึ่งพบว่าทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ดังนั้นผู้ป่วยไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต ส่วนอาการแสบร้อนก็ได้ล้างด้วยน้ำเปล่าก่อนพันผ้าให้   จากนั้นจึงรายงานตนในฐานะแพทย์ที่ปรึกษานอกเวลา ซึ่งเป็นระเบียบของโรงพยาบาล เพราะแพทย์เวรห้องฉุกเฉินไปเข้าห้องน้ำ ตนจึงแจ้งให้นอนดูอาการที่โรงพยาบาลเพื่อให้รักษาตามอาการ เพราะอาการปวดจากแผลไหม้ระดับ 1 จะปวดอยู่ 2-3 วัน ซึ่งถ้าหายปวดก็กลับบ้านได้ โดยที่ตัวแผลไม่ต้องรับการรักษาอะไร   น.พ.พีระ กล่าวต่อว่า แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิ์ พบว่าคนป่วยมีสิทธิ์ประกันสังคมที่โรงพยาบาลบางมด จึงได้สอบถามเพราะหากรักษาที๋โรงพยาบาลแห่งนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง เพราะไม่เข้าเกณฑ์ UCEP หรือ เจ็บป่วยฉุกเฉินรักษาฟรี 72 ชั่วโมง ซึ่งผู้ป่วยประสงค์จะไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคม   ซึ่งตอนนั้นทางโรงพยาบาลก็แจ้งว่าหากรอรถโรงพยาบาลปลายทางมารับตามสิทธิ์อาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง จึงแนะนำให้ไปรถแท็กซี่เพื่อความรวดเร็ว ซึ่งขณะนั้นผู้ป่วยยังพูดคุยและเดินได้ตามปกติ อาจมีอาการปวดแสบปวดร้อนบ้าง และได้มีการตรวจสอบภาพวงจรปิดแล้ว รวมทั้งตำรวจก็ได้มาตรวจสอบซึ่งก็ยืนยันว่า ผู้ป่วยไม่ได้มีการทรุดลงกับพื้น ทั้งนี้ขอยืนยันว่าหากผู้ป่วยมีอาการฉุกเฉินคงไม่ปล่อยออกไปแน่นอน   น.พ.พีระ  กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายอัจฉริยะจะฟ้องร้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตนก็พร้อม เพื่อจะได้พิสูจน์ว่าโรงพยาบาลได้ให้การช่วยเหลือตามมาตรฐาน ซึ่งที่ผ่านมาเคยถูกฟ้องร้องและไปต่อสู้ตั้งแต่ศาลชั้นต้นจนถึงฎีกา ทางโรงพยาบาลก็ต่อสู้และยังไม่เคยแพ้ นอกจากนี้ตนก็เตรียมให้ทางฝ่ายกฎหมายของโรงพยาบาลฟ้องร้องนายอัจฉริยะฐานหมิ่นประมาทด้วย ซึ่งน่าเสียดายที่วันนี้จะเป็นการพูดคุยเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกับทางญาติผู้ตาย แต่กลับถูกจับผิดในทุกจุดที่ตนพูดจนไม่ได้อะไร   ขณะที่นายอัจฉริยะ บอกว่า  วันนี้ (12 พ.ย.) ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จะนำครอบครัวผู้ตายไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อไปยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อดำเนินคดีกับผู้บริหารโรงพยาบาลพระราม 2 เหตุปฏิเสธรักษาจนผู้ป่วยเสียชีวิต และทำหนังสือถึงแพทยสภา และสภาการพยาบาล   นอกจากนี้จะทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. ให้ตรวจสอบว่าอาคารของโรงพยาบาก่อสร้างตามแบบก่อสร้างหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการบำบัดน้ำเสีย สุดท้ายจะมีการร้องต่ออธิบดีกรมสรรพพากร ในการตรวจภาษีย้อนหลังว่าโรงพยาบาลแห่งนี้มีการเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iIwVou2lwjU

 9,055
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
12 พ.ย. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 12 พ.ย.61 จับสามีสาดน้ำกรดเมีย-พ่อแม่ลูกสลบคารถ-จตุพรบอกเลือกตั้งไม่มีจริง

-ชาวบ้านบางสะพานน้อยและเด็ก 21 คนติดค้างบนภูเขา 3 วัน สภาพหิวโซ จนท.ขี่เจ็ทสกีไปรับทีละคน ทั้งหมดปลอดภัยใช้เวลารวม 7 ชม. บางสะพานน้ำลดแล้ว ชุมพรยังท่วมสูงเสียหายหนัก 120 ล้าน ชี้น้ำท่วมหนัก 3 จังหวัดภาคใต้เสียชีวิต 3 ราย (ภาคเหนือยังมีฝนฟ้าคะนอง แต่อีสาน-กลาง-ตะวันออก-ใต้ ฝนลดลง)   -จับแล้วสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่ภรรยาเสียชีวิต หนีไปอยู่กับเพื่อนที่นครสวรรค์ ตร.เตรียมแถลงข่าวบ่ายนี้ ครอบครัวแห่โลงศพประท้วงหน้า รพ.พระราม2 ปมปฏิเสธการรักษา ปล่อยให้นั่งแท็กซี่ไปรักษา รพ.ที่มีประกันสังคม จนทนไม่ไหวเสียชีวิตในที่สุด รพ.แจงไม่เข้าข่ายฉุกเฉิน ดูแผลแล้วไม่สาหัส บอกถ้าจะรักษาต้องเสียส่วนต่าง ผู้ป่วยเลยขอย้ายเอง อัจฉริยะพาญาติเข้าเจรจากับหมอ เดือดถึงขั้นชี้หน้าตบโต๊ะ (รวบสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่เมียดับ ครอบครัวแห่โลงศพสาวถูกสาดน้ำกรดร้อง รพ.หลังปัดรักษาจนตาย อัจฉริยะปะทะเดือดกลางวงเจรจา)   -อุบัติเหตุสยองที่สุพรรณบุรี เสี่ยเจ้าของร้านทองขับเก๋งออดี้ป้ายแดง พุ่งชนรถพ่วง ก่อนที่พ่วงของรถบรรทุกจะกระเด็นไปทับกระบะที่ขับผ่านมาพอดีจนหลังคาเปิด ทำให้คนในรถกระบะตาย 5 ศพ คนขับรถพ่วงยืนรอ จนท.เล่าเหตุการณ์ (เสี่ยร้านทองขับเก๋งป้ายแดง ชนรถพ่วงกระเด็นใส่กระบะ ดับสยอง 5 ศพ เจ็บ 1 )   -จตุพร จี้ กกต.และคสช.บอกความจริงให้ ปชช.ว่าเลือกตั้ง 24 ก.พ.ไม่มีจริง  จะถูกเลื่อนออกไป 100% เพราะยังมีพรรคการเมืองรอจดทะเบียนกับ กตต. เชื่อว่าอีกไม่กี่วัน กกต.จะออกมายอมรับว่าไม่ทัน ขอให้ ปชช.อดทน วิษณุชี้หากไม่ทันก็เป็นอำนาจของ กกต.ไม่ใช่ คสช. แต่เลขา กกต.ยืนยันว่า พร้อมจัดเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 แน่นอน ตอนนี้เร่งพิจารณาจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่อีกเพียง 12 พรรคเท่านั้น (กกต.โต้ 'จตุพร' ยันจดทะเบียนพรรคทัน ได้เลือกตั้ง 24 ก.พ.62 แน่)   -วิษณุบอกนายกฯต้องวางตัวเป็นกลาง หากถูกพรรคการเมืองเสนอชื่อให้เป็นนายกฯอีกครั้ง ไม่สามารถพูดโน้มน้าวให้พูดเลือกพรรคนั้นๆได้ แม้จะอยู่นอกเวลาราชการก็ตาม เพราะถือเป็น จนท.ของรัฐ และไม่สามารถขึ้นเวทีปราศรัยกับพรรคการเมืองได้ แม้จะเดินสายลงพื้นที่ในฐานะนายกฯได้ก็ตาม ทำได้เพียงพูดเชิญชวนให้คนมาเลือกตั้ง   -พรรคพลังประชารัฐเตรียมเปิดรับสมัครสมาชิกพรรควันแรก 13 พ.ย.61 สี่ รมต.จะมาประเดิมสมัคร ก่อนไปประชุม ครม. สนธิรัตน์บอกมีคนสนใจจะลง ส.ส.ให้ พปชร.จำนวนมาก จนเกิดปัญหาทับซ้อนกันหลักร้อยเขต ทางพรรคต้องใช้วิธีทำโพล เพื่อดูคะแนนนิยมแต่ละคน   -พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุมใหญ่เลือกกรรมการบริหารพรรค 41 คน อภิสิทธิ์นั่งหัวหน้าพรรคตามผลการหยั่งเสียง หมอวรงค์-อลงกรณ์ขอถอนตัวหลังมีคนเสนอชื่อ เลือกจุติเป็นเลขาพรรค อภิรักษ์เป็น ปธ.สรรหาผู้รับสมัคร ส.ส. อภิสิทธิ์บอกการหยั่งเสียงแค่ปีนภูเขา แต่การไปถึงยอดเขาคือต้องชนะเลือกตั้ง และเป็นแกนนำรบ. (ที่ประชุม ปชป.เลือก 'อภิสิทธิ์' เป็นหัวหน้าอีกสมัย เตรียมเปิดตัวสมาชิกพรรคคนรุ่นใหม่)   -สุดารัตน์ลงพื้นที่ห้างแพลทตินั่ม ประตูน้ำ ชวน ปชช.สมัครสมาชิกพรรค เผย ปชช.สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ ยอดขายตก บอกการที่สมาชิกพรรคนย้ายไปพรรคไทยรักษาชาติเป็นเรื่องธรรมดา เป็นสิทธิของแต่ละคน ('คุณหญิงหน่อย' ควง 'น้องจินนี่' ลูกสาวลงพื้นที่ประตูน้ำ โลกออนไลน์แซวสังกัดพรรคเพื่อเธอ)   -คลังเลื่อนคืนภาษี VAT ผ่านบัตรคนจนออกไปอีก 1 เดือน ไปเริ่ม ธ.ค. เพราะยังวางระบบคอมพิวเตอร์ยังไม่เสร็จ (คลังเลื่อนคืนภาษี vat ผ่านบัตรคนจน เริ่ม ธ.ค. เหตุวางระบบคอมฯยังไม่เสร็จ )   -กรมศิลปากรสั่งขูดทองทิ้ง โบสถ์สีทองวัดไลย์ จ.ลพบุรี เพราะชาวบ้านทาสีกันเองโดยไม่ได้ขออนุญาต ซ้ำยังเป็นสีน้ำมัน ทำให้อากาศถ่ายเทไม่ได้ ส่งผลเสียต่อโบราณวัตถุ พอเกิดความชื้นก็จะลอกต้องทาใหม่ ผิดหลักการบูรณะ แฉคนที่มาทาสีทองเป็นกลุ่มคนมีหน้ามีตาในลพบุรี เป็นอดีต ส.ส.วัดกับชาวบ้านเลยเกรงใจ นายช่างศิลปากรเคยไปแจ้งความแล้ว แต่คนกลุ่มนี้ยังไม่หยุดทา กรมศิลป์เร่งสำรวจวัดทั้งจังหวัด สั่งระงับการทาแล้ว (กรมศิลป์สั่งขูดสีทองโบสถ์วัดไลย์ ลพบุรี แฉอดีต ส.ส.พาพวกมาทา ชาวบ้านเกรงใจห้ามไม่ได้ )   -3 ชีวิต พ่อแม่ลูก สลบคารถบนทางด่วนบูรพาวิถี หลังขับรถไปเที่ยวบางแสน ระหว่างทางได้กลิ่นเหม็นเหมือนท่อไอเสีย จนเวียนหัวขับต่อไม่ได้ ต้องจอดข้างทาง หมดสติทั้งคัน จนท.เคาะกระจกเรียกจนพ่อรู้สึกตัวเปิดกระจกรถ พบลูกสลบ ส่วนเมียนอนน้ำลายฟูมปาก ส่งรพ.รอดตายหวุดหวิด ตร.ตั้งประเด็นจากท่อไอเสียรั่ว ควันเลยเข้าภายในรถ (พ่อแม่ลูกสลบคาเก๋ง บนทางด่วน ชักเกร็ง-น้ำลายฟูมปาก คาดควันจากท่อไอเสียเข้ารถ )   -แค้นสาวตีจาก ยิงหัวหนุ่มติวเตอร์ที่มาติดพันแฟนเก่า ก่อนนำศพยัดใต้รถแท็กซี่ย่านประชาชื่น ทำท่าทางเหมือนซ่อมรถ พยานเห็นผิดสังเกต นอนท่าเดียวผิดปกติ ผู้ต้องหาซิ่งกระบะหนี แล้วเกิดรถชน ตร.นำกำลังบุกจับทันควัน ผู้ต้องหาสารภาพวางแผนก่อเหตุเพราะความหึงหวง ด้านฝ่ายหญิงบอกแฟนเก่าเคยอาฆาตไว้ ถ่ามีแฟนใหม่จะฆ่าให้ตาย   -เปิดใช้แล้ว สะพานเข้าอาคารผู้โดยสารสนามบินดอนเมือง ขยับแนวทางขึ้นสะพานไม่ให้ขวางช่องทางหลัก ช่วยลดปัญหารถติดบน ถ.วิภาวดี (เปิดใช้สะพานเข้าสนามบินดอนเมือง แก้ปัญหารถติด ถ.วิภาวดี)   -แหลม ศรีสะเกษ แชมป์โลก เข้าพิธีวิวาห์น้องจ๊ะจ๋าหวานชื่น หอบเงิน 3 ล้าน ทองคำ 20 บาท จัดงานที่บ้านเจ้าสาว จ.ชุมพร บอกตื่นเต้นกว่าขึ้นชกมวย หลังแต่งแรงไม่ตกแน่นอน จะขยันฟิตซ้อมกว่าเดิม ขอมีลูก 3 คนหญิงก็ได้ชายก็ดี ('แหลม ศรีสะเกษ' หอบสินสอด 3 ล้าน-ทอง 20 บาทแต่ง 'น้องจ๊ะจ๋า' ลั่นแต่งแล้วแรงดี ขอมีลูก 3 คน)   -วงการนักเขียนสูญเสีย คัทลียา นุดล เจ้าของคอลัมน์ คัทลียาจ๊ะจ๋า ในหน้าสตรี นสพ.ไทยรัฐ หลังล้มป่วย 8 ปีจากโรคอัลไซเมอร์และเบาหวาน รวมอายุ 67 ปี ญาติจัดพิธีทางคริสต์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q0uxK9OLp50

 2,611
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 61

หนุ่มแค้นตามจีบสาวอ่างทองไม่ติด ดักยิงแฟนหนุ่มเจ็บปางตาย แม่วอนลูกเข้ามอบตัว

อ่างทอง-กรณีหนุ่มวัย 38 ปี ถูกยิง ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังขับรถกระบะไปส่งแฟนสาวที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ริมถนนชลประทาน หมู่ที่ 5 ต.ห้วยคันแหลน อ.วิเศษชัยชาญ   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบรถยนต์กระบะแบบแคป ยี่ห้อฟอร์ด สีบรอนซ์ทอง จอดอยู่ข้างทาง บริเวณกระจกฝั่งคนขับและกระจกแคปหลัง มีรอยถูกกระสุนปืนลูกซองยิงทะลุหลายรู ส่วนคนเจ็บทราบชื่อนายสิทธิพันธ์ สิทธิการ พ่อค้าขายรองเท้าตามตลาดนัด ขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลอ่างทอง ถูกกระสุนปืนลูกซองยิงมีบาดแผลบริเวณใบหน้าด้านขวา 20  แผล  และมีแผลถลอกบริเวณหัวไหล่ขวา   ด้านนางสาวจิรนันท์  นัทบุตย์ อายุ  29  ปี  แฟนสาวของนายสิทธิพันธ์ ให้การว่า  ตนทำงานเป็นเสมียนโรงงานแห่งหนึ่ง และพักอาศัยอยู่ที่ห้องพักใกล้จุดเกิดเหตุ โดยนายสิทธิพันธ์ได้ขับรถกระบะพากันไปทานอาหารในตลาดวิเศษชัยชาญพร้อมกับลูกสาววัย 6 ขวบ อีก 1 คน  แล้วขับรถกลับมาส่งที่หอพัก พอถึงริมถนนหน้าห้องพักที่เกิดเหตุได้จอดรถนั่งคุยกัน  โดยนายพิศาล พวงพิกุล หรือเล็ก อายุ 27 ปี ผู้ก่อเหตุ ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากหอพักมาเคาะกระจกรถฝั่งคนขับ นายสิทธิพันธ์ จึงได้ลดกระจกลงแล้วมีการพูดท้าทายกัน   จากนั้นนายพิศาล ได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในหอพัก  นางสาวจิรนันท์ จึงลงจากรถเดินตามเข้าไปในหอพัก  ซึ่งนายพิศาล ได้ถืออาวุธปืนลูกซองยาวเดินออกมาจากหอพัก แล้วเดินตรงมาที่นายสิทธิพันธ์จอดรถอยู่  ทางแฟนสาวพยายามเข้าไปห้าม   แต่นายพิศาลไม่ยอมฟัง เดินออกไปตรงข้ามฝั่งถนนที่นายสิทธิพันธ์จอดรถอยู่ แล้วพูดว่ากูเล็กเจ้าถิ่น แล้วใช้อาวุธปืนยิงไปที่รถของนายสิทธิพันธ์  บริเวณที่นั่งฝั่งคนขับ 1 นัด จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เมื่อเข้าไปดูนายสิทธิพันธ์ พบว่าถูกยิงได้รับบาดเจ็บ จึงเข้าไปเอารถยนต์กระบะขับมารับคนเจ็บส่งโรงพยาบาลวิเศษชัย   จากการสอบถามปากคำนางสาวจิรนันท์  ทราบว่านายพิศาล  ซึ่งเป็นคนใช้อาวุธปืนยิงนายสิทธิพันธ์ ทำงานขับรถพ่วงอยู่บริษัทเดียวกันและพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักคนงานใกล้จุดเกิดเหตุ  และยังเป็นเพื่อนสามีเก่าของนางสาวจิรนันท์  ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 1 ปี แล้ว หลังจากสามีเสียชีวิตก็อาศัยอยู่กับพ่อที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ และลูกอีก 2 คน ในห้องพักพนักงาน    ตลอดเวลาที่ผ่านมานายพิศาล พยายามเข้ามาพูดคุยจีบในเชิงชู้สาวแต่ตนเองไม่เล่นด้วย  จากนั้นตนได้มาคบหากับนายสิทธิพันธ์ แต่นายพิศาลไม่ทราบเรื่อง กระทั่งคืนเกิดเหตุตนให้นายสิทธิพันธ์ มาส่งที่ห้องพัก นายพิศาลมาพบจึงไม่พอใจ ประกอบกับมีอาการมึนเมาจึงไปหยิบปืนลูกซองมาก่อเหตุดังกล่าว   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของผู้ก่อเหตุ พบนายประดิษฐ์ พวงพิกุล และนางนัดดา  นาคเกษม พ่อแม่ของนายพิศาล นั่งร่ำไห้น้ำตาตก เล่าว่า ไม่ทราบสาเหตุที่ลูกชายไปก่อเหตุดังกล่าว หลังเกิดเหตุลูกชายโทรมาบอกว่า “แม่ผมมีเรื่อง” แต่ไม่ได้เล่าอะไรมากและไม่บอกว่าอยู่ที่ไหน ตนพยายามสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นแต่นายพิศาลตัดสายทิ้งและไม่สามารถติดต่อได้อีก   อยากให้ลูกชายเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา หนีไปก็หนีไม่รอด  ตอนนี้พ่อซึ่งทำงานรับเหมาก่อสร้างได้หยุดงาน นอนเฝ้ารอนายพิศาลกลับบ้านเพื่อจะพาไปมอบตัว ถึงไม่มีเงินต่อสู้คดีแต่ลูกติดคุกก็ยังมีวันออก   ด้าน ตร.เร่งติดตามตัวนายพิศาล แต่ยังไม่พบตัว ตรวจสอบห้องพักคนงานที่นายพิศาลพักอาศัย พบปลอกกระสุนปืนลูกซองยาว จำนวน 2 ปลอก บรรจุอยู่ภายในถุงพลาสติก  เบื้องต้นได้สอบปากคำประจักษ์พยานรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับแล้วในข้อหาพยายามฆ่า และพกพาอาวุธปืนไปในชุมชนหรือที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำการจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-utTiicq-Gk

 2,480
สังคม-อาชญากรรม
27 ต.ค. 61

หนุ่มหึงโหดชักปืนยิงกิ๊กหนุ่มของภรรยา ก่อนยิงตัวตายตาม

วันที่ 26ต.ค. 61 กล้องวงจรปิด จับภาพ นายภัทธพิสิทธิ์ เรืองจันทร์ อายุ 30 ปี ขณะก่อเหตุยิงผู้จัดการ ร้านจำหน่าย หลังคาเมทัสชีท หลังจับได้ว่ามีความสัมพันธ์กับภรรยาของตน ที่ด้านหน้าบริษัทแห่งหนึ่งริมถนนมิตรภาพ ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โดยได้ยิงกิ๊กของภรรยาไป 3 นัด ก่อนยิงตัวตายตาม เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุที่แท้จริง        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/2a6N5oISP-w

 4,041
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
26 ต.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 26 ต.ค.61 เสก โลโซได้ประกันตัว-สุเทพเดินคารวะแผ่นดิน-แจกโบนัสลูกจ้าง กทม.

-ฝนถล่มใต้ กระบี่เจอน้ำท่วมฉับพลันสูง 80 ซม.เดือดร้อน 50 ครอบครัว เอ่อท่วม ถ.เพชรเกษมทางไปสนามบินกระบี่ นทท.เดินทางไปขึ้นเครื่องไม่ทัน อุตุฯเตือนฝนตกหนัก 6 จังหวัด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล https://morning-news.bectero.com/regional/26-Oct-2018/132205   -ศาลมีนบุรีพิพากษาจำคุก 2 ปี 21 เดือน เสก โลโซ โดยไม่รอลงอาญา ฐานเสพยาเสพติด-พกอาวุธปืน-ขัดขืน จนท. จากคดี ตร.บุกจับยิงปืนขึ้นฟ้า บวกโทษเดิมที่ทำร้ายคนสนิทอดีตภรรยา ศาลเห็นว่าให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดี ให้รอลงอาญาแต่จำเลยยังทำผิดซ้ำ ส่วนที่อ้างป่วยไบโพล่าร์ฟังไม่ขึ้น เจ้าตัวน้ำตาคลอก่อนได้รับประกันตัว 5 แสนบาท ออกไปสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ โผกอดอีฟแฟนสาว กานต์ห่วงกลัวอาการไบโพล่าร์กำเริบ https://morning-news.bectero.com/social-crime/26-Oct-2018/132212   -ศาลพังงาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 7 ผู้ต้องหารุมโทรม ด.ญ.วัย 14 ที่บ้านเกาะแรด ส่วนอีก 4 รายให้จำคุกลดหลั่นลงมา ตั้งแต่ 11-45ปี พร้อมสั่งให้ชดใช้ทั้งหมด 6 ล้าน เหยื่อเผยถูกเด็กหนุ่มและคนแก่กว่า 40 คน ข่มขืนรุมโทรมต่อเนื่องหลายเดือน ทนายโจทก์พอใจคำตัดสินใจ จริงๆมีข้อมูลมากกว่านี้ แต่เด็กจำชื่อผู้ต้องหาเพิ่มไม่ได้ เพราะถูกบังคับให้เสพยา ด้านทนายจำเลยรับผิดจากที่คาดไว้ จะยื่นอุทธรณ์ต่อ https://morning-news.bectero.com/regional/26-Oct-2018/132228   -บิ๊กป้อมยันต้องเลื่อนวันสอบ GAT/PAT เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนใช้สิทธิเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 เพราะจำกัดสิทธิไม่ได้ ด้านวิษณุบอกต้องเลื่อนวันสอบ หากรู้วันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ กำลังพิจารณาว่าจะเลื่อนสอบก่อน-หลังเลือกตั้ง หากเลื่อนวันไม่ได้ก็จะเลื่อนเวลาสอบ ยันไม่ได้จงใจให้ตรงกัน   -สุเทพ-หม่อมเต่า นำทัพพรรครวมพลังประชาชาติไทย ทำกิจกรรมเดินคารวะแผ่นดิน เปิดให้ ปชช.สมัครสมาชิกพรรคและรับฟังปัญหา ใช้เส้นทางปากคลองตลาด บ้านหม้อ พาหุรัด ศาลเจ้าพ่อเสือ อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ยันไม่ได้ฝืนคำสั่ง คสช.และขัดกฎหมาย ทำด้วยความระมัดระวัง จากนี้จะเดินหน้าต่อเนื่องทั่วประเทศ ทั้งสุขุมวิท สีลม เยาวราช สาทร ประตูน้ำ ภาคตะวันออก ฯลฯ พล.อ.ประวิตร บอกไม่ได้ดูกิจกรรมนี้ ต้องให้ กกต.พิจารณาว่าผิดหรือไม่ เลขา กกต.เผยหากรณรงค์หาสมาชิกพรรคก็เป็นเรื่องจำเป็น ต้องดูที่เจตนา ต้องอยู่บนหลักความสงบเรียบร้อย มีการแจ้งต่อ กกต.ทราบก่อน 5 วันแล้ว และจะติดตามเก็บข้อมูล แกนนำเพื่อไทยมองเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ก็แล้วแต่ คสช.จะตีความ และ กกต.ไม่กล้าขยับเพราะกลัวไปโดนพรรคที่เชียร์รัฐบาล ชี้เป็นกลยุทธ์เดิมของ กปปส.   -พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกรัฐบาลคนใหม่ เผยมีหน้าที่ชี้แจงข้อมูลถูกต้อง หากมีการให้ร้ายรัฐบาล นำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะที่ผ่านมาตั้งรับมาตลอด จนมีการเบี่ยงเบนข้อมูล กล่าวหารัฐบาล   -สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (แอตต้า) ยันธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนัก ขอรัฐบาลออกมาตรการวีซ่ากระตุ้นด่วน ก่อนสถานการณืเลวร้ายลากยาวไปปีหน้า เผยไตรมาสสุดท้ายของปีเสียหายแล้ว 2 หมื่นล้าน ถ้าวิกฤตถึงปีหน้าจะเสียหาย5 หมื่นล้าน ชี้ตลาดจีนเสียหายทุกเซคเตอร์ทั้ง ทัวร์ โรงแรม รถเช่า ร้านอาหาร ขาดทุนอย่างหนัก ยอด นทท.ตุลาคม ลดลง 31.3%  ผู้ให้บริการเครื่องบินเช่าเหมาลำ หยุดให้บริการมากกว่า 300 เที่ยวบิน/เดือน คาดไตรมาสสุดท้าย นทท.จีนหาย 3-4 แสนคน https://morning-news.bectero.com/economy/26-Oct-2018/132223   -การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ฟ้องเรียก 50 ล้าน ตลาดหัวมุม หลังบอกเลิกสัญญาเช่าไปแล้วตั้งแต่ปี 59 แต่ไม่ยอมย้ายออก แจงต้องนำพื้นที่มาสร้างทางด่วน ก่อสร้างทางด่วนขั้นที่3สายเหนือช่วงN2-วงแหวนตะวันออก สร้างทางลัดเชื่อมระหว่างถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรากับถนนเกษตร-นวมินทร์ แก้ปัญหาการจราจรคอขวด ทั้งนี้ บอร์ด กทพ.ยังมีมติดีเดย์ ลดค่าผ่านทางอีซี่พาส 5 บาท ที่ด่านอโศก4 ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เหลือ 45 บาทแก้ปัญหารถติดหน้าด่าน   -กทม.แจกโบนัสข้าราชการ-ลูกจ้าง 2,700 ล้านบาท สูงสุดได้คนละ 1.5 เท่า เป็นขวัญและกำลังใจลูกจ้าง 9 หมื่นคน เมื่อปี 58 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทักท้วงการนำเงินสะสมออกมาใช้ ทำให้ กทม.นำมาจ่ายโบนัสไม่ได้ จึงต้องเก็บภาษีเข้มงวดเพื่อให้มีเงินเหลือมาจ่ายโบนัส https://morning-news.bectero.com/economy/26-Oct-2018/132225   -สามีวัย 41 จ่อยิงภรรยาก่อนฆ่าตัวตาย หลังง้อคืนดีไม่สำเร็จ พ่อตาเผยคบกันมา 5 ปี มีลูกสาว 1 คน เพิ่งเลิกกันไปเมื่อ 13 ต.ค. ช่วงเกิดเหตุเมียขับกระบะไปซื้อของเก่า สามีวิ่งตามก่อนใช้ปืนยิง เหตุเกิดที่ จ.ชลบุรี   -ผลบอลยูโรป้า ลีก กลุ่มแอล เชลซีจัดทีมผสมเปิดบ้านชนะบาเต้ 3-1 ด้านปืนใหญ่ อาร์เซนอล ทำสถิติชนะ 11 นัดติดต่อกันในทุกรายการ เฉือนสปอร์ติ้ง ลิสบอน 1-0 ยึดจ่าฝูงกลุ่มอี https://morning-news.bectero.com/sport/26-Oct-2018/132235   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LJFJ-AfhwG4  

 3,297
ข่าวภูมิภาค
21 ส.ค. 61

หนุ่มตามแทงแฟนเก่า-อดีตพ่อตาเจ็บหนัก ยังลากฝ่ายหญิงขึ้น จยย.พาไปข่มขืนซ้ำ

ประจวบคีรีขันธ์-ชายวัย 32 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงแฟนเก่าอายุ 25 ปี และพ่อแฟนเก่าอายุ 49 ปี คาบ้านพักช่วงกลางดึก ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส   ต่อมา ตร.ติดตามจับกุมคนร้ายได้ที่ห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่ง พบว่ากำลังอยู่กับแฟนใหม่ จึงนำตัวมาสอบสวนพร้อมตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ผลปรากฏว่าพบสารเมทเอมเฟตามีน   จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าคนร้ายเคยเป็นแฟน อยู่กินฉันท์สามีภรรยา กับหญิงผู้บาดเจ็บ มานานกว่า 2 ปี ต่อมาได้เลิกกันเพราะครอบครัวฝ่ายหญิงไม่ชอบใจ เนื่องจากไม่ค่อยทำมาหากิน และยังเคยก่อเหตุทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิงมาแล้ว   โดยก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้ดื่มสุราในอาการเมา ได้คว้ามีดพับขนาดความยาว 1 ฟุต ติดตัว แล้วขี่รถจักรยานยานต์ไปหาแฟนเก่าที่บ้าน เนื่องจากความหึงหวง ที่ฝ่ายหญิงโพสต์เฟซบุ๊กว่ามีแฟนใหม่ จึงไม่พอใจ ประกอบกับดื่มสุราหนัก ใช้มีดจ้วงแทงจำนวน 6 แผล ในขณะที่อดีตพ่อตาเข้าห้าม จึงโดนแทงด้วย 2 แผล   นอกจากนี้หลังจากแทงแฟนแก่าและพ่อตาเสร็จแล้ว ยังได้ลากแฟนเก่าที่มีบาดแผลถูกแทงเลือดท่วมตัวให้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปยังที่พักแห่งหนึ่ง แล้วก่อเหตุข่มขืนจนสำเร็จความใคร่โดยที่แฟนเก่าไม่มีโอกาสป้องกันตัวเพราะบาดเจ็บเสียเลือดมาก จากนั้นได้โทรหาเพื่อนขอให้มารับตัวแฟนเก่าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์   แพทย์ระบุอาการของฝ่ายหญิงถูกแทงด้วยอาวุธมีด รวม 6 แห่ง คือ ที่ลำคอ 1 แห่ง เข้าใต้ราวนมบริเวณปอดทั้งสองข้าง รวม2 แผล นอกจากนี้ยังมีที่หน้าอก และลำตัว รวม 6 แผล ส่วนอดีตพ่อตาถูกแทง 2 แผล เข้าลำตัว ขณะนี้ทั้งคู่พ้นขีดอันตรายอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว   ทางด้านผู้ก่อเหตุกล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจ เพราะยังรักฝ่ายหญิงที่ทำไป เพราะหึงหวง และเมาเหล้าหนัก ขอโทษที่ก่อเหตุดังกล่าวจนมีผู้บาดเจ็บ   ทั้งนี้ ตร.ระบุว่า ผู้ต้องหาเคยติดคุกในคดีร่วมกันทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นเวลา 3 ปี และเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำ ส่วนคดีนี้ พนักงานสอบสวน ตั้งข้อหาหนักหลายกระทง ทั้งกักขังหน่วงเหนี่ยว กระทำชำเราผู้อื่น ที่มิใช่ภรรยาและ ข้อหาพยายามฆ่า ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wb9L8i4eaeQ

 6,928
สังคม-อาชญากรรม
27 มิ.ย. 61

สามีหึงโหด ง้อแฟนไม่สำเร็จ บุกยิงดับกลาง รพ.พระนั่งเกล้าฯ ก่อนยิงตัวตายตาม อาการสาหัส

เกิดเหตุสามีตามง้อภรรยาไม่สำเร็จ เลยยิงกลางโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าฯจ.นนทบุรี โดยจุดเกิดเหตุบริเวณหน้าห้องล้างไต พบร่างของนางสาวศิริขวัญ ทองเล็ก หรือ กุ๊ก อายุ 26 ปี นอนจมกองเลือดเสียชีวิต ใกล้กันพบร่างนายเกรียงไกร ไพรวัลย์ อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นอนหายใจรวยริน บาดเจ็บสาหัส   จากการสอบป้าชม ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาที่มีคนไข้ เข้ามาล้างไต โดยน้องกุ๊กผู้ตายเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการของแผนก ก็กำลังนั่งทำงานตามปกติ จากนั้นก็เห็นนายเกรียงไกร เดินเข้ามาในห้องและยิงใส่ที่หน้าอกและศีรษะของน้องกุ๊กจำนวน 5 นัด กระสุนทะลุกระจกแตก ตอนนั้นทั้งคนไข้และพยาบาลต่างวิ่งหลบหนีกันชลมุน เมื่อร่างของน้องกุ๊กจมกองเลือดเสียชีวิตคงทันที   นายเกรียงไกรก็ใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงที่ขมับเพื่อฆ่าตัวตายตาม แต่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยชีวิตไว้ทันบาดเจ็บสาหัส สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง  แพทย์ต้องทำการผ่าตัดและรักษาตัวในห้องไอซียู   สำหรับปมสังหารโหดครั้งนี้ ป้าชมเล่าว่า น้องกุ๊กผู้ตายเคยเล่าให้ฟังว่า ได้แยกทางกันกับสามีแล้ว หลังจากแต่งงานกันได้เพียงปีกว่าๆ เพราะทนพฤติกรรมการหึงหวงไม่ไหว จึงขอแยกทาง   ทางด้านน้องเจ เพื่อนสนิทของผู้ตายเล่าว่า กุ๊กผู้ตายเป็นคนเงียบๆเรียบร้อย ที่ผ่านมาเคยบอกว่าแยกทางกับสามีแล้ว ช่วงนั้นก็เห็นกุ๊กมีอาการเหม่อลอยบ้างและเครียด ตนก็คอยให้กำลังใจ ซึ่งระหว่างที่กุ๊กแต่งงานกับสามีสังเกตว่า ช่วงแรกน้องดูมีความสุขดี สามีดูแลเอาใจใส่ มารับส่ง บางวันก็พาไปทานข้าวเที่ยงข้างนอก แต่ช่วงหลังพบว่าน้องกุ๊กมีรอยช้ำตามตัว และบางวันมีรอยเขียวที่ใบหน้า โดยน้องกุ๊กบอกว่า ถูกสามีทุบตี ทำร้ายร่างกาย ตอนนั่นตนก็ตกใจและได้แต่ปลอบใจน้อง   ต่อมาทางครอบครัวน้องกุ๊ก เดินทางพบตำรวจเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายเกรียงไกรอดีตสามี และติดต่อเอกสารเพื่อขอรับศพน้องกุ๊ก ซึ่งแม่ผู้ตายเล่าว่า รู้ปัญหาเรื่องลูกแยกทางกับสามี ตนก็บอกให้ลูกกลับมาอยู่บ้าน แต่ลูกบอกขออยู่หอพักใกล้ที่ทำงาน เมื่อช่วงเช้าลูกโทรมาบอกพ่อว่า วันนี้อดีตสามีจะมาหาหมอตามนัด พ่อยังถามว่าลูกจะมาทำงานหรือไม่ โดยน้องกุ๊กบอกว่าจะมาทำงานและคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งมาเกิดเหตุสลด   ทางด้านญาติของน้องกุ๊กเล่าว่า อดีตสามีน้องกุ๊กช่วงที่เลิกกันใหม่ๆเคยมาที่บ้านและข่มขู่จะฆ่าพ่อหากกุ๊กไม่ยอมคืนดี ซึ่งกุ๊กและสามีนั้น อายุห่างกันหลายปี มาพบรักกันที่โรงพยาบาลนี้ ตลอดเวลาหลังแต่งงาน สามีมีนิสัยหึงหวงมาก ซึ่งน้องกุ๊กไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับใครเป็นคนเรียบร้อย  พอสามีเมามาก็จะลงมือทำร้ายร่างกาย และชวนทะเลาะเรื่องความหึงหวงมาตลอด จนน้องกุ๊กทนไม่ไหวขอแยกทาง จนกระทั่งมาจบชีวิตเช่นนี้   สำหรับศพของน้องกุ๊ก ทางครอบครัวจะรับศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบางมะเดื่อ จ.นนทบุรี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fuFz0xS_oFU

 4,426
สังคม-อาชญากรรม
01 มิ.ย. 61

ช่างแต่งหน้าถูกแทงดับคาห้องพักย่านพระราม 9 ตั้งปมคู่ขาหนุ่ม 18 หึงโหด

ตำรวจ สน.มักกะสัน รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิตภายในห้องพักย่านพระราม 9 พบศพนายสมชาย พรมจารีย์ อายุ 43 ปี อาชีพช่างแต่งหน้าสถานบริการแห่งหนึ่ง ถูกอาวุธมีดแทงเข้าบริเวณกลางหน้าอก 2 แผล และบริเวณลำคออีก 1 แผล ปาดคอซ้ำเป็นแผลฉกรรจ์ รวมทั้งหมด 4 แผล ภายในห้องพักพบร่องรอยการต่อสู้และมีเลือดสาดกระเซนไปทั่วห้อง ไม่พบว่ามีทรัพย์สินหายแต่อย่างใด   จากการสอบสวนพยานแวดล้อมทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็นคนที่ทำงานของผู้ตาย พยายามจะโทรศัพท์มาตามไปทำงานเนื่องจากได้เวลาทำงานแล้ว แต่ไม่มีใครรับสาย จึงเดินทางมาที่ห้องพักเพื่อขอตรวจสอบพบว่าห้องของผู้ตายถูกล็อคจากด้านใน จึงติดต่อกับทางผู้ดูแลอาคาร เมื่อเปิดเข้าไปจึงพบร่างในสภาพไร้ลมหายใจ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ   ทั้งนี้ลักษณะนิสัยใจคอของผู้ตายนั้นพักอาศัยอยู่ห้องพักแห่งนี้มานานกว่า 5 ปี เป็นคนร่าเริง อัธยาศัยดี ไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับใคร รายงานข่าวแจ้งว่า   นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทราบว่าผู้ต้องสงสัยคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เป็นคู่ขากับผู้ตายคบกันมา 2 เดือน ตำรวจได้ติดตามตัวได้ที่ห้างย่านถนนพหลโยธิน ได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำอยู่ที่ สน.มักกะสัน   เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีทรัพย์สินของผู้ตายสูญหายไปแต่อย่างใดจึงทำให้สามารถตัดประเด็นการฆ่าชิงทรัพย์ออกไป ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าเป็นเรื่องหึงหวงชู้สาวกัน อย่างไรก็ตามจะทำการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยรายนี้อย่างละเอียดอีกครั้งและอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อนออกหมายจับต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tGK7sciXWyw  

 7,203
ข่าวภูมิภาค
02 พ.ค. 61

พ่อค้าผลไม้ติดยาคลั่งจะยิงเมีย ตร.ไล่ล่าข้ามอำเภอ ก่อนยิงวิสามัญคารถ

นครศรีธรรมราช-พ่อค้ารับซื้อผลไม้วัย 44 ปี เกิดอาการคลั่งจากฤทธิ์ยาเสพติด ทะเลาะภรรยาซึ่งเป็นครูวัย 35 ปี จนหอบลูกหนี ทำให้โมโหพกปืนขู่จะยิงในบ้านพ่อแม่   ก่อนญาติแจ้งตำรวจไล่ล่าข้ามอำเภอ ยิงใส่ยางล้อรถจนระเบิดทั้ง 4 ล้อ แต่คนร้ายยังไม่ยอมหยุดรถและยังใช้ปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจยิงตอบโต้เข้าไปในรถกระสุนเจาะกระจกโดนคนร้ายเสียชีวิตดังกล่าว ต่อมาต้องใช้เวลาเคลียร์พื้นที่กว่า 3 ชม.ค้นรถเจอยาบ้า107เม็ด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KY6En9zIy10    

 5,873
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 เม.ย. 61

วงจรปิดจับภาพชัด! หนุ่มหึงโหดจ้วงแทงแฟนสาวดับต่อหน้าลูก-น้องชาย เข้ามอบตัวแล้ว

วงจรปิดจับภาพแฟนหนุ่มก่อเหตุใช้มีดจ้วงแทงแฟนสาววัย 25 ปี ต่อหน้าลูกสาวและน้อง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจะเสียชีวิตลง บริเวณหน้าร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี   ล่าสุด นายประชิด อ่องจุ้ย อายุ 36 ปี ผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวกับ ร.ต.ท.เหมชาติ สุวพิศ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี แล้ว ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพยังที่เกิดเหตุ   ด้านนายประชิดอ้างว่าสาเหตุมาจากเรื่องการหึงหวง โดยในระยะหลังมีปากเสียงกับแฟนสาวอย่างรุนแรงหลายครั้ง เนื่องจากจับได้ว่ามีชายหลายคนมาติดพัน เนื่องจากแฟนสาวเป็นคนหน้าตาดี และในวันเกิดเหตุได้ทะเลาะกันอย่างรุนแรงเรื่องการหึงหวงเหมือนเช่นเคย จนกระทั่งตนได้ใช้มีดแทงเข้าที่ท้ายทอย คอ ข้อมือซ้ายจนเอ็นขาดและกระดูกข้อมือหัก หลังก่อเหตุได้ขึ้นรถกระบะขับหลบหนีไป ตนรู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่ได้ทำลงไปจึงขอเข้ามอบ ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างทำเรื่องยื่นขอประกันตัวชั่วคราว                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/CyAvCOlB2r0

 6,491
สังคม-อาชญากรรม
01 มี.ค. 61

หนุ่มหึงโหดฆ่ารัดคอภรรยาคาห้องเช่า ก่อนพยายามผูกคอตายแต่ญาติห้ามทัน

สลด สามีวัย 23 ปี หึงโหดใช้เนกไทฆ่ารัดคอแฟนสาววัย 22 ปี เสียชีวิตในห้องพักย่านถนนเพชรบุรี ก่อนพยายามจะฆ่าผูกคอตายตาม แต่พี่สาวและตำรวจมาห้ามทัน เบื้องต้นผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพอ้างทำไปเพราะเกิดความหึงหวง                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Oqgvw37eldA

 5,612
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.พ. 61

มอบตัวแล้ว หนุ่มบุกยิงอดีตนักข่าวสาวดับ อ้างฉุนไม่ยอมคืนดี เผยคลิปเดินออกจากบ้านเรียบเฉยหลังลงมือ

จากกรณี เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 31 ม.ค. น.ส.เหมือนแพร ศรีสุวรรณ อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นอดีตนักข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ถูกกระหน่ำยิงเสียชีวิตคาบ้านพักในพื้นที่  ต.ศรีษะจระเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ โดยสภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 ซุปเปอร์ ที่ลำตัวรวมทั้งหน้าอกจำนวน 4 แผล ที่โหนกแกมทั้ง 2 ข้าง อีก 2 แผลนั้น   ล่าสุดวานนี้ (1 ก.พ.) เวลา 06.00 น. นายยงยันย์ จันทะสะเร อายุ 38 ปี อดีตพนักงานขับรถบริษัทแห่งหนึ่งย่านบางพลีสมุทรปราการ ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุยิง น.ส.เหมือนแพร เสียชีวิตจริง   โดยผู้ต้องหาเล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยแต่งงานอยู่กินกับ น.ส.เหมือนแพร มาหลายปีก่อนจะแย่งทางกันแต่ก็ยังไปมาหาสู่กันอยู่ประจำ ต่อมาช่วงหลังๆ ตนและผู้ตายได้มีปากเสียงกัน ก่อนเกิดเหตุตนได้ดื่มสุราจนเมา และเดินทางไปหาผู้ตายที่บ้านเพื่อพยายามง้อขอคืนดีกับผู้ตาย แต่ผู้ตายปฏิเสธและไม่ยอมเปิดประตูให้เข้าไปในบ้านจึงมีปากเสียงกันและผู้ตายได้โทรศัพท์ตามแฟนใหม่ให้มาช่วย   ด้วยความโมโหประกอบกับเมาสุรา ตนจึงได้ได้ชักปืนที่พกติดตัวมายิงกระหน่ำใส่ผู้ตายหลายนัด ก่อนที่จะปีนกำแพงบ้านหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ ด้วยการเดินเท้าออกมาผ่านป้อมยามหน้าหมู่บ้านและเอาปืนที่ก่อเหตุโยนทิ้งข้ามกำแพงเข้าไปในป่าหญ้าตรงข้ามหน้าหมู่บ้าน จากนั้นหลบหนีมาในย่านบางพลี และว่าจ้างแท็กซี่ให้ส่งในกรุงเทพฯ ก่อนตัดสินใจเข้ามอบตัว   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้คุมตัวนายยงยันย์ ก่อนประสานไปยังเจ้าหน้าที่ สภ.บางเสาธง สมุทรปราการ ให้มารับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง ยังไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลใด ๆ กับผู้สื่อข่าว   แต่มีรายงานข่าวว่าในวันนี้ (2 ก.พ.) จะแถลงผลจับกุมและนำตัวผู้ก่อเหตุไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อประกอบสำนวนการส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ด้านเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียง บอกกับทีมข่าวว่า ตอนแรกได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ก็วิ่งออกมาดู พบผู้ชายยืนอยู่ภายในรั้วบ้าน แต่ไม่ได้เข้าไปในตัวบ้าน ก่อนจะกระหน่ำยิงอีกครั้ง หลังยิงเสร็จแล้ว ผู้ชายคนดังกล่าวก็ยังไม่ได้หลบหนี แต่เดินมองรอบๆบ้านอยู่สักพัก แล้วจึงไปปีนกำแพงข้างบ้านออกไป ตนไม่เห็นว่าเป็นใคร แต่รู้ว่าเป็นผู้ชายสะพายกระเป๋าเป้   หลังจากนั้นเพื่อนบ้านผู้ชายขับจักรยานยนต์กลับมาพอดี จึงพากันไปดูที่หน้าบ้าน พบว่าผู้ตายถูกยิงจมกองเลือด จึงรีบไปตาม รปภ. และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่พอไปถึงป้อม รปภ. บริเวณหน้าหมู่บ้าน ตนสังเกตุเห็นรอยเลือดหยดอยู่บนถนน จึงให้ รปภ. เปิดกล้องวงจรปิดดู พบผู้ก่อเหตุเดินออกจากหมู่บ้าน อย่างเรียบเฉย   เพื่อนบ้าน ยังบอกอีกว่า ช่วงแรกที่ผู้เสียชีวิตย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน มีผู้ชายคนหนึ่งมาอยู่ด้วย แต่ช่วงปีที่ผ่านมาก็ไม่เห็นผู้ชายคนดังกล่าวแล้ว เห็นเพียงผู้เสียชีวิตอยู่บ้านเพียงลำพัง ซึ่งปกติแล้วไม่ค่อยได้พูดคุยกับผู้เสียชีวิต แต่เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ผู้ตายเคยแจ้งในไลน์กรุ๊ป ว่า ‘ถูกโจรพยายามจะงัดประตูบ้าน’ ซึ่งภายหลังเพื่อนบ้านมีการพูดคุยกันก็คาดว่าน่าจะเป็นคนเดียวกันกับผู้ก่อเหตุลงมือยิงผู้เสียชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iqYaIDj2ECI  

 7,040
สังคม-อาชญากรรม
31 ม.ค. 61

สาวหึงโหดแฟนหนุ่มชอบเที่ยว คว้ามีดแทงขณะหลับ ซ้ำจุดไฟเผาบ้านประชด

หญิงอายุ 38 ปี เครียดทะเลาะแฟนหนุ่มวัย 23 ที่ชอบไปเที่ยวกับเพื่อนและไม่ค่อยกลับบ้าน จึงโมโหใช้อาวุธมีดแทงฝ่ายชายได้รับบาดเจ็บขณะนอนหลับ ก่อนที่ทางแม่ฝ่ายชายจะมานำตัวส่งโรงพยาบาล จากนั้นฝ่ายหญิงก็เก็บตัวอยู่ในห้องนอนชั้น 2 ภายในบ้าน และก่อเหตุเผาบ้านย่านบางเขนเสียหาย   เบื้องต้น ตร.ต้องรอให้แพทย์รักษาตัวผู้ก่อเหตุ จนอาการดีขึ้นก่อน จากนั้นจึงจะนำตัวมาสอบปากคำ เพื่อสรุปสาเหตุต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/67RSI0gSA-w

 4,151
ข่าวภูมิภาค
19 ม.ค. 61

สามีหึงโหด จ่อยิงภรรยาดับกลางบ้าน ฉุนไม่ยอมคืนดีด้วย

นครปฐม-สามีวัย 50 ดึงตัวภรรยาวัย 53 ปี สมาชิก อบต. ออกมาจากห้องนอนแล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงที่ศีรษะ จนเสียชีวิตกลางบ้านทรงไทย สาเหตุจากความหึงหวง เนื่องจากสามีมาขอคืนดีแต่ผู้ตายไม่ยอมคืนดีด้วย หลังก่อเหตุได้วิ่งหนีเข้าป่าละเมาะ   ด้านลูกสาวของคนตายเล่าว่า ผู้ก่อเหตุเป็นพ่อได้ถือปืนเดินเข้ามาภายในบ้านแล้วได้เดินเข้าไปในห้องนอน ที่แม่นอนอยู่และได้ลากตัวแม่ ออกมาจากห้องแล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงที่ศีรษะเสียชีวิตหนี่งนัด เสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้ก่อเหตุมีหมายจับจำนวน 3 หมาย คดีลักทรัพย์ พยามฆ่าและกักขังหน่วงเหนี่ยว และเคยบอกอ้อนวอนผู้เสียชีวิตขอคืนดีแต่ผู้เสียชีวิตไม่ยอมคืนดีด้วยจึงใช้อาวุธปืนยิงเข้าศีรษะหนึ่งนัดจนเสียชีวิตสลด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SPjNMmBdh7Y  

 8,251

Top