ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทารุณสัตว์"

แชร์ออฟเดอะเดย์
08 พ.ย. 61

จวก เก๋งผูกหมาไว้ท้ายรถ ขับลากไกล 10 กิโล คนข้บอ้างตายแล้วไม่กล้าใส่ในรถ กลัวเชื้อโรค จะเอาซากไปฝัง

สุราษฎร์ธานี-ผู้ใช้ Facebook ศิริวัฒณา โจม ศักดิ์ศรี โพสต์คลิปรถยนต์ฮอนด้าซีวิค วิ่งบนถนนแห่งหนึ่ง โดยมีการใช้เชือกผูกกับท่อหลังรถ ลากสุนัขไปกับพื้นถนน ลักษณะสุนัขยังดิ้นทุรนทุรายเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร และมีเสียงสนทนาภายในรถของผู้หญิง 2 คน เสียงสั่นเครือ ถึงภาพที่เห็นข้างหน้าและพูดคุยถึงการจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้มีผู้มาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ถึงการกระทำดังกล่าว   ต่อมาทางได้รับแจ้งเหตุและทราบเรื่องจึงได้ติดตามค้นหารถยนต์เก่งคันดังกล่าว จนทราบว่าผู้ขับขี่คนรถเก่งคันดังกล่าวคือนางน้ำฝน สุขอุ่นอายุ 37 ปี จึงได้ติดตามตัวมาสอบปากคำ โดยนางน้ำฝนให้การว่า สุนัขที่เลี้ยงไว้ชื่อ แคปหมู เป็นสุนัขบ้าน สีน้ำตาล นอนตายอยู่ข้างบ้านด้วยโรคลำไส้อักเสบ   จึงได้นำเชือกมาผูกสุนัขตัวดังกล่าวไว้กับท้ายรถแล้วขับไปตามถนนตามที่มีคนพบเห็น จากนั้นจึงได้ไปขุดหลุมฝั่งริมคลองพุงดวง ส่วนสาเหตุที่ไม่นำซากสุนัขใส่ไว้ท้ายรถเนื่องจากภายในรถของตนมีบุตรสาวนั่งมาด้วยจำนวนสองคน กลัวว่าอาจจะติดเชื้อโรคจากสุนัขที่ตาย จึงใช้วิธีผูกลากกับท้ายรถ จนมีคนมาเห็นและถ่ายคลิปดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d97krm4RkvY

 5,610
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ย. 61

คนใจร้ายทำร้ายหมาจนลูกตาถลนออกจากเบ้า - เจ้าของเศร้าหมาถูกแขวนคอจนตาย เพื่อนบ้านอ้างวางกับดักป้องกันหมากัดเป็ดไก่

ปทุมธานี-เจ้าของร้านดัดขนสัตว์ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Chonlada Mungmee Nong โพสต์ข้อความและภาพสุนัขบาดเจ็บลูกตาถลนออกจากเบ้า เผยสุนัขตัวดังกล่าวชื่อ โค้งเคร๋ง เป็นสุนัขเพศผู้ อายุ 11 ปี ถูกคนใจร้ายทำร้ายที่ลูกตาซ้ายจนดวงตาถลนออกมานอกเบ้าตา ล่าสุดส่งตัวให้หมอรักษาแล้ว ตอนนี้อาการดีขึ้นและปลอดภัยแล้ว    ขณะที่ จ.กาฬสินธุ์ นางสาวทัศนีย์ อายุ 26 ปี ชาวบ้านสวนโคก ต.ดงลิง อ.กมลาไสย เผยสุนัขที่ตนเองเลี้ยงไว้ ชื่อ ข้าวต้ม อายุ 8 ปี ถูกเชือกรัดแขวนคอจนตายที่บริเวณรั้วหลังโรงสีข้าวชุมชน ซึ่งเพื่อนบ้านอ้างว่าได้ทำกับดักเพื่อป้องกันสุนัขปีนข้ามรั้วมากัดเป็ดไก่ที่เลี้ยงไว้ โดยก่อนหน้านี้ก็มีเป็ดไก่ถูกสุนัขกัดตายแต่ยังไม่ทราบว่าเป็นสุนัขใคร ทั้งนี้ เจ้าของสุนัขได้เข้าไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กมลาไสย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาทารุณสัตว์         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/AAT2WPi2lUY

 3,818
ข่าวภูมิภาค
26 ต.ค. 61

พ่อเลี้ยงกระหน่ำตีสุนัข-จับฟาดตอไม้ ดอดเข้ามอบตัวกลางดึก ตำรวจเร่งส่งศาลดำเนินคดี

จากกรณีโซเชียลแชร์คลิปวีดิโอกล้องวงจรปิดเหตุการณ์ชายใช้ไม้กระหน่ำตีสุนัข แล้วจับร่างฟาดกับตอไม้ จนตายอย่างทารุณก่อนหิ้วซากสุนัขไปทิ้งลงถังขยะ และต่อมา น.ส.จันทา แขสันเทียะ อายุ 40 ปี เจ้าของสุนัข ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สุภชาติ วสุสกุลเจริญ รองสว.สอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อเอาผิดกับ นายวันเฉลิม รุ่งเรือง อายุ 31 ปี ผู้เป็นสามี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุทำร้ายสุนัขที่เลี้ยงมาอย่างทารุณจนถึงแก่ความตาย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น    ล่าสุดเมื่อ 15.00 น. ของวันที่ 26 ต.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ ว่า นายวันเฉลิม รุ่งเรือง ผู้ต้องหาในคดีนี้ ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนแล้วในช่วงค่ำของวานนี้ (25 ต.ค.) ในข้อหา กระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดนไม่มีเหตุอันควร    ซึ่งภายหลังการสอบปากคำพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว พร้อมนำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการของศาลต่อไป  

 2,395
ข่าวภูมิภาค
26 ต.ค. 61

วงจรปิดจับภาพ หญิงขับกระบะทับหัวหมาตายคาที่ ก่อนขับออกไปไม่แยแส อ้างมองไม่เห็น

เชียงใหม่-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Narinthad Nantawan Na Ayutthaya ได้โพสต์ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ต.ค.61 ที่ศูนย์บ้านพักข้าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หรือบ้านพักข้าราชการเชียงใหม่ 700 ปี   เป็นเหตุการณ์ที่สุนัขตัวไร้เจ้าของตัวหนึ่งนอนตายอยู่บนทางเท้าในสภาพที่หัวถูกทับและมีเลือดไหลนองเต็มพื้น ระหว่างอาคารชุดหมายเลข 18 และ 19 โดยที่มีเพื่อนสุนัขอีกหลายตัวนั่งเฝ้าล้อมรอบ   ซึ่งหลังเกิดเรื่องได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ ได้พูดคุยกับผู้เห็นเหตุการณ์และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าสุนัขตัวดังกล่าวถูกรถยนต์กระบะของผู้พักอาศัยในอาคารชุด ที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งขับทับสุนัขตัวดังกล่าวที่นอนขวางหน้ารถอยู่   โดยผู้หญิงคนดังกล่าวอ้างว่ามองไม่เห็นและไม่รู้ว่าขับรถทับสุนัข อย่างไรก็ตามมีพยานยืนยันว่า คนขับรถได้ลงจากรถมาดูหลังจากที่ทับสุนัขแล้ว และขับรถออกไป   ต่อมาผู้โพสต์ที่เป็นอาสาสมัครองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ เผยว่า พบสุนัขนอนอยู่บนทางเท้าไม่ใช่กลางถนน จึงเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ จนกระทั่งติดตามพบตัวผู้หญิงคนที่ขับรถที่จอดบนทางเท้าไปทับสุนัขตัวดังกล่าวตาย โดยอ้างว่าไม่เห็นสุนัขและไม่ทราบว่าขับรถทับสุนัขตาย   ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่สรุปว่าเป็นอุบัติเหตุและลงบันทึกประจำวันไว้ว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการร่วมสนับสนุนการทำงานแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัด ด้วยการทำหมันและฉีดวัคซีน   อย่างไรก็ตามล่าสุดมีพยานที่เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่าผู้หญิงคนดังกล่าวขับรถทับสุนัขแล้วยังจอดรถลงมาดูรถตัวเอง ก่อนที่จะขับรถออกไปโดยไม่แยแสสุนัขตัวที่ถูกทับจนตาย ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับที่ผู้หญิงคนดังกล่าวให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ   ดังนั้นจึงจะมีการเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรช้างเผือกอีกครั้ง พร้อมพยานที่จะเดินทางเข้าร่วมให้ข้อมูลด้วย เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้หญิงคนดังกล่าว เรียกร้องและทวงความเป็นธรรมให้กับสุนัขตัวที่ตายไป   สำหรับสุนัขตัวที่ตายนั้น เท่าที่เคยเจอและให้อาหารกิน พบว่าไม่ได้มีนิสัยดุร้ายแต่อย่างใด ซึ่งจาก เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นโดยส่วนตัวยอมรับว่า รู้สึกหดหู่อย่างมาก ส่วนปัญหาสุนัขจรจัดภายในศูนย์บ้านพักข้าราชการจังหวัดเชียงใหม่นั้น ในฐานะผู้อยู่อาศัยยอมรับว่ามีจำนวนมาก ซึ่งทางผู้บริหารศูนย์บ้านพัก ได้พยายามแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการออกกฎและขอความร่วมมือห้ามให้อาหารสุนัข แมวและนก เพื่อบรรเทาปัญหา รวมทั้งจะมีการทำหมันสุนัขด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mIOlMO3X-uM

 1,767
สังคม-อาชญากรรม
26 ต.ค. 61

ศาลไม่อนุมัติหมายจับ ดีเจสาวฆ่าแมว ชี้หลักฐานไม่สมบูรณ์ เจ้าตัวไม่เครียด บอกทุกคนรอฟังความจริง

ความคืบหน้ากรณี น.ส.วรารัตน์ กระแสร์ หรือดีเจซัน อายุ 30 ปี ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ฆ่าและทารุณลูกแมว ตามที่กลุ่ม WATCHDOG THAILAND และเจ้าของลูกแมวออกมาแจ้งความเอาผิด เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (25 ต.ค.) ตำรวจสน.เพชรเกษม นำหลักฐานสำคัญ ที่ตรวจยึดได้จากบ้านพักของบิดาดีเจซัน และภายในคอนโดมิเนียมของดีเจซัน พบหนังสือภาษาญี่ปุ่น 17 เล่ม ในจำนวนนี้ 2 เล่ม เป็นหนังสือที่มีภาพวาดประกอบ และมีเนื้อหาที่มีลักษณะรุนแรง ทารุณ และการทรมาน และยึดคอมพิวเตอร์ ซีพียู หลักฐานต่างๆ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบหลักฐานต่างๆแล้ว   พบว่ามีความเชื่อมโยงกันกับการกระทำทารุณลูกแมว จึงไปขออำนาจศาลแขวงธนบุรี ขออนุมัติหมายจับ ในข้อหากระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร แต่ศาลไม่อนุมัติ โดยระบุว่า ยังขาดหลักฐานและความสมบูรณ์ของสำนวนบางส่วน จึงตีกลับให้พนักงานสอบสวนไปรวบรวมหลักฐานมาใหม่   โดย พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษมเปิดเผยว่าตอนนี้รอหลักฐานการตรวจดีเอ็นเอทั้งจากซากลูกแมวและหลักฐานอื่นๆมาประกอบสำนวน โดยในเบื้องต้น หลักฐานที่มีอยู่ ก็พอจะเชื่อมโยงเหตุการร์ได้ แต่ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน   ส่วนตัวดีเจซัน สามารถติดต่อผ่านทางบิดาได้ตลอด และให้ความร่วมมือในการสอบปากคำ และการตรวจค้นต่างๆ จาการสอบถามคุณพ่อของดีเจซันเล่าว่า ลูกสาวไม่ได้มีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา   ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่คอนโดของดีเจซัน ได้พูดคุยแหล่งข่าว ที่เคยเข้าห้องดีเจซัน เล่าว่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา ดีเจซันเดินทางมาที่คอนโดกับพ่อ โดยดีเจซันไม่มีสีหน้าท่าทางเครียด ยังสดใสร่าเริง และยังคุยกับเจ้าหน้าที่นิติฯว่า รอฟังความจริงจากข่าว   “ที่ผ่านมา ไม่เคยพบเห็นพฤติกรรมความรุนแรงของน้องซัน แต่ดูเป็นคนปกติ เหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่บางครั้งก็แต่งตัวออกแนวดาร์ก มีเจาะจมูก ใส่ต่างหูเหมือนวัยรุ่นทั่วๆไป ต่างจากหน้าตาที่ออกแนวเป็นสาวหวาน น่ารัก  โดยส่วนตัวไม่เชื่อว่าน้องซันจะเป็นคนทำทารุณแมว แต่ก็ไม่เชื่อทั้ง 100% ส่วนกรณีการกระทำความรุนแรงนั้นพบว่า ในห้องน้องซันมีหนังสือต่างประเทศจำนวนมาก เป็นทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่รู้ว่าคือหนังสืออะไร มีวางที่ตู้หนังสือ และวางบนที่นอน”   นอกจากนี้แหล่งข่าวในคอนโด ยังระบุว่าที่ผ่านมา เคยมีลูกบ้านมาแจ้งกับทางนิติว่าได้ยินเสียงแมวร้องในคอนโด แต่ไม่รู้ว่ามาจากห้องใด และข่าวที่เกิดขึ้นก็ทำให้เพื่อนบ้านในคอนโดตกใจและเป็นที่วิพากวิจารณ์กันจำนวนมาก   แหล่งข่าวที่พบเห็นดีเจซัน วันเกิดเหตุเล่าว่า ช่วงเย็นเห็นดีเจซัน  ถือตะกร้าใบสีเขียวรอขึ้นรถจักรยานยนต์ ภายในตะกร้ามีลูกแมว ยังมีชีวิตอยู่ เพราะเห็นแมวดิ้นไปมาในตะกร้า จากนั่นก็ขึ้นรถจักรยานยนต์ออกไป  โดยไม่รู้ว่าแมวที่อยู่ในตะกร้าคือแมวตัวเดียวที่ถูกทารุณหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KjTpad5FJ24

 1,543
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 61

‘ดีเจซัน’ ต้องสงสัยทารุณกรรมแมว เลื่อนรับทราบข้อกล่าวหา อ้างมีอาการป่วย

ทนายความ ‘ดีเจซัน’ ผู้ต้องสงสัยคดีทารุณกรรมแมวเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน อ้างมีอาการป่วย ตำรวจนัดอีกครั้ง 29 ตุลาคมนี้   ความคืบหน้ากรณี ดีเจสาว น.ส.วรารัตน์ หรือ ‘ซัน’ อายุ 30 ปี ต้องสงสัยฆ่าทารุณกรรมแมว หลังรับแมวจากผู้อื่นไปเลี้ยง โดยต่อมาตำรวจ สน.เพชรเกษม ได้ออกหมายเรียกให้ดีเจซัน เข้าพบพนักงานสอบสวน วันนี้ (24 ต.ค.) ในเวลา 09.00 น. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ‘กระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร’    หลังตำรวจได้เข้าตรวจสอบพยานแวดล้อมบริเวณที่พักของผู้ต้องสงสัยแล้วพบหลักฐานชิ้นสำคัญหลายรายการ    พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผู้กำกับการ สน.เพชรเกษม ได้เรียกประชุมฝ่ายสืบสวนสอบสวน พร้อมเชิญกองพิสูจน์หลักฐาน หารือผลความคืบหน้ากการตรวจสอบพยานหลักฐานมนคดีนี้ โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนเปิดเผยว่า ทนายความของดีเจซัน ได้เข้ายื่นหนังสือขอเลื่อนพบพนักงานสอบสวนไปเป็นวันที่ 5 พฤศจิกายน นี้ เนื่องจากดีเจซัน ต้องรักษาตัวจากอาการป่วย ซึ่งแพทย์ได้ลงความเห็นให้พักรักษาตัวเป็นเวลา 7 วัน    ซึ่งจากการหารือกับพนักงานสอบสวน เห็นว่าสามารถให้เลื่อนเข้าพบได้ แต่ต้องสอดคล้องกับความเห็นแพทย์ จึงกำหนดให้เข้าพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ และจะมีการแจ้งไปยังทนายความอีกครั้ง    ส่วนความคืบหน้าทางคดียืนยันว่ามีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงขณะเกิดเหตุ แต่ยืนยันได้ว่ามีภาพวงจรปิด และพยานยืนยันว่าดีเจซันเป็นผู้นำแมวไปจริง แต่ต้องตรวจสอบว่าแมวตายในช่วงใด ระหว่างทางนำไป หรือจุดใด ส่วนผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความกับตำรวจ จนถึงขณะนี้มีเพียงรายเดียวเท่านั้น ส่วนกลุ่มผู้ที่มาพบพนักงานสอบสวนเมื่อวานนี้ เป็นเพียงผู้ให้ถ้อยคำในฐานะพยาน   ทั้งนี้ สำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องเว็บไซต์ต้องสงสัยที่มีข้อมูลว่าดีเจซันนำไปโพสต์ภาพขณะทำทารุณกรรม ได้ส่งเรื่องให้ตำรวจ ปอท. พิสูจน์ข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์    อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันนี้ (24 ต.ค.) ทีมสัตวแพทย์ที่รับนำซากแมวไปชันสูตรจะนำผลการผ่าชันสูตรมามอบให้กับตำรวจ เพื่อนำไปพิจารณาประกอบสำนวนคดีอีกครั้งหนึ่ง     ข่าวที่เกี่ยวข้อง  ออกหมายเรียก 'ดีเจสาวฆ่าแมว' เจอหลักฐานหิ้วถุงดำ 'เก๋ ชลลดา' พาผู้เสียหายพบ ตร.เพิ่ม      

 1,991
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 61

รวบ 3 หนุ่มตั้งวงฆ่าหมาแกล้มเหล้า ผงะ เจอของกลางพร้อมเครื่องแกง

ตร.สน.อุดมสุข นำกำลังจับกุม นายปองปรีดา หรือดา จันจุติ อายุ 44 ปี / นายเสกสรรค์ หรือเสก ถนอมสุข อายุ 47 ปี / นายทวีศักดิ์ หรืออี๊ด คำศรีพล อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาทารุณกรรมสัตว์ พร้อมของกลางซากสุนัขที่ชำแหละแล้ว 1 ซาก ชุดเครื่องแกง เครื่องปรุงรส มีดปลายแหลมสำหรับชำแหละเนื้อ 1 เล่ม โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ ใกล้กับจุดกลับรถแฟลตข้าราชการกรุงเทพฯ แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม.   จากการสอบสวนพยานเบื้องต้น เป็นเจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำบริษัทแห่งหนึ่งในย่านอุดมสุข ให้การว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่ตนมาเข้าเวรตามปกติ แต่ไม่พบสุนัขที่ชอบมานอนเล่นบริเวณหน้าป้อมประตูทางเข้าบริษัทที่ตนเคยดูแล และให้อาหารอยู่เป็นประจำ จำนวน 4 ตัว (ตัวเมีย 2 ตัว ตัวผู้ 2 ตัว) โดยเพื่อนร่วมงานมักจะนำข้าวคลุกเนื้อไก่มาให้เป็นประจำเช่นกันหลังเลิกงาน   แต่มาวันนี้กลับไม่พบสุนัขตัวดังกล่าว จึงไปดูบริเวณใต้สะพานที่ติดกับคลอง ตรงข้ามกับแฟลต กทม. เห็นมีกลุ่มควันไฟและมีกลิ่นเหม็นไหม้ลอยอยู่ จึงขับขี่รถ จยย.ไปดู พบว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ 3 คน นั่งอยู่บนแคร่ มีซากชิ้นส่วนสุนัขอยู่บนเขียงไม้บนแคร่ จำนวน 1 ชิ้น ซึ่งเชื่อว่าเป็นซากสุนัขที่ตนตามหาอยู่เนื่องจากระยะห่างจากป้อม รปภ.อยู่เพียง 5 เมตร จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ดังกล่าว   จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ฆ่าสุนัขและซากดังกล่าวเป็นสุนัขจริง เพื่อนำมาประกอบอาหาร อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aloAZ-w1ncM

 7,075
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 61

ออกหมายเรียก 'ดีเจสาวฆ่าแมว' เจอหลักฐานหิ้วถุงดำ 'เก๋ ชลลดา' พาผู้เสียหายพบ ตร.เพิ่ม

จากกรณีดีเจสาว น.ส.วรารัตน์ กระแสร์ หรือซัน อายุ 30 ปี ต้องสงสัยฆ่าทารุณกรรมแมว หลังรับแมวจากผู้อื่นไปเลี้ยง ตร.สน.เพชรเกษม เตรียมออกหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร   หลังพบหลักฐานชิ้นสำคัญหลายประการ อาทิ ภาพผู้ต้องสงสัยหิ้วถุงดำออกจากห้องพักในห้วงวันและเวลาที่คาดว่าแมวจะเสียชีวิต นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังใช้คำให้การของสัตว์แพทย์ที่ทำการผ่าชันสูตรซากศพแมวในเบื้องต้นและคำให้การของผู้เสียหาย จำนวน 2 รายที่เคยมอบแมว ให้ดีเจซันไปอุปการะ มาเป็นพยานบุคคลในการออกหมายเรียกในครั้งนี้   ซึ่งหลังจากนี้หากดีเจซันไม่ยอมเข้าพบตำรวจตามหมายเรียกรอบแรก ก็จะดำเนินการเรียกซ้ำอีกเป็นรอบที่ 2 หากยังนิ่งเฉยอีกจะทำการขออนุมัติหมายจับจากศาลดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ด้าน เก๋-ชลลดา เมฆราตรี นำทีมคนรักสัตว์เข้าพบตำรวจ พร้อมพาผู้เสียหายที่มอบแมวตัวที่ 28 และ 29 ไปให้กับดีเจสาว และนำพยานหลักฐานเข้ามาให้ปากคำกับตำรวจเพิ่มเติม สำหรับกระแสที่มีการระบุว่าดีเจสาวได้ฆ่าแมวเพื่อแลกกับบิทคอยน์บนเว็บไซต์ดาร์กเว็บนั้น เป็นเพียงพยานแวดล้อมซึ่งตนไม่ขอกล่าวถึง   ทั้งนี้ หากมีผู้ใดสงสัยว่าเคยได้พูดคุย หรือติดต่อกับดีเจสาวเพื่อขอรับแมวไปเลี้ยง และมีหลักฐานการแชท หรือรูปภาพของแมวที่เคยให้ไปทั้ง 26 ตัว เมื่อก่อนหน้านี้ ขอให้นำหลักฐานดังกล่าวเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.เพชรเกษม ภายในเวลา 7 วัน เพื่อทำให้คดีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น   เช่นเดียวกับกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เผยแพร่คลิปวีดิโอของหญิงสาวลักษณะคล้ายกับดีเจสาวกำลังทำร้ายลูกแมวลายสลิดสีส้ม ก่อนจะถูกลบไปว่า ขอให้นำวิดีโอชิ้นนั้นส่งมอบให้กับตำรวจด้วยขอยืนยันเรื่องความปลอดภัย เพราะทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับ และสำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด ขอให้แจ้งเบาะแสเข้ามาได้ที่เพจทูนหัวของบ่าว ที่จะเป็นตัวกลางในการติดตามของคดีนี้ด้วย   พร้อมฝากไปยังกระทรวงเศรษฐกิจและดิจิตัล หรือดีอี ตรวจสอบเรื่องดาร์กเว็บไซต์ในประเทศไทยด้วย และตรวจสอบความเหมาะสมของเนื้อหาด้วย โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RTvowEP4oAY

 3,482
สังคม-อาชญากรรม
23 ต.ค. 61

กลุ่มคนรักสัตว์ขอตร.เร่งขยายผล 'ดาร์กเว็บ' โยงฆ่าแมวแลกเงิน เชื่อมีสัตว์ถูกทารุณอีก พบอีกคลิปตีหมาตายก่อนลากไปทิ้งขยะ

จากกรณีกรมปศุสัตว์และองค์กรกลุ่มคนรักสัตว์รักแมว แจ้งความ สน.เพชรเกษม ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.วรารัตน์ กระแสร์ หรือ ดีเจซัน อายุ 30 ปี ดีเจอิสระเปิดเพลงตามผับ โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ สืบเนื่องจาก น.ส.วรารัตน์ ขอแมวไปเลี้ยง แต่ต่อมาแมวตายผิดธรรมชาติ คล้ายถูกมีดผ่าท้อง ควักหัวใจ และลำไส้ ลำตัวมีร่องรอยถูกกรีด โดยผู้กล่าวหาสงสัยว่านำแมวไปทารุณกรรมโชว์ตามเว็บไซต์ใต้ดิน หรือดาร์กเว็บ เพื่อแลกเงินบิตคอยน์ ต่อมาตำรวจติดตามตัว น.ส.วรารัตน์ ที่บ้านพักย่านศาลาธรรมสพน์ เบื้องต้นให้การปฏิเสธ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   วานนี้ (22 ต.ค.) นายพีระบุญ เจริญวัย ประธานองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ หรือ ว๊อตซ์ด๊อกซ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ร่วมกันเข้าพบพลตำรวจตรีธิติ แสงสว่าง รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อหารือแนวทางการดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุทารุณกรรมแมวจนตาย โดยได้นำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการขอรับเลี้ยงแมวของผู้ต้องสงสัย และคำให้การของผู้เสียหายเจ้าของแมว ที่ระบุถึงพฤติกรรมต้องสงสัยหลายอย่าง   นายพีระบุญ เปิดเผยก่อนการเข้าพบว่า วันนี้เข้ามาพบ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. เพื่อหารือถึงความชัดเจนในการแก้ปัญหาดังกล่าวให้เป็นไปอย่างถูกต้อง เนื่องจากมีประชาชนสนใจในหลายประเด็น เช่น กรณีของดาร์กเว็บที่เพิ่งเป็นประเด็นจากเหตุการณ์ครั้งนี้ หรือแม้กระทั่งการพิจารณาตามความตามพ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์   นายพีระบุญ กล่าวต่อว่า ประเด็นหลักคือหารือเรื่องแนวทางการดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย และหากเกิดคดีลักษณะนี้ประชาชนจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมข้อมูลที่ประชาชนส่งข้อมูลเข้ามาให้ทางเจ้าหน้าที่ ข้อมูลเบื้องต้นก็เป็นเรื่องราวของผู้เสียหายหลายราย มูลเหตุที่เกิดขึ้น ข้อมูลผลชันสูตรศพแมวที่เสียชีวิต   สำหรับซากแมวขณะนี้ได้ตรวจหาสาเหตุการตายโดยสัตว์แพทย์ประจำกลุ่มแล้ว ซึ่งเป็นสัตวแพทย์ที่มีใบรับรองแพทย์และน่าเชื่อถือ ไม่ต้องส่งให้สัตว์แพทย์จากหน่วยงานกลางตรวจ แต่ยังไม่สามารถนำมารวบรวมประกอบสำนวนคดีนี้ เนื่องจากยังไม่ได้รับเป็นคดี   โดยสัตวแพทย์หญิงภัทรนันท์ สัจจารมย์ ในฐานะที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ของกลุ่มว๊อตซ์ด๊อกซ์ ออกมากล่าวว่า ได้รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ไว้ได้มากพอสมควรแล้ว แต่บางเรื่องไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ จึงฝากถึงประชาชนให้ช่วยแจ้งเบาะแสะเข้าเพื่อเป็นประโยชน์ทางคดี โดยการผ่าพิสูจน์ซากแมวพบแล้วว่า แมวตายผิดธรรมชาติและอาจถูกทารุณกรรม ขณะนี้มีผู้เข้าแจ้งรายละเอียดในเรื่องนี้แล้ว 8 ราย พบซากเพียง 1 ราย โดยสัตวแพทย์หญิงภัทรนันท์เชื่อว่าพนักงานสอบสวนจะสามารถเอาผิดกับผู้ถูกกล่าวหาได้ และล่าสุดพนักงานสอบสวนยอมรับผลการผ่าพิสูจน์ซากแมว ไว้เป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานการดำเนินแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียก หมายจับ หรือแจ้งข้อหากับใครได้   ส่วนกรณีเว็บไซต์ใต้ดินที่มีข้อมูลมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่นำสัตว์ทารุณกรรมนั้น ทางกลุ่มเพิ่งจะรับทราบถึงการกระทำในลักษณะนี้เช่นกัน โดยจะนำข้อมูลนี้ไปหารือกับตำรวจเช่นกันว่าจะสามารถตรวจสอบได้หรือไม่   นอกจากนี้ วานนี้ (22 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Feya So ได้โพสต์คลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน จำนวน 2 คลิป พร้อมภาพนิ่งสุนัขนอนตายจมกองเลือด พร้อมระบุข้อความว่า "หมาเราตาย เพราะเด็กเล่นไม่รู้เรื่อง คือ ลูกของพ่อเลี้ยงไปแหย่หมาเรา หมาเราคงจะรำคาญเลยงับน้อง มีแผลถลอกเลือดนิด ๆ แม่เราเลยวิ่งมาดูน้อง แต่พ่อเลี้ยงกลับคว้าไม้ แล้ววิ่งไปตีหมาของเรา จนหมาเราตาย ไม่พอ จับหมาเราฟาดเข้ากับตอไม้อีก หมาตัวนี้ พ่อเลี้ยง แม่ เรา เป็นคนเลี้ยงมาเองกับมือ แต่กลับฆ่าหมาตัวนี้ได้ลงคอ ประโยคนึงที่ออกมาจากปาก พ่อเลี้ยง คือ "กูเลี้ยงมันมา กูก็ฆ่ามันได้" ตอนนี้พ่อเลี้ยงกับน้องหนีไปไหนไม่รู้" ทั้งนี้เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป มีสมาชิกเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก   สำหรับคลิปวิดิโอ โดยคลิปแรกมีความยาว 0.45 วินาที บันทึกภาพขณะผู้ชายรูปร่างสูง สวมเสื้อสีดำลายขวาง กางเกงขายาวสีดำ กำลังใช่ท่อนไม้ความยาวเมตรเศษ กระหน่ำตีสุนัขแล้วจับขาสุนัขเหวี่ยงหัวฟาดใส่ท่อนไม้ขนาดใหญที่ตั้งอยู่อีกหลายครั้งอย่างทารุณ จนสุนัขนอนแน่นิ่งจึงเดินมาล้างมือไม่หน่ำใจยังคว้าท่อนไม้ที่พื้นฟาดลงไปที่ร่างสุนัขอีกอย่างไม่มีความปราณี ส่วนคลิปที่สองนั้นชายคนดังกล่าวได้หิ้วร่างสุนัขที่ไร้ลมหายใจไปทิ้งลงในทั้งขยะ สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่เข้ามาดูคลิปวีดิโอดังกล่าวเป็นอย่างมาก   ล่าสุดเวลา 21.30 น. น.ส.จันทา แขสันเทียะ อายุ 40 ปี แม่ของผู้โพสต์เฟซบุ๊กได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.ห้วยใหญ่ โดยน.ส.จันทา เผยว่า ตนกับผู้ก่อเหตุคือนายวันเฉลิม รุ่งเรือง อายุ 31 ปี คบหากันมานานกว่า 1 ปี ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านพร้อมกับลูกชายจนเกิดปัญหาสุนัขที่บ้านไปกัดลูกชายจนเป็นเรื่อง ชึ่งสุนัขตัวดังกล่าวเป็นสุนัขที่พ่อเสี้ยงนำมาเสี้ยงด้วยที่บ้าน จนมาเกิดเหตุการณ์ทำร้ายหมาจนตาย แล้วตะโกนขึ้นมาว่า หมากูกูเลี้ยงมา ทำไมกูจะฆ่ามันไม่ได้ ก่อนจะตีจนตาย ทำให้จิตใจคนภายในบ้านหวาดกลัว ว่าจะมาทำร้ายคนในครอบครัว จึงเดินทางเข้าแจ้งความเพื่อเป็นหลักฐาน และยืนยันจะดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย   ด้าน ร.ต.อ.สุภชาติ วสุสกุลเจริญ รองสว. สอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ เปิดเผยว่า ได้ตั้งข้อกล่าวหานายวันเฉลิม รุ่งเรือง อายุ 31 ปี ทารุณกรรมสัตว์ เพียงข้อหาเดียว ก่อนออกหมายเรียกตัวผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6dVZWIoUjb0

 2,436
สังคม-อาชญากรรม
12 ต.ค. 61

รบ.ยอมถอย กม.บังคับจ่ายค่าลงทะบียนสัตว์เลี้ยง ตัวละ 450 'ลุงตู่' สั่งทบทวนไม่ให้เป็นภาระ ปชช.

เกิดกระแสวิจารณ์ในสังคมหลัง ครม. เห็นชอบหลักการให้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ โดยกำหนดให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงนำสัตว์เลี้ยงมาขึ้นทะเบียน มีค่าใช้จ่าย 450 ต่อตัว หากฝ่าฝืนจะเสียค่าปรับไม่เกิน 25,000 บาท   ต่อมาทางเพจ WATCHDOG THAILAND ได้โพสต์ถึงปัญหาที่เริ่มตามมาจากกฎหมายดังกล่าว โดยระบุว่า “เป็นเรื่องแล้ว ขึ้นทะเบียน 450 บาท! ประเดิม ปล่อยแมว 40 ตัว ก่อนถึงวัดสีสุกย่าน-มีนบุรี วัดบำเพ็ญเหนือ ย่านสุขาภิบาล 3 WDT รับแจ้งเรื่องด่วน ครอบครัวอาศัยอยู่ย่านสายไหม ลูกชายฉวยโอกาสตอนแม่เข้าโรงพยาบาลด่วน เพราะป่วยน้ำท่วมปอด เอาแมวที่แม่เลี้ยงไว้ 50 ตัว ทำหมันหมดแล้ว ไปปล่อยทิ้ง 40 ตัว ที่วัดบำเพ็ญเหนือ ย่านสุขาภิบาล 3”   ล่าสุดรัฐบาลยอมถอย ยังไม่ประกาศบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเรื่องนี้ยังเป็นร่างกฎหมายที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ และยังต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาก่อนส่งกลับมายัง ครม. และส่งต่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาและรับฟังความเห็นประชาชน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 กำหนด ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้ยังมีขั้นตอนการพิจารณาอีกมาก คงไม่สามารถส่งให้ สนช.พิจารณาได้ทันในรัฐบาลชุดนี้ และหากสังคมไม่เห็นด้วยก็สามารถถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ได้   ยืนยันการแก้ไขร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่การวางทุ่นให้รัฐบาลชุดต่อไป หากรัฐบาลหน้าไม่เห็นด้วยก็สามารถเพิกถอนหรือให้กระทรวงเกษตรฯไปปรับแก้ไขใหม่ ส่วนค่าขึ้นทะเบียนและค่าปรับที่สังคมมองอาจสร้างภาระให้ประชาชนนั้น ยังเป็นแนวคิดที่สามารถปรับแก้ได้เหมือนกับกฎหมายอื่นๆ   นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่าการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มาจากกรณีที่ นายกรัฐมนตรีเห็นภาพสุนัขถูกทิ้งที่จังหวัดระยอง ช่วงเดือนกรกฎาคม และสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไปแก้ไขปัญหาหรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่าการร่างกฎหมายคงไม่สามารถทำได้รวดเร็วขนาดนี้   ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้กำชับในที่ประชุมว่า การมีกฎหมายจัดระเบียบสัตว์เลี้ยงถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นภาระกับประชาชน โดยเฉพาะคนที่รักสัตว์และรับเลี้ยงสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งจำนวนมาก ซึ่งบางครั้งอาจกระทบกับผู้ที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งเสียงและเชื้อโรค แต่ปัญหาที่ต้องพิจารณาคือจำนวนสัตว์เลี้ยงเท่าใดจึงควรขึ้นทะเบียน และตนเองไม่สามารถบอกได้ว่าต้องเป็นจำนวนเท่าใด   พร้อมกันนี้นายวิษณุ ยังกล่าวติดตลกว่า ตนเองก็มีสัตว์เป็นแมวและสุนัขซึ่งมี 1 ตัว แต่สุนัขอาจจะตายก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ และยังบอกด้วยว่าคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่2 ที่ตนเองรับผิดชอบก็ไม่รับพิจารณาเรื่องสัตว์เพราะเรื่องคนก็ปวดหัวอยู่แล้ว   ทั้งนี้มีเสียงจากตัวแทนคนเลี้ยงสัตว์ ป้าหนู อายุ 62 ปี หนึ่งในผู้เลี้ยงแมวจำนวนกว่า 20 ตัว กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วหากจะมีการขึ้นทะเบียนจริงตนไม่เห็นด้วย เพราะอย่างตนเองก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเลี้ยงแต่ด้วยความสงสาร มีแมวจรจัดหลงมาบ้าง คนเอามาปล่อยบ้างพอเห็นแล้วก็สงสารต้องเลี้ยงเอาไว้ แล้วในการเลี้ยงแมาจำนวนมากกถือว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลนั้นค่อนข้างสูง ทั้งค่ายา ค่าวัคซีน ค่าอาหารรวมแล้วในหนึ่งเดือนค่าใช้จ่ายอยู่ตกหลักหมื่นบาท และจะให้จ่ายค่าขึ้นทะเบียน 450 บาท กับจำนวนแมวที่ตนเลี้ยงอยู่ 20 กว่าตัวคงไม่ไหว   ป้าแอ๊ด เป็นคนใจบุญ ผู้เลี้ยงดูแลและเลี้ยงสุนัขหมาพิการที่บ้านพักพิงสุนัขจรจัดลำปาง บอกว่าเห็นด้วยกับ พ.ร.บ.ดังกล่าว จะช่วยลดการปล่อยทิ้งหมาจรจัดและแมวลดลง แต่ราคาลงทะเบียนตัวละ 450 บาท นั้นมองว่าแพงไป คิดว่าราคาที่เหมาะสมน่าจะอยู่ตัวละประมาณ 100-150 บาทเท่านั้น และอยากให้ทางผู้เกี่ยวข้อง ดำเนินการหาทุนหรือ จัดการเรื่องการทำหมันไว้ด้วย เพื่อการลดภาระของชาวบ้านและภาระของสังคม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/p6kNQxo0xUg

 9,689
การเมือง
11 ต.ค. 61

ครม.ไฟเขียว กม.ลงทะเบียนหมาแมว ตัวละ 450 ฝ่าฝืนโดนปรับ 25,000 บาท

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….   เพื่อคุ้มครองดูแลสัตว์ เพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีอยู่ เจ้าของต้องดูแลสัตว์ไม่ปล่อยให้ก่อความรำคาญต่อผู้อื่น ขจัดปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะ และเป็นการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ จึงต้องนำไปขึ้นทะเบียน โดยมีค่าใช้จ่าย ดังนี้คือ   ค่าคำร้องขอขึ้นทะเบียน ฉบับละ 50 บาท ค่าสมุดประจำตัวสัตว์ 100 บาท ค่าเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ ตัวละ 300 บาท รวมทั้งสิ้น 450 บาท   หากเจ้าของไม่ดำเนินการตามกฏหมาย เมื่อกฏหมายมีผลบังคับใช้ เจ้าพนักงานท้องเถิ่นของรัฐ มีอำนาจเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 25,000 บาท และรายได้จากการเปรียบเทียบปรับจะเป็นรายได้ของท้องถิ่น   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/Q58gCeWRlRA

 63,786
ข่าวภูมิภาค
05 ต.ค. 61

สุนัขถูกฉมวกแทงติดคาตัว เจ้าของไม่รู้ใครทำ ชาวบ้านนำส่งหมอช่วยผ่าตัดปลอดภัย

ปทุมธานี-พบสุนัขถูกฉมวกแทงติดลำตัว ภายในซอยเจริญสุข 2 หมู่ 12 ต.คูคต อ.ลำลูกกา สภาพร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ชาวบ้านจึงช่วยกันจับนำตัวออกมาจากซอกตึก และตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่า สุนัขถูกเหล็กฉมวกแทงเข้าที่ลำตัว   จนทำให้ปลายเหล็กของฉมวก ซึ่งเป็นเหล็ก 5 แฉก แทงคาติดอยู่กับที่ตัวของสุนัข ส่วนปลายด้ามซึ่งเป็นด้ามไม้หักเหลือประมาณ 5 นิ้ว ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันประคองสุนัขเพื่อช่วยเหลือนำขึ้นรถเพื่อส่งรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์   เจ้าของสุนัข กล่าวเปิดเผยว่า สุนัขตัวที่ได้รับบาดเจ็บของสุนัขของตนเอง เป็นสุนัขเพศผู้ อายุ 7 ปี สีน้ำตาลขาว เลี้ยงไว้ตั้งแต่หลังน้ำท่วมแล้ว ไม่มีนิสัยดุร้าย ไม่เคยไล่กัดใครในชุมชน สามารถเอามือเล่นกับสุนัขตัวนี้ได้อย่างสบาย แต่นิสัยชอบเห่าเฉยๆ ถ้าเจอคนแปลกหน้าก็แค่เห่าเท่านั้น จนช่วงเช้าสุนัขได้วิ่งมาหาตนเอง ตนเองก็เห็นว่าหมาบาดเจ็บถูกฉมวกแทง จึงจะเข้าไปช่วยแต่คงเจ็บวิ่งหนีเข้าไปซอกตึกตนจึงแจ้งขอความช่วยเหลือเพื่อที่จะนำไป รพ.เพื่อทำการรักษา   ส่วนสาเหตุการถูกทำร้ายนั้นก็ยังไม่ทราบว่าผู้ที่ทำร้ายสุนัขตัวนี้เพื่อประสงค์อะไร เพราะปลายฉมวกทั้ง 5 แฉกนั้น เข้าไปติดคาข้างลำตัว เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ เพื่อทำการผ่าตัดนำฉมวกออกจากตัวของสุนัขต่อไป   ด้านสัตวแพทย์ระบุว่า เหล็กฉมวกที่ปลายเหล็กทั้ง 5 แฉก เป็นรูปแบบตะขอที่ปลาย จึงต้องทำการผ่าตัดนำฉมวกเหล็กออก เบื้องต้นผลจากการเอ็กซเรย์ พบเหล็กฉมวกทิ่มไม่ถูกหน้าอกหรือปอดหรืออวัยวะสำคัญอื่น แต่ถูกเสียบเข้าที่ใต้ผิวหนังและถูกกระดูกซี่โครง แต่ไม่ทำให้กระดูกซี่โครงหักแต่อย่างใด   ในส่วนวิธีการรักษาไม่สามารถดึงออกไปเอง ต้องทำการผ่าตัด และตรวจร่างกายสุนัขพบเพียงมีโลหิตจาง จึงต้องใช้เวลาในการผ่าตัดเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถทำการผ่าตัดนำฉมวกออกมาได้ และฟื้นตัวได้ดีอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว ส่วนเจ้าน้ำตาลสุนัขที่ได้รับบาดเจ็บทางคลินิกได้นำตัวพักฟื้นอยู่ที่ห้องพักสัตว์ รอให้ทางเจ้าของเข้ามาติดต่ออีกครั้ง   ส่วนค่าใช้จ่ายในการรักษาผ่าตัดทั้งหมดเป็นเงินจำนวน 6,500 บาท ทางแพทย์ได้แจ้งกับทางเจ้าของแล้ว และทางเจ้าของสุนัขได้ให้เงินประกันไว้จำนวน 2,000 บาท พร้อมทั้งแจ้งว่าจะรวบรวมหาเงินค่ารักษามาให้อีก แต่ขอฝากเจ้าน้ำตาลไว้ที่คลินิกก่อน ซึ่งทางคลินิกก็ให้การช่วยเหลือดูแลให้ก่อน   จากการสอบถามเพื่อนบ้าน ทราบว่าทางเจ้าของสุนัขไม่มีเงิน ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการรวบรวมเงินให้ครบตามจำนวนเงินค่าผ่าตัดก่อน ส่วนที่เหลืออีก 4,500 บาท เมื่อรวบรวมได้จะนำไปจ่ายที่คลินิกเพื่อจะนำตัวเจ้าน้ำตาลออกมาพักฟื้นต่อที่บ้านต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yZs6q1vYbB8

 1,197
ข่าวภูมิภาค
02 ต.ค. 61

หนุ่มระยองเมาคลั่ง ชักปืนไล่ยิงหมาตาย 5 สาหัส 1

ระยอง-ตร.รับแจ้งมีเหตุคนคลุ้มคลั่ง ใช้ปืนยิงสุนัขบาดเจ็บ และตายหลายตัว ที่เกิดเหตุพบสุนัข ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 ทั้งหมด 6 ตัว เป็นเพศเมีย 2 ตัว เพศผู้ 4 ตัว   โดยในจำนวนนี้ตายไปแล้ว 5 ตัว บาดเจ็บสาหัส 1 ตัว เป็นเพศเมีย โดยกระสุนเข้าที่บริเวณหน้าอก ขา และช่วงท้อง เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลสัตว์เมตตากรณ์ ในเมืองระยอง เพื่อให้สัตวแพทย์ทำการช่วยชีวิต   จากการสอบถามชาวบ้านบอกว่า ผู้ก่อเหตุก็คือนายโด่ง อิสมาแอล เป็นชาวบ้านในหมู่บ้าน ได้ใช้อาวุธปืนลูกซอง ออกมาไล่ยิงสุนัขจรจัด จนบาดเจ็บและล้มตายเกลื่อน ก่อนจะหลบหนีไป   เบื้องต้นคาดว่านายโด่งจะเมาสุรา และเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ซึ่งที่ผ่านมานายโด่งมักจะมีพฤติกรรมลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ หลังจากเมาสุรา หรือเสพยาเสพติด และนำอาวุธปืนออกมายิง และครั้งนี้ขาดสติถึงกับไล่ยิงสุนัขจรจัดที่อยู่ในหมู่บ้าน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวนายโด่งมาสอบสวนและดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hl7lBfS3IvM

 2,997
ต่างประเทศ
27 ก.ย. 61

วิจารณ์ นทท.จีนทารุณหงส์ ขณะเที่ยวในสวิตฯ หลายประเทศยุโรปลามแอนตี้

มีคลิปวิดีโอเป็นภาพของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มหนึ่งกำลังรุมล้อมหงส์สีขาว ริมทะเลสาบลูเซิร์น (Lucerne Lake) ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในจังหวะนั้นมีหญิงชาวจีนใช้ธนบัตรล่อหงส์ให้ไล่งับ คล้ายป้อนอาหาร พอหงส์คาบแล้วก็มีชายอีกคนหนึ่งเข้าไปล็อกคอหงส์ตัวนั้น แล้วล้วงเงินออกมาจากปากของมัน   คลิปดังกล่าวถูกนำเสนอและวิจารณ์อย่างครึกโครมในสวิตเซอร์แลนด์ และอาจลุกลามถึงความสัมพันธ์ของจีนกับชาติต่างๆในยุโรป หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสื่อจีนได้ประโคมข่าว ที่ทางการสวีเดนทำเกินกว่าเหตุ กรณีนักท่องเที่ยวจีน 2 แม่ลูกถูกลากออกจากโรงแรม เพียงเพราะว่าทั้งคู่เข้าไปเช็คอินก่อนเวลา 12 ชม. ทำให้ทางโรงแรมปฏิเสธและลากตัวทั้งคู่ออกไป ทำให้ทางสถานทูตจีนในสวีเดนประท้วงว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ   ด้านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติสวีเดน ได้ออกประกาศสิ่งที่ควรและไม่ควรทำในหมู่นักท่องเที่ยวจีน เมื่อมาเที่ยวสวีเดน เช่น ห้ามนั่งถ่ายหนักริมถนน ห้ามจับสุนัขกินเป็นอาหาร สร้างความไม่พอใจในหมู่ชาวจีน จนเกิดเป็นกระแสให้คนจีนคว่ำบาตรสินค้าจากสวีเดน  

 7,749
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 61

สงสาร เจ้าตูบถูกคนใจร้าย ยิงลูกดอกปักคอ นอนร้องครวญครางเจ็บปวด

โคราช-เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฮุก31 นครราชสีมา ใช้ลูกดอกยาสลบยิงสุนัขเพศผู้ สีขาว – ดำ อายุ 3 ปี บริเวณหลังป่ากล้วยบ้านใหม่ไทรงาม ต.ในเมือง อ.พิมาย หลังพบว่า บริเวณลำคอของสุนัข มีลูกดอกเหล็กปักคาอยู่ ยาวกว่า 40 เซนติเมตร   โดยพลเมืองดีที่พบบอกว่า สังเกตเห็นบริเวณลำคอของสุนัขจรจัดมีลูกดอกปักคาอยู่ นอนร้องครวญคราง บริเวณป่ากล้วยข้างบ้าน จึงพยายามเข้าไปให้การช่วยเหลือ ด้วยการเอาลูกดอกออกมาจากตัวสุนัข แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากสุนัขตัวดังกล่าวพยายามวิ่งหนีอยู่ตลอดเวลา ไม่กล้าให้คนเข้าใกล้ จึงได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือไปยังกลุ่มผู้รักสุนัขในจังหวัดนครราชสีมา   ต่อมาทางอาสาสมัครได้นำลูกดอกยาสลบมายิงที่สุนัขจรจัด เพื่อรีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ จ.นครราชสีมา และนำลูกดอกที่ปักคาติดอยู่บริเวณลำคอของสุนัขออก   เบื้องต้นคาดว่าน่าจะถูกคนใช้ปืนลูกดอกยิง เพื่อไม่ให้เข้าไปไล่กัดไก่ชาวบ้าน ซึ่งภายในหมู่บ้านใกล้กับจุดที่สุนัขหากิน จะมีชาวบ้านเลี้ยงไก่ชนอยู่จำนวนหลายราย สุนัขตัวนี้อาจจะเข้าไปไล่กัดไก่ชนของชาวบ้าน แต่โชคดีมีพลเมืองดีพบเห็นและแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือได้ทัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hgxdXkTkZMc

 2,471

Top