ค้นหา :

ผลการค้นหา "รุมโทรม"

ข่าวภูมิภาค
26 ก.ค. 61

สิ้นลมแล้ว! สาวม้ง ถูก ผญบ.ข่มขืนซดยาฆ่าตัวตาย ญาติแฉอีกฝ่ายแชทขอจ่าย 3 หมื่นแลกไม่เอาความ

ลำปาง-จากกรณีหญิงสาวชาวม้ง อายุ 22 ปี ถูกชาย 4 คนรุมโทรมจนต้องกินยาฆ่าตัวตาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ จ.ลำปาง ขณะที่แม่ของเหยื่อสาวระบุว่า หลังลูกสาวหายตัวไปก็มีชายคนหนึ่งได้ใช้โทรศัพท์ของลูกสาวโทรมา   อ้างว่าตัวเองเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านใน จ.ตาก และลูกสาวตนอยู่กับเขา จึงให้พามาส่ง จากนั้นลูกสาวก็มีอาการเครียด ต่อมาอีก 2 วัน ก็มีคนโพสต์ภาพลูกสาวนอนอยู่ในโรงแรม โดยมีอดีตผู้ใหญ่บ้านนั่งอยู่ข้างๆ จึงเค้นถามลูกสาวก็บอกว่าถูกลวงไปข่มขืนในโรงแรม กระทั่งมากินยาฆ่าแมลงเพื่อหวังฆ่าตัวตายตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   คืบหน้าช่วงค่ำวานนี้ (25 ก.ค.) หญิงสาวอายุ 22 ปี ผู้เสียหาย ได้เสียชีวิตลงแล้ว ที่โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ท่ามกลางความโศกเศร้าความเสียใจ ของมารดา ญาติและครอบครัวที่เฝ้าคอยดูอาการหญิงสาวดังกล่าวอยู่บริเวณหน้าหอผู้ป่วยโรงพยาบาลลำปาง สำหรับการเสียชีวิตลงครั้งนี้ คาดมาจากอวัยวะภายในล้มเหลวฉับพลัน   ขณะที่ก่อนหน้าที่สาวม้งจะเสียชีวิต นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมหญิงสาวคนดังกล่าวและไปพูดคุยสอบถาม โดยมีน้องสาวผู้เป็นฝาแฝดเข้าไปร่วมพูดคุยด้วย ซึ่งได้รับข้อมูลที่สำคัญเป็นอย่างมาก   โดยหญิงสาวคนดังกล่าวบอกว่า เรื่องราวดังกล่าวนั้นแท้ที่จริงแล้วตั้งแต่เริ่มต้นมาตนเองได้ขึ้นรถตู้ และไปพบอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว โดยนัดกันเพื่อติดต่อซื้อยาแผนโบราณ จากอดีตผู้ใหญ่บ้านที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก เนื่องจากตนเองมีอาการเจ็บป่วยจากโรคปวดหลังอยู่แล้ว โดยได้นัดเจอกันเพื่อจะจ่ายเงินและชำระค่ายาแผนโบราณ   ทางอดีตผู้ใหญ่บ้านได้ออกกลอุบายหลอกลวงไปทานข้าวในเขตตัวเมืองลำปาง แล้วพาไปที่บริเวณอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครลำปาง เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา และตนถูกล่วงละเมิดทางเพศกับชายคนดังกล่าวเพียงคนเดียว ส่วนผู้ชายอีก 3 คนที่เจอกันนั้นมาเจอกันทีหลัง และเจอภายนอกอพาร์ทเมนต์ ซึ่งหญิงสาวชาวม้งยอมรับกับนายอัจฉริยะว่าชาย 3 คน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด   โดยหลังจากทราบข้อมูลนายอัจฉริยะ ได้เดินทางไปที่โรงพัก สภ.เมืองลำปาง พร้อมกับครอบครัวของหญิงสาวผู้เสียหาย เพื่อให้ปากคำกับทางผู้กำกับ สภ.เมืองลำปาง และยังได้เดินทางไปบริเวณอพาร์ทเมนต์ดังกล่าว เพื่อไปสอบถามและไปพูดคุยกับพนักงานที่เปิดเช็คอิน ก็ให้การสอดคล้องกัน โดยวันดังกล่าวนั้นหญิงสาวชาวม้งได้เปิดห้องพัก พร้อมกับอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวจริง และใช้เวลาอยู่ด้วยกันประมาณ 3 ชั่วโมง   กระทั่งเวลาบ่าย 3 โมง ฝ่ายชายก็เดินทางออกจากอพาร์ทเมนต์ดังกล่าวเพียงคนเดียว แจ้งพนักงานว่าจะไปซื้อกับข้าวมาทาน แล้วกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพนักงานอพาร์ตเมนต์ ก็ยืนยันว่า พบเพียงการเปิดห้องพักเพียง 1 ห้อง บริเวณชั้น 2 โดยหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นใส่หน้ากากอนามัยปิดใบหน้า แล้วเดินผ่านเข้ามาบริเวณเคาน์เตอร์ โดยวันนั้นกล้องวงจรปิดของโรงแรมเห็นว่าชั้น 2 ก็มีการเดินเข้าห้องเพียงสองคนเท่านั้น ส่วนภาพวงจรปิดวันนั้น ถูกลบไปแล้วเพราะข้อมูลฮาร์ดดิสก์เต็ม   ทั้งนี้นายอัจฉริยะได้เปิดเผยว่า มีข้อความติดต่อมายังครอบครัวของน้องผู้เสียชีวิตเป็นข้อความทางแชทใน Facebook พยายามติดต่อมาจากผู้ใช้ Facebook รายหนึ่ง inbox ข้อความมาบอกว่า จะขอจ่ายเงิน เป็นค่าเสียหาย เพื่อไม่ให้ดำเนินคดีเดือนละ 30,000 บาท แต่ทางครอบครัวก็ไม่ได้ตอบตกลงแต่อย่างใด โดยพยายามจะติดต่อและพูดคุยด้วยกลับไป แต่หลังจากนั้นก็ถูกบล็อก Facebook ไปในที่สุด โดยนายอัจฉริยะทรัพย์ยังบอกว่า   อย่างไรก็ตามน้องสาวฝาแฝดได้นำภาพ จากโทรศัพท์มือถือ เป็นภาพนิ่ง เพิ่งถ่ายในวันเกิด ทั้งสองคน ที่ผ่านมา วันที่ 16 กรกฎาคม โ ดยฝาแฝดผู้น้อง บอกว่า นี่คือการจัดงานวันเกิดครั้งสุดท้าย ก่อนจะเกิดเหตุสลด พีสาวฝาแผด ไปกินยาฆ่าตัวตาย จนมาเกิดเหตุสลดดังกล่าวในคืนนี้ ซึ่งสร้างความเศร้าโศกและเสียใจกับครอบครัวเป็นอย่างมาก   ส่วนความคืบหน้าทางคดี ตร.จะออกหมายเรียก อดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว ซึ่งการเชิญตัวและออกหมายเรียกอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวนั้น จะเชิญมาสอบปากคำ ซึ่งจะได้ข้อมูลสำคัญต่างๆ ขณะนี้คดีถือว่ามีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยทราบว่าผู้อัดคลิปวีดีโอนั้นเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว ซึ่งรู้จักกับผู้เสียหายทาง facebook ขณะนี้อยู่ระหว่างการตามตัว อดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองลำปาง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Sf8fZfLBcSU

 18,842
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ค. 61

ออกหมายเรียก‘อดีต ผญบ.’ปมสาวถูกรุมโทรมกินยาฆ่าแมลงหวังฆ่าตัวตาย ล่าสุดอาการยังทรุด

อาการยังหนักหญิงสาวชาวลำปาง วัย 22ปี หลังซดยาพิษหวังฆ่าตัวตาย ด้านคดีตำรวจสอบปากคำพยานไปแล้ว 1ปาก และเตรียมออกหมายเรียก อดีตผู้ใหญ่บ้าน มาสอบปากคำ   วันที่ 25 ก.ค. ความคืบหน้า หลังจากเกิด เหตุหญิงสาว ชาวลำปาง วัย 22ปี  กินยาฆ่าแมลง หวังจะฆ่าตัวตาย หลังอ้างว่า โดนกลุ่มชายฉกรรจ์รุมโทรมและเกิดความอับอาย จึงก่อเหตุจะฆ่าตัวตาย   ล่าสุดอาการ ของหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นบริเวณใบหน้า,ปากยังบวมและยังคงมีอาการหายใจติดขัดหลังจากยังคงรักษาตัวอยู่ ในหอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิงของโรงพยาบาลลำปาง โดยขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลรักษาของแพทย์โรงพยาบาลลำปาง หลังกินยาฆ่าหญ้า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 ก.ค.61 ที่ผ่านมา โดยมีการ ก่อเหตุในเขตพื้นที่ตำบลบ้านหวด อำเภองาวจังหวัดลำปาง ก่อนญาติจะส่งตัวพามารักษาที่โรงพยาบาล   หญิงสาว เผยกับกับพ่อแม่ ว่าถูกชายฉกรรจ์จำนวน 4 คนรุมข่มขืนในลักษณะรุมโทรม และมีการบันทึกคลิป ในโทรศัพท์มือถือไว้ จนกระทั่งพ่อแม่ของสามีเห็น ดังกล่าวจึงเกิดความเครียดจึงกินยา ฆ่าหญ้า หวังฆ่าตัวตาย   พ.ต.อ. ไกรสิทธิ์ พรมปฏิมา ผู้กำกับการสถานีตำรวจ สภ.เมืองลำปาง เปิดเผยว่า กรณีที่ เกิดขึ้นหลังจากที่ตำรวจสอบสวนปากคำหญิงสาวคนดังกล่าวแล้ว ตอนนี้ให้ ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไปแล้ว 1 ปาก และกำลังจะออกหมายเรียก อดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง ของอำเภอพบพระ จังหวัดตาก มาสอบปากคำ    ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด บริเวณอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ในเขตตัวเมืองลำปาง เพื่อหาพยานและ ในช่วงที่ เกิดเหตุว่ามีผู้ชาย หรือผู้เสียหายนั้นเข้ามาด้วยกันกี่คน ซึ่งอย่างไรก็ตามในทางคดีก็ถือว่ามีความคืบหน้าไปมากและเมื่อวานทางพนักงานสอบสวนก็ได้สอบปากคำหญิงสาวรายนี้ ที่โรงพยาบาลลำปางนานกว่า 1 ชั่วโมง    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 6,502
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 61

เตรียมออกหมายเรียก ‘อดีต ผญบ.’ สอบข้อเท็จจริง ปมสาวถูกรุมโทรมกินยาฆ่าแมลงหวังฆ่าตัวตาย

วันที่ 25 ก.ค. ความคืบหน้าหลังจากเกิดเหตุหญิงสาว ชาวลำปาง วัย 22ปี กินยาฆ่าแมลงหวังฆ่าตัวตาย หลังอ้างว่า โดนกลุ่มชายฉกรรจ์รุมโทรมและเกิดความอับอาย    โดยล่าสุดอาการ นั้นบริเวณใบหน้าและปากยังบวม มีอาการหายใจติดขัด โดยขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลรักษาของแพทย์โรงพยาบาลลำปาง    พ.ต.อ.ไกรสิทธิ์ พรหมปฏิมา ผกก.สภ. เมืองลำปาง เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นหลังจากที่ตำรวจสอบสวปากคำหญิงสาวคนดังกล่าวแล้ว ตอนนี้ให้ทางพนักงานสอบสวนรูปคดีแบบตรงไปตรงมา ซึ่งสอบปากคำไปแล้ว 1 ปาก และกำลังจะออกหมายเรียกอดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง ของ อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งเป็นผู้มาส่งหญิงสาว หลังจากพาไปพักบริเวณอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ริมถนนพหลโยธิน ในเขตเทศบาลนครลำปาง แล้วพามาส่งที่บ้าน   ซึ่งการเชิญตัวและออกหมายเรียกอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวนั้น จะเชิญมาสอบปากคำซึ่งจะได้ข้อมูลสำคัญต่างๆ ว่าถูกรุมข่มขืนจริงหรือไม่ โดยขณะนี้ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด บริเวณอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ในเขตตัวเมืองลำปาง เพื่อหาพยานและดูว่าในช่วงที่เกิดเหตุมีผู้ชาย หรือผู้เสียหายเข้ามาด้วยกันกี่คน   ทั้งนี้ ในทางคดีก็ถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก และเมื่อวานทางพนักงานสอบสวนก็ได้สอบปากคำหญิงสาวรายนี้ ที่โรงพยาบาลลำปางนานกว่า 1 ชั่วโมง   ดูข่าวเพิ่มเติม

 1,413
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 61

สาวเครียด เจอภาพหลุดถูกอดีต ผญบ.พาพวกรุมโทรม ซดยาหวังฆ่าตัวตาย ล่าสุดอาการทรุดหนัก

ลำปาง-หญิงอายุ 37 ปี พร้อมสามีและญาติเดินทางเข้าเยี่ยมอาการของลูกสาว อายุ 22 ปี ที่ก่อเหตุกินยาฆ่าแมลงเพื่อหวังฆ่าตัวตายและถูกนำตัวส่งมารักษาที่โรงพยาบาลลำปาง   โดยแม่ของผู้เสียหายเล่าว่า ผู้บาดเจ็บได้เดินทางขึ้นรถโดยสารมาหาพ่อแม่ที่ จ.พะเยาตามลำพัง เพราะสามีติดธุระ แต่จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อผู้บาดเจ็บได้อีกเลย จนกระทั่งมีชายคนหนึ่ง ใช้โทรศัพท์ของลูกสาว โทรเข้ามาพูดคุยว่าเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดตาก และบอกว่าผู้บาดเจ็บได้อยู่กับเขา   ผู้เป็นแม่จึงขอร้องให้นำลูกสาวมาส่งให้ที่จังหวัดน่าน ซึ่งชายคนดังกล่าว ก็ได้นำลูกสาวมาส่งให้แต่ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะเดินออกไป เมื่อชายดังกล่าวกลับไปแล้ว ทางแม่จึงสอบถามลูกสาวว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกสาวไม่ตอบได้แต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไร ตนเองก็เลยส่งลูกสาวกลับไปอยู่กับสามีที่ลำปางตามเดิม   จากนั้นไม่นานประมาณสองสองวัน มีคนโพสต์ภาพของลูกสาวตนเองนอนอยู่ภายในโรงแรม โดยมีชายที่อ้างตัวเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวนอนอยู่ข้างๆ เมื่อตนส่งภาพที่ได้มาไปให้ลูกสาวดู พร้อมทั้งสอบถาม ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ลูกสาวจึงยอมเปิดปากพูดและเล่าว่า ถูกอดีตผู้ใหญ่บ้าน พร้อมพวกอีก 3 คน ล่อลวงไปรุมโทรมข่มขืน ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเขตอำเภอเมืองลำปาง   ต่อมาลูกสาวก็ส่งข้อความทางไลน์มาให้ตนเอง พร้อมกล่าวขอโทษ ที่ทำให้อับอาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง กระทั่งต่อมาในช่วงเย็น ก็ทราบจากสามีของลูกสาว ว่าลูกได้กินยาฆ่าแมลงเพื่อฆ่าตัวตาย   ต่อมาวันที่ 22 ก.ค.ตนก็เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองลำปาง แต่ก็ไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร ได้เพียงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและยังไม่มีการดำเนินคดีกับกลุ่มคนผิดแต่อย่างใด ตนจึงมาร้องเรียนผ่านสื่อต่างๆ เพื่อขอความเป็นธรรม เพราะหมอบอกอาการของลูกสาวมีแต่ทรงกับทรุด มีโอกาสรอดเพียง 20 เปอร์เซ็นเท่านั้น ซึ่งตนเองก็เตรียมจะรับลูกสาวกลับจังหวัดน่านด้วย   เบื้องต้นหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายยังไม่สามารถพูดโต้ตอบกับทางพนักงานสอบสวนได้ ทำได้เพียงแต่ ทำท่าทาง ยกไม้ยกมือ ในการสอบปากคำ และขณะนี้ทางตำรวจก็ยังไม่ยืนยันว่า หญิงสาวคนดังกล่าวถูกข่มขืนจริงหรือไม่ เพราะว่ายังไม่สามารถสอบปากคำได้อย่างละเอียด โดยมีแต่คำบอกเล่าของพ่อแม่ของผู้เสียหาย หลังจากหญิงสาวคนดังกล่าวได้เล่าว่าถุกรุมโทรม ก่อนที่จะกินยาพยายามฆ่าตัวตาย   และเจ้าหน้าที่ยังได้เข้าไปทำการตรวจห้องพักของผู้เสียหาย ที่บริเวณอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งจังหวัดลำปาง ซึ่งจะได้สอบสวนทาง พนักงานและแม่บ้านและผู้ที่อยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว และขณะนี้กำลังทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวย้อนหลังแล้ว เพื่อจะหาสาเหตุและหลักฐานที่แท้จริงในเรื่องนี้ ขณะที่ทางตำรวจสภ.เมืองลำปาง เตรียมเชิญอดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งใน จ.ตาก พร้อมพวกอีก 3 คน มาสอบปากคำ หากไม่มาจะออกหมายเรียกต่อไป   ทั้งนี้แม่ของผู้เสียหาย ยืนยันว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการถูกรุมโทรมนั้นเป็นความจริง หลังจากที่ลูกสาวของตนเองหายตัวไป แล้วกลับบ้านมาที่บ้าน ตนได้สอบถามลูกสาวว่าหายไปไหนมา แต่ลูกสาวไม่ยอมพูด อ้ำๆ อึ้งๆ และบอกว่าไม่มีอะไรไม่ได้ยุ่งอะไรกับใคร ซึ่งตอนที่ลูกสาวตนกลับมาพร้อมกับผู้ชายที่เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน ทางชายคนดังกล่าวก็ไม่ได้เข้ามาที่บ้านตน ซึ่งส่งลูกสาวตนที่ปากซอย ก่อนถึงบ้านเท่านั้น และลูกสาวยอมรับว่าไปกับผู้ชายมา 4 คนจริง แต่ก็ยังไม่ได้เล่าสาเหตุอะไรมากมายนัก และลูกสาวยังให้การวกวน   ส่วนอาการล่าสุดของผู้เสียหาย คุณแม่บอกว่า ขณะนี้อาการทรุดลง อาการที่ใบหน้าบวม และปากบวม เริ่มหายใจลำบาก และหายใจติดขัด ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ รพ.ลำปาง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z5Vs_5-FlkI

 4,038
ต่างประเทศ
20 ก.ค. 61

อินเดียอีกแล้ว! กลุ่มเด็กมัธยมชาย 10 คน ฉุดเพื่อนสาวร่วมห้องไปรุมโทรม

เกิดเหตุสะเทือนใจในอินเดียต่อเนื่อง เมื่อมีเด็กนักเรียนชาย 10 คน ในระดับมัธยมรุมข่มขืนเพื่อนผู้หญิงร่วมห้องจนหมดสติ ขณะที่เด็กหญิงเดินกลับบ้าน พวกกลุ่มเด็กชายก็ฉุดกระชากผู้เสียหายไปยังไร่อ้อย และลงมือรุมโทรม   พร้อมขู่ให้เก็บไว้เป็นความลับ จนผู้เสียหายไม่กล้าไปโรงเรียน พ่อแม่เห็นผิดสังเกต ก่อนทราบความจริง จึงแจ้ง จนท.ให้เร่งสอบสวนและดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้าย   ทั้งนี้คดีข่มขืนนับเป็นวิกฤตอย่างยิ่งของอินเดีย โดยสถิติปี 2018 พบว่ามีคดีกระทำชำเราสตรีแล้ว 4 หมื่นคดี มีการวิเคราะห์ว่ามีเหตุข่มขืนในอินเดียวันละ 10 คดี ซึ่งนับเฉพาะที่มีการแจ้งความ แต่ยังมีเหยื่อที่ไม่กล้าแจ้งความอีกจำนวนมาก  

 3,791
ต่างประเทศ
18 ก.ค. 61

สลด แก๊ง 5 ด.ช.อินเดีย ลวงด.ญ.8ขวบไปรุมโทรม หลังดูคลิปโป๊จากมือถือด้วยกัน

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย กรณีเด็กหญิงวัยเพียง 8 ขวบถูกเด็กชาย 5 คนรุมข่มขืน หลังพวกเขาดูคลิปหนังโป๊จากโทรศัพท์มือถือ   เหตุเกิดที่รัฐอุตตรประเทศ   รายงานข่าวระบุว่า หลังจากแก๊งเด็กชายซึ่งมีอายุระหว่าง 9-14 ปี ได้ดูภาพยนตร์ลามกจากโทรศัพท์มือถือของพี่ชายด้วยกัน จากนั้นอีก 2 วันก็ร่วมกันวางแผนเอาช็อกโกแลตมาล่อลวงเด็กหญิงซึ่งเป็นเพื่อนข้างบ้านให้ไปที่บ้านของเด็กชายคนหนึ่ง แล้วลงมือก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนที่พวกเขาจะถูกตำรวจรัฐอุตตรประเทศจับกุมตัวได้ทั้งหมด หลังพ่อแม่ของเด็กหญิงไปแจ้งความ   ภาพประกอบข่าว   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ก่อนเกิดเหตุเด็กหญิงกำลังนั่งเล่นอยู่นอกบ้าน ขณะที่พ่อแม่ออกไปทำงาน จากนั้นก็หายตัวไปพร้อมกับเด็กชาย 5 คนโดยที่ไม่มีใครในบ้านทราบ โดยจากการสอบสวนยังพบว่าขณะลงมือเด็กผู้ชายคนหนึ่งยังทำหน้าที่เฝ้าประตูระวังคน กระทั่งพี่ชายของหนึ่งในเด็กชายกลับมาบ้าน พวกเขาจึงรีบปล่อยตัวเหยื่อกลับ แต่หลังจากถูกข่มขืนเด็กหญิงมีอาการซึมเศร้าและไม่กินข้าวเย็นจนพ่อแม่ผิดสังเกต เมื่อสอบถามก็พบกับความจริงอันน่าตกใจ     ตำรวจรัฐอุตตรประเทศ   ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี ผู้ต้องหา 5 คนซึ่งยังเป็นเยาวชนทั้งหมดกำลังจะขึ้นศาลเยาวชนพิจารณาบทลงโทษในวันจันทร์หน้า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายกับคดีเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา หลังกลุ่มเด็กชาย 4 คน อายุระหว่าง 6-10 ขวบ ก่อเหตุรุมโทรมเด็กหญิงวัยเพียง 4 ขวบหลังดูคลิปโป๊จากมือถือ  

 7,737
ปากท้องร้องทุกข์
16 ก.ค. 61

กลัวเรื่องเงียบ! พีอาร์สาวร้านอาหาร โร่แจ้งกองปราบเอาผิด ลูกชายอดีตนายตำรวจลวงรุมโทรม

พีอาร์สาวร้านอาหารย่านเกษตรนวมินทร์ แจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม เอาผิดลูกชายอดีตนายตำรวจนอกราชการ ยศพันตำรวจเอก พร้อมเพื่อนวางแผนพาไปรุมโทรม เพราะกลัวเรื่องจะเงียบหาย   นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาผู้เสียหายซึ่งเป็นพีอาร์สาวร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านนวมินทร์ อายุ 24 ปี ที่อ้างว่าถูกชายหนุ่ม 2 คน หลอกพาไปรุมโทรม ที่บ้านพักหลังหนึ่งย่านนวมินทร์ เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม หลังเข้าแจ้งความไว้ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนแต่ต่อมา ได้รับแจ้งจากตำรวจว่า ไม่อยู่ในอำนาจสอบสวน    โดยผู้เสียหาย ระบุว่า รู้จักกับผู้ก่อเหตุไม่นาน ซึ่งได้เข้ามาขอไลน์และทักทายกันไม่กี่ครั้งในร้านที่ตนเองทำงานเป็นพีอาร์อยู่ ต่อมาในวันเกิดเหตุได้เข้ามาทักทายตนและเสนอจะพาไปส่งที่พักที่อยู่ทางเดียวกัน ผู้ก่อเหตุไม่มีลักษณะคล้ายเมาสุรา อีกทั้งยังมีเพื่อนสาวอีกคนหนึ่งติดตามไปด้วย จึงไม่คิดว่าจะเป็นอันตราย โดยผู้ก่อเหตุได้พาเพื่อนของตนไปส่งที่บ้านพักก่อน จากนั้นจึงขับรถมาทางย่านนวมินทร์ อ้างว่าจำเป็นต้องไปเปลี่ยนรถที่บ้านเพื่อน จึงหลอกพาไปถึงบ้านหลังหนึ่งย่านซอยนวมินทร์ 74 แยก 3 ก่อนจะพาไปนั่งรอในบ้านแล้วจึงถูกผู้ก่อเหตุ 2 ราย รุมโทรม ทั้งนี้ยืนยันว่าในช่วงที่เกิดเหตุไม่ได้เมาสุราแต่อย่างใด ส่วนเหตุที่แจ้งความล่าช้า เนื่องจากยังอยู่ในอาการหวาดกลัว    ทางด้าน นายอัจฉริยะ ระบุว่า คดีนี้มีพยานยืนยันอย่างน้อย 2 คน มีผลการตรวจร่างกายของโรงพยาบาลตำรวจ และมีข้อความการพูดคุยกับผู้ก่อเหตุผ่านการแชทไลน์ ทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ยืนยันตัวชัดเจน ทั้งนี้เหตุที่ต้องมาร้องเรียนกับกองปราบปราม เนื่องจากเกรงว่าจะมีความพยายามวิ่งเต้นคดีให้กลายเป็นคดีข่มขืน ซึ่งสามารถยอมความได้ และกลัวว่าเรื่องจะเงียบเพราะทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นลูกชายของอดีตนายตำรวจนอกราชการ ยศพันตำรวจเอก ทั้งนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้เบื้องต้น เพื่อพิจารณาออกหมายเรียกผู้ที่ถูกกล่าวหา มาสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

 2,875
ข่าวภูมิภาค
28 มิ.ย. 61

จับนักมวยไทยค่ายดัง หลังก่อเหตุข่มขืนเด็กอายุ 12 - รุมโทรมสาวอุดร ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ตำรวจกองปราบรวบนักมวยค่ายดังย่านสุขุมวิท หลังก่อเหตุข่มขืนเด็ก 12 ปี และร่วมรุมโทรมหญิง เหตุเกิดเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา   นายอรรถพล สีทอง หรือ อรรถชัย เกียรติวิบูลย์ นักมวยค่ายดัง ถูกตำรวจสืบสวนกองกำกับการ 4 กองปราบปราม จับกุมขณะวิ่งออกกำลังกายอยู่บริเวณหน้าค่ายมวยชื่อดังแถวถนนสุขุมวิท ตามหมายจับของศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี   หลังก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงอายุเพียง 12 ปี ด้วยการออกอุบายชักชวนไปหลังห้องน้ำวัด ในอำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่นายอรรถพลเดินทางไปชกมวย เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา   เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสืบสวนพบว่า นายอรรถพลมีหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี เมื่อ 2 ปีที่แล้วในข้อหา ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นฯ อีกหนึ่งหมาย   เหตุเกิดขณะที่นายอรรถพล ไปเก็บตัวที่ค่ายมวย ในพื้นที่อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และไปเที่ยวงานประเพณีหมอลำกับกลุ่มเพื่อน ที่วัดแห่งหนึ่งใน อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ได้พบหญิงสาวรายหนึ่ง จึงพากันชักชวนชักชวนไปดื่มสุรา จนเมาไม่ได้สติ แล้วพาไปรุมโทรมหลังห้องน้ำวัด หลังจากนั้นผู้ร่วมก่อเหตุเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีการออกหมายจับนายอรรถพล เบื้องต้นนายอรรธพล ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i805EbRjvXc

 5,031
สังคม-อาชญากรรม
09 เม.ย. 61

จับ 3 ใน 6 ทรชน ลวงสาววัย 18 พาไปนั่ง จยย.เล่น ก่อนรุมโทรม

นนทบุรี-ตำรวจ สภ. รัตนาธิเบศร์ จับ 3 ใน 6 ทรชนอายุระหว่าง 19-22 ปี ก่อเหตุรุมโทรมสาววัย 18 ปี อ้างพาไปนั่งรถจยย.เล่น ก่อนพาไปบ้านพรรคพวกที่นั่งกินเหล้ารออยู่ก่อนแล้ว จากนั้นออกอุบายแล้วช่วยกันรุมโทรมจนครบ ยังใจเย็นพากลับมาส่งที่บ้านพักก่อนหลบหนีไป จนมาถูกจับได้ในที่สุด ขณะที่ตร.เร่งตามตัวอีก 3 คนที่เหลือมาดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/grJQcbY2Dkg  

 12,539
ข่าวภูมิภาค
01 เม.ย. 61

สาวสุรินทร์วัย17 แจ้งความถูกแก๊งโจ๋หมู่บ้านใกล้เคียงรุมโทรม ก่อนตร.ตามตะครุบตัวยกแก๊ง

หญิงสาวอายุ 17 ปี แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านใกล้เคียง 4 คนรุมข่มขืน ขณะนั่งรถจยย.ไปกับเพื่อนสองคน ก่อนที่ในเวลาต่อตำรวจจะสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 คน คือ นายแขก นายขิง และปุ้ย ส่วนนายโอ๊ตได้หลบหนี แต่ล่าสุดญาติได้ติดต่อขอมอบตัวแล้ว เบื้องต้นทุกคนรับสารภาพว่าได้ลงมือทำการข่มขืนจริง จึงส่งเข้าห้องคุมควบคุมและฝากขังที่ศาลจังหวัดสุรินทร์แล้วในวันนี้       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qpR5hBuEEWg                

 11,567
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
06 ก.พ. 61

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' เกาะติดคดี ตร.ยศนายสิบพร้อมพวก บุกอุ้มสาววัย 22 โดน 3 ข้อหากรรโชกทรัพย์-รุมโทรม-กักขังหน่วงเหนี่ยว

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เกาะติดคดี ตร.ยศนายสิบพร้อมพวกบุกขึ้นอพาร์ทเม้นท์ในพัทยา ก่อนตรวจค้นหาสิ่งของผิดกฎหมายแล้วพยายามบังคับให้หาเงินมาเคลียร์ จากนั้นได้ทำการอุ้มสาววัย 22 ปี กรรโชกทรัพย์-รุมโทรม -กักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งผู้ต้องให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าว   ทั้งนี้ภายหลังการสอบสวน ได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยา พร้อมคัดค้านการประกันตัว ส่วนการกระทำความผิดของ ตร.ยศนายสิบได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามขั้นตอน ซึ่งจะถูกสั่งให้ออกจากราชการหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับทางผู้บังคับบัญชา   พร้อมกันนี้ได้เปรียบเทียบข้อกฎหมายของการกรรโชกทรัพย์และการปล้นทรัพย์ รวมถึงตีแผ่พฤติกรรมตำรวจนอกรีตที่กระทำการไม่เหมาะสมต่อประชาชน      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q_Brfxjo1mw    

 9,038
สังคม-อาชญากรรม
04 ธ.ค. 60

อัยการพังงาผัดฟ้อง 11 ผู้ต้องหา รุมโทรมเด็กหญิง 15 บ้านเกาะแรดครั้งที่ 6

พังงา อัยการผลัดฟ้อง 11 ผู้ต้องหารุมโทรมเด็ก 15 บ้านเกาะแรด ครั้งที่ 6 ด้านผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการร้องเรียนพฤติกรรมของพนักงานสอบสวนคดีรุมโทรมเด็ก และมีการเสนอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน   จากกรณีที่ แม่ของเด็กหญิง อายุ 15 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.โคกกลอย ว่า กลุ่มชายในหมู่บ้านเกาะแรด ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา และ หมู่บ้านใกล้เคียง ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา กว่า 40 คน กระทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับผู้ต้องหามาได้ทั้งสิ้น 11 คน และมีการประกันตัวออกมาสู้คดีจำนวน 10 คน ส่วนอีก 1 คน ยังฝากขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดพังงา เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์การขอใช้เงินของกองทุนยุติธรรมในการสู้คดี   ล่าสุด วันที่ 4 ธ.ค.60 นายสรรเพชร ทิพย์มณเทียร ทนายความของผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ศาลจังหวัดพังงาได้ทำการฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 11 คน ตั้งแต่ เดือนกันยายน 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการฝากขับมาแล้วทั้งสิ้นจำนวน 5 ครั้ง โดยวันนี้ อัยการจังหวัดพังงา ได้นัดผู้ต้องหาทั้ง 11 คน เข้าทำการส่งฟ้องที่ศาลจังหวัดพังงา แต่พบ ทางอัยการจังหวัดพังงา ได้ทำการผลัดฟ้องไปอีกครั้ง จึงเป็นการฝากขังครั้งที่ 6 จากนั้นผู้ต้องหาทั้งหมดจึงได้เดินทางกลับ ซึ่งในขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมนั้น อัยการ สามารถฝากขังผู้ต้องหาได้ไม่เกิน 7 ครั้ง ซึ่งคาดว่าอัยการจะส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 11 คน ในการฝากขังครั้งที่ 7 และหลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนกระบวนการในชั้นศาลต่อไป   ด้าน พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา เผยว่า จากก่อนหน้านี้ที่มีการร้องเรียนพฤติกรรมของพนักงานสอบสวนคดีรุมโทรมเด็ก และมีการเสนอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนนั้น ซึ่งกองกำกับการภูธรจังหวัดพังงา ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้อสรุปเบื้องต้นได้มีการลงโทษทางวินัย โดยการคาดโทษไว้ ส่วนด้านรูปคดี ไม่มีผลแต่อย่างใด ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 7,594
ข่าวภูมิภาค
21 ก.ย. 60

เหยื่อรุมโทรม ชี้ตัว 9 ผู้ต้องหาถูกต้องทั้ง 2 รอบ แต่ฝั่งผู้ต้องหาไม่ยอมรับขั้นตอน อ้างไม่ยุติธรรม

คืบหน้าคดีหญิงวัย 15 ปี ถูกรุมโทรมที่บ้านเกาะแรด จ.พังงา ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหา รวมทั้งสิ้น 9 คน เดินทางมายัง สภ.เขาหลัก ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า เพื่อให้ผู้เสียหาย ทำการชี้ตัวเป็นครั้งแรก หลังจากศาลอนุมัติหมายจับ ทั้ง 11 คน โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงได้ออกมายังห้องสอบสวน   โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวประชาชนกว่า 30 คน เข้าปะปนกับผู้ต้องหาจำนวน 9 ราย โดยให้เข้าไปในห้องเป็นชุด ๆ เพื่อให้เหยื่อการรุมโทรมทำการชี้ตัว ซึ่งพบว่า ในการชี้ตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้ง จะมีผู้เข้าร่วมปะปนเข้าไปและผู้กระทำความผิดรอบละ 5 คน ซึ่งเหยื่อการรุมโทรมได้ทำการชี้ตัวถูกต้องทั้ง 9 คน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ไปที่ห้องสอบสวน เพื่อทำการลงลายมือชื่อ ซึ่งพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 9 ปฎิเสธการลงลายมือชื่อ แต่ขอลงบันทึกประจำวันถึงสาเหตุที่ไม่ลงลายมือชื่อยอมรับการชี้ตัว   ด้าน นายสรรเพชร ทิพย์มณเทียร ทนายความเปิดเผยว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้มีการเตรียมคนที่มีลักษณะใกล้เคียงไปร่วมในการชี้ตัว แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีการซ้อนแผนหลายชั้นจึงทำให้บุคคลกระจัดกระจายไปหมด ทำให้ในการชี้ตัวมีเพียงคนของเจ้าหน้าที่ ที่ทำการจัดหามา เบื้องต้นพบว่า ผู้ที่ปะปนเข้าไปในกระบวนการชี้ตัว ไม่ได้มีการแต่ตัวให้คล้ายกับผู้ถูกกล่าวหา ไม่ได้เลือกคนที่มีอายุใกล้เคียงกันเข้าไปในห้องชี้ตัว บางคนเข้าไปหลายรอบ รวมทั้งมีการเรียกชื่อผู้ที่เข้าไปแต่ไม่มีการเรียกชื่อผู้ถูกกล่าวหา จึงทำให้ผู้ชี้สามารถชี้ได้ถูกต้องทั้ง 2 ครั้ง   จึงได้แนะนำให้ ลูกความของตน ทำการปฎิเสธการลงลายมือชื่อยอมรับการชี้ตัว แต่ให้ลงบันทึกประจำวันถึงสาเหตุของการคัดค้านการลงลายมือชื่อแทน ซึ่งพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 9 ได้ปรึกษากัน และ ใช้แนวทางดังกล่าว   ด้าน พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา เผย กระบวนการชี้ตัวในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำตามขั้นตอนและกระบวนการมาตรฐานไม่ว่าจะเป็นการหาผู้ที่มีอายุใกล้เคียงกัน บุคคลที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน มาร่วมกระบวนการ ส่วนสาเหตุที่มีบางคนวนซ้ำเข้ามาในกระบวนการชี้ตัวนั้นก็เป็นตามขั้นตอนปกติที่จะต้องวนไปวนมา ซึ่งหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ก็จะทำการเก็บหาหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนจะสรุปสำนวนส่งให้อัยการ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nfGOAkrHWv4    

 2,103
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ย. 60

ผู้ต้องหาคนที่ 11 คดีรุมโทรมสาว 15 บ้านเกาะแรดเข้ามอบตัว

พังงา-ผู้ต้องหาคนที่ 11 คดีรุมโทรมสาวอายุ 15 ปีที่บ้านเกาะแรด ตามหมายศาลจังหวัดพังงา เป็นชายอายุ 53 ปี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกกลอย โดยมีทางทนาย และญาติๆได้เดินทางเข้าให้กำลังใจ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด และสอบปากคำ ซึ่งมีทางทนายส่วนตัวได้นั่งรับฟัง เบื้องต้นจากการสอบปากคำในชั้นพนักงานสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QMBzcyaOJG8    

 7,189
ข่าวภูมิภาค
18 ก.ย. 60

ทนายแจงความคืบหน้า 11 ผู้ต้องหาบ้านเกาะแรดข่มขืนสาว 15

ความคืบหน้าคดีรุมโทรมหญิง 15 ปี ที่บ้านเกาะแรด จ.พังงา นายสรรเพชร ทิพย์มณเทียร ทนายผู้รับว่าความให้กับ 5 ใน 8 ผู้ต้องหาคดีข่มขืนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี หลังจากศาลจังหวัดพังงาอนุมัติหมายจับไปก่อนหน้า กล่าวว่า หลังจากที่ศาลจังหวัดพังงาได้ออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มอีกจำนวน 3 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัวมา 2 คน ตนและทีมทนายความจึงได้เดินทางมายัง สภ.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เพื่อที่จะร่วมรับฟังการสอบสวน ซึ่งขณะนี้ ทีมทนายความได้ให้การดูแลเพิ่มจาก 5 คน เป็น 7 คน ส่วนที่เหลือ ผู้ถูกกล่าวหามีทนายของตนเอง   ซึ่งการกล่าวหาผู้ต้องหา 3 คนหลัง เป็นส่วนที่เข้ามาเกี่ยวข้องภายหลังซึ่งเป็นคนละช่วงเวลากับ 5 คนแรก เกิดขึ้นในช่วงเดือน ธันวาคม ส่วนที่เจ้าหน้าที่มีการตรวจพบว่าปัสสาวะเป็นสีม่วงนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นสารเสพย์ติดหรือไม่ แต่หากพบว่าเป็นสารเสพย์ติดก็ต้องให้รับสารภาพไป ซึ่งขณะนี้ญาติได้เตรียมหลักทรัพย์เอาไว้แล้วเพื่อทำการประกันตัวหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการส่งศาลเพื่อฝากขัง   ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คน ที่ยังไม่ได้รับการประกันตัวและยังคงอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดพังงานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอคณะกรรมการยุติธรรม อนุมัติเงินกองทุนยุติธรรม ซึ่งความว่าจะทราบผลภายในเวลา 1 เดือน โดยขณะนี้ทีมทนายยังไม่ได้เดินทางไปพบปะพูดคุยกับผู้ที่ยังอยู่ในเรือนจำ   ส่วนอีก 4 คน ที่ได้รับการประกันตัว ทางทีมทนายก็ได้เข้าไปพบปะพูดคุยเพื่อนำความจริงออกมาให้มากที่สุด โดยทุกคนยังคงให้การปฎิเสธ และรับไม่ได้เนื่องจากเป็นคำกล่าวหาที่เหวี่ยงแหเข้ามา เป็นคำกล่าวหาที่กว้างเกินไปไม่สามารถระบุวันเวลาใดๆ เพื่อให้ผู้ต้องหาสามารถหาข้อแก้ต่างได้ กล่าวต่อ โดยขณะนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย ยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งยังไม่มีการตัดสินจากศาล จึงอยากให้สังคมรอรับฟังความจริงว่าเป็นเช่นไร อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าใครเป็นคนดีหรือคนไม่ดี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MVgkxuu6mcM    

 3,169

Top