ค้นหา :

ผลการค้นหา "โฆษณา"

ต่างประเทศ
05 มิ.ย. 60

ใครชอบสร้างวิดีโอลง youtube ฟังทางนี้! มาตรการใหม่ ไม่ลงโฆษณาบนวิดีโอเนื้อหารุนแรง

หลังมีบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯหลายบริษัทถอนการลงโฆษณาออกจากเว็บไซต์ Youtube เว็บไซต์วิดีโอชื่อดังของโลก เนื่องจากโฆษณาดังกล่าวไปอยู่บนวิดีโอที่มีเนื้อหารุนแรง เช่น วิดีโอสนับสนุนการก่อการร้าย เป็นต้น ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทที่ลงโฆษณาเสื่อมเสีย Youtube จึงออกมาตรการป้องกันเนื้อหาที่มีความรุนแรง แต่ยังไม่ถึงขั้นผิดกฎของ Youtube โดยไม่ให้โฆษณาไปปรากฎที่วิดีโอนั้น   วิดีโอที่เข้าข่ายนี้ (มีความรุนแรง แต่ยังไม่ถึงขั้นผิดกฎ) ได้แก่    1. วิดีโอที่มีเนื้อหาส่งเสริมการเลือกปฏิบัติ หรือดูหมิ่น เหยียดหยามบุคคล หรือกลุ่มบุคคลจากเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ สัญชาติ ศาสนา ความทุพพลภาพ อายุ สถานภาพทางทหาร รสนิยมทางเพศ หรืออัตลักษณ์ทางเพศ หรือลักษณะอื่นๆที่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติหรือการแบ่งแยก   2. วิดีโอที่เกี่ยวกับการใช้ตัวละครแบบครอบครัว ที่มีส่วนร่วมในการทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อาทิ การใช้ความรุนแรง พฤติกรรมทางเพศ การกระทำที่เลวทราม หรืออื่นๆ แม้ว่าจะเป็นไปเพื่อความตลกขบขันหรือเพื่อต้องการเสียดสีก็ตาม   3. เนื้อหาที่ก่อให้เกิดความไม่สงบหรือหยาบคายโดยไม่จำเป็น เช่น วิดีโอที่ใช้ภาษาไม่สุภาพโดยไม่จำเป็น ซึ่งทำให้บุคคล หรือกลุ่มบุคคลถูกดูหมิ่น หรือหมิ่นประมาท   Youtube ระบุผ่านบล็อกของบริษัทว่า นอกจาก Youtube ตระหนักว่าจะต้องปรับปรุงการสื่อสารเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ไปยังผู้ผลิตวิดีโอ หรือ creators แล้ว Youtube ยังต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผู้ลงโฆษณา ที่จะให้โฆษณาปรากฎบนเนื้อหาที่ผู้ลงโฆษณาคิดว่าเหมาะสมกับแบรนด์สินค้าเท่านั้น   ทั้งนี้ การไม่มีโฆษณาปรากฎบนวิดีโอ หมายถึงผู้ผลิตวิดีโอจะไม่ได้รับรายได้จากค่าโฆษณา ซึ่งผู้ผลิตวิดีโอหลายรายเดิมก็หารายได้ด้วยวิธีนี้

 4,646
ต่างประเทศ
26 พ.ค. 60

"กูเกิล" เผย เตรียมติดตามข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและเดบิตของผู้ใช้ในสหรัฐฯ

กูเกิล บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของโลกกำลังวางแผนที่จะสร้างบริการติดตามการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตนับพันล้านใบ เพื่อให้นักโฆษณาทราบว่าแคมเปญโฆษณาออนไลน์นั้น ทำให้คนไปซื้อสินค้าจริงนอกระบบออนไลน์ได้เพียงใด บริการนี้จะเก็บข้อมูลจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตกว่า 70% ในสหรัฐอเมริกา โดยมี "บริษัทผู้ร่วมมือ" ช่วยเก็บข้อมูลการใช้จ่ายเหล่านั้นมาให้กูเกิล   เดิมกูเกิลเองมีข้อมูลผู้ใช้ปริมาณมหาศาลอยู่แล้ว ซึ่งเก็บมาระหว่างการให้บริการต่างๆ อาทิ AdWords บริการโฆษณาออนไลน์ หรือ Google Analytics ที่จะคอยเก็บข้อมูลพฤติกรรมการท่องเว็บไซต์แต่ละเว็บ และ DoubleClick บริการนายหน้าพื้นที่โฆษณา ยิ่งไปกว่านั้น กูเกิลยังเก็บข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ของมือถือว่าเราไปที่ไหนมาด้วย ซึ่งเมื่อรวมกับข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและเดบิตแล้ว ทั้งหมดนี้จะช่วยให้กูเกิลวิเคราะห์ได้เมื่อผู้ใช้งานอย่างเราๆ เห็นโฆษณา ตามด้วยการค้นหาสินค้าที่โฆษณา และไปซื้อสินค้านั้นจริงๆ   แน่นอนว่าเรื่องนี้ทำให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนทั้งหลายในสหรัฐฯ ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลขึ้นมาทันที   นายมาร์ค โรเทนเบิร์ก ผู้อำนวยการบริหารของศูนย์สารสนเทศด้านความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์ (EPIC) ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยอิสระเพื่อประโยชน์สาธารณะในสหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาล รวมทั้งสภาคองเกรสขอคำตอบจากกูเกิลให้ได้  ว่ากูเกิลและบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ มีวิธีเก็บข้อมูลจากผู้ใช้งานอย่างไร และใช้ข้อมูลเหล่านี้อย่างไร   "สิ่งที่น่าสนใจจริงๆสำหรับผม คือการที่บริษัทต่างๆเริ่มมีการเก็บข้อมูลในเชิงรุกมากขึ้น และการเก็บข้อมูลเหล่านี้ยังดูกลายเป็นความลับ (ที่ผู้ใช้ไม่ค่อยทราบ) มากขึ้นด้วย" มาร์คระบุ   เรื่องนี้กูเกิลยืนยันว่า กูเกิลไม่ได้เข้าถึงข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและเดบิตของผู้ใช้งานแต่ละคนโดยตรง แต่จะได้รับข้อมูลจาก "บริษัทผู้ร่วมมือ" มาอีกทอดหนึ่ง ในขณะเดียวกันบริษัทที่เป็นผู้ผลิตสินค้า ก็จะเห็นเพียงจำนวนของการซื้อสินค้าที่เกิดขึ้นจริงจากการโฆษณาออนไลน์ โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลผู้ใช้ใดๆ   นอกจากนี้ กูเกิลยังพัฒนาเทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูลแบบใหม่ด้วยสูตรทางคณิตศาสตร์อันซับซ้อน ที่จะช่วยให้ข้อมูลการใช้จ่ายที่ได้มาเหล่านี้เป็นส่วนตัว ปลอดภัย และไม่เปิดเผยตัวตนของผู้ใช้งานทั้งในระบบของกูเกิลและในฝั่งผู้ผลิตสินค้า แต่กูเกิลไม่ยอมเปิดเผยว่าใครเป็น "บริษัทผู้ร่วมมือ" ในการเก็บข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตร และไม่เปิดเผยวิธีการในการเก็บข้อมูลเหล่านี้ด้วย   อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานก็ยังมีสิทธิ์ไม่อนุญาตให้กูเกิลนำข้อมูลส่วนตัวที่เก็บได้ไปใช้ในการเลือกแสดงโฆษณา และสามารถลบประวัติสถานที่ที่ตัวเองเดินทางไปในระบบกูเกิลได้ ด้วยการไปตั้งค่าบัญชีของตัวเองเพื่อปิดการทำงานเหล่านี้   องค์กร Big Brother Watch ซึ่งเป็นองค์กรที่รณรงค์ด้านเสรีภาพพลเมืองและการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลในอังกฤษ ยังแนะนำให้ผู้ใช้จำกัดการให้ข้อมูลในระบบดิจิตอล เช่น อย่าทิ้งอีเมล์ไว้ในใบเสร็จดิจิตอลต่างๆ และหมั่นตรวจสอบข้อกำหนดการให้บริการอยู่เสมอ เป็นต้น   ขณะนี้บริการนี้ยังจำกัดอยู่เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น คงต้องติดตามก้าวต่อไปว่ากูเกิลจะขยายบริการนี้ออกไปในอนาคตหรือไม่

 5,633
เศรษฐกิจ
20 พ.ค. 60

15 เว็บไซต์หัวไทยชั้นนำ ผนึกกำลังสู้ศึกโฆษณาออนไลน์ แถลง “มีข้อมูลคนท่องเว็บไซต์กว่า 83 ล้านเครื่อง!!!”

             12 องค์กรสื่อเว็บไซค์ชื่อดังของไทยแถลงข่าวเปิดตัว “สมาคมการค้าสื่อออนไลน์คุณภาพ” หรือ OPPA หวังยกระดับการโฆษณาบนเว็บไซต์ให้มีมาตรฐาน ตอบสนองเป้าหมายของแบรนด์และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ เปิดตัวใหญ่เป็นครั้งแรกในอาเซียน ยกทัพเทคโนโลยีช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เผยข้อมูลคนเข้าเว็บไซต์ชื่อดังกว่า 7.5-10 ล้านเครื่องต่อวัน ชมผ่านมือถือเกือบร้อยละ 80 รัฐคาดช่วยดึงเม็ดเงินโฆษณาให้อยู่ในประเทศ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยตามนโยบายดิจิตัล 4.0             ขยับตัวสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ สำหรับองค์กรสื่อดิจิทัลประเภทเว็บไซต์รวม 12 องค์กร ได้แก่ BEC-TERO Entertainment PCL., Dek-d.com, Kapook.com, เมเจอร์ซินีเพล็กซ์กรุ๊ป, Manager Online, Mthai.com, NationTV, OTV, pantip.com, หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์, Sanook.com, หนังสือพิมพ์สยามกีฬา และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ แถลงข่าวเปิดตัว “สมาคมการค้าสื่อออนไลน์คุณภาพ” (Online Premium Publishing Association – OPPA) ซึ่งเป็นสมาคมที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมมาตรฐานการโฆษณาบนสื่อออนไลน์ในประเทศไทย              OPPA มีจุดเด่นที่การเปลี่ยนเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลโดยใช้ Cookies ร่วมกันในทุกเว็บในเครือ เพื่อติดตามว่าผู้ใช้สนใจเนื้อหาประเภทใดได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผู้ใช้งานจะออกจากเว็บหนึ่งไปอีกเว็บหนึ่งแล้วก็ตาม ซึ่งต่างจากระบบเดิมที่แต่ละเว็บไซต์จะเก็บข้อมูลแยกกันเอง วิธีใหม่นี้จะทำให้การกำหนดกลุ่มเป้าหมายของนักโฆษณาทำได้ดียิ่งขึ้น             OPPA ยังสร้างระบบแพลตฟอร์มในการลงโฆษณาด้วยตนเองสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่ได้ใช้เอเจนซี่ หรือกลุ่มเอสเอ็มอี ที่เรียกว่า Self Service Dashboard ที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกลงโฆษณาได้ด้วยตนเองอย่างครบวงจร ภายใต้งบประมาณและกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ เทคโนโลยีเหล่านี้ OPPA ได้รับความร่วมมือจากบริษัทเทคโนโลยีโฆษณาชื่อดังของโลก อาทิ D.A.Consortium, Innity, IPONWEB เป็นต้น และในอนาคตจะมีการยกระดับเทคโนโลยีเพื่อทำให้โฆษณามีประสิทธิภาพดึงดูดใจผู้บริโภคมากขึ้นไปอีก              อีกสิ่งหนึ่งที่ OPPA ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง คือการสร้างความปลอดภัยของแบรนด์ (Brand Safety) และเน้นอัตราที่โฆษณาจะถูกมองเห็น (View ability) เพื่อให้ทั้งผู้ผลิตคอนเทนต์และผู้ลงโฆษณามั่นใจได้ว่า โฆษณาที่ดีจะอยู่ควบคู่ไปกับคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และอยู่ในตำแหน่งที่ “ดีที่สุด” ที่ผู้อ่านจะมองเห็นได้             นอกจากนี้ผู้ลงโฆษณายังมีทางเลือกในการลงโฆษณากับเว็บในกลุ่ม OPPA ได้มากกว่า 1 เว็บไซต์ในคราวเดียวกัน ซึ่งหากประกอบกับปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ในกลุ่ม OPPA (วัดจากที่อยู่ของคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์พกพาหรือ IP Address) ซึ่งมีมากถึง 7.5-10 ล้านเครื่องที่ไม่ซ้ำกันต่อวัน และมีการเก็บข้อมูลผู้เข้าชมแล้วมากถึง 83 ล้านเครื่อง จะพบว่าเว็บไซต์ในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว             ซึ่งภายในงาน OPPA Open House ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีบุคคลในแวดวงการตลาด เอเจนซี่ และวงการสื่อดิจิทัลมาร่วมงานอย่างคับคั่ง               ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร เลขาธิการสมาคมฯ และ Group Director - Online Business & Ticketing  จากเครือบีอีซี-เทโร และนายโชค วิศวโยธิน Assistant Managing Director จากกระปุกดอทคอมระบุว่า OPPA มีการทดลองระบบมากว่าครึ่งปี การนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยให้ผู้ลงโฆษณาเลือกลงโฆษณาได้ง่ายและดีขึ้น และสร้างประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีแก่ผู้บริโภค             “ต่อไปนี้การเจาะกลุ่มผู้บริโภคจะกว้างขวางขึ้น โดยไม่ใช้แค่ข้อมูลพื้นฐาน แต่จะเก็บพฤติกรรมการใข้งานและบริบทมาวิเคราะห์ ซึ่งในระยะต่อไปก็จะมีการพัฒนาต่อ อาทิ จะเน้นพัฒนาโฆษณาแบบ Programmatic, การทำ Ad Series, สร้างความปรารถนาในการซื้อของลูกค้า จนตัดสินใจซื้อ เป็นต้น ซึ่งเอเจนซี่ หรือภาคเอกชนที่ต้องการซื้อสื่อโฆษณาก็จะต้องพัฒนาโฆษณาให้มีความสร้างสรรค์ เน้นการทำตลาดแบบบูรณาการ และวางแผนงบประมาณเพื่อตัดสินใจเลือกสื่อที่ถูกต้อง”                     ขณะที่ผู้บริหารพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยีของ OPPA จาก D.A.Consortium, Innity, IPONWEB,  Aol, Taboola และ Brightcove ต่างมองว่า ประเทศไทยยังต้องการคลังข้อมูลสำหรับการนำเสนอโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงเทรนด์การเข้าถึงโฆษณาในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เน้นไปที่บนอุปกรณ์เคลื่อนที่มากกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล รวมทั้งระบุว่าเนื้อหาที่กำลังได้รับความสนใจในยุคนี้คือเนื้อหาประเภทวิดีโอ ซึ่งได้ผลดีกว่าการใช้ข้อความหรือภาพนิ่ง                ในช่วงท้ายมีการเสวนาเกี่ยวกับอนาคตของการโฆษณาออนไลน์ในประเทศไทย โดยนายชัยดิษฐ์ หุตานุวัตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การค้า SHOW DC มองว่าสื่อออนไลน์เป็นจุดสำคัญที่จะเชื่อมการโฆษณาไปยังสื่อแบบ on-air และ on-ground ด้านนางสาวพัชรี เพิ่มวงศ์อัศวะ จากสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ระบุว่าเทคโนโลยีของ OPPA จะช่วยให้การ Targeting มีประสิทธิภาพมากขึ้น เห็นเส้นทางการใข้งานของผู้ใช้ต่อเนื่องจากเว็บหนึ่งไปสู่อีกเว็บหนึ่ง                   ส่วนตัวแทนภาครัฐคือนายเอกพงศ์ หริ่มเจริญ จากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกล่าวว่า ภาครัฐยินดีส่งเสริมภาคเอกชนในการรวมตัวกัน เพราะเม็ดเงินด้านการโฆษณาออนไลน์จะได้อยู่ในประเทศเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามภาครัฐอาจต้องทำงานในระดับมหภาค ซึ่งจะมีแต้มต่อในการเจรจากับต่างประเทศ และนายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ จากเว็บไซต์พันทิปก็เชื่อว่า การเน้นความปลอดภัยของแบรนด์ที่ OPPA ให้ความสำคัญจะทำให้ภาพลักษณ์ของทั้งสินค้าที่ลงโฆษณาและภาพลักษณ์ของเว็บไซต์คอนเทนต์ต่างๆ ดีขึ้นทั้งสองฝ่าย              นอกจากนี้ผู้บริหาร 12 องค์กรสื่อสมาชิกสมาคมฯ ยังได้ตอบคำถามผู้เข้าร่วมงาน อาทิ เรื่องหลักเกณฑ์ในการรับสมาชิกของ OPPA เพิ่มเติม ซึ่งจะมีการประกาศหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการในภายหลัง แต่เบื้องต้นเน้นการพิจารณาจากการมีเทคโนโลยีที่ใช้ร่วมกัน, การเน้นความปลอดภัยของแบรนด์และเรื่องลิขสิทธิ์ รวมถึงการมีช่องทางพิเศษสำหรับเอเจนซี่ที่อาจมีลูกค้าเป็นจำนวนมากให้เข้าใช้งานระบบของ OPPA ได้ในรูปแบบที่แตกต่าง เป็นต้น                 การแถลงข่าวครั้งนี้นับเป็นก้าวแรกของการยกระดับมาตรฐานวงการโฆษณาออนไลน์ไทย และเป็นครั้งแรกในอาเซียนที่ภาคเอกชนสามารถรวมตัวกันสร้างความเข้มแข็งในอุตสาหกรรม ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ www.oppathailand.com ต่อไป

 6,354
สังคม-อาชญากรรม
19 พ.ค. 60

กระทะ korea king ระงับออกอากาศโฆษณาตามคำสั่ง สคบ. แจง 'วู้ดดี้' เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์

บริษัทกระทะยี่ห้อดัง KOREA KING ออกหนังสือชี้แจงหลังตกเป็นข่าวกรณีโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกี่ยวกับกระทะเกินจริง และได้เข้าชี้แจงกับคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. โดยเบื้องต้นได้ระงับการออกอากาศโฆษณาสินค้าทุกรุ่นแล้ว และจะมีการปรับแก้ไขโฆษณาให้เหมาะสมต่อไป พร้อมยืนยันว่า นายวุฒิธร มิลินทจินดา หรือ วู้ดดี้  เป็นเพียงแค่พรีเซ็นเตอร์ของสินค้าเท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tZb_hc6AuPY

 11,061
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 พ.ค. 60

บริษัทกระทะยี่ห้อดัง เผยระงับออกอากาศโฆษณาแล้ว ชี้แจ้ง 'วู้ดดี้' เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์

              บริษัทกระทะยี่ห้อดัง ออกหนังสือชี้แจงหลังตกเป็นข่าวกรณีโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกี่ยวกับกระทะเกินจริง และได้เข้าชี้แจงกับคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. โดยเบื้องต้นได้ระงับการออกอากาศโฆษณาสินค้าทุกรุ่นแล้ว และจะมีการปรับแก้ไขโฆษณาให้เหมาะสมต่อไป พร้อมยืนยันว่า นายวุฒิธร มิลินทจินดา หรือ วู้ดดี้  เป็นเพียงแค่พรีเซ็นเตอร์ของสินค้าเท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทแต่อย่างใด  

 9,641
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ค. 60

สคบ.สั่งฟันโคเรียคิง ให้หยุดโฆษณาเกินจริง ทนายขู่ฟ้องคนทำเสียชื่อเสียง

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. มีมติให้ยุติการโฆษณากระทะยี่ห้อโคเรียคิง เนื่องจากการตั้งราคาและคุณสมบัติที่โฆษณา ถือว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค พร้อมให้ปรับแก้ข้อความโฆษณา ยืนยันไม่ได้ห้ามจำหน่าย   ศาสตราจารย์วีระพงษ์ บุญโญภาส ประธานคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. กล่าวภายหลังพิจารณากรณีการโฆษณาขายกระทะยี่ห้อโคเรียคิง ที่นำเข้าโดยบริษัท วิซาร์ด โซลูชั่น จำกัด ว่าการโฆษณาขายกระทะทั้งสองรุ่น ในราคา 15,000 บาทและ 18,000 บาท นั้น ไม่เป็นไปตามที่อ้างอิงจากบริษัทแม่ที่ประเทศเกาหลีใต้ ถือเป็น Fake original Price การตั้งราคาสูงกว่าความเป็นจริง ถือว่าส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค และเกิดการแข่งขันที่ ไม่เป็นธรรม จึงได้สั่งห้ามโฆษณาในลักษณะนี้ โดยให้มีผลทันที   หลังจากนี้จะให้มีการปรับแก้ข้อความ ในโฆษณาพร้อมยืนยันว่า ไม่ได้ห้ามการจำหน่ายสินค้าแต่อย่างใด ส่วนผลการตรวจสอบคุณภาพกระทะจาก 3 หน่วยงาน ขณะนี้ยังรอผลการตรวจสอบอีก 2 หน่วยงาน เบื้องต้นผลจากนักวิชาการด้านเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า กระทะทั้ง 2 รุ่น ไม่มีสารเคลือบ 8 ชั้นตามที่กล่าวอ้าง โดยรุ่นโกลด์ซีรี่ย์ มีเพียง 5 ชั้น และรุ่นไดมอนด์ ซีรี่ย์ มีเพียง 2 ชั้น และหลังจากนี้หากผลการตรวจสอบของ 3 หน่วยงานออกมาระบุชัดเจน ทางผู้บริโภคสามารถร้องเรียนผ่านทาง สคบ. ได้   ด้านที่ปรึกษาด้านกฎหมายของบริษัทที่นำเข้ากระทะยี่ห้อโคเรียคิง ยืนยันการตั้งราคาและคุณสมบัติที่โฆษณาเป็นไปตามเอกสารที่รับรองมาจากบริษัทแม่ที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องรอผลการพิจารณาผลตรวจสอบจาก 3 หน่วยงาน ที่ สคบ.มอบหมายให้ตรวจสอบ ว่าจะสรุปผลออกมาว่าเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค หรือ โฆษณาเกินจริงหรือไม่ ซึ่งหากผลออกมาดังกล่าว ก็จะดำเนินการฟ้องร้องค่าเสียหายกับบริษัทแม่   ส่วนการตั้งราคาจำหน่ายนั้น ยืนยันว่า ตั้งตามข้อมูลที่บริษัทแม่กำหนดไว้ ซึ่งผู้ที่เป็นตัวแทนจำกน่ายทุกรายต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพราะหากละเมิดนโยบายบริษัทตัวแทนจะถูกยกเลิกการเป็นผู้จัดจำหน่ายทันที โดยในวันนี้ทางคณะกรรมการฯต้องการที่จะฟังคำชี้แจงจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของบริษัทฯไม่ใช่ตัวแทนด้านกฎหมาย พร้อมกันนี้ทางบริษัทที่นำเข้าเตรียมพิจารณาดำเนินการกับผู้ที่นำเสนอข่าวทำให้บริษัทเสื่อมเสีย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TfX9CPuXt3U    

 15,303
เศรษฐกิจ
17 พ.ค. 60

ด่วน ! สคบ.มีมติสั่งห้ามโฆษณากระทะโคเรียคิง มีผลทันที เหตุโฆษณาเกินจริง ชี้ไม่มีการเคลือบ 8 ชั้นตามที่อ้าง

วันนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้แถลงข่าว กรณีการตรวจสอบกระทะโคเรียคิง หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ กรณีการตั้งราคา โฆษณาเกินจริง โดยทางสคบ.ระบุว่า จากการตรวจสอบ พบว่าผู้ประกอบการใช้วิธีการโฆษณาที่ไม่เป็นธรรม โดยการตั้งราคาสูง อ้างคุณสมบัติของสินค้า ว่ามีคุณภาพสูง และใช้การตลาดแบบขายตรง ที่ให้ผู้บริโภครีบโทรไปสั่งซื้อ เพื่อให้ได้สินค้าในราคาที่ถูกกว่าราคาเต็ม  การโฆษณาดังกล่าวถือเป็นการโฆษณาไม่เป็นธรรม มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค จึงมีมติสั่งห้ามโฆษณากระทะยี่ห้อดังกล่าวอีกโดยเด็ดขาด ให้มีผลทันทีในวันนี้ แต่ยังสามารถขายสินค้าได้ตามปกติ   ส่วนกรณีผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าไปแล้ว ต้องการนำมาขอเงินคืน สามารถทำได้ตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้ การขอเงินคืนจะต้องพิจารณาตามสภาพสินค้า ที่มีการใช้งานไปแล้ว และจะได้รับเงินตามสัดส่วนที่พิจารณา   ส่วนกรณีการตรวจสอบคุณภาพของกระทะ ทางสคบ.ยังได้รับผลการตรวจไม่ครบถ้วน ยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะ แต่เบื้องต้นยืนยันว่า กระทะไม่ได้มีการเคลือบ 8 ชั้นตามที่กล่าวอ้าง พบเพียง 2 หรือ 5 ชั้น ในบางรุ่นเท่านั้น ส่วนสารที่ใช้เคลือบเป็นสารอะไรนั้น ต้องรอผลการตรวจต่อไป 

 19,435
สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ค. 60

'อ.อ๊อด' เผยผลผ่าพิสูจน์ 'กระทะดัง' ชี้ผลิตจากจากอลูมิเนียม สคบ.เร่งสรุปหลอกลวงผู้บริโภคหรือไม่

อาจารย์อ๊อด-วีรชัย พุทธวงศ์ ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้ประชุมหารือ ถึงผลการตรวจกระทะยี่ห้อดัง    โดยอาจารย์วีรชัย เปิดเผยว่า การทดสอบครั้งนี้ ได้นำกระทะ 4 ยี่ห้อมาพิสูจน์ ว่ามีความต่างกันอย่างไร ผลตรวจสอบเบื้องต้น กระทะยี่ห้อดังผลิตจากอลูมิเนียม ส่วนสารเคลือบต่างๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างประมวลผล จากห้องทดลอง ว่ามีการเคลือบ 8 ชั้นตามที่โฆษณากล่าวอ้างหรือไม่ ซึ่งผลทดสอบคืบหน้าไปมากกว่า 90% ในวันพรุ่งนี้จะส่งผลอย่างเป็นทางการให้กับสคบ. เพื่อพิจารณาตามข้อกฎหมายต่อไป   โดยประเด็นที่ กระทะยี่ห้อดังกล่าว โฆษณาว่า เคลือบสารไทเทเนียม อ.วีระชัยให้ข้อมูลว่า ไทเทเนียม เป็นโลหะ แข็งแรง มีความทนทานสูง หากนำมาใช้นั้นจะมีต้นทุนสูงกว่าอลูมิเนียมมาก แต่ถ้าเป็นอลูมิเนียม ก็ไม่ต่างจากกระทะ เทฟล่อนทั่วไป ซึ่งมีราคาถูกหลักร้อย และที่สำคัญ อาจมีผลข้างเคียง หากนำไปใช้ผิดวิธี เพราะกระทะอลูมิเนียม เคลือบ เทฟล่อน ทนความร้อนได้ต่ำ หากนำไปใช้กับเตาแก๊ส เป็นเวลานาน จะทำให้สารเปลี่ยนสถานะ จากของแข็งเป็นของเหลว ปนมาในอาหาร เป็นอันตรายระยะยาว จึงอยากฝากเตือน ให้ผู้ผลิตอย่าปิดบังข้อมูล เพราะผู้บริโภค จะได้นำไปใช้อย่างถูกวิธี   ขณะที่ เจ้าหน้าที่สคบ. เผยว่า ขณะนี้ต้องรอผลจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่กรมวิทยาศาสตร์บริการ ภาคเอกชน และนักวิชาการเคมี เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่า กระทะยี่ห้อดัง มีการโฆษณาอวดอ้าง เกินความเป็นจริงหรือไม่   ด้าน ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย นักเศรษฐศาสตร์ระบุ กรณีการโฆษณาของกระทะนี้ ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด ผู้ผลิตไม่จำเป็นต้องบอกราคาต้นทุนแก่ลูกค้า ซึ่งการตั้งราคาสูงหลักหมื่น ลดเหลือหลักพันก็ไม่ผิด ขึ้นกับความพึงพอใจของ 2 ฝ่าย หากเห็นว่าแพงไป ผู้บริโภคก็สามารถเลือกซื้อยี่ห้ออื่นๆได้ ซึ่งการใช้ปัจจัยการซื้อและการโฆษณาเป็นการสร้างแบรนด์ให้จดจำ แต่หากมีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ก็ต้องมีการตรวจสอบตามกฎหมาย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sAdJ1cRRQ3I    

 9,103
ประชาสัมพันธ์
28 เม.ย. 60

“ทีมไทย” ไม่เฮ...ไม่ได้แล้ว ดีใจกับสุดยอดรางวัลโฆษณาไทยที่ประกาศความเจ๋งบนเวทีระดับโลก d&ad

            ถ้าวงการกีฬามีการแข่งขันระดับโลกอย่างโอลิมปิค วงการโฆษณาก็มีเวทีแข่งขันระดับโลกอย่าง D&AD ที่จัดขึ้นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ประกาศผลเมื่อคืนวันที่ 27 เมษายน เป็นอีกเวทียิ่งใหญ่ไม่แพ้ Cannes ในปีนี้ CJ WORX, Ogilvy, TBWA, JWT ถือเป็นตัวแทนไปสร้างชื่อให้ชาวไทยบนเวทีแข่งขันไอเดียโฆษณาระดับโลก D&AD แบบเรียกได้ว่า…โกยมาเพียบ                หัวหอกงานนี้ หนีไม่พ้นไอเดีย The Unusual Football Field Project จาก CJ WORX                ซึ่งเป็น top advertising agency in Thailand ในงานนี้เลย เพราะเก็บมาได้ถึง 5 รางวัล ซึ่งก่อนหน้าก็คว้า 2 รางวัล Grandprix จาก Adfest มาได้ รวมถึงเป็นไอเดียที่ TIME ยกให้เป็น 1 ใน 25 สิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2016       CJ WORX กับผลงาน The unusual football field project https://www.youtube.com/watch?v=OonCSSNe-kw&t=3s   Ogilvy Group กับผลงาน Behind the leather https://www.youtube.com/watch?v=qs8yqcrqo1s       TBWA กับผลงาน Loving the night   JWT กับผลงาน Touchable ink https://www.youtube.com/watch?v=FV7Rg9LEoEY       ปีนี้เป็นอีกปีที่เอเยนซี่โฆษณาของไทยสร้างชื่อไปไกล เราคนไทยก็พร้อมส่งแรงใจเชียร์ให้สุดยอดความคิดเหล่านี้ ไปสร้างชื่อในเวทีอื่นๆ ต่อไป   ไทยแลนด์สู้ๆ ไทยแลนด์สู้ๆ     

 7,249
ประชาสัมพันธ์
26 เม.ย. 60

กรุ๊ปเอ็มกวาด 5 รางวัลใหญ่จาก สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย)

กรุงเทพฯ – กรุ๊ปเอ็ม (ประเทศไทย) กวาด 5 รางวัลใหญ่ของสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) จากงานมอบรางวัล DAAT AWARDS 2016 เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560   รางวัล DAAT AWARDS มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบรางวัลให้แก่บุคลากรด้านงานโฆษณาดิจิทัลที่มีผลงานโดดเด่นทางด้านต่างๆ ให้เป็นที่น่ายกย่อง และได้รับการยอมรับในระดับประเทศ โดยการประกวดครั้งนี้ กรุ๊ปเอ็ม (ประเทศไทย) เป็นเอเยนซี่ที่ได้รับรางวัลมากที่สุดถึง 5 รางวัล ได้แก่ Gold Award 1 รางวัล Silver Award 2 รางวัล และ Bronze Award 2 รางวัล ดังต่อไปนี้   Agency Head of the Year Gold Award – คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร กรุ๊ปเอ็ม (ประเทศไทย) Silver Award – คุณปัทมวรรณ สถาพร กรรมการผู้จัดการ มายด์แชร์ (ประเทศไทย)   Account Person of the Year Silver Award – สุบรรณ มณีมูล รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานลูกค้า เอ็มอินเตอร์แอคชั่น   Young Achiever of the Year Bronze Award – เกริก สถิรวงศ์วรรณ รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนสื่อดิจิทัล มายด์แชร์ (ประเทศไทย)   Creative of the Year Bronze Award – เชษฐชาย ช้างแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ เอ็มอินเตอร์แอคชั่น   เกี่ยวกับกรุ๊ปเอ็ม กรุ๊ปเอ็ม ผู้นำการบริหาร และจัดการธุรกิจสื่อสารการตลาดภายใต้กลุ่ม WPP ซึ่งมีบริษัทในเครือได้แก่มายด์แชร์, เอ็มอีซี,  มีเดียคอม, เเม็กซัส รวมทั้ง Xaxis แพลทฟอร์มการจัดการข้อมูลด้านดิจิทัล โดยมีจุดมุ่งหมายคือการพัฒนาประสิทธิภาพการปฎิบัติงานของบริษัทในเครือ WPP ให้ได้ผลสูงสุดผ่านการบริหาร และทำงานร่วมกับบริษัทต่างๆ ในเครือ ทั้งในด้านการซื้อพื้นที่สื่อ การสร้างสรรค์เนื้อหาสื่อ กีฬา การจัดการสื่อดิจิตอล การเงิน การสร้างเครื่องมือทางการตลาด และความสามารถต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจที่ สร้างผลประโยชน์สูงสุดให้แก่ลูกค้า และบริษัท   ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กรุ๊ปเอ็ม www.groupm.com. ติดตาม @GroupMWorldwide บน Twitter ติดตาม กรุ๊ปเอ็ม บน LinkedIn - https://www.linkedin.com/company/groupm

 2,767
ประชาสัมพันธ์
28 มี.ค. 60

cj worx สร้างชื่อให้ประเทศไทย คว้า 2 grande และอีก 9 รางวัล ขึ้นแท่นผู้นำเอเชียในฐานะ independent agency of the year ใน adfest 2017

         Adfest งานประกวดโฆษณาระดับนานาชาติที่มีประเทศเข้าร่วมจาก เอเชีย แปซิฟิค ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง มีผลงานเข้าร่วมมากกว่า 3,000 ผลงาน ระดับรางวัลเรียงจาก Bronze Silver และ Gold แต่มีรางวัลหนึ่งที่ถูกเลือกให้สูงกว่า Gold คือ Grande ซึ่งจะมีได้เพียง 1 รางวัลเท่านั้นในแต่ละหมวด (Category) ผลงาน The unusual football field ที่ทำโดย CJ WORX และ AP Thailand เป็นผลงานเดียวในงานที่ได้รับถึง 2 Grande ซึ่งหายากมากที่งานเดียวจะได้รับถึง 2 รางวัลสูงสุดพร้อมๆกัน และยังเป็นเอเจนซี่ไทยรายเดียวที่ได้รับถึง 2 Grande ในงานนี้     ซีเจเวิร์ค กับผลงานที่โดนใจกรรมการได้คว้าไป 11 รางวัล    Independent agency of the year Grande design award Grande media award 1 Gold outdoor guerrilla marketing award 1 branded content award 1 Silver Ambient award 5 Finalist awards     ผลงานที่ได้รับรางวัลคือ สนามฟุตบอลทรงแปลกๆ “The Unusual Football Field Project” จากลูกค้า AP Thailand. https://www.youtube.com/watch?v=OonCSSNe-kw&t=1s       ขอแสดงความยินดีและภูมิใจกับผลงานดิจิทัลเอเจนซี่ชื่อดังของไทยด้วยค่ะ  www.cjworx.com    

 1,034
ปากท้องร้องทุกข์
20 ก.พ. 60

พนง.สาวร้องถูกแฮคข้อมูลบัตรเครดิตซื้อโฆษณาเฟซบุ๊ค 3 ชม.สูญเงิน 4 พัน

ภัยร้ายโลกโซเชียลสาวพนักงานบริษัทดังใน อ.หาดใหญ่ ร้องถูกแฮคข้อมูลบัตรเครดิตนำไปลงโฆษณาในเฟสบุ๊คเพียง 3 ชั่วโมงสูญเงินกว่า 4,000 บาท   เมื่อเวลา11.00 น.วันนี้ (20ก.พ.) ที่สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา น.ส.สุดารัตน์ อุปกลิ่น อายุ 33 พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ หลังจากที่ถูกแฮคข้อมูลบัตรเครดิตในเฟสบุ๊คของตัวเองแล้วนำไปใช้ลงโฆษณาขายสินค้าผ่านเฟสบุ๊คโดยเรียกเก็บค่าโฆษณาผ่านบัตรเครดิตของตัวเองเพียงแค่3 ชั่วโมงต้องสูญเงินไปกว่า 4,000 บาท    น.ส.สุดารัตน์ ได้บอกถึงรายละเอียดของเรื่องดังกล่าวว่า เกิดขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับข้อความเรียกเก็บเงินผ่านโทรศัพท์มือถือว่าเป็นหนี้บัตรเครดิตกว่า 4,000 บาท จึงรู้สึกสงสัยเพราะในวันเวลาดังกล่าวไม่ได้ใช้บัตรเครดิต จึงได้ตรวจสอบรายละเอียดพบว่าเป็นการเรียกเก็บเงินค่าโฆษณาที่ลงในเฟสบุ๊คของเพจที่ชื่อว่า WatchoutLet ซึ่งเป็นการโฆษณาขายนาฬิกาข้อมือซึ่งอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย และเพียงแค่ 3 ชั่วโมงที่ลงโฆษณาต้องสูญไปกว่า 4,000 บาท    น.ส.สุดารัตน์ กล่าวว่า เพจดังกล่าวน่าจะแฮคข้อมูลบัตรเครดิตของตนมาจากเฟสบุ๊คของตนที่เปิดขายเครื่องสำอางซึ่งใช้ชื่อเพจว่า Mampuung Puung โดยตนได้ลงรายละเอียดบัตรเครดิตเอาไว้ด้วยเพื่อความสะดวกในการซื้อขายสินค้าผ่านเพจเฟสบุ๊ค และเหตุการณ์ในลักษณะนี้เพื่อของตนเองเคยถูกเพจเดียวกันแฮคข้อมูลบัตรเครดิตมาแล้วเช่นกัน จึงได้เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพื่อใช้ติดต่อกับกับธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตเรื่องเงินที่เสียไป

 6,742
กีฬา
14 ก.พ. 60

'มิคาอิล อันโตนิโอ' ชวนสาวออกเดทเต้นท่าดีใจสุดเกรียน ในโฆษณารองเท้าสตั๊ดแบรนด์ดัง

อัมโบร (UMBRO) แบรนด์สินค้ากีฬาชื่อดังเปิดตัวโฆษณาสตั๊ดตัวใหม่ ต้อนรับเทศกาลวันวาเลนไทน์ โดยมีมิคาอิล อันโตนิโอ ดาวเตะจากเวสต์แฮม ยูไนเต็ด มาเป็นพระเอกร่วมเล่นโฆษณาตัวนี้ ซึ่งในเนื้อหาโฆษณา เป็นกิจกรรมการออกเดทในวันวาเลนไทน์ของอันโตนิโอหลังจากดินเนอร์เสร็จกับสาวสวย และอันโตนิโอก็มีการเซอร์ไพรส์มอบของขวัญวาเลนไทน์กับสาว จากนั้นก็มีร่วมกันแดนซ์ซึ่งเป็นท่าดีใจต่างๆของนักฟุตบอลโดยมีท่าโรบ็อท ท่าดีใจของปีเตอร์ เคราช์กองหน้าจากสโต๊ค ซิตี้ ท่าหนอน ท่าตกปลา รวมถึงท่าแด็บที่ดาวเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกของทีมแมนฯยูไนเต็ดอย่าง ปอล ป็อกบา ชอบทำหลังจากฉลองประตูได้ด้วย

 5,815
ต่างประเทศ
13 ม.ค. 60

เฟซบุ๊กเปิดนโยบายรับมือเว็บข่าวปลอม เล็งแทรกโฆษณาช่วงถ่ายทอดสด

เฟซบุ๊ก เปิดตัวโปรเจคใหม่ The Facebook Journalism Project ไว้ต่อสู้กับเว็บข่าวปลอมที่ว่อนโลกโซเชียล โดยร่วมมือกับสำนักข่าวชั้นนำต่างๆ ป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอมผ่านทางเฟซบุ๊ก พร้อมกันนี้ยังมีแผนเผยแพร่โฆษณาระหว่าง facebook live ด้วย 

 1,461

Top