ค้นหา :

ผลการค้นหา "เลือกตั้ง"

การเมือง
13 ส.ค. 61

'สามมิตร' เมิน กกต.ออกโรงเตือนหลังตระเวนเดินสาย ลั่นหากถูกยุบทิ้งก็ตั้งกลุ่มใหม่เป็น 'มหามิตร'

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมากล่าวเตือน กลุ่มสามมิตร หลังเดินสายพบปะประชาชน และผู้นำท้องถิ่น ซึ่งอาจเข้าข่าย ขัดคำสั่งคสช. และมีความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า เรื่องนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เพราะกลุ่มสามมิตร ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นพรรคการเมือง การเคลื่อนไหวต่างๆ จะขัดคำสั่ง คสช. หรือไม่ ต้องดูอีกครั้ง รวมถึงต้องพิจารณาเรื่องเจตนา และปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ซึ่งต้องไต่สวนข้อเท็จจริงด้วย    ด้าน นายภิรมย์ พลวิเศษ ในฐานะเลขาธิการกลุ่มสามมิตร ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย กลุ่มสามมิตร ไม่ใช่พรรคการเมือง เป็นการตั้งชื่อสามมิตรเฉยๆ ถ้าวันนี้ กกต. ยุบกลุ่มสามมิตร พรุ่งนี้ก็ตั้งกลุ่ม หรือ พรรคมหามิตร ฉะนั้นไม่มีปัญหา ไม่ได้ซีเรียส ยืนยันจะเดินหน้าต่อไปข้างหน้าอีก                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/POPooTTYjzo

 2,280
การเมือง
10 ส.ค. 61

ปชป.แนะ สนช.ถอนร่างแก้ไข กม.กกต. มองส่อเจตนาเลื่อนเลือกตั้ง

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เรียกร้องให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถอนร่างแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในประเด็นแก้ไขการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง มิฉะนั้นจะเป็นเหตุให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปถึงปลายปี 62   ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า ไม่ค่อยเห็นเหตุผลที่อยู่ดีๆ จะมีการเคลื่อนไหว มาแก้กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่คนที่คิดจะแก้ ก็คือคนที่เขียนมาเอง และยังไม่ทันได้เริ่มทำงานอะไรที่ผิดปกติเลย  และกรอบเวลาก็สมเหตุสมผลอยู่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hcXKAue73i0

 1,658
การเมือง
07 ส.ค. 61

'อภิสิทธิ์' วิเคราะห์การเมืองไทยยุคนี้เหมือน 'สามก๊ก'

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่ามีลักษณะเหมือนสามก๊ก   1.พรรคการเมืองที่อิงอยู่กับตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือมีแนวทางคล้ายคลึงกับนายทักษิณ   2.พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาหรือแสดงท่าที่ว่าพร้อมจะสนับสนุนผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ไม่ว่า จะเป็นพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกฯ หรือผู้มีอำนาจในคสช. ไม่วาจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.)   3.ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ คือทางเลือกอีกทางหนึ่ง ที่ต่อสู้กับระบอบทักษิณมาตลอด และยืนยันที่จะต่อสู้อยู่ ขณะเดียวกันแนวทางของ คสช.หรือรัฐบาลปัจจุบันหลายอย่างก็ไม่สอดคล้องกับแนวคิดของประชาธิปัตย์   โดยเฉพาะแนวคิดเบื้องหลังการบริหารของรัฐบาลปัจจุบัน ที่เน้นการรวมศูนย์ และเน้นแนวคิดแบบราชการเป็นตัวกำหนดนโยบาย แต่ประชาธิปัตย์เสนอแนวทางที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ต่างจากทั้ง พรรคเพื่อไทย และคสช. ส่วนหลังเลือกตั้งก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ถึงแม้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคนมองว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hnrBtw3EIyw

 3,587
การเมือง
16 ก.ค. 61

สวนดุสิตโพลชี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สนใจนโนบายพรรคมากกว่าตัวคน

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต่อพรรคการเมือง ดังนี้   5 ปัจจัยหลักที่ประชาชนให้ความสนใจต่อพรรคการเมืองไทย อันดับ 1 นโยบายพรรค ร้อยละ 27.42 อันดับ 2 หัวหน้าพรรค ร้อยละ 22.16 อันดับ 3 ผลงานและประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมา ร้อยละ 21.05 อันดับ 4 ผู้สมัครของพรรค ร้อยละ 19.12 อันดับ 5 ชื่อพรรค ร้อยละ 10.25   จุดแข็งของพรรคการเมืองไทย ณ วันนี้ ในสายตาประชาชน อันดับ 1 เน้นนโยบายช่วยเหลือประชาชน และพัฒนาประเทศ ร้อยละ 41.45 อันดับ 2 ทำงานดี มีผลงานให้เห็น ร้อยละ 38.91 อันดับ 3 มีพรรคใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เป็นทางเลือกใหม่ มีคนรุ่นใหม่ ร้อยละ 34.18 อันดับ 4 มีพรรคเก่าแก่หลายพรรค มีประสบการณ์ มีฐานเสียงเฉพาะ ร้อยละ 21.09 อันดับ 5 หัวหน้าพรรค และสมาชิกพรรคเป็นคนเก่ง มีความรู้ความสามารถ ร้อยละ 15.27   จุดอ่อนของพรรคการเมืองไทย ณ วันนี้ ในสายตาประชาชน อันดับ 1 ไม่สามารถทำตามนโยบายที่ให้ไว้ เน้นแค่หาเสียง ร้อยละ 51.75 อันดับ 2 ไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน สนับสนุนเพียงคนบางกลุ่มเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ร้อยละ 32.87 อันดับ 3 มีการดูด ส.ส.เปลี่ยนพรรค มีปัญหาภายในพรรค ร้อยละ 25.87 อันดับ 4 นโยบายไม่ชัดเจน ไม่มีรายละเอียดเพียงพอ ร้อยละ 23.08 อันดับ 5 หัวหน้าพรรคไม่น่าสนใจ เป็นคนหน้าเดิมๆ ร้อยละ 18.18 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/icW4lMZqkeI

 1,560
การเมือง
02 ก.ค. 61

สวนดุสิตเผย คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อมั่น จะได้เลือกตั้งปี 62 ขอนายกฯประกาศชัดเจน

สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ ปชช.กับการเลือกตั้งปี 62 ดังนี้   1. ประชาชนคิดอย่างไร? กับ กระแสข่าวการกำหนดวันเลือกตั้งในปี 2562 (วันที่ 24 ก.พ.-5 พ.ค.62) อันดับ 1 เห็นด้วย เป็นข่าวดี อยากให้มีการเลือกตั้ง 54.17% อันดับ 2 เป็นเพียงการคาดคะเน ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ยังไม่แน่ใจ 27.08% อันดับ 3 คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะรัฐบาลเป็นผู้ให้ข่าว 24.03% อันดับ 4 รอให้นายกฯ ออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ 22.50% อันดับ 5 น่าจะเป็นผลดีต่อประเทศ ต่างชาติจับตามองสถานการณ์ในไทย 13.89%   2. ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2562 มากน้อยเพียงใด? อันดับ 1 ไม่ค่อยเชื่อมั่นว่าจะมีเลือกตั้ง 36.88% เพราะ บ้านเมืองยังมีปัญหา ยังมีความวุ่นวาย มีข้อมูลหลายกระแส ยังไม่แน่ใจ ยังไม่รู้ข้อมูลข้อเท็จจริง ฯลฯ อันดับ 2 ค่อนข้างเชื่อมั่นว่าจะมีเลือกตั้ง 25.09% เพราะ หลายฝ่ายกดดัน กระแสสังคมอยากให้มีการเลือกตั้ง มีกระแสข่าวกำหนดวันเลือกตั้งออกมาอย่างต่อเนื่อง ฯลฯ อันดับ 3 ไม่เชื่อมั่นเลย 20.86% เพราะ ที่ผ่านมามีการกำหนดวันและมีการเลื่อน รัฐบาลมีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจ สถานการณ์บ้านเมืองไม่แน่นอน ต้องรอประกาศที่ชัดเจนจาก กกต. ฯลฯ อันดับ 4 เชื่อมั่นว่าจะมีเลือกตั้งแน่นอน 17.17% เพราะ เป็นไปตามระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนดไว้ มีการแก้ไขกฎหมายและเตรียมพร้อมเพื่อจัดการเลือกตั้ง หลายพรรคเริ่มมีการเคลื่อนไหวเตรียมผู้สมัคร ฯลฯ   3. ทำอย่างไร? จึงจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2562 อย่างแน่นอน อันดับ 1 นายกฯ ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการ ระบุวัน เวลา ที่แน่นอน 57.54% อันดับ 2 รัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อย ปลดล็อคพรรคการเมือง 36.14% อันดับ 3 กกต. ออกมาประกาศข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 25.28% อันดับ 4 ดำเนินการตามโรดแมป ไม่เลื่อน 19.94% อันดับ 5 คสช. เป็นรัฐบาลรักษาการ เตรียมพร้อมรอการเลือกตั้ง 17.50%   4. “ผลดี” ที่จะมีการเลือกตั้งในปี 2562 คือ อันดับ 1 เป็นประชาธิปไตย ประชาชนได้ใช้สิทธิ มีส่วนร่วมทางการเมือง 43.15% อันดับ 2 ต่างชาติเชื่อมั่น มีการค้าการลงทุน เศรษฐกิจดีขึ้น 37.23% อันดับ 3 บ้านเมืองพัฒนา ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ 30.78% อันดับ 4 มีนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง มีฝ่ายค้านคอยตรวจสอบ 22.04% อันดับ 5 สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง 11.96%   5. “ผลเสีย” ถ้าไม่มีการเลือกตั้งในปี 2562 คือ อันดับ 1 เศรษฐกิจแย่ลงกว่าเดิม ต่างชาติไม่เชื่อมั่นไม่มาลงทุน 51.52% อันดับ 2 เกิดการชุมนุม เคลื่อนไหว บ้านเมืองไม่สงบ 29.41% อันดับ 3 ประชาชนไม่เชื่อถือ ไม่เชื่อมั่น ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล 19.07% อันดับ 4 การเมืองไม่เข้มแข็ง ไม่เป็นประชาธิปไตย ขาดการตรวจสอบ คานอำนาจ 16.58% อันดับ 5 พรรคการเมือง นักการเมืองถูกลดบทบาท ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ 16.04%   6. ทำอย่างไร? การเลือกตั้งในปี 2562 จึงจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่วุ่นวาย อันดับ 1 ทุกคนทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือ เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน 42.66% อันดับ 2 จัดระเบียบการเลือกตั้ง กฎระเบียบเคร่งครัด อยู่ในกติกา เคารพกฎหมาย 38.32% อันดับ 3 รัฐบาลมีการหารือพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มีข้อตกลงร่วมกัน 34.10% อันดับ 4 มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนที่ชัดเจน 22.83% อันดับ 5 สื่อนำเสนอข่าวเป็นจริง ไม่บิดเบือน ไม่สร้างกระแส 9.78%   7. ถ้ามีการเลือกตั้งแล้ว ประชาชนคิดว่าการเมืองไทยจะเป็นอย่างไร? อันดับ 1 ดีขึ้น 52.34% เพราะ การเมืองมีเสถียรภาพ เป็นประชาธิปไตย ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เศรษฐกิจดีขึ้น ต่างชาติเชื่อมั่น การบริหารประเทศคล่องตัว มีการตรวจสอบ คานอำนาจ บ้านเมืองพัฒนา ฯลฯ อันดับ 2 เหมือนเดิม 42.06% เพราะ การเมืองไทยเป็นเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองหน้าเก่า ยังคงทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายเหมือนเดิม ฯลฯ อันดับ 3 แย่ลง 5.60% เพราะ บ้านเมืองยังคงมีปัญหา แก้ไขได้ยาก อาจเกิดสถานการณ์ความวุ่นวาย มีผู้ที่เสียประโยชน์ ฯลฯ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ds7oXq7vjyE

 1,864
การเมือง
26 มิ.ย. 61

ผลหารือพรรคการเมือง “อภิสิทธิ์” สงสัยทำไมไม่ปลดล็อกตั้งสาขา-หาสมาชิกพรรค “พท.” ชี้ไร้ข้อสรุปชัดเจน

หลังจากได้ข้อสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับการกำหนดวันเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคมปี 2562 รองนายกรัฐมนตรีนายวิษณุ เครืองาม ยืนยันว่าช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในกรอบ 150 วัน เท่ากับกว่าจะมีการปลดล็อคทางการเมืองในช่วง 90 วันระหว่างรอกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และ กฎหมายที่มา ส.ว. มีผลบังคับใช้คือช่วงเดือนกันยายนถึงต้นเดือนธันวาคม 2561 นี้    ซึ่งในส่วนของกกต.นั้นยืนยันว่าระยะเวลา 90 วันระหว่างรอกฎหมายเลือกตั้งมีผลบังคับใช้นั้นเพียงพอต่อการแบ่งเขตเลือกตั้ง และจัดทำไพรมารีโหวต เพื่อที่ใน 150 วันจะได้มีการจัดเลือกตั้ง โดย กกต. จะรวมวันประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการด้วยเพื่อไม่เกิดปัญหาการตีความทางกฎหมาย และพรรคการเมืองจะมีเวลาหาเสียงเลือกตั้งได้ประมาณ 2 เดือน   ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามไปยัง คสช. ว่าเหตุใดจึงไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถจัดตั้งสาขาพรรคและเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ได้ในช่วงนี้จะได้ไม่ไปซ้อนกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และทำให้การไพรมารีโหวตเป็นไปได้ง่ายขึ้น ส่วนการทำไพรมารีโหวต คสช. จะแก้ให้ทำรูปแบบใดนั้นพรรคไม่มีปัญหา พร้อมทำได้ทุกรูปแบบ   เช่นเดียวกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เห็นว่าระยะเวลา 30 วัน ในการจัดทำไพรมารีโหวตนั้นเพียงพอ และพรรคพร้อมทำได้ทุกรูปแบบโดยไม่จำเป็นต้องยกเลิก แต่ขอให้อำนวยความสะดวกให้สามารถจัดทำผ่านระบบออนไลน์ได้    ด้านพรรคเพื่อไทย ทั้งนายชูศักดิ์ ศิรินิล ฝ่าย กม.ของพรรค และนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรค มองว่า การหารือเมื่อวานไม่มีอะไรชัดเจนแม้แต่ประเด็นเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวันเลือกตั้ง , การทำไพรมารี่โหวตจะยังมีหรือไม่ , และจะปลดล็อคทางการเมืองเมื่อใด จึงเกิดคำถามว่า ที่พูดคุยกันเมื่อวานไปเพื่ออะไร และพรรคเพื่อไทยเองก็ไม่ได้ส่งตัวแทนไปพูดคุยด้วย จึงยังไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นใดๆในตอนนี้ เพราะไม่มีประโยชน์และไม่สร้างสรรค์ อยากให้ทาง คสช.กับแต่ละพรรคหาข้อยุติกันให้ชัดเจนก่อนว่า สรุปแล้วแต่ละประเด็นจะตัดสินใจอย่างไร เมื่อนั้นถึงค่อยมาแสดงความคิดเห็นกันจะเป็นประโยชน์กว่า   อย่างไรก็ตาม นายสามารถ แก้วมีชัย หนึ่งในทีม กม.ของพรรค มองว่า การกำหนดวันเลือกตั้ง 24 ก.พ. - 5 พ.ค. 2562 นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เพราะอยู่ในกรอบเวลา 150 วันที่เคยพูดๆกันเอาไว้อยู่แล้ว วันเลือกตั้งจะชัดเจนเมื่อ กม.เลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น   ส่วนข้อเสนอเรื่องการทำไพรมารี่โหวตแบบภาคแทนการทำทุกเขตเลือกตั้งนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนว่ารูปแบบจะให้ทำอย่างไร ทำได้จริงในทางปฏิบัติหรือไม่ และจะเกิดปัญหาอื่นตามมาอีกหรือไม่ 

 2,060
การเมือง
25 มิ.ย. 61

สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจ 'พรรคเพื่อไทย-อนาคตใหม่' มาแรง

สวนดุสิตโพล ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน ต่อประเด็น พรรคการเมืองเก่า กับ พรรคการเมืองใหม่ ดังนี้   3 อันดับพรรคการเมืองเก่า ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ณ วันนี้ คือ อันดับ 1 เพื่อไทย 55.59% อันดับ 2 ประชาธิปัตย์ 39.89% อันดับ 3 ภูมิใจไทย 4.52%   3 อันดับพรรคการเมืองใหม่ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ณ วันนี้ คือ อันดับ 1 อนาคตใหม่ 57.51% อันดับ 2 พลังประชารัฐ 24.35% อันดับ 3 พลังชาติไทย 18.14%   เมื่อพิจารณาความสนใจในภาพรวมทั้ง พรรคการเมืองเก่า และ พรรคการเมืองใหม่ 5 อันดับพรรคการเมืองที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ณ วันนี้ คือ   อันดับ 1 เพื่อไทย 55.02% เพราะ ชื่นชอบ เป็นพรรคใหญ่ อยากให้เข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ช่วยเหลือประชาชน มีนักการเมืองเก่ง มีชื่อเสียง ฯลฯ   อันดับ 2 อนาคตใหม่ 34.18% เพราะ เป็นพรรคใหม่ มีคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน มีนโยบายน่าสนใจ อยากเปิดโอกาสให้เข้ามาทำงาน ฯลฯ   อันดับ 3 ประชาธิปัตย์ 33.88% เพราะ เป็นพรรคเก่าแก่ ก่อตั้งมานาน มีประสบการณ์ ชื่นชอบการทำงาน มีผู้สมัครที่น่าสนใจ เลือกพรรคนี้มาโดยตลอด ฯลฯ   อันดับ 4 พลังประชารัฐ 17.39% เพราะ มีกระแสต่อเนื่อง เกี่ยวข้องกับรัฐบาลปัจจุบัน เป็นพรรคใหม่ มีนักการเมืองเข้ามาร่วมหลากหลาย ฯลฯ   อันดับ 5 ภูมิใจไทย 12.59% เพราะ ชอบการบริหารงานที่ผ่านมา เป็นพรรคเล็กที่มีบทบาทสำคัญ อยากรู้ความเคลื่อนไหว ฯลฯ   ผู้สมัคร ส.ส. ที่สังกัดพรรคการเมืองเก่า กับ พรรคการเมืองใหม่ มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่   อันดับ 1 มีผล 54.33% เพราะ ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน ชอบคนแต่ไม่ชอบพรรค นโยบายแต่ละพรรคแตกต่างกัน นอกจากจะ ดูที่ตัวบุคคลแล้วก็ดูว่าสังกัดพรรคที่ชอบด้วยหรือไม่ การเลือกสังกัดพรรคส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ ฯลฯ   อันดับ 2 ไม่มีผล 45.67% เพราะ ดูที่ตัวบุคคล ประวัติ ประสบการณ์ ผลงานที่ผ่านมา ชอบเป็นการส่วนตัว ไม่พิจารณาว่าสังกัดพรรคใดหากเป็นคนดีอยู่พรรคใดก็ท างานได้ ฯลฯ   ในการเลือก ส.ส. ระหว่าง ตัวผู้สมัคร กับ พรรคที่สังกัด ประชาชนให้ความสำคัญอะไรมากกว่ากัน   อันดับ 1 พอ ๆ กัน 41.63% เพราะ ต้องพิจารณาทั้งตัวผู้สมัครและพรรคที่สังกัดไปพร้อม ๆ กัน อยากได้ทั้งผู้สมัครและพรรคที่ดีมีคุณภาพ หากพรรคมีนโยบายที่ดี ก็จะส่งผลให้ผู้สมัครทำงานได้ดี มีผลงาน ฯลฯ   อันดับ 2 ตัวผู้สมัครมากกว่า 36.92% เพราะ เน้นที่ตัวผู้สมัคร อยากได้คนดี ทำงานเป็น มีผลงาน มีความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่ พรรคการเมืองที่ดี ต้องมีผู้สมัครที่ดี ฯลฯ   อันดับ 3 พรรคที่สังกัดมากกว่า 21.45% เพราะพรรควางนโยบายของผู้สมัคร พรรคที่มีการบริหารที่ดีจะทำให้ผู้สมัครทำงานได้ดียิ่งขึ้น ผู้สมัครต้อง ปฏิบัติตามแนวทางของพรรค พรรคที่เข้มแข็งสามารถให้การสนับสนุนผู้สมัครได้เต็มที่ ฯลฯ     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/-uahg-2nz4E  

 3,255
การเมือง
20 มิ.ย. 61

นายกฯเผยจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก่อนเลือกตั้ง 'วิษณุ' แจงวันพระราชพิธีขึ้นอยู่กับพระราชวินิจฉัย

นายกรัฐมนตรี เผยรัฐบาลเตรียมจัดพิธีบรมราชาภิเษก ก่อนการเลือกตั้ง ขอทุกฝ่ายช่วยกันดูแลบ้านเมืองให้สงบสุข   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่าได้มอบหมาย ให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากากระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง และตัวแทนพรรคการเมือง   เนื่องจากอยู่ในช่วงที่เดินทางไปปฎิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 20-26 มิถุนายนนี้ ซึ่งในการหารือจะมีการรับฟังข้อเสนอของพรรคการเมือง รวมถึงพิจารณาข้อเรียกร้องในปลดล็อคทำกิจกรรมพรรคการเมือง   ดังนั้นในช่วงตนเองไม่อยู่ในประเทศ ขอให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข และ สิ่งสำคัญที่สุดที่คสช. พิจารณาอยู่ในขณะนี้ คือ การเตรียมการไปสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญของคนไทยทุกคน โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง   ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกำหนดการพระราชพิธีราชาภิเษก ว่ายังไม่ทราบกำหนดการ เพราะขึ้นอยู่กับพระราชวินิจฉัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ziALhKdrE0Y

 2,518
การเมือง
19 มิ.ย. 61

นายกฯ เผยจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก่อนเลือกตั้ง วิษณุยันยังไม่ทราบวันพระราชพิธีเหตุเป็นพระราชวินิจฉัย

นายกรัฐมนตรี เผยรัฐบาลเตรียมจัดพิธีบรมราชาภิเษกก่อนการเลือกตั้ง ขอทุกฝ่ายช่วยกันดูแลบ้านเมืองให้สงบสุข    พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่าได้มอบหมายให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งและตัวแทนพรรคการเมือง เนื่องจากอยู่ในช่วงที่เดินทางไปปฎิบัติภารกิจที่ต่างประเทศระหว่างวันที่ 20-26 มิถุนายนนี้ ซึ่งในการหารือจะมีการรับฟังข้อเสนอของพรรคการเมือง รวมถึงพิจารณาข้อเรียกร้องให้ปลดล็อคทำกิจกรรมพรรคการเมือง ดังนั้นในช่วงตนเองไม่อยู่ในประเทศ ขอให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข และสิ่งสำคัญที่สุดที่คสช.พิจารณาอยู่ในขณะนี้คือการเตรียมการไปสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญของคนไทยทุกคน โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง    ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะใช้โอกาสที่เยือนประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส ชี้แจงโรดแมปเลือกตั้งซึ่งจะเป็นไปตามขั้นตอน และจะเดินหน้าหลังจากที่ร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับมีผลบังคับใช้   ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกำหนดการพระราชพิธีราชาภิเษก ว่ายังไม่ทราบกำหนดการ เพราะขึ้นอยู่กับพระราชวินิจฉัย   (ภาพ : มติชน)  

 1,889
การเมือง
15 มิ.ย. 61

'วิษณุ' สรุป 4 อุปสรรคเลือกตั้ง ชี้หากไม่แก้จะทำไพรมารี่โหวตไม่ได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย เปิดเผยหลังประชุมคณะทำงานฝ่ายเทคนิคกาารเลือกตั้ง ที่มีทั้ง กกต. กรธ. สนช. คสช. และกฤษฏีกาว่า   ที่ประชุมได้มีการสรุปปัญหาและอุปสรรค ในการจัดการเลือกตั้ง ทั้งหมด 4 ข้อ คือ   1.ปัญหาพรรคการเมืองเก่าและพรรคการเมืองใหม่ ไม่สามารถประชุมพรรคได้   2.ปัญหาสาขาพรรคที่จะต้องมีหัวหน้าสาขาพรรคเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะหลายพรรคยังไม่สามารถจัดตั้งสาจาพรรคได้โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหม่ เพราะสาขาพรรคเกี่ยวกับการประชุมใหญ่   3.เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง จะสามารถทำได้เมื่อใด เพราะจะต้องไปรับฟังความเห็น จากพรรคการเมืองและประชาชนในพื้นที่ด้วย ซึ่งจะเป็นการทำกิจกรรมทางการเมือง   4.การบริหารจัดการเลือกตั้งที่ต้องกำหนดเวลาว่าจะบริหารอย่างไร เพราะขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ผูกกับกฎหมายหลายฉบับ ที่จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผูกกับการเลือกตั้งท้องถิ่น กับการได้ กกต.ชุดใหม่   ซึ่งที่ประชุมมีการคิดว่าแผนรองรับในแต่ละเดือนที่จะเกิดขึ้น นอกนั้นเป็นประเด็นปลีกย่อ ที่ไม่ต้องแก้กฏหมาย เช่น เรื่องค่าใช้จ่ายงบประมาณ หรือ เรื่องบางพรรคไม่สามารถหาทุนประเดิมได้ 1 ล้านบาท ภายในเดือน พ.ย. หรือเรื่องที่ต้องหาสมาชิกพรรคให้ครบตามกฏหมาย ก็จะคลายล็อกให้หาสมาชิกได้ ไม่ใช่การปลดล็อก   ส่วนการเลือกตั้ง จะยังเกิดขึ้นภายในเดือน ก.พ.หรือไม่ นายวิษณุ ไม่กล้ายืนยัน แต่เป็นความคาดหมายว่าจะสามารถบริหารจัดการเวลา หากมีตัวแปรบางอย่าง ที่สมเหตุสมผล อาจจะมีการบวกลบเวลา แต่ต้องอธิบายได้ และรายงานปัญหาการจัดทำไพรมารี่โหวต ให้ คสช. เพราะถ้าหากไม่ปลดล็อก ก็จะทำไพรมารี่โหวตไม่ได้   ดังนั้นมี 2 ทางเลือก คือมีหรือไม่มี ไพรมารี่โหวต ซึ่งหากมีก็จะต้องให้มีการแบ่งเขตเลือกตั้ง จะประชุมใหญ่พรรคการเมืองได้ และหากหาสมาชิกพรรคได้ตามที่กฏหมายกำหนด ก็ไม่สามารถทำไพรมารี่โหวตได้ เพราะขึ้นอยู่กับ 3 ตัวแปร   ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหา มีทั้ง กกต.สามารถทำได้ทันที หรือ ออกเป็น พรบ. พรก. และใช้ ม.44 แก้ปัญหา แต่ไม่ใช้ว่าทุกปัญหาต้องใช้ ม. 44 ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ แต่การแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่สามารถออกเป็น พรก.ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเหมาะสม สุดท้ายขึ้นอยู่กับ คสช. และรัฐบาล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PXM06Jd6lAU

 2,898
การเมือง
13 มิ.ย. 61

'วิษณุ' ยังไม่ฟันธงคุย กกต. 14 มิ.ย. ต้องรอ คสช.ตัดสินใจ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการนัดหารือนอกรอบระหว่างรัฐบาลกับ กกต. เพื่อเตรียมการหารือกับพรรคการเมือง จะเป็นวันที่ 14 มิ.ย.หรือไม่ ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะตนมาประชุม ครม.สัญจรอยู่ จึงยังไม่สามารถตัดสินใจได้ เพราะต้องเจอกันหลายฝ่าย ขณะนี้ทราบว่า กกต.สะดวกวันที่ 14 มิ.ย. แต่ต้องถามฝ่ายอื่นด้วย   ทั้งนี้ การพูดคุยกันจะเป็นระดับเจ้าหน้าที่ของกฤษฎีกา กกต. และ คสช.ซึ่งตนลงไปร่วมพูดคุยด้วย รวมถึงอาจมีหน่วยงานอื่นด้วย แต่เป็นวงเล็ก ยังไม่มีพรรคการเมือง ส่วนจะนัดหารือกับนักการเมืองวันใด อยู่ที่ คสช. ทั้งนี้การหารือกับพรรคการเมืองจะเกิดขึ้นในเดือนนี้ แต่ยังไม่ระบุว่าจะเป็นช่วงหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้าคสช.เดินทางกลับจากประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสหรือไม่   ซึ่งการคุยกันก่อนกับ กกต. เป็นการแนะนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้คุยให้ได้ข้อสรุปแล้วค่อยมาแจ้งให้ฝ่ายการเมืองทราบในการประชุมร่วมกัน ส่วนพรรคการเมืองที่ไม่เข้าร่วมจะมีปัญหาหรือไม่นั้น ไม่รู้ว่าอย่างไร แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เชิญใคร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/slm7bjf4dfU

 1,774
การเมือง
11 มิ.ย. 61

'ชวน' ยันไม่มีชื่อชิงนายกฯ ไม่หวั่นพรรคสุเทพดึงฐานเสียง ปชป.

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นว่า ยังไม่สามารถรับรองได้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ในเดือนกุมภาพันธ์หรือไม่เพราะเป็นอำนาจของรัฐบาล และผู้มีอำนาจต้องตัดสินใจ   แต่ไม่ว่าอย่างไรต้องพยายามให้บ้านเมืองกลับไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยแท้จริงหลังการเลือกตั้ง จึงจะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ไม่ใช้การปกครองด้วยระบอบเผด็จการ และเมื่อเป็นประชาธิปไตยแล้วก็ อยู่ที่ตัวผู้ปกครองต้องมีหลักที่มั่นในหลักของกฎหมาย อย่าเอาแต่ความรู้สึกในการปกครองถ้ากฎหมายไม่ดีก็แก้ไขที่กฎหมาย   อดีตนายกรัฐมนตรียอมรับว่าการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกไปสนับสนุนพรรครวมพลังประชาชาติไทย อาจจะกระทบฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์บ้าง แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ยังมั่นใจในพรรคประชาธิปัตย์   เช่นเดียวกับ อดีต ส.ส. ของพรรคที่ยังมีหลายกลุ่มมาทาบทามอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่ยังยืนยันจะอยู่กับพรรคเหมือนเดิม ซึ่งในอดีตก็มีตัวอย่างมาแล้วสมัยที่ของนายทักษิณ ชินวัตร ที่มีการดึง ส.ส. พรรคไปหลายคนแต่สุดท้ายก็สอบตกไม่ได้เป็น ส.ส. จนทุกวันนี้ จึงเตือนว่าเป็นบทเรียนที่ต้องยึดอุดมการณ์อย่ายึดผลประโยชน์ เพราะคนในพื้นที่รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร   ส่วนการที่แกนนำผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองจับมือปรองดองก้าวข้ามความขัดแย้งนั้น เห็นเรื่องนี้มีหลักในการดำเนินการของบ้านเมืองอยู่แล้วภายใต้กฎหมาย ความบาดหมางไม่ได้เป็นสาระสำคัญ เพราะสาระสำคัญจริงๆอยู่ที่กฎหมาย ถูกก็ว่าไปตามถูก ผิดก็ว่าไปตามผิด จึงจะแก้ไขปัญหาได้ เพราะบ้านเมืองอยู่ได้ด้วยหลักของกฎหมายไม่ใช่อยู่ได้ด้วยความรู้สึกของคนใดคนหนึ่ง   ส่วนกรณีที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์บางคนอยากจะเสนอให้นายชวนมีชื่อเป็นหนึ่งใน 3 รายชื่อบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ ในนามพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน กล่าวว่า "ไม่มีชื่อของผมอย่างแน่นอน" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GWEF9cg7yTw

 3,100
การเมือง
08 มิ.ย. 61

'บิ๊กตู่' ยันไม่เคยทรยศชาตินำเงินประมูลข้าวใช้เรื่องการเมือง ลั่นไม่อายใครในสถานะรัฐบาลทหารเพราะเข้ามาทำความดี

นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่เคยทรยศประเทศชาติหรือนำเงินจากการประมูลข้าวมาใช้เรื่องการเมือง หากย้อนเวลาได้จะไม่เข้ามาบริหารประเทศ ถามกลับหากไม่เข้ามาจะเกิดสงครามกลางเมืองหรือไม่ ตัดพ้อทำดีก็โดนทำไม่ดีก็โดน ลั่น ไม่อายใครในสถานะรัฐบาลทหารเพราะเข้ามาทำความดี   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวตอนหนึ่งในงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ว่า ทุกวันนี้สังคมมีปัญหาไปหมดโดยเฉพาะสังคมโซเชียลมีเดีย ที่ตอบโต้กันไปมา ซึ่งไม่เห็นว่าจะมีสาระอะไร สิ่งที่ดีๆพูดออกไปถูกล้มหมดทุกเรื่อง เป็นเพราะการเมืองและความเพลิดเพลินในการเล่นโซเชียลอย่างไม่มีความรับผิดชอบ ย้ำ อย่าให้การเมืองเป็นตัวนำต้องใช้สติปัญญาและความคิดของตนเองในการทำงาน พร้อมยืนยันว่าไม่เคยได้รับผลประโยชน์จากข้าว เพราะนั่งเป็นประธานคณะกรรมการข้าวด้วยตนเอง และเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง อะไรที่ไม่เห็นว่าดีก็ไม่อนุมัติ อย่าไปมองว่าฝ่ายใดจะได้ประโยชน์เพราะทุกอย่างเปิดเผยทั้งหมด ส่วนบางคนที่เคยประมูลข้าวได้และต่อมาประมูลไม่ได้ ก็ว่ารัฐบาลไม่มีความเป็นธรรม และนำเงินจากการประมูลข้าวไปใช้ทำการเมือง สิ่งเหล่านี้ถูกกล่าวหาจนเละไปหมด พร้อมกันนี้ขอให้เชื่อใจพลเอกประยุทธ์ว่าที่เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องแน่นอน ถึงแม้ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่ทำ เพราะไม่เคยทรยศต่อประเทศชาติ ขอให้จำคำพูดนี้ไว้    นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ส่วนโยบายรัฐบาลก็มีความชัดเจน ในแนวทางปฏิบัติก็ให้ไปตรวจสอบดู ผิดก็ลงโทษ ยืนยันเจตนาบริสุทธิ์ในการทำงานเพื่อประเทศชาติ ส่วนตัวรู้ตัวดีว่าเข้ามาเป็นรัฐบาลทหาร ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่หากไม่เข้ามาก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างไร หากย้อนกลับไปได้ก็ไม่อยากเข้ามา หากไม่เข้ามา วันนี้จะยังเกิดสงครามกลางเมืองหรือไม่ ขณะที่ต่างประเทศเชิญมาหลายประเทศก็ไป แม้ไม่ได้ไปแบบเป็นทางการแต่ก็ได้พูดคุยกับทุกประเทศ เพราะกฎหมายเขียนไว้แบบนั้น แต่เรื่องกฎหมายเป็นส่วนหนึ่งของแต่ละประเทศ โดยความรู้สึกส่วนตัวแต่ละประเทศไม่มีอะไรกับตน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่อายใครกับสถานะตนในปัจจุบันเพราะว่ามาทำความดี แต่ถึงทำดีก็โดน ทำไม่ดีก็โดน

 6,099
การเมือง
07 มิ.ย. 61

นายกฯ เผยเตรียมพิจารณาปลดล็อคพรรคการเมือง ยันไม่ง้อใคร

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคำสั่ง คสช. 53/2560 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แล้วจะเชิญพรรคการเมืองกำหนดวันเลือกตั้งหรือไม่นั้น เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งจะพิจารณาปลดล็อคเป็นรายกิจกรรม   พร้อมถามกลับหากปลดล็อคทั้งหมดจะรับรองได้หรือไม่ว่าจะไม่เกิดปัญหา หากทุกคนรับมือกับปัญหาได้หรือไม่ได้ ก็ต้องออกมาช่วยกันหาเสียงและประกาศนโยบายตามกฎหมาย เพราะประเทศต้องมีกฏหมายและกติกา   ตนถึงบอกว่าตนมีความเป็นมนุษย์ที่ต้องคิด ทำ ขับเคลื่อนและนำปัญหาทุกอย่างมาคลี่คลาย จึงต้องทำงานหนัก แต่จะไม่บ่น เพราะเข้ามารับตำแหน่งแล้ว และไม่เคยคิดว่าตัวเองอยากมีอำนาจ ส่วนเรื่องที่อยากอยู่ในตำแหน่งต่อหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาพูดคุยกัน   หากต้องการรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ก็ต้องเตรียมพร้อมในเรื่องของการเลือกตั้ง ระมัดระวังการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ทำให้เกิดปัญหา การจราจร และความขัดแย้ง รวมถึงการปลุกระดมประชาชน สิ่งเหล่านี้จะต้องไม่เกิดขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนและประชาชน   ทั้งนี้ หากมีการปลดล็อคหรือหาเสียง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาการหาเสียงจะเห็นว่ามีแต่การตอบโต้กันไปมา แทนที่จะพูดถึงนโยบายพรรคว่าจะทำอะไร หากเกิดแบบนี้ก็จะไปต่อไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นบรรทัดฐานแบ่งฝ่ายกัน บางอย่างฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ต้องมีความร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ทำงานแบบประชารัฐ ที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับโครงการไทยนิยมยั่งยืน ที่เป็นการทำความดีของประชาชนในทุกโอกาส   สำหรับการพูดคุยกับพรรคการเมืองจะไม่มีเงื่อนไขใดๆ อยากคุยก็คุย อยากมาก็มา ไม่ง้อใคร ถ้าไม่มาก็ให้ประชาชนและสื่อมวลชนตัดสิน ส่วนเงื่อนไขที่พรรคการเมืองต้องการให้ถ่ายทอดสด เรื่องนี้ต้องมีการพิจารณาก่อน   ต้องดูความจริงใจก่อน การหาเสียงทั้งหมดต้องอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้ และต้องขออนุญาตเป็นครั้งคราวไป แต่บางอย่างอาจจะไม่ต้องขออนุญาต ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นการปลดล็อคพรรคการเมืองทั้งสิ้น เพราะนายกรัฐมนตรีจะหาวิธีให้บ้านเมืองนั้นสงบ เรียบร้อย ไม่ใช่ตีกัน ก่อนไปถึงประชาธิปไตย   นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ว่า เมื่อถึงเวลาแล้ว นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้นำขึ้นทูลเกล้าเอง ทั้งหมดอยู่ในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ต้องมาบีบเร่งรัฐบาล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-2jtCQvlLNs    

 2,947
การเมือง
01 มิ.ย. 61

'ประวิตร' ลั่นไม่เลื่อนโรดแมป ยันเลือกตั้ง 'กุมภา 62'

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ นั้น มีความกังวลของหลายฝ่าย ว่าจะต้องเลื่อนโรดแมปตามกรอบเวลา โดยยืนยันว่าโรดแมปการเลือกตั้งไม่เลื่อน และทันเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แน่นอน ส่วนจะเป็นมิมิตรหมายที่ดีที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง หรือไม่นัน พลเอกประวิตร ระบุ คิดว่าโอเค และย้ำว่าจะไม่เลื่อนเลือกตั้ง   เมื่อถามว่า คสช.เบาใจไหมที่ทุกอย่างเคลื่อนมาถึงจุดนี้แล้ว พลเอกประวิตร กล่าวว่า ก็สบายแล้ว โอเค ถ้าคสช.หมดหน้าที่ ก็หมดหน้าที่ ซึ่งเป็นไปตามโรดแมป ส่วนเป็นห่วงอะไรหรือไม่พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนเองหวังให้เลือกตั้งเรียบร้อย   เมื่อถามว่า กรอบเวลา150 วันก่อนการเลือกตั้ง จะปรับเวลาเป็น 90 วัน เพื่อให้ทัน กุมภาพันธ์ 62 หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่ปรับ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย 150 วันก็ต้อง150 วัน โดยผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ถ้ากำหนดแบบนั้น จะไม่ทัน กุมภาพันธ์ 2562 พลเอกประวิตร ย้ำว่า เอานะ เขาพยายามจะทำให้ทัน ส่วนจะใบ้มาตรา44 หรือไม่ คิดว่าไม่ต้อง   ทั้งนี้พลเอกประวิตร ยังกล่าวถึงการหารือพรรคการเมือง ก่อนกำหนดวันเลือกตั้ง โดยเชื่อว่าไม่เลื่อน คาดว่าจะหารือประมาณปลายเดือนมิถุนายน ส่วนที่หลายพรรคย้ำจุดยืนว่าจะไม่เข้าร่วมการหารือ ครั้งนี้ พลเอกประวิตร ย้อนถามว่า สื่อก็รู้อยู่แล้ว ยังมาถามอีก ก็จะหารือเท่าทีพรรคการเมืองตอบรับมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w8k53dcWpuQ    

 3,287

Top