ค้นหา :

ผลการค้นหา "ใบสั่ง"

ข่าวโซเชียล
11 ต.ค. 62

หนุ่มโวย! พบพิรุธใบสั่งขับเร็ว รถดูเบี้ยวๆ หวั่นถูกตัดต่อ ตร.ทางหลวงสั่งสอบแล้ว

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Akkarawat Ruangrojjanakorn ได้โพสต์ภาพใบสั่งขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดที่ได้รับมา ลงในกลุ่มเฟซบุ๊กนักรบด่านเถื่อน พร้อมระบุว่า   พบพิรุธในภาพหลายอย่าง คล้ายมีการตัดต่อ จึงอยากขอความคิดเห็นจากผู้รู้ว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพตัดต่อหรือไม่ และควรไปจ่ายค่าปรับหรือไม่ ซึ่งมีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก บ้างก็บอกว่าเป็นภาพตัดต่อแน่นอน บ้างก็บอกว่าค่าปรับแค่ 500 บาท ตำรวจจะเสียเวลาตัดต่อทำไม   โดยนายอัครวัตน์ เรืองโรจณกร อายุ 32 ปี เจ้าของโพสต์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ขับรถกลับจากจังหวัดศรีสะเกษมากรุงเทพฯ ระหว่างทางผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ ด้วยความเร็ว 100-120 กม./ชม. แต่เมื่อผ่านป้ายเตือนจำกัดความเร็ว ก็จะลดความเร็วลงไม่เกิน 90 กม./ชม. ตามที่กฎหมายกำหนด   พอมาถึงจุดหนึ่ง พบป้ายเตือนความเร็ว ก็ลดความเร็วลงตามปกติ พอพ้นป้ายเตือนมาเล็กน้อย พบด่านจับความเร็ว ก่อนตำรวจโบกให้จอดข้างทาง โดยตำรวจแจ้งว่าตนขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ตนจึงถามไปว่า ด่านที่ตั้งนี้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ แต่ตำรวจบ่ายเบี่ยงไม่ตอบ ตนจึงขอดูหลักฐานจากล้องตรวจจับความเร็ว แต่ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่ได้ดู แต่ตำรวจกลับพาตนมาดูป้ายเตือนจำกัดความเร็วแทน ตนจึงบอกตำรวจว่า หากมีกล้องตรวจจับความเร็วก็ให้ส่งใบสั่งไปที่บ้านดีกว่า ตำรวจได้ตอบตกลงและปล่อยตัวไป แต่ก่อนไปตำรวจได้ถ่ายรูปหน้ารถของตนไว้   1 เดือนถัดมา ใบสั่งส่งมาถึงบ้าน ระบุว่าตนขับรถด้วยความเร็ว 135 กม./ชม. เมื่อสังเกตดูแล้วรู้สึกเอะใจ จึงยังไม่ไปจ่ายค่าปรับ เพราะพบพิรุธหลายอย่างในภาพใบสั่ง คล้ายมีการตัดต่อ เช่น   - ภาพของรถดูเบี้ยวๆ ล้อทั้งสองข้างไม่เท่ากัน เงาใต้รถไม่มีทำให้มองเห็นถนนชัดเจน แต่รถจยย. ที่ขี่ตามมากลับมีเงาใต้รถ   - ลักษณะถนนเป็นทางโค้ง แต่รถกลับวิ่งมุ่งหน้าตรงเข้าข้างทาง หากวิ่งด้วยความเร็ว 135 กม./ชม. รถจะวิ่งลงข้างทางภายในไม่กี่วินาทีแน่นอน   - ภาพขณะรถวิ่งกับรูปที่รถจอดอยู่ ลักษณะเหมือนกัน องศาเดียวกัน เห็นกระจกข้างชัดเจนทั้งสองข้าง ซึ่งภาพที่รถจอดอยู่ เป็นภาพที่ประตูรถด้านคนนั่งฝั่งซ้ายเปิดอยู่   - รถจยย. ที่ขี่ตามมา ดูใหญ่กว่าความเป็นจริง ทั้งที่ตามหลังอยู่ค่อนข้างไกลจากรถของตน   - ตนมั่นใจว่าไม่ได้ขับเร็วถึง 135 กม./ชม. แน่นอน เพราะถนนช่วงนั้นค่อนข้างขรุขระ   ที่ตนโพสต์ภาพลงกลุ่มนั้น เพียงแค่อยากสอบถามความเห็นจากคนอื่น แต่ไม่ได้ฟันธงว่าเป็นภาพตัดต่อ เป็นเพียงข้อสงสัยเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเป็นข่าวดังขนาดนี้ ที่ไม่ติดต่อสอบถามไปยังตำรวจเพราะคาดว่าคงได้คำตอบแบบเดียวกับที่ด่าน ส่วนที่ชาวเน็ตบอกว่า เงินค่าปรับแค่ 500 บาท ทำไมตำรวจต้องมาเสียเวลาตัดต่อภาพนั้น ตนและหลายๆคนมองว่า ภาพดังกล่าวสามารถใช้เวลาตัดต่อไม่เกิน 10 นาทีก็แล้วเสร็จ และที่ตำรวจต้องทำอย่างนั้น อาจเพราะว่าตนตั้งคำถามถึงการตั้งด่านว่าถูกกฎหมายหรือไม่ จึงอาจเป็นเหตุให้ตำรวจทำแบบนี้ก็เป็นได้   อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ต้องการอะไร เพียงแค่อยากให้ตำรวจช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อตอบข้อสงสัยของประชาชนคนหนึ่ง และส่งหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ให้ดู หากพบว่าภาพดังกล่าวเป็นของจริง ตนก็ยินดีจะจ่ายค่าปรับเต็มอัตรา   ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นนั้น พบว่าเป็นใบสั่งจราจรของ สถานีตำรวจทางหลวง2 กก.6 บก.ทล. ซึ่งผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องของต้นสังกัดได้สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว   หากผลการตรวจข้อเท็จจริงในส่วนของประเด็นใบสั่งที่เจ้าพนักงานจราจรได้ออกไปนั้น มีการดัดแปลงแก้ไข หรือ การทำเอกสารราชการที่เป็นเท็จตามที่ผู้โพสต์ได้ตั้งข้อสงสัย หน่วยงานต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการในเรื่องทางวินัย และอาญา อย่างเด็ดขาดต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9XbKWj5tLFg

 25,133
เศรษฐกิจ
16 ก.ย. 62

ดีเดย์ 20 ก.ย. พ.ร.บ.จราจรใหม่ ตร.ห้ามยึดใบขับขี่ ออกใบสั่งได้อย่างเดียว

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวถึงกฎหมายบางมาตราที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับที่ 12 พ.ศ.2562 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้จริงในวันที่ 20 กันยายนนี้ว่า   ประชาชนจะสามารถใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ ที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบกแทนใบขับขี่จริงได้ตาม ม.31/1 และต้องแสดงต่อเจ้าพนักงานจราจรเมื่อขอตรวจ ส่วนกรณีผู้ขับขี่แสดงใบขับขี่ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือสำเนาภาพถ่ายใบขับขี่ให้ถือว่ามีใบขับขี่อยู่กับตัว โดยที่เจ้าพนักงานจราจรจะไม่สามารถยึดใบขับขี่ได้ เพียงแต่ออกใบสั่งให้ไปชำระค่าปรับเท่านั้น   ขณะที่การใช้สำเนาภาพแทนใบขับขี่, การตัดแต้มความประพฤติผู้ฝ่าฝืนจราจร และการระงับต่อภาษีรถยนต์ประจำรายปี หากค้างชำระค่าใบสั่ง ยังอยู่ระหว่างทดสอบระบบ และต้องรอการประกาศใช้กฎหมายลูกนับถัดไปอีก 3 เดือนหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งต้องไม่เกินวันที่ 19 ธันวาคมนี้ โดยภายในปลายเดือนกันยายนนี้ จะเรียกหน่วยที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมกันอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F49z7blC4qg

 2,660
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ก.ย. 62

นักธุรกิจภูเก็ต โชว์ใบสั่งเป็นปึก ท้าคนใหญ่คนโตห้ามขับเกิน 90 เดิมพันซ่อมศาลาริมทาง

นายปรีชา ใจอาจ นักธุรกิจและอดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โพสต์ภาพใบสั่งจราจร ที่ถูกส่งทางไปรษณีย์จำนวนมาก พร้อมข้อความระบุว่า   “ผมจะไม่ท้าและลองของกับกฎหมายเด็ดขาด กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์เสมอ แต่ผมอยากท้าคนถ่ายรูปส่องกล้องจับความเร็วว่าคุณกับผมมาแข่งเดิมพันกันดีกว่าใครชนะ และจะยกเงินรางวัลเดิมพันเพื่อซ่อมแซมศาลาพักริมทางที่ไหนสักแห่งที่มันทรุดโทรมกันดีกว่า   2 เดือนนี้ผมได้รับรูปถ่ายรถสวยของผมเอง พร้อมรายละเอียดความเร็วประมาณ 120-126 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเก็บเต็มตะกร้า ท่านที่เป็นคนถ่ายรูปน่าจะมีเหตุและผลหรือเป็นคนนำเสนอต่อหน่วยงานของท่านว่าหลักความจริงวิ่ง 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะทางเกือบพันกิโลเมตร มันคงเป็นไปไม่ได้ ง่วงหลับในรถแหกโค้งกันพอดี   แต่ถ้าตัวท่านจริงจังขับได้ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไม่เคยขับรถเกิน 100 ผมจะไม่เสียใจเลย มันเป็นการซ้ำเติมในสภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้นะครับ และเปิดช่องให้คนใช้ถนนต้องทนทุกข์มากกว่า กฎหมายไม่สมดุลกับผู้ผลิตรถยนต์ที่ผลิตกำลังแรงม้ามาเยอะๆ แล้วมาวิ่งโดนจับ ผมว่าต้องแก้กันทั้งระบบถึงจะยุติธรรม   ผมไม่ได้เป็นผู้ร่างกฎหมาย แต่อยากนำเสนอเปลี่ยนแปลงให้จับความเร็วไม่เกิน 120 ในฐานะประชาชนผู้หากินบนถนนน่าจะเหมาะสมกว่านะครับ #อยากให้แชร์เพื่อถึงหูช่างถ่ายรูป #เห็นใบสั่งแล้วน้ำตาจิไหล #จับความเร็วไม่สมเหตุสมผล #อยากท้าคนส่องกล้องมาขับ90กิโลเมตรต่อชั่วโมง #เสือtruck2hand #ช่วยกดติดตามมีเรื่องอยากระบายเยอะ”   หลังโพสต์นี้เผยแพร่ไปทำให้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นด้วยจำนวนมาก และมองว่าการใช้ความเร็วที่ 90 กม./ชม.ไม่เหมาะกับสภาพท้องถนนและการจราจรในปัจจุบัน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขกฎหมาย เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้ใช้รถ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_Map44YaKXE

 41,717
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 ส.ค. 62

ตร.จราจรแจ้งความ ถูกเจ้าของรถเลื่อยตัดกุญแจล็อกล้อ ท้าฟ้องศาล อ้างตัวเป็นอาสา ตร.

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mos Malamos โพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก หลังปฎิบัติหน้าที่ทำการล็อกล้อผู้กระทำผิดกฎหมายจราจร แต่ผู้กระทำผิดใช้เลื่อยตัดกุญแจออก ก่อนแชทส่งรูปกุญแจและเลื่อยที่ใช้ตัดมาให้ดู พร้อมท้าให้ไปฟ้องศาล ทั้งยังอ้างเป็นอาสาสมัครตำรวจอีกด้วย   วานนี้ (29 ส.ค.) ส.ต.ท.จารุวัตร เทพอภิชัยกุล อายุ 26 ปี เจ้าของโพสต์ ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ชนะสงคราม เพื่อเอาผิดกับคู่กรณี พร้อมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ตนเป็นเจ้าหน้าที่จราจรกลาง ระหว่างปฎิบัติหน้าที่บริเวณท่าเรือมหาราช หลังวัดมหาธาตุ ได้พบรถจยย.จำนวน 4 คัน จอดในพื้นที่ห้ามจอด จึงได้เข้าทำการล็อกล้อ เขียนใบสั่ง และห้อยใบเตือนห้ามเคลื่อนย้าย   ต่อมามีผู้กระทำผิดสามรายมาจ่ายค่าปรับเป็นที่เรียบร้อย ผ่านไปหลายชั่วโมง รถจยย.อีกหนึ่งคันก็ยังไม่มาจ่ายค่าปรับ รู้สึกเอะใจ จึงขับรถกลับไปดูที่จุดเกิดเหตุ พบว่ารถหายไปแล้วพร้อมกับกุญแจที่ล็อกล้อ   จากนั้นตนจึงนำทะเบียนรถไปหาข้อมูลในระบบ PDM จนได้ชื่อของเจ้าของรถ จึงนำไปเสิร์ชหาในเฟซบุ๊ก พบว่าเจ้าของรถเป็นผู้หญิง อายุราว 36 ปี จึงทักไปแจ้งว่าตนเป็นคนล็อกล้อ พร้อมชี้แจงถึงข้อกฎหมาย ซึ่งผู้กระทำผิดได้ยอมรับว่าเป็นคนตัดกุญแจที่ล็อกล้อเอง พร้อมส่งรูปกุญแจ เลื่อยที่ใช้ตัด และใบคำเตือนที่ห้อยรถมาให้ดู   ตนพยายามพูดคุยเพื่อให้ผู้กระทำผิดมาชำระค่าปรับ แต่กลับถูกท้าทายให้ไปฟ้องศาล และบอกว่า “คิดว่าแค่นี้จะเล่นพี่ได้เหรอ” แถมยังอ้างตัวเป็นอาสาสมัครตำรวจอีกด้วย ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกผู้กระทำผิดมาสอบปากคำต่อไป   สำหรับเรื่องนี้ ความจริงแล้วตนมองว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น จากแค่คดีจราจรกลับต้องมากลายเป็นคดีอาญาที่มีโทษจำคุกเพิ่มขึ้น ซึ่งกรณีนี้ตนก็จะเป็นคดีให้ถึงที่สุด   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ ผู้เห็นเหตุการณ์ได้ให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นหญิงรายดังกล่าวขับรถมากับแฟนหนุ่ม ก่อนจอดรถลงมาซื้อของ เมื่อกลับมาที่รถเห็นว่ารถถูกล็อกล้อ ได้เอะอะโวยวายพูดว่าขี้เกียจรอแล้ว   จากนั้นจึงเดินไปซื้อเลื่อยมาตัดกุญแจ แล้วขับรถออกไป ซึ่งบริเวณนี้มีรถจยย.มาจอดและถูกล็อคล้อเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงบ่ายที่มีการจราจรติดขัด และพบว่ามีหลายรายที่เคยตัดกุญแจออกเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uUqVXBhXvNo

 5,452
สังคม-อาชญากรรม
29 ส.ค. 62

อยู่ที่ไหนก็จ่ายได้! ตร.จับมือธ.กรุงไทยพัฒนาระบบชำระใบสั่งออนไลน์ บังคับใช้ ก.ย. นี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย พัฒนาระบบใบสั่งออนไลน์แบบครบวงจร เชื่อมข้อมูลใบสั่งกับกรมการขนส่งทางบก   (29 ส.ค. 62) พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเป็นผู้ดำเนินการชำระค่าปรับค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ กับตัวแทนธนาคารกรุงไทย เนื่องจากพระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับใหม่จะบังคับใช้ในเดือนกันยายนนี้ และจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ในช่วงวันที่ 1 ตุลาคมปีนี้    สํานักงานตํารวจแห่งชาติ จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มเติมข้อตกลงกับธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นผู้ให้บริการที่รับชำระค่าปรับใบสั่งประเภทต่าง ๆ ของตำรวจหลายหน่วยตั้งแต่ปี 2559 โดยผ่านระบบบริหารจัดการใบสั่งจราจร police ticket management หรือ PTM ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลใบสั่งระบบการชำระเงิน ที่ขยายช่องทางการชำระเงินค่าปรับจากหน่วยที่ออกใบสั่งเป็นการชำระที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา โดยจะมีการเพิ่มการเชื่อมโยงข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก กับธนาคารกรุงไทย เพื่อให้สามารถชำระค่าปรับ    นอกเหนือจากตำรวจที่รับชำระค่าปรับ จะทำการตัดแต้มได้แล้วเมื่อไปชำระค่าปรับกับธนาคาร ก็จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูได้ที่หน้าเคาน์เตอร์ทันที และเมื่อชำระค่าปรับแล้ว ทางธนาคารก็จะส่งต่อข้อมูล ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบกที่เพิ่มเติมการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้ามาใหม่ด้วย ครั้งนี้ยังมีการเพิ่มช่องทางการชำระค่าปรับผ่านทางตู้ atm และ application กรุงไทย next ได้    ครั้งนี้ยังมีเครือข่ายอื่นที่รับชำระค่าปรับเพิ่มเติมคือระบบ cenpay ตู้บุญเติมและบริษัทไปรษณีย์ไทย เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนที่ถูกตรวจจับ และได้รับใบสั่ง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนที่ทำผิดกฎจราจรให้สามารถไปชำระค่าปรับได้กับธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ แทนที่จะต้องติดต่อเสียค่าปรับยังตำรวจหน่วยที่โดนจับปรับ    นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงการจ่ายใบสั่งข้อหาจราจรต่าง ๆ โดยจากก่อนหน้านี้ที่เป็นการบันทึกลงในเล่ม ข้อมูลก็จะต้องนำบันทึกลงในระบบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบกด้วย เพื่อให้ง่ายต่อการติดตาม หากผู้ขับขี่ไม่ยอมไปชำระค่าปรับก็จะสามารถระงับการ เสียภาษีต่อทะเบียนได้  

 2,449
ข่าวภูมิภาค
26 ก.ค. 62

รู้ตัวแล้วหนุ่มขับเก๋ง ปาดหน้าเบรกกะทันหัน ค้นประวัติโดนใบสั่งมาแล้ว 25 ใบ

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ste’phanie TonNy โพสต์คลิปรถเก๋งสีขาวที่ขับปาดหน้า แล้วจากนั้นก็เบรกรถแบบกะทันหัน ทำเอาคันที่ขับตามต้องเบรกกันหน้าคะมำ บนถนนพระราม 2 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ค. เวลาประมาณ 06.00 น.   ต่อมาตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จ.นครปฐม (ส.ทล.1กก.2.บก.ทล.) ทำการสืบสวน จนทราบว่ารถเก๋งคันดังกล่าว ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค ซึ่งมีนาย ธนวัฒน์ นามชูชัย เป็นผู้ครอบครองรถ ก่อนทำการออกหมายเรียกเชิญตัวผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าว มาสอบสวน   เจ้าหน้าที่ชี้ว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดขับรถประมาท หรือ หวาดเสียว อันอาจเกิดอันตราย แก่ บุคคล หรือ ทรัพย์สิน,ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือ ความเดือดร้อนของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือ ปรับ ตั้งแต่ 2,000 ถึง 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับนอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่านายธนวัฒน์ได้กระทำความผิดจนได้ใบสั่งเจ้าพนักงานจราจร หรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ ในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (พรบ.จร.ม.67วรรคหนึ่ง,152) / ฝ่าฝืนป้ายจำกัดความเร็ว (พรบ.ทางหลวงฯ ม.5(2),ม.69) จำนวน 25 ใบ   จากการสอบถามนายธนวัฒน์ ให้การว่าเป็นเจ้าของรถยนต์คันที่ ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์จริง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสาเหตุมาจากความเร็วและอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งขอโทษที่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี และขอรับผิดชอบในการกระทำดังกล่าวให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป เบื้องต้นตำรวจได้นำตัวส่ง พนักงานสอบสวนสภ.นครชัยศรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lSl9l6RoKws

 3,876
สังคม-อาชญากรรม
24 ก.ค. 62

เพิ่มโทษ ขี่จยย.บนทางเท้า จาก 1 พันเป็น 2 พัน - ติดกล้องฝ่าไฟแดงเข้ม 30 จุด เริ่ม ส.ค.62

ตำรวจ บก.จร.เผยความคืบหน้าโครงการตรวจจับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรด้วยกล้องอัตโนมัติ หรือ เรดไลต์ คาเมร่า ว่า ขณะนี้ระบบการเชื่อมข้อมูลจากกล้องเรดไลต์มายังศูนย์ควบคุม บก.02 มีความสมบูรณ์ 100% การบันทึกภาพของกล้องแต่ละจุด สามารถบันทึกภาพรถที่กระทำความผิดได้อย่างชัดเจนถูกต้องแม่นยำทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน โดยจะทำการประชาสัมพันธ์ก่อนกวดขันอย่งจริงจริง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการต้นเดือน ส.ค.62   ทั้งนี้จะมีการกวดขันอย่างจริงจังทั้ง 30 จุด บก.จร.จะมีการติดตั้งป้ายแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนเข้าพื้นที่ตรวจจับระยะ100 เมตร และ 50 เมตร เพื่อให้ผู้ขับขี่เห็นจะได้เลี่ยงไม่กระทำผิด และถ้าฝ่าฝืนผู้กระทำผิดจริงจะอ้างว่าไม่ทราบไม่ได้     ผู้ฝ่าฝืนจะมีความผิดตามมาตรา 22 พระราชบัญญัติจราจรทางบก ปี 2522 มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) มีนโยบายให้ปรับจริงในอัตรา 500 บาท   ขณะที่ กทม.สั่งให้ทุกสำนักงานเขตกวดขันการจอด หรือขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้าอย่างเข้มงวด เพิ่มโทษปรับผู้ขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้า เป็นจำนวน 2,000 บาท จากเดิม 1,000 บาท โดยจะเริ่มจับปรับอัตราใหม่วันที่ 1 ส.ค. เป็นต้นไป   สำหรับสถิติการจับปรับผู้กระทำผิด การขับขี่บนทางเท้าระหว่างวันที่ 9 ก.ค. 61 – 21 ก.ค. 62 จับกุมไปได้ทั้งสิ้นถึง 20,659 ราย ตักเตือน 4,197 ราย ดำเนินคดี 14,678 ราย อยู่ระหว่างดำเนินคดี 1,784 ราย ปรับเป็นเงินกว่า 11,179,500 บาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rDc341DDY_E

 10,880
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ค. 62

ตร.ทางหลวง รวบ โจ๋แสบ ซิ่งเก๋งทะเบียนปลอม ทำเจ้าของรถตัวจริงโดนใบสั่งเพียบ อ้างไม่รู้เรื่องยืมรถเพื่อนมาใช้

(20 ก.ค.62) พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง  เปิดเผยว่า ตำรวจทางหลวง นครปฐม ได้จับกุม นายปราโมทย์ หรือ อิ๊ก ดวงดารา อายุ 35 ปี และพวกอีก 2 คน พร้อมรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า แอคคดอร์ด สีเทา 1 คัน ทะเบียน ฎน2137 กทม. ซึ่งติดแผ่นป้ายทะเบียน ปลอม ป้ายเสียภาษีปลอม และสมุดคู่มือประจำรถปลอม 1 เล่ม โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนเพชรเกษม กม.56 ต.ห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม   โดยการจับกุมครั้งนี้ เนื่องจากเจ้าของรถ เข้ามาร้องเรียนที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง หลังถูกออกใบสั่งตรวจจับความเร็วถึง 9 ใบ โดยที่เจ้าตัวไม่ได้เดินทางไปแต่ละจุดตามที่ใบสั่งระบุ ตำรวจทางหลวงจึงตรวจสอบรายละเอียด ติดตามรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า แอคคอร์ด สีเทา ซึ่งใช้ทะเบียน   จนกระทั่งพบรถคันดังกล่าว วิ่งมาในเส้นทางถนนเพชรเกษม ช่วงจ.นครปฐม จึงเรียกตรวจค้นพบ นายปราโมทย์ เป็นคนขับ พร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน ทีนที่ที่ นายปราโมทย์ พบตำรวจ ใบหน้าก็ถอดสีทันที  จากการตรวจค้นในรถ  พบป้ายทะเบียนปลอม ป้ายใบเสียภาษีปลอม และที่สำคัญยังพบว่า นายปราโมทย์ เคยก่อคดีอุจฉกรรจ์มาแล้ว เช่น “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่นฯ, ปล้นทรัพย์, พ.ร.บ.อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน   จากการสอบสวน นายปราโมทย์ ให้การภาคเสธ อ้างว่ารถคันนี้ตนไม่ได้เป็นเจ้าของ เพราะตนยืมเพื่อนมา แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง  เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาส่งสภ.เมืองนครปฐม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 1,994
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ก.ค. 62

ตร.เกาะสมุยชี้แจง ปมหนุ่มโพสต์ได้เศษกระดาษเป็นใบสั่ง เสียค่าปรับ 2 พัน ชี้ทำผิดเป็นกระบุง

สุราษฎร์ธานี-จากรณีมีชายคนหนึ่งร้องเรียนว่า ขี่รถ จยย. ไปทำบัตรประชาชนใหม่ ที่อำเภอเกาะสมุย แต่ขี่รถไปถึงหน้าอำเภอ มีด่านตั้งอยู่ ตนถูกตำรวจเรียกให้เข้าจอดข้างทาง เพราะรถไม่มีป้ายทะเบียน และไม่มีใบขับขี่   ตำรวจจึงให้ตนไปเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจ โดยตำรวจได้หยิบเศษกระดาษขึ้นมาและเขียนข้อหาว่า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และ ไม่มีใบอนุญาต ตนจึงนำเศษกระดาษเข้าไปให้ตำรวจใน สภ. ซึ่งร้อยเวรที่รับเรื่องแจ้งว่า ต้องเสียค่าปรับ 2,000 บาท เพราะโดน 2 ข้อหา ตนจึงถามถึงใบสั่ง ตำรวจก็แจ้งว่าไม่สามารถออกใบสั่งได้ เนื่องจากผู้ขับไม่มีใบขับขี่ คำตอบนี้ จึงเป็นคำถามคาใจว่า “ใบสั่ง” ออกเป็นเศษกระดาษก็ได้เหรอ?"   ต่อมาทางตำรวจ สภ.เกาะสมุย ชี้แจงว่า ช่วงที่เกิดเหตุเป็นเวลาเร่งด่วน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จึงได้กระจายกำลังอำนวยความสะดวกการจราจร บนถนนสายทวีราษฎร์ภักดี หน้าที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย ขณะนั้นได้มีหนุ่มไทยวัยรุ่นคนหนึ่งอายุประมาณ 20-25 ปี ได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า MSX สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่มีกระจกมองข้าง และไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน และไม่มีแผ่นป้ายการชำระภาษี และไม่สวมหมวกนิรภัย   ซึ่งรถจักรยานยนต์ สภาพรถเป็นรถกลางเก่ากลางใหม่ ขับมาถึงจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร ได้แสดงท่าทางมีพิรุธ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจราจร จึงได้ให้สัญญาณจอดพร้อมให้นำรถเข้าข้างทาง พร้อมตรวจรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ปรากฎชายหนุ่มดังกล่าวไม่มีเอกสารประจำรถมาแสดง   พร้อมได้สอบถามชายวัยรุ่นคนขับว่ามีใบขับขี่รถหรือไม่ หนุ่มดังกล่าวแจ้งว่าไม่มีใบขับขี่ พร้อมสอบถามทางตำรวจว่า ต้องเสียค่าปรับเทาไหร่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้บอกว่า หลายความผิด ทั้งไม่มีใบอนุญาตขับขี่ รถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบีย ไม่ติดกระจกมองข้าง ค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และทางตำรวจราจรยังได้แจ้งว่า ต้องออกใบสั่งนะ พร้อมแจ้งรายละเอียดโดยจดเป็นกระดาษ ช็อตโน้ต เพื่อแจ้งให้หนุ่มเจ้าของรถนำกระดาษดังกล่าวไปขอรับใบสั่ง   โดยมีใจความว่า “ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และไม่มีใบอนุญาตขับขี่” เพื่อให้ชายหนุ่มคนขับรถนำแผ่นกระดาษดังกล่าว ไปขอรับใบสั่งจากเจ้าพนักงานตำรวจจราจร เพื่อนำใบสั่งไปชำระค่าปรับ และไม่สับสน เนื่องจากการออกใบสั่ง ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง   แต่ชายหนุ่มดังกล่าว รับกระดาษดังกล่าวไปแล้ว กลับหายตัวไป และไม่มาแสดงตัวอีกเลย และยังนำกระดาษที่ทางเจ้าหน้าที่ให้นำไปขอรับใบสั่งตัวจริง กลับนำมาโพส์ตลงสื่อโซเชี่ยล   ทางตำรวจระบุว่า ภายหลังจากที่ชายหนุ่มดังกล่าวไม่มาแสดงตัวเสียค่าปรับและขอรับรถ จึงได้นำรถจัรยานยนต์คันดังกล่าว พร้อมแจ้งบันทึกตรวจยึด และส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ในข้อกล่าวหา ขับรถจักรยานยนต์ โดยไม่ติดแผนป้ายทะเบียน และไม่ติดอุปกรณ์กระจกมองข้าง และชำระภาษี เนื่องจากชายหนุ่มดังกล่าวได้มีความผิดเกี่ยวกับ พรบ.จราจร และขอยืนยันว่า เป็นไปไม้ได้ที่ทางตำรวจจะเอาค่าปรับจำนวน 2,000 บาท เพราะใบสั่งที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรออกให้ ต้องเป็นใบสั่งที่เป็นแบบฟอร์มของสำนักงานตำรวจเท่านั้น   ในส่วนของชายหนุ่มดังกล่าว ที่นำแผ่นกระดาษไปโพสต์ลงสื่อโซเชียล และตั้งเป็นประเด็นขึ้นมา เพื่อหาแนวร่วม ที่จะเบี่ยงเบนประเด็นให้เป็นกระแสขึ้นมา ขณะเดียวกันทางตำรวจกำลังตรวจสอบพฤติกรรม ของชายหนุ่มดังกล่าว ว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่าย พรบ.คอมพิวเตอร์อย่างไรบ้าง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกันขอให้ชายหนุ่มดังกล่าว หากมีเอกสารการครอบครองรถ ก็ขอให้นำเอกสารเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/71Zx322Yuic

 2,450
แชร์ออฟเดอะเดย์
10 ก.ค. 62

จวกยับ! หนุ่มติดป้าย 'รถเสีย ห้ามล็อคล้อ' เลี่ยงเสียค่าปรับ อ้างแค่โพสต์ให้เพื่อนฮาเล่น ยันรถเสียจริง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Monthon Chonapingam โพสต์ภาพรถเก๋งสีแดงจอดอยู่ข้างทาง โดยมีป้าย ‘รถเสียอยู่ ห้ามล็อคล้อ’ ติดอยู่ที่หน้ากระจก พร้อมระบุข้อความว่า   “วอนสื่อพี่ๆนักข่าวให้เข้าใจกันทีนะครับ เศรษฐกิจแบบนี้ อย่ามาหากินบนความเดือดร้อนของประชาชนเลยนะครับ ควรจะยินดีรับใช้ประชาชน คุณพี่ตำรวจใจเค้าใจเราสังคมจะน่าอยู่มากขึ้น” ซึ่งมีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก   นายมณฑล งามอภิชน อายุ 29 ปี เจ้าของโพสต์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ตนเป็นเจ้าของร้านกาแฟแห่งหนึ่งย่านพุทธมณฑลสาย 2 โดยหน้าร้านเป็นถนน 6 เลน มีป้ายรถประจำทางอยู่ ฟุตปาธตีเส้นขาว-เหลือง ปกติมักจะมีคนมาจอดรถ และถูกล็อคล้อเป็นประจำ ซึ่งตนก็เคยถูกล็อคล้อเหมือนกัน   ช่วงเช้าวานนี้ ตนนำรถมาจอดหน้าร้านเพื่อขนของเข้าร้าน แต่เมื่อจอดแล้วรถกลับสตาร์ทไม่ติด ด้วยความที่ตนกลัวถูกล็อคล้อ จึงเขียนป้ายติดไว้หน้ากระจกดังกล่าว จากนั้นได้ถ่ายรูปและโพสต์ลงเฟซบุ๊กเพื่อต้องการสร้างเสียงหัวเราะให้กับเพื่อนๆเท่านั้น ซึ่งยืนยันว่ารถของตนเสียจริง แต่ที่ตนตอบคอมเมนท์เพื่อนว่า “รถไม่เสีย แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ” เนื่องจากขณะที่ตอบนั้น รถกลับมาใช้ได้ปกติแล้ว และตนเพียงตอบให้ดูตลกขบขันเท่านั้น   นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งที่ตนโพสต์ เนื่องจากรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดถนนฝั่งร้านตนถึงจอดรถไม่ได้ และมักจะโดนล็อคล้อตลอดแม้ว่าจะจอดแค่ไม่นาน ส่วนถนนฝั่งตรงข้ามที่ฟุตปาธตีเส้นขาว-แดง มักมีรถจอดแช่เป็นประจำ แต่กลับไม่เคยถูกตำรวจล็อคล้อเลย   ด้าน พ.ต.อ.อรรถวุฒิ มโนติโสภณ ผกก.สน.หลักสอง กล่าวว่า กรณีนี้หากตรวจสอบแล้วมีพยานหลักฐานชัดเจนว่ารถไม่ได้เสียอย่างที่กล่าวอ้าง ก็อาจเข้าข่ายความผิดจอดรถในที่ห้ามจอด ส่วนกรณีที่นายมณฑลบอกว่า ตำรวจล็อคล้อเฉพาะฝั่งร้านตนเองที่เป็นฟุตปาธตีเส้นขาว-เหลือง   แต่อีกฝั่งที่ตีเส้นขาว-แดงกลับไม่จับนั้น ไม่เป็นความจริง แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่อาจมีกำลังไม่เพียงพอที่จะดูแลเข้มงวดได้ตลอดเวลา ซึ่งหากประชาชนพบเห็นผู้กระทำผิด จอดรถในที่ห้ามจอด ก็สามารถถ่ายรูปแล้วแจ้งมาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไปได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gh65D4DiI8I

 4,781
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ค. 62

ขนส่งจับมือตร. เข้มค้างใบสั่งต่อภาษีรถไม่ได้ เริ่ม 1 ต.ค.62 จ่อหักแต้มคนทำผิดกฎ

กรมการขนส่งทางบกเตรียมเชื่อมโยงส่งข้อมูลร่วมกัน ระหว่างตำรวจกับขนส่งทางบกตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.62 เป็นต้นไป ส่วนประชาชนที่เคยได้รับใบสั่งจากตำรวจย้อนหลัง จากวันที่ 1 ต.ค.62 กลับไป 1 ปีถึง 30 ก.ย.61 แม้ข้อมูลจะยังไม่เชื่อมในระบบ ประชาชนก็ยังต้องเสียค่าปรับตามใบสั่ง   ทั้งนี้เมื่อการเชื่อมโยงส่งข้อมูล มีผลบังคับใช้แล้วประชาชนที่ได้รับใบสั่งหากไม่ได้ไปเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจ สามารถมาเสียค่าปรับพร้อมกับการเสียภาษีรถประจำปีที่สำนักงานขนส่งทางบกได้ เนื่องจากระบบทางตำรวจจะส่งข้อมูลมายังขนส่งทางบกด้วย โดยขนส่งจะบันทึกข้อมูลการชำระค่าปรับในระบบซึ่งระบบจะเชื่อมโยงกับระบบใบสั่งจราจร ซึ่งผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถก็จะได้เครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม)   โดยกรณีประชาชนที่ต้องเสียค่าปรับตามใบสั่ง แต่ยังไม่สะดวกที่จะเสียค่าปรับพร้อมกับการเสียภาษีรถยนต์ในคราวเดียวกัน ทางขนส่งทางบกจะให้เจ้าของรถเสียภาษีประจำปีรถยนต์ได้ก่อน แต่เจ้าของรถที่เสียภาษีจะไม่ได้ป้ายวงกลม แต่จะได้หลักฐานการเสียภาษีประจำปีชั่วคราว ซึ่งใบที่ออกแทนเพื่อให้เจ้าของรถสามารถแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อถูกเรียกตรวจได้ภายใน 30 วัน   อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของรถถูกเรียกตรวจจากตำรวจ ก็อาจจะโดนข้อหาไม่ติดแผ่นป้ายวงกลมหน้ารถได้เช่นกัน ขณะเดียวกันหากเจ้าของรถกลับมาชำระค่าปรับแล้วก็สามารถนำหลักฐานใบเสร็จการชำระมาแสดงเพื่อรับเครื่องหมายป้ายวงกลมฉบับจริงได้ภายหลัง   นอกจากนั้น กรณีเจ้าของรถที่โดนใบสั่ง หากจะปฏิเสธข้อหาของการโดนใบสั่งและไม่ยอมเสียค่าปรับ สามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน ซึ่งการอุทธรณ์จะต้องดำเนินการฟ้องร้องกับศาล หากศาลมีคำสั่งออกมาว่าไม่ผิดถึงจะหลุดพ้นไม่ต้องเสียค่าปรับได้เช่นกัน   โดยหากเจ้าของรถไม่ดำเนินการใดๆกับใบสั่ง และใช้หลักฐานแสดงการเสียภาษีประจำปีชั่วคราวเกิน 30 วัน ก็มีความผิดฐานใช้รถยนต์โดยไม่มีป้ายวงกลม มีโทษปรับ 2,000 บาท ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถแจ้งกรมการขนส่งฯ ให้งดออกป้ายวงกลมสำหรับรถคันดังกล่าว และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนต่อไป   อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเจ้าของรถจะไม่ยอมชำระใบสั่ง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมกรมขนส่งฯก็ไม่มีบทลงโทษด้วยการอายัดป้ายทะเบียนรถตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้   แม้จะเริ่มมาตรการนี้ 1 ต.ค.62 แต่หากประชาชนที่ได้รับใบสั่งขณะนี้ก็จะถูกนำข้อมูลมาเชื่อมโยงกับระบบด้วย เพราะระบบจะแสดงใบสั่งที่ยังไม่หมดอายุความ ซึ่งตามปกติใบสั่งจะมีอายุความ 1 ปี อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้จะเร่งประชาสัมพันธ์กับประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน โดยจากสถิติในปี 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจออกใบสั่งให้ผู้กระทำผิดกว่า 11.8 ล้านใบ แต่มีผู้ที่ได้รับใบสั่งกลับมาเสียภาษีเพียง 2 ล้านใบ ค้างไม่มาเสียค่าปรับกว่า 9.7 ล้านใบ ได้รับค่าปรับโดยเฉลี่ยกว่า 500 ล้านบาท   ส่วนปี 62 จากต้นปีมาถึงปัจจุบัน ได้ออกใบสั่งไปกว่า 7 ล้านใบ มาจ่ายค่าปรับตามใบสั่งเพียง 1 ล้านใบ ค้างจ่ายค่าปรับกว่า 5.9 ล้านใบ นอกจากนี้ พบว่าในปี 61 มีผู้กระทำผิดซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง สูงถึง ร้อยละ 20 หรือประมาณกว่า 1 ล้านใบ ส่วนการกระทำผิดครั้งเดียวมี 4 ล้านใบ   นอกจากนี้ยังเตรียมใช้มาตรการกำหนดคะแนนความประพฤติของผู้ขับขี่ โดยจะมีทั้งหมด 12 คะแนน โดยความผิดตามพ.ร.บ.จราจรทั้งหมดทุกข้อหาจะมีแต้มกำหนดไว้ ซึ่งจะจำแนกกลุ่มข้อหาในการตัดคะแนนไว้ดังนี้   1.กลุ่มการกระทำแล้วส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่นน้อยเช่น ไม่สวมหมวกกันน็อคไม่คาดเข็มขัดนิรภัยถูกตัด 1 คะแนนกลุ่ม   2.ส่งผลกระทบต่อตนเองและสาธารณะชนปานกลางเช่น ขับรถฝ่าไฟแดง ขับรถย้อนศรถูกตัด 2 คะแนน   3.ส่งผลกระทบร้ายแรงทั้งต่อตนเองและผู้อื่นเช่นดื่มแล้วขับ เสพยาเสพติดแล้วขับรถขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดขับรถชนแล้วหนีถูกตัด 3 คะแนน   หากประชาชนถูกตัดคะแนนหมดทั้ง 12 แต้มจะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 90 วัน และหากถูกพักใบอนุญาตขับขี่ติดต่อกัน 3 ครั้งครั้งที่ 3 จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 1 ปี และเมื่อครบกำหนดแล้วกลับมาใช้ใบอนุญาตขับขี่แต่ถูกตัดคะแนนหมด 12แต้มอีกครั้ง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่เป็นระยะเวลา 3 ปี หลังจากนั้นจึงจะยื่นขอทำอนุญาตใบขับที่กับกรมการขนส่งได้อีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eycklpDjoLU

 8,214
สรุปข่าว
30 พ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 30 พ.ค.62 นักโทษชายหนีจากรพ.-ดีเดย์ 1 ต.ค.ใบสั่งค้างต่อภาษีรถไม่ได้-ปารีณาบอกอีช่อเป็นคำท้องถิ่น

-สลด พ่อช่วยลูกสาววัย 7 และ 9 ขวบพลัดตกบ่อพักมูลสุกร หลังไปวิ่งเล่นบนผ้าเต็นท์คลุมบ่อพักที่ชำรุด ทำให้ก๊าซไข่เน่าระเหยขึ้นมาจนเด็กสลบ พ่อพยายามช่วยลูก สุดท้ายเสียชีวิตรวม 3 ศพ   -สภาพัฒน์แถลงขีดความสามารถการแข่งขันของไทยปีนี้ ดีขึ้น 5 อันดับ จากเดิม 30 ขึ้นมาอยู่ที่ 25 แต่ยังอยู่อันดับ 3 ในอาเซียนตามหลังสิงคโปร์-มาเลเซีย ขณะที่สิงคโปร์คว้าแชมป์อันดับ 1 แซงหน้าสหรัฐฯ   -อนุทิน ประกาศหากประชาธิปัตย์ไม่รวมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทยก็รวมรัฐบาลด้วยไม่ได้ ย้ำหลักการรัฐบาลต้องมีเสถียรภาพ ท่ามกลางกระแสข่าวพลังประชารัฐและประชาธิปัตย์ยังตกลงกันไม่ได้ ก่อนไปโหวตนายกฯ พรรคแกนนำต้องนำพรรคร่วมมาแถลงก่อนโหวตนายกฯ ยันภูมิใจไทยไม่ร่วมรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะผิดคำพูด ถ้าต่ำกว่า 250 เสียง ภูมิใจไทยไปไม่ได้   -พลังประชารัฐตั้งโต๊ะแถลงยันเดินหน้าตั้งรัฐบาล ยึดประโยชน์บ้านเมืองมากกว่าการต่อรองทางบ้านเมือง เชื่อเสร็จตามกรอบที่กำหนด การเจรจาไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น แต่ยังไม่เคาะกระทรวงไหนให้ใคร หลังโหวตเลือกนายกฯก็มีอำนาจตามกม.ที่จะพิจารณารายชื่อ รมต. ส่วนกระแสที่ประชาธิปัตย์เลื่อนการประชุมไม่มีกำหนด เพราะไม่พอใจพลังประชารัฐเรื่องโควต้า รมต. และไม่พอใจท่าทีบิ๊กตู่ที่จะพิจารณารายชื่อ รมต.ด้วยตัวเอง และไม่ตอบรับเงื่อนไขแก้ รธน. ยันการหารือกับ ปชป.คุยในหลักการเบื้องต้น ยังไม่ลงรายละเอียดว่าใครคุมกระทรวงใด   ส่วนแนวคิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยให้โหวตเลือกนายกฯก่อนไปยุบสภาภายหลัง ยังไม่บอกถึงขั้นนั้น เป็นเพียงแนวคิดของณัฏฐพล ไม่ได้หมายความว่าพรรคจะเดินตามนั้น   -ความคืบหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ชัดเจนว่าประชุมพรรคเมื่อไร หลังเลื่อนไม่มีกำหนด เนื่องจากยังตกลงเรื่องดีลโควต้า รมต.ไม่สำเร็จกับพลังประชารัฐ หลังมีเงื่อนไขขอให้โหวตนายกฯก่อนจัดสรร รมต.ทีหลัง ทำให้แกนนำพรรค ปชป.ไม่พอใจ มองเป็นการไม่ให้เกียรติกัน หากไปร่วก็ถูกกดหัวเป็นแค่ไม้ประดับ หากไม่ได้ ก.เกษตรฯ ก็ขับเคลื่อนนโยบายที่หาเสียงไม่ได้ ทำให้ไม่มีประโยชน์ที่จะเข้าร่วมรัฐบาลด้วย ทำให้มี ส.ส.หลายคนเริ่มไม่อยากเข้าร่วมด้วยมากขึ้น     -พลังประชารัฐเตรียมเทียบเชิญชาติไทยพัฒนาเป็นทางการวันนี้ หลังมีข่าวไม่พอใจเรื่องโควต้า ทั้งที่ประกาศตัวเป็นพรรคแรกๆที่ร่วมรัฐบาล กระแสข่าวสลับเก้าอี้ก.พัฒนาสังคมแทน ก.ทรัพยากร อุตตมยันชาติไทยพัฒนาจะได้ตามที่เสนอมาคือ รมว.ทรัพยากรและ รมช.เกษตร   -ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรีแจงปมไลฟ์สดเรียกอีช่อ บอกเป็นคำท้องถิ่นแถวบ้าน เรียกคนไม่มีระเบียบ อยู่ในกฎเกณฑ์ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลาย ยันไม่ได้อคติกับช่อ พรรณิการ์ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อเล่นว่าช่อ ยันไม่ใช่นักเลงแต่ก็ไม่กลัวใคร ตัวเองมีสิทธิแสดงออกบนเฟซบุ๊ก โลกออนไลน์โต้ คนราชบุรีประสานเสียง อีช่อไม่ใช่ภาษาถิ่น ด้านทวี พ่อปารีณายันลูกสาวเป็นคำสุภาพ ใจนักเลงไม่กลัวใคร หากไม่ดีจริงคงไม่ได้เป็น ส.ส.4 สมัย   ส่วนช่อ พรรณิการ์ บอกไม่ติดใจว่าเรื่องจบหรือไม่ เพราะยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ เป็นสิทธิแต่ละคนที่มีสิทธิจะพูด ตนขอไม่เกี่ยวข้อง   -ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ยกฟ้องวันกษัตริย์ พรหมทอง หรืออดีตพระวันกษัตริย์ คดีหมิ่นเบื้องสูง แก้เป็นคดีฉ้อโกง ปชช. และใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์โดยไม่มีสิทธิ์ จำคุก 2 ปี 9 เดือน นำตัวขังต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ   -ดีเดย์ 1 ต.ค.ใบสั่งค้างต่อภาษีรถยนต์ไม่ได้ กรมการขนส่งทางบกจับมือ สตช. เชื่อมข้อมูลใบสั่งค่าปรับย้อนไปตั้งแต่ 30 ก.ย.61 ใครไม่จ่ายค่าปรับ เวลาต่อภาษีจะไม่ได้ป้ายวงกลมตัวจริง หลังพบปี 61 ตัวเลขใบสั่ง 11 ล้าน จ่ายจริงแค่ล่านกว่าใบ ไม่จ่าย 85% เตรียมแก้ลำใบสั่งไร้ความหมาย ปลายปีจะใช้ระบบตัดแต้มถ้าทำผิดกฎจราจร แต้มหมดถูกใช้ใบขับขี่ 90 วัน   -นักโทษชายหนีออกจาก รพ.สมุทรสาคร ทำทีปวดท้องหลอกผู้คุมให้ปลดโซ่ตรวนเข้าห้องน้ำ ฉวยโอกาสหนี แล้วไปชิง จยย.ชาวบ้าน เรือนจำพิเศษธนบุรีตั้งรางวัลนำจับ วอนญาติช่วยกล่อมให้มอบตัว   -สาวพม่าแจ้งความแม่นำทอง 7 บาทใส่กระปุกฝังดินไว้ข้างบ้านพักที่นครนายก ถูกมือดีลอบขุดหายเกลี้ยง ทิ้งมีดปักตอที่ใช้ขุด กระปุกใส่ทองและรองเท้าแตะไว้ให้ดูต่างหน้า เจ้าของบ้านอุตส่าห์เก็บทั้งหมดใส่ถุงรอ จนท.มาตรวจสอบ หัวขโมยยังวกกลับไปอีก วอนขอทองคืน ไม่คิดเอาความ   -ศาลสั่งปล่อยตัวพ่อค้าส้มขับแกร็บพลเมืองดี หลังก่อนหน้าเจอยาบ้าซุกลังส้ม แจ้งตร.กลับถูกขัง 1 เดือน โผเข้ากอดลูกเมีย เจ้าตัวบอกทรมานมาก เป็นพลเมืองดีทำไมต้องถูกจับ   -เตรียมแจ้ง 3 ข้อหาหนุ่ม 19 ขี่ จยย.บนทางเท้าชน พนง.ลาลามูฟล้มกลิ้ง ขณะรอซื้อราดหน้าย่านซอยเอกชัย 55 คนเจ็บอาการดีขึ้น เล่าเหตุการณ์ สังคมวอนเพิ่มโทษเอาให้หนัก เทียบกรณีแมสเซนเจอร์ชน นร.บนทางเท้า โดนโทษคุก 2 เดือน   -เจนี่ แฮปปี้ประกาศข่าวดีตั้งท้องแล้ว โพสต์ภาพอัลตร้าซาวน์ลูกในท้อง พร้อมข้อความภาษาอังกฤษ หัวใจฉันตื้นตันมาก มิกกี้โพสต์ลูกรักของพ่อและแม่ ด้านกรณ์ ณรงค์เดช คุกเข่าขอศรีริต้า เจนเซ่น สุดโรแมนติก ในวันครบรอบดูใจ 3 ปี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z6r7BNZjnJY

 4,208
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ค. 62

1 ต.ค. ดีเดย์! เชื่อมใบสั่งกับกรมขนส่งฯ ชี้ไม่จ่ายค่าปรับต่อภาษีได้ แต่จะไม่ได้รับป้ายวงกลม เสี่ยงถูกปรับสูงสุด 2,000 บาท

กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุ 1 ตุลาคม 2562 เตรียมโยงข้อมูลระบบใบสั่ง ไม่จ่ายค่าปรับยังต่อภาษีได้ แต่จะไม่ได้รับป้ายวงกลม เสี่ยงถูกปรับสูงสุด 2,000 บาท   (29 พ.ค.62) นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ พลตำรวจโท ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งจราจร ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ประชาชนที่จะชำระภาษีรถประจำปี กรณีมีใบสั่งแต่ยังไม่ชำระค่าปรับ สามารถชำระค่าปรับพร้อมกับชำระภาษีรถประจำปีได้ในคราวเดียวกัน โดยกรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการบันทึกข้อมูลการชำระค่าปรับที่เชื่อมโยงกับระบบใบสั่งจราจรของผู้ขับขี่ หรือ เจ้าของรถจึงจะได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี หรือ ป้ายวงกลมตามปกติ   ส่วนกรณีที่ผู้เสียภาษีที่ยังไม่พร้อมชำระค่าปรับในคราวเดียวกัน ยังคงสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ แต่จะไม่ได้รับป้ายวงกลม โดยจะได้รับหลักฐานการเสียภาษีประจำปีชั่วคราวซึ่งมีอายุ 30 วันนับตั้งแต่วันที่นายทะเบียนออกให้เท่านั้น และหากชำระค่าปรับเรียบร้อยแล้วสามารถนำหลักฐานใบเสร็จการชำระมาแสดงเพื่อขอรับป้ายวงกลมฉบับจริงได้ในภายหลัง แต่หากยังไม่ชำระค่าปรับดังกล่าว และสิ้นสุด 30 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจจับได้ ซึ่งจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ กรณีไม่มีป้ายวงกลม มีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท   โดยข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าในปี 2561 มีการออกไปสั่งทั้งสิ้น 11 ล้านใบ ในจำนวนนี้ค้างชำระค่าปรับ 9,700,000 ใบ ขณะที่ในปี 2562 มีการออกใบสั่งไปแล้ว 7,000,000 ใบ มีการค้างชำระค่าปรับ 5,900,000 ใบ  

 5,150
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ค. 62

ดีเดย์ 1 ก.ค.นี้ เบี้ยวค่าปรับ-ใบสั่งค้างจ่าย อายัดต่อทะเบียนรถ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบก เอาจริงถ้าค้างจ่ายค่าปรับหรือถูกใบสั่ง จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้ หากไม่จ่ายให้เรียบร้อย ดีเดย์ 1 ก.ค.2562 เป็นต้นไป โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่ใบสั่ง 1 ปี หรือ วันที่ 1 ก.ค.61    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aBVys_tmsDg

 3,038
การเมือง
30 เม.ย. 62

'ธนาธร' งัดหลักฐานรถโดนใบสั่ง โต้ปมโอนหุ้น

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ชี้แจงปมถือหุ้นสื่อ พร้อมหลักฐานภาพใบสั่งใช้ความเร็วในการขับรถเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ระหว่างหาเสียงในพื้นที่ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. และเส้นทางจากจ.บุรีรัมย์มายัง กทม.ในวันที่ 8 ม.ค.พร้อมหลักฐานต้นขั้วเช็คจ่ายเงิน พร้อมระบุว่า   เราเลือกที่จะทำงานการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยอย่างสันติ ผมเลือกที่จะร่วมสร้างพรรคอนาคตใหม่กับสมาชิก เพราะเราเชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านกลับสู่ประชาธิปไตยที่สันติและค่อยเป็นค่อยไปมากที่สุดคือการทำผ่านกระบวนการรัฐสภา   สังคมที่เราอยากเห็นคือสังคมที่เป็นประชาธิปไตย ที่คนทุกคนเท่าเทียมกัน หลักนิติรัฐและความเป็นธรรมได้รับการเชิดชู ทรัพยากรของประเทศถูกนำไปใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่ของประเทศ สังคมสวยงามที่เรียบง่ายแต่ขณะเดียวกันก็หนักแน่นไปด้วยหลักการ   แต่จนถึงวันนี้ ผมมีคดีและข้อกล่าวหาทั้งสิ้นแล้ว 6 กรณี ผมไม่มีเจตนาร้ายกับสังคม แต่แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงประเทศที่เราฝันถึง ย่อมกระทบกับผลประโยชน์ของคนกลุ่มน้อยที่พอใจกับสังคมที่ไม่มีวันพรุ่งนี้ คนกลุ่มนี้เองที่ไม่ต้องการให้เราเข้าสภา และพร้อมทำทุกอย่างที่แม้แต่จะนำประเทศไทยลงเหวเพื่อรักษาอำนาจตัวเองไว้   ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นที่ผมต้องไปชี้แจงพรุ่งนี้ไม่มีมูล ไม่มีใครมีหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์โต้แย้งหลักฐานที่เรานำเสนอได้ ผมไม่ได้ถือหุ้นสื่อในวันที่ผมสมัคร ส.ส. และ กกต. ไม่มีอำนาจในการตั้งข้อกล่าวหาและตรวจสอบผมในประเด็นนี้ ผมหวังว่า กกต. จะเป็นองค์กรอิสระอย่างแท้จริง เป็นเสาหลักที่เข้มแข็งในการดำเนินการผลักดันสังคมให้กลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย   หาก กกต. ใช้อำนาจโดยมิชอบ สุ่มเสี่ยงที่จะมีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 157 ผมขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทางกฏหมายกับ กกต. ต่อไป   พรุ่งนี้ผมต้องไปอธิบายกรณีที่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นสื่อต่อ กกต. โดยจะนำหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ของผมไปด้วย นอกเหนือจากหลักฐานที่ผมเสนอต่อสาธารณะไปแล้ว ยังมีเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอื่นๆ อีกมาก เช่น   รูปที่ 1 ใบสั่งตามรูปแสดงให้เห็นว่าผมอยู่ที่สุรินทร์ในวันที่ 7 มกราคม   รูปที่ 2 ใบสั่งตามรูปแสดงให้เห็นว่าผมอยู่ที่ถนนทางหลวงที่ 24 กม. ที่ 107-109 อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ วันที่ 8 มกราคม เวลา 11.41 น.   รูปที่ 3 ใบสั่งตามรูปแสดงให้เห็นว่าผมอยู่ที่ถนนกาญจนาภิเษก กม. 5 (ขาเข้า) ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี วันที่ 8 มกราคม เวลา 14.45 น.   รูปที่ 4 และ 5 เนื่องจาก ม.จ. จุลเจิม ยุคล ได้เขียนข้อความทวงถามต้นขั้วเช็คผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เอ่ยชื่อโดยตรง ผมสันนิฐานว่าเขาเขียนถึงผม ถ้าเจ้าตัวไม่มีเจตนาเขียนถึงผม ผมขอโทษมา ณ ที่นี้ รูปนี้แสดงให้เห็นว่าต้นขั้วเช็คเรียงลำดับอย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับหมายเลขเช็คที่แถลงไปก่อนหน้า ไม่มีการทำเช็คย้อนหลังอย่างที่หลายคนพยายามกล่าวหาแต่อย่างใด ท่านที่ยังสงสัยสามารถสอบถามไปยังธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้ถึงการเรียงเบอร์ตามต้นขั้วดังกล่าว   รูปที่ 6 แสดงให้เห็นถึงเส้นทางการเดินทาง และการยืนยันหลักฐานที่อยู่และเวลาตามใบสั่งในรูปก่อนหน้า และตามใบเสร็จทางพิเศษที่ชี้แจงไปก่อนหน้า ทุกท่านจะเห็นได้ว่าเวลาและที่อยู่สอดคล้องกันทั้งหมด   #พรรคอนาคตใหม่ #อนาคตใหม่ #ธนาธร #โอนหุ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4b9r-CjmO4k

 3,133

Top