ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชิงทรัพย์"

ข่าวภูมิภาค
26 ม.ค. 61

บุกชาร์จหนุ่มชิงทรัพย์ร้านชำขอนแก่น พังประตูบ้านเจอนอนจิบเบียร์สบายใจ

ขอนแก่น-คลิปเจ้าหน้าบุกเข้าชาร์จ หนุ่มอายุ 28 ปี หลังลงมือก่อเหตุควงอาวุธมีดดาบยาวประมาณ 1 ฟุต ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านค้าของชำภายในหมู่บ้านตัวเอง กวาดเอาเงินสดทั้งเหรียญและธนบัตรชนิดต่างๆรวมกว่า 5,000 บาท หลบหนีออกมา ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงได้ตะโกน พร้อมกับเกลี่ยกล่อมให้ออกมามอบตัว แต่ไม่เป็นผล   กระทั่งผ่านไปประมาณ 15 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจพังประตูเข้าไป พบผู้ต้องหาอยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อ มีลายสักเต็มตัว นอนดื่มเบียร์อยู่บนที่นอนภายในบ้านอย่างไม่สะทกสะท้าน และมีท่าทีอ่อนข้อไม่ขัดขืนยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจับกุมแต่โดยดี   ทาง ตร.ระบุว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านค้าขายของชำในหมู่บ้านโคกสูงว่า มีชายฉกรรจ์ ถืออาวุธมีดดาบยาวประมาณ 1 ฟุต เข้ามาขู่และหยิบเอาเงินสดเป็นธนบัตรและเหรียญชนิดต่างๆ ใส่กระเป๋าประมาณกว่า 5,000 บาท แล้วหลบหนีออกไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่ตรวจสอบไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็ทราบเบาะแสว่าคือผู้ต้องหารายนี้ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบภายในบ้านพัก และพบกำลังดื่มเบียร์ไม่มีท่าทีหวาดกลัวหรือคิดจะต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด   ซึ่งเบื้องต้นให้การปฏิเสธ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นภายในบ้านพัก พบธนบัตรชนิดต่างๆ ม้วนซ่อนไว้ในอิฐบล็อกที่อยู่ในบ้าน ทำให้ต่อมายอมรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจึง ซึ่งหลังจากลงมือก่อเหตุก็ได้ไปซื้อเบียร์จำนวน 3 ขวดมาดื่ม พร้อมกับพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเอามีดดาบที่ใช้ก่อเหตุซ่อนอยู่ในบ้าน ซึ่งรับสารภาพว่าต้องการนำเงินมาใช้จ่ายเที่ยวเล่นเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j5XdAO9oMk8    

 8,977
สังคม-อาชญากรรม
10 ม.ค. 61

วิศวกรถูกยิงดับปริศนา ทิ้งศพริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตร.ให้น้ำหนักชิงทรัพย์ ยังไม่ตัดปมชู้สาว

อยุธยา-ภรรยาและลูกเข้ารับศพนายไพโรจน์ ดีลิ อายุ 56 ปี วิศวกรรมโยธา เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างอาคารผู้ป่วยโรงพยาบาลบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกยิงเสียชีวิต ศพถูกทิ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา   โดยทางภรรยาเปิดเผยว่าสามีเป็นผู้รับเหมางานก่อสร้าง ซึ่งได้ทำการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และมารับหนังสือสัญญาประกันคืน จากทางโรงพยาบาลบางปะอินที่ได้ก่อสร้างอาคารผู้ป่วย จริงๆแล้วสามีตนเองมาตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2561 โดยมากับลูกชายและให้ลูกชายเป็นคนขับรถ และก็ไปส่งลูกชายที่กรุงเทพ เพราะลูกชายทำงานอยู่กรุงเทพและก็กลับมาที่ โรงพยาบาลบางปะอินเพื่อประสานงานเรื่องเอกสาร   ในเรื่องธุรกิจตนเองไม่ทราบว่าสามีมีความขัดแย้งกับใครเพราะสามีไม่เคยเล่าให้ฟัง ภายในครอบครัวตนเองจึงไม่ทราบสาเหตุของการเสียชีวิต โดยตนเองก็ไม่มีข้อมูลว่าเขาไปขัดแย้งกับใคร ในเรื่องส่วนตัวเขาไม่เคยมีปัญหากับใครและเขาจะไม่ค่อยพูดอะไรให้ทางครอบครัวทราบหรือทำให้ครอบครัวไม่สบายใจ   ในวันที่สามีหายตัวไปนั้น ได้ไปทำธุระที่กรุงเทพกับเพื่อนสนิท โดยสามีได้ส่ง Message มาให้ครอบครัวดูว่านั่งทานข้าวมีใครบ้างใครบ้างซึ่งเป็นคนรู้จักคุ้นเคยกันทั้งนั้น หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป ประมาณ 3 ถึง 4 ทุ่ม ซึ่งสามีก็โทรหาตนเองแต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาก จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นลูกชายโทรมาบอกว่าพ่อเสียแล้ว   ซึ่งโดยนิสัยแล้วสามีเป็นคนที่มีเพื่อนฝูงเยอะเป็นคนใจดีมีไมตรีกับเพื่อนๆทุกคน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ซึ่งทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ออกหนังสือรับรองการตายสมองฉีกขาดจากกระสุนปืนลูกโดด ขณะที่เพื่อนสนิทเผยวิศวกรเพิ่งรอดตายจากอุบัติเหตุรถตกน้ำเมื่อปีใหม่ปมการเสียชีวิต   ด้าน ตร.ตั้งไว้ 3 ประเด็นคือ ชิงทรัพย์ ชู้สาว และขัดแย้งทางธุรกิจ โดยมุ่งให้น้ำหนักไปที่การชิงทรัพย์ อย่างไรก็ตามมีหลักฐานกล้องวงจรปิดจับภาพแท็กซี่สีเขียวเหลืองรับผู้ตายมาจากย่านห้วยขวาง ก่อนมาพบศพถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา จ.อยุธยา   นอกจากนี้ชุดสืบสวนมีข้อมูลว่าผู้ตายพาเพื่อนหญิงคนสนิทไปกินอาหารที่อยุธยา และเดินทางต่อไปยังปากเกร็ด นนทบุรี ก่อนพาไปส่งที่หอพักของฝ่ายหญิงที่อยุธยา จึงยังไม่ตัดประเด็นชู้สาวทิ้งเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FhD6PeevZIs    

 19,704
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 ม.ค. 61

หนุ่มช่างสักโวย อดีตแฟนลูกค้าสาวสุดเถื่อน ควงปืนตามง้อแฟนก่อนพังร้านแถมชิงทรัพย์

กาญจนบุรี-หนุ่มช่างสัก โพสต์เฟซบุ๊กประจานอดีตแฟนหนุ่มของลูกค้าสาว พฤติกรรมสุดเถื่อน ควงปืนบุกง้อแฟนสาวถึงในร้าน แต่ไม่เจอตัว สุดท้ายแผลงฤทธิ์พังร้าน แสดงพฤติกรรมป่าเถื่อน แถมก่อเหตุกลางวันแสกๆอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ใช้ปืนทุบกระจกร้าน ข่มขู่ภรรยาและลูกน้อยวัย3เดือนถึงบนบ้าน แถมชิงทรัพย์ทั้งเงินสดและสร้อยทองหลบหนี ล่าสุด ตำรวจเผยออกหมายเรียกแล้ว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XHsEt7Zn6vY  

 28,235
ข่าวภูมิภาค
18 ธ.ค. 60

ร.ต.ท.ชิงทองเครียด-ปฏิเสธทุกข้อหล่าวหา ถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน

จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายปิดบังใบหน้าใช้อาวุธปืนสั้นไปทำการชิงทรัพย์ร้านทอง ชื่อ ห้างทองจิราพร ม.7 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ก่อนจะได้ทองรูปพรรณ จำนวน 20 บาท มูลค้า 4 แสนบาทหลบหนีไปโดยคนร้ายใช้รถ จยย.เป็นพาหนะในการก่อเหตุและหลบหนี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ธค.ที่ผ่านมา   จนกระทั่งการสืบสวนสอบสวนจากพยานหลักฐานทำให้เจ้าหน้าที่ รู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ จนนำไปสู่การออกหมายจับและจับกุม ร.ต.ท.มีชัย ช่อสม อายุ 37 ปี รองสารวัตรสอบสวน สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ขณะอยู่ในบ้านพักภายใน สภ.หนองจิก   ล่าสุดมีการสอบปากคำ ร.ต.ท.มีชัย ภายในห้องพัก พร้อมกับตรวจสอบพยานหลักฐานที่ยึดได้จากการตรวจค้นบ้านพัก ประกอบด้วย เสื้อและกางเกงที่มีลักษณะคล้ายกับภาพวงจรปิด และยึดกระสุนปืนขนาด .38 มม. จำนวน 15 นัด ส่วนอาวุธปืนยังไม่พบ นอกจากนี้พยานยังชี้ยืนยันว่าจำรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายที่ก่อเหตุได้   ซึ่งจากการสอบปากคำ ร.ต.ท.มีชัย ดูมีอาการเครียดและยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวว่า และไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดใด ๆ ให้กับพนักงานสอบสวน จากนั้นเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.ประสิทธิ์ ได้นำตัว ร.ต.ท.มีชัย ขึ้นรถกระบะ เดินทางไปดำเนินคดีต่อที่ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนดูแลความปลอดภัย   ด้าน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มีการจับกุม ร.ต.ท.มีชัย เจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ถึงแม้ว่าทางพื้นที่เจ้าของคดีจะมีพยานหลักฐานมัดตัว รวมไปถึงเสื้อผ้าที่ยึดได้ภายในบ้านพัก ซึ่งหลังจากที่ได้จับกุมตัวก็ได้มีการดูแล ร.ต.ท.มีชัยอย่างใกล้ชิดเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอาการเครียด   ส่วนการดำเนินการในขณะนี้ ตนได้ให้ ร.ต.ท.มีชัย ออกจากราชการไว้ก่อนเนื่องจากตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ และได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น รวมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยทั้งผู้ต้องหารวมถึงผู้บังคับบัญชาที่กำกับดูแลควบคุมความประพฤติและระเบียบวินัยตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ เนื่องจากไม่ดูแลไม่ควบคุมปล่อยให้ก่อเหตุ โดยจะสอบสวนผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นของ ร.ต.ท.มีชัย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/grVvcQ3eC0M    

 15,032
สังคม-อาชญากรรม
12 ธ.ค. 60

จับแล้ว 2 โจ๋วัย 17 วิ่งราวทรัพย์นักร้องหนุ่ม 'ตาต้า' หลังวงจรปิดจับภาพชัด อ้างทำไปเพราะคึกคะนอง

ตำรวจ สน.สุทธิสาร รวบตัวสองวัยรุ่นอายุ 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ ตาต้า3ภาคิน เดชชาญชัยยุทธ นักร้อง อดีตผู้เข้าประกวดรายการ ดิเอ็กซ์แฟกเตอร์ไทยแลนด์ บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ หน้าปากซอยลาดพร้าว 42   ได้ทรัพย์สินเป็นกระเป๋าผ้าภายในมีเงินสดประมาณ 3,000 บาท พร้อมบัตรเอกสารสำคัญต่างๆ เพาเวอร์แบงก์ สายชาร์จโทรศัพท์ โดยเหตุเกิดระหว่างปากซอยลาดพร้าว 40-42 เขตลาดพร้าว เมื่อกลางดึกวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีกล้องวงจรปิดจับภาพได้อย่างชัดเจน   จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง ส่วนสาเหตุมาจากความคึกคะนอง ก่อนเกิดเหตุได้นั่งกินเหล้ากันอยู่กับกลุ่มเพื่อนที่ย่านลำลูกกา จากนั้นได้ขับรถเล่นจนมาถึงที่เกิดเหตุเจอผู้เสียหายอยากระบายอารมณ์จะเข้าไปทำร้าย แต่เกิดเปลี่ยนใจเข้าไปชิงทรัพย์ก่อนจะหลบหนี และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา   เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ จากนั้นนำตัวไปส่งสถานพินิจ โดยหนึ่งในผู้ต้องหายังมีประวัติร่วมกันปล้นทรัพย์เมื่อปี 2558 ในเขตพื้นที่ สน.สายไหมด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XV-k6wU6WHo

 2,446
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ย. 60

ตร.เมืองนนท์ คุมตัวคนร้ายทำแผนชิงทรัพย์ฆ่าอดีตลูกจ้างกรมสรรพาวุธวัย76

ตำรวจเมืองนนทบุรีนำตัวผู้ต้องหาชิงทรัพย์ฆ่าคุณตาวัย 76 ปี ทำร้ายคุณยายวัย 74 ปี สาหัส ก่อนชิงทองหนัก 7 บาท เงินสด 13,000 บาท โทรศัพท์มือถือเครื่อง แล้วยังขี่รถ จยย.คนตายหลบหนีไปหลังก่อเหตุ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุที่บ้านภายในซอยงามวงศ์วาน    เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ สภ.เมืองนนทบุรี พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภาค1 พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายสมคิด ทีเทศ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 5 ต.กุดรัง อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี เลขที่ จ . 475/2560 ลงวันที่ 27 พ.ย. 60 ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน "ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธ ในเคหสถาน ในเวลากลางคืน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส" พร้อมด้วยของกลางโทรศัพท์มือถือ  พระเครื่อง แหวนทอง  โดยควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังบ้านเกิดเหตุภายในซอยงามวงศ์วาน   โดยนายสมคิด รับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย.60 ตนเองได้ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์นายละเอียด อุดมรักษ์ อายุ 76 ปี และทำร้ายนางสิน สิมนางบัว อายุ 74 ปี สองตายายที่เปิดร้านขายของชำภายในบ้านพัก และสังเกตุอยู่หลายวันว่าผู้ตายใส่ทองรูปพรรณเต็มตัว จึงวางแผนฆ่าชิงทรัพย์ซึ่งในวันเกิดเหตุได้ทำทีไปสั่งเบียร์ 2 ขวด ที่ร้านผู้ตายและนั่งดื่มอยู่ที่โต๊ะม้าหินหน้าร้าน จนใกล้ค่ำ เมื่อสบโอกาสจึงออกอุบายขอเข้าห้องน้ำภายในบ้าน   นายละเอียด ผู้ตาย จึงพาเดินเข้าไปในบ้านตนเองเลยใช้อาวุธไม้คมแฝกที่เตรียมมาตีเข้าที่ศีรษะไปหลายครั้งจนล้มแน่นิ่งเสียชีวิต และชิงทรัพย์ แล้วล๊อคประตูห้องจากด้านใน เดินออกมาเรียกนางสินภรรยาผู้ตายก่อนบอกว่าสามีเรียกให้ไปหาเมื่อสบโอกาสตนเองจึงใช้ไม้คมแฝกตีกระหน่ำจนแน่นิ่งไปอีกคน จากนั้นได้คว้ารถจักรยานยนต์ ของผู้ตายหลบหนีไปยังบ้านเกิดที่จังหวัดมหาสารคาม จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวไว้ได้    สำหรับนายสมคิด ผู้ต้องหารายนี้มีประวัติก่อคดีมาอย่างโชกโชนนับสิบคดี อายุเพียง 18 ปี ก็ก่อคดีฆ่าข่มขืน เมื่อพ้นโทษก็ยังก่อเหตุชิงทรัพย์ฆ่านายจ้างในท้องที่ สภ.พัทยา คดีลักทรัพย์ คดีเสพยาบ้า เข้าออกในคุกเป็นว่าเล่น จนกระทั่งพ้นโทษมาเมื่อปี 2559 แล้วมาก่อเหตุอุจกรรจ์ฆ่านายละเอียดทำร้ายนางสินจนบาดเจ็บสาหัสในครั้งนี้อีก นับว่าเป็นเดนคุกภัยสังคมตัวฉกาจคนหนึ่งเลยทีเดียว    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 6,223
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ย. 60

รวบ 2 คนร้ายหลอกเหยื่อชายรักชาย ทำร้ายร่างกาย-ชิงทรัพย์

ตำรวจ สน.บางพลัด รวบ 2 คนร้าย ตระเวนหลอกกลุ่มเหยื่อชายรักชาย ย่านรัชดา ทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส ก่อนชิงโทรศัพท์ สร้อยคอทองคำ ไปขายนำเงินเที่ยวเตร่   ตำรวจรวบตัวนายนิวัฒน์ โพธิ์แก้ว อายุ 37 ปี และนายประวิทย์ รื่นนุสาร อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์ และร่วมกันทำร้ายร่างกาย ตามหมายจับศาลแขวงตลิ่งชัน หลังถูกตำรวจจับกุมได้ที่ถนนเลี่ยงเมือง จังหวัดนนทบุรี   โดยพฤติกรรมของกลุ่มคนร้าย จะอาศัยความเป็นคนหน้าตาดี ตระเวนไปตามสถานบันเทิง บาร์เกย์ย่านรัชดา และคอกวัว ก่อนจะเลือกเหยื่อที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ที่มีทรัพย์สินและอยู่ในอาการมึนเมา โดยทำทีชักชวนไปดื่มกินหรือเที่ยวต่อ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะพาไปที่ถนนสิรินทร ก่อนลงมือทำร้ายร่างกาย และนำทรัพย์สินหลบหนีไป โดยเหยื่อคนล่าสุดเป็นมัคคุเทศน์อิสระ ถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ต้องเข้ารับการรักษาตัวผ่าตัดสมองที่โรงพยาบาลศิริราช โดยคนร้ายได้นำทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำไปขายที่ย่านจังหวัดนนทบุรี   นอกจากนี้ ทางตำรวจยังสืบสวนพบว่า คนร้ายลงมือก่อเหตุตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงปัจจุบัน มาแล้ว 7-8 ครั้ง โดยมีผู้เสียหาย 4 คนที่มาแสดงตัวแจ้งความดำเนินคดี จึงฝากผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้เข้าแจ้งความ เพื่อที่จะเอาผิดกับคนร้ายเพิ่มเติมต่อไป ทั้งนี้ ตำรวจยังพบประวัติกลุ่มผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกัน ในพื้นที่ สน.พหลโยธิน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และ สน.นพวงศ์ เมื่อเดือนเมษายน โดยอยู่ระหว่างการประกันตัว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vyfqvP5Qf6k    

 17,400
ข่าวภูมิภาค
31 ต.ค. 60

วงจรปิดจับภาพนาที โจรบุกเดี่ยวถือมีดดาบยาวชิงทอง 14 เส้นกลางเมืองจันท์ ช่วงกลางวันแสกๆ

จันทบุรี-คนร้ายถือมีดดาบยาวบุกเข้าร้านทองกลางเมืองจันทบุรี ก่อเหตุกลางวันแสกๆ ได้ทองเส้นละ 1 สลึงไป 14 เส้น เป็นจำนวนเงินกว่า 72,000 บาท ก่อนขี่ จยย.หลบหนีไป เปิดหลักฐานชี้คนร้ายแต่งกายเหมือนคนที่เข้าก่อเหตุชิงทองในพื้นที่เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ได้สร้อยทองเส้นละ 1 สลึง จำนวน 22 เส้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดเป็นคนร้ายคนเดียวกัน   จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อดูพฤติการณ์การเข้าก่อเหตุของคนร้ายพบว่า คนร้ายได้เดินวงเวียนหน้าร้าน และเอามือใส่เข้าไปในเสื้อเพื่อเตรียมหยิบมีดดาบยาวออกมา หลังจากได้จังหวะจึงวิ่งเข้าไปในร้าน และนำมีดออกมาฟันไปที่กระจกตู้ และเอื้อมมือไปหยิบทอง แต่จังหวะนั้นเจ้าของร้านก็พยายามเข้าไปดึงแขนคนร้าย แต่คนร้ายก็ผลักเจ้าของร้านแทบล้ม ท่ามกลางความตกใจของลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้าน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพอจะทราบเบาะแสของคนร้ายแล้ว ว่าเป็นคนพื้นที่ใด และจะล่าตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AdswR8pvNW0  

 5,891
ข่าวภูมิภาค
28 ต.ค. 60

ตร.ชลบุรีรวบ 2 คนร้ายจี้เงินแต่งงานคู่รักชาวเมียนมา หลังเห็นโพสต์โชว์บนเฟซบุ๊ก

ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี  จับกุมตัว 2 คนร้าย นายประทีป อายุ 40 ปี และ นายภูมินทร์ อายุ 40 ปี หลังร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์ นายสอ อายุ 20 ปี และ นางสาวลี 22 ปี 2 สามีภรรยาชาวเมียนมาภายในห้องพักคนงาน ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวน 105,200 บาท สร้อยข้อมือน้ำหนัก 1 บาท พระเลี่ยมทองน้ำหนัก 1 สลึง 1 องค์ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ก่อนคุมตัวไปทำแผนรับสารภาพ    ด้านผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นคนงานด้วยกันและเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก พอเห็นผู้เสียหายนำเงินแต่งงานมาโพสต์ก็อยากได้ไปเลี้ยงลูก อ้างทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็คงไม่ทำ   ขณะที่ผู้เสียหายเปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ได้ททรัพย์สินคืนมาทั้งหมด ส่วนเรื่องที่โพสต์เงินแต่งงานเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หวังว่าจะให้ทางญาติและเพื่อนรู้ แต่ไม่คิดว่าจะไปเป็นชนวนของการก่อเหตุ โชคดีที่ตำรวจจับได้เร็ว ทำให้ได้ทรัพย์สินคืนทั้งหมด ไม่เช่นนั้นตนสองคนคงไม่ได้แต่งงานกัน  ก่อนคุมตัวไปทำแผนรับสารภาพ            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/XIbh9vMChFs

 40,438
ข่าวภูมิภาค
03 ต.ค. 60

จับแล้ว คนร้ายชิงทรัพย์หวังข่มขืนครูสาว พบประวัติเพิ่งพ้นโทษ ด.ญ.วัย 14 ร่วมชี้ตัวถูกข่มขืนอีกราย

โคราช-ตร.แถลงจับกุมคนร้ายชายอายุ 27ปี ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์หวังข่มขืนครูสาว พบประวัติเคยก่อเหตุคดีจี้ชิงทรัพย์ และถูกดำเนินคดีพิพากษาจำคุกมาแล้ว 5 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา จากนั้นก็ไปก่อคดีอีกหลายครั้งทั้งคดีจี้ชิงทรัพย์ คดีพยายามข่มขืน   ขณะที่เหยื่ออีกรายโผล่ชี้ตัวคนร้าย เป็นเด็กหญิงวัย 14 ปี ถูกคนร้ายรายเดียวกันนี้ฉุดข่มขืนในไร่ข้าวโพดริมทางเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ระบุใช้มือบีบรัดคอ และบังคับข่มขืนกระทำชำเราตนจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง ก่อนที่คนร้ายจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปลอยนวล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZyBjLsv0v3U  

 7,866
ข่าวภูมิภาค
02 ต.ค. 60

รวบแล้ว คนร้ายจี้ชิงทรัพย์หวังข่มขืนครูสาวโคราช

โคราช-รวบแล้วคนร้ายจี้ชิงทรัพย์หวังข่มขืนครูสาววัย 25 ปี แต่ครูสาวขัดขืนจึงถูกคนร้ายใช้มีดแทงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ตร.ชี้เป็นคนเดียวกับที่กล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียงจับภาพได้ โดยคนร้ายได้เข้ามอบตัวกับตำรวจหลังถูกกดดันอย่างหนัก   โดยคนร้ายรายนี้เป็นชาวอำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา และได้มาทำงานเป็นลูกจ้างภายในอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกันกับพื้นที่เกิดเหตุทำร้ายจี้ชิงทรัพย์ครูสาว โดยคนร้ายรายนี้เคยก่อคดีในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง   ก่อนหน้านี้เคยก่อคดีชิงทรัพย์ในพื้นที่อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา และติดคุกอยู่ 7 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปลายปีที่ผ่านมา จากนั้นก็ออกมาก่อคดีจี้ชิงทรัพย์ในพื้นที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา เมื่อปลายปีที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน ก่อนจะมาก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์หวังข่มขืนครูสาวในครั้งล่าสุด             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/CCLHhI8DMzg

 3,379
สังคม-อาชญากรรม
29 ก.ย. 60

ตร.เร่งตามล่าโจรหื่นมีรอยสักคอสีแดง แทงครูสาวโคราชชิงทรัพย์หวังข่มขืน คาดคนร้ายเป็นคนในพื้นที่

  จากกรณีคนร้ายแทงครูสาวชิงทรัพย์หวังข่มขืนที่โคราช ชุดสืบสวนเร่งหาตัวคนร้ายมีรอยสักสีแดงที่คอ คาดเป็นคนในพื้นที่เพราะชำนาญเส้นทางดี ขณะที่อาการครูสาวปลอดภัยแล้ว     ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีชายคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาประกบใช้มีดจี้ชิงทรัพย์ และบังคับหวังข่มขืน ครูสาวอายุ 25 ปี ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา แต่ครูสาวขัดขืนจึงถูกคนร้ายใช้มีดแทงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา บริเวณป่าละเมาะริมทางห่างจากโรงเรียนดังกล่าวประมาณ 2 กิโลเมตร    ล่าสุดเช้าวันนี้ พ.ต.อ.ทรงวุฒิ ไสยบุญ ผกก.สภ.สีคิ้ว เปิดเผยความคืบหน้าในการติดตามตัวคนร้ายว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรสีคิ้ว พร้อมด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้แบ่งกำลังกันลงพื้นที่เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายรายนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นสืบหาตัวคนร้ายจากรูปลักษณะรอยสักของคนร้ายที่ครูสาวผู้บาดเจ็บให้การระบุไว้ เนื่องจากคนร้ายสวมใส่หมวกกันน็อคจึงทำให้ไม่เห็นใบหน้าของคนร้าย แต่ลักษณะรอยสักตรงลำคอของคนร้ายมีลักษณะพิเศษ เป็นรอยสักที่มีสีแดง และเป็นรูปคล้ายอักษรภาษาอังกฤษ    นอกจากนี้ชุดสืบสวนยังคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในละแวกใกล้เคียงกับพื้นที่เกิดเหตุ เพราะจุดเกิดเหตุเป็นเส้นทางค่อนข้างเปลี่ยว และเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน ซึ่งหลังเกิดเหตุร้ายตำรวจได้รับแจ้ง และรีบเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุโดยใช้เวลาไม่นาน พร้อมทั้งวิทยุสกัดจับคนร้ายตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายหลบหนี แต่เนื่องจากคนร้ายน่าจะชำนาญ และรู้เส้นทางหลบหนีในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยขณะนี้ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่สอบถามชาวบ้าน เพื่อสืบหาผู้ต้องสงสัยที่มีรอยสักสีแดงบริเวณลำคอลักษณะดังกล่าวแล้ว   ขณะที่อาการล่าสุดของครูสาว อายุ 25 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกอาวุธมีดของคนร้ายแทง อาการโดยรวมปลอดภัยแล้ว ขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โดยมีครอบครัวของครูสาวคอยดูแลอย่างใกล้ชิด   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,428
ข่าวภูมิภาค
29 ก.ย. 60

ตามล่าโจรหื่นมีรอยสัก แทงครูสาวโคราชชิงทรัพย์หวังข่มขืน

โคราช-เกิดเหตุชายคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาประกบใช้มีดจี้ชิงทรัพย์ และบังคับหวังข่มขืนครูสาวอายุ 25 ปี แต่ครูสาวขัดขืนจึงถูกคนร้ายใช้มีดแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณป่าละเมาะห่างจากโรงเรียนประมาณ 2 กิโลเมตร   หลังรับแจ้งเหตุ ตร.ได้ลงพื้นที่ออกสำรวจเส้นทางหลบหนีของคนร้ายทุกเส้นทาง พร้อมทั้งหาหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิดทุกจุดที่สามารถหามาได้ เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย ซึ่งเบื้องต้นครูผู้บาดเจ็บให้การว่า คนร้ายรายนี้มีร่างกายผอม สูงประมาณ 170 เซนติเมตร อายุประมาณ 40-50 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์สีน้ำเงิน ไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน ซึ่งเหตุการณ์คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ประกบมา แล้วใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ของครูสาวล้มลง   จากนั้นได้ใช้มีดปลายแหลมจี้ครูสาวให้ขึ้นซ้อนรถจักรยานยนต์ด้านหน้าวิ่งเข้าไปข้างทางในป่าละเมาะ โดยคนร้ายพยายามที่จะข่มขืน แต่ครูสาวได้พยายามต่อสู้โดยร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ พร้อมกับใช้มือดันโดนหมวกกันน็อคของคนร้าย จึงทำให้ครูสาวสังเกตเห็นว่าคนร้ายรายนี้มีรอยสักคล้ายรูปอักษรภาษาอังกฤษเป็นตัว U หรือตัว C อยู่บริเวณต้นคอด้านซ้าย และมีรอยสักบริเวณไหล่ซ้าย ก่อนที่คนร้ายจะใช้มีดแทงครูสาวที่บริเวณกลางหลัง 3 ครั้ง แล้วฉกเอากระเป๋าสะพายของครูสาวหลบหนีไป   ซึ่ง ตร.จะสืบหาเบาะแสคนร้ายตามจุดที่น่าสงสัย โดยเฉพาะบริเวณไซด์คนงานก่อสร้างที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีคนงานต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่บรรยากาศภายในโรงเรียนพบว่า ในวันนี้ครูและนักเรียนกำลังช่วยกันบูรณะซ่อมแซมอาคารภายในโรงเรียนหลายจุด ซึ่งทุกคนยังคงต่างรู้สึกหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N6o2FlOPJzo

 954
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ย. 60

eod เร่งตรวจสอบ ระเบิดตู้ atm ซ.กรุงเทพกรีฑา 35 คาดเป็นเหตุชิงทรัพย์

EOD เร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุ คนร้ายใช้วัตถุระเบิด ตู้กดเงินสดธนาคารกรุงเทพ ภายในห้างเทสโก้โลตัสเอ็กซ์เพรส บริเวณปากซอยกรุงเทพกรีฑา 35 เขตสะพานสูง   โดยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ผู้ก่อเหตุเป็นผู้ชายหนึ่งคน ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคลิ๊ก มาดูลาดเลาบริเวณที่ตู้เอทีเอ็ม จากนั้นไม่นานมีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น ก่อนจะเห็นผู้ก่อเหตุนำกล่องเงินจากตู้เอทีเอ็มใส่ตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์ขี่ออกไป เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างตรวจหาพยานหลักฐานอย่างละเอียด แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ผู้ก่อเหตุได้เงินไปจำนวนเท่าไร อยู่ระหว่างประสานธนาคารเจ้าของตู้   ขณะที่พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล อยู่ระหว่างเดินทางมาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ส่วนระเบิดที่คนร้ายใช้เจ้าหน้าที่คาดเป็นระเบิดแสวงเครื่องเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างหาชิ้นส่วนประกอบเพื่อระบุชนิด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/odUafRsF0MY    

 5,058
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ย. 60

รวบโจ๋ 19 เสพยาบ้า 5 เม็ด ก่อนกระชากสร้อยเหยื่อ 2 รายซ้อนภายในครึ่ง ชม.

ชลบุรี-เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ กระชากสร้อยเหยื่อ 2 ราย ภายในเวลาห่างกันไม่ถึงชั่วโมง ในเขตเทศบาลเมืองบ้านบึง โดยผู้ก่อเหตุเป็นคนเดียวกัน เป็นชาย รูปร่างผอม สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผิวดำ ใช้รถยี่ห้อฮอนด้า เวฟสีแดง   ทาง จนท.จึงได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิด จนสามารถจับกุมตัวไว้ได้ เป็นชายวัย 19 ปี ให้การว่าได้ยืมรถจักรยานยนต์เพื่อนมาก่อเหตุ เพราะต้องการเงินไปซ่อมรถจักรยานยนต์ ที่พังจนไม่สามารถขับขี่ได้   โดยก่อนเกิดเหตุได้เสพยาบ้าไปจำนวน 5 เม็ด ได้ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวตะเวนหาเหยื่อโดยรายแรกได้สร้อยทองน้ำหนัก 1 บาทครึ่งเส้น จากนั้นอีก 5นาทีก็ได้เจอเหยื่ออีก 1 รายสวมสร้อยทอง จึงลงมืออีกได้มาอีกครึ่งเส้นน้ำหนัก 1 สลึง จากนั้นได้นำไปขายที่ร้านทองภายในห้างโลตัส เมื่อได้เงินมาก็นำรถจักรยานยนต์ของตนที่พังไปซ่อมที่ร้าน จากนั้นก็กลับไปนอนยังห้องเช่าซื้อยาบ้ามาเสพ จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมาจับกุมดังกล่าว โดยอ้างว่าชีวิตแย่ มีความจำเป็นที่ต้องกระทำเพราะที่บ้านมีปัญหา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dWweA32oRNY  

 1,723

Top