ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชิงทรัพย์"

สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 62

คุมตัวผู้ต้องหาชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทยทำแผนฯ รับอ้างหาเงินใช้หนี้-เล่นการพนัน

คุมตัวผู้ต้องหาชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทยทำแผนประกอบคำรับสารภาพอ้างหาเงินใช้หนี้และเล่นการพนัน   จากกรณีเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม มีคนร้ายชาย 1 คน อายุประมาณ 35-40 ปี รูปร่างสูงประมาณ 170-180 ซม. สวมหมวกนิรภัยแบบเต็มใบสีขาว เสื้อผ้าร่มสีกรมท่าแขนยาว กางเกงยีนส์ขายาว บุกเดี่ยวเข้าชิงทรัพย์ภายในธนาคารทหารไทย สาขาถนนพัฒนาการ ปากซอยพัฒนาการ 48 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. ได้เงินสด 105,320 บาทหลบหนีไป ก่อนใช้รถจักรยานยนต์ไม่ติดป้ายทะเบียนเป็นพาหนะในการหลบหนี    (3ม.ค.62) โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนนครบาล 5 ได้ติดตามสืบสวนภาพ จากกล้องวงจรปิด จนรู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ ก่อนร่วมกันเข้าจับกุมตัวนายศราวุฒิ สะทิ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้ที่บ้านพัก ใน ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ    จากการสอบปากคำนายศราวุธ ผู้ต้องหา เปิดปากให้การรับสารภาพ เป็นผู้ก่อเหตุเข้าชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทยจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้วางแผนตระเวนดูธนาคารต่างๆ โดยจะเลือกธนาคารที่มีพนักงานเป็นผู้หญิง และไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยขับรถจักรยานยนต์เริ่มจากธนาคารย่านสมุทรปราการ ก่อนจะมาถึงธนาคารกรุงไทย สาขา พาทิโอ รามคำแหง แต่เมื่อเข้าไปดูพบว่ามีพนักงานเป็นผู้ชาย เสียส่วนใหญ่ประกอบกับมีลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมากจึงเปลี่ยนใจ ก่อนที่จะมาถึงธนาคารทหารไทย ปากซอยพัฒนาการ 48 จึงเดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์ 1 ของธนาคาร พูดข่มขู่ให้ส่งเงินมาพร้อมยื่นถุงพลาสติกให้ใส่เงิน แล้วทำท่าว่ามีระเบิดกับปืนอยู่ในตัว แต่พนักงานไม่ให้ จึงหันไปหาเคาน์เตอร์ที่2 พนักงานก็ตกใจเดินหนี จึงเดินไปที่พนักงานเคาน์เตอร์3 ซึ่งพึ่งมาทำงานใหม่ ก่อนข่มขู่ให้ส่งเงินมาเพราะมีระเบิดและปืน ทางพนักงานจึงหันไปมองทางผู้จัดการที่ตัดสินใจยอมให้เงินไป เพราะกลัวว่าคนร้ายจะมีระเบิดจริง อีกทั้งคนร้ายยังพยายามปีนข้ามเคาน์เตอร์มา จึงยอมเอาเงินใส่ถุงพลาสติก จากนั้นจึงออกจากธนาคารไปสตาร์ทรถจักรยานยนต์แล้วกลับรถทันทีมุ่งหน้าไปทางแยกพัฒนาการหลบหนีไป โดยเงินที่ได้นำไปเล่นการพนันจนหมดสิ้น เนื่องจากติดการพนันอย่างหนัก    โดยในเวลา 12.00 น.พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะเดินทางมาทำการสอบปากคำพร้อมจะควบคุมตัวผู้ต้องหานำแผนชี้จุดประกอบคำรับสารภาพต่อไป

 1,371
ข่าวภูมิภาค
23 ธ.ค. 61

โจรบุกเดี่ยวชิงทรัพย์เสี่ยวัย 55 หน้าตู้ฝากเงิน ได้ไปครึ่งแสน เผ่นหนี

วันที่ 23 ธ.ค.61 เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.อ.เศษฐาวุฒิ มาวันหิรัญกุล รอง สวป.สภ. บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุจี้ชิงทรัพย์ เหตุเกิดหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยซอยเนินพลับหวาน พัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงาน พ.ต.อ.จักรทิพย์ พาราพันธกุล ผกก.สภ.บางละมุง ก่อนรีบนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้าตู้ฝาก-ถอน เงินอัตโนมัติ พบนายวิชัย หล่อวิทยา อายุ 55 ปี เจ้าของธุรกิจหลายอย่างย่านเมืองพัทยา ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า   ก่อนเกิดเหตุตนได้นำเงินสดจำนวน หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นบาท มาเพื่อฝากที่ตู้ฝากอัตโนมัติ ระหว่างที่รอคิวนั้นตนก็นับเงินรอ จนกระทั่งถึงคิวของตนก็เตรียมที่จะเอาเงินเข้าตู้ฝาก จังหวะนั้นได้มีคนร้ายเป็นผู้ชายสวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้า ชักอาวุธปืนจ่อที่ด้านหลังพร้อมสั่งให้มือขึ้นให้ส่งเงินทั้งหมดมา    แต่ตนเองก็พยายามขัดขืน คนร้ายจึงแย่งเงินไปได้ส่วนนึง คือ 55,000 บาท แล้วรีบวิ่งไปขึ้นจักรยานยนต์แล้วหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนไม่ได้ติดตามไปเพราะต้องเก็บเงินที่ตกอยู่หน้าตู้ หลังจากตั้งสติได้ก็รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ   นายวิชัยยังเปิดเผยอีกว่า ตนนั้นจะนำเงินมาฝากที่นี่เป็นประจำ และจะเป็นช่วงเวลาดึกเช่นนี้ เพราะคิดว่ามีกล้องวงจรปิด มีคนพลุกพล่าน ไม่น่าจะเกิดเหตุร้าย จนกระทั่งมาถูกคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ชิงเงินไป ทั้งที่มีคนสัญจรไปมาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งยังมีผู้เห็นเหตุการณ์เล่าอีกว่าเห็นคนร้ายแย่งเงินนายวิชัย แล้วรีบวิ่งไปขึ้นจยย.เร่งเครื่องหนีไปอย่างรวดเร็ว แล้วมีคนไล่ติดตามไปแต่ไม่ทราบว่าทันหรือไม่   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้ายรายนี้ จากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุและตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีผ่านไป เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    

 2,066
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ย. 61

เร่งเกาะรอยคนร้ายฆ่าโหด 'เสี่ยเล็ก เมืองสุพรรณ' พร้อมออกหมายจับ คาดหลบหนีตามเขตชายแดน จ.กาญจนบุรี

ล่าสุดศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ได้อนุมัติหมายจับ ที่ จ 314/2561 ลงวันที่ 21 ก.ย.2561 นายซอ หรือโซ หรือยัน นายชู ไม่มีนามสกุล อ ข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย   จากกรณีนายณัฐปพนวิช วงค์ธนจีรนาถ อายุ 49 ปีหรือเสี่ยเล็ก เสี่ยรับเหมาถูกคนร้ายฆ่าตายภายในบ้านพัก ที่ข้างเตียงนอนพบท่อนเหล็กแบนยาวประมาณ 1 เมตรและไขควงยาวประมาณ 5 นิ้วตกอยู่ที่พื้นที่มีเศษดินตกอยู่เกลื่อนห้องเจ้าหน้าที่จึงพิสูจน์หลักฐานจึงตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายไว้เป็นหลักฐานตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ตายถูกคนร้ายนำไปประกอบด้วยเงินสด จำนวน 60,000 บาทพระขุนแผนบ้านกร่างเลี่ยมทอง 1 องค์ ล็อคเก็ตฟันมารดาของผู้ตายเลี่ยมทอง 1 ชิ้นพร้อมกับสร้อยร่ม 1 เส้น ซึ่งคนร้ายที่ก่อเหตุสันนิษฐานว่าเป็นคนงานชาวเมียนมา ที่ผู้ตายเพิ่งรับมาได้ไม่กี่ชั่วโมง    ล่าสุดวันนี้ (21 ก.ย. 61) เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นประธานการประชุม เพื่อเร่งคลี่คลายคดีนี้โดยมี พ.ต.อ.วิติพจน์ พจนาคม พ.ต.อ. อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก. ภ.จว.สุพรรณบุรี  พร้อมชุดทำงานชุดสืบสวนของตำรวจภูธรสุพรรณบุรี และ ชุดสืบสวน สภ.เมือง สุพรรณบุรี เร่งติดตามคนร้าย ทราบชื่อนายโซ อายุ 22 ปี ชาวเมียนมา คนงานที่เพิ่งรับมาทำงานได้เพียงวันเดียว หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไป พร้อมเงินสด และทรัพย์สินของผู้ตายจำนวนหนึ่งในจำนวนทรัพย์สินที่หายไปไม่มีสร้อยคอทองคำ แหวนเพชร และอาวุธปืนตามที่ สื่อบางแขนงรายงานแต่อย่างใด    หลังประชุมเสร็จ พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่าเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งประเด็นชิงทรัพย์ เนื่องจากมีเงินสดและทรัพย์สินบางส่วนของผู้ตายหายไปด้วย ขณะนี้คาดว่าจะหลบหนีเข้าพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี หรือเขตรอยต่อประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ พร้อมกับสืบสวนติดตามคนร้ายรายนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด ถ้าหากผู้ต้องหาหลบหนีข้ามไปประเทศเพื่อนแล้วการติดตามจับตัวก็จะยุ่งยากมากขึ้น แต่หากข้ามไปจริงก็ต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อจับตัวมาดำเนินคดีให้ได้   อีกทั้งทางกำลังชุดสืบสวน ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบในห้องนอนของผู้ตายหาพยานหลักฐานเพิ่มโดยเจ้าหน้าที่พบกรรไกร เปื้อนเลือดยาวประมาณ 7 นิ้วตกอยู่ที่ข้างเตียงจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับสอบปากคำกับพี่สาวผู้เสียชีวิต ในเบื้องต้นเปิดเผยว่าจะเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ภายในวันสองวันนี้ ขณะนี้กำลังชุดสืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้ประสานกับชุดสืบสวนภาค 7 กำลังตำรวจชุดสืบสวน และสภ. เมืองสุพรรณบุรี และกำลังตำรวจสืบสวนกาญจนบุรี และ ตชด. เฝ้าตามจุดรอยต่อเขตชายแดน จ.กาญจนบุรี    ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลว่าคนร้ายได้หนีเข้าไปหาญาติในเขตอ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เมื่อช่วงสายวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมาจากนั้นได้หลบหนีต่อไปโดยคาดว่าจะใช้เส้นทาง ลาดหญ้า ไปออก อ.สังขละ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อ กับประเทศเพื่อนบ้าน เกรงว่าคนร้ายอาจจะข้ามหลบหนีไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ช่วงนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับต่อไป    ในส่วนนางณัฐนิชาพร วงค์ธนจีรนาถ อายุ 53 ปีพี่สาวคนตายเปิดเผยว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้องชายไม่น่ามาอายุสั้น เพราะคนงานชาวเมียนมา คนนี้เนื่องจากน้องชายเป็นคนใจดีชอบรับเลี้ยงเด็กที่ไม่มีอนาคตไม่มีงานทำเอามาดูแลหางานให้ทำให้มีรายได้เป็นการช่วยเหลือสังคมไปด้วย

 2,008
ข่าวภูมิภาค
10 ส.ค. 61

โจรบุกเดี่ยวใช้ปืนชิงทรัพย์ธนาคาร ตร.เร่งล่าตัว

ตำรวจเร่งล่าคนร้ายใช้ปืนชิงทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาท่าเรือ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้เงินสด 20,000 บาท ก่อนหลบหนี   วันนี้ (10 ส.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. เกิดเหตุคนร้ายสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ บุกเดี่ยวเข้าชิงทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาท่าเรือ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยภาพจากล้องวงจรปิดบันทึกภาพ ขณะที่คนร้ายแต่งกายเลียนแบบคล้ายพนักงานไปรษณีย์เดินเข้ามาภายในธนาคาร ก่อนจะเข้าล็อคตัวพนักงานรักษาความปลอดภัย และชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่จี้บังคับให้พนักงานธนาคารนำเงินออกมาใส่ในกระเป๋าที่เตรียมมา ท่ามกลางความตกใจของประชาชนที่กำลังมาใช้บริการ ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางอนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรี ท้าวศรีสุนทร ซึ่งหลังเกิดเหตุ ตรวจสอบพบว่า เงินที่คนร้ายได้ไปจากการชิงทรัพย์ครั้งนี้ ประมาณ 20,000 บาท   ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรถลางพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุแล้ว และอยู่ระหว่างติดตามจับกุมคนร้าย   โดย พ.ต.ท. ประวิทย์ เอ่งฉ้วน รองผู้กำกับป้องกันปราบปราม .สภ ถลาง ได้สั่งกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี   (คลิปวงจรปิดคนร้ายชิงทรัพย์)  

 1,513
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ค. 61

ชายเมากาว ราดน้ำมันขู่เผาธนาคารหวังชิงเงิน แต่พลาดลื่น สุดท้ายไม่รอดถูกจับ

ชลบุรี-ชายเก็บของเก่าลักษณะเหมือนเมากาว หิ้วถังแกลลอนน้ำมันบุกธนาคารกรุงเทพฯ สาขาเนินเต็ง บอกพนักงานขอเงิน 1 ปึก เจ้าหน้าที่ไม่ให้ ก่อนกระโดดข้ามเคาเตอร์ช่องที่ 3 ไปคว้าเอาเงินที่วางอยู่ 1 ปึกจำนวน 102,000 บาท แล้วใช้น้ำมันราดทั่วธนาคารเตรียมใช้ไฟแช็กจุด แต่พลาดลื่นเสียหลัก ทางคนขับรถและ รปภ.ธนาคารที่เห็นเหตุการณ์ ช่วยกันล็อคตัวไว้ได้ อ้างหาเงินเลี้ยงลูก 4 คน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BoYKKZmY6rc  

 1,646
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ค. 61

รวบ 2 โจ๋เชียงราย จี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อ อ้างแค้นโดน พนง.ขี่ จยย.ตัดหน้า

เชียงราย-ตำรวจจับกุมวัยรุ่นชายอายุ 13 และ 17 ปี ชาติพันธุ์ชนเผ่าอาข่า ก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ชิงเงินในร้านสะดวกซื้อ เซเว่นฯ สาขาถนนพ่อขุนฯ ทางเข้าสนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย เหตุเกิดเวลา 01.30น. วันที่ 30 เมษายน 2561 ซึ่งได้เงินไปประมาณ1,400 บาท และหลบหนีไป ซึ่งคนร้ายได้ปิดยังใบหน้าในขณะลงมือถือเหตุ   จากการสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทั้งคู่ให้การรับสารภาพถึงการลงมือก่อเหตุ โดยเล่าว่าในวันเกิดเหตุได้ดื่มสุราเข้าไปกับเพื่อนที่มาด้วยกัน และได้เกิดความคับแค้นใจ เพราะมีพนักงานเซเว่น ได้ขับรถจักรยานยนต์ตัดหน้าและได้เกิดมีปากเสียงกัน ซึ่งจำได้ว่าอยู่ที่สาขาที่ก่อเหตุ   จึงได้ชวนเพื่อนไปเอามีด เพื่อไปแก้แค้น แต่เมื่อไปถึงร้านเซเว่น ก็ไล่ทำร้ายพนักงานคนดังกล่าว แต่ใช้มีดฟันไม่ถูก เลยจึงลงมือจี้ชิงเงินดังกล่าว   หลังได้เงินก็จับขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยก็นำเงินที่ได้มาไปซื้อเหล้ามาดื่มกินต่อ โดยตัวเองและเพื่อนสำนึกผิดและต้องขอโทษแม่ที่ทำตัวแบบนี้   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เชิญนักสหวิชาชีพมาทำการสอบสวนอย่างเป็นทางการอีกครั้งเพราะผู้ต้องเป็นเยาวชนอายุยังไม่ถึง 18 ปี ทั้งนี้ได้แจ้งข้อหาให้ทราบ ร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3xGi-kuJoEo      

 2,600
ข่าวภูมิภาค
30 เม.ย. 61

พนง.ผวา 2 โจรควงมีด บุกจี้ชิงทรัพย์คาร้านสะดวกซื้อ

เชียงราย-ชาย 2 คนใช้อาวุธมีดบุกเข้ามาจี้ชิงเงินจากร้านสะดวกซื้อ ก่อนหลบหนีไป จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าชาย 2 คน ได้บุกเข้าไปภายในร้านโดยปิดบังใบหน้าด้วยผ้าเช็ดหน้า สวมใส่เสื้อกันหนาวก่อนสวมใสเสื้อกั๊กทับอีกชั้นส่วนคนร้ายอีกคนใส่เสื้อหนาวสีแดงใบหน้า และศีรษะใช้ผ้าพันปิดบังไว้โดยทั้งสองถือมีดปลายแหลม ความยาวประมาณ 30 เซ็นติเมตร และชี้ไปที่พนักงานในร้าน   ก่อนที่ชายคนแรกจะบุกเข้าไปในเคาน์เตอร์ ใช้มีดจี้หลังของพนักงานหญิง พร้อมกับขู่ให้ส่งเงินทั้งหมดมา ซึ่งพนักงานหญิงที่อยู่ในอาการหวาดกลัวรีบส่งเงินในลิ้นชักซึ่งส่วนใหญ่เป็นเหรียญประมาณ 1,400 บาท ให้ไป เมื่อ 2 คนร้ายได้เงินไปก็วิ่งออกจากร้าน ทางชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้าย       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/71FDo91eC3s    

 1,678
สังคม-อาชญากรรม
19 เม.ย. 61

รวบ 2 โจรเก่งกับคนแก่ ชิงทรัพย์ตาวัย 82 - แม่ค้ากาแฟ สารภาพหาเงินเสพยา

เพจแหม่มโพธิ์ดำแชร์คลิปจากกล้องวงจรปิด 2 คนร้ายทำทีเข้าไปขอซื้อของจากร้านของชำในซอยรามคำแหง 118 แยก32 โดยมีคุณตาวัย 82 เป็นคนขายให้ ฉวยโอกาสขณะที่คุณตากำลังทอนเงิน ได้ฉวยเอาเงินที่มีอยู่ในมือของคุณตาไปทั้งหมด   ในเวลาต่อมาตร.สน.ห้วยขวาง จับกุม 2 คนร้ายได้แล้วคือ นายอาลี หรือ (บัง) แชเปีย อายุ 37 ปี และนายพรชัย หรือ (บอย) ปี่เพราะ อายุ 33 ปี ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปและพกอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร   นอกจากนี้ยังพบว่าทั้งคู่ได้ก่อเหตุ ชิงทรัพย์แม่ค้าขายกาแฟย่านห้วยขวางเช่นกัน โดยขี่ จยย.ทำทีเข้ามาซื้อกาแฟ โดยนั่งกินสักพัก เมื่อผู้เสียหายเผลอคนร้ายได้ใช้มีดคัตเตอร์จี้เอว และผลักผู้เสียหายเข้าไปในบ้าน แล้วเอาสร้อยข้อมือทองคำ หนัก 1 บาทหลบหนีไป   จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง และได้นำของกลางที่ได้มาไปจำนำไว้ที่โรงรับจำนำแห่งหนึ่งย่านราชปรารถ ได้เงินมา 16,200 บาท ก่อนนำมาแบ่งกัน โดยนายอาลี ได้เงินไป 10,200 บาท ส่วนนายพรชัย ได้เงินไป 6,000 บาท ทั้งสองติดยาทั้งคู่ และเมื่อได้เงินมาจึงนำไปเที่ยวเตร่และซื้อยาเสพติดมาเสพ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OOxeFw35VFE    

 4,863
ข่าวภูมิภาค
15 มี.ค. 61

ตะครุบตัวหนุ่มกาตาร์-แฟนสาวชาวไทย จี้ร้านทองอุทัยฯ กวาดทอง 188 บาท หนีกบดานพัทยา

ตามรวบหนุ่มกาตาร์ควงแฟนสาวชาวไทย บุกจี้ร้านทองแม่ตังกวย ใน จ.อุทัยธานี กวาดทอง 188 บาทได้ เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดรถและทองของกลางได้ขณะกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.ชลบุรี   จากกรณีที่มีคนร้ายจำนวน 2 ราย เป็นชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย บุกเข้าชิงทรัพย์ทองรูปพรรณร้านทองแม่ตังกวย อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี โดยขณะบุกเข้าไปภายในใช้ชะแลงทำร้ายเจ้าของร้าน พร้อมครอบครัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนชิงเอาทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 188 บาท มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ในช่วงค่ำของวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา   ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและตามสถานที่ต่างๆรวมทั้งเส้นทางการหลบหนีนั้น ได้ภาพเหตุการณ์และภาพรถเก๋งที่คนร้ายใช้ในการหลบหนีเป็น รถเก๋ง โตโยต้า สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งหลบหนีไปทาง อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ล่าสุด ตร.นำกำลังเข้าตรวจสอบที่ห้องพักแห่งหนึ่งใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่า 2 คนร้ายใช้เป็นที่กบดานก่อนบุกเข้าควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมของกลางทองรูปพรรณ คละแบบจำนวน 50 เส้นน้ำหนักรวม 2,184 กรัม ที่บรรจุอยู่ในกระเป๋าเป้สีดำคาดน้ำเงินก่อนจะนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี   โดยหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ารถที่คนร้ายใช้เป็นรถเช่า พบตัวนายโมฮาเหม็ด อิบรอฮิม อาลมาลกี และ น.ส.อาอิซะห์ อุดมวัฒนานนท์ ซึ่งผลจากการตรวจค้นพบทองคำรูปพรรณ ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าภายในห้อง และรถยนต์ จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน โดยผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ซึ่งจะได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองฉาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZgPLrHkoReA  

 12,251
สังคม-อาชญากรรม
09 มี.ค. 61

สมาคมแท็กซี่ฯ ยันโชเฟอร์ไม่มีเจตนาชิงทรัพย์ผู้โดยสารสวีเดน โอดโดนโทษหนัก ทั้งที่ไม่ได้ทำผิด

จากกรณีหญิงชาวไทยและสามีชาวสวีเดน แจ้งความว่าถูกแท็กซี่สุวรรณภูมิ ทิ้งไว้กลางทางและเชิดเอากระเป๋าสะพายซึ่งภายในมีทรัพย์สินอยู่หลายรายการไป ก่อนที่จะจับกุมตัวได้และรับทรัพย์สินทั้งหมดคืน   ล่าสุดทางนายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ ได้ออกมาระบุว่าเรื่องดังกล่าวว่าไม่ได้เป็นไปตามที่สังคมเข้าใจ โดยทางโชเฟอร์แท็กซี่คันดังกล่าวชี้แจงว่า ได้ไปรับผู้โดยสาร 2 รายนั้นจริงจากสนามบินเพื่อไปส่งพัทยา แต่ไม่สามารถตกลงค่าโดยสารได้ ทางผู้โดยสารจึงได้ขอลงกลางทาง แต่ขณะที่กำลังขนของนั้นได้ทำกระเป๋าสตางค์ตกในรถ ทั้งนี้หลังผู้โดยสารขนของลงหมด ทางคนขับก็ไม่ได้กระชากรถออกแต่อย่างใด     จากนั้นจึงไปรับผู้โดยสารกลุ่มอื่นต่อ แต่ต่อมาทราบว่ามีกระเป๋าเกินมา จึงได้ฝากกระเป๋าใบดังกล่าวไว้ที่เคาน์เตอร์โรงแรม เมื่อ ตร.โทรมาก็ได้นำกระเป๋าไปคืนผู้โดยสาร พร้อมนำทรัพย์สินว่ายังอยู่ครบ และทำความเข้าใจกัน โอบกอดกัน เรื่องราวจบลงด้วยดี จากนั้นก็ขับกลับไปทำงานต่อที่สุวรรณภูมิ เพราะไม่ได้ตั้งใจจะหลบหนีแต่อย่างใด   แต่จากข่าวที่ออกมาทำให้ถูกมองว่าขโมยของ จึงถูกขนส่งลงโทษปรับ 6,000 บาท ถูกพักใบอนุญาต 6 เดือน ทำให้โชเฟอร์ได้รับผลกระทบ จึงอยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับโชเฟอร์แท็กซี่คนดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DnVJYoJUiL8

 8,168
ข่าวภูมิภาค
06 มี.ค. 61

ยายวัย 84 ถูกโจรชิงทรัพย์ทุบหัว ฉกทองคำหนัก 7 บาท เงินสดอีก 6 หมื่น

นครพนม-ยายวัย 84 ปี แจ้งความถูกคนร้ายชิงทรัพย์ ฉกทองคำหนัก 7 บาท และเงินสด 61,000 บาท ขณะปั่นจักรยานออกกำลังกายตามปกติ บริเวณถนนภายในหมู่บ้าน   พบผู้ก่อเหตุเป็นชายไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 30-40 ปี ใช้เสื้อยืดปิดบังอำพรางใบหน้า มีหน้ากากอนามัยปิดทับอีกชั้น ตรงดิ่งเข้ามาด้านหลังค้นหาทรัพย์สินในตะกร้าท้ายรถ ก่อนใช้มือขวาล้วงในเสื้อที่สวมใส่ หยิบธนบัตร 61,000 บาท เป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาทจำนวน 61 ฉบับ พร้อมกระปุกยาพาราเซตามอล ภายในบรรจุสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทจำนวน 1 เส้น , แหวนทองคำลายมังกร น้ำหนัก 0.5 บาท 2 วง, พระหลวงพ่อคูณเลี่ยมทองหนัก 1 บาท 1 วง รวมมูลค่า 341,000 บาท หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว   ซึ่งขณะที่คนร้ายกำลังชิงทรัพย์ ตนได้พยายามยื้อแย่งทรัพย์สินคืนจากคนร้าย แต่คนร้ายได้ใช้มือซ้ายทุบบริเวณศีรษะ จนพลัดตกจากรถจักรยานบาดเจ็บ หลังคนร้ายก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน หลบหนีไปท้ายซอย ซึ่งตนมีอาการมึนบริเวณศีรษะจากการที่ถูกคนร้ายทำร้ายร่างกาย หลังตั้งสติได้จึงพยายามลุกขึ้นและปั่นจักรยานคันดังกล่าว เพื่อไล่ติดตามตัวคนร้าย แต่ปรากฏว่าหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว   ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พร้อมตรวจเก็บดีเอ็นเอของคุณยายมา เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของคนร้ายที่ปรากฏในเสื้อของผู้เสียหาย พร้อมประชุมทีมชุดสืบสวนเพื่อเป็นแนวทาง และหาเบาะแสในการสืบสวนสอบสวน เพื่อจะเร่งติดตามตัวคนร้ายแสบรายนี้ ทำร้ายได้แม้กระทั่งคนแก่มาดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fbz8PqCz4no    

 16,373
สังคม-อาชญากรรม
22 ก.พ. 61

'เก๋ ลอนดอน' สารภาพกุเรื่องโดนแท็กซี่ทำร้ายและชิงทรัพย์เหตุเครียดหนัก ขอโทษชาวแท็กซี่-ตร.-สังคม

เสื้อผ้า กระเป๋า และอุปกรณ์กันคิ้ว คือของกลางที่ตำรวจชุดสืบสวนนครบาลลาดพร้าวยึดไว้เป็นหลักฐาน เป็นของผู้หญิงที่อ้างว่าถูกผู้ขับรถแท็กซี่โดยสารทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์      ตำรวจนครบาลลาดพร้าวชี้แจงคดีนี้ว่า ผู้อ้างว่าตกเป็นผู้เสียหายคือ นางสาวทองประกาย สุขศรีราษฎร์ หรือ 'เก๋ ลอนดอน' เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนอ้างว่าถูกผู้ขับรถแท็กซี่โดยสารทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ ขณะเดินทางกลับที่พักย่านเสรีไทย ภายหลังจากเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านรัชดาเมื่อวานนี้ และอ้างว่าถูกชิงทรัพย์เป็นกระเป๋ายี่ห้อดังภายในมีเงินสดจำนวน 14,000 บาท บัตร เอทีเอ็ม 1 ใบ ก่อนจะขับรถหลบหนีเมื่อคืนที่ผ่านมา    พันตำรวจเอก ภาสกร รัตนปนัดดา ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิด บริเวณที่เกิดเหตุ หน้าที่พักของนางสาวทองประกาย ไม่พบเหตุการณ์ตามที่กล่างอ้าง ประกอบพยานในที่เกิดยืนยันตรงกันว่า นางสาวทองประกายไม่ได้ถูกทำร้ายจริง   ขณะที่น.ส.ทองประกายระบุถึงเหตุผลที่กุเรื่องและลงมือทำร้ายตนเองด้วยมีดโกนว่า เป็นเพราะตนเครียดมากมาหลายวันและไม่อยากอยู่คนเดียว เครียดเรื่องครอบครัว เรื่องลูก เรื่องเงิน และอีกหลายๆเรื่องที่ผ่านมา บางเรื่องก็พูดให้ใครฟังไม่ได้ วันนั้นที่ไปเที่ยว ไม่ได้กินเหล้า ไม่ได้เสพยาแต่อย่างใด   "ด้วยความที่เครียดเรื่องลูก หนึ่ง แม่ต้องดูแลลูก สอง ยายมาขาหัก เข้าโรงพยาบาลครั้งที่สอง ซึ่งแม่ต้องไปดูแลยาย และก็ไม่มีใครดูแลลูก มันก็เลยเครียดเรื่องเงินด้วย เครียดเรื่องลูกด้วย ถ้าไม่มีคนดูแลลูก แล้วเราไปดูแลลูกแทน แล้วใครจะหาเงินให้ลูก มันมีหลายเหตุผลหลายความเครียดที่เก๋สะสมมาคนเดียวโดยที่ไม่สามารถระบายให้ใครฟังได้แม้แต่แม่ตัวเองเพราะกลัวแกคิดมาก" น.ส.ทองประกายระบุ   น.ส.ทองประกายกล่าวต่อไปว่า ตอนนี้ยิ่งเครียดกว่าเดิม  ที่เรื่องบานปลายเพราะเพื่อนคิดว่าเป็นเรื่องจริงแล้วพาไปแจ้งความ ซึ่งตนทำแบบนี้เป็นครั้งแรก ยอมรับว่าตนไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านรัชดาจริง แต่ตลอดทุกครั้งที่ตนไปเที่ยว จ่ายเงินสดตลอด ไม่เคยติดหนี้ร้าน ตนยอมรับว่าช่วงที่ลงมือทำร้ายตนเองไม่ได้คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น การทำร้ายตนเองไม่เกี่ยวกับการติดหนี้เพราะระหว่างติดหนี้ก็คุยกับเพื่อนตลอด   ทั้งนี้น.ส.ทองประกายได้กล่าวขอโทษผู้ขับรถแท็กซี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคน ผู้สื่อข่าวที่เกาะติดเรื่องนี้มาตลอด ตลอดจนสังคม พ่อ แม่ พี่น้องและคนรอบข้างที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้นด้วย    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวทองประกาย 2 ข้อหา คือแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท และข้อหานำเข้าข้อความอันเป็นเท็จตามพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ฝากเตือนประชาชนด้วยว่าอย่าคิดง่ายๆ อย่าคิดว่าจะไม่มีอะไร ทุกอย่างที่ทำมีผลย้อนกลับมาเสมอ

 54,514
แชร์ออฟเดอะเดย์
31 ม.ค. 61

ชาวแม่สอดผวา แก๊งโจรอุกอาจออกปล้น-จี้รายวัน ทั้งคนไทย-เมียนมา วอน ตร.เร่งปราบปราม

ตาก-ชาวบ้านโพสต์เหตุคนร้ายก่อเหตุปล้นรายวัน ทั้งคนไทย คนเมียนมา บริเวณถนนเฉลิมเทพ บายพาส เขตแม่สอด-แม่ปะ ตั้งแต่หน้าโรงเรียนเทศบาล 5 ไปจนถึงแยกโมกขธรรม โดยกลุ่มเหยื่อ 2 รายให้การตรงกันว่า กลุ่มคนร้ายทำทีจะเข้ามาสอบถามเส้นทางแล้วจะใช้อาวุธมีดทำร้ายเพื่อปล้นเอาทรัพย์ ไม่ว่าเป็นโทรศัพท์ กระเป๋า หรือทรัพย์สินมีค่าอื่นๆที่ติดตัวมา เรื่องดังกล่าวมีคนนำไปแชร์จำนวนมาก และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจในพื้นที่แม่สอด ที่ไม่กวดขันและปราบปรามอาชญากรรม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kip1jm-3LxE  

 6,815
ข่าวภูมิภาค
26 ม.ค. 61

บุกชาร์จหนุ่มชิงทรัพย์ร้านชำขอนแก่น พังประตูบ้านเจอนอนจิบเบียร์สบายใจ

ขอนแก่น-คลิปเจ้าหน้าบุกเข้าชาร์จ หนุ่มอายุ 28 ปี หลังลงมือก่อเหตุควงอาวุธมีดดาบยาวประมาณ 1 ฟุต ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านค้าของชำภายในหมู่บ้านตัวเอง กวาดเอาเงินสดทั้งเหรียญและธนบัตรชนิดต่างๆรวมกว่า 5,000 บาท หลบหนีออกมา ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงได้ตะโกน พร้อมกับเกลี่ยกล่อมให้ออกมามอบตัว แต่ไม่เป็นผล   กระทั่งผ่านไปประมาณ 15 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจพังประตูเข้าไป พบผู้ต้องหาอยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อ มีลายสักเต็มตัว นอนดื่มเบียร์อยู่บนที่นอนภายในบ้านอย่างไม่สะทกสะท้าน และมีท่าทีอ่อนข้อไม่ขัดขืนยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจับกุมแต่โดยดี   ทาง ตร.ระบุว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านค้าขายของชำในหมู่บ้านโคกสูงว่า มีชายฉกรรจ์ ถืออาวุธมีดดาบยาวประมาณ 1 ฟุต เข้ามาขู่และหยิบเอาเงินสดเป็นธนบัตรและเหรียญชนิดต่างๆ ใส่กระเป๋าประมาณกว่า 5,000 บาท แล้วหลบหนีออกไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่ตรวจสอบไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็ทราบเบาะแสว่าคือผู้ต้องหารายนี้ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบภายในบ้านพัก และพบกำลังดื่มเบียร์ไม่มีท่าทีหวาดกลัวหรือคิดจะต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด   ซึ่งเบื้องต้นให้การปฏิเสธ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นภายในบ้านพัก พบธนบัตรชนิดต่างๆ ม้วนซ่อนไว้ในอิฐบล็อกที่อยู่ในบ้าน ทำให้ต่อมายอมรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจึง ซึ่งหลังจากลงมือก่อเหตุก็ได้ไปซื้อเบียร์จำนวน 3 ขวดมาดื่ม พร้อมกับพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเอามีดดาบที่ใช้ก่อเหตุซ่อนอยู่ในบ้าน ซึ่งรับสารภาพว่าต้องการนำเงินมาใช้จ่ายเที่ยวเล่นเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j5XdAO9oMk8    

 8,965
สังคม-อาชญากรรม
10 ม.ค. 61

วิศวกรถูกยิงดับปริศนา ทิ้งศพริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตร.ให้น้ำหนักชิงทรัพย์ ยังไม่ตัดปมชู้สาว

อยุธยา-ภรรยาและลูกเข้ารับศพนายไพโรจน์ ดีลิ อายุ 56 ปี วิศวกรรมโยธา เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างอาคารผู้ป่วยโรงพยาบาลบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกยิงเสียชีวิต ศพถูกทิ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา   โดยทางภรรยาเปิดเผยว่าสามีเป็นผู้รับเหมางานก่อสร้าง ซึ่งได้ทำการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และมารับหนังสือสัญญาประกันคืน จากทางโรงพยาบาลบางปะอินที่ได้ก่อสร้างอาคารผู้ป่วย จริงๆแล้วสามีตนเองมาตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2561 โดยมากับลูกชายและให้ลูกชายเป็นคนขับรถ และก็ไปส่งลูกชายที่กรุงเทพ เพราะลูกชายทำงานอยู่กรุงเทพและก็กลับมาที่ โรงพยาบาลบางปะอินเพื่อประสานงานเรื่องเอกสาร   ในเรื่องธุรกิจตนเองไม่ทราบว่าสามีมีความขัดแย้งกับใครเพราะสามีไม่เคยเล่าให้ฟัง ภายในครอบครัวตนเองจึงไม่ทราบสาเหตุของการเสียชีวิต โดยตนเองก็ไม่มีข้อมูลว่าเขาไปขัดแย้งกับใคร ในเรื่องส่วนตัวเขาไม่เคยมีปัญหากับใครและเขาจะไม่ค่อยพูดอะไรให้ทางครอบครัวทราบหรือทำให้ครอบครัวไม่สบายใจ   ในวันที่สามีหายตัวไปนั้น ได้ไปทำธุระที่กรุงเทพกับเพื่อนสนิท โดยสามีได้ส่ง Message มาให้ครอบครัวดูว่านั่งทานข้าวมีใครบ้างใครบ้างซึ่งเป็นคนรู้จักคุ้นเคยกันทั้งนั้น หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป ประมาณ 3 ถึง 4 ทุ่ม ซึ่งสามีก็โทรหาตนเองแต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาก จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นลูกชายโทรมาบอกว่าพ่อเสียแล้ว   ซึ่งโดยนิสัยแล้วสามีเป็นคนที่มีเพื่อนฝูงเยอะเป็นคนใจดีมีไมตรีกับเพื่อนๆทุกคน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ซึ่งทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ออกหนังสือรับรองการตายสมองฉีกขาดจากกระสุนปืนลูกโดด ขณะที่เพื่อนสนิทเผยวิศวกรเพิ่งรอดตายจากอุบัติเหตุรถตกน้ำเมื่อปีใหม่ปมการเสียชีวิต   ด้าน ตร.ตั้งไว้ 3 ประเด็นคือ ชิงทรัพย์ ชู้สาว และขัดแย้งทางธุรกิจ โดยมุ่งให้น้ำหนักไปที่การชิงทรัพย์ อย่างไรก็ตามมีหลักฐานกล้องวงจรปิดจับภาพแท็กซี่สีเขียวเหลืองรับผู้ตายมาจากย่านห้วยขวาง ก่อนมาพบศพถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา จ.อยุธยา   นอกจากนี้ชุดสืบสวนมีข้อมูลว่าผู้ตายพาเพื่อนหญิงคนสนิทไปกินอาหารที่อยุธยา และเดินทางต่อไปยังปากเกร็ด นนทบุรี ก่อนพาไปส่งที่หอพักของฝ่ายหญิงที่อยุธยา จึงยังไม่ตัดประเด็นชู้สาวทิ้งเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FhD6PeevZIs    

 19,704

Top