ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชิงทรัพย์"

สังคม
11 พ.ย. 62

โจรซิ่งจยย.ตามประกบ นศ.สาว ฉกไอโฟน-เงินค่าเทอม

อุดรธานี-เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี รูปร่างผอมคล้ายขี้ยา สวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำ เสื้อคลุมแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์ขายาวรองเท้าแตะ ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่าฟิโน่ สีน้ำตาล ไม่ติดแผ่นป้าย ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์โทรศัพท์มือถือ และเงินสด   เหตุเกิดที่หน้าโรงแรมคำเจริญ ซ.กำนัน ถ.นิตโย ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี ขณะนี้ผู้เสียหายเป็นผู้หญิง ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามคนร้ายมาตามถนนนิตโย แต่ตามไม่ทัน จึงจอดรอให้การกับตำรวจที่บริเวณหน้าตลาดนิยม 2 ข้างสะพานต่างระดับสี่แยกสัญญาณไฟแดง ถนนเลี่ยงเมืองอุดร-สกลนคร หรือแบกบิ๊กซี หลังเกิดเหตุตำรวจได้วิทยุสกัดจับคนร้าย ตามเส้นทางหลบหนี แต่ก็ไร้วี่แวว   นางสาววรรณรวี สรภูมิ อายุ 20 ปี ผู้เสียหายเป็น นักศึกษา ปวส.วิทยาลัยโปลีเทคนิค เล่าว่า ขณะที่ตนขี่รถจักรยานยนต์มาใกล้ถึงหน้าปากซอย ซึ่งมีรถจอดติดสัญญาณไฟแดงจำนวนมาก คนร้ายได้ขี่รถมาประกบด้านขวา ขณะที่ชะลอความเร็ว   คนร้ายเอื้อมมือมาฉกเอาโทรศัพท์มือถือ ไอโฟนเอ็กซ์ สีดำ ราคา 30,000 บาท ของตนที่เหน็บไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง คนร้ายยังไม่พอใจยังเอื้อมมือมาหยิบเอาเงินสด จำนวน 10,000 บาท ที่ตนพับเก็บไว้ในกระเป๋าสะพายสีขาวไปอีกครั้ง ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวพ่อเป็นคนซื้อให้ ส่วนเงินสดบางส่วนเป็นเงินค่าแรงที่ช่วยพ่อแม่ทำงานที่ร้าน และเป็นเงินค่าเทอมที่พ่อให้ไว้   ตนพยายามร้องให้คนช่วย จนมาถึงหน้าตลาดนิยม 2 คนร้ายได้เลี้ยวหายเข้าไปภายในตลาด ตนเองจึงจอดรถลงไปเคาะกระจกรถเก๋งพลเมืองดีว่าถูกคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ พลเมืองดีจึงเข้าไปบอก รปภ.ในตลาด แต่ก็ไม่ทันการ ส่วนสาเหตุที่ตนไม่ขัดขืนต่อสู้เนื่องจากกลัวรถล้ม กลัวคนร้ายมีอาวุธทำร้ายร่างกายตนเอง และห่วงตัวเองมากกว่าทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไป ไม่อยากเอาชีวิตและร่างกายไปเสี่ยง จึงอยากวอนตำรวจจับคนร้ายมาดำเนินคดีมาให้ได้     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DiWNFxgHYkE  

 1,629
อาชญากรรม
06 พ.ย. 62

ชิงทรัพย์พ่อค้าหอยแมลงภู่

พ่อค้าหอยแมลงภู่ชาวสมุทรสาคร ถูกชิงทรัพย์ 80,000 บาท หลังกลับจากเก็บเงินลูกค้า     วันที่ 5 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุชิงทรัพย์ที่บริเวณริมถนนธรรมคุณากร 3 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยคนร้ายซึ่งทราบว่ามากันสองคนได้เงินสดกว่า 80,000 บาท ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุดเข้าตรวจสอบเกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนเปลี่ยวมืดสนิทมีรถสัญจรผ่านไปมาน้อย โดยพบผู้เสียหายเป็นผู้ชายสวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงขาสั้น รูปร่างอ้วน ทราบชื่อนายชาย จันทร์ต่อง อายุ 40 ปี ยืนรอให้ปากคำด้วยอาการมึนงง เนื่องจากถูกคนร้ายใช้ของแข็งตีเข้าที่บริเวณศีรษะ   จากการสอบถาม นายชาย เล่าให้ฟังว่า ตนเองขี่ จยย Scoopy สีดำ ทะเบียน ขคน 524 สมุทรสาคร ไปเก็บเงินค่าหอยแมลงภู่จากลูกค้า ซึ่งตนเองจะต้องออกไปเก็บเงินค่าหอยแมลงภู่เเป็นประจำทุกวัน โดยเส้นทางนี้ไปกลับอยู่ทุกวัน แต่ส่วนมากจะกลับก่อนมืดเนื่องจากถนนเส้นทางนี้ค่อนข้างเปลี่ยวมาก แต่วันนี้ตนเองไปเก็บเงินค่าหอยแมลงภู่ลูกค้าช้ากว่าทุกวันจึงทำให้ต้องกลับบ้านมืด    เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ มีผู้ชายสวมหมวกกันน็อคขี่มอเตอร์ไซค์สีแดงไม่ทราบยี่ห้อมาด้วยกันสองคน ลักษณะรูปร่างสูงหนึ่งคน และเตี้ยล่ำหนึ่ง โดยคนร้ายได้ขี่มอเตอร์ไซค์ประกบรถของตนและใช้เท้าถีบรถจนล้ม จากนั้นคนนั่งซ้อนท้ายกระโดดลงมากระชากกระเป๋า ซึ่งตนเองได้พยายามขัดขืนและต่อสู้ คนร้ายที่มาด้วยกันซึ่งเป็นคนขี่รถมอเตอร์ไซค์จึงได้ชักปืนขู่ตน และคนซ้อนท้ายจึงได้จังหวะใช้ของแข็งตีที่ บริเวณศีรษะจนมึนงง คนร้ายได้จังหวะคว้ากระเป๋าเงินไปได้ ก่อนที่จะขี่รถหนีมุ่งหน้าเส้นทางแขวงทางหลวงชนบทสมุทรสาคร   โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบถามผู้เสียหาย เพื่อหาสาเหตุและจะได้ตรวจดูกล้องวงจรปิดละแวกใกล้เคียง เพื่อผู้ติดตามหาคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยคาดว่าคนร้ายน่าจะรู้พฤติกรรมการออกไปเก็บเงินของผู้เสียหาย จึงได้ตามมาก่อเหตุดังกล่าว 

 100
สังคม
03 พ.ย. 62

นาทีช่วยชีวิตหญิง 88 ปี ตกบ่อน้ำลึก - สอบผู้ต้องสงสัย ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ - นายกฯ หารือทวิภาคีครม.พาณิชย์สหรัฐฯ - อุตุฯรายงาน ทั่วทุกภาคอุณหภูมิสูงขึ้น

นาทีช่วยชีวิตหญิง 88 ปี ตกบ่อน้ำลึก    เจ้าหน้าที่กู้ชีพตำบลพนางตุง  จ.พัทลุงเข้าช่วยเหลือยายพัน แก้วกลับ อายุ 88 ปี ที่ได้พลัดตกลงไปในบ่อน้ำข้างบ้าน เข้าช่วยเหลือใช้เวลาประมาณ 20 นาที ลูกเขยเล่าพบแม่ยายกำลังเกาะเชือกอยู่ในบ่อน้ำที่ลึกประมาณ 12 เมตร คาดว่าคุณยายน่าจะลื่นขณะกำลังตักน้ำขึ้นมาอาบ     สอบผู้ต้องสงสัย ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ    ตร.ชุดสืบสวนภูธร จ.สุราษฎร์ธานี นำตัวผู้ต้องสงสัยชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อมาสอบปากคำ เบื้องต้นให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่เร่งไล่เครื่องวงจรปิดหาเส้นทางหลบหนี ล่าสุดพบจักรยานยนต์ที่คล้ายกับคันที่ใช้ก่อเหตุแล้ว     นายกฯ หารือทวิภาคีครม.พาณิชย์สหรัฐฯ   นายกรัฐมนตรีหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ ขอให้ทบทวนการพักสิทธิพิเศษทางภาษี หรือ (GSP) บางส่วนแก่ไทย ยืนยันให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิแรงงานที่สอดครองกับมาตราฐานระหว่างประเทศ     อุตุฯรายงาน ทั่วทุกภาคอุณหภูมิสูงขึ้น   กรมอุตุฯ รายงาน คืนนี้จนถึงเย็นวันพรุ่งนี้ทั่วทุกภาคอุณหภูมิสูงขึ้น มีหมอกในตอนเช้า และมีฝนตก กรุงเทพ - ปริมณฑล มีฝน ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส

 131
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 62

รวบแล้ว 1 โจรอุกอาจบุกโรงแรมเกาะสมุย ใช้ขวานฟัน ชิงทรัพย์ นทท.เยอรมัน

สุราษฎร์ธานี-เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายไทย 2 คนเข้ามาก่อเหตุชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมัน อายุ 47 ปี ภายในห้องพัก และใช้อาวุธทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมกับทรัพย์สินเป็นเงินสด   ผู้เสียหายระบุว่า ขณะที่ตนเองและครอบครัวกำลังนอนหลับอยู่นั้น ได้ยินเสียงกระจกแตกจึงตกใจตื่นขึ้นมา ก่อนจะเดินมาสำรวจว่าเป็นเสียงจากไหน เห็นชายไทยวัยกลางคน สูงประมาณ 158 เซนติเมตร ใส่ผ้าปิดปาก นุ่งกางเกงขาสั้น ถือขวานเป็นอาวุธเข้ามาทางหน้าต่างห้องน้ำ แล้วพูดภาษาอังกฤษแปลงเป็นไทยว่า “ให้เอาเงินมา” ก่อนคว้ากระเป๋าสีเงินไปพร้อมกับทรัพย์สินภายในเป็นสร้อยคอเครื่องประดับที่ไม่ได่มีมูลค่าอะไร   เมื่อตนเห็นคนร้ายหยิบเอากระเป๋าไป จึงเข้าไปแย่งและมีการต่อสู้กัน คนร้ายใช้ขวานฟันเข้าที่บริเวณหลังหู แขนข้างซ้าย และนิ้วก้อยเท้าข้างขวา จนตนบาดเจ็บ ก่อนคนร้ายอีกคนเป็นชายไทย สูงประมาณ 180 เซนติเมตร เข้ามาช่วยเหลือ และพากันวิ่งหลบหนีไป หลังเกิดเหตุได้แจ้งให้ทางโรงแรมทราบและไปทำแผลที่โรงพยาบาล   ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพใบหน้าและลักษณะของคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุไว้ได้ เป็นชายไทย 2 คน ชี่รถจักรยานยนต์ สีแดงดำ คนขี่สวมหมวกกันน็อค ใส่เสื้อยืดสีน้ำเงินและสวมเสื้อยีนส์ทับ และคนซ้อนท้าย ใส่หมกแก๊ป สวมเสื้อยืดสีน้ำตาล นุ่งกางเกงยีนส์ เดินเข้ามาตามถนนของโรงแรมเข้ามาก่อเหตุ และหลังก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป   ต่อมาตำรวจจับกุมคนร้ายทีก่อเหตุได้แล้ว 1 ราย ทราบชื่อ นายพรศิลป์ หรือปิ หรือยาว อาจสุรินทร์ อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี อาชีพขายของหาบเร่ริมชายหาดเฉวง ส่วนผู้ต้องหาอีกคนที่กำลังหลบหนีอยู่   จากการสอบสวน นายพรศิลป์ ผู้ต้องหาให้การว่า ตนเองกับนายสมชาย ที่หลบหนีอยู่ชักชวนกันมาก่อเหตุ ก่อนพากันขี่รถจักรยายนต์ขึ้นมาบนเขาหมาแหงนและนำไปจอดแอบไว้ริมทางหลังวิลล่า พอเห็นว่าปลอดคนจึงได้เดินเข้ามาตามถนนของโรงแรมเพื่อดูลาดเลาจนพบห้องพักของผู้เสียหาย เพื่อนได้ใช้ขวานไปทุบกระจกห้องน้ำเพื่อมุดตัวเข้าไปเปิดประตูห้องให้ตนเองเข้าไปข้างใน แต่ระหว่างนั้นเจ้าของห้องตื่นขึ้นมาก็เลยมีการต่อสู้กันและพากันหลบหนีออกมาจากที่เกิดเหตุ ก่อนจะแยกย้ายกัน   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นายพรศิลป์ อาจสุรินทร์ อายุ 36 ปี ในความผิดฐาน ร่วมกันชิงทรัพย์ผู้อื่นในเคหะสถานโดยใช้อาวุธเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w0DdM5vcLUY

 1,664
อาชญากรรม
29 ต.ค. 62

รวบแล้ว 1 โจรอุกอาจบุกโรงแรมเกาะสมุย ใช้ขวานฟัน ชิงทรัพย์ นทท.เยอรมัน

สุราษฎร์ธานี-เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายไทย 2 คนเข้ามาก่อเหตุชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมัน อายุ 47 ปี ภายในห้องพัก และใช้อาวุธทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมกับทรัพย์สินเป็นเงินสด   ผู้เสียหายระบุว่า ขณะที่ตนเองและครอบครัวกำลังนอนหลับอยู่นั้น ได้ยินเสียงกระจกแตกจึงตกใจตื่นขึ้นมา ก่อนจะเดินมาสำรวจว่าเป็นเสียงจากไหน เห็นชายไทยวัยกลางคน สูงประมาณ 158 เซนติเมตร ใส่ผ้าปิดปาก นุ่งกางเกงขาสั้น ถือขวานเป็นอาวุธเข้ามาทางหน้าต่างห้องน้ำ แล้วพูดภาษาอังกฤษแปลงเป็นไทยว่า “ให้เอาเงินมา” ก่อนคว้ากระเป๋าสีเงินไปพร้อมกับทรัพย์สินภายในเป็นสร้อยคอเครื่องประดับที่ไม่ได่มีมูลค่าอะไร   เมื่อตนเห็นคนร้ายหยิบเอากระเป๋าไป จึงเข้าไปแย่งและมีการต่อสู้กัน คนร้ายใช้ขวานฟันเข้าที่บริเวณหลังหู แขนข้างซ้าย และนิ้วก้อยเท้าข้างขวา จนตนบาดเจ็บ ก่อนคนร้ายอีกคนเป็นชายไทย สูงประมาณ 180 เซนติเมตร เข้ามาช่วยเหลือ และพากันวิ่งหลบหนีไป หลังเกิดเหตุได้แจ้งให้ทางโรงแรมทราบและไปทำแผลที่โรงพยาบาล   ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพใบหน้าและลักษณะของคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุไว้ได้ เป็นชายไทย 2 คน ชี่รถจักรยานยนต์ สีแดงดำ คนขี่สวมหมวกกันน็อค ใส่เสื้อยืดสีน้ำเงินและสวมเสื้อยีนส์ทับ และคนซ้อนท้าย ใส่หมกแก๊ป สวมเสื้อยืดสีน้ำตาล นุ่งกางเกงยีนส์ เดินเข้ามาตามถนนของโรงแรมเข้ามาก่อเหตุ และหลังก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป   ต่อมาตำรวจจับกุมคนร้ายทีก่อเหตุได้แล้ว 1 ราย ทราบชื่อ นายพรศิลป์ หรือปิ หรือยาว อาจสุรินทร์ อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี อาชีพขายของหาบเร่ริมชายหาดเฉวง ส่วนผู้ต้องหาอีกคนที่กำลังหลบหนีอยู่   จากการสอบสวน นายพรศิลป์ ผู้ต้องหาให้การว่า ตนเองกับนายสมชาย ที่หลบหนีอยู่ชักชวนกันมาก่อเหตุ ก่อนพากันขี่รถจักรยายนต์ขึ้นมาบนเขาหมาแหงนและนำไปจอดแอบไว้ริมทางหลังวิลล่า พอเห็นว่าปลอดคนจึงได้เดินเข้ามาตามถนนของโรงแรมเพื่อดูลาดเลาจนพบห้องพักของผู้เสียหาย เพื่อนได้ใช้ขวานไปทุบกระจกห้องน้ำเพื่อมุดตัวเข้าไปเปิดประตูห้องให้ตนเองเข้าไปข้างใน แต่ระหว่างนั้นเจ้าของห้องตื่นขึ้นมาก็เลยมีการต่อสู้กันและพากันหลบหนีออกมาจากที่เกิดเหตุ ก่อนจะแยกย้ายกัน   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นายพรศิลป์ อาจสุรินทร์ อายุ 36 ปี ในความผิดฐาน ร่วมกันชิงทรัพย์ผู้อื่นในเคหะสถานโดยใช้อาวุธเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w0DdM5vcLUY

 1,664
ข่าวภูมิภาค
28 ต.ค. 62

คุณป้าใจเด็ด ฮึดสู้โจรบีบอัณฑะ หลังถูกต่อยชิงมือถือเครื่องละ 500

ลำปาง- นางวรรณดี ถาคำ อายุ 62 ปี ชาวบ้านนาแก้วตะวันตก หมู่ 4 ต.นาแก้ว อ.เกาะคา จ.ลำปาง เล่าว่าขณะปั่นจักรยาน มาตามถนนในหมู่บ้าน ไปทางบ่อขยะ เพื่อจะไปเก็บมะกอกน้ำกลางป่า   ปรากฏว่า ช่วงที่ขับจักยานสองล้อปั่น มาอยู่ กลางถนน ลูกรังกลางหมู่บ้าน อยู่ดีๆ ได้มีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 20-30 ปี ขับรถมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า สีน้ำเงิน จำทะเบียนรถไม่ได้   โดยก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้ขับรถมอเตอร์ไซค์ แซงตนเองไป หลังจากนั้นได้วกรถกลับรถกลับมา จากนั้นจอดรถมอเตอร์ไซค์ เข้ามาดึงกระเป๋าเสื้อเพื่อหาเงิน แล้วยังเข้ามาชกต่อยตนเอง แล้วชิงทรัพย์ โทรศัพท์มือถือ ของตนเองที่พกมา เป็นรุ่นปุ่มกด มูลค่าประมาณ 500 บาท แล้วคนร้ายขี่มอเตอร์ไซค์หลบหนี ย้อนไปทางเดิม ออกไปตามถนนสาย ลำปาง เกาะคา-เสริมงาม อย่างไรก็ตาม ตนเองยังได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า หลังถูกโจรชกต่อย ทำให้ใบหน้าบวม มีบาดแผล และดวงตาบวม แต่ตนเองคิดว่า ถ้าไม่ต่อสู้ คิดว่าคนร้ายอาจจะทำร้ายตนเองต่อไปอีก จึงตัดสินใจสู้กับโจรรายนี้ โดยใช้มือบีบเข้าไปที่อัณฑะของคนร้ายอย่างเต็มแรง จากนั้นคนร้ายบอกยอมแล้ว ก่อนขับหนีไป   ซึ่งหลังเกิดเหตุแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เกาะคา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลักฐานต่างๆ และตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามถนนในหมู่บ้าน เพื่อจะได้เร่งตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้ มาดำนเนิคดีตามกฎหมายต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ptuKudghors  

 3,913
สังคม
28 ต.ค. 62

คุณป้าใจเด็ด ฮึดสู้โจรบีบอัณฑะ หลังถูกต่อยชิงมือถือเครื่องละ 500

ลำปาง- นางวรรณดี ถาคำ อายุ 62 ปี ชาวบ้านนาแก้วตะวันตก หมู่ 4 ต.นาแก้ว อ.เกาะคา จ.ลำปาง เล่าว่าขณะปั่นจักรยาน มาตามถนนในหมู่บ้าน ไปทางบ่อขยะ เพื่อจะไปเก็บมะกอกน้ำกลางป่า   ปรากฏว่า ช่วงที่ขับจักยานสองล้อปั่น มาอยู่ กลางถนน ลูกรังกลางหมู่บ้าน อยู่ดีๆ ได้มีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 20-30 ปี ขับรถมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า สีน้ำเงิน จำทะเบียนรถไม่ได้   โดยก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้ขับรถมอเตอร์ไซค์ แซงตนเองไป หลังจากนั้นได้วกรถกลับรถกลับมา จากนั้นจอดรถมอเตอร์ไซค์ เข้ามาดึงกระเป๋าเสื้อเพื่อหาเงิน แล้วยังเข้ามาชกต่อยตนเอง แล้วชิงทรัพย์ โทรศัพท์มือถือ ของตนเองที่พกมา เป็นรุ่นปุ่มกด มูลค่าประมาณ 500 บาท แล้วคนร้ายขี่มอเตอร์ไซค์หลบหนี ย้อนไปทางเดิม ออกไปตามถนนสาย ลำปาง เกาะคา-เสริมงาม อย่างไรก็ตาม ตนเองยังได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า หลังถูกโจรชกต่อย ทำให้ใบหน้าบวม มีบาดแผล และดวงตาบวม แต่ตนเองคิดว่า ถ้าไม่ต่อสู้ คิดว่าคนร้ายอาจจะทำร้ายตนเองต่อไปอีก จึงตัดสินใจสู้กับโจรรายนี้ โดยใช้มือบีบเข้าไปที่อัณฑะของคนร้ายอย่างเต็มแรง จากนั้นคนร้ายบอกยอมแล้ว ก่อนขับหนีไป   ซึ่งหลังเกิดเหตุแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เกาะคา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลักฐานต่างๆ และตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามถนนในหมู่บ้าน เพื่อจะได้เร่งตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้ มาดำนเนิคดีตามกฎหมายต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ptuKudghors  

 3,913
ข่าวภูมิภาค
27 ต.ค. 62

ยายวัย 62 ฮึดสู้ บีบอัณฑะโจรเต็มแรง หลังถูกต่อยหน้า-ชิงโทรศัพท์มือถือ

วันที่ 27 ต.ค. 62 เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ร.ต.อ.กันต์กวี มีธรรม รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธร อ.เกาะคา จ.ลำปาง นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบบริเวณถนนทางเข้าหมู่บ้านกลางป่า พื้นที่ ทางไปบ่อขยะบ้านนาแก้วหมู่ 4 หลังจากรับแจ้งจากหญิงรายหนึ่ง คือ นางวรรณดี (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ชาวบ้านนาแก้วตะวันตก หมู่ 4 ต.นาแก้ว อ.เกาะคา จ.ลำปาง เล่าว่า   ก่อนเกิดเหตุ ตนปั่นจักรยานมาตามถนนในหมู่บ้านเพื่อจะไปเก็บมะกอกน้ำกลางป่า ปรากฎว่าขณะที่ปั่นจักรยานอยู่ ได้มีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 20-30 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีน้ำเงิน ขี่แซงตนเองไปก่อนจะวนรถกลับมา จอดรถจักรยานยนต์ตรงเข้ามาดึงกระเป๋าเสื้อเพื่อหาของมีค่า ก่อนที่คนร้ายจะชกตนที่หน้า   ตนตัดสินใจสู้กลับเพราะกลัวว่าจะถูกทำร้ายอีก จึงใช้มือบีบไปที่อวัยวะเพศของคนร้ายเต็มแรง คนร้ายจึงหลบหนีไปพร้อมกับเอาโทรศัพท์มือถือที่เป็นรุ่นปุ่มกดมูลค่าประมาณ 500 บาทไปด้วย ขณะที่ตนได้รับบาดเจ็บหน้าและตาบวม   หลังเกิดเหตุแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เกาะคา ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบหลักฐานต่างๆ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามถนนในหมู่บ้านเพื่อจะได้เร่งตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   

 11,686
สังคม-อาชญากรรม
26 ต.ค. 62

สาวผวาถูกแฟนเก่าตามทำร้าย 'ชิงมือถือ-จยย.' แม่ฝ่ายชายร่ำไห้ ไม่เคยสอนให้ลูกก้าวร้าว

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เรื่องราวของเพื่อนสาว อายุ 32 ปี ที่ถูกนายอิทธิ แฟนเก่า ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บหลายครั้ง โดยเผยคลิปจากกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ที่จับภาพขณะชายใส่ชุดสีดำ เดินตามประกบหญิงสาวใส่ชุดสีดำ ก่อนมีการกระชากโทรศัพท์มือถือ และคล้ายทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิง    ส่วนอีกคลิปจากกล้องวงจรปิดหน้าหอพักของฝ่ายหญิง โดยฝ่ายชายได้ขับรถจยย. ออกจากหอพักของฝ่ายหญิงอย่างรวดเร็วโดยที่ฝ่ายหญิงถูกลากติดรถไปด้วย ก่อนกระเด็นตกรถล้มกลิ้งอยู่กลางถนน   ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเคยคบกับนายอิทธิ มาประมาณ 2 ปี อาศัยอยู่ด้วยกันที่คอนโดแห่งหนึ่งในซอยคู้บอน 20 ก่อนเลิกรากันไปเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพราะตนถูกนายอิทธิทำร้ายร่างกายมาตลอด จึงได้ย้ายที่ทำงานและหนีมาเช่าหอพักใหม่ แต่หลังเลิกกันนายอิทธิไม่ยอมคืนรถจยย. ที่เป็นของตน จึงได้เข้าแจ้งความนายอิทธิฐานยักยอกทรัพย์   หลังจากย้ายที่ทำงาน ก็มีเพื่อนร่วมงานผลัดเปลี่ยนกันมาส่งตนที่หอพักหลังเลิกงานตลอด กระทั่งวันที่ 15 ต.ค. นายอิทธิตามหาจนเจอ ระหว่างทางที่รุ่นน้องที่ทำงานมาส่งที่หอพัก โดยตนได้ให้รุ่นน้องรีบกลับ กลัวเขาจะถูกทำร้าย และตนได้รีบเดินเข้าห้างสรรพสินค้า แต่นายอิทธิก็เดินตามประกบ จังหวะที่โทรศัพท์เข้าและตนรับสาย นายอิทธิได้พยายามกระชากโทรศัพท์อย่างแรงจนเกือบล้ม แล้วเขาก็เดินหนีไปพร้อมกับโทรศัพท์ของตน ตนจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจสน.โคกคาม    ต่อมา 18 ต.ค. ตนได้นำคลิปจากกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าเข้าไปให้ตำรวจ โดยนายอิทธิได้มาดักรอและสะกดรอยตามไปยังหอพักตน และหลบอยู่ข้างบันได พอตนเปิดประตูห้อง นายอิทธิอาศัยจังหวะนั้นกระชากตนเข้าไปในห้อง และทำร้ายด้วยการบีบคอ และชกที่ชายโครงหลายครั้ง ก่อนชิงโทรศัพท์ของตนไปเป็นเครื่องที่ 2 ซึ่งเครื่องนี้เป็นโทรศัพท์ของที่ทำงานตนจึงรีบวิ่งตามไป ระหว่างที่นายอิทธิจะขับรถหนี ตนได้ใช้มือล้วงไปที่กระเป๋ากางเกงของเขาเพื่อจะเอาโทรศัพท์คืน เป็นจังหวะเดียวกับที่นายอิทธิเร่งเครื่องรถออกไป จนตนถูกลากไปประมาณ 3 เมตร ก่อนตกจากรถล้มกลิ้งกลางถนนจนได้รับบาดเจ็บ ตนจึงเข้าแจ้งความอีกครั้ง   ล่าสุด 24 ต.ค. เวลาตี 5 นายอิทธิได้มาตะโตนเรียกตนหน้าหอพัก แต่ตนไม่ออกไป กระทั่ง 6 โมงเย็น ตนออกไปซื้อของที่ตลาด ก็พบนายอิทธิอีก โดยนายอิทธิได้เตะเข้าที่ปากตน จนปากแตก และเตะเข้าที่บ้องหูซ้ายหลายครั้ง ก่อนหลบหนีไป ซึ่งวานนี้ นายอิทธิก็ยังส่งข้อความมาด่าตนอีก    ตนรู้สึกเครียดมาก ไม่มีความสุขเลย ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง อยากให้เขาได้รับบทเรียนกับสิ่งที่เขาทำ อยากให้มองตัวเองเยอะๆ ว่าที่ตนต้องแจ้งความนั้น ไม่ได้อยากให้เขาหมดอนาคต แต่ตนอยากมีอิสระเสียที จึงต้องใช้กฎหมายมาช่วย   ด้านแม่ของนายอิทธิ เผยทั้งน้ำตาว่า ตนเพิ่งทราบเรื่อง แต่ไม่กล้าดูคลิป เพราะกลัวรับไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ตนอยากตายไปซะไม่อยากรับรู้อะไร ที่ผ่านมาตนรักฝ่ายหญิงเหมือนลูกคนหนึ่ง เขานิสัยดี พูดเพราะ ตนเคยเตือนลูกเสมอว่ามีอะไรพูดกันดีๆอย่าทำร้ายกัน อยากบอกลูกว่าให้ปล่อยเขาไปเถอะ ทุกคนต่างต้องดำเนินชีวิตต่อไป ไม่อยากให้ทำร้ายผู้หญิง ตนไม่ได้เข้าข้างลูกชาย ซึ่งลูกไม่เคยเล่าอะไรให้ตนฟังเลย    ทั้งนี้ อยากให้สังคมให้อภัยลูก ตนไม่เคยสอนให้เขาก้าวร้าว หรือทำร้ายใคร อยากให้ฝ่ายหญิงให้อภัยได้ไหม เพราะตนมีลูกเพียงคนเดียว    ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ แม่ของฝ่ายชายมีอาการหน้ามืด คล้ายจะเป็นลม มาทราบภายหลังว่าเธอมีโรคประจำตัวเป็นโรคความดัน    สำหรับทางคดี เบื้องต้น ตำรวจ สน.โคกคามได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายอิทธิแล้ว ในข้อหาชิงทรัพย์ และทำร้ายร่างกายผู้อื่น   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/GU1QUl1eavA

 6,459
สังคม
26 ต.ค. 62

สาวผวาถูกแฟนเก่าตามทำร้าย 'ชิงมือถือ-จยย.' แม่ฝ่ายชายร่ำไห้ ไม่เคยสอนให้ลูกก้าวร้าว

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เรื่องราวของเพื่อนสาว อายุ 32 ปี ที่ถูกนายอิทธิ แฟนเก่า ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บหลายครั้ง โดยเผยคลิปจากกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ที่จับภาพขณะชายใส่ชุดสีดำ เดินตามประกบหญิงสาวใส่ชุดสีดำ ก่อนมีการกระชากโทรศัพท์มือถือ และคล้ายทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิง    ส่วนอีกคลิปจากกล้องวงจรปิดหน้าหอพักของฝ่ายหญิง โดยฝ่ายชายได้ขับรถจยย. ออกจากหอพักของฝ่ายหญิงอย่างรวดเร็วโดยที่ฝ่ายหญิงถูกลากติดรถไปด้วย ก่อนกระเด็นตกรถล้มกลิ้งอยู่กลางถนน   ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเคยคบกับนายอิทธิ มาประมาณ 2 ปี อาศัยอยู่ด้วยกันที่คอนโดแห่งหนึ่งในซอยคู้บอน 20 ก่อนเลิกรากันไปเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพราะตนถูกนายอิทธิทำร้ายร่างกายมาตลอด จึงได้ย้ายที่ทำงานและหนีมาเช่าหอพักใหม่ แต่หลังเลิกกันนายอิทธิไม่ยอมคืนรถจยย. ที่เป็นของตน จึงได้เข้าแจ้งความนายอิทธิฐานยักยอกทรัพย์   หลังจากย้ายที่ทำงาน ก็มีเพื่อนร่วมงานผลัดเปลี่ยนกันมาส่งตนที่หอพักหลังเลิกงานตลอด กระทั่งวันที่ 15 ต.ค. นายอิทธิตามหาจนเจอ ระหว่างทางที่รุ่นน้องที่ทำงานมาส่งที่หอพัก โดยตนได้ให้รุ่นน้องรีบกลับ กลัวเขาจะถูกทำร้าย และตนได้รีบเดินเข้าห้างสรรพสินค้า แต่นายอิทธิก็เดินตามประกบ จังหวะที่โทรศัพท์เข้าและตนรับสาย นายอิทธิได้พยายามกระชากโทรศัพท์อย่างแรงจนเกือบล้ม แล้วเขาก็เดินหนีไปพร้อมกับโทรศัพท์ของตน ตนจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจสน.โคกคาม    ต่อมา 18 ต.ค. ตนได้นำคลิปจากกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าเข้าไปให้ตำรวจ โดยนายอิทธิได้มาดักรอและสะกดรอยตามไปยังหอพักตน และหลบอยู่ข้างบันได พอตนเปิดประตูห้อง นายอิทธิอาศัยจังหวะนั้นกระชากตนเข้าไปในห้อง และทำร้ายด้วยการบีบคอ และชกที่ชายโครงหลายครั้ง ก่อนชิงโทรศัพท์ของตนไปเป็นเครื่องที่ 2 ซึ่งเครื่องนี้เป็นโทรศัพท์ของที่ทำงานตนจึงรีบวิ่งตามไป ระหว่างที่นายอิทธิจะขับรถหนี ตนได้ใช้มือล้วงไปที่กระเป๋ากางเกงของเขาเพื่อจะเอาโทรศัพท์คืน เป็นจังหวะเดียวกับที่นายอิทธิเร่งเครื่องรถออกไป จนตนถูกลากไปประมาณ 3 เมตร ก่อนตกจากรถล้มกลิ้งกลางถนนจนได้รับบาดเจ็บ ตนจึงเข้าแจ้งความอีกครั้ง   ล่าสุด 24 ต.ค. เวลาตี 5 นายอิทธิได้มาตะโตนเรียกตนหน้าหอพัก แต่ตนไม่ออกไป กระทั่ง 6 โมงเย็น ตนออกไปซื้อของที่ตลาด ก็พบนายอิทธิอีก โดยนายอิทธิได้เตะเข้าที่ปากตน จนปากแตก และเตะเข้าที่บ้องหูซ้ายหลายครั้ง ก่อนหลบหนีไป ซึ่งวานนี้ นายอิทธิก็ยังส่งข้อความมาด่าตนอีก    ตนรู้สึกเครียดมาก ไม่มีความสุขเลย ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง อยากให้เขาได้รับบทเรียนกับสิ่งที่เขาทำ อยากให้มองตัวเองเยอะๆ ว่าที่ตนต้องแจ้งความนั้น ไม่ได้อยากให้เขาหมดอนาคต แต่ตนอยากมีอิสระเสียที จึงต้องใช้กฎหมายมาช่วย   ด้านแม่ของนายอิทธิ เผยทั้งน้ำตาว่า ตนเพิ่งทราบเรื่อง แต่ไม่กล้าดูคลิป เพราะกลัวรับไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ตนอยากตายไปซะไม่อยากรับรู้อะไร ที่ผ่านมาตนรักฝ่ายหญิงเหมือนลูกคนหนึ่ง เขานิสัยดี พูดเพราะ ตนเคยเตือนลูกเสมอว่ามีอะไรพูดกันดีๆอย่าทำร้ายกัน อยากบอกลูกว่าให้ปล่อยเขาไปเถอะ ทุกคนต่างต้องดำเนินชีวิตต่อไป ไม่อยากให้ทำร้ายผู้หญิง ตนไม่ได้เข้าข้างลูกชาย ซึ่งลูกไม่เคยเล่าอะไรให้ตนฟังเลย    ทั้งนี้ อยากให้สังคมให้อภัยลูก ตนไม่เคยสอนให้เขาก้าวร้าว หรือทำร้ายใคร อยากให้ฝ่ายหญิงให้อภัยได้ไหม เพราะตนมีลูกเพียงคนเดียว    ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ แม่ของฝ่ายชายมีอาการหน้ามืด คล้ายจะเป็นลม มาทราบภายหลังว่าเธอมีโรคประจำตัวเป็นโรคความดัน    สำหรับทางคดี เบื้องต้น ตำรวจ สน.โคกคามได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายอิทธิแล้ว ในข้อหาชิงทรัพย์ และทำร้ายร่างกายผู้อื่น   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/GU1QUl1eavA

 6,459
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.ย. 62

โจรแสบทำตัวเป็นนินจา โดดเข้าบ้านหรู ชิงทรัพย์ได้ร่วมแสน

เกิดเหตุการณ์คนร้ายบุกเข้าไปยังบ้านบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านชวนชื่นปิ่นเกล้า ในซอยสวนผัก 32  เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นหน้าคนร้ายชัดเจน กำลังเดินสำรวจของในบ้านก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้กล้องวงจรปิด   ในบ้านหลังนี้ได้ทรัพย์สินเงินสดหกหมื่นบาท โทรศัพท์มือถือและทรัพย์สินมีค่าร่วมแสนบาท จากนั้นก็สวมวิญญาณนินจา ข้ามไปยังบ้านข้างเคียงกันแต่บ้านหลังนี้ล็อคประตูจากด้านในบ้าน ทำให้คนร้ายโมโห จึงปีนออกมาและโยนมีดทิ้งไว้ข้างรั้ว   โดยผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.บางกรวย พร้อมนำหลักฐานกล้องวงจรปิดให้กับตำรวจ ซึ่งเห็นหน้าคนร้ายชัดเจน โดยทางตำรวจระบุว่า สงสัยว่าคนร้าย อาจจะเคยเข้าออกหมู่บ้านนี้เป็นอย่างดี จึงรู้ว่าบ้านใดไม่มีคนอยู่บ้าน   แต่เป็นที่น่าแปลกใจที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านระบบปิด บุคคลภายนอกจะเข้าออกได้ต้องมีการตรวจสอบหลายขั้นตอน มี รปภ.คอยดูแลตลอด 24 ชม. แต่ก็มาเกิดเหตุแบบนี้ ซึ่งเจ้าของบ้านยังคงผวา เพราะคนร้านมีอาวุธ หากกลับมาย้อนก่อเหตุอีกอาจจะเกิดอันตรายกับชีวิตได้จขอให้ตำรวจเร่งจับกุม เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับผู้อื่นอีก   จึงของฝากประชาสัมพันธ์ ใครที่พบเห็นชายหน้าตาในรูปนี้ ให้แจ้งตำรวจสภ.บางกรวยทันที เพราะนี่คือคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ในบ้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/46eA-6K5Zqc

 2,337
สังคม
27 ก.ย. 62

โจรแสบทำตัวเป็นนินจา โดดเข้าบ้านหรู ชิงทรัพย์ได้ร่วมแสน

เกิดเหตุการณ์คนร้ายบุกเข้าไปยังบ้านบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านชวนชื่นปิ่นเกล้า ในซอยสวนผัก 32  เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นหน้าคนร้ายชัดเจน กำลังเดินสำรวจของในบ้านก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้กล้องวงจรปิด   ในบ้านหลังนี้ได้ทรัพย์สินเงินสดหกหมื่นบาท โทรศัพท์มือถือและทรัพย์สินมีค่าร่วมแสนบาท จากนั้นก็สวมวิญญาณนินจา ข้ามไปยังบ้านข้างเคียงกันแต่บ้านหลังนี้ล็อคประตูจากด้านในบ้าน ทำให้คนร้ายโมโห จึงปีนออกมาและโยนมีดทิ้งไว้ข้างรั้ว   โดยผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.บางกรวย พร้อมนำหลักฐานกล้องวงจรปิดให้กับตำรวจ ซึ่งเห็นหน้าคนร้ายชัดเจน โดยทางตำรวจระบุว่า สงสัยว่าคนร้าย อาจจะเคยเข้าออกหมู่บ้านนี้เป็นอย่างดี จึงรู้ว่าบ้านใดไม่มีคนอยู่บ้าน   แต่เป็นที่น่าแปลกใจที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านระบบปิด บุคคลภายนอกจะเข้าออกได้ต้องมีการตรวจสอบหลายขั้นตอน มี รปภ.คอยดูแลตลอด 24 ชม. แต่ก็มาเกิดเหตุแบบนี้ ซึ่งเจ้าของบ้านยังคงผวา เพราะคนร้านมีอาวุธ หากกลับมาย้อนก่อเหตุอีกอาจจะเกิดอันตรายกับชีวิตได้จขอให้ตำรวจเร่งจับกุม เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับผู้อื่นอีก   จึงของฝากประชาสัมพันธ์ ใครที่พบเห็นชายหน้าตาในรูปนี้ ให้แจ้งตำรวจสภ.บางกรวยทันที เพราะนี่คือคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ในบ้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/46eA-6K5Zqc

 2,337
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ย. 62

บุกยิงแสกหน้าหนุ่ม 17 คาหมู่บ้านหรู แฟนสาวโดนด้วย ตั้ง 3 ประเด็นก่อเหตุ

อุดรธานี-เกิดเหตุยิงกันในหมู่บ้านมะลิวัลย์วิลล่า อ.เมืองอุดรธานี พบร่างของนายปรัชญา ประสงค์ผล อายุ 17 ปี ลูกชายเจ้าของบ้านถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดบริเวณหน้าผาก หายใจรวยริน เจ้าหน้าที่กู้ชีพรีบนำส่งรพ.เพื่อทำการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายทราบชื่อคือน.ส.จิระนันท์ วงศ์ขุมเงิน อายุ 17 ปี เป็นแฟนสาวของนายปรัชญาถูกยิงบริเวณสะโพกท้ายด้านขวาได้รับบาดเจ็บเช่นกัน   จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า นายปรัชญามาแฟนสาวมาอยู่ด้วยหลายปีแล้ว ส่วนพ่อเปิดร้านแอร์อยู่ในตัวเมืองอุดรธานี และพากันทำแซนวิชขาย ส่วนสาเหตุของการบุกยิงลูกชายเจ้าของบ้านครั้งนี้ยังไม่ทราบสาเหตุ   ก่อนเกิดเหตุมีรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์โหลดเตี้ยไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาจอดหน้าบ้านหลังเกิดเหตุจากนั้นก็เห็นคนร้าย 1 คนอายุประมาณ 30 ปีปีนรั้วกำแพงเข้าไป ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัดและเสียงคนร้อง ไม่กี่อึดใจ ก็เห็นคนร้ายวิ่งมาขึ้นรถที่จอดติดเครื่องอยู่แล้วรีบหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว และยังไม่รู้ว่าคนร้ายมากันกี่คน แต่ไม่น่าจะไม่ต่ำกว่า 2 คนแน่นอน โดยคนร้ายได้เอาโทรศัพท์ของน้องทั้ง 2 คนไปด้วย   ด้านตร.ได้สันนิษฐานปมการยิงไว้ 3 ประเด็นคือ คนร้ายหวังบุกเข้ามาชิงทรัพย์เจอเจ้าของบ้านจึงยิงเจ้าของบ้านบาดเจ็บ หรืออาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวอาจจะมีศัตรูหรือเรื่องชู้สาว หรืออาจจะเป็นยาเสพติดก็เป็นได้ ซึ่งจากนี้ตร.จะได้สอบสวนคนในครอบครัวว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และจะได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งตามหาคนร้ายมาดำเนินคดีโดยด่วนเพราะคนลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจในเวลากลางวันแสกๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WBYsmDaoFew

 12,699
อาชญากรรม
25 ก.ย. 62

บุกยิงแสกหน้าหนุ่ม 17 คาหมู่บ้านหรู แฟนสาวโดนด้วย ตั้ง 3 ประเด็นก่อเหตุ

อุดรธานี-เกิดเหตุยิงกันในหมู่บ้านมะลิวัลย์วิลล่า อ.เมืองอุดรธานี พบร่างของนายปรัชญา ประสงค์ผล อายุ 17 ปี ลูกชายเจ้าของบ้านถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดบริเวณหน้าผาก หายใจรวยริน เจ้าหน้าที่กู้ชีพรีบนำส่งรพ.เพื่อทำการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายทราบชื่อคือน.ส.จิระนันท์ วงศ์ขุมเงิน อายุ 17 ปี เป็นแฟนสาวของนายปรัชญาถูกยิงบริเวณสะโพกท้ายด้านขวาได้รับบาดเจ็บเช่นกัน   จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า นายปรัชญามาแฟนสาวมาอยู่ด้วยหลายปีแล้ว ส่วนพ่อเปิดร้านแอร์อยู่ในตัวเมืองอุดรธานี และพากันทำแซนวิชขาย ส่วนสาเหตุของการบุกยิงลูกชายเจ้าของบ้านครั้งนี้ยังไม่ทราบสาเหตุ   ก่อนเกิดเหตุมีรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์โหลดเตี้ยไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาจอดหน้าบ้านหลังเกิดเหตุจากนั้นก็เห็นคนร้าย 1 คนอายุประมาณ 30 ปีปีนรั้วกำแพงเข้าไป ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัดและเสียงคนร้อง ไม่กี่อึดใจ ก็เห็นคนร้ายวิ่งมาขึ้นรถที่จอดติดเครื่องอยู่แล้วรีบหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว และยังไม่รู้ว่าคนร้ายมากันกี่คน แต่ไม่น่าจะไม่ต่ำกว่า 2 คนแน่นอน โดยคนร้ายได้เอาโทรศัพท์ของน้องทั้ง 2 คนไปด้วย   ด้านตร.ได้สันนิษฐานปมการยิงไว้ 3 ประเด็นคือ คนร้ายหวังบุกเข้ามาชิงทรัพย์เจอเจ้าของบ้านจึงยิงเจ้าของบ้านบาดเจ็บ หรืออาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวอาจจะมีศัตรูหรือเรื่องชู้สาว หรืออาจจะเป็นยาเสพติดก็เป็นได้ ซึ่งจากนี้ตร.จะได้สอบสวนคนในครอบครัวว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และจะได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งตามหาคนร้ายมาดำเนินคดีโดยด่วนเพราะคนลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจในเวลากลางวันแสกๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WBYsmDaoFew

 12,699
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 62

คลิประทึกกลางกรุง สาวนั่งริมถนน โดนโจรฉกมือถือ สุดท้ายรวบได้ยกแก๊ง

มีคลิปเหตุการณ์ที่ น.ส.สงกรานต์ ต้นตระกูลทรัพย์ อายุ 27 ปี อาชีพผู้จัดการร้านอาหารญี่ปุ่น ย่านสีลม ได้เข้าแจ้งความไว้ว่า เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 03.30 น. ขณะที่ตนกำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ริมถนน หน้าโรงแรมเดอะมิกซ์ ซ.สุขุมวิท22 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และกำลังหากุญแจเพื่อเปิดเข้าที่พัก ได้มีคนร้ายขับขี่ รถจักรยานยนต์ซ้อนกันมา 3 คน หนึ่งในคนร้ายได้ลงมาทำร้ายโดยเตะไปที่ใบหน้าแล้วชิงเอาโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟน 8 กับ ออปโป้ ไปจำนวน 2 เครื่อง   จากนั้นขับรถหลบหนีไปได้ ประมาณ 10 เมตร ผู้ต้องหาเกิดรถล้มแล้วมีดปอกผลไม้หล่น ทันใดนั้นผู้ต้องหาทั้งสามยกรถแล้วรีบขับหลบหนีมุ่งหน้าไปทางถนนพระราม 4 อย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้ติดตามคนร้ายจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดพักอยู่ย่านห้วยขวาง จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ในที่สุด   ซึ่งตำรวจตามจับกุมได้ที่บ้านพักในซอยประชาสงเคราะห์ 2 ย่านดินแดง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สืบสวน จนพบเบาะแสโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายถูกนำไปขาย ผ่านทางเฟซบุ๊ก และสามารถติดตามคนรับซื้อมาได้ จนนำไปสู่การจับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน   โดยคนร้ายทั้ง 3 คนได้แก่ นายอนุวัต เล้าสุทธิพงศ์ อายุ 21 ปี อดีตพนักงานห้างสรรพสินค้า / นายวัชรเกียรติ แก้วงาม อายุ 19 ปี อาชีพขับรถ Grab และนายนันทวัฒน์ ชัยศรีจันทร์ อายุ 23 ปี อาชีพขับวินมอเตอร์ไชค์รับจ้าง พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กส์ สีแดง ที่ใช้ในวันก่อเหตุ อาวุธมีดปอกผลไม้ 1 เล่ม และเสื้อผ้าวันที่ก่อเหตุ   จากการสวบสวนนายอนุวัต ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นผู้เตะผู้เสียหาย เนื่องจากกลัวผู้เสียหายต่อสู้หรือขัดขืน ก่อนลงมือชิงโทรศัพท์มือถือไป 2 เครื่อง โดยยี่ห้อออปโป้นำมาใช้เอง ส่วนไอโฟน 8 ขายในเฟซบุ๊กได้ในราคา 10,000 บาท แบ่งกันคนละ 3,000 บาท นำไปใช้จ่ายส่วนตัว เหลือ 1,000 บาท เที่ยวเตร่ โดยตนเองนั้นเคยต้องคดีเสพกัญชา เมื่อปี 2559 โทษบำบัด   ยอมรับว่าพวกตนทั้ง 3 ทำครั้งแรก ขณะก่อเหตุไม่ได้อยู่ในอาการมึนเมาสุราหรือยาเสพติด แต่ทำไปเพราะมีเงินใช้จ่ายไม่เพียงพอ อยากจะขอโทษผู้เสียหายกับการกระทำดังกล่าว ด้านตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คนก่อเหตุเป็นครั้งแรก พร้อมประชาสัมพันธ์ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อถูกปล้นโทรศัพท์มือถือ สามารถมาดูตัวได้ที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย   ด้าน น.ส.สงกรานต์ ผู้เสียหาย ยอมรับว่า ตัวเองชะล่าใจและไม่คิดจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นกับตัวเอง และจุดที่นั่งอยู่ก็มีแสงสว่าง และคิดว่าใกล้ถึงบ้าน ไม่น่ามีอันตราย จึงคุยโทรศัพท์กับเพื่อน พร้อมฝากเตือนประชาชน อย่านั่ง หรือ ยืนคุยโทรศัพท์ตามลำพัง ให้รีบเข้าบ้าน เพราะอาจถูกชิงทรัพย์แบบที่ตนโดนได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GxCozsh90BI

 1,121

Top