ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชิงทรัพย์"

ข่าวโซเชียล
14 ก.พ. 63

เปิดใจหนุ่ม นศ.เที่ยวดอยปุย ก่อนถูกชาวต่างชาติทำร้ายน่วมหวังชิงทรัพย์ เกือบเอาชีวิตไม่รอด

เชียงใหม่ นศ.หนุ่มถูกนักท่องเที่ยวฝรั่งกระหน่ำทุบหัวบนดอยปุยฉกกล้องและทรัพย์สิน     หนุ่มนักศึกษาเจอเหตุการณ์สะเทือนขวัญขณะขึ้นไปเที่ยวถ่ายภาพบนดอยปุยจู่ๆ ก็มีชาวต่างชาติกระหน่ำทุบหัวด้วยของแข็งหวังเอาชีวิต จนต้องวิ่งหนีเข้าป่าข้างทาง และหลบซ่อนตัวเพื่อเอาชีวิตรอด ขณะที่ฝรั่งคนก่อเหตุเอาทรัพย์สินทั้งกล้องถ่ายรูปเล่นและกระเป๋าเงินวิ่งหนีหายเข้าป่า หลังจากเหยื่อจะพาร่างที่โชกเลือดไปขอความช่วยเหลือกับนักท่องเที่ยวล่าสุดยังพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล     โดยเด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ชื่อว่านายธีรภัทร แสนอินทร์ อายุ 24 ปีคับ เรียนอยู่ ปี 4 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เรื่องนี้เปิดเผยโดยเพื่อนรุ่นพี่ของนักศึกษาหนุ่มคนนี้บอกเล่าเรื่องราวในเฟซบุ๊คส่วนตัว จนกระทั่งทางทีมข่าวสามารถติดต่อกับเหยื่อรายนี้ได้ทางโทรศัพท์      เจ้าตัวได้เปิดเผยเหตุการณ์นี้ว่าเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาตนเองได้ขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นไปท่องเที่ยว และถ่ายภาพบนดอยสุเทพ-ปุย จนกระทั่งไปถึงบริเวณจุดชมวิว และเป็นเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติระหว่างช่วงจุดชมวิวดอยหัวหมู ซึ่งต้องจอดรถไว้ และเดินเท้าเข้าไป     ช่วงที่กำลังตั้งกล้องถ่ายภาพอยู่ ในที่เกิดเหตุมีตนเองเพียงคนเดียว แต่จู่จู่ก็รู้สึกว่ามีของแข็งมากระแทกหัวอย่างแรก ตอนแรกนึกว่าเป็นท่อนไม้ตกใส่หัว แต่เหตุการณ์กลับรุนแรงขึ้นเมื่อหันไปมองพบว่าเป็นชายชาวต่างชาติทางฝั่งยุโรป ใช้วัตถุไม่ทราบชนิดกระหน่ำทุบหัวตนเองอย่างแรงหลายครั้งเหมือนหวังเอาชีวิต จนเกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้นตนเองตั้งสติได้รีบวิ่งหนีตายไปทางป่าข้างทางซึ่งเป็นทางลาดสูงชันจนเสียหลักกลิ้นลงไป จนไปติดกับพงหญ้าที่พอจะหลบซ่อนตัวได้ตนเองจึงพยายามนิ่ง และเงียบให้มากที่สุดกลัวว่าคนร้ายจะตามมาทำร้ายตนเอง      สภาพร่างกายมีเลือดไหลนองอาบหัว ใบหน้า และร่างกาย ตามตัวก็มีบาดแผลถลอกจากการที่กลิ้งลงมาตามทาง พอตั้งสติได้ก็ได้นำมือถือของตนเองออกมาพยายามหาคลื่นโทรศัพท์ และช่วงนั้นก็ได้ถ่ายรูปตัวเองไว้เพื่อดูบาดแผลจึงต้องตกใจว่ามีบาดแผลหนักที่หัวจนเลือดไหลอาบเต็มหน้า     หลังจากนั้นพักใหญ่พอแน่ใจได้ว่าปลอดภัยจึงพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากเขามายังจุดเกิดเหตุซึ่งพบว่ากล้องถ่ายภาพ ขาตั้งกล้อง และกระเป๋าเป้ที่มีเลนส์อีก 2 ตัว และกระเป๋าเงินหายไปแล้ว และพบว่ามีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นที่เห็น ตนเองจึงตะโกนขอความช่วยเหลือ ซึ่งบางคนก็ตกใจจากสภาพที่ตนเองมีเลือดไหลอาบร่าง      จนกระทั่งมีนักท่องเที่ยว 2 คนที่เข้ามาช่วยเอาน้ำให้ดื่ม และห้ามเลือดและเรียกรถพยายาลซึ่งต้องรอนานเกือบ 1 ชั่วโมง จึงสามารถลงมาที่โรงพยาบาลได้ พบว่านอกจากบาดแผลถลอกตามร่างกายแล้ว ที่หัวมีบาดแผลลึกถึง 6 แผลจากการที่ถูกของแข็งทุบ ตอนนี้ยังต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่     อย่างไรก็ตามตนเอได้แจ้งความไว้กับ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์เจ้าของพื้นที่แล้ว ตอนนี้รอออกจากโรงพบาลจะไปให้ปากตำกับตำรวจเพิ่มเติม และอาจจะต้องกลับบ้านที่จังหวัดแพร่เพื่อไปรักษาตัว     ทั้งนี้ วอนขอความร่วมมือจากผู้ที่อาจจะอยู่ในเหตุการณ์หรือพบคนร้ายที่อาจจะนำทรัพย์สินของตนเองไปขายช่วยกันแจ้งเบาะแสกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

 16,748
ข่าวภูมิภาค
28 ม.ค. 63

พบศพชายแต่งกายคล้ายพระถูกฆ่าคาเถียงนา ตั้งปมกลุ่มพระปลอมขัดผลประโยชน์-ถูกชิงทรัพย์

ขอนแก่น-ชาวบ้านแจ้งพบศพพระเสียชีวิตอยู่ใต้เสาไฟฟ้าแรงสูง ในเถียงนาพื้นที่บ้านกุดกว้าง หมู่ 12 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตรงข้ามบขส.ขอนแก่น แห่งที่ 3 ริมถนนสายเลี่ยงเมือง ขอนแก่น-กาฬสินธุ์   พบศพชายแต่งกายคล้ายพระสภาพขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผิวหนังดำคาดว่าโดนแสงแดดเผาจนไหม้ ห่างจากศพประมาณ 2 เมตร พบท่อนไม้ยาวประมาณ 1 เมตรมีคราบเลือด ซึ่งคาดว่าเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย   เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะมีบุคคลอื่นไม่ต่ำกว่า 2 คน มาหาพระสงฆ์ที่กระท่อมนาแล้วอาจจะมีปากเสียงกัน หรืออาจจะก่อเหตุชิงทรัพย์เงินสดของพระ พระสงฆ์อาจจะวิ่งหลบหนี แต่ถูกคนร้ายใช้ท่อนไม้ทำร้ายจนล้มลงเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายจึงอุ้มศพพระไปทิ้งไว้ที่โคนเสาไฟฟ้า แล้วราดน้ำมันเพื่อเผาศพ แล้วหลบหนีไป แต่ไฟไหม้เพียงผิวหนังและต้นหญ้ารอบศพเท่านั้น   ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าพระสงฆ์ที่มรณภาพนั้นเป็นพระจริงหรือพระปลอม จากการสอบสวนชาวบ้านผู้ที่มาพบศพ ในเบื้องต้นทราบว่าก่อนหน้านี้มีชายแต่งกายเป็นพระสงฆ์ 4 รูป มารวมตัวอยู่กินกันที่ใต้ต้นมะขามใหญ่ ห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 100 เมตร   แต่ช่วงก่อนตรุษจีน พระทั้ง4 รูปเมาสุราจนทะเลาะวิวาทกันจึงแยกย้ายกันไป เหลือพระที่มรณภาพเพียงรูปเดียว ทราบเพียงว่า มาจาก อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้ที่พบศพ เพื่อหาเบาะแสของพระที่มรณภาพรวมถึงเบาะแสของบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Px5aWAJK1c8

 1,291
อาชญากรรม
28 ม.ค. 63

พบศพชายแต่งกายคล้ายพระถูกฆ่าคาเถียงนา ตั้งปมกลุ่มพระปลอมขัดผลประโยชน์-ถูกชิงทรัพย์

ขอนแก่น-ชาวบ้านแจ้งพบศพพระเสียชีวิตอยู่ใต้เสาไฟฟ้าแรงสูง ในเถียงนาพื้นที่บ้านกุดกว้าง หมู่ 12 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตรงข้ามบขส.ขอนแก่น แห่งที่ 3 ริมถนนสายเลี่ยงเมือง ขอนแก่น-กาฬสินธุ์   พบศพชายแต่งกายคล้ายพระสภาพขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผิวหนังดำคาดว่าโดนแสงแดดเผาจนไหม้ ห่างจากศพประมาณ 2 เมตร พบท่อนไม้ยาวประมาณ 1 เมตรมีคราบเลือด ซึ่งคาดว่าเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย   เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะมีบุคคลอื่นไม่ต่ำกว่า 2 คน มาหาพระสงฆ์ที่กระท่อมนาแล้วอาจจะมีปากเสียงกัน หรืออาจจะก่อเหตุชิงทรัพย์เงินสดของพระ พระสงฆ์อาจจะวิ่งหลบหนี แต่ถูกคนร้ายใช้ท่อนไม้ทำร้ายจนล้มลงเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายจึงอุ้มศพพระไปทิ้งไว้ที่โคนเสาไฟฟ้า แล้วราดน้ำมันเพื่อเผาศพ แล้วหลบหนีไป แต่ไฟไหม้เพียงผิวหนังและต้นหญ้ารอบศพเท่านั้น   ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าพระสงฆ์ที่มรณภาพนั้นเป็นพระจริงหรือพระปลอม จากการสอบสวนชาวบ้านผู้ที่มาพบศพ ในเบื้องต้นทราบว่าก่อนหน้านี้มีชายแต่งกายเป็นพระสงฆ์ 4 รูป มารวมตัวอยู่กินกันที่ใต้ต้นมะขามใหญ่ ห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 100 เมตร   แต่ช่วงก่อนตรุษจีน พระทั้ง4 รูปเมาสุราจนทะเลาะวิวาทกันจึงแยกย้ายกันไป เหลือพระที่มรณภาพเพียงรูปเดียว ทราบเพียงว่า มาจาก อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้ที่พบศพ เพื่อหาเบาะแสของพระที่มรณภาพรวมถึงเบาะแสของบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Px5aWAJK1c8

 1,291
สรุปข่าว
23 ม.ค. 63

ประเด็นข่าวรอบวัน 23 ม.ค. 63 รวบ 'แจ๊ค' ฆ่าชิงทรัพย์ครูสาว - จับตามาตรการปิดเมืองอู่ฮั่น ควบคุมไวรัสโคโรนา

จับตามาตรการปิดเมืองอู่ฮั่น ควบคุมไวรัสโคโรนา ทั่วโลกจับตามาตรการรับมือการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ของจีน ด้วยการปิดเมืองอู่ฮั่น จะได้ผลหรือไม่ ขณะที่สื่อหลายสำนักต่างให้ความสนใจไปที่ตลาดอาหารทะเลหัวหนาน ในอู่ฮั่น ซึ่งเป็นแหล่งต้นตอการแพร่ระบาด พบว่า ตลาดดังกล่าวจำหน่ายเนื้อสัตว์และสัตว์มีชีวิตที่มีมากถึง 112 ชนิด      มาตรการปิดเมืองอู่ฮั่น มีตั้งแต่ระงับระบบการขนส่งสาธารณะทุกชนิด ห้ามประชาชนเข้าและออกเมืองตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตลอดจนสั่งยกเลิกการจัดงานในพื้นที่สาธารณะ ขณะที่ประชาชนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก     ด้านนักวิทยาศาสตร์จีนก็เร่งหาสาเหตุการแพร่ระบาดว่า สัตว์ป่าชนิดใดเป็นต้นตอทำให้เชื้อไวรัสโคโรน่าแพร่ระบาดจากสัตว์สู่คน ขณะที่ผู้คนในจีนและทั่วโลกต่างก็ให้ความสนใจไปที่ตลาดขายอาหารทะเลหัวหนาน ซึ่งเป็นต้นตอของการแพร่ระบาด สื่อหลายสำนักรายงานว่า ตลาดสดดังกล่าว วางขายเนื้อสัตว์หลายชนิด รวมไปถึงสัตว์มีชีวิต รวมแล้ว 112 ชนิด มีตั้งแต่สุนัขจิ้งจอก, จระเข้, ลูกหมาป่า, ซาลาแมนเดอร์ยักษ์, ค้างคาว, งู, หนู, นกยูง, เม่น, เนื้ออูฐ แต่ที่สร้างความตกใจยิ่งกว่า คือมีเนื้อโคอาล่า วางขายด้วย โดยราคาอยู่ที่ 70 หยวน หรือประมาณ 300 บาท     สำหรับยอดผู้เสียชีวิตในจีนล่าสุดอยู่ที่ 17 คน ส่วนผู้ติดเชื้อในจีนและต่างประเทศตอนนี้รวมกัน 582 คนแล้ว     ถ้าเราดูจากจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาในจีน จะพบว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากหลักสิบเป็นหลักร้อย ทั้งนี้เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตในจีนรายแรก ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 41 คน อีกเพียง 8 วันต่อมาคือ วันที่ 20 มกราคมผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 201 คน และเพียงแค่ 2 วันผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว นักวิทยาศาสตร์หลายคนเตือนผู้ติดเชื้ออาจสูงถึง 1 หมื่นคน      สำหรับพื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อในจีนเมื่อวันที่ 21 มกราคม ยังพบแค่ 4 จุดคือ อู่ฮั่น, มณฑลกวางตุ้ง, กรุงปักกิ่ง และนครเซี่ยงไฮ้ แต่อต่อมาอีกเพียงวันเดียว คือ 22 มกราคม พบเพิ่มในอีกกว่า 20 เมือง เมืองใหญ่ๆที่พบมีทั้งเทศบาลนครเทียนจิน, มณฑลเจ้อเจียง, เทศบาลนครฉงชิ่ง,มณฑลชานตง และมณฑลเสฉวน ส่วนผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนตอนนี้มีที่ ไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเก๊า ฮ่องกง ไต้หวันและสหรัฐฯ      ในส่วนมาตรการรับมือและป้องกันของไทยกันบ้าง จากมาตรการปิดเมืองอู่ฮั่นวันนี้ สายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งมีเที่ยวบินเข้า-ออกเมืองอู่ฮั่น 3 เที่ยวบินต่อวัน ประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด ตั้งเเต่บ่ายวันนี้ ถึง วันที่ 28 มกราคม รวม 5 วัน ซึ่งสายการบินจะติดต่อเเจ้งตรงกับผู้โดยสาร พร้อมเสนอทางเลือกเพื่อดูแลผู้โดยสาร อาทิ เปลี่ยนเส้นทางบินสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางกลับจีนในปลายทางอื่นๆ หรือ เก็บวงเงินไว้ใช้ หรือ เลือกรับคืนเงินเต็มจำนวน     ส่วนที่ จ.กระบี่ มีการกักตัวหญิงชาวจีนอายุ 35 ปี ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน 1 ราย หลังพบมีอาการไข้สูง ขณะนี้อยู่ในห้องกักตัว ที่โรงพยาบาลกระบี่ ตามแผนป้องกันการแพร่ระบาดโรคปอดอักเสบ จากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ล่าสุดไข้ลด แต่ต้องดูอาการให้ครบ 24 ชั่วโมง หากไม่พบอาการเพิ่ม แพทย์จะอนุญาตให้กลับบ้านได้     ส.ส.พปชร. รับเสียบบัตรแทนกัน ส.ส.พลังประชารัฐ ชี้แจงปมคลิปกดบัตรแทนกัน ระบุแค่ช่วยกันลงคะแนนเพราะเครื่องเสียบบัตรไม่เพียงพอ ย้ำหลายพรรคเจอปัญหาเดียวกัน ขณะที่ ภริม ชี้เหตุสุดวิสัยเสียบบัตรแทน ทวิรัฐ จริง แต่ลงคะแนนตามเจตนารมณ์เจ้าตัวที่นั่งประชุมอยู่ ะบุเป็นเพราะข้อจำกัดที่มีช่องกดบัตรไม่เพียงพอกับสมาชิก และต้องรีบกดบัตรให้ทันกับช่วงเวลาที่เปิดให้ลงคะแนน     รวบเพื่อนบ้านฆ่าเปลือย 'ครูโน้ต' หวังชิงทรัพย์  รวบแล้ว!! คนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ ครูโน้ตเสียชีวิตเปลือยในห้องน้ำบ้านพัก ที่แท้เป็นเพื่อนบ้าน สารภาพหวังทรัพย์สิน ที่ต้องฆ่าเพราะกลัวเหยื่อจำหน้าได้     นายสันต์ สิทธิชัย หรือ แจ็ค อายุ 39 ปี ฆ่าชิงทรัพย์ น.ส.เนติมา พัฒนากุล หรือ อาจารย์โน๊ต อายุ 39 ปี อาจารย์คณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เสียชีวิตเปลือยในห้องน้ำที่บ้านพัก ที่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา ก่อนหนีไปกบดานบ้านเพื่อนใน กทม. กระทั่งชุดสืบสวนตามจับได้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา      เบื้องต้น รับสารภาพว่า ทำเพราะต้องการทรัพย์สิน แต่เหยื่อเป็นคนในหมู่บ้านเดียว กลัวจำหน้าได้ จึงต้องฆ่าทิ้ง      โดยนายแจ๊ค มีพื้นเพอยู่ย่านแสมดำ กทม. มีอาชีพขับแท็กซี่ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับภรรยาที่แปดริ้ว ซึ่งมีหลังบ้านชนกับบ้านของผู้ตาย เมื่อ 2 วันก่อน ทีมข่าวของเรายังได้เข้าไปในบ้านนายแจ๊ค เพื่อบันทึกภาพหลังบ้านครูโน้ต และคนในบ้านยังอนุญาตให้ขึ้นไปที่ชั้น 2 เพื่อดูรอยเท้าบนหลังคา ที่คาดเดาว่า อาจเป็นของคนร้าย โดยยังไม่มีใครทราบว่า นายแจ๊คเป็นคนร้าย และนายแจ๊คก็ไม่อยู่บ้าน     เบื้องต้น คาดว่า นายแจ๊คเข้าบ้านครูโน้ต จากทางหลังบ้านที่หันหลังชนกัน โดยเดินผ่านหลังคา ก่อนเลาะรอบตัวบ้าน ไปจนถึงระเบียงหน้าบ้าน แล้วปีนเข้าไปก่อเหตุ     ขณะที่เพื่อนบ้าน บอกว่า โล่งใจที่จับคนร้ายได้ แต่เสียดายชีวิตของครูโน้ต เชื่อว่า ซุ่มดูอยู่นานจนรู้ว่าครูโน้ตอยู่บ้านคนเดียว จึงก่อเหตุ     ปล่อยลูกเต่ามะเฟือง 10 ตัวลงทะเล วันที่ 23  มกราคม 253  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ตรวจสุขภาพลูกเต่ามะเฟืองที่ยังอ่อนแอและพักฟื้นไว้ที่ศูนย์เฝ้าระวังฯ เต่ามะเฟือง หาดบ่อดาน ซึ่งเป็นลูกเต่ามะเฟืองที่ฟักเมื่อคืนวันที่ 21 รวม 24 ตัว ที่ยังไม่ปล่อยสู่ทะเล      ผลการตรวจสอบสามารถแบ่งลูกเต่ามะเฟืองตามสภาพได้ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่มีสภาพร่างกายสมบูรณ์ครบถ้วน สภาพแข็งแรง ส่วนของถุงไข่แดงหน้าท้องเริ่มมีการปิด มี 10 ตัว ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 ได้นำไปปล่อยลงทะเลแล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมา       ส่วนกลุ่มที่มีสภาพร่างกายสมบูรณ์ครบถ้วน สภาพแข็งแรง ส่วนของถุงไข่แดงหน้าท้องยังมีการปิดไม่สมบูรณ์ และส่วนของกระดองหลังมีลักษณะฝ้าสีขาว มี 13 ตัว สันนิษฐานเบื้องต้นว่ามีการติดเชื้อรา สัตวแพทย์จึงเก็บตัวอย่างเชื้อราด้วยวิธีเพาะเชื้อ จากนั้นจึงล้างด้วยน้ำเกลือบริสุทธิ์ และเช็ดฆ่าเชื้อ ต้องอนุบาลต่อก่อนพิจารณาปล่อยต่อไป และกลุ่มที่มีสภาพร่างกายอ่อนแรงและยังคงเหลือถุงไข่แดงบริเวณหน้าท้อง 1 ตัว ให้เฝ้าสังเกตุอาการตลอด 24 ชั่วโมง        ทั้งนี้ ได้นำลูกเต่ามะเฟืองทั้ง 3 กลุ่ม รวม 24 ตัว ได้อนุบาลในกระบะทรายที่สะอาด พักฟื้นในตู้ดูแลสัตว์ป่วยวิกฤติ (ICU box) ซึ่งสามารถควบคุมอุณหภูมิให้มีความเหมาะสม เพื่อดูแลให้มีความสมบูรณ์ก่อนปล่อยคืนสู่ทะเลต่อไป     บุกยึดรีสอร์ทดังบุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติ จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง โดยการอำนวยการสั่งการของ นายชูเกียรติ พงศ์ศิริวรรณ  ผอ.สำนักฯ, ผอ.ศูนย์ป่าไม้ลำปาง  หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป. 11 (แม่ต๋า),เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. โดยการอำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.๔ บก.ปทส., เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแจ้ห่ม , เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท , เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองมาย , ​ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองลำปาง     ได้ร่วมกันร้องทุกข์กล่าวโทษ 1.นายธัชพล หรือเบิร์ด ช่วงอุบล  ที่อยู่ 240 หมู่ที่ 5 ต.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ผู้จัดการเกาะวังแก้วรีสอร์ท ตามคำให้การของตัวแทนผู้รับอนุญาตนางสมใจ​แก้วนิล อายุ 68 ปี  ที่อยู่ 135 หมู่ 4 ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ตัวแทนผู้รับอนุญาตซึ่งได้รับมอบหมายจาก นายจิตตพล แก้วนิล เจ้าของกิจการ ผู้ครอบครองเกาะวังแก้วรีสอร์ท 2.นายจิตตพล แก้วนิล เจ้าของกิจการและผู้ครอบครองเกาะวังแก้วรีสอร์ท     ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่า จำนวน 4ไร่เศษ คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน  328,686.42.- บาท​ โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา ๕๔ ประกอบ ๗๒  ตรี ฐาน “ร่วมกันก่อสร้าง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต”ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497     มาตรา ๙ มาตรา ๑๐๘ ทวิ  ฐาน “ร่วมกันเข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่นสร้าง หรือเผาป่า ทำด้วยประการใดให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวดหรือที่ทราย หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน     พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522  มาตรา 64 ฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” พระราชกำหนดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 มาตรา 9 ฐาน “รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต,รับคนต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานกับตน,ไม่ปฏิบัติตามหนังสือสอบถามหรือหนังสือเรียกหรือไม่ยอมให้ข้อเท็จจริง หรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานแก่นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันควร

 1,192
อาชญากรรม
23 ม.ค. 63

รวบเพื่อนบ้านฆ่าเปลือย 'ครูโน้ต' หวังชิงทรัพย์ รับทำเพราะกลัวเหยื่อจำหน้าได้

รวบแล้ว!! คนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ ครูโน้ตเสียชีวิตเปลือยในห้องน้ำบ้านพัก ที่แท้เป็นเพื่อนบ้าน สารภาพหวังทรัพย์สิน ที่ต้องฆ่าเพราะกลัวเหยื่อจำหน้าได้     นายสันต์ สิทธิชัย หรือ แจ็ค อายุ 39 ปี ฆ่าชิงทรัพย์ น.ส.เนติมา พัฒนากุล หรือ อาจารย์โน๊ต อายุ 39 ปี อาจารย์คณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เสียชีวิตเปลือยในห้องน้ำที่บ้านพัก ที่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา ก่อนหนีไปกบดานบ้านเพื่อนใน กทม. กระทั่งชุดสืบสวนตามจับได้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา      เบื้องต้น รับสารภาพว่า ทำเพราะต้องการทรัพย์สิน แต่เหยื่อเป็นคนในหมู่บ้านเดียว กลัวจำหน้าได้ จึงต้องฆ่าทิ้ง      โดยนายแจ๊ค มีพื้นเพอยู่ย่านแสมดำ กทม. มีอาชีพขับแท็กซี่ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับภรรยาที่แปดริ้ว ซึ่งมีหลังบ้านชนกับบ้านของผู้ตาย เมื่อ 2 วันก่อน ทีมข่าวของเรายังได้เข้าไปในบ้านนายแจ๊ค เพื่อบันทึกภาพหลังบ้านครูโน้ต และคนในบ้านยังอนุญาตให้ขึ้นไปที่ชั้น 2 เพื่อดูรอยเท้าบนหลังคา ที่คาดเดาว่า อาจเป็นของคนร้าย โดยยังไม่มีใครทราบว่า นายแจ๊คเป็นคนร้าย และนายแจ๊คก็ไม่อยู่บ้าน     เบื้องต้นคาดว่า นายแจ๊คเข้าบ้านครูโน้ต จากทางหลังบ้านที่หันหลังชนกัน โดยเดินผ่านหลังคา ก่อนเลาะรอบตัวบ้าน ไปจนถึงระเบียงหน้าบ้าน แล้วปีนเข้าไปก่อเหตุ     ขณะที่เพื่อนบ้าน บอกว่า โล่งใจที่จับคนร้ายได้ แต่เสียดายชีวิตของครูโน้ต เชื่อว่า ซุ่มดูอยู่นานจนรู้ว่าครูโน้ตอยู่บ้านคนเดียว จึงก่อเหตุ

 36,410
สังคม
22 ม.ค. 63

คนร้ายบุกเดี่ยวจี้ชิงทรัพย์ ธ.กรุงเทพ ย่านประชาอุทิศ

เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (22 ม.ค.) เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ชิงทรัพย์ภายในธนาคารกรุงเทพ สาขาเทสโก้ โลตัส ประชาอุทิศ   ที่เกิดเหตุเป็นธนาคารกรุงเทพ สาขาเทสโก้ โลตัส ประชาอุทิศ ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้างโลตัส ปากซอยประชาอุทิศ 58 / 2 คนร้ายเป็นชาย 1 ราย บุกเข้าไปแย่งอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก่อนจะเข้าไปจี้บังคับได้เงินสดไปจำนวนหนึ่ง จากนั้นได้ใช้รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับหลบหนีไป ลักษณะคนร้ายผอมสูงประมาณ 160 เซนติเมตร สวมหมวกกันน็อคสีชมพู ใส่หมวกโม่งคลุมใบหน้า หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี    ด้านพนักงานของแกร๊บไบค์ กล่าวว่า ขณะนั่งอยู่หน้าห้าง เห็นคนร้ายสวมหมวกกันน็อคสีชมพู เข้ามาในธนาคารและเข้าประชิดตัว พนักงานรักษาความปลอดภัยของธนาคาร ก่อนใช้ปืนจี้บังคับนำปืนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไป จากนั้นเดินเข้าไปที่เคาเตอร์ 4 บังคับให้พนักงานส่งเงินให้ ก่อนจะหลบหนีไป โดยตนเองและน้องชาย ได้วิ่งไล่ตามไปติด ๆ แต่ไม่ทัน    อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจ สน.ทุ่งครุ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และไล่ตรวจสอบพยานและกล้องวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย เบื้องต้นคาดว่า หนีไปทางถนนประชาอุทิศ ซึ่งอยู่ระหว่างติดตามตัว

 10,922
ข่าวภูมิภาค
21 ม.ค. 63

แม่ครัว ร.ร.เตรียมเงินไปซื้อของ ถูกโจรถีบ จยย.ล้ม ก่อนชิงทรัพย์ เงิน 8,000 สูญหาย

ร้อยเอ็ด-เกิดเหตุคนร้ายขี่จักรยานยนต์ประกบถีบ จยย.ป้าวัย 63 ปี ล้มคว่ำก่อนชิงทรัพย์ เหตุเกิดบนถนน หมายเลข 2046 อำเภอโพนทอง-อำเภอเสลภูมิ ช่วง กม.ที่ 23 บ้านโนนชัยศรี ม.1-โคกสมบูรณ์ ม.2 ทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ ขาและแขนถลอก   นางออนสา บุตรพรหม ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเองมีหน้าที่ประกอบอาหารเที่ยงให้ทางโรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลโนนชัยศรี อ.โพนทอง ทุกๆ 2 วันจะนำเงินมาซื้ออาหารในตลาดไปประกอบ 1 ครั้ง วันนี้นำเงินมาจำนวน 8,000 บาท   พอมาถึงที่เกิดเหตุ มีชายวัยประมาณ 30 ปี เสื้อเหลืองหมวกแก๊ปขาว ขี่ จยย.มาด้านหลังมาประกบใช้เท้าถีบ จยย.ตนเองล้มคว่ำลงข้างทางแย่งกระเป๋าไป ในกระเป๋า มีสร้อยทอง หนัก หนึ่งบาทพร้อมเงิน 8,000 บาทหลบหนีไปอย่างลอยนวล ซึ่งตำรวจกำลังติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RJtRoZE2Pg4

 2,648
สังคม
21 ม.ค. 63

แม่ครัว ร.ร.เตรียมเงินไปซื้อของ ถูกโจรถีบ จยย.ล้ม ก่อนชิงทรัพย์ เงิน 8,000 สูญหาย

ร้อยเอ็ด-เกิดเหตุคนร้ายขี่จักรยานยนต์ประกบถีบ จยย.ป้าวัย 63 ปี ล้มคว่ำก่อนชิงทรัพย์ เหตุเกิดบนถนน หมายเลข 2046 อำเภอโพนทอง-อำเภอเสลภูมิ ช่วง กม.ที่ 23 บ้านโนนชัยศรี ม.1-โคกสมบูรณ์ ม.2 ทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ ขาและแขนถลอก   นางออนสา บุตรพรหม ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเองมีหน้าที่ประกอบอาหารเที่ยงให้ทางโรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลโนนชัยศรี อ.โพนทอง ทุกๆ 2 วันจะนำเงินมาซื้ออาหารในตลาดไปประกอบ 1 ครั้ง วันนี้นำเงินมาจำนวน 8,000 บาท   พอมาถึงที่เกิดเหตุ มีชายวัยประมาณ 30 ปี เสื้อเหลืองหมวกแก๊ปขาว ขี่ จยย.มาด้านหลังมาประกบใช้เท้าถีบ จยย.ตนเองล้มคว่ำลงข้างทางแย่งกระเป๋าไป ในกระเป๋า มีสร้อยทอง หนัก หนึ่งบาทพร้อมเงิน 8,000 บาทหลบหนีไปอย่างลอยนวล ซึ่งตำรวจกำลังติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RJtRoZE2Pg4

 2,648
สังคม
16 ม.ค. 63

ตร.บุรีรัมย์เร่งล่าหนุ่มถืออีโต้บุกฟันเจ้าของร้านจำนำก่อนหอบเงินสด-ทอง 10 ถุง ขึ้น จยย.หนี

ตำรวจ สภ.เมือง บุรีรัมย์ระดมกำลังไล่ล่าคนร้ายขับมอเตอร์ไซค์รุ่นเก่า หลังใช้มีดอีโต้ ไล่ฟันเจ้าของร้านรับจำนำ แล้วฉกทองไป 10 ถุง และเงินสดจำนวนหนึ่ง ก่อนขับรถมอเตอร์ไซค์หลบหนี เจ้าของร้านเล่าระทึก ขึ้นไปเอาจานบนบ้าน ลงมาเผชิญหน้ากับโจรจังๆ คนร้ายเงื้อมีดอีโต้จะฟัน ต้องวิ่งหนีสุดชีวิต ก่อนคนร้ายจะวิ่งขึ้นรถมอเตอร์ไซค์รุ่นเก่าหลบหนี เชื่อไม่ใช่มืออาชีพ     วันที่ 16 ม.ค.63 เมื่อเวลา 13.00 น.ศูนย์วิทยุ 191 บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากร้านพูนสินโฟน เป็นร้านรับจำนำ เลขที่ 17-19 บริเวณหน้าลานวัฒนธรรมสวนรมย์บุรี ถ.พิทักษ์ ต.ในเมือง อ.เมือง บุรีรัมย์ ว่ามีคนร้ายเข้าไปชิงทองในร้าน แล้วหลบหนีไป     ต่อมา ร.ต.อ.ทวีศิลป์ ศรีสุริยะไชย รองสารวัตร(สอบสวน)พร้อมชุดสืบสวน สภ.เมือง บุรีรัมย์ นำกำลังเข้าไปตรวจสอบ และไล่ติดตามคนร้ายตามเส้นทางต่างๆในเขตเทศบาลเมือง     ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้าน ปรากฏว่ากล้องของร้านเสีย ตำรวจจึงเข้าไปขอดูภาพจากร้านใกล้เคียง พบคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30-45 ปี ใส่กางเกงสีดำ เสื้อแจ๊คเก็ตยีนส์สีน้ำเงิน ใส่หมวกกันน็อกสีแดง ขับรถจักรยานยนต์ เวฟ สีดำแดง รุ่นเก่า ไม่ติดแผ่นป้าย ลักษณะถือมีด ขับเข้าซอยธนาคารออมสิน     สอบถาม น.ส.จินดา กาญจนศิริสมบัติ อายุ 45 ปี เจ้าของร้านเล่าว่า ช่วงเกิดเหตุ ตนซึ่งอยู่ร้านคนเดียว ขึ้นไปเอาจานอยู่บนบ้านประมาณ 2 นาที ระหว่างที่กำลังเดินลงบันได ได้ยินเสียงเหมือนมีคนค้นหาสิ่งของภายในร้าน     เมื่อเดินลงมาถึงตรงประตูทางเข้าเคาท์เตอร์ ได้เผชิญหน้ากับคนร้ายอย่างจังภายในมือคนร้ายถือมีด จากนั้นคนร้ายได้เงื้อมีดอีโตหวังจะฟัน จึงวิ่งหลบออกมา แต่ไปเจอทางตันในบ้านตัวเอง โชคดีเป็นคนละทางกับคนร้ายที่จะหลบหนี แล้วคนร้ายก็ขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโทรแจ้งตำรวจ เบื้องต้นพบว่าทองคำรูปพรรณของลูกค้าที่รับจำนำไว้จำนวนกว่า 10 ถุง แต่ยังไม่ทราบน้ำหนักที่ชัดเจน และเงินสดอีกจำนวนหนึ่งที่วางไว้สูญหายไป     ด้านนางระเบียบ ศิริพงษ์เสาวนินทร์ อายุ 70 ปี คนเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ในช่วงเกิดเหตุตนยืนอยู่หน้าบ้าน ได้ยินเจ้าของร้านร้องขอความช่วยเหลือ และเห็นคนร้ายขับรถจักรยานยนต์รุ่นเก่าถือมีดขับออกไป     อย่างไรก็ตามขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามหาตัวคนร้าย คาดว่าไม่ใช่เป็นคนนอกพื้นที่ และไม่ใช่มืออาชีพ

 5,307
ข่าวภูมิภาค
16 ม.ค. 63

โจรชิงทรัพย์กลางเมืองภูเก็ต ซ้ำแทงคอ ตร.เจ็บ สุดท้ายโดนวิสามัญ

ภูเก็ต-คนร้ายใช้มีดจี้ชิงทรัพย์กลางเมือง ตำรวจเข้าระงับเหตุ แต่ปรากฏว่าคนร้ายไม่กลัวตำรวจ เอามีดเข้าแทงตำรวจจนได้รับบาดเจ็บ สุดท้ายคนร้ายถูกตำรวจวิสามัญ   โดยที่เกิดเหตุพบผู้เสียหาย2 คน คนหนึ่งเป็นผู้หญิง อายุ 30 ปี อีกคนเป็นผู้ชาย อายุ 29 ปี บอกว่าคนร้ายใช้อาวุธมีดมาจี้ชิงทรัพย์ และมีตำรวจสายตรวจ 2 นาย เข้ามาระงับเหตุ   เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ จึงถืออาวุธมีดวิ่งปรี่เข้าแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจทั้ง 2 นายทันที ซึ่งตำรวจได้ใช้กระบองที่พกติดตัวป้องกันตนเองได้ทัน และพยายามที่จะควบคุมตัวคนร้ายแต่ไม่สามารถควบคุมได้ จากนั้นคนร้ายยังใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณลำคอด้านซ้ายของ ด.ต.นิรุติ บุญรัตน์ ผบ.หมู่(ป.) สภ.เมืองภูเก็ตจนล้มลง แต่คนร้ายยังจะตามไปแทงซ้ำ ด.ต.นิรุติจึงใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่คนคนร้ายจำนวน 1 นัด ถูกที่บริเวณลำคอ และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ   หลังจากเกิดเหตุ ได้รายงานให้ทางผู้บังคับบัญชาทราบ ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจ.ภูเก็ต ได้ไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมได้ร่วมกับพนักงานอัยการจ.ภูเก็ต ปลัดอำเภอเมืองภูเก็ต และแพทย์เวรประจำรพ.วชิระภูเก็ต ชันสูตรพลิกศพนายเอกสิทธิ์ คนร้ายที่เสียชีวิตจากเหตุวิสามัญฆาตกรรมดังกล่าว   ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่าคนร้ายที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญ คือนายเอกสิทธ์ เกษร อายุ 34 ปี จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่าคนร้ายเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาครอบครองยาเสพติด เมื่อปี 2555 และข้อหาครอบครองปืนไม่มีใบอนุญาต เมื่อปี 2560 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G8K9qMkUrBg

 5,290
อาชญากรรม
16 ม.ค. 63

โจรชิงทรัพย์กลางเมืองภูเก็ต ซ้ำแทงคอ ตร.เจ็บ สุดท้ายโดนวิสามัญ

ภูเก็ต-คนร้ายใช้มีดจี้ชิงทรัพย์กลางเมือง ตำรวจเข้าระงับเหตุ แต่ปรากฏว่าคนร้ายไม่กลัวตำรวจ เอามีดเข้าแทงตำรวจจนได้รับบาดเจ็บ สุดท้ายคนร้ายถูกตำรวจวิสามัญ   โดยที่เกิดเหตุพบผู้เสียหาย2 คน คนหนึ่งเป็นผู้หญิง อายุ 30 ปี อีกคนเป็นผู้ชาย อายุ 29 ปี บอกว่าคนร้ายใช้อาวุธมีดมาจี้ชิงทรัพย์ และมีตำรวจสายตรวจ 2 นาย เข้ามาระงับเหตุ   เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ จึงถืออาวุธมีดวิ่งปรี่เข้าแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจทั้ง 2 นายทันที ซึ่งตำรวจได้ใช้กระบองที่พกติดตัวป้องกันตนเองได้ทัน และพยายามที่จะควบคุมตัวคนร้ายแต่ไม่สามารถควบคุมได้ จากนั้นคนร้ายยังใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณลำคอด้านซ้ายของ ด.ต.นิรุติ บุญรัตน์ ผบ.หมู่(ป.) สภ.เมืองภูเก็ตจนล้มลง แต่คนร้ายยังจะตามไปแทงซ้ำ ด.ต.นิรุติจึงใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่คนคนร้ายจำนวน 1 นัด ถูกที่บริเวณลำคอ และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ   หลังจากเกิดเหตุ ได้รายงานให้ทางผู้บังคับบัญชาทราบ ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจ.ภูเก็ต ได้ไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมได้ร่วมกับพนักงานอัยการจ.ภูเก็ต ปลัดอำเภอเมืองภูเก็ต และแพทย์เวรประจำรพ.วชิระภูเก็ต ชันสูตรพลิกศพนายเอกสิทธิ์ คนร้ายที่เสียชีวิตจากเหตุวิสามัญฆาตกรรมดังกล่าว   ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่าคนร้ายที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญ คือนายเอกสิทธ์ เกษร อายุ 34 ปี จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่าคนร้ายเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาครอบครองยาเสพติด เมื่อปี 2555 และข้อหาครอบครองปืนไม่มีใบอนุญาต เมื่อปี 2560 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G8K9qMkUrBg

 5,290
ข่าวภูมิภาค
15 ม.ค. 63

พยาบาลสาวถูกชิงทรัพย์ ถีบ จยย.ล้มหัวน็อคพื้น ป่วยติดเตียง 3 ปี ขณะที่โจรออกจากคุกแล้ว

ชลบุรี-พยาบาลสาวถูกคนร้ายชิงทรัพย์ ถีบ จยย.ล้มหัวกระแทกพื้น นอนเป็นผู้ป่วยติดเตียง นานกว่า 3 ปี วอนขอความช่วยเหลือ เดือดร้อนเป็นหนี้หลายแสน      น.ส.นันทพร บุญประสพ อายุ 30 ปี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการวิสัญญีพยาบาล โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี นอนเป็นผู้ป่วยติดเตียง ที่โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี   ย้อนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 ขณะที่ น.ส.นันทพร ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อมารับเวรที่โรงพยาบาล นายวิชิต ศรีสวัสดิ์ หรือเจี๊ยบ อายุ 38 ปี คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ และใช้เท้าถีบจนรถล้มคว่ำ หลังจากนั้นได้เอาแหวนทอง 1 สลึง มือถือไอโฟน 6 และกระเป๋าสะพายใส่ทรัพย์สิน หลบหนีไป ซึ่งต่อมาตำรวจจับกุมตัวได้ และส่งฟ้องศาล จนขณะนี้ได้ออกจากเรือนจำแล้ว   ส่วน น.ส.นันทพร ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ทำให้ต้องผ่าตัด 2 ครั้ง และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงนานกว่า 3 ปี ไม่สามารถไปหางานทำได้ ทำให้ขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว รวมถึงมีหนี้อยู่หลายแสนบาท และยังขาดสิ่งของจำเป็นมากมาย   จึงอยากขอบริจาคจากผู้ใจบุญ โดยสามารถบริจาคได้ที่บัญชี 464-0-21046-9 ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนพระยาสัจจา นางชวน บุญประสพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/tDQIr9C3jCI

 975
สังคม
15 ม.ค. 63

พยาบาลสาวถูกชิงทรัพย์ ถีบ จยย.ล้มหัวน็อคพื้น ป่วยติดเตียง 3 ปี ขณะที่โจรออกจากคุกแล้ว

ชลบุรี-พยาบาลสาวถูกคนร้ายชิงทรัพย์ ถีบ จยย.ล้มหัวกระแทกพื้น นอนเป็นผู้ป่วยติดเตียง นานกว่า 3 ปี วอนขอความช่วยเหลือ เดือดร้อนเป็นหนี้หลายแสน      น.ส.นันทพร บุญประสพ อายุ 30 ปี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการวิสัญญีพยาบาล โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี นอนเป็นผู้ป่วยติดเตียง ที่โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี   ย้อนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 ขณะที่ น.ส.นันทพร ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อมารับเวรที่โรงพยาบาล นายวิชิต ศรีสวัสดิ์ หรือเจี๊ยบ อายุ 38 ปี คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ และใช้เท้าถีบจนรถล้มคว่ำ หลังจากนั้นได้เอาแหวนทอง 1 สลึง มือถือไอโฟน 6 และกระเป๋าสะพายใส่ทรัพย์สิน หลบหนีไป ซึ่งต่อมาตำรวจจับกุมตัวได้ และส่งฟ้องศาล จนขณะนี้ได้ออกจากเรือนจำแล้ว   ส่วน น.ส.นันทพร ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ทำให้ต้องผ่าตัด 2 ครั้ง และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงนานกว่า 3 ปี ไม่สามารถไปหางานทำได้ ทำให้ขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว รวมถึงมีหนี้อยู่หลายแสนบาท และยังขาดสิ่งของจำเป็นมากมาย   จึงอยากขอบริจาคจากผู้ใจบุญ โดยสามารถบริจาคได้ที่บัญชี 464-0-21046-9 ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนพระยาสัจจา นางชวน บุญประสพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/tDQIr9C3jCI

 975
สังคม
15 ม.ค. 63

วอนช่วยเหลือ! พยาบาลสาว นอนป่วยติดเตียงนาน 3 ปี หลังถูกคนร้ายถีบรถล้ม-ชิงทรัพย์

ชลบุรี - นายวินัย พ้นภัยพาล อดีตกำนันตำบลเสม็ด ได้ไปทำบุญคล้ายวันเกิดที่โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี พร้อมทั้งนำอาหารคาวหวานไปแจกให้กับผู้ป่วย และญาติผู้ป่วยทั้งโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังได้พบกับ น.ส.นันทพร บุญประสพ อายุ 30 ปี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการวิสัญญีพยาบาล โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี นอนเป็นผู้ป่วยติดเตียง จึงได้นำกระเช้าของขวัญไปให้กำลังใจ   ย้อนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 ขณะที่ น.ส.นันทพร ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อมารับเวรที่โรงพยาบาล โดยมุ่งหน้ามาตามถนนสายหน้าโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี นายวิชิต ศรีสวัสดิ์ หรือเจี๊ยบ อายุ 38 ปี คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ และใช้เท้าถีบจนรถล้มคว่ำ หลังจากนั้นได้เอาแหวนทอง 1 สลึง มือถือไอโฟน 6 สีขาว-ทอง และกระเป๋าสะพายใส่ทรัพย์สินแล้วหลบหนีไป ต่อมาตำรวจจับกุมตัวได้ และส่งฟ้องศาลขณะนี้ได้ออกจากเรือนจำแล้ว ส่วน น.ส.นันทพร ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ทำให้ต้องผ่าตัด 2 ครั้ง และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงนานกว่า 3 ปีแล้ว   นายวินัย กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุได้มีกาประสานงานกับทางตำรวจ สภ.เสม็ด จนกระทั่งจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษได้ดังกล่าว แต่เสียใจที่ น.ส.นันทพร ต้องมากลายเป็นคนไข้ติดเตียง ทั้งที่ควรจะทำหน้าที่พยาบาลหารายได้เพื่อนำเงินไปเลี้ยงครอบครัว จึงได้นำกระเช้าของขวัญมาให้กำลังใจในครั้งนี้ด้วย   ด้าน น.ส.เสาวรัตน์ บุญประสพ อายุ 24 ปี น้องสาวที่ดูแลพี่สาวตลอดเวลากล่าวว่า นับตั้งแต่ตนเองเรียนจบออกมาก็ต้องมาเฝ้าพี่สาวที่ป่วยเป็นคนไข้ติดเตียง ไม่สามารถไปหางานทำได้ ทำให้ขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว ปกติพี่สาวพยายามหางานทำเพิ่ม หลังจากที่ออกจากเวรพยาบาลแล้ว เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว เพราะมีหนี้อยู่หลายแสนบาท ช่วงนี้กำลังสร้างห้องให้กับพี่สาว เพื่อนำตัวออกจากโรงพยาบาลไปดูแลเอง แต่ยังขาดสิ่งของมากมาย อาทิ แพมเพิส เงินซื้อเตียงนอน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่จำเป็น จึงอยากขอบริจาคจากผู้ใจบุญให้ความช่วยเหลือครอบครัวตนเองด้วย สามารถติดต่อแม่ของตนคือ นางชวน บุญประสพ เบอร์โทร 081-9964573 หรือบริจาคได้เลขที่บัญชี 464-0-21046-9 ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนพระยาสัจจา นางชวน บุญประสพ  

 3,155
สังคม
05 ม.ค. 63

รวบวิน จยย. ‘ปอนด์ดินแดง’ ชิงทรัพย์นักศึกษาย่านดินแดง รับนำเงินไปเที่ยวและเสพยา

ตำรวจสน.ดินแดง รวบวินแสบปอนด์ดินแดง หลังกระชากกระเป๋านักศึกษาริมทาง สารภาพหาเงินเที่ยวและเสพยาในช่วงปีใหม่   เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ดินแดง ทำการจับกุม นายประวิทย์ จันทร์เพ็ญ หรือฉายา "ปอนด์ดินแดง" อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดีกระชากประเป๋านักศึกษา ย่านดินแดง พร้อมของกลางรถรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ 1 คัน และเสื้อผ้า กระเป๋าสะพาย รองเท้าแตะ ที่ใส่ก่อเหตุ รวมทั้งกระเป๋าสตางค์ของผู้เสียหาย โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในแขวงดินแดง เขตดินแดน จ.กรุงเทพฯ   สืบเนื่องจากวันที่ 24 ธ.ค. 62 เวลาประมาณ 20.50 น. นายประวิทย์ หรือ "ปอนด์ดินแดง" ได้ก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์ กระชากกระเป๋าสตางค์ ของนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง บริเวณริมถนนหน้าปั้มน้ำมัน ในแขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ ซึ่งภายในกระเป๋ามีเงินสดจำนวน 13,000 บาท จากนั้น ก็ขี่รถ จยย.หลบหนีไป หลังเกิดเหตุ นักศึกษาผู้เสียหาย จึงโร่เข้าแจ้งความทันที       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/DtJf_PqtGiQ      

 195

Top