ค้นหา :

ผลการค้นหา "มอบตัว"

แชร์ออฟเดอะเดย์
18 เม.ย. 61

เจอตัวหนุ่มถอดเสื้อโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ ลวนลามปะแป้งสาว สารภาพทำเพราะเมา

โลกออนไลน์แชร์คลิปกลุ่มวัยรุ่น ที่ไปเล่นสงกรานต์วันไหลที่บ้านเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง แล้วมีพฤติกรรมลวนลามเข้าไปปะแป้ง และพยายามจะหอมแก้มหญิงสาวที่ขี่จักรยานยนต์ซ้อนกันมา 3 คน ที่บริเวณถนนปากทางเข้าบ้านเพ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา   ล่าสุดเจอตัวผู้ก่อเหตุแล้ว ชื่อนายจิรายุ เฉยวิจารณ์ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นคนถอดเสื้อในคลิป พร้อมกับพวกอีก 9 คนที่อยู่ในคลิป ได้ไปมอบตัวกับที่ สภ.เพ เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิป เนื่องจากมีอาการมึนเมา ส่วนคนอื่นๆ ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ลวนลาม หรือกระทำการอนาจารแต่อย่างใด   ขณะที่มารดาของเด็กสาวทั้ง 3 คน ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน และจากการสอบปากคำทราบว่า ผู้เสียหาย เป็นเด็กสาว อายุเพียง 14 ปี วันเกิดเหตุได้ขี่จักรยานยนต์จะไปเล่นน้ำสงกรานต์ ที่บริเวณตลาดร้อยเสาบ้านเพ ซึ่งเป็นสถานที่มีการจัดงานวันไหล แต่ก็มาปรากฏเป็นภาพตามคลิปเสียก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dLHVZAUnelw    

 25,598
สังคม-อาชญากรรม
05 เม.ย. 61

มือแทงแท็กซี่ดับหน้าตลาดยิ่งเจริญเข้ามอบตัว เผยปมแค่ขับรถปาดหน้ากัน

ความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงคนขับแท็กซี่เสียชีวิต ที่หน้าตลาดยิ่งเจริญ ย่านบางเขน ล่าสุดคนร้ายได้ออกมามอบตัวกับตำรวจ โดยสารภาพว่าสาเหตุมาจากขับรถปาดหน้ากันเท่านั้น   เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขนนำตัว นายสุพงษ์ โพธิโน อายุ 33 ปี ที่เข้ามอบตัวตั้งแต่เมื่อคืน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากใช้อาวุธมีดแทงนายศราวุธ ตั้งปัญญาศักดิ์ คนขับรถแท็กซี่เขียว-เหลือง บริเวณหน้าตลาดยิ่งเจริญ จนเสียชีวิตท่ามกลางความสนใจของประชาชนจำนวนมาก   ก่อนเกิดเหตุ นายสุพงษ์ ได้ขับรถยนต์กลับจากดื่มสุรา และอ้างว่าผู้ตายขับรถเบียดเข้ามาจนมีการบีบแตรโต้ตอบกัน ก่อนที่จะจอดรถลงไปต่อว่า และผู้ตายชกเข้าที่ใบหน้าของตนเองจนล้ม ตนจึงหยิบมีดที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมา แล้วเกิดแย่งชิงกัน ก่อนที่จะจ้วงแทงผู้ตาย   ซึ่งพลตำรวจตรีสมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่าสาเหตุเกิดจากการเพียงแค่ขับรถปาดหน้า จนทะเลาะวิวาทต่อสู้กัน จึงฝากถึงประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนควรมีการให้อภัยและมีสติ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณ์ดังกล่าวขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4R7w_Elb0rI    

 2,675
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 เม.ย. 61

ลูกน้อง สจ. คนดัง เข้ามอบตัวหลังซิ่งฟอร์จูนเนอร์ ชนพลเมืองดีช่วยเหลือคนรถคว่ำ อ้างมองไม่เห็นคิดว่าเป็นซากรถ

จากรณีโลกโซเชี่ยลแชร์ภาพ พร้อมข้อความตามหารถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีดำ ทะเบียน กข 989 ฉะเชิงเทรา หลังไปก่อเหตุ ชนนายกฤษฎา เวียงจันทร์ หรือกลอฟ์ พนักงานโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เสียชีวิตคาที่และหลบหนี  ขณะที่ผู้ตายเข้าช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บที่อุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำบริเวณถนน ฉะเชิงเทรา –สุวินทวงศ์ หลักกิโลเมตรที่ 69  เมื่อกลางดึกวันที่2 เมษายน ที่ผ่านมา    ล่าสุดนายณัฐนันท์ ตันสิระ อายุ 32 ปี คนขับรถฟอร์จูนเนอร์คันดังกล่าว ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา โดยทันทีที่ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตทราบข่าวว่าคนขับรถมอบตัว ก็พากันมาที่โรงพักเพื่อ สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น   โดยเพื่อนสนิทผู้เสียชีวิต เล่าว่า รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนรัก เพราะผู้ตายเป็นคนดี ทำเพื่อสังคม ช่วยเหลือคนมาตลอด ก่อนเกิดเหตุยังคุยกันว่า กำลังจะกลับไปสแกนนิ้วมือตามเวลาเลิกงาน และจะกลับไปนอนที่บ้านกับลูก แต่มาเจออุบัติเหตุ ระหว่างทางเขาก็ลงไปช่วย แต่การไปช่วยครั้งนี้เป็นการช่วยครั้งสุดท้าย   ทางด้านภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า ช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะก่อนเกิดเหตุลูกสาวโทรศัพท์สอบถามสามีตลอดว่าจะกลับบ้านกี่โมง และครั้งสุดท้าย สามีบอกกับลูกว่า พ่อกำลังจะกลับแล้ว จากนั้นเพียง 20 นาที ลูกก็โทรไปหาสามีอีกครั้ง แต่เป็นพยาบาลรับสาย บอกว่าสามีเสียชีวิตคาที่ ตอนนั้นตกใจและเข้าใจว่าลูกโทรผิด   ตอนนี้ก็ยังทำใจไม่ได้ ที่ผ่านมาสามีตัวเองเป็นคนชอบช่วยเหลือสังคมมาตลอด ตั้งแต่เป็นอาสาสมัคร พอมาทำงานที่โรงพยาบาลเขาก็มีจิตอาสาช่วยเหลือคนที่ประสบเหตุ  แม้กระทั่งเวลาไปเที่ยวกับครอบครัว หากเจอผู้ประสบอุบัติเหตุ สามีจะลงไปช่วยทันที อยากถามคนขับ จิตใจเขาทำด้วยอะไร จากนี้ไปใครจะดูแลลูกๆและหลาน อีก 4 ชีวิต   เช่นเดียวกับลูกชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า พ่อเป็นเสาหลักของบ้านเลี้ยงดูทั้งลูกและหลาน จากนี้ตนก็จะเป็นเสาหลักของบ้านดุแลครอบครัวแทนพ่อ นิสัยของพ่อจะห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิต ยังบอกกับตนให้ขี่รถจยย.สวมหมวกกันน็อกนะลูก   ขณะที่เจ้าหน้าที่สอบปากคำคนขับรถที่เกิดเหตุนั้น ทางภรรยาและพี่ชายผู้เสียชีวิต เดินเข้าไปในห้องสอบสวนเพื่อจะขอคุยกับคนขับ และต่อว่าการกระทำ จนเกือบเกิดเหตุชลมุน จนเจ้าหน้าที่ต้องเชิญออกจากห้องสอบสวน ขณะนั้นภรรยาผู้เสียชีวิตต้องยกมือไหว้ ขอให้ตำรจช่วยดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ขณะที่นายณัฐนันท์ คนขับให้การว่า ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะเกิดเหตุขับรถมาด้วยความเร็ว เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เห็นอุบัติเหตุแล้วก็หักรถหลบ และไม่รู้ว่าชนคน เข้าใจว่าชนซากรถที่ประสบอุบัติเหตุ    จากนั้น เจ้าของรถคันที่เกิดเหตุเดินทางมาพร้อมกับนำรถที่เกิดเหตุมามอบให้ตำรวจตรวจสอบ โดยนายไพศาล ช้างพลายแก้ว นักการเมืองท้องถิ่น กล่าวว่า รถที่เกิดเหตุเป็นของตนเอง แต่ลูกน้องขอยืมพาลูกไปหาหมอ และขับมาคืนที่บ้านในตอนกลางคืนและไม่รู้ว่าไปชนคนตายมา มารู้เรื่องตอนเช้า จึงประสานตำรวจนำคนขับมามอบตัว และขอรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด และยืนยันว่าคนขับรถไม่ใช่ตนเอง   ในส่วนของการดำเนินคดีนั้น ตร.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา กล่าวว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหา ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ไม่ลงมาช่วยเหลือหลังประสบเหตุ และไม่มีใบอนุญาตขับขี่ โดยคนขับสารภาพทุกข้อหา เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวไปตรวจสารเสพติดและแอลกอลฮอล์ ส่วนเรื่องค่าเสียหาย ทางเจ้าของรถพร้อมรับผิดชอบ และมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 5 หมื่นบาท   ขณะที่บรรยากาศงานศพ ที่วัดดอนทราย เมื่อวานก็มีพิธีรดน้ำศพ บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน พร้อมทั้งการวิพากวิจารณ์ว่า คนขับรถที่เข้ามอบตัว เป็นคนขับรถที่เกิดเหตุจริงหรือไม่  โดยทางครอบครัวกำหนดการฌาปนกิจศพ วันที่ 7 เมษายน 2561 นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3zuSZfiCgd8  

 9,419
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 มี.ค. 61

โจ๋หัวร้อนเตะคุณตาวัย 82 ตกซาเล้ง ล่าสุดมอบตัวสำนึกผิด สารภาพโมโหรถเกี่ยวกัน แล้วตาไม่ลงมาดู

เพจเฟซบุ๊กแหม่มโพธิ์ดำ ได้แชร์คลิปภาพวงจรปิดในซอย ย่านประชาสงเคราะห์ เขตดินแดง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีชายวัยรุ่นชายขี่รถจักยานยนต์สวนกับชายชราขี่รถซาเล้งสวนมา และเกิดเกี่ยวกันล้มลง จากนั้นชายวัยรุ่นได้นำรถไปจอดเก็บข้างทาง ก่อนเดินตามชายชราที่กำลังขับรถซาเล้ง และกระโดดเตะก่อนที่ชายชราจะหล่นลงจากรถและตามเข้าทำร้ายซ้ำ จนล้มฟุบลงกับพื้น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา   ซึ่งเรื่องดังกล่าวพันตำรวจเอกกำพล รัตนประทีป ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบจับกุมชายวัยรุ่นในคลิปวีดีโอ กระทั่งเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาสามารถจับกุมตัว นายนราธร โสดติยัง อายุ 21 ปี ผู้ก่อเหตุได้   เบื้องต้นจากการสอบสวน นายนราธร รับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง อ้างว่าเหตุที่ทำไป เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ที่ตนเองถูกชนแล้วหนีเรียกให้คนขับรถซาเล้งหยุดแต่ไม่ยอมหยุด อีกทั้งยังไม่ถามไถ่อาการบาดเจ็บของตน และยืนยันว่าขณะเกิดเหตุไม่ได้เล่นโทรศัพท์มือถือตามที่มีการแชร์คลิป ขณะขี่รถจักรยานยนต์ตามที่ลงข่าวในโซเชี่ยล ทั้งนี้ตนพร้อมรับผิดทุกข้อกล่าวหา และพร้อมชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้จนกว่าจะหายดี ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นตนเองรู้สึกผิด และอยากกราบขอขมาคุณตาในสิ่งที่ทำลงไป   ขณะที่นางสาววนิดา มณีพันธ์ บุตรสาวนายจรูญ มณีพันธ์ อายุ 82 ปี ชายชราในคลิปดังกล่าว เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการบิดาพ้นขีดอันตรายแล้ว เหลือรอเอ็กซเรย์สมองเพื่อตรวจดูความผิดปกติ โดยเรื่องที่เกิดขึ้นบิดาของตนยอมรับว่าจำรายละเอียดไม่ได้ เนื่องจากอายุมากและสายตาไม่ดี ขณะที่ตนเองได้พูดคุยกับผู้ก่อเหตุแล้ว ยอมรับว่าครั้งแรกรู้สึกโกรธ แต่ผู้เสียหายได้ขอขมาโทษ รับสารภาพว่าเป็นคนผิด อีกทั้งจะช่วยเยียวยาค่ารักษาให้ ซึ่งก็เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจากอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งอาจเกิดกับใครก็ได้ และอยากเรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์ให้ระวังไม่ควรขี่รถเร็ว และควรมีสติอยู่เสมอ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kzZ6DKqrhu4    

 27,318
ข่าวภูมิภาค
02 มี.ค. 61

แพทย์หญิงเข้ามอบตัว หลังศาลหัวหินอนุมัติหมายจับ คดีทำแท้งเถื่อนทารก 4 ศพ ก่อนใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวเอง

ประจวบคีรีขันธ์-ความคืบหน้า ในคดีพบศพทารกยังไม่ครบอายุครรภ์ 4ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย และไม่สามารถระบุเพศได้ 2 ราย ถูกทิ้งในถังขยะภายในซอยชลประทาน 68 หมู่บ้านรวมสุข เขตเทศบาลเมืองหัวหิน เมื่อวันที่ 13กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น   ล่าสุดทาง ตร.สภ.หัวหิน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานบุคคล โดยได้ยื่นขอหมายจับต่อศาลจังหวัดหัวหิน ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 27กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อนุมัติหมายจับ แพทย์หญิงศรีสมัย เชื้อชาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช เจ้าของคลีนิกศรีสมัยการแพทย์ในข้อหา ร่วมกันทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงยินยอม   โดยล่าสุดวานนี้ (28กุมภาพันธ์2561) แพทย์หญิงศรีสมัย ได้เดินทางพร้อมด้วยทนายความส่วนตัว เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน โดยให้การภาคปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาล ทั้งนี้ได้ใช้ตำแหน่งนายแพทย์ระดับ 9 ยื่นประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนออกไป   ทั้งนี้มีรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 1 ราย เป็นพนักงานชายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำคลินิก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานเป็นภาพวงจรปิดขณะนำถุงดำใส่ศพ4ทารกไปทิ้งถังขยะ ในข้อกล่าวหาทำลายซากทารกโดยผิดกฎหมาย โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวตั้งแต่วันที่เรียกตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำ ซึ่งผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว และขอรายงานตัวต่อพนักงานสอบทันที ทำให้ได้รับสิทธิการปล่อยตัวชั่วคราวตามกฎหมาย ป.วิ อาญา ฉบับใหม่ โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัว   อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการมอบตัวของแพทย์หญิงถูกปกปิดเป็นความลับโดยไม่มีการแจ้งสื่อมวลชนให้ทราบแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xHKkXvd5Kws      

 6,440
สังคม-อาชญากรรม
01 มี.ค. 61

มอบตัวแล้ว! หนุ่มโหดฆ่าแมวอ้างโมโหถ่ายเรี่ยราดเลอะบ้าน ปัดไม่ใช่คนในคลิปเสียง

ความคืบหน้าจากกรณีชาวบ้านร้องชายจับแมวกระหน่ำฟาดกับพื้นจนขาดใจตายแล้วโยนร่างทิ้งบ้านร้าง ภายในหมู่แห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 54 โดยยังได้มีการเปิดหลักฐานคลิปเสียงของชายคนดังกล่าว พูดเองว่าเคยฆ่าแมวมาเกือบยกหมู่บ้าน พร้อมขู่ว่าจะเอาปืนมารอยิงแมวที่หน้าบ้าน     ล่าสุด นายชนัญ หังสวณิช ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.พระโขนง เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหา “ทารุณกรรมสัตว์” โดยเจ้าตัวให้การรับสารภาพว่าทำจริง ก่อนถูกนำตัวไปส่งศาลแขวงพระโขนง โดยศาลได้สั่งจำคุกเป็นเวลา 15 วัน โดยไม่รอลงอาญา แต่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงเปลี่ยนเป็นกักขังแทน ก่อนเจ้าตัวจะยื่นประกันตัวออกไป    ด้าน พ.ต.อ.ชนิน วชิรปาณีกูล ผู้กำกับการ สน.พระโขนง เปิดเผยว่า นายชนัญ ได้ยอมรับว่าเป็นคนฆ่าแมวจริง โดยให้การว่าคนรักษาความสะอาด แมวชอบไปถ่ายในบ้านสร้างความสกปรก จึงทำไปเพราะความโมโหและอารมณ์ชั่ววูบ แต่ปฏิเสธไม่ได้เป็นคนในคลิปเสียงที่พูดว่าฆ่าแมวทั้งหมู่บ้าน                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/5JPa2mYF-yI  

 6,569
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.พ. 61

มอบตัวแล้ว! 'ชิต' ยิง-ฉุดนศ.ข่มขืนทิ้งป่า ตร.คุมตัวรอเหยื่อชี้ยืนยัน

จากกรณีคนร้ายขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ปาดหน้ารถจักรยานยนต์แล้วใช้ปืนยิงนักศึกษาหนุ่มชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ บนถนนสายโนนสำราญ-หนองน้อย หน้าวัดอรัญญิกาวาส หรือวัดบ้านหนองโพนสูง หมู่ที่ 13 ต.ยอดแกง อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ แล้วฉุดนักศึกษาสาวชั้นปีที่ 2 ขึ้นรถไปกระทำชำเรา ก่อนนำตัวไปปล่อยทิ้งบนถนนกลางป่าเทือกเขาภูพาน เขตพื้นที่ อ.ภูพาน จ.สกลนคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำนักศึกษาไปตรวจร่างกายและเร่งสืบสวนสอบสวนติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ กระทั่ง ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ได้อนุมัติหมายจับนายทิษณุ หรือชิต โถนารัตน์ อายุ 29 ปี ในข้อหาพยาพยามฆ่า, ข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธ, พาอาวุธปืนไปโดยไม่ได้รับอนุญาต, ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น   ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.พ. ภายหลังตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดกาฬสินธุ์ ทำการกดดันและประกาศจับตายทันทีหากมีการยิงต่อสู้ เนื่องจากความเหี้ยมโหดของคนร้ายรายนี้ทำให้ตำรวจต้องเพิ่มความระมัดระวัง จนเมื่อช่วงสายของวันนี้ นายทิษณุ ผู้ต้องหาได้ติดต่อขอมอบตัวกับตำรวจ สภ.คำม่วง ที่บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในต.นาทัน ซึ่งเป็นปั้มน้ำมันของพี่สาวตนเอง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปควบคุมตัวด้วยความระมัดระวังและสามารถนำตัวมาได้ แต่ผู้ต้องหามีอาการเครียดและปฏิเสธที่จะตอบข้อซักถามในทุกกรณี   โดยจะทำการควบคุมตัวไปสอบปากคำที่สภ.นามน และให้ผู้เสียหายเข้ามาทำการชี้ตัวเพื่อยืนยันต่อไป ทั้งนี้ มีรายงานว่า ภายหลังจากที่มีข่าวการเข้ามอบตัวของคนร้ายได้มีประชาชนและนักศึกษาพากันมารอดูหน้าผู้ต้องหาจำนวนมาก

 16,527
สังคม-อาชญากรรม
29 ม.ค. 61

ผอ.ฉาวติดต่อรับทราบข้อกล่าวหา ด้าน นร.ม.2 กลับบ้านแล้ว แม่ขวางไม่ให้พบ จนท. ยันลูกสาวไม่ได้คบหา ผอ.

คืบหน้าคดีฉาว ผอ.โรงเรียนใน จ.โคราช วัย 51 ปี มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ของโรงเรียน หลังพบหลักฐานการพูดคุยทางแชทไลน์โทรศัพท์มือถือ ข้อความหวานซึ้ง ต่างฝ่ายต่างเรียกกันว่าที่รัก และ ผอ.เรียกนักเรียนหญิงว่า เมีย   ล่าสุด ตร.สภ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ผอ.คนดังกล่าวได้ติดต่อผ่านทางพนักงานสอบสวนว่าจะขอเข้าพบตำรวจ ในวันพุธ ที่ 31 มกราคม 2561 นี้ แต่ยังไม่ได้ระบุเวลา ซึ่งจะมารับทราบข้อหาประกอบด้วย พรากผู้เยาว์ อนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และคดีหมิ่นประมาท ทั้งนี้หากตัว ผอ.โรงเรียนยังไม่ยอมมาพบตามที่นัดหมาย พนักงานสอบสวนก็จะออกหมายเรียกรอบที่ 2 และหากยังไม่มาพบอีกก็จะต้องเสนอศาลออกหมายจับต่อไป   ขณะที่เด็กนักเรียนหญิง ม.2 วัย 14 ปี ที่เป็นข่าวคบหากับ ผอ.โรงเรียนรายนี้ ได้เดินทางกลับเข้าไปที่บ้านพักแล้ว แต่ท่าทีของผู้ปกครองของเด็กนักเรียนหญิงไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกับตัวเด็ก โดยอ้างว่าเด็กยังมีความเครียด ไม่พร้อมที่จะพูดคุย   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่คงต้องรอให้ตัวเด็กมีความพร้อมก่อน ซึ่งทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 พร้อมให้การเยียวยาช่วยเหลือสภาพจิตใจ และดูแลเรื่องการเรียน เพราะขณะนี้เด็กได้ขาดเรียนติดต่อกันมาแล้ว 5 วัน โดยการทำงานของเจ้าหน้าที่ชุดนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเรื่องการที่ ผอ.โรงเรียนคบหากับตัวของน้องเด็กนักเรียนหญิงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หากตัวผู้ปกครองยังไม่ยอมให้ความร่วมมือ ทางเจ้าหน้าที่ก็พร้อมจะใช้มาตรการทางกฎหมายบังคับต่อไป ซึ่งหากพบข้อมูลหลักฐานว่า ตัวผู้ปกครองมีการรับเงินหรือรับผลประโยชน์จากเรื่องนี้ ก็อาจมีความผิดเข้าข่ายการค้ามนุษย์   ด้านแม่เด็กหญิงเล่าว่า รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่เคยทราบมาก่อนว่า มีรูปหรือแชตไลน์หลุดไป จนกระทั่งเป็นข่าวใหญ่โต ซึ่งก็ได้พูดคุยกับลูกสาวแล้ว ลูกสาวก็ยืนยันว่าไม่ใช่ตัวเองอย่างแน่นอน โดยขณะนั้นสภาพจิตใจลูกสาวก็ย่ำแย่ ไม่กล้าไปโรงเรียน จึงให้เงินจำนวน 2 พันบาท ไปหาญาติที่จังหวัดสกลนคร   จากนั้นลูกสาวก็เดินทางต่อไปพักที่จังหวัดชลบุรี ก่อนที่จะเดินทางกลับมาที่อำเภอบัวใหญ่ในวันนี้ ส่วนเรื่องงานแต่งงานและงานหมั้นที่มีข่าวมาก่อนหน้านี้นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับ ผอ.แต่อย่างใด เนื่องจากลูกสาวเองเพิ่งอายุ 14 ปี ยังไม่ถึงวัยที่เหมาะสม และยืนยันว่าลูกสาวไม่ได้คบกับ ผอ.ตามที่เป็นข่าวด้วย   ทั้งนี้มีข้อมูลอีกว่า มีเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกันกับนักเรียน เข้าแจ้งความกับพนักงานว่า เมื่อช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา ลูกสาวเคยถูก ผอ.ฉาว รายนี้ได้ชักชวนขึ้นรถยนต์ และกระทำการลวนลามจับมือ จับแขน ลูบขาในรถยนต์ของ ผอ. พร้อมชักชวนให้ไปมีเพศสัมพันธ์ โดยเสนอเงินค่าตอบแทนให้เป็นจำนวน 2,000 บาท แต่นักเรียนคนดังกล่าวไม่ตกลง ทางผู้ปกครองจึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ ผอ.รายนี้เช่นกัน    ขณะที่ นร.ชายชั้นม.3 อดีตแฟนหนุ่มของ นร.หญิง ม.2 ระบุว่าที่ผ่านมาได้คบหาและอยู่บ้านเดียวกับฝ่ายหญิง จนกระทั่งช่วงไปเข้าค่ายลูกเสือ ฝ่ายหญิงพฤติกรรมเปลี่ยนไป และจับได้ว่าลอบมีความสัมพันธ์กับ ผอ.คนนี้ ยันไม่ใช่คนปล่อยแชทไลน์อื้อฉาวดังกล่าว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5OBzPYDxQ-0    

 29,256
สังคม-อาชญากรรม
28 ม.ค. 61

ตร.เผย 'ผอ.ฉาว' ติดต่อขอเข้ามอบตัว 2 ก.พ.นี้ - พบบ้านพักปิดเงียบ เมียสาววัย20เก็บของหนีไปแล้ว

ความคืบหน้าจากกรณี ผอ.ฉาวของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา แอบมีความสัมพันธ์กับนักเรียนสาวชั้น ม.2 ถึงขั้นเรียกเมียและที่รักกัน ก่อนจะโดยสั่งย้าย และถูกตำรวจออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาพรากผู้เยาว์ อนาจาร และหมิ่นประมาทนั้น      ล่าสุด ตำรวจ สภ. บัวใหญ่ เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า ผอ.รายนี้ได้โทรศัพท์ติดต่อกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแล้ว โดยได้นัดหมายเข้าให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดตามหมายเรียกปลายสัปดาห์หน้า ภายในวันศุกร์ที่ 2 ก.พ.นี้     ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ไปที่บ้านพักของ ผอ. ภายในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านพักชั้นเดียว พบว่า ประตูหน้าบ้านล็อคด้วยแม่กุญแจแน่นหนา และไม่มีใครอยู่ภายในบ้านพัก    ด้านเพื่อนบ้านเปิดเผยว่า ตามปกติผอ.รายนี้จะพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวกับภรรยาสาวอายุ 20 ปี ที่ทำงานอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อ  แต่หลังมีข่าวฉาวเกิดขึ้น ภรรยาสาวได้เก็บข้าวของและหนีหายออกไปจากบ้านพัก โดยไม่มีใครทราบว่าไปอยู่ที่ไหน  รวมทั้งตัว ผอ.ก็ไม่ได้เข้ามาที่บ้านพักหลังนี้อีกเลย                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Ks5bJJcPTZY

 26,305
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 ม.ค. 61

กระบะดำมอบตัว อ่วมโดน 6 ข้อหา ปัดชน จยย.ล้มทับเด็กแล้วหนี อ้างวนรถกลับมาดูแล้ว

จากกรณีคลิปรถกระบะที่อยู่เลนขวาในลักษณะขับสวนเลน เกิดเปลี่ยนเลนกะทันหัน มาชนรถจักรยานยนต์ที่มีเด็กเล็กใส่ชุดนักเรียนนั่งมาด้วยจนล้มลงและถูก จยย.ล้มทับได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่กระบะคันก่อเหตุจะขับหลบหนีไป   ล่าสุดผู้เสียหายที่ขับรถจักรยานยนต์ที่ถูกรถกระบะชน ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น พร้อมเปิดเผยว่า ตนเองได้ขับรถไปรับลูกกลับจากโรงเรียนตามปกติ เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณใกล้กับแยกประชานุกูล ก็ขับตรง แต่อยู่ๆ รถกระบะก็ขับเปลี่ยนเลนเลี้ยวมาอย่างกระชั้นชิดจนชนกับรถจักรยานยนต์ล้มลง ทับลูกชายวัย 5 ขวบ โชคดีที่ที่ตัวเองพยายามประคองรถและกอดลูกไว้จึงทำให้ลูกไมได้รับบาดเจ็บ   และสิ่งที่ทำให้รู้สึกสะเทือนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นคือการที่เจ้าของรถกระบะไม่ได้จอดลงมาดูตนเองกับลูกเลย ทั้งนี้ตนจะให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อให้เป็นคดีตัวอย่างของสังคม เพราะหลังจากที่ได้เห็นคลิปวีดีโอแล้ว เห็นชัดเจนว่ายังไงคนขับรถกระบะก็ต้องรู้ตัวว่าขับชน ยิ่งตอนที่ล้มลงเห็นล้อหลังรถกระบะขับผ่านหน้าไปในระยะกระชั้นชิด หากเกิดเหตุไม่คาดคิดกับลูกชายขึ้น คงทำใจไม่ได้ พร้อมฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ แต่อย่างน้อยก็ต้องมีน้ำใจลงมาดูหรือเข้ามาช่วยคู่กรณี   ด้าน ตร.เบื้องต้นได้มีการสอบสวนผู้ต้องหาที่มามอบตัวถูกแจ้ง 6 ข้อกล่าวหา คือ ข้อหาขับรถชนแล้วหนี ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ /ขับรถฝ่าฝืนกฎจราจร /ขับรถโดยประมาท หรือน่าหวาดเสียว/ ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย/ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร /ไม่พกใบอนุญาตขับขี่ขณะขับรถ แต่ผู้ต้องหาในการปฎิเสธข้อหาชนแล้วหนี ซึ่งเป็นข้อหาที่มีโทษทางอาญ พนักงานสอบสวนจึงไม่สามาถแจ้งฟ้องด้วยวาจาได้ ต้องทำสำนวนการสอบสวนส่งพนักงานอัยการภายในสัปดาห์หน้า ส่วนผู้ต้องเข้ามามอบตัวเองโดยที่พนักงานสอบสวนไม่ได้เป็นผู้เรียกมาจึงไม่มีอำนาจควบคุมตัวไว้ จึงปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวน คาดว่าจะสามารถนำตัวส่งฟ้องศาลได้ภายใน 7 วัน   ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ชนแล้วหนี โดยอ้างว่าได้วนรถกลับมายังจุดเกิดเหตุ และตามไปที่โรงพยาบาลด้วย ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าพูดจริงหรือไม่อย่างไร เนื่องจากมีกระแสหนึ่งระบุว่า มีวินจยย.พลเมืองดีขับไล่จี้ไป จนทำให้รถกระบะต้องขับวนมายังจุดเกิดเหตุ     ในส่วนของรถที่มีการติดสติ๊กเกอร์คล้ายกับรถทหารนั้น จากการสอบสวนเป็นรถของญาติผู้ต้องหา ส่วนการควบตัวทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้เนื่องจากว่าทางผู้ต้องหาได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตัวเอง ก็จะเป็นการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างสอบสวน ถ้าจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่ม ทางเจ้าหน้าที่จะได้แจ้งผู้ต้องหาอีกที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9varZQs1Pws    

 31,296
ข่าวภูมิภาค
24 ม.ค. 61

ได้ตัวยกแก๊ง 'อ้วน เซี่ยงตึ้ง' พร้อมสมุน ยกพวกยิงอริกลางหาดใหญ่

สงขลา-คืบหน้าคดี 2 แก๊งขาใหญ่ในหาดใหญ่ ยกพวกไล่ยิงถล่มหน้าโรงแรมและสถานบันเทิงชื่อดังกลางเมืองหาดใหญ่   สืบเนื่องมาจากกลุ่มผู้ต้องหามีปัญหาขัดแย้งกันเรื่องของหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งเป็นอดีตภรรยาน้อยของนายอ้วน เซี่ยงตึ้ง หรือ สุเชษฐ์ สุวรรณวงศ์ ซึ่งถูกชุดปราบปรามยาเสพติดขึ้นบัญชีเป็นผู้ค้ายาและอาวุธสงครามในพื้นที่จังหวัดสงขลา ลำดับต้นๆ ไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนายศักดิ์ ผาสุก หรือเกรียงศักดิ์ ถิระไชย โดยฝ่ายคู่กรณี ได้นำภาพไปแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กส่วนตัว ส่งผลทำให้นายอ้วน ไม่พอใจ ท้าทายยิงกันผ่านโซเชี่ยล ก่อนเปิดฉากยกพวกไล่ยิงกันบริเวณถนนจุดติอุทิศ ใกล้สถานบันเทิงชื่อดังกลางเมืองหาดใหญ่   ซึ่งทางชุดสืบสวนแกะรอย จับนายอ้วน ได้เป็นคนแรก นำตัวมาสอบปากคำขยายผล กดดัน ผู้ถูกกล่าวหารายอื่นๆ โดยนายอ้วนให้การว่าเป็นคนขับรถเก๋งยารีสสีเทา ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถมาสด้า   ต่อมานายปอนด์หน้าผี หรือนายรัชพล รัตนชัย หนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุได้ติดต่อขอมอบตัว และนำชุดสืบฯ ไปยึดอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน โดยให้การในชั้นสอบสวนว่าเป็นคนขับรถมาสด้า สีเทา ยิงใส่รถ เก๋งฮอนด้า สีขาว หลังเกิดเหตุได้นำรถไปจอดที่ลานจอดรถโรงแรมหรรษา เจ บี และหลบหนีไป   ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังไปจับกุมนายวี หรือธนพณ ไชยสาร พร้อมแฟนสาว ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ ยึดอาวุธปืนพกสั้น 9 มม พร้อมกระสุน สอบปากคำเคร่งเครียดกว่า 2 ชั่วโมง ที่สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ก่อนให้การรับสารภาพเป็นคนขับรถยนต์ฮอนด้า สีขาว และใช้อาวุธปืนยิงใส่รถมาสด้า สีเทา   และเมื่อกลางดึกที่ผ่านมานายศักดิ์ ผาสุก หรือเกรียงศักดิ์ ถิระไชย และนายท๊อป หรือ เอกรัตน์ นพรัตน์ ได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ เบื้องต้นนายเอกรัตน์ หรือท๊อปให้การรับสารภาพ ยกเว้นนายศักดิ์ ผาสุก ยังให้การปฏิเสธว่าช่วงที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่ในรถมาสด้า   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PH446pxvG0U    

 8,207
ข่าวภูมิภาค
10 ม.ค. 61

ชายวัย 54 เข้ามอบตัว หลังบุกยิงสามีใหม่ของอดีตภรรยา ปมหึงโหด

ราชบุรี-จากคดีที่ชายอายุ 54 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงสามีใหม่ของอดีตภรรยา อายุ 48 ปี เสียชีวิตที่บริเวณหน้า ขณะผู้ตายและอดีตภรรยา ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิด   ล่าสุดมือปืน ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวเพื่อสู้คดี พร้อมทั้งนำอาวุธปืนขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นอาวุธปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุมามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย   พร้อมสารภาพว่า ตนเองนั้นแต่งงานอยู่กินกับอดีตภรรยามาหลายปี แต่ไม่มีลูกด้วยกัน โดยเปิดร้านขายผลไม้อยู่ในตลาดกลางผักและผลไม้ ศรีเมือง จ.ราชบุรี ต่อมาได้เลิกรากัน แต่ไม่ทราบว่าอดีตภรรยานั้นไปมีแฟนใหม่ เนื่องจากอดีตภรรยาก็ไม่เคยบอก ซึ่งที่ผ่านมาก็พบกับอดีตภรรยาหลายครั้ง ล่าสุดก่อนเกิดเหตุไม่กี่วันอดีตภรรยาก็ไปหาที่ร้านเพื่อไปเอาเอกสารก็ยังพูดคุยกันปกติ   และก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนก็ตั้งใจไปร่วมงานวันเกิดที่บ้านหลังดังกล่าว แต่ไปพบอดีตภรรยามากับผู้ตาย จึงตั้งใจจะเข้าไปสอบถาม แต่ถูกผู้ตายล็อคคอแล้วต่อยก่อน จึงได้ชักอาวุธปืนพกที่ติดตัวไปซึ่งเป็นปืนมีทะเบียนมายิงใส่เพื่อป้องกันตัว หลังจากนั้นก็ขับรถหลบหนี เพื่อมาตั้งหลัก และได้ติดต่อผ่านทางผู้ใหญ่คนหนึ่งเพื่อขอมอบตัวมาสู้คดี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g_c-3bK1aJY    

 9,588
สังคม-อาชญากรรม
31 ธ.ค. 60

พ่อพามอบตัว! หนุ่มคว้าดาบไล่ฟันคู่กรณีกลางลานจอดรถห้าง ยกมือไหว้ขอโทษ-อ้างอารมณ์ชั่ววูบ

ความคืบหน้าจากกรณีที่โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของพ่อแม่ลูก ร้องทุกข์ถูกคู่กรณีที่ขับรถชนคว้าดาบมาไล่ฟันจนนิ้วมือแหว่งได้รับบาดเจ็บ ภายในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง   ล่าสุด นายอุซะมา ขะหลีดี อายุ 52 ปี ได้เดินทางพาตัว นายมะนุ๊ ขะหลีดี อายุ 24 ปี ลูกชายที่ก่อเหตุ มามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยหลังจากเข้าให้ปากคำกับตำรวจเรียบร้อย ทางผู้ต้องหาได้ออกมาพบเพื่อเจรจากับผู้เสียหาย คือ นายปธิกรและนางภิญดา พร้อมนายธนกฤต 21 ปี     นายมะนุ๊กล่าวว่าสำนึกผิดแล้ว ที่ทำไปทั้งหมดเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ตอนนั้นเพิ่งทะเลาะกับภรรยาทำให้มีอารมณ์โมโห เมื่อขับรถมาเฉี่ยวชนกับรถคู่กรณีทำให้ขาดสติ ส่วนดาบยาวเพิ่งซื้อมาได้เพียง 2 สัปดาห์ ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายให้ถึงแก่ชีวิต แค่ต้องการจะขู่เท่านั้น        ด้านนางภิญดาผู้เสียหายกล่าวว่า เมื่อผู้ก่อเหตุขอโทษตนก็พร้อมให้อภัย เเต่อยากฝากว่าอย่าก่อเหตุลักษณะนี้อีก ผู้ต้องหาเองก็มีลูกที่น่ารัก ลูกเขาก็อยู่ ไม่น่าก่อเหตุเเบบนี้อยากฝากว่าต่อไปทำอะไรคิดถึงลูกตนเองให้มากๆ เกิดเหตุอะไรมาลูกเค้าก็จะต้องเสียใจ เเละถ้าตนโดนกระทำครอบครัวของตนก็จะต้องเสียใจเช่นกัน อยากให้ควบคุมสติอารมณ์มากกว่านี้     ขณะที่ ผกก. สน.บุคคโล เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกายและพกพาอาวุธมีด โดยผู้ต้องหาให้ภาคเสธว่าไม่ได้เจตนาทำร้าย ส่วนรถจากการตรวจสอบพบว่าได้มาถูกต้อง                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/vUbOiAFL9Yk  

 33,318
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 ธ.ค. 60

มอบตัวแล้ว! หนุ่มในคลิปคว้าดาบไล่ฟันคู่กรณีนิ้วแหว่งกลางลานจอดรถห้างดัง

ความคืบหน้าจากกรณีที่โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของพ่อแม่ลูก ร้องทุกข์ถูกคู่กรณีที่ขับรถชนคว้าดาบมาไล่ฟันจนนิ้วมือแหว่งได้รับบาดเจ็บ ภายในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง   โดยในเวลาต่อมาเพจเฟซบุ๊ก “เฮียขับรถ” ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์ที่กล้องหน้ารถสามารถบันทึกภาพไว้ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่รถเก๋งสีดำกำลังวิ่งตรงไปตามเส้นทาง จากนั้นก็มีรถ BMW สีขาวขับมาอีกด้านหนึ่งและเฉี่ยวชนกัน นำไปสู่การเปิดฉากโต้เถียงกัน ก่อนที่เจ้าของรถสีขาวจะวิ่งไปหยิบมีดดาบเล่มยาวออกมาไล่ฟัน จนฝ่ายรถเก๋งสีดำต้องรีบขับรถหนีตาย    ล่าสุดเมื่อเวลา 03.00 น. ที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุได้เดินทางไปมอบตัวกับตำรวจที่ สน.บุคคโล แล้ว เบื้องต้นนัดให้ผู้เสียหายมาชี้ตัวในเวลา 10.30 น.                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/vQtWq-BuXYI  

 41,775
สังคม-อาชญากรรม
12 ธ.ค. 60

พ่อเลี้ยงย่องมอบตัว เซ่นคลิปไลฟ์สดมีเซ็กส์ลากลูกชาย 3 ขวบร่วมวง

พิษณุโลก-ความคืบหน้าในคดีแม่วัย 25 ปี มีเพศสัมพันธ์กับสามีวัย 40 ปี โดยมีลูกชายวัย 3 ขวบ ร่วมกิจกรรมทางเพศไลฟ์สดผ่านกลุ่มไลน์ลับวีไอพี โดยมีสมาชิกเสียเงินถึงจะเข้าดูได้จำนวนกว่า 100 คน ซึ่งหลังเกิดเหตุมีผู้นำคลิปมาเผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดียจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต และเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมทางศีลธรรมครอบครัวในสังคมปัจจุบันเป็นอย่างมาก   ล่าสุดพ่อเลี้ยงวัย 40 ที่ปรากฏในคลิปได้เข้ามอบตัว โดยในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วน น.ส.เอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี แอดมินกลุ่มไลน์ลับวีไอพี และ น.ส.แดง (นามสมมุติ) ผู้จ้างวาน กำลังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมคาดว่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9SEWCGb_lbk 

 60,719

Top