ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าตัวตาย"

สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

คลิปนศ.หนุ่มป่วยซึมเศร้า โดดสะพานภูมิพล แชร์โพสต์ตัดพ้อ ประโยคหนังดัง joker

สมุทรปราการ-ตำรวจ สภ.พระประแดง ได้รับแจ้งเหตุชายกระโดดจากสะพานภูมิพล 1 ลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณช่วงกลางสะพาน   จากการตรวจสอบพบบัตรประจำตัวประชาชนชื่อนาย อนันต์ โต๊ะชาลี อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ และยังพบบัตรประจำตัว นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม รวมถึงเอกสารบัตรอื่นๆ ภายในกระเป๋า   จากการสอบถามแฟนสาวของผู้ตายระบุว่า ผู้ตายมีอาการซึมเศร้า เครียดปัญหาเรื่องส่วนตัว ก่อนเกิดเหตุแฟนได้โทรหาตนเพื่อให้ตนโทรกลับ แต่ตนลืมโทรกลับ จนมารู้ข่าวดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบศพ โดยทางตำรวจจะได้สอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง   ในขณะที่ในโลกออนไลน์มีการเปิดโพสต์สุดท้ายของผู้ตาย ได้โพสต์ข้อความตัดพ้อหลายครั้ง อาทิ "ไม่มีอะไรโอเคทั้งนั้นแหละ ไม่เคยมีตั้งนานแล้ว" รวมถึงประโยคจากหนัง JOKER ที่ระบุว่า "สิ่งที่แย่ที่สุดของผู้ป่วยทางจิต คือผู้คนคาดหวังให้เราทำตัวเหมือนเราไม่ได้ป่วย" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LHZav_q932M

 9,963
อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

คลิปนศ.หนุ่มป่วยซึมเศร้า โดดสะพานภูมิพล แชร์โพสต์ตัดพ้อ ประโยคหนังดัง joker

สมุทรปราการ-ตำรวจ สภ.พระประแดง ได้รับแจ้งเหตุชายกระโดดจากสะพานภูมิพล 1 ลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณช่วงกลางสะพาน   จากการตรวจสอบพบบัตรประจำตัวประชาชนชื่อนาย อนันต์ โต๊ะชาลี อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ และยังพบบัตรประจำตัว นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม รวมถึงเอกสารบัตรอื่นๆ ภายในกระเป๋า   จากการสอบถามแฟนสาวของผู้ตายระบุว่า ผู้ตายมีอาการซึมเศร้า เครียดปัญหาเรื่องส่วนตัว ก่อนเกิดเหตุแฟนได้โทรหาตนเพื่อให้ตนโทรกลับ แต่ตนลืมโทรกลับ จนมารู้ข่าวดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบศพ โดยทางตำรวจจะได้สอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง   ในขณะที่ในโลกออนไลน์มีการเปิดโพสต์สุดท้ายของผู้ตาย ได้โพสต์ข้อความตัดพ้อหลายครั้ง อาทิ "ไม่มีอะไรโอเคทั้งนั้นแหละ ไม่เคยมีตั้งนานแล้ว" รวมถึงประโยคจากหนัง JOKER ที่ระบุว่า "สิ่งที่แย่ที่สุดของผู้ป่วยทางจิต คือผู้คนคาดหวังให้เราทำตัวเหมือนเราไม่ได้ป่วย" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LHZav_q932M

 9,963
บันเทิง
15 ต.ค. 62

ย้อนบทสัมภาษณ์ 'ซอลลี่' นักร้องดังเกาหลี ก่อนเสียชีวิตคาบ้านพัก คาดจบชีวิตตัวเอง

ช็อก! วงการบันเทิงเกาหลีอีกครั้ง เมื่อซอลลี หรือ ชเว จินรี อดีตสมาชิกวง f(x) เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี ถูกพบเสียชีวิตอยู่ในบ้าน พักในย่านซองนัม จังหวัด คยองกี ของเกาหลีใต้ โดยผู้จัดการของเธอ เป็นผู้พบศพนักร้องสาวเสียชีวิตในบ้าน ก่อนจะแจ้งให้ตำรวจทราบ โดยขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุการตาย เบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นการฆ่าตัวตาย   ขณะที่ทางต้นสังกัด SM Entertainment ก็ได้ออกแถลงการณ์เผยว่ารู้สึกเสียใจที่ต้องแจ้งข่าวร้ายว่า “ซอลลี่ ได้จากพวกเราไปแล้ว ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น ขอให้ทุกคนงดการเผยแพร่ข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงในเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อเป็นการให้ความเคารพครอบครัวของซอลลี่ ที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการจากไปครั้งนี้”   ทั้งนี้ ซอลลี มีชื่อเสียงโด่งดังจากการเป็นสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวง f(x)ตั้งแต่ปี 2552 ก่อนจะออกจากวงในปี 2557 หลังโดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ จนปีต่อมาเธอกลับเข้าวงการอีกครั้งในฐานะนักแสดง และมีผลงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นาน มีรายงานว่า ซอลลี่ได้กล่าวกับรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งของเกาหลีใต้ บอกว่า “เธอรู้สึกว่าชีวิตว่างเปล่า เพราะโกหกทุกคนตลอดมาว่าตัวเองมีความสุข”  

 11,331
สังคม-อาชญากรรม
14 ต.ค. 62

อดีต รปภ.ยิงลูก-เมีย ก่อนยิงตัวตายตาม เสียชีวิต 3 ศพ ทิ้งจดหมายขอโทษ อีกฉบับถึงลูกอีกคนให้จัดการเรื่องทรัพย์สิน

ฆ่ายกครัว3ศพ-วานนี้ (13 ต.ค.) เกิดเหตุยิงกันที่บ้านพักในพื้นที่ ม.6 ต.นิลเพชร อ.บางเลน จ.นครปฐม มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ คือ นางฉวี ปฐมทอง อายุ 54 ปี นายภิญโญ ปฐมทอง อายุ 36 ปี และนายประยูร ปฐมทอง อายุ 59 ปี โดยนายประยูร เป็นผู้ก่อเหตุยิงภรรยาและลูกจนเสียชีวิต ก่อนยิงตัวตายตาม     สอบถาม นางซ่อนกลิ่น น้องสะใภ้คนก่อเหตุ ผู้เห็นเหตุการณ์ได้กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ นางฉวี ได้กำลังทำกับข้าวจะไปทำบุญอยู่ภายในครัว ส่วนลูกชายนอนอยู่ในมุ้ง จู่ ๆ นายประยูร ผู้เป็นพ่อ ได้เดินถือปืนขนาด 9 มม. และได้เดินเข้าไปยิงไปที่ลูกชายนอนอยู่ โดยโดนเข้าที่ขา และจากนั้นได้เดินไปในครัวยิงเมียที่ทำครัวอยู่ แต่ลูกที่โดนยิงบาดเจ็บได้เดินตามมาห้ามพ่อไม่ให้ยิงแม่ พ่อเห็นลูกไม่ตายเลยยิงซ้ำเข้าที่ศีรษะจนลูกเสียชีวิต   จากนั้นได้ยิงภรรยาจนบาดเจ็บสาหัส ญาตินำส่ง รพ.ลาดบัวหลวง และไปเสียชีวิตที่ รพ. ส่วนผู้ก่อเหตุ นายประยูร ผู้เป็นพ่อ ได้ยิงตัวเองเข้าที่ศีรษะ ตายตามกันไป   เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน เข้าตรวจสอบ เบื้องต้นคาดสาเหตุอาจจะเป็นความเครียดสะสมของผู้ก่อเหตุ โดยลูกชายเคยติดยาเสพติดและได้บำบัดจนหายดี แต่ชอบกินเหล้า ไม่ยอมทำงาน จึงมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง    ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุได้ทิ้งจดหมายขอโทษที่ต้องทำ อีกฉบับเขียนถึงลูกอีกคนให้จัดการเรื่องทรัพย์สิน               ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lVpeVH5cDEc  

 5,743
อาชญากรรม
14 ต.ค. 62

อดีต รปภ.ยิงลูก-เมีย ก่อนยิงตัวตายตาม เสียชีวิต 3 ศพ ทิ้งจดหมายขอโทษ อีกฉบับถึงลูกอีกคนให้จัดการเรื่องทรัพย์สิน

ฆ่ายกครัว3ศพ-วานนี้ (13 ต.ค.) เกิดเหตุยิงกันที่บ้านพักในพื้นที่ ม.6 ต.นิลเพชร อ.บางเลน จ.นครปฐม มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ คือ นางฉวี ปฐมทอง อายุ 54 ปี นายภิญโญ ปฐมทอง อายุ 36 ปี และนายประยูร ปฐมทอง อายุ 59 ปี โดยนายประยูร เป็นผู้ก่อเหตุยิงภรรยาและลูกจนเสียชีวิต ก่อนยิงตัวตายตาม     สอบถาม นางซ่อนกลิ่น น้องสะใภ้คนก่อเหตุ ผู้เห็นเหตุการณ์ได้กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ นางฉวี ได้กำลังทำกับข้าวจะไปทำบุญอยู่ภายในครัว ส่วนลูกชายนอนอยู่ในมุ้ง จู่ ๆ นายประยูร ผู้เป็นพ่อ ได้เดินถือปืนขนาด 9 มม. และได้เดินเข้าไปยิงไปที่ลูกชายนอนอยู่ โดยโดนเข้าที่ขา และจากนั้นได้เดินไปในครัวยิงเมียที่ทำครัวอยู่ แต่ลูกที่โดนยิงบาดเจ็บได้เดินตามมาห้ามพ่อไม่ให้ยิงแม่ พ่อเห็นลูกไม่ตายเลยยิงซ้ำเข้าที่ศีรษะจนลูกเสียชีวิต   จากนั้นได้ยิงภรรยาจนบาดเจ็บสาหัส ญาตินำส่ง รพ.ลาดบัวหลวง และไปเสียชีวิตที่ รพ. ส่วนผู้ก่อเหตุ นายประยูร ผู้เป็นพ่อ ได้ยิงตัวเองเข้าที่ศีรษะ ตายตามกันไป   เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน เข้าตรวจสอบ เบื้องต้นคาดสาเหตุอาจจะเป็นความเครียดสะสมของผู้ก่อเหตุ โดยลูกชายเคยติดยาเสพติดและได้บำบัดจนหายดี แต่ชอบกินเหล้า ไม่ยอมทำงาน จึงมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง    ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุได้ทิ้งจดหมายขอโทษที่ต้องทำ อีกฉบับเขียนถึงลูกอีกคนให้จัดการเรื่องทรัพย์สิน               ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lVpeVH5cDEc  

 5,743
สังคม-อาชญากรรม
10 ต.ค. 62

พ่อคาใจลูกสาวตายปริศนา หลังแฟนหนุ่มบอกกินยาตาย แต่พบพิรุธแชทบอกถูกฝ่ายชายทำร้าย

เรื่องการเสียชีวิตปริศนาของ น้องเมย์ หรือ น.ส.ปอณัฐฎา สายถนอม อายุ 20 ปี ที่เสียชีวิตในคอนโดย่านเมืองทองธานี โดยนายเกรียง แฟนหนุ่ม คนสุดท้ายที่อยู่กับน้องเมย์ ระบุว่าน้องเมย์กินยาฆ่าตัวตาย  เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562   แต่ล่าสุดนายบุญที สายถนอม พ่อน้องเมย์ ออกมาร้องสื่อขอความช่วยเหลือ ช่วยทำความจริงให้กระจ่าง เพราะพ่อไม่เชื่อว่าลูกสาวจะฆ่าตัวตาย   คุณพ่อเล่าว่า น้องเมย์มาเรียนและทำงานที่ กทม. 3 ปีแล้ว ซึ่งตัวเองจะคอยโทรพูดคุยกับลูกตลอด และไม่เคยพบว่าลูกมีความเครียดที่จะคิดสั้น และไม่เคยรู้ว่าน้องเมย์มีแฟน จนกระทั่งลูกสาวเสียชีวิต นายเกรียงแฟนของลูกบอกว่า น้องเมย์กินยาฆ่าตัวตาย แล้วช่วยไม่ทัน   แต่สภาพศพ กลับไม่เหมือนคนกินยาฆ่าตัวตาย โดยมีภาพถ่ายตอนน้องนอนเสียชีวิต สภาพคล้ายคนนอนหลับปกติ แต่ที่ลำคอมีรอยช้ำและรอยครูดจนผิวหนังช้ำ ที่ข้อมือและฝ่ามือ มีรอยบาดแผลพุพองหลายจุด และยังพบว่าก่อนที่น้องจะเสียชีวิต ยังส่งข้อความความหาเพื่อนสนิทและเจ้านายว่าถูกแฟนหนุ่มทำร้าย โดยข้อความบางส่วน ระบุว่า   "เมื่อคืนพี่เกรียงเขาทำร้ายกู กูเกือบตาย กูกลัว กูจะโทร.หามึงตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่กูไม่กล้า กูกลัว เขานั่งทับกดคอกู กูหายใจไม่ออกเลย แล้วแผลอีกเต็มมือกู"   และอีกข้อความส่งถึงเจ้านาย ซึ่งน้องเมย์เรียกว่ามาดาม ระบุว่า "มาดามขา ใครจะคิด เขาเหมือนโรคจิตไปเลย จะทิ้งโทรศัพท์หนูด้วย หนูกลัวแทบตาย หนูจะโทร.หาใครก็ไม่ก็โทรไม่ได้"   จากหลักฐานต่างๆ ทำให้พ่อไม่เชื่อว่าน้องเมย์จะฆ่าตัวตาย ซึ่งตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันงานศพลูก ไม่เคยพบกับนายเกรียงเลย โดยจาการสอบถามกับเพื่อนน้องเมย์ บอกว่าน้องเมย์ขอเลิกกับนายเกรียงแล้ว และพูดคุยกับเพื่อนอีกคน แต่นายเกรียงไม่ยินยอม และพยายามมาหาน้องเมย์ตลอดจนเกิดเรื่องดังกล่าว   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่คอนโดที่เกิดเหตุ พูดคุยกับรปภ.ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุนายเกรียง ลงมายืนดูกล้องวงจรปิด ยืนมองอยู่นานกว่า 10 นาที จนรปภ.ถามว่า มีอะไรหรือไม่?   จากนั้นนายเกรียง บอกขอเบอร์กู้ภัย ทาง รปภ. ก็ให้ไป และซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น มีคนป่วยหรือไม่ อยู่ห้องไหน แต่นายเกรียงกลับไม่ตอบคำถามใดๆ แสดงสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา จนกระทั่งกู้ภัยมาก็ยังไม่ยอมบอกห้อง เมื่อหาห้องเจอ ก็พบว่านายเกรียงนั่งร้องไห้ข้างๆ ศพ แต่ตอนแรกกลับไม่มีท่าทางเสียใจ   ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อนายเกรียง แต่นายเกรียงไม่สะดวกให้ข้อมูล และญาติของน้องเมย์ได้สอบถามนายเกรียงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น นายเกรียงบอกกับญาติน้องเมย์ว่าให้รอเจอกันที่ศาล   สำหรับตอนนี้คุณพ่อน้องเมย์ได้เผาศพน้องเมย์แล้ว เพราะทางแพทย์บอกว่าตรวจพิสูจน์ศพเรียบร้อยแล้ว และด้วยการที่ไม่มีความรู้จึงเผาศพลูกไป ตอนนี้รอฟังผลชันสูตรอย่างละเอียดจากตำรวจ หากผลออกมาเช่นไรก็พร้อมยอมรับและหากเชื่อมโยงว่าน้องเมย์ไม่ได้ฆ่าตัวตาย ก็ขอให้ดำเนินคดีกับคนทำให้ลูกสาวเสียชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4T2HdSUwNjE

 2,323
อาชญากรรม
10 ต.ค. 62

พ่อคาใจลูกสาวตายปริศนา หลังแฟนหนุ่มบอกกินยาตาย แต่พบพิรุธแชทบอกถูกฝ่ายชายทำร้าย

เรื่องการเสียชีวิตปริศนาของ น้องเมย์ หรือ น.ส.ปอณัฐฎา สายถนอม อายุ 20 ปี ที่เสียชีวิตในคอนโดย่านเมืองทองธานี โดยนายเกรียง แฟนหนุ่ม คนสุดท้ายที่อยู่กับน้องเมย์ ระบุว่าน้องเมย์กินยาฆ่าตัวตาย  เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562   แต่ล่าสุดนายบุญที สายถนอม พ่อน้องเมย์ ออกมาร้องสื่อขอความช่วยเหลือ ช่วยทำความจริงให้กระจ่าง เพราะพ่อไม่เชื่อว่าลูกสาวจะฆ่าตัวตาย   คุณพ่อเล่าว่า น้องเมย์มาเรียนและทำงานที่ กทม. 3 ปีแล้ว ซึ่งตัวเองจะคอยโทรพูดคุยกับลูกตลอด และไม่เคยพบว่าลูกมีความเครียดที่จะคิดสั้น และไม่เคยรู้ว่าน้องเมย์มีแฟน จนกระทั่งลูกสาวเสียชีวิต นายเกรียงแฟนของลูกบอกว่า น้องเมย์กินยาฆ่าตัวตาย แล้วช่วยไม่ทัน   แต่สภาพศพ กลับไม่เหมือนคนกินยาฆ่าตัวตาย โดยมีภาพถ่ายตอนน้องนอนเสียชีวิต สภาพคล้ายคนนอนหลับปกติ แต่ที่ลำคอมีรอยช้ำและรอยครูดจนผิวหนังช้ำ ที่ข้อมือและฝ่ามือ มีรอยบาดแผลพุพองหลายจุด และยังพบว่าก่อนที่น้องจะเสียชีวิต ยังส่งข้อความความหาเพื่อนสนิทและเจ้านายว่าถูกแฟนหนุ่มทำร้าย โดยข้อความบางส่วน ระบุว่า   "เมื่อคืนพี่เกรียงเขาทำร้ายกู กูเกือบตาย กูกลัว กูจะโทร.หามึงตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่กูไม่กล้า กูกลัว เขานั่งทับกดคอกู กูหายใจไม่ออกเลย แล้วแผลอีกเต็มมือกู"   และอีกข้อความส่งถึงเจ้านาย ซึ่งน้องเมย์เรียกว่ามาดาม ระบุว่า "มาดามขา ใครจะคิด เขาเหมือนโรคจิตไปเลย จะทิ้งโทรศัพท์หนูด้วย หนูกลัวแทบตาย หนูจะโทร.หาใครก็ไม่ก็โทรไม่ได้"   จากหลักฐานต่างๆ ทำให้พ่อไม่เชื่อว่าน้องเมย์จะฆ่าตัวตาย ซึ่งตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันงานศพลูก ไม่เคยพบกับนายเกรียงเลย โดยจาการสอบถามกับเพื่อนน้องเมย์ บอกว่าน้องเมย์ขอเลิกกับนายเกรียงแล้ว และพูดคุยกับเพื่อนอีกคน แต่นายเกรียงไม่ยินยอม และพยายามมาหาน้องเมย์ตลอดจนเกิดเรื่องดังกล่าว   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่คอนโดที่เกิดเหตุ พูดคุยกับรปภ.ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุนายเกรียง ลงมายืนดูกล้องวงจรปิด ยืนมองอยู่นานกว่า 10 นาที จนรปภ.ถามว่า มีอะไรหรือไม่?   จากนั้นนายเกรียง บอกขอเบอร์กู้ภัย ทาง รปภ. ก็ให้ไป และซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น มีคนป่วยหรือไม่ อยู่ห้องไหน แต่นายเกรียงกลับไม่ตอบคำถามใดๆ แสดงสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา จนกระทั่งกู้ภัยมาก็ยังไม่ยอมบอกห้อง เมื่อหาห้องเจอ ก็พบว่านายเกรียงนั่งร้องไห้ข้างๆ ศพ แต่ตอนแรกกลับไม่มีท่าทางเสียใจ   ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อนายเกรียง แต่นายเกรียงไม่สะดวกให้ข้อมูล และญาติของน้องเมย์ได้สอบถามนายเกรียงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น นายเกรียงบอกกับญาติน้องเมย์ว่าให้รอเจอกันที่ศาล   สำหรับตอนนี้คุณพ่อน้องเมย์ได้เผาศพน้องเมย์แล้ว เพราะทางแพทย์บอกว่าตรวจพิสูจน์ศพเรียบร้อยแล้ว และด้วยการที่ไม่มีความรู้จึงเผาศพลูกไป ตอนนี้รอฟังผลชันสูตรอย่างละเอียดจากตำรวจ หากผลออกมาเช่นไรก็พร้อมยอมรับและหากเชื่อมโยงว่าน้องเมย์ไม่ได้ฆ่าตัวตาย ก็ขอให้ดำเนินคดีกับคนทำให้ลูกสาวเสียชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4T2HdSUwNjE

 2,323
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

เด็ก ป.5 ผูกคอตัวเอง หลังถูกเพื่อนขู่ทำร้าย หมอห่วงสมองขาดออกซิเจน

กระบี่-เกิดเหตุเด็กชายอายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองที่บ้านพัก   จากการสอบถาม ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี พี่สาวของเด็ก ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงบ่ายวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา แม่ไม่อยู่บ้าน ตนและน้องชาย คือ ด.ช.เอ (นามสมมติ) วัย 11 ปี และน้องชายอีกคนวัย 8 ขวบ อยู่บ้านกันเพียงลำพัง ช่วงที่ตนกำลังเข้าไปในครัว เพื่อเตรียมทำอาหารให้น้องๆ กิน ตนเรียก ด.ช.เอ แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบ จึงเดินออกมาดูที่ห้องโถงในบ้าน   พบน้องชายใช้ผ้าขาวม้า ผูกคอตัวเองหมดสติ จึงรีบเข้าไปปลดผ้าออก แล้วขี่รถ จยย.ไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในหมู่บ้าน ห่างไปประมาณ 2 กม. ชาวบ้านจึงช่วยกันปฐมพยาบาล และนำตัวน้องชายส่ง ร.พ.ลำทับ ส่วนสาเหตุ ตนยังไม่ทราบว่ามาจากเรื่องอะไร   ขณะที่ นางแก้ว (นามสมมติ) อายุ 46 ปี แม่ของ ด.ช.เอ เผยว่า สาเหตุที่ลูกชายคิดสั้น ตนเชื่อว่ามาจากปัญหาในกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียนที่ลูกชายเรียนอยู่ โดยเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนทราบจากลูกว่ามีกลุ่มนักเรียนในโรงเรียนบางกลุ่ม มาข่มขู่และทำร้ายลูก ก่อนนี้ลูกไปเล่นเครื่องเล่นในโรงเรียน แล้วเสียหลักล้มลงทำให้เท้าไปโดนนักเรียนคนหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ กลุ่มนักเรียนดังกล่าวจึงทำร้ายชกหน้าลูกชาย จนลูกบ่นว่าไม่อยากจะไปโรงเรียนเพราะกลัวจะเกิดเรื่องอีก   วันเกิดเหตุลูกทำร้ายตัวเอง ตนต้องไปทำงานที่เกาะลันตา อ.เกาะลันตา ลูกขอว่าจะไปกับตนด้วย แต่ตนเห็นว่าหากไปด้วยจะลำบาก จึงให้ลูกอยู่บ้านกับพี่สาวและน้องชาย แต่ไม่นึกว่าลูกจะตัดสินใจทำแบบนี้ ตนเล่าเรื่องดังกล่าวให้กับครูที่โรงเรียนทราบ ซึ่งทางครูรับปากว่าจะเร่งสืบหาว่าเด็กกลุ่มไหนที่มีพฤติกรรมตามที่บอก   นางแก้ว เล่าอีกว่า ตอนนี้ตนอยากให้ลูกชายหายดีเท่านั้น ส่วนปัญหาภายในโรงเรียนเป็นหน้าที่ของครูที่โรงเรียนจะดำเนินการแก้ปัญหาให้ ตนยืนยันว่าลูกชายเป็นเด็กขยัน อยู่บ้านก็จะช่วยตนทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ทั้งช่วยกรีดยางขาย เวลาอยู่โรงเรียนก็ชอบช่วยเหลืองานครูที่โรงเรียน จนครูที่โรงเรียนแทบทุกคนจะรักน้องมาก แต่อาจจะทำให้เพื่อนบางคนไม่ชอบ เพราะเป็นเด็กที่ครูรัก   ด้าน นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.ร.พ.กระบี่ กล่าวว่า ตอนนี้อาการของเด็ก ยังอยู่ในขั้นตอนการเฝ้าระวัง เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่อาการดีขึ้นตามลำดับ เด็กเริ่มมีอาการตอบสนองที่ดีขึ้น ขยับแขนขาได้ เวลาเรียกก็มีอาการตอบสนอง เริ่มลืมตาได้ ซึ่งตนกำชับ จนท.ให้ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาจนกว่าจะประเมินอาการได้ภายใน 48 ชม.   ในส่วนของการเยียวยาด้านสภาพจิตใจ สั่งให้ จนท.สุขภาพจิตของ ร.พ.คอยดูแลสภาพจิตใจของครอบครัว ทั้งแม่เด็ก พี่สาว น้องชาย รวมทั้งเมื่อเด็กหายดี จะต้องดูแลสภาพจิตใจอีกครั้ง ให้เด็กสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ   แต่สิ่งหนึ่งที่ขอชื่นชม คือชาวบ้านที่ช่วยเหลือเด็กตั้งแต่ทราบเหตุครั้งแรก มีความรู้ในการปฐมพยาบาลทำ CPR ในเบื้องต้น จนทำให้สามารถช่วยเหลือเด็กไว้ได้ เป็นสิ่งที่ต้องให้ชุมชน ชาวบ้าน ได้เรียนรู้การช่วยเหลือในเบื้องต้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อชุมชนโดยรวมเวลาเกิดเหตุขึ้นมาจะได้ช่วยเหลือทันท่วงที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UbJjyund-xo

 6,645
อาชญากรรม
08 ต.ค. 62

เด็ก ป.5 ผูกคอตัวเอง หลังถูกเพื่อนขู่ทำร้าย หมอห่วงสมองขาดออกซิเจน

กระบี่-เกิดเหตุเด็กชายอายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองที่บ้านพัก   จากการสอบถาม ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี พี่สาวของเด็ก ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงบ่ายวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา แม่ไม่อยู่บ้าน ตนและน้องชาย คือ ด.ช.เอ (นามสมมติ) วัย 11 ปี และน้องชายอีกคนวัย 8 ขวบ อยู่บ้านกันเพียงลำพัง ช่วงที่ตนกำลังเข้าไปในครัว เพื่อเตรียมทำอาหารให้น้องๆ กิน ตนเรียก ด.ช.เอ แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบ จึงเดินออกมาดูที่ห้องโถงในบ้าน   พบน้องชายใช้ผ้าขาวม้า ผูกคอตัวเองหมดสติ จึงรีบเข้าไปปลดผ้าออก แล้วขี่รถ จยย.ไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในหมู่บ้าน ห่างไปประมาณ 2 กม. ชาวบ้านจึงช่วยกันปฐมพยาบาล และนำตัวน้องชายส่ง ร.พ.ลำทับ ส่วนสาเหตุ ตนยังไม่ทราบว่ามาจากเรื่องอะไร   ขณะที่ นางแก้ว (นามสมมติ) อายุ 46 ปี แม่ของ ด.ช.เอ เผยว่า สาเหตุที่ลูกชายคิดสั้น ตนเชื่อว่ามาจากปัญหาในกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียนที่ลูกชายเรียนอยู่ โดยเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนทราบจากลูกว่ามีกลุ่มนักเรียนในโรงเรียนบางกลุ่ม มาข่มขู่และทำร้ายลูก ก่อนนี้ลูกไปเล่นเครื่องเล่นในโรงเรียน แล้วเสียหลักล้มลงทำให้เท้าไปโดนนักเรียนคนหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ กลุ่มนักเรียนดังกล่าวจึงทำร้ายชกหน้าลูกชาย จนลูกบ่นว่าไม่อยากจะไปโรงเรียนเพราะกลัวจะเกิดเรื่องอีก   วันเกิดเหตุลูกทำร้ายตัวเอง ตนต้องไปทำงานที่เกาะลันตา อ.เกาะลันตา ลูกขอว่าจะไปกับตนด้วย แต่ตนเห็นว่าหากไปด้วยจะลำบาก จึงให้ลูกอยู่บ้านกับพี่สาวและน้องชาย แต่ไม่นึกว่าลูกจะตัดสินใจทำแบบนี้ ตนเล่าเรื่องดังกล่าวให้กับครูที่โรงเรียนทราบ ซึ่งทางครูรับปากว่าจะเร่งสืบหาว่าเด็กกลุ่มไหนที่มีพฤติกรรมตามที่บอก   นางแก้ว เล่าอีกว่า ตอนนี้ตนอยากให้ลูกชายหายดีเท่านั้น ส่วนปัญหาภายในโรงเรียนเป็นหน้าที่ของครูที่โรงเรียนจะดำเนินการแก้ปัญหาให้ ตนยืนยันว่าลูกชายเป็นเด็กขยัน อยู่บ้านก็จะช่วยตนทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ทั้งช่วยกรีดยางขาย เวลาอยู่โรงเรียนก็ชอบช่วยเหลืองานครูที่โรงเรียน จนครูที่โรงเรียนแทบทุกคนจะรักน้องมาก แต่อาจจะทำให้เพื่อนบางคนไม่ชอบ เพราะเป็นเด็กที่ครูรัก   ด้าน นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.ร.พ.กระบี่ กล่าวว่า ตอนนี้อาการของเด็ก ยังอยู่ในขั้นตอนการเฝ้าระวัง เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่อาการดีขึ้นตามลำดับ เด็กเริ่มมีอาการตอบสนองที่ดีขึ้น ขยับแขนขาได้ เวลาเรียกก็มีอาการตอบสนอง เริ่มลืมตาได้ ซึ่งตนกำชับ จนท.ให้ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาจนกว่าจะประเมินอาการได้ภายใน 48 ชม.   ในส่วนของการเยียวยาด้านสภาพจิตใจ สั่งให้ จนท.สุขภาพจิตของ ร.พ.คอยดูแลสภาพจิตใจของครอบครัว ทั้งแม่เด็ก พี่สาว น้องชาย รวมทั้งเมื่อเด็กหายดี จะต้องดูแลสภาพจิตใจอีกครั้ง ให้เด็กสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ   แต่สิ่งหนึ่งที่ขอชื่นชม คือชาวบ้านที่ช่วยเหลือเด็กตั้งแต่ทราบเหตุครั้งแรก มีความรู้ในการปฐมพยาบาลทำ CPR ในเบื้องต้น จนทำให้สามารถช่วยเหลือเด็กไว้ได้ เป็นสิ่งที่ต้องให้ชุมชน ชาวบ้าน ได้เรียนรู้การช่วยเหลือในเบื้องต้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อชุมชนโดยรวมเวลาเกิดเหตุขึ้นมาจะได้ช่วยเหลือทันท่วงที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UbJjyund-xo

 6,645
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

พระโหดยิงพระด้วยกันเจ็บ เหตุระแวงถูกทำคุณไสยใส่ ก่อนกรอกยาหวังฆ่าตัวตาย แต่ช่วยได้ทัน

เชียงใหม่-เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดที่สำนักสงฆ์เทพนิมิตร หมู่ที่ 5 ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว   ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ พระอาจารย์ มงคล มงคโล อายุ 50 ปี หัวหน้าสำนักสงฆ์ และนายพรมมา จองคำ ซึ่งเป็นผู้นำชุมชน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล   ขณะเดียวควบคุมตัวพระสุธรรม คำแตง อายุ 22 ปี พระลูกวัดห้วยปง ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุและอาวุธปืนได้ ในบ้านพักไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ โดยชาวบ้านช่วยกันควบคุมตัวไว้หลังพยายามกินยาฆ่าหญ้าหนีความผิด แต่ไม่สำเร็จ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจนปลอดภัย และส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งมีความเชื่อเรื่องผี ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุเข้าใจว่าพระอาจารย์มงคล ทำคุณไสยใส่ จึงนำปืนน่าจะยิง เพื่อล้างคุณไสย แต่นายพรมมา ซึ่งเป็นผู้นำชุมชน ได้กระโดดขวาง จึงถูกลูกหลงไปด้วย และหลังเกิดเหตุได้พยายามกินยาฆ่าหญ้าเพื่อฆ่าตัวตาย แต่ไม่สำเร็จและถูกนำตัวส่งดำเนินคดีในที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qb8q8uY9fYw

 1,472
อาชญากรรม
08 ต.ค. 62

พระโหดยิงพระด้วยกันเจ็บ เหตุระแวงถูกทำคุณไสยใส่ ก่อนกรอกยาหวังฆ่าตัวตาย แต่ช่วยได้ทัน

เชียงใหม่-เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดที่สำนักสงฆ์เทพนิมิตร หมู่ที่ 5 ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว   ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ พระอาจารย์ มงคล มงคโล อายุ 50 ปี หัวหน้าสำนักสงฆ์ และนายพรมมา จองคำ ซึ่งเป็นผู้นำชุมชน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล   ขณะเดียวควบคุมตัวพระสุธรรม คำแตง อายุ 22 ปี พระลูกวัดห้วยปง ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุและอาวุธปืนได้ ในบ้านพักไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ โดยชาวบ้านช่วยกันควบคุมตัวไว้หลังพยายามกินยาฆ่าหญ้าหนีความผิด แต่ไม่สำเร็จ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจนปลอดภัย และส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งมีความเชื่อเรื่องผี ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุเข้าใจว่าพระอาจารย์มงคล ทำคุณไสยใส่ จึงนำปืนน่าจะยิง เพื่อล้างคุณไสย แต่นายพรมมา ซึ่งเป็นผู้นำชุมชน ได้กระโดดขวาง จึงถูกลูกหลงไปด้วย และหลังเกิดเหตุได้พยายามกินยาฆ่าหญ้าเพื่อฆ่าตัวตาย แต่ไม่สำเร็จและถูกนำตัวส่งดำเนินคดีในที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qb8q8uY9fYw

 1,472
สังคม-อาชญากรรม
08 ต.ค. 62

หนุ่มหวังฆ่าตัวตายประชดแฟนผ่าน facebook เคราะห์ดี ตร.เข้าช่วยได้ทัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน ได้รับแจ้งมีชายทำร้ายตัวเองโดยใช้มีดกรีดแขน และกินยากันยุง เพื่อหวังฆ่าตัวตาย ภายในอพาร์ทเม้นท์ซอยปรีดีพนมยงค์ซอย 2 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา   ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ทเมนต์สูง 4 ชั้น ภายในห้องพักได้ยินเสียงชายเรียกร้องจะคุยกับแฟน โดยชายคนดังกล่าวเรียกร้องให้แฟนมาพบ หากไม่มาหาจะไม่เปิดประตูห้อง และยังขู่ว่ากรีดแขนตัวเอง ตะโกนมาอีกว่าจะกินยากันยุง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามโทรศัพท์หาแฟนของชายคนดังกล่าว   พร้อมเปิดโฟนให้คุยแต่ชายคนดังกล่าวก็ไม่ยอมเปิดประตูห้องเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยนานกว่า 2 ชั่วโมง ก็ไม่ยินยอมเปิดประตูห้อง จนเมื่อเวลา 01.20 น.ชายคนดังกล่าวได้เงียบไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานขอกุญแจสำรองจากเจ้าของอพาร์ตเมนต์เพื่อมาเปิดห้อง   ภายหลังเปิดห้องเข้าไปพบชายคนดังกล่าวนอนหมดสติเนื่องจากเสียเลือดมากอยู่บริเวณที่นอน บริเวณข้อมือซ้ายมีบาดแผลหลายแห่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้กู้ภัยนำตัวส่ง โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 โดยด่วน ทราบชื่อภายหลังคือนายพงษ์พิทักษ์ อัมะวา อายุประมาณ 23 ปี อาชีพขับรถโดยสาร จากการตรวจสอบภายในห้องพบขวดเหล้า น้ำยาล้างไตและยากันยุงแบบฉีด มีกลิ่นยากันยุงฟุ้งเต็มห้อง   นายจันทร์ยา คงคาสันติ ซึ่งเป็นเพื่อนกับชายคนดังกล่าวเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายพงษ์พิทักษ์ ได้ฝากกุญแจห้องมาให้ตนไว้แล้วบอกว่าถ้าในวันนี้ไม่เห็นตัวนายพงษ์พิทักษ์ ให้ไปเปิดห้องดู จนมาถึงเวลาประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ นายพงษ์พิทักษ์ได้ โพสต์รูปภาพกรีดแขนตัวเองข้างๆมีขวดยากันยุงแบบฉีดวางอยู่ ลงบน Facebookส่วนตัวได้เขียนว่า   "ผมขอโทษและอโหสิกรรมแด่ทุกๆคนครับ..ที่ผ่านมาผมเคยทำไรไว้ไม่ดีกับใครก็ขอโทษ...อโหสิกรรมไห้ผมด้วย...ขอโทษคุณยายที่ผมทำให้ยายผิดหวังไอขอโทษ"   ก่อนหน้านี่นายพงษ์พิทักษ์ ได้พักอยู่กับแฟนแต่เมื่อวานช่วงเที่ยงแฟนได้หนีออกจากห้องไป คาดว่าน่าจะมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนกระทั่งมาก่อเหตุเพื่อหวังฆ่าตัวตายดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Jic1HF697Gs

 8,345
สังคม
08 ต.ค. 62

หนุ่มหวังฆ่าตัวตายประชดแฟนผ่าน facebook เคราะห์ดี ตร.เข้าช่วยได้ทัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน ได้รับแจ้งมีชายทำร้ายตัวเองโดยใช้มีดกรีดแขน และกินยากันยุง เพื่อหวังฆ่าตัวตาย ภายในอพาร์ทเม้นท์ซอยปรีดีพนมยงค์ซอย 2 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา   ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ทเมนต์สูง 4 ชั้น ภายในห้องพักได้ยินเสียงชายเรียกร้องจะคุยกับแฟน โดยชายคนดังกล่าวเรียกร้องให้แฟนมาพบ หากไม่มาหาจะไม่เปิดประตูห้อง และยังขู่ว่ากรีดแขนตัวเอง ตะโกนมาอีกว่าจะกินยากันยุง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามโทรศัพท์หาแฟนของชายคนดังกล่าว   พร้อมเปิดโฟนให้คุยแต่ชายคนดังกล่าวก็ไม่ยอมเปิดประตูห้องเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยนานกว่า 2 ชั่วโมง ก็ไม่ยินยอมเปิดประตูห้อง จนเมื่อเวลา 01.20 น.ชายคนดังกล่าวได้เงียบไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานขอกุญแจสำรองจากเจ้าของอพาร์ตเมนต์เพื่อมาเปิดห้อง   ภายหลังเปิดห้องเข้าไปพบชายคนดังกล่าวนอนหมดสติเนื่องจากเสียเลือดมากอยู่บริเวณที่นอน บริเวณข้อมือซ้ายมีบาดแผลหลายแห่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้กู้ภัยนำตัวส่ง โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 โดยด่วน ทราบชื่อภายหลังคือนายพงษ์พิทักษ์ อัมะวา อายุประมาณ 23 ปี อาชีพขับรถโดยสาร จากการตรวจสอบภายในห้องพบขวดเหล้า น้ำยาล้างไตและยากันยุงแบบฉีด มีกลิ่นยากันยุงฟุ้งเต็มห้อง   นายจันทร์ยา คงคาสันติ ซึ่งเป็นเพื่อนกับชายคนดังกล่าวเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายพงษ์พิทักษ์ ได้ฝากกุญแจห้องมาให้ตนไว้แล้วบอกว่าถ้าในวันนี้ไม่เห็นตัวนายพงษ์พิทักษ์ ให้ไปเปิดห้องดู จนมาถึงเวลาประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ นายพงษ์พิทักษ์ได้ โพสต์รูปภาพกรีดแขนตัวเองข้างๆมีขวดยากันยุงแบบฉีดวางอยู่ ลงบน Facebookส่วนตัวได้เขียนว่า   "ผมขอโทษและอโหสิกรรมแด่ทุกๆคนครับ..ที่ผ่านมาผมเคยทำไรไว้ไม่ดีกับใครก็ขอโทษ...อโหสิกรรมไห้ผมด้วย...ขอโทษคุณยายที่ผมทำให้ยายผิดหวังไอขอโทษ"   ก่อนหน้านี่นายพงษ์พิทักษ์ ได้พักอยู่กับแฟนแต่เมื่อวานช่วงเที่ยงแฟนได้หนีออกจากห้องไป คาดว่าน่าจะมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนกระทั่งมาก่อเหตุเพื่อหวังฆ่าตัวตายดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Jic1HF697Gs

 8,345
สังคม-อาชญากรรม
07 ต.ค. 62

หญิงวัย 40 หายตัวจากบ้าน ก่อนพบเป็นศพ รมควันดับคารถ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ร่มเกล้า​ รับแจ้งเหตุพ​บศพผู้เสียชีวิต​ภายในรถยนต์โตโยต้า​ รุ่นยาริส​ ​ บริเวณริมถนน​เคหะร่มเกล้า​ แขวงคลองสองต้นนุ่น​ เขตลาดกระบัง​ ใกล้เคียงแฟลตเกรียงไกร​   พบผู้เสียชีวิต​นอนหงายเอนเบาะบริเวณที่นั่งคนขับ​ สวมเสื้อยืดสีเทา​ กางเกงขายาวสีน้ำตาล​ บริเวณที่วางเท้าด้านหน้าฝั่งคนนั่ง​ พบเตาอั้งโร่​ และขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตรวจสอบภายในร่างกายพบ​ บัตรประชาชนระบุชื่อ​ น.ส.รมิดา​ ไกรนารถ​ อายุ​ 40​ ปี​ เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานทั้งหมด​ ก่อนส่งร่างให้เจ้าหน้าที่ชันสูตร   เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า เมื่อวันที่​ 4​ ต.ค. เวลา​ 08.00​ น.น้องชายของผู้เสียชีวิต​ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.บางชัน​ ว่าพี่สาวได้หายออกไปจากบ้าน ในหมู่บ้านพฤกษาวิลล์​ แขวง-เขตสะพานสูง​ โดยได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ที่บ้านพักว่าฝากดูแลแม่ด้วยและมอบศพให้กับสภากาชาด​ ก่อนขับรถยนต์คนดังกล่าวพร้อมทั้งเอาเตาอั้งโล่ออกไปด้วย​   ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางชัน ได้ลงพื้นที่ติดตามตัว​ และติดตามสัญญาณ​โทรศัพท์​ พบว่าสัญญาณสุดท้ายระบุว่าอยู่บริเวณร่มเกล้า​ จึงพยายามติดตามตัว​ แต่พบว่าเป็นศพ​ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะส่งศพชันสูตร​ พร้อมเรียกตัวน้องชายมาสอบปากคำ​ ก่อนส่งร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญ​กุศล​ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1hubH-fPR_g

 5,952
อาชญากรรม
07 ต.ค. 62

หญิงวัย 40 หายตัวจากบ้าน ก่อนพบเป็นศพ รมควันดับคารถ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ร่มเกล้า​ รับแจ้งเหตุพ​บศพผู้เสียชีวิต​ภายในรถยนต์โตโยต้า​ รุ่นยาริส​ ​ บริเวณริมถนน​เคหะร่มเกล้า​ แขวงคลองสองต้นนุ่น​ เขตลาดกระบัง​ ใกล้เคียงแฟลตเกรียงไกร​   พบผู้เสียชีวิต​นอนหงายเอนเบาะบริเวณที่นั่งคนขับ​ สวมเสื้อยืดสีเทา​ กางเกงขายาวสีน้ำตาล​ บริเวณที่วางเท้าด้านหน้าฝั่งคนนั่ง​ พบเตาอั้งโร่​ และขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตรวจสอบภายในร่างกายพบ​ บัตรประชาชนระบุชื่อ​ น.ส.รมิดา​ ไกรนารถ​ อายุ​ 40​ ปี​ เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานทั้งหมด​ ก่อนส่งร่างให้เจ้าหน้าที่ชันสูตร   เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า เมื่อวันที่​ 4​ ต.ค. เวลา​ 08.00​ น.น้องชายของผู้เสียชีวิต​ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.บางชัน​ ว่าพี่สาวได้หายออกไปจากบ้าน ในหมู่บ้านพฤกษาวิลล์​ แขวง-เขตสะพานสูง​ โดยได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ที่บ้านพักว่าฝากดูแลแม่ด้วยและมอบศพให้กับสภากาชาด​ ก่อนขับรถยนต์คนดังกล่าวพร้อมทั้งเอาเตาอั้งโล่ออกไปด้วย​   ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางชัน ได้ลงพื้นที่ติดตามตัว​ และติดตามสัญญาณ​โทรศัพท์​ พบว่าสัญญาณสุดท้ายระบุว่าอยู่บริเวณร่มเกล้า​ จึงพยายามติดตามตัว​ แต่พบว่าเป็นศพ​ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะส่งศพชันสูตร​ พร้อมเรียกตัวน้องชายมาสอบปากคำ​ ก่อนส่งร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญ​กุศล​ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1hubH-fPR_g

 5,952

Top