ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าตัวตาย"

อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

ยายวัย 70 ป่วยซึมเศร้า ฆ่าน้องสาวอายุ 68 ป่วยอัลไซเมอร์ ก่อนผูกคอตัวเองตาย แต่สุดท้ายน้องสาวรอด

ขอนแก่น-พบศพนางสาวนิตยา อายุ 70 ปี ใช้ผ้าขาวม้าและสายไฟ ผูกคอตัวเองกับวงกบประตูห้องน้ำ ในสภาพนุ่งผ้าถุง ใส่เสื้อคอกระเช้าสีฟ้า เสียชีวิตมาประมาณ 3 ชม. ในบ้านพักที่ อ.เมืองขอนแก่น นอกจากนี้ยังพบนางสาวกฤษณา อายุ 68 ปี น้องสาวผู้ตาย ได้รับบาดเจ็บ มีร่องรอยถูกทำร้ายที่ลำคอ จนมีรอยเขียวช้ำ เลือดออกหูทั้งสองข้าง ตาข้างขวาถลน มีหมอนสีขาววางอยู่บนอก และมีเชือกสีขาวคล้องที่แขนแล้วมัดติดกับที่จับของเก้าอี้นอน   ส่วนสภาพในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้ มีเพียงจดหมายลาตาย 2 ฉบับ ฉบับแรกเขียนข้อความสั้นๆ ว่า “ป้อมพี่ขอโทษแทนไอ้_าติชั่วนั้นด้วย พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่าง ให้อภัยพี่ด้วย เอาเงินทำบุญพี่ด้วย 2 คน”   ส่วนฉบับที่ 2 เขียนยาว 1 หน้ากระดาษ ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2562 ข้อความว่า ป้ายังมีสติดีอยู่ ป้ากินยาตัวไหนก็แพ้หมด ไม่ใช่ป้าไม่อยากหาย แต่มันแพ้จริงๆ ถ้าป้าเป็นอะไรไป ป้าขอโทษพี่น้อง หลานๆ ทุกคน โดยเฉพาะป้อม จิ๋ว ก๊อฟ ชาตินี้ป้าเกิดมามีบาปกรรมหนัก ป้าเอาแม่แป๋วไปด้วย มันเป็นกรรมผูกพัน ต่อไปอีกทุกชาติ ป้ามีทางเลือก อยู่ตอนเป็นก็ตกนรกทั้งเป็น ตายไปก็ตกนรกอเวจีที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ป้าขอให้น้องๆ หลานๆทุกคนอภัยอโหสิกรรมให้ป้าด้วย ร่างกายป้ามันเสียหายหมดทั้งตัว เจ็บปวดตั้งแต่ข้อเท้า กระดูกหลัง อยู่ต่อไปป่วยเป็นผู้ป่วยติดเตียงทั้งสองคน   การฆ่าตัวตายมันเป็นบาปมาก ป้าไม่เคยคิดจะฆ่าตัวตายสักที แต่ทีนั้นไม่มีทางออกจริงๆ ก๊อฟเรื่องรถถ้าสงสารป้า ก๊อฟรู้มั้ยน้าป้อมมาอยู่ดูแลป้ากับแม่ มันเหนื่อยแค่ไหน เหนื่อยทั้งกายทั้งใจ เหมือนเราไม่รู้จักบุญคุณคน มันซื้อเป็นเงินไม่ได้ อย่าให้มันผิดแบบป้าเลย อย่าให้เสียความรู้สึก แม่เอาเงินน้าป้อม คืนไม่หมดเป็นแสนๆ น้าป้อมก็ไม่ว่าอะไร พูดไปก็ไม่มีจะให้ น้าป้อมยังรู้บุคุณแม่ และป้าขออย่าให้ละเลาะกันเลยป้าจะได้ตายตาหลับ ลาก่อน”   ด้านน้องชายของคนตายและคนเจ็บ กล่าวว่า นางสาวนิตยาเป็นพี่สาวคนโต ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาหลายปีแล้ว กินยารักษาตัวมาโดยตลอด แต่ไม่ดีขึ้น ส่วนนางสาวกฤษณา เป็นพี่สาวคนรอง ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์มานานแล้วเช่นกัน   ตนอาศัยอยู่ในบ้านเช่ากับพี่สาวทั้งสองคน และดูแลพี่สาวทั้งสองคนมานานแล้ว เพราะทั้งสองคนเป็นคนป่วย แต่ที่ผ่านมาไม่เคยปัญหาอะไร พูดคุยกันรู้เรื่อง แต่ก่อนจะเกิดเหตุนั้น ช่วงบ่ายสามโมงเย็น ตนทะเลาะกับพี่สาวคนโตในเรื่องปัญหาของครอบครัว จึงเดินออกจากบ้านไป ในบ้านจึงมีเพียงพี่สาวอยู่กันสองคน   พอมืดค่ำจึงกลับมาที่บ้านเพื่อหาอาหารเย็นให้พี่สาว ปรากฏว่าในบ้านปิดไฟมืดสนิท จึงรีบเปิดประตูบ้านเข้าไป เปิดไฟดูก็เห็นพี่สาวคนรองนอนหมดสติที่เก้าอี้นอน ส่วนพี่สาวคนโตผูกคอที่ประตูห้องน้ำ จึงรีบโทรแจ้งตำรวจและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย ให้มาช่วยเหลือพี่สาวทั้งสองคน แต่พี่สาวคนโตตายแล้ว ส่วนพี่สาวคนรองอาการสาหัส   ตร.ระบุ จากการสอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียง ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องหรือเสียงทะเลาะกันออกมาจากห้องเช่าที่เกิดเหตุ และจากการดูในห้องพักและจดหมายลาตายของผู้ตายแล้ว น่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และสภาพจิตใจที่ไม่ปกติจากอาการป่วยโรคซึมเศร้า จึงตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการทำร้ายร่างกายน้องสาวจนสลบ และอาจจะคิดว่าตาย จึงได้ผูกคอตัวเองตายตาม   ส่วนน้องชายที่เป็นผู้ดูแลก็ไม่ติดใจสาเหตุการตายของพี่สาว เพราะพี่สาวเคยบ่นจะฆ่าตัวบ่อยๆ และเคยบอกว่าถ้าจะตายจะเอาพี่สาวคนรองไปด้วย ซึ่งน้องชายก็ไม่คิดว่าพี่สาวจะทำจริง อย่างไรก็ตามจะได้ส่งศพให้แพทย์นิติเวช ชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XQvkvHad_mk

 1,779
อาชญากรรม
02 ม.ค. 63

ญาติเข้ารับศพหญิงถูกอดีตสามีฆ่าปาดคอ เผยอโหสิกรรมให้ ไม่ทราบว่าทั้งคู่มีปัญหากันหนัก

ญาติของผู้จัดการสถานบันเทิง ที่ถูกอดีตสามีเชือดคอเสียชีวิต อโหสิกรรม เชื่อปมฆาตกรรมมาจากการขอคืนดีอดีตภรรยาไม่สำเร็จ ได้เดินทางมารับศพนางสาวรัตนา ปิ่นคำ ที่นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดจังหวัดยโสธร   พี่สาวของนางสาวรัตนา ระบุว่า น้องสาวได้เคยทำเรื่องบริจาคร่างกายไว้ แต่เพราะเสียชีวิตจากเหตุฆาตกรรม ต้องมีการผ่าพิสูจน์ศพ จึงไม่สามารถบริจาคร่างกายได้ ครอบครัวจึงจะรับศพไปดำเนินการตามพิธีทางศาสนา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางครอบครัวได้ขออโหสิกรรมให้กับฝ่ายชาย และรู้สึกเห็นใจที่ต้องสูญเสียเช่นเดียวกัน   พร้อมยืนยันว่า สาเหตุการฆาตกรรม มาจากการที่ฝ่ายชายพยายามขอคืนดีกับน้องสาวแต่ไม่สำเร็จ พร้อมมองว่า ตำรวจควรให้ความสำคัญกับผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนทำการเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายที่พยายามจะกระโดดตึก เพราะถ้าให้การช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บส่งถึงโรงพยาบาลได้รวดเร็ว ก็อาจจะช่วยชีวิตได้ โดยที่ผ่านมาไม่เคยรับรู้ว่า น้องชายมีปัญหากับน้องสะใภ้ เพราะไม่เคยมาปรึกษา อีกทั้งไม่เคยรู้จักกับฝ่ายหญิงเป็นการส่วนตัว จึงไม่ทราบสาเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/LOBRoyLbLDs  

 410
สังคม
01 ม.ค. 63

ตร.แจงหลังเกิดดราม่ากู้ภัยชี้เป็นเหตุสุดวิสัย ปมคว้าตัวหนุ่มปาดคอเมียกระโดดตึก 18 ชั้นไม่ทัน

จากกรณีที่หนุ่มมาฉลองวันเกิดให้แฟนสาวที่ห้องพัก แต่ทะเลาะกัน ก่อนคว้ามีดปาดคอแฟนเสียชีวิตในห้องพัก จากนั้นตัดสินใจกระโดดตึกลงมาจากชั้น 18 ฆ่าตัวตายหนีความผิด   ต่อมาได้มีกระแสดราม่าเกิดขึ้น โดยได้มีการตั้งคำถามถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่าทำไมถึงเข้าไปช่วยไม่ทัน ทั้งนี้ทางครอบครัวของ   ล่าสุดวันที่ 1 ม.ค. 63 พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่าทั้งคู่มีปากเสียงกันตลอดเวลา ที่มาจากการหึงหวง เบื้องต้นไม่พบว่าคนก่อเหตุมีสานเสพติด เชื่อว่ายน่าจะเมาแอลกอฮอล์มากว่า แต่เนื่องจากคนก่อเหตุได้ตัดสินใจกระโดดตึกเสียชีวิต ก็นับว่าคดีสิ้นสุดลง   ส่วนภาพที่เป็นดราม่าที่เจ้าหน้าที่วิ่งเข้าไปชาร์จตัวคนก่อเหตุ แต่ว่าชาร์จไม่ทัน เท่าที่ทราบจังหวะนั้นไม่แน่ใจว่ามีการพูดคุยอะไรกันก่อนหรือไม่ จากภาพที่ปรากฎคืออาสาพยายามที่จะไปดึงตัวเพื่อจะช่วยคงคิดแล้ววว่าจังหวะนั้นเป้นจังหวะที่ดีที่สุด เพราะก่อนหน้านี้คนก่อนเหตุนั่งคร่อมระเบียงอยู่ การช่วยจึงไม่สามารถที่จะเข้าไปได้ แต่พอผู้ก่อเหตุเปลี่ยนท่าแล้วมีแนวโน้มว่าจะโดแน่ๆ กูภัยอาจตัดสินใจตอนนั้น เป็นเสี้ยววินาทีที่วิ่งไปคว้าตัว    ทั้งนี้ระหว่างการพูดเกลี้ยกล่อมทางคนก่เหตุบอกว่าต้องการที่จะไปอยู่กับอดีตภรรยา ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้อาสาตัดสินใจเข้าช่วยแต่ไม่ทัน    ขณะที่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครของป่อเต็กตึ๊ง บอกว่า ขณะที่เข้าไปช่วยตนพบคนก่อเหตุนั่งอยู่ที่ระเบียงห้อง โดยในห้องมีคนเจ็บ 2 คนคืออดีตภรรยา และอดีตแม่ยาย เจ้าหน้าที่นำตัวออกจาห้อง ส่วนคนก่อเหตุไม่ยอมและขู่ว่าจะกระโดดลงไป เจ้าหน้าที่ช่วยอดีตแม่ยายได้เพียงคนเดียวนำตัวส่งโรงพยาบาล แล้วก็พยายามเข้ามาพูดคุยกับตัวผู้ก่อเหตุ และระหว่างนั้นคนก่อเหตุได้ขู่ว่าถ้าเข้ามาช่วยจะทิ้งตัวลงจากระเบียงทันที จังหวะที่เกลี่ยกล่อมนั้นเจ้าหน้าที่ก็พยายามส่งน้ำ ส่งเบียร์ให้ตามที่ผู้ก่อเหตุร้องขอ และพอนำคนเจ็บออกจากห้องวได้หมด ก็พยายามที่จะเข้าช่วยผู้ก่อเหตุ แต่ช่วยไม่ทันเพราะปล่อยมือและทิ้งตัวลงไปก่อน    ขณะที่ญาติของอีตภรรยาได้เดินทางไปรับศพ ที่นิติเวทวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด จ. ยโสธร โดยพี่สาวของผุตายระบุว่าน้องสาวตนได้เคยทำเรื่องบริจาคร่างกายเอาไว้ แต่ปรากฎว่าเสียชีวิตจากเหตุฆาตกรรม จึงต้องมีการผ่าพิสูจน์ศพ ไม่สามารถบริจาคร่างกายได้ ครอบครัวจึงจะรับศพไปดำเนินการตามพธีทางศาสนาต่อไป   ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางครอบครัวได้ขออโหสิกรรมให้กับฝ่ายชาย เพราะรูสึกเห็นใจที่ต้องสูญเสียเช่นเดียวกัน พร้อมยืนยันว่าสาเหตุจากการฆาตกรรมนั้น มากจากการที่ฝ่ายชายต้องการของ้อคืนดีกับน้องสาวของตน แต่ไม่สำเร็จ  โดยไม่ได้มีการขัดแย้งจากปัญหาที่ดินแต่อย่างใด    พร้อมกันนี้พี่สาวผู้ตายได้ตำหนิการทำงายของตำรวจ รวมถึงกู้ภัยโดยบอกว่าเหตุเกิตั้งแต่ประมาณ 08.30 น. ซึ่งผ่านไปถึง 2 ชั่วโมงเพิ่งให้การช่วยเหลือ โดยอาจมีส่วนทำให้น้องสาวของตนเสียชีวิต ดังนั้นมองว่าตำรวจควรให้ความสำคัญกับผู้ได้รับบาดเจ็บเสียก่อน ก่อนที่จะเข้าเกลี่ยกล่อมให้อีกฝ่ายหยุดความพยายามในการกระโดดตึก เพราะถ้าเข้าช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลได้เร็วอาจจะช่วยชีวตน้องตนได้    ขณะที่ญาติของผู้ก่อเหตุก็ได้เข้ามารับศพในที่เดียวกัน และพี่สาวของผู้ก่อเหตุก็บอกว่า หลังเกิดเหตุๆด้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับครอบครัวของฝ่ายหญิงแล้ว ถือว่าทุอย่างจบลงด้วยดี ได้อโหสิกรรมซึ่งกันละกัน ส่วนเรื่องของที่ดินฝ่ายหญิงที่เป็นชื่อของน้องชายตนเองนั้น จะเร่งดำเนินการเพื่อโอนคืนโดยเร็วที่สุด       

 3,082
สังคม-อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

สามีเก่าตามง้อเมียไม่สำเร็จ คว้ามีดปาดคอเสียชีวิต ตะโกนลั่น "ต้องตายด้วยกัน" ก่อนดิ่งชั้น 18 ดับ ด้านกู้ภัยเปิดใจ หลังถูกเจ้าของตึกต่อว่า ไม่ให้เอาศพขึ้นลิฟต์

สามีเก่าตามง้อไม่สำเร็จ ดื่มเบียร์ย้อมใจอาศัยจังหวะอดีตภรรยาหลับลากลงจากที่นอนใช้มีดปาดคอเสียชีวิตคาในวันเกิดส่งท้ายปี แม่ยายเข้าห้ามถูกเชือดข้อมือบาดเจ็บ ก่อนนั่งคร่อมระเบียงหลังห้องร้องเพลงปลุกใจแบบทหาร ลั่น “ต้องตายด้วยกัน” จนท.เกลี้ยกล่อมนาน 2 ชม.วิ่งเข้าชาร์จ สุดท้ายทิ้งตัวลงมาจากชั้น 18 ดับ พี่สาว ยัน ไม่ได้มีปากเสียงกัน ก่อนเกิดเหตุไลน์คุยกับน้องสาว “ขอมาเคลียร์ปัญหาส่วนตัวที่ห้องได้มั้ยจะได้จบ ๆ”    ผู้ก่อเหตุคือ อดีตทหารนอกราชการ ฉลองวันเกิด ให้อดีตภรรยาที่คอนโดฯส่งท้ายปี เกิดหึงหวงคว้ามีดปาดคอ อดีตภรรยา และเชือดข้อมือแม่ยายบาดเจ็บ ก่อนปีนระเบียงหลังห้องร้องเพลงปลุกใจทิ้งตัวลงมาจากชั้น 18 เสียชีวิต คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยเทอดไท 33 ถนนเทอดไท แขวงตลาดพลู เขต ธนบุรี กรุงเทพฯ       โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล และกู้ภัย ได้รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บที่คอนโดฯ ดังกล่าว ตรวจสอบ ภายในห้องพบร่างหญิงสาวผู้เสียชีวิต ถูกปาดที่ลำคอลึกคอ 2 แผล นอนนอนหายใจรวยรินจมกองเลือดอยู่ที่ประตูหลังห้อง ในห้องเต็มปด้วยรอยเลือดข้าวของกระจัดกระจาย โดยกู้ภัย พยายามจะนำตัวออกมา แต่เข้าไปไม่ได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในสภาพคลั่งมึนเมาไม่ได้สติถือมีดนั่งคร่อมอยู่บนขอบระเบียงหลังห้องไม่ยอมขู่จะกระโดดลงมา จึงไม่มีใครกล้าเข้าไป และรีบนำตัวแม่ยาย ที่ถูกมีดเชือดข้อมือได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล   ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานเบาะลมแต่ยังมาไม่ถึง ขณะที่ตำรวจ กู้ภัย พยายามเกลี่ยกล่อม ให้ผู้ก่อเหตุลงจากระเบียงและได้ถ่ายคลิปไว้ โดยขอเบียร์ดื่มเจ้าหน้าที่จึงยื่นให้เพื่อถ่วงเวลา นั่ง ร้องเพลงปลุกใจเกี่ยวกับชายชาติทหาร เจรจานานกว่า 2 ชั่วโมง ไม่เป็นผลตำรวจซึ่งอยู่ในห้องเกิดเหตุวิ่งเข้าชาร์ตจะดึงร่างเข้ามาในระเบียง แต่สุดท้ายไม่ทัน ผู้ก่อเหตุ ปล่อยมือตัดสินใจทิ้งตัว ดิ่งลงไปที่ป่ากอกล้วยหลังคอนโด พอกู้ภัยตามลงไปช่วยเหลือก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว  นอกจากนี้ใน ห้องยังพบมีดปลายแหลมยาว 5 นิ้ว ที่ใช้ก่อเหตุ ตกหล่นอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน        พี่สาวของอดีตเมีย ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เล่าว่า ทั้งคู่เคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน แต่งงานจดทะเบียนแต่ไม่มีลูกด้วยกัน ส่วนน้องสาวตน มีลูกติด 1 คน ก่อนจะแยกทางกันไปปีกว่าแต่ยังติดต่อกันอยู่ ซึ่งน้องสาว ของตนก็มีชายอื่นมาคุยด้วยแล้ว ผู้ก่อเหตุอยากกลับมาคืนดี แต่น้องสาวบอกว่าเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกันกัน จะไปมาหาสู่กันก็ได้เพราะผู้ก่อเหตุ มีคีย์การ์ดเข้าคอนโดฯ ปกติผู้ก่อเหตุนิสัยดี จิตใจดีดูแลครอบครัว          โดยคืนวันที่ 30 นายธนา มารับตน  ,หลานสาว ,เหลน และลูกชายวัย 7 ขวบของน้องสาวไปเที่ยว จากนั้นผู้ก่อเหตุ ก็ไปนั่งดื่มกินกับเพื่อน แล้วขับรถมารับพวกตนส่งที่คอนโดฯ โดยผู้ก่อเหตุ ขึ้นไปบนห้องเพื่อรอน้องสาวกลับจากที่ทำงานตอนตี 4  ซึ่งได้นั่งคุยกับตนถึงปัญหาที่ผ่านมาและดื่มเบียร์ไปด้วย ซึ่งผู้ก่อเหตุพูดกับตนและแม่ว่าที่น้องสาวไม่ยอมคืนดีกับเขาเพราะน้องสาวมีคนอื่น กระทั่ง 5 ทุ่ม ก็ขับรถกลับบ้านไป       รุ่งเช้าวันที่ 31 ธ.ค. น้องสาวคอลไลน์ไปหาผู้ก่อเหตุ ถามว่าไปคุยอะไรกับแม่ แต่ผู้ก่อเหตุบอก “ขอมาเคลียร์ที่ห้องได้มั้ยจะได้จบ ๆ” ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขับรถมาถึงคอนโด มานั่งดื่มเบียร์ที่ห้องเกือบ 2 ชั่วโมง ง้อน้องสาวและเคลียร์ปัญหากันที่ก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุ นำโฉนดที่ดิน 4-5 แปลงไปจำนอง จากนั้นน้องสาวของตนไปไถ่คืนและต้องการให้โอนกลับมาเป็นชื่อของน้องสาวเพื่อจะโอนให้กับลูกชายวัย 7 ขวบ ของน้องสาว ที่เกิดกับสามีเก่า แต่ผู้ก่อเหตุบอกว่าจะเขียนพินัยกรรมมอบที่ดินให้ลูกชายน้องสาวเอง เคยต่อว่าตนกับแม่ยาย ว่าไปคุยอะไรกับน้องสาวไม่ให้กลับไปคืนดีกับเขา      จากนั้นน้องสาวขอตัวไปนอนหลับ จังหวะนั้นผู้ก่อเหตุได้ลากน้องสาวลงจากที่นอนไปปาดคอ ยืนยันไม่ได้ปากเสียงกัน ทั้งนี้ขณะที่ตนออกไปคุยโทรศัพท์กับสามีข้างนอก หลานสาวซึ่งอยู่ในห้องวิ่งกรีดร้องเสียงดังออกมาจากห้อง  จึงวิ่งเข้าไปดูเห็นแม่นั่งคร่อมตัวน้องสาว ใช้ตัวและมือป้องน้องสาวไว้จนถูกแทงที่ข้อมือได้รับบาดเจ็บ ตนก็เข้าไปดึงศีรษะผู้ก่อเหตุออกไม่ให้ทำร้ายน้องสาว พยายามดึงมีดในมือแต่ผู้ก่อเหตุจะแทงตนแต่ไม่โดน ผู้ก่อเหตุ บอกให้ตนออกไปจะฆ่าน้องสาวให้ตาย ไม่อย่างงั้นจะฆ่าตนด้วย ก่อนที่เพื่อนบ้านห้องข้าง ๆ ตะโกนบอกให้ออกมา  ตนจึงวิ่งไปเคาะประตูห้องเพื่อนบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือให้โทรแจ้งตำรวจ กว่าจะมานานมาก          โดยตนวิ่งกลับเข้าไปในห้องดึงมีดออกจากมือผู้ก่อเหตุ แต่ผู้ก่อเหตุก็คว้าอีกด้ามมาถือไว้  คิดว่าน้องาสาวต้องแม่รอดแน่ ๆ แต่ขอนำตัวแม่ออกมาก่อน ตนและแม่พยายามกราบไหว้ผู้ก่อเหตุ ตะโกนบอกไม่ให้ก่อเหตุรุนแรงแต่ก็ไม่ฟัง ผู้ก่อเหตุบอกว่า “ต้องตายด้วยกัน”  เรากำลังจะฉลองวันเกิดครบรอบ 42 ปี ให้น้องสาว ไม่คิดว่าจะมาเหตุการณ์แบบนี้ ตนขับรถมาจากต่างจังหวัดเหมือนเป็นการมาสั่งลาน้องสาวครั้งสุดท้าย ก่อนจะเกิดเหตุน้องสาวมากอดหลานสาวพูดว่า “เจอกันอีกทีปีหน้าหรืออาจจะไม่ได้เจอกัน” กระทั่งเกิดเหตสลดขึ้น คาดว่าสาเหตุจากรื่องหึงหวง       ด้านพี่สาวของผู้ก่อเหตุ  เผยว่า ทางครอบครัวทราบว่าไปแต่งงานอยู่กินกับผู้เสียชีวิต แต่ไม่เคยเจอหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีปัญหาส่วนตัวอะไรกันหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้มาเล่าอะไรให้ฟัง ทราบเพียงว่าทรัพย์สินของเขาหมดไปกับฝ่ายหญิง หลังจากทั้งสองคนแยกทางกัน ผู้ก่อเหตุก็กลับมาอยู่บ้านที่ย่านสีลม แต่ก็เห็นไปมาหาสู่กันตลอด  ตนไม่รู้สาเหตุทำไมเขาถึงก่อเหตุอย่างนี้ ส่วนญาติของผู้เสียชีวิต ครอบครัวของตนก็ไม่เคยเจอหรือพูดคุยกัน ขอโทษครอบครัวเขาด้วย ซึ่งเราก็สูญเสียกันทั้งสองฝ่าย      ขณะที่เพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิต  หลังทราบข่าวพากันเดินทางมาที่คอนโดฯ เกิดเหตุ เผยว่า ทราบว่าทั้งสองคบกันและได้แยกทางกันอยู่นาน ๆ จะมาหากันที ไม่ทราบมีปัญหาอะไรกันซึ่งมันเป็นเรื่องของเขาสองคน เขาคงไม่อยากเล่าให้ใครฟัง แต่ไม่คาดคิดว่าผู้ก่อเหตุ จะเป็นคนโหดร้ายอย่างนี้ มันทำเกินไป       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่าง จนท.กู้ภัย แบกร่างผู้เสียชีวิต ลงมาจากห้องแล้ว ได้มีคนดูแลตึกมาไล่และต่อว่า จนท.กู้ภัยว่า ให้รีบนำศพออกไป สร้างความไม่พอใจให้กับกู้ภัย จนมีปากเสียงกันเล็กน้อยขณะเคลื่อนย้ายศพลงจากตึกขึ้นรถส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลฯ ซึ่งคนดูแลตึกก็บอกว่าไม่ได้ไล่       นายณัชพล แซ่โซ เจ้าหน้ากู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง เผยว่า อยากให้หญิงดูแลตึกคนดังกล่าวเห็นใจบ้าง พวกตนมาช่วยด้วยใจไม่ได้รับเงินสักบาท ทำไมต้องมาไล่หรือพูดจาแบบนี้ ตนแบกศพลงมาจากชั้น 18 ทางบันไดหนีไฟ เนื่องเขาขอไม่ให้ใช้ลิฟท์ พอนำศพขึ้นรถแล้วก็มาไล่อีกให้รีบออกจากพื้นที่ โดยไม่มีคำขอบคุณใด ๆ   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/-LyjJRfvOmA

 11,412
อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

สามีเก่าตามง้อเมียไม่สำเร็จ คว้ามีดปาดคอเสียชีวิต ตะโกนลั่น "ต้องตายด้วยกัน" ก่อนดิ่งชั้น 18 ดับ ด้านกู้ภัยเปิดใจ หลังถูกเจ้าของตึกต่อว่า ไม่ให้เอาศพขึ้นลิฟต์

สามีเก่าตามง้อไม่สำเร็จ ดื่มเบียร์ย้อมใจอาศัยจังหวะอดีตภรรยาหลับลากลงจากที่นอนใช้มีดปาดคอเสียชีวิตคาในวันเกิดส่งท้ายปี แม่ยายเข้าห้ามถูกเชือดข้อมือบาดเจ็บ ก่อนนั่งคร่อมระเบียงหลังห้องร้องเพลงปลุกใจแบบทหาร ลั่น “ต้องตายด้วยกัน” จนท.เกลี้ยกล่อมนาน 2 ชม.วิ่งเข้าชาร์จ สุดท้ายทิ้งตัวลงมาจากชั้น 18 ดับ พี่สาว ยัน ไม่ได้มีปากเสียงกัน ก่อนเกิดเหตุไลน์คุยกับน้องสาว “ขอมาเคลียร์ปัญหาส่วนตัวที่ห้องได้มั้ยจะได้จบ ๆ”    ผู้ก่อเหตุคือ อดีตทหารนอกราชการ ฉลองวันเกิด ให้อดีตภรรยาที่คอนโดฯส่งท้ายปี เกิดหึงหวงคว้ามีดปาดคอ อดีตภรรยา และเชือดข้อมือแม่ยายบาดเจ็บ ก่อนปีนระเบียงหลังห้องร้องเพลงปลุกใจทิ้งตัวลงมาจากชั้น 18 เสียชีวิต คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยเทอดไท 33 ถนนเทอดไท แขวงตลาดพลู เขต ธนบุรี กรุงเทพฯ       โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล และกู้ภัย ได้รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บที่คอนโดฯ ดังกล่าว ตรวจสอบ ภายในห้องพบร่างหญิงสาวผู้เสียชีวิต ถูกปาดที่ลำคอลึกคอ 2 แผล นอนนอนหายใจรวยรินจมกองเลือดอยู่ที่ประตูหลังห้อง ในห้องเต็มปด้วยรอยเลือดข้าวของกระจัดกระจาย โดยกู้ภัย พยายามจะนำตัวออกมา แต่เข้าไปไม่ได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในสภาพคลั่งมึนเมาไม่ได้สติถือมีดนั่งคร่อมอยู่บนขอบระเบียงหลังห้องไม่ยอมขู่จะกระโดดลงมา จึงไม่มีใครกล้าเข้าไป และรีบนำตัวแม่ยาย ที่ถูกมีดเชือดข้อมือได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล   ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานเบาะลมแต่ยังมาไม่ถึง ขณะที่ตำรวจ กู้ภัย พยายามเกลี่ยกล่อม ให้ผู้ก่อเหตุลงจากระเบียงและได้ถ่ายคลิปไว้ โดยขอเบียร์ดื่มเจ้าหน้าที่จึงยื่นให้เพื่อถ่วงเวลา นั่ง ร้องเพลงปลุกใจเกี่ยวกับชายชาติทหาร เจรจานานกว่า 2 ชั่วโมง ไม่เป็นผลตำรวจซึ่งอยู่ในห้องเกิดเหตุวิ่งเข้าชาร์ตจะดึงร่างเข้ามาในระเบียง แต่สุดท้ายไม่ทัน ผู้ก่อเหตุ ปล่อยมือตัดสินใจทิ้งตัว ดิ่งลงไปที่ป่ากอกล้วยหลังคอนโด พอกู้ภัยตามลงไปช่วยเหลือก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว  นอกจากนี้ใน ห้องยังพบมีดปลายแหลมยาว 5 นิ้ว ที่ใช้ก่อเหตุ ตกหล่นอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน        พี่สาวของอดีตเมีย ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เล่าว่า ทั้งคู่เคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน แต่งงานจดทะเบียนแต่ไม่มีลูกด้วยกัน ส่วนน้องสาวตน มีลูกติด 1 คน ก่อนจะแยกทางกันไปปีกว่าแต่ยังติดต่อกันอยู่ ซึ่งน้องสาว ของตนก็มีชายอื่นมาคุยด้วยแล้ว ผู้ก่อเหตุอยากกลับมาคืนดี แต่น้องสาวบอกว่าเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกันกัน จะไปมาหาสู่กันก็ได้เพราะผู้ก่อเหตุ มีคีย์การ์ดเข้าคอนโดฯ ปกติผู้ก่อเหตุนิสัยดี จิตใจดีดูแลครอบครัว          โดยคืนวันที่ 30 นายธนา มารับตน  ,หลานสาว ,เหลน และลูกชายวัย 7 ขวบของน้องสาวไปเที่ยว จากนั้นผู้ก่อเหตุ ก็ไปนั่งดื่มกินกับเพื่อน แล้วขับรถมารับพวกตนส่งที่คอนโดฯ โดยผู้ก่อเหตุ ขึ้นไปบนห้องเพื่อรอน้องสาวกลับจากที่ทำงานตอนตี 4  ซึ่งได้นั่งคุยกับตนถึงปัญหาที่ผ่านมาและดื่มเบียร์ไปด้วย ซึ่งผู้ก่อเหตุพูดกับตนและแม่ว่าที่น้องสาวไม่ยอมคืนดีกับเขาเพราะน้องสาวมีคนอื่น กระทั่ง 5 ทุ่ม ก็ขับรถกลับบ้านไป       รุ่งเช้าวันที่ 31 ธ.ค. น้องสาวคอลไลน์ไปหาผู้ก่อเหตุ ถามว่าไปคุยอะไรกับแม่ แต่ผู้ก่อเหตุบอก “ขอมาเคลียร์ที่ห้องได้มั้ยจะได้จบ ๆ” ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขับรถมาถึงคอนโด มานั่งดื่มเบียร์ที่ห้องเกือบ 2 ชั่วโมง ง้อน้องสาวและเคลียร์ปัญหากันที่ก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุ นำโฉนดที่ดิน 4-5 แปลงไปจำนอง จากนั้นน้องสาวของตนไปไถ่คืนและต้องการให้โอนกลับมาเป็นชื่อของน้องสาวเพื่อจะโอนให้กับลูกชายวัย 7 ขวบ ของน้องสาว ที่เกิดกับสามีเก่า แต่ผู้ก่อเหตุบอกว่าจะเขียนพินัยกรรมมอบที่ดินให้ลูกชายน้องสาวเอง เคยต่อว่าตนกับแม่ยาย ว่าไปคุยอะไรกับน้องสาวไม่ให้กลับไปคืนดีกับเขา      จากนั้นน้องสาวขอตัวไปนอนหลับ จังหวะนั้นผู้ก่อเหตุได้ลากน้องสาวลงจากที่นอนไปปาดคอ ยืนยันไม่ได้ปากเสียงกัน ทั้งนี้ขณะที่ตนออกไปคุยโทรศัพท์กับสามีข้างนอก หลานสาวซึ่งอยู่ในห้องวิ่งกรีดร้องเสียงดังออกมาจากห้อง  จึงวิ่งเข้าไปดูเห็นแม่นั่งคร่อมตัวน้องสาว ใช้ตัวและมือป้องน้องสาวไว้จนถูกแทงที่ข้อมือได้รับบาดเจ็บ ตนก็เข้าไปดึงศีรษะผู้ก่อเหตุออกไม่ให้ทำร้ายน้องสาว พยายามดึงมีดในมือแต่ผู้ก่อเหตุจะแทงตนแต่ไม่โดน ผู้ก่อเหตุ บอกให้ตนออกไปจะฆ่าน้องสาวให้ตาย ไม่อย่างงั้นจะฆ่าตนด้วย ก่อนที่เพื่อนบ้านห้องข้าง ๆ ตะโกนบอกให้ออกมา  ตนจึงวิ่งไปเคาะประตูห้องเพื่อนบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือให้โทรแจ้งตำรวจ กว่าจะมานานมาก          โดยตนวิ่งกลับเข้าไปในห้องดึงมีดออกจากมือผู้ก่อเหตุ แต่ผู้ก่อเหตุก็คว้าอีกด้ามมาถือไว้  คิดว่าน้องาสาวต้องแม่รอดแน่ ๆ แต่ขอนำตัวแม่ออกมาก่อน ตนและแม่พยายามกราบไหว้ผู้ก่อเหตุ ตะโกนบอกไม่ให้ก่อเหตุรุนแรงแต่ก็ไม่ฟัง ผู้ก่อเหตุบอกว่า “ต้องตายด้วยกัน”  เรากำลังจะฉลองวันเกิดครบรอบ 42 ปี ให้น้องสาว ไม่คิดว่าจะมาเหตุการณ์แบบนี้ ตนขับรถมาจากต่างจังหวัดเหมือนเป็นการมาสั่งลาน้องสาวครั้งสุดท้าย ก่อนจะเกิดเหตุน้องสาวมากอดหลานสาวพูดว่า “เจอกันอีกทีปีหน้าหรืออาจจะไม่ได้เจอกัน” กระทั่งเกิดเหตสลดขึ้น คาดว่าสาเหตุจากรื่องหึงหวง       ด้านพี่สาวของผู้ก่อเหตุ  เผยว่า ทางครอบครัวทราบว่าไปแต่งงานอยู่กินกับผู้เสียชีวิต แต่ไม่เคยเจอหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีปัญหาส่วนตัวอะไรกันหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้มาเล่าอะไรให้ฟัง ทราบเพียงว่าทรัพย์สินของเขาหมดไปกับฝ่ายหญิง หลังจากทั้งสองคนแยกทางกัน ผู้ก่อเหตุก็กลับมาอยู่บ้านที่ย่านสีลม แต่ก็เห็นไปมาหาสู่กันตลอด  ตนไม่รู้สาเหตุทำไมเขาถึงก่อเหตุอย่างนี้ ส่วนญาติของผู้เสียชีวิต ครอบครัวของตนก็ไม่เคยเจอหรือพูดคุยกัน ขอโทษครอบครัวเขาด้วย ซึ่งเราก็สูญเสียกันทั้งสองฝ่าย      ขณะที่เพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิต  หลังทราบข่าวพากันเดินทางมาที่คอนโดฯ เกิดเหตุ เผยว่า ทราบว่าทั้งสองคบกันและได้แยกทางกันอยู่นาน ๆ จะมาหากันที ไม่ทราบมีปัญหาอะไรกันซึ่งมันเป็นเรื่องของเขาสองคน เขาคงไม่อยากเล่าให้ใครฟัง แต่ไม่คาดคิดว่าผู้ก่อเหตุ จะเป็นคนโหดร้ายอย่างนี้ มันทำเกินไป       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่าง จนท.กู้ภัย แบกร่างผู้เสียชีวิต ลงมาจากห้องแล้ว ได้มีคนดูแลตึกมาไล่และต่อว่า จนท.กู้ภัยว่า ให้รีบนำศพออกไป สร้างความไม่พอใจให้กับกู้ภัย จนมีปากเสียงกันเล็กน้อยขณะเคลื่อนย้ายศพลงจากตึกขึ้นรถส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลฯ ซึ่งคนดูแลตึกก็บอกว่าไม่ได้ไล่       นายณัชพล แซ่โซ เจ้าหน้ากู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง เผยว่า อยากให้หญิงดูแลตึกคนดังกล่าวเห็นใจบ้าง พวกตนมาช่วยด้วยใจไม่ได้รับเงินสักบาท ทำไมต้องมาไล่หรือพูดจาแบบนี้ ตนแบกศพลงมาจากชั้น 18 ทางบันไดหนีไฟ เนื่องเขาขอไม่ให้ใช้ลิฟท์ พอนำศพขึ้นรถแล้วก็มาไล่อีกให้รีบออกจากพื้นที่ โดยไม่มีคำขอบคุณใด ๆ   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/-LyjJRfvOmA

 11,412
สังคม
31 ธ.ค. 62

หนุ่มทะเลาะแฟนคว้ามีดปาดคอเสียชีวิต ก่อนปีนระเบียงห้องกระโดดตึกฆ่าตัวตาย

หนุ่มมาฉลองวันเกิดให้แฟนสาวที่ห้องพัก แต่ทะเลาะกัน ก่อนคว้ามีดปาดคอแฟนเสียชีวิตในห้องพัก จากนั้นตัดสินใจกระโดดตึกลงมาจากชั้น 18 ฆ่าตัวตายหนีความผิด   วินาทีที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเพื่อนข้างห้องพยายามเจรจาให้ชายคนนี้ลงมาจากระเบียงคอนโด หลังเขาบันดาลโทสะใช้มีดแทงแฟนสาวอาการสาหัส นอนจมกองเลือดอยู่ในห้องพัก แต่ดูเหมือนชายคนนี้จะไม่สนใจ และอยู่ในอาการสับสน ในมือถือโทรศัพท์มือถืออยู่ แต่ไม่ยอมพูดกับใคร เจ้าหน้าที่พยายามเจรจาอยู่นานร่วมชั่วโมง แต่ไม่เป็นผล สุดท้ายอาศัยจังหวะที่ชายคนนี้เผลอ บุกเข้าตะครุบตัว แต่ไม่ทัน    ตอนที่ตำรวจตะครุบตัว สุดท้ายชายคนนี้ตกลงมาจากชั้น 18 ของคอนโด ตกลงที่ป่าหญ้าด้านหลัง อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพต้องปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ภายในซอยเทอดไท 33 ถนนเทอดไท แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพ    ขณะที่ภายในห้องพัก พบร่างของแฟนสาวของชายคนดังกล่าวนอนจมกองเลือด สภาพสวมเสื้อชั้นในเพียงตัวเดียว และสวมกางเกงขาสั้นสีดำ มีบาดแผลโดนแทงตามร่างกายหลายแห่ง ไม่รู้สึกตัว เจ้าหน้าที่กู้ชีพพยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิต แต่เสียเลือดมาก จึงเสียชีวิตภายในห้องที่เกิดเหตุ   พันตำรวจเอก สายชล ปัญจชัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบุคคโล เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุหญิงสาวชวนแฟนหนุ่มมาฉลองวันเกิดในห้องพัก แต่เกิดมีปากเสียงกัน จึงใช้มีดปาดคอ ซึ่งขณะเกิดเหตุลูกของหญิงสาวเห็นเหตุการณ์ด้วยจึงวิ่งออกไปบอกป้าที่อยู่ห้องถัดไป เมื่อเข้ามาดูพบว่าหญิงสาวนอนหายใจรวยรินอยู่ที่ประตูหลังห้อง ส่วนผู้ชายปีนระเบียงเตรียมกระโดดตึกแล้ว ก่อนจะเกิดเหตุสลด

 6,869
สังคม-อาชญากรรม
30 ธ.ค. 62

แม่เครียดปัญหาหนี้สิน ผสมน้ำยาล้างห้องน้ำกับน้ำแดงดื่มตายพร้อมลูกสาว ด้านลูกชาย 7 ขวบดื่มแต่อ้วกออกจึงรอด

จากกรณีแม่นำน้ำยาล้างห้องน้ำผสมน้ำแดงใส่ขวดให้ลูกดื่ม หวังฆ่าตัวตายทั้งยกบ้าน โดยแม่กับลูกสาววัย 17 นอนตายน้ำลายฟูมปากในห้องนอน ส่วนลูกชายคนเล็กวัย 7 ขวบ ดื่มแต่บ้วนทิ้งจึงรอดชีวิต พบเขียนจดหมายลาตายเครียดปัญหาเรื่องหนี้สิน เหตุเกิดภายในบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านย่านบางคูรัด หมู่ 3 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี    น้องมีน อายุ 20 ปี ลูกสาวคนโตเผยว่า เช้าของวันที่ 28 ธ.ค. พ่อทำธุระอยู่ จ.ตาก ได้โทรมาหาตนบอกว่าโทรหาแม่ไม่ติด ไม่มีใครรับสาย แต่ได้วีดีโอคอลหาน้องชายคนเล็ก เห็นว่าแม่นอนน้ำลายฟูมปากอยู่ ตนจึงรีบไปหาแม่ที่บ้าน เมื่อไปถึงก็เห็นว่าน้องชาย นั่งเล่นไอแพดอยู่ชั้นล่าง จึงถามว่าแม่อยู่ไหน น้องบอกว่าแม่นอนอยู่ยังไม่ตื่น ตนเลยรีบวิ่งขึ้นไปดูบนห้องนอนชั้น 2  พบว่า แม่กับน้องสาวนอนน้ำลายฟูมปากอยู่ ทั้งคู่นอนใกล้ๆ กัน มือของแม่วางอยู่ข้างมือ ของน้องสาว ตอนนั้นทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว     ตนสอบถามน้องชาย เล่าว่า แม่ได้ชงน้ำสีแดงให้น้องดื่มก่อนคนแรก น้องก็ดื่มแต่กลิ่นมันฉุนมาก เลยวิ่งไปบ้วนทิ้งในห้องน้ำ จนถูกน้ำยาล้างห้องน้ำกัดปากขาวซีด แต่แม่กับพี่สาวดื่มไปเยอะมาก วันเกิดเหตุตนไปอาศัยอยู่หอพัก ส่วนแม่ น้องสาววัย 17 ปี และน้องชายคนเล็กวัย 7 ขวบ อาศัยอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุด้วยกัน 3 คน   “ที่ผ่านมาไม่ทราบเลยว่าที่บ้านมีปัญหาอะไร เพราะแม่ไม่ค่อยโทรมาเล่าให้ฟัง และไม่มีลาง สังหรณ์อะไรเลย เพียงแค่คุยไลน์กันตามปกติ แม่บอกว่า พ่อจะกลับมาตอนเย็นเท่านั้น ส่วนตัวคิดว่า ปัญหาที่มีนั้นน่าจะเป็นเรื่องหนี้สิน”   นอกจากนี้ภายในห้องพบจดหมายเขียนลาตายข้อความว่า “แขกขอโทษสำหรับทุกอย่าง แขกไม่ มีทางเลือกจริง แขกสัญญากับพี่แล้วว่าจะไม่ยืมหนี้สิน แขกก็ทำไม่ได้ สร้างแต่เรื่องให้พี่ตลอด วันนี้แขกขอเลือกทางออกที่ดีสำหรับทุกคน ฝากมีนมันด้วย(ลูกสาวคนโต) กัสด้วยนะ(ลูก ชายคนเล็ก) แขกขอโทษที่เป็นเมียที่ไม่ดีให้ความสุขพี่ไม่ได้ขอโทษ เอาแขกกับลูกไปอยู่กับพ่อแม่นะ"   ตรวจสอบเฟซบุ๊กของผู้ตายมีหลายข้อความที่โพสต์ตัดพ้อชีวิต เช่น คนที่เขาตายไปแล้วคงจะสบายจริงๆไม่ต้องรับรู้เรื่องเยอะแย่ ๆ อยากจะหลับแบบไม่ต้องตื่นมาอีกเลย   ด้านนางสาวน้อย  เพื่อนของผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเรื่องเห็นผู้ตายโพสต์ตัดพ้อชีวิตจึงโทรหาแต่  ไม่รับโทรศัพท์ ไม่คิดว่าเขาจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย พอทราบข่าวก็ตกใจ ทุกครั้งเวลาผู้ตายโพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อ ตนก็จะโทรมาถามว่าเป็นอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าและให้กำลังใจ ที่ผ่านมาทราบว่า ผู้ตายเครียดเรื่องหนี้สินแต่ก็แก้ปัญหาไปบางส่วนแล้ว เคยนำบ้านไปรีไฟแนนซ์ได้เงินมาล้านกว่าบาท เพื่อใช้จ่ายในครอบครัวและใช้ส่วนตัว นำเงินก้อนนี้ให้สามีไปปิดหนี้ และตกลงกับสามีว่าจะไม่ไปสร้างหนี้อีก ส่วนไปกู้ยืมเงินนอกระบบมาจากที่ไหนอีกหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ  แต่ผู้ตายเคยมาขอยืมเงินตน 5,000 บาท แต่ก็ยกให้เป็นของขวัญปีใหม่   ขณะที่นางคำพลอย อายุ 65 ปี แม่ของผู้ตายหลังทราบข่าวได้เดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น นั่งร่ำไห้กอดศพลูกสาวกับหลานแทบขาดใจ เผยว่า พอทราบข่าวแทบช็อก ที่ผ่านมาลูกสาวไม่เคยเล่าปัญหาอะไรให้ฟัง คิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องหนี้สินเพราะเคยไปกู้หนี้นอก ระบบมาหลักแสนบาท ก่อนหน้านี้ลูกสาวโทรมาหาเล่าให้ฟังว่า ฝันว่าฟันหน้าตัวเองหัก แล้ว พอจะไปอาบน้ำจิ้งจกก็ตกลงมาใส่หัวแล้วตาย ตนบอกลูกสาวว่า ฝันร้ายขอให้กลายเป็นดีนะลูก   ล่าสุดลูกสาวโทรมาหาเมื่อวันที่ 27 ที่ผ่านมา บอกว่า ค่ำแล้วจะกินยานอน เพราะขี่มอเตอร์ไซค์แล้วล้ม ขาเป็นแผล ปกติแล้วเวลาลูกสาวเป็นอะไร หรือไม่สบายใจ อะไรจะไม่ค่อยเล่าอะไรให้ฟัง ลูกสาวบอกปีใหม่นี้ไม่ได้กลับบ้านเพราะไม่มีเงิน ตนบอกว่าถ้าไม่มีเงินเดี๋ยวแม่จะไปหาเอง กระทั่งมาเกิดเหตุนี้ขึ้น ต้องมารับศพลูกสาวและหลานสาวรอนำกระดูกกลับบ้านที่ขอนแก่น ไม่คิดว่าลูกสาวจะคิดสั้นแบบนี้  ลูกสาวเคยบอกกับครอบครัวว่า ต่อไปนี้จะไม่ไปก่อหนี้อีกและได้ไปสาบานกับหลวงพ่อโสธร ว่าจะไม่กลับไปก่อหนี้ยืมสินใครอีก หากผิดคำสาบานจะขอให้มีอันเป็นไป นี่ยังไม่ถึงสามเดือนเลย ลูกสาวก็มาตายและคิดว่าลูกน่าจะผิดคำสาบานจึงทำให้เกิดเหตุขึ้น   ด้านสามีของผู้ตาย เผยว่า ที่ผ่านมาภรรยามีหนี้สินมากมาย แต่ก็ได้ใช้ไปหมดแล้ว ภรรยาบอกว่า จะไม่สร้างหนี้อีก ตอนนี้ตนก็ไม่ทราบว่าหนี้สินตอนนี้มีเท่าไหร่ ก่อนที่จะเกิดเรื่องตนกลับบ้านที่ จ.ตาก แล้วที่บ้านก็อยู่กันแค่ 3 คน ในคืนวันที่ 27 ธ.ค. ตนนอนอยู่รู้สึกแปลก ๆ เหมือนผีอำ นอนไม่หลับ ไม่สบายใจอะไรบางอย่าง พอรุ่งเช้าตัดสินใจโทรหาภรรยาแต่ไม่มีใครรับ จึงได้โทรหาลูกสาวคนโตให้รีบไปดูที่บ้าน กระทั่งพบเป็นศพดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-BZLNyH2N8I

 11,910
อาชญากรรม
30 ธ.ค. 62

แม่เครียดปัญหาหนี้สิน ผสมน้ำยาล้างห้องน้ำกับน้ำแดงดื่มตายพร้อมลูกสาว ด้านลูกชาย 7 ขวบดื่มแต่อ้วกออกจึงรอด

จากกรณีแม่นำน้ำยาล้างห้องน้ำผสมน้ำแดงใส่ขวดให้ลูกดื่ม หวังฆ่าตัวตายทั้งยกบ้าน โดยแม่กับลูกสาววัย 17 นอนตายน้ำลายฟูมปากในห้องนอน ส่วนลูกชายคนเล็กวัย 7 ขวบ ดื่มแต่บ้วนทิ้งจึงรอดชีวิต พบเขียนจดหมายลาตายเครียดปัญหาเรื่องหนี้สิน เหตุเกิดภายในบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านย่านบางคูรัด หมู่ 3 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี    น้องมีน อายุ 20 ปี ลูกสาวคนโตเผยว่า เช้าของวันที่ 28 ธ.ค. พ่อทำธุระอยู่ จ.ตาก ได้โทรมาหาตนบอกว่าโทรหาแม่ไม่ติด ไม่มีใครรับสาย แต่ได้วีดีโอคอลหาน้องชายคนเล็ก เห็นว่าแม่นอนน้ำลายฟูมปากอยู่ ตนจึงรีบไปหาแม่ที่บ้าน เมื่อไปถึงก็เห็นว่าน้องชาย นั่งเล่นไอแพดอยู่ชั้นล่าง จึงถามว่าแม่อยู่ไหน น้องบอกว่าแม่นอนอยู่ยังไม่ตื่น ตนเลยรีบวิ่งขึ้นไปดูบนห้องนอนชั้น 2  พบว่า แม่กับน้องสาวนอนน้ำลายฟูมปากอยู่ ทั้งคู่นอนใกล้ๆ กัน มือของแม่วางอยู่ข้างมือ ของน้องสาว ตอนนั้นทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว     ตนสอบถามน้องชาย เล่าว่า แม่ได้ชงน้ำสีแดงให้น้องดื่มก่อนคนแรก น้องก็ดื่มแต่กลิ่นมันฉุนมาก เลยวิ่งไปบ้วนทิ้งในห้องน้ำ จนถูกน้ำยาล้างห้องน้ำกัดปากขาวซีด แต่แม่กับพี่สาวดื่มไปเยอะมาก วันเกิดเหตุตนไปอาศัยอยู่หอพัก ส่วนแม่ น้องสาววัย 17 ปี และน้องชายคนเล็กวัย 7 ขวบ อาศัยอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุด้วยกัน 3 คน   “ที่ผ่านมาไม่ทราบเลยว่าที่บ้านมีปัญหาอะไร เพราะแม่ไม่ค่อยโทรมาเล่าให้ฟัง และไม่มีลาง สังหรณ์อะไรเลย เพียงแค่คุยไลน์กันตามปกติ แม่บอกว่า พ่อจะกลับมาตอนเย็นเท่านั้น ส่วนตัวคิดว่า ปัญหาที่มีนั้นน่าจะเป็นเรื่องหนี้สิน”   นอกจากนี้ภายในห้องพบจดหมายเขียนลาตายข้อความว่า “แขกขอโทษสำหรับทุกอย่าง แขกไม่ มีทางเลือกจริง แขกสัญญากับพี่แล้วว่าจะไม่ยืมหนี้สิน แขกก็ทำไม่ได้ สร้างแต่เรื่องให้พี่ตลอด วันนี้แขกขอเลือกทางออกที่ดีสำหรับทุกคน ฝากมีนมันด้วย(ลูกสาวคนโต) กัสด้วยนะ(ลูก ชายคนเล็ก) แขกขอโทษที่เป็นเมียที่ไม่ดีให้ความสุขพี่ไม่ได้ขอโทษ เอาแขกกับลูกไปอยู่กับพ่อแม่นะ"   ตรวจสอบเฟซบุ๊กของผู้ตายมีหลายข้อความที่โพสต์ตัดพ้อชีวิต เช่น คนที่เขาตายไปแล้วคงจะสบายจริงๆไม่ต้องรับรู้เรื่องเยอะแย่ ๆ อยากจะหลับแบบไม่ต้องตื่นมาอีกเลย   ด้านนางสาวน้อย  เพื่อนของผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเรื่องเห็นผู้ตายโพสต์ตัดพ้อชีวิตจึงโทรหาแต่  ไม่รับโทรศัพท์ ไม่คิดว่าเขาจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย พอทราบข่าวก็ตกใจ ทุกครั้งเวลาผู้ตายโพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อ ตนก็จะโทรมาถามว่าเป็นอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าและให้กำลังใจ ที่ผ่านมาทราบว่า ผู้ตายเครียดเรื่องหนี้สินแต่ก็แก้ปัญหาไปบางส่วนแล้ว เคยนำบ้านไปรีไฟแนนซ์ได้เงินมาล้านกว่าบาท เพื่อใช้จ่ายในครอบครัวและใช้ส่วนตัว นำเงินก้อนนี้ให้สามีไปปิดหนี้ และตกลงกับสามีว่าจะไม่ไปสร้างหนี้อีก ส่วนไปกู้ยืมเงินนอกระบบมาจากที่ไหนอีกหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ  แต่ผู้ตายเคยมาขอยืมเงินตน 5,000 บาท แต่ก็ยกให้เป็นของขวัญปีใหม่   ขณะที่นางคำพลอย อายุ 65 ปี แม่ของผู้ตายหลังทราบข่าวได้เดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น นั่งร่ำไห้กอดศพลูกสาวกับหลานแทบขาดใจ เผยว่า พอทราบข่าวแทบช็อก ที่ผ่านมาลูกสาวไม่เคยเล่าปัญหาอะไรให้ฟัง คิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องหนี้สินเพราะเคยไปกู้หนี้นอก ระบบมาหลักแสนบาท ก่อนหน้านี้ลูกสาวโทรมาหาเล่าให้ฟังว่า ฝันว่าฟันหน้าตัวเองหัก แล้ว พอจะไปอาบน้ำจิ้งจกก็ตกลงมาใส่หัวแล้วตาย ตนบอกลูกสาวว่า ฝันร้ายขอให้กลายเป็นดีนะลูก   ล่าสุดลูกสาวโทรมาหาเมื่อวันที่ 27 ที่ผ่านมา บอกว่า ค่ำแล้วจะกินยานอน เพราะขี่มอเตอร์ไซค์แล้วล้ม ขาเป็นแผล ปกติแล้วเวลาลูกสาวเป็นอะไร หรือไม่สบายใจ อะไรจะไม่ค่อยเล่าอะไรให้ฟัง ลูกสาวบอกปีใหม่นี้ไม่ได้กลับบ้านเพราะไม่มีเงิน ตนบอกว่าถ้าไม่มีเงินเดี๋ยวแม่จะไปหาเอง กระทั่งมาเกิดเหตุนี้ขึ้น ต้องมารับศพลูกสาวและหลานสาวรอนำกระดูกกลับบ้านที่ขอนแก่น ไม่คิดว่าลูกสาวจะคิดสั้นแบบนี้  ลูกสาวเคยบอกกับครอบครัวว่า ต่อไปนี้จะไม่ไปก่อหนี้อีกและได้ไปสาบานกับหลวงพ่อโสธร ว่าจะไม่กลับไปก่อหนี้ยืมสินใครอีก หากผิดคำสาบานจะขอให้มีอันเป็นไป นี่ยังไม่ถึงสามเดือนเลย ลูกสาวก็มาตายและคิดว่าลูกน่าจะผิดคำสาบานจึงทำให้เกิดเหตุขึ้น   ด้านสามีของผู้ตาย เผยว่า ที่ผ่านมาภรรยามีหนี้สินมากมาย แต่ก็ได้ใช้ไปหมดแล้ว ภรรยาบอกว่า จะไม่สร้างหนี้อีก ตอนนี้ตนก็ไม่ทราบว่าหนี้สินตอนนี้มีเท่าไหร่ ก่อนที่จะเกิดเรื่องตนกลับบ้านที่ จ.ตาก แล้วที่บ้านก็อยู่กันแค่ 3 คน ในคืนวันที่ 27 ธ.ค. ตนนอนอยู่รู้สึกแปลก ๆ เหมือนผีอำ นอนไม่หลับ ไม่สบายใจอะไรบางอย่าง พอรุ่งเช้าตัดสินใจโทรหาภรรยาแต่ไม่มีใครรับ จึงได้โทรหาลูกสาวคนโตให้รีบไปดูที่บ้าน กระทั่งพบเป็นศพดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-BZLNyH2N8I

 11,910
ต่างประเทศ
29 ธ.ค. 62

สลด ชายวัย 31 กระโดดตึกฆ่าตัวตาย ร่างร่วงทับ นร.มัธยม ที่เดินอยู่ด้านล่าง ดับ 2

จีน - ชายอายุ 31 ปี ตัดสินใจกระโดดลงจากตึกเพื่อฆ่าตัวตาย แต่ปรากฎว่าข้างล่างนั้น มีเด็กมัธยม 2 ราย เดินอยู่ ทำให้ร่างของชายวัย 31 ร่วงทับนักเรียนมัธยมจนเสียชีวิตทั้ง 2 ราย เป็นเหตุให้เหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย รวมถึงชายที่กระโดดตึกด้วย ด้านครอบครัวระบุว่า รู้สึกหัวใจสลายเป็นอย่างยิ่ง เพราะหนึ่งในนั้นเป็นลูกคนเดียวของที่บ้าน

 86,717
สังคม-อาชญากรรม
29 ธ.ค. 62

ปัญหาหนี้สิน! แม่เครียดกินยาฆ่าตัวตาย วางยาลูกสาวดับ ลูกชาย 7 ขวบ รอด

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. พ.ต.ท.วันวิเศษ จัดวัฒนะ พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในบ้านบ้านหลังหนึ่ง ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อต่อมา คือนางกุลภรณ์ อายุ 39 ปี และ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ทั้ง 2 คน เป็นแม่ลูกกัน โดยในที่เกิดเหตุได้พบจดหมายด้วย   จากการสอบถามลูกสาวของนางกุลภรณ์ วัย 20 ปี ซึ่งเป็นผู้พบศพ ให้การว่า ผู้เป็นแม่ อยู่บ้านกับน.ส.เอ น้องสาวกับน้องชายตน วัย 7 ปี รวม 3 คน โดยตนได้โทรหาแม่แต่ไม่มีผู้ใดรับสาย จึงได้เดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าว ปรากฎว่า แม่และน้องสาวได้เสียชีวิตแล้ว ส่วนน้องชายปลอดภัยดี   จากการสอบถามน้องชาย ทราบว่า เมื่อคืนนี้แม่ได้นำน้ำสีชมพูคล้ายนมเย็นมาให้ตนและพี่สาวกิน แต่ตนไม่ได้กิน มีเพียงแม่และพี่สาวที่กินเข้าไป แล้วตนก็ได้นอนหลับไปพอตื่นเช้าขึ้นมา ปลุกแม่เพื่อมาทำอาหารให้กินแต่แม่ก็ไม่ตื่น ตนจึงได้ออกมากินข้าวนอกบ้าน    นอกจากนี้ จากการสอบถามเพื่อนบ้านให้การว่าเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2562  ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ได้พบปะพูดคุยกับผู้ตาย จนกระทั่ง มาทราบข่าววันนี้ว่าเสียชีวิตแล้ว   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นการการกินยาฆ่าตัวตาย เนื่องจากในที่เกิดเหตุมีกลิ่นฉุนอย่างรุนแรงฟุ้งทั่วห้อง และผู้เสียชีวิตมีอาการนำลายฟูมปาก หลังจากนี้ จะนำส่งตรวจชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/DPH1dF-zcAQ  

 25,491
ข่าวภูมิภาค
28 ธ.ค. 62

สามีตกงานเครียดทะเลาะภรรยา โมโหจับหัวกระแทกพื้นดับ ก่อนดิ่งสะพานลอยฆ่าตัวตาย

ฉะเชิงเทรา - เกิดเหตุผู้เสียชีวิตถูกฆาตกรรมภายในห้องเช่า อ.บางปะกง จุดเกิดเหตุเป็นห้องแถวปูนชั้นเดียว เป็นห้องเลขที่12 เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบร่างหญิง อายุ 56 ปี นอนเสียชีวิตลักษณะนอนหงายจมกองเลือดอยู่กลางห้อง    ภายในห้องห้องยังพบข้าวของกระจัดกระจาย และมีคราบเลือดเปื้อนพื้นห้องอีกหลายจุด ชันสูตรที่ศีรษะลักษณะปูดบวมฝั่งขวา จมูกหัก ริมฝีปากแตก เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 16 ชั่วโมง จึงนำร่างส่งชันสูตรที่นิติเวชต่อไป    สอบสวนลูกชายผู้ตาย ให้การว่า มารดาได้พักอยู่กับสามีใหม่ โดยที่สามีนั้นตกงานไม่มีงานทำ เวลากินเหล้าด้วยกัน แม่มักจะพูดเรื่องที่สามีไม่ยอมไปหางานทำทำให้มีปากเสียงกันบ้าง แต่เคยเตือนแม่ว่าเวลากินเหล้ากับพ่อเลี้ยงกันสองคนห้ามพูดเรื่องนี้เพราะเกรงว่าพ่อเลี้ยงจะทะเลาะกับแม่และทำร้ายแม่    จนวันนี้ช่วง11.00 น.ตนกับมาจากทำงานก็รีบกับมาที่ห้องเพื่อหาแม่ แล้วจะขอนอนพักแต่พอไขกุญแจเปิดห้องมาก็พบว่าแม่นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กลางห้อง จึงรีบเข้าไปประคองร่างจับแม่หงายขึ้นก็พบว่าแม่เสียชีวิตแล้วก่อนจะรีบแจ้งตำรวจ    เพื่อข้างห้อง บอกว่า เมื่อคืนได้ยินเสียงผู้ตายทะเลาะกับสามีแล้วตะโกนร้องช่วยด้วย ช่วยด้วย อยู่ไม่นานเสียงก็เงียบไปแต่ไม่มีใครเข้าไปยุ่งเพราะเป็นเรื่องผัวเมีย จนมารู้ช่วงที่ลูกชายมาพบว่าถูกฆ่าแล้ว    เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายถูกสามีจับศีรษะกระแทกพื้นจนเสียชีวิต ส่วนสามีหลังก่อเหตุแล้วได้หนีออกจาห้อง แล้วไปที่สะพานลอยคนข้าม ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ขาเข้ากทม. ก่อนจะกระโดดสะพานลอยลงมาฆ่าตัวตาย เมื่อช่วงเวลา 22.30น. วันที่ 26 ธ.ค.    โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะกง เข้าตรวจสอบเหตุคนพลัดตกจากสะพานลอยคนข้าม บนถนนเทพรัตน(บางนา-ตราด) ช่องคู่ขนาน ขาเข้ากทม. หมู่1 ต.บางวัว อ.บางปะกง พบร่างสามีได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสนอนหมดสติไม่มีชีพจร เจ้าหน้าที่ได้ทำการปั๊มหัวใจแต่สุดท้ายก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบบนสะพานพบขวดเครื่องดื่มชูกำลังมีกลิ่นเหล้าขาวตกแตกอยู่และพบรอยนิ้วมือที่ราวสะพาน1ข้าง จึงถ่ายภาพเก็บหลักฐาน    สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่าขณะที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ลอดใต้สะพานลอยจะเลี้ยวเข้าถนนคนเดิน ก็ได้ยินเสียงดังตุ๊บมาจากด้านหลังจึงหันไปดูก็พบว่ามีคนตกลงมาจากสะพานลอยแล้ว แล้วยังมีผู้หญิงที่อีกคนที่ขี่ย้อนศรมาพอถึงที่เกิดเหตุก็เห็นชายคนดังกล่าวตกลงมาต่อหน้าต่อตาทำให้ต้องรีบขี่รถกลับบ้านทันที ซึ่งที่แรกมีการสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากความเมาแล้วนั่งบนราวสะพานเกิดพลัดตกลงมา หรือเป็นการตั้งใจฆ่าตัวตาย    ทางตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุพบนาฬิกาข้อมือของผู้ตายมีคราบเลือดแห้งกรังเปื้อนอยู่ที่นาฬิกาซึ่งกระเด็นห่างจากศพประมาณ 4 เมตร และที่แขนซ้ายมีคราบเลือดเปื้อนอยู่ ทางตำรวจจึงถ่ายรูปและเก็บเป็นหลักฐานเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอว่าเลือดที่พบเป็นเลือดของภรรยาหรือไม่     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/YOTUU3bDiI8

 15,410
อาชญากรรม
28 ธ.ค. 62

สามีตกงานเครียดทะเลาะภรรยา โมโหจับหัวกระแทกพื้นดับ ก่อนดิ่งสะพานลอยฆ่าตัวตาย

ฉะเชิงเทรา - เกิดเหตุผู้เสียชีวิตถูกฆาตกรรมภายในห้องเช่า อ.บางปะกง จุดเกิดเหตุเป็นห้องแถวปูนชั้นเดียว เป็นห้องเลขที่12 เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบร่างหญิง อายุ 56 ปี นอนเสียชีวิตลักษณะนอนหงายจมกองเลือดอยู่กลางห้อง    ภายในห้องห้องยังพบข้าวของกระจัดกระจาย และมีคราบเลือดเปื้อนพื้นห้องอีกหลายจุด ชันสูตรที่ศีรษะลักษณะปูดบวมฝั่งขวา จมูกหัก ริมฝีปากแตก เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 16 ชั่วโมง จึงนำร่างส่งชันสูตรที่นิติเวชต่อไป    สอบสวนลูกชายผู้ตาย ให้การว่า มารดาได้พักอยู่กับสามีใหม่ โดยที่สามีนั้นตกงานไม่มีงานทำ เวลากินเหล้าด้วยกัน แม่มักจะพูดเรื่องที่สามีไม่ยอมไปหางานทำทำให้มีปากเสียงกันบ้าง แต่เคยเตือนแม่ว่าเวลากินเหล้ากับพ่อเลี้ยงกันสองคนห้ามพูดเรื่องนี้เพราะเกรงว่าพ่อเลี้ยงจะทะเลาะกับแม่และทำร้ายแม่    จนวันนี้ช่วง11.00 น.ตนกับมาจากทำงานก็รีบกับมาที่ห้องเพื่อหาแม่ แล้วจะขอนอนพักแต่พอไขกุญแจเปิดห้องมาก็พบว่าแม่นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กลางห้อง จึงรีบเข้าไปประคองร่างจับแม่หงายขึ้นก็พบว่าแม่เสียชีวิตแล้วก่อนจะรีบแจ้งตำรวจ    เพื่อข้างห้อง บอกว่า เมื่อคืนได้ยินเสียงผู้ตายทะเลาะกับสามีแล้วตะโกนร้องช่วยด้วย ช่วยด้วย อยู่ไม่นานเสียงก็เงียบไปแต่ไม่มีใครเข้าไปยุ่งเพราะเป็นเรื่องผัวเมีย จนมารู้ช่วงที่ลูกชายมาพบว่าถูกฆ่าแล้ว    เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายถูกสามีจับศีรษะกระแทกพื้นจนเสียชีวิต ส่วนสามีหลังก่อเหตุแล้วได้หนีออกจาห้อง แล้วไปที่สะพานลอยคนข้าม ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ขาเข้ากทม. ก่อนจะกระโดดสะพานลอยลงมาฆ่าตัวตาย เมื่อช่วงเวลา 22.30น. วันที่ 26 ธ.ค.    โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะกง เข้าตรวจสอบเหตุคนพลัดตกจากสะพานลอยคนข้าม บนถนนเทพรัตน(บางนา-ตราด) ช่องคู่ขนาน ขาเข้ากทม. หมู่1 ต.บางวัว อ.บางปะกง พบร่างสามีได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสนอนหมดสติไม่มีชีพจร เจ้าหน้าที่ได้ทำการปั๊มหัวใจแต่สุดท้ายก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบบนสะพานพบขวดเครื่องดื่มชูกำลังมีกลิ่นเหล้าขาวตกแตกอยู่และพบรอยนิ้วมือที่ราวสะพาน1ข้าง จึงถ่ายภาพเก็บหลักฐาน    สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่าขณะที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ลอดใต้สะพานลอยจะเลี้ยวเข้าถนนคนเดิน ก็ได้ยินเสียงดังตุ๊บมาจากด้านหลังจึงหันไปดูก็พบว่ามีคนตกลงมาจากสะพานลอยแล้ว แล้วยังมีผู้หญิงที่อีกคนที่ขี่ย้อนศรมาพอถึงที่เกิดเหตุก็เห็นชายคนดังกล่าวตกลงมาต่อหน้าต่อตาทำให้ต้องรีบขี่รถกลับบ้านทันที ซึ่งที่แรกมีการสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากความเมาแล้วนั่งบนราวสะพานเกิดพลัดตกลงมา หรือเป็นการตั้งใจฆ่าตัวตาย    ทางตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุพบนาฬิกาข้อมือของผู้ตายมีคราบเลือดแห้งกรังเปื้อนอยู่ที่นาฬิกาซึ่งกระเด็นห่างจากศพประมาณ 4 เมตร และที่แขนซ้ายมีคราบเลือดเปื้อนอยู่ ทางตำรวจจึงถ่ายรูปและเก็บเป็นหลักฐานเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอว่าเลือดที่พบเป็นเลือดของภรรยาหรือไม่     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/YOTUU3bDiI8

 15,410
อาชญากรรม
28 ธ.ค. 62

สามีใหม่ฆ่าโหดภรรยาดับคาห้องเช่า ก่อนดิ่งสะพานลอยตายหนีความผิด

ฉะเชิงเทรา - พบศพหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในห้องเช่าในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวชั้นเดียว ภายในห้องพบศพหญิง อายุ 56 ปี นอนหงายจมกองเลือดอยู่กลางห้องพัก สภาพศพสวมเสื้อสีขาวเปื้อนคราบเลือด กางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลศีรษะปูดบวม จมูกหัก ริมฝีปากแตก เสียชีวิตแล้วประมาณ 16 ชั่วโมง   สอบสวนลูกชายผู้ตายให้การว่า แม่พักอยู่กับสามีใหม่ อายุ 57 ปี โดยสามีใหม่  ตกงานไม่มีงานทำ ก่อนแม่เสียชีวิตตนไปทำงาน เมื่อกลับมาบ้านไม่เห็นแม่จึงเข้าไปดูในห้องพบแม่นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนสามีใหม่  หายตัวไป ที่ผ่านแม่เคยบอกอย่า พูดเรื่องตกงานกับนายบุตรผัน เนื่องจากมักจะเครียด   ขณะที่พยานข้างห้อง ระบุว่า ช่วงกลางคืนได้ยินเสียงผู้ตายทะเลาะกับสามีแล้วตะโกนช่วยด้วย ไม่นานเสียงก็เงียบไป แต่ไม่มีใครเข้าไปยุ่งเพราะเป็นเรื่องผัวเมีย   ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า สามีใหม่  ไม่ได้หนีไปไหน แต่พลัดตกสะพานลอยข้ามถนนเสียชีวิตไปแล้ว โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.00 น. ร.ต.อ.สุริยา ภูมิวัฒน์ รองสว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง รับแจ้งพบศพชายพลัดตดสะพานลอยข้ามถนนเทพรัตน หรือ บางนา-ตราด ก.ม.41 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.สมุทรปราการ   เมื่อไปตรวจสอบ พบศพสามีใหม่  อายุ 57 ปี จากการตรวจสอบบนสะพาน พบขวดเครื่องดื่มชูกำลังมีกลิ่นเหล้าขาวตกแตกอยู่ และรอยนิ้วมือที่ราวสะพาน   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาด สามีใหม่  มีปากเสียงกับภรรยา ภายในห้องพักก่อนลงมือทำร้ายจนเสียชีวิต จากนั้นออกจากห้องมากระโดดสะพานลอยฆ่าตัวตายหนีความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/PrQuzt9oEsA

 7,510
ต่างประเทศ
27 ธ.ค. 62

ข่าวเศร้าราชวงศ์นอร์เวย์ อดีตพระสวามีของเจ้าหญิงมาร์ธา ตัดสินใจปลิดชีพในวัย 47 ปี

นอร์เวย์ - เกิดเรื่องเศร้าของราชวงศ์ เมื่อผู้จัดการของนายอารี เบห์น อดีตพระสวามีของเจ้าหญิงมาร์ธา ออกมายืนยันว่า ตัดสินใจปลิดชีพตนเอง ในวัย 47 ปี หลังหย่าได้ 3 ปี สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับครอบครัวและราชวงศ์นอร์เวย์เป็นอย่างยิ่ง   ขณะที่ สมเด็จในพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ พระราชบิดาของเจ้าหญิงมาร์ธา ได้แสดงความเสียพระทัยอย่างสุดซึ้ง ต่อการด่วนจากไปของนายอารี เบห์น  

 24,487
สรุปข่าว
25 ธ.ค. 62

เสิร์ฟส่งท้าย 10 ประเด็นซุบซิบบันเทิงแห่งปี 2019!

ส่งท้ายเป็นประจำทุกปีกับข่าวซุปซิบบันเทิง ที่รวบรวมมาทุกอารมณ์ทั้ง แฮปปี้ ดราม่า ประเด็นเด็ด เผ็ดร้อน ที่เกิดขึ้นในปี 2019 มาถึง 10 ข่าวด้วยกัน     ประเด็นดราม่าของอดีตคู่รัก ‘พีช พชร’ กับ ‘แพทริเซีย กู๊ด’ กลายเป็นกระแสร้อนแรงในวงการบันเทิง สำหรับเรื่องรักร้าวของ ‘พีช พชร’ กับ ‘แพทริเซีย กู๊ด’ ที่ตอนแรกก็เหมือนจะเหมือนเป็นแค่ข่าวลือเพราะหนุ่มพีช ออกโรงมาปัดข่าว พร้อมยืนยันยังรักกันดี ก่อนจะออกมาเผยความจริงชัดเจนอีกครั้งว่าได้เลิกรากับแฟนสาว แพทริเซีย   แผลเก่ายังไม่หาย แผลใหม่ก็ตามมาไม่หยุด เพราะหลังจากนั้นหนุ่มพีชโดนมือดีแฮกไอจี  จนต้องแจ้งความดำเนินคดีกันเลยทีเดียว ทางสาวแพทหลังจากออกมาโต้เรื่องคบซ้อนกับหนุ่ม น็อต แต่ดันมีรูปหลุดวอนเน็ต แถมมี #ไม่สนิทอย่าติดหมี เจ้าตัวได้ออกมายืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้คบซ้อนหรือนอกใจ แต่เป็นการเปิดใจคุยหลังจากเลิกรากับหนุ่มพีชแล้ว   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/150928     สัมภาษณ์หนังคนละม้วน! ‘เบลล่า’ ไม่เคยรู้จัก ‘ชิง ชิง’ ยิ้มแจง ไม่ได้ซี คนเราน่าจะรู้อะไรควรหรือไม่ไม่ควรทำ เป็นข่าวเม้าท์ สำหรับพระเอกตัวจริงของสาวเบลล่า ราณี อย่างหนุ่ม เวียร์ ศุกลวัฒน์ ที่กล่าวหาว่ากำลังคบซ้อนอยู่กับนางเอกหน้าใหม่ ชิงชิง คริษฐา ที่ชาวเน็ตจับสังเกตุว่าภาพต่างๆ ที่นางเอกคนนี้โพสต์ มีหลายที่ หลายมุม เหมือนกัน หลังจากนั้นสาวชิงชิงได้ออกมาสัมภาษณ์ว่า ยืนยันว่าเธอกับ เวียร์เป็นแค่พี่น้องที่ทำงานร่วมกัน และยังบอกว่าเวลาไปออกทริป เบลล่าก็ไปด้วยกันทุกที่   เมื่อถึงคราวสาว เบลล่า ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ กลับเป็นหนังคนละม้วนเมื่อแม่นายการะเกดแห่งบุพเพสันนิวาส บอกว่าไม่เคยไปออกทริปกับชิงชิง ไม่เคยเจอ ไม่เคยคุยด้วย และไม่ได้ซีเรียสกับข่าวที่เกิดขึ้น พร้อมกับประโยคเด็ดที่ว่า “แต่ละคนน่าจะต้องรู้ว่าตัวเองควรทำ หรือไม่ควรทำอะไร” ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/151136         การเมืองพ่นพิษ ‘ทาทายัง’ โดนจวกยับ! ดราม่า #ดักตบ ยอมรับพร้อมขอโทษ ยัน! ไม่ได้สนับสนุนความรุนแรง วิจารณ์หนัก สำหรับกรณีที่สาว ทาทา ยัง เข้าไปคอมเม้นท์อินสตาแกรมที่ชื่อว่า a_adisorn ซึ่งได้โพสต์ข้อความว่า #ดักตบอีช่อช่องArrival โดยสาวทาทายังได้ เข้าไปกดถูกใจ และแสดงความเห็นว่า “รบกวนด้วยค่ะ!” จนถูกพูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์ และมีการวิจารณ์ว่านักร้องดังสนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง   จน #ทาทายัง ขึ้นอันดับ 1 ของเทรนด์ทวิตเตอร์ประเทศไทย ต่อมาทาทา ยังได้ออกมาชี้แจงว่า ยอมรับว่าไปคอมเม้นต์ข้อความดังกล่าว ในแอคเค้าท์ของพี่ที่สนิทมาก โดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมา ยืนยันว่าไม่ได้สนับสนุนการใช้ความรุนแรงอยู่แล้ว  พร้อมขอโทษที่ไม่คิดและไตร่ตรองให้ดีกว่านี้   ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบถึงผลงานที่กำลังจะเกิดขึ้นของทาทา เพราะแฟนคลับบางคนตัดสินใจจะไม่ขอเข้าชมคอนเสิร์ต โดยหลังจากโดนกระแสโจมตีอย่างหนัก ตัวตัวได้ออกมาโพสต์ระบายถึงการที่กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ แต่แล้วก็มีอุปสรรคที่ต้องเจออยู่ไม่หยุดหย่อน ชาวเน็ตหลายคนที่เห็นโพสต์ดังกล่าว ต่างเข้าไปให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  https://news.bectero.com/news/147081     โรคซึมเศร้าพรากไอดอลเกาหลี เรื่องเศร้าในวงการบันเทิงเกาหลีที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นก็คือ การจากไปของบุคคลอันเป็นที่รักของแฟน ๆ ซึ่งในปี 2562 นี้มีดาราศิลปินเกาหลีหลาคนเสียชีวิตลง ไม่ว่าจะเป็น ซอลลี่ อดีตสมาชิกวง f(x) ที่เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 25 ปี ที่อาพาร์ตเม้นท์ส่วนตัว , คู ฮาร่า อดีตสมาชิกวง KARA วัย 28 ปี เสียชีวิตที่บ้านพักย่านชองดัมดง เขตกังนัม   และล่าสุด นักแสดงหนุ่ม ชา อินฮา วัย 27 ปี อดีตสมาชิกวงบอย Surprise U ทำให้ชาวเกาหลีใต้วิตกกังวลต่อภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีที่มีด้านมืดที่โหดร้าย ถูกกระแสโจมตีบนโลกออนไลน์ หลายคนบอกว่า คนดังเหล่านี้ยังอายุน้อยและมากความสามารถ พวกเขาไม่อยากให้ศิลปินต้องถูกจบชีวิตจากเหตุการร์เลวร้ายแบบนี้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  https://news.bectero.com/news/153305    https://news.bectero.com/news/158385    https://news.bectero.com/news/159827       'บิณฑ์  บรรลือฤทธ์'  ฮีโร่น้ำท่วมอุบล นับว่าเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่  ของพี่น้องชาวอุบลราชธานี ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก และต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมนานหลายสัปดาห์ ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ บิณฑ์ บรรลือฤทธ์ อดีตพระเอกดัง และอาสาสมัครของมูลนิธิร่วมกตัญญู และหน่วยงานอื่นๆ โดยมีการเปิดรับบริจาค   ซึ่งทางรัฐบาลได้มีการเชิญดารานักแสดง อาทิเช่น หนิง ปณิตา, ฮาย อาภาพรและอีกหลายท่านมาร่วมรับสายโทรศัพท์ผ่านรายการพิเศษ เพื่อเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ประสบภัย โดยมียอดบริจาคสูงถึง 422 ล้านบาท จากพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ และทุกครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อน จะได้รับความช่วยเหลืออย่างเท่าเทียมกัน ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  https://youtu.be/vl-Cjfw8tfY     สูญเสียคนบันเทิง น้ำตาล เดอะสตาร์-เหม ภูมิภาทิต-คิว FridayNight to Sunday-แรม วรธรรม ข่าวช็อกคนบันเทิง เมื่อ บุตรศรัณย์ ทองชิว หรือ น้ำตาล เดอะสตาร์  มีอาการเลือดออกจากปากและจมูก ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล อาการโคม่า ปอดแตก เลือดไหลไม่หยุด  ก่อนจากไปอย่างสงบในวัย 28 ปี  โดยทีมแพทย์ศิริราชที่รักษา ได้สรุปผลออกมาแล้วว่าน้ำตาลเสียชีวิตเพราะเป็นวัณโรคหลังโพรงจมูก ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  https://youtu.be/1IPqJhVo9qU     กลายเป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้าในวงการบันเทิง เจ้าหน้าที่ได้พบศพของนักแสดงหนุ่ม เหม-ภูมิภาฑิต นิตยารส วัย 31 ปี ผูกคอเสียชีวิตบนห้องพักในคอนโดย่านลาดปลาเค้า หลังจากมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามานาน ท่ามกลางความเสียใจของคนในครอบครัวและพี่น้องในวงการบันเทิง ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  https://youtu.be/0A7Jr7o7biE     เกิดเหตุการณ์ช็อกวงการบันเทิง เมื่อ คิว-นายภูริวัฒน์ สุวรรณมณี นักร้องนำวง FridayNight to Sunday เจ้าของเพลงดัง ห้องนอน มียอดวิวบนยูทูบมากกว่า 356 ล้านครั้ง ผูกคอฆ่าตัวตายในบ้านพักที่จังหวัดสงขลา สาเหตุเบื้องต้นมีการระบุว่า เกิดจากโรคภาวะซึมเศร้า โดยแฟนคลับต่างเข้าไปแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://youtu.be/S5kiIycYo7g     แรม วรธรรม อายุ 86 ปี นักแสดงอาวุโสและบิดาของพระเอกชื่อดัง โอ-วรุฒ วรธรรม ได้เกิดอาการช็อกและไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม มีการปั๊มหัวใจหลายครั้ง ทางแพทย์และพยาบาลให้การรักษาอย่างเต็มกำลัง แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ เสียชีวิตอย่างสงบในเวลาต่อมา ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  https://youtu.be/2h9LwJsSZ_k     ปีทองของนางงามไทย เมื่อสาวสวยหน้าหวาน บิ๊นท์-สิรีธร  ลีห์อร่ามวัฒน์ นางสาวไทย 25534 ดีกรีเภสัชกรหญิง คว้าตำแหน่ง มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019 ที่ประเทศญี่ปุ่น มาครองได้สำเร็จ พร้อมคว้ารางวัลพิเศษ Continental Queen of  Asia หรือ นางงามประจำทวีปเอเชีย ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นสาวไทยคนแรก ที่คว้ามงกุฎมิสอินเตอร์เนชั่นแนลตั้งแต่จัดการประกวดมา 59 ปี ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://youtu.be/qcus9oYjjkQ ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 เธอเป็นตัวแทนสาวไทยไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2019 ที่แอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้เข้ารอบลึกติด TOP 5 ถึงแม้จะไม่ได้คว้ามงกุฎ แต่ฟ้าใส ก็ชนะใจแฟนนางงามทั่วโลก เกรซ-นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ สาวสวยมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019 ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยที่ไปร่วมประกวดบนเวที มิสเวิลด์ 2019 (Miss World 2019) ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ  ที่มีสาวงาม 111 ประเทศจากทั่วโลกร่วมลุ้นมงกุฎ ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนในการทำกิจกรรม ทำผลงานเข้ารอบ 40 คนสุดท้ายแต่ถึงจะไม่ได้รางวัลชนะเลิศแต่ก็ชนะใจแฟนๆ ชาวไทยที่ต่างก็ช่วยลุ้นช่วยเชียร์กันเต็มที่ ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/162023 สำหรับเวทีการประกวดนางงาม มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2019 ที่ไทยส่งตัวแทนสาวงาม อย่าง โกโก้ อารยะ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2019 เข้าร่วมประกวดที่เมืองการากัส ประเทศเวเนซุเอลา และได้คว้ารองอันดับ 2 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019 มาครอง   พลอย-พีรชาดา ขุนรักษ์ รองอันดับ 1 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2019 ได้เป็นตัวแทนจากประเทศไทย ไปคว้ามงกุฎจากเวที Face of Beauty International 2019 และนอกจากมงกุฎใหญ่ที่เธอได้รับแล้ว ยังพ่วงรางวัลพิเศษมาอีก 3 รางวัล ได้แก่ Miss APC Smile , Miss People’s Choice และ Best in Swimsuit ซึ่งครั้งนี้ประเทศไทยก็ได้มงกุฎเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ที่ประเทศฟิลิปปินส์     ณเดชน์ หลุดเรียก ญาญ่า ว่าที่รัก ออกสื่อ เรียกได้ว่าปีหวานของเป็นคู่รัก NY ณเดชน์ - ญาญ่า ที่ขยันออกมาโชว์หวานกันถี่เหลือเกิน โดยเฉพาะช็อตที่ ออกมาให้สัมภาษณ์ประเด็น เรื่องที่พับขากางเกงให้ ณเดชน์ ตอนไปเที่ยวที่เชียงใหม่ แต่มีคนแอบบถ่ายรูปไว้ได้ มีคนสังเกตว่าทั้งแต่งตัวเหมือนกันและทาสีเล็บเหมือนกัน และถามถึงผลงานละคร เรื่องละครลิขิตรักข้ามดวงดาว   ที่ณเดชน์ เป็นพระเอก ญาญ่า เป็นแฟนพันธุ์แท้ละครเรื่องนี้ บอกว่าจำตัวละครในเรื่องได้ ไม่ได้เล่นแต่รู้เรื่องหมด ทำเอา ณเดชน์ ยิ้มแก้มแทบปริ แต่พอถามว่าาพระเอกมาจากดาวอะไร ญาญ่าเผลอพูดออกมา ณเดชน์กลับเผลอหลุดเรียกญาญ่าว่า ที่รัก ญาญ่าขำลั่น และตกใจไปตามๆ กัน   และทั้งคู่ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า คำพูด ที่รัก เป็นคำพูดที่เรียกกันเป็นปกติอยู่แล้ว ส่วนมากจะมีแค่คนสนิท คนใกล้ตัวได้ยิน ไม่ค่อยเรียกออกสื่อ ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  https://youtu.be/NunAEEELnv4   กระแสความดังลิซ่า ฉุดไม่อยู่ สืบเนื่องมาจาก ลิซ่า ลลิษา หนึ่งในเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอตจากวง BLACKPINK โดนแอนตี้แฟนคลับชาวเกาหลีบูลลี่ โพสต์ข้อความทำนองเหยียดรูปร่างหน้าตาเชื้อชาติ ทำเอาแฟนคลับทั้งในไทยและชาวต่างชาติ พร้อมใจกันปกป้องผ่านแฮชแท็ก #RespectLisa ทำให้ติดเทรนด์ในอันดับต้นๆ   แต่ถึงจะโดนชาวเน็ตเกาหลีวิจารณ์เรื่องรูปร่างหน้าตา ลิซ่ายังโชว์ความสามารถเรื่องการเต้น การใช้ภาษาได้ดี และได้มีโอกาสไปร่วมงานที่ต่างประเทศ และความน่าหลงใหลของเธอ ทำให้แฟนคลับทั้งคนไทย และชาวต่างชาติชื่นชอบ ลิซ่า เป็นจำนวนมาก และล่าสุด พุ่งทะยานความดัง ยอลฟอลโลว์ในไอจีแตะ 27 ล้าน เป็นการทำลายสถิติ ศิลปิน K-POP คนแรก และติดอันดับ ผู้หญิงหน้าสวย ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://www.youtube.com/watch?v=3xLYlDftHOc     'แน็ก ชาลี' เจ้าพ่อรีวิวสุดแหกแหวกทุกกฎ ปิดท้ายที่ กระแสหนุ่มติสท์ แน็ก ชาลี มาแรงแซงทุกทาง เริ่มจากที่หนุ่มแน็กใส่เสื้อเทาไปนั่งชมรายการ 10Fight10 ที่มีต่อยมวยอย่างดุเดือด แต่แน็ก ชาลี กลับนั่งชมแบบหน้านิ่ง จนกลายเป็นกระแสคนแชร์รูปเป็นจำนวนมาก ก่อนจะมีคลิปให้สัมภาษณ์สุดแนว ทำเอานักข่าวทั้งอึ้งทั้งฮา   ก่อนควง น้องอาเธอร์ หลานชายสุดที่รัก อัดคลิปสุดแหวก อาทิ ชวนกันพายเรือร้องเพลง สคูบี้ดู หรือคลิปตกบันไดเป็นคลิปที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับแฟนๆในโลกโซเซียล ยอดวิวถล่มทลาย จนมีอินบ็อกซ์ติดต่องานรีวิวล้นหลาม จนล่าสุดเจ้าตัวต้องขอเบรคชั่วคราว เรียกว่าปีนี้เป็นปีทองของหนุ่มแน็กซะจริงๆ    ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://www.youtube.com/watch?v=BWtWiKlkeYM  

 10,798

Top