ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าตัวตาย"

ข่าวภูมิภาค
26 ก.พ. 62

พ่อแม่ไม่เชื่อลูกชาย-ลูกสะใภ้ผูกคอตายคาไร่มัน หวั่นถูกฆ่าอำพราง หลังเงินปึกใหญ่สูญหาย

ลำปาง-จากกรณีตำรวจ สภ.เขลางค์นคร รับแจ้งเกิดเหตุคนผูกคอตายที่บริเวณไร่มันสำปะหลังข้างลำห้วยป่าดำ ตำบลชมพู อ.เมืองลำปาง เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา   โดยที่เกิดเหตุพบศพนายจรัญฐาธีนากร วงผาบุตร อายุ 23 ปี และ น.ส.ทิพวรรณ สิมโสม อายุ 23 ปี สองสามีภรรยาชาวอุบลราชธานี สภาพศพใช้เชือกผูกคอตายกับต้นไม้โดยใช้เชือกเส้นเดียวกัน แต่พ่อแม่ของผู้ตายไม่ปักใจเชื่อว่าลูกและลูกสะใภ้จะฆ่าตัวตายเองเนื่องจากไม่มีมูลเหตุจูงใจและมีข้อสงสัยหลายจุดอีกทั้งเงินที่ผู้ตายพกมา 4-5 หมื่นก็หายไปด้วย   ล่าสุดทางพ่อแม่ผู้ตาย เปิดเผยว่า จากการสอบถามเรื่องคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าต้องรออีก 2 เดือนจึงจะสามารถสรุปคดีได้เนื่องจากต้องรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐาน ส่วนตัวเองมองว่าขณะนี้ลูกเสียชีวิตไปแล้วเกือบ 1 เดือนแต่คดีก็ยังไม่คืบหน้า ทำให้คิดว่าลูกอาจจะตายฟรี   ด้านพ่อและแม่ของผู้ตายทั้งคู่ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนและญาติได้นำธูปเทียนไปจุดบอกกล่าวลูกชายและลูกสะใภ้ตรงที่ทั้งคู่ผูกคอตาย พร้อมบอกให้ดวงวิญญาณหากไม่ได้รับความยุติธรรมให้ช่วยครอบครัวไขปริศนาหรือมาเข้าฝันเพื่อจะได้ติดตามสาเหตุการตายที่แท้จริง และเป็นเรื่องที่น่าแปลกเมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ. เวลาประมาณ 3-4 ทุ่มได้ยินเสียงผู้หญิงร้องดังโหยหวนเหมือนคนร้องไห้อยู่รอบบ้าน กระทั่งเช้าก็มีตำรวจโทรมานัดว่าช่วงเย็นให้ไปพบเพื่อฟังผลทางคดี จึงเชื่อว่าวิญญาณของลูกคงจะมาร้องขอความเป็นธรรมหลังคดีผ่านมาแล้วเกือบ 1 เดือน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า   ทั้งนี้ ครอบครัวยืนยันว่า ไม่เชื่อว่าทั้งคู่จะผูกคอตายเอง เนื่องจากไม่มีมูลเหตุจูงใจใดๆที่ทั้งคู่จะผูกคอตาย เพราะมันสำปะหลังก็กำลังจะขุดขาย ลูกก็ยังเล็ก ทั้งเงินค่าขายมันสำปะหลังประมาณ 4-5 หมื่นก็ยังหายไปด้วย และที่สำคัญคือ สภาพศพของลูกชายขณะที่ไปพบปลายเท้าเกือบจะถึงพื้น แต่พื้นดินกลับไม่มีร่องรอยของการตะกุยตะกายของคนที่จะดิ้นก่อนที่จะเสียชีวิต   ประกอบกับที่ผ่านมา แพทย์เคยบอกว่าลูกชายมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งอย่างแรงที่บริเวณเข่า และใบหน้าด้านขวาของฝ่ายหญิงมีรอยมือคล้ายถูกตบหน้าอย่างแรง จึงเชื่อว่าทั้งคู่อาจจะไปรู้เห็นอะไรบางอย่างที่นำมาซึ่งอันตรายต่อตัวเองจึงถูกฆ่าอำพราง และที่สำคัญที่กิ่งของต้นไม้ยังมีร่องรอยของการดึงเชือก คล้ายกับดึงฝ่ายหญิงแขวนคอก่อนแล้วก็แขวนคอฝ่ายชายตาม   ก่อนเกิดเหตุเห็นลูกชายและลูกสะใภ้เตรียมเงินประมาณ 4-5 หมื่น เพื่อจะนำไปฝากธนาคารช่วงที่ไปซื้อนมให้ลูก โดยเงินดังกล่าวได้มาจากการขายหัวมันสำปะหลัง ซึ่งบางส่วนเตรียมไว้จะจ่ายค่าเช่าที่ดิน แต่หลังเกิดเหตุเงินจำนวนดังกล่าวได้หายไป   โดยทางครอบครัวได้บอกตำรวจไปแล้วแต่ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการตรวจสอบว่าเงินหายไปไหน และหลังจากลูกเสียชีวิตไปแล้วทุกวันนี้ตนเองนอนก็ไม่ค่อยหลับกลัวลูกจะตายฟรี ตอนนี้ยอมรับว่าเครียดจัด พยานหลักฐานก็หาลำบาก จึงอยากขอวิงวอนเจ้าหน้าที่ฝห้ความช่วยเหลือทางคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MFKs4RJPyog

 4,307
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.พ. 62

เจ้าของคาบาเร่ต์โชว์ เขียนจดหมายสั่งเสีย ก่อนกระโดดแมนชั่น เสียชีวิต

วันที่  21 ก.พ. 62 พ.ต.ต.นิยม งิ้วทอง สว.(สอบสวน) สน.เตาปูน รับแจ้งมีผู้ตกจากที่สูงเสียชีวิต ที่เตาปูนแมนชั่นแห่งหนึ่ง ถนนเตชะวณิช แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุ เป็นอาคารสูง 15 ชั้น ด้านหน้าทางเข้า พบศพชายนอนเสียชีวิต ทราบชื่อ นายชาล วันเงินซซ์ อายุ 66 ปี ทราบว่าผู้เสียชีวิตกระโดดลงมาจากชั้น 16 ชั้นดาดฟ้า จากการตรวจสอบห้องพักพบจดหมายลาตาย เขียนในลักษณะตัดพ้อ ไม่มีใครสนใจ พร้อมเบอร์โทรหลังจากที่เสียชีวิตวางอยู่ภายในห้อง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน   สอบสวนทราบว่าผู้เสียชีวิตพักอยู่คนเดียว มีโรคประจำตัว และเข้า-ออกโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคารนั่งทำงานอยู่ด้านหน้าตึกได้ยินเสียง ก่อนจะพบร่างชายดังกล่าว จะเข้าไปช่วยแต่นายชาลไม่มีลมหายใจแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ   ทั้งนี้เพื่อนสนิท เปิดเผยว่า ผู้ตายประกอบอาชีพเป็นเจ้าของคณะคาบาเร่โชว์ย่านสีลม เมื่อไม่นานมานี้ผู้ตายประสบอุบัติเหตุหกล้มแขนหัก ศีรษะแตก ตนเองจึงพาไปรักษาจนหายดี แต่ยังต้องมีการกินยาอยู่ ซึ่งก่อนเหตุก็มีการพูดคุยกันไม่มีสิ่งปกติ ล่าสุดได้พูดคุยกันเมื่อวันที่ 20 ก.พ. โดยนายชาลส่งข้อความมาบอกว่าหมอนัดตรวจที่ รพ.บางโพ ในวันที่ 22 ก.พ. ซึ่งก็ได้มีการนัดแนะว่าจะมารับไปตรวจตามปกติ ก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมถึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว ที่ผ่านมาตนดูแลผู้ตายมาโดยตลอดทราบว่าผู้ตายอยู่ตัวคนเดียว เวลามีอะไรก็จะเข้ามาดูแลตลอด เหตุครั้งนี้ผู้ตายได้เขียนจดหมายฝากให้ตนช่วยจัดงานศพให้ ตนก็จะจัดให้ผู้ตายตามประสงค์ให้เรียบร้อยทุกอย่าง   พ.ต.ต.นิยม เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบภายในห้องพักไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ซึ่งภายในห้องพบเอกสารสำคัญต่างๆ เช่น บัตรประชาชน ถุงยารักษาโรคกระดูก รพ.บางโพ สมุดบันทึก และกระดาษเอสี่มีข้อความระบุสาเหตุที่ก่อเหตุดังกล่าว รวมถึงกระดาษขนาดประมาณ 5*5 นิ้ว ระบุเบอร์โทรของผู้ที่สามารถติดต่อได้แปะไว้ที่กระจกเงาข้างเตียง    นอกจากนี้จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ห้องพักผู้ตายอยู่ด้านตะวันออกของตึก แต่จุดที่ตกลงมาอยู่ด้านตะวันตก ซึ่งถ้าจะกระโดดลงมาจากชั้น 15 ไม่สามารถจะเข้าไปในห้องพักคนอื่นเพื่อกระโดดลงมาได้ จึงเชื่อว่าผู้ตายน่าจะเดินขึ้นบันไดดาดฟ้าซึ่งอยู่ติดห้องพักลงมาเสียชีวิตดังกล่าว   เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามญาติมาทำการสอบสวน ก่อนจะส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชรพ.ตำรวจ ก่อนประสานญาติมารับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป  

 5,468
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.พ. 62

หนุ่มปีนเสาส่งสัญญาณ อ้างถูกเพื่อนปลอมลายเซ็นสูญ 8 ล้าน ชี้ขอเงินคืนจากธนาคารกว่า 10 ปี ไม่เป็นผล

เกิดเหตุชายปีนเสาส่งสัญญาณ เพื่อปิดป้ายประกาศกรณีสูญเงินจากบัญชีมากกว่า 8 ล้านบาท อ้างเพื่อนถูกปลอมเพื่อนเซ็น ต่อสู้ขอเงินคืนจากธนาคารมากว่า 10 ปี ไม่เป็นผล    กว่า 4 ชั่วโมง ที่นายเอกวิชญ์ เกษเจริญ นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ได้ปีนขึ้นไปบนเสาส่งสัญญาณ บริเวณเลียบทางด่วน งามวงศ์วาน เพื่อติดป้ายเรียกร้อง หลังเมื่อช่วงปลายปี2551 โดยอ้างว่า ถูกเพื่อนสนิทปลอมลายมือชื่อ ใบมอบฉันทะ ไปถอนเงินจากธนาคาร สาขาปากน้ำโพ ในอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 8,377,371 บาท ซึ่งในครั้งนี้ก็ได้นำป้ายข้อความระบุจำนวนเงิน ที่สูญไป ขึ้นไปแขวนยึดติดกับเสาส่งสัญญาณ เพื่อเป็นการเรียกร้องต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมกับถ่ายทอดสด ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว ตลอดเวลาที่อยู่บนเสาส่งสัญญาณ กระทั่งผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมง ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี เข้าตรวจสอบเหตุและขอให้ลงมาด้านล่าง โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปช่วยปลดล็อคอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยพร้อมกับปลดป้ายข้อความให้ ก่อนจะลงมาด้านล่างด้วยความปลอดภัย   นายเอกวิชญ์ เปิดเผยหลังลงมาถึงด้านล่าง ว่า คดีการฟ้องร้องที่เกิดขึ้นกับธนาคารนั้น ศาลชั้นต้น และ ชั้นอุทธรณ์ ยกฟ้อง ซึ่งก็ยอมรับ เคารพคำตัดสินศาล แต่การเรียกร้องตลอด10 ปีที่ผ่านมา ต้องการให้ธนาคารรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกระบวนการตรวจสอบเอกสาร ข้อมูล ประกอบการทำธุรกรรมทางการเงินของลูกค้า โดยเฉพาะการตรวจสอบการทำหน้าที่จองพนักงานธนาคารผู้ดำเนินธุรกรรม อีกทั้งก่อนหน้านี้ พฐ.ยืนยันผลตรวจแล้วว่า เป็นลายเซ็นต์ปลอม และธนาคารเองยังไม่ได้ให้คำชี้แจงในกรณีนี้ ว่าจะดำเนินการแก้ไขอย่างไร พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นกระบวนการร่วมกันฉ้อโกงหรือ ไม่เนื่องจากเพื่อนสนิทผู้ปลอมลายมือชื่อ ขอเบิกเงินออกไป เพื่อโอนใช้หนี้ธนาคาร เดียวกันนั้นเอง สำหรับกรณีนี้ นายเอกวิชญ์ ฟ้องร้องธนาคารต่อศาล ซึ่งศาลขั้นต้นมีคำตัดสินเมื่อปี2560 ยกฟ้อง และ ศาลอุทธรณ์ มีคำตัดสิน ปี 2561 พิพากษายืนตามศลชั้นต้น และนายเอกวิชญ์ ยื่นฎีกาสู้คดีต่อ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา   

 7,715
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.พ. 62

หนุ่มใหญ่เครียด จุดเตาถ่านรมควันตัวเองเสียชีวิตในรถ

วันที่ 17 ก.พ. 62 เมื่อเวลา 23.00 น. ร.ต.อ.สมชาย รอดแป้น รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลเตาปูน ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในรถ บริเวณใต้ตอม่อจุดก่อสร้างทางรถไฟสายสีแดง ถนนประดิพัทธ์ แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพ จึงเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมประสานแพทย์และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ สภาพจอดติดเครื่องยนต์ ภายในรถพบศพ นายก่อเกียรติ อายุ 51 ปี สวมเสื้อยืดสีกรมท่า กางเกงขาสั้นสีดำ ลักษณะปรับเบาะเอนนอนด้านคนขับ และเท้าขวายังคงเหยียบคันเร่งไว้ ที่เบาะด้านหน้าข้างคนขับที่พื้นพบเตาถ่าน โดยมีฝาปิดไว้และมีก้อนหินทับไว้ด้านบน และพบถุงถ่านจำนวนสามถุง ถูกเปิดใช้หนึ่งถุงวางอยู่ใกล้กัน โดยยังมีกลิ่นควันคลุ้งไปทั่วรถ   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีพยานที่เป็นคนงานก่อสร้างในละแวกดังกล่าว ระบุว่า พบรถคันดังกล่าวจอดอยู่ตั้งแต่ช่วงเวลา 21.00 น. เมื่อเดินมาตรวจสอบพบนายก่อเกียรติ นอนอยู่ภายใน เมื่อเคาะกระจกรถเพื่อปลุกก็ไม่ได้สติ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่อาสาบริเวณใกล้เคียงให้เข้าช่วยเหลือ และเมื่อเจ้าหน้าที่อาสามาถึงก็พยายามเข้าช่วยเหลือด้วยการทุบกระจกรถ เพื่อทำการตรวจสอบ ปรากฎว่านายก่อเกียรติเสียชีวิตแล้ว   ขณะที่ ร.ต.อ.สมชาย เผยว่า จากการสอบสวนญาติผู้ตายระบุว่า ผู้ตายได้ออกจากบ้านพัก มาส่งพ่อตาที่สถานีรถไฟสามเสน เวลาประมาณ 18.00 น. จากนั้นจะไปทำธุระต่อที่ย่านดอนเมือง ก่อนจะไม่สามารถติดต่อได้ แต่พบว่าผู้ตายมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ   เบื้องต้น คาดว่าผู้ตายอาจเกิดความเครียดเรื่องสุขภาพทำให้ก่อเหตุสลดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จะประสานญาติมาให้ปากคำพร้อมส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตร.ก่อนประสานญาติให้ติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป  

 1,475
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.พ. 62

นาทีชีวิต!! กู้ชีพชาร์จตัวช่วยสาวคิดสั้นจะกระโดดเขื่อนเจ้าพระยา ทราบป่วยโรคซึมเศร้า

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 ก.พ.62 ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาทได้รับแจ้งมีคนจะกระโดยเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท จึงประสานกู้ชีพเทศบาลตำบลบางหลวง โรงพยาบาลสรรพยา เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สภ.สรรพยา และ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูชัยนาทเข้าช่วยเหลือ    ที่เกิดเหตุพบหญิงสาวสวมเสื้อคลุมแขนยาวสีเทา กางเกงยีนขายาวสีน้ำเงิน ทราบชื่อนุจรี หรือน้องโบว์ ยืนอยู่นอกรั้วกั้นกลางตัวเขื่อน ด้านท้ายน้ำ เขื่อนเจ้าพระยา เป็นจุดที่มีน้ำไหลเชี่ยวยืนร้องไห้คร่ำครวญ ตะโกนหวีดร้อง ไม่อยากอยู่อีกต่อไปแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเร่งประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เขื่อนเจ้าพระยาได้ปิดประตูระบายน้ำเพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลเชี่ยวลง และมีการวางแผนจะชาร์จตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร และญาติๆมาพูดเกลี้ยกล่อมตลอดเวลา หญิงสาวก็ยังร้องตะโกนหวีดร้องอยู่ ประมาณ 30 นาที แม่ของได้เดินทางมาถึงขณะน้องโบว์ยืนนิ่งไม่หันหลังมาดูแม่เจ้าหน้าที่โดดข้ามรั้วกั้นคว้าตัวน้องโบว์กลับเข้ามาได้อย่าปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่ทำการชาร์จตัวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย   นายทะนงศักดิ์ รื่นสอน อายุ 42 ปี พนักงานกู้ชีพเทศบาลตำบลบางหลวง เล่าว่า ตอนแรกยังไม่ได้รับคำสั่งว่าจะให้เข้าชาร์จตัว สอบถามเบื้องต้นทราบว่าเป็นโรคซึมเศร้า ทะเลาะกับพ่อแม่มา ทำร้ายพ่อแม่ แล้วขับรถจักรยานยนต์ออกมาที่เขื่อนเจ้าพระยาจะโดดท้ายเขื่อน จึงประสานกับสารวัตร และท่านนายกฯ เทศบาลตำบลบางหลวง ว่าจะทำอย่างไรดี ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ทหารพูดคุยด้วย ผมสังเกตอาการว่าเขาไม่มีการหันหลังกลับมาเลย จึงคุยกับนายกเทศบาลตำบลบางหลวง ว่าจะเอาอย่างไรดี นายกบอกว่าถ้าเขาไม่หันกลับมาก็ชาร์จเลย พอดีจังหวะแม่เขามา พอแม่เข้ามาถึงเขามีร้องหวีด ช่วงเสี่ยววินาที ตัดสินใจ กระโดดข้ามราวเหล็ก ล็อกตัวไว้ได้ ขณะที่มีเซฟตี้มัดตัวไว้ตอนเจ้าหน้าที่ดึงทำให้หลังกระแทกกับราวเหล็ก บาดเจ็บไม่มากยังไหว อาชีพผมเป็นอาชีพที่ช่วยชีวิตคนอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์นี้ใหญ่สุดเท่าที่เคยทำงานมา 

 4,558
ข่าวภูมิภาค
15 ก.พ. 62

นักโทษกระบี่ กระโดดใส่หลังคาโรงอาหารสูง 5 เมตร ร่วงลงพื้นเจ็บสาหัส

กระบี่-เกิดเหตุสุดระทึก ผู้ต้องขังชายรายหนึ่งในเรือนจำ จ.กระบี่ ปีนขึ้นไปบนหลังคาโรงอาหาร ก่อนจะตัดสินใจกระโดดลงมาหวังจบชีวิตรายนี้   โดยเหตุเกิดขณะ จนท.กำลังประกาศให้ผู้ต้องขังภายในเรือนจำ กลับเข้าโรงนอน ปรากฏว่า นายอุดร มัดเหย่ อายุ 35 ปี ชาว ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ซึ่งเป็นผู้ต้องขังในคดีเสพน้ำใบกระท่อม หรือ 4 คูณ 100 ถูกส่งเข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ปีนขึ้นไปบนหลังคาของโรงอาหารภายในเรือนจำ ความสูงประมาณ 5 เมตร โดยมีทีท่าเครียดอย่างเห็นได้ชัด ซึ่ง จนท.เรือนจำ รวมทั้งเพื่อนผู้ต้องขัง พยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องขังรายนี้กลับลงมานานหลายนาที แต่ไม่เป็นผล   กระทั่งต่อมา ผู้ต้องขังคนดังกล่าว ตัดสินใจกระโดดตัวลอยขึ้นไปบนอากาศ ก่อนที่ร่างจะกระแทกลงบนหลังคาโรงอาหารกระเบื้องหลังคาแตกเสียหายไป 2 แผ่น ร่วงลงสู่พื้นด้านล่าง ความสูงประมาณ 5 เมตร ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ จนท.จึงช่วยกันเร่งนำตัวส่ง รพ.กระบี่ ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าว ถูกบันทึกไว้ได้โดยชาวบ้านรายหนึ่ง เป็นจังหวะที่ผู้ต้องขังรายนี้ ตัดสินใจกระโดดลงมา เบื้องต้นอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนสาเหตุของความเครียด จนท.จะเข้าสอบสวนเจ้าตัวอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QDD0ljYa2QI

 2,127
ข่าวภูมิภาค
14 ก.พ. 62

ชายปริศนาโดดสะพานพระราม 5 ร่างจมหายในแม่น้ำเจ้าพระยา งมหาร่างนับ ชม.ยังไม่พบ

นนทบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี รับแจ้งเหตุชายกระโดดแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งท่าน้ำนนทบุรี จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและปราบปราม รวมทั้งมูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง รีบรุดไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ   พบพยานซึ่งเป็นแม่ค้าขายอาหารอยู่ใต้สะพานให้การว่า ได้ยินเสียงดังโครมกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อมองออกไปเห็นชายวัยกลางคนดำผุดดำโผล่จากนั้นก็จมหายไปต่อหน้าต่อตา ตนเองจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ   เวลาต่อมานักประดาน้ำจากมูลนิธิได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมลงน้ำค้นหานานนับชั่วโมงแต่ไม่พบร่างชายดังกล่าว เนื่องจากกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำทั้งหมดจึงตัดสินใจยกเลิกการค้นหา โดยคาดว่าศพอาจจะโผล่ขึ้นในวันพรุ่งนี้ รวมทั้งจะได้สืบสวนว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร มาจากไหน จึงมาคิดสั้นฆ่าตัวตายด้วยการโดดน้ำดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gbMnk9fHvcU

 2,037
บันเทิง
01 ก.พ. 62

'ซูซี่' โพสต์ขอบคุณ 'แอริน' ช่วยพูดแทนความรู้สึก หลังสูญเสียคู่หมั้น

จากกรณี แอริน ยุกตะทัต ออกมาเปิดใจแทน ซูซี่ สุษิรา เพื่อนสนิท กรณีข่าวร้าย คริสโตเฟอร์ คู่หมั้นหนุ่ม นายทหาร EOD กองทัพสหรัฐเสียชีวิตอย่างกะทันหัน จากการฆ่าตัวตายที่บ้านเชียงใหม่ เนื่องจากมีประวัติโรคซึมเศร้ามานาน   ความเคลื่อนไหวล่าสุดของซูซี่ ได้เข้าไปคอมเมนต์ในไอจีของสาวแอรินว่า   “You spoke with such grace, compassion, love, sincerity and wisdom. I cried so much. My heart bursts thinking about how grateful I am. And how much I love you Aerin. ขอบคุณพี่ๆ สื่อและทุกคนที่ให้ความรักและกำลังใจ ซี่จะสู้ต่อไป ซี่พูดไม่ออกเลย ขอบคุณจากใจจริงค่ะ”   ด้าน แอริน ก็เข้าไปตอบเพื่อนรักด้วยว่า “I love you more than I can say my love” (ฉันรักเธอมากกว่าที่จะพูดได้)โดยมีคนเข้ามาร่วมให้กำลังใจจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KUzUbpqR7Io

 1,863
ข่าวภูมิภาค
01 ก.พ. 62

แม่ขอความเป็นธรรม ไม่เชื่อลูกชายยิงตัวตาย หลังเจอเขม่าดินปืนที่มือพ่อตา พร้อมพิรุธอีกหลายจุด

กรณีที่ครอบครัวจากจังหวัดชุมพรได้เดินทางร้องเรียนต่อ สตม. กองปราบและสื่อมวลชน หลังลูกชาย คือนายวสันต์ หรือบ่าว โตวะจักร อายุ 28 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองนอนเสียชีวิตอยู่ข้างรถยนต์กระบะตนเอง ซึ่งจอดอยู่ข้างบ้านพ่อแม่ของภรรยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 61 พบเขม่าดินปืนที่มือพ่อตา หลักฐานทุกอย่างดูย้อนแย้ง   แต่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร สรุปว่าเป็นการยิงฆ่าตัวตาย ทำให้แม่ผู้เสียชีวิตปักใจเชื่อว่าลูกชายไม่ได้ฆ่าตัวตายตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระบุ พร้อมนำโลงศพไปโบกปูนเก็บไว้ที่วัดท่ามะปริง อ.เมือง จ.ชุมพร จนกว่าตำรวจจะสรุปผลการชันสูตรพลิกศพที่แท้จริง   นางวันเพ็ญ โตวะจักร อายุ 51 ปี แม่ผู้ตาย กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 61 ช่วงเช้าแม่ยายของลูกชายโทรมาบอกให้ตนไปดูลูกชาย เพราะทะเลาะกับภรรยา ตนก็เดินทางไปซึ่งพอไปก็เห็นทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่ ตนจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนไป และอยู่ดูท่าทีของทั้งคู่ครึ่งชั่วโมงก็กลับบ้าน หลังจากนั้นลูกชายก็ตามไปหาตนที่บ้าน ซึ่งก็มีอาการปกติพูดคุยหยอกล้อกันธรรมดา ไม่มีวี่แววเสียใจ หรือเครียดอะไร ปกติดีทุกอย่าง และก่อนกลับลูกชายได้ขอเงินตนไป 100 บาท แล้วก็กลับบ้านภรรยาไป   จากนั้นช่วง 2 ทุ่มตนได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายแม่ยายลูกชายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ปลายสายบอกว่าลูกชายยิงตัวตาย ตอนนั้นตกใจมากเพราะเพิ่งเจอลูกไปเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อน แล้วลูกจะตายได้อย่างไร ตนจึงรีบไปยังที่เกิดเหตุพบว่าฝ่ายครอบครัวลูกสะใภ้พาร่างลูกไปโรงพยาบาลแล้ว โดยที่ไม่รอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจพิสูจน์ หรือเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาก่อน   ทำให้ตนสงสัยว่าลูกชายอาจจะไม่ได้ยิงตัวตายแต่อาจจะถูกยิง เพราะอย่างแรกคือจากเหตุผลเรื่องการรีบนำศพออกจากพื้นที่ไม่รอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจพิสูจน์นั้น ต่อมาแม่ยายได้บอกว่าลูกชายตนยิงตัวตายในรถ แต่คราบเลือดทุกอย่างกลับไม่มีในรถ ซึ่งฝ่ายพ่อตาอ้างว่าได้เอารถไปล้าง ยิ่งทำให้ตนสงสัยว่าทำไมต้องรีบเอารถไปล้าโดยที่ไม่รอเจ้าหน้าที่ก่อน   อีกทั้งพ่อตากับภรรยาบอกว่าลูกตนตายอยู่หลังรถ ข้างนอกตรงล้อหลัง นั่งพิงรถ ซึ่งไม่ตรงกัน ที่สำคัญมีการแจ้งลงบันทึกประจำวันกับตำรวจว่าลูกตนก่อเหตุและเสียชีวิตเมื่อเวลา 18.30 น. แต่ทำไมพึ่งมีการโทรมาบอกตนและครอบครัวเมื่อเวลา 20.00 น. อีกอย่างคือลูกชายตนถนัดซ้ายเป็นไปไม่ได้ที่จะยิงตัวตายแล้วเล็งไปยังอกข้างซ้าย   รวมไปถึงในที่เกิดเหตุวันเดียวกันนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจไม่พบปืนที่ยิง แต่ไปพบปืนอีก 3 วันต่อมาถูกฝังอยู่อยู่ในกองทรายห่างจากจุดเกิดเหตุเล็กน้อย ซึ่งคนที่พบคือฝ่ายครอบครัวลูกสะใภ้ ตนจึงมองว่าเป็นไปไม่ได้ที่ลูกชายจะยิงตัวตายแล้วยังจะเอาปืนไปซ่อนได้อีก   และก่อนหน้านี้ฝ่ายครอบครัวลูกสะใภ้ได้บอกกับตำรวจว่า ทางครอบครัวตนเป็นฝ่ายเอาปืนไปซ่อนเพราะปืนเป็นของตน จนตนต้องถูกตำรวจสอบสวนอยู่นาน ทั้งที่ความจริงแล้วปืนนั้นไม่ใช่ของตน เพราะขนาดเงินจะซื้อข้าวกินยังลำบากจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อปืนตามที่ฝ่ายโน้นกล่าวหา จากข้อขัดแย้งหลายๆ อย่างจึงทำให้ตนเชื่อว่าลูกชายไม่ได้ยิงตัวตาย และจะเก็บศพไว้จนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสรุปคดีได้   ทั้งนี้บุคคลที่ตนสงสัยที่สุดคือพ่อตาของลูกชาย เพราะทางบ้านของลูกสะใภ้ไม่ค่อยชอบลูกชายตน เพราะกลัวว่าลูกชายตนจะพาลูกสาวไปลำบากจึงทำให้ลูกชายและพ่อตาไม่ค่อยลงรอยกัน   ด้านญาติผู้ตาย กล่าวว่า ทิศทางปืน และการจับมันผิดวิสัยของคนถนัดซ้าย ที่ดูแล้วยังไงก็ไม่สามารถเอาปืนจ่อเข้าที่หน้าอกข้างซ้ายตรงหัวใจได้ อีกทั้งผลการชันสูตรศพที่ออกมาพบว่า มีบาดแผลฉกรรณ์อยู่อกซ้ายแล้วซีกโครงด้านล่างหัก 3-4 ซี่ สันหลังหัก ซึ่งทางตำรวจบอกว่ากระสุนชิ่งไปโดนกระดูก 4 ซี่หัก ซึ่งจากที่พ่อผู้ตายไปดูผลชันสูตรด้วยตัวเองก็พบว่ากระสุนอยู่กระจุกเดียวเกือบทะลุด้านหลัง ไม่ได้ชิ่งไปไหนเลย ทำให้ครอบครัวและญาติๆ คาดการณ์ว่าก่อนที่จะมีการยิงน่าจะมีการต่อสู้กันเกิดขึ้น   และจะเป็นการฆ่าตัวตายนั้นเป็นไปได้ยากมาก อีกทั้งหลังจากเกิดเหตุอาวุธปืนหายไป จนต่อมาภายหลัง 3 วันพบปืนถูกซุกซ่อนไว้ในกองทรายใกล้กับที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะที่พบคืออยู่ในลักษณะพร้อมบรรจุกระสุน เพราะเป็นปืนลูกซองสั้นมีการหักกลางลำเอาไว้   ซึ่งตนคิดว่าผู้ตายไม่สามารถทำแบบนั้นได้ จนต่อมาตำรวจได้แจ้งมาว่าพ่อตาเป็นคนเอาไปซ่อนและมีการตรวจพบเขม่าดินปืนที่มือพ่อตาด้วย ซึ่ง ตร.ก็บอกเพียงเท่านี้ไม่ได้มีอะไรต่อ แต่ก่อนหน้านั้นไม่ได้เป็นแบบนี้ เพราะตอนที่หาปืนไม่เจอทางฝ่ายครอบครัวภรรยาผู้ตายพยายามบอกว่าปืนเป็นของพ่อแม่ผู้ตาย ซึ่งเป็นข้อมูลที่ขัดแย้งกันไปมาตลอดเวลา   ด้านภรรยาผู้ตาย เผยถึงเหตุผลว่าก่อนหน้าที่สามีจะก่อเหตุ ทางแม่ได้มาพูดปรึกษากับสามี ถึงเรื่องที่น้องชายโดนเรียกเงินจากบ้านผู้หญิงที่น้องชายคบหาเรียกค่าเสียหาย หลังพาแฟนสาวมานอนค้างที่บ้าน แต่สามีนั้นไม่มีเงินที่จะช่วย ทางแม่ของสามีจึงกลับไป และก่อนที่จะเกิดเหตุไม่กี่วันแม่ของสามี ก็ได้มาเอา จยย.ที่สามีได้ผ่อนมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขาเองไป   โดยสามีได้พูดตัดพ้อกับตนเองว่า พาแฟนมาลำบากเพราะเรามันจน ตนเองนั้นก็ไม่ดีที่ไม่สามารถหาเงินให้ที่บ้านได้และสิ่งของที่เป็นของตนเองพ่อกับแม่ก็เอากลับไปหมดแล้ว เหลือแต่พระเพียงองค์เดียวที่พ่อได้ฝากไว้ก่อนที่จะนำไปคืนกับพ่อ และก็กลับมาก่อเหตุในเวลาต่อมา   ทางภรรยายังได้โต้ว่า คนในครอบครัวตนไม่มีเหตุผลที่จะฆ่าสามี เพราะก็ไม่ได้มีสมบัติอะไร สิ่งของที่มีก็ร่วมสร้างกันขึ้นมา ตนเองมีลูกด้วยกัน 2 คนโดยคนโตอายุ 9 ขวบและลูกชายคนเล็กอายุเพียง 3 เดือน จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะฆ่าสามี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Nsm57OBVWMM

 4,082
บันเทิง
29 ม.ค. 62

'แอริน' ร่ำไห้พูดแทนเพื่อน คู่หมั้น 'ซูซี่' จบชีวิตตัวเองจากโรคซึมเศร้า เครียดเป็นหน่วย eod ที่สหรัฐฯ

ข่าวการเสียชีวิตของคริสโตเฟอร์ คู่หมั้นชาวอเมริกันของนักแสดงสาว ซูซี่ สุษิรา ที่ก่อนหน้านี้ ซูซี่ได้ออกมาโพสต์ข้อความอาลัยถึงคู่หมั้นที่เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ไม่ได้เผยถึงสาเหตุการเสียชีวิต   ต่อมา แอริน ยุกตะทัต เพื่อนสนิทของซูซี่ ก็ได้ออกมาเผยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของคู่หมั้นซูซี่ แทนเพื่อนทั้งน้ำตาว่า คริสโตเฟอร์ ตัดสินใจจบชีวิตด้วยตัวเอง จากภาวะโรคซึมเศร้า เนื่องจากทำงานเป็น อีโอดี หรือหน่วยกู้ระเบิดที่อเมริกามานานถึง 9 ปี มีความเครียดจากการฝึกซ้อม และต่อสู้กับโรคซึมเศร้ามานานหลายปีแล้ว และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง   แต่ที่ผ่านมาซูซี่พยายามช่วยให้เขากลับมาอยู่ในโลกความจริง แสดงความรักให้เขาได้เห็น โดยวางแผนจะแต่งงานกันในเร็วๆ นี้ และสร้างครอบครัวด้วยกันที่เชียงใหม่   แอรินบอกว่าคริสโตเฟอร์ เสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ขอเปิดเผย ขอเก็บข้อมูลไว้เป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองครอบครัว ตอนนี้อยากโฟกัสที่การให้กำลังใจซูซี่ที่สุขภาพจิตใจค่อนข้างแย่  และยังไม่พร้อมออกมาพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น   ซึ่งตอนนี้ครอบครัวของคริสโตเฟอร์ ก็ได้บินมาเพื่อนำร่างกลับไปทำพิธีที่อเมริกากับครอบครัว โดยจะได้รับการเชิดชูเกียรติในฐานะทหารของอเมริกาด้วย   ซึ่งแอรินยังฝากถึงคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าว่า ปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ อยากให้ยอมรับและเข้ารับการรักษา เพราะตัวเธอเองก็เป็น และทานยาเหมือนกัน อยากให้มองว่าโลกนี้ยังมีสิ่งสวยงามให้เราอยู่ต่อ โดยแอรินบอกว่าเธออยากทำทุกอย่าง เพื่อช่วยรณรงค์เกี่ยวกับโรคซึมเศร้า เพราะเธอต้องเสียเพื่อนกับการฆ่าตัวตายมาเยอะมากแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z2g9LrsOzTQ

 19,496
ต่างประเทศ
29 ม.ค. 62

หนุ่มจีนคิดสั้น จับเด็กหญิงแปลกหน้าโยนลงจากชั้น 3 ก่อนกระโดดตาม เจ็บหนักทั้งคู่

จีน - เกิดเหตุหนุ่มจีนคิดสั้น แต่จับเด็กหญิงแปลกหน้าโยนลงจากชั้น 3 ของห้างสรรพสินค้าก่อนกระโดดฆ่าตัวตายตาม ลงมากระแทกพื้นชั้นล่าง จนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล อาการทั้งคู่ไม่ถึงขั้นวิกฤต   จากการสืบสวนในเบื้องต้น ทั้งสองไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด และไม่รู้จักกัน   ขณะที่หนุ่มคิดสั้น ให้การว่า มีความเครียดอย่างรุนแรงเนื่องจากปัญหาทางการเงิน จึงคิดฆ่าตัวตายเมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้น 3 ของห้าง เห็นเด็กหญิงเคราะห์ร้ายเดินมาแถวนั้น จึงจับเด็กหญิงโยนลงไปก่อนจะโดดตาม จนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ดังกล่าว  

 3,570
สรุปข่าว
29 ม.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 29 ม.ค.62 พระราชเพลิงศพหลวงพ่อคูณ-ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า-คู่หมั้นซูซี่ป่วยซึมเศร้าฆ่าตัวตาย

-ปชช.นับแสนร่วมพิธีพระราชเพลิงศพหลวงพ่อคูณ เริ่ม 14.00 น. ช่วง 3 ทุ่มที่ผ่านมามีการซ้อมเสมือนจริง เคลื่อนย้ายสรีรสังขารหลวงพ่อคูณไปยังฌาปนสถานชั่วคราวหัสดีลิงค์เทินบุษบก เริ่มพิธีเผาจริง 22.15 น. แพทย์ มข.ระบุเล็บมือเท้าของหลวงพ่อสีชมพูชัด ติ่งหู-กระดูกสีชมพูระเรื่อ เส้นเอ็นยังสดใส กล้ามเนื้อคล้ายคนหนุ่ม เป็นที่อัศจรรย์ของคณะแพทย์ ซ้อมเพระราชทานเพลิง 'หลวงพ่อคูณ' นางสีดา ผู้ฆ่านกหัสดีลิงค์เตรียมบวงสรวงเคลื่อนทัพ /  คลื่นมหาชนรอร่วมพระราชทานเพลิงศพ 'หลวงพ่อคูณ' เปิดให้วางดอกไม้จันทน์ถึงเที่ยง เผาจริง 22.15 น.   -นายกฯบ่นเองเจ็บตาเพราะฝุ่น นั่งฮ.มาสระบุรียังเห็นบางคนเผาไร่เผานา กำชับผู้นำท้องถิ่นชี้แจงลูกบ้านว่าผิด กม.และสร้างฝุ่นพิษเพิ่ม กรมควบคุมมลพิษทำหนังสือถึงผู้ว่าฯจังหวัดใกล้ กทม. ห้ามมีการเผาเด็ดขาด ชี้ที่มาหลักของใน 52%มาจากรถดีเซล 35% มาจากการเผาในที่โล่ง ส่วนฝุ่นจากกัมพูชาไม่กระทบ กทม.เพราะลอยออกทางตราด ลงทะเลอ่าวไทย ขณะที่ภาพรวมค่าฝุ่นยังเกินมาตรฐานในที่เดิมๆ จุดวิกฤตริม ถ.พระราม 2 สมุทรสาคร เอกชนช่วยแก้ปัญหาเอาน้ำผสมน้ำตาลเพิ่มความหนืด ช่วยจับฝุ่นในอากาศ หอการค้าประเมินเศรษฐกิจเสียหายจากฝุ่นใกล้หมื่นล้าน นายกฯเจอพิษฝุ่นจิ๋วเริ่มเจ็บตา ขอเกษตรกรไม่เผาตอซังข้าว ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้า ประเมินศก.เสียหายหมื่นล้าน   -ปฏิบัติการดาวกระจายจับกำนันโป้ย-อิทธิพล เรืองวรบูรณ์ อดีต สว.นครพนม พ่ออดีต ส.ส.เพื่อไทย ถูกจับพร้อมลูกสาวปล่อยเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ยึดโฉนดที่ดินกว่า 150 ใบ อายัดทรัพย์ 260 ล้าน บิ๊กโจ๊กยันเป็นนโยบายล้างหนี้นอกระบบ ไม่เกี่ยวกับใกล้เลือกตั้ง 'บิ๊กโจ๊ก' โค่นอิทธิพล 'กำนันโป้ย' นายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ยึดทรัพย์ 260 ล้าน    -ปชช.ตื่นตัวลงทะเบียนวันแรกเลือกตั้งล่วงหน้า ในเขต-นอกเขต-นอกราชอาณาจักร ทางอินเตอร์เน็ต www.khonthai.com มีคนขอใช้สิทธิ์กว่า 1 พันคน บางช่วงเว็บล่ม เปิดให้ลงได้ถึง 19 ก.พ. หากไม่ลงออนไลน์ สามารถไปแจ้งความจำนงที่นายทะเบียนท้องถิ่น ส่วนนอกราชอาณาจักรต้องแจ้งที่สถานทูต หากต้องการแจ้งแก้ไขต้องดำเนินการก่อน 19 ก.พ.กกต.ประเมินมีผู้ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเกิน 2 ล้านคน คนไทยตื่นตัว ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า บางช่วงเว็บล่ม เปิดถึง 19 ก.พ.   -คุณหญิงสุดารัตน์ พรรคเพื่อไทย ขึ้นปราศรัยประกาศว่า 24 มี.ค.เป็นวันที่ ปชช.ก้าวออกจากทุกข์ แม้จะเกิดขึ้นหลายพรรค แต่สุดท้ายคือ 2 ขั้นเท่านั้นคือเผด็จการและประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยจะพา ปชช.กลับมากระเป๋าตุง นำพาสู่ความสงบสุขที่แท้จริง บนเศรษฐกิจที่ดี สร้าง 5 พลังขับเคลื่อนกำลังซื้อของประเทศ ที่ผ่านมาเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เศรษฐกิจก็ดีทุกครั้ง ชัชชาติขึ้นเวทีเปิด 6 ยุทธศาสตร์ ไทยทำ ไทยทันสมัย ไทยเท่าเทียม ไทยเชื่อมไทย ไทยเชื่อมโลก ไทยยั่งยืน เพื่อไทยประกาศ 24 มี.ค.วันก้าวออกจากทุกข์ ลั่นพาคนไทยกลับมากระเป๋าตุง    -พรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวผู้สมัครสมุทรปราการ เชื่อจะกวาดทั้ง 7 เขต ต้องรอเข้าที่ประชุมว่าจะให้บิ๊กตู่เป็นเบอร์หนึ่งนั่งนายกฯหรือไม่ คาด 4 รมต.เตรียมยื่นใบลาออกมีผลพรุ่งนี้     -นายกฯลงพื้นที่สระบุรี เป็นปธ.สักขีพยานการมอบ ส.ป.ก.4-01 บอกรัฐบาลปลดล็อกจนออกได้ถูกต้องตาม กม. อย่าไปเชื่อว่าใครที่บอกว่าจะมาทำอะไรให้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับ ปชช.ตนไปชี้นำไม่ได้ นายกฯบอกอย่าเชื่อพรรคการเมืองขายฝัน ขออย่ารังเกียจทหารกันนักเลย    -ทักษิณ จัดรายการ Good Monday ตอนที่ 3 ชวนโลกมาเที่ยวไทย กระจายรายได้ให้ประชาชนทุกจังหวัดผ่านเฟซบุ๊ก สร้างให้ไทยเป็น HUB การบินของภูมิภาค ด้านนายกฯบอก นทท.มาเที่ยวเยอะในรัฐบาลนี้ เพราะบ้านเมืองเรียบร้อย ไม่มีปัญหาขัดแย้งตามถนน 'ทักษิณ' ชวนโลกมาเที่ยวไทย กระจายรายได้ทุกจังหวัด 'บิ๊กตู่' โว รบ.นี้ทำคนมาเที่ยวไทยพุ่ง    -สนามบินดอนเมือง ปิดซ่อมรันเวย์ฝั่งตะวันตกบางส่วน 4 วัน เริ่ม 29 ม.ค.-1 ก.พ. ทำให้รองรับเที่ยวบิน ลดลงจาก 52 เที่ยวบิน เหลือ 48 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เตือนผู้โดยสารรับมือเครื่องดีเลย์ 30-45 นาที ดอนเมืองปิดซ่อมรันเวย์ 29 ม.ค. - 1 ก.พ. เตือนรับมือเครื่องบินดีเลย์   -นายกฯใช้ ม.44 เบรคการขอสิทธิบัตรกัญชาที่ขัดกับกม.ไทย เพื่อเปิดโอกาสให้นำกัญชามาศึกษาวิจัยทางการแพทย์ได้ มีผล 28 ม.ค. แต่ผู้ยื่นขอสิทธิบัตรสามารถยื่นอุทธรณ์ได้   -คนร้ายวางกับดัก ถังแก๊สบรรจุทรายคล้ายระเบิดล่อ จนท.ออกจากที่มั่นก่อนซุ่มยิง ทำให้นายดาบ ตชด.เสียชีวิตริมถนนที่ยะลา ขโมยปืนพกสั้น ปืนยาว M16 และเสื้อเกราะหลบหนี คาดฝีมือแนวร่วม RKK กลุ่มใหม่   -สาวใหญ่ลูกจ้างร้านเพชร ฉกเพชรกว่า 10 ล้าน หลังปิดร้านนานหลายวัน ลูกค้าตามเจ้าของมาดูถึงกับช็อก เจ้าของไว้ใจให้กุญแจตู้เซฟเก็บเพชร ไม่คิดว่าจะก่อเหตุ เครื่องเพชรหายเกลี้ยง วงจรปิดจับภาพไว้ได้ เจ้าของร้านไว้ใจให้กุญแจตู้เซฟ สุดท้ายโดนลูกจ้างแสบฉกเพชร 10 ล้าน   -ตร.จับนักชกดัง ร้อยเชิง สิงห์มาวิน ล้มมวย ขณะขึ้นชกศึก ส.สมหมาย เวทีมวยราชดำเนิน รับค่าเหนื่อย 6 หมื่น พบพิรุธไม่ยอมตอบโต้ออกอาวุธ ทั้งที่ชั้นเชิงมวยได้เปรียบ เจ้าของค่ายระบุติดพนันอย่างหนัก ใช้เงินเก็บจนหมด ตร.ขยายผลออกหมายจับเซียนเอก ผู้ว่าจ้าง อยู่ระหว่างติดตามตัว จับนักมวยไทย 'ร้อยเชิง สิงห์มาวิน' ล้มมวยได้ค่าจ้าง 6 หมื่น เหตุผีพนันเข้าสิง   -แอริน ยุกตะทัต เพื่อสนิทซูซี่ สุษิรา ร่ำไห้พูดแทนเพื่อน คริสโตเฟอร์ คู่หมั้นหนุ่มชาวอเมริกันของซูซี่ จบชีวิตตัวเองจากโรคซึมเศร้า หลังเครียดหนักจากการทำงานเป็น จนท.เก็บกู้ระเบิด EOD ของกองทัพสหรัฐฯนาน 9 ปี ขอให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว อยากให้โฟกัสกับการให้กำลังใจซูซี่ สุขภาพจิตใจแย่ ขอเวลาทำใจ ยังไม่พร้อมพูดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนศพฝ่ายชาย ญาติมารับกลับอเมริกาไปแล้ว 'แอริน' ร่ำไห้พูดแทนเพื่อน คู่หมั้น 'ซูซี่' จบชีวิตตัวเองจากโรคซึมเศร้า เครียดเป็นหน่วย eod ที่สหรัฐฯ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2DzxUlhAArA

 2,899
ข่าวภูมิภาค
23 ม.ค. 62

สลด สาวท้อง 4 เดือนป่วยซึมเศร้า รมควันฆ่าตัวตายดับคารถ

โคราช-พบศพหญิงอายุ 33 ปี เสียชีวิตภายในรถยนต์เก๋ง ซึ่งจอดอยู่บริเวณเส้นทางเปลี่ยว สองข้างทางเป็นป่าต้นกระถิ่นขึ้นปกคลุม ซึ่งตามปกติเป็นเส้นทางเปลี่ยวไม่ค่อยมีคนสัญจรผ่านไปมา ในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา   คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง และบริเวณที่วางเท้าเบาะหลังที่นั่งคนขับ มีเตาไฟซึ่งมีร่องรอยจุดจนดับไปแล้วถูกวางทิ้งอยู่ในรถ ภายในรถไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เจ้าหน้าที่จึงตำรวจสถานที่พร้อมเก็บหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตให้แน่ชัด พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาร่วมตรวจสอบ   ทั้งนี้ จากการสอบถามญาติของผู้ตายทราบว่า ผู้ตายมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า อาศัยอยู่กับพี่สาวในหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นระยะ แต่ในช่วงนี้ทราบมาว่า ผู้ตายกำลังท้องได้ประมาณ 3-4 เดือน ส่วนสามีทำงานอยู่ที่หน่วยงานราชการแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ ขณะที่บริเวณจุดที่เกิดเหตุเป็นที่ว่างเปล่าที่ผู้ตายได้ซื้อที่ดินไว้เพื่อเตรียมจะสร้างบ้านในอนาคต เบื้องต้นคาดว่า ผู้ตายอาจจะมีการอาการโรคซึมเศร้ากำเริบ หรือมีปัญหาชีวิตรุมเร้าจึงก่อเตาไฟรมควันตัวเองเสียชีวิตดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ทีนี่: https://youtu.be/Kgco1SqmXp0  

 6,828
สังคม-อาชญากรรม
16 ม.ค. 62

พบตัวแล้ว! หนุ่มโพสต์ภาพเอาปืนจ่อหัว รับเครียดเรื่องงาน-ครอบครัว ผงะตรวจเจอฉี่ม่วง

พบตัวแล้วหนุ่มโพสต์ภาพ เอาปืนจ่อหัวจะฆ่าตัวตาย ตร.บุกเชิญตัวถึงห้อง พบใช้ปืนบีบีกัน สารภาพโพสต์เครียดปัญหาเรื่องงานและครอบครัว ฝากขอโทษสังคม ตรวจปัสสาวะพบสีม่วงต้องส่งตัวบำบัด   จากกรณีเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (15 ม.ค.62) มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้มีการโพสต์ภาพและข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเป็นภาพขณะกำลังเอาอาวุธปืนจ่อที่ศีรษะตัวเอง พร้อมข้อความ ระบุว่า “ผมเหนื่อย อยากสงบ อยากมีความสุข อยากมีชีวิตที่ดี กรรมใดที่ตัวข้าพเจ้าได้ทำเอาไว้กับบุคคลอื่นขอ อโหสิกรรม ให้กับตัวข้าพเจ้าด้วยบุญและกุศลที่ตัวข้าพเจ้าได้สร้างทำมาแต่ปางก่อน และได้ทำในชาตินี้ด้วยใจอันศรัทธาขอเป็นบุญเป็นกุศลแด่เทพเทวดา พระมาลัย พระแม่ธรณี พระแม่โพสพ เจ้าคงคา เจ้าที่เจ้าทาง พระยมโลกเบื้องบนและเบื้องล่าง..และบุคลใดที่สร้างกรรมกับตัวข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอยกให้เป็นอภัยทานแด่พระพุทธเจ้าเพื่อเป็นอานิสงค์ อย่าได้มีบาปมีเวรมีกรรมต่อกันและกันเลย..สาธุ สาธุ สาธุ ..หลังจากนี้ตัวข้าพเจ้าขออธิฐานไปเกิดใหม่ในที่ๆสงบ ขอรับใช้ร่มกาสาวพัสตร์ต่อจนชั่วอายุไข”   นอกจากนั้นชายคนดังกล่าวยังได้โพสต์ข้อความในลักษณะดังกล่าวอีกหลายโพสต์ รวมทั้งนำข้อความที่คุยกับลูกสาวในลักษณะของการสั่งเสียมาโพสต์ในเฟชบุ๊ดส่วนตัวอีก ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นและแชร์ข้อความดังกล่าวไปยังกลุ่ม ต่างๆ เพื่อให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของผู้โพสต์พบว่ามีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่จ.ภูเก็ต ต่อมาได้มีการลบข้อความดังกล่าวออกไป   ล่าสุดวันนี้( 16 ม.ค.62) ที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสน์ ผกก.สืบสวนภูธรจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการแชร์ข้อความจำนวนมากในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสืบค้นข้อมูลและลงพื้นที่ติดตามตัวผู้โพสต์ กระทั้งในเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมาก็ทราบตัวบุคคลดังกล่าว และทราบว่าอยู่ในซอยเรือนทะเล ต.รัษฏา อ.เมือง    โดยผู้โพสต์คนดังกล่าวชื่อนายหนึ่ง (ขอสงวนชื่อสกุลจริง)เป็นผู้รับเหมาติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ จึงประสานไปยังภรรยาของนายหนึ่งให้เดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่เข้าไปในบ้านได้ แต่พบว่านายหนึ่งอยู่ในห้องปิดล็อกจากด้านในอย่างหนาแน่น พยายามเรียกก็ไม่มีเสียงตอบ จึงเฝ้าอยู่ตลอดทั้งคืน กระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เรียกดูอีกครั้งพร้อมภรรยา ปรากฏว่านายหนึ่งอยู่ในห้องดังกล่าวจริง และยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไป ตรวจสอบภายในห้อง เบื้องต้นพบปืนพกสั้นบีบีกัน 2 กระบอก อยู่ในตู้เซฟ จึงเชิญตัวมาที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดเพื่อสอบปากคำ และตรวจปัสสาวะว่ามีสารเสพติดหรือไม่    เบื้องต้นจากการสอบปากคำ นายหนึ่งยอมรับว่า ได้กระทำการโพสต์ภาพพร้อมข้อความดังกล่าวจริง เนื่องจากความเครียดจากปัญหาเรื่องงานและครอบครัว จึงกินเหล้าและโพสต์ภาพดังกล่าวออกไปเพื่อระบายความเครียด จากนั้นได้กินยาเข้าไปทำให้นอนหลับ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปถึง และหลังจากที่เชิญตัวมาสอบสวน ขณะนี้นายหนึ่งอยู่ในอาการที่ดีขึ้น เจ้าหน้าที่ได้พยายามพูดคุยให้สงบสติอารมณ์ ซึ่งนายหนึ่งเองได้กล่าวว่ารู้สึกผิดและฝากขอโทษสังคมกับสิ่งที่เกิดขึ้น    ทั้งนี้ ในส่วนของการกระทำความผิดนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภายในบ้านไม่พบอาวุธปืน ยาเสพติดและสิ่งผิดกฏหมาย มีเพียงปืนบีบีกัน 2 กระบอก ซึ่งไม่เข้าข่ายความผิด แต่จากการปัสสาวะพบว่าเป็นสีม่วงจากการใช้ยาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำประวัติก่อนส่งตัวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้ารับการบำบัดต่อไป    อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอฝากขอบคุณไปยังพี่น้องประชาชนทางโซเชี่ยลมีเดียต่างๆที่ ช่วยกันแชร์โพสต์และให้ข้อมูล ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว อนาคตหากมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นก็ขอให้ช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุสลดขึ้นไม่มากก็น้อย.

 3,598
ข่าวภูมิภาค
13 ม.ค. 62

น้องสงสัยทำไมในวงจรปิดพี่ชายนั่งนิ่ง ย้อนภาพดูช็อกพี่ชายยิงขมับฆ่าตัวตายคาโซฟาเมื่อคืน

หนุ่มกำลังจะแต่งงานยิงขมับฆ่าตัวตายดับคาโซฟา น้องสาวเอะใจทำไมในวงจรปิดนั่งอยู่เฉย ๆ ไม่ขยับ ย้อนภาพวงจรปิดดูตะลึงเห็นพี่ชายคุยโทรศัพท์ ก่อนบรรจุกระสุน และจ่อขมับฆ่าตัวตาย      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/kYzXiV3cWso

 20,902

Top