ค้นหา :

ผลการค้นหา "วินจยย"

สังคม-อาชญากรรม
24 ก.ค. 61

คืบหน้าพบชิ้นส่วนศพคลองแสนแสบ ให้น้ำหนักโดนใบพัดเรือตัดร่างขาด

จากกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ ได้แก่ ท่อนบน โคนขา เท้า ในคลองแสนแสบกระจายตามจุดต่างๆ  ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ระบุตัวผู้เสียชีวิตได้ ทราบชื่อภายหลัง นายวินัย ใจแสน อายุ 49 ปี อาชีพขี่จยย.ที่วินแห่งหนึ่งที่หายตัวไป   ซึ่งผู้ตายมีประวัติบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืนเมื่อปี 2542 ท้องที่สน.หัวหมาก และเมาแล้วขับเมื่อปี 2550 ท้องที่ สน.ลาดพร้าว นายวินัยเดิมมีอาชีพขี่จยย.รับจ้างอยู่ที่วินแห่งหนึ่งย่านแฮปปี้แลนด์ แต่ระยะหลังเลิกกับภรรยาไปนาน 20 ปี และมีนิสัย ชอบดื่มสุรา มีโรคประจำตัวเป็นโรคลมชัก และไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง สำหรับการเสียชีวิตนั้นตั้งไว้ 2 ประเด็น คือเกิดจากอุบัติเหตุและถูกฆาตกรรม   ทั้งนี้จากการตรวจสอบของแพทย์นิติเวชเบื้องต้น สภาพศพที่พบมีบาดแผลเกิดจากคล้ายของมีคมแต่คมไม่มาก ลักษณะทื่อถูกกระทบที่ผิวหนังด้วยความแรง ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตว่าผู้ตายเสียชีวิตในน้ำหรือก่อนอยู่ในน้ำต้องรอผลตรวจพิสูจน์จากห้องแลป ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน   นอกจากนี้ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้งหมดจะต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับญาติของผู้เสียชีวิตก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่กับลายพิมพ์นิ้วมือที่ตรวจพบ เบื้องต้นยังไม่สามารถชี้ชัดลงลึกไปว่าเป็นการฆาตกรรมหรือไม่เพราะต้องรอผลนิติเวชเรื่องการตรวจสอบน้ำในปอดว่าผู้เสียชีวิตเสียชีวิตขณะอยู่บนน้ำหรืออยู่ในน้ำ   ทาง ตร.ระบุคดีนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการฆาตกรรมหรือไม่ต้องรอความชัดเจนจากสถาบันนิติเวช 2 ประเด็น คือ มีน้ำเข้าไปในปอดของผู้ตายหรือไม่ และมีคนทำให้พลัดตกลงไปในคลองหรือไม่ แต่มีความชัดเจนในประเด็นชิ้นส่วนศพไม่ได้เกิดจากการถูกหั่นหรือชำแหละ แต่เกิดจากการถูกของมีคมแต่ไม่คมมากนักและผิวไม่เรียบกระทบอย่างรุนแรง ซึ่งอาจจะเกิดจากใบพัดของเรือที่วิ่งอยู่ในคลองแสนแสนที่มีมากกว่า 200 เที่ยวต่อวัน ส่วนกรณีเศษผ้าที่ยัดอยู่ในกระโหลกเกิดจากการอัดกระแทกอย่างแรง โดยเศษผ้าเข้าไปพร้อมกับวัตถุตามแรงกระทบ คาดว่าศพที่พบน่าจะเสียชีวิตในช่วงเย็นหรือกลางดึกในวันที่ 19 ก.ค.   ขณะที่ผู้ตายเป็นคนจรจัดไม่มีทรัพย์สินติดตัว จึงเป็นไปไม่ได้ว่าจะเป็นการทำร้ายเพื่อชิงทรัพย์ แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าผู้ตายไปทะเลาะวิวาท, ถูกทำร้าย, ถูกผลักให้ตกน้ำ หรือเกิดจากโรคประจำตัวจนพลัดตกน้ำเอง ก่อนจะเสียชีวิต ตามข่าวที่เห็น หรือเสียชีวิตเพราะถูกใบพัดเรือตัด ซึ่งขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์ภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน   ทั้งนี้มีภาพสุดท้ายของผู้ตาย เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้ตายเกิดอาการลมชักที่ย่านแฮปปี้แลนด์ ล้มหน้าฟาดได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิสยามรวมใจจึงช่วยปฐมพยาบาล ซึ่งผู้ตายสวมเสื้อโปโลคอปกสีดำ สวมกางเกงสามส่วนสีดำ ก่อนจะพบชิ้นส่วนศพลอยในคลองแสนแสบเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ถ่ายรูปผู้เสียชีวิตไว้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xKH7RePOpDI

 1,504
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 มิ.ย. 61

สาวถูกวิน จยย.พูดลวนลาม-ขัดจรวดกลางวันแสกๆ แพทย์แนะถ้าเจออย่ากรี๊ด เพราะโรคจิตยิ่งชอบ

ในโลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวที่มี วิน จยย.เปิดโชว์อวัยวะเพศอย่างชัดเจน พร้อมพูดจาลวนลาม และสำเร็จความใคร่โชว์ต่อหน้าหญิงสาวอายุ 20 ปี เมื่อหญิงสาวเดินหนี ก็ยังเดินตาม ทำให้ผู้เสียหายต้องหยิบมือถือมาถ่าย เมื่อเห็นว่าถูกถ่ายภาพก็รีบขับรถหนีไป เหตุเกิดบน ถ.นครสวรรค์ ย่านนางเลิ้ง ในช่วงกลางวันแสกๆ   หลังที่ผู้เสียหายนำเรื่องลงโพสต์ในโซเชียล ได้มีหญิงติดต่อมาโดยอ้างว่าเป็นลูกสาวของวิน จยย.คันดังกล่าว โทรมาร้องไห้ และขอโทษ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพ่อทำแบบนั้นเพื่ออะไร ทั้งนี้พ่อกับแม่แยกทางกัน ทางลูกสาวได้มาอยู่กับแม่ โดยพ่อมีนิสัยชอบกินเหล้าเมา   นอกจากนี้ยังมีคนให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เคยถูกวิน จยย.คนนี้กระทำพฤติกรรมดังกล่าวมาแล้วเช่นกัน จึงชี้ให้เห็นว่า วิน จยย.ดังกล่าวทำมาแล้วมากกว่า 1 ครั้ง   อย่างไรก็ตามทางหญิงผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สน.นางเลิ้ง ขณะที่กรมการขนส่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นพบว่าวิน จยย.ดังกล่าวอยู่บริเวณ รพ.รามาธิบดีและสถาบันประสาท   ทั้งนี้ทางจิตแพทย์ได้ชี้แจงว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมชอบโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ เป็นเพศชายที่มีปัญหาไม่มั่นใจตัวเอง ขี้อาย เก็บกดทางเพศ พร้อมให้คำแนะนำหญิงสาวที่ถูกกระทำดังกล่าวว่า อย่าสนใจ อย่ากรี๊ด เพราะจะส่งเสริมให้ยิ่งแสดงออก และยิ่งชอบ ยิ่งตื่นเต้น  แต่ให้อัดคลิป ถ่ายรูป นำไปแจ้งความกับ ตร. เพราะมีความผิดทางอาญา และจะได้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/olr8CUuOJWk  

 8,664
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ค. 61

วิน จยย.ใจหล่อ! เก็บกระเป๋าเงินมีลอตเตอรี่ถูกรางวัลเหยียบหมื่นตามหาเจ้าของ ไม่ขอเอาเป็นของตัวเอง

นนทบุรี-นายประพล สุทธิลักษมี อายุ 28 ปี หนุ่มขับวิน จยย. เข้าแจ้งความกับ ตร.ว่าเก็บกระเป๋าเงินได้ บริเวณท้ายซอย 22 ซึ่งเป็นถนนเชื่อมต่อกับถนนเลียบคลองบางไผ่ เพื่อให้ติดตามหาเจ้าของ   จากการตรวจสอบเป็นกระเป๋าแบบสั้น สีน้ำตาลภายในมีเงินสดจำนวน 13,879 บาท บัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิต จำนวน 6 ใบบัตรบริจาคร่างกาย 1 ใบ ใบขับขี่จำนวน 2 ใบ ระบุชื่อนายปรีดา คำทวี อายุ 46 ปี และสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 3 ใบ ซึ่งมี 2 ใบถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัว เป็นเงินรางวัล 8,000 บาท   จากการสอบถามนายพิทักษ์ อยู่สุข กำนันตำบลบางรักพัฒนา ทราบว่าตนได้รับแจ้งจากลูกบ้านซึ่งขับรถจยย.รับจ้าง ว่าเก็บกระเป๋าเงินได้และไม่กล้าที่จะเปิดดู ตนจึงได้ไปตรวจสอบพบว่ามีเงินสดและเอกสารจำนวนมาก ที่สำคัญในกระเป๋าพบสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัวจำนวน 2 ใบ จึงได้พามาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน   ด้านพลเมืองดีที่เก็บกระเป๋าเงินได้กล่าวว่า ตนขับรถจยย.ไปส่งผู้โดยสาร โดยขับไปตามถนนเลียบคลองบางไผ่เพื่อเข้าท้ายซอย 22 เมื่อถึงช่วงโค้งเห็นสิ่งของตกอยู่ข้างถนนคล้ายกระเป๋าเงิน แต่ไม่แน่ใจจึงได้ขับรถไปส่งผู้โดยสารก่อน หลังจากนั้นได้ขับรถกลับมาตรงจุดที่พบกระเป๋าเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัด   เมื่อพบว่าเป็นกระเป๋าเงินจึงได้โทรแจ้งกำนันให้ออกมาดูและพบว่ามีเงินสดจำนวนมาก กำนันจึงได้พามาแจ้งความ ตนไม่คิดจะเก็บไว้ใช้เอง ในนั้นมีเงินจำนวนมากและเจ้าขอกระเป๋าก็เป็นคนดีบริจาคร่างกาย มันไม่ใช่ของเรา เก็บไว้ก็ไม่สบายใจด้วย   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภายในกระเป๋าทั้งหมด คาดว่าน่าจะเป็นของเจ้าของใบขับขี่ทำตกไว้ จึงได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน และจะประสานเจ้าของกระเป๋าให้เข้ารับคืนต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YqTRhTEQKqc    

 8,136
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 ก.พ. 61

เฮี้ยน หนัก มาก! โลกออนไลน์แชร์คลิปเก้าอี้อาถรรพ์ วิน จยย.นั่งหักล้มคว่ำ 2 รายซ้อนในวันเดียว

โลกออนไลน์แชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ปวีณา สุริยวิทยเวช ที่โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความว่า หนังจะสนุก มันต้องมีต่อภาค 2 เสมอ ตอนเก้าอี้มหัศจรรย์และกระจกร้านของฉัน หวังว่าคงไม่มีต่อภาค 3 นะคุณพี่ๆๆ   โดยเป็นเหตุการณ์ที่พี่วินมอเตอร์ไซค์กำลังจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้สีแดง และระหว่างที่เดินไปและได้นั่งลงเก้าอี้สีแดงแล้วปรากฏว่าเก้าอี้หัก ทำให้ต้องลงไปกองกับพื้น จนเพื่อนที่เห็นเหตุการณ์ต้องเข้ามาช่วยและแซวให้ไม่หงุดหงิด   และถัดมาเป็นคลิปที่เกิดขึ้นในสถานที่เดิม ปรากฏเป็นภาพของพี่วินมอเตอร์ไซค์อีกคนกำลังนั่งเก้าอี้สีน้ำเงินอยู่ตำแหน่งเดิมกับเก้าอี้สีแดงที่หักไป และปรากฏว่าเก้าอี้ตัวใหม่ก็หักลงเช่นเดิมอีก ทำให้วินที่นั่งล้มลงและได้รับบาดเจ็บหัวแตกเนื่องจากไปโดนกระจกของร้าน   ซึ่งเมื่อคลิปนี้ได้ปรากฏในโลกโซเชียล ได้มีชาวเน็ตเข้าชมจำนวนมากหลายแสนครั้ง พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นว่าที่ตรงนั้นเป็นอาถรรพ์ รวมทั้งรู้สึกขบขันไปกับภาพที่ปรากฏ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/54JTfE3WZKo    

 45,229
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 ม.ค. 61

ตร.ยันพระโขนงไร้วินเถื่อน แจงโซเชียลแฉประวัติชายเสื้อม่วงเป็นเรื่องเก่า วิน จยย.แย้งบอกยังมี แต่ไม่กล้าพูด

จากกรณีมีคลิปชายเสื้อม่วงมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับชายใส่สูทกลางถนนจนเป็นที่ฮือฮาในโซเชียล ซึ่งต่อมามีข้อมูลแฉว่าชายเสื้อม่วงเป็นู้มีอิทธิพล มีพฤติกรรมคุมวิน จยย.เถื่อนย่านพระโขนง และทำธุรกิจผิดกฎหมาย   ล่าสุดผู้กำกับพระโขนง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตัวแทนวิน จยย.ในซอยสุขุมวิท 81 ได้ชี้แจงว่าปัจจุบันไม่มีมาเฟียคุมวินมอเตอร์ไซค์แล้ว ซึ่งข้อมูลโซเชียลแฉเป็นเรื่องเก่า ด้านวิน จยย.ระบุไม่กล้าให้สัมภาษณ์สื่อมากนักเพราะห่วงความปลอดภัย   ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบ วิน จยย.เผยว่าปัจจุบันยังคงมีมาเฟีย ซึ่งขัดแย้งกับการแถลงของตำรวจ แต่ไม่มีใครอยากเปิดเผยข้อมูล เพราะไม่อยากมีปัญหากระทบการทำมาหากิน และห่วงความปลอดภัย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YMWAzbelf-c    

 12,500
สังคม-อาชญากรรม
23 ม.ค. 61

วิน จยย.ร้องเรียน สายไฟ-สายเคเบิล ห้อยระโยงระยาง กลางซอยพัฒนาการ 20 เกี่ยวคอเจ็บ

ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ได้รับการร้องเรียนจาก นางสาวรุ้งนภา สมโภชน์ วัย 32 ปี อาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ภายในซอยพัฒนาการ 20 หลังเจ้าตัวขี่รถรับส่งผู้โดยสารในซอยตามปกติ แต่เกิดเหตุ สายเคเบิลสัญญาณที่โยงอยู่บนเสาไฟฟ้า ห้อยลงมาพันที่คอจนได้รับบาดเจ็บ   วานนี้(22 ม.ค.) ทีมข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ หน้าปากซอยพัฒนาการ 20 แยก 4 พบว่าภายในซอย มีการติดตั้งสายไฟ-สายเคเบิลระโยงระยาง ทั้งตามแนวริมถนน และยังพาดข้ามถนนไปยังเสาอีกฝั่ง สายเคเบิลหลายสายมีลักษณะหย่อนห้อยลงมา บางส่วนก็ขาดหลุดรุ่ยอยู่ตามเสา   นางสาวรุ้งนภา เปิดเผยกับทีมข่าวว่า เมื่อช่วงเที่ยงของวันเสาร์ที่ผ่านมา (20 ม.ค.) ตนขี่รถไปส่งผู้โดยสารที่ปากซอย หลังจากส่งผู้โดยสารเสร็จ ขี่รถกลับมาคนเดียว มาถึงจุดเกิดเหตุ ปากซอยพัฒนาการ 20 แยก 4 จู่ๆก็เจ็บที่คออย่างรุนแรง มารู้อีกทีคือมีสายเคเบิลเส้นเล็กพันรัดอยู่ที่ลำคอ ลากไปไกลหลายเมตร ก่อนที่ตนจะเบรครถได้ทัน โชคดีที่รถไม่ล้ม และไม่มีรถตามหลังมา   เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คอของตนเป็นแผลบาดลึกตามแนวที่ถูกสายเคเบิลรัด แพทย์บอกว่า หากขี่รถมาเร็วกว่านี้ อาจจะถึงขั้นคอขาดได้ โดยหลังเกิดเหตุ ยังไม่ทราบว่าเป็นสายเคเบิลของผู้ประกอบการรายใด และไม่มีใครติดต่อมารับผิดชอบ   ระหว่างที่ทีมข่าวพูดคุยกับนางรุ้งนภา ก็มีวินมอเตอร์ไซค์อีกสองคน ที่ขี่ผ่านมา เข้าไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในวันเดียวกันกับที่นางสาวรุ้งนภาประสบเหตุ ก็เกิดเหตุสายไฟฟ้าช็อต จนสะเก็ดสายไฟร้อนๆร่วงลงมาใส่วินมอเตอร์ไซค์ได้รับบาดเจ็บ   นายประยูร ฉ่ำสูงเนิน วินมอเตอร์ไซค์ที่บาดเจ็บเล่าว่า เมื่อช่วง 09.00 น. ของวันเสาร์ที่ผ่านมา ตนนั่งรอลูกค้าอยู่ที่วิน จู่ๆสายไฟเหนือศีรษะก็เกิดช็อตจนระเบิด สะเก็ดของสายไฟที่เป็นทองแดงร้อนๆตกลงมาโดนบ่าและคอ จนเสื้อไหม้ขาดเป็นรู ที่คอเป็นแผลไหม้จากความร้อนขนาดใหญ่  แต่หลังเกิดเรื่องไม่รู้จะไปติดตามความรับผิดชอบจากใคร จึงไม่ได้แจ้งหน่วยงานให้รับทราบ   ด้านนายยูซบ ซำเซ็น วินมอเตอร์ไซค์อีกคนเล่าว่า ภายในซอยนี้จะเกิดปัญหาสายไฟ-สายเคเบิล ขาดลงมาทำให้คนได้รับความเดือดร้อนอยู่เสมอ เนื่องจากสายมีปริมาณมาก และโยงสายข้ามไปมาไร้ระเบียบ เวลาที่รถบรรทุก หรือรถทัวร์ที่มีความสูงมากๆขับผ่าน ก็มักจะเกี่ยวสายเหล่านี้ขาด บางครั้งคนที่ขับขี่รถผ่านไปมา มักจะถูกสายไฟเกี่ยวได้รับบาดเจ็บแบบที่นางสาวรุ้งนภาโดนมาแล้วหลายราย                 ทีมข่าวได้ประสานไปยังการไฟฟ้านครหลวง ให้รับทราบปัญหา จนส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบทันที เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุว่า สายที่รัดคอนางสาวรุ้งนภา เป็นสายสัญญาณอินเตอร์เน็ต จึงได้จดรหัสที่ระบุอยู่บนสายไปตรวจสอบ ว่าเป็นของผู้ประกอบการรายใด   ส่วนปัญหาของสายไฟที่ช็อต หรือเกิดระเบิดนั้น ก็เกิดได้จากหลายปัญหา เช่น สัตว์จำพวกกระรอก ไปกัดแทะฉนวนหุ้มสาย หรือกิ่งไม้ไปเสียดสี ซึ่งหลังจากนี้จะต้องแจ้งทางผู้บังคับบัญชา รวมทั้งผู้ประกอบการสายสัญญาณต่างๆ ให้เข้ามาจัดระเบียบต่อไป   ล่าสุดเมื่อช่วง 22.30 น. ที่ผ่านมา นางสาวรุ้งนภา แจ้งกับทีมข่าวว่า ทางบริษัทเจ้าของสายอินเตอร์เน็ต ได้ติดต่อมาขอโทษและยอมรับผิดเป็นที่เรียบร้อย หลังได้รับการแจ้งจากการไฟฟ้านครหลวง โดยในวันนี้(23 ม.ค.) ทางบริษัทจะให้เจ้าหน้าที่ติดต่อนางสาวรุ้งนภา ตกลงรับผิดชอบค่าเสียหายต่างๆต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/O-5Ys285sOo    

 11,521
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ม.ค. 61

คลิปหนุ่มใส่สูทเปิดศึกไทยไฟต์ หนุ่ม จยย.กลางถนน หลังไปเตือนแล้วโดนตบหัว ชาวเน็ตชมเชิงมวยไม่ธรรมดา

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Namemes Trd (เนมเมส ทีอาร์ดี) โพสต์คลิปเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันระหว่างจักรยานยนต์สองคัน โดยจากคลิปจะเห็นชายใส่สูทสีเทา ขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว ก่อนที่จะเห็น มอเตอร์ไซค์คันสีชมพู คนขี่สวมเสื้อโปโลสีม่วง คนซ้อนสวมเสื้อวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างขี่ตามมา ก่อนที่คนเสื้อโปโลสีม่วงจะขี่รถไปประกบ แล้วตบไปที่ศีรษะของชายสวมสูทสีเทา   หลังจากนั้น ชายสวมสูทเทาก็ขี่รถตามไป จนกระทั่งไปชกต่อยกับชายเสื้อสีม่วงกลางถนน แต่ที่ทำให้ชาวเน็ตสะดุดตา คือท่าทางที่ชายสวมสูทชกนั้น คล้ายกับคนที่ฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัวมาอย่างชำนาญ  ตลอดคลิปจะได้ยินผู้ถ่ายคลิปตะโกนห้ามปราม จนในที่สุดมีคนเข้ามาช่วยแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกัน   ทีมข่าวสอบถามไปยังผู้โพสต์ ชื่อนายเนม (สงวนชื่อจริง-นามสกุล) วัย 20 ปี เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อช่วงประมาณ 16.00 น. ของเมื่อวานนี้(22 ม.ค.) ตนขี่รถมาตามถนนสุขุมวิท ช่วงพระโขนง เป็นช่วงที่การจราจรค่อนข้างติดขัด เห็นรถจักรยานยนต์ของชายเสื้อม่วง ที่มีชายสวมเสื้อวินซ้อนท้าย พยายามจะขี่รถแทรกผ่านระหว่างรถสองคัน จนมอเตอร์ไซค์ไปเฉี่ยวรถเบนซ์ ระวังที่ขับแทรก แต่แทนที่จะขอโทษรถเบนซ์ ชายคนขี่กลับเบิ้ลเครื่องเสียงดังใส่ ก่อนจะหันไปพูดจาไม่ดีใส่รถเบนซ์ด้วย   ต่อมาชายสวมสูทสีเทา ที่ขี่รถมาเจอเหตุการณ์ดังกล่าว ขี่รถตามทั้งคู่ไป ก่อนจะพูดจาตักเตือนชายเสื้อม่วงว่าทำไม่ถูก  ปรากฎว่าเจ้าตัวไม่พอใจ ตะโกนด่าทอชายสวมสูท จนชายสวมสูทไม่อยากมีเรื่องด้วย ขี่รถหนีเข้าไปในซอยอ่อนนุช แต่ชายเสื้อสีม่วงยังขี่รถตามไปเอาเรื่อง ก่อนจะตบศีรษะคู่กรณีตามที่ปรากฎในคลิป จนลุกลามกลายเป็นการทะเลาะวิวาทวางมวย ตามที่ปรากฎในภาพ   โดยหลังจากทั้งคู่หยุดชกต่อยกัน ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่เกิดเหตุ ปรากฎว่าชายเสื้อเทา กับเพื่อนที่สวมเสื้อวิน ขี่รถหนีไปทันที ส่วนชายสวมสูทสีเทาก็ไม่ได้ไปแจ้งความเอาผิดใดๆต่อ   นายเนมบอกว่า หลังเกิดเหตุได้พูดคุยกันเล็กน้อย โดยชายสวมสูทน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ไม่ทราบสังกัดหน่วยงานใด โดยตนได้ส่งคลิปที่ตนอัดไว้ให้ชายคนดังกล่าว เพื่อใช้เป็นหลักฐาน หากมีการแจ้งความเอาผิดกัน แต่ก็ไม่ได้คุยรายละเอียดใดๆกันเพิ่มอีก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rMQwPnjLwTY    

 100,867
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 ม.ค. 61

รวบวินเถื่อนอาละวาดย่านหมอชิต โขกค่าโดยสารสุดโหด เหยื่อออกแฉเพียบ พบประวัติเคยติดคุกมาแล้ว 5 ครั้ง

จากกรณีของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเถื่อน ที่ตระเวนรับผู้โดยสารบริเวณหมอชิต 2 แล้วเรียกค่าโดยสารแพงเกินจริง โดยผู้ใช้ facebook ชื่อ Sudarat Boonchai ได้โพสต์คลิปวีดีโอ จับภาพวินมอเตอร์ไซค์เถื่อนรายนี้ เป็นชายสวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ไม่ได้สวมเสื้อกั๊กวิน โดยผู้โพสต์เล่าว่า ตนรอรถ จะออกจากหมอชิต 2 แต่ไม่มีรถแท็กซี่ รวมทั้งการจราจรนอกหมอชิตก็ติดขัดมาก จู่ๆชายคนดังกล่าวก็ขี่รถมาหา อ้างตัวว่าเป็นวินจะขี่รถไปส่ง ด้วยความไม่รู้จึงยอมนั่งรถไปด้วย   ปรากฎว่าวินมาส่งนอกหมอชิต ระยะทางไม่ถึง 1 กิโลเมตร แต่เรียกค่าโดยสารถึง 450 บาท ตนพย่ายามต่อรองจ่ายแค่ 100 บาท อีกฝ่ายก็ไม่ยอม และยังพยายามจะเข้ามาทำร้าย โชคดีที่มีแท็กซี่ขับผ่านมาพอดี ตนจึงรีบวิ่งหนีขึ้นรถแท็กซี่ทันที   นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายอีกราย โพสต์เรื่องราวผ่าน facebook ชื่อ Bright Luengphiphatchai เล่าเหตุการณ์ว่าตนกับเพื่อนนั่งรถทัวร์กลับจากเชียงใหม่ รถทัวร์จอดให้ลงตรงสะพานลอยตรงข้ามหมอชิต พอลงรถทัวร์ก็มีกลุ่มคนขับวินมอเตอร์ไซค์ กรูเข้ามาถามว่าจะไปไหน พวกตนก็ตอบไปแค่ว่าจะไปรังสิตแล้วเดินหนี เพราะตั้งใจจะนั่งรถแท็กซี่ไปกันอยู่แล้ว แต่ก่อนจะไปเรียกแท็กซี่ พวกตนไปแวะกินก๋วยเตี๋ยวฝั่งตรงข้าม ปรากฎว่าวินมอเตอร์ไซค์ก็ขี่รถมา แล้วบอกว่ารออยู่นะ   ตอนนั้นพวกตนเดินเอาเงินไปให้ เป็นค่าเสียเวลา เพราะจะไปแท็กซี่กัน แต่วินไม่รับเงิน ยืนยันว่าจะขี่ไปส่งขึ้นแท็กซี่ด้านนอก สุดท้ายจึงยอมโดยสารวินไปกับเพื่อน คนละคัน ปรากฎว่าวินมอเตอร์ไซค์พาตนกับเพื่อนแยกกันไปคนละทาง  วินคันแรกไปส่งเพื่อนที่วัดเสมียนนารี ส่วนตนได้ไปลงที่รัชโยธิน และยังถูกเรียกค่าโดยสารถึง 480 บาท  เมื่อบอกว่าไม่มีเงินก็ไม่ยอม ต้องโทรไปบอกเพื่อนให้เพื่อนจ่ายเงินส่วนของตน ให้กับวินอีกคันไปก่อน จึงจะเอาตัวรอดมาได้   ล่าสุดวานนี้ (3 ม.ค.) นายณัฐกานต์ เหลืองพิพัฒน์ชัย  หนึ่งผู้โพสต์ ที่ถูกวินเถื่อนโก่งค่าโดยสาร ได้เข้าแจ้งความที่ สน.บางซื่อ ส่วนผู้ที่โพสต์คลิปคนแรก ไม่ได้มาแจ้งความ แต่ทางตำรวจก็มีภาพคลิปวีดีโอ ที่เห็นทั้งใบหน้าและป้ายทะเบียนรถเป็นหลักฐาน จนกระทั่งในเวลาต่อมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 1 ราย   โดยเมื่อช่วงเย็นวานนี้ พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาที่จับกุมได้คือ นายธรรมรัตน์ อ่ำน้อยวงศ์ อายุ 36 ปี  พบพฤติการณ์ในการก่อเหตุ จะร่วมกับเพื่อนอีกคน ชื่อนายอ้อม (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ทำงานในลักษณะเป็นทีม ขู่กรรโชกทรัพย์เหยื่อ   จากการตรวจสอบประวัตินายธรรมรัตน์ พบประวัติเคยถูกจำคุกในคดียาเสพติด ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบันรวมแล้วถึง 5 ครั้ง เจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และข้อหา พรบ.จราจร อีก 4 ข้อหา ได้แก่ ข้อหาใช้รถจักรยานยนต์ที่ไม่ได้รับอนุญาต, ไม่มีใบอนุญาตขับขี่, ใช้รถที่ไม่ได้เสียภาษี และขับรถโดยไม่แสดงสำเนาทะเบียนรถ   ส่วนนายอ้อม ผู้ต้องหาอีก 1 ราย ขณะนี้อยู่ในระหว่างการหลบหนี ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เสียหายจำนวนหลายราย จึงขอให้เข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้ให้ได้รับโทษสูงสุด   นอกจากนี้ ในส่วนของกรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบแล้วพบว่า นายธรรมรัตน์ ไม่เคยมีใบอนุญาตขับขี่มาก่อน  และกรมขนส่งยังนำเลขทะเบียนไปตรวจสอบ จนทราบว่า จักรยานยนต์ที่นำมาก่อเหตุนั้น ไม่ใช่ของนายธรรมรัตน์ แต่ปรากฎชื่อผู้ครอบครองคือ นายสงกรานต์ สัญหะรักษ์ซึ่งตัวนายสงกรานต์ในฐานะเจ้าของรถ ก็จะมีความผิด ฐานยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับขี่ มาขับรถของตน มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ULGKxnuT2nA    

 16,180
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 ธ.ค. 60

เรื่องนี้ถึงกรมขนส่งแล้ว! วิน จยย.หน้าเลือดโขกราคาโหดงานรับปริญญา คิด 500 บาท อ้างเป็นค่าจอด+ดูแลรถ

facebook ของผู้ใช้ชื่อภากร ธิยะใจ โพสต์คลิปวีดีโอ เหตุการณ์ขณะที่ผู้โพสต์ กำลังต่อรองราคากับคนขับวินมอเตอร์ไซค์ โดยสุดท้ายต้องจ่ายค่าโดยสารไปเป็นเงิน 500 บาท ฟังจากบทสนทนา สรุปได้ว่า เงิน 500 บาทนี้ เป็นค่าโดยสาร รวมกับค่าที่จอดรถ   โดยผู้โพสต์เล่าเหตุการณ์ว่า ตนไปงานรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ย่านรังสิต แต่เนื่องจากที่จอดในมหาวิทยาลัยเต็ม จึงต้องจอดไว้รอบนอก โดยมีวินมอเตอร์ไซค์ในคลิป เป็นผู้หาที่จอดให้ แล้วขี่รถมาส่งในมหาวิทยาลัย สุดท้ายถูกโขกค่าโดยสารแพงถึง 500 บาท อ้างว่าเป็นราคาเหมาจ่าย ค่าโดยสาร 300 บาท ค่าจอดรถ 100 บาท และค่าดูแลรถอีก 100 บาท   ทีมข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นายภากร ธิยะใจ อายุ 30 ปี เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตนกับเพื่อน รวม 2 คน ไปงานรับปริญญาของเพื่อน ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยเพื่อนแจ้งว่า ในมหาวิทยาลัยไม่มีจอดรถเพราะเต็มหมดแล้ว ต้องยอมจอดด้านนอก ซึ่งก็น่าจะถูกเรียกเก็บค่าจอดค่อนข้างแพง ตนก็ได้เตรียมใจมาบ้างแล้ว   แต่ปรากฎว่าตอนที่กำลังหาที่จอด มอเตอร์ไซค์รับจ้างคันดังกล่าว ขี่มาประกบข้างๆ ตนจึงลดกระจกถาม ว่าจอดรถตรงไหนได้บ้าง คนขับวินบอกให้ตนจอดริมถนน หน้าร้านคาร์แคร์ หลังจากจอดรถตนก็ถามว่า จะขอนั่งวินเข้าไปในมหาวิทยาลัย คิดค่าโดยสารเท่าไหร่   คนขับวินบอกว่า ค่าโดยสารคนละ 150 บาท ซ้อนไปรอบเดียว 2 คน ก็รวมเป็น 300 บาท และขอคิดค่าจอดรถด้วย 100 บาท เบ็ดเสร็จ 400 บาท  ตอนนั้นตนต้องรีบเข้าไปในมหาวิทยาลัย เพราะกลัวจะไม่ทันเพื่อน จึงรีบตอบตกลง แต่ปรากฎว่าพอมาถึง คนขับวินกลับบอกว่า ต้องจ่ายทั้งหมด 500 บาท เพิ่มค่าดูแลรถอีก 100 บาท   ตอนนั้นตนพยายามไม่ตอบโต้ หรือมีปากเสียง เพราะกลัวว่ารถที่จอดไว้จะเป็นอันตราย จึงยอมจ่ายเงิน แต่ก็ได้ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ยิ่งมาทราบภายหลังว่า คนขับวินดังกล่าว ไม่ใช่วินในพื้นที่ เพราะตอนขากลับ ตนใช้บริการวินภายในมหาวิทยาลัย คิดค่าโดยสารค่า 50 บาทเท่านั้น   เรื่องดังกล่าว กรมการขนส่งทางบก ได้ติดต่อไปยังนายภากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้รับข้อมูลของคนขับวินในคลิป ไปตรวจสอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวนต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Xu5DLNTPYyE  

 20,365
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 พ.ย. 60

วิน จยย.เดือดแย่งลูกค้ากัน คว้าไม้เบสบอลฟาดจนกระดูกมือแตก สุดท้ายยอมชดใช้-โดนโทษคดีอาญาต่อ

เฟซบุ๊ก Chayanon Tongsrichan ได้โพสต์คลิปวีดีโอ ภาพชายคนหนึ่งถือไม้เบสบอลไล่ตีคนขับวินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งอีกฝ่ายก็พยายามยกหมวกกันน็อกขึ้นมาป้องกันตัว โดยผู้โพสต์ระบุว่า เป็นเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 2 วิน ที่แย่งลูกค้ากัน   ทีมข่าวเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุในซอยสุขุมวิท 20 ได้พูดคุยกับ นายณรงค์ เนื่องอิน วัย 62 ปี คนขี่วินมอเตอร์ไซค์ ที่ถูกไม้เบสบอลตีจนบาดเจ็บ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า เมื่อช่วงเที่ยงของวันอังคารที่ผ่านมา ตนขี่รถกำลังจะกลับเข้าวินของตัวเอง ในซอยสุขุมวิท 20 เห็นว่า คนขี่วินคู่กรณี ซึ่งเป็นวินในซอยสุขุมวิท 22 กำลังจะรับผู้โดยสารผู้หญิง ที่ยืนอยู่ข้างทาง ซึ่งจุดดังกล่าว อยู่ห่างจากวินของตนเพียงไม่กี่เมตร   ตนจึงบีบแตรเตือนอีกฝ่าย ว่าตนเองเป็นวินเจ้าของพื้นที่ แต่อีกฝ่ายไม่สนใจ ยังรับผู้โดยสารซ้อนท้ายขึ้นรถ ตนจึงขี่รถไปดักหน้า จนเกิดการกระทบกระทั่ง อีกฝ่ายถีบจักรยานยนต์ของตนจนเกือบล้ม สุดท้ายก็จิดรถลงมาชกต่อยกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไป   หลังจากนั้นตนคิดว่าเรื่องจบแล้ว ก็กลับมาขี่วินตามเดิม ปรากฎว่าคู่กรณีย้อนกลับมา มากันสองคน มีเพื่อนขี่จักรยานยนต์ ส่วนคู่กรณีซ้อนท้าย ถือไม้เบสบอลมาไล่ตีตนเข้าที่ศีรษะ แต่ตนใส่หมวกกันน็อคจึงไม่เป็นอะไร ต้องทิ้งรถ วิ่งหนีเข้าไปหน้าคอนโดใกล้เคียง อีกฝ่ายก็ยังคว้าไม้มาไล่ตี จนตนได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้าย กระดูกมือแตก ต้องเข้าเฝือกเอาไว้   นายณรงค์บอกอีกว่า เรื่องการรับผู้โดยสารในพื้นที่รับผิดชอบของวินอื่น เป็นเรื่องมารยาทที่ทุกวินต้องเคารพกันอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหากระทบกระทั่งกับวินอื่นมาก่อน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ตนเดือดร้อนมาก เพราะมือบาดเจ็บ ขี่รถไม่ได้ ก็ขาดรายได้ไปอีกหลายวัน ไม่รู้จะต้องหยุดงานไปนานแค่ไหน   ในเวลาต่อมา เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้เชิญตัวคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนที่โรงพัก โดยฝ่ายผู้ก่อเหตุ(สงวนชื่อ-สกุล) ยอมรับว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ตอนนี้สำนึกผิดและยินยอมมามอบตัวแล้ว แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆกับทีมข่าว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาตกลงค่าเสียหายกัน ฝ่ายผู้ก่อเหตุยินดีชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 2 หมื่นบาท ให้กับนายณรงค์  แต่ในส่วนของคดีอาญาก็ต้องดำเนินต่อไป เพราะเป็นความผิดยอมความไม่ได้   เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่ยังต้องรอผลตรวจจากแพทย์ว่า ความบาดเจ็บหนักถึงขั้นสาหัสหรือไม่ หากสาหัสก็จะต้องแจ้งเป็นข้อหา ทำร้ายร่างกายทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส แทน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9zcLMOoc_e0    

 8,819
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 พ.ย. 60

จบด้วยดี! วิน จยย.จับมือยอมความเด็กอาชีวะ หลังคลิปรุมยำว่อนเน็ต

โลกออนไลน์แชร์คลิปเหตุการณ์ กลุ่มชาย 4-5 คน หนึ่งในนั้นสวมเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ รุมทำร้ายนักเรียนชายอาชีวะย่านศรีย่านคนหนึ่ง กลางถนนที่พื้นที่ สน.สามเสน กรุงเทพฯ   โดยจากสาเหตุเกิดจากความไม่พอใจที่มีการขับรถปาดหน้ากัน ทำให้ต่างฝ่ายต่างมีปากเสียง และลงมือก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยทางเด็กนักเรียนได้ไปตามเพื่อนมาอีก 4 คน ในทางกลุ่มวินก็ตามเพื่อนมาช่วยเช่นกัน ก่อนที่เด็กนักเรียนจะวิ่งหนี เหลือเพียงตัวเด็กคู่กรณีตามที่เห็นในคลิป   ในเวลาต่อมา ทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาตกลงกันไปแล้วว่าจะไม่เอาเรื่องกับอีกฝ่ายตั้งแต่วันเกิดเหตุ เพื่อเห็นแก่อนาคตของเด็กนักเรียน ไม่ติดใจเอาความใดๆ รวมถึงเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหายหลังจากนี้   ด้านตัวแทนผู้ปกครอง มองว่าเรื่องนี้ลูกของตนเป็นฝ่ายผิดด้วย ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว หลังจากนี้ก็จะอบรมลูกของตนเองไม่ให้ก่อเหตุ และให้คำนึงถึงอนาคต ไม่สร้างความลำบากใจให้กับพ่อและแม่อีก   ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเทคนิคแห่งหนึ่ง ระบุว่า ได้สั่งพักการเรียนเด็กนักเรียนทั้ง 5 เป็นเวลา 2 วัน ระหว่างการหาทางออกให้กับปัญหา ซึ่งหลังจากนี้จะนำเด็กนักเรียนที่ก่อเหตุไปทำบันทึกประวัติไว้ และหารือเรื่องการจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างเด็กและกลุ่มวินรถจักรยานยนต์ ยืนยันว่าที่ผ่านมากลุ่มวินรถจักรยานยนต์ไม่ใช่กลุ่มที่เคยมีปัญหากับเด็กนักเรียน ซ้ำยังคอยช่วยเหลือป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างสถาบัน   เชื่อว่าเหตุการณ์นี้มาจากเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างเข้าใจผิดกัน อีกทั้งที่ผ่านมาก็เคยมีมาตรการอบรมให้เด็กนักเรียนมีความประพฤติดีมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะเชิญตำรวจ สน.สามเสน ไปอบรมให้ความรู้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียน รวมถึงการทำกิจกรรมเสริมสร้างความรักความสามัคคีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EPhH3vUYdDw    

 15,345
ประชาสัมพันธ์
17 ต.ค. 60

ais จัดวิน จยย. 300 คัน รับส่งฟรีให้ ปชช.ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เอไอเอส เตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   โดยในด้านการเดินทาง เอไอเอสได้เตรียมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 โดยจัดเตรียมรถมอเตอร์ไซค์กว่า 300 คัน เพื่อบริการฟรีรับส่งประชาชนในจุดสำคัญ เช่น สถานีขนส่งหมอชิต, สถานีขนส่งเอกมัย, หัวลำโพง, รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งก์พญาไท ตั้งแต่เวลา 05.00 - 22.00 น.   พร้อมกันนี้เอไอเอสประกาศงดให้บริการที่ เอไอเอส ช็อป และร้านเทเลวิซ ทั่วประเทศ (ยกเว้น เอไอเอส ช็อป สาขาสนามบินดอนเมือง, สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินสมุย, สนามบินภูเก็ต และสนามบินกระบี่) ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2560   เนื่องจากจะมีงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย เพื่อให้พนักงาน เอไอเอส ในฐานะประชาชนชาวไทยที่จงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ต่อในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้เข้าร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ในการพระราชพิธีในบริเวณพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b2T-r3NZzL8    

 1,935
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
17 ต.ค. 60

ais จัดวิน จยย. 300 คัน รับส่งฟรีให้ ปชช.ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เอไอเอส เตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   โดยในด้านการเดินทาง เอไอเอสได้เตรียมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 โดยจัดเตรียมรถมอเตอร์ไซค์กว่า 300 คัน เพื่อบริการฟรีรับส่งประชาชนในจุดสำคัญ เช่น สถานีขนส่งหมอชิต, สถานีขนส่งเอกมัย, หัวลำโพง, รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งก์พญาไท ตั้งแต่เวลา 05.00 - 22.00 น.   พร้อมกันนี้เอไอเอสประกาศงดให้บริการที่ เอไอเอส ช็อป และร้านเทเลวิซ ทั่วประเทศ (ยกเว้น เอไอเอส ช็อป สาขาสนามบินดอนเมือง, สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินสมุย, สนามบินภูเก็ต และสนามบินกระบี่) ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2560   เนื่องจากจะมีงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย เพื่อให้พนักงาน เอไอเอส ในฐานะประชาชนชาวไทยที่จงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ต่อในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้เข้าร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ในการพระราชพิธีในบริเวณพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b2T-r3NZzL8    

 1,935
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 ต.ค. 60

คลิปวิน จยย.พัทยาดวลหมัดเดือด 2 รุม 1 ต่อหน้าชาวต่างชาติ

จากกรณีมีคลิปวีดีโอ วิน จยย.เมืองพัทยาชกต่อยกันว่อนโลกโซเซียล จนมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่แสดงความเห็นในแง่ลบกับวิน จยย.รับจ้างในเมืองพัทยา แต่คนขับวิน จยย.คนอื่นวอนสังคมให้มองในแง่เป็นเรื่องส่วนตัวในการชกต่อย   จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุที่ชกกันจนทราบว่า เป็นวินฮอรีวู๊ด ซ.13 ถนนพัทยาใต้ คนถ่ายคลิปดังกล่าวเป็นต่างชาติคาดว่าเป็นชาวรัสเซียที่เข้ามาถ่ายรูปติดหนังสือเดินทาง   ด้านคนขับวินเดียวกันกับคนในภาพเล่าว่า วันเกิดเหตุคนขับวินตัวเล็กได้นั่งกินเหล้ากับเพื่อนวินอีกคนที่ไปช่วยรุมอยู่บริเวณที่จอดรอผู้โดยสาร ส่วนคนที่ถูกรุมได้รอผู้โดยสารเช่นกัน แต่ได้ไปมองทั้ง 2 คน ที่กินเหล้าว่าไม่เหมาะสมเพราะสวมเสื้อวินอยู่ นักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาจะมองไม่ดีและทำให้เสียภาพพจน์ ซึ่งทั้ง 2 คนจึงเกิดความไม่พอใจจึงมีปากเสียงด่าทอกันจนเกิดการชกต่อย ซึ่งหลังจากเกิดการชกต่อยกันทั้ง 3 คนก็ไม่มาขับ จยย.รับจ้างอีกเลย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bh856_V_ARI  

 5,588
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ก.ย. 60

วิน จยย.หน้านิคมนวนครปัดเป็นมาเฟีย ยันผู้โดยสารสมัครใจซ้อน 3 ช่วงเวลาเร่งด่วน

เพจแหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์เล่าเรื่องราวที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวเน็ตรายหนึ่ง ที่ทำงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี  ทุกเช้าที่ไปทำงานจะต้องเจอพฤติกรรมของวินจักรยานยนต์รับจ้าง บริเวณหน้านิคม ที่บังคับให้ผู้โดยสารที่จะไปทางเดียวกัน ซ้อนรถคันเดียวกัน รับผู้โดยสารไปพร้อมกันทีละ 2 คน   นอกจากนี้ยังเคยมีปัญหาเรื่องผู้โดยสารโบกรถแท็กซี่ เข้าไปในภายในนิคม ก็จะถูกวินจักรยานยนต์รับจ้าง ขี่ตามประกบ เรียกให้ผู้โดยสารลงจากรถ บางครั้งก็เรียกเก็บเงินจากคนขับแท็กซี่ ไม่อนุญาตให้เข้ามารับส่งผู้โดยสารในพื้นที่นิคมนวนคร ผู้โพสต์บอกอีกว่า พยายามร้องเรียนปัญหาไปยังหน่วยงานต่างๆหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้รับการแก้ไข   ล่าสุดวานนี้(18 ก.ย.) ผู้สื่อข่าว จ.ปทุมธานี ลงพื้นที่ไปตรวจสอบวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างดังกล่าว เป็นวินใหญ่หน้านิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และได้สอบถามจากกลุ่มคนขับวินฯ ถึงปัญหาดังกล่าว   โดยกลุ่มคนขับวินเล่าว่า สาเหตุที่มีการรับส่งผู้โดยสารซ้อนสาม อย่างที่ปรากฎในภาพ เนื่องจากตอนเช้าเวลาเร่งด่วน จะมีผู้โดยสารจำนวนมากมาต่อแถว รอคิวขึ้นรถเข้าไปทำงานในนิคม  ส่วนใหญ่กลัวไปทำงานไม่ทัน จึงสมัครใจนั่งซ้อนกันอย่างที่ปรากฎ ซึ่งก็จะเสียค่าโดยสารในอัตราปกติ   พอหมดช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ก็จะรับส่งกัน 1 คน ต่อ 1 คันตามปกติ   ส่วนที่อ้างว่าคนขับวินทำตัวเป็นมาเฟีย ห้ามแท็กซี่เข้ามารับ-ส่งผู้โดยสารในนิคม ก็ไม่เป็นความจริง พวกตนเป็นแค่คนขับวิน จะไปบังคับคนอื่นไม่ให้ทำมาหากินได้อย่างไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Jt7iw3Let1g    

 9,949

Top