ค้นหา :

ผลการค้นหา "วินจยย"

ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

สาวประเภท 2 ผวา ลุงวิน จยย.โวมีอาวุธใหญ่ ขอมีสัมพันธ์แลกลดค่ารถ สุดท้ายโดนจับ

อุบลราชธานี-ผู้ใช้เฟสบุ๊ก โรส สลิน เปิดเผยคลิป วินจักรยานยนต์ชายวัยกลางคน ทำทีมาขอต่อรองราคาเพื่อมีเพศสัมพันธ์กับนักศึกษาสาวประเภทสอง โดยใช้ข้ออ้างการลดราคาค่าจ้างรถรับจ้าง จาก 500 บาท เหลือ 200 บาท กลางสถานีขนส่ง อำเภอเดชอุดม   ซึ่งทางผู้เสียหายมีอาการหวาดผวา และไม่กล้าตะโกนขอความช่วยเหลือ เพราะชายคนดังกล่าวพกมีดสั้นไว้ที่เอว เมื่อตั้งสติได้จึงแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกคลิป พร้อมเจรจา โดยชายคนดังกล่าวยังบอกว่าเคยทำแบบนี้กับหญิงอื่นมาแล้ว 2-3 คน ก่อนที่เพื่อนของผู้เสียหายจะรีบมารับ และพาเข้าแจ้งความที่ สภ.เดชอุดม ทันที   ทางตำรวจระบุว่า ชายคนทำผิดคือ นายสุวิทย์ ศิริเกิด อายุ 53 ให้การว่า ตนยอมรับสารภาพทุกอย่างตามคลิปที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้เสียหายเดินทางไปชี้ตัวได้อย่างถูกต้อง และตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า กระทำอนาจารด้วยวาจา และพยายามล่อล่วง ต่อผู้เสียหายกระทั้งได้รับความเสื่อเสียและเสียขวัญ ซึ่งก็ได้ส่งตัวดำเนินคดี จับปรับไปตามข้อกฎหมาย และให้ประกันตัวออกไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fmKn-Xhs39Y

 10,516
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ก.ย. 62

ชื่นชม! หนุ่มแกร็บฟู้ด ขี่ฝ่ารถติดช่วยเด็กป่วยหนัก ก่อนส่งต่อให้ วิน จยย. อุ้มข้ามสะพาน ส่งถึง รพ.

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ployly M Kaewya แชร์คลิปเป็นภาพจากกล้องหน้ารถ ขณะที่สามีขับรถไปบนสะพานที่มีการจราจรติดขัด ก็ได้ยินเสียงภรรยาเร่งให้ขับรถเพื่อพาลูกไปโรงพยาบาลด้วยความร้อนใจ เพราะห่วงว่าลูกจะเป็นอันตราย แต่ด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัด ทำให้สองสามีภรรยาตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือจากคนขับ Grab food (แกร็บฟู้ด) ที่ผ่านมาพอดี ซึ่งหนุ่มแกร็บก็ได้ให้ความช่วยเหลือพาแม่และลูกชายซ้อน จยย. และนำส่งโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที   ล่าสุดวันที่ 3 ก.ย. 62  รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ได้สัมภาษณ์ หนุ่มแกร็บฟู้ด พลเมืองดี คือนายวัชระ เกษียร หรือ ‘ป๊อบ’ อายุ 33 ปี เล่าว่า    วันที่เกิดเหตุ ตนกำลังไปส่งออเดอร์ให้ลูกค้า ซึ่งขณะนั้นรถติดมาก ระหว่างขับรถขึ้นสะพานข้ามแยกถนนคู้บอน เห็นมือยื่นออกมาจากรถยนต์จึงจอดรถคุย พบว่าในรถมีเด็กกำลังป่วย ขณะนั้นตนไม่ได้คิดอะไร รู้แค่ว่าต้องพาเด็กไปให้ถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เมื่อขี่รถลงจากสะพาน พบว่า โรงพยาบาลอยู่ฝั่งทางขวามือ ซึ่งต้องขี่ไปเกือบกิโลจึงจะถึงที่กลับรถ ตนเกรงว่าจะเสียเวลา จึงจอดชิดซ้ายตรงวินรถจักรยานยนต์ ก่อนจะให้วินรถจักรยานยนต์ ช่วยอุ้มเด็กข้ามสะพานลอยเพื่อไปส่งให้ถึงโรงพยาบาล    ด้าน นายตะวัน ไกรเพชร วินรถจักรยานยนต์ที่อุ้มเด็กไปส่งโรงพยาบาล ซึ่งเป็นพลเมืองดีอีกหนึ่งคน เล่าว่า เห็นแกร็บไบค์ขี่รถมา แล้วแม่ของเด็กก็วิ่งมาบอกว่าให้ช่วยหน่อย ซึ่งจากที่เห็นตนก็พอจะคาดเดาได้ว่าเด็กป่วยหนัก ตนจึงรีบไปอุ้มเด็กวิ่งขึ้นสะพานเพื่อไปส่งที่โรงพยาบาล   ด้าน คุณพลอยพัชร มานะทัต แม่ของน้องปลาวาฬ วัย 2 ขวบ 9 เดือน ระบุว่า จากเหตุการณ์นี้ ตนอยากขอบคุณคุณป๊อบ หนุ่มขับแกร็บฟู้ด เพราะถ้าไม่ได้คุณป๊อบช่วยในวันนั้น ลูกของตนอาจจะแย่ อีกหนึ่งคนที่อยากขอบคุณคือคุณตะวัน วินรถจักรยานยนต์ที่ช่วยอุ้มน้องไปส่งให้ถึงโรงพยาบาล อีกทั้งอยากขอบคุณบริษัทแกร็บ ที่รับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายให้ลูกค้าแทน และอยากจะขอโทษลูกค้าคนดังกล่าว เพราะเหตุการณ์วันนั้นเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ   สำหรับอาการของน้องปลาวาฬ คุณพลอยพัชร เล่าว่า อยู่ๆ น้องปลาวาฬก็ชักขึ้นมาช่วงที่นอนกลางวัน น้ำลายฟูมปาก อาเจียน แขนขวากระตุก ปากเบี้ยว และตอนที่อยู่บนรถก็ไม่รู้สึกตัวแล้ว เมื่อถึงมือแพทย์ ได้ทำซีทีแสกนสมองพบว่า เป็นโรคลมชัก ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว   ขอบคุณ : เที่ยงวันทันเหตุการณ์      ข่าวที่เกี่ยวข้อง : แม่ใจจะขาดลูกป่วยหนัก ขณะรถติดบนสะพาน ก่อนได้หนุ่ม grab food ฮีโร่ ช่วยพาส่ง รพ.        

 6,072
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 ส.ค. 62

วินถีบ จยย.ล้มกลิ้งกลางถนน เจ้าตัวโต้ไม่ได้ถีบ แค่ยกเท้าป้องกันตัว เผยถูกคู่กรณีขับชน-ด่าทอก่อน

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ณรงค์ อินเดี้ยนบางปะกง โพสต์คลิปเหตุการณ์ รถจยย.คันหนึ่ง ซึ่งผู้ขับขี่สวมเสื้อกั๊กวิน และมีหญิงสาวนั่งซ้อนท้ายมาด้วย ก่อนยกเท้าถีบรถจยย.อีกคันที่ผู้ขับขี่เป็นผู้ชาย และมีหญิงสาวนั่งซ้อนท้ายมาด้วย จนล้มกลิ้งกลางถนนได้รับบาดเจ็บ   ซึ่งจังหวะหนึ่งจะได้ยินเสียงของหญิงสาวที่นั่งซ้อนท้ายคันที่ล้ม ได้พูดกับผู้ชายที่ขี่รถมาด้วยกันว่า “เนี่ย ขับรถปาดหน้าเขาเอง” โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า "ช่วยกันครับ ไม่น่ารอด เหตุเกิดเส้นรังสิต-นครนายก" หลังคลิปได้เผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก   ต่อมา นายภูริส ภัทรวัชระมณี อายุ 40 ปี วินจยย.ที่ปรากฏในคลิป ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ตนเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง เวลาว่างจากการทำงาน ก็จะขับวินจยย.รับจ้างเป็นอาชีพเสริม เมื่อวันที่ 5 ส.ค. เวลาประมาณ 07.50 น. ขณะกำลังขี่รถจยย.ไปส่งลูกสาวที่ทำงาน ระหว่างกลับรถใต้สะพาน มีรถจยย. รอกลับรถอยู่ 3 คัน ตนเป็นคันที่ 3 คู่กรณีเป็นคันที่ 1 จังหวะกลับรถตนได้ตีวงกว้าง เมื่อขี่ผ่านจยย.ของคู่กรณี ปรากฏว่ารถคู่กรณีได้พุ่งมาชนรถของตน ซึ่งเกือบถูกขาของลูกสาว แต่โชคดีที่ยกขาหลบทัน จึงชนถูกคันเหยียบเท้าจนรถเสียหลัก แต่ยังประคองไว้ได้ ตนจึงขี่ต่อไป   จากนั้นคู่กรณีได้พยายามเร่งเครื่องตาม และด่าทอด้วยคำหยาบคายอย่างต่อเนื่อง ตนจึงพยายามบอกให้เขาจอด แต่เขาไม่ยอมจอดกลับพยายามขี่ปาดหน้าไปมา พอมาถึงจุดเกิดเหตุ เป็นจังหวะที่คู่กรณีหักรถใส่ ด้วยความตกใจตนจึงยกขาขึ้นเพื่อป้องกันตัว แต่ไม่ได้ถีบออกไป แล้วเร่งเครื่องต่อไปตามปกติ โดยไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไป   ตนยืนยันว่าตนไม่ได้ถีบ เพราะหากตนถีบ ด้วยความเร็วของรถขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 70 กม./ชม. แรงถีบต้องทำให้รถของทั้งสองฝ่ายกระเด็นไปคนละทาง และขณะนั้นลูกสาวตนซ้อนท้ายอยู่ ตนคงไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน   ตนเป็นหัวหน้าครอบครัว ก่อนจะทำอะไรต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ทุกวันนี้ไม่เคยคิดจะไปมีเรื่องกับใคร คิดแต่อยากจะทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ทั้งพ่อแม่ ภรรยา ลูกอีก 5 คน ตนคงไม่เอาชีวิตของตนไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้   ในขณะที่ถูกคู่กรณีด่าทอและท้าทายนั้น ตนพยายามใจเย็น ไม่ตอบโต้ เพียงแต่บอกให้เขาจอดรถเพื่อคุยกันดีๆเท่านั้น ซึ่งลูกสาวก็กลัวมาก พยายามบอกตนให้ใจเย็นๆ ตลอดเวลา ส่วนหญิงสาวที่ซ้อนท้ายมากับคู่กรณีนั้น ก็พยายามห้ามปรามคู่กรณีเช่นกัน แต่ก็ไม่เป็นผล   ตนมาทราบเรื่องจากเพื่อนรุ่นน้องส่งคลิปมาให้ดู ตนตกใจมาก จึงรีบเข้าไปพบตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์เพื่อแสดงตัว โดยตนได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ตำรวจฟัง แต่ไม่ได้รับสารภาพว่าถีบรถคู่กรณีอย่างที่สื่อบางสำนักเสนอข่าวไป และตำรวจเพียงแจ้งว่าจะเรียกตัวมาสอบปากคำอีกครั้ง   กรณีรถป้ายขาวในคลิป เป็นรถส่วนตัวของลูกสาว ตนเพียงขี่ไปส่งลูกสาวเท่านั้น และจะกลับมาอาบน้ำ และนำรถป้ายเหลืองออกไปขับวินตามปกติ   หลังเกิดเรื่อง ตนเครียดมาก ไม่สบายใจ ที่ตกเป็นจำเลยของสังคม เพียงเพราะคลิปแค่บางส่วน ทั้งที่ไม่ได้รู้ความจริงทั้งหมด เก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่กล้าออกไปไหน ซึ่งลูกสาวตนก็เสียใจและน้อยใจว่า เค้าเป็นฝ่ายชนเราและตามมาด่าเรา แต่ทำไมเหมือนเราเป็นคนผิด   ท้ายสุดอยากฝากถึงคู่กรณีว่า “ถ้าน้องไม่เป็นอะไรมาก อยากให้มาคุยกัน เรื่องโซเชียลปล่อยให้เป็นเรื่องของโซเชียลไป เอาความจริงมาพูดกันดีกว่า พี่เป็นผู้ใหญ่พอ พี่ไม่หาเรื่องน้องแน่นอน ฝากให้น้องใจเย็นๆหน่อย”   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เรียกตัวทั้งสองฝ่าย และพยานเข้ามาสอบปากคำแล้ว โดยตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย และจะเรียกทั้งสองฝ่ายเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xbdoqG1lFws

 2,544
ข่าวภูมิภาค
06 ส.ค. 62

กลุ่มผู้ขับวิน จยย.เมืองนนท์ รวมตัวแจ้งความ หัวหน้าวินบังคับขายเสื้อ 35,000 บาท

นายสายบิณฑ์ หมู่แสนกล อายุ 26 ปี และผู้ขับขี่รถจยย.สาธารณะวินเอฟเวอร์รี่มอลล์ ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี และผู้ขับขี่รถจยย.สาธารณะอีกจำนวนกว่า 10 คน เดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.รัตนาธิเบศร์ ว่า   มีหัวหน้าวินได้นำเอกสารจดยื่นป้ายเหลืองวินดังกล่าว มาอ้างว่าเสื้อวินมีเจ้าของแล้วและถ้าต้องการจะขับวินตรงนี้ต้องจ่ายค่าเสื้อวินเป็นเงินจำนวน 35,000 บาท จึงจะขึ้นทะเบียนที่จังหวัดและนำรถมาขับรับจ้างได้ ทำให้พวกตนที่เคยขับอยู่ตรงวินนี้ไม่สามารถขับรับจ้างได้ เงินทั้งหมดที่เขาเก็บบอกว่าจะไปให้นาย พวกตนหาเช้ากินค่ำอยากขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องแต่ต้องมาถูกบังคับให้ซื้อเสื้อ จะไปหาเงินที่ไหนมา   ตัวแทนวิน จยย.ระบุ วันนี้พวกตนเดือดร้อน หลัง คสช.ได้ประกาศให้ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตนได้เดินเรื่องอบรมและสอบใบขับขี่สาธารณะถูกต้อง หลังทำเสร็จเรียบร้อยแต่หัวหน้าวินไม่ยอมให้ตนไปขึ้นทะเบียน เพราะต้องเสียเงินซื้อเสื้อวินราคา 35,000 บาท ตนไม่มีเงินจึงไม่ได้ขึ้นใช้วิธีเช่าเสื้อวินขับวันละ 350 บาท ตอนนี้เสื้อที่ตนขับเบอร์ 7 แต่มีเบอร์ 7 อื่นๆอีกหลายคันซึ่งไม่ได้ขึ้นทะเบียน     วินเอฟเวอร์รีมอลล์ได้ยื่นขอป้ายเหลืองไว้ทั้งหมด 17 เบอร์ แต่ตอนนี้ที่มีรถจยย.มาขับมีทั้งหมดประมาณ 80 คัน โดยที่หัวหน้าวินใช้วิธีหลีกเลี่ยงเอาเสื้อวินชื่ออื่นมาวิ่งในวินนี้เพิ่ม โดยที่เสื้อวินชื่ออื่นๆนั้นไม่ได้จดทะเบียนและไม่มีวินจริงๆ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการถูกจับ และชื่อวินอื่นก็จดทะเบียนไม่ได้เป็นวินผี หัวหน้าวินใช้วิธีเพิ่มรายได้ให้ตัวเขาเอง โดยเก็บเงินจากเสื้อหลายๆตัวที่เพิ่มเป็นค่าเปิดหัวคนละ 2,000 บาท และเก็บรายเดือนอีก ตอนนี้ที่วินมีเบอร์ซ้ำกันหลายเบอร์ ตอนนี้พวกตนไม่สามารถมาสิ่งวินได้ มีการเรียกเก็บรายสัปดาห์อีก 350 บาทจะเพิ่มเป็น 400 บาท พวกตนขับวินเดือดร้อน   เบื้องต้นหลังจากแจ้งความลงบันทึกประจำวัน จากนั้นจะเดินทางเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนนทบุรีอีกครั้งเพื่อขอความเป็นธรรม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/830TB_045m0

 2,654
เศรษฐกิจ
02 ส.ค. 62

'ศักดิ์สยาม' เล็งเพิ่มความเร็วรถตู้ ขับไม่เกิน 120 กม./ชม. ร่วมวงหารือแท็กซี่-วิน จยย.

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เล็งออกนโยบายเพิ่มความเร็วรถตู้โดยสาร เบื้องต้นได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก ไปศึกษาว่าทำอย่างไรให้รถตู้มีความปลอดภัย รวมถึงให้พิจารณาเรื่องการปรับเพิ่มความเร็วของรถโดยสารว่าควรจะอยู่ที่เท่าไร ที่จะมีความเหมาะสม   เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเพิ่มความเร็วรถในถนนขนาด 4 ช่องจราจรขึ้นไปไม่เกิน 120 กม/ชม. ขณะที่รถตู้เองก็ต้องไปจัดทำเส้นทางใหม่ที่ต้องการปรับ โดยจะต้องไม่ทับซ้อนกับรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)   นอกจากนี้ยังได้หารือร่วมกับตัวแทนกลุ่มรถตู้โดยสาร,แท็กซี่ และวินจักรยานยนต์ โดยกลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิ ได้ขอปรับขึ้นค่าโดยสารอีก 5% และค่าบริการจอดรอรับผู้โดยสารที่สนามบิน จาก 50 เป็น 90 บาท และขอให้ต่ออายุการใช้งานรถแท็กซี่มิเตอร์จาก 9 ปี เป็น 12 ปี   ส่วนกลุ่มแท็กซี่พัทยา และกลุ่มมอเตอร์ไซค์วิน ให้ช่วยปราบปรามการบริการขนส่งในแอปพลิเคชันแกร็บ (Grab) ทั้งแกร็บไบค์ และแกร็บคาร์   ขณะที่กลุ่มรถตู้โดยสาร ได้ขอขยายอายุรถตู้ที่ครบ 10 ปี เปลี่ยนเป็นไมโครบัสออกไปอีก 180 วัน จากเงื่อนไขที่กำหนดให้เปลี่ยนเป็นไมโครบัสตั้งแต่ 1 ต.ค. นี้ นอกจากนี้ให้ปฏิรูปเส้นทางรถตู้ เนื่องจากปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการเปิดรถไฟฟ้าหลายสาย ทำให้มีบางเส้นทางทับซ้อนกัน และขอที่นั่งเพิ่ม 2 ที่จากเดิม 13 ที่นั่ง เป็น 15 ที่นั่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CXcYOjCYb9A

 1,897
ข่าวภูมิภาค
02 ส.ค. 62

ป้าวินจยย.วัย 63 ถูกโจรลวงให้ไปส่งป่า ก่อนทำร้ายชิงทรัพย์ หวิดโดนปาดคอ ต้องทำทีแกล้งตายจึงรอดมาได้

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางชูศรี ศักดิ์รัตนพิบูลย์ หรือป้าจ๊อด อายุ 63 ปี ชาวบ้าน ต.หนองใหญ่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี พิการหลังค่อม อาชีพขับขี่รถ จยย.รับจ้าง อยู่วินหน้าปากทางแยกอำเภอหนองใหญ่     ให้ข้อมูลว่าเมื่อเวลา 08.45 น.ของวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา คนร้ายผู้ชายทำทีเป็นผู้โดยสารว่าจ้าง อ้าง จยย.ซาเล้งเสียงให้ไปส่งหาเพื่อนมาซ่อมรถ โดยตนรับคนร้ายริมถนนตรงข้าม รพ.หนองใหญ่ ไปส่งที่ไร่มันสำปะหลังตรงข้ามที่ว่าการอำเภอหนองใหญ่   จากนั้นคนร้ายให้วกไปส่งยังจุดเกิดเหตุหมู่ที่ 5 ต.หนองใหญ่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี พื้นที่ดังกล่าวเปลี่ยว สภาพเป็นป่ายางพารา สวนปาล์มและไร่มันสำปะหลัง อยู่ห่างจากโรงพักประมาณ 5 กิโลเมตร โดยป่ายางจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนใหญ่ลึกเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร   ตนไม่ได้เอะใจอะไร พอคนร้ายลงรถตนกำลังจะขี่ จยย. กลับ คนร้ายได้ใช้มีด 2 คม มาจี้ที่ลำคอและพยายามจะใช้มีดฆ่าปาดคอตนจากด้านหลัง ตนจึงบอกว่ามีอะไรคุยกันได้ อย่าปาดคอหรือแทงป้าเลยป้าแก่แล้วและพิการด้วย ให้เงินให้รถพอมั้ยอยากได้อะไรก็เอาไป เขาบอกไม่พอหรอกจะเอาคนด้วย   จากนั้นก็นำปลอกแขนมามัดเท้า มัดมือ ใช้ผ้าพันคอรัดคอ และนำผ้าคาดผมมาปิดปาก บังคับให้ไปนอนตะแคงใต้ต้นปาล์ม คนร้ายเดินไปหยิบหมวกกันน็อคที่รถ จยย.ถามตนว่า “ป้ากลัวตายไหม?” จึงตอบไปว่าไม่กลัวแล้วนาทีนี้  พยายามตั้งสติในใจคิดว่าต้องตายแน่ๆ   คนร้ายพูดว่า "ถ้าไม่ฆ่าป้าผมก็ไปไม่รอด เพราะป้าก็ต้องไปแจ้งตำรวจจับ ผมทำมาเยอะแล้วไม่มีใครจับผมได้หรอก เพราะฉะนั้นป้าก็ต้องตาย" จากนั้นคนร้ายก็นำหมวกกันน็อกกระหน่ำฟาดไปที่ศีรษะอย่างแรง 6 ครั้ง  ตนยกมือขึ้นมาบังจนได้รับบาดเจ็บที่มือซ้ายบวมเป็นแผลเลือดไหล   จังหวะนั้นตนเอาเลือดมาปาดที่หน้า กลั้นหายใจแกล้งตาย คนร้ายเห็นเลือดเต็มหน้านอนแน่นิ่ง รีบขี่ จยย.ของตนหนีไป โดยถอดป้ายทะเบียนโยนทิ้งในป่ายางพารา พอเขาไปก็ลุกมาแกะผ้าที่มัดมือมัดเท้าออก เดินออกมาขอความช่วยเหลือ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.หนองใหญ่  โชคดีไม่ถูกฆ่าหมกป่า รอดมาได้เพราะแกล้งเสียชีวิต     ส่วนทรัพย์สินที่คนร้ายชิงไปประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเงินสดจำนวน 1,300 บาท ตนกลัวจะไม่ปลอดภัยเพราะอยู่บ้านคนเดียว หลังเกิดเหตุได้ย้ายไปอยู่บ้านของลูกชายที่ อ.ศรีราชา จนกว่าตำรวจจะจับกุมคนร้ายได้   สำหรับคนร้ายตนเคยเห็นหน้าเพราะรู้จักกับพี่สาวของเขา ทราบว่าหลังก่อเหตุทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขี่รถ จยย.ของตนที่คนร้ายขี่หนี พาภรรยาไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ส่วนรถ จยย.ซาเล้งของคนร้ายที่อ้างว่าเสีย นำไปจอดทิ้งไว้ที่บ้านของพี่สาว โดยภรรยและพี่สาวของคนร้ายอ้างไม่ทราบเรื่อง   พ.ต.ท.ธีรชัย มานิพพาน รองผู้กำกับการ สภ.หนองใหญ่ เผยว่า เจ้าหน้าที่รู้ตัวผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายศักดิ์นรินทร์ สุภพร หรือโอ๋ อายุ 25 ปี ชาว จ.จันทบุรี มาอาศัยอยู่กับพี่สาวและภรรยาขายส้มตำอยู่ที่ อ.หนองใหญ่  ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ขอศาลอนุมัติออกหมายจับแล้ว ข้อหาชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย     ตรวจสอบไม่พบประวัติอาชญากรรม แต่จากการสืบสวนพบว่าติดยาเสพติด โดยเจ้าหน้าที่ไล่กล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี พร้อมทั้งประสานญาติเกลี้ยกล่อมเข้ามอบตัว คาดน่าจะหลบหนีไปอยู่ที่ จ.จันทบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xQL-TEJjeow

 3,221
เศรษฐกิจ
31 ก.ค. 62

แท็กซี่-วินจยย.ทวงสัญญาคมนาคม โวยคนขับ grab เป็นคนรวย มาแย่งอาชีพคนจน

ตัวแทนกลุ่มมอเตอร์ไซค์และแท็กซี่โดยสารสาธารณะ เดินทางเข้ามายังกระทรวงคมนาคม เพื่อยื่นหนังสือต่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เพื่อเรียกร้องให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของรถรับจ้างสาธารณะ แท็กซี่ สองแถว มอเตอร์ไซค์   ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากบริษัท แกร็บ (ประเทศไทย) จำกัด จากกรณีที่แกร็บเปิดให้บริการรถโดยสารสาธารณะโดยให้สมาชิกนำรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคล (ป้ายดำ) มาวิ่งให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งที่ผ่านได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข   โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายกับแกร็บ ที่มีสมาชิกฝ่าฝืนกฎหมายตามมาตรการ ดังต่อไปนี้ 21, 604, 43 (วรรคท้าย), 49 (8), 64, 23 (วรรค 2), 29, 64, 66/5 46 ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและยุติปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างแท็กซี่เดิม กับแกร็บ จึงขอให้นายศักดิ์สยาม พิจารณาแก้ไขเรื่องนี้ด่วน   โดยวันนี้สมาคมแท็กซี่สาธารณะไทยเข้ามาทวงถามเรื่องการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรอบที่ 2 อีก 5% และค่าเซอร์ชาร์จ อัตรา ที่ตกลงไว้กับกระทรวงคมนาคม สำหรับกรณีที่นายศักดิ์สยาม จะมีมาตรการเยียวยารถรับจ้างสาธารณะทุกประเภท โดยเฉพาะรถแท็กซี่มิเตอร์นั้น สมาคมแท็กซี่สาธารณะไทยขอให้พิจารณาเรื่องการต่ออายุรถแท็กซี่มิเตอร์จาก 9 ปี เป็น 12 ปี   อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่เรียกร้องต้องการให้ภาครัฐมองว่าแกร็บคือกลุ่มคนที่มีเงิน มีรถยนต์ส่วนตัว แต่นำรถออกมาหาเงินช่วงเวลาว่าง ขณะที่กลุ่มรถสาธารณะที่ถูกกฎหมาย เป็นผู้ที่มีรายได้น้อยและต้องหาเลี้ยงชีพจากอาชีพรถสาธารณะเป็นหลัก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M7fCSIwHLiY

 1,282
ข่าวภูมิภาค
30 ก.ค. 62

วิน จยย.เสียรู้ ถูกชายอ้างเป็น ตร.ใช้ให้ส่งแหวนเพชร ยึดมือถือเป็นหลักประกัน สุดท้ายโดนเชิด

นนทบุรี-นายสุรชัย อาชีวะ อายุ 34 ปี อาชีพขับรถจยย.รับจ้าง เดินทางเข้าแจ้งความว่ามีชายอายุประมาณ 55 ปี อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้ให้ผู้เสียหายไปส่งที่คอนโดแห่งหนึ่ง ย่านถนนพิบูลสงคราม จากนั้นชายคนดังกล่าวได้หลอกให้ผู้เสียหายเอาแหวนเพชรมูลค่า 120,000 บาท ไปส่งให้หญิงสาวคนหนึ่ง ที่ซอยโยกย้าย ถนนพิบูลย์สงคราม ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี   โดยชายคนดังกล่าวได้ขอเอาโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อวีโว้ สีขาว ไว้เป็นประกัน เมื่อผู้เสียหายขับรถไปถึงที่คอนโดดังกล่าวไม่พบหญิงที่จะมารับของ วนอยู่หลายรอบจนแน่ใจว่าไม่พบหญิงที่จะมารับแหวน ผู้เสียหายจึงเดินทางกลับไปที่คอนโดดังกล่าวย่านถนนพิบูลสงคราม แต่ไม่พบชายดังกล่าว โทรศัพท์ติดต่อกลับไปที่โทรศัพท์ของตนที่อยู่กับชายคนดังกล่าวก็ปิดเครื่อง จึงคาดว่าน่าจะถูกชายดังกล่าวหลอก เพราะไม่เจอทั้งผู้หญิงและกลับมาก็ไม่เจอชายคนร้าย   ทั้งนี้มีภาพจากกล้องวงจรสามารถบันทึกภาพชายรูปร่างอ้วนเตี้ย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเหลือ ซ้อนรถจยย.รับจ้างมาลงที่ด้านหน้า สภ.เมืองนนทบุรี จากนั้นได้พูดคุยกับผู้ขับขี่ และได้ขึ้นซ้อนรถจยย.รับจ้างอีกครั้ง จากนั้นรถจยย.ได้ขับออกไป   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด รูปพรรณคนร้ายในภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าไม่ใช่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรีแน่นอน ส่วนจะเป็นใครต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดอื่นๆเพื่อหารูปพรรณคนร้ายที่เห็นหน้าที่ชัดเจนมากกว่านี้ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะทำการติดตามชายคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UcqxEZ69Tcs

 1,875
สังคม-อาชญากรรม
27 มิ.ย. 62

จับแล้ว 43 วินเถื่อนอุดมสุข ซื้อกระบองยางจากจีน 150 ท่อน เตรียมงาน 2 เดือน แฉยิงพลาดถูกหัวพวกเดียวกัน

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. แถลงสรุปคดีวินรถจักรยานยนต์ทะเลาะวิวาท จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุเกิดย่านอุดมสุข พื้นที่ สน.บางนา เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.62 ที่ผานมา   พบว่าผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 127 คน แบ่งเป็นกลุ่มวินรถจักรยานยนต์อุดมสุข 1 มีนายประมุข วิเชียรดิลกกุล เป็นหัวหน้าวิน รวม 84 คน พิสูจน์ตัวตนผู้ก่อเหตุแล้ว 37 คน ส่วนกลุ่มวินอุดมสุข 2 ที่มีนายทนง เกิดแก้ว เป็นหัวหน้าวิน มี 43 คน พิสูจน์ตัวตนผู้ก่อเหตุแล้ว 21 คน   โดยฝ่ายสอบสวนได้ทยอยออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุไปแล้วประมาณ 19 หมายจับ จับกุมได้แล้วไม่ต่ำกว่า 19 คน ในจำนวนนี้มีตัวการสำคัญครบทั้งหมด ส่วนของกลางที่ตรวจยึด ประกอบด้วย อาวุธปืน ขนาด .45 หมายเลขทะเบียน พช.4/4011 ไม่ปรากฏหมายเลขประจำปืน จำนวน 1 กระบอก จากนายเจริญ หรือต่อ เจริญผล ฝ่ายนายทนง อาวุธมีด 1 เล่ม จากฝ่ายนายทนง   กระบอกยาง ยาวประมาณ 47 นิ้ว จำนวน 31 อัน จากฝ่ายนายประมุข และอาวุธปืนขนาด 9 มม. จากบ้านของนายประมุข   ส่วนสาเหตุทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทนั้น พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า เกิดจากวินจักรยานยนต์ซึ่งมี นายทนง เกิดแก้ว เป็นหัวหน้าวิน ตั้งอยู่บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ปากซอยอุดมสุข เป็นวินที่ไม่ได้รับอนุญาตถูกต้อง ส่วนวินซอยอุดมสุข 1 ซึ่งมีนายประมุข วิเชียรดิลกกุล เป็นหัวหน้าวิน ได้รับอนุญาตถูกต้อง ซึ่งผู้ที่จะเข้ามาขับวินของนายประมุขจะต้องเสียค่าเข้าร่วมวิ่งเป็นเงิน 3,500 บาท และค่าเสื้อวินเดือนละ 3,000 บาท   ส่วนวินของนายทนง ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ซึ่งวินของนายทนงจะมีผู้โดยสารมากกว่าเนื่องจากประชาชนที่ใช้บริการ ถ้าลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข เดินมาตามถนนอุดมสุขจะพบกับวินของนายทนงก่อน เป็นเหตุให้นายประมุขไม่พอใจ   โดยก่อนเกิดเหตุนายประมุขกับพวกได้วางแผนในการก่อเหตุโดยได้สั่งซื้อกระบอกยาง จากประเทศจีนโดยสั่งผ่านทางอินเตอร์เน็ต มาก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 เดือน และนัดหมายกลุ่มจักรยานยนต์ในวินของตน เพื่อรวมตัวกันไปก่อกวนวินของนายทนง ไม่ให้สามารถวิ่ง รับ-ส่งผู้โดยสารได้อีกต่อไปจนเป็นเหตุให้เกิดทะเลาะวิวาทกันส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว   ซึ่งคนถูกยิงที่ศีรษะเป็นฝีมือของพวกเดียวกันที่ยิงพลาด ทั้งนี้ตำรวจจะทำการขยายผลเงินที่เก็บจากสมาชิกในวิน ว่านำไปแจกจ่ายให้กลุ่มอิทธิพลใดบ้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q2M0Clto8DY

 2,442
สังคม-อาชญากรรม
21 มิ.ย. 62

'ประมุข' หัวหน้าวินอุดมสุขซอย 1 เข้ามอบตัว ด้าน 'วันชัย' มือยิงหนุ่มเคอรี่ สารภาพมีคนสั่งการ

นายประมุข วิเชียรดิลกกุล หัวหน้าวินอุดมสุขซอย 1 พร้อมทนายความ เดินทางมามอบตัวที่สถานีตำรวจนครบาลบางนา หลังจากเมื่อคืนวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายวันชัย มงคลเข็ม หรืออั้ม ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่า มือยิง นายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ อายุ20 ปี หนุ่มเคอรี่ เสียชีวิต ซึ่งหนีไปกบดานที่จังหวัดจันทบุรี ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกดดันอย่างหนัก จึงได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวที่จังหวัดฉะเชิงเทรา   หลังสอบปากคำในเบื้องต้น ตำรวจได้คุมตัวนายประมุข จากห้องสืบสวน ไปยังต้องคุมขัง โดยระหว่างที่คุมตัวไป นายประชุมยังมีอาการบาดเจ็บที่ขา เดินกะเผลก และมีร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย โดยสื่อมวลชนพยายามซักถามถึงประเด็นว่า เป็นผู้สั่งการให้ลงมือยิงหรือไม่ เจ้าตัวไม่ได้ตอบคำถามใดๆ   ทำให้ขณะนี้ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้ง 7 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นถูกจับกุมครบทั้งหมดแล้ว อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนจะไม่ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากเกรงในเรื่องความปลอดภัยและความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้น   ในส่วนของนายวันชัย เป็นหนึ่งในผู้ต้องหา ที่มีภาพปรากฎว่ามีการชักอาวุธปืนออกมายิง และอาจจะเป็นปืนกระบอกที่ทำให้หนุ่มพนักงานส่งพัสดุเอกชนถูกลูกหลงยิงเสียชีวิต จากการสอบสวนนายวันชัยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยให้การรับสารภาพ และเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี พร้อมกับซัดทอดว่ามีใครเป็นผู้สั่งการ โดยนายอั้มรับสารภาพว่า เป็นคนยิงจริงตามคลิปวงจรปิด หลังก่อเหตุได้นำอาวุธไปเก็บไว้ในรถตู้ที่ลำเลียงอาวุธมา   ส่วนผลการสอบนายประมุข วิเชียรดิลกกุล หัวหน้าวินรถจักรยานยนต์อุดมสุขซอย 1 เบื้องต้นให้การปฏิเสธตามข้อกล่าวหา โดยให้การตามข้อเท็จจริงบางส่วน ส่วนในรายละเอียดไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวน พร้อมกันนี้ ยังแสดงความประสงค์จะขอแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกายตนเอง ซึ่งตำรวจได้ตรวจสอบจากภาพในคลิปแล้ว พบว่ามีผู้เข้าข่ายกระทำความผิดอย่างน้อย 8 คน   ซึ่งหลังจากนี้จะมีการสอบถามถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ เพื่อเป็นประโยชน์ในการสืบสวนให้ความเป็นธรรมในคดีที่นายประมุขตกเป็นผู้เสียหาย อย่างไรก็ตามคาดว่าในวันนี้ (21 มิ.ย.) จะคุมตัว 2 ผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลจังหวัดพระโขนงฝากขังผัดแรก   ในส่วนการขยายผลถึงกลุ่มที่ร่วมกันก่อเหตุทะเลาะวิวาท ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่อยู่ในคลิปเหตุการณ์ จากการตรวจสอบมีอยู่ประมาณ 80-113 คน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าทื่สามารถพิสูจน์ตัวบุคคลได้แล้วประมาณ 50 คน ซึ่งจะมีการออกหมายจับล็อตที่ 3 หรือไม่นั้น ยืนยันว่า หากพบว่าเชื่อมโยงถึงใคร ก็จะออกหมายจับทั้งหมด ขอให้มั่นใจในการทำงานของตำรวจ ใครที่ฝ่าฝืนกฎหมายดำเนินการทั้งหมด สำหรับอาวุธปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุยิงยังหาไม่พบ   ส่วนประเด็นที่ระบุว่า นายประมุข เข้าข่ายผู้มีอิทธิพลหรือไม่นั้น ทางตำรวจยังไม่ได้เปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้คาดว่าจะคุมตัว 2 ผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลจังหวัดพระโขนงฝากขังผัดแรกในวันนี้ (21 มิ.ย.) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wMiZDL3uF6c

 878
สังคม-อาชญากรรม
20 มิ.ย. 62

วงจรปิดเผยภาพ นาที ‘อั้ม วันชัย’ มือยิงหนุ่มเคอรี่ดับจากเหตุปะทะวินคู่อริย่านอุดมสุข ล่าสุด เข้ามอบตัว จ่อจับวินเพิ่มอีก 90 คน

จากเหตุการณ์ 2 วินจักรยานยนต์รับจ้างย่านอุดมสุขยกพวกตะลุมบอนกัน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุดตำรวจควบคุมตัวนายวันชัย มงคลเข็ม ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายวีรวัฒน์ พุ่งครุฑ พนักงานบริษัทรับส่งพัสดุเอกชนเสียชีวิต โดยมีภาพจากวงจรปิดจับภาพไว้ได้   ได้มีการคุมตัวนายวันชัย มาสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลบางนา หลังจากนายวันชัยตัดสินใจเข้ามอบตัวไป ระหว่างหลบหนีอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ทันทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายวันชัย มาถึง สถานีตำรวจนครบาลบางนา พนักงานสอบสวนได้เข้าสอบปากคำ ที่ห้องฝ่ายสืบสวน ก่อนนำตัวไปห้องควบคุม โดยไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลกับสื่อมวลชนแต่อย่างใด   จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและคลิปเหตุการณ์ในช่วงเกิดเหตุพบว่า มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ตำรวจชุดสืบสวนได้หาข้อมูลจนทราบว่า คดีนี้มีผู้ร่วมก่อเหตุกว่า 90 คน ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับต่อไป ทั้งนี้มีหลักฐานการสั่งซื้อาวุธเช่น ไม้กระบอง ปืน ทางออนไลน์จากประเทศจีน   สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการยกพวกถล่มกันระหว่างกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างเถื่ออุดมสุข 1 ถึง 2 กับวินอุดมสุขรุ่งเรือง ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ภายในซอยสุขุมวิท 103 แขวงและเขตบางนา เพราะมีความขัดแย้งกันเรื่องขยายพื้นที่วิ่งวิน และแย่งผู้โดยสารกันเรื่อยมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บ 3 คนด้วยกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TOVlrFJYvkk

 1,934
สังคม-อาชญากรรม
19 มิ.ย. 62

ค้นบ้านหลังใหญ่ หน.วินเถื่อน ญาติอ้างไม่รู้หนีไปไหน แต่เตรียมมอบตัวเร็วๆนี้

ตำรวจนำหมายค้นจากศาล เข้าค้นบ้านพักของพ่อและแม่ของนายประมุข วิเชียรดิลกกุล หัวหน้าวินรถจักรยานยนต์ซอยอุดมสุข 1 ผู้ต้องหาตามหมายจับที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดี ซึ่งบ้านพักอยู่ภายในซอยอุดมสุข 26 แยก 27 เพื่อพิสูจน์ว่าผู้ต้องหาได้มาหลบซ่อนตัว หรือซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย หรืออาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุหรือไม่ โดยมีญาติของนายประมุข นำตำรวจเข้าตรวจค้น   จากการตรวจค้นไม่พบตัวและสิ่งของผิดกฎหมาย ทางญาติระบุ นายประมุขติดต่อกลับมา แต่ไม่ทราบแหล่งที่อยู่ชัดเจน ทราบแต่เพียงว่ากำลังพักรักษาตัวอยู่ และมีทนายความให้คำแนะนำเรื่องทางคดี เตรียมเข้ามอบตัวเร็วๆนี้   สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา นอกเหนือจากผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแล้ว 6 คน ก่อนหน้านี้ ก็มีวินรถจักรยานยนต์กลุ่มวินหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ 8 คน เข้ามอบตัวกับตำรวจ ซึ่งทุกคนเป็นคนที่มีภาพปรากฎในคลิปวีดีโอ พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อหาฐาน ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ"   และเนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าเข้าข่ายกระทำความผิดใดอีกหรือไม่ พนักงานสอบสวนจึงทำเรื่องของเลื่อนผัดฟ้องไปก่อน ซึ่งนอกจากทั้ง 8 คนนี้ เมื่อวานนี้ (18 มิ.ย.) ยังมีวินรถจักรยานยนต์อีกหลายสิบคน ที่เข้าไปให้ปากคำและทำบันทึกประวัติ เพื่อยืนยันว่าประกอบอาชีพสุจริต ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดกับคดีนี้   ขณะที่ญาติหนุ่มเคอรี่ที่เสียชีวิต โดยยอมรับว่าหลังปรากฎภาพ ผู้เสียชีวิตเข้าไปเกี่ยวข้องในที่เกิดเหตุ ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักถูกโจมตีทางสังคม ซึ่งผู้เสียวิชีวิตได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจริง เพราะมีปัญหาระหว่างวินมอเตอร์ไซค์กันมานแต่ไม่รุนแรงถึงขั้นนี้ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัว เข้าร้องนายกฯ ขอให้จัดทหารดูแลความปลอดภัย หวั่นถูกล้างแค้น หลังมีภาพคนในครอบครัวเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะก่อนหน้านี้เคยถูกข่มขู่จะเผาบ้าน และในพื้นที่เกิดเหตุก็เป็นพื้นที่ที่ญาติๆอาศัยอยู่ดัวยกัน   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึง เหตุการณ์วินมอเตอร์ไซต์ยกพวกตีกันว่า เป็นวัฒนธรรมที่ไม่ดี ตนและประชาชนทั้งประเทศรับไม่ได้ คือ การตีกันในพื้นที่สาธารณะ ทั้งถนน โรงพยาบาล โรงเรียน   ดังนั้นต้องลงโทษโดยเด็ดขาด หาตัวผู้กระทำผิดให้ได้ พร้อมทั้งหาสาเหตุว่าเกิดจากการปล่อยปะละเลยของเจ้าหน้าที่หรือไม่ ต้องหาผู้รับผิดชอบด้วย ซึ่งการบอกว่าจะให้ใช้กฏหมายให้แรงขึ้น ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา ต้องอยู๋ที่ความร่วมมือของแต่ละคนเดียว ไม่ก้าวล่วงละเมิดซึ่งกันและกัน เขตใครก็เขตของคนนั้น และไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องดังกล่าว อย่าไปพูดให้เกิดความเสียหาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hd9fGStmV2g

 3,410
สังคม-อาชญากรรม
18 มิ.ย. 62

2 มือยิงวินจยย. นอนคุกวืดประกัน พ่อเจ้าของวินปัดบาดหมางผลประโยชน์ แม่-เมียหนุ่มเคอรี่รับร่วมวงชุลมุนจริง

จากกรณีวินรถจักรยานยนต์ 2 กลุ่ม ยกพวกตีกันที่ปากซอยสุขุมวิท 103/1 เขตบางนา กรุงเทพฯ ปมแย่งลูกค้าและบาดหมางผลประโยชน์ ส่งผลให้นายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ อายุ 20 ปี พนักงานเคอรี่ ถูกยิงเสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ภายหลังมีคลิปเผยภาพผู้ตายใช้ค้อนตีหัวนายประมุข วิเชียรดิลกกุล เจ้าของวิน จยย.อุดมสุข 1 ก่อนจะเกิดเหตุกราดยิงสนั่นซอย   ตำรวจได้ขออำนาจศาลจังหวัดพระโขนงฝากขังผัดแรก 2 มือยิง ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น / ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต / ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต / ร่วมกันพกพาอาวุธเข้าไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันยิงปืนโดยใช่เหตุฯ   พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่มีอัตราโทษสูง หากได้รับการปล่อยตัว เกรงว่า ผู้ต้องหาจะหลบหนี ประกอบกับ ยังมีพยานหลักฐานที่ต้องสอบสวนต่อ เกรงว่าอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้ ทั้งนี้เตรียมออกหมายจับอีก 2 ราย   ผู้สื่อข่าวได้ไปพูดคุยกับคนขี่รถ จยย.รายหนึ่งอยู่วินหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ห่างจากวินอุดมสุข 1 ประมาณ 100 เมตร เผยว่า ก่อนเกิดเหตุยกพวกตีกันนั้น มีรุ่นพี่โทรมาบอกว่ากลุ่มวินอุดมสุข 1 จะมายึดวินที่พวกตนตั้งขึ้นมาประมาณ 2-3 ปี ยอมรับเป็นวินเถื่อนที่ไม่ได้ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย โดยเคยไปขอจัดตั้งกับสำนักงานเขตบางนาแล้วแต่ยังไม่ได้รับอนุญาต พวกตนจึงวิ่งรับส่งผู้โดยสารเรื่อยมา   วันเกิดเหตุตนรับส่งผู้โดยสารตามปกติ โดยกลุ่มวินอุดมสุข 1 กว่า 80 คน ได้ยกพวกเดินมาดักที่วินของตนไล่ให้ถอดเสื้อวินและพยายามทำร้ายวิน จยย.คนอื่น ๆ ไม่ให้มาวิ่งวิน บอกจะยึดวินคืน โดยวินคู่กรณีสั่งให้ตนนั่งบอกพรรคพวกว่า “ใครกระทืบคนเดี๋ยวกูให้ 2 หมื่น” จากนั้นกลุ่มวินอุดมสุข 1 ก็รุมกระทืบตนและใช้กระบองแข็ง ๆ ฟาดไม่ยั้งได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก เป็นรอยฟกช้ำตามร่างกาย เลือดออกใต้เยื่อบุตาขาว หากไม่วิ่งหนีคงเจ็บหนักโชคดีไม่ถูกยิงตาย   จากนั้นกลุ่มวินทั้งสองกลุ่มได้ยกพวกตีกันชุลมุน เข้าไปในซอยอุดมสุข 2 ซึ่งเป็นจุดที่นายประมุข วิเชียรดิลกกุล เจ้าของวิน จยย.อุดมสุข 1 ถูกหนุ่มเคอรี่ ผู้ตายใช้ค้อนตีศีรษะ ก่อนจะวิ่งไล่ตีกันเข้าไปในชุมชนรุ่งเรือง กราดยิงสนั่นซอยเป็นเหตุให้นายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ พนักงานเคอรี่ ถูกยิงเสียชีวิต   อย่างไรก็ตามวินหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ บางส่วนมาจากที่อื่นและเป็นกลุ่มวัยรุ่นในชุมชนละแวกนั้น บางส่วนย้ายมาจากวินอุดมสุข 1 เพราะสู้ไม่ไหวต้องจ่ายค่าหัวคิว 3,500 บาท/เดือน ค่าแรกเข้า 15,000 บาท เจ้าของวินอ้างว่าเป็นกองกลางสำหรับจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ และใช้ดูแลสมาชิกในวินเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย   สำหรับวินของพวกตนดูแลกันเอง ใครจะมาวิ่งก็ได้ไม่ต้องจ่ายค่าหัวคิว ก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาแต่ได้คุยกัน โดยที่หัวหน้าวินอุดมสุข 1 บอกหากจะวิ่งรับส่งผู้โดยสารหน้าธนาคารฯ ต้องจ่ายค่าหัวคิวคนละ 1,500 บาท/เดือน แต่พวกตนไม่ยอมจ่าย จึงเกิดเรื่องบาดหมางระหว่างสองวิน ซึ่งอิทธิพลที่คุมวินต้องการให้ยุบวินหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ เพราะขาดรายได้เนื่องจากมีการจ่ายส่วยด้วย   "ผมกลัวมากไม่กล้าออกนอกบ้าน ต้องย้ายไปอยู่บ้านแฟนสาว โดยจะหางานใหม่ไม่กลับไปวิ่งวินอีกกลัวถูกทำร้าย เช่นเดียวกับวินคนอื่น ๆ บางคนกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัด"   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเกิดเหตุไม่มีใครกล้าออกไปวิ่งวินหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ส่วนวินอุดมสุข 1 มีเพียงไม่กี่คันที่วิ่งรับส่งผู้โดยสาร ขณะที่บริเวณจุดเกิดเหตุมีการตั้งเต้นท์นำแผงเหล็กมากั้น และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลป้องกันเกิดเหตุซ้ำ พร้อมทั้งตรวจจับวิน จยย.ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร นอกจากนี้พบว่าบางคันไม่ติดแผนป้ายทะเบียน ป้ายขาว ไม่สวมหมวกกันน็อก   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวไปพูดคุยกับนายตง วิเชียรดิลกกุล พ่อของนายประมุข เจ้าของวินอุดมสุข 1 ยืนยันว่า ลูกชายไม่มีการเรียกเก็บเงิน 3,500 บาท เป็นค่าหัววิน และยืนยันว่าคนในวินอุดมสุข 1 ถูกวินหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ดักทำร้ายก่อนไม่เกี่ยวกับเรื่องบาดหมางเรื่องผลประโยชน์ โดยวันเกิดเหตุลูกชายคือนายประมุข ไปเคลียร์ปัญหาให้จบ กระทั่งมีปากเสียงกันและเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น   ขณะที่นายพร้อมพงษ์  วิเชียรดิลกกุล น้องชายของนายประมุข เผยถึงกรณีข่าวว่าตนเป็นคนคุมวินธนาคารไทยพาณิชย์  มีเรื่องไม่พอใจกับพี่ชายคือนายประมุข จนต้องยกพวกมารุมตีกัน ยอมรับมีปัญหาส่วนตัวกับพี่ชายจริง แต่ตนไม่เคยยุ่งกับวินทั้งสอง แค่รู้จักกับคนในวินหน้าธนาคาร ซึ่งเคยมาปรึกษาตนว่าอยากจะขับวิน ก่อนจะมีการรวมกลุ่มจัดตั้งวินขึ้นมาใหม่ โดยวินดังกล่าวมีคนคุมหลายคน คุมเด็กใครเด็กมัน และเขม่นกับวินอุดมสุข 1 มาตลอด พอใครมีปัญหาก็ยากที่จะควบคุมได้ทั้งหมด   ข้อมูลจากนายเฉลิม ชั่งทองมะดัน นายกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย ระบุว่า มีวิน จยย.ในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่น้อยที่ต้องจ่ายเงินให้กับกลุ่มอิทธิพล เพื่อที่จะได้เข้ามาขี่รับจ้าง ทั้งที่ตามระเบียบการติดต่อเพื่อขอขี่รถ จยย. รับจ้างแต่ละวิน จะต้องสอบถามผู้ดูแลวินว่าพอมีเบอร์เสื้อว่างหรือไม่และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย   หากวินมีคนจำนวนมาก อาจต้องใช้เวลารอการติดต่อวินที่ก่อตั้งใหม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงกลายเป็นช่องว่างให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลใช้ช่องทางนี้เรียกเก็บเงิน ไม่ต้องใช้เวลานานก็สามารถเข้ามาวิ่งวินได้ บางวินมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเพราะได้รับผลประโยชน์   สำหรับวิน จยย.รับจ้าง ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายมีจำนวนกว่า 5,000 วิน มีผู้ขี่รถ จยย.รับจ้างถูกต้องกว่า 130,000 คน และยังมีอีกจำนวนไม่น้อยแอบลักลอบเปิดวินผิดกฎหมาย ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินตรวจสอบอย่างจริงจัง ปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิด   ส่วนกรณีหนุ่มเคอรี่ที่เสียชีวิต ที่เบื้องต้นอ้างว่าโดนลูกหลง แต่ต่อมามีคลิปหลักฐานว่าร่วมวงก่อเหตุด้วย โดยแม่ผู้ตายยอมรับว่าออกไปกินข้าวแล้วก็ไม่ทราบว่าลูกชายออกมาก่อเหตุอีก ขณะที่ภรรยายอมรับว่า สามีเป็นคนในวินนั้นจริง และได้ร่วมกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ตอนนี้สามีก็เสียชีวิตไปแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XHYnjZkBb1s

 3,038
การเมือง
17 มิ.ย. 62

บิ๊กป้อม สั่ง ตร.-ทหาร คุมเข้มวิน จยย. ป้องกันวินเถื่อน-วิ่งทับเส้นทาง ย้ำประชาชนต้องปลอดภัย

พล.อ.ประวิตร สั่งตำรวจ ทหาร ลงตามกำกับวินมอเตอร์ไซค์ ดูแลให้ถูกต้องเป็นธรรม ย้ำประชาชนต้องปลอดภัย   พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ ตำรวจ เร่งรัดติดตามความคืบหน้าเหตุทะเลาะวิวาทของวินมอเตอร์ไซค์ในพื้นที่ เขตอุดมสุข บางนา กทม. จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยให้ติดตามบังคับใช้กฎหมายตามข้อเท็จจริงกับผู้กระทำผิดทั้งหมดโดยเร็ว พร้อมย้ำ ขอให้ตำรวจทุกพื้นที่ ให้ความสำคัญกับการกวาดล้างอาวุธเถื่อนและอาวุธสงคราม พร้อมทั้งกำหนดมาตรการเข้ม ไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกเด็ดขาด   พล.อ.ประวิตร ยังได้กำชับขอให้ทหาร สนับสนุนการทำงานร่วมกับ ตำรวจและกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ร่วมกันลงพื้นที่ติดตามกำกับความต่อเนื่อง ของการจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์ รวมทั้งรถตู้สาธารณะในทุกพื้นที่ที่ผ่านมา ไม่ให้เกิดปัญหาวินเถื่อน การวิ่งทับเส้นทาง หรือมีอิทธิพลเข้ามาแทรกแซงการทำมาหากินอันสุจริตของผู้ประกอบการเดิม โดยขอให้มุ่งเน้น ความสะดวกและปลอดภัยของประชาชน และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมเป็นหลัก พร้อมขอความร่วมมือประชาชน ร่วมกันเป็นหูเป็นตา แจ้งเตือนการกระทำที่อาจเกิดปัญหาความไม่ปลอดภัยต่อสังคมให้เจ้าหน้าที่รัฐทราบทันที  

 968
สังคม-อาชญากรรม
17 มิ.ย. 62

กระแสตีกลับ คลิปหน้าคล้ายหนุ่มเคอรี่ ร่วมวงวินเถื่อน ใช้ค้อนทุบหัวอริเลือดอาบ แม่ยันลูกไม่เกี่ยว แค่ออกไปซื้อของ

จากกรณีเหตุวินรถ จยย.รับจ้าง 2 กลุ่ม ยกพวกตีกัน เนื่องจากวินคู่อริตั้งอยู่ซอยสุขุมวิท 103/1- 2 ไม่พอใจวินอีกกลุ่มไปตั้งวินใหม่แย่งลูกค้า โดยใช้ท่อนเหล็กไล่ตีและใช้อาวุธปืนกราดยิงจนมีผู้บาดเจ็บ และทำให้หนุ่มขนส่งบริษัทเอกชนโดนลูกหลงถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย   สาเหตุเกิดจากอยากยุบวินหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อให้มารวมตัวกันกับวินซอยสุขุมวิท 103/1-2 ซึ่งเป็นวินที่ตั้งอยู่ก่อนเนื่องจากแย่งผู้โดยสาร ตามรายงานระบุว่ามีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง เพราะจะเก็บเงินค่าหัวคิวรายละ 3,500 บาท/เดือน ทำให้คนที่อยู่วินเก่าทยอยออกไปตั้งวินใหม่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันจึงเป็นชนวนเหตุเปิดศึกยกพวกตะลุมบอนกัน   ความคืบหน้าทางคดี ตร.ได้ออกหมายจับวิน จยย. คู่อริที่ใช้อาวุธมาก่อเหตุยิงแล้ว 3 ราย คือนายรังสรรค์ ศรไชยากร อายุ 29 ปี, นายปิยะ พวงเกสร อายุ 45 ปี และนายวันชัย มงคลเข็ม อายุ 36 ปี      ทั้ง 3 คน ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่อง กระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, ร่วมกันพกพาอาวุธเข้าไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันยิงปืนในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมชน    ขณะนี้สามารถจับกุมนายรังสรรค์และนายปิยะ ซึ่งเป็นวินฝั่งคู่อริที่มาก่อเหตุ พยานระบุเป็นผู้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงวินฝ่ายตรงข้าม  สำหรับนายปิยะเบื้องต้นแจ้งข้อหาเสพยาไอซ์ หลังตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด  ส่วนนายวันชัย มือปืนอีกคนอยู่ระหว่างติดตามจับกุม  นอกจากนี้ได้จับกุมนายเจริญ เจริญผล เป็นวินฝั่งที่ไปตั้งวินใหม่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ เนื่องจากตรวจค้นบ้านพบอาวุธปืนจึงแจ้งข้อหาดำเนินคดี   ด้านแม่ของนายรังสรรค์ไปเยี่ยมลูกที่โรงพัก บอกลูกชายเป็นคนอัธยาศัยดี นิสัยดี ไม่ได้เป็นคนเกเร ยืนยันว่าลูกชายอยู่ในเหตุการณ์จริง เพราะออกไปขับวิน พร้อมอยากขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย เนื่องจากลูกชายไม่ใช่คนยิง เพราะเขาไม่มีอาวุธปืน แต่ได้รับข้อหาร่วมกันฆ่า      นอกจากนี้เตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 4 ราย คือ นายประมุข วิเชียรดิลกกุล, นายพันธ์ศักดิ์ พละทรัพย์, นายจิรพงศ์ วิบุลย์รัชกิจ หรือเบส และนายเบียร์ โดยทั้ง 4 คนเป็นวินฝั่งคู่อริที่ยกพวกมาก่อเหตุ ข้อหาต่างกันโดยจะสอบพยานเพื่อออก หมายจับเพิ่มอีก 4 ราย คาดมากกว่า 7 ราย  กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 2 กลุ่มมีมากถึง 50 คน ใครมีความผิดอย่างไรว่าไปตามหลักฐาน   ทั้งนี้ ทาง ตร.ได้ตรวจสอบไปยังสำนักงานเขตบางนาพบว่า วินซอยอุดมสุข 1 มีการของใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนวินซอยอุดมสุขรุ่งเรืองหน้าธาคารไทยพาณิชย์ซึ่งตั้งขึ้นมาใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาต มีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังหรือไม่นั้นได้สั่งการให้ตรวจสอบแล้ว   มีข่าวรายงานว่านายจีระพงษ์ วิบูลย์รัชกิจ หรือเบส เจ้าหน้าที่กู้ภัยสังกัดหนึ่ง เป็นวิน จยย.ที่มาก่อเหตุคาดเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงคู่อริด้วย ได้เข้ามอบตัวให้การกับพนักงานสอบสวน ซึ่งเจ้าหน้าที่กันไว้ในฐานะพยานไม่เปิดเผยรายละเอียด ขณะที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ชี้แจงว่านายจีระพงศ์ เป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  สังกัดแผนกบรรเทาสาธารณภัย อยู่ในระหว่างทดลองงาน ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางมูลนิธิฯได้พักงานเพื่อรอผลสรุปทางคดี หากมีความผิดจริงจะ เลิกจ้างในทันที      สำหรับศพของนายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ อายุ 20 ปี พนักงานเคอรี่ที่ถูกลูกหลงยิงศีรษะเสียชีวิตหน้าบ้าน นางแดง จิตกระแส แม่ของผู้เสียชีวิต ร่ำไห้เผยเศร้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะลูกชายถือเป็นเสาหลักให้กับครอบครัว ซึ่งตนไม่รู้ว่าลูกชายเคยไปมีเรื่องกับใครมาก่อนหรือไม่ แต่เท่าที่รู้ลูกชายเป็นคนดี รักครอบครัวและเป็นคนขยัน เงินที่ได้มาจากการทำงานส่งพัสดุเอกสาร ก็มักจะแบ่งส่วนหนึ่งมาเป็นค่าผ่อนบ้าน และของใช้ในบ้านเป็นประจำทุกเดือน    “วินาทีที่ลูกเราถูกยิง มันไม่ไหวแล้ว เลือดลูกออกเยอะ คนข้างบ้านกับพ่อ ก็เลยมาช่วย อุ้มลูกออกไป ช่วงนั้นมีใครไม่ รู้ 4-5 ตัวมายืนมองอยู่ มันบอกว่าตายหรือยัง ให้ตายกันให้หมด”   เมื่อลูกชายเสียชีวิตไปก็ไม่รู้จะมีใครช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้ได้อีก ทั้งนี้ตนก็อยากร้องขอให้ ตำรวจติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ทั้งหมด ตอนนี้ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ เพราะลูกสะใภ้ก็มีอายุครรภ์เพิ่งจะ 4 เดือน ไม่เคยเจอเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้ ยอมรับยังคงผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกลัวว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจะกลับมาทำร้ายอีก    ส่วนประเด็นที่นางแดงให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนอยู่ในบ้าน ส่วนลูกชาย ออกมาเคลื่อนย้ายรถ จยย.ก่อนจะโดนลูกหลงถูกยิงตาย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ดังกล่าว ปรากฎว่าโซเชียลมีการแชร์ภาพและคลิปคล้ายนางแดงและนายวีรวัฒน์ ออกมายืน กลางถนนจังหวะที่เกิดเหตุชุลมุน โดยที่ผู้ตายใส่เสื้อยืดสีแดงปาสิ่งของใส่กลุ่มวินคู่อริ จากได้วิ่ง เข้าบ้านไปเปลี่ยนใส่เสื้อยืดสีส้ม (เสื้อเคอรี่) ก่อนจะถูกยิงตาย โลกออนไลน์ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตายร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่   นอกจากนี้มีคลิปที่แชร์กันกันโซเชียล เป็นภาพที่กลุ่มหนุ่มเคอรี่ที่เสียชีวิต รุมทำร้ายวิน จยย.อีก ฝ่ายหนึ่งในซอยอุดมสุข 2 โดยชายคล้ายหนุ่มเคอรี่ใช้ค้อนตีศีรษะวินฝ่ายตรงข้ามจนเลือดอาบ ก่อนที่เสียงปืนยิงขู่จะดังขึ้น 3 นัด จากนั้นกลุ่มวินคู่อริได้ยกพวกถือท่อนเหล็กตามเข้ามา จากบริเวณด้านนอกถนน อุดมสุข โดยวิ่งไล่ตีกันเข้าไปในชุมชนรุ่งเรือง กระทั่งหนุ่มเคอรี่ถูกยิงเสียชีวิต    นางแดงกล่าวว่า ตนและลูกชายไม่ได้ร่วมก่อเหตุ แต่ที่ปรากฏภาพอยู่ในเหตุการณ์ ในวันเกิดเหตุ ตนกำลังเดินไปซื้ออาหารที่ตลาดอุดมสุขกับลูกชาย และได้เดินอ้อมหลังตลาดไปจนถึงจุดเกิดเหตุ ลูกชายได้เดินเข้าไปมุงดูเหตุการณ์ เพราะเห็นว่ามีคนในซอยไปร่วมในเหตุการณ์ และอยากเข้าไปช่วยระงับเหตุ ซึ่งก็ได้ห้ามปราม และบอกให้ลูกชายเดินกลับบ้านไปก่อน จากนั้นตนก็เดินไปซื้ออาหาร ก่อนจะเดินตามหลังลูกชายกลับไปที่บ้าน โดยลูกชายได้เปลี่ยนเสื้อจากสีแดงเป็นเสื้อยืดสีส้มซึ่งเป็นชุดใส่ทำงาน เตรียมที่จะออกไปทำงาน   จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงมีคนทะเลาะกันห่างจากบ้านของตนเพียง 3-4 หลัง ก็เดินออกไปดู จึงบอกให้ลูกสะใภ้ไปนำรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านเข้ามาเก็บ เพราะกลัวถูกลูกหลง ซึ่งลูกชายอาสาออกไปนำรถเข้ามาเก็บเอง แต่ขณะกำลังเดินไปถึงรถจักรยานยนต์ก็เห็นลูกชายถูกยิงล้มลง ไม่รู้กระสุนมาจากทิศทางใดไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนยิง ส่วนเรื่องกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง แม่ของผู้เสียชีวิตเคยได้ยินคนในละแวกนั้นบอกว่า "แรง" แต่ก็ไม่รู้ว่าคำว่าแรงในที่นี้ หมายถึงอะไร   ขณะที่แฟนสาวของผู้เสียชีวิตกล่าวว่า หดหู่ใจที่แฟนหนุ่มเสียชีวิตตกเป็นเหยื่อความรุนแรง ตนเพิ่งตั้งครรภ์ 4 เดือน ไม่คิดว่าแฟนหนุ่มต้องมาจบชีวิตอย่างนี้ ทำไมไม่คุยกันดีๆ ที่ผ่านมาไม่เคยรู้ว่าแฟนหนุ่มมีปัญหากับกลุ่มวิน จยย. เหล่านั้นหรือไม่ เพราะไม่ได้ไปขี่ จยย.รับจ้างนานแล้ว เหตุที่เกิดขึ้นยืนยันแฟนหนุ่มไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการควบคุมวิน จยย.อย่างจริงจัง ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UZelclqSPMk

 92,927

Top