ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข่มขืน"

ข่าวภูมิภาค
14 ก.พ. 61

จับพ่อเฒ่าวัย 83 ลวงข่มขืนหลานสาววัย 4 ปี ยังปากแข็งอ้างแค่นำเด็กมานั่งตัก

จับพ่อเฒ่าวัย 83 ปี ลวงข่มขืนหลานสาววัย4ปียับทั้งอวัยวะเพศและทวารหนัก แต่ยังให้การปฏิเสธว่าแค่นำเด็กมานั่งตักเท่านั้น ตำรวจดำเนินคดี 3 ข้อหาหนัก   นครศรีธรรมราช-ตร.จับกุมพ่อเฒ่าวัย 83 ปี หลังก่อเหตุลวง ด.ญ.ดำ(นามสมมุติ) อายุ 4ปี ไปข่มขืนกระทำชำเรา   โดยแม่ของเด็กอายุ 30ปี ระบุว่าลูกสาววัย 4 ขวบ ถูกนายสนธิหรือต๊ะ เจริญจิตร อายุ 83 ปี ซึ่งเป็นญาติของสามีใหม่ลวงไปข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง ในวันเกิดเหตุ ตนไม่อยู่บ้านได้ทิ้งลูกสาวไว้กับยายที่บ้านเพียงลำพัง 2 คน   ปรากฏว่าขณะนั้นได้มีนายสนธิหรือที่เด็กติดว่าปากว่า โต๊ะต๊ะ ขี่รถจยย.มารับออกจากบ้าน โดยเอ่ยปากชักชวนลูกสาวของตนไปเที่ยวกันโดยพาลูกสาวนั่งซ้อนท้ายรถจยย.ไปที่บ้านพักของนายสนธิ จนกระทั่งมืดค่ำนายสนธิก็พาลูกสาวของตนมาส่งที่บ้านพักแล้วก็กลับไป ซึ่งขณะนั้นยายของเด็กเห็นเด็กซึมเศร้าผิดปกติ และเดินผิดสังเกตและพบมีรอยเลือดไหลที่อวัยวะเพศ   ยายของเด็กจึงเค้นสอบถาม เด็กก็บอกว่าถูกโต๊ะต๊ะ จับถอดเสื้อผ้าจนล้อนจ้อนแล้วใช้อวัยวะเพศสอดใส่ไปอวัยวะเพศของเด็กอยู่นาน และยังใช้อวัยวะเพศสอดใส่ที่ทวารหนักอีกด้วยทำให้อวัยวะเพศลูกสาวฉีกขาดเลือดไหล และทวารหนักเป็นแผลถลอกจนนายสนธิสำเร็จความใคร่ไป1ครั้ง ก่อนที่จะพาลูกสาวตนกลับมาส่งที่บ้านพักเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   หลังจากยายรู้ความจริงจากหลานสาว ได้โทรศัพท์แจ้งตนรีบกลับมาจากต่างจังหวัดทันทีและได้รีบพาลูกสาวไปให้แพทย์ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราชเข้าทำการรักษาบาดแผลที่ฉีกขาดจนต้องนอนรักษาตัวที่ รพ.หลายคืนจนหายเป็นปกติแล้วพร้อมพาเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้จับกุมตัวนายสนธิ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว   ด้านผู้ต้องหายังปากแข็งให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่า ไม่ได้ข่มขืน ด.ญ.วัย 4 ขวบตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าวันเกิดเหตุได้ขี่รถจยย.ไปรับหลานสาววัย4ปีไปที่บ้านพักจริง และเพียงแต่อุ้มนั่งตักขณะเด็กเล่นเกมอยู่ในบ้านของตนเท่านั้น ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กแต่อย่างใด แต่ทางตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานจึงคุมตัวนายสนธิ ไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/32_7UJN10-4    

 23,653
ข่าวภูมิภาค
13 ก.พ. 61

คนร้ายซิ่งกระบะปาดหน้ายิงหนุ่ม นศ. ก่อนฉุดสาวรุ่นน้องไปข่มขืน ก่อนปล่อยตัวบนเข้าภูพานและหลบหนี

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเวลา 01.00 น. ตำรวจ สภ.นามน จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่า มีเหตุยิงกันบนถนนทางเข้ามหาลัยวิทยาลัยแห่งหนึ่ง บริเวณหน้าวัดอรัญญิกาวาส หรือวัดบ้านหนองโพนสูง หมู่ที่ 5 โดยในที่เกิดเหตุพบนายเสมา แสงฤทธิ์ อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์นอนจมกองเลือด ห่างกันมีรถจักรยานยนต์และพบปอกกระสุนปืนขนาด  9 มม. ตกอยู่ โดยพบว่านายเสมาถูกยิงเข้าที่บริเวณใบหน้า ทีมกู้ภัยได้เร่งทำการปฐมพยาบาลแล้วนำตัวส่งต่อไปยังโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ แต่เนื่องจากยังมีสติจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีน้องเป็นผู้หญิงเป็นนักศึกษารุ่นน้องในคณะที่มาด้วยกัน ถูกคนร้ายฉุดตัวขึ้นรถกระบะยี่ห้อวีโก้ สีดำ ไม่ทราบทะเบียนไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระจายกำลังออกค้นหา         ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. น.ส.เอ (นามสมมุติ) 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่อยู่ในสภาพอิดโรยได้เข้าไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพาน จ.สกลนคร โดยแจ้งว่าถูกคนร้ายขับรถกระบะปาดหน้าก่อนที่จะใช้อาวุธปืนยิงนายเสมาฯ รุ่นพี่นักศึกษาและฉุดตัวเองขึ้นรถไปในรถก่อนจะทำการข่มขืนแล้วปล่อยตัวออกมา ภายหลังตำรวจ สภ.นามน จึงได้แจ้งให้มารับตัวและไปตรวจร่างกาย        จากนั้นในเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้เข้าเยี่ยม นายเสมา ซึ่งอาการปลอดภัย โดยแพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้ทำการสแกนสมอง ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนเนื่องคมกระสุนปืน เจาะเข้าที่บริเวณแก้มด้านซ้ายทะลุขวา        โดยนายเสมา  บอกว่า เมื่อช่วงกลางดึกตนได้ขับรถจักรยานยนต์มากับ น.ส.เอซึ่งเป็นน้องในคณะเดียวกัน โดยก่อนเกิดเหตุได้เข้าไปซื้ออาหารที่ร้านสะดวกซื้อในปั้มน้ำมัน จากนั้นก็ได้ขับรถจักรยานยนต์กลับ ตนได้สังเกตเห็นรถกระบะขับตามมา แต่ก็ไม่ได้สนใจ จนมาถึงในชุมชน รถกระบะดังกล่าวได้ขับปาดหน้าจากนั้นมีชายฉกรรจ์ ได้เดินเข้ามาใช้อาวุธปืนจ่อยิงเข้ามาที่หน้า แต่ตนขัดขืนกระสุนกระสุนปืนจึงยิงเข้าที่แก้มก่อนที่ตนจะแกล้งตาย จากนั้นคนขับรถกระบะก็ได้ฉุดกระชาก น.ส.เอ นักศึกษารุ่นน้องขึ้นรถกระบะไป จึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี โดยตนยืนยันว่า น.ส.เอ เป็นน้องนักศึกษาในคณะเดียวกัน และเมื่อคืนนี้ก็กำลังทำงานตัดต่อ รู้สึกหิวจึงพากันออกมา ซึ่งตนและรุ่นน้องไม่รู้จักคนร้ายแต่อย่างใด        ด้าน นายธนากรณ์ แสงฤทธิ์ อายุ 48 ปี บิดาของ นายเสมา กล่าวว่า จากการสอบถามลูกชายทราบว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆกับรุ่นน้อง และไม่เคยมีเรื่องกับใครจึงไม่รู้สาเหตุ จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ด้วย        ขณะที่ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน จังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ติดตามแล้ว เบื้องต้นได้ตั้งประเด็นชู้สาว แต่ในส่วนของนักศึกษาหญิงนั้น จะต้องตรวจร่างกายก่อนว่ามีร่องรอยการข่มขืนหรือไม่ และอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งผู้เสียหายยังไม่สามารถให้การได้มากนัก เนื่องจากอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลา และตำรวจจะต้องดูแลสภาพจิตใจของผู้เสียหายอย่างดีไปด้วย แต่ก็ได้สั่งการให้เช็คกล้องวงจรปิดและเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว อย่างไรก็ตามเนื่องจากจะเป็นช่วงวันวาเลนไทน์ก็ขอเตือนให้ผู้ปกครองเตือนบุตรหลานเพื่อป้องกันเหตุร้ายด้วย

 19,802
ข่าวต่างประเทศ
13 ก.พ. 61

ผู้บริหารออกซ์แฟม ประกาศลาออก หลังเกิดเรื่องอื้อฉาวทางเพศ ขณะช่วยเหยื่อแผ่นดินไหวในเฮติ

เพนนี ลอว์เรนซ์ รองผู้อำนวยการกุศลของ Oxfam (ออกซ์แฟม) องค์กรสากลที่เคลื่อนไหวด้านสังคม ได้ลาออกจากตำแหน่ง หลังเกิดเรื่องอื้อฉาวของ จนท.ชายรายหนึ่ง ที่มีประพฤติผิดทางเพศในเฮติระหว่างการช่วยเหลือเหยื่อแผ่นดินไหวในปี 2010   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม I think the most important thing was that the staff involved were sacked or resigned before the end of the investigation. ฉันคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ จนท.ที่เกี่ยวข้องนั้นโดนไล่ออกหรือลาออกเอง หลังจบการสืบสวน  

 2,339
สังคม-อาชญากรรม
08 ก.พ. 61

แม่พาลูกสาววัย 14 แจ้งความ หลังถูกน้าชายหลอกไปข่มขืน ขู่หากบอกใครจะฆ่าล้างโคตร

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี รับแจ้งจากนางเอ(นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ว่าลูกสาวคือนางสาวบี(นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ถูกลูกพี่ลูกน้องซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชาย หลอกว่าให้ไปกินข้าวที่บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่งติดเขตอำเภอปลวกแดง เมื่อไปถึงบ้านก็ได้ผลักเข้าห้องนอนแล้วลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ก่อนข่มขู่ว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใคร ถ้ารู้ว่าไปบอกใครจะฆ่าล้างโคตรให้หมด   ซึ่งนางสาวบีนั้นเกิดความหวาดกลัวไม่กล้าเปิดปากบอกใคร แต่ด้วยความกลัวเนื่องจากยังเป็นเด็กอยู่จึงเล่าให้ผู้เป็นแม่ฟังว่าถูกน้าหลอกไปข่มขืน ผู้เป็นแม่สุดแสนจะแค้นเมื่อลูกพี่ลูกน้องซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายกล้าทำกับหลานสาวได้ลงคอ จึงรีบพามาแจ้งความหวังให้ตำรวจไปลากคอมาดำเนินคดีตามกฎมาย    ซึ่งทางตำรวจได้ให้ผู้เป็นแม่พาลูกสาวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแหลมฉบังเพื่อหาร่องรอยการถูกข่มขืน ถ้ามีร่องรอยการข่มขืนก็ให้ทางแพทย์ผู้ตรวจทำใบรับรองแพทย์มา เพื่อประกอบสำนวนคดีในการออกหมายจับเพื่อนำตัวน้าชายใจทรามที่ก่อเหตุข่มขืนหลานสาวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gQacnWoUcKY    

 10,733
ข่าวต่างประเทศ
07 ก.พ. 61

ตร.สหรัฐฯ จับครูสาววัย22 ลักลอบมีความสัมพันธ์กับนร.ชายวัย18 เผยเรื่องแดงหลังมีคนไปฟ้องครูใหญ่

สำนักข่าว Daily Mail รายงานข่าวน่าตกใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐฯ กรณี Tayler Boncal ครูสาววัย 22 ปี ถูกตำรวจจับกุมตัวเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังลักลอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนักเรียนชายวัย 18 ปี ก่อนจะได้รับการประกันตัว โดยมีกำหนดจะขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 1 มี.ค.นี้     ครูสาวจากโรงเรียนมัธยมในรัฐคอนเนตทิคัตถูกตั้ง 3 ข้อหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศลูกศิษย์ แต่เจ้าตัวอ้างว่าทำไปเพราะรักกัน ซึ่งหากศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง เธออาจจะต้องรับโทษจำคุกอย่างน้อย 9 เดือน จากอัตราโทษสูงสุด 10 ปี และปรับเงินอีก 1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ       สำหรับความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นในเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว หลังนักเรียนชายเป็นฝ่ายเข้ามาขอเบอร์โทรศัพท์หญิงสาวที่มาเป็นนักศึกษาฝึกสอนตั้งแต่เดือน เม.ย. ปีเดียวกัน จากนั้นทั้งสองคนก็ได้ติดต่อกันผ่านทางแช็ตเฟซบุ๊ก     กระทั่งนักเรียนหนุ่มทำมือถือหายและมีนักเรียนคนอื่นล่วงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วนำไปแจ้งกับผู้อำนวยการโรงเรียน ก่อนที่เด็กหนุ่มจะถูกเรียกตัวมาสอบสวนเมื่อเดือนก่อน โดยตอนแรกเขาพยายามจะปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้ครูสาวเดือดร้อน แต่สุดท้ายเรื่องก็ถึงตำรวจจนนำไปสู่การจับกุมเธอในที่สุด ทั้งนี้มีรายงานระบุว่า ทั้งตัวนักเรียนชายและพ่อแม่ของเขาต่างก็ไม่ต้องการให้ครูสาวถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด            

 11,317
ข่าวภูมิภาค
06 ก.พ. 61

หญิงวัย 45 เป็นศพเปลือย ถูกเคียวเชือดคอเสียชีวิตในพงหญ้าสุพรรณฯ ตร.ตั้งปมชู้สาว

สุพรรณบุรี-พบศพหญิงวัย 45 ปี สภาพเปลือยกายนอนหงายเสียชีวิตอยู่ในพงหญ้า ตรวจสอบพบที่ลำคอมีแผลถูกของมีคมเชือด เป็นแผลเหวอะ นอกจากรอยเชือดแล้วยังมีรอยของแหลมแทงที่ลำคอและชายโครงขวา รวมกว่า 10 รูจมกองเลือดที่แห้งกรัง คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-6 ชม.   จากการสอบสวนชาวบ้านที่มาปักเบ็ดหาปลาเล่าว่า ช่วงค่ำตนได้มาปักเบ็ดหาปลาเพียงลำพังตามปกติ กระทั่งดึกได้ยินเสียงนกกวักร้อง อยู่ในป่าใกล้กันจึงเดินไปดู เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่มืด ขณะกำลังส่องไฟหานกอยู่นั้นสายตาเหลือบไปเห็นร่างเปลือยเปล่านอนแน่นิ่งอยู่ในพงหญ้าก็ตกใจแทบช็อก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ   ทางด้านพี่ชายของผู้ตายเล่าว่าน้องสาวประกอบอาชีพรับจ้างเกี่ยวหญ้า มักจะขี่จักรยานสองล้อออกไปหารับจ้างเป็นประจำ กระทั่งเมื่อ 2 วันก่อนน้องสาวได้หายไปไม่ยอมกลับบ้านกระทั่งได้รับแจ้งว่าน้องสาวถูกฆ่าเสียชีวิต ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเชื่อว่าน้องสาวถูกฆ่าตายด้วยเรื่องชู้สาว เนื่องจากน้องสาวคบหาผู้ชายหลายคน   ทางด้าน พ.ต.อ.สมพร พุกหอม ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่าจากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปและเป็นคนที่ชอบคบหาและความสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายน่าจะมีการนัดหมายกับผู้ชายที่คบหากันเพื่อไปร่วมหลับนอน ซึ่งชายคนดังกล่าวน่าจะเป็นคนที่คบหามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ตายมาก่อนและรู้ว่าผู้ตายคบหากับชายอื่นอีกหลายคนจึงเกิดความแค้น วางแผนนัดผู้ตายไปร่วมหลับนอนโดยผู้ตายได้จอดจักรยานสองล้อพิงไว้ที่เสาไฟฟ้าข้างทาง ก่อนจะเดินไปกับฆาตกร   เมื่อถึงจุดเกิดเหตุทั้งคู่น่าจะได้ร่วมหลับนอนกันเสร็จแล้วฝ่ายชายที่คาดว่าเคยมีสัมพันธ์กับผู้ตายมาก่อน หลังจากทราบว่าฝ่ายหญิงปันใจไปให้ชายอื่นอีก จึงเกิดความแค้นลงมือใช้เคียวเกี่ยวหญ้าของผู้ตายเป็นอาวุธเชือดคอและกระหน่ำแทงที่ลำคอและชายโครงจนผู้ตายเสียชีวิต ก่อนหลบหนีกระทั่งมีคนมาพบศพดังกล่าว   ขณะนี้พอทราบเบาะแสคนร้ายแต่ยังไม่ขอเปิดเผย คาดว่าใช้เวลาไม่นานจะสามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้นำตัวผู้ต้องสงสัยมาตรวจเก็บลายนิ้วมือไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับส่งศพไปตรวจพิสูจน์สาเหตุการตายอย่างละเอียด พร้อมกับสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเร่งรัดจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HmddhwEXFyU    

 13,371
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.พ. 61

แม่นร.ชาย ม.3 โร่เอาผิด นร.หญิง ม.2 ข้อหาข่มขืน พร้อมรับทราบข้อกล่าวหาพรากผู้เยาว์ฯ

ความคืบหน้ากรณี ผอ.โรงเรียนฉาว แม่เด็กชาย ม.3 แฟนเก่าเด็กหญิงเข้าแจ้งความดำเนินคดีเด็กหญิงในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราลูกชาย พร้อมเข้ารับทราบข้อกล่าวหา หลังก่อนหน้านี้ถูกแม่ของเด็กหญิงเข้าแจ้งความเอาผิดลูกชายตัวเอง ขณะนี้กำลังรอเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพเข้าร่วมดำเนินการสอบสวน   จากรณีอ.โรงเรียนฉาว มีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิง ม.2 อายุ 14 ปี และถูกดำเนินการเอาผิดทั้งทางวินัยร้ายแรง และคดีอาญาไปพร้อมกัน โดยล่าสุดผู้ปกครองของเด็กนักเรียนหญิง ชั้น ม.2 วัย 14 ปี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรบัวใหญ่ ให้ดำเนินคดีกับ เด็กชาย ม.3 (นามสมมติ)นักเรียนชายชั้น ม.3 แฟนเก่า ของ เด็กนักเรียนหญิง ชั้น ม.2 ในข้อหาพรากผู้เยาว์ฯ และกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีแล้ว   ล่าสุดวันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2561) 10.00 น. นางไพรวัน (สงวนนามสกุล)อายุ 41 ปี ได้พาเด็กนักเรียนชั้น ม.3 เดินทางเพื่อเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ให้ดำเนินคดีกับเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) เด็กนักเรียนหญิงชั้น ม. 2 วัย 14 ปี ที่เป็นอดีตแฟนสาวของเด็กชายเอ ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราลูกชายของตัวเอง    หลังจากเด็กทั้งคู่ได้อยู่กินกันแบบสามีภรรยามานานเกือบ 1 ปี โดยการเข้าแจ้งความในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้แม่ของเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเด็กนักเรียนชั้น ม.3 ในข้อหาพรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา เพื่อการอนาจาร และข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี พร้อมกันนี้ก็จะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ทางแม่ของเด็กหญิงเอเข้าแจ้งความดำเนินคดีด้วย   อย่างไรก็ตามขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้รับแจ้งความ และยังไม่ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับเด็กนักเรียนชั้น ม.3 แต่อย่างใด เนื่องจากขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพเดินทางไปร่วมดำเนินการสอบปากคำในครั้งนี้ด้วย เพราะนายบียังเป็นเยาวชน การดำเนินการจึงต้องให้เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพเข้ารับฟังการสอบสวนด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพอยู่   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 8,286
ข่าวภูมิภาค
05 ก.พ. 61

สาวร้องสื่อ ถูกกลุ่มชายแต่งกายคล้าย ตร. ออกอุบายร่วมหลับนอน-รีดเงิน-ข่มขู่จนต้องย้ายบ้านหนี

ชลบุรี-หญิงอายุ 22 ปี เดินทางเข้าพบสื่อมวลชน หลังถูกชายแต่งกายในเครื่องแบบเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกขึ้นอพาร์ทเม้นท์ ในพื้นที่เมืองพัทยา ตรวจค้นแล้วพยายามบังคับให้หาเงินมาเคลียร์ มิเช่นนั้นจะจับดำเนินคดีก่อนทั้งสองจะพาออกไป ผลัดกันล่วงละเมิดทางเพศในม่านรูด จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี   โดยสาวผู้เสียหาย เล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียดว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุตนเองได้นัดกับเพื่อนรุ่นพี่ให้มาหาที่ห้องพัก จากนั้นไม่นานได้มีชายแต่งกายเหมือนเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร 1 คน และแต่งตัวเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 คน มาเคาะประตูห้องก่อนจะเข้ามาแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมาย บอกว่าติดตามตัวเพื่อนของตนเองมา หนึ่งในนั้นก็พาเข้าขังอยู่ในห้องน้ำและพยายามเจรจากันกว่าชั่วโมง เพื่อให้หาเงินมาเคลียร์จำนวน 30,000 บาท แต่ตนเองไม่มีทั้งสองจึงออกอุบายออกจากที่พัก ก่อนจะพาไปเปิดห้องพักรายวันในพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งตนเองไม่ใช่คนพื้นที่และอยู่ในอาการกลัวจึงไม่ทราบว่าห้องพักดังกล่าวชื่ออะไร   จากนั้นผู้ที่แต่งกายเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้พาเพื่อนชายของตนออกจากห้องพักไป ทิ้งให้ตนเองอยู่กับผู้ที่แต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร 2 คน ก็ได้มีการเจรจากันอีกครั้ง แต่ตนเองก็บอกว่ามีเงินเพียง 2,700 บาทเท่านั้น จึงมอบเงินนั้นให้ไป แต่ผู้ก่อเหตุยังไม่พอเรียกร้องจะเอาให้ครบ 30,000 บาท หากไม่พอให้ไปขอพ่อแม่มาให้ ตนเองไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาให้พยายามอ้อนวอน จนกระทั่งผู้ที่แต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่อาสา ได้ออกอุบายว่าหากตนยินยอมให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย จะคุยให้ไม่ให้ดำเนินคดี ด้วยความกลัวตนเองจึงจำใจยอมให้มีเพศสัมพันธ์   หลังเสร็จสมอารมณ์แล้ว ก็ติดต่อให้ผู้ก่อเหตุอีกรายที่แต่งกายเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจมา แล้วก็ทิ้งให้ตนเองอยู่กันเพียงลำพัง ก็มีการเจรจาขึ้นอีกครั้ง ซึ่งตนเองก็ยืนยันคำเดิมว่าไม่รู้จะหาจากไหนมาให้ ก่อนที่ชายแต่งกายเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอมีเพศสัมพันธ์ด้วยอีกคน หลังจากเสร็จกิจยังมีการขู่บังขับให้หาเงินมาให้ครบจะไปหาเรื่อยๆเพราะรู้ห้องแล้ว ด้วยความกลัวตนเองจึงไม่กล้าที่จะเถียง ก่อนจะถูกปล่อยตัวออกมาจากห้องพักรายวันดังกล่าว   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่อพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว พบว่ากล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้อย่างชัดเจนขณะที่ผู้ก่อเหตุทั้งสองราย ซึ่งแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมีใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกอำพรางใบหน้า อีกรายแต่งกายเหมือนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสวมหมวกคล้ายหมวกสายตรวจ ใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกอำพรางใบหน้าเช่นกัน เมื่อเดินเข้ามายังอพาร์ทเม้นท์ก็พยายามเดินหลบกล้องวงจรปิด แต่กล้องวงจรก็สามารถจับภาพขณะที่เข้าและออกไว้ได้อย่างชัดเจน   อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ และเป็นเจ้าหน้าที่จากสถานีใด จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสเพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นการทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย   ทั้งนี้ผู้เสียหายเกรงว่า จะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงต้องการให้สื่อมมวลชนนำเสนอข่าว และยังรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก จึงจะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อน รอให้เจ้าหน้าที่จับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุดเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยกับชีวิตด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/R3ChDKKBcRo    

 22,892
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
02 ก.พ. 61

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' เจาะคดีฉาว ด.ญ. 13 ปี ถูกครูฝ่ายปกครองข่มขืน พร้อมขู่ปล่อยภาพโป๊แบล็คเมล์

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คุยคดีแม่พาลูกสาว 13 นักเรียนชั้นม. 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ร้องมูลนิธิปวีณา ถูกครูฝ่ายปกครองออกอุบายเรียกเข้าห้องขู่ทำโทษอ้างว่าทำผิดระเบียบ ก่อนทำการข่มขืนคาห้องพักครู ถ่ายรูปแบล็กเมล์ ขู่จะแพร่รูปโป๊ ถ้าหากนำเรื่องไปบอกใครจะถูกไล่ออกจากโรงเรียน ก่อนบังคับพาเข้าโรงแรมม่านรูด ร่วมเพศอีก 2 ครั้ง   ซึ่งในเวลาต่อมาทางตำรวจได้ติดตามจับกุมครูฝ่ายปกครองรายนี้ได้ ซึ่งเจ้าตัวเตรียมหลบหนี เบื้องต้นให้การรับสารภาพ ซึ่งจะถูกนำตัวไปดำเนินคดีต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/deSqwzK7YLA    

 29,279
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.พ. 61

สลด! เด็กสาววัย 13 เขียน จม.ระบายถูกพ่อข่มขืน-ขู่ฆ่า บังคับให้เสพยาไอซ์กระตุ้นเซ็กส์ ล่าสุดจับตัวพ่อได้แล้ว

ชุมพร-ตร.หลังสวน จับกุมชายชาวสุราษฎร์ธานีวัย 35 ปี ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุ ต่ำกว่า 15 ปี หลังก่อเหตุข่มขืนลูกสาวตัวเองวัย 13 ปี โดยก่อนหน้านี้ยายของเด็กได้นำกระดาษสมุดที่เขียน ด้วยลายมือของหลานสาว มีใจความว่า   “หนูโดนพ่อข่มขืน ครั้งที่ 1 วันที่..เดือน.. ครั้งที่ 2ครั้ง3 วันที่..เดือน ...พร้อมทั้งบอกสถานที่ และมากกว่า3ครั้ง” ในกระดาษยังระบุต่อไปว่า “หนูอยากเรียนหนังสือ หนูกลัวพ่อจะมากวน เพราะเวลาอยู่กับพ่อชอบบังคับ ทุบตีหนู หนูอยากมีอิสระ พ่อขู่จะฆ่าครอบครัวหนู หนูสงสารยาย เพราะเมื่อก่อนหนูยู่กับตากับยาย พ่อไม่เคยมาสนใจเลี้ยงดู เพิ่งมาสนใจตอนหนูโต หนูอยากยู่กับยาย หนูไม่อยากอยู่กับพ่อ ถ้าไม่จับพ่อ พ่อก็จะมาหาหนูอีก หนูไม่อยากไป หนูจะเรียนหนังสือ อยู่กับยายค่ะ”   โดยยายของเด็กสาวเล่าให้ฟังว่า เมื่อสิบกว่าปีก่อน ลูกสาวของยายแม่ของเด็ก ได้อยู่กินกับสามี เมื่อลูกสาวตั้งท้องได้3เดือน ฝ่ายชายก็ได้เมียใหม่เลิกกับแม่ของเด็กสาวไปอยู่ที่จังหวัดอื่น ส่วนแม่ของเด็กก็ได้สามีใหม่ย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น ทิ้งเด็กสาวไว้กับตาและยาย จนเด็กสาวอายุ 2 ขวบ ผู้เป็นพ่อแวะมาหาลูกบ้างเป็นครั้งคราวโดยแต่ละครั้งพาเมียใหม่มาด้วย มีการดูแลบ้างแต่เพียงเล็กๆน้อยๆและทิ้งระยะห่าง มาเยี่ยมปีละครั้งสองครั้ง   กระทั่งในปี 2557 เด็กสาว อายุ 10 ขวบ ผู้เป็นพ่อได้มาที่บ้านในอาการเมายาอย่างหนัก มารับเด็กสาวออกไปจากบ้าน ยายเห็นว่า เป็นพ่อจึงไม่ได้สงสัย จนต่อมาเด็กสาวเรียนหนังสือชั้น ม.1 เริ่มคบเพื่อนผู้ชาย จนจับได้ว่าได้เสียกัน ยายจึงบอกพ่อของเด็กสาวให้ไปแจ้งความ แต่แทนที่พ่อของเด็กสาวจะไปแจ้งความ กลับตบตีเด็กสาวด้วยความรุนแรง พร้อมคำพูดที่ไม่เหมือนพ่อกับลูก แต่เหมือนสามีหึงภรรยามากกว่า   แล้วนำตัวเด็กสาวไปกักตัวไว้ที่บ้านของตนเองร่วม 2 อาทิตย์ไม่ยอมให้ติดต่อกับใคร ต่อมายายได้ไปพบกระดาษที่ เด็กสาวเขียนไว้ และไปแจ้งตำรวจ จึงทราบความจริงทั้งหมด ว่า ถูกพ่อแท้ๆข่มขืนตั้งแต่อายุ10ขวบ จนถึงครั้งสุดท้ายเมื่อเดือน ตค.59อายุ 13 ปี โดยทุกครั้งพ่อข่มขู่จะฆ่าถ้านำเรื่องไปบอกใคร และ บังคับให้เสพยาไอซ์ จะได้กระตุ้นการมีเซ็กส์แต่เด็กสาวไม่ยอมเสพ   ทาง ตร.ได้แจ้งไปยังสหวิชาชีพ เพื่อสอบปากคำอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งนำตัวเด็กสาวไปตรวจร่างกาย ก่อนจะดำเนินคดีกับพ่อรายนี้ต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hoOEPFMXQxI  

 150,080
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 ก.พ. 61

รปภ.หื่นล็อกประตูหวังข่มขืน ลูกค้าสาวกลางห้องน้ำห้าง เคราะห์ดีพลเมืองดีช่วยทัน

นนทบุรี-สภ.บางกรวย รับแจ้งเหตุชายพยายามจะข่มขืนหญิงสาวภายในห้องน้ำหญิง แต่พลเมืองสามารถช่วยไว้ได้ทันและจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ เหตุเกิดห้องน้ำหญิงชั้น 2 ห้างแห่งหนึ่งย่านราชพฤกษ์   ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ของห้างและประชาชนได้ช่วยกันจับกุมตัวนายสิทธิพงษ์ ธนะสุข อายุ 35 ปี ทำงานเป็น รปภ.ของบริษัท ไทยเซ็นทรัล อินเตอร์เนชั่นแนล ส่งมาประจำห้างที่เกิดเหตุ นายสิทธิพงษ์ อยู่ในชุดเครื่องแบบ รปภ.สภาพเลือดท้วมปากแตก เนื่องจากถูกประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้าจับกุมตัวนายสิทธิพงษ์   สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้มาเดินที่ห้างดังกล่าว และเข้าห้องน้ำหญิงชั้น 2 ระหว่างที่เข้าห้องน้ำอยู่นั้น นายสิทธิพงษ์ ได้เดินตามมาแล้วล็อคประตูทางเข้าห้องน้ำบานด้านหน้า ไม่ให้คนด้านนอกเข้ามาได้ จึงลงมือพยายามจะข่มขื่น แต่ผู้เสียหายต่อสู้ขัดขืนร้องให้คนช่วย ซึ่งในขณะเกิดเหตุมีแม่บ้านกำลังทำความสะอาดในห้องน้ำอีกห้องอยู่ แม่บ้านจึงได้ตะโกนเรียกให้คนช่วยและเปิดประตูด้านหน้าออกไป จนมีประชาชนที่เดินผ่านมาได้ยินจึงพังประตูเข้าไปช่วยไว้ได้ทัน และช่วยกันจับกุมตัวนายสิทธิพงษ์ ไว้ได้   ทั้งนี้ ตร.ระบุคนร้ายรายนี้มีพฤติกรรมเก็บตัว เป็นคนเงียบไม่พูดกับใคร เพิ่งมาทำงานที่ห้างได้ประมาณ 1เดือนและจากพฤติกรรมดังกล่าวจึงถูกเลิกจ้างในวันที่ 1 ก.พ.61 แต่เช้าวันเกิดเหตุก็ยังดื้อมาทำงานโดยที่ทางห้างไม่ทราบมาก่อน จนมาก่อเหตุดังกล่าว   เบื้องต้นผู้ต้องหายังไม่ให้การใดๆทั้งสิ้น อยู่ระหว่างประสานญาติให้เข้าสอบปากคำ ตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายไม่พบ ส่วนประวัติทางจิตเวชไม่มีประวัติแต่อย่างใด จึงได้ตั้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นว่า กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากอิสรภาพ ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย ส่วนผู้เสียหายยังคงรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศิริราช เพื่อดูอาการ   จากการสอบถามพนักงานร้านอาหารภายในห้างดังกล่าว เป็นพลเมืองดีที่ปีนห้องน้ำเข้าไปช่วยเหลือผู้เสียหาย ทราบว่า ในช่วงเกิดเหตุตนมาทำงานกับเพื่อนอีกคนหนึ่งได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วยจึงได้ชวนเพื่อนไปดู พบแม่บ้านห้างกำลังเปิดประตูห้องน้ำออกมาขอความช่วยเหลือเนื่องจากประตูใหญ่ด้านนอกถูกปิดล็อค   หลังเข้าไปได้จึงได้ปีนห้องน้ำด้านข้างขึ้นไปดูพบมีคนร้ายกำลังนั่งทับร่างผู้หญิงอยู่ ตนบอกให้หยุดแต่คนร้ายไม่หยุดตนจึงได้ปีนข้ามไปพร้อมกับเพื่อนและล็อคตัวคนร้ายไว้ เปิดประตูนำร่างออกมา ส่วนผู้เสียหายแม่บ้านและพนักงานหญิงได้ช่วยกันดูแล ตอนเกิดเหตุตนไม่ได้คิดอะไร แค่ต้องช่วยผู้หญิงให้ออกมาได้ก่อน โชคดีของตนที่แม่บ้านอยู่ด้านในและมาเปิดประตูใหญ่ให้ไม่อย่างนั้นก็เข้าไปไม่ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8LowY5NLTj4    

 31,869
ข่าวภูมิภาค
01 ก.พ. 61

สลด! ครูพา ด.ญ.วัย 14 เข้าแจ้งความ ถูกพ่อ-พี่ชายแท้ๆเมายาบ้า ข่มขืนนานข้ามปี

ชัยภูมิ-ตร.ควบคุมตัวพ่อวัย 59 ปี และพี่ชายวัย 19 ปี ก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงวัย 14 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวและน้องสาวแท้ๆมาตั้งแต่เมื่อปี 2559   เนื่องจากคณะครูสังเกตเห็น ด.ญ. มีอาการผิดปกติและเริ่มขาดเรียนบ่อยครั้ง ทางคณะครูจึงติดตามไปสอบถาม ด.ญ.กระทั่งทราบว่าถูกพ่อและพี่ชายแท้ๆ ข่มขืนกระทำชำเราบ่อยครั้งมานานเป็นปีเวลาเมายาบ้า   เมื่อนำตัวเด็กหญิงไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล พบว่ามีร่องรอยถูกข่มขืนกระทำชำเราจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังไปควบคุมตัวทั้ง 2 คน ได้ที่บ้านพักใน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ มาสอบสวน พร้อมทั้งตรวจปัสสาวะ พบว่าผู้เป็นพ่อมีปัสสาวะเป็นสีม่วง ส่วนพี่ชายไม่พบสารเสพติด   จากการสอบสวนผู้เป็นพ่อ ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ข่มขืนกระทำชำเราลูกสาว ขณะที่พี่ชายให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือข่มขืนน้องสาวตัวเองจริง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้ง 2 คน ดำเนินคดีในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเป็นการกระทำต่อผู้สืบสันดาน (บุตรสาวแท้ๆโดยสายเลือด)   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B29QUMe5WcM    

 37,835
ข่าวต่างประเทศ
12 ม.ค. 61

'เจิ้ง จือเหว่ย' โต้ข่าวข่มขืน อดีตนางเอก 'หลัน เจี๋ยอิ๋ง' จนป่วยทางจิต ใช้ชีวิตข้างถนน

เจิ้งจื้อเหว่ย ดารารุ่นเก๋าฮ่องกง ปฎิเสธข้อกล่าวหาว่าข่มขืน หลัน เจี๋ยอิ๋ง อดีตนางเอก ที่ผกผันไปใช้ชีวิตข้างถนน   หลัน เจี๋ยอิ๋ง วัย 54 ปี อดีตนางเอกฮ่องกง ซึ่งมีประวัติว่าป่วยทางจิต และมีพฤติกรรมและอารมณ์แปรปวน หลังจากประสบอุบัติเหตุทางถนน เมื่อปี 1998 และเมื่อปี 2013 จนเป็นเหตุให้เธอต้องไปใช้ชีวิตข้างถนน เธอได้ตกเป็นข่าวพาดหัว เมื่อออกมาเปิดเผยว่า เธอถูกดาราใหญ่ในวงการบันเทิงฮ่องกง ข่มขืน แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อว่าเป็นใคร จนกระทั่งมีข้อมูลคลิปวิดีโอที่หลัน เจี๋ยอิ๋ง เคยให้สัมภาษณ์ เรื่องนี้ ถูกแชร์สนั่นในโลกออนไลน์ของจีน ซึ่งมีการระบุชื่อ เจิ้ง จือเหว่ย เป็นคนที่ทำร้ายเธอ   โดยนักข่าวได้ถาม หลัน เจี้ยอิ๋งว่า เจิ้ง จือเหว่ย ข่มขืนเธอหรือไม่ เธอได้บอกว่า ฉันจะโกหกทำไม มันเกิดขึ้นเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว พร้อมระบุเหตุการณ์เกิดขึ้นที่สิงคโปร์ และเธอก็พยายามจะฆ่าตัวตาย หลังเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้น   ล่าสุด เจิ้ง จือเหว่ย ผู้ที่ถูกกล่าวหา ได้ออกแถลงปฎิเสธข้อกล่าวหา พร้อมระบุว่า นี่เป็นข่าวปลอม และกำลังว่าจ้างบริษัทกฎหมายดำเนินการฟ้องร้องกับใครก็ตามที่ทำให้เกิดข่าวลือนี้ขึ้น   อย่างไรก็ตามมีอดีตประธานโมเดลเอเจนซี่ ได้ออกมาแฉว่า ไม่ใช่แค่ หลัน เจี้ยอิ๋ง เพียงคนเดียวที่ตกเป็นเหยื่อล่วงละเมิดทางเพศ ของ เจิ้ง จือเหว่ย แต่ยังมีเรื่องอื้อฉาวอีกเพียบ     เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม "Why would I lie to you? It happened about 20-30 years ago." ฉันจะโกหกทำไม เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว 

 61,590
ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 61

รุมประชาทัณฑ์หนุ่มเมากาวน่วม หลังบุกห้องสาวแม่ลูกอ่อน หวังข่มขืน

สมุทรสาคร-เกิดเหตุชายชาวชัยภูมิอายุ 34 ปี มีอาการเมากาว ถอดเสื้อผ้าเหลือกางเกงในตัวเดียว พยายามจะข่มขืนหญิงสาวแม่ลูกอ่อนแต่ไม่สำเร็จ เหยื่อร้องให้คนช่วย คนร้ายได้หลบหนีเข้าไปในป่าหญ้าที่รก แต่ชาวบ้านที่อยู่ในห้องเช่าด้วยกันก็ได้ตามช่วยกันล้อมจับตัว   พบคนร้ายหลบซ่อนตัวอยู่ในแอ่งน้ำ ชาวบ้านจึงล้องจับตัวไว้ได้ และเมื่อนำขึ้นมาได้แล้วด้วยความโมโหของชาวบ้านก็มีการรุมประชาทัณฑ์ได้รับบาดเจ็บ ก่อนส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องนำผ้าขาวที่ใช้สำหรับห่อศพ มาคลุมตัวให้กับคนร้ายรายที่ทั้งร่างกายมีเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียวนี้ด้วย เนื่องจากมีอาการสั่นตลอดเวลา เพราะลงไปแช่อยู่ในน้ำที่หนาวเย็น ประกอบกับฤทธิ์จากสารเสพติด (กาว) ที่ดมเข้าไป   สอบถามในเบื้องต้นคนร้ายเล่าว่า แบบพอจับใจความได้ว่า ไปซื้อสารเสพติด (กาว) มาจากแถวๆหน้าห้างสรรพสินค้า เมื่อสูดดมเข้าไปเสร็จแล้ว ก็เดินทางมาหาเพื่อนย่านห้องเช่าที่เกิดเหตุ แต่มาแล้วไม่พบใคร จึงเดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็มาเจอห้องของหญิงสาวเปิดประตูแง้มไว้ เห็นหญิงสาวนอนหลับอยู่ในห้องจึงเกิดอารมณ์หื่น ก็เลยค่อยๆ ย่องเข้าไปแล้วถอดเสื้อผ้าของตนออกเหลือเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียว จากนั้นก็ขึ้นค่อมร่างของหญิงสาวแต่หญิงสาวรู้สึกตัวเสียก่อนและพยายามขัดขืน ตนเองจึงต่อยไปที่ท้อง 1 ที ซึ่งหญิงสาวคนก็ยังดิ้นรนขัดขืน และร้องเรียกให้คนมาช่วย พอมีคนมาช่วยตนก็รีบหนีออกมา   ขณะที่ทางด้านหญิงผู้เสียหายวัย 21 ปีที่เกือบจะถูกคนร้ายข่มขืนนั้น ได้เล่าว่า ตนเองนั้นเพิ่งจะคลอดลูกมาได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งในช่วงที่เกิดเหตุก็มีตนกับลูกอ่อนนอนอยู่ในห้องด้วยกันเพียง 2 คนแม่ลูก โดยประตูห้องนั้นได้แต่ปิดไว้เฉยๆ ไม่ได้ลงกลอนล็อค เนื่องจากตนเองไม่สบาย แฟนจึงบอกก่อนที่จะออกไปทำงานว่าให้ปิดไว้เฉยๆ หากมีอะไรก็ให้โทรเรียกญาติหรือเพื่อนข้าง แล้วจะได้เข้ามาช่วยพาไปหาหมอได้ ซึ่งพอหลังจากที่ตนกินยาแก้ไข้ก็นอนหลับอยู่ในมุ้งกับลูกนั่นเอง จึงไม่รู้สึกตัวว่าคนร้ายเข้ามาก่อนไหน มารู้ก็ตอนที่คนร้ายขึ้นมานั่งคร่อมบนตัวแล้ว   จากนั้นคนร้ายก็บอกว่าขอทีเดียวแล้วจะไม่ทำอะไรตนกับลูก ซึ่งตนก็บอกว่าให้ทำอะไรไม่ได้เพราะเพิ่งคลอดลูกมาได้ไม่ถึง 10 วัน แต่คนร้ายไม่ยอม ก็เลยมีการต่อสู้ขัดขืนกันในมุ้ง จนคนร้ายใช้หมอนอุดหน้ากับต่อยท้องของตน 1 ที ซึ่งตนก็เลยบอกไปว่าเจ็บและหิวน้ำ ขอให้คนร้ายช่วยออกมาเอาน้ำให้ก่อน คนร้ายก็ยอมออกมาเอาให้ โดยช่วงจังหวะนั้นตนเองก็รีบออกมาจากมุ้งพร้อมกับตะโกนร้องขอความช่วยเหลือขณะกำลังจะพยายามออกไปเปิดประตูซึ่งทีแรกไม่มีใครได้ยิน แต่โชคดีมีพี่แฟนมาเปิดประตูแล้วเห็นเข้าพอดี คนร้ายจึงรีบวิ่งหนีออกไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gS7VdaTznaQ  

 43,834
สังคม-อาชญากรรม
04 ม.ค. 61

รวบหนุ่มทำทีซื้อยาหอม สบโอกาสชักมีดคัตเตอร์ขู่บังคับขืนใจหญิงวัย 30 ปี กลางร้านขายยา

ชลบุรี-เกิดเหตุคนร้ายข่มขืนผู้ช่วยเภสัชพนักงานร้านขายยาแห่งหนึ่ง ในซอยจรินเขตแสนสุข โดยชายดังกล่าวทำท่าเข้าไปซื้อยาหนึ่งขวดในราคา 10 บาทแล้วออกจากร้านไป   สักครู่ผู้ร้ายคนเดิมได้กลับมาอีกครั้งทำทีขอซื้อยาหอมเพิ่ม แต่ขณะที่ผู้เสียหายก้มเก็บเงินในลิ้นชักคนร้ายได้มีการชักคัตเตอร์มาจี้ข่มขู่ผู้เสียหายให้นอนมอบลงกับพื้นหลังเคาน์เตอร์ แล้วใช้เชือกที่เตรียมมามัดมือผู้เสียหายและปิดประตูร้านจากนั้น ได้ทำการข่มขืนผู้เสียหายจนสำเร็จไปหนึ่งครั้ง เมื่อเสร็จกิจได้ค้นเอาทรัพย์สินภายในร้านไปมีโทรศัพท์หนึ่งเครื่องและเงินสด 7,000 บาทหลบหนีไป   จากนั้น ตร.ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่อย่างละเอียดตรวจสอบพยานแวดล้อมและเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนีจนกระทั่งทราบตัวคนร้ายคือ นายสมเจน เตชะมาอายุ 29 ปี ให้การสารภาพ โดนข้อหาว่ากระทำความผิดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1Xtcl8NrWjA    

 55,401

Top