ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข่มขืน"

แชร์ออฟเดอะเดย์
16 เม.ย. 61

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' วิเคราะห์ข่าวดังสาวไต้หวันร้องถูกหมอนวดไทยข่มขืน แต่ฝ่ายชายโต้คู่กรณีสมยอม

ชูวิทย์มีเรื่องเล่ากับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ถกกรณีฉาวสำนักข่าวไต้หวันรายงานข่าวนักท่องเที่ยวสาวชาวไต้หวันถูกพนักงานนวดชายของร้านนวดแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 23 ข่มขืน จนกลายเป็นข่าวใหญ่ในของประเทศไต้หวัน ก่อนที่ในเวลาต่อมาตำรวจ สน.ทองหล่อ จะจับกุมตัวนายภูริวัฒน์ เทียนไชย อายุ 27 ปี พนักงานนวดที่ถูกกล่าวหา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธอ้างว่า มีเพศสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวรายนี้จริง แต่ผู้เสียหายยินยอม ไม่ได้ข่มขืน และเมื่อนวดเสร็จแล้ว ลูกค้ายังให้ทิปแก่ผู้ต้องหาอีกจำนวน 100 บาทด้วย ขณะที่ตำรวจแจ้งข้อหา “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปีและข่มขืนนกระทำชำเราผู้อื่น” พร้อมทั้งพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหาไว้ แล้วให้เดินทางกลับไปโดยไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด และจะทำการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนอีกครั้ง โดยได้นัดให้ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งในวันที่ 21 เม.ย.นี้   โดยคุณชูวิทย์วิเคราะห์ว่า จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นการข่มขืนหรือสมยอม สามารถสอบปากคำจากพยานซึ่งเป็นพนักงานในร้านเพราะหากมีการข่มขืนจริงก็ต้องมีการต่อสู้โวยวายหรือร้องตะโกน ชี้การนวดแผนโบราณอาจมีการกดจุดบางอย่างที่อาจทำให้มีอารมณ์ทางเพศได้   ล่าสุด กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ทางกองสถานประกอบการฯได้มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และตรวจสอบว่า ร้านนวดดังกล่าวมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพหรือไม่ รวมทั้งผู้ให้บริการมีการขึ้นทะเบียนกับกรม สบส.หรือไม่ โดยหากตรวจสอบพบว่าผู้ให้บริการมีการกระทำผิดจริง ผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการฯหรือเจ้าของร้านจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานประกอบเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ฐานปล่อยให้มีการกระทำหรือบริการที่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีในสถานประกอบการฯ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท และอาจได้รับโทษสูงสุดคือถูกเพิกถอนใบอนุญาต ส่วนผู้ให้บริการที่กระทำผิดจะต้องถูกลบชื่อออกจากทะเบียน หมดสิทธิประกอบอาชีพนวดอีกต่อไป และต้องรับโทษตามกฎหมายอาญา                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/U-3biDfkE0o  

 29,280
ข่าวภูมิภาค
09 เม.ย. 61

รวบ ตร.ฝรั่งเศส ข่มขืนแหม่มสาวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า อ้างผู้เสียหายยินยอม

สุราษฎร์ธานี-ตำรวจ สภ.เกาะเต่า บุกจับกุมตำรวจหนุ่มฝรั่งเศส ข่มขืนแหม่มสาวชาวอังกฤษวัย 18 ปีบนเกาะเต่า หลบหนีไปกบดานที่ภูเก็ต ก่อนถูกรวบตัวเบื้องต้นให้การภาคปฎิเสธ อ้างว่าผู้เสียหายยินยอม   โดยแหม่มสาวชาวอังกฤษ ผู้เสียหายให้การว่ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนที่บาร์เบียร์แห่งหนึ่งบนเกาะเต่า จากนั้นรู้สึกมึนเมาเหมือนโดนวางยา ต่อมาช่วงเช้าตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องนอน ที่มีชายชาวต่างชาติผิวดำสวมกางเกงบ็อกเซอร์นอนอยู่ด้วย ส่วยโดยผู้เสียหายสวมแต่เพียงเสื้อยืดไม่สวมเสื้อในและกางเกงใน และถูกชายคนดังกล่าวใช้มือมาลูบคลำที่อวัยวะเพศ ผู้เสียหายตกใจจึงได้ผลักชายคนดังกล่าวออก และไปแจ้งความ   หลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้ง จึงได้พาผู้เสียหายไปตรวจสอบ ห้องพักที่เกิดเหตุ เป็นห้อง ที่ 203 โรงแรมแห่งหนึ่ง ทราบว่าผู้ที่มาเปิดห้องพัก ชื่อว่านายโยฮัน ไมเคิล ตุงก้า บัวก้า อายุ 26 ปี สัญชาติฝรั่งเศส เเต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึง ปรากฎว่า นายโยฮัน ไมเคิล ตุงก้า บัวก้า ได้คืนห้องพักไปแล้ว จากการสืบสวนทราบว่านายโยฮัน กำลังเดินทางไปจังหวัดภูเก็ต ก่อนจับกุมได้ในเวลาต่อมา   จากการสอบปากคำผู้ต้องหา ให้การว่า ตนเองมีอาชีพเป็นตำรวจอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ได้เดินทางเข้ามาเที่ยวที่ประเทศไทย และมาพักผ่อนที่เกาะเต่า ได้เจอหญิงสาวคนดังกล่าวจริงในบาร์เบียร์ พูดคุยกันถูกคอ จึงได้ชักชวนมาที่ห้องพัก และให้การปฎิเสธ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในข้อกล่าวว่าข่มขืน โดยผู้ต้องหากล่าวว่ามีการร่วมหลับนอนด้วยกันจริง แต่ไม่ได้บังคับขืนใจแต่อย่างใด   ล่าสุด ตร.สภ.เกาะเต่า ได้นำตัวนายโยฮัน ไมเคิล ตุงก้า บัวก้า อายุ 26 ปี ผู้ต้องหา ที่ถูกจับได้ที่จังหวัดภูเก็ต นำตัวมาฝากไว้ ที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา ที่ สภ.เกาะสมุย เพื่อรอฝากขังต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย ในข้อกล่าวหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็นด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายให้ผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BJnwtV9pgnE  

 7,814
สังคม-อาชญากรรม
09 เม.ย. 61

จับ 3 ใน 6 ทรชน ลวงสาววัย 18 พาไปนั่ง จยย.เล่น ก่อนรุมโทรม

นนทบุรี-ตำรวจ สภ. รัตนาธิเบศร์ จับ 3 ใน 6 ทรชนอายุระหว่าง 19-22 ปี ก่อเหตุรุมโทรมสาววัย 18 ปี อ้างพาไปนั่งรถจยย.เล่น ก่อนพาไปบ้านพรรคพวกที่นั่งกินเหล้ารออยู่ก่อนแล้ว จากนั้นออกอุบายแล้วช่วยกันรุมโทรมจนครบ ยังใจเย็นพากลับมาส่งที่บ้านพักก่อนหลบหนีไป จนมาถูกจับได้ในที่สุด ขณะที่ตร.เร่งตามตัวอีก 3 คนที่เหลือมาดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/grJQcbY2Dkg  

 12,271
ข่าวภูมิภาค
20 มี.ค. 61

ว่าที่พี่เขยหื่น ปลุกปล้ำน้องสาวแฟนคาห้อง พี่สาวสุดทนพาแจ้งความ

สมุทรปราการ-สาวโรงงานวัย 24 พาน้องสาววัย 17 ปี เข้าแจ้งความหลังจากที่น้องสาวถูกว่าที่พี่เขยข่มขืนกระทำชำเรา ภายในห้องพักอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง   โดยพี่สาวได้เล่าว่า ตนและนายเอก (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นแฟนหนุ่ม ได้คบหากันมา 5 ปี แล้ว และทำงานอยู่ที่เดียวกัน และกำลังวางแผนจะแต่งงานกัน ต่อมาหลังจากที่นางสาวเอ น้องสาวของตนซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียน จึงได้เดินทางมาอยู่กับตนที่อพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว ซึ่งมีนายเอกพักอยู่ด้วย   ตลอดระยะที่น้องสาวมาอยู่ด้วยทุกอย่างก็เป็นปกติดี กระทั่งวันเกิดเหตุ นายเอกได้เดินทางไปทำงานที่โรงงาน โดยเข้ากะกลางคืน ส่วนตนเองและน้องสาว พักอยู่ที่ห้องกันตามปกติ ต่อมาแฟนของตนได้ออกกะและกลับมานอนพักที่ห้อง ซึ่งมีน้องสาวตนนอนหลับอยู่ สักพักน้องสาวได้โทรมาบอกว่า ถูกนายเอก ข่มขืนตนจึงได้รีบเดินทางกลับมาที่ห้องพัก พบเพียงแต่น้องสาว ตนนั่งร้องไห้อยู่เพียงคนเดียว ส่วนนายเอก ได้หลบหนีไปก่อนแล้ว ตนจึงตัดสินใจพาน้องสาวเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามนายเอก มาดำเนินคดี   ด้านผู้เสียหาย ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุระหว่างที่ตนกำลังนอนหลับอยู่ในห้องพักเพียงลำพัง ส่วนพี่สาว ออกไปทำงาน จู่ ๆ นายเอก ว่าที่พี่เขยได้กลับมาที่ห้องและปิดประตูล็อกและเข้ามาลวนลาม ตนจึงสะดุ้งตื่น และรีบวิ่งเข้าไปหลบในห้องน้ำ จนเวลาผ่านไปนานพอสมควรตนคิดว่านายเอก คงจะไม่ทำอะไรแล้ว ตนจึงได้เปิดประตูออกมา นายเอก ได้เข้ามากอดและปลุกปล้ำตน ก่อนลงมือข่มขืนตนจนสำเร็จความใคร่ หลังตั้งสติได้ตนจึงได้โทรบอกพี่สาว ส่วนนายเอก ได้หลบหนีอออกจากห้องไป   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ส่งตัวผู้เสียหาย ไปตรวจร่างกาย ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามจับกุมตัวนายเอก ว่าที่พี่เขยหื่น มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XpOIOrBzYro    

 36,523
ข่าวต่างประเทศ
06 มี.ค. 61

สลด สาวอินเดียถูกเผาทั้งเป็น หลังฮึดสู้เพื่อนบ้านพยายามขืนใจ

สำนักข่าว Daily Mail รายงานข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย กรณีหญิงสาววัย 35 ปีถูกเผาทั้งเป็น หลังต่อสู้ขัดขืนเพื่อนบ้านที่พยายามจะข่มขืนเธอเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา     รายงานข่าวระบุว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาวัย 31 ปี โทรเรียกหญิงสาวซึ่งแต่งงานแล้วให้มาหาที่ห้องเช่า ก่อนจะพยายามล่วงละเมิดทางเพศแต่เธอดิ้นรนขัดขืน ทำให้เขาจะบันดาลโทสะราดน้ำมันบนตัวเหยื่อแล้วจุดไฟเผาทั้งเป็นจนถึงแก่ความตาย     ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐราชสถานเปิดเผยว่า สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่สถานีรถไฟในเช้าวันอาทิตย์ขณะพยายามจะหลบหนี ก่อนจะนำตัวไปดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรม       

 9,216
ข่าวภูมิภาค
27 ก.พ. 61

ตร.ซ้อนแผนจับครูหื่น ลวง ด.ญ.วัย 14 ขยี้กาม ผู้ปกครองข้องใจ ครูยังสอนได้ตามปกติหลังถูกจับ

บุรีรัมย์-พ่อและแม่ของ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน อ.นางรอง ซึ่งมีลักษณะเป็นทอมบอย ได้เข้าร้องเรียนว่าลูกสาวถูกครูอายุ 57 ปี บังคับล่วงละเมิดทางเพศมานานร่วม 2 ปี ซึ่งได้เข้าแจ้งความตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่คดีก็ยังไม่คืบหน้า อีกทั้งครูที่ถูกแจ้งความกล่าวหาก็ยังไปสอนได้ตามปกติ   โดยครูคนดังกล่าวจะข่มขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะนำคลิปที่ถูกล่วงละเมิดไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ สร้างความหวาดกลัวให้กับ ด.ญ.เอ จนต้องยอมถูกครูบังคับล่วงละเมิดมาตลอด กระทั่งระยะหลังแม่สังเกตเห็นความผิดปกติของลูก ชอบเก็บตัวและไม่ค่อยพูดจากับใคร เก็บกด รวมถึงมีพฤติกรรมก้าวร้าว จึงเค้นถามลูกสาวจนทราบเรื่อง   ต่อมาทางครอบครัวจึงเข้าแจ้งความที่ สภ.นางรอง และตำรวจได้ซ้อนแผนเข้าจับกุมครูคนดังกล่าว หลังทราบว่าได้โทรศัพท์มานัดให้ ด.ญ.เอ ออกไปหาเพื่อมีเพศสัมพันธ์ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง เมื่อตำรวจตามเข้าไปในห้องก็พบว่าครูอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว และมีชุดข้าราชการแขวนอยู่ข้างห้อง เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัว และนำไปสอบสวนที่ สภ.นางรอง ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกไป และปัจจุบันก็ยังไปสอนในโรงเรียนได้ตามปกติ   ด.ญ.เอ เล่าว่า ปัจจุบันเรียนอยู่โรงเรียนมัธยมใน อ.นางรอง แต่เมื่อวันที่ 15 พ.ค.59 ได้ไปใช้บริการอินเตอร์เน็ตที่โรงเรียนประถมที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ใกล้บ้านที่เปิดให้ใช้บริการฟรี โดยไม่ได้เอะใจอะไร จู่ๆ ครูคนดังกล่าว ก็เข้ามาล็อกคอแล้วลากเข้าไปล่วงละเมิดในห้องเรียน ซึ่ง ด.ญ.เอ พยามยามต่อสู้ขัดขืนแล้วแต่ก็สู้แรงของครูไม่ไหว อีกทั้งครูยังข่มขู่ว่าได้ถ่ายรูปเก็บไว้ หากนำเรื่องไปบอกใครจะปล่อยคลิปประจาน ด้วยความกลัวและอายจึงไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง จากนั้นครูก็บังคับล่วงละเมิดมาตลอด รู้สึกเสียใจที่ถูกครูกระทำแบบนี้ จึงอยากให้เอาผิดกับครูคนดังกล่าวจนถึงที่สุด   ขณะที่นางแดง กล่าวว่า รับไม่ได้ที่ลูกสาวถูกครูกระทำแบบนี้ ทั้งที่ลูกของตนก็มีลักษณะท่าทางเป็นทอมบอยด้วยซ้ำ แต่ทำไมจึงมาทำกับลูกแบบนี้ ที่สำคัญครูคนดังกล่าวก็เคยสอนมาตั้งแต่รุ่นพ่อกับแม่มา เป็นที่เคารพนับถือของผู้ปกครอง ทั้งนี้หลังก่อเหตุครูคนดังกล่าวก็ได้พยายามมาขอไกล่เกลี่ย โดยยื่นข้อเสนอว่าจะขอรับผิดชอบโดยการแต่งงานกับลูกสาว แต่ทางครอบครัวปฏิเสธและยืนยันว่าจะดำเนินการเอาผิดกับครูที่กระทำกับลูกจนถึงที่สุด   ด้าน ผอ.โรงเรียนระบุ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวทันที ขณะนี้ก็ยังอยู่ระหว่างการสอบข้อเท็จจริง ส่วนสาเหตุที่ยังไม่สั่งพักราชการครูคนที่ถูกกล่าวหา เนื่องจากต้องรอให้มีการสรุปผลสอบข้อเท็จจริงปรากฏก่อน จึงจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งก็จะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว และยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Eu9h3J65ULw    

 101,721
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.พ. 61

รวบพ่อเลี้ยงโหด ปลอมเฟซบุ๊กล่อลวงลูกเลี้ยง ป.6 หวังข่มขืน แต่เจ้าโลกเน่า โมโหตีจนตายคาป่าอ้อย

กาฬสินธุ์-สะเทือนขวัญ พ่อเลี้ยงหนุ่มก่อคดีสุดโหดฆ่าทุบหัวลูกเลี้ยง ป.6 วัย 12 ปี หวังข่มขืน ตำรวจจับได้ทันควันรับสารภาพอดใจไม่ไหวอาศัยช่วงลูกเลี้ยงอาบน้ำและนอนหลับถลกเสื้อผ้าถ่ายคลิปอนาจาร ก่อนใช้กลอุบายปลอมเฟซบุ๊กเป็นหนุ่มหล่อหน้าตาดี ขู่ให้มานัดพบในกระท่อมป่าอ้อย และจะยอมลบภาพฉาว แต่สุดท้ายเจ้าโลกเน่าเพราะไปฉีดยาเพิ่มขนาดให้อวัยวะเพศใหญ่ แถมลูกเลี้ยงขัดขืน จึงโมโหใช้ลำอ้อยตีจนตายก่อนเอาศพไปหมกไว้ในป่า   โดยผู้ต้องหาอ้างว่าที่ทำไปเพราะต้องการหลับนอนกับเด็ก แต่ถูกปฏิเสธอีกทั้งเจ้าโลกไม่แข็งตัวและภรรยาก็ไม่ยอมให้หลับนอนด้วย เนื่องจากตนได้นำเจ้าโลกไปฉีดเพิ่มขนาดจนทำให้เน่า อีกทั้งก็ต้องการมีเพศสัมพันธ์กับลูกเลี้ยงเพราะลูกเลี้ยงมีสภาพที่โตเต็มที่ จึงได้ทำการถ่ายคลิปลูกเลี้ยงเพื่อเอาไว้ข่มขู่ ก่อนจะออกอุบายปลอมเฟสบุ๊คเป็นหนุ่มหล่อมาชักชวนไปหลับนอนแต่เมื่อพบว่าเป็นตนลูกเลี้ยงไม่ยอม จึงตัดสินใจใช้ลำอ้อยตีจนตาย ทั้งนี้ระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงสาปแช่งและมีความพยามจะรุมประชาทัณฑ์   ทั้งนี้การการแกะรอยชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เริ่มตั้งแต่การหาข่าวภายในครอบครัว มีการสอบปากคำ และการแกะรอยกล้องวงจรปิดจนไปพบกล้องวงจรปิดภายในตลาดหลายแห่งเป็นเหตุการณ์ ในช่วงบ่ายของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ กล้องบันทึกภาพผู้ตาย ในร้านขายของชำใกล้บ้าน และยังได้เบาะแสจาก เฟซบุ๊กของผู้ตาย ซึ่งตำรวจไปพบบทสนทนากับ ผู้ต้องสงสัย ที่ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษ ว่า “Cha yut” เป็นรูปหนุ่มหน้าตาดีแต่ด้วยข้อสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของพ่อเลี้ยง ชุดสืบสวนจึงได้เชิญตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำ ครั้งแรกในช่วงบ่ายผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงได้ปล่อยตัวกลับไปแต่ได้ขอโทรศัพท์มือถึงไว้ตรวจสอบ   ต่อมาได้ตรวจสอบโทรศัพท์ผู้ต้องหา ซึ่งมีการถ่ายภาพลามกอนาจารตัวของ น้องพัชรฯ ผู้ตาย ที่นอนอยู่บนเตียงนอน และมีการโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กของ “Cha yut” ไปถึงผู้ตายโดยประจานว่า “มีคลิปหลุดเด็กคนนี้ กับแฟนหนุ่ม นักเรียนที่กำลังโด่งดังในตอนนี้ มาแรงในโลกโซเชียล โครอยากดูทักเฟซมาแล้วบอกมาว่าอยากดู เดี๋ยวส่งให้ทางแชท”   เมื่อสืบสวนจึงทราบว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นของผู้ต้องหาซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงนั่นเอง เมื่อนำตัวมาสอบปากคำจึงสารภาพว่าได้ลงมือฆ่าตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยก่อนที่จะลงมือได้ให้เงินไปเติมเงินในโทรศัพท์ผู้ตาย ก่อนจะทำการล่อลวงไปที่บริเวณกระท่อมปลายนาไร่อ้อยเพื่อขอมีเพศสัมพันธ์แลกเปลี่ยนกับการลบคลิปในเฟซบุ๊ก แต่เด็กไม่ยอมและต่อสู้ขัดขืน ทำให้ผู้ต้องซึ่งได้เสพยาบ้า เกิดโมโหจึงได้ใช้ลำอ้อยตีเข้าที่ท้ายทอยจนสลบ จากนั้นจะลงมือข่มขืนแต่เนื่องจากอวัยวะเพศของตนใช้การไม่ได้ เนื่องจากไปฉีดให้เจ้าโลกใหญ่แต่เกิดเป็นแผลเน่าจึงไม่แข็ง เลยตัดสินใจลากเข้าป่าอ้อย แล้วใช้ลำอ้อยตีเข้าที่หน้าหลายครั้งจนแน่ใจว่าตายสนิทแล้วทิ้งศพไว้ในป่าอ้อย   ทั้งนี้ ตร.ได้ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งอยู่ในความปกครอง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ดำเนินคดีต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NzJ5w1VDDoE    

 73,836
ข่าวต่างประเทศ
20 ก.พ. 61

ศาลปากีฯ ตัดสินประหารชีวิตคนร้ายฆ่าข่มขืนด.ญ.7ขวบ พบdnaโยงคดีฆาตกรรมเด็กอีก7คน

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวผู้ต้องหาคดีข่มขืนและฆาตกรรมเด็กหญิงวัย 7 ปี ถูกศาลของปากีสถานพิพากษาประหารชีวิต หลังเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ได้นำมาสู่การลุกฮือประท้วงครั้งใหญ่ของประชาชน     อิมราน อาลี วัย 24 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว หลังพบศพของเด็กหญิงถูกทิ้งในถังขยะ 4 วันหลังจากถูกลักพาตัวออกไปจากบ้านของป้าในเดือนมกราคม ซึ่งความโชคร้ายที่เด็กได้รับทำให้ช็อกจนเสียชีวิต ขณะที่หลักฐานจากกล้องจรปิดจับสามารถบันทึกภาพในวันเกิดเหตุได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ผลดีเอ็นเอของเขายังมีความเชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมเด็กหญิงอีก 7 คน       ภายหลังศาลต่อต้านการก่อการร้ายของปากีสถานได้ตัดสินโทษประหารชีวิตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พ่อแม่ของเหยื่อก็ได้ออกมาแสดงความต้องการว่า คนร้ายสมควรจะถูกลงโทษด้วยการแขวนคอและปาหินต่อหน้าสาธารณชนจึงจะสาสมกับความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับลูกสาว ด้านอัยการได้ออกมาระบุว่า ผู้ต้องหายืนยันจะต่อสู้คดีในชั้นต่อไป       สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงในสังคมว่าจะต้องสอนเด็กอย่างไรเพื่อให้ปลอดภัยจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และยังจุดประกายความโกรธแค้นของประชาชนออกมาโจมตีรัฐบาลที่นิ่งเฉย โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้บุกเข้าโจมตีสถานที่ราชการ จนปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก     ทั้งนี้ข้อมูลจาก Sahil องค์กรด้านคุ้มครองสิทธิเด็กเปิดเผยว่า ในแต่ละวันมีคดีเด็กถูกทารุณกรรมเกิดขึ้นมากเกือบ 10 คดี              

 8,583
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.พ. 61

มอบตัวแล้ว! 'ชิต' ยิง-ฉุดนศ.ข่มขืนทิ้งป่า ตร.คุมตัวรอเหยื่อชี้ยืนยัน

จากกรณีคนร้ายขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ปาดหน้ารถจักรยานยนต์แล้วใช้ปืนยิงนักศึกษาหนุ่มชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ บนถนนสายโนนสำราญ-หนองน้อย หน้าวัดอรัญญิกาวาส หรือวัดบ้านหนองโพนสูง หมู่ที่ 13 ต.ยอดแกง อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ แล้วฉุดนักศึกษาสาวชั้นปีที่ 2 ขึ้นรถไปกระทำชำเรา ก่อนนำตัวไปปล่อยทิ้งบนถนนกลางป่าเทือกเขาภูพาน เขตพื้นที่ อ.ภูพาน จ.สกลนคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำนักศึกษาไปตรวจร่างกายและเร่งสืบสวนสอบสวนติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ กระทั่ง ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ได้อนุมัติหมายจับนายทิษณุ หรือชิต โถนารัตน์ อายุ 29 ปี ในข้อหาพยาพยามฆ่า, ข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธ, พาอาวุธปืนไปโดยไม่ได้รับอนุญาต, ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น   ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.พ. ภายหลังตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดกาฬสินธุ์ ทำการกดดันและประกาศจับตายทันทีหากมีการยิงต่อสู้ เนื่องจากความเหี้ยมโหดของคนร้ายรายนี้ทำให้ตำรวจต้องเพิ่มความระมัดระวัง จนเมื่อช่วงสายของวันนี้ นายทิษณุ ผู้ต้องหาได้ติดต่อขอมอบตัวกับตำรวจ สภ.คำม่วง ที่บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในต.นาทัน ซึ่งเป็นปั้มน้ำมันของพี่สาวตนเอง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปควบคุมตัวด้วยความระมัดระวังและสามารถนำตัวมาได้ แต่ผู้ต้องหามีอาการเครียดและปฏิเสธที่จะตอบข้อซักถามในทุกกรณี   โดยจะทำการควบคุมตัวไปสอบปากคำที่สภ.นามน และให้ผู้เสียหายเข้ามาทำการชี้ตัวเพื่อยืนยันต่อไป ทั้งนี้ มีรายงานว่า ภายหลังจากที่มีข่าวการเข้ามอบตัวของคนร้ายได้มีประชาชนและนักศึกษาพากันมารอดูหน้าผู้ต้องหาจำนวนมาก

 16,481
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.พ. 61

สั่งสอบแล้ว! นักธุรกิจสาวร้องกองปราบฯ 'ซี9 ดีเอสไอ' ข่มขืน-ถ่ายคลิปแบล็กเมล์

ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นักธุรกิจหญิงอายุ 38 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.สมเดช สาระบรรณ์ สว.กก.1 บก.ป.เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกรณีถูก พ.ต.ต.รายหนึ่งระดับซี 9 สังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ข่มขืนกระทำชำเราพร้อมทั้งข่มขู่จะนำภาพลับไปเผยแพร่ในโซเชี่ยลมีเดีย   ญาติของนักธุรกิจหญิงเปิดเผยว่า เมื่อปี 2559 พ.ต.ต.คนดังกล่าวแอดขอเป็นเพื่อนกับหลานสาวทางเฟซบุ๊ก หลานสาวจึงรับเป็นเพื่อนเพราะเห็นว่า พ.ต.ต.คนดังกล่าวเป็นเพื่อนกับญาติคนหนึ่ง ต่อมาเขาพยายามตีสนิทกับหลานสาว และแสร้งว่าตนเป็นคนธรรมะธัมโมเพราะเห็นว่าหลานสาวชอบเข้าวัดทำบุญ ก่อนเกิดเหตุหลานสาวโพสต์ในเฟซบุ๊กชวนเพื่อนๆ ที่สนิทไปร่วมทำบุญที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง 10 กว่าคน   ระหว่างนั้น พ.ต.ต.คนดังกล่าว มาขอไปร่วมทำบุญด้วย โดยนัดหมายกันที่ปั๊มน้ำมันแถวบางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อถึงวันดังกล่าว ปรากฏว่า พ.ต.ต.คนดังกล่าว ขับรถยนต์มาถึงที่นัดหมายตั้งแต่เวลา10.00 น. โดยนำของขวัญมาให้หลานสาว ก่อนออกอุบายเอาของขวัญไปเก็บที่คอนโดหลานสาวที่อยู่ในละแวกดังกล่าว ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นถึงข้าราชการระดับสูง อีกทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทกับญาติจึงหลงเชื่อใจยอมให้นำภาพไปเก็บในคอนโด แต่เมื่อขึ้นไปถึง พ.ต.ต.คนดังกล่าวกลับใช้กำลังข่มขืน โดยขู่ว่ามีปืนอยู่ด้วย และถ่ายคลิปไว้ หลังเกิดเหตุหลานสาวป่วยเป็นเวลา 3 วัน เพราะร่างกายและจิตใจบอบช้ำ   ต่อมา พ.ต.ต.คนดังกล่าวโทรศัพท์มาข่มขู่เรียกเงินและขอมีเพศสัมพันธ์อีก หากไม่ยอมจะนำคลิปไปโพสต์ลงในโซเชี่ยลมีเดียและส่งให้ญาติๆ หลานสาวดู นอกจากนี้ ทราบมาว่า พ.ต.ต.คนดังกล่าว ยังให้ภรรยาของตัวเองฟ้องร้องหลานสาวว่าเป็นชู้กับสามีเขา โดยเรียกค่าเสียหาย 2 ล้านบาท     หลังเกิดเรื่องหลานสาวตนเครียดมากจึงหนีไปต่างประเทศ แต่ยังถูกเขาแฮกเบอร์โทรศัพท์ เฟซบุ๊ก และอีเมลมาเยาะเย้ยตลอดเวลา กระทั่งหลานสาวทนไม่ไหว จึงนำเรื่องเข้าร้องเรียนกับ ดีเอสไอต้นสังกัด จนมีการตั้งกรรมการสอบสวนกันเอง ต่อมาเรื่องก็เงียบหายไป มาทราบภายหลังว่าคณะกรรมการของดีเอสไอสรุปผลสอบว่าเป็นความผิดเล็กน้อย มีบทลงโทษ พ.ต.ต.คนดังกล่าว แค่ตัดเงินเดือน เดือนละ 1 พันกว่าบาทเท่านั้น   ตนเห็นว่าคำตัดสินดังกล่าวไม่เป็นธรรมกับหลานสาว จึงให้ทนายฟ้องศาลจังหวัดพัทยากับ พ.ต.ต.คนดังกล่าว ในคดีข่มขืนกระทำชำเรา ขณะนี้อยู่ระหว่าการดำเนินการของศาล จากนั้นได้เข้าร้องเรียนตำรวจ บก.ป.เพื่อขอความเป็นธรรมอีกด้วย เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป   ล่าสุด พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการระดับซี 9 ดีเอสไอไม่มีอำนาจสอบสวน จึงส่งเรื่องให้กระทรวงยุติธรรม โดยตอนนี้อยู่ระหว่างสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ส่วนจะใช้เวลาสอบสวนนานหรือไม่นั้น ในเรื่องนี้ไม่ทราบ เนื่องจากเป็นเรื่องที่กระทรวงยุติธรรมจะสอบสวน                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/lowun4fDppU  

 9,756
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.พ. 61

ออกหมายจับ 'ชิต' มือยิง นศ.หนุ่มกาฬสินธุ์-ฉุดรุ่นน้องสาวไปข่มขืน โดนอ่วม 4 ข้อ

จากกรณีคนร้ายขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ปาดหน้ารถจักรยานยนต์แล้วใช้ปืนยิงนักศึกษาหนุ่มชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ บนถนนสายโนนสำราญ-หนองน้อย หน้าวัดอรัญญิกาวาส แล้วฉุดนักศึกษาสาวชั้นปีที่ 2 ขึ้นรถไป เพื่อหวังกระทำชำเรา ก่อนจะนำไปปล่อยทิ้งไว้บนถนนกลางป่าเทือกเขาภูพาน เขตพื้นที่ อ.ภูพาน จ.สกลนคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำนักศึกษาไปตรวจร่างกายและเร่งสืบสวนสอบสวนติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ   ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ก.พ. พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดี ประกอบด้วย พ.ต.อ.ณัฏฐ์ภาณพ วัชระเสวี ผกก.สภ.นามน, พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ พร้อมตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์หลังจากเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวนนำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านของนายทิษณุ หรือชิต โถนารัตน์ อายุ 29 ปี ผู้ต้องสงสัย การตรวจค้นตำรวจพบรถต้องสงสัยซึ่งตรงกับคำให้การของ น.ส.เอ เหยื่อนักศึกษาสาว แต่ไม่พบตัวนายทิษณุ จึงได้ตรวจยึดรถต้องสงสัยนำมาให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจละเอียดเพื่อหารอยนิ้วมือแฝงภายในรถ     พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า การติดตามเพื่อจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งพล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 ได้กำชับให้เร่งคลี่คลายคดี โดยหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนได้ตั้งทีมสืบสวนโดยมอบหมายให้พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ และพ.ต.อ.ณัฏฐ์ภาณพ เป็นหัวหน้าชุดคลี่คลายคดี ร่วมติดตาม ตลอดทั้ง 2 วัน 2 คืน  และเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้เข้าจู่โจมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย และพบรถต้องสงสัยเป็นรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ    พล.ต.ต.มนตรี กล่าวต่อว่า จากการสอบถามเหยื่อนักศึกษาสาว ก็ยืนยันว่าเป็นรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จึงได้ตรวจยึดเพื่อหาหลักฐาน โดยเฉพาะคราบอสุจิภายในรถ และพบเส้นผม ขนเพชร และเอกสารระบุตัวตนของนายทิษณุ และจนขณะนี้ ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ได้อนุมัติหมายจับนายทิษณุ หรือชิต โถนารัตน์ อายุ 29 ปี ในข้อหาพยามฆ่า, ข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธ, พาอาวุธปืนไปโดยไม่ได้รับอนุญาติ, ข่มขืนกระทำเชาเราผู้อื่น   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 50,376
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.พ. 61

ตร.กาฬสินธุ์เร่งล่าตัวคนร้ายยิงนศ. หนุ่ม ฉุดนศ. สาวไปข่มขืน

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุอุกอาจขับรถกระบะสีดำปาดหน้ารถจักรยานยนต์ของนักศึกษาปี 3 แล้วใช้ปืนจ่อยิงบริเวณคางแต่ขัดขืนกระสุนกระสุนปืนจึงยิงเข้าที่แก้มก่อนที่ตนจะทำทีเป็นตาย จากนั้น คนขับรถกระบะก็ได้ฉุดกระชากนักศึกษารุ่นน้องปี 2 ขึ้นรถกระบะไป ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แกะรอยคนร้ายมาดำเนินคดี   ล่าสุดทางร.ต.ท.นัน รันลอด พนักงานสอบสวนพนักงานสอบสวน สภ.นามน จะได้เร่งนำปลอกกระสุนปืนไปตรวจพิสูจน์หลักฐาน ที่จ.ขอนแก่น เพื่อหารอยนิ้วมือแฝงเพื่อแกะรอยติดตามตัวคนร้าย ส่วนการสอบสวนนักศึกษาหญิงเมื่อวานพบว่ามีอาการอ่อนเพลียจึงทำการสอบสวนเบื้องต้นไปก่อน และได้ให้กลับบ้านไปพักผ่อน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนนักศึกษาหญิงและนักศึกษาชายอย่างละเอียดครั้ง เพื่อหาความเชื่อมโยงมาประกอบกับการติดตามตัวคนร้าย   พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งทีมชุดสืบสวนปูพรมลงพื้นที่แกะรอยทั้งจากกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางจากจุดเกิดเหตุไปจนถึงจุดที่ปล่อยตัวนักศึกษาหญิงทิ้งไว้ และสอบพยานแวดล้อม โดยทราบว่าผู้ก่อเหตุได้ขับรถไปเติมน้ำมันในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนเด็กภายในปั้มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คงต้องให้เวลาทางเจ้าหน้าที่ทำงานไปก่อน และจะเร่งไล่ล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีเพราะถือเป็นคดีที่อุกอาจก่อเหตุในชุมชน คาดว่าจะจับกุมได้ไม่นาน โดยช่วงนี้ต้องตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียด   ทางด้านนายธนากรณ์ แสงฤทธิ์ บิดาของนักศึกษาชาย บอกว่่ขณะนี้อาการเริ่มดีขึ้นแล้วและได้กำลังใจจากผู้ปกครองและเพื่อนๆทำให้สภาพจิตใจดีขึ้นมา ซึ่งลูกชายก็ยืนยันว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์กับนักศึกษารุ่นน้อง และยังไม่มีแฟน ตนจึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วเพราะหากปล่อยให้ลอยนวลคนร้ายอาจจะก่อเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำขึ้นอีก  

 34,306
ข่าวภูมิภาค
14 ก.พ. 61

อุกอาจ! คนร้ายซิ่งรถกระบะปาดหน้ายิง นศ.หนุ่มกาฬสินธุ์ ก่อนฉุดรุ่นน้องสาวไปข่มขืน

กาฬสินธุ์-คนร้ายซิ่งกระบะปาดหน้ายิงหนุ่มนักศึกษา ม.ดังกาฬสินธุ์ ก่อนฉุดรุ่นน้องสาวไปข่มขืน ก่อนปล่อยตัวบนเข้าภูพานแล้วซิ่งรถหนี ตำรวจตั้งปมชู้สาวเตือนระวังวันวาเลนไทน์ให้วัยรุ่นหญิงระวัง   เกิดเหตุยิงกันบนถนนทางเข้ามหาลัยวิทยาลัยแห่งหนึ่ง บริเวณหน้าวัดอรัญญิกาวาส อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ พบนายเสมา แสงฤทธิ์ อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นที่ 3 มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์ นอนจมกองเลือด ห่างกันมีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว ล้มอยู่ และพบปอกกระสุนปืนขนาด  9 มิลลิเมตร ตกอยู่   ทั้งนี้เนื่องจากผู้เสียหายถูกยิงเข้าที่บริเวณใบหน้า ทีมกู้ภัย ได้เร่งทำการปฐมพยาบาลแล้วนำตัวส่งต่อไปยังโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ แต่เนื่องจากยังมีสติจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีน้องเป็นผู้หญิงเป็นนักศึกษารุ่นน้องในคณะที่มาด้วยกัน ถูกคนร้ายฉุดตัวขึ้นรถกระบะยี่ห้อวีโก้ สีดำ ไม่ทราบทะเบียนไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระจายกำลังออกค้นหา    ต่อมา น.ส.เอ (นามสมมุติ) 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่อยู่ในสภาพอิดโรยได้เข้าไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร โดยแจ้งว่าถูกคนร้าย ขับรถกระบะปาดหน้าก่อนที่จะใช้อาวุธปืนยิง นายเสมาฯ รุ่นพี่นักศึกษาและฉุดตัวเองขึ้นรถไปในรถก่อนจะทำการข่มขืนแล้วปล่อยตัวออกมา ภายหลังรับแจ้งทราบว่าเป็นท้องที่ สถานีตำรวจภูธรนามน จึงได้แจ้งให้มารับตัวและไปตรวจร่างกาย ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้เข้าเยี่ยม นายเสมา แสงฤทธิ์ นักศึกษามหาลัยชื่อดังในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งในขณะนี้อาการปลอดภัย โดยแพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้ทำการสแกนสมอง ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนเนื่องคมกระสุนปืน เจาะเข้าที่บริเวณแก้มด้านซ้ายทะลุขวา   ด้านนายเสมา บอกว่า เมื่อช่วงกลางดึกคืนนี้ตนได้ขับรถจักรยานยนต์มากับ น.ส.เอ(นามสมมุติ) ซึ่งเป็นน้องในคณะเดียวกัน โดยก่อนเกิดเหตุได้เข้าไปซื้ออาหารที่ร้านสะดวกซื้อในปั้มน้ำมัน จากนั้นก็ได้ขับรถจักรยานยนต์กลับตนได้สังเกตเห็นรถกระบะขับตามมา แต่ก็ไม่ได้สนใจ จนมาตรงในชุมชน รถกระบะดังกล่าวได้ขับปาดหน้าจากนั้นมีชายฉกรรจ์ ได้เดินเข้ามาใช้อาวุธปืนจ่อยิงเข้ามาที่หน้า แต่ตนขัดขืนกระสุนกระสุนปืนจึงยิงเข้าที่แก้มก่อนที่ตนจะทำทีเป็นตาย   จากนั้น คนขับรถกระบะก็ได้ฉุดกระชาก น.ส.เอ นักศึกษารุ่นน้องขึ้นรถกระบะไป จึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี โดยตนยืนยันว่า น.ส.เอ เป็นน้องนักศึกษาในคณะเดียวกัน และเมื่อคืนนี้ก็กำลังทำงานตัดต่อ รู้สึกหิวจึงพากันออกมา ซึ่งตนและรุ่นน้องไม่รู้จักคนร้ายแต่อย่างใด ด้านตร.ชุดสืบสวน จังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ติดตามแล้ว เบื้องต้นได้ตั้งประเด็นชู้สาว แต่ในส่วนของนักศึกษาหญิงนั้น จะต้องตรวจร่างกายก่อนว่ามีร่องรอยการข่มขืนหรือไม่ และอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งผู้เสียหายยังไม่สามารถให้การได้มากนัก เนื่องจากอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลา และตำรวจจะต้องดูแลสภาพจิตใจของผู้เสียหายอย่างดีไปด้วย แต่ก็ได้สั่งการให้เช็คกล้องวงจรปิดและเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว อย่างไรก็ตามเนื่องจากจะเป็นช่วงวันวาเลนไทน์ก็ขอเตือนให้ผู้ปกครองเตือนบุตรหลานเพื่อป้องกันเหตุร้ายด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N27opuwXbCE    

 39,940
ข่าวภูมิภาค
14 ก.พ. 61

จับพ่อเฒ่าวัย 83 ลวงข่มขืนหลานสาววัย 4 ปี ยังปากแข็งอ้างแค่นำเด็กมานั่งตัก

จับพ่อเฒ่าวัย 83 ปี ลวงข่มขืนหลานสาววัย4ปียับทั้งอวัยวะเพศและทวารหนัก แต่ยังให้การปฏิเสธว่าแค่นำเด็กมานั่งตักเท่านั้น ตำรวจดำเนินคดี 3 ข้อหาหนัก   นครศรีธรรมราช-ตร.จับกุมพ่อเฒ่าวัย 83 ปี หลังก่อเหตุลวง ด.ญ.ดำ(นามสมมุติ) อายุ 4ปี ไปข่มขืนกระทำชำเรา   โดยแม่ของเด็กอายุ 30ปี ระบุว่าลูกสาววัย 4 ขวบ ถูกนายสนธิหรือต๊ะ เจริญจิตร อายุ 83 ปี ซึ่งเป็นญาติของสามีใหม่ลวงไปข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง ในวันเกิดเหตุ ตนไม่อยู่บ้านได้ทิ้งลูกสาวไว้กับยายที่บ้านเพียงลำพัง 2 คน   ปรากฏว่าขณะนั้นได้มีนายสนธิหรือที่เด็กติดว่าปากว่า โต๊ะต๊ะ ขี่รถจยย.มารับออกจากบ้าน โดยเอ่ยปากชักชวนลูกสาวของตนไปเที่ยวกันโดยพาลูกสาวนั่งซ้อนท้ายรถจยย.ไปที่บ้านพักของนายสนธิ จนกระทั่งมืดค่ำนายสนธิก็พาลูกสาวของตนมาส่งที่บ้านพักแล้วก็กลับไป ซึ่งขณะนั้นยายของเด็กเห็นเด็กซึมเศร้าผิดปกติ และเดินผิดสังเกตและพบมีรอยเลือดไหลที่อวัยวะเพศ   ยายของเด็กจึงเค้นสอบถาม เด็กก็บอกว่าถูกโต๊ะต๊ะ จับถอดเสื้อผ้าจนล้อนจ้อนแล้วใช้อวัยวะเพศสอดใส่ไปอวัยวะเพศของเด็กอยู่นาน และยังใช้อวัยวะเพศสอดใส่ที่ทวารหนักอีกด้วยทำให้อวัยวะเพศลูกสาวฉีกขาดเลือดไหล และทวารหนักเป็นแผลถลอกจนนายสนธิสำเร็จความใคร่ไป1ครั้ง ก่อนที่จะพาลูกสาวตนกลับมาส่งที่บ้านพักเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   หลังจากยายรู้ความจริงจากหลานสาว ได้โทรศัพท์แจ้งตนรีบกลับมาจากต่างจังหวัดทันทีและได้รีบพาลูกสาวไปให้แพทย์ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราชเข้าทำการรักษาบาดแผลที่ฉีกขาดจนต้องนอนรักษาตัวที่ รพ.หลายคืนจนหายเป็นปกติแล้วพร้อมพาเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้จับกุมตัวนายสนธิ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว   ด้านผู้ต้องหายังปากแข็งให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่า ไม่ได้ข่มขืน ด.ญ.วัย 4 ขวบตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าวันเกิดเหตุได้ขี่รถจยย.ไปรับหลานสาววัย4ปีไปที่บ้านพักจริง และเพียงแต่อุ้มนั่งตักขณะเด็กเล่นเกมอยู่ในบ้านของตนเท่านั้น ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กแต่อย่างใด แต่ทางตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานจึงคุมตัวนายสนธิ ไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/32_7UJN10-4    

 23,540
ข่าวภูมิภาค
13 ก.พ. 61

คนร้ายซิ่งกระบะปาดหน้ายิงหนุ่ม นศ. ก่อนฉุดสาวรุ่นน้องไปข่มขืน ก่อนปล่อยตัวบนเข้าภูพานและหลบหนี

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเวลา 01.00 น. ตำรวจ สภ.นามน จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่า มีเหตุยิงกันบนถนนทางเข้ามหาลัยวิทยาลัยแห่งหนึ่ง บริเวณหน้าวัดอรัญญิกาวาส หรือวัดบ้านหนองโพนสูง หมู่ที่ 5 โดยในที่เกิดเหตุพบนายเสมา แสงฤทธิ์ อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์นอนจมกองเลือด ห่างกันมีรถจักรยานยนต์และพบปอกกระสุนปืนขนาด  9 มม. ตกอยู่ โดยพบว่านายเสมาถูกยิงเข้าที่บริเวณใบหน้า ทีมกู้ภัยได้เร่งทำการปฐมพยาบาลแล้วนำตัวส่งต่อไปยังโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ แต่เนื่องจากยังมีสติจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีน้องเป็นผู้หญิงเป็นนักศึกษารุ่นน้องในคณะที่มาด้วยกัน ถูกคนร้ายฉุดตัวขึ้นรถกระบะยี่ห้อวีโก้ สีดำ ไม่ทราบทะเบียนไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระจายกำลังออกค้นหา         ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. น.ส.เอ (นามสมมุติ) 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่อยู่ในสภาพอิดโรยได้เข้าไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพาน จ.สกลนคร โดยแจ้งว่าถูกคนร้ายขับรถกระบะปาดหน้าก่อนที่จะใช้อาวุธปืนยิงนายเสมาฯ รุ่นพี่นักศึกษาและฉุดตัวเองขึ้นรถไปในรถก่อนจะทำการข่มขืนแล้วปล่อยตัวออกมา ภายหลังตำรวจ สภ.นามน จึงได้แจ้งให้มารับตัวและไปตรวจร่างกาย        จากนั้นในเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้เข้าเยี่ยม นายเสมา ซึ่งอาการปลอดภัย โดยแพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้ทำการสแกนสมอง ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนเนื่องคมกระสุนปืน เจาะเข้าที่บริเวณแก้มด้านซ้ายทะลุขวา        โดยนายเสมา  บอกว่า เมื่อช่วงกลางดึกตนได้ขับรถจักรยานยนต์มากับ น.ส.เอซึ่งเป็นน้องในคณะเดียวกัน โดยก่อนเกิดเหตุได้เข้าไปซื้ออาหารที่ร้านสะดวกซื้อในปั้มน้ำมัน จากนั้นก็ได้ขับรถจักรยานยนต์กลับ ตนได้สังเกตเห็นรถกระบะขับตามมา แต่ก็ไม่ได้สนใจ จนมาถึงในชุมชน รถกระบะดังกล่าวได้ขับปาดหน้าจากนั้นมีชายฉกรรจ์ ได้เดินเข้ามาใช้อาวุธปืนจ่อยิงเข้ามาที่หน้า แต่ตนขัดขืนกระสุนกระสุนปืนจึงยิงเข้าที่แก้มก่อนที่ตนจะแกล้งตาย จากนั้นคนขับรถกระบะก็ได้ฉุดกระชาก น.ส.เอ นักศึกษารุ่นน้องขึ้นรถกระบะไป จึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี โดยตนยืนยันว่า น.ส.เอ เป็นน้องนักศึกษาในคณะเดียวกัน และเมื่อคืนนี้ก็กำลังทำงานตัดต่อ รู้สึกหิวจึงพากันออกมา ซึ่งตนและรุ่นน้องไม่รู้จักคนร้ายแต่อย่างใด        ด้าน นายธนากรณ์ แสงฤทธิ์ อายุ 48 ปี บิดาของ นายเสมา กล่าวว่า จากการสอบถามลูกชายทราบว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆกับรุ่นน้อง และไม่เคยมีเรื่องกับใครจึงไม่รู้สาเหตุ จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ด้วย        ขณะที่ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน จังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ติดตามแล้ว เบื้องต้นได้ตั้งประเด็นชู้สาว แต่ในส่วนของนักศึกษาหญิงนั้น จะต้องตรวจร่างกายก่อนว่ามีร่องรอยการข่มขืนหรือไม่ และอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งผู้เสียหายยังไม่สามารถให้การได้มากนัก เนื่องจากอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลา และตำรวจจะต้องดูแลสภาพจิตใจของผู้เสียหายอย่างดีไปด้วย แต่ก็ได้สั่งการให้เช็คกล้องวงจรปิดและเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว อย่างไรก็ตามเนื่องจากจะเป็นช่วงวันวาเลนไทน์ก็ขอเตือนให้ผู้ปกครองเตือนบุตรหลานเพื่อป้องกันเหตุร้ายด้วย

 19,630

Top