ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข่มขืน"

สังคม-อาชญากรรม
07 ส.ค. 61

'เอ็ม' รับมีเพศสัมพันธ์อ้าง 'น้องน้ำหวาน' สมยอม บอกไม่เห็นใส่ กกน.แต่แรก แม่ยันไม่เผาศพหากความจริงไม่ปรากฏ

ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของน้องน้ำหวาน อายุ 21 ปี นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง จากการนั่งอยู่ในรถเก๋งที่ประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้ข้างทางหลังกลับจากเที่ยวผับแห่งหนึ่งใน จ.หนองบัวลำภู โดยญาติพบปมสงสัยหลายอย่างได้แก่   1.ทำไมกางเกงของน้องน้ำหวานกลับด้าน 2.กางเกงในหายไปไหน 3.ทำไมเพื่อนบอกว่ามาส่งเบาะหลังแตไปเสียชีวิตที่เบาะหน้าด้านข้างคนขับ 4.คนขับหายไปไหนขณะเกิดเหตุ 5.สภาพศพที่ดูไม่เหมือนว่าเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นตอนญาติพบศพซีดเหมือนว่าตายมานานแล้วทั้งที่เพิ่งเกิดเหตุ ตัวน้องน้ำหวานไมได้คาดเข็มขัดนิรภัย แต่สภาพศพกลับนอนพิงเบาะธรรมดาไม่เหมือนว่าถูกแรงกระแทกจากการชน  รวมทั้งใบหน้าของน้องน้ำหวานกลับไม่มีบาดแผล และตามลำตัวก็ไม่มีบาดแผลจากเศษกระจกหรือรอยช้ำทั้งที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรง   ต่อมา ตร.ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายพลสันต์ รัตนพลที หรือนายเอ็ม อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถคันที่เกิดเหตุในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต โดยนายเอ็มได้รับสารภาพก่อนประกันตัวต่อไป ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอผลการชันสูตรจาก รพ.ตำรวจ เพื่อพิจารณาถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง จนถึงการตั้งข้อกล่าวหาอื่นๆต่อไป   ด้านนายเอ็มก็รับสารภาพว่าได้มีเพศสัมพันธ์กับผู้ตายจริง แต่เป็นการสมยอมไม่ใช่การข่มขืน ไม่รู้จักกับผู้ตายมาก่อน แต่รู้จักน้องอายสาวทอมที่พาผู้ตายมาเที่ยว โดยหลังจากดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์ร่วมกันก่อนจะพากันขึ้นรถคันเกิดเหตุมาเที่ยวสถานบันเทิงในตัวเมืองหนองบัวลำภู จากนั้นประมาณตีหนึ่งได้ออกมาที่รถโดยมีผู้ตายนั่งมาด้วย แต่ระหว่างทางได้แวะที่บริเวณโรงเรียนแห่งหนึ่งก่อนมีเพศสัมพันธ์กันบนรถในลักษณะสมยอม   โดยยืนยันว่าขณะนั้นผู้ตายเมาแต่มีสติและไม่ได้ปัดป้องหรือขัดขืน โดยได้รับว่าได้เป็นคนถอดเสื้อ, ยกทรงของผู้ตาย และกางเกงของผู้ตาย และอ้างว่าไม่พบกางเกงชั้นในคาดว่าจะไม่ได้สวมใส่ พอมีเพศสัมพันธ์กันเสร็จผู้ตายเป็นคนสวมใส่กางเกงเอง ส่วนตนก็ได้ขับรถไปส่งผู้ตายที่บ้านก่อนจะประสบอุบัติเหตุตรงจุดเกิดเหตุ ส่วนหลังเกิดเหตุที่ไม่พบเพราะออกไปหาคนช่วย ซึ่งได้ให้ทางญาติมาแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราโดยบุคคลนั้นอยู่ในสภาวะขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อแจ้งข้อหาไม่ได้ควบคุมตัวไว้ โดยให้ผู้ต้องหาสาบานตนว่าจะมาพบพนักงานสอบสวนตามนัด   ส่วน เพจเฟซบุ๊กอีจัน ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ อาย สาวทอมที่ชวนผู้ตายออกไปเที่ยวว่า คืนวันเกิดเหตุได้ชวนผู้ตายไปดูหมอลำก่อนจะไปต่อที่ร้านเหล้าปั่นและสถานบันเทิงในตัวเมืองหนองบัวลำภู ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าผู้ตายจะเมาหรือไม่ และคืนนั้นผู้ตายก็พบนายเอ็มเป็นครั้งแรก ซึ่งตนมองว่านายเอ็มเป็นสุภาพบุรุษและก็ไม่ได้สังเกตว่าเขามีทีท่าจะชอบผู้ตายหรือไม่ ส่วนตนพอรู้ว่าผู้ตายมีแฟนแล้วก็คุยกันแบบพี่น้อง ซึ่งวันนั้นตนเมาไม่รู้เรื่องจนมารู้อีกทีว่าน้ำหวานเสียชีวิตในภายหลัง และยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนหลอกหรือเป็นนกต่อให้ผู้ตายมาพบกับนายเอ็ม   ด้านแม่ผู้ตายกล่าวว่า การที่นายเอ็มรับว่ามีเพศสัมพันธ์จริงแต่อ้างว่าเป็นการสมยอมนั้น ส่วนตัวไม่เชื่อเพราะทราบว่าลูกสาวตนมีแฟนอยู่แล้ว คงจะไม่ได้มีนิสัยแบบนั้น   วันนี้ตนได้พบกับนายเอ็มเป็นครั้งแรกที่โรงพักและไม่ได้มีการพูดคุยอะไร ส่วน อาย สาวทอมนั้นก็ไม่ได้รู้จักส่วนตัว แต่รู้จักแค่เพียงเป็นลูกค้าที่ร้านขายอาหารตามสั่งของตนเท่านั้น ซึ่งบางครั้งตนก็ให้น้องน้ำหวานไปส่งข้าวให้กับสาวทอมด้วย แต่ทั้งน้ำหวานและสาวทอมคนนี้ไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันมาก่อนจนกระทั่งมาครั้งนี้ที่ไป และสัปดาห์สุดท้ายก่อนลูกสาวเสียชีวิตน้องน้ำหวานยังเคยเล่าว่าทอมคนนี้พูดลักษณะมาจีบ แต่ลูกสาวก็ไม่ได้อะไรด้วย   พอครอบครัวเห็นสภาพศพคิดว่าไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดาแน่นอน ทั้งนี้ตนยังทำใจไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะลูกสาวตนกำลังเรียนปีสุดท้าย แต่เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเงินตนจึงตัดสินใจไปทำงานต่อที่ต่างประเทศ เพื่อหวังเก็บเงินส่งลูกเรียนให้จบแล้วลูกจะได้กลับมาเป็นเสาหลักของครอบครัว ซึ่งตลอดเวลา 1 สัปดาห์ก่อนเกิดเหตุตนพูดคุยกับลูกตลอด มีเพียงช่วงวันที่เกิดเหตุที่ไม่ได้คุย ก็ไม่คิดว่าจะไม่ได้พูดคุยกับลูกสาวไปตลอด     ด้านพ่อน้องน้ำหวาน เชื่อนายเอ็มข่มขืนลูกสาว และทำให้ลูกตาย อ้างน้องสมยอมเป็นไปไม่ได้ คำพูดของนายเอ็มไม่ใช่ลูกผู้ชาย นอกจากจะทำให้ลูกตนตายแล้ว ยังไม่ให้เกียรติศพ ที่พูดไม่ได้ ตนจะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และจะไม่ยอมเผาศพน้องน้ำหวานจนกว่าจะได้รับความชัดเจนของคดีนี้   ทางด้านพ่อค้าขายไข่ พยานคนสำคัญที่เห็นเหตุการณ์คนแรกเล่าว่า วันเกิดเหตุ เห็นรถเก๋งของนายเอ็มขัยบมาคู่กับรถกะบะแต่งซิ่ง และแซงรถตนไป จากนั้นไม่นาน ก็เห็นว่ารถเก๋งชนต้นไม้ ไฟยังเปิดค้างจึงลงไปให้ความช่วยเหลือ พบสภาพรถชวงที่นั่งข้างคนขับฟาดกับต้นไม้ แต่ร่างของน้องน้ำหวาน นอนนิ่งในรถ ในสภาพไม่มีรอยบาดแผล คอเอียงไปทางคนขับ ไม่รัดเข็มขัด ตอนนั้นเข้าใจว่า คนขับอาจกระเด็นออกจากรถ ก็ตะโกนถามแต่ไม่มีเสียงตอบบรับ จึงกลับมาดูร่างน้องน้ำหวานอีกครั้งก็พบว่าเสียชีวิตก็ตกใจ จึงเดินออกจากป่าข้างทาง เพื่อมาโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที   พอโทรไปแจ้ง1669 ก็ระบุว่า มีคนโทรแจ้งขอความชวยเหลือก่อนหน้านี้แล้ว ตนก็งงว่า ใครแจ้งเพราะในจุดเกิดเหตุ มีตนแค่คนเดียว จากนั้นตนก็ขับรถออกไป ก็เห็นนายเอ็มเดินอยู่ข้างทาง ในลักษณะเดินจ้ำเร่งรีบ ตนก็พยายามจะถามว่ามีไรให้ช่วยไหม แตนายเอ็มหน้าตาตื่นตกใจและไม่ตอบ ตนจึงขับรถออกมา   ตอนนั้นคิดในใจว่า หากนายเอ็มเป็นแฟนหรือคนขับกับน้องคนตายในรถ ทำไมไม่ขอความชวยเหลือ หรือดูน้องก่อน กลับเลือกเดินหนี แตก็ไม่รู้ว่าที่เดินไปนั้นเพื่อหนีหรือจะไปขอความช่วยเหลือ เพราะจากจุดเกิดเหตุอีกไม่ไกลก็จะถึงหมู่บ้านที่นายเอ็มอาศัยอยู่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DntzjfRxXFM

 76,739
สังคม-อาชญากรรม
06 ส.ค. 61

นศ.สาวเสียชีวิตปริศนา ศพใส่กางเกงกลับด้าน-กางเกงในหาย พ่อแม่หวั่นถูกฆาตกรรมอำพราง

พ่อแม่ร้องเรียนมูลนิธิปวีณา กรณีนางสาววรรณวิสา สำราญ หรือน้องน้ำหวาน ชาว จ.หนองบัวลำภู วัย 21 ปี ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ชั้นปีที่ 4 เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ หลังชายหนุ่มชื่อเอ็ม ที่เพื่อนสาวทอมเพิ่งพามารู้จักกันที่สถานบันเทิงในคืนวันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้อาสาขับรถไปส่งบ้าน โดยไม่มีเพื่อนคนอื่นไปด้วย จากนั้นประมาณ 1 ชม. ญาติน้องน้ำหวานทราบว่าเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต เนื่องจากรถเก๋งที่นั่งมาด้วยเกิดเสียหลักชนต้นไม้   โดยทางเพื่อนบอกว่าส่งน้ำหวานขึ้นรถที่เบาะหลังที่ฝ่ายชายอาสาไปส่ง เมื่อเดินจะไปตามอีกคน รถก็ขับออกไปแล้ว จากนั้นช่วงตี 2 มีคนไปพบรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว ประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้ เดินเข้าไปดูไม่พบตัวคนขับรถ พบแต่ศพน้ำหวานเสียชีวิตคาที่ จึงแจ้งหน่วยกู้ภัย และหน่วยกู้ภัยมาแจ้งให้ครอบครัวทราบ   หลังจากทราบข่าว น้าของน้ำหวานก็เดินทางมารับศพและนำศพน้ำหวานกลับบ้าน เพื่อบำเพ็ญกุศล ซึ่งพ่อน้ำหวานทำงานอยู่ที่ปทุมธานี แต่ระหว่างที่น้าจะทำการล้างตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้ำหวาน ก็พบสิ่งผิดปกติ คือกางเกงขาสั้นที่น้ำหวานใส่ กลับด้านอยู่ ด้านที่เป็นซิปสลับไปอยู่ด้านหลังและไม่ได้รูดซิป พอถอดกางเกงออกพบว่า กางเกงในไม่มี   จึงโทรหาพ่อน้องน้ำหวาน พ่อจึงสั่งให้ทุกคนหยุดทำทุกอย่างกับร่างของน้องน้ำหวาน และทำเรื่องส่งศพชันสูตรที่ รพ.อุดรธานี ผลเบื้องต้นบอกว่า คอหัก อวัยวะภายในได้รับการกระแทก ตับ ม้ามแตก หลังจากนั้นทางรพ. เก็บชิ้นเนื้อเพื่อหาสาเหตุการตาย และนำร่างให้ครอบครัวกลับไปบำเพ็ญกุศล   แต่พ่อน้องน้ำหวานตัดสินใจไม่เผา และเนื่องจากน้องน้ำหวาน เคยเป็นสมาชิก To be number 1 รุ่น 4 ทางชมรมจึงเห็นว่าเรื่องแปลกๆ แนะนำให้พ่อส่งศพน้องน้ำหวานชันสูตรอีกครั้งที่ รพ.ตำรวจ พ่อจึงนำศพน้ำหวานมาชันสูตรใหม่ ที่รพ.ตำรวจ และเข้าร้องต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี   ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางครอบครัวเลยมีข้อสงสัยดังนี้ 1.ทำไมกางเกงของน้ำหวานกลับด้าน   2.กางเกงในหายไปไหน   3. ทำไมเพื่อนบอกว่ามาส่งเบาะหลัง แต่ไปเสียชีวิตที่เบาะหน้า(ข้างคนขับ)   4.คนขับหายไปไหน ทำไมไม่อยู่ในรถ   5. ทำไมสภาพการตายดูไม่เหมือนเกิดจากอุบัติเหตุ ในเมื่อรถชนขนาดนี้ และน้ำหวานก็ไม่ได้คาดเข็มขัด แต่ทำไมใบหน้ากลับไม่มีรอยแผลหรือรอยช้ำเลย แต่คอหัก   6. ถ้ารถชนขนาดนี้ ทำไมศพไม่เอียงไปข้างใดข้างนึง ทำไมนอนเอียงอยู่ในสภาพเหมือนหลับธรรมดา และข้อสงสัยทั้งหลายที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ตนไม่คิดว่าลูกสาวจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ   นอกจากนี้นายไพโรจน์บอกว่า น้องน้ำหวานกำลังเรียนบริหารธุรกิจ เอกภาษาจีน อยู่ที่ชั้นปีที่ 5 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งน้องน้ำหวานเป็นเด็กเรียนดี เก่งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ช่วงนี้ปิดเทอม จึงกลับบ้านที่หนองบัวลำภู ไปขายอาหารตามสั่งที่บ้านแทนแม่ เพราะแม่ไปทำงานที่ต่างประเทศ และจะเปิดเทอมช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ก็จะกลับมาเรียนตามปกติ แต่มาเกิดเหตุนี้ก่อน พ่อกับแม่เสียใจมาก และอยากขอให้สื่อช่วยตามเรื่องนี้ ให้ได้ทราบความจริงด้วยว่า เกิดอะไรขึ้นกับน้องน้ำหวานกันแน่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0Xu647NzGO4

 43,042
ข่าวภูมิภาค
26 ก.ค. 61

สิ้นลมแล้ว! สาวม้ง ถูก ผญบ.ข่มขืนซดยาฆ่าตัวตาย ญาติแฉอีกฝ่ายแชทขอจ่าย 3 หมื่นแลกไม่เอาความ

ลำปาง-จากกรณีหญิงสาวชาวม้ง อายุ 22 ปี ถูกชาย 4 คนรุมโทรมจนต้องกินยาฆ่าตัวตาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ จ.ลำปาง ขณะที่แม่ของเหยื่อสาวระบุว่า หลังลูกสาวหายตัวไปก็มีชายคนหนึ่งได้ใช้โทรศัพท์ของลูกสาวโทรมา   อ้างว่าตัวเองเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านใน จ.ตาก และลูกสาวตนอยู่กับเขา จึงให้พามาส่ง จากนั้นลูกสาวก็มีอาการเครียด ต่อมาอีก 2 วัน ก็มีคนโพสต์ภาพลูกสาวนอนอยู่ในโรงแรม โดยมีอดีตผู้ใหญ่บ้านนั่งอยู่ข้างๆ จึงเค้นถามลูกสาวก็บอกว่าถูกลวงไปข่มขืนในโรงแรม กระทั่งมากินยาฆ่าแมลงเพื่อหวังฆ่าตัวตายตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   คืบหน้าช่วงค่ำวานนี้ (25 ก.ค.) หญิงสาวอายุ 22 ปี ผู้เสียหาย ได้เสียชีวิตลงแล้ว ที่โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ท่ามกลางความโศกเศร้าความเสียใจ ของมารดา ญาติและครอบครัวที่เฝ้าคอยดูอาการหญิงสาวดังกล่าวอยู่บริเวณหน้าหอผู้ป่วยโรงพยาบาลลำปาง สำหรับการเสียชีวิตลงครั้งนี้ คาดมาจากอวัยวะภายในล้มเหลวฉับพลัน   ขณะที่ก่อนหน้าที่สาวม้งจะเสียชีวิต นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมหญิงสาวคนดังกล่าวและไปพูดคุยสอบถาม โดยมีน้องสาวผู้เป็นฝาแฝดเข้าไปร่วมพูดคุยด้วย ซึ่งได้รับข้อมูลที่สำคัญเป็นอย่างมาก   โดยหญิงสาวคนดังกล่าวบอกว่า เรื่องราวดังกล่าวนั้นแท้ที่จริงแล้วตั้งแต่เริ่มต้นมาตนเองได้ขึ้นรถตู้ และไปพบอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว โดยนัดกันเพื่อติดต่อซื้อยาแผนโบราณ จากอดีตผู้ใหญ่บ้านที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก เนื่องจากตนเองมีอาการเจ็บป่วยจากโรคปวดหลังอยู่แล้ว โดยได้นัดเจอกันเพื่อจะจ่ายเงินและชำระค่ายาแผนโบราณ   ทางอดีตผู้ใหญ่บ้านได้ออกกลอุบายหลอกลวงไปทานข้าวในเขตตัวเมืองลำปาง แล้วพาไปที่บริเวณอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครลำปาง เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา และตนถูกล่วงละเมิดทางเพศกับชายคนดังกล่าวเพียงคนเดียว ส่วนผู้ชายอีก 3 คนที่เจอกันนั้นมาเจอกันทีหลัง และเจอภายนอกอพาร์ทเมนต์ ซึ่งหญิงสาวชาวม้งยอมรับกับนายอัจฉริยะว่าชาย 3 คน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด   โดยหลังจากทราบข้อมูลนายอัจฉริยะ ได้เดินทางไปที่โรงพัก สภ.เมืองลำปาง พร้อมกับครอบครัวของหญิงสาวผู้เสียหาย เพื่อให้ปากคำกับทางผู้กำกับ สภ.เมืองลำปาง และยังได้เดินทางไปบริเวณอพาร์ทเมนต์ดังกล่าว เพื่อไปสอบถามและไปพูดคุยกับพนักงานที่เปิดเช็คอิน ก็ให้การสอดคล้องกัน โดยวันดังกล่าวนั้นหญิงสาวชาวม้งได้เปิดห้องพัก พร้อมกับอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวจริง และใช้เวลาอยู่ด้วยกันประมาณ 3 ชั่วโมง   กระทั่งเวลาบ่าย 3 โมง ฝ่ายชายก็เดินทางออกจากอพาร์ทเมนต์ดังกล่าวเพียงคนเดียว แจ้งพนักงานว่าจะไปซื้อกับข้าวมาทาน แล้วกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพนักงานอพาร์ตเมนต์ ก็ยืนยันว่า พบเพียงการเปิดห้องพักเพียง 1 ห้อง บริเวณชั้น 2 โดยหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นใส่หน้ากากอนามัยปิดใบหน้า แล้วเดินผ่านเข้ามาบริเวณเคาน์เตอร์ โดยวันนั้นกล้องวงจรปิดของโรงแรมเห็นว่าชั้น 2 ก็มีการเดินเข้าห้องเพียงสองคนเท่านั้น ส่วนภาพวงจรปิดวันนั้น ถูกลบไปแล้วเพราะข้อมูลฮาร์ดดิสก์เต็ม   ทั้งนี้นายอัจฉริยะได้เปิดเผยว่า มีข้อความติดต่อมายังครอบครัวของน้องผู้เสียชีวิตเป็นข้อความทางแชทใน Facebook พยายามติดต่อมาจากผู้ใช้ Facebook รายหนึ่ง inbox ข้อความมาบอกว่า จะขอจ่ายเงิน เป็นค่าเสียหาย เพื่อไม่ให้ดำเนินคดีเดือนละ 30,000 บาท แต่ทางครอบครัวก็ไม่ได้ตอบตกลงแต่อย่างใด โดยพยายามจะติดต่อและพูดคุยด้วยกลับไป แต่หลังจากนั้นก็ถูกบล็อก Facebook ไปในที่สุด โดยนายอัจฉริยะทรัพย์ยังบอกว่า   อย่างไรก็ตามน้องสาวฝาแฝดได้นำภาพ จากโทรศัพท์มือถือ เป็นภาพนิ่ง เพิ่งถ่ายในวันเกิด ทั้งสองคน ที่ผ่านมา วันที่ 16 กรกฎาคม โ ดยฝาแฝดผู้น้อง บอกว่า นี่คือการจัดงานวันเกิดครั้งสุดท้าย ก่อนจะเกิดเหตุสลด พีสาวฝาแผด ไปกินยาฆ่าตัวตาย จนมาเกิดเหตุสลดดังกล่าวในคืนนี้ ซึ่งสร้างความเศร้าโศกและเสียใจกับครอบครัวเป็นอย่างมาก   ส่วนความคืบหน้าทางคดี ตร.จะออกหมายเรียก อดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว ซึ่งการเชิญตัวและออกหมายเรียกอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวนั้น จะเชิญมาสอบปากคำ ซึ่งจะได้ข้อมูลสำคัญต่างๆ ขณะนี้คดีถือว่ามีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยทราบว่าผู้อัดคลิปวีดีโอนั้นเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว ซึ่งรู้จักกับผู้เสียหายทาง facebook ขณะนี้อยู่ระหว่างการตามตัว อดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองลำปาง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Sf8fZfLBcSU

 18,156
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ค. 61

สาวถูกรุมโทรมซดยาหวังฆ่าตัวตาย เผยถูกข่มขืนเพียงคนเดียว วอนตร. ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

หญิงสาวยอมรับ กับประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ว่าถูกข่มขืนเพียงคนเดียว และวอนตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด กับอดีตผู้ใหญ่บ้าน อ พบพระ จ .ตาก ส่วนอาการล่าสุดยังน่าห่วง   ความคืบหน้าสาววัย 22 ปีจ.ลำปาง ถูกรุมโทรม แล้วกินยาฆ่าแมลงหวังฆ่าตัวตาย โดยหญิงสาวคนดังกล่าวมีครอบครัวอยู่แล้ว หลังถูก อดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งในเขต อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ล่อลวงไปข่มขืน กระทำชำเราด้วยการข่มขืน รุมโทรมตามที่เป็นกระแสข่าวและเกิดการแจ้งความไปแล้วนั้น   ล่าสุดเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ได้เดินทางไปเยี่ยมหญิงสาวคนดังกล่าว ที่บริเวณชั้น 8 ตึกสิทธิเกษมโรงพยาบาลลำปาง โดย ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ได้เข้าไปเยี่ยมอาการและไปพูดคุย สอบถามอาการโดยมีน้องสาวผู้เป็นฝาแฝดเข้าไปร่วมพูดคุยด้วย   ซึ่งได้รับข้อมูลที่สำคัญเป็นอย่างมาก โดยหญิงสาวคนดังกล่าวบอกว่า เรื่องราวดังกล่าวนั้นแท้ที่จริงแล้วตั้งแต่เริ่มต้นมาตนเองได้ขึ้นรถตู้ และไปพบอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวโดยนัดกัน ติดต่อซื้อยาแผนโบราณจากอดีผู้ใหญ่บ้าน ที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก ซึ่งหญิงสาวมีอาการเจ็บป่วยจากโรคปวดหลังอยู่แล้ว โดยได้นัดเจอกัน เพื่อจะจ่ายเงินและชำระค่ายา แผนโบราณแต่ก็ถูกอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวได้ออกกลอุบายหลอกลวงกล ไปทานข้าว ในเขตตัวเมืองลำปาง แล้วถูกหลอกลวงไปที่ บริเวณอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครลำปาง เมื่อช่วงเที่ยงวัน วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 และ ถูกล่วงละเมิดทางเพศกับเพียงคนเดียว ส่วนผู้ชายอีก 3 คนที่เจอกันนั้นมาเจอกันทีหลัง และเจอภายนอกอพารตเม้นต์ ซึ่ง หญิงสาวยอมรับกับ นายอัจฉริยะว่า ชาย 3 คน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด    นาย อัจฉริยะบอกว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้น ถือว่าอาการทรุดหนักเป็นอย่างมาก เนื้อตัวทั้งตัวเริ่มบวม ใบหน้า และตาบวมมาก หายใจเรื่องติดขัดแล้ว พูดคุยได้ทางภาษามือเท่านั้น โดยน้องสาวฝาแฝด เป็นคนสอบถามให้ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์โรงพยาบาลลำปางอย่างใกล้ชิด อีกทั้งฝาก นายอัจฉริยะ ขอให้แจ้งทางตำรวจ ให้เร่งจับกุม อดีตผู้ใหญ่บ้านให้ได้และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 3,148
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 61

สาวเครียด เจอภาพหลุดถูกอดีต ผญบ.พาพวกรุมโทรม ซดยาหวังฆ่าตัวตาย ล่าสุดอาการทรุดหนัก

ลำปาง-หญิงอายุ 37 ปี พร้อมสามีและญาติเดินทางเข้าเยี่ยมอาการของลูกสาว อายุ 22 ปี ที่ก่อเหตุกินยาฆ่าแมลงเพื่อหวังฆ่าตัวตายและถูกนำตัวส่งมารักษาที่โรงพยาบาลลำปาง   โดยแม่ของผู้เสียหายเล่าว่า ผู้บาดเจ็บได้เดินทางขึ้นรถโดยสารมาหาพ่อแม่ที่ จ.พะเยาตามลำพัง เพราะสามีติดธุระ แต่จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อผู้บาดเจ็บได้อีกเลย จนกระทั่งมีชายคนหนึ่ง ใช้โทรศัพท์ของลูกสาว โทรเข้ามาพูดคุยว่าเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดตาก และบอกว่าผู้บาดเจ็บได้อยู่กับเขา   ผู้เป็นแม่จึงขอร้องให้นำลูกสาวมาส่งให้ที่จังหวัดน่าน ซึ่งชายคนดังกล่าว ก็ได้นำลูกสาวมาส่งให้แต่ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะเดินออกไป เมื่อชายดังกล่าวกลับไปแล้ว ทางแม่จึงสอบถามลูกสาวว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกสาวไม่ตอบได้แต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไร ตนเองก็เลยส่งลูกสาวกลับไปอยู่กับสามีที่ลำปางตามเดิม   จากนั้นไม่นานประมาณสองสองวัน มีคนโพสต์ภาพของลูกสาวตนเองนอนอยู่ภายในโรงแรม โดยมีชายที่อ้างตัวเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวนอนอยู่ข้างๆ เมื่อตนส่งภาพที่ได้มาไปให้ลูกสาวดู พร้อมทั้งสอบถาม ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ลูกสาวจึงยอมเปิดปากพูดและเล่าว่า ถูกอดีตผู้ใหญ่บ้าน พร้อมพวกอีก 3 คน ล่อลวงไปรุมโทรมข่มขืน ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเขตอำเภอเมืองลำปาง   ต่อมาลูกสาวก็ส่งข้อความทางไลน์มาให้ตนเอง พร้อมกล่าวขอโทษ ที่ทำให้อับอาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง กระทั่งต่อมาในช่วงเย็น ก็ทราบจากสามีของลูกสาว ว่าลูกได้กินยาฆ่าแมลงเพื่อฆ่าตัวตาย   ต่อมาวันที่ 22 ก.ค.ตนก็เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองลำปาง แต่ก็ไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร ได้เพียงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและยังไม่มีการดำเนินคดีกับกลุ่มคนผิดแต่อย่างใด ตนจึงมาร้องเรียนผ่านสื่อต่างๆ เพื่อขอความเป็นธรรม เพราะหมอบอกอาการของลูกสาวมีแต่ทรงกับทรุด มีโอกาสรอดเพียง 20 เปอร์เซ็นเท่านั้น ซึ่งตนเองก็เตรียมจะรับลูกสาวกลับจังหวัดน่านด้วย   เบื้องต้นหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายยังไม่สามารถพูดโต้ตอบกับทางพนักงานสอบสวนได้ ทำได้เพียงแต่ ทำท่าทาง ยกไม้ยกมือ ในการสอบปากคำ และขณะนี้ทางตำรวจก็ยังไม่ยืนยันว่า หญิงสาวคนดังกล่าวถูกข่มขืนจริงหรือไม่ เพราะว่ายังไม่สามารถสอบปากคำได้อย่างละเอียด โดยมีแต่คำบอกเล่าของพ่อแม่ของผู้เสียหาย หลังจากหญิงสาวคนดังกล่าวได้เล่าว่าถุกรุมโทรม ก่อนที่จะกินยาพยายามฆ่าตัวตาย   และเจ้าหน้าที่ยังได้เข้าไปทำการตรวจห้องพักของผู้เสียหาย ที่บริเวณอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งจังหวัดลำปาง ซึ่งจะได้สอบสวนทาง พนักงานและแม่บ้านและผู้ที่อยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว และขณะนี้กำลังทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวย้อนหลังแล้ว เพื่อจะหาสาเหตุและหลักฐานที่แท้จริงในเรื่องนี้ ขณะที่ทางตำรวจสภ.เมืองลำปาง เตรียมเชิญอดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งใน จ.ตาก พร้อมพวกอีก 3 คน มาสอบปากคำ หากไม่มาจะออกหมายเรียกต่อไป   ทั้งนี้แม่ของผู้เสียหาย ยืนยันว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการถูกรุมโทรมนั้นเป็นความจริง หลังจากที่ลูกสาวของตนเองหายตัวไป แล้วกลับบ้านมาที่บ้าน ตนได้สอบถามลูกสาวว่าหายไปไหนมา แต่ลูกสาวไม่ยอมพูด อ้ำๆ อึ้งๆ และบอกว่าไม่มีอะไรไม่ได้ยุ่งอะไรกับใคร ซึ่งตอนที่ลูกสาวตนกลับมาพร้อมกับผู้ชายที่เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน ทางชายคนดังกล่าวก็ไม่ได้เข้ามาที่บ้านตน ซึ่งส่งลูกสาวตนที่ปากซอย ก่อนถึงบ้านเท่านั้น และลูกสาวยอมรับว่าไปกับผู้ชายมา 4 คนจริง แต่ก็ยังไม่ได้เล่าสาเหตุอะไรมากมายนัก และลูกสาวยังให้การวกวน   ส่วนอาการล่าสุดของผู้เสียหาย คุณแม่บอกว่า ขณะนี้อาการทรุดลง อาการที่ใบหน้าบวม และปากบวม เริ่มหายใจลำบาก และหายใจติดขัด ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ รพ.ลำปาง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z5Vs_5-FlkI

 3,654
ข่าวต่างประเทศ
18 ก.ค. 61

สลด ด.ญ.หูหนวกวัย 11 ถูกชายฉกรรจ์อินเดีย 17 คนรุมโทรมมาราธอน 7 เดือน

เกิดเหตุสะเทือนใจทางตอนใต้ในอินเดีย เมื่อเด็กหญิงวัย 11 ขวบมีความผิดปกติหูหนวก ถูกชายฉกรรจ์ 17 คนรุมโทรมข่มขืนนานต่อเนื่อง 7 เดือน   โดยคนแรกที่ข่มขืนเด็กหญิงคนนี้คือคนดูแลลิฟต์ในอาคารที่เด็กอาศัยวัย 66 ปี มอมยานอนหลับกับเด็ก ซึ่งลงมือหลังจากเด็กคนนี้กลับจากโรงเรียนและขี่จักรยานเล่นรอบๆ แฟลตแห่งนี้ จากนั้นเขาชักชวนเพื่อนๆ มารุมโทรมเด็กหญิงโดยมีการถ่ายคลิปวิดีโอไว้ด้วย ขณะพาเด็กหญิงไปข่มขืนในสถานที่ต่างๆเช่น ห้องน้ำ ดาดฟ้า ระเบียง   ข่าวดังกล่าวสร้างความโกรธแค้นให้กับชาวอินเดียเป็นอย่างมาก มีการรวมตัวไปรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องสงสัย อย่างไรก็ตามอินเดียมักเกิดคดีความรุนแรงทางเพศเกิดขึ้นในอินเดียบ่อยครั้ง เฉลี่ย 100 คดีต่อวัน  

 22,355
สังคม-อาชญากรรม
27 มิ.ย. 61

กองปราบรวบ 'นักมวย' ค่ายดังกลางเวที หลังก่อเหตุข่มขืนเด็กอายุ 12 ปี ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

กองปราบรวบนักมวยค่ายดัง หลังก่อเหตุข่มขืนเด็ก 12 ปี และร่วมรุมโทรมหญิง เหตุเกิดเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา กองปราบประสานเจ้าของคดีเดินทางมารับตัวไปดำเนินคดีต่อไป   พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับการกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม พร้อมด้วย พ.ต.ต. กรกฤช งามวงศ์วาน สว.กก.4 บก.ป. ร่วมจับกุม นายอรรถพล สีทอง หรือ อรรถชัย เกียรติวิบูลย์ นักมวยค่ายดัง ซึ่งพบว่ามีหมายจับของศาลอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีฯ   จากการสืบสวนทราบว่า เมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคม 2561 นายอรรถพลฯ ได้เดินทางมาชกมวยที่ งานวัดแห่งหนึ่ง ใน อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งหลังจากชกมวยเสร็จแล้วได้พบ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี โดยนายอรรถพลฯ ได้ชักชวนให้ ด.ญ.บี ไปทำธุระบริเวณด้านหลังห้องน้ำวัด ได้ฉวยโอกาสลงมือข่มขืน ด.ญ.บี จากนั้น นายอรรถพลฯ จึงได้เดินทางกลับมาที่ค่ายมวย หลังจากนั้น ด.ญ.บี ได้มาบอกกับมารดาว่า ตนเองน่าจะท้อง มารดาจึงได้สอบถามจนทราบความจริง จึงได้เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดี ต่อมาศาลอุตรดิตถ์ ได้อนุมัติหมายจับ    และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนพบว่า นายอรรถพล ยังมีหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2559 ในข้อหา ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นฯ และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นฯ อีกหมายหนึ่ง ซึ่งจากการสอบถามร้อยเวรเจ้าของคดีทราบว่า เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2558 นายอรรถพล ได้มาเก็บตัวที่ค่ายมวย ในพื้นที่อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งตามวันเวลาเกิดเหตุ นายอรรถพล และเพื่อน ผู้ร่วมก่อเหตุที่ต่อมามีการเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่แล้ว ได้มาเที่ยวงานประเพณีหมอลำ ที่วัดแห่งหนึ่งใน อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และได้พบกับ น.ส.ฟ้า (นามสมมุติ) จากนั้น นายอรรถพล และเพื่อน ได้ชักชวน น.ส.ฟ้า ดื่มเหล้า จนเมาไม่ได้สติ แล้วพา น.ส.ฟ้า มาบริเวณหลังห้องน้ำวัด มารุมโทรม ซึ่งต่อมา น.ส.ฟ้า ได้เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดี    จากกรณีดังกล่าว ฝ่ายสืบสวนกองกำกับการ 4 กองปราบปราม จึงสืบสวนติดตามตัวจนทราบว่า นายอรรถพล มีอาชีพเป็นนักมวยจริงและพักอาศัยอยู่ที่ค่ายมวยชื่อดัง แถวถนนสุขุมวิท จึงได้เดินทางไปเฝ้าบริเวณหน้าค่ายมวย และได้พบกับ นายอรรธพล ซึ่งกำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่ จึงเข้าแสดงหมายจับและจับกุม โดยเบื้องต้นนายอรรธพล ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยเจ้าหน้าที่จะทำการประสานให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเดินทางมารับตัวและอายัดตัวไปดำเนินคดีต่อไป  

 11,380
ข่าวต่างประเทศ
08 พ.ค. 61

อินเดียโหด! สาว 17 ขัดขืนการแต่งงาน ถูกแก๊งโจ๋ข่มขืน-จุดไฟเผาทั้งเป็นรายที่ 2 ในรอบสัปดาห์

หญิงสาวชาวอินเดียวัย 17 ถูกกลุ่มคนร้ายวัยรุ่นข่มขืนและจุดไฟเผาทั้งเป็น ทำให้เป็นแผลไฟไหม้ทั่วร่างกายถึง 95% ล่าสุดจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน สาเหตุเพราะขัดขืนการแต่งงาน เลยลงมือข่มขืนและจุดไฟเผาเหยื่อทั้งเป็น   ซึ่งนับว่าเป็นเหยื่อข่มขืนรายที่ 2 ในรอบอาทิตย์ เพราะเพิ่งมีสาววัย 16 ถูกข่มขืนและจุดไฟเผาจนเสียชีวิตก่อนหน้านี้เช่นกัน ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 14 ราย แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่าเหตุทั้ง 2 ครั้งที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกันหรือไม่   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม Child rape accounts for about 40 percent of the reported cases. เหยื่อในคดีข่มขืนร้อยละ 40 คือเด็ก  

 7,429
สังคม-อาชญากรรม
30 เม.ย. 61

สาวพีอาร์แจ้งจับ แท็กซี่หื่นลวนลามเอาหน้าซุกอก-ขโมยทรัพย์สิน ขณะเผลอเมาหลับ

หญิงสาวผู้เสียหาย อายุ 28 ปี อาชีพพีอาร์สถานบันเทิง เข้าแจ้งความ ที่ สน.สายไหม ให้ดำเนินคดีกับคนขับรถแทกซี่ สีเขียวเหลืองไม่ทราบหมายเลขทะเบียน หลังถูกคนขับรถแท็กซี่ลวนลามและพยายามข่มขืนและลักทรัพย์   โดยผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 ของวันที่28 เมษายนที่ผ่านมาได้เรียกรถแท็กซี่จากหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านทองหล่อซอย 10 ให้มาส่งที่พักย่านรัชดาภิเษก ระหว่างทางตนเผลอหลับไป เมื่อรู้สึกตัวอีกที พบว่ารถแท็กซี่มาจอดอยู่บนทางด่วนใกล้ทางลง ถ.สุขาภิบาล 5 เขตสายไหม   คนขับแท็กซี่มานั่งอยู่ที่เบาะหลังโดยพยายามลวนลาม เอาหน้ามาซุกหน้าอก จึงต่อสู้ขัดขืน จากนั้นได้เปิดประตูรถวิ่งหนีลงมา คนขับรถแท็กซี่จึงขับรถหนีไป เมื่อตรวจสอบทรัพย์สินพบว่าเงินสดในกระเป๋าหายไปทั้งหมดประมาณ 2,000 บาท พร้อมแหวนทองคำที่ใส่อยู่อีก 1 วง และด้วยตนเองมีอาการมึนเมา จึงจำใบหน้าของคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวไม่ได้ จำได้เพียงเป็นชายวัยกลางคน   ทั้งนี้ได้นำหลักฐานกล้องวงจรปิดหน้าร้าน ที่บันทึกภาพรถแท็กซี่คันที่ก่อเหตุ มามอบให้ตำรวจเพื่อสืบหาตัวคนร้ายด้วย โดยภายหลังแจ้งความ ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.สายไหม พาผู้เสียหายไปชี้จุดเกิดเหตุพบว่า อยู่บริเวณทางด่วนฉลองรัชฯ ใกล้ทางลงจตุโชต ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสน.คันนายาว จึงได้ประสานงานให้ ตำรวจสน.คันนายาว รับไปเนินคดีหาตัวคนร้ายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zhPmFMQ2xHQ  

 1,955
สังคม-อาชญากรรม
27 เม.ย. 61

หนุ่มเงินกู้ไลฟ์ปัดข่มขืน ด.ญ.วัย 14 ยันเป็นการสมยอม แฉโดนแม่เด็กเรียกเงิน 1 ล้าน แม่โต้ ไม่ได้ใช้ลูกขัดดอก

จากกรณีแม่พาบุตรสาววัย 14 ร้องขอความเป็นธรรม อ้างว่าถูกนายกีรติ หรือปลื้ม คำมี อายุ 20 ปี คนเก็บเงินกู้นอกระบบข่มขืนภายในบ้านพัก ในตลาดหนองมน อ.เมือง จ.ชลบุรี   ในเวลาต่อมานายกีรติ ได้ทำการไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก ขณะกำลังนั่งรถและอ้างว่าจะเดินทางไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนสุข โดยมีเนื้อหาในการไลฟ์ว่า ตนเด็กหญิงวัย 14 เป็นแฟนกัน ตนไม่ได้ทำการข่มขืนแต่อย่างใด และมารดาของเด็กได้เรียกเงินตน 1 ล้านบาทเป็นค่าเสียหาย แต่ตนไม่มีให้ จากนี้ตนก็ยอมรับว่าต้องถูกดำเนินคดีเพราะเด็กหญิงอายุไม่ถึง 15 ปี แต่ตนเป็นลูกผู้ชาย ไม่คิดหนีอยู่แล้ว และอยากให้คนเข้าใจว่า ตนไม่ได้ข่มขืนแต่อย่างใด แต่เป็นการสมยอม   ต่อมาทางแม่และเด็กหญิงวัย 14 ได้เดินทางเข้าพบอัยการจังหวัดชลบุรี เพื่อให้ข้อมูลและสอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากตามกฎหมายผู้เสียหายเป็นเยาวชน มีอายุไม่ถึง 15 ปี การสอบสวนต้องมีหน่วยงานทั้ง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ และนักสังคมสงเคราะห์   โดยผู้เป็นแม่กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุตนเป็นทุกข์มาก เนื่องจากมีสื่อบางช่องนำเสนอข่าวว่าตนส่งลูกไปขัดดอกเบี้ยที่กู้ยืมเงินมา ซึ่งตนไม่ได้เลวขนาดนั้น เงินกู้แค่ 10000 บาท ตนทำงานหาเงินมาส่งทุกวัน ตนเป็นผู้ถูกกระทำยังมาถูกซ้ำเติมเช่นนี้อีก จึงรู้สึกเสียใจ อยากให้สื่อมีจรรยาบรรณในการนำเสนอข่าวมากกว่านี้   ในส่วนของการไลฟ์เฟซบุ๊กของนายกีรตินั้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ไม่สมควรทำการไลฟ์เช่นนี้ เพราะถึงอย่างไรก็มีความผิด อย่ามัวแต่แก้ตัว เพราะเด็กอายุเพียง 14 ปี ถึงอย่างไรก็มีความผิดตามกฎหมายอยู่แล้ว และอยากฝากถึงครอบครัวอื่น ๆ ที่มีลูกสาวเช่นตน ว่าอย่าปล่อยให้ลูกอยู่บ้านเพียงลำพัง ควรหาคนมาดูแลลูกหรือฝากลูกไว้กับเพื่อนบ้านหรือคนที่ไว้ใจ จะได้ไม่เกิดเหตุร้ายเช่นนี้   ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัว นายกีรติ มาที่ สภ.แสนสุข เพื่อทำการบันทึกรับทราบข้อกล่าวหา โดยมีผู้เป็นพ่อมาให้กำลังใจ   ซึ่งนายกีรติ กล่าวว่า รู้ตัวดีว่าตนจะต้องติดคุกนานถึง 15ปี เพราะตนอ่านจากทางเจ้าหน้าที่นำมาให้ดู เนื่องจากเป็นคดีพากผู้เยาว์ เด็กอายุไม่เกิน15 และได้กระทำชำเรา ตามที่ผู้เสียหายได้แจ้งไว้จริง ก่อนที่จะเดินเข้าห้องขัง เพื่อรอส่งฟ้องศาลในวันรุ่งขึ้นต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I3YDN6yKKBc  

 20,005
ข่าวต่างประเทศ
26 เม.ย. 61

ศาลอินเดียสั่งจำคุกตลอดชีวิต ผู้นำจิตวิญญาณชื่อดัง ข่มขืนสาว 30 คน อ้างช่วยปัดเป่าวิญญาณร้าย

ศาลในรัฐราชาสถาน ทางภาคตะวันตกของอินเดีย มีคำพิพากษาให้นายสราม บาปู วัย 77 ปี ชีวิต ผู้นำทางจิตวิญญาณชื่อดัง ที่มีสาวกผู้เลื่อมใสหลายล้านคน ถูกจำคุกตลอดชีวิต ฐานข่มขืนลูกศิษย์เด็กสาววัยรุ่นภายในอาศรมเมื่อปี พ.ศ. 2556 โดยอ้างว่าเป็นการปัดเป่าวิญญาณชั่วร้ายออกจากร่าง ขณะที่เข้าตัวยังอ้างว่าการดำเนินคดีครั้งนี้เป็นแผนทางการเมืองเพื่อกลั่นแกล้ง พร้อมเตรียมยื่นอุทธรณ์ศาลต่อไป   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม According to his website, he has more than 400 ashrams around the world. จากข้อมูลในเว็บไซต์ของเขา อ้างว่ามีอาศรมกว่า 400 แห่งทั่วโลก ashram (n.) อาศรม สถานที่สอนศาสนาฮินดู  

 3,935
ข่าวภูมิภาค
26 เม.ย. 61

แม่สุดทน แจ้งความจับแก๊งเงินกู้บุกข่มขืน ลูกสาววัย 14 คาบ้าน

ชลบุรี-แม่และพี่สาวสงสัยน้องสาววัย 14 มีอาการผวา สงสัยสอบจนรู้ว่าโดนแก๊งเงินกู้นอกระบบบุกข่มขืน หลังฝากเงินไว้ให้เป็นดอกเบี้ยรายวัน ขณะแม่ออกไปขี่ จยย.รับจ้าง ทำให้ที่ไม่มีใครอยู่บ้าน เด็กอยู่ตามลำพังในช่วงปิดเทอม แถมโดนข่มขู่เอาถึงตายถ้าบอกใคร แม่สุดทนพาลูกสาวโร่แจ้งความเอาเรื่องถึงที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZFG_N-uZnMQ    

 24,504
สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 61

สาว 15 ร้องปวีณาถูกพ่อเลี้ยงติดยาข่มขืนตั้งแต่ 10 ขวบ จนมีลูก แม่แท้ๆ เอาแต่ทำงานไม่สนใจ

ปทุมธานี-เด็กสาวอายุ 15 ปี แอบแชทเฟซบุ๊กมาที่เพจของมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี โดยมีใจความว่า ถูกพ่อเลี้ยงติดยาข่มขืนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ แม่แท้ๆ ก็ไม่สนใจไปทำงานนวดแผนไทยที่ต่างประเทศ กระทั่งตั้งท้องกับพ่อเลี้ยงจนปัจจุบันคลอดลูกสาวออกมาได้ 3 เดือนแล้ว ซึ่งพ่อเลี้ยงมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด จะข่มขืนตนอยู่บ่อยครั้ง และกักขังบังคับให้อยู่แต่ในบ้านพักในพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ตนต้องเลี้ยงลูกและอยู่กับน้องสาวต่างบิดาอีก 2 คน อายุ 10 ขวบและอายุ 4 ขวบ ถ้าวันไหนไม่ยอมให้ข่มขืน พ่อเลี้ยงก็จะระบายอารมณ์ทุบตีน้อง 2 คน เพื่อบีบบังคับให้ตนเองยอมทำตาม แถมยังใส่ร้ายบอกกับแม่และชาวบ้านว่าตนเป็นเด็กใจแตกเที่ยวเตร่ถูกข่มขืนจนท้องไม่มีพ่อ   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวพ่อเลี้ยงแล้ว ส่วนแม่ของเด็กสาวมูลนิธิปวีณาได้ประสานให้กลับมาที่บ้าน และได้รับตัวลูกสาว อายุ 10 ขวบ และ อายุ 4 ขวบ ไปฝากให้กับญาติเลี้ยงแล้ว ส่วนเด็กสาวซึ่งต้องการที่จะเรียนต่อทางบ้านพักเด็ก จ.สมุทรสาคร จะหาที่เรียนให้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gYMYqvHvmxw  

 30,566
สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 61

พ่อร้องลูกสาว ม.5 ถูกเจ้าของหอพักช็อตไฟฟ้าข่มขืน ขณะเข้าไปซ่อมฝักบัว เผยลูกสภาพจิตใจย่ำแย่

สงขลา-พ่อแม่พาลูกสาววัย 18 ปี นักเรียนชั้น ม.5 เข้าแจ้งความหลังถูกเจ้าของหอพักข่มขืน โดยผู้เป็นพ่อได้เปิดเผยว่า ลูกสาวได้เดินทางมาเรียนพิเศษที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในช่วงปิดเทอม โดยเช่าห้องอยู่กับเพื่อนอีกคนที่หอพักแถวถนนสามชัย เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่11 เมษายนที่ผ่านมา ฝักบัวห้องน้ำในห้องพักเกิดเสีย ลูกสาวจึงได้ไปแจ้งให้เจ้าของหอพักมาซ่อม ซึ่งช่วงนั้นลูกสาวอยู่ในห้องคนเดียวเพราะเพื่อนมีเรียนตอน 7 โมงเช้า จึงออกไปก่อน โดยเจ้าของหอพักซึ่งมีอายุประมาณ 40 ปี ได้หิ้วกระเป๋าเครื่องมือช่างขึ้นไปซ่อมให้ ซึ่งลูกสาวก็อยู่ภายในห้องด้วย   แต่ระหว่างนั้นเจ้าของหอพักได้เรียกลูกสาวให้ไปช่วยบิดน๊อตอ้างว่ามือใหญ่ล่วงเข้าไปไม่ได้ แต่ขณะกำลังเอื้อมมือเข้าไปได้ถูกเจ้าของหอพักใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจี้เข้าที่เอวซ้ายจนล้มลงและอ่อนแรง ก่อนที่จะถูกอุ้มตัวไปข่มขืนบนเตียงนอนโดยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้   ลูกสาวจึงได้โทรศัพท์ไปหาตนและได้พาเข้าแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ และในวันนี้ได้พาลูกสาวไปให้แพทย์ตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งทั้งรอยแผลที่ถูกช็อตและร่องรอยการถูกข่มขืนซึ่งต้องผลตรวจอีกระยะหนึ่ง ในขณะที่ขั้นตอนทางคดีทราบว่าทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกเจ้าของหอพักที่ถูกกล่าวหามาให้ปากคำแล้วและได้ติดต่อจะเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว   ทั้งนี้ พ่อของหญิงสาว ยังบอกอีกว่า คดีนี้ต้องการให้ทางพนักงานสอบสวนเร่งดำเนินคดีกับเจ้าของหอพักรายนี้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกสาว ซึ่งขณะสุขภาพจิตย่ำแย่มากเมื่อพูดหรือมีคนถามเรื่องนี้จะร้องให้ทันที และหลังจากนี้จะนำไปพบแพทย์ด้านจิตเวชอีกครั้งหนึ่งเพื่อช่วยดูแลสภาพจิตใจ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GsU8zwA7b8g  

 27,856
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
18 เม.ย. 61

รอง ผบ.ตร.บุกร้านนวด สืบปมสาวไต้หวันอ้างถูกขืนใจ ชี้สภาพร้านไม่เอื้อ ส่งเสียงอะไรได้ยินทั้งร้าน

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. นำทีม จนท.ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เข้าตรวจสอบร้านนวดแผนไทยย่านสุขุมวิท หลังนักท่องเที่ยวสาวชาวไต้หวันเข้าแจ้งความ อ้างว่าถูกพนักงานร้านนวด กระทำอนาจารและข่มขืนภายในร้าน   ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนห้องที่ให้บริการสามารถส่งเสียงถึงผู้อื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ด้านล่าง หรือชั้นบน ส่วนผู้ต้องหานั้นให้การยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์กันจริง แต่เป็นไปด้วยความสมัครใจ อย่างไรก็ตามทาง จนท.จะสอบสวนรวมถึงพิสูจน์หลักฐาน และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย   อย่างไรก็ตามการร่วมประเวณีทั้งสมยอมหรือไม่สมยอมก็ตาม ทางผู้ประกอบการต้องมีความผิดเช่นเดียวกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LCAaIOfcu1I      

 8,270

Top