ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข่มขืน"

สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ค. 62

ศาลตัดสิน คุก 21 ปี 4 เดือน 'บังนัด' ลวงเด็กหญิงวัย12 ข่มขืนในตึกร้าง ย่านรามคำแหง

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 21 ปี 4 เดือน นายสำรวย หรือ บังนัด ลวงเด็กหญิงวัย 12 ปีไปข่มขืนในตึกร้าง ย่านรามคำแหง จำเลยยอมรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษเหลือจำคุก 10 ปี 8 เดือน   วันที่ 11 ก.ค. ภายหลังเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้เบิกตัว นายสำรวย จิตรชื้น หรือ บังนัด จำเลยในคดีลวงเด็กหญิงวัย12 กระทำชำเราในตึกร้าง จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มายังศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสำรวย จิตรชื้นอายุ 43 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ    โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานเเล้ว โจทก์นำสืบข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า มารดาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.หัวหมาก ให้ดำเนินคดีกับจำเลย ซึ่งพาผู้เสียหายไปกระทำชำเราในตึกร้างย่านรามคำแหง พนักงานสอบสวน จึงพาผู้เสียหาย ไปตรวจร่างกาย ที่รพ.ตำรวจ ผลชันสูตรพบว่าภายในช่องคลอดพบบาดแผลฟกช้ำ มีรอยฉีกขาด จากนั้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เดินไปทางตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน จากการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด    ต่อมาวันที่ 17 ก.พ. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมจำเลยได้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ และกระทำชำเราเด็กไม่เกิน 13 ปี ในชั้นสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และมีการนำตัวจำเลยไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า ขณะพักอาศัยอยู่ที่ห้องพักจำเลยได้มาชักชวนผู้เสียหายกับน้องลงไปซื้อขนม จากนั้นจำเลยได้ให้น้องสาวผู้เสียหายกลับขึ้นไปยังห้องพัก และพาผู้เสียหายซ้อนท้าย รถจักรยานยนต์ไปยังอาคารร้าง ซึ่งอยู่ตรงข้าม รพ.รามคำแหง ก่อนที่จะลงมือกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยที่ผู้เสียหายไม่ยินยอม เห็นว่าผู้เสียหายเป็นเด็ก และเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่าอับอาย หากเหตุการณ์ไม่เป็นความจริงคงไม่นำมาบอกเล่าแก่มารดา เชื่อว่าผู้เสียหายเบิกความไปตามความจริงไม่ปรากฎข้อพิรุธสงสัย    อีกทั้งผลชันสูตรจากรพ.ตำรวจ ที่ระบุว่า พบว่าภายในช่องคลอดของผู้เสียหายพบบาดแผลฟกช้ำ มีรอยฉีกขาด และหลังเกิดขึ้นผู้เสียหายได้เล่าให้มารดาฟัง และได้เดินทางมาแจ้งความทันที จึงไม่มีเหตุสงสัยว่าผู้เสียหายจะกลั่นแกล้งจำเลยคดี จึงรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดข้อหาพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ และ กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี    การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ จำคุก 6 ปี, ฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี จำคุก 10 ปี เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ฐานพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ จำคุกปี 8 ปี, และฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี จำคุก 13 ปี 4 เดือน รวมจำคุก 21 ปี 4 เดือน    จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 10 ปี 8 เดือน โดยในวันนี้ไม่บว่ามีญาติ หรือ ทนายความฝั่งจำเลย เดินทางมาฟังคำพิพากษาแต่อย่างใด         อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ลุ้น! ศาลตัดสิน 'บังนัด' ลวงเด็กหญิงวัย12 ข่มขืนในตึกร้าง ย่านรามคำแหง    

 1,348
ข่าวภูมิภาค
21 มิ.ย. 62

จับร่างทรงหื่น ลวงสาวเสริมดวง ต้องแก้ผ้าลงอักขระทั้งตัวก่อนข่มขืน อ้างเหยื่อยินยอม

ขอนแก่น-ตำรวจ สภ.น้ำพอง ทำการจับกุมตัวนายสุรศักดิ์ ภักดีสุวรรณ อายุ 28 ปีข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อืน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ ตามหมายศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 200/2562   จากการสอบสวนทราบว่า นายสุรศักดิ์ หรือหมอแจ๊ค เปิดสำนักทรงเจ้าเสริมโชคชะตาให้กับผู้ที่ดวงตก หวังที่จะเสริมดวงให้มีแต่ความโชคดี โดยมีลูกค้าส่วนมากเป็นหญิงสาว ตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป โดยการให้เข้ามาในห้องที่มีเครื่องบวงสรวงภายในบ้าน   โดยในการทำพิธีหญิงสาวต้องทำการถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมดก่อนที่จะทำพิธี และจะต้องทำการลงอักขระให้ได้ทั้งตัว หลังทำพิธีเสร็จก็จะต้องทำพิธีอุดอักขระด้วยการปิดทวารร่างกายทั้งหมด ทั้ง 4 ทิศ โดยจะต้องมีการล่วงล่วงละเมิดทางเพศด้วย   ซึ่งหมอแจ๊คได้อ้างว่า ผู้ที่มาทำพิธีได้ยินยอมทุกคน และทั้งหมดที่ทำพิธีนั้น ผู้ปกครองหรือผู้ติดตามก็สามารถรับรู้ในพิธีการได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อเพราะระหว่างการทำพิธีได้มีการปิดประตูลงกลอนไม่ให้ผู้ใดเข้าไปภายในห้องแต่อย่างใด ซึ่งมีผู้เสียหายได้เข้าปากคำแล้วจำนวน 3 คน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pae2huvLFV4

 8,695
ข่าวภูมิภาค
15 มิ.ย. 62

จับ 'ไอ้เน่า' หนุ่มรับจ้างเลี้ยงวัว ใช้แอพฯแต่งภาพโปรไฟล์เฟซบุ๊กจนหน้าตาดี ลวงสาว 17 ปีไปข่มขืน

ตาก - หนุ่มรับจ้างเลี้ยงวัว ใช้แอพฯแต่งรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กขาว-หน้าตาดีเหมือนหนุ่มเกาหลี ลวงสาววัย 17 ปีไปข่มขืน โดยสาวเห็นในเฟซบุ๊กว่าหน้าตาดี ในเฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า 'พงษ์' แต่จริงๆชื่อเล่น 'ไอ้เน่า' พอสาวตกหลุมนัดไปเจอ ลวงไปข่มขืน   ล่าสุดถูกจับได้แล้วชื่อ นายณัฐพงษ์ สุขเกษม อาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว ยอมรับสารภาพ ตัวดำ ชื่อไม่ค่อยเพราะ ก็เลยเปลี่ยนทุกอย่าง แล้วก็เปลี่ยนสีผมจะได้เหมือนหนุ่มเกาหลี            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/y8A5pl8rAjM

 8,864
ข่าวต่างประเทศ
06 มิ.ย. 62

สะเทือนใจ! สาวดัตช์วัย 17 ตัดสินใจ 'การุณยฆาต' หลังถูกข่มขืนหลายครั้งตั้งแต่อายุ 11 ขวบ

เนเธอร์แลนด์ - โนอา โพโธเวน อายุ 17 ปี ตัดสินใจทำการุณยฆาต จบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายอย่างไม่เจ็บปวด และเป็นการกระทำที่ถูกกฎหมายในเนเธอร์แลนด์ ต้องการพ้นความทุกข์ทรมานจากภาวะป่วยทางจิตใจอย่างรุนแรง รวมถึงโรคซึมเศร้า   หลังถูกล่วงเกินทางเพศ และโดนข่มขืนกระทำชำเราถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 11-14 ปี เลือกจบชีวิตตัวเอง ในห้องนั่งเล่นของคลินิกการุณยฆาต โดยโพสต์ข้อความสุดท้าย แจ้งเพื่อนๆบอกว่า อย่าโน้มน้าวให้เธอเปลี่ยนใจ   ทั้งนี้ ตามกฎหมายในเนเธอร์แลนด์ ระบุให้เด็กที่มีอายุต่ำสุด 12 ปี ทำการุณยฆาตได้ แต่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ก่อนว่าอาการของผู้ป่วย ไม่สามารถเยียวยารักษาได้  

 30,278
ข่าวภูมิภาค
04 มิ.ย. 62

ล่าตัวหนุ่มสกินเฮด ข่มขืนสาวข้างกองขยะชลบุรี เคยโชว์ช่วยตัวเองให้เห็นก่อน 2 ครั้ง

ชลบุรี-เกิดเหตุหญิงสาวถูกข่มขืน บริเวณกองขยะริมถนนสุขุมวิท กม.154 เส้นทางพัทยา-สัตหีบ หมู่ 1 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ห่างริมถนนสุขุมวิทเข้าไป 5 เมตร พบผู้เสียหาย คือ น.ส.หนู (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี อาชีพเก็บของเก่าขาย กำลังอยู่ในอาการหวาดผวา   ก่อนนำเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดที่คนร้ายลงมือข่มขืน 2 จุดซึ่งห่างกันไม่มาก เบื้องต้น พบร่องรอยการต่อสู้และถุงยางอนามัยใช้แล้วที่คนร้ายทิ้งไว้ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อส่งพิสูจน์คราบอสุจิ   ด้าน น.ส.หนู ผู้เสียหาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถพ่วงข้างออกจากบ้านพัก เพื่อไปตระเวนหาเก็บของเก่า จนมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีคนร้ายเป็นชายหน้าตาดี อายุประมาณ 40 ปี ทรงผมสกินเฮด รูปร่างท้วม ผิวขาว สูงประมาณ 170 ซม. ขับรถเก๋งโตโยต้า สีบรอนซ์เทา เข้ามาจอดข้างๆ แล้วพูดว่า "รู้ไหมมาเก็บขยะตรงนี้ผิดกฎหมาย" ก่อนจะลงมาฉุดกระชากลากคอเข้าข้างทาง ซึ่งตนได้ขัดขืนแต่สู้แรงไม่ไหว   จากนั้นคนร้ายได้ถอดกางเกงยีนที่ใส่อยู่ ก่อนจะสวมถุงยางอนามัยแล้วลงมือข่มขืนบนพื้นดินข้างรถ แต่ไม่สำเร็จความใคร่ ต่อมา คนร้ายได้บังคับให้เข้าไปในป่าห่างจุดแรกประมาณ 50 เมตร แล้วลงมือข่มขืนซ้ำอีกครั้งจนสำเร็จความใคร่ ก่อนขับรถหลบหนีไปทางถนนสุขุมวิท   ผู้เสียหายให้การอีกว่า ตนจำได้ว่าก่อนหน้านี้คนร้ายเคยขับรถติดตามตนขณะเก็บของเก่า เมื่อถึงจุดที่ปลอดผู้คนก็ควักอวัยวะเพศออกมาช่วยตัวเองให้ตนเห็นถึง 2 ครั้ง แต่ที่ผ่านมาไม่ได้แจ้งความ ซึ่งครั้งนี้คาดว่าคนร้ายได้ขับรถติดตามตนมา เมื่อสบโอกาสจึงลงมือข่มขืน ส่วนที่ไม่กล้าวิ่งหนี เพราะเห็นคนร้ายพกอาวุธปืนมาในรถด้วย จึงกลัวจะถูกฆ่าปิดปาก   ด้าน ตร.ระบุ เบื้องต้นผู้เสียหายได้จดจำใบหน้าคนร้ายและป้ายทะเบียนรถได้อย่างชัดเจน ทำให้รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว อย่างไรก็ตาม จะได้ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจรักษายังรพ.สัตหีบ กม.10 ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F8gs5FeTJj4

 12,078
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ค. 62

รวบ 2 อา-หลาน ก่อคดีข่มขืนเหมือนกัน! อาเป็นอดีตพระข่มขืนยายวัย 78 ปี ส่วนหลานข่มขืนเด็ก 14

พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ กองกับการปราบปราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเปิดเผยถึงการจับกุมนายทองหล่อ ทวีบุตร อายุ 40 ปี พระหื่นที่ก่อเหตุลากหญิงชราข่มขืนในกุฏิร้าง เหตุเกิดที่อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562    และสามารถจับกุมนายอนนท์ ทวีบุตร อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นหลานชายแท้ๆ ของนายทองหล่อ ก่อคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี เหตุเกิดเมื่อปี 2560 โดยจับได้ที่หน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ ม.10 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี   โดยพันตำรวจเอกเนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับการ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม เผยภายหลังได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัว นายทองหล่อหรืออดีตพระทองหล่อ ที่ได้ใช้อาวุธมีดจี้ยายวัด 78 ปี ไปข่มขืน ขณะจำวัดอยู่ที่วัดร้างได้เพียง 10 วัน และได้ทำการสึกมาพักอาศัยอยู่กับนายอนนท์ หลานชายที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยรับจ้างขุดมันสัมปะหลัง ที่อำเภอไทรโยค เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมกลางไร่มันสำปะหลัง โดยนายทองหล่อรับสารภาพก่อนก่อเหตุได้ดื่มสุราและดูคลิปวิดีโอโป๊จนเกิดอารมณ์ จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว    นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุม นายอนนท์ ทวีบุตร หลานพระทองหล่อ ทวีบุตร ได้ ขณะติดตามจับกุมตัวพระทองหล่อนั้น ทราบว่าหลังก่อเหตุข่มขืน พระทวีบุตรได้หลบหนีไปพักอยู่กับนายอนนท์ หลานชาย จากการตรวจสอบพบว่ามีหมายจับคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีท้องที่ สภ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี จึงนำกำลังจับกุมตัวนายอนนท์ ไว้อีกคน   โดยในวันเกิดเหตุนายอนนท์ ได้เข้าไปบ้านของผู้เสียหาย ขณะพ่อแม่ของเด็กหญิงผู้เสียหายไปรับจ้างต่างหมู่บ้าน ปล่อยให้พี่น้องอยู่เพียงลำพังสามคนภายในบ้านพัก ก่อนที่จะเข้าไปข่มขืนกระทำชำเราพี่สาวคนโตอายุ 14 ปีและหลบหนี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ติดตามจับกุมขณะนายอานนท์หลบหนีมาทำงานที่โรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการส่งตัว 2 อา-หลาน ไปดำเนินคดีตามกฎหมายโดยตัวนายทองหล่อถูกส่งไปดำเนินคดีที่สภ.คลองท่อม จังหวัดกระบี่ ส่วนตัวในอานนท์ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่สภ.ห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RhISoGNSnDc

 2,540
สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 62

รวบคาวัด!! จับสึกพระหื่น หนีคดี 9 ปี รับต่อยท้องสาวลากมาข่มขืนบนกุฏิ

ตำรวจกองปราบปราม ควบคุม ตัว นายวินัย ชูกลิ่นหอม  ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ทำร้ายร่างกายและข่มขืนหญิงผู้เสียหายเหตุเกิด8 ต.ค.2553  โดยนายวินัยขณะที่บวชเป็นพระ  ได้พบเห็นผู้เสียหายเดินมาจึงเข้าไปกอด และทำร้ายร่างกายโดยใช้กำปั้นต่อยเข้าที่ท้องไปหลายทีเพื่อหวังจะข่มขืน แต่ผู้เสียหายยังมีสติจึงเป็นแกล้งตาย เพื่อหวังว่าผู้ต้องหาจะตกใจแล้วหนีไป แต่นายวินัยผู้ก่อเหตุ ซึ่งในขณะที่ก่อเหตุนั้นก็ยังบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรีก็ไม่มีทีท่าว่าจะหายหน้ามืด และเป็นจังหวะที่ชาวบ้านในระแวกนั้นเดินมาพบเห็นเข้าพอดี นายวินัยตกใจวิ่งหลบหนีเข้าไปอยู่ในป่านาน 8 วัน จนนายวินัยเห็นว่าไม่มีใครตามมา จึงได้ลาสิกขาเองโดยการถอดผ้าเหลืองออก แล้วหลบหนีมาทำงานในกรุงเทพฯ และเริ่มบวชอีกเมื่อปี 2558   จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการสืบสวนทราบว่านาย วินัย ชูกลิ่นหอม  อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ได้หลบหนีมาบวชที่วัดแห่งหนึ่งที่ จว.อุทัยธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่วัดดังกล่าวปรากฏพบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับศาลดังกล่าว   เบื้องต้น นายวินัย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังฝากเตือนผู้ที่ก่อเหตุกระทำความผิดทั้งหลายว่าหากก่อเหตุแล้วอย่าได้หลบหนีมาบวชทำให้ศาสนาเสื่อมเสียอีกเลย ให้เข้ารับโทษทัณฑ์ตามกฎหมายดีกว่า

 19,804
สังคม-อาชญากรรม
25 เม.ย. 62

กองปราบ รวบหนุ่มใหญ่ อดีตนายหน้าขายบ้าน ขืนใจเด็กหญิงลูกครึ่ง นาน 7 ปี

วันที่ 25 เม.ย. 62 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1บก.ป. พร้อมกำลัง  เข้าจับกุม นายเอนก ศรีสุวรรณ หรือนายบุญเนียม พันเลิศสุวรรณ อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน  โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยถูกจับกุมได้ที่ห้องพักแมนชั่นใน ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี   สืบเนื่องมาจากเมื่อปี 50 นายเอนกมีอาชีพเป็นนายหน้าขายบ้านมือสอง ระหว่างนั้นได้รู้จักกับ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) วัย 13 ปี ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน  โดยนายเอนก ทำทีตีสนิทในเชิงชู้สาว ก่อนจะล่อลวงมาที่บ้านพักแล้วบังคับข่มขืน ผู้เสียหายจึงจำยอมคบหากับผู้ต้องหาและมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยกันอีกหลายครั้งเป็นเวลานานกว่า 7 ปี   จนกระทั่งมารู้ความจริงว่านายเอนก มีภรรยาแล้ว แถมยังตั้งท้องกำลังจะคลอดลูก จึงเกิดความไม่พอใจ เดินทางเข้าแจ้งความเอาผิด    เบื้องต้นสอบสวนนายเอนกให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือขืนใจ ด.ญ.ลูกครึ่งจริง ตำรวจจึงคุมตัวดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป  

 11,178
ข่าวภูมิภาค
24 เม.ย. 62

สาวท้อง หวิดถูกไอ้หื่นขืนใจข้างทาง พลเมืองดีช่วยทัน จัดไปงามๆ ก่อนส่ง ตร. อ้างเมา จำอะไรไม่ได้!

วันที่ 24 เม.ย. 62 เมื่อเวลา 03.07 น. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kittisak Jackey Silapornprasert ได้โพสต์ภาพ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเมืองดี ช่วยกันจับชายที่ผู้โพสต์เผยว่ากำลังจะข่มขืนผู้หญิงข้างทาง    ความคืบหน้าล่าสุด ร.ต.อ.ขัตติยะ พลดงนอก รอง สว.สอบสวน สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น สอบปากคำ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ผู้เสียหายซุ่งถูกนายครรชิต แสนเวียง อายุ 29 ปี ก่อเหตุพยายามข่มขืนกระทำชำเรา ที่ป่าหญ้าข้างทาง ถนนมลิวรรณ ใกล้กับโรงเรียนบ้านกุดแข้ห้วยบง ต.หนองไผ่    ก่อนที่จะมีพลเมืองดีผ่านไปพบและเข้าช่วยเหลือพร้อมจับกุมผู้ก่อเหตุไว้ได้ ก่อนนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในสภาพถูกพลเมืองดีถูกรุมประชาทัณฑ์ สะบักสะบอมทั่วทั้งใบหน้า    น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย เผยว่า ตนกำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2 เดือน หลังเลิกงาน เจ้าของร้านได้พาไปเที่ยวต่อที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ซึ่งตนขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว หลังจากสถานบันเทิงปิด ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน    ขณะตนก็กำลังขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้าน เนื่องจากดึกแล้วตนจึงค่อยๆ ขับมาตามไหล่ทาง ถึงที่เกิดเหตุ มีชาย 2 คนขับขี่รถจักรยานต์ตามประกบและคนซ้อนท้ายได้กระโดดลงจากรถ มานั่งค่อมที่เบาะท้ายรถของตน ทำให้รถเสียหลักล้มลงข้างทาง ก่อนที่ 1ในคนร้ายจะ ถอนกางเกงออกและพยายามกดตนลงนอนกับพื้นหญ้าเพื่อจะข่มขืน ตนพยายามร้องให้คนช่วย โชคดีมาพลเมืองดีผ่านมา และจอดรถลงมาช่วยเหลือ ก่อนที่จะรุมกระทืบผู้ก่อเหตุและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจับกุม ช่วยเหลือ จึงรอดมาได้   ด้านนายปิยพัทธ์ บุญมาน้อย อายุ 33 ปี หนึ่งในพลเมืองดี เปิดเผยว่า ตนได้มาเที่ยวสถานบันเทิงกับเพื่อนๆ ประมาณ 6 คน ระหว่างทางกลับบ้าน พบว่ามีรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ข้างไหล่ทาง จึงพากันลงไปช่วย ขณะกำลังลงไปพบว่ามีผู้ชายหนึ่งคน ได้วิ่งหนีอย่างรวดเร็ว และข้างทางพบผู้หญิง นอนร้องขอความช่วยเหลือว่า ถูกคนร้ายกำลังจะข่มขืน และภาพที่ตนเห็นในขณะนั้นคือ คนร้ายถอดกางเกงออกกำลังจะปลุกปล้ำขืนใจ    ด้วยความโมโหจึงได้กระทืบ ก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจับกุม ซึ่งทีเเรกตนก็ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุการณ์แบบนี้ นึกว่าเป็นเหตุรถล้มลงข้างทางธรรมดา    ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นได้พูดคุยกับผู้ต้องหา ยังไม่สามารถให้การได้อ้างเเต่เพียงว่า เมื่อคืนเมาหนักจำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเองก่อเหตุอะไรมา    อย่างไรก็ตามจากพยานหลักฐาน เชื่อได้ว่าผู้ต้องหาเตรียมก่อเหตุจริงและเตรียมแจ้ง 3 ข้อหาหนัก พยายามข่มขืนกระทำชำเรา กระทำอนาจาร และทำร้ายร่างกาย ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้องศาลให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป       ภาพจาก Kittisak Jackey Silapornprasert  

 11,350
ข่าวภูมิภาค
21 ก.พ. 62

รวบหนุ่มหื่น ช่วยตัวเองหน้าห้องพัก ก่อนใช้มีดจี้สาวเพิ่งกลับจากเที่ยวเข้าห้องข่มขืน ทั้งที่เพิ่งพ้นโทษออกมา

อุบลราชธานี-พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ศิริพัฒน์ธนภาค ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี แถลงผลการจับกุม นายอภิสิทธิ์ หรือใบเบิ้ล หมื่นแก้ว อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาคดีข่มขืน ภายในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งใน ซ.ชยางกูร 14 ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี   สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 19 กพ.62 ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ โดยนายใบเบิ้ล ผู้ต้องหาไปเคาะห้องนางสาวเอ ซึ่งพักอยู่หอพักที่เกิดเหตุและเปิดไฟนอนคุยโทรศัพท์อยู่กับเพื่อนและไม่แน่ใจว่า มีคนมาเคาะห้องจริงไหม จึงไม่เปิดห้อง ก่อนวนเวียนอยู่หน้าห้อง น.ส.เอ นานกว่า 30 นาที พร้อมทำท่าคล้ายกำลังช่วยเหลือตัวเองด้วย   ระหว่างนั้น น.ส.บี ซึ่งเช่าอยู่ห้องใกล้กัน กลับจากเที่ยวกำลังเปิดประตูเข้าห้อง นายใบเบิ้ลอาศัยจังหวะเผลอใช้มีดจี้บังคับเข้าห้องไปข่มขืนจนสำเร็จความใคร่   ต่อมา น.ส.เอ ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาโพสต์เป็นอุทาหรณ์เตือนภัย ผ่านเฟซบุ๊ก PatcharakornPangnuan และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีทางกฎหมายจนได้ รวมทั้งยังทราบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุมาแล้วหลายคดี โดยสามารถบุกเข้าไปข่มขืนหญิงสาวตามหอพักต่างๆ และได้ติดคุกและพ้นโทษออกมายังไม่สำนึกผิด   ยังออกมาก่อเหตุตระเวนบุกหอพักที่มีหญิงสาวอาศัยเพียงลำพัง เพื่อทำการข่มขืน ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนทำจริง ทั้งนี้ผู้ต้องหายังเป็นทหารเกณฑ์ในค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี อีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/htYq3M_5SEs

 19,792
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.พ. 62

รวบหนุ่มสเปน บังคับใส่กุญแจมือ-กัดคอสาวไทย ก่อนข่มขืนคาคอนโดย่านทองหล่อ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมตำรวจ สน.ทองหล่อ แถลงจับกุม นายจอร์จ วาซ์เกซ โลเปซ ชาวสเปน อายุ 30 ปี   ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริเวณ คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ย่านทองหล่อ   จากการสอบปากคำพบว่า ผู้เสียหายเป็นหญิงชาวไทยได้นัดกลุ่มเพื่อนไปดื่มกินและสังสรรค์ ในสถานบันเทิงย่านทองหล่อ จากนั้นได้เดินทางไปที่คอนโดของผู้ต้องหา ระหว่างนั้นผู้เสียหายได้ขอเข้าห้องน้ำ เมื่อออกมาก็พบว่าเพื่อน ๆ ต่างแยกย้ายกันกลับ เหลือเพียงผู้ต้องหากับผู้เสียหาย   จากนั้นผู้ต้องหาชาวสเปน บังคับใช้กำลังเครื่องพันธนาการ หรือกุญแจมือ กับผู้เสียหาย ก่อนจะข่มขืน และทำร้ายร่างกาย ด้วยการกัดที่คอของผู้เสียหาย กระทั่งสำเร็จความใคร่ก่อนหลบหนีไป และตำรวจติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด   จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ เดินทางเข้าออกประเทศไทย 38 ครั้ง ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ม.ค.62 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบว่าได้รับวีซ่า ประเภทไทยไพรวิลเลจ์ การ์ด (Thai Privilege Card) และจะครบกำหนดอนุญาตในวันที่ 31 ธ.ค. 2562 จากประวัตินายจอร์จ ประกอบอาชีพเป็น Internet Marketing อยู่ในประเทศสเปน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HG2JUx6dRa0

 4,898
สังคม-อาชญากรรม
18 ธ.ค. 61

พ่อช้ำใจ ลูกสาวโดนวัยรุ่น 5 คนรุมโทรม ญาติหนึ่งในผู้ก่อเหตุอ้างเป็น อบต.เสนอเงินให้เรื่องจบ

วันที่ 18 ธ.ค.61 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปพร้อมเล่าเรื่องราวว่าลูกสาวตนเองถูกวัยรุ่น 5 คน ฉุดไปรุมโทรม โดยระบุข้อความว่า ‘อยากเตือนภัย ชาวสระบุรีนะครับ บ้านเราอยู่ยากแล้ว เหตุเกิดกับลูกสาวผมเองซึ่งโดนวัยรุ่น 5 คนนี้ ฉุดไปรุมโทรม ข่มขืน เรื่องราวรายระเอียดเป็นยังไงอันนี้ผมไม่รู้และ ไม่อยากรู้ด้วย ผมรู้แค่ลูกผมเดินอยู่ข้างถนนแล้ว วัยรุ่นพวกนี้ ฉุดเข้าไปในร้าน ทุกอย่าง 20 แล้วร่วมกันกระทำชำเรา แค่นี้ครับ   จากในคลิปจะมี 2 ช่วง ช่วงแรกคือตอนประมาน 5 ทุ่ม ของวันที่ 16/12/2561 ซึ่งตอนนั้น ผมอยู่ กทม. เพื่อนก็โทรมาบอกว่าลูกสาวเราถูกข่มขืน แต่จับตัวเด็กที่ทำใด้หมดแล้วตอนนี้ กำลังเคลียร์กับพ่อแม่ของเด็กทั้ง คนนี้อยู่   จากที่ฟัง ๆ มาก็ประมานว่า หนึ่งในนั้นมีชายคนหนึ่ง เป็นญาติของเด็กทั้ง 5 คน อ้างว่าตัวเองเป็น อบต. แล้วจะมายัดเงินให้เพื่อให้เรื่องจบ ไม่ต้องแจ้งความไม่ต้องถึงโรงพักจากตอนแรก บอกให้ 30,000 คุยไปคุยมาต่อ10,000 ซึ่งตอนนั้น ผมไม่อยู่ในเหตุการณ์ ผมก็โทรคุยกับเพื่อน ก็บอกว่าให้แจ้งความเลย ไม่เอาเงินจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่ทางเพื่อนก็ตัดสินใจอะไรไม่ใด้ ก็รอจนกว่าผมมาถึง ให้ผมมาเคลียร์เอง   คลิปต่อมา คือตอนนั้นผมมาถึงแล้ว ประมาน ตี 2 ก็เห็นเด็ก 5 คนที่กระทำ นั่งเรียงกันอยู่บนโต๊ะหินอ่อน ก็ควบคุมความโมโหของตัวเองไม่ใด้ ผมใชได้เตะเด็กคนนึงสลบไปคาตีน อีกคนคิ้วแตก พ่อเด็กโดนตบหน้าไปทีนึง ขอหาไม่สั่งสอนลูก แล้วส่วนคนที่อ่างตัวว่าเป็น อบต. ผมก็กระทืบไปอีกชุดนึง ข้อหารู้มาก ออกอุบายเล่ห์เหลี่ยมหลังจากนั้น ก็ส่งตัวขึ้นโรงพัก ลูกสาวผมไปตรวจภายในที่ ร.พ.ระรี ผลตรวจภายในเป็นหนักมาก   หลังจากเรื่องจบ ตำรวจโทรมาว่า พ่อแม่เด็กที่โดนผมกระทืบไปไม่ยอมแจ้งความผมกลับข้อหาทำร้ายร่างกายต่างๆ ผมยอมรับผิด ทุกข้อกล่าวหานะครับ และคลิปนี้ คือคลิปหลักฐานที่ผมได้ทำ เชิญคุณเอาคลิปนี้มามัดตัวผมใด้เลย ผมรับสารภาพ ทุกอย่าง    ล่าสุด เมื่อเช้า ตำรวจโทรหาผม คุยประมาณว่า เป็นห่วงอนาคต เด็ก 5 คน นั้น เหมือนจะให้ผมไม่เอาเรื่อง ผมก็งงตอนนี้กลัวว่าทาง อบต. จะมีเส้นสาย มีเล่ห์เหลี่ยมฝากโซเชียลช่วยด้วย และได้ปล่อยตัวเด็กทั้ง 5 คนไปแล้ว ผมก็ถามทำไมถึงปล่อยพี่ตำรวจบอกว่า ไม่มีหน้าที่ที่จะจับกุม    

 75,264
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 ธ.ค. 61

พ่อช้ำใจ ลูกสาวโดนวัยรุ่น 5 คนรุมโทรม ญาติหนึ่งในผู้ก่อเหตุอ้างเป็น อบต.เสนอเงินให้เรื่องจบ

วันที่ 18 ธ.ค.61 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปพร้อมเล่าเรื่องราวว่าลูกสาวตนเองถูกวัยรุ่น 5 คน ฉุดไปรุมโทรม โดยระบุข้อความว่า ‘อยากเตือนภัย ชาวสระบุรีนะครับ บ้านเราอยู่ยากแล้ว เหตุเกิดกับลูกสาวผมเองซึ่งโดนวัยรุ่น 5 คนนี้ ฉุดไปรุมโทรม ข่มขืน เรื่องราวรายระเอียดเป็นยังไงอันนี้ผมไม่รู้และ ไม่อยากรู้ด้วย ผมรู้แค่ลูกผมเดินอยู่ข้างถนนแล้ว วัยรุ่นพวกนี้ ฉุดเข้าไปในร้าน ทุกอย่าง 20 แล้วร่วมกันกระทำชำเรา แค่นี้ครับ   จากในคลิปจะมี 2 ช่วง ช่วงแรกคือตอนประมาน 5 ทุ่ม ของวันที่ 16/12/2561 ซึ่งตอนนั้น ผมอยู่ กทม. เพื่อนก็โทรมาบอกว่าลูกสาวเราถูกข่มขืน แต่จับตัวเด็กที่ทำใด้หมดแล้วตอนนี้ กำลังเคลียร์กับพ่อแม่ของเด็กทั้ง คนนี้อยู่   จากที่ฟัง ๆ มาก็ประมานว่า หนึ่งในนั้นมีชายคนหนึ่ง เป็นญาติของเด็กทั้ง 5 คน อ้างว่าตัวเองเป็น อบต. แล้วจะมายัดเงินให้เพื่อให้เรื่องจบ ไม่ต้องแจ้งความไม่ต้องถึงโรงพักจากตอนแรก บอกให้ 30,000 คุยไปคุยมาต่อ10,000 ซึ่งตอนนั้น ผมไม่อยู่ในเหตุการณ์ ผมก็โทรคุยกับเพื่อน ก็บอกว่าให้แจ้งความเลย ไม่เอาเงินจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่ทางเพื่อนก็ตัดสินใจอะไรไม่ใด้ ก็รอจนกว่าผมมาถึง ให้ผมมาเคลียร์เอง   คลิปต่อมา คือตอนนั้นผมมาถึงแล้ว ประมาน ตี 2 ก็เห็นเด็ก 5 คนที่กระทำ นั่งเรียงกันอยู่บนโต๊ะหินอ่อน ก็ควบคุมความโมโหของตัวเองไม่ใด้ ผมใชได้เตะเด็กคนนึงสลบไปคาตีน อีกคนคิ้วแตก พ่อเด็กโดนตบหน้าไปทีนึง ขอหาไม่สั่งสอนลูก แล้วส่วนคนที่อ่างตัวว่าเป็น อบต. ผมก็กระทืบไปอีกชุดนึง ข้อหารู้มาก ออกอุบายเล่ห์เหลี่ยมหลังจากนั้น ก็ส่งตัวขึ้นโรงพัก ลูกสาวผมไปตรวจภายในที่ ร.พ.ระรี ผลตรวจภายในเป็นหนักมาก   หลังจากเรื่องจบ ตำรวจโทรมาว่า พ่อแม่เด็กที่โดนผมกระทืบไปไม่ยอมแจ้งความผมกลับข้อหาทำร้ายร่างกายต่างๆ ผมยอมรับผิด ทุกข้อกล่าวหานะครับ และคลิปนี้ คือคลิปหลักฐานที่ผมได้ทำ เชิญคุณเอาคลิปนี้มามัดตัวผมใด้เลย ผมรับสารภาพ ทุกอย่าง    ล่าสุด เมื่อเช้า ตำรวจโทรหาผม คุยประมาณว่า เป็นห่วงอนาคต เด็ก 5 คน นั้น เหมือนจะให้ผมไม่เอาเรื่อง ผมก็งงตอนนี้กลัวว่าทาง อบต. จะมีเส้นสาย มีเล่ห์เหลี่ยมฝากโซเชียลช่วยด้วย และได้ปล่อยตัวเด็กทั้ง 5 คนไปแล้ว ผมก็ถามทำไมถึงปล่อยพี่ตำรวจบอกว่า ไม่มีหน้าที่ที่จะจับกุม    

 75,264
สังคม-อาชญากรรม
04 ธ.ค. 61

รวบแล้ว หนุ่มก่อสร้างลวงแหม่มสาวไปขืนใจ หลังหนีไปกบดานบ้านญาติ

ตำรวจชุดสืบสวน บก.น.6 ได้จับกุมตัวนายอาณัติ อุดดี  อายุ 34 ปี ช่างก่อสร้าง ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ก่อเหตุขืนใจนักท่องเที่ยวสาวชาวนิวซีแลนด์ วัย 29 ปี บริเวณไซต์งานก่อสร้าง ถนนเฟื่องนคร ได้แล้ว หลังพบว่าหนีกบดานบ้านญาติในตำบลหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดย ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตัวไปยัง สน.สำราญราษฎร์ และจะสอบสวนในคืนนี้แล้วนำตัวให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.แถลงข่าวในวันพรุ่งนี้เวลาประมาณ 10.00 น.

 8,718
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ย. 61

รวบคนขับรถตู้หื่น ขืนใจ ด.ญ. 2 พี่น้องขณะขับรถรับ-ส่งนร. 'ปวีณา' แนะ ควรมีครูนั่งมาด้วย

 ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ ได้จับกุม นายณัฐวุฒิ จำเริญ อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถตู้รับส่งนักเรียน และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล หลังมีผู้ปกครองของเด็กอายุ 12 และ 14 ปี เข้าแจ้งความว่าเด็กทั้งคู่ถูกนายดำ กระทำอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเราบนรถตู้ระหว่างไปส่งที่โรงเรียน และช่วงรับกลับบ้าน โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา กระทำอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเราแก่เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และไม่เกิน 15 ปี ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป    จากนั้น นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี พา ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี และด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี สองพี่น้อง เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม    นางปวีณา กล่าวว่า จากการสอบปากคำเด็กโดยมีสหวิชาชีพอยู่ด้วยทราบว่า ปกติเด็กทั้งคู่จะโดยสารรถตู้คันดังกล่าวไปโรงเรียนและกลับบ้าน โดยรถตู้คันดังกล่าวไม่ได้เป็นรถของโรงเรียน และช่วงที่รับส่งจะมีครูนั่งมาด้วยบางครั้ง     โดยปกติ คนพี่อายุ 14 ปี จะนั่งด้านหน้าและจะส่งบ้านเป็นคนสุดท้าย ซึ่งนายณัฐวุฒิจะออกอุบายหลอกล่อให้เล่นเกมส์ รวมทั้งซื้อขนมให้กินจนหลงเชื่อ จากนั้นนายณัฐวุฒิได้กระทำอนาจาร ทั้งจับหน้าอก และกอดจูบบนรถ จากนั้นได้นัดให้ออกมาเจอกันที่สวนหย่อมของหมู่บ้านก่อนจะลงมือข่มขืนด้วย โดยเด็กเกิดความอับอายจึงไม่กล้าบอกผู้ปกครอง    นางปวีณา กล่าวต่อว่า จากนั้นนายณัฐวุฒิได้บอกให้สลับเอา ด.ญ.บี คนน้องอายุ 12 ปี มานั่งข้างหน้าและใช้อุบายหลอกล่อจนโดนกระทำอนาจารเช่นกัน ด.ญ.บี จึงมาถาม ด.ญ.เอ ว่าโดนเหมือนกันหรือไม่ พอทราบว่าโดนเหมือนกันจึงเอาเรื่องไปฟ้องครูและบอกพ่อแม่จนมีการแจ้งความและร้องเรียนไปยังมูลนิธิเพื่อร้องขอความเป็นธรรม     โดยหลังแจ้งความพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวเหยื่อไปตรวจเช็คร่างกายที่ รพ.ตำรวจ จนทราบว่า ด.ญ.เอ พบร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศจริง ก่อนทางเจ้าหน้าที่จะขออนุมัติศาลออกหมายจับนายณัฐวุฒิ และสามารถควบคุมตัวได้ในที่สุด     โดยหลังจากนี้ทางมูลนิธิปวีณาฯ จะดูแลทางด้านสภาพจิตใจของเด็กทั้ง 2 ราย อย่างใกล้ชิด เพราะทั้งคู่ต่างอยู่ในอาการหวาดกลัวและต้องการย้ายโรงเรียน ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นนี้อยากเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียน และต้องมีครูนั่งไปด้วยทุกครั้ง เพราะกรณีนี้ทราบว่าไม่มีครูนั่งมาด้วย    ด้าน พ.ต.อ.วราวัชร์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ กล่าวว่า การสอบปากคำผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่ในทางคดีมั่นใจว่าจะสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน เนื่องจากมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คือผลตรวจร่างกายของผู้เสียหายทั้ง 2 ราย อีกทั้งผลการตรวจยังระบุว่า มีร่องรอยถูกข่มขืนและกระทำอนาจาร รวมทั้งพยานแวดล้อมต่างๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/m89iZW0fbq4

 30,102

Top