ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข่มขืน"

ข่าวภูมิภาค
26 พ.ย. 61

รวบแล้ว! ‘นายบัติ’ ข่มขืนหญิงชราป่วยติดเตียง หนีโผล่เมืองกาญฯ เตรียมบวช

จากกรณีนายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี  ก่อเหตุข่มขืนหญิงอายุ 73 ปี นอนป่วยติดเตียง โดยก่อเหตุภายในชุมชนย่านคลองเตย พื้นที่ สน.ท่าเรือ ก่อนหลบหนีไป ซึ่งต่อมาตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้   ความคืบหน้า วันที่ 26 พ.ย. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรไทรโยค นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมตัวนายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี ที่หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านเพื่อนในพื้นที่อำเภอไทรโยค    ก่อนที่ในเวลา 19.30 นาฬิกา วันที่ 25 พ.ย. 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รับแจ้งจากเจ้าอาวาสวัดลุ่มสุ่มว่า มีบุคคลลักษณะคล้ายคนในหมายจับมาขอบวชที่วัด เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ แต่นายสมบัติไหวตัวทันและหลบหนีการจับกุมไป    เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจ วางกำลังดักซุ่มจับกุมตัวนายสมบัติอยู่ภายในวัด เนื่องจากเชื่อว่านายสมบัติจะต้องหวนกลับมาที่วัดอีก กระทั่ง เวลา 07.45 น. วันนี้ นายสมบัติได้แอบกลับเข้ามาภายในวัดอีกครั้ง จึงถูกเจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มอยู่กับกุมตัวได้ในที่สุด    หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายสมบัติ ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ นำตัวกลับไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป     

 6,788
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 61

รวบหนุ่มเปิดเฟซบุ๊กหลอกสาวทำงานที่เกาหลี ก่อนลวงเหยื่อเข้ารีสอร์ตข่มขืน-เชิดเงินหนี

วันที่ 25 พ.ย. 61 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.จักรพันธุ์ กิตติสิริพรกุล ผกก.สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายธีรภัทร โสทอง อายุ 23 ปี ตามหมายจับ ของศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.495/2561 ในข้อหา กระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยจับกุมได้ ภายในอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งผู้ต้องหาเป็นลูกจ้างอยู่ในอู่ซ่อมรถ   สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 61 ได้มีผู้เสียหายเป็นหญิงได้เดินทางเข้าแจ้งความว่าถูกคนร้ายเป็นชายใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ ‘จัดหาอะไหล่ตามต้องการ ช่างอาทรับจำนำรถทุกชนิด’ ลงโฆษณาว่าสามารถพาไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ จึงหลงเชื่อโดยนัดหมายกับคนร้ายที่ห้างฯ เพื่อจ่ายค่าดำเนินการในราคา 5,000 บาทจากนั้นคนร้ายได้ทำทีขอยืมโทรศัพท์มือถือราคาประมาณ 10,000 บาทของผู้เสียก่อนหลบหนีไป   ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 61 ได้มีผู้เสียหายเป็นหญิงอีก 1 ราย เดินทางเข้าแจ้งความว่าได้หลงเชื่อคนร้ายที่ใช้เฟซบุ๊กในชื่อเดียวกันว่าสามารถพาผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ จึงได้นัดหมายกับคนร้ายที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ก่อนส่งมอบเงินให้คนร้ายจำนวน 10,000 บาท    จากนั้นก็ถูกคนร้ายล่อลวงให้หลงเชื่อว่า จะมีแรงงานรายอื่นเข้าพัก เพื่อรอตั๋วเครื่องบิน และจะนำไปส่งขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิพร้อมกัน ทำให้หลงเชื่อ และพักที่รีสอร์ทดังกล่าว ก่อนจะถูกคนร้ายข่มขืนกระทำชำเรา และกักขังไว้ในห้องน้ำ และหลบหนีไป    จากการขยายผลทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ เพิ่งเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่อู่ซ่อมรถ ใน จ.ชลบุรี ได้เพียง 1 เดือน ได้ใช้เฟซบุ๊กหลอกลวงหลอกขายสินค้าอะไหล่รถยนต์ โดยมีผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อ และโอนเงินเข้ามา มีมูลค่าความเสียหายแล้วประมาณ 180,000 บาท อีกด้วย  

 6,813
สังคม-อาชญากรรม
25 พ.ย. 61

เร่งล่า! ชายวัย 54 ข่มขืนหญิงชราป่วยติดเตียง ยังหนีลอยนวล

วันที่ 24 พ.ย. 61 พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 ได้รับแจ้งว่ามีเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน จาก พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.ท่าเรือ ว่าเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 61 มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ว่ามีคนร้ายเป็นชายสูงวัยก่อเหตุข่มขืนหญิงชราที่ป่วยนอนติดเตียง แล้วหลบหนีไป   โดยเรื่องราวดังกล่าวได้รับแจ้งจาก น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี ซึ่งเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ สน.ท่าเรือ ว่าเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 61 เวลาประมาณ 20.00 น. ตนได้สังเกตุอาการของ นางบี (นามสมมติ) อายุ 73 ปี ผู้เป็นแม่ที่ป่วยต้องนอนรักษาตัวติดเตียงที่บ้านพัก ภายในชุมชนย่านคลองเตย มีอาการเครียด และหวาดกลัวตลอดเวลาตนจึงสอบถามผู้เป็นแม่ จึงทราบว่าสาเหตุที่มีอาการเครียดเกิดจากเมื่อกลางดึกของวันที่ 17 พ.ย.61 ที่ผ่านมา “ไอ้บัติ มันใช้กำลังข่มเหงแม่ โดยทำการข่มขืนแม่ และหลบหนีไป”   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบสอบปากคำพยานแวดล้อมและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า คนร้ายเป็นชายชราสูงวัยรูปร่างสูงผอม ชื่อนายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี ซึ่งอาศัยภายในชุมชนเดียวกับผู้เสียหาย ตรวจสอบพบมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเป็นคนรู้จักกับลูกเขยนางบี (นามสมมติ) โดยก่อนเกิดเหตุ ทางลูกเขยได้ชักชวนนายสมบัติมาร่วมกันเสพยาที่บ้านหลังเกิดเหตุ กระทั่งเมาได้ที่ นายสมบัติได้แอบเข้าไปข่มขืนผู้เสียหายและหลบหนีไป   จากเหตุการณ์ดังกล่าวประชาชนได้นำพฤติกรรมของคนร้ายไปตีแผ่ ลงในสังคมออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนเฝ้าระวังเป็นหูเป็นตา เนื่องจากยังมีผู้พบเห็นคนร้ายรายนี้ยังลอยนวล และได้มีผู้พบเห็น ว่าไปปรากฎตัวที่ย่านพระประแดง กระทั่งเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 61 ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้   ด้าน พล.ต.ต.มงคล เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่สะเทือนขวัญประชาชน ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามทางตำรวจ ฝ่ายสืบสวน อยู่ระหว่างเร่งกดดัน ขอยืนยันว่าจะต้องติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้  

 8,776
ข่าวภูมิภาค
20 พ.ย. 61

ตำรวจซ้อนแผนรวบหนุ่มรัสเซีย แชทลวง ด.ญ. 10 ขวบ หวังขยี้กาม

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 61 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ ผกก. ตม.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก. สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา และกำลังชุดสืบสวน ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายเดนิส กาลินลอฟ (MR.DENIS GALINKOV) อายุ 30 ปี สัญชาติ รัสเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 520/2561 ลงวันที่ 19 พ.ย.61 ในฐานความผิด ‘พยายามพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง เพื่อการอนาจารฯ’ โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณตลาดขวัญเมือง ริมหาดจอมเทียน ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี   พล.ต.ต.นันทชาติ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา ครอบครัวชาวรัสเซีย โดยมารดาของ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 10 ปี ได้เข้าขอความช่วยเหลือกับตำรวจ ตม.ชลบุรี ว่าได้นายเดนิส เข้ามาพูดคุยกับ ด.ญ.เอ ผ่านแอปพลิเคชั่น VIBER ซึ่งในระยะแรกได้สอบถามเรื่องทั่วไปตามปกติ แต่ภายหลังได้พูดคุยและชักชวนให้มาร่วมเพศ   สัมพันธ์ จากนั้นพยายามรบเร้าให้ ด.ญ.เอ ออกไปพบ รวมถึงได้มีการยั่วยุด้วยการ ถ่ายรูปอวัยวะเพศ พร้อมโอ้อวดว่าของตัวเองนั้นใหญ่กว่าคนอื่น หากถ้าได้ร่วมเพศจะทำให้เกิดความสุขถึงขั้นสุงสุด   ต่อมามารดา ได้เห็นข้อความที่ลูกสาวแชทพูดคุยกับนายเดนิส จึงได้ขอความช่วยเหลือกับตำรวจ จากนั้นตำรวจจึงสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ หลังจากศาลอนุมัติหมายจับ ตำรวจจึงได้ซ้อนแผนนำโทรศัพท์มือถือของ ด.ญ.เอ มาแชทลวงให้นายเดนิส ออกมาพบที่บริเวณริมหาดจอมเทียน ก่อนจะถูกตำรวจเข้าจับกุมได้ในที่สุด    เบื้องต้น นายเดนิส ให้การอ้างว่า ไม่ได้แชทคุยกับมารดาไม่ใช่ลูกสาว ทั้งนี้ ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ จึงควบคุมตัว นายเดนิส ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป  

 4,354
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ย. 61

‘หมอสูตินารี’ ปฏิเสธข้อกล่าวหาข่มขืนคนไข้ระหว่างตรวจภายใน ตร.แจ้งเบื้องต้น 2 ข้อหา

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก ทนายนิด้า ได้โพสต์เรื่องราว ว่ามีคนไข้ถูกหมอข่มขืนกระทำชำเรา ขณะตรวจภายในโดยหมอคนดังกล่าวอ้างว่าใช้ของปลอมสอดใส่ไม่ได้ใช้ของตัวเอง แต่กลับใส่ถุงยางอนามัยให้ของปลอมด้วย โดยอ้างอีกว่าเป็นการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศให้ฮอร์โมนหลั่งออกมาเพื่อลดความเจ็บปวด    ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊กทนายนิด้า ยังเผยอีกว่า จะเดินหน้าลุยคดีโดยไม่สนคำร้องของหมอที่ขอโอกาสให้ยุติการดำเนินคดี เพื่อที่จะได้ดูแลคนไข้คนอื่นต่อไป   ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว วันนี้ (15 พ.ย.) ที่ จ.นครสวรรค์ หมอสูตินารีคนดังกล่าว ได้เข้าพบ พ.ต.ท.บุญเชิด จันทร์มณี รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ตามหมายเรียก หลังหญิงสาวชาวจังหวัดอุทัยธานีอายุ 28 ปี ได้เข้าแจ้งความโดยอ้างว่าถูกหมอสูตินารีคนดังกล่าวกระทำการอนาจารและข่มขืน โดยหมอสูตินารีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย   ด้านหญิงสาวคนดังกล่าวได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2561 เวลาประมาณ 19.00 น. มีอาการปวดท้องจึงได้ไปหาหมอที่คลินิกสูตินารีในเมืองปากน้ำโพ เพื่อให้หมอดูอาการ โดยหมอได้ให้ไปเปลี่ยนใส่ผ้าถุงของคลินิกแล้วเข้าห้องตรวจนอนบนเตียงขาหยั่ง เพื่อตรวจภายใน    จากนั้นหมอได้ล็อคประตูห้องตรวจ ปิดไฟ จากนั้นก็เริ่มทำการตรวจโดยการใช้กล้องส่อง และอธิบายภายในของอวัยวะเพศที่แสดงผลบนจอภาพ หลังจากนั้นหมอได้ยืนขึ้นในลักษณะประชิดตัวแล้วนำเอาอวัยวะเพศชายเอามาถูตรงอวัยวะเพศของตนเองพร้อมทั้งเอามือกดลงที่ตรงท้องน้อย และตนเองก็บอกว่ารู้สึกเจ็บ จากนั้นหมอก็โน้มตัวลงมาหาตนเองลักษณะทับเลย พร้อมทั้งเอาปากมาเป่าลมที่บริเวณลำคอ ตนเห็นว่าไม่ใช่การตรวจแล้วจึงผลักออกไป แล้วตนเองก็ออกไปเปลี่ยนชุดจ่ายเงินแล้วกลับบ้านไป    ส่วนอาการปวดท้องนั้นยังไม่หายจึงได้เข้าไปหาหมออีกครั้งในวันที่ 21 ก.ย. 2561 หมอก็ทำลักษณะเดิมแต่ครั้งนี้ได้มีการซอกคอด้ายซ้าย และเอาอวัยวะเพศเข้าไปในช่องคลอดของตนเอง และมีการขยับเข้าออก โดยปากก็มีการจูบอยู่ประชั่วครู่คาดว่าน่าจะเสร็จกิจแล้ว หมอจึงลุกออกจากตัวของตนเองไป จึงได้เข้ามาแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 61 เพื่อไม่อยากให้ใครได้รับความเสียหายแบบนี้อีก   ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อหมอสูตินารี ว่ากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั่นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้บุคคลนั่นเข้าใจผิดว่า ตนเป็นบุคคลอื่น และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั่นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้  

 40,451
สังคม-อาชญากรรม
26 ต.ค. 61

น้าเขย ข่มขืนหลานสาววัย 12 ปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา ภรรยาเตรียมยื่นขอประกันตัว

น้าเขยข่มขืนหลานสาววัย 12 ปี ปธิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขณะภรรยาจะขอยื่นประกันตัวเพื่อพิสูจน์ความจริง ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนที่นำลูกศิษย์เข้าแจ้งความ ไม่วิตกกังวลใดๆถ้าถูกฟ้องร้องกลับจากเรื่องดังกล่าว   หลังเจ้าหน้าที่กองปราบปราม จับกุม นายสมพงษ์ จิตหาญ อายุ 31 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดอุบลราชธานี หมายจับที่ จ 286/2561 ข้อหา“ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งเด็กนั้นอยู่ในความปกครองของตน” ได้ภายในซอยเพชรเกษม 6 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กทม.เมื่อ 25 ตค.2561 ที่ผ่านมา   วันนี้(26 ตค.2561) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรโนนกุง ไปรับตัว นายสมพงษ์ จิตหาญ ที่กองปราบ มาส่งให้กับ พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ จันทร์เต็ม ร้อยเวรเจ้าของคดีเพื่อสอบปากคำ โดยผู้ต้องหา ปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา ว่าไม่ได้ข่มขืนหลานสาวของตัวเอง และจะดำเนินคดีกับ นายสมศักดิ์ ศรีทะโน ผู้อำนวยการของโรงเรียนร่องข่า ต.โนนกุง อ.ตระการพืชผล ให้ถึงที่สุด เพราะเป็นคนที่พา ด.ญ.เอไปแจ้งความโดยพลการ จนทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง    ด้านนางตรีรัตน์ แสงแดง ภรรยาของผู้ต้องหา ได้เดินทางมาเยี่ยมสามีพร้อมกับลูกสาว ก็ปฎิเสธไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน แต่ถ้าเป็นจริง ตนก็ยอมรับได้ แต่จะขอยื่นประกันตัวสามี ออกมาพิสูจน์ความจริง   ด้านนายสมศักดิ์ ศรีทะโน ผู้อำนวยการของโรงเรียนร่องข่า เผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ตนมั่นใจในพยานหลักฐานที่รวบรวมส่งให้กับพนักงานสอบสวน จนออกหมายจับกุมตัวนายสมพงษ์ จิตหาญ มาดำเนินคดี ตนไม่กังวลใดๆ ทำเพื่อลูกศิษย์ เพื่ออนาคตของลูกหลาน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของเดนคนแบบนี้อีกต่อไป ซึ่งทางโรงเรียนมีระบบช่วยเหลือดูแลนักเรียนอย่างเข้มแข็งเพื่อป้องกันสิทธิเด็กอย่างเต็มที่ หากนายสมพงษ์ฯจะฟ้องผม ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ห้ามไม่ได้ แต่เรื่องจริงคือเรื่องจริง ทางตัวผม ครูและบุคลากรทางศึกษาทุกคน พร้อมต่อสู้เพื่อลูกศิษย์เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด   ส่วนบรรยากาศทั่วไปที่โรงเรียนร่องข่า ขณะนี้อยู่ในห้วงปิดภาคเรียน มีเพียงครูเวร และยามเฝ้ารักษาความปลอดภัยเท่านั้น

 7,751
สังคม-อาชญากรรม
17 ต.ค. 61

คุมตัว ‘ท็อป’ แชทลวงสาว 19 ข่มขืน ฝากขังศาลค้านประกัน เจ้าตัวยังยืนกรานปฏิเสธ

คุมตัว ‘ท็อป’ แชทลวงสาว 19 ข่มขืน ฝากขังศาลค้านประกัน เจ้าตัวยังยืนกรานปฏิเสธ   จากกรณีนายศาสฑฎา บัวทอง หรือท็อป อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุแชทเฟซบุ๊กลวงสาววัย 19 ปี ไปขังในบ้านหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านมหาดไทย 2 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา แล้วลงมือบังคับข่มขืน ก่อนตบตีเพื่อชิงทรัพย์   ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันจับกุมตัวนายท็อป ขณะหลบหนีไปอยู่ ที่อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และนำตัวมาทำการสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลตลิ่งชัน   ล่าสุด วันนี้ (17 ต.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนนายท๊อป ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน และมารดา มาสอบปากคำอีกครั้ง ก่อนจะนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน โดยผู้ต้องหาและมารดา มีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด และผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เหมือนเช่นที่ให้การตั้งแต่ถูกจับกุม กระทั่งชั้นพนักงานสอบสวนก็ยังคงให้การปฏิเสธ แต่รับเพียงว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น จึงไม่มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพใดๆ    นอกจากนี้หลังจากการสอบปากคำเสร็จสิ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกมาจากห้องสอบสวน และนำขึ้นรถคุมขังโดยไม่มีการให้สัมภาษณ์ใดๆ    ทั้งนี้ มีรายงานจากฝ่ายสืบสวนว่า ขณะที่ชุดจับกุมกำลังจะนำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหานั้น ผู้ต้องหามีพฤกติการณ์หลบหนี แต่หนีไม่รอด จึงตัดสินใจมอบตัวกับชุดจับกุมแทน เพื่อหวังจะได้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นภัยอันตรายต่อสังคม ทางพนักงานสอบสวนจึงมีความเห็นคัดค้านการประกันแนบท้ายสำนวนส่งศาล เพราะอัตราโทษสูง และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี    ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหาก่อเหตุเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว หากใครมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหารายนี้ สามารถแจ้งได้ที่ สน.ตลิ่งชัน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง รวบแล้ว หนุ่มแชทลวงสาว 19 ข่มขืน จ่อคุมตัวทำแผน เจ้าตัวยันให้การในชั้นศาลเท่านั้น  

 1,705
ข่าวภูมิภาค
21 ก.ย. 61

สาววัย 21 แจ้งความถูกอดีตสามีอิหร่านอุ้มขึ้นรถ ใส่กุญแจมือ-ปิดปากขังคอนโด-จับโกนหัว-ข่มขืน

พัทยา-สาววัย 21 ปี โร่แจ้งความถูกอดีตสามีชาวอิหร่าน ชึ่งเคยคบหากันมาประมาณ 1 ปี และเลิกลากันไปเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว บุกอุ้มขึ้นรถกลางวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้   ระหว่างนั้นตนร้องขอความช่วยเหลือ จนมีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆเห็นเหตุการณ์ พยายามเข้าไปช่วย แต่ถูกลูกน้องของอดีตสามี 2 คน เข้าไปห้ามไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะบอกว่าเป็นเรื่องของสามีภรรยา และยังถูกลูกน้องของอดีตสามีทำร้ายร่างกายจึงไม่กล้าช่วยเหลือ   จากนั้นได้พาตัวมากักขังไว้ที่คอนโดฯย่านจอมเทียน ทั้งยังจับใส่กุญแจมือ เทปปิดปากและ ถือมีด กระบอง พูดจาข่มขู่จะทำร้ายตลอดเวลา จากนั้นได้จับโกนหัว ก่อนลงมือบังคับข่มขืน จนผู้ก่อเหตุสำเร็จความใคร่ถึงสองครั้ง หลังเสร็จกิจคนร้ายใจเย็นลง และพูดจาเขิงข่มขู่ให้ตนกลับมาคืนดี และอยู่ด้วยกันที่คอนโดฯ พร้อมให้ตนเซ็นสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 30,000 บาท เนื่องจากกลัวหลบหนี   ทางผู้เสียหายจึงออกอุบายทำทียินยอมตามคนร้าย และพูดขอไปเก็บเสื้อผ้าที่ห้อง แล้วจะกลับมา อดีตสามีหลงเชื่อจึงยอมปล่อยตัวออกมา ต่อมาหลังจากที่ออกมาได้จึงนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปปรึกษาเพื่อนๆ ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความ เพราะเกรงว่าจะถูกตามจับตัวไปอีก เนื่องจากอดีตสามีต่างชาติทำธุรกิจห้องพัก คอนโดมิเนียม รถเช่า ในเมืองพัทยา มีลูกน้องมากมาย ทำให้รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยอย่างมาก   เบื้องต้น ตร.เจ้าของคดี ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย พร้อมทั้งรายงานผู้บังคับบัญชา และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ก่อเหตุรายนี้มาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2LMj_fJzCNk

 12,384
สังคม-อาชญากรรม
31 ส.ค. 61

พร้อมสู้คดี! อุ้มหนุ่มพิการอ้างตัวเป็นฤาษีเข้ามอบตัว ปัดข่มขืนสาว 17 ลั่น "ช่วยเหลือตนเองยังไม่ได้ แล้วจะข่มขืนได้อย่างไร"

ศรีสะเกษ-จากกรณี พ่อแม่ของ น.ส.เอ ได้นำตัว น.ส.เอ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.หญิง ศิรินทรา บุญธรรม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ว่า น.ส.เอ บุตรสาวของตนถูกชายที่อ้างตัวว่าเป็นฤาษีตาไฟ จะทำการสะเดาะเคราะห์ให้ โดยพากันไปทำพิธีที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งที่อยู่ข้างถนนสายศรีสะเกษ – ขุขันธ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ โดยใช้เวลาสะเดาะเคราะห์ 2 วัน และชายที่อ้างตัวว่าเป็นฤาษีได้ทำการข่มขืน น.ส.เอ รวม 4 ครั้ง เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับชายที่อ้างตัวว่าเป็นฤาษีตาไฟจนถึงที่สุด     เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 ส.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายปัญญา วงศ์เจริญ ผู้ใหญ่บ้านพร้อมด้วย นางวนิดา พลศักดิ์ อายุ 62 ปี และญาติพี่น้องได้พากันอุ้มตัว นายสุรสิทธิ์ พลศักดิ์ อายุ 40 ปี ซึ่งสภาพร่างกายป่วยพิการ เป็นโรคโปลิโอ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้มาตั้งแต่เกิดและเป็นผู้อ้างตัวว่า เป็นฤาษีตาไฟ ผู้ต้องหาคดีนี้ ขึ้นบนหลังญาติเดินขึ้น สภ.เมืองศรีสะเกษ มาพบกับ ร.ต.อ.สง่า สมสุข และ ร.ต.ท.หญิง ศิริทรา บุญธรรม ทีมพนักงานสอบสวนคดีนี้ เพื่อเข้ามอบตัวสู้คดีที่ถูกกล่าวหา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 2 ข้อหาคือ พรากผู้เยาว์เด็กอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา และข่มขืนกระทำชำเราแม้ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม ซึ่งนายสุรสิทธิ์ ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา    นายสุรสิทธิ์ พลศักดิ์ อายุ 40 ปี หนุ่มพิการอ้างตัวว่าเป็นฤาษีตาไฟ ให้การด้วยเสียงกระท่อนกระแท่นว่า ในวันเกิดเหตุ ได้มีญาติพี่น้องของ น.ส.เอ มานิมนต์ให้ตนไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้รีสอร์ตแห่งหนึ่ง โดยมารับตนจากบ้านที่เป็นของลูกศิษย์คนหนึ่งที่ อ.ภูสิงห์ จากนั้น ตนได้ใช้เวลาทำการสะเดาะเคราะห์ 2 วัน โดยการลงอักขระและเขียนคาถาสะเดาะเคราะห์ ไม่ได้มีการข่มขืน น.ส.เอ แต่อย่างใด เนื่องจากว่า ตนช่วยเหลือตนเองยังไม่ได้เลย จะไปทำการข่มขืน น.ส.เอ ซึ่งมีร่างกายปกติสมบูรณ์ได้อย่างไร ตนขอให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา    ทางด้าน นายปัญญา วงศ์เจริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านละทาย ต.ทาย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนรู้จักกับนายสุรสิทธิ์ เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นลูกบ้านของตน โดยนายสุรสิทธิ์ ป่วยเป็นโรคโปลิโอมาตั้งแต่เกิด ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตนเองได้ และต่อมาพออายุ 17 ปี นายสุรสิทธิ์ จะมีอาการเหมือนกับมีอดีตเจ้าอาวาสของวัดบ้านละทายที่มรณะภาพไปแล้วหลายรูป มาเข้าร่างเพื่อให้นายสุรสิทธิ์ เป็นร่างทรงของฤาษีตาไฟ ทำให้มีคนรู้เรื่องนี้จำนวนมาก และได้มีประชาชนจาก จ.ยโสธร อุบลราชธานี ศรีสะเกษและร้อยเอ็ด ที่มีความเชื่อในเรื่องนี้ พากันมาขอให้นายสุรสิทธิ์ทำพิธีสะเดาะเคราะห์และรักษาอาการไข้ป่วยหายเป็นปกติไปจำนวนมาก โดยนายสุรสิทธิ์ จะไม่มีการเรียกร้องเงินทองในการทำพิธี แต่จะให้จัดขันนิมนต์ ขัน 5 ดอกไม้ธูปเทียน และเงินค่าทำพิธีคนละ 49 บาท 99 บาทและ 199 บาท เมื่อผู้ป่วยหายจากอาการป่วยแล้ว ก็จะมีการสมนาคุณให้ตามที่จะเห็นสมควร และล่าสุดมีการนิมนต์นายสุรสิทธิ์ไปทำพิธีที่บ้านลูกศิษย์คนหนึ่งที่ อ.ภูสิงห์ จนเกิดมีการกล่าวหากันในครั้งนี้ ตนไม่เชื่อว่า นายสุริสิทธิ์ จะทำการข่มขืน น.ส.เอ เนื่องจากว่า นายสุรสิทธิ์ ป่วยเป็นโรคโปลิโอช่วยตนเองไม่ได้มาตั้งแต่เกิดแล้ว จะไปข่มขืน น.ส.เอ ได้อย่างไร

 7,619
ข่าวภูมิภาค
21 ส.ค. 61

หนุ่มตามแทงแฟนเก่า-อดีตพ่อตาเจ็บหนัก ยังลากฝ่ายหญิงขึ้น จยย.พาไปข่มขืนซ้ำ

ประจวบคีรีขันธ์-ชายวัย 32 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงแฟนเก่าอายุ 25 ปี และพ่อแฟนเก่าอายุ 49 ปี คาบ้านพักช่วงกลางดึก ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส   ต่อมา ตร.ติดตามจับกุมคนร้ายได้ที่ห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่ง พบว่ากำลังอยู่กับแฟนใหม่ จึงนำตัวมาสอบสวนพร้อมตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ผลปรากฏว่าพบสารเมทเอมเฟตามีน   จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าคนร้ายเคยเป็นแฟน อยู่กินฉันท์สามีภรรยา กับหญิงผู้บาดเจ็บ มานานกว่า 2 ปี ต่อมาได้เลิกกันเพราะครอบครัวฝ่ายหญิงไม่ชอบใจ เนื่องจากไม่ค่อยทำมาหากิน และยังเคยก่อเหตุทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิงมาแล้ว   โดยก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้ดื่มสุราในอาการเมา ได้คว้ามีดพับขนาดความยาว 1 ฟุต ติดตัว แล้วขี่รถจักรยานยานต์ไปหาแฟนเก่าที่บ้าน เนื่องจากความหึงหวง ที่ฝ่ายหญิงโพสต์เฟซบุ๊กว่ามีแฟนใหม่ จึงไม่พอใจ ประกอบกับดื่มสุราหนัก ใช้มีดจ้วงแทงจำนวน 6 แผล ในขณะที่อดีตพ่อตาเข้าห้าม จึงโดนแทงด้วย 2 แผล   นอกจากนี้หลังจากแทงแฟนแก่าและพ่อตาเสร็จแล้ว ยังได้ลากแฟนเก่าที่มีบาดแผลถูกแทงเลือดท่วมตัวให้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปยังที่พักแห่งหนึ่ง แล้วก่อเหตุข่มขืนจนสำเร็จความใคร่โดยที่แฟนเก่าไม่มีโอกาสป้องกันตัวเพราะบาดเจ็บเสียเลือดมาก จากนั้นได้โทรหาเพื่อนขอให้มารับตัวแฟนเก่าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์   แพทย์ระบุอาการของฝ่ายหญิงถูกแทงด้วยอาวุธมีด รวม 6 แห่ง คือ ที่ลำคอ 1 แห่ง เข้าใต้ราวนมบริเวณปอดทั้งสองข้าง รวม2 แผล นอกจากนี้ยังมีที่หน้าอก และลำตัว รวม 6 แผล ส่วนอดีตพ่อตาถูกแทง 2 แผล เข้าลำตัว ขณะนี้ทั้งคู่พ้นขีดอันตรายอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว   ทางด้านผู้ก่อเหตุกล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจ เพราะยังรักฝ่ายหญิงที่ทำไป เพราะหึงหวง และเมาเหล้าหนัก ขอโทษที่ก่อเหตุดังกล่าวจนมีผู้บาดเจ็บ   ทั้งนี้ ตร.ระบุว่า ผู้ต้องหาเคยติดคุกในคดีร่วมกันทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นเวลา 3 ปี และเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำ ส่วนคดีนี้ พนักงานสอบสวน ตั้งข้อหาหนักหลายกระทง ทั้งกักขังหน่วงเหนี่ยว กระทำชำเราผู้อื่น ที่มิใช่ภรรยาและ ข้อหาพยายามฆ่า ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wb9L8i4eaeQ

 7,108
สังคม-อาชญากรรม
15 ส.ค. 61

สาววัย 18 ถูกไอ้โม่งหื่นมัดมือเท้า-กาวตาช้างหยอดตาหวังขยี้กาม ที่แท้ฝีมือพี่ชายต่างพ่อ

ชลบุรี-เกิดเหตุคนร้ายเข้าลักทรัพย์และพยายามจะขืนใจหญิงสาววัย 18 คาบ้านพักหรู ที่หญิงอายุ 46 ปีเจ้าของบ้านซื้อร่วมกับสามีชาวต่างชาติ ช่วงเกิดเหตุลูกสาวอายุ 18 ปี ลูกสาวซึ่งเกิดกับสามีคนที่สอง ซึ่งกำลังศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ชั้นปี 1 ที่กรุงเทพฯ นานๆจะกลับบ้าน ได้อยู่บ้านกับ นายซี (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ลูกชายคนโตซึ่งเกิดกับสามีคนแรก และเพื่อนรุ่นพี่ของนายซี ที่มาขออยู่อาศัยด้วยในช่วงระหว่างที่มาทำงานตอกเสาเข็มที่เมืองพัทยา   โดยลูกสาววัย 18 ผู้เวียหายเล่าว่า ขณะนอนหลับอยู่ในบ้านจู่ๆ มีคนร้ายเป็นชายไทย 1 คน รูปร่างสูง ใส่เสื้อยืดไม่ทราบสี นุ่งกางเกงขาสามส่วน สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าคล้ายคนงานก่อสร้าง บุกเข้ามาในบ้านก่อนใช้มือปิดปากบังคับไม่ให้ลูกสาวขัดขืน ก่อนต่อยเข้าที่ท้อง 1 ครั้ง แล้วใช้เสื้อชั้นในมัดมือ และใช้สายชาร์จโทรศัพท์มือถือมัดเท้า   จากนั้นจึงใช้กาวตราช้างที่เตรียมมาหยอดที่ตาขวาจนลืมตาไม่ขึ้นและรู้สึกปวดแสบปวดร้อน กระทั่งคนร้ายทำท่าว่าจะลงมือข่มขืน เหยื่อจึงยกมือไหว้อ้อนวอนขอร้องไม่ให้โจรขืนใจ และบอกว่าอยากได้ทรัพย์สินอะไรก็ให้เอาไป คนร้ายเกิดเปลี่ยนใจหันไปคว้าเอาโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน 7 พลัส ก่อนหลบหนีไป   ต่อมาเหยื่อแก้มัดได้ด้วยตัวเอง จึงออกมาขอความช่วยเหลือและพบพี่ชายต่างบิดา ที่ขับรถ จยย.กลับจากซื้อของพอดี จึงโทรศัพท์แจ้งให้แม่ทราบ และนำตัวส่งรักษาที่ รพ.กรุงเทพพัทยา ทั้งนี้ปกติที่บ้านจะเลี้ยงสุนัขไว้ 2 ตัว และมักจะเห่าคนแปลกหน้าเสมอ แต่จากคำบอกเล่าของเหยื่อที่ยืนยันว่า ในขณะเกิดเหตุไม่ได้ยินสุนัขเห่าแต่อย่างใด จึงรู้สึกแปลกใจสงสัยว่าน่าจะเป็นฝีมือคนใกล้ชิด   อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สงสัยตัวพี่ชายต่างบิดาและเพื่อนที่มาอาศัยอยู่ในบ้านร่วมกัน จึงได้คุมตัวมาสอบสวน ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบเค้นอย่างหนัก ก่อนให้การรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุพยายามจะขืนใจน้องสาวต่างบิดาในขณะที่นอนหลับ เพราะเห็นว่าน้องหน้าตาดี ประกอบกับก่อนหน้านี้ได้เสพยาบ้าและดื่มเบียร์ จนเมาได้ที่จึงเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงวางแผนข่มขืนด้วยการหาหมวกไหมพรมมาสวมปิดบังใบหน้า แล้วคว้ากาวตราช้างจากในห้องเก็บเครื่องมือติดมาด้วย ก่อนลงมือต่อยท้องน้องสาวไป 1 ทีแล้วพันธนาการด้วยเสื้อชั้นในและสายชาร์จโทรศัพท์มือถือ เพื่อหวังบังคับขืนใจ   แต่น้องสาวขอร้องไม่ให้ทำ ภายหลังจึงเกิดได้สติเลยไม่ได้ขืนใจอย่างที่หวังไว้ จึงจับน้องสาวขังไว้และคว้าโทรศัพท์ติดมือไปแล้วรีบขับขี่มอเตอร์ไซค์หนีไป ก่อนทิ้งช่วงเวลาสักพักแล้วขับย้อนกลับมาบ้านทำทีว่าเพิ่งกลับจากทำธุระ แต่สุดท้ายตำรวจสอบเค้นหนักจึงยอมรับสารภาพดังกล่าว อีกทั้งยังสารภาพว่า ลงมือทำเพียงคนเดียวเพื่อนที่มาอาศัยไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด   ต่อมาตำรวจคุมตัวนายซี ไปชี้จุดหลังรับสารภาพ ชี้จุดที่เอากาวตราช้างจากในลิ้นชักภายในห้องครัว จุดไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านหลังบ้าน นอกจากนั้นไปชี้จุดเอามือถือไปใส่ในกระเป๋าเสื้อผ้าที่เตรียมเดินทางไปที่อยู่ภายในห้องพักด้านข้างบ้าน   เบื้องต้น ตร.ดำเนินคดีในข้อหาชิงทรัพย์ และเสพสารเสพติดให้โทษประเภทที่1( ยาบ้า ) ส่วนที่พยายามล่วงละเมิดทางเพศต้องรอสอบปากคำเพิ่มเติมจากผู้เสียหายซึ่งกำลังนอนรักษาตัวที่ รพ.กรุงเทพพัทยา ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในการรักษาพยาบาล   ทั้งนี้ผู้ต้องหายังมีประวัติเคยก่อเหตุในลักษณะนี้โดยการเอากาวหยอดตาแล้วพยายามข่มขืนญาติทางบิดาในท้องที่ สภ.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี มาแล้วครั้งหนึ่ง   ในส่วนอาการของ เหยื่อที่ถูกคนร้ายใช้กาวหยอดตา มารดาเปิดเผยว่า เบื้องต้นแพทย์ได้รักษาจนสามารถลืมตาได้แล้วและอนุญาตให้กลับมาพักผ่อนที่บ้านได้แต่ต้องกลับไปตรวจซ้ำอีกรอบในวันนี้ (15 ส.ค.) คดีนี้ถึงแม้คนร้ายจะเป็นลูกชายแท้ๆ แต่ตนเห็นว่าการกระทำในครั้งนี้ เกินไปจึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wJ-II67MO8c

 28,880
ข่าวต่างประเทศ
14 ส.ค. 61

ตร.สเปนรวบนายแบบหนุ่มอังกฤษวัย26 ก่อเหตุข่มขืน-ซ้อมเหยื่อสาว

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวอดีตนายแบบหนุ่มชาวอังกฤษวัย 26 ปี ถูกตำรวจของสเปนจับกุมตัว หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายและข่มขืนหญิงสาวที่อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งบนเกาะมายอร์กา เมืองปัลมา เมื่อสัปดาห์ก่อน     รายงานข่าวระบุว่า ดีแลน โรเจอร์ มาทำงานที่เกาะแห่งนี้เป็นเวลานานกว่า 5 ปี ด้วยนิสัยขี้เล่นและรูปลักษณ์อันโดดเด่นจึงมักจะทำให้เขาได้รับความสนใจจากสาวๆ กระทั่งมาตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาววัย 22 ปี ซึ่งล่าสุดเขาถูกนำตัวไปศาลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในสภาพสวมกางเกงขาสั้นและเสื้อยืด     ขณะที่แหล่งข่าวจากตำรวจระบุว่า เหยื่อถูกทำร้ายและถูกข่มขืนจริง โดยวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งช่วงเย็นของวันพุธ ซึ่งสภาพของผู้เสียหายตอนที่ตำรวจไปถึงก็พบว่าเธอถูกมัดด้วยเทป มีร่องรอยฟกช้ำที่ใบหน้า แขน และขา จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และสามารถตามไปจับกุมตัวชายหนุ่มได้ในเช้าวันถัดมา    เกาะมายอร์กา          

 5,736
สังคม-อาชญากรรม
13 ส.ค. 61

พ่อ 'น้องหญิง' เผยเตรียมเผาศพลูกสาว 22 ส.ค.นี้ - 'อัจฉริยะ' คาใจ 'อ๊อฟ' อาจใช้คันเกียร์เป็นอาวุธสังหาร

ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตปริศนาของ น้องหญิง อายุ 19 ปี ตกรถเทรลเลอร์ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งครอบครัวเชื่อว่า นายสุรพล ดาราคาม หรือ อ๊อฟ และเพื่อนชื่อ เป็ด มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตนั้น       ล่าสุดพ่อของน้องหญิงเปิดเผยว่า ครอบครัวจะจัดงานฌาปนกิจศพลูกสาวในวันที่ 22 ส.ค.นี้ พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยคลี่คลายคดีนี้ เผยรู้สึกว่าวิญญาณของลูกยังคงไม่สงบ เพราะยังไปปรากฏตัวให้เพื่อนและญาติเห็นอยู่       ด้าน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุว่า คดีนี้มีผู้ต้องหา 2 คน คือ อ๊อฟ และ เป็ด แต่สิ่งที่ยังติดใจคืออาวุธที่ใช้ลงมือสังหาร ซึ่งก่อนหน้านี้พบค้อนและท่อนเหล็ก แต่ล่าสุดพบอีก 1 อย่างคือ คันเกียร์ หลังเปรียบเทียบภาพถ่ายภายในรถเทรลเลอร์เมื่อวันที่ 19-20 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ไม่พบคันเกียร์ แต่ในวันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปตรวจสอบ กลับพบว่ามีคันเกียร์เสียบอยู่ที่รถตามปกติ จึงตั้งข้อสงสัยว่านายอ๊อฟอาจจะใช้คันเกียร์ดังกล่าว ทำร้ายร่างกายน้องหญิง เพราะคันเกียร์สามารถถอดออกได้                             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/fAyF1UuV2SY

 5,177
ข่าวต่างประเทศ
08 ส.ค. 61

ศาลเยอรมันสั่งจำคุก12ปี คู่รักขายลูกชายวัย9ขวบบำเรอกามพวกใคร่เด็กผ่านเว็บมืด

สำนักข่าว metro  รายงานข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นที่ประเทศเยอรมนี กรณีศาลเมืองไฟรบวร์กตัดสินจำคุกแม่และพ่อเลี้ยงเป็นเวลา 12 ปี ในคดีขายลูกชายวัย 9 ปี ให้กับผู้มีรสนิยมร่วมเพศกับเด็กผ่านทางเว็บมืด     รายงานข่าวระบุว่า ภรรยาวัย 48 ปี และสามีวัย 39 ปี ได้ก่อเหตุข่มขืนเด็กชายซึ่งตอนนี้มีอายุ 10 ปีหลายครั้ง และถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้ ซึ่งการล่วงละเมิดทางเพศอันน่าสะอิดสะเอียนดำเนินไปยาวนานกินระยะเวลาถึง 2 ปี     ขณะที่ชายชาวสเปนซึ่งเป็น 1 ในลูกค้าที่ซื้อกามเด็กชายผ่านการขายของแม่แท้ๆ ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปี และปรับเงินจำนวน 18,000 ยูโร หรือเกือบ 7 แสนบาท โดยเจ้าตัวให้การรับสารภาพว่าได้จ่ายเงินให้พ่อเลี้ยงและแม่ของเด็กชายทั้งสิ้น 10,000 ยูโร หรือราว 3.8 แสนบาท และยอมรับว่าได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายหลายครั้ง ซึ่งนอกจากลูกค้ารายนี้ยังมีจำเลยอีก 5 คนที่ถูกฟ้องร้องในคดีเดียวกันอีกด้วย     สำหรับคดีสะเทือนขวัญคนทั้งประเทศครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจจับกุมตัวพ่อแม่ของเด็กชายได้เมื่อปีที่แล้ว หลังได้รับแจ้งจากผู้หวังดีแต่ไม่ประสงค์จะออกนาม กระทั่งศาลได้มีคำพิพากษาในสัปดาห์นี้ ขณะที่ปัจจุบันเด็กชายอยู่ในความดูแลของครอบครัวอุปถัมภ์           

 6,821
ข่าวต่างประเทศ
08 ส.ค. 61

บุกช่วยสาวอินโดฯถูกหมอผีขังในถ้ำกระทำชำเรา 15 ปี อ้างวิญญาณสั่งมา

ตำรวจบนเกาะสุลาเวสี อินโดนีเซีย บุกช่วยหญิงสาววัย 28 ปีที่ถูกขังอยู่ในถ้ำนานถึง 15 ปี จากเหตุถูกหมอผีวัย 83 ปี กระทำชำเรามาตลอดระยะเวลาดังกล่าว ตั้งแต่เธออายุได้ 13 ปี หลังพ่อแม่พาเธอไปรักษากับหมอผีตามความเชื่อ จากนั้นก็หายตัวไปลึกลับ   หมอผีบอกกับครอบครัวว่าเด็กสาวไปทำงานที่กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศ แม้ญาติจะออกตามหา แต่ก็ไม่มีใครพบตัวเธออีกเลย กระทั่งกฎหมายระบุให้เป็นบุคคลสูญหาย   โดยหมอผีได้กักขัง และหลอกว่าเธอถูกดวงวิญญาณบัญชาให้ทำแบบนี้ พร้อมทั้งขู่ไม่ให้ออกจากถ้ำ ผ่านไป 15 ปี ตร.ติดตามเจอในถ้ำที่ไม่ไกลจากบ้านของหมอผี มีเตียง ตู้ ของจำเป็นต่างๆ ที่ต้องใช้ในการดำรงชีวิต จึงได้คุมตัวหมอผีไปดำเนินคดี คาดต้องโทษจำคุกนาน 15 ปี  

 5,900

Top