ค้นหา :

ผลการค้นหา "���������������������������������������������"

แชร์ออฟเดอะเดย์
20 ต.ค. 60

ชื่นชมตำรวจสายตรวจ เข้าช่วยชายเป็นลมทรุดกลางถนน ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

ผู้ใช้ facebook ชื่อ ดุสิต สีเมืองเบ้า ได้โพสต์คลิปวีดีโอ พร้อมภาพนิ่ง เป็นภาพเหตุการณ์ขณะชายวัยกลางคน เข็นรถเข็นมาหยุดอยู่ริมถนน ก่อนจะลงไปนั่งที่ขอบทาง ลักษณะเหมือนมีอาการเจ็บป่วย ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสองนาย ขี่รถผ่านมาพอดี จึงหยุดรถยืนสังเกตการณ์อยู่อีกฝั่งของถนน   จู่ๆชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ ก็ค่อยๆฟุบหน้าลง หมดสติ ศีรษะทิ่มลงกับพื้น ตำรวจทั้งสองนายเห็นเข้าจึงรีบวิ่งข้ามถนนมาช่วยเหลือผู้ป่วยทันที  โดยในภาพนิ่งของโพสต์ดังกล่าว จะเห็นรถกู้ภัยมาถึงจุดเกิดเหตุ และรีบปฐมพยาบาลช่วยชีวิตชายคนดังกล่าว ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล   ทีมข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ที่ สน.สำราญราษฎร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่สายตรวจในคลิป ได้พูดคุยกับ สิบตำรวจตรี ดุสิต สีเมืองเบ้า ผู้บังคับหมู่งานป้องกัน และปราบปราม สน.สำราญราษฎร์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวานนี้ ตอน 07.30 น. ตนกับเพื่อนสายตรวจ ออกปฏิบัติหน้าที่ ตรวจตราความเรียบร้อยตามปกติ จนมาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  เห็นชายคนดังกล่าวท่าทางแปลกๆ เหมือนคนกำลังจะข้ามถนน แต่จู่ๆก็ลงไปนั่งกับขอบทาง เดาว่าน่าจะมีอาการป่วย จึงหยุดรถสังเกตการณ์   จนกระทั่งเห็นชายคนดังกล่าวหมดสติ ฟุบลงกับพื้น จึงรีบวิ่งเข้ามาดูอาการ ก่อนจะวิทยุไปที่ศูนย์ ขอรถกู้ชีพมาที่จุดเกิดเหตุ ตอนนั้นเห็นว่าผู้ป่วยไม่ได้สติแล้ว โชคดีที่รถกู้ชีพของร่วมกตัญญูมาถึงภายในเวลาเพียง 1-2 นาที  เจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญูปฐมพยาบาลเบื้องต้นจนผู้ป่วยกลับมาได้สติ แล้วจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ส่วนตนกับเพื่อนสายตรวจก็ออกปฏิบัติหน้าที่ต่อตามปกติ   หลังเกิดเหตุ ได้นำคลิปเหตุการณ์มาโพสต์ แต่ไม่คิดว่าจะมีคนให้ความสนใจ และชื่นชมมากขนาดนี้ ถือว่าทำให้ตนมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ดีใจที่ทราบภายหลังว่าผู้ป่วยปลอดภัยดีแล้ว หากตอนนั้นไม่มีคนเห็น หรือเข้าไปช่วยทันเวลา อาจจะเป็นอันตรายมากกว่านี้   ด้าน พ.ต.อ.ต่อเกียรติ พรหมบุตร ผู้กำกับ สน.สำราญราษฎร์ เปิดเผยว่า จากการติดตามสอบถาม ทราบว่าผู้ป่วยในคลิปคือ นายพรชัย สีสังข์ อายุ 58 ปี เจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญูระบุว่า ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจ กับโรคไต เจ้าหน้าที่กู้ชีพไปถึงที่เกิดเหตุ ตรวจเบื้องต้นพบว่า ค่าออกซิเจนในเลือดต่ำ จึงทำการให้อ๊อกซิเจน จนผู้ป่วยกลับมาได้สติ ตอบโต้ได้ จึงทราบว่านายพรชัยมีอาการอ่อนเพลีย เพราะพักผ่อนน้อย และยังไม่ได้รับประทานอาหาร เมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็อาการดีขึ้นแล้ว แต่ก็ส่งตัวให้แพทย์ทำการตรวจโดยละเอียด จนทราบว่าอาการปลอดภัยดีแล้ว   พ.ต.อ.ต่อเกียรติ ยังได้ชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ต.ต.ดุสิต ที่มีไหวพริบ จัดการสถานการณ์ได้ดี จนทำให้ผู้ป่วยได้รับการช่วยเหลือทันเวลา พร้อมยังรายงานให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงรับทราบแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fn4OzlbFSiY    

 9,734
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ต.ค. 60

แชร์ว่อน คลิปพ่อค้าเร่แอบทิ้งขยะ จนท.ดักซุ่มเจอพ่อค้ากาแฟบน bts หอบขยะทิ้งกองสุมข้างถนน

เพจเฟซบุ๊ก กลุ่มคนไทย ไม่เอาหาบเร่ แผงลอย ได้โพสต์คลิปวีดีโอ ที่ถ่ายจากบนสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีสุรศักดิ์ ถ่ายลงมาที่ถนนเบื้องล่าง เห็นภาพพ่อค้าเร่ เข็นรถเข็นมาทิ้งขยะถุงใหญ่หลายถุง บนฟุตปาธข้างถนน ซึ่งตรงจุดดังกล่าวมีถุงขยะจำนวนมาก วางกองรวมกันอยู่ก่อนแล้ว หลังจากทิ้งขยะเสร็จ พ่อค้าคนดังกล่าวก็เข็นรถจากไป   ผู้โพสต์ เขียนข้อความวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของพ่อค้ารายดังกล่าว โดยบอกว่า ถึงแม้จุดดังกล่าวจะมีถังขยะตั้งอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเอาถุงขยะมาวางกองรอบๆถังแบบนี้ได้ พร้อมกับเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบด้วย   ช่วงเย็นวานนี้(18 ต.ค.) นางสาวภัคภร สงวนศักดิ์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก พร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจ และเจ้าหน้าที่เขตบางรัก ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยให้เจ้าหน้าที่แอบสังเกตการณ์ที่จุดเกิดเหตุในคลิป จนกระทั่งเห็นว่ามีชายคนหนึ่งเดินลงมาจากสถานี BTS สุรศักดิ์ พร้อมนำขยะจำนวนมากลงมาวางที่จุดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปแสดงตัว พร้อมสอบถามข้อเท็จจริง   จากการสอบถามชายคนดังกล่าว ทราบว่าเป็นพนักงานประจำร้านขายกาแฟ ที่เช่าพื้นที่ขายอยู่บนสถานีรถไฟฟ้า หลังจากปิดร้านช่วงเย็น จึงนำขยะลงมาวางทิ้ง โดยรับสารภาพว่านำมาทิ้งแบบนี้หลายครั้งแล้ว  โดยก่อนหน้านี้เคยเอาไปทิ้งที่ริมถนนฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นพื้นที่เขตสาทร แต่ถูกสั่งห้าม จึงเปลี่ยนมาทิ้งฝั่งนี้แทน   เจ้าหน้าที่จึงทำการตักเตือน ไม่ให้นำขยะมาทิ้งอีก เพราะจุดดังกล่าวไม่ใช่จุดพักขยะ(จุดที่นำขยะมาวาง รอรถขยะมาเก็บ) ทางเขตเพียงแค่นำถังขยะเล็ก ที่เป็นถังโปร่งใสมาตั้งเอาไว้ เพื่อให้ประชาชนที่ลงมาจากรถไฟฟ้า มีที่ทิ้งขยะเล็กๆน้อยๆเท่านั้น   ส่วนประเด็นรถเข็นขายของเร่ที่ปรากฎในคลิปว่านำขยะมาทิ้งนั้น ทางเทศกิจตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่แผงลอยในพื้นที่  แต่เป็นผู้ค้าเร่ที่เข็นรถผ่านมา เห็นว่ามีขยะกองอยู่ จึงนำมาทิ้งบ้าง เบื้องต้นทราบว่าเป็นรถเข็นขายมะพร้าว ซึ่งเจ้าหน้าที่เทศกิจจะกวดขันไม่ให้มีผู้ค้าเร่นำขยะมาทิ้งอีก   ผู้สื่อข่าวยังไปตรวจสอบบนสถานีรถไฟฟ้า พบว่าพนักงานที่นำขยะมาทิ้ง ปิดร้านกาแฟ กลับไปแล้ว จึงไปสอบถามจากผู้ค้าร้านอื่น ได้รับข้อมูลว่า ปกติทาง BTS จะมีห้องเก็บขยะอยู่ใต้บันไดทางขึ้นสถานี ให้ผู้ค้าที่มาเช่าที่นำขยะไปทิ้งในห้องดังกล่าว และทาง BTS ก็ได้กำชับผู้ค้าอยู่เสมอว่า ห้ามนำขยะไปทิ้งข้างทางซึ่งเป็นพื้นที่ของกทม. แต่ห้องเก็บขยะของ BTS จะเปิด-ปิด เป็นเวลา หากห้องขยะปิดแล้ว ก็ต้องเก็บขยะเอาไว้ในร้านก่อน รอจนวันรุ่งขึ้นค่อยนำไปทิ้ง    เมื่อตรวจสอบตรงใต้บันไดทางขึ้น BTS พบว่าประตูห้องเก็บขยะปิดแล้ว แต่ก็ยังมีผู้นำถุงขยะหลายถุงมาวางทิ้งไว้หน้าห้อง โดยไม่แน่ชัดว่าเป็นขยะจากที่ใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HLcTyzxLM2s  

 14,854
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ต.ค. 60

สาวกินขนมจีน ผงะเจอทิชชู่ในน้ำยา เจ้าของร้านมึนไม่รู้ตกไปตอนไหน พร้อมน้อมรับความผิด

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Gunn Kunvara โพสต์ภาพขนมจีนน้ำยาจานหนึ่ง ซึ่งมีวัตถุบางอย่างคล้ายกระดาษทิชชู่ปะปนอยู่กับน้ำยาขนมจีน พร้อมระบุข้อความว่า" เต็มๆตา#ออกมาจากหมอเลยนะ" โดยระบุสถานที่คือ ขนมจีนเส้นสด พวงเพชร พัทยา ซึ่งชาวเน็ทต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยังผู้โพสต์ ซึ่งเปิดเผยเพียงเล็กน้อยว่า ได้ไปทานขนมจีนที่ร้านดังกล่าว โดยสั่งน้ำยากะทิ และน้ำยาป่ามารับประทาน ทางร้านได้นำน้ำยาขนมจีนใส่หม้อดินมาเสิร์ฟ หลังจากรับทานได้ไม่นาน ได้ตักน้ำยากะทิมาเติมในจาน พบว่ามีวัตถุแปลกปลอมบางอย่างลักษณะคล้ายกระดาษทิชชู่ จึงเรียกพนักงานมาดู ซึ่งได้รับคำตอบว่าเป็นผักดอง ตนจึงรีบเช็คบิลและออกจากร้านไป ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามนัดสัมภาษณ์พูดคุยกับผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ แต่กลับไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ ก่อนลบโพสดังกล่าวออกไป   ต่อมาได้ไปตรวจสอบที่ร้านขนมจีนเส้นสด ทางเจ้าของร้าน เปิดเผยว่าได้ทราบเรื่องราวดังกล่าวแล้ว ในวันเกิดเหตุตนเองเป็นคนที่เดินมาคุยกับลูกค้ารายนี้เอง ซึ่งลูกค้าถามเพียงว่า “นี่คืออะไร” ตนเองได้มองดูจึงคิดว่าเป็นผักดอง จึงตอบลูกค้าไปตามทีเห็น ซึ่งลูกค้ารายนี้ไม่ได้โต้แย้งหรือระบุว่าเป็นกระทิชชู่แต่อย่างใด พร้อมเช็คบิลออกไปตามปกติ ก่อนจะปรากฏเรื่องราวดังกล่าว   ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องตนเองคนไม่สามารถตอบโต้อะไรได้ และไม่คิดจะตอบโต้ เนื่องจากตนเป็นผู้ประกอบการ มีหน้าที่บริการผู้บริโภคให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องกระดาษทิชชู่ตนเองไม่ทราบเหมือนกันว่าไม่ตกอยู่ในหม้อดินได้อย่างไร โดยตนเปิดร้านมากว่า 10 ปี ยอมรับว่าเคยมีเรื่องลักษณะมาแล้วครั้งนึง เกี่ยวกับเหตุพบเส้นผมในอาหาร ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรเช่นกัน และถูกเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจสอบจนทำให้ชื่อเสียงร้านย่ำแย่ไป ตนจึงจำเป็นบทเรียนตั้งแต่ครั้งนั้น จะไม่ทำให้ชื่อเสียงร้านเสื่อมเสียอีก   โดยทางร้านเน้นย้ำการปรุงอาหารแบบเปิด ทำกันวันต่อวัน ต่อหน้าลูกค้า ทำน้ำยาขนมจีน เส้นขนมจีน หรืออาหารอื่นๆ ก็ปรุงกันสดๆ ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่า น้ำยาขนมจีนของทางร้านใช้เนื้อปลาในการปรุงให้น้ำข้น ไม่ใช้วัตถุแปลกปลอมแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/s7d_noDXQkw  

 157,839
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ต.ค. 60

แชร์ยาน้ำปริศนาเทลงพื้นเป็นฟอง อ้างรักษามะเร็ง-เบาหวาน 'อ.อ๊อด' ชี้เป็นสารละลายกรด ยันโลกนี้ไม่มียาครอบจักรวาล

ผู้ใช้ facebook ชื่อ LooBa BaLoo(ลูบา บาลู) โพสต์คลิปวีดีโอ เป็นภาพ ขณะผู้โพสตื เทของเหลวสีฟ้าลงบนพื้นกระเบื้อง พบว่ามีฟองอากาศขึ้นมาเป็นจำนวนมาก โดยผู้โพสต์ระบุว่า ของเหลวดังกล่าว เป็นยาแผนโบราณที่มารดาของตนได้มาจากคนรู้จัก อ้างว่าผสมน้ำดื่มแล้ว ช่วยรักษาโรคร้ายแรงได้หลายโรค ทั้งมะเร็ง และเบาหวาน แต่ตนไม่ไว้ใจนำมาตรวจสอบเป็นภาพแบบในคลิป จึงนำมาโพสต์ถามในโลกออนไลน์ว่า เป็นยาจริงๆหรือเป็นสารเคมีอันตราย   จากการสอบถามไปยัง นายวัชรา สระวิจิตร อายุ 30 ปี ผู้โพสต์ เปิดเผยว่า แม่ของตนได้ยาน้ำดังกล่าวมาจากเพื่อนบ้าน ลักษณะเป็นน้ำสีฟ้า บรรจุในขวดพลาสติก ไม่มีฉลากใดๆทั้งสิ้น โดยเพื่อนบ้านอ้างว่า ซื้อมาจากจังหวัดสุรินทร์ ใช้ยาดังกล่าวจำนวนเล็กน้อย ผสมกับน้ำ 1 ลิตร ดื่มทุกวัน จะช่วยรักษาโรคมะเร็ง และเบาหวานได้ โดยเพื่อนบ้านดื่มเป็นประจำมาเป็นเวลานานแล้ว เห็นว่าสุขภาพแข็งแรงขึ้น จึงนำมาแนะนำให้แม่ตนดื่มบ้าง   แต่นายวัชรา หยิบขวดดังกล่าวมาตรวจสอบ แล้วทำขวดหล่น ของเหลวหกลงพื้น แล้วเกิดฟองขึ้นแบบที่ปรากฎ กลิ่นของเหลวมีกลิ่นฉุนเหมือนน้ำยาล้างห้องน้ำ เมื่อสัมผัสโดนผิวหนังก็รู้สึกแสบ ส่วนมารดาของตนบอกว่า ลองผสมน้ำดื่มไปแล้ว 1 ครั้ง รสชาติออกเปรี้ยว ตนเห็นว่าเป็นเรื่องผิดปกติ จึงห้ามไม่ให้มารดาดื่มอีก ก่อนจะนำเรื่องราวมาโพสต์ถามผู้รู้ในโลกออนไลน์   ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามไปยัง รองศาสตราจารย์ ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์สาขาเคมีอินทรีย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังจากได้ดูคลิปดังกล่าวแล้ว เปิดเผยว่า ของเหลวดังกล่าวเป็นสารละลายกรดแน่นอน เนื่องจากมีรสเปรี้ยว สัมผัสผิวแล้วจะแสบ ที่สำคัญคือเทลงพื้นแล้วเกิดฟอง   โดยสาเหตุที่เกิดฟอง เนื่องจากสารดังกล่าวไปเจอปูนขาว ที่อยู่ตรงยาแนวกระเบื้อง กรดเมื่อเจอปูนขาวจะทำปฏิกริยากัน แยกอากาศออกจากน้ำ จนเกิดฟองในที่สุด   แต่จากการดูคลิป ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นกรดชนิดใด ต้องนำมาเข้าห้องแล็บตรวจสอบ หากพบว่าเป็นกรดเกลือ, กรดไนตริก หรือกรดกำมะถัน ก็ถือว่าเป็นเรื่องอันตราย เพราะกรดเหล่านี้หาซื้อง่าย แต่เป็นอันตราย บางชนิดถึงขั้นละลายโลหะได้ ไม่ควรนำเข้าสู่ร่างกาย  แต่จากที่ผู้โพสต์เล่าว่า วิธีใช้ให้ผสมน้ำเปล่าปริมาณมากๆก่อนดื่ม ก็ถือว่าช่วยเจือจางกรดลงได้มาก จึงยังไม่เป็นอันตรายฉับพลัน   แต่ที่ยืนยันได้แน่นอนคือ สารดังกล่าวไม่ใช่ยารักษาโรคครอบจักรวาล ดังที่อ้างสรรพคุณแน่นอน เพราะหากมีใครคิดค้นยาดังกล่าวได้จริง คงได้รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ไปแล้ว   ผู้สื่อข่าวยังสอบถามไปยังแหล่งข่าว ซึ่งเป็นเภสัชกร ทราบว่า ยารักษาโรคหลายชนิดก็มีฤทธิ์เป็นกรด มีความเป็นไปได้ที่เทลงพื้นแล้วจะทำปฏิกริยาจนเกิดฟอง แต่ยาที่รักษาโรคมะเร็งทุกชนิด โรคเบาหวาน ได้ในตัวเดียว ไม่มีอยู่จริง รวมทั้งการซื้อยาที่ไม่มีฉลากระบุมากินเองเป็นเรื่องอันตราย การซื้อยามากินเอง ต้องซื้อจากร้านยาที่มีใบอนุญาตถูกต้อง ต้องมีเภสัชกรให้คำแนะนำ หรือใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น จึงจะปลอดภัย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NMmihlxUjMg  

 9,140
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ต.ค. 60

ชื่นชม รองผู้ว่าฯบุรีรัมย์สวมชุดขาว ลงช่วยคนเจ็บจากอุบัติเหตุ ระหว่างรอกู้ภัยมาถึง

ในโลกออนไลน์ของชาวบุรีรัมย์ มีการโพสต์ภาพชื่นชม ข้าราชการชายสวมชุดขาว กับ จนท.หญิงที่สวมชุดไทยจิตรลดา กำลังให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่นอนอยู่กลางถนน โดยทั้งคู่ช่วยกางร่ม พร้อมกับใช้ผ้าพัดวีให้ผู้บาดเจ็บระหว่างที่รอรถกู้ภัยมาถึง โดยมีการระบุว่าบุคคลที่ปรากฎในภาพ คือ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และทีมงานที่ผ่านมาพบอุบัติเหตุพอดี จึงลงมาให้การช่วยเหลือ   อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้(16 ต.ค.) เป็นเหตุ รถจักยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถเก๋ง ทำให้มีคนขี่จักรยานยนต์ ซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนอยู่กลางถนน มีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดบริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์  โดยหน่วยกู้ชีพสวายจีก มาถึงที่เกิดเหตุ รีบนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล และมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหลายคน มาช่วยอำนวยความสะดวกการจราจรเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนด้วย   ในที่เกิดเหตุมี นายอนุรัฐ ไทยตรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยทีมงานเข้าไปช่วยเหลือทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ระหว่างที่รอรถกู้ภัยมาถึง โดยมีการนำร่มออกมากางบังแดดให้ผู้บาดเจ็บ ใช้ผ้าเช็ดคราบเลือด พร้อมพูดคุยให้ผู้บาดเจ็บรู้สึกตัวอยู่ตลอด โดยมีนายอนุรัฐ รองผู้ว่าราชการฯ ใช้ผ้าพัดเพื่อระบายความร้อนให้ผู้บาดเจ็บด้วย   นายอนุรัฐ เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า ตอนเกิดเหตุกำลังจะเดินทางไปเป็นประธานในพิธีบรรพชาหมู่ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่วัดกลางพระอารามหลวง แต่ออกมาพบอุบัติเหตุพอดี จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่มารับคนเจ็บ ก่อนจะอยู่ช่วยปฐมพยาบาล และดูแลผู้บาดเจ็บเบื้องต้นก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมา   เหตุการณ์ดังกล่าวแม้จะทำให้ตนเดินทางไปเปิดงานพิธีอุปสมบทหมู่ล่าช้าไปเล็กน้อย แต่เรื่องชีวิตคนเป็นเรื่องสำคัญกว่า และการเข้าไปช่วยเหลือ ตนก็มองว่าก็เป็นเรื่องปกติ ที่ไม่ว่าจะเป็นใครผ่านมาพบ ก็ต้องเข้าไปช่วยเหลืออยู่แล้ว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lq0vhHBxF_Y  

 1,229
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ต.ค. 60

ปรบมือให้! 3 หนุ่มบิ๊กไบค์ขี่รถนำ ช่วยเปิดทางรถฉุกเฉิน รีบนำผู้ป่วยส่ง รพ.

แชร์คลิปวีดีโอจากผู้ใช้ facebook ชื่อ Chartkla Ao Sarika Uta (ชาติกล้า โอ๋ สาริกา อุทา) เป็นภาพจากหน้ารถฉุกเฉิน ที่กำลังรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล โดยมีกลุ่มคนขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ทั้งหมด 3 คัน ช่วยกันขับนำทาง ช่วยเปิดทางให้รถฉุกเฉินขับผ่านไปได้ เนื่องจากตอนเกิดเหตุ การจราจรหนาแน่นมาก จนสามารถนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา   คลิปดังกล่าวได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังจากโพสต์ไปเพียง 24 ชั่วโมง ก็มีคนกดเข้ามาดูมากกว่า 4 แสนครั้ง พร้อมมีการคอมเม้นท์ชื่นชม จิตอาสาของชายขี่บิ๊กไบค์ทั้ง 3 คนอีกด้วย   โดย นายชาติกล้า อุทา เป็นอาสากู้ชีพสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นผู้โพสต์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว จ.นครนายก ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตนกำลังขับรถฉุกเฉิน นำผู้ป่วยไปส่งโรงพยาบาล ตอนนั้นผู้ป่วยอาการน่าเป็นห่วง ใบหน้าซีกขวาบวมทั้งหน้า ต้องเร่งนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด โดยใช้เส้นทางถนนสาย 3049 นครนายก แต่เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาว ทำให้การจราจรหนาแน่น รถฉุกเฉินผ่านไปได้ยากลำบาก แม้จะเปิดสัญญานไฟไซเรนแล้วก็ตาม   แต่จู่ๆก็มีมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ 3 คัน ขับมาตรงหน้ารถฉุกเฉิน แล้วพยายามขับนำหน้ารถ พร้อมกับบอกรถคันอื่นๆให้ช่วยเปิดทางให้ ไปตลอดทาง จนกระทั่งพ้นช่วงที่รถติด มาถึง 4 แยกไฟแดง รถฉุกเฉินจึงสามารถเลี้ยวไปทางโรงพยาบาลได้ ก่อนที่กลุ่มบิ๊กไบค์จะแยกไปอีกทาง ซึ่งตัวนายชาติกล้า คนขับรถฉุกเฉิน ก็ได้กล่าวขอบคุณกลุ่มบิ๊กไบค์ผ่านลำโพงหน้ารถด้วย สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนก็ไม่ทราบว่า คนขี่บิ๊กไบค์ทั้ง 3 คนเป็นใคร แต่รู้สึกขอบคุณที่ให้การช่วยเหลือ และอยากให้คนในสังคมมีน้ำใจต่อกันแบบนี้มากๆ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zA1-3xoqAZg  

 10,981
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ต.ค. 60

เปิดใจสุดยอดโชเฟอร์รถเมล์สาย 73ก ขับลุยน้ำท่วมครึ่งคัน ไม่ทิ้งผู้โดยสารกลางทาง

เฟซบุ๊ก ชื่อน้ำฝน เอ็นจอย'ยย แชร์คลิปรถเมล์ไทยสาย 73ก สวนสยาม-สะพานพุทธ ขับลุยน้ำให้บริการประชาชน แม้จะมีน้ำท่วมขังสูงเกือบครึ่งคันก็ตามเมื่อสันที่ 14 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา   จากการสอบถามโชเฟอร์ สรศักดิ์ คาดบัว วัย 47 ปี เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าขับถึงย่านดินแดง มีน้ำท่วมสูงจำนวนมาก พบรถจอดเสียหลายคัน โดยใช้ประสบการณ์ที่ขับรถเมล์มา 20 กว่าปี จึงตัดสินใจขับฝ่าน้ำท่วม ท่ามกลางผู้โดยสารเต็มคัน และเชียร์ให้กำลังใจ พร้อมขอบคุณโชเฟอร์ที่ไม่ทิ้งกลางทาง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ky-Y-ML9Occ  

 29,867
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ต.ค. 60

อย่าปล่อยหมาไว้ใกล้รถ! 2 ตูบแสบกระโดดขึ้นรถโดนเกียร์เดินหน้าทำรถไหลไร้คนขับ

โลกออนไลน์แชร์คลิปสมาชิกเฟซบุ๊ก Sittichon Jug Buaklee โพสต์เรื่องราวของเจ้าตูบจอมแสบ 2 ตัวชื่อเคลวิน และสแปลชที่เตรียมตัวไปว่ายน้ำ แต่แอบย่องขึ้นรถเจ้านายที่เปิดประตูทิ้งไว้ ก่อนไปเลื่อนเกียร์ที่เจ้าของเข้าเกียร์ N เอาไว้ จนรถแล่นไปเอง ทำเอาเจ้าของที่เห็นเหตุการณ์ต้องวิ่งวุ่นเข้าช่วยเหลือจนเบรครถได้ทัน   โดยมีเนื้อหาข้อความระบุว่า “คลิปลำดับเหตุการณ์ลุ้นระทึกเมื่อเช้านี้ เมื่อเวลาประมาณ11โมง ขณะที่เรากำลังเคลียร์รถเพื่อจะพาวิ่นกะแป๊ดไปว่ายน้ำ ไอ้วิ่นได้แอบขึ้นรถไปก่อน แล้วสักพักไอ้แป๊ดก็วิ่งตามไปและเข้าเกียร์ออกรถไปเลย โดยที่เรายังเก็บของไม่เสร็จเลย”   หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปได้ไม่นาน ชาวโซเชียลต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย ทั้งในเชิงสนุกสนานที่เจ้าหมาแสบอยากจะขับรถ และบางรายก็วิจารณ์ถึงอุทาหรณ์เพราะหากเจ้านายเข้าช่วยไม่ทัน อาจเกิดอันตรายบนท้องถนนได้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h4IMj9xzkAI  

 10,820
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ต.ค. 60

กู้ภัยช่วยลูกหมาถูกธนูยิงเข้าตาเจ็บหนัก หญิงใจดีผ่านมาเห็นช่วยออกค่ารักษา

ตาก-เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพแม่สอด ได้รับแจ้งจากพลดีว่าพบลูกสุนัขถูกลูกธนูดอกเหล็กยิงได้รับบาดเจ็บ อาการสาหัส ร้องครวญคราง น่าเวทนา เดินอยู่บริเวณริมถนนติดกับโรงพยาบาลแม่สอด   ที่เกิดเหตุพบสุนัขสีดำ เป็นเพศเมีย อายุราวประมาณ 7 เดือน บริเวณตาถูกลูกยิงด้วยลูกธนูเหล็กทะลุถึงใต้คาง อาการค่อนข้างสาหัส เจ้าหน้าที่จึงใช้อุปกรณ์จับสัตว์ ไล่ต้อนเพื่อจะทำการจับ แต่เจ้าหนาน้อยพยายามหนีและข่มด้วยเสียงตลอดเวลา จนวิ่งหนีเตลิดไปไกลกว่า 500 เมตร ไปจนมุมข้างโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่หน้ากู้ภัยได้พยายามต้อนไปในมุมอับ จึงสามารถจับสุนัขเคราะห์ร้ายตัวดังกล่าวและนำสุนัขไปส่งรักษาที่คลินิกสัตว์แพทย์ แต่ความโชคร้ายยังมีความโชคดี มีผู้หญิงอายุประมาณ 40 ปี ขับรถจักรยายนต์ผ่านมาพบ จึงเกิดความสงสารจึงออกเงินเป็นค่าใช้จ่ายรักษาสุนัขและนำสุนัขไปเลี้ยงต่อไป   ส่วนมือยิงธนูเหล็กใส่ลูกสุนัขน้อยตัวนี้ น่าจะเป็นแรงงานชาวเมียนมา ที่นิยมนำไปกินเป็นอาหาร และอาศัยใกล้กับที่เกิดเหตุ เพราะบริเวณใกล้เคียงมีโรงงานตัดเย็บหลายโรง ซึ่งหลังเจ้าหน้าที่มา คนยิงหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย คาดว่าอากาศเริ่มเย็นลง กลุ่มคนยิงสุนัขเอาไปกินแกล้มกับเหล้าอย่างแน่นอน และเลือกเอาสุนัขที่เป็นสีดำและมีอายุที่น้อยเนื่องจากเนื้อไม่เหนียวเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5mrAabVvb1Y

 6,386
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ต.ค. 60

เปิดใจหนุ่มใจบุญรับพ่อ-ลูก ขึ้นรถพาไปซื้อยา หลังอุ้มลูกไม่สบาย เดินเท้าตากแดดไปรักษาแต่อนามัยปิด

ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า ‘Chalad Ton Booncid’ (ฉลาด ต้น บุญชิด) โพสต์คลิปวิดีโอขณะเห็นชายคนหนึ่งอุ้มลูกเดินอยู่ข้างทาง ก่อนจะลงจากรถนำขนมไปให้เด็ก   ก่อนที่คลิปต่อมาคนขับรถ ให้ชายคนดังกล่าวและลูกขึ้นรถมาด้วย โดยมีการสอบถามว่ากำลังจะไปไหน ชายคนดังกล่าวบอกว่า "เดินพาลูกไปหาหมอ เพราะลูกไม่สบาย แต่อนามัยปิด กำลังจะเดินกลับบ้าน" คนขับรถจึงอาสาพาไปซื้อยา   โดยผู้โพสต์ข้อความประมาณว่า "ด้วยความบังเอิญเห็นคนเดินข้างทางมีเด็กห้อยอยู่ด้านหลัง ผมเลยเอาขนมที่ติดมาให้เขา แต่ทางที่ผมผ่านมาบ้านห่างกันหลายสิบโล ข้างหน้าก็มองไม่เห็นหมู่บ้านเลย พอถามถึงรู้ว่าพาลูกที่ไม่สบายเดินเท้าไปหาหมอ นี่แหละครับความรักของพ่อ เงินก็ไม่มีขึ้นรถโดยสาร ต้องเดินเท้า แดดก็ร้อนลูกก็ไม่สบาย พอไปก็ไม่เจอหมอ คำว่า (พ่อ)คำเดียว ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน"   ล่าสุดวานนี้(15 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพูดคุยกับ นายฉลาด บุญชิด หรือต้น อายุ 34 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ขณะที่ตนกำลังเดินทางไปตระเวณทำบุญแถวภาคเหนือ พอมาถึงจังหวัดตาก ตนเห็นชายคนหนึ่งอุ้มลูกเดินอยู่ริมถนน ตอนนั้นตนแค่ต้องการจะนำขนมไปให้ แต่ด้วยความสงสัยว่าทำไมถึงมาเดินตากแดดอยู่ริมถนน ตนจึงสอบถาม ก็ได้รับคำตอบว่าจะพาลูกไปหาหมอ แต่อนามัยปิด ตนจึงอาสาขับรถพาไปซื้อยา และส่งที่บ้าน   ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าไม่กลัวหรือที่รับคนแปลกหน้า นายฉลาด บอกว่า ไม่เคยกลัว ถ้าเราจะทความดีก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไร ขนาดที่แผลบนใบหน้า ตนก็ได้มาจากการช่วยคนจับโจร แล้วโดนโจรใช้มีดกรีดเข้าที่หน้า   นายฉลาด บอกอีกว่า ปกติแล้วตนจะมาทำบุญที่ภาคเหนือเป็นประจำ โดยจะนำผ้าห่ม อาหาร ของใช้ มามอบให้คนยากคนจนเป็นประจำอยู่แล้ว พอได้ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากบ่อยๆ มันเหมือนสิ่งเสพติด เวลาเห็นใครเดือดร้อนก็อยากที่จะเข้าไปช่วย ตนอยากจะให้ทุกคนช่วยกันทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่น เพราะหากเราทำดีแล้ว เรื่องดีๆก็จะกลับเข้ามาในชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2TItfI7zoCE  

 49,659
สังคม-อาชญากรรม
12 ต.ค. 60

เปิดคลิปฝรั่งคว้าอีโต้ ไล่ฟันหนุ่มร้านทอง ก่อนขับรถชน หนุ่มร้านทองแจ้งความพยายามฆ่า ด้านฝรั่งให้การปฏิเสธ

กรณีนายสุเมธ รุ่งรัตนพันธุ์ อายุ 28 ปี เจ้าของห้างทอง 99 ย่านตลาดวัดชัยมงคล พัทยาใต้ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ต่อยนายเจอร์ราร์ด โคลินส์ อายุ 72 ปี สัญชาติออสเตรเลีย อดีตเจ้าของธุรกิจเรือประมงรายใหญ่ในประเทศออสเตรเลีย จนล้มลงหมดสติ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหตุเกิดที่โรงเรียนอักษรพัทยา ซอยกอไผ่ เวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุเป็นเพราะนายสุเมธ บันดาลโทสะที่ถูกนายเจอร์ราร์ด ใช้อาวุธไล่ฟันจนบาดเจ็บ และรถยนต์เก๋งกระจกแตกได้รับความเสียหาย ต่อมา นายสุเมธ รุ่งรัตนพันธุ์ เสี่ยเจ้าของร้านทองรายใหญ่ในเมืองพัทยา ติดต่อมายังผู้สื่อข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมกับส่งคลิปวีดีโอจากกล้องหน้ารถของพลเมืองดี ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่นายเจอร์ราร์ด เปิดประตูรถเก๋งลงมา แล้วเดินไปหยิบอาวุธมีดอีโต้ที่อยู่ท้ายรถออกไปวิ่งไล่ฟันนายสุเมธ และทุบทำลายกระจกและตัวรถยนต์ของนายสุเมธจนได้รับความเสียหาย ก่อนที่จะกลับมาที่รถ แล้วเหยียบคันเร่งขับพุ่งชนนายสุเมธอย่างจัง แต่เคราะห์ดีที่ตนกระโดดม้วนตัวไปบนฝากระโปรงรถ จึงไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด  ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้(12 ต.ค.60) นายเจอร์ราร์ด โคลินส์ พร้อมด้วยนางปัทมา โคลินส์ อายุ 41 ปี ภรรยาชาวไทย เดินทางให้ปากคำกับ ร.ต.อ.นครราช นนสีลาด รอง สว.สอบสวน โดยนายเจอร์ราร์ด เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถมาตามถนนเทพประสิทธิ์ จนมาถึง 4 แยกซอยกอไผ่ จึงชลอรถเพื่อรอเลี้ยวเข้าซอย ระหว่างนั้นนายสุเมธ ซึ่งขับรถสวนทางมาก็ชลอรถเพื่อเลี้ยวเข้าซอยเดียวกัน ตอนแรกตนก็โบกมือทำสัญญาณให้นายสุเมธ ไปก่อน แต่น่าจะเกิดการเข้าใจผิด ทำให้คิดว่าตนให้ของลับ เลยขับรถตามปาดหน้าและแกล้งเบรคกะทันหันอยู่ตลอดทาง กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุนายสุเมธ ได้จอดรถกลางถนนแล้วเปิดประตูลงมาทำท่าจะเข้ามาทำร้าย ตนจึงรีบไปหยิบมีดอีโต้ที่มีไว้ทำสวนตัดแต่งกิ่งไม้ในบ้าน ออกมาเพื่อป้องกันตัว ไม่ได้มีเจตนาจะเอาไปทำร้ายนายสุเมธแต่อย่างใด ในส่วนของคลิปวีดีโอที่นายสุเมธ ได้มาจากพลเมืองดี และมีการเผยแพร่ออกไปในโลกโซเชียล จนหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าตนขับรถพุ่งชนนั้น เรื่องนี้ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด นายสุเมธ เป็นคนกระโดดเข้ามาขวางรถเอง ส่วนบาดแผลที่พบบริเวณศอกซ้ายและขวาของนายสุเมธ นั้น เป็นบาดแผลที่เกิดจากถูกเศษกระจกหน้ารถของตนบาด เนื่องจากแรงกระแทกในขณะที่พุ่งตัวมาใส่รถจนทำให้กระจกแตก  เบื้องต้น ร.ต.อ.นครราช นนสีลาด รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ทำร้ายร้ายกาย” แก่ นายสุเมธ รุ่งรัตนพันธุ์ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ซึ่งหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ด้วย และด้าน นายสุเมธ รุ่งรัตนพันธุ์ ได้นำคลิปวิดีโอดังกล่าวมาเป็นหลักฐาน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษแก่ นายเจอร์ราร์ด โคลินส์ ในข้อหา “พยายามฆ่า”  ทั้งนี้ นายเจอร์ราร์ด โคลินส์ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวทั้งหมดพร้อมตั้งทนายความเพื่อหาหลักฐานมาสู้คดีในชั้นศาลต่อไป คลิปเหตุการณ์

 27,852
สังคม-อาชญากรรม
12 ต.ค. 60

แม่ค้าส้มตำ เข้าสอบปากคำ กรณีลูกสาว อบต.กร่างรุมกระทืบ ด้านคู่กรณีโต้หนังคนละม้วน!

  หลังจากเพจดัง “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้ลงข้อความเผยแพร่ในเพจเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2560 โดยจั่วหัวว่า “แม่ค้าโวยนักการเมืองท้องถิ่นสมุทรสาครสุดกร่าง พังร้านไล่ทุบตีแม่ค้า ฝั่งลูกสาวยืนยันแม่ค้าเล่าไม่หมด ความจริงถูกเอามีดไล่ฟัน มีคลิป” นั้น โดยมีเรื่องราวเขียนในเพจข่าวว่า ตามที่ผู้เสียหายแจ้งเรื่องเข้าไป   “เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2560 เวลาประมาณ 15.00 ระหว่างที่เธอขับรถมอเตอร์ไซด์กลับจากรับลูกจากโรงเรียน ขณะที่ขับรถมาได้มีรถเก๋งสีดำ  ขับรถตามหลังมาแบบกระชั้นชิดแล้วได้บีบแตรไล่มาตลอดทาง จนมาถึงหน้าร้านส้มตำชองเธอ เธอก็จอดรถ เขาก็จอดรถ แล้วกดกระจกลง ข้างในรถเก๋งมีเด็กผู้หญิง อายุประมาณ 20 กว่าๆ พอเขากดกระจกลง เขาก็ด่าเธอว่า มองทำไมอีดอก แล้วก็ลงจากรถ วิ่งมาตบเรา ทั้งๆที่ก็ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน    ประมาณ 2 นาที พ่อ กับ แม่ เด็กผู้หญิงก็ออกมาจากบ้านมา แทนที่จะมาห้ามลูกสาว แต่กลับได้เข้ามารุมทำร้ายเธอ จนเธอบาดเจ็บหนัก สุดท้ายเธอหนีออกมาได้ เธอได้ไปแจ้งความที่สถานี ตำรวจ สภ. กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร   ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.อ.สมคิด บุญลือ รองสารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ผู้รับผิดชอบในคดีนี้ชี้แจงว่า ผู้เสียหายได้มาลงบันทึกประจำวัน และเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้มีการนัดผู้เสียหาย และคู่กรณีมาตกลงเจรจากัน แต่ทางผู้เสียหายไม่ยอมเข้ามาให้ปากคำโดยได้ขอเลื่อนเป็นอีกวันหนึ่ง พอถึงวันนัดผู้เสียหายก็ไม่มาตามนัดอีก จึงได้โทรสอบถาม ทราบว่าแฟนผู้เสียหายกำลังเจรจากับคู่กรณีเอง แล้ววันหลังจะเข้ามาให้สอบปากคำ สุดท้ายจนทุกวันนี้ก็ไม่ยอมเข้ามาให้ปากคำ ซึ่งทาง ร.ต.อ. สมคิด บุญลือ แจ้งว่า ถ้ายังไม่มาจะออกหมายเรียกต่อไป   สำหรับประเด็นปัญหานี้ ผลสรุปจะออกมาเป็นอย่างไร งานนี้ก็คงต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเป็นผู้ชี้ขาดว่าจะยุติปัญหาที่เกิดขึ้นแบบไหน ส่วนสังคมต้องรับฟังทั้งสองฝ่าย อย่าเพิ่งตีความว่าใครผิดใครถูก    ล่าสุดในขณะนี้นางสาววาสนา  แม่ค้าส้มตำได้เข้าพบพนักงานสอบสวนที่สภ. กระทุ่มแบน อำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาครเพื่อให้เจ้าที่ตำรวจสอบปากคำเหตุดังกล่าวต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 3,979
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 ต.ค. 60

หนังคนละม้วน! ฟังปากคำ แม่ค้าส้มตำ-ลูกสาว อบต. ในคลิปตีกันอุตลุด แชร์สนั่นออนไลน์

เพจดังแหม่มโพธิ์ดำ โพสต์เรื่องราวของลูกสาว อบต.แห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร กร่างรุมกระทืบแม่ค้าส้มตำ ซึ่งทางผู้เสียหายระบุว่า ระหว่างที่เธอขับรถมอเตอร์ไซด์กลับจากรับลูกจากโรงเรียน ขณะที่ขับรถมาได้มีรถเก๋งสีดำ ขับรถตามหลังมาแบบกระชั้นชิดแล้วได้บีบแตรไล่มาตลอดทาง จนมาถึงหน้าร้านส้มตำของเธอ ได้พูดด่าหาเรื่องแล้วก็ลงจากรถ วิ่งมาตบทำร้าย ทั้งๆที่ก็ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน   จากนั้นพ่อแม่ของเด็กผู้หญิงก็ออกมาจากบ้านมา แทนที่จะมาห้ามลูกสาว แต่กลับได้เข้ามารุมทำร้ายเธอ จนทำให้บาดเจ็บหนัก สุดท้ายหนีออกมาได้และแจ้งความที่สถานี ตำรวจ สภ. กระทุ่มแบน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้หญิงหลายสิบคนก็ยังยกพวกตามไปที่โรงพยาบาลอีก หลังจากเสร็จจากการทำแผลก็กลับมาที่ร้านขายส้มตำพบว่า ข้าวของในร้านโดนกลุ่มผู้หญิงทำลายพังเสียหาย ทำให้ทุกวันนี้ตนและครอบครัวก็อยู่กันอย่างหวาดกลัว   ส่วนทางด้านของนางสาวเยล (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ผู้ที่ตกเป็นคู่กรณี และถูกกล่าวอ้างว่าเป็นลูกสาวของ อบต.สุดกร่างนั้น ก็ได้ออกมาเปิดใจด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นหนังคนละม้วนกับที่ทางฝ่ายผู้เสียหายได้ให้สัมภาษณ์มา โดยทางคู่กรณีเปิดใจว่า บ้านของตนกับร้านค้าหรือบ้านพักของคู่กรณีอยู่ในซอยเดียวกัน และอยู่ตรงข้ามกันพอดี   ทั้งนี้ในวันที่เกิดเหตุนั้น ตนได้ขับรถจะกลับบ้านพร้อมกับน้องชายวัย 17 ปี ซึ่งช่วงจังหวะที่กำลังจะเลี้ยวเข้าซอยนั้น ผู้เสียหายก็ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรมาและเกือบจะชนกันตรงปากทางก่อนที่จะเลี้ยวเข้าซอย ตนจึงบีบแตรเตือนไป 2 ครั้ง แล้วก็ขับตามรถของผู้เสียหายมา แต่น้องชายเห็นว่าผู้เสียหายหันมาตะโกนด่าใส่ตน ซึ่งน้องชายก็บอกตนแต่ตนไม่ได้สนใจอะไรเพราะไม่อยากมีเรื่อง จนกระทั่งมาถึงหน้าร้านค้าของผู้เสียหายก็ได้จอดรถ ตนก็จอดรถเช่นเดียวกันเพราะเป็นหน้าบ้านของตน   จากนั้นผู้เสียหายก็ด่าตนก่อนอีกทั้งยังเรียกชื่อตนด้วยการขึ้นต้นว่าอีอีกด้วย ตนจึงเรียกสรรพนามเดียวกันกลับไป จึงทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทแล้วตบตีกันขึ้น โดยทางผู้เสียหายนั้นมีสามีออกมาช่วย ส่วนตนตอนแรกมีแค่น้องชาย แต่พอพ่อกับแม่ได้ยินเสียงก็ออกมาห้าม ซึ่งนอกจากตนกับแม่จะโดนอีกฝ่ายทำร้ายด้วยการตบตีแล้ว สามีของผู้เสียหายยังไปคว้ามีดยาวคล้ายเหล็กแหลม มาไล่ฟันพวกตนด้วย จนทุกคนต้องหนีไปคนละทิศคนละทาง   แต่ปัญหาก็ยังไม่จบเมื่อพวกตนกลับเข้ามาในบ้าน ทางผู้เสียหายก็ปามีดอีโต้ กับสิ่งของหลายอย่างใส่บ้านตน พวกตนกับน้องชายจึงปาสิ่งของไปยังร้านค้าและที่พักของผู้เสียหายบ้าง ทำให้ข้าวของแตกกระจาย ส่วนที่หน้าตาของผู้เสียหายมีรอยฟกช้ำก็เพราะถูกเล็บของตนนั่นเอง ยันไม่ได้ลงมือทำร้ายก่อน ส่วนที่ว่าพ่อของตนเป็น อบต.แล้วกร่างนั้น ก็ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง   ขณะที่ว่าสาเหตุของการทะเลาะจะมาจากเรื่องของการเรียกเก็บเงินค่าดูแลพื้นที่ๆ ผู้เสียหายขายของอยู่นั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะพวกตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้เสียหายเลย ส่วนที่ดินตรงนั้นก็เป็นที่วัด ซึ่งตนไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น ทั้งนี้ตนก็กำลังรวบรวมพยานหลักฐานในวันเกิดเหตุ และจะขอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ตนเองและครอบครัวโดยเฉพาะบิดาที่เป็นสมาชิก อบต. ด้วย   ด้านตำรวจผู้รับผิดชอบในคดีนี้ชี้แจงว่า ผู้เสียหายได้มาลงบันทึกประจำวัน และเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้มีการนัดผู้เสียหาย และคู่กรณีมาตกลงเจรจากัน แต่ทางผู้เสียหายไม่ยอมเข้ามาให้ปากคำโดยได้ขอเลื่อนเป็นอีกวันหนึ่ง พอถึงวันนัดผู้เสียหายก็ไม่มาตามนัดอีก จึงได้โทรสอบถาม ทราบว่าแฟนผู้เสียหายกำลังเจรจากับคู่กรณีเอง แล้ววันหลังจะเข้ามาให้สอบปากคำ สุดท้ายจนทุกวันนี้ก็ไม่ยอมเข้ามาให้ปากคำ ซึ่งถ้ายังไม่มาจะออกหมายเรียกต่อไป   สำหรับประเด็นปัญหานี้ ผลสรุปจะออกมาเป็นอย่างไร งานนี้ก็คงต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเป็นผู้ชี้ขาดว่าจะยุติปัญหาที่เกิดขึ้นแบบไหน ส่วนสังคมต้องรับฟังทั้งสองฝ่าย อย่าเพิ่งตีความว่าใครผิดใครถูก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/97B6lvFdf1A  

 7,786
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 ต.ค. 60

สุนัขตกตึกพร้อมเชือกจูง คาดถูกคนงานก่อสร้างจับโยน หน.คนงานอ้างหมาตกใจเสียงดัง ปีนกำแพงตกเอง

เพจเฟซบุ๊ก WATCHDOG THAILAND โพสต์ภาพสุนัขนอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นถนน โดยที่คอมีเชือกจูงผูกไว้ พร้อมกับระบุข้อความว่า "โยนหมา-แมว ลงมาจากตึกกลางตลาดศรีย่าน ประชาชนสลดใจ น้องหมายังดิ้นทุรนทุรายก่อนขาดใจตาย เบื้องต้นประสาน พ.ต.อ.ปรีชา กองแก้ว ผกก.สน.สามเสน สั่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ก่อนนำคนงานก่อสร้างในพื้นที่ไปสอบสวน"   ทางทีมข่าวเดินทางไปยัง สน.สามเสน พบกับ นายชัยวัฒน์ ชุ่มราศี อายุ 52 ปี หัวหน้าคนงาน กำลังเข้าให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า ตนเองควบคุมการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ดังกล่าว ซึ่งวันนี้พึ่งจะมาเริ่มทำงานวันแรก สุนัขตัวดังกล่าวตนเห็นว่าอยู่บนดาดฟ้ามาตลอด ไม่ยอมลงไปข้างล่าง ซึ่งตนเคยขึ้นไปเจออยู่ครั้งหนึ่งตอนมาดูตึก ตอนนั้นตนพยายามจะเรียกสุนัขตัวดังกล่าว แต่สุนัขกลับวิ่งหนีโดยการกระโดดข้ามกำแพงที่กั้นคูหาไป ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าทำไมสุนัขถึงอยู่บนดาดฟ้า นายชัยวัฒน์ บอกว่า ไม่รู้ แต่คิดว่าคงมีคนเอาอาหารมาให้ เพราะบนดาดฟ้ามีอุจาระสุนัขอยู่ด้วย   นายชัยวัฒน์ บอกอีกว่า ที่สุนัขตกลงมาจากตึก ตนคาดว่าน่าจะตกใจเสียงเครื่องเจาะพื้น แล้วกระโดดลงมา เพราะบริเวณกำแพงดาดฟ้า จุดที่ตรงกับสุนัขตกลงมาเสียชีวิต มีลอยเล็บอยู่เต็มไปหมด ซึ่งตนยืนยันได้ว่าตนและลูกน้องไม่มีใครโยนสุนัขลงมาจากตึกแน่นอน ซึ่งตนพร้อมที่จะไปสาบาน   นายชัยวัฒน์ บอกว่า ส่วนเรื่องแมวที่มีคนมาโยงกับเหตุการณ์นี้ ตนไม่รู้ว่าเอามาโยงกันได้อย่างไร เพราะตอนที่แมวตกลงมา ก็มีคนเห็นว่ามันตกมาเอง หลังจากที่เรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปก็ทำให้เกิดความเสียหาย ตนกำลังปรึกษาทนายเพื่อที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย   โดยนายเอ(นามสมมุติ) คนงานที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังเดินมาจากตลาด เพื่อจะไปตึกคูหาสุท้าย พอมาถึงประมาณคูหาที่ 2 อยู่ๆตนก็รู้สึกเหมือนบางอย่างหล่นลงมาเฉี่ยวแขนตัวเอง พอมองดูก็พบว่าเป็นสุนัข ตนจึงมองขึ้นไปข้างบนก็ไม่พบอะไร ตอนนั้นสุนัขยังไม่เสียชีวิตทันที ดิ้นทุรนทุรายอยู่ประมาณ 30 วินาที ด้วยความตกใจจึงรีบเดินไปหาคนอื่นๆ ตอนนั้นตนตกใจมาก เพราะแค่อีกนิดเดียวสุนัขก็จะหล่นโดนหัวตนแล้ว ส่วนสุนัขตัวดังกล่าวตนก็ไม่รู้ว่าสาเหตุที่ตกลงมาเพราะอะไร   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น อยู่ภายในตลาดศรีย่าน นักข่าวขึ้นไปบริเวณดาดฟ้าพบลอยขีดข่วนบนกำแพงที่สูงกว่า 1 เมตร และก็พบกองอุจาระ ตามที่นายชัยวัฒน์บอก แต่ไม่ทราบว่าเป็นลอยของอะไร และอุจจาระของสัตว์ชนิดใด ส่วนกำแพงที่นายชัยวัฒน์ บอกว่าสุนัขสามารถกระโดดข้ามได้นั้น นักข่าวลองปีนดูพบว่าค่อนข้างสูง และข้ามลำบาก    โดย นายวุฒิชัย ทรัพย์ภิญโญ ชาวบ้านที่อยู่ติดกับอาคารดังกล่าว เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า เมื่อประมาณ 2 วันที่ผ่านมา มีแมวตกหล่นมาจากตึก ใส่กระจกรถด้านหน้า ทำให้กระจกแตก ตอนนั้นตนคิดว่าคงเป็นอุบัติเหตุ เพราะประกันภัยก็บอกว่าเคยมีเหตุแบบนี้บ่อย แต่พอมาวันนี้มีสุนัขตกหล่นมาอีก ตนคิดว่าคงไม่ใช่การที่สัตว์จะตกลงมาเอง ตนคิดว่าคงจะมีคนโยนลงมา แต่ก็ไม่มีคนเห็นว่าใครเป็นคนโยน   ด้าน พ.ต.อ.ปรีชา กองแก้ว ผกก.สน.สามเสน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ และนำตัวคนงานที่อยู่บริเวณดังกล่าวเข้ามาสอบปากคำ เบื้องต้นได้นำร่างของสุนัขตัวดังกล่าว ส่งไปชันสูติหาสาเหตุการตายที่โรงพยาบาลสัตว์แล้ว ตอนนี้กำลังตรวจสอบหาภาพจากกล้องวงจรปิด ส่วนพยานในที่เกิดเหตุจากการสอบถามก็ไม่มีผู้ใดเห็นว่าสุนัขตกลงมาอย่างไร แต่ทั้งนี้หากพบว่าผู้ใดกระทำการทารุณกรรมสัตว์ ก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uyZhgz_ZDvs  

 8,086
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 ต.ค. 60

คลิปวิน จยย.พัทยาดวลหมัดเดือด 2 รุม 1 ต่อหน้าชาวต่างชาติ

จากกรณีมีคลิปวีดีโอ วิน จยย.เมืองพัทยาชกต่อยกันว่อนโลกโซเซียล จนมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่แสดงความเห็นในแง่ลบกับวิน จยย.รับจ้างในเมืองพัทยา แต่คนขับวิน จยย.คนอื่นวอนสังคมให้มองในแง่เป็นเรื่องส่วนตัวในการชกต่อย   จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุที่ชกกันจนทราบว่า เป็นวินฮอรีวู๊ด ซ.13 ถนนพัทยาใต้ คนถ่ายคลิปดังกล่าวเป็นต่างชาติคาดว่าเป็นชาวรัสเซียที่เข้ามาถ่ายรูปติดหนังสือเดินทาง   ด้านคนขับวินเดียวกันกับคนในภาพเล่าว่า วันเกิดเหตุคนขับวินตัวเล็กได้นั่งกินเหล้ากับเพื่อนวินอีกคนที่ไปช่วยรุมอยู่บริเวณที่จอดรอผู้โดยสาร ส่วนคนที่ถูกรุมได้รอผู้โดยสารเช่นกัน แต่ได้ไปมองทั้ง 2 คน ที่กินเหล้าว่าไม่เหมาะสมเพราะสวมเสื้อวินอยู่ นักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาจะมองไม่ดีและทำให้เสียภาพพจน์ ซึ่งทั้ง 2 คนจึงเกิดความไม่พอใจจึงมีปากเสียงด่าทอกันจนเกิดการชกต่อย ซึ่งหลังจากเกิดการชกต่อยกันทั้ง 3 คนก็ไม่มาขับ จยย.รับจ้างอีกเลย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bh856_V_ARI  

 5,251

Top