ค้นหา :

ผลการค้นหา "���������������������������������������������"

แชร์ออฟเดอะเดย์
02 มี.ค. 61

โชเฟอร์รถตู้ บรรเลงเพลงหมัดกับคนขี่ จยย. ปมฉุนขับรถเบียดกันกลางเมืองภูเก็ต

โซเซียลแชร์ว่อนคลิปคนขับรถตู้ถูกกระหน่ำชกต่อย จยย.บนถนนทางเขาป่าตองก่อนถึงสี่แยกไฟแดงกะทู้ อ.กะทู้ ภูเก็ต   โลกโซเชียลมีการแชร์คลิปวีดีโอคนขับรถมอเตอร์ไซด์ชกต่อยกับคนขับรถตู้ความยาวประมาณ 21 วินาที เกิดเหตุที่บริเวณหน้าร้านส้มตำแห่งหนึ่งแถวป้อมตำรวจ สภ.กะทู้ ทางลงเขาป่าตอง ก่อนถึงแยกไฟแดงสี่กอ ต.กะทู้ จ.ภูเก็ต ในช่วงเช้าของวันนี้ขณะรถติดไฟแดง   ซึ่งภายในคลิปเห็นชายวัยกลางคนคนขับรถมอเตอร์ไซด์ สวมเสื้อสีเขียวและสวมเสื้อคลุมสีดำแขนยาว สวมกางเกงขาสั้นสีครีม สวมรองเท้าผ้าใบ กำลังกระหน่ำชกต่อยคนขับรถตู้ โดยคนขับรถตู้สู้ไม่ได้อยู่ที่บริเวณท้ายรถตู้สีขาว ป้ายเหลือง จากนั้นก็มีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ที่ขับรถติดไฟแดงอยู่ได้ลงมาช่วยกันห้ามและแยกย้ายทั้งสองคนออกไปในที่สุด โดยได้มีการแชร์ไปยังกลุ่มไลน์ต่างๆ จำนวนมากนั้น   ด้าน พ.ต.อ.เสริมพันธ์ ศิริคง รอง ผบก.ภ.ภูเก็ต กล่าวว่า ตนได้ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.กะทู้ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ให้ตรวจสอบป้ายทะเบียนรถตู้ เพื่อติดตามคนขับรถมาสอบปากคำเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ติดตามคนขับรถมอเตอร์ไซด์มาสอบปากคำเช่นกัน นอกจากนั้น อยากฝากให้ผู้ขับขี่รถทุกชนิดให้มีการขับระมัดระวัง และควรมีน้ำใจให้ทางซึ่งกันและกัน รวมทั้งไม่ควรใจร้อนขณะขับขี่รถ   ล่าสุดตำรวจ สภ.กะทู้ ได้ติดรถตู้คันดังกล่าวป้ายทะเบียน 31-0399 ภูเก็ต ที่มีเหตุชกต่อยกับชายขับขี่รถ จยย.กำลังเร่งติดตามตัวอยู่ทราบว่ารถตู้คันดังกล่าวมีนายสุกรี อิสลาม เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ สอบถามนายสุกรีทราบว่ามีนายพิริยะ ยุมยวง อายุ 28 ปี เป็นผู้ขับขี่ตามวันเวลาเกิดเหตุ จากการซักถามนายพิริยะ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่รถตู้เบียดกับรถ จยย.สีดำ และมีปากเสียงกันตั้งแต่ทางลงเขาป่าตองแล้ว จนถึงที่เกิดเหตุ ขณะรถกำลังติดไฟแดงแยกสี่กอ คนขับรถ จยย.คู่กรณีได้ลงมาเคาะกระจกรถตู้ ทั้งคู่จึงได้มีปากเสียงและชกต่อยกันตามคลิป   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการเทียบปรับในข้อหาก่อเหตุทะเลาวิวาทในที่สาธารณะขีดขวางการจราจรของประชาชนกับนายพิริยะ พร้อมว่ากล่าวตักเตือนมิให้ก่อเหตุในลักษณะนี้อีก ในส่วนคู่กรณีซึ่งขี่ รถ.จยย.อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/77KgtQxJlqM    

 8,427
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ก.พ. 61

ตร.ระยองล้อมจับ-ยิงสกัดแก๊งค้ายาบ้าซึ่งกระบะหนี สุดท้ายหนีไม่รอด เหตุอ้วนวิ่งไม่ไหว

ระยอง-โลกออนไลน์เผยแพร่คลิป เจ้าหน้าที่ตำรวจล้อมจับแก๊งค้ายาบ้า แล้วคนร้ายพยายามขับรถหนี จนตำรวจต้องใช้ปืนยิงยางรถยนต์ แต่สุดท้ายแก๊งยาบ้าก็หนีไม่รอดถูกจับกุมได้   โดยคลิปเผยให้เห็นรถกระบะมาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ และมีรถอีก 2 คันมาหน้าปิดหลังไว้ ก่อนที่จะมีชายหลายคนกรูไปที่รถ แต่คนในรถไม่ยอมเปิดประตู และยังพยายามที่จะขับรถฝ่าการปิดล้อมด้วย หลังจากนั้นก็มีชายหลายคนตรงไปที่รถพยายามจะเปิดประตูรถ และเรียกให้คนในรถลงมามอบตัว แต่คนในรถ ไม่ยอมลงจากรถ และยังพยายามเร่งเครื่องรถ ฝ่าการล้อมจับกุม ทำให้รถไปชนกับรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อได้รับความเสียหายไป 2 คันด้วย   ด้านพันตำรวจตรีพงศพล สินจังหรีด สารวัตรป้องกันและปราบปรามเมืองระยอง และยังเป็นหัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด บอกว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เมื่อประมาณ 13.30 น. ของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีการนัดส่งมอบยาบ้ากันที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อริมถนนสายบ้านดอน-ตาขัน จึงนำกำลังไปดักซุ่ม และเมื่อรถยนต์กระบะคันดังกล่าว เข้าในจุดนัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงใช้รถ 2 คัน ประกบหน้าหลัง เพื่อป้องกันหลบหนี และพยายามจะให้คนขับลงจากรถ แต่คนขับไม่ยอม และพยายามขับรถชนรถของเจ้าหน้าที่ และฝ่าวงล้อมออกไปได้   แต่เจ้าหน้าที่ได้ใช้อาวุธปืนยิงไปที่ยางรถ คนร้ายขับไปได้ประมาณ 2 กิโลเมตร ก็ทิ้งรถหลบหนี แต่เนื่องจากคนร้ายมีรูปร่างอ้วน จึงวิ่งไปได้ไม่ไกล ก็ถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด สอบสวนทราบว่าชื่อนายสมพงษ์ บัวผุด หรือเต๋า อายุ 22 ปี จากการตรวจค้นในรถ พบยาบ้า 94 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปค้นต่อที่ห้องพัก ก็พบยาบ้าอีก 1,800 เม็ด ยาไอซ์อีก 79.80 กรัม จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน   นายสมพงษ์ ผู้ต้องหายอมรับว่าได้รับยาเสพติดมาจากนายป่อง ไม่ทราบนามสกุล อยู่ที่จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี ข้อหามียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามจำหน่าย รวมถึงสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อสาวให้ถึงเอเย่นต์รายใหญ่ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MoRdhdDcw1s    

 13,890
แชร์ออฟเดอะเดย์
21 ก.พ. 61

อากาศมันร้อน! ตร.-ชาวบ้าน เข้าล็อกตัวชายวิกลจริต คลุ้มคลั่งนอนขวางถนน-ไล่ทุบรถ

ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก Ator Kim ได้โพสต์วีดิโอคลิปเหตุการณ์ที่ชายวิกลจริตสวมชุดสีดำ เกิดอาการคลุ้มคลั่งนอนขวางถนน ทำให้การจราจรติดขัด พร้อมข้อความว่า “แถวโรงพักฉลอง...ช่วงนี้อากาศแปรปรวน..ระวังสุขภาพด้วยนะครับบบบ!!!!”   จากการตรวจสอบพบว่า เกิดเหตุใกล้วงเวียนห้าแยก ฉลอง ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ขณะที่การจราจรกำลังติดขัด ชายคนดังกล่าวซึ่งมีอาการคล้ายมึนเมาหรือคุลุ้มคลั่งได้เดินไปกลางถนนก่อนนอนลงขวางรถไม่ให้วิ่งผ่านไปมา พร้อมตะโกนโวยวายเสียงดัง ผู้ใช้รถต่างตะโกนให้หลบแต่ก็ไม่ได้ทำให้ชายคนดังกล่าวสนใจ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเจรจา เนื่องจากการจราจรติดขัด เมื่อเจ้าหน้าที่สายตรวจสองนายเดินทางมาถึงและเข้าพูดคุย ชายคนดังกล่าวกลับขัดขืน พยายามชกต่อย ชาวบ้านและผู้ใช้รถที่อยู่ใกล้เคียงจึงช่วยเจ้าหน้าที่จับตัวไว้ได้ ซึ่งขณะที่จับกุมนั้นชายคุ้มคลั่งก็โดนไปคนละหมัดสองหมัด   สอบถามเพิ่มเติมไปยัง พ.ต.ท.สนั่น จันทร์รงค์ รอง ผกก.สส.สภ.ฉลอง กล่าวว่าได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา ว่าชายคนดังกล่าวเป็นคนวิกลจริตซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง สภ.ฉลองมานาน เดิมทีก็จะเดินอยู่บริเวณดังกล่าวเป็นประจำทุกวันซึ่งไม่มีอาการเช่นที่เกิดขึ้น แต่ในวันนี้คาดว่าจะเกิดอาการเครียดทำให้เกิดคลุ้มคลั่งและแสดงอาการดังกล่าว   โดยขณะควบคุมตัวเจ้าหน้าที่เเละประชาชนได้ช่วยกันล็อกตัวเเละใส่กุญแจมือไว้ แต่ด้วยความแข็งแรง ชายคนดังกล่าวได้กระชากอย่างรุนเเรง ทำให้โซ่ยึดกุญแจมือขาดไป 3 ชุด ก่อนจะใช้อย่างอื่นรัดตัวไว้ เเละให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตนำส่งไปที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตเพื่อให้แพทย์ทำการตรวจเพื่อรักษาตามอาการต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QE5eJb6uWdw    

 7,855
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 ก.พ. 61

นร.หนุ่มแต่งเพลง 'ซังวาเลนไทน์' โดนใจคนนก ประชดก็แค่ 14 กุมภาฯ ไม่ได้สำคัญอะไร!

เฟซบุ๊ก Keerati Promnoi (เขียนเพลงอิสระ) ได้โพสต์คลิปของกลุ่มนักเรียนชายจากโรงเรียนสมเด็จพิทยาคม อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ นำโดยไอซ์ หลวงพระเนตร ภายใต้ค่ายดนตรี หลวงพระเนตร เรคคอร์ด วงนักเรียนดนตรีน้อยชิ้นที่โด่งดังบนโลกโซเชียล โชว์เล่นดนตรีเข้ากับเทศกาลแห่งความรัก วันวาเลนไทน์ ในเพลงกูซัง วาเลนไทน์   โดยเนื้อหาเป็นการประชดวันดังกล่าว ว่าไม่ได้สำคัญอะไรกับชีวิตมากมายนัก เพื่อให้กำลังใจคนโสดว่าก็เเค่วันที่ 14 กุมภาฯ ไม่ใช่วันสำคัญอะไรนักเพราะไม่ใช่วันเกิดพ่อแม่ของตน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0d1-B3SXs68

 24,232
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ก.พ. 61

คลิปนักข่าวตัวน้อย รายงานเหตุถนนในสงขลา ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ วอน จนท.เร่งแก้

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Spry Thitima Khwanpan แชร์คลิปน้องขิง หนูน้อยสวมมาดผู้สื่อข่าวตัวน้อย รายงานเหตุถนนชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อ ส่งผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชน ใน อ.สิงหนคร จ.สงขลา โดยระบุข้อความว่า   " #สิงหนคร ถนนสายชะแล้-บางเขียด ถนนชำรุดหนักมาด เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก ชาวบ้านล้มป่วยไม่สบายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หลุมลึกยิ่งกว่าไปเทียวดาวอังคารนี้คือสภาพเล็กๆน้อยๆเฉพาะหน้าบ้านเท่านั่น เดือดร้อนจริงๆยิ่งช่วงที่แดดร้อนฝุ่นจะเต็มถนนไปหมดพอฝนตกน้ำก็จะเต็มหลุมทำมห้มองไม่เห็น ถ้าใครเคยผ่านถนนเส้นนี้จะรู้ ช่วยหน่อยนะค่ะ (นี้คือสภาพเล็กๆน้อยๆ) #ช่วยแชร์ หน่อยนะค่ะ ชาวบ้านเดือดร้อน"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kLjdhByDaF4    

 5,816
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ก.พ. 61

สั่งสอบรุ่นพี่หยดน้ำตาเทียนใส่แขนน้อง ยันไม่ใช่รับน้อง แต่ทำพิธีผูกข้อมือแล้วเล่นกัน ด้านน้องปี1 บอกไม่เอาเรื่อง งง คนแชร์จนบานปลาย

กลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนแรง เกี่ยวกับเรื่องการรับน้อง ในสถาบันศึกษา หลังจากเพจ God of war3 แชร์ภาพแขนของนักศึกษาชายคนหนึ่ง มีร่องรอยบาดแผลผุพอง คล้ายถูกความร้อนลวก และมีสายสิญจน์ผูกที่ข้อมือ  พร้อมข้อความว่า   "ตูจะเป็นแผลเป็นมั่ยนี่" ฝากลงทีครับแอด ผมเรียนมหาวิทยาลัยราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี เมื่อวันที่1กพ. ที่ผ่านมา มีการรับรุ่น อล้วรุ่นพี่เอาเทียนพลาสติกหยดที่ข้อมือ  เพื่อนผมเลยโพสต์ขำๆ แต่โดนรุ่นพี่แคปรูปไปประจาน ในกลุ่ม แถมมีการโพสต์ข่มขู่เพื่อนด้วย"   โดยในโพสต์นี้ ยังมีคอมเม้นต์ ประชดประชัน นักศึกษาชายคนนี้ และข่มขู่   ซึ่งคาดว่าเป็นรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน   ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบว่า เหตุที่เกิดขึ้น ผู้เสียหาย เป็นนักศึกษาสาขา วิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ จ.นนทบุรี  ชั้นปี 1 ถูกรุ่นพี่ใช้น้ำตาเทียนหยดใส่ที่แขน ในงานวันทำบุญประจำปีของสาขา และจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์รุ่นพี่และรุ่นน้อง เมื่อวันที่ 1ก.พ.ที่ผ่านมา   โดยน้องหญิง นามสมมติ รุ่นพี่ปี 3 เล่าว่า น้องที่ถูกกระทำนั้นชื่อ น้องกุ้ง นามสมมุติ เป็นน้องที่สนิทของตน โดยทางสาขา ทำบุญ ในช่วงเช้า ช่วงบ่ายมีกิจกรรมแนะนำตัวรุ่นพี่รุ่นน้อง จากนั้นก็มีการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญผูกข้อมือกัน โดยมีการเขิญพราหมณ์มาทำพิธีด้วย ให้รุ่นน้องนั่งล้อมวงกันที่หน้าอาคารของสาขา จากนั้นจะจุดเทียนหน้าที่นั่งของรุ่นน้อง แล้วรุ่นพี่ก็จะเวียนกันผูกข้อมือให้น้อง ระหว่างที่ผูกก็เล่นหยอกล้อกันกับน้อง ด้วยการเอาน้ำตาเทียน มาป้ายที่สายสิญจน์เพื่อให้ผูกง่าย แต่บางคนก็ใช้น้ำตาเทียนหยดลงที่แขนน้องเลย มันคือการแกล้งกัน เมื่อน้องร้อน รุ่นน้องก็เอาน้ำตาเทียนหยดคืนใส่พี่   ไม่ได้เป็นการบังคับหรือจงใจหยดน้ำตาเทียนใส่แขนน้องตามที่โซเชียลกล่าวหา หลังเกิดเรื่องน้องกุ้งก็ไม่ได้โกรธอะไรรุ่นพี่เพราะรู้ว่านี่คือแกล้งขำๆ ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก พอกุ้งโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ก็มีคนแคปภาพไปกล่าวหาและด่าทอกันในคอมเมนต์ ทั้งๆที่เจ้าตัวไม่ได้ติดใจจะเอาเรื่องเอาราวกับรุ่นพี่ แต่ทีคนแคปภาพและไปด่าทอกัน เป็นรุ่นพี่ที่ไม่ถูกกัน สองฝ่าย จนเรื่องลุกลามบานปลาย ตนในฐานะรุ่นพี่ก็เคยโดนน้ำตาเทียนมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้เป็นแผลเป็น และเข้าใจว่าคือการหยอกล้อไม่ใช่รับน้อง   ทางด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์สัญญา คำจริง รองคณบดี ด้านกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษ กล่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่การรับน้องแต่เป็นการทำบุญสาขา ทางมหาลัยมีการกำหนดกฎระเบียบเรื่องนี้อย่างเข้มงวด จากการสอบถามน้องกุ้งนักศึกษาที่ถูกกระทำยืนยันว่า ไม่ได้โกรธรุ่นพี่ และเข้าใจว่าคือการหยอกกันขำๆ หลังเสร็จพิธีก็มีการคุยกับรุ่นพี่ปกติ โดยวันนี้ น้องกุ้งจะเดินทางกลับจาก ตจว. ทางคณะกรรมการจะเรียกสอบถาม ก่อนจะมีการพิจารณาลงโทษรุ่นพี่ แต่จากการสอบถามรุ่นพี่แล้ว ทุกคนไม่มีเจตนาทำร้ายน้องแต่ยอมรับว่าเป็นการหยอกล้อกัน แต่อาจจะไม่เหมาะสม   จากนั้น อาจารย์สัญญา เปิดห้องให้ผู้สื่อข่าวได้คุยกับรุ่นพี่ที่ก่อเหตุนี้ โดยนายเค นามสมมติตัวแทนรุ่นพี่ที่ก่อเหตุ กล่าวขอโทษผู้ปกครองและน้องกุ้ง ที่ทำให้น้องต้องบาดเจ็บ แต่ทุกคนไม่มีเจตนา แค่เป็นการหยอกกัน และน้ำตาเทียนที่ใช้ ไม่ใช่รุ่นพี่คนเดียวหยดลงแขนน้องแต่บางทีเป็นการสะบัดน้ำตาเทียน ทำให้กระจายหลายจุด เป็นแผลผุพอง หลังเกิดเหตุขอโทษน้องแล้วและไม่ติดใจเอาความกัน แต่งง ว่ามีการแชร์ภาพออกไปโลกโซเชียลได้อย่างไร   ทางด้านนายชาติ นามสมมติ รุ่นพี่อีกคนชี้แจงว่า ตนก็เคยถูกน้ำตาเทียน เมื่อปีที่แล้วตอนนี้ยังมีรอยแผลนิดหน่อยที่แขน  ไม่ได้เจ็บมากมายอะไร เรื่งที่เกิดขึ้น ไม่มีการบังคับ และหากน้องทรมานหรือไม่พอใจ สามารถบอกรุ่นพี่และตอบโต้ได้ หรือลุกออกจากพิธี แต่น้องเข้าใจจุดนั้น   ส่วนการที่มีการกล่าวหาว่ารุ่นพี่ข่มขู่น้องไม่ให้โพสต์ภาพลงโซเชียลไม่เป็นความจริง แต่บอกน้องว่า ลบโพสต์ออกดีกว่าเดี๋ยวจะดูไม่ดี น้องก็ลบออกขำๆไม่มีอะไร แต่คนที่แคปภาพแล้วเอาไปโพสต์ต้องเป็นรุ่นพี่ด้วยกัน เพราะภาพนี้หลุดจากห้องแชทกลุ่มรุ่นพี่ แล้วการด่าทอตอบโต้กันในคอมเม้นก็เป็นพวกรุ่นพี่ด้วยกัน ไม่เข้าใจรุ่นพี่พวกนี้มากกว่าต้องการอะไรทำให้มหาลัยเสื่อมเสีย   วันนี้ทางน้องกุ้ง นักศึกษาปี 1 จะเข้าให้ข้อมูลกับอาจารย์และทางอาจารย์จะพิจารณา ลงโทษรุ่นพี่ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่างกรรมต่างวาระ และจากนี้ทางมหาวิทยาลัยจะประชุมวางมาตราการเข้มงวดในการจัดกิจกรรมของทุกคณะ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V_v9JVl7tGI    

 9,133
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 ก.พ. 61

รถเบนซ์เปิดกล้องหน้ารถยันชัด สาว16 ขี่ จยย.เปลี่ยนเลนกะทันหัน ก่อนถูกชนล้ม

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Jib Tanutchar เผยแพร่คลิปจากกล้องหน้ารถเผยให้เห็นว่าวัยรุ่นหญิงที่ขี่จักรยานยนต์ ขี่เปลี่ยนเลนกะทันหันมาตัดหน้ารถเบนซ์จนล้มลง โดยวัยรุ่นสาวอ้างว่าเปิดไฟเลี้ยวแล้วขณะ วิ่งอยู่ในเลนแต่ถูกชนจากด้านหลัง แต่ต่อมาทางรถเบนซ์ได้นำหลักฐานจากกล้องหน้ารถมายืนยันพร้อมระบุว่า   “3 ก.พ. 2561 #ขับมาดีดีก็ชนได้ แม่ขับไม่เร็วเลย เบรคและหักหลบเท่าที่ทำได้ แต่ก็ไม่ทัน มอเตอร์ไซค์มาจากช่องซ้ายสุดปาดมาขวาสุดแบบไม่ดูอะไรเลย เราตกใจมาก ร้องดังมาก คือกลัวเขาบาดเจ็บรุนแรง น้องอายุแค่ 16 ไม่มีใบขับขี่ รถยืมเพื่อนมาขับ หมวกไม่ใส่ น้องบอกแต่ว่า “หนูเปิดไฟเลี้ยวแล้วแต่พี่ไม่ชะลอ” น้องบอกว่า “หนูอยู่ในเลนแล้ว พี่มาชนด้านหลัง” เราตอบ “ไม่เป็นไร พี่มีกล้องหน้ารถ"   สักพัก ญาติตาป้าหลานเพื่อนแฟนพ่อ ก็มาหาน้องเต็มไปหมดขออยู่ห่างๆนะ  เจอเรื่องแบบนี้ เบื่อดราม่า ไปถึงโรงพัก น้องบอกตำรวจกับประกันแบบเดิม พอให้ตำรวจดูคลิป ฝั่งนู้นก็ยอมรับผิดและเงียบ นอกจากเสียเวลาแล้ว ยังเสียสุขภาพจิตสุดๆ เจอแบบนี้แล้วทำให้ไม่อยากขับรถ กลัว #ขอบคุณกล้องหน้ารถ”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NiAaU8jriZk    

 21,298
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ม.ค. 61

ประธาน ทปอ. วอนบริษัทเปิดใจ หลังมีดราม่าไม่รับคนจบป.ตรี 'ราชภัฏ-ราชมงคล-เอกชน'

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือทปอ. เปิดเผย หลังมีการโพสต์ข้อความของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ตอบกลับผู้สมัครงานว่าทางบริษัทไม่มีนโยบาย รับนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งเรื่องดังกล่าวขอยืนยันว่า ควรจะมีการเปลี่ยนความคิด และเปิดใจของตนเอง ในการรับนักศึกษาจากสถาบันอื่นๆ แม้เรื่องดังกล่าวจะมีมานาน แต่ก็เป็นสิทธิ์ที่บริษัทเอกชนจะเลือกรับ นักศึกษาที่จบจากสถานบันที่มีชื่อเสียง   ในฐานะที่ตนเองกำกับดูแลสถาบันอุดมศึกษา ยืนยันว่าทุกมหาวิทยาลัยมีคุณภาพ ซึ่งทางรัฐบาลได้สนับสนุนการศึกษา ควรจะเปิดใจของตนเอง เพราะนักศึกษาจากสถาบันเหล่านี้ประสบความสำเร็จในการทำงาน ซึ่งหากยังไม่เปิดใจอาจเป็นการปิดโอกาสที่ผู้ที่จบจากสถาบันเหล่านี้จะไปสร้างให้บริษัทได้มีความเติบโตในอนาคต                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/smhouXRm1BM

 59,320
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ม.ค. 61

ฟังอีกมุม! ครูตบหน้าเด็กพิเศษร่ำไห้เสียใจ ยันไม่มีเจตนาทำร้าย ด้านน้องโผกอด-หอมแก้ม

ความคืบหน้าจากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิป เป็นภาพภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง จับภาพเหตุการณ์ขณะนักเรียนชายคนหนึ่ง นั่งก้มหน้าอยู่บนม้านั่ง โดยมีผู้หญิงผมสั้น สวมเสื้อสีเขียว ระบุว่าเป็นคุณครู ยืนพูดอะไรบางอย่าง คล้ายกำลังดุเด็กชายอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ครูจะตีแขน และตบเข้าที่ใบหน้าเด็กชายหนึ่งครั้ง ฝ่ายนักเรียนชายทำแค่ใช้มือปัดป้อง พร้อมกับร้องไห้ไปด้วย จากนั้นครูรายนี้ก็เดินหนีไป ผู้โพสต์ยังระบุด้วยว่า เด็กนักเรียนชายในคลิป เป็นเด็กที่มีอาการผิดปกติทางสมอง คาดว่าน่าจะเป็นออทิสติกนั้น   ล่าสุด ผอ.โรงเรียนดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงว่า ครูในคลิปทำหน้าที่ดูแลเด็กพิเศษจำนวน 34 คน จึงอยากขอให้สังคมเข้าใจ ชี้การดูแลเด็กๆ เหล่านี้จะต้องโอเว่อร์แอ็คติ้งมากกว่ากับเด็กปกติ ซึ่งตอนนี้ทางโรงเรียนได้ตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว   ด้านครูเล็กเปิดใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เป็นครูสอนเด็กพิเศษมานานกว่า 18 ปี เสียใจมากที่มีคลิปปรากฏออกไป ยืนยันไม่ได้ตีน้องตามอารมณ์ โดยระหว่างนั้นน้องที่ถูกตีก็ได้เข้ามากอดและหอมแก้มครู พร้อมกับบอกรักอีกด้วย   ขณะที่คุณแม่ของเด็กพิเศษคนดังกล่าวยอมรับว่าตกใจกับข่าวที่ออกมา แต่ยืนยันว่าครูเล็กดูแลเด็กๆ ดีมาก ซึ่งเด็กพิเศษก็ต้องได้รับการดูแลที่แตกต่างจากเด็กปกติ บางทีพ่อแม่ยังดูแลได้ไม่ดีเท่ากับครูเสียอีก               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/7znrz6uyhUg  

 59,219
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ม.ค. 61

ฟังความ 2 ฝ่าย! ดราม่าน้ำจิ้ม ลูกค้าโวยถูกปรับเงินโหด เจ้าของร้านแจ้งความ-แจงมีป้ายเตือนชัดเจน

ความคืบหน้าจากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพและข้อความ จากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เป็นภาพถ้วยใส่น้ำจิ้มอยู่บนตาชั่ง ภายในร้านบุฟเฟต์แห่งหนึ่ง พร้อมระบุข้อใจความสรุปว่า ‘มากินบุฟเฟ่ต์อาหารทะเล ถูกปรับค่าน้ำจิ้มขีดละ 100 บาท ทั้งหมด 6 ขีด เป็นเงิน 600 บาท’   ล่าสุดวานนี้ (26 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวชลบุรีไปพูดคุยกับ กลุ่มลูกค้าวัยรุ่น 4 คน ที่ถูกปรับค่าน้ำจิ้ม ประกอบด้วย น.ส.จารุภา อู่เงิน อายุ 19 ปี ผู้โพสต์ลงเฟซบุ๊ก) น.ส.นภัสรา พงรักษ์ประเสริฐ อายุ 20 ปี, นายอนุรักษ์ สนตาเถร อายุ 16 ปี และนายสุหก แขกเณร อายุ 27 ปี บอกว่า พอพวกเราทุกคนกินกันเสร็จแล้ว ก็เรียกพนังงานมาเก็บเงิน และพนักงานก็บอกว่า โต๊ะตนกินน้ำจิ้มเหลือต้องปรับขีดละ 100 บาท ซึ่งตนก็แปลกใจ เพราะตนเป็นคนที่ชอบกินทะเลเผาอยู่เป็นประจำ ที่ร้านอื่นๆ จะไม่เคยเก็บเงินค่าน้ำจิ้ม เพราะว่าตนกินอาหารทะเลหมด เหลือแค่เพียงน้ำจิ้ม แต่ทำไมถึงต้องปรับเยอะขนาดนี้ และถ้าหากตนกินอาหารทะเลเหลือเยอะ ตนก็พร้อมที่จะโดนปรับ   ส่วนในภาพที่เห็นน้ำจิ้มถ้วยใหญ่ เพราะที่ร้านดังกล่าวมีน้ำจิ้มด้วยกันอยู่ 2 สูตร คือน้ำจิ้มเกาหลี และน้ำจิ้มซีฟู้ด ซึ่งก็ตกคนละ 2 ถ้วย พนักงานก็เลยนำน้ำจิ้มทั้งหมด มาเทใส่รวมกันในถ้วยใหญ่ และนำไปชั่งบนตาชั่ง   ตนจึงตัดสินใจนำเรื่องราวดังกล่าวมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่ามันเกินไปไหน แค่น้ำจิ้มเหลือ ต้องโดนปรับ 600 บาท แต่อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้คิดที่จะทำให้ร้านเสียชื่อเสียงหรือใดๆทั้งสิ้น แต่หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ก็มีคนเข้ามาโจมตี ว่าพวกตนตะกละ   เบื้องตนพวกตนได้พบกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำไปพวกเดินทางไปร้องเรียน ที่ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งพวกตนยืนยันจะเดินหน้าสู้กันต่อไป เพราะพวกตนก็จะไม่ยอม   ส่วน น.ส.จารุภา ผู้โพสต์ บอกว่า ตนขอความเห็นใจ สำหรับคนที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง และเข้ามาโพสต์ด่าตนในเฟซบุ๊ก ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำลายชื่อเสียร้านแต่อย่างใด ตนก็โพสต์ไม่ได้พาดพิงถึงใคร ซึ่งคนที่รู้จักตนจริง ตนถึงจะบอกว่าร้านอยู่ตรงไหน อย่าด่าตนเลย เพราะว่าตนก็คิดว่าของลูกค้าทุกคนก็มีสิทธที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้   โดยในเวลาต่อมา นางจุรีย์ ใยบัว อายุ 40 ปี เจ้าของร้านปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์ที่ปรับเงินลูกค้า ค่าน้ำจิ้ม 600 บาท เข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังถูกลูกค้าโพสต์หมิ่นประมาทในเฟสบุ๊คทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง   นางจุรีย์ บอกว่า ที่ร้านมีอาหารทะเลให้ลูกค้าไปตักมาทำการปิ้งย่าง ส่วนน้ำจิ้มนั้นก็ให้ตักกันเอง โดยทางร้านจะคิดราคาค่าหัวคนละ 399 บาท ซึ่งภายในร้านจะมีป้ายติดอยู่ว่า กินไม่หมดปรับขีดละ100 บาท ทั้งอาหารและน้ำจิ้ม   ซึ่งวันที่เกิดเหตุ คือ คืนวันที่ 25 ม.ค. มีลูกค้าจำนวน 4 คน เป็นสาวประเภทสอง 2 คน และหญิงสาว 2 คน เข้ามาใช้บริการที่ร้าน พอตอนเรียกพนักงานคิดเงิน ก็พบว่าลูกค้าโต๊ะดังกล่าว ได้ทิ้งอาหารประเภททะเลไว้หลายอย่าง แต่ทางร้านก็คิดค่าปรับ เพียงค่าน้ำจิ้มเท่านั้น ซึ่งหากปรับอาหารที่เหลือทิ้งด้วย ก็คงต้องปรับเป็นเงิน 1,000 บาท แต่ทางร้านไม่ได้คิดแต่อย่างไร   ส่วนตอนที่ลูกค้าทั้ง 4 อ้างว่าไม่รู้ว่าทางร้านก็ได้ชี้ให้ดูป้ายที่ติดไว้ทั่วร้านว่ามีการปรับถ้าทำผิดกฏของร้านซึ่งลูกค้าก็รับทราบ แต่กลับเอาไปโพสต์ในเฟซบุ๊กทำให้ร้านเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดี   โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บอกว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการหมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จะต้องมีการได้ติดตามตัวเจ้าของเฟซบุ๊ก มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา ต่อไป           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/BGICNJZwZLg

 85,946
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 ม.ค. 61

ชายเสื้อม่วงชกหนุ่มใส่สูท เข้าพบ ตร. ปัดหาเรื่องก่อน ชาวบ้านสาวไส้เป็นมาเฟียคุมวิน จยย.เถื่อน

ความคืบหน้ากรณี คลิปชายสวมสูทสีเทา ชกต่อยกับคู่กรณีสวมเสื้อสีม่วง กลางซอยอ่อนนุช หลังชายสวมสูท ไปตักเตือนคู่กรณีที่ขี่รถเฉี่ยวชนรถเบนซ์ แต่กลับถูกอีกฝ่ายขี่รถมาตบศีรษะ   ทางเฟซบุ๊ก Red Skull Infinity มีการเผยแพร่คลิปอีกมุม ที่ถ่ายเหตุการณ์จากอีกด้านของถนน  โดยจะเห็นว่าหลังจากทั้งคู่ชกต่อยกัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุ แต่จะเห็นชายเสื้อม่วงถอดรองเท้า ทำท่าจะเอารองเท้าตีชายสวมสูท ก่อนที่จะยืนปะทะคารมกันต่ออีกสักพัก ก่อนที่ชายเสื้อม่วง พร้อมเพื่อนที่สวมเสื้อวิน จะขี่รถมอเตอร์ไซค์ขับหนีไป   ล่าสุด ตำรวจ สน.พระโขนง ได้เชิญตัว นายดณุพล วะรงค์ หรือ โบ๊ท อายุ 34 ปี ชายสวมเสื้อสีม่วงในคลิป มาสอบปากคำ เบื้องต้นนายดณุพล ยอมรับว่ามีเรื่องชกต่อยกันจริง แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ขี่รถไปเฉี่ยวชนรถเบนซ์ ตามที่ผู้โพสต์กล่าวอ้างหรือไม่ เนื่องจากยังไม่เห็นร่องรอยที่รถของตัวเองหรือรถเบนซ์คู่กรณี   เจ้าหน้าที่ตำรวจข้อหานายดณุพล ฐานนำรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทางเดินรถ, ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมใส่หมวกนิรภัย และข้อหายอมให้ผู้อื่นโดยสารรถจักรยานยนต์โดยไม่สวมใส่หมวกนิรภัย รวมทั้งหมด 3 ข้อหา ปรับเงิน 1,000 บาท   ส่วนคดีทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่ยังรอว่า ชายสวมสูทสีเทา จะเข้ามาพบเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งความเอาผิดใดๆหรือไม่ โดยได้ให้นายดณุพลไปตรวจร่างกายไว้ก่อน เพื่อนำผลตรวจจากแพทย์มาเตรียมประกอบในคดี และหลังจากนี้ต้องเรียกตัวคนขับรถเบนซ์ มาให้การกับตำรวจเพิ่มเติมด้วย   โดยนายดณุพล เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนกำลังขี่จักรยานยนต์กลับบ้าน โดยมีน้องที่รู้จักกัน (สวมเสื้อวินมอเตอร์ไซค์) ซ้อนมาด้วย ระหว่างทางถูกรถเบนซ์ขับมาเบียด  ก่อนที่ชายสวมสูทจะขี่รถตามมาด่าตนด้วยถ้อยคำรุนแรง ตอนนั้นตนก็ถามไปว่า มาด่าตนเรื่องอะไร  อีกฝ่ายกลับบอกว่า “มึงตามกูมาสิ” ตนจึงขี่รถตามไป ก่อนไปเกิดเหตุตามในคลิป ยืนยันว่าตนไม่ได้ไปหาเรื่องอีกฝ่ายก่อนอย่างแน่นอน   ส่วนชายสวมสูท ที่เป็นคู่กรณีนั้น พ.ต.อ.ชนิน วชิรปาณีกูล ผกก.สน.พระโขนง  เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดต่อ ตามหาตัวได้ ต้องการให้เจ้าตัวเข้ามาให้การเพิ่มเติมต่อคดี แต่ยังไม่ทราบว่าเจ้าตัวป็นใครมาจากไหน ลองติดต่อผ่าน facebook ก็ยังติดต่อไม่ได้       ผู้สื่อข่าวจึงพยายามติดต่อไปยังชายสวมสูท จนได้พูดคุยกับแฟนสาวของชายคนดังกล่าว เปิดเผยเพียงว่า นายดณุพลมาด่าทอแฟนของตนก่อน และไม่ขอโทษ แฟนของตนพูดไทยไม่เก่ง เพราะไม่ได้เติบโตที่เมืองไทย จึงไม่ได้โต้ตอบอะไรไปมาก แต่เรื่องที่เกิดขึ้น ฝ่ายตนไม่ได้ติดใจเอาความใดๆ และไม่ขอเปิดเผย ชื่อหรือตำแหน่งหน้าที่ของแฟนหนุ่มด้วย   อย่างไรก็ตาม ในโลกออนไลน์ก็มีการเปิดเผยข้อมูลของนายดณุพล โดยในเฟซบุ๊ก Red Skull Infinity ได้โพสต์ภาพชายคนหนึ่ง ถืออาวุธปืน อ้างว่าเป็นพี่ชายของนายดณุพล เป็นคนคุมวินมอเตอร์ไซค์เถื่อนในย่านที่เกิดเหตุ โดยในเพจอ้างว่า นายดณุพลก่อเหตุอาชญากรรมมาแล้วหลายครั้ง แต่มีผู้มีอิทธิพลคอยช่วยเหลืออยู่ตลอด   ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบในซอยสุขุมวิท 81 จนทราบข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า ครอบครัวของนายดณุพล ทำตัวเป็นขาใหญ่คุมวินมอเตอร์ไซค์ในซอยสุขุมวิท 81 มีการปล่อยเงินกู้ เปิดบ่อน และเก็บค่าคุ้มครอง โดยไม่มีเจ้าหน้าที่กล้าเข้าไปจัดการ คนในครอบครัวนี้เคยถูกจับมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ถูกปล่อยตัวออกมา และกลับมาก่อเหตุซ้ำๆ   อีกด้านหนึ่งในโลกออนไลน์ ก็มีสีสันเล็กน้อย หลังชาวเน็ตนำภาพจากคลิปไปตัดต่อล้อเลียนเป็นภาพต่างๆ อาทิเช่น  นำภาพของชายสวมสูท ไปเทียบกับดาราฮอลลีวู้ดนักบู๊ อย่าง เจสัน สเตแธม จากเรื่อง The Transporter (เดอะ ทรานสปอร์เตอร์)    บางคนก็นำภาพของชายสวมสูท ไปตัดต่อเพิ่มเอฟเฟ็คท์พิเศษ ให้คล้ายกับตัวละครในภาพยนต์แอนิเมชั่นเรื่อง “9 ศาสตรา”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/X62SE7cjbVc  

 35,571
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 ม.ค. 61

สวดยับ! กระบะไร้มนุษยธรรม ขับเปลี่ยนเลนกะทันหัน ชน จยย.มีเด็กเล็กล้มกลางถนน ก่อนชิ่งหนีไม่ลงมาดู

เฟซบุ๊ก Rapeepong Aig-q Krittsuansombat แชร์คลิปจากกล้องหน้ารถ จับภาพรถกระบะที่อยู่เลนขวาในลักษณะขับสวนเลน เกิดเปลี่ยนเลนกะทันหัน มาชนรถจักรยานยนต์ที่มีเด็กเล็กใส่ชุดนักเรียนนั่งมาด้วยจนล้มลงและถูก จยย.ล้มทับได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่กระบะคันก่อเหตุจะขับหลบหนีไป   เหตุเกิดบนถนนประชาชื่น หน้า รพ.เกษมราษฎร์ประชาชื่น ส่งผลให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างมาก ถึงพฤติกรรมการขับขี่ของรถกระบะและการไม่รับผิดชอบหลังก่อเหตุ   ทั้งนี้เจ้าของรถที่ขับตามมา ซึ่งเป็นคันที่ติดกล้องหน้ารถ โดยเป็น จนท.ทหาร จะประสานผู้เสียหายนำหลักฐานไปแจ้งความ และพร้อมเป็นพยาน เพื่อติดตามตัวผู้ขับรถกระบะมาดำเนินคดีต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WHdqnFRPOH4  

 29,974
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ม.ค. 61

คลิปหนุ่มใส่สูทเปิดศึกไทยไฟต์ หนุ่ม จยย.กลางถนน หลังไปเตือนแล้วโดนตบหัว ชาวเน็ตชมเชิงมวยไม่ธรรมดา

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Namemes Trd (เนมเมส ทีอาร์ดี) โพสต์คลิปเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันระหว่างจักรยานยนต์สองคัน โดยจากคลิปจะเห็นชายใส่สูทสีเทา ขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว ก่อนที่จะเห็น มอเตอร์ไซค์คันสีชมพู คนขี่สวมเสื้อโปโลสีม่วง คนซ้อนสวมเสื้อวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างขี่ตามมา ก่อนที่คนเสื้อโปโลสีม่วงจะขี่รถไปประกบ แล้วตบไปที่ศีรษะของชายสวมสูทสีเทา   หลังจากนั้น ชายสวมสูทเทาก็ขี่รถตามไป จนกระทั่งไปชกต่อยกับชายเสื้อสีม่วงกลางถนน แต่ที่ทำให้ชาวเน็ตสะดุดตา คือท่าทางที่ชายสวมสูทชกนั้น คล้ายกับคนที่ฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัวมาอย่างชำนาญ  ตลอดคลิปจะได้ยินผู้ถ่ายคลิปตะโกนห้ามปราม จนในที่สุดมีคนเข้ามาช่วยแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกัน   ทีมข่าวสอบถามไปยังผู้โพสต์ ชื่อนายเนม (สงวนชื่อจริง-นามสกุล) วัย 20 ปี เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อช่วงประมาณ 16.00 น. ของเมื่อวานนี้(22 ม.ค.) ตนขี่รถมาตามถนนสุขุมวิท ช่วงพระโขนง เป็นช่วงที่การจราจรค่อนข้างติดขัด เห็นรถจักรยานยนต์ของชายเสื้อม่วง ที่มีชายสวมเสื้อวินซ้อนท้าย พยายามจะขี่รถแทรกผ่านระหว่างรถสองคัน จนมอเตอร์ไซค์ไปเฉี่ยวรถเบนซ์ ระวังที่ขับแทรก แต่แทนที่จะขอโทษรถเบนซ์ ชายคนขี่กลับเบิ้ลเครื่องเสียงดังใส่ ก่อนจะหันไปพูดจาไม่ดีใส่รถเบนซ์ด้วย   ต่อมาชายสวมสูทสีเทา ที่ขี่รถมาเจอเหตุการณ์ดังกล่าว ขี่รถตามทั้งคู่ไป ก่อนจะพูดจาตักเตือนชายเสื้อม่วงว่าทำไม่ถูก  ปรากฎว่าเจ้าตัวไม่พอใจ ตะโกนด่าทอชายสวมสูท จนชายสวมสูทไม่อยากมีเรื่องด้วย ขี่รถหนีเข้าไปในซอยอ่อนนุช แต่ชายเสื้อสีม่วงยังขี่รถตามไปเอาเรื่อง ก่อนจะตบศีรษะคู่กรณีตามที่ปรากฎในคลิป จนลุกลามกลายเป็นการทะเลาะวิวาทวางมวย ตามที่ปรากฎในภาพ   โดยหลังจากทั้งคู่หยุดชกต่อยกัน ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่เกิดเหตุ ปรากฎว่าชายเสื้อเทา กับเพื่อนที่สวมเสื้อวิน ขี่รถหนีไปทันที ส่วนชายสวมสูทสีเทาก็ไม่ได้ไปแจ้งความเอาผิดใดๆต่อ   นายเนมบอกว่า หลังเกิดเหตุได้พูดคุยกันเล็กน้อย โดยชายสวมสูทน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ไม่ทราบสังกัดหน่วยงานใด โดยตนได้ส่งคลิปที่ตนอัดไว้ให้ชายคนดังกล่าว เพื่อใช้เป็นหลักฐาน หากมีการแจ้งความเอาผิดกัน แต่ก็ไม่ได้คุยรายละเอียดใดๆกันเพิ่มอีก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rMQwPnjLwTY    

 99,848
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 ม.ค. 61

ชื่นชม พยาบาลสาวโคราช จอดรถลงทำ cpr ช่วยคนเจ็บกลางถนน

โลกออนไลน์ได้แชร์คลิปภาพเหตุการณ์พยาบาลสาวคนหนึ่ง ผ่านไปประสบเหตุการณ์อุบัติเหตุมีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ล้ม และผู้ขับขี่ไม่ได้สวมหมวกกันน็อก เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไม่มีชีพจร ซึ่งเมื่อพยาบาลสาวคนดังกล่าวผ่านไปเห็นเหตุการณ์ก็ได้รีบจอดรถ และลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที สร้างเสียงชื่นชมจากผู้คนในโลกออนไลน์ถึงการมีจิตใจช่วยเหลือผู้บาดเจ็บของพยาบาลสาวคนดังกล่าวเป็นอย่างมาก   จากการตรวจสอบพบว่าพยาบาลสาวที่อยู่ในคลิปดังกล่าวคือ นางสาวสุพัตรา หมั่นสระเกษ หรือน้อง อายุ 30 ปี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา โดยได้เปิดเผยว่า   วันเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากออกเวรที่โรงพยาบาล ตนกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก ซึ่งเมื่อตนขับรถจักรยานยนต์ผ่านไปถึงบริเวณหน้าตลาดศีรษะละเลิง ก็พบว่าบริเวณดังกล่าวมีการจราจรติดขัด และพบว่า มีชายคนหนึ่งอายุประมาณ 40-50 ปี ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน ซึ่งขณะนั้นตนไม่ทราบว่าเกิดอุบัติเหตุอะไร และเหตุการณ์เป็นอย่างไร แต่ตนก็ได้จอดรถลงไปช่วยคนเจ็บ   ซึ่งตนเห็นว่าคนเจ็บมีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ และจากการตรวจดูชีพจรก็พบว่าไม่มีชีพจร ตนจึงได้ทำ CPR เพื่อช่วยชีวิตคนเจ็บ และรีบให้คนที่อยู่แถวนั้นโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล โดยตนต้องใช้เวลาทำ CPR นานประมาณ 10 นาที ก็มีพี่ๆ หน่วยกู้ภัยเดินทางมาถึง และจากนั้นอีกประมาณ 10 นาทีก็มีรถพยาบาลมารับคนเจ็บไป ซึ่งหลังรถพยาบาลมารับคนเจ็บไป ตนก็รู้สึกดีใจที่คนเจ็บกลับมามีชีพจรอีกครั้ง แต่ตนก็ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นคนเจ็บอาการเป็นอย่างไร และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไหน   ทั้งนี้การที่ตนจอดรถลงไปช่วยคนเจ็บตนคิดว่า เป็นเพราะจิตวิญญาณของการเป็นพยาบาล ซึ่งตนคิดว่าพยาบาลทุกคนหากพบเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกับตน ก็ต้องลงไปช่วยคนเจ็บเช่นเดียวกับตน ซึ่งการที่ได้ช่วยเหลือชีวิตคน ทำให้ตนรู้สึกมีความสุขอย่างมากในการทำงานอาชีพพยาบาลตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/D1aU8XB6teo    

 7,314
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ม.ค. 61

ตร. เร่งตามล่า ชายเตะเด็กล้มทั้งยืนหัวฟาดลงไปกองกับพื้น คาดเป็นคนวิกลจริต

แชร์สนั่นโซเชียลคลิปเหตุการณ์ชายคนหนึ่งเตะเด็กล้มทั้งยืนหัวฟาดลงไปกองกับพื้น ขณะเดินสวนกันบนฟุตบาทย่านรามคำแหง ผู้ปกครองของเด็กแจ้งความไว้ที่ สน.หัวหมาก ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวเพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีกซึ่งถือว่าเป็นภัยสังคม คาดน่าจะเป็นคนวิกลจริต    โดยจากคลิปที่แชร์ต่อกันในโลกออนไลน์และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ซึ่งโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'ชัยมงคล ชาตินาฝาย' คลิปนี้มาจากกล้องหน้ารถคันหนึ่งจอดอยู่ริมฟุตบาทหน้าปากซอยรามคำแหง 85 จับภาพวินาทีสองย่าหลานเดินมาด้วยกันตามปกติบนฟุตบาทระหว่างซอยรามคำแหง 83 และซอยรามคำแหง 85 โดยเด็กชายคนที่เห็นในคลิปเดินตามหลังย่าในระยะใกล้ ๆ ไม่ห่างกันมากนัก แต่จู่ ๆ มีชายคนหนึ่งรูปร่างผอมสูงใหญ่ สวมใส่กางเกงขายาวสีดำ เสื้อยืดคอกลมสีขาว เดินสวนทางมา และได้ใช้เท้าซ้ายเตะเข้าที่ก้านคอด้านหน้าของเด็กอย่างแรงจนล้มทั้งยืนหัวฟาดลงไปกับพื้น ก่อนที่จะเดินไปอย่างช้าๆ อย่างหน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนที่ย่าของเด็กจะหันมาเจอและเข้าไปโอบกอดพยุงหลานลุกขึ้นและไม่ทันวิ่งไล่ติดตามชายคนดังกล่าวไป เพราะมัวแต่ปลอบหลานที่ร้องไห้ด้วยความตกใจ คนที่เดินผ่านมาเจอก็พยายามช่วยกันตามตัวชายคนดังกล่าว   ผู้โพสต์ระบุว่า "ดูมันตอนเตะเด็กกระเด็น ของขวัญวันเด็ก มันลืมไว้ใครเจอทักหน่อย แชร์ไปจนกว่าจะเจอ" ขณะที่โลกออนไลน์วิจารณ์อย่างหนักบอกเป็นมนุษย์อันตราย น้องเขาผิดอะไรเดินอยู่ดี ๆ ก็ถูกทำร้ายไม่ทราบสาเหตุ นี่เพิ่งผ่านวันเด็กไปได้วันเดียวเท่านั้น แต่กลับมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ ถือเป็นภัยใกล้ตัวอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการ    นางสาวลี ธรรมมา เผยกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองเป็นย่าของน้องในคลิปดังกล่าว โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.15 น. ตนเดินออกจากที่ทำงานที่ศูนย์รถยนต์แห่งหนึ่งบริเวณหน้าปากซอย เพื่อพาหลานกลับไปทานข้าวที่บ้าน ซึ่งห่างจากที่ทำงานประมาณ 300 เมตร ระหว่างนั่นเห็นชายคนหนึ่งเดินสวนมาดูท่าทางเป็นคนปกติไม่น่าจะทำอะไรใคร จากน้ันก็เตะเข้าที่หัวของหลาน ตอนนั้นตนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทราบอีกทีจากคนที่เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์ตะโกนบอกว่า "ลูกเจ้าถูกเตะ" ตนจึงหันไปดูแล้ววิ่งไปพยุงตัวหลาน โดยหลานบอกว่า "ผีบ้าเตะหัวหนู" ยอมรับไม่ได้คิดวิ่งตามชายคนดังกล่าวเพราะมัวแต่เป็นห่วงหลาน หลังเกิดเหตุได้พาหลานไปตรวจร่างกายและไปแจ้งความที่ สน.หัวหมาก อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวให้ได้ หากไปก่อเหตุอีกจะเป็นอันตรายต่อคนอื่น ตอนนี้น้องจิ๋วปลอดภัยแล้วแต่ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด   นางรุ่งลาวัลย์ อานนท์ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังเดินไปทำงานผ่านมาเจอพอดี เห็นชายคนดังกล่าวใช้เท้าเตะหัวเด็กจนล้มลง ตนและคนอื่นๆ ที่เห็นต่างพากันกรีดร้องเสียงดังว่า "ทำอย่างนี้ได้ยังไงเตะเด็กทำไม" จากนั้นตนก็วิ่งไปบอก รปภ.ช่วยกันติดตามตัวแต่วิ่งตามไม่ทัน เพราะชายคนดังกล่าวหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนไม่เห็นใบหน้าที่ชัดเจนของผู้ก่อเหตุ สังเกตเห็นมือซ้ายใส่ถุงมือไม่แน่ใจเป็นถุงมือยางหรือถุงมือผ้า มีข้อมูลว่าก่อเหตุชายคนดังกล่าวไปก่อเหตุโวยวายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งหน้าโรงพยาบาลรามคำแหง ก่อนที่คนแถวนั้นจะแจ้งตำรวจ จึงหนีขึ้นรถสองแถวมาลงใกล้กับจุดเกิดเหตุแล้วมาก่อเหตุเตะหัวเด็ก   ด้าน ร.ต.อ.พีรเชษฐ์ สว่างอารมณ์ รอง.สว.(สอบสวน)สน.หัวหมาก บอกว่า ตอนนี้ยังไม่มีเบาะแสของผู้ก่อเหตุ ฝ่ายสืบสวนกำลังไล่กล้องวงจรปิด เนื่องจากภาพกล้องหน้ารถมองเห็นใบหน้าไม่ชัดเพราะจับภาพจากด้านหลัง หากกล้องวงจรปิดตัวไหนจับภาพใบหน้าได้ก็จะออกหมายจับตามภาพจากกล้องวงจรปิดทันที   ตรวจสอบเบื้องต้นชายคนดังกล่าวคล้ายคนป่วยทางจิต หากมีอาการวิกลจริตจริงต้องส่งตัวเพื่อรับการรักษา ไม่อย่างนั้นจะไปสร้างปัญญาให้กับคนอื่นอีก ขณะนี้ยังไม้มีข้อมูลว่าชายคนดังกล่าวไปก่อเหตุจุดใดบ้าง ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง     คลิปเหตุการณ์   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 21,150

Top