ค้นหา :

ผลการค้นหา "���������������������������������������������"

แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ม.ค. 61

ตร. เร่งตามล่า ชายเตะเด็กล้มทั้งยืนหัวฟาดลงไปกองกับพื้น คาดเป็นคนวิกลจริต

แชร์สนั่นโซเชียลคลิปเหตุการณ์ชายคนหนึ่งเตะเด็กล้มทั้งยืนหัวฟาดลงไปกองกับพื้น ขณะเดินสวนกันบนฟุตบาทย่านรามคำแหง ผู้ปกครองของเด็กแจ้งความไว้ที่ สน.หัวหมาก ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวเพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีกซึ่งถือว่าเป็นภัยสังคม คาดน่าจะเป็นคนวิกลจริต    โดยจากคลิปที่แชร์ต่อกันในโลกออนไลน์และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ซึ่งโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'ชัยมงคล ชาตินาฝาย' คลิปนี้มาจากกล้องหน้ารถคันหนึ่งจอดอยู่ริมฟุตบาทหน้าปากซอยรามคำแหง 85 จับภาพวินาทีสองย่าหลานเดินมาด้วยกันตามปกติบนฟุตบาทระหว่างซอยรามคำแหง 83 และซอยรามคำแหง 85 โดยเด็กชายคนที่เห็นในคลิปเดินตามหลังย่าในระยะใกล้ ๆ ไม่ห่างกันมากนัก แต่จู่ ๆ มีชายคนหนึ่งรูปร่างผอมสูงใหญ่ สวมใส่กางเกงขายาวสีดำ เสื้อยืดคอกลมสีขาว เดินสวนทางมา และได้ใช้เท้าซ้ายเตะเข้าที่ก้านคอด้านหน้าของเด็กอย่างแรงจนล้มทั้งยืนหัวฟาดลงไปกับพื้น ก่อนที่จะเดินไปอย่างช้าๆ อย่างหน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนที่ย่าของเด็กจะหันมาเจอและเข้าไปโอบกอดพยุงหลานลุกขึ้นและไม่ทันวิ่งไล่ติดตามชายคนดังกล่าวไป เพราะมัวแต่ปลอบหลานที่ร้องไห้ด้วยความตกใจ คนที่เดินผ่านมาเจอก็พยายามช่วยกันตามตัวชายคนดังกล่าว   ผู้โพสต์ระบุว่า "ดูมันตอนเตะเด็กกระเด็น ของขวัญวันเด็ก มันลืมไว้ใครเจอทักหน่อย แชร์ไปจนกว่าจะเจอ" ขณะที่โลกออนไลน์วิจารณ์อย่างหนักบอกเป็นมนุษย์อันตราย น้องเขาผิดอะไรเดินอยู่ดี ๆ ก็ถูกทำร้ายไม่ทราบสาเหตุ นี่เพิ่งผ่านวันเด็กไปได้วันเดียวเท่านั้น แต่กลับมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ ถือเป็นภัยใกล้ตัวอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการ    นางสาวลี ธรรมมา เผยกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองเป็นย่าของน้องในคลิปดังกล่าว โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.15 น. ตนเดินออกจากที่ทำงานที่ศูนย์รถยนต์แห่งหนึ่งบริเวณหน้าปากซอย เพื่อพาหลานกลับไปทานข้าวที่บ้าน ซึ่งห่างจากที่ทำงานประมาณ 300 เมตร ระหว่างนั่นเห็นชายคนหนึ่งเดินสวนมาดูท่าทางเป็นคนปกติไม่น่าจะทำอะไรใคร จากน้ันก็เตะเข้าที่หัวของหลาน ตอนนั้นตนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทราบอีกทีจากคนที่เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์ตะโกนบอกว่า "ลูกเจ้าถูกเตะ" ตนจึงหันไปดูแล้ววิ่งไปพยุงตัวหลาน โดยหลานบอกว่า "ผีบ้าเตะหัวหนู" ยอมรับไม่ได้คิดวิ่งตามชายคนดังกล่าวเพราะมัวแต่เป็นห่วงหลาน หลังเกิดเหตุได้พาหลานไปตรวจร่างกายและไปแจ้งความที่ สน.หัวหมาก อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวให้ได้ หากไปก่อเหตุอีกจะเป็นอันตรายต่อคนอื่น ตอนนี้น้องจิ๋วปลอดภัยแล้วแต่ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด   นางรุ่งลาวัลย์ อานนท์ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังเดินไปทำงานผ่านมาเจอพอดี เห็นชายคนดังกล่าวใช้เท้าเตะหัวเด็กจนล้มลง ตนและคนอื่นๆ ที่เห็นต่างพากันกรีดร้องเสียงดังว่า "ทำอย่างนี้ได้ยังไงเตะเด็กทำไม" จากนั้นตนก็วิ่งไปบอก รปภ.ช่วยกันติดตามตัวแต่วิ่งตามไม่ทัน เพราะชายคนดังกล่าวหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนไม่เห็นใบหน้าที่ชัดเจนของผู้ก่อเหตุ สังเกตเห็นมือซ้ายใส่ถุงมือไม่แน่ใจเป็นถุงมือยางหรือถุงมือผ้า มีข้อมูลว่าก่อเหตุชายคนดังกล่าวไปก่อเหตุโวยวายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งหน้าโรงพยาบาลรามคำแหง ก่อนที่คนแถวนั้นจะแจ้งตำรวจ จึงหนีขึ้นรถสองแถวมาลงใกล้กับจุดเกิดเหตุแล้วมาก่อเหตุเตะหัวเด็ก   ด้าน ร.ต.อ.พีรเชษฐ์ สว่างอารมณ์ รอง.สว.(สอบสวน)สน.หัวหมาก บอกว่า ตอนนี้ยังไม่มีเบาะแสของผู้ก่อเหตุ ฝ่ายสืบสวนกำลังไล่กล้องวงจรปิด เนื่องจากภาพกล้องหน้ารถมองเห็นใบหน้าไม่ชัดเพราะจับภาพจากด้านหลัง หากกล้องวงจรปิดตัวไหนจับภาพใบหน้าได้ก็จะออกหมายจับตามภาพจากกล้องวงจรปิดทันที   ตรวจสอบเบื้องต้นชายคนดังกล่าวคล้ายคนป่วยทางจิต หากมีอาการวิกลจริตจริงต้องส่งตัวเพื่อรับการรักษา ไม่อย่างนั้นจะไปสร้างปัญญาให้กับคนอื่นอีก ขณะนี้ยังไม้มีข้อมูลว่าชายคนดังกล่าวไปก่อเหตุจุดใดบ้าง ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง     คลิปเหตุการณ์   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 20,711
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ม.ค. 61

อวสานอาหารเที่ยง! สาวโพสต์กินแกงส้มจากร้านดัง เจอชิ้นแปลกๆนึกว่ามะขามเปียก ที่ไหนได้แมลงสาบมาทั้งตัว

โลกออนไลน์แชร์ภาพ จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pang Natcha ที่โพสต์ภาพแมลงสาบในชามแกงส้ม โดยระบุข้อความว่า "นึกว่ามะขามเปียกสีน้ำตาลๆมีเส้นๆกำลังจะเขี่ยออก เอ๊ะทำไมคุ้นๆ นี่ไม่รู้จะกินไรมีโปรไลน์แมนแล้วเจอแบบนี้ มาเป็นตัววววหมดกันส้มตำยำไปหมด"   จากการตรวจสอบไปยังผู้โพสต์ระบุว่า สั่งอาหารมาจากร้านดังจากเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว หลายเมนู อาทิ ยำรวมมิตร แกงส้มพริกสด ตำมั่วทรงเครื่อง เมื่อกินแกงส้มพบว่ามีตัวแมลงสาบอยู่ในชาม ทำให้กินต่อไม่ลง เมื่อติดต่อไปยังทางร้าน มีการเสนอว่าจะทำอาหารให้ใหม่ ทำให้ทางผู้เสียหายรู้สึกไม่พอใจกับการแก้ปัญหา โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด เนื่องจากเป็นร้านที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ทั้งนี้ยังรอการติดต่อและชี้แจงอย่างเป็นทางการจากทางร้านต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KHDMv3tdzlc  

 25,484
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ม.ค. 61

'เพชรบึงกาฬ' ลั่นไม่เคยล้มมวย ชี้โดนศอกจนแพ้น็อก เจ้าของค่ายซัดชกผิดฟอร์ม ยันไม่ได้กักขัง

จากกรณีเพชรบึงกาฬ ส.จ.เล็กเมืองนนท์ นักมวยไทยวัย 24 ปี ถูกกล่าวหาว่าล้มมวย ยอมแพ้น็อกยก 3 ให้แก่ เพชรวิมุต หมูปิ้งอร่อยจุงเบย ในรายการ “ศึกจ้าวมวยไทย” เวทีมวยอ้อมน้อย เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ม.ค.2561 ที่ผ่านมา ทำให้ถูกเจ้าของค่ายกักขังนานถึง 3 วัน  ยึดโทรศัพท์ ทำร้ายร่างกาย โดยเตะปากจนแตก และฟาดด้วยหวายกว่า 20 ครั้งจนหลังเป็นแผลลึก   ล่าสุดเจ้าตัวเปิดใจว่าไม่มีการล้มมวย ที่ผ่านมาได้เก็บตัวมา 1 เดือน จากฟอร์มที่ผ่านมาหลายคนมองว่าได้เปรียบ แต่ยอมรับว่าประมาทคู่ต่อสู้ช่วงต้นยก 3 พลาดโดนศอกคู่ต่อสู้ทำให้มึนจนล้ม โดนกรรมการนับ 10 และแพ้น็อก จากนั้นโดนเจ้าของค่ายใช้หวายเฆี่ยนไป 20 กว่าครั้งจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่ตนพยายามกราบอ้อนวอนและชี้แจงว่าไม่ได้รับการล้มมวยแต่อย่างใด ทั้งนี้ตนไม่อยากให้นักมวยรุ่นหลังต้องมาเจอกับสิ่งเหล่านี้   นอกจากนี้ยังระบุว่าถูกทำโทษขังในห้อง ถูกริบเงินค่าตัวและโทรศัพท์มือถือ ต้องเดินทางไปสาบานต่อหน้าพระที่ จ.ชัยนาท ก่อนอาศัยช่วงที่ค่ายไม่มีคนอยู่ งัดห้องเทรนเนอร์หนีออกมาได้ ยันตลอดอาชีพของการเป็นนักมวยตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ไม่เคยคิดทรยศต่ออาชีพตัวเอง จากนี้ประกาศแขวนนวม และจะเบนเข็มเป็นเทรนเนอร์แทน   ด้าน เสี่ยเอ็กซ์ ผู้ดูแลค่ายมวยต้นสังกัดเพชรบึงกาฬ กล่าวว่าไม่มีหลักฐานยืนยันว่าล้มมวยหรือไม่ แต่สิ่งที่เห็นคือชกผิดฟอร์ม ทั้งที่กระดูกมวยดีกว่า แต่เหมือนสู้ไม่สุด ขัดคำสั่งเทรนเนอร์มีการออกไปแลกหมัดจนน็อก อย่างไรก็ตามมีข้อตกลงว่าถ้าแพ้จะยอมรับโทษ เพราะนัดที่แล้วก็แพ้มาครั้งหนึ่ง ยันทำการสั่งสอนเพื่อให้ได้ดี เพราะที่ผ่านมาก็สนับสนุนโดยมาตลอด ถ้าแพ้ด้วยฝีมือก็จะยอมรับได้และไม่ทำโทษ แต่เมื่อดูจากเจ้าของค่ายและเทรนเนอร์ดูแล้วเหมือนทำไม่เป็นที่ ยันไม่ได้กักขังหน่วงเหนี่ยวแต่อย่างใด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xbn-IkSUOdg  

 25,761
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ม.ค. 61

เก่งกับเด็ก! เร่งตามตัวชายปริศนา เตะก้านคอใส่ ด.ช.ล้มคว่ำกลางฟุตปาธย่านรามคำแหง

โลกออนไลน์แชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชัยมงคล ชาตินาฝาย ขณะที่แม่พาลูกชายเดินมาด้วยกันบนฟุตปาธ แต่จู่ๆเกิดมีชายคนหนึ่งที่เดินสวนมา ยกขามาเตะก้านคอใส่เด็ก ทำให้เด็กล้มได้รับบาดเจ็บ ท่ามกลางความตกตะลึงของแม่ เพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เหตุเกิดบริเวณถนนรามคำแหงระหว่างซอย 83-85   ทั้งนี้ล่าสุดทางแม่ได้เข้าแจ้งความกับ จนท.ตำรวจแล้ว อย่างไรก็ตามมีข้อมูลจากชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวว่า ชายผู้ก่อเหตุอาจเป็น รปภ.แถวอาคารย่านรามคำแหง มักมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงดังกล่าว ทั้งนี้ไม่แน่ใจว่ามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่ ล่าสุดยังติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุไม่พบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iT-6SrKVJew  

 38,598
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 ม.ค. 61

ฟังความ 2 มุม แม่ค้า vs นร.สาว ม.5 ตบสนั่นกลางตลาด ปมเดิมช้า-โดนด่าไม่มีการศึกษา

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิด ภายในตลาดแห่งหนึ่ง จับภาพเหตุการณ์ นักเรียนหญิงคนหนึ่ง ถูกแม่ค้าในตลาด 3 คน รุมทำร้ายร่างกาย ทั้งตบตี และใช้เท้าเตะ โดยมีผู้ชายอยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ยืนดูในลักษณะคุมเชิง    เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ ตลาดบีบี มาร์เก็ต พาร์ค อ.บางใหญ่ นนทบุรี โดย น.ส.เอ(นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนหญิงชั้น ม.5 ที่ถูกทำร้าย ได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บางใหญ่ทันทีหลังเกิดเหตุ    จากการดูกล้องวงจรปิด โดยเหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 16.40 น. แม่ค้าที่สวมชุดลายทหาร เดินคุยโทรศัพท์ออกมาจากร้านขายเสื้อชั้นในสตรี เดินมาที่ม้านั่งข้างตู้ขายน้ำดื่ม แล้วไปหยุด ยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าร้านขายน้ำ จากนั้นก็เดินหายไปจากกล้อง  จากนั้นเวลา 16.43 น. แม่ค้าคนเดิมกลับมาบริเวณตู้ขายน้ำ มายืนคุยกับแม่ค้าคนอื่นๆในตลาด ก่อนที่เพื่อนชายที่มากับนักเรียนสาว เดินมาที่จุดดังกล่าว แล้วมีปากเสียงกับแม่ค้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ น.ส.เอ จะเดินเข้ามาในที่เกิดเหตุ แล้วร่วมมีปากเสียงด้วย ก่อนจะเกิดเหตุรุมทำร้ายในที่สุด   ในเวลาต่อมา น.ส.เอ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง พร้อมด้วยมารดา และน้าสาว เดินทางไปให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่  น.ส.เอ เล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนไปที่ตลาดที่เกิดเหตุพร้อมกับเพื่อนชาย เพื่อจะนำของไปส่งให้ลูกค้า ระหว่างที่เดินก็ได้กดโทรศัพ์มือถือไปด้วยเพื่อติดต่อนัดหมายกับลูกค้า จู่ๆก็มีหญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 40 ปี เดินอยู่ข้างหลัง พูดขึ้นมาว่า “ถ้าเดินแบบนี้ไปเดินในห้างไหม ?” แล้วยังถามอีกว่า “ไม่มีการศึกษาหรือ ?” ตนไม่พอใจ จึงหันไปพูดตอบโต้ว่า “แล้วป้ามีการศึกษาหรือเปล่า ?” จนมีการด่าทอกันไปมาด้วยคำหยาบคาย ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป คิดว่าไม่ได้มีเรื่องอะไรต่อ   แต่ระหว่างที่ตนกับเพื่อนชายเดินกลับไปที่รถ ผู้หญิงคู่กรณีปรี่เข้ามากระชากผม และยังมีผู้หญิงอีก 2 คนอายุประมาณ 30-35 ปีเข้ามาช่วยกันรุมทำร้ายตน จนล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับเตะซ้ำ โดยมีชายวัยรุ่นที่มีรอยสักที่แขน 2 คนคอยยืนคุมเชิง ไม่ให้เพื่อนชายที่มาด้วยนั้นเข้ามาช่วย โดยพูดว่า “เรื่องของผู้หญิงมึงอย่ายุ่ง” ก่อนที่พลเมืองดีจะเข้ามาห้าม น.ส.เอ บอกอีกว่า คู่กรณียังพูดใส่ตนอีกว่า “อย่างมากก็เสียค่าปรับ 500 กูก็จะตบมึงอีก”    เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนได้รับบาดเจ็บ มีรอยเล็บข่วนที่หางคิ้วขวา เป็นแผลที่หัวเข่าและหลังมีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย รวมถึงโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 7 พลัส หน้าจอแตกร้าวจากการถูกรุมทำร้ายด้วย   ในเวลาต่อมา หญิงวัย 49 ปี แม่ค้าผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า น้องผู้หญิงกับผู้ชายเดินกอดคอกันมาเดินเบี่ยงซ้าย เบี่ยงขวา ประมาณ 3 รอบ ตนจึงบอกว่าจะไปทางไหนก็ไปสักทาง จากนั้นน้องเขาก็พูดจาไม่ดี ตนจึงพูดไปว่ามีการศึกษาพูดจาแบบนี้เหรอ จากนั้นก็มีการด่ากันหยาบคาย จากนั่นก็แยกย้ายกัน จนต่อมาน้องผู้ชายเดินมาที่หน้าร้านและพูดว่าป้าจะเอายังไง ตนจึงถามไปว่ายังไม่จบอีกหรือ น้องผู้หญิงก็มาชี้หน้าว่านี่ไง จากนั้นตนก็ตบไปและมันก็ชุลมุนกันตนไม่รู้ว่าใครมาช่วยบ้าง ไม่มีใครรุมน้องเขา ตนไม่ได้โทรเรียกใครแต่คุยธุระเรื่องงานอยู่ เขาไม่ได้มาขอโทษแต่เขามาเหมือนหาเรื่องเรา เราจะห้าสิบแล้วโตแล้วเขาด่าเราหยาบคายก้าวร้าว วันนี้ตนมารับทราบข้อกล่าวหา ตนยอมรับผิด   ขณะที่แม่ค้าอีก 2 คนที่อยู่ในคลิปอ้างว่าไม่ได้เข้ามาช่วยรุมทำร้าย แต่เข้ามาช่วยห้ามในช่วงชุลมุน วันนี้ตำรวจเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ก็ขอปฎิเสธไปเพราะไม่ได้รุมทำร้ายเขา   จากการสอบถามผู้จัดการตลาดเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ รปภ.ของตลาดได้รีบเข้าระงับเหตุทันที แม่ค้าที่ก่อเหตุเป็นแม่ค้าขายเสื้อชั้นในสตรี ขายของในตลาดมาประมาณ 10 ปีแล้ว เป็นคนอารมณ์ร้อน   หลังเกิดเหตุทางตลาดได้ไปพูดคุยทั้งกับผู้เสียหายและแม่ค้า ทราบว่าผู้เสียหายน่าจะเดินกีดขวางทางและเดินช้า ทำให้แม่ค้าไม่พอใจ จนมีการด่าทอกันและทำร้ายกัน สำหรับมาตรการของทางตลาด ตอนนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะระงับการขายชั่วคราวหรือระงับการขายถาวร อยู่ระหว่างผู้บริหารประชุมหาข้อสรุป โดยต้องมีการพูดคุยกับทางแม่ค้าอีกครั้งเพื่อตรวจสอบที่มาที่ไป ส่วนทางเรื่องคดีต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fN9sZDywkYY  

 51,967
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 ม.ค. 61

สาวเดินไม่ระวัง พลาดขาติดท่อระบายน้ำกลางเมืองขอนแก่น เจ็บเล็กน้อย

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mr-Nice Yuaisuay แชร์ภาพนิ่งหญิงสาวรายหนึ่งตกท่อระบายน้ำกลางเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ทำให้ชาวเน็ตต่างพากันแชร์โพสต์ดังกล่าวเพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้เดินเท้าควรระมัดระวังให้มาก หากไม่จำเป็นไม่ควรไปเดินบนฝาท่อ   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเห็นหญิงสาวรายดังกล่าวนั่งอยู่กลางถนนแต่ยังไม่คิดว่าจะตกท่อจึงได้เข้าไปใกล้ๆ พบว่าขาของหญิงสาวรายดังเก่าติดกับท่อระบายน้ำลึกลงไปประมาณหน้าแข้ง จึงได้ใช้ท่อเหล็กงัดออก แต่ไม่สำเร็จ จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยของอำเภอบ้านไผ่ให้เข้าช่วยเหลือ   โดยทางเจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์งัดตะแกรงเหล็กของท่อให้กว้างออกแล้วนำขาของหญิงสาวรายดังกล่าวออกมา โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็สามารถช่วยเหลือได้สำเร็จ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อปฐมพยาบาล พร้อมกันนี้ทางผู้โพสต์ได้แจ้งเรื่องราวไปยังเทศบาลเมืองบ้านไผ่ให้มาทำการซ่อมแซมฝาท่อดังเก่าซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการซ่อมแซมเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z6WcU9SkiNE    

 8,545
แชร์ออฟเดอะเดย์
08 ม.ค. 61

อุทาหรณ์ ปล่อยเด็กเดินริมถนน ทำรถเบรคกะทันหันจนรถหลังพุ่งชน ทนายชี้เอาผิดแม่เด็กได้

เฟซบุ๊กศราวุฒิ ภู่สุข  เผยคลิปวงจรปิดที่รถยนต์เบรคกะทันหัน จนรถที่ขับตามมาเกิดเสียหลักพุ่งชนท้าย ก่อนที่จะพบว่ามีเด็กผู้หญิงตัวเล็กเดินริมถนน เสี่ยงต่อการถูกรถชน ก่อนที่ผู้ปกครองจะรีบมาคว้าตัว เหตุเกิดในถนนสายหนึ่งใน จ.สระบุรี   เมื่อประกันของรถทั้ง 2 คันมาเคลียร์ จึงได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดเห็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทั้งนี้รถคันหลังที่พุ่งชนท้ายได้ทำประกันชั้น 2 ซ่อมเฉพาะรถคู่กรณี ทำให้ต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถของตัวเอง ราคาประมาณ 2 หมื่นบาท พร้อมเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้แก่ผู้ปกครองไม่ปล่อยปละละเลยเด็กเล็กมาวิ่งเล่นริมถนนตามลำพัง   ขณะที่ในแง่กฎหมาย ทนายเกิดผล แก้วเกิด ระบุว่ารถที่ชนท้ายสามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เพราะเหตุที่เกิดขึ้นสุดวิสัยที่จะเบรคได้ทัน และสามารถไปเรียกร้องค่าเสียหายได้จากแม่ของเด็กได้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IfYMFvO7JQ4    

 27,214
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ม.ค. 61

โจ๋เลือดร้อนปรี่ชกลุงวัย 57 ล่าสุดเข้ามอบตัว อ้างเข้าใจผิด ผู้ปกครองโร่ขอโทษ รับผิดชอบค่าเสียหาย

ผู้ใช้ facebook ชื่อ Sitthisak Boonme (สิทธิศักดิ์ บุญมี) โพสต์ภาพของชายวัยกลางคน ที่ระบุว่าเป็นพ่อของผู้โพสต์ ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับโพสต์คลิปวีดีโอสั้นๆ เป็นภาพตอนที่พลเมืองดีหญิงสองคนลงจากรถไปช่วยชายคนดังกล่าว   ผู้โพสต์ระบุว่า พ่อของตนถูกวัยรุ่น 2 คน รุมทำร้ายร่างกาย ไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะอะไร แต่หนึ่งในผู้ก่อเหตุได้ทำโทรศัพท์มือถือตกเอาไว้ จึงได้นำมาประกาศหาตัว ขอให้ผู้ก่อเหตุมารับผิดกับสิ่งที่ทำไว้ด้วย   ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี ไปพูดคุยกับชายที่ถูกทำร้าย คือ นายติม บุญมี วัย 57 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าด้านขวา และขอบตาข้างซ้ายมีรอยปูดบวม เขียวช้ำ และตามร่างกายบอบช้ำอีกหลายแห่ง   นายติม เปิดเผยว่า เหตุเกิดช่วง 14.30 น. ของวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา ตนขี่รถขายขนมหวานตามปกติ เป็นประจำมานานกว่า 20 ปีแล้ว ตอนเกิดเหตุขายขนมหมดแล้ว กำลังจะขี่รถกลับบ้าน ได้แวะปัสสาวะข้างทาง บริเวณหน้าวัดบ้านเนินแสงทอง ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จู่ๆก็เห็นวัยรุ่น 2 คน อายุประมาณ 17-18 ปี ที่ตนไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน อยู่ในป่ายูคาลิปตัสข้างทาง ตะโกนเรียกตน แต่ตอนนั้นลมพัดแรง จนไม่ได้ยินว่าอีกฝ่ายตะโกนมาว่าอะไร จึงไม่ได้ตอบ    จู่ๆวัยรุ่นก็ปรี่เข้ามาชกตนที่ที่ใบหน้า จนล้มลงไปกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บ ตอนนั้นมีพลเมืองดี เป็นหญิงสาวสองคน ขับรถผ่านมาพบเหตุการร์พอดี จึงบีบแตรไล่ จนวัยรุ่นขี่จักรยานยนต์หนีไป แต่มีคนหนึ่งทำโทรศัพท์มือถือตกเอาไว้ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   ในเวลาต่อมา ตร. เจ้าของคดี เปิดเผยว่า วัยรุ่นผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมามอบตัวแล้ว หลังจากเห็นภาพของตนเอง ถูกแชร์ตามหาตัวในโลกออนไลน์ โดยผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชน อายุ 17 ปี   ส่วนสาเหตุ วัยรุ่นรับสารภาพว่า ตนกับเพื่อนลงไปในทุ่งนา เพื่อจะเอาฟางข้าวมาอบไก่ แต่เห็นนายติมจอดรถเดินลงมา เข้าใจผิด คิดว่านายติมจะเข้ามาต่อว่าพวกตน ไม่ให้เก็บฟาง ทั้งที่ที่นาตรงนั้นเป็นที่ของญาติตน จึงเกิดความไม่พอใจ เข้าไปทำร้ายร่างกายในที่สุด โดยผู้ที่ทำร้ายร่างกายมีแค่ คนเดียว ส่วนเพื่อนอีกคนไม่ได้เข้ามาทำร้ายด้วย   จนกระทั่งช่วงค่ำวานนี้ ผู้ปกครองของวัยรุ่นทั้ง 2 คน ได้เดินทางไปที่บ้านของนายติม เพื่อขอโทษ ต่อสิ่งที่ลูกชายได้ทำไป และยืนยันว่าจะพาลูกชายมาขอโทษด้วยตนเอง และยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดด้วย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/immJmPddo1Y    

 27,029
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ม.ค. 61

โชเฟอร์รถตู้เดือด คว้ามีดตีกันกลางถนน ทั้งที่ผู้โดยสารเต็มคัน ตร.-ขนส่งตามตัวถึงวิน สั่งปรับ 5 พันพ่วงคดีอาญา

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิป เหตุการณ์ทะเลาะวิวาท ระหว่างรถตู้โดยสาร 2 คัน โดยก่อนเกิดเหตุ มีการขับปาดกันไปมา ทั้งที่มีผู้โดยสารนั่งอยู่เต็มคัน ก่อนที่คนขับรถตู้ทั้ง 2 คัน จะจอดรถ ลงมามีปากเสียงกันรุนแรง จนมีการชกต่อย ก่อนที่คนขับรถตู้คันหนึ่ง จะชักอาวุธมีดออกมาไล่แทงคนขับรถตู้อีกคัน ทำให้ผู้โดยสารบนรถพากันแตกตื่นกับภาพที่ปรากฎ โดยผู้โพสต์ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี   ล่าสุดวานนี้ (2 ม.ค.) พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี พร้อมกำลังตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ขนส่ง เดินทางไปตรวจสอบที่ท่ารถตู้บ้านโป่ง-ปิ่นเกล้า กรุงเทพฯ ในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง พร้อมทั้งประสาน นายมนัสชัย ตั้งวิทย์โมไนย นายช่างตรวจสภาพรถ สำนักงานขนส่งจังหวัดราชบุรี อำเภอบ้านโป่ง เข้าตรวจสอบรถตู้คันที่ผู้โดยสารนั่งพร้อมกับถ่ายคลิปวีดีโอเผยแพร่ และทราบตู้ดังกล่าวหมายเลขทะเบียน 15- 8936 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายจักรพันธ์ จันทร์เรือง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 6 ต.โนนสำราญ อ.แกล้งสนามนาง จ.นครราชสีมา เป็นคนขับ   นายจักรพันธ์ จันทร์เรือง คนขับรถตู้โดยสาร เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.45 น.ของวานนี้(2 ม.ค.) ตนขับรถโดยมีผู้โดยสารเต็มคัน ออกจากท่ารถ มุ่งหน้าไปส่งที่กรุงเทพฯ ขณะวิ่งมาตามถนนทรงพล อ.บ้านโป่ง มีรถตู้โดยสารอีกคัน วิ่งมาจากจังหวัดกาญจนบุรี มุ่งหน้ากรุงเทพฯ เช่นกัน มีการขับปาดหน้ากัน   รถคู่กรณีได้ขับปาดให้รถของตนจอดเข้าข้างทาง จากนั้นตนได้ลงจากรถ ส่วนคนขับรถตู้คู่กรณี ก็ได้เปิดประตูลงมาพร้อมกับมือขวาถือมีดพกปลายแหลม ก่อนจะต่อยตนเข้าที่โหนกแก้มข้างซ้าย ทั้งที่ในมือกำลังกำมีดอยู่ ตนเห็นมีดจึงรีบวิ่งหนี ส่วนคู่กรณีกลับไปขึ้นรถ ขับออกไป   ตอนแรกตนตั้งใจจะไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ห่วงผู้โดยสารที่นั่งอยู่เต็มรถ จึงขับรถไปส่งผู้โดยสารที่กรุงเทพก่อน พอกลับมาถึงท่ารถที่บ้านโป่ง ก็มีเจ้าหน้าที่มายืนรออยู่แล้ว จึงทราบว่าเหตุการณ์กลายเป็นคลิปเผยแพร่ในโลกออนไลน์   ด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ผกก.สภ.บ้านโป่ง เปิดเผยว่า ในส่วนของเหตุทะเลาะวิวาท ได้ให้นายจักรพันธ์ ไปแจ้งความเพื่อดำเนินการตามคดีอาญากับคนขับรถตู้คู่กรณี ซึ่งก็จะต้องติดตามตัวมาสอบสวน ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางบก เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ขนส่งในการดำเนินการ   ด้าน นายมนัสชัย ตั้งวิทย์โมไนย นายช่างตรวจสภาพรถ สำนักงานขนส่งอำเภอบ้านโป่ง  เปิดเผยว่า ได้รายงานให้ หัวหน้าขนส่งจังหวัดรับทราบแล้ว และดำเนินการเปรียบเทียบปรับนายจักรพันธ์ เป็นเงิน 5,000 บาท ฐานใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพ ทำให้ผู้โดยสารเกิดความตระหนกตกใจ ส่วนคู่กรณี ก็จะต้องติดตามตัวมาเพื่อเปรียบเทียบปรับเช่นกัน     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rXv_bwgeTfU    

 10,372
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ม.ค. 61

หนุ่มวิน จยย.เปิดใจสุดช็อก! สาววัย 18 จ้างไลฟ์สด ก่อนโดดสะพานพระราม 8 ต่อหน้า ยังหาตัวไม่พบ คาดมีปัญหาความรัก

เป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ เมื่อวัยรุ่นสาวอายุ 18 ปี คนหนึ่ง ถ่ายทอดภาพผ่าน facebook live ขณะตัวเองกำลังปีนขึ้นไปนั่งบนขอบสะพานพระราม พร้อมกับโพสต์ท่าถ่ายภาพ สลับกับหยิบขวดสุรามายกดื่ม ตลอดช่วงของคลิป จะมีเพลง 'แพ้แล้วพาล' ร้องโดย พลอยชมพู-ญานนีน ไวเกล เปิดไว้ตลอดเวลา   โดยช่วงท้ายของคลิป วัยรุ่นสาวปีนออกไปยืนนอกรั้วสะพาน ก่อนจะโพสต์ท่ากางแขน แล้วจู่ๆก็ทิ้งตัว ลงจากสะพานลงไปเบื้องล่าง ทำให้คนที่ถือโทรศัพท์ถ่ายคลิปตกใจ ร้องออกมา แล้วรีบกดหยุดถ่ายทันที   เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงประมาณ 01.30 น. รุ่งเช้าของวานนี้ (2 ม.ค) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บวรมงคลมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบกระเป๋าของหญิงสาววางทิ้งไว้ ในกระเป๋าพบบัตรประจำตัวประชาชน ระบุเป็นหญิงสาวอายุ 18 ปี ชาวจังหวัดระนอง และของใช้อื่นๆเล็กน้อย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบปากคำวินจักรยานยนต์รับจ้าง ที่ขี่รถมาส่งวัยรุ่นสาว และเป็นผู้อัดคลิปไลฟ์สด เล่าว่า ตนรับวัยรุ่นสาวมาจากซอยนาคนิวาส 30 มาส่งที่ย่านพระราม 8 ตอนที่รับมาพบว่าหญิงสาวได้ดื่มสุรามาก่อนหน้าแล้ว และตลอดทางเจ้าตัวมีการร้องไห้ บ่นเสียใจเรื่องความรัก โดยหลังจากตนมาส่งถึงที่หมาย หญิงสาวขอจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้อยู่เป็นเพื่อน และขอให้พาขึ้นไปถ่ายรูปบนสะพาน ก่อนจะยื่นโทรศัพท์มาให้ถ่ายคลิปไลฟ์สดให้ สุดท้ายก็กระโดดลงไป โดยที่นายภัทรดนัยไม่ทันได้ตั้งตัว ตอนแรกยังเห็นวัยรุ่นสาวโผล่ขึ้นมาจากน้ำ และพยายามว่าย แต่สุดท้ายก็ไหลไปตามกระแสน้ำจนหาไม่พบ   ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดต่อกับญาติ ซึ่งเป็นน้าเขยของหญิงสาวคนดังกล่าวได้  น้าเขยได้เดินทางมาให้ปากคำที่ สน.บวรมงคล โดยเล่าว่า วัยรุ่นสาวเป็นเด็กต่างจังหวัด พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก มียายเป็นผู้เลี้ยงดู แต่พอขึ้น ม.3 เจ้าตัวก็หนีออกจากบ้าน คนในครอบครัวตามหากันอยู่นาน จนมาทราบว่า มาทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่กรุงเทพฯ ได้ประมาณ 2 ปีเศษ   ส่วนเรื่องแฟน ทางครอบครัวทราบว่า วัยรุ่นสาวมีแฟนและกำลังมีปัญหากัน แต่เห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวจึงไม่ได้ถามรายละเอียด  ส่วนอุปนิสัยส่วนตัว ยืนยันว่าหลานสาวเป็นเด็กรักดี และไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด อย่างที่ชาวเน็ตหลายคนตั้งข้อสังเกตแน่นอน   ด้าน พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผู้กำกับการ สน.บวรมงคล นำกำลังลงเรือตำรวจน้ำตรวจจุดเกิดเหตุในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใต้สะพานพระราม 8 เพื่อติดตามหาวัยรุ่นสาว โดยให้เรือวนดูพื้นที่โดยรอบ แต่ก็ไม่พบร่องรอย จึงประสานเรือด่วนเจ้าพระยา ช่วยสอดส่องอีกทาง ซึ่งจากการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่ หากวัยรุ่นสาวจมน้ำจริง น่าจะใช้เวลาประมาณ 24-48 ชั่วโมง ร่างก็จะลอยขึ้นมา  เบื้องต้นจึงลงไว้เพียงการแจ้งคนหายในเบื้องต้นก่อน   ทีมข่าวยังเดินทางไปพูดคุยกับ นายภัทรดนัย นุ่มศรีนารถ อายุ 25 ปี วินจักรยานยนต์รับจ้าง ที่ขี่รถมาส่งวัยรุ่นสาว เล่ากับผู้สื่อข่าวว่า ตนไปรับวัยรุ่นสาวตอนเวลาประมาณ 23.00 น. ตอนที่เจอเห็นอีกฝ่ายถือขวดสุราอยู่ในมือ แต่ไม่เหมือนคนเมา เพราะมีสติ พูดจาโต้ตอบรู้เรื่อง และยังคอยบอกทางตนมาตลอดทาง  แต่ระหว่างทางได้ยินเจ้าตัวร้องไห้สะอึกสะอื้น พูดเรื่องแฟน พูดว่า ทำไมต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้   จนกระทั่งมาถึงที่หมาย ใต้สะพานพระราม 8 หญิงสาวให้เงินเพิ่ม 500 บาท ขอให้ตนนั่งอยู่เป็นเพื่อนก่อน โดยหญิงสาวไปนั่งเอาเท้าแช่น้ำอยู่ใต้สะพาน ร้องไห้ และเปิดเพลงแพ้แล้วพาล จากโทรศัพท์อยู่เพลงเดียว วนไปวนมา อยู่ประมาณ 30-40 นาที ตอนนั้นตนถามอีกฝ่ายว่า “คิดจะกระโดดน้ำหรือ ? ไม่เอานะ” หญิงสาวก็ตอบว่า “หนูว่ายน้ำไม่เป็น ไม่กระโดดหรอก”   จนกระทั่งหญิงสาวหยุดร้องไห้ เหมือนหายเศร้าแล้ว ก็หันมาบอกตนว่า ให้ช่วยขึ้นไปถ่ายรูปบนสะพานให้หน่อย จึงพากันเดินขึ้นไปจนถึงกลางสะพาน ก่อนที่อีกฝ่ายจะเปิดไลฟ์สดใน facebook ยื่นมาให้ตนช่วยถ่ายให้ แล้วก็ขอให้ตนช่วยถ่ายภาพนิ่งให้ด้วย ตนจึงเอาอีกมือที่ว่างอยู่ หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปให้ อีกมือก็ถือโทรศัพท์ของหญิงสาวถ่ายไลฟ์ไป เป็นเวลาประมาณ 4-5 นาที จู่ๆหญิงสาวก็ทิ้งตัวลงไปโดยที่ตนไม่ทันตั้งตัว    หลังเกิดเหตุก็รีบโทรแจ้งตำรวจ แล้ววิ่งลงจากสะพาน มาเจอคนในที่เกิดเหตุอีกสองคน จึงให้ช่วยกันตามหาหญิงสาว แต่ก็ไม่พบ  ยอมรับว่าหลังเกิดเหตุก็ยังเสียใจ ถ้าตอนนั้นตนเข้าไปห้ามตั้งแต่แรก ไม่มัวถ่ายคลิปตามที่อีกฝ่ายขอ ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้   อีกด้านหนึ่ง ใน facebook ของ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า “ปล่อยให้ผู้อื่นตาย เราอาจผิด ติดคุกได้ นะครับ  ใจความโดยสรุป นายโกศลวัฒน์ระบุว่า มอเตอร์ไซค์รับจ้างน่าจะเห็นแล้ว ว่าเด็กสาวอยู่ในอาการมึนเมา เมื่อปีนขึ้นราวสะพาน และเปิดเพลงในทำนองผิดหวังเสียใจ ก็ควรจะห้ามหรือเข้าล็อกตัวไว้ ไม่ให้ข้ามราวสะพานออกไปได้  หน้าที่ตามกฎหมายต้องหยุดการกระทำไม่ให้เด็กสาวเสี่ยงชีวิต แต่กลับยืนถ่ายคลิปต่อไป อาจเป็นความผิดตาม “มาตรา 374 ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต ซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่นแต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องของการดื่มสุราในคลิป หากพิสูจน์แล้วพบว่า คนถ่ายคลิป ส่งขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็จะมีความผิดตามมาตรา 26 ฐาน จำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zvIb_8sw3dE    

 143,077
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 ธ.ค. 60

มอบตัวแล้ว! หนุ่มในคลิปคว้าดาบไล่ฟันคู่กรณีนิ้วแหว่งกลางลานจอดรถห้างดัง

ความคืบหน้าจากกรณีที่โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของพ่อแม่ลูก ร้องทุกข์ถูกคู่กรณีที่ขับรถชนคว้าดาบมาไล่ฟันจนนิ้วมือแหว่งได้รับบาดเจ็บ ภายในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง   โดยในเวลาต่อมาเพจเฟซบุ๊ก “เฮียขับรถ” ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์ที่กล้องหน้ารถสามารถบันทึกภาพไว้ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่รถเก๋งสีดำกำลังวิ่งตรงไปตามเส้นทาง จากนั้นก็มีรถ BMW สีขาวขับมาอีกด้านหนึ่งและเฉี่ยวชนกัน นำไปสู่การเปิดฉากโต้เถียงกัน ก่อนที่เจ้าของรถสีขาวจะวิ่งไปหยิบมีดดาบเล่มยาวออกมาไล่ฟัน จนฝ่ายรถเก๋งสีดำต้องรีบขับรถหนีตาย    ล่าสุดเมื่อเวลา 03.00 น. ที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุได้เดินทางไปมอบตัวกับตำรวจที่ สน.บุคคโล แล้ว เบื้องต้นนัดให้ผู้เสียหายมาชี้ตัวในเวลา 10.30 น.                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/vQtWq-BuXYI  

 41,054
ข่าวภูมิภาค
29 ธ.ค. 60

ออกหมายจับ หนุ่ม bmw เลือดร้อน เอามีดไล่แทงคู่กรณีนิ้วแหว่ง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า ‘Thanakit Zen’ โพสต์ภาพนิ้วมือที่ถูกมีดบาดจนเนื้อแหว่งไป และภาพทะเบียนรถ BMW พร้อมระบุข้อความว่า "ใครเจอรถป้ายทะเบียนนี้ BMW สีขาว ช่วยแจ้งมาที คนขับรถ BMW สีขาว ก่อเหตุ ใช้ดาบยาว พยายามแทงคนในรถ ที่จอดรถในห้างแห่งหนึ่ง ใครมีคลิปเหตุการณ์ หรือกล้องหน้ารถเหตุการณ์ โปรดแจ้งใต้คอมเม้นต์"   ล่าสุดวานนี้(28 ธ.ค.) ที่ สน.บุคคโล นายปธิกร อรุณเดชา และนางภิญดา อรุณเดชา สองสามีภรรยา ที่ถูกชายหนุ่มคนดังล่าวใช้อาวุธมีดไล่แทง ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน และนำภาพจากกล้องวงจรปิดของห้างมามอบไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ให้ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ฟังว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. เวลา 21.10 น. ในห้างแห่งหนึ่งย่านท่าพระ ขณะกำลังขับรถออกจากห้าง อยู่ๆมีรถเก๋ง ยี่ห้อ BMW เลี้ยวออกจากซ้ายห้างในอีกช่องทางหนึ่ง มาชนรถของตน บริเวณล้อรถด้านซ้าย   นายปธิกร บอกอีกว่า พอตนลงไปก็พูดกับชายคนดังกล่าวว่า "ตนออกมาแล้วครึ่งคัน พี่จะขับออกมาทำไม" แต่ชายคนดังกล่าวกลับบอกว่า "กูให้มึงออกแล้ว ทำไมไม่ออก" แล้วก็เดินไปหลังรถ หยิบมีดดาบความยาวกว่า 1 เมตร ออกมาเพื่อจะฟันตน ภรรยากับลูกชายเห็นท่าไม่ดี เลยเข้ามาห้าม และให้ตนขึ้นรถ   นางภิญดา ภรรยา บอกว่า ตอนตนเข้าไปห้าม ชายคนดังกล่าวไม่ยอมฟัง พยายามจะใช้มีดฟันตนกับลูกชาย ลูกชายจึงบอกให้ตนขึ้นมาหลบบนรถ พอตนเปิดประตูด้านหลังคนขับขึ้นมา แล้วกำลังจะปิด อยู่ๆชายคนดังกล่าวใช้มีดแทงเข้ามาในรถ เฉียดหน้าตน เหมือนจงใจจะแทงไปที่คนขับ ตอนนั้นตนตกใจมาก จึงตัดสินใจใช้มือจับมีดไว้ จนได้รับบาดเจ็บที่ปลายนิ้วนางด้านขวา แล้วยื้ออยู่กับชายคนดังกล่าว ก่อนที่มีดจะหล่นออกไปนอกรถ แล้วสามีก็ขับรถออกมา   สองสามีภรรยา ยืนยันว่า ไม่ได้ใช้คำหยาบคาย หรือต่อว่าชายคนดังกล่าวเลย ยอมรับว่าตอนนั้นตนตกใจมาก ซึ่งหลังจากที่ตนขับรถออกมา ชายคนดังกล่าวก็ได้ขับรถไปชนกับรถคันอื่นอีกหน้าห้าง แล้วก็หลบหนีไป   ขณะที่ตำรวจ สน.บุคคโล เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำผู้เสียหาย และให้ผู้เสียหายชี้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจะออกหมายจับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T2ApTGs1AY4  

 16,912
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 ธ.ค. 60

ทหารเรือเมาป่วน ปีนเวทีชกนักร้องหญิง สุดท้ายถูกตามเอาคืนอ่วม ล่าสุดไกล่เกลี่ยจบลงด้วยดี ต้นสังกัดสั่งสอบด่วน

ผู้ใช้ facebook ชื่อ Arunee Wungphu (อรุณี วังผือ) โพสต์คลิปวีดีโอ เหตุการณ์วงดนตรีในร้านอาหารแห่งหนึ่ง กำลังทำการแสดงอยู่บนเวที จู่ๆก็มีชายคนหนึ่ง วิ่งขึ้นไปบนเวที แล้วชกเข้าไปที่ศีรษะของนักร้องหญิง ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ชุลมุน   ผู้โพสต์ระบุว่า ชายที่ปรากฎในคลิปเป็นทหาร ปีนขึ้นมาบนเวที ด้วยอาการมึนเมา ก่อนจะลงมือชกต่อยทั้งมือกีต้าร์ และนักร้องหญิง โดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน สุดท้ายชายคนดังกล่าวถูกรวบตัวได้ ก่อนจะถูกบรรดาสมาชิกของวงที่โกรธแค้น รุมทำร้ายคืนจนสภาพสะบักสะบอม   นอกจากนี้ผู้โพสต์ยังทำการ ถ่ายทอดสดทาง Facebook Live เป็นเหตุการณ์ตอนที่เจ้าหน้าที่ของร้านอาหาร ควบคุมตัวชายผู้ก่อเหตุไว้ได้ ก่อนจะนำตัวออกจากบริเวณร้านไป  ผู้โพสต์ยังเดินไปซักถามอาการของเพื่อนนักร้องหญิงที่ถูกชก พบว่ามีอาการปวดบวมที่ศีรษะด้วย   ทีมข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่ร้านอาหารที่เกิดเหตุ ย่านปิ่นเกล้า จากการสอบถามพนักงานของร้านทราบว่า เหตุเกิดช่วงกลางดึกของวันอังคารที่ผ่านมา โดยชายในคลิปเป็นลูกค้าที่มาทานอาหารที่ร้าน ดื่มสุราเข้าไปจนมึนเมา ก่อนจะแอบปีนขึ้นไปบนเวที ทางด้านข้าง ซึ่งเป็นจุดที่ติดกับหน้าทางเข้าห้องน้ำชาย ระหว่างที่วงดนตรีกำลังทำการแสดง แล้วก่อเหตุตามในคลิป   โดยตอนที่ทีมข่าวไปตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้น วงดนตรีผู้เสียหาย ยังไม่มาที่ร้าน แต่เจ้าหน้าที่ของร้านได้ทำการโทรศัพท์ถึง นางสาวอรุณี วังผือ นักร้องนำคนหนึ่งของวง (คนโพสต์ แต่ไม่ใช่คนที่ถูกต่อย) เพื่อให้ผู้สื่อข่าวได้ทำการสอบถามเหตุการณ์   นางสาวอรุณีเล่าว่า พวกตนไม่เคยรู้จักกับชายผู้ก่อเหตุมาก่อน และก่อนเกิดเหตุ ทางวงก็ไม่ได้มีปัญหาผิดใจกับลูกค้าในร้านแต่อย่างใด จู่ๆคู่กรณีก็ปีนขึ้นเวที มาต่อยมือกีต้าร์ของวงก่อนเป็นคนแรก แล้วก็วิ่งปรี่มาชกโดนนักร้องนำหญิง ชื่อ“น้ำ” แล้วเหตุการณ์ก็ชุลมุนทันที เพราะคนในวงพากันทิ้งเครื่องดนตรี แล้ววิ่งไล่จับตัวชายคนดังกล่าว จนจับตัวได้ แล้วรุมทำร้ายด้วยความโกรธแค้น   หลังเกิดเหตุทราบว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นทหารเรือ โดยได้มีการไปเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่ สน.บางยี่ขัน แต่ตนไม่ได้ไปด้วย มาทราบภายหลังว่าทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาตกลงกันได้ และไม่ได้ดำเนินคดีใดๆต่อกันอีก   ด้าน เรือตรี ประดับชัย เรืองรื่น ที่ปรึกษาของร้านอาหารดังกล่าว เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ทางร้านได้ไปร่วมเจรจาไกล่เกลี่ยด้วย และทางร้านยินดีจะรับผิดชอบค่าเสียหายให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย  เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุมาจากลูกค้ารายนี้มึนเมา แล้วอาจจะไม่พอใจวงดนตรี เรื่องคำพูดแซวกันไปมาระหว่างนักดนตรี กับลูกค้า จนปีนขึ้นไปก่อเหตุ   ส่วนกรณีที่ว่า ผู้ก่อเหตุเป็นทหารหรือไม่นั้น ทางร้านไม่สามารถระบุชี้ชัดได้ บอกได้แต่เพียงว่าเป็น “ชายคล้ายทหาร” เพราะตอนเกิดเหตุไม่ได้มีการแต่งกายในเครื่องแบบ และไม่ได้พกพาอาวุธแต่อย่างใด   หลังจากนี้ทางร้านก็จะต้องหามาตรการในการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น โดยอาจจะเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในแต่ละจุดให้มากขึ้น ป้องกันเหตุเกิดซ้ำสอง   ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทางกองทัพเรือได้ทำการตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น ทราบว่าชายผู้ก่อเหตุ เป็นทหารของกองทัพเรือจริง ยศจ่าตรี โดยจะต้องประสานต้นสังกัดของทหารนายดังกล่าว ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน และจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vq90vcdrTks    

 33,548
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 ธ.ค. 60

รพ.ขอนแก่นแจงปมโพสต์ fb ด่าคนไข้ ชี้เป็นฝีมืออดีตแฟนหนุ่ม จนท. ฉุนง้อคืนดีไม่สำเร็จ เลยสร้างเฟสบุ๊คปลอมมาก่อกวน

โลกออนไลน์ของชาวจังหวัดขอนแก่น วิจารณ์กรณีที่ผู้ใช้ facebook รายหนึ่ง โพสต์ข้อความระบุว่า ถูกเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน ของโรงพยาบาลขอนแก่น เข้ามาคอมเม้นต์ด่าด้วยคำหยาบคายใน facebook เนื่องจากผู้โพสต์อัพรูปใน facebook ของตัวเอง พร้อมกับกดเช็คอินสถานที่ “โรงพยาบาลขอนแก่น”  โดยอีกฝ่ายอ้างว่า เมื่อมีคนกดเช็คอินสถานที่โรงพยาบาล จะมีการแจ้งเตือนมาที่คอมพิวเตอร์ของตัวเอง จนรบกวนการทำงาน   โดย facebook ของผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ยังคอมเม้นต์ท้าทายด้วยว่า หากข้องใจ ให้มาหาได้เลย ที่แผนก ER (ห้องฉุกเฉิน)   ล่าสุดวานนี้(27 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ โรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้พูดคุยกับนางสมพร หงส์เวียง ตำแหน่ง รองหัวหน้างานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน  เปิดเผยว่า facebook ที่ปรากฎในโพสต์ดังกล่าว เป็นภาพของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจริงๆ ชื่อนางสาววันเพ็ญ ร่มโพธิ์ แต่ไม่ได้เป็น facebook จริงๆของเจ้าตัว เป็นฝีมือของอดีตแฟนหนุ่มชื่อ “เอก” ที่นำภาพและชื่อของนางสาววันเพ็ญ ไปสร้าง facebook ปลอมขึ้นมาเพื่อก่อกวน เนื่องจากโกรธแค้น ที่ตามง้อขอคืนดี แต่ฝ่ายหญิงไม่ยินยอม  เรื่องราวผ่านมากว่า 5 ปี จนกระทั่งนางสาววันเพ็ญมีครอบครัว มีลูกแล้ว แต่อดีตแฟนหนุ่มรายนี้ยังใช้ facebook ปลอมนี้ มาก่อกวนไม่เลิก   โดยตลอด 5 ปี ที่ผ่านมา นายเอก อดีตแฟนหนุ่มนำ facebook ปลอมนี้ ไปด่าทอคนไข้ของโรงพยาบาลหลายต่อหลายครั้ง ทางโรงพยาบาลก็ต้องคอยมาชี้แจงเท่าที่จะสามารถชี้แจงได้  คนไข้บางรายถึงขั้น มาที่โรงพยาบาล เพื่อจะเอาเรื่องกับนางสาววันเพ็ญอีกด้วย ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ต้องช่วยอธิบายให้เข้าใจว่าเป็น facebook ปลอม   โดยนางสาววันเพ็ญ ได้ไปแจ้งความเอาผิดกับอดีตแฟนหนุ่มรายนี้ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ไว้แล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ดำเนินการ ออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อย  ทราบเบาะแสล่าสุดว่าอยู่ที่ จ.นครปฐม แต่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้   นอกจากนี้ นางสมพรยังนำคลิปเสียง บทสนทนาระหว่าง นางสาววันเพ็ญ ที่พูดคุยกับนายเอก มาเปิดให้ผู้สื่อข่าวได้ฟังด้วย จากบทสนทนาจับใจความได้ว่า นางสาววันเพ็ญขอให้อดีตแฟนหนุ่มเลิกตามก่อกวน เพราะเลิกรากันไปหลายปีแล้ว และนายเอกก็เคยถึงขั้นขู่ฆ่าลูกของนางสาววันเพ็ญมาแล้ว ทำให้นางสาววันเพ็ญเองต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงมาตลอดหลายปี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ShGVVcfPrZg    

 10,049
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ธ.ค. 60

จวกยับ เพจอ้างตัวเป็นหมอชาวบ้าน กล่าวหาแม่เด็กกินของไม่ดีตอนท้อง ทำลูกเป็นมะเร็ง

เป็นอีกกรณีที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้ facebook รายหนึ่ง โพสต์ภาพหน้าจอบทสนทนา ระหว่างผู้โพสต์ กับแอดมินของเพจ facebook เพจหนึ่ง ที่อ้างตัวเป็นหมอชาวบ้าน เรียกตนเองว่า “หมอนอกกะลา” ใช้การรักษาโรคแบบธรรมชาติบำบัด   ผู้โพสต์ปรึกษาเพจดังกล่าวว่าลูกของตน อายุแค่ 1 ขวบเศษ ป่วยเป็นมะเร็งต่อมหมวกไต ระยะที่ 4 อาการกำลังทรุดตัว ขอคำปรึกษาในการช่วยรักษาลูกสาวให้หายจากมะเร็ง แต่ทางเพจกลับตอบมาว่า วิธีธรรมชาติบำบัดของตนไม่สามารถช่วยได้ ยังไงก็รักษาไม่หาย และสาเหตุที่ลูกสาวของผู้โพสต์เป็นมะเร็ง ก็มาจากการที่ตัวผู้โพสต์ ชอบกินของหวาน นม เห็ด ขนมปัง นมถั่วเหลือง และโดยเฉพาะเนยเทียม ซึ่งอาหารเหล่านี้ ทำให้ลูกที่เกิดออกมาเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุยังน้อย   ผู้โพสต์จึงนำข้อความในแชทดังกล่าวมาโพสต์ ในทำนองเสียใจ ที่ตัวเองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กินของไม่ดีเข้าไปจนเป็นต้นเหตุให้ลูกเป็นมะเร็ง   อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตจำนวนมาก เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ข้อมูลที่ทางเพจบอกกับแม่เด็ก เป็นข้อมูลที่บิดเบือนไปจากความจริงอย่างมาก และการกินอาหารเหล่านี้ระหว่างตั้งครรภ์ ไม่ใช่สาเหตุของโรคมะเร็งอย่างแน่นอน   นอกจากนี้ ยังมีการไปขุดคุ้ยเพจดังกล่าว ว่าเจ้าของเพจไม่ใช่คนที่มีความรู้ทางการแพทย์ ชอบเอาข้อมูลผิดๆมาเผยแพร่ อ้างว่าช่วยรักษาโรคต่างๆได้ เช่น ให้ผู้ป่วยมะเร็งกินน้ำที่มีฤทธิ์เป็นด่าง โดยการนำน้ำมะนาวมาผสมกับเบคกิ้งโซดา ผสมเกลือและน้ำเปล่า ดื่มเข้าไปช่วยปรับค่า PH ในร่างกายให้เป็นด่าง   แต่ก็เป็นที่เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า สูตรรักษาโรค ที่เพจดังกล่าวนำมาเผยแพร่ มีที่มาจากชายชาวอเมริกัน ชื่อ โรเบิร์ต โอ ยัง ที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับรักษาโรคร้ายด้วยน้ำด่าง แต่สุดท้ายพบว่าเป็นเรื่องลวงโลก จนถูกศาลตัดสินจำคุก ฐานประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาต ไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา   ทีมข่าวพยายามติดต่อไปยังเพจดังกล่าว เพื่อขอคำชี้แจงจากเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้รับการตอบกลับแต่อย่างใด   ผู้สื่อข่าว จ.สงขลา ไปพูดคุยกับ นางอาวาติฟ นิแม อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดปัตตานี ผู้โพสต์ และแม่ของเด็กหญิงอันรีน สามา ที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมหมวกไต ระยะที่ 4 ตั้งแต่อายุได้ 10 เดือน ปัจจุบัน เด็กหญิงอันรีน อายุ 1 ขวบเศษ ยังรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ หลังจากแพทย์โรงพยาบาลปัตตานี ตรวจพบมะเร็ง ก่อนจะส่งมารักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์   โดยนางอาวาติฟ เล่าว่า เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เพื่อนๆ ที่รู้ข่าวอาการป่วยของลูกสาว แนะนำให้ตนรู้จักกับเพจดังกล่าว ทราบว่าเป็นเพจที่ให้คำปรึกษา เกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็ง จึงได้ส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือ ตอนแรกที่ได้คำตอบมาก็เสียใจมาก เข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกป่วยเป็นมะเร็ง แต่พอมาทราบความจริง ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ที่ไปหลงเชื่อเพจดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะถือว่าตนหลงเชื่อ และส่งข้อความไปขอคำปรึกษาเอง   ตอนนี้ขออย่างเดียว คือขอให้ลูกหายเป็นปกติ ตอนนี้ครอบครัวลำบากมาก ที่ผ่านมามีผู้ใจบุญบริจาคเงินมาช่วยเหลือ แต่เงินก็หมดไปกับการรักษาลูก เพราะมีค่าใช้จ่ายที่เกินจากสิทธิ์ประกันสุขภาพถ้วนหน้าอยู่มากพอสมควร   ทีมข่าวยังสอบถามไปยัง นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเด็ก เปิดเผยว่า ทางกรมการแพทย์ได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งจากข้อมูลที่เพจดังกล่าวอ้างว่า อาหารต่างๆที่แม่กินเข้าไปทำให้เด็กเป็นมะเร็งนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะสารก่อมะเร็ง มักจะมาจากยาฆ่าแมลง, การได้รับรังสีบางอย่างระหว่างตั้งครรภ์ หรือเกิดจากกรรมพันธุ์   สำหรับโรคมะเร็งในเด็กนั้น ก็ถือว่าพบได้น้อย คิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 1 ต่อ 10 เมื่อเทียบกับมะเร็งในผู้ใหญ่  ส่วนเรื่องของการรักษานั้น ก็สามารถรักษาให้หายได้ ขึ้นอยู่กับระยะของโรค และการได้รับการรักษาที่ถูกต้อง   โดยเบื้องต้น ทางกรมการแพทย์ได้ออกเอกสารให้ความรู้ที่ถูกต้องกับประชาชนเกี่ยวกับโรคมะเร็งในเด็ก ผ่านทาง facebook ของกรมฯ และเตรียมจะส่งไปยังสื่อช่องทางต่างๆต่อไปด้วย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x8Z9tL-OKMs  

 15,683

Top