ค้นหา :

ผลการค้นหา "���������������������������������������������"

แชร์ออฟเดอะเดย์
05 ก.พ. 61

รถเบนซ์เปิดกล้องหน้ารถยันชัด สาว16 ขี่ จยย.เปลี่ยนเลนกะทันหัน ก่อนถูกชนล้ม

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Jib Tanutchar เผยแพร่คลิปจากกล้องหน้ารถเผยให้เห็นว่าวัยรุ่นหญิงที่ขี่จักรยานยนต์ ขี่เปลี่ยนเลนกะทันหันมาตัดหน้ารถเบนซ์จนล้มลง โดยวัยรุ่นสาวอ้างว่าเปิดไฟเลี้ยวแล้วขณะ วิ่งอยู่ในเลนแต่ถูกชนจากด้านหลัง แต่ต่อมาทางรถเบนซ์ได้นำหลักฐานจากกล้องหน้ารถมายืนยันพร้อมระบุว่า   “3 ก.พ. 2561 #ขับมาดีดีก็ชนได้ แม่ขับไม่เร็วเลย เบรคและหักหลบเท่าที่ทำได้ แต่ก็ไม่ทัน มอเตอร์ไซค์มาจากช่องซ้ายสุดปาดมาขวาสุดแบบไม่ดูอะไรเลย เราตกใจมาก ร้องดังมาก คือกลัวเขาบาดเจ็บรุนแรง น้องอายุแค่ 16 ไม่มีใบขับขี่ รถยืมเพื่อนมาขับ หมวกไม่ใส่ น้องบอกแต่ว่า “หนูเปิดไฟเลี้ยวแล้วแต่พี่ไม่ชะลอ” น้องบอกว่า “หนูอยู่ในเลนแล้ว พี่มาชนด้านหลัง” เราตอบ “ไม่เป็นไร พี่มีกล้องหน้ารถ"   สักพัก ญาติตาป้าหลานเพื่อนแฟนพ่อ ก็มาหาน้องเต็มไปหมดขออยู่ห่างๆนะ  เจอเรื่องแบบนี้ เบื่อดราม่า ไปถึงโรงพัก น้องบอกตำรวจกับประกันแบบเดิม พอให้ตำรวจดูคลิป ฝั่งนู้นก็ยอมรับผิดและเงียบ นอกจากเสียเวลาแล้ว ยังเสียสุขภาพจิตสุดๆ เจอแบบนี้แล้วทำให้ไม่อยากขับรถ กลัว #ขอบคุณกล้องหน้ารถ”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NiAaU8jriZk    

 21,106
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ม.ค. 61

ประธาน ทปอ. วอนบริษัทเปิดใจ หลังมีดราม่าไม่รับคนจบป.ตรี 'ราชภัฏ-ราชมงคล-เอกชน'

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือทปอ. เปิดเผย หลังมีการโพสต์ข้อความของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ตอบกลับผู้สมัครงานว่าทางบริษัทไม่มีนโยบาย รับนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งเรื่องดังกล่าวขอยืนยันว่า ควรจะมีการเปลี่ยนความคิด และเปิดใจของตนเอง ในการรับนักศึกษาจากสถาบันอื่นๆ แม้เรื่องดังกล่าวจะมีมานาน แต่ก็เป็นสิทธิ์ที่บริษัทเอกชนจะเลือกรับ นักศึกษาที่จบจากสถานบันที่มีชื่อเสียง   ในฐานะที่ตนเองกำกับดูแลสถาบันอุดมศึกษา ยืนยันว่าทุกมหาวิทยาลัยมีคุณภาพ ซึ่งทางรัฐบาลได้สนับสนุนการศึกษา ควรจะเปิดใจของตนเอง เพราะนักศึกษาจากสถาบันเหล่านี้ประสบความสำเร็จในการทำงาน ซึ่งหากยังไม่เปิดใจอาจเป็นการปิดโอกาสที่ผู้ที่จบจากสถาบันเหล่านี้จะไปสร้างให้บริษัทได้มีความเติบโตในอนาคต                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/smhouXRm1BM

 59,167
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ม.ค. 61

ฟังอีกมุม! ครูตบหน้าเด็กพิเศษร่ำไห้เสียใจ ยันไม่มีเจตนาทำร้าย ด้านน้องโผกอด-หอมแก้ม

ความคืบหน้าจากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิป เป็นภาพภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง จับภาพเหตุการณ์ขณะนักเรียนชายคนหนึ่ง นั่งก้มหน้าอยู่บนม้านั่ง โดยมีผู้หญิงผมสั้น สวมเสื้อสีเขียว ระบุว่าเป็นคุณครู ยืนพูดอะไรบางอย่าง คล้ายกำลังดุเด็กชายอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ครูจะตีแขน และตบเข้าที่ใบหน้าเด็กชายหนึ่งครั้ง ฝ่ายนักเรียนชายทำแค่ใช้มือปัดป้อง พร้อมกับร้องไห้ไปด้วย จากนั้นครูรายนี้ก็เดินหนีไป ผู้โพสต์ยังระบุด้วยว่า เด็กนักเรียนชายในคลิป เป็นเด็กที่มีอาการผิดปกติทางสมอง คาดว่าน่าจะเป็นออทิสติกนั้น   ล่าสุด ผอ.โรงเรียนดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงว่า ครูในคลิปทำหน้าที่ดูแลเด็กพิเศษจำนวน 34 คน จึงอยากขอให้สังคมเข้าใจ ชี้การดูแลเด็กๆ เหล่านี้จะต้องโอเว่อร์แอ็คติ้งมากกว่ากับเด็กปกติ ซึ่งตอนนี้ทางโรงเรียนได้ตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว   ด้านครูเล็กเปิดใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เป็นครูสอนเด็กพิเศษมานานกว่า 18 ปี เสียใจมากที่มีคลิปปรากฏออกไป ยืนยันไม่ได้ตีน้องตามอารมณ์ โดยระหว่างนั้นน้องที่ถูกตีก็ได้เข้ามากอดและหอมแก้มครู พร้อมกับบอกรักอีกด้วย   ขณะที่คุณแม่ของเด็กพิเศษคนดังกล่าวยอมรับว่าตกใจกับข่าวที่ออกมา แต่ยืนยันว่าครูเล็กดูแลเด็กๆ ดีมาก ซึ่งเด็กพิเศษก็ต้องได้รับการดูแลที่แตกต่างจากเด็กปกติ บางทีพ่อแม่ยังดูแลได้ไม่ดีเท่ากับครูเสียอีก               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/7znrz6uyhUg  

 58,966
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ม.ค. 61

ฟังความ 2 ฝ่าย! ดราม่าน้ำจิ้ม ลูกค้าโวยถูกปรับเงินโหด เจ้าของร้านแจ้งความ-แจงมีป้ายเตือนชัดเจน

ความคืบหน้าจากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพและข้อความ จากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เป็นภาพถ้วยใส่น้ำจิ้มอยู่บนตาชั่ง ภายในร้านบุฟเฟต์แห่งหนึ่ง พร้อมระบุข้อใจความสรุปว่า ‘มากินบุฟเฟ่ต์อาหารทะเล ถูกปรับค่าน้ำจิ้มขีดละ 100 บาท ทั้งหมด 6 ขีด เป็นเงิน 600 บาท’   ล่าสุดวานนี้ (26 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวชลบุรีไปพูดคุยกับ กลุ่มลูกค้าวัยรุ่น 4 คน ที่ถูกปรับค่าน้ำจิ้ม ประกอบด้วย น.ส.จารุภา อู่เงิน อายุ 19 ปี ผู้โพสต์ลงเฟซบุ๊ก) น.ส.นภัสรา พงรักษ์ประเสริฐ อายุ 20 ปี, นายอนุรักษ์ สนตาเถร อายุ 16 ปี และนายสุหก แขกเณร อายุ 27 ปี บอกว่า พอพวกเราทุกคนกินกันเสร็จแล้ว ก็เรียกพนังงานมาเก็บเงิน และพนักงานก็บอกว่า โต๊ะตนกินน้ำจิ้มเหลือต้องปรับขีดละ 100 บาท ซึ่งตนก็แปลกใจ เพราะตนเป็นคนที่ชอบกินทะเลเผาอยู่เป็นประจำ ที่ร้านอื่นๆ จะไม่เคยเก็บเงินค่าน้ำจิ้ม เพราะว่าตนกินอาหารทะเลหมด เหลือแค่เพียงน้ำจิ้ม แต่ทำไมถึงต้องปรับเยอะขนาดนี้ และถ้าหากตนกินอาหารทะเลเหลือเยอะ ตนก็พร้อมที่จะโดนปรับ   ส่วนในภาพที่เห็นน้ำจิ้มถ้วยใหญ่ เพราะที่ร้านดังกล่าวมีน้ำจิ้มด้วยกันอยู่ 2 สูตร คือน้ำจิ้มเกาหลี และน้ำจิ้มซีฟู้ด ซึ่งก็ตกคนละ 2 ถ้วย พนักงานก็เลยนำน้ำจิ้มทั้งหมด มาเทใส่รวมกันในถ้วยใหญ่ และนำไปชั่งบนตาชั่ง   ตนจึงตัดสินใจนำเรื่องราวดังกล่าวมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่ามันเกินไปไหน แค่น้ำจิ้มเหลือ ต้องโดนปรับ 600 บาท แต่อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้คิดที่จะทำให้ร้านเสียชื่อเสียงหรือใดๆทั้งสิ้น แต่หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ก็มีคนเข้ามาโจมตี ว่าพวกตนตะกละ   เบื้องตนพวกตนได้พบกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำไปพวกเดินทางไปร้องเรียน ที่ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งพวกตนยืนยันจะเดินหน้าสู้กันต่อไป เพราะพวกตนก็จะไม่ยอม   ส่วน น.ส.จารุภา ผู้โพสต์ บอกว่า ตนขอความเห็นใจ สำหรับคนที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง และเข้ามาโพสต์ด่าตนในเฟซบุ๊ก ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำลายชื่อเสียร้านแต่อย่างใด ตนก็โพสต์ไม่ได้พาดพิงถึงใคร ซึ่งคนที่รู้จักตนจริง ตนถึงจะบอกว่าร้านอยู่ตรงไหน อย่าด่าตนเลย เพราะว่าตนก็คิดว่าของลูกค้าทุกคนก็มีสิทธที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้   โดยในเวลาต่อมา นางจุรีย์ ใยบัว อายุ 40 ปี เจ้าของร้านปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์ที่ปรับเงินลูกค้า ค่าน้ำจิ้ม 600 บาท เข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังถูกลูกค้าโพสต์หมิ่นประมาทในเฟสบุ๊คทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง   นางจุรีย์ บอกว่า ที่ร้านมีอาหารทะเลให้ลูกค้าไปตักมาทำการปิ้งย่าง ส่วนน้ำจิ้มนั้นก็ให้ตักกันเอง โดยทางร้านจะคิดราคาค่าหัวคนละ 399 บาท ซึ่งภายในร้านจะมีป้ายติดอยู่ว่า กินไม่หมดปรับขีดละ100 บาท ทั้งอาหารและน้ำจิ้ม   ซึ่งวันที่เกิดเหตุ คือ คืนวันที่ 25 ม.ค. มีลูกค้าจำนวน 4 คน เป็นสาวประเภทสอง 2 คน และหญิงสาว 2 คน เข้ามาใช้บริการที่ร้าน พอตอนเรียกพนักงานคิดเงิน ก็พบว่าลูกค้าโต๊ะดังกล่าว ได้ทิ้งอาหารประเภททะเลไว้หลายอย่าง แต่ทางร้านก็คิดค่าปรับ เพียงค่าน้ำจิ้มเท่านั้น ซึ่งหากปรับอาหารที่เหลือทิ้งด้วย ก็คงต้องปรับเป็นเงิน 1,000 บาท แต่ทางร้านไม่ได้คิดแต่อย่างไร   ส่วนตอนที่ลูกค้าทั้ง 4 อ้างว่าไม่รู้ว่าทางร้านก็ได้ชี้ให้ดูป้ายที่ติดไว้ทั่วร้านว่ามีการปรับถ้าทำผิดกฏของร้านซึ่งลูกค้าก็รับทราบ แต่กลับเอาไปโพสต์ในเฟซบุ๊กทำให้ร้านเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดี   โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บอกว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการหมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จะต้องมีการได้ติดตามตัวเจ้าของเฟซบุ๊ก มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา ต่อไป           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/BGICNJZwZLg

 85,729
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 ม.ค. 61

ชายเสื้อม่วงชกหนุ่มใส่สูท เข้าพบ ตร. ปัดหาเรื่องก่อน ชาวบ้านสาวไส้เป็นมาเฟียคุมวิน จยย.เถื่อน

ความคืบหน้ากรณี คลิปชายสวมสูทสีเทา ชกต่อยกับคู่กรณีสวมเสื้อสีม่วง กลางซอยอ่อนนุช หลังชายสวมสูท ไปตักเตือนคู่กรณีที่ขี่รถเฉี่ยวชนรถเบนซ์ แต่กลับถูกอีกฝ่ายขี่รถมาตบศีรษะ   ทางเฟซบุ๊ก Red Skull Infinity มีการเผยแพร่คลิปอีกมุม ที่ถ่ายเหตุการณ์จากอีกด้านของถนน  โดยจะเห็นว่าหลังจากทั้งคู่ชกต่อยกัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุ แต่จะเห็นชายเสื้อม่วงถอดรองเท้า ทำท่าจะเอารองเท้าตีชายสวมสูท ก่อนที่จะยืนปะทะคารมกันต่ออีกสักพัก ก่อนที่ชายเสื้อม่วง พร้อมเพื่อนที่สวมเสื้อวิน จะขี่รถมอเตอร์ไซค์ขับหนีไป   ล่าสุด ตำรวจ สน.พระโขนง ได้เชิญตัว นายดณุพล วะรงค์ หรือ โบ๊ท อายุ 34 ปี ชายสวมเสื้อสีม่วงในคลิป มาสอบปากคำ เบื้องต้นนายดณุพล ยอมรับว่ามีเรื่องชกต่อยกันจริง แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ขี่รถไปเฉี่ยวชนรถเบนซ์ ตามที่ผู้โพสต์กล่าวอ้างหรือไม่ เนื่องจากยังไม่เห็นร่องรอยที่รถของตัวเองหรือรถเบนซ์คู่กรณี   เจ้าหน้าที่ตำรวจข้อหานายดณุพล ฐานนำรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทางเดินรถ, ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมใส่หมวกนิรภัย และข้อหายอมให้ผู้อื่นโดยสารรถจักรยานยนต์โดยไม่สวมใส่หมวกนิรภัย รวมทั้งหมด 3 ข้อหา ปรับเงิน 1,000 บาท   ส่วนคดีทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่ยังรอว่า ชายสวมสูทสีเทา จะเข้ามาพบเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งความเอาผิดใดๆหรือไม่ โดยได้ให้นายดณุพลไปตรวจร่างกายไว้ก่อน เพื่อนำผลตรวจจากแพทย์มาเตรียมประกอบในคดี และหลังจากนี้ต้องเรียกตัวคนขับรถเบนซ์ มาให้การกับตำรวจเพิ่มเติมด้วย   โดยนายดณุพล เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนกำลังขี่จักรยานยนต์กลับบ้าน โดยมีน้องที่รู้จักกัน (สวมเสื้อวินมอเตอร์ไซค์) ซ้อนมาด้วย ระหว่างทางถูกรถเบนซ์ขับมาเบียด  ก่อนที่ชายสวมสูทจะขี่รถตามมาด่าตนด้วยถ้อยคำรุนแรง ตอนนั้นตนก็ถามไปว่า มาด่าตนเรื่องอะไร  อีกฝ่ายกลับบอกว่า “มึงตามกูมาสิ” ตนจึงขี่รถตามไป ก่อนไปเกิดเหตุตามในคลิป ยืนยันว่าตนไม่ได้ไปหาเรื่องอีกฝ่ายก่อนอย่างแน่นอน   ส่วนชายสวมสูท ที่เป็นคู่กรณีนั้น พ.ต.อ.ชนิน วชิรปาณีกูล ผกก.สน.พระโขนง  เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดต่อ ตามหาตัวได้ ต้องการให้เจ้าตัวเข้ามาให้การเพิ่มเติมต่อคดี แต่ยังไม่ทราบว่าเจ้าตัวป็นใครมาจากไหน ลองติดต่อผ่าน facebook ก็ยังติดต่อไม่ได้       ผู้สื่อข่าวจึงพยายามติดต่อไปยังชายสวมสูท จนได้พูดคุยกับแฟนสาวของชายคนดังกล่าว เปิดเผยเพียงว่า นายดณุพลมาด่าทอแฟนของตนก่อน และไม่ขอโทษ แฟนของตนพูดไทยไม่เก่ง เพราะไม่ได้เติบโตที่เมืองไทย จึงไม่ได้โต้ตอบอะไรไปมาก แต่เรื่องที่เกิดขึ้น ฝ่ายตนไม่ได้ติดใจเอาความใดๆ และไม่ขอเปิดเผย ชื่อหรือตำแหน่งหน้าที่ของแฟนหนุ่มด้วย   อย่างไรก็ตาม ในโลกออนไลน์ก็มีการเปิดเผยข้อมูลของนายดณุพล โดยในเฟซบุ๊ก Red Skull Infinity ได้โพสต์ภาพชายคนหนึ่ง ถืออาวุธปืน อ้างว่าเป็นพี่ชายของนายดณุพล เป็นคนคุมวินมอเตอร์ไซค์เถื่อนในย่านที่เกิดเหตุ โดยในเพจอ้างว่า นายดณุพลก่อเหตุอาชญากรรมมาแล้วหลายครั้ง แต่มีผู้มีอิทธิพลคอยช่วยเหลืออยู่ตลอด   ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบในซอยสุขุมวิท 81 จนทราบข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า ครอบครัวของนายดณุพล ทำตัวเป็นขาใหญ่คุมวินมอเตอร์ไซค์ในซอยสุขุมวิท 81 มีการปล่อยเงินกู้ เปิดบ่อน และเก็บค่าคุ้มครอง โดยไม่มีเจ้าหน้าที่กล้าเข้าไปจัดการ คนในครอบครัวนี้เคยถูกจับมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ถูกปล่อยตัวออกมา และกลับมาก่อเหตุซ้ำๆ   อีกด้านหนึ่งในโลกออนไลน์ ก็มีสีสันเล็กน้อย หลังชาวเน็ตนำภาพจากคลิปไปตัดต่อล้อเลียนเป็นภาพต่างๆ อาทิเช่น  นำภาพของชายสวมสูท ไปเทียบกับดาราฮอลลีวู้ดนักบู๊ อย่าง เจสัน สเตแธม จากเรื่อง The Transporter (เดอะ ทรานสปอร์เตอร์)    บางคนก็นำภาพของชายสวมสูท ไปตัดต่อเพิ่มเอฟเฟ็คท์พิเศษ ให้คล้ายกับตัวละครในภาพยนต์แอนิเมชั่นเรื่อง “9 ศาสตรา”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/X62SE7cjbVc  

 35,309
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 ม.ค. 61

สวดยับ! กระบะไร้มนุษยธรรม ขับเปลี่ยนเลนกะทันหัน ชน จยย.มีเด็กเล็กล้มกลางถนน ก่อนชิ่งหนีไม่ลงมาดู

เฟซบุ๊ก Rapeepong Aig-q Krittsuansombat แชร์คลิปจากกล้องหน้ารถ จับภาพรถกระบะที่อยู่เลนขวาในลักษณะขับสวนเลน เกิดเปลี่ยนเลนกะทันหัน มาชนรถจักรยานยนต์ที่มีเด็กเล็กใส่ชุดนักเรียนนั่งมาด้วยจนล้มลงและถูก จยย.ล้มทับได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่กระบะคันก่อเหตุจะขับหลบหนีไป   เหตุเกิดบนถนนประชาชื่น หน้า รพ.เกษมราษฎร์ประชาชื่น ส่งผลให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างมาก ถึงพฤติกรรมการขับขี่ของรถกระบะและการไม่รับผิดชอบหลังก่อเหตุ   ทั้งนี้เจ้าของรถที่ขับตามมา ซึ่งเป็นคันที่ติดกล้องหน้ารถ โดยเป็น จนท.ทหาร จะประสานผู้เสียหายนำหลักฐานไปแจ้งความ และพร้อมเป็นพยาน เพื่อติดตามตัวผู้ขับรถกระบะมาดำเนินคดีต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WHdqnFRPOH4  

 29,714
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ม.ค. 61

คลิปหนุ่มใส่สูทเปิดศึกไทยไฟต์ หนุ่ม จยย.กลางถนน หลังไปเตือนแล้วโดนตบหัว ชาวเน็ตชมเชิงมวยไม่ธรรมดา

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Namemes Trd (เนมเมส ทีอาร์ดี) โพสต์คลิปเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันระหว่างจักรยานยนต์สองคัน โดยจากคลิปจะเห็นชายใส่สูทสีเทา ขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว ก่อนที่จะเห็น มอเตอร์ไซค์คันสีชมพู คนขี่สวมเสื้อโปโลสีม่วง คนซ้อนสวมเสื้อวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างขี่ตามมา ก่อนที่คนเสื้อโปโลสีม่วงจะขี่รถไปประกบ แล้วตบไปที่ศีรษะของชายสวมสูทสีเทา   หลังจากนั้น ชายสวมสูทเทาก็ขี่รถตามไป จนกระทั่งไปชกต่อยกับชายเสื้อสีม่วงกลางถนน แต่ที่ทำให้ชาวเน็ตสะดุดตา คือท่าทางที่ชายสวมสูทชกนั้น คล้ายกับคนที่ฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัวมาอย่างชำนาญ  ตลอดคลิปจะได้ยินผู้ถ่ายคลิปตะโกนห้ามปราม จนในที่สุดมีคนเข้ามาช่วยแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกัน   ทีมข่าวสอบถามไปยังผู้โพสต์ ชื่อนายเนม (สงวนชื่อจริง-นามสกุล) วัย 20 ปี เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อช่วงประมาณ 16.00 น. ของเมื่อวานนี้(22 ม.ค.) ตนขี่รถมาตามถนนสุขุมวิท ช่วงพระโขนง เป็นช่วงที่การจราจรค่อนข้างติดขัด เห็นรถจักรยานยนต์ของชายเสื้อม่วง ที่มีชายสวมเสื้อวินซ้อนท้าย พยายามจะขี่รถแทรกผ่านระหว่างรถสองคัน จนมอเตอร์ไซค์ไปเฉี่ยวรถเบนซ์ ระวังที่ขับแทรก แต่แทนที่จะขอโทษรถเบนซ์ ชายคนขี่กลับเบิ้ลเครื่องเสียงดังใส่ ก่อนจะหันไปพูดจาไม่ดีใส่รถเบนซ์ด้วย   ต่อมาชายสวมสูทสีเทา ที่ขี่รถมาเจอเหตุการณ์ดังกล่าว ขี่รถตามทั้งคู่ไป ก่อนจะพูดจาตักเตือนชายเสื้อม่วงว่าทำไม่ถูก  ปรากฎว่าเจ้าตัวไม่พอใจ ตะโกนด่าทอชายสวมสูท จนชายสวมสูทไม่อยากมีเรื่องด้วย ขี่รถหนีเข้าไปในซอยอ่อนนุช แต่ชายเสื้อสีม่วงยังขี่รถตามไปเอาเรื่อง ก่อนจะตบศีรษะคู่กรณีตามที่ปรากฎในคลิป จนลุกลามกลายเป็นการทะเลาะวิวาทวางมวย ตามที่ปรากฎในภาพ   โดยหลังจากทั้งคู่หยุดชกต่อยกัน ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่เกิดเหตุ ปรากฎว่าชายเสื้อเทา กับเพื่อนที่สวมเสื้อวิน ขี่รถหนีไปทันที ส่วนชายสวมสูทสีเทาก็ไม่ได้ไปแจ้งความเอาผิดใดๆต่อ   นายเนมบอกว่า หลังเกิดเหตุได้พูดคุยกันเล็กน้อย โดยชายสวมสูทน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ไม่ทราบสังกัดหน่วยงานใด โดยตนได้ส่งคลิปที่ตนอัดไว้ให้ชายคนดังกล่าว เพื่อใช้เป็นหลักฐาน หากมีการแจ้งความเอาผิดกัน แต่ก็ไม่ได้คุยรายละเอียดใดๆกันเพิ่มอีก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rMQwPnjLwTY    

 99,453
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 ม.ค. 61

ชื่นชม พยาบาลสาวโคราช จอดรถลงทำ cpr ช่วยคนเจ็บกลางถนน

โลกออนไลน์ได้แชร์คลิปภาพเหตุการณ์พยาบาลสาวคนหนึ่ง ผ่านไปประสบเหตุการณ์อุบัติเหตุมีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ล้ม และผู้ขับขี่ไม่ได้สวมหมวกกันน็อก เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไม่มีชีพจร ซึ่งเมื่อพยาบาลสาวคนดังกล่าวผ่านไปเห็นเหตุการณ์ก็ได้รีบจอดรถ และลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที สร้างเสียงชื่นชมจากผู้คนในโลกออนไลน์ถึงการมีจิตใจช่วยเหลือผู้บาดเจ็บของพยาบาลสาวคนดังกล่าวเป็นอย่างมาก   จากการตรวจสอบพบว่าพยาบาลสาวที่อยู่ในคลิปดังกล่าวคือ นางสาวสุพัตรา หมั่นสระเกษ หรือน้อง อายุ 30 ปี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา โดยได้เปิดเผยว่า   วันเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากออกเวรที่โรงพยาบาล ตนกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก ซึ่งเมื่อตนขับรถจักรยานยนต์ผ่านไปถึงบริเวณหน้าตลาดศีรษะละเลิง ก็พบว่าบริเวณดังกล่าวมีการจราจรติดขัด และพบว่า มีชายคนหนึ่งอายุประมาณ 40-50 ปี ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน ซึ่งขณะนั้นตนไม่ทราบว่าเกิดอุบัติเหตุอะไร และเหตุการณ์เป็นอย่างไร แต่ตนก็ได้จอดรถลงไปช่วยคนเจ็บ   ซึ่งตนเห็นว่าคนเจ็บมีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ และจากการตรวจดูชีพจรก็พบว่าไม่มีชีพจร ตนจึงได้ทำ CPR เพื่อช่วยชีวิตคนเจ็บ และรีบให้คนที่อยู่แถวนั้นโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล โดยตนต้องใช้เวลาทำ CPR นานประมาณ 10 นาที ก็มีพี่ๆ หน่วยกู้ภัยเดินทางมาถึง และจากนั้นอีกประมาณ 10 นาทีก็มีรถพยาบาลมารับคนเจ็บไป ซึ่งหลังรถพยาบาลมารับคนเจ็บไป ตนก็รู้สึกดีใจที่คนเจ็บกลับมามีชีพจรอีกครั้ง แต่ตนก็ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นคนเจ็บอาการเป็นอย่างไร และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไหน   ทั้งนี้การที่ตนจอดรถลงไปช่วยคนเจ็บตนคิดว่า เป็นเพราะจิตวิญญาณของการเป็นพยาบาล ซึ่งตนคิดว่าพยาบาลทุกคนหากพบเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกับตน ก็ต้องลงไปช่วยคนเจ็บเช่นเดียวกับตน ซึ่งการที่ได้ช่วยเหลือชีวิตคน ทำให้ตนรู้สึกมีความสุขอย่างมากในการทำงานอาชีพพยาบาลตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/D1aU8XB6teo    

 7,172
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 ม.ค. 61

สั่งหยุด! กองถ่ายหนังจัดฉากขายเซ็กส์ทอยบนถ.ข้าวสาร เตรียมตั้งข้อหาอนาจาร

ตำรวจสน.ชนะสงครามสั่งหยุดถ่ายภาพยนตร์จัดฉากขายเซ็กส์ทอยที่ถนนข้าวสารแล้ว พร้อมเรียกบริษัทถ่ายหนังเข้าสอบสวนและเตรียมดำเนินคดีตั้งข้อหาร่วมกันกระทำอนาจารในที่สาธารณะ ขณะกองถ่ายเคยระบุตั้งโลเกชั่นไม่ให้สื่อถึงเมืองไทย   จากกรณีที่เฟซบุ๊ก "ปู่ บางลำพู" ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์ที่มีกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง จัดฉากการถ่ายทำบริเวณถนนข้าวสาร ให้เป็นแหล่งอบายมุข มีร้านขายอุปกรณ์ทางเพศหรือเซ็กส์ทอย รวมถึงกลุ่มผู้หญิงที่แต่งตัววาบหวิวประกอบฉาก พร้อมข้อความระบุว่า "ถนนข้าวสารจริงหรือ ใครทำ ทำ..ทำไม การถ่ายหนังของคุณต้องสร้างฉากที่ทำร้ายทำลายถนนข้าวสาร ความรู้สึกของคนไทยมันเจ็บปวดครับ"  ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากว่า เป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้ผ่านการถ่ายทำได้อย่างไร   มีรายงานว่า ก่อนหน้าที่จะทำการถ่ายทำทางบริษัท อินโด แบงคอก ฟิล์ม จำกัด ได้ขออนุญาตจากทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นที่เรียนร้อยแล้ว โดยนายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นผู้เซ็นอนุมัติในเอกสาร ทางสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามเห็นว่ามีใบขออนุญาตเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงให้ดำเนินการตามที่ร้องขอ แต่ไม่ทราบว่าจะทำการถ่ายทำหรือจัดฉากในลักษณะไหน ซึ่งในเอกสารระบุชัดเจนว่าขอให้ทางคณะถ่ายทำระมัดระวังการนำเสนอภาพที่ไม่เหมาะสมในระหว่างการถ่ายทำ ที่อาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้ เช่น บริเวณถนนข้าวสาร เป็นต้น    ล่าสุดสน.ชนะสงครามได้สั่งหยุดถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ทันที (ตามกำหนดถ่ายทำ 17-18 มกราคมนี้) พร้อมได้เรียกบริษัทถ่ายทำหนังเข้าสอบสวน และตรวจสอบหลักฐาน แม้จะมีใบขออนุญาตเรียบร้อยจากกรมการท่องเที่ยว แต่ไม่ทราบว่าจะถ่ายทำหรือจัดฉากในลักษณะไหน ซึ่งในเอกสารระบุชัดเจนว่าขอให้ถ่ายทำระมัดระวังการนำเสนอภาพที่ไม่เหมาะสม    เบื้องต้นจะดำเนินคดีในข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน แสดงอนาจารต่อที่สาธารณะ ซึ่งหากติดต่อไม่ได้จะขอหมายเรียกจากศาล เพื่อให้ทางบริษัท อินโด แบงคอก ฟิล์ม จำกัด เข้าชี้แจงกรมการท่องเที่ยว โดยคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวิดิทัศน์ ซึ่งเป็นผู้อนุญาตให้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศ และได้ลงนามเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ขณะนี้ได้ประชุมหารือกันในเรื่องนี้   ขณะที่พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล ผกก.สน.ชนะสงคราม ระบุว่า ทางบริษัทหนังแจ้งว่า การถ่ายทำเป็นการจำลองสถานการณ์ที่มีเนื้อหาดำรงชีวิตอยู่ในประเทศหนึ่งซึ่งไม่ใช่ไทย ส่วนการเลือกที่จะมาถ่ายที่ประเทศไทยนั้นเพราะว่ามีสิ่งแวดล้อมและฉากการอยู่อาศัยใกล้เคียงกับประเทศนั้นเท่านั้น และเมื่อออกอากาศจะไม่ถ่ายให้เห็นถึงสัญลักษณ์หรือเนื้อหาที่บ่งบอกว่าเป็นประเทศไทยหรือถนนข้าวสารอย่างแน่นอน เพราะทางบริษัทไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสื่อมเสีย   ด้านนายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร ระบุการเข้ามาถ่ายทำของกองถ่ายจากจีน ที่อ้างว่าเป็นเพียงการเซ็ตฉากสมมติ ว่าเป็นถนนแห่งหนึ่งในจีน ก็ยังเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบกับถนนข้าวสาร เพราะเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ที่สำคัญการเข้ามาถ่ายทำครั้งนี้ มีเพียงเขต และตำรวจ ที่รู้รายละเอียด แต่ผู้ประกอบการเองไม่มีใครรู้รายละเอียดมาก่อน จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก      คลิป ; ;

 27,068
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ม.ค. 61

ตร. เร่งตามล่า ชายเตะเด็กล้มทั้งยืนหัวฟาดลงไปกองกับพื้น คาดเป็นคนวิกลจริต

แชร์สนั่นโซเชียลคลิปเหตุการณ์ชายคนหนึ่งเตะเด็กล้มทั้งยืนหัวฟาดลงไปกองกับพื้น ขณะเดินสวนกันบนฟุตบาทย่านรามคำแหง ผู้ปกครองของเด็กแจ้งความไว้ที่ สน.หัวหมาก ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวเพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีกซึ่งถือว่าเป็นภัยสังคม คาดน่าจะเป็นคนวิกลจริต    โดยจากคลิปที่แชร์ต่อกันในโลกออนไลน์และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ซึ่งโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'ชัยมงคล ชาตินาฝาย' คลิปนี้มาจากกล้องหน้ารถคันหนึ่งจอดอยู่ริมฟุตบาทหน้าปากซอยรามคำแหง 85 จับภาพวินาทีสองย่าหลานเดินมาด้วยกันตามปกติบนฟุตบาทระหว่างซอยรามคำแหง 83 และซอยรามคำแหง 85 โดยเด็กชายคนที่เห็นในคลิปเดินตามหลังย่าในระยะใกล้ ๆ ไม่ห่างกันมากนัก แต่จู่ ๆ มีชายคนหนึ่งรูปร่างผอมสูงใหญ่ สวมใส่กางเกงขายาวสีดำ เสื้อยืดคอกลมสีขาว เดินสวนทางมา และได้ใช้เท้าซ้ายเตะเข้าที่ก้านคอด้านหน้าของเด็กอย่างแรงจนล้มทั้งยืนหัวฟาดลงไปกับพื้น ก่อนที่จะเดินไปอย่างช้าๆ อย่างหน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนที่ย่าของเด็กจะหันมาเจอและเข้าไปโอบกอดพยุงหลานลุกขึ้นและไม่ทันวิ่งไล่ติดตามชายคนดังกล่าวไป เพราะมัวแต่ปลอบหลานที่ร้องไห้ด้วยความตกใจ คนที่เดินผ่านมาเจอก็พยายามช่วยกันตามตัวชายคนดังกล่าว   ผู้โพสต์ระบุว่า "ดูมันตอนเตะเด็กกระเด็น ของขวัญวันเด็ก มันลืมไว้ใครเจอทักหน่อย แชร์ไปจนกว่าจะเจอ" ขณะที่โลกออนไลน์วิจารณ์อย่างหนักบอกเป็นมนุษย์อันตราย น้องเขาผิดอะไรเดินอยู่ดี ๆ ก็ถูกทำร้ายไม่ทราบสาเหตุ นี่เพิ่งผ่านวันเด็กไปได้วันเดียวเท่านั้น แต่กลับมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ ถือเป็นภัยใกล้ตัวอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการ    นางสาวลี ธรรมมา เผยกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองเป็นย่าของน้องในคลิปดังกล่าว โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.15 น. ตนเดินออกจากที่ทำงานที่ศูนย์รถยนต์แห่งหนึ่งบริเวณหน้าปากซอย เพื่อพาหลานกลับไปทานข้าวที่บ้าน ซึ่งห่างจากที่ทำงานประมาณ 300 เมตร ระหว่างนั่นเห็นชายคนหนึ่งเดินสวนมาดูท่าทางเป็นคนปกติไม่น่าจะทำอะไรใคร จากน้ันก็เตะเข้าที่หัวของหลาน ตอนนั้นตนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทราบอีกทีจากคนที่เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์ตะโกนบอกว่า "ลูกเจ้าถูกเตะ" ตนจึงหันไปดูแล้ววิ่งไปพยุงตัวหลาน โดยหลานบอกว่า "ผีบ้าเตะหัวหนู" ยอมรับไม่ได้คิดวิ่งตามชายคนดังกล่าวเพราะมัวแต่เป็นห่วงหลาน หลังเกิดเหตุได้พาหลานไปตรวจร่างกายและไปแจ้งความที่ สน.หัวหมาก อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวให้ได้ หากไปก่อเหตุอีกจะเป็นอันตรายต่อคนอื่น ตอนนี้น้องจิ๋วปลอดภัยแล้วแต่ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด   นางรุ่งลาวัลย์ อานนท์ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังเดินไปทำงานผ่านมาเจอพอดี เห็นชายคนดังกล่าวใช้เท้าเตะหัวเด็กจนล้มลง ตนและคนอื่นๆ ที่เห็นต่างพากันกรีดร้องเสียงดังว่า "ทำอย่างนี้ได้ยังไงเตะเด็กทำไม" จากนั้นตนก็วิ่งไปบอก รปภ.ช่วยกันติดตามตัวแต่วิ่งตามไม่ทัน เพราะชายคนดังกล่าวหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนไม่เห็นใบหน้าที่ชัดเจนของผู้ก่อเหตุ สังเกตเห็นมือซ้ายใส่ถุงมือไม่แน่ใจเป็นถุงมือยางหรือถุงมือผ้า มีข้อมูลว่าก่อเหตุชายคนดังกล่าวไปก่อเหตุโวยวายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งหน้าโรงพยาบาลรามคำแหง ก่อนที่คนแถวนั้นจะแจ้งตำรวจ จึงหนีขึ้นรถสองแถวมาลงใกล้กับจุดเกิดเหตุแล้วมาก่อเหตุเตะหัวเด็ก   ด้าน ร.ต.อ.พีรเชษฐ์ สว่างอารมณ์ รอง.สว.(สอบสวน)สน.หัวหมาก บอกว่า ตอนนี้ยังไม่มีเบาะแสของผู้ก่อเหตุ ฝ่ายสืบสวนกำลังไล่กล้องวงจรปิด เนื่องจากภาพกล้องหน้ารถมองเห็นใบหน้าไม่ชัดเพราะจับภาพจากด้านหลัง หากกล้องวงจรปิดตัวไหนจับภาพใบหน้าได้ก็จะออกหมายจับตามภาพจากกล้องวงจรปิดทันที   ตรวจสอบเบื้องต้นชายคนดังกล่าวคล้ายคนป่วยทางจิต หากมีอาการวิกลจริตจริงต้องส่งตัวเพื่อรับการรักษา ไม่อย่างนั้นจะไปสร้างปัญญาให้กับคนอื่นอีก ขณะนี้ยังไม้มีข้อมูลว่าชายคนดังกล่าวไปก่อเหตุจุดใดบ้าง ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง     คลิปเหตุการณ์   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 20,939
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ม.ค. 61

อวสานอาหารเที่ยง! สาวโพสต์กินแกงส้มจากร้านดัง เจอชิ้นแปลกๆนึกว่ามะขามเปียก ที่ไหนได้แมลงสาบมาทั้งตัว

โลกออนไลน์แชร์ภาพ จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pang Natcha ที่โพสต์ภาพแมลงสาบในชามแกงส้ม โดยระบุข้อความว่า "นึกว่ามะขามเปียกสีน้ำตาลๆมีเส้นๆกำลังจะเขี่ยออก เอ๊ะทำไมคุ้นๆ นี่ไม่รู้จะกินไรมีโปรไลน์แมนแล้วเจอแบบนี้ มาเป็นตัววววหมดกันส้มตำยำไปหมด"   จากการตรวจสอบไปยังผู้โพสต์ระบุว่า สั่งอาหารมาจากร้านดังจากเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว หลายเมนู อาทิ ยำรวมมิตร แกงส้มพริกสด ตำมั่วทรงเครื่อง เมื่อกินแกงส้มพบว่ามีตัวแมลงสาบอยู่ในชาม ทำให้กินต่อไม่ลง เมื่อติดต่อไปยังทางร้าน มีการเสนอว่าจะทำอาหารให้ใหม่ ทำให้ทางผู้เสียหายรู้สึกไม่พอใจกับการแก้ปัญหา โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด เนื่องจากเป็นร้านที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ทั้งนี้ยังรอการติดต่อและชี้แจงอย่างเป็นทางการจากทางร้านต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KHDMv3tdzlc  

 25,594
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ม.ค. 61

'เพชรบึงกาฬ' ลั่นไม่เคยล้มมวย ชี้โดนศอกจนแพ้น็อก เจ้าของค่ายซัดชกผิดฟอร์ม ยันไม่ได้กักขัง

จากกรณีเพชรบึงกาฬ ส.จ.เล็กเมืองนนท์ นักมวยไทยวัย 24 ปี ถูกกล่าวหาว่าล้มมวย ยอมแพ้น็อกยก 3 ให้แก่ เพชรวิมุต หมูปิ้งอร่อยจุงเบย ในรายการ “ศึกจ้าวมวยไทย” เวทีมวยอ้อมน้อย เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ม.ค.2561 ที่ผ่านมา ทำให้ถูกเจ้าของค่ายกักขังนานถึง 3 วัน  ยึดโทรศัพท์ ทำร้ายร่างกาย โดยเตะปากจนแตก และฟาดด้วยหวายกว่า 20 ครั้งจนหลังเป็นแผลลึก   ล่าสุดเจ้าตัวเปิดใจว่าไม่มีการล้มมวย ที่ผ่านมาได้เก็บตัวมา 1 เดือน จากฟอร์มที่ผ่านมาหลายคนมองว่าได้เปรียบ แต่ยอมรับว่าประมาทคู่ต่อสู้ช่วงต้นยก 3 พลาดโดนศอกคู่ต่อสู้ทำให้มึนจนล้ม โดนกรรมการนับ 10 และแพ้น็อก จากนั้นโดนเจ้าของค่ายใช้หวายเฆี่ยนไป 20 กว่าครั้งจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่ตนพยายามกราบอ้อนวอนและชี้แจงว่าไม่ได้รับการล้มมวยแต่อย่างใด ทั้งนี้ตนไม่อยากให้นักมวยรุ่นหลังต้องมาเจอกับสิ่งเหล่านี้   นอกจากนี้ยังระบุว่าถูกทำโทษขังในห้อง ถูกริบเงินค่าตัวและโทรศัพท์มือถือ ต้องเดินทางไปสาบานต่อหน้าพระที่ จ.ชัยนาท ก่อนอาศัยช่วงที่ค่ายไม่มีคนอยู่ งัดห้องเทรนเนอร์หนีออกมาได้ ยันตลอดอาชีพของการเป็นนักมวยตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ไม่เคยคิดทรยศต่ออาชีพตัวเอง จากนี้ประกาศแขวนนวม และจะเบนเข็มเป็นเทรนเนอร์แทน   ด้าน เสี่ยเอ็กซ์ ผู้ดูแลค่ายมวยต้นสังกัดเพชรบึงกาฬ กล่าวว่าไม่มีหลักฐานยืนยันว่าล้มมวยหรือไม่ แต่สิ่งที่เห็นคือชกผิดฟอร์ม ทั้งที่กระดูกมวยดีกว่า แต่เหมือนสู้ไม่สุด ขัดคำสั่งเทรนเนอร์มีการออกไปแลกหมัดจนน็อก อย่างไรก็ตามมีข้อตกลงว่าถ้าแพ้จะยอมรับโทษ เพราะนัดที่แล้วก็แพ้มาครั้งหนึ่ง ยันทำการสั่งสอนเพื่อให้ได้ดี เพราะที่ผ่านมาก็สนับสนุนโดยมาตลอด ถ้าแพ้ด้วยฝีมือก็จะยอมรับได้และไม่ทำโทษ แต่เมื่อดูจากเจ้าของค่ายและเทรนเนอร์ดูแล้วเหมือนทำไม่เป็นที่ ยันไม่ได้กักขังหน่วงเหนี่ยวแต่อย่างใด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xbn-IkSUOdg  

 26,021
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ม.ค. 61

เก่งกับเด็ก! เร่งตามตัวชายปริศนา เตะก้านคอใส่ ด.ช.ล้มคว่ำกลางฟุตปาธย่านรามคำแหง

โลกออนไลน์แชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชัยมงคล ชาตินาฝาย ขณะที่แม่พาลูกชายเดินมาด้วยกันบนฟุตปาธ แต่จู่ๆเกิดมีชายคนหนึ่งที่เดินสวนมา ยกขามาเตะก้านคอใส่เด็ก ทำให้เด็กล้มได้รับบาดเจ็บ ท่ามกลางความตกตะลึงของแม่ เพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เหตุเกิดบริเวณถนนรามคำแหงระหว่างซอย 83-85   ทั้งนี้ล่าสุดทางแม่ได้เข้าแจ้งความกับ จนท.ตำรวจแล้ว อย่างไรก็ตามมีข้อมูลจากชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวว่า ชายผู้ก่อเหตุอาจเป็น รปภ.แถวอาคารย่านรามคำแหง มักมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงดังกล่าว ทั้งนี้ไม่แน่ใจว่ามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่ ล่าสุดยังติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุไม่พบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iT-6SrKVJew  

 38,775
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 ม.ค. 61

ฟังความ 2 มุม แม่ค้า vs นร.สาว ม.5 ตบสนั่นกลางตลาด ปมเดิมช้า-โดนด่าไม่มีการศึกษา

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิด ภายในตลาดแห่งหนึ่ง จับภาพเหตุการณ์ นักเรียนหญิงคนหนึ่ง ถูกแม่ค้าในตลาด 3 คน รุมทำร้ายร่างกาย ทั้งตบตี และใช้เท้าเตะ โดยมีผู้ชายอยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ยืนดูในลักษณะคุมเชิง    เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ ตลาดบีบี มาร์เก็ต พาร์ค อ.บางใหญ่ นนทบุรี โดย น.ส.เอ(นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนหญิงชั้น ม.5 ที่ถูกทำร้าย ได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บางใหญ่ทันทีหลังเกิดเหตุ    จากการดูกล้องวงจรปิด โดยเหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 16.40 น. แม่ค้าที่สวมชุดลายทหาร เดินคุยโทรศัพท์ออกมาจากร้านขายเสื้อชั้นในสตรี เดินมาที่ม้านั่งข้างตู้ขายน้ำดื่ม แล้วไปหยุด ยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าร้านขายน้ำ จากนั้นก็เดินหายไปจากกล้อง  จากนั้นเวลา 16.43 น. แม่ค้าคนเดิมกลับมาบริเวณตู้ขายน้ำ มายืนคุยกับแม่ค้าคนอื่นๆในตลาด ก่อนที่เพื่อนชายที่มากับนักเรียนสาว เดินมาที่จุดดังกล่าว แล้วมีปากเสียงกับแม่ค้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ น.ส.เอ จะเดินเข้ามาในที่เกิดเหตุ แล้วร่วมมีปากเสียงด้วย ก่อนจะเกิดเหตุรุมทำร้ายในที่สุด   ในเวลาต่อมา น.ส.เอ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง พร้อมด้วยมารดา และน้าสาว เดินทางไปให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่  น.ส.เอ เล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนไปที่ตลาดที่เกิดเหตุพร้อมกับเพื่อนชาย เพื่อจะนำของไปส่งให้ลูกค้า ระหว่างที่เดินก็ได้กดโทรศัพ์มือถือไปด้วยเพื่อติดต่อนัดหมายกับลูกค้า จู่ๆก็มีหญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 40 ปี เดินอยู่ข้างหลัง พูดขึ้นมาว่า “ถ้าเดินแบบนี้ไปเดินในห้างไหม ?” แล้วยังถามอีกว่า “ไม่มีการศึกษาหรือ ?” ตนไม่พอใจ จึงหันไปพูดตอบโต้ว่า “แล้วป้ามีการศึกษาหรือเปล่า ?” จนมีการด่าทอกันไปมาด้วยคำหยาบคาย ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป คิดว่าไม่ได้มีเรื่องอะไรต่อ   แต่ระหว่างที่ตนกับเพื่อนชายเดินกลับไปที่รถ ผู้หญิงคู่กรณีปรี่เข้ามากระชากผม และยังมีผู้หญิงอีก 2 คนอายุประมาณ 30-35 ปีเข้ามาช่วยกันรุมทำร้ายตน จนล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับเตะซ้ำ โดยมีชายวัยรุ่นที่มีรอยสักที่แขน 2 คนคอยยืนคุมเชิง ไม่ให้เพื่อนชายที่มาด้วยนั้นเข้ามาช่วย โดยพูดว่า “เรื่องของผู้หญิงมึงอย่ายุ่ง” ก่อนที่พลเมืองดีจะเข้ามาห้าม น.ส.เอ บอกอีกว่า คู่กรณียังพูดใส่ตนอีกว่า “อย่างมากก็เสียค่าปรับ 500 กูก็จะตบมึงอีก”    เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนได้รับบาดเจ็บ มีรอยเล็บข่วนที่หางคิ้วขวา เป็นแผลที่หัวเข่าและหลังมีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย รวมถึงโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 7 พลัส หน้าจอแตกร้าวจากการถูกรุมทำร้ายด้วย   ในเวลาต่อมา หญิงวัย 49 ปี แม่ค้าผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า น้องผู้หญิงกับผู้ชายเดินกอดคอกันมาเดินเบี่ยงซ้าย เบี่ยงขวา ประมาณ 3 รอบ ตนจึงบอกว่าจะไปทางไหนก็ไปสักทาง จากนั้นน้องเขาก็พูดจาไม่ดี ตนจึงพูดไปว่ามีการศึกษาพูดจาแบบนี้เหรอ จากนั้นก็มีการด่ากันหยาบคาย จากนั่นก็แยกย้ายกัน จนต่อมาน้องผู้ชายเดินมาที่หน้าร้านและพูดว่าป้าจะเอายังไง ตนจึงถามไปว่ายังไม่จบอีกหรือ น้องผู้หญิงก็มาชี้หน้าว่านี่ไง จากนั้นตนก็ตบไปและมันก็ชุลมุนกันตนไม่รู้ว่าใครมาช่วยบ้าง ไม่มีใครรุมน้องเขา ตนไม่ได้โทรเรียกใครแต่คุยธุระเรื่องงานอยู่ เขาไม่ได้มาขอโทษแต่เขามาเหมือนหาเรื่องเรา เราจะห้าสิบแล้วโตแล้วเขาด่าเราหยาบคายก้าวร้าว วันนี้ตนมารับทราบข้อกล่าวหา ตนยอมรับผิด   ขณะที่แม่ค้าอีก 2 คนที่อยู่ในคลิปอ้างว่าไม่ได้เข้ามาช่วยรุมทำร้าย แต่เข้ามาช่วยห้ามในช่วงชุลมุน วันนี้ตำรวจเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ก็ขอปฎิเสธไปเพราะไม่ได้รุมทำร้ายเขา   จากการสอบถามผู้จัดการตลาดเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ รปภ.ของตลาดได้รีบเข้าระงับเหตุทันที แม่ค้าที่ก่อเหตุเป็นแม่ค้าขายเสื้อชั้นในสตรี ขายของในตลาดมาประมาณ 10 ปีแล้ว เป็นคนอารมณ์ร้อน   หลังเกิดเหตุทางตลาดได้ไปพูดคุยทั้งกับผู้เสียหายและแม่ค้า ทราบว่าผู้เสียหายน่าจะเดินกีดขวางทางและเดินช้า ทำให้แม่ค้าไม่พอใจ จนมีการด่าทอกันและทำร้ายกัน สำหรับมาตรการของทางตลาด ตอนนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะระงับการขายชั่วคราวหรือระงับการขายถาวร อยู่ระหว่างผู้บริหารประชุมหาข้อสรุป โดยต้องมีการพูดคุยกับทางแม่ค้าอีกครั้งเพื่อตรวจสอบที่มาที่ไป ส่วนทางเรื่องคดีต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fN9sZDywkYY  

 52,227
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 ม.ค. 61

สาวเดินไม่ระวัง พลาดขาติดท่อระบายน้ำกลางเมืองขอนแก่น เจ็บเล็กน้อย

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mr-Nice Yuaisuay แชร์ภาพนิ่งหญิงสาวรายหนึ่งตกท่อระบายน้ำกลางเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ทำให้ชาวเน็ตต่างพากันแชร์โพสต์ดังกล่าวเพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้เดินเท้าควรระมัดระวังให้มาก หากไม่จำเป็นไม่ควรไปเดินบนฝาท่อ   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเห็นหญิงสาวรายดังกล่าวนั่งอยู่กลางถนนแต่ยังไม่คิดว่าจะตกท่อจึงได้เข้าไปใกล้ๆ พบว่าขาของหญิงสาวรายดังเก่าติดกับท่อระบายน้ำลึกลงไปประมาณหน้าแข้ง จึงได้ใช้ท่อเหล็กงัดออก แต่ไม่สำเร็จ จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยของอำเภอบ้านไผ่ให้เข้าช่วยเหลือ   โดยทางเจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์งัดตะแกรงเหล็กของท่อให้กว้างออกแล้วนำขาของหญิงสาวรายดังกล่าวออกมา โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็สามารถช่วยเหลือได้สำเร็จ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อปฐมพยาบาล พร้อมกันนี้ทางผู้โพสต์ได้แจ้งเรื่องราวไปยังเทศบาลเมืองบ้านไผ่ให้มาทำการซ่อมแซมฝาท่อดังเก่าซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการซ่อมแซมเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z6WcU9SkiNE    

 8,626

Top