ค้นหา :

ผลการค้นหา "���������������������������������������������"

แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ก.ย. 60

พระเชียงใหม่แจงสักยันต์แนบชิดสาวนุ่งสั้น ที่แท้เป็นสาวประเภทสอง

จากกรณีที่ทางโซเชียล ได้มีการเผยแพร่ภาพที่มีพระสงฆ์ใน จ.เชียงใหม่ กำลังสักยันต์ให้กับหญิงสาว ในลักษณะใกล้ชิดและมีการสัมผัสเนื้อต้องตัวกัน โดยมีการระบุว่าพระสงฆ์รูปดังกล่าวคือ พระครูใบฎีกา เทียนชัย สุภัทโท เจ้าอาวาสวัดแม่ตะไคร้ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ซึ่งก่อให้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในเวลาต่อมา ว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ตามที่ได้เกิดเป็นข่าวเผยแพร่ออกไปนั้น   ล่าสุดทางพระใบฎีกา เทียนชัย สุภัทโท เจ้าอาวาสวัดแม่ตะไคร้ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเรื่องดังกล่าว โดยยอมรับว่าพระที่ปรากฏในภาพดังกล่าวนั้นเป็นตัวเองจริง อย่างไรก็ตามคนที่ได้ทำการสักยันต์ให้นั้น แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นหญิงสาว แต่เป็นสาวประเภทสอง ที่ได้รับการผ่าตัดแปลงเพศแล้ว ซึ่งก็เหมือนกับการสักยันต์ให้กับผู้ชายตามปกติ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยสักให้กับผู้หญิง หรือสีกา แต่อย่างใด และต่อให้สักยันต์กับทางผู้หญิงจริงๆ แล้วนั้นก็ไม่ได้เป็นความผิดร้ายแรงจนถึงขั้นต้องปาราชิก เพราะเป็นการทำให้กับผู้ที่มีจิตศรัทธา ที่ไม่ได้มีเรื่องของกามารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง   ส่วนในเรื่องกรณีที่เกิดขึ้นนี้ตามที่ได้ปรากฎเป็นข่าวมานั้น ทางตัวเองก็ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และไม่ได้เกิดความวิตกกังวล หรือมีความเดือดร้อนแต่อย่างใด และพร้อมที่จะไปชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ข้อมูลกับทางสำนักงานพุทธศาสนา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/y4DglJiKBt0  

 4,189
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 ก.ย. 60

แชร์ว่อน! เก๋งชนท้าย มอไซต์ ทับหัวซ้ำ ก่อนเผ่นหนีฝุ่นตลบ โชคดีใส่หมวกกันน็อค จึงรอดปลอดภัย

โลกโซเชียลแชร์ความใจดำอำหิตของคนขับรถเก๋งที่ขับรถเก๋งซิ่งชนใส่รถจักรยานยนต์จนล้มแล้วขับรถทับตัวรวมไปถึงศีรษะแล้วขับรถหนีไปอย่างลอยนวล โดยผู้โพตส์บนเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ Noynisa Yensuk ได้แชร์ภาพวีดีโอจากกล้องวงจรปิด โดยข้อความระบุว่า  หลานเราเอง ชนไม่พอแถมทับด้วย แล้วก็ไปเลย ถนนหน้าโรงน้ำแข็งริมเมยหลานปลอดภัย วันนี้ได้ออกจาก รพ.แล้ว ... นิสัยแย่ ไม่ลงมาดูสักนิด เลย ... ขับออกไปฝุ่นตลบ.. ช่วยตามหน่อยนะคะ#นิสัยแย่มาก #พิกัดหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านริมเมย #บอกลูกบอกหลานไว้เลยเวลารถชนอย่าหนีมันไม่คุ้มกัน     ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นขึ้นที่ ซ.โรงน้ำแข็ง หมู่ที่2 บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด ซึ่งเหตุดังกล่าวต่างทำให้มีผู้วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากแล้วเริ่มมีการแชร์ไปตามโลกโซเชียลจำนวนมากเพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามมาดำเนินคดีโดยด่วน   ขณะนี้ทราบตัวผู้กระทำผิดแล้วโดยมีการมารับสารภาพแล้วยินยอมที่จะชดใช้ความเสียหายแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เตรียมดำเนินคดีในข้อหาอื่นกับคนขับรถเก๋งรายนี้ส่วนคนขับรถจักรยานยนต์ขณะนี้ปลอดภัยออกจากโรงพยาบาลแม่สอดแล้ว   คลิป คลิปจากเฟซบุ๊ก  Noynisa Yensuk

 7,412
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 ก.ย. 60

เพจดังแฉ ร.ร.อนุบาลในขอนแก่น ทำอาหารกลางวันบูด 2 วันติด เด็กท้องเสียหลายราย ผู้ปกครองร้อง คสช. ตรวจสอบ

เพจแหม่มโพธิ์ดำ โพสต์ภาพภายในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.ขอนแก่น เป็นภาพเด็กนักเรียน ถือถาดหลุมรอกินอาหารกลางวัน แต่ภาพอื่นๆแสดงให้เห็นว่า ข้าวสวย รวมทั้งกับข้าวซึ่งเป็นต้มยำไก่ อยู่ในสภาพที่น่าสงสัยว่าจะเน่าเสียแล้ว ต้มยำมีฟองขึ้น รวมทั้งข้าวก็มีสีเปลี่ยนไป โดยในเพจเขียนข้อความระบุว่า    “เด็กนักเรียน รร.อนุบาลแห่งหนึ่งในขอนแก่น กำลังนั่งดูอาหารว่าง เนื่องจากอาหารบูดมาสองวันแล้ว ต้มยำไก่ฟองฟอดและข้าวเน่า เหม็นบูด ครูต้องห้ามนักเรียนไม่ให้กิน ไม่งั้นมีหวังท้องเสียยกห้องแน่ๆ รร.ขนาดใหญ่ มีนักเรียนเกือบสี่พันคน ถ้าเกิดปัญหาขึ้น โรงพยาบาลจะพอรับเด็กมั้ย ใครจะรับผิดชอบ”   ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวานนี้(13 ก.ย.) ผู้สื่อข่าว จ.ขอนแก่น รายงานว่า ตัวแทนคณะผู้ปกครองโรงเรียนดังกล่าว ได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียน ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน คสช.มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น โดยระบุว่า ทางโรงเรียนทำอาหารกลางวัน ให้กับเด็กโดยที่ไม่ถูกสุขลักษณะ นานหลายสัปดาห์ จนทำให้นักเรียนมีอาการท้องเสีย ต้องลาหยุดอย่างต่อเนื่อง โดยมี เจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น,กลุ่มงานส่งเสริมอาหารปลอดภัย เทศบาลนครขอนแก่น และ อัยการทหาร มทบ.23 เข้ารับเรื่องและดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง   นางสุภลักษณ์ เมฆินทร์อนุกูล ตัวแทนคณะผู้ปกครอง เปิดเผยว่า  เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ( 11 ก.ย.) บุตรชายที่เรียนอยู่ชั้น ป.5 กลับบ้านมาเล่าให้ฟังว่า อาหารกลางวันของโรงเรียน ซึ่งเป็นข้าวสวยกับไข่พะโล้ บูด เน่าเสีย กินไม่ได้ ตนจึงสอบถามไปยังผู้ปกครองคนอื่นๆ ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็บอกว่าทราบเรื่องจากบุตรหลานเหมือนกัน พร้อมยังบอกว่านักเรียนหลายคนต้องลาหยุด เพราะมีอาการปวดท้อง, ท้องเสีย จากการรับประทานอาหารกลางวันของโรงเรียน   จนกระทั่งวันอังคารที่ผ่านมา ผู้ปกครองตัดสินใจไปถามกับทางโรงเรียน ตอนที่ไปถึงเป็นช่วงที่นักเรียนกำลังจะรับประทานอาหารกลางวันพอดี เมนูเป็นต้มยำไก่ กับข้าวสวย ซึ่งก็พบว่า ต้มยำไก่บูด มีฟองลอยขึ้นมาจำนวนมาก ข้าวสวยในหม้อก็บูด ผู้ปกครองจึงไปขอพบผู้บริหาร   ทางรองผู้อำนวยการ ก็บอกว่าจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน โดยการให้แม่ครัวทำข้าวไข่เจียวมาให้เด็กรับประทานแทน เฉพาะชั้น ป.5 และ ป.6 ส่วนระดับชั้นอื่นๆ ทางผู้ปกครองไม่ทราบว่าโรงเรียนจัดการอย่างไร  แต่หลังจากเกิดเหตุ ผู้ปกครองก็รวมกลุ่มกันเข้าร้องต่อเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อขอให้เข้ามาตรวจสอบแก้ไขปัญหา ผู้ปกครองยืนยันว่าไม่ต้องการจะเอาผิดกับทางโรงเรียน แต่ต้องการให้แก้ไขเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน   ด้านพันโท โรมรัน สารสมัคร รองหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน มทบ.23 เปิดเผยว่า ทราบว่าอาหารกลางวันของโรงเรียนดังกล่าว มีการเปิดประมูลให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาดำเนินการ ทำอาหารสกลางวันส่งให้ทางโรงเรียน ซึ่งหลังได้รับการร้องเรียน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทหาร, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด, เทศบาลนครขอนแก่น และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เตรียมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสุขอนามัยของโรงเรียน ทั้งเรื่องการปรุงอาหาร, จุดวางภาชนะสำหรับการรับประทานอาหาร, ร้านค้าต่างๆในโรงเรียน, ห้องน้ำ รวมทั้งห้องเรียน โดยจะมีการลงพื้นที่ในวันนี้(14 ก.ย.)   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n1WH3CP5s-Q    

 16,151
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 ก.ย. 60

สคบ.แจ้ง 2 ข้อหา 'เมฆ มังกรบิน' ฉลากผิด-โฆษณาเกินจริง ลั่นรถใครเสียจะซ่อมให้ ซ่อมไม่ได้ก็ซื้อใหม่เลย!

ความคืบหน้ากรณี เมฆ มังกรบิน หรือนายเกริกพล จงเอื้อมกลาง หลังจากที่ช่วงเช้าวันอังคารที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ,ทหาร และสคบ. บุกค้นบ้านและสำนักงาน ในจังหวัดนครราชสีมา ก่อนจะยึดผลิตภัณฑ์ น้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ และน้ำยาเคลือบสี ที่นายเกริกพลผลิตขาย มาตรวจสอบว่ามีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่   ล่าสุดวานนี้(13 ก.ย.) สคบ.ได้เชิญตัวนายเกริกพล พร้อมทนายความ มาสอบสวนให้ปากคำที่ สำนักงาน สคบ. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ โดยนายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการ สคบ. เปิดเผยหลังการสอบสวนว่า ทางสคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าของรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์รายหนึ่ง ระบุว่าซื้อผลิตภัณฑ์สารเคลือบเครื่องยนต์ของนายเกริกพลไปใช้ แล้วทำให้เครื่องยนต์เสียหาย  จึงได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษของ สคบ. ประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ บุกตรวจค้นบ้านและสำนักงานของนายเกริกพล เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา   จากการสอบสวนเบื้องต้น สคบ.ได้แจ้ง 2 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ข้อหาแรกคือ การติดฉลากไม่ถูกต้อง เนื่องจากฉลากไม่มีระบุข้อมูลรายละเอียดว่าผลิตที่ใด หรือหากเป็นสินค้าที่นำเข้ามา นำเข้ามาจากบริษัทใด ของประเทศใด ซึ่งการสอบสาวนขยายผลในข้อหานี้ ทาง สคบ.ได้ส่งเรื่องต่อให้ กรมโรงงาน ไปตรวจสอบโรงงานกรอกน้ำยา ซึ่งทราบว่าอยู่ที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ว่าการผลิตมีมาตรฐานตามข้อกำหนดของกรมโรงงานหรือไม่   นอกจากนี้ยังส่งเรื่องให้ กรมศุลกากร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไปตรวจสอบเรื่องการนำเข้าวัตถุดิบ ที่นายเกริกพลอ้างว่า นำเข้าวัตถุดิบจากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่านำเข้ามาอย่างถูกต้องหรือไม่ และต้องตรวจสอบงบดุลรายรับรายจ่าย ว่ามีการหลบเลี่ยงภาษีหรือไม่ด้วย   ส่วนอีกข้อหา คือการโฆษณาเกินจริง เนื่องจากนายเกริกพลโฆษณาว่า ผลิตภัณฑ์น้ำยาเคลืแบเครื่องยนต์ของตน ใช้แล้วทำให้เพิ่มแรงม้าได้ถึง 19.5 แรงม้า, ประหยัดน้ำมัน 18 เปอร์เซ็นต์, เพิ่มอัตราเร่ง 14 เปอร์เซ็นต์  และลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ได้ถึง 90-98 เปอร์เซ็นต์   ส่วนนี้ ทาง สคบ.ได้ประสานให้สถาบันยานยนต์ เป็นผู้ไปตรวจสอบ โดยจะทำการวิเคราะห์ทั้งในห้องแล็บ และทดสอบการใช้งานจริงในรถยนต์ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จะทราบผลการทดสอบ หากพบว่าตัวเลขไม่ตรงตามที่โฆษณาก็ถือว่ามีความผิดสำหรับความผิดทั้งสองข้อหา มีอัตราโทษที่เท่ากันคือ จำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท นอกจากนี้ในส่วนของผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วมีปัญหา นายเกริกพลยืนยันว่าจะรับผิดชอบค่าเสียหายให้ทั้งหมด หรือใครที่ซื้อสินค้าไปแล้วไม่พอใจ ก็ยินดีรับคืน คืนเงิน ทาง สคบ.ก็ได้ลงบันทึกไว้ หากนายเกริกพลไม่รับผิดชอบตามที่กล่าวอ้าง สคบ.ก็จะเอาผิดตามกฎหมายได้เช่นกัน                 ด้านนายเกริกพล เปิดเผยกับทีมข่าวหลังการแถลงข่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลที่ทาง สคบ. เข้ามาตรวจสอบ แต่รู้สึกสบายใจมากกว่า ที่จะได้มีแนวทางในการกลับไปพัฒนาแก้ไขสินค้าตัวเองให้ถูกต้องตามกฎหมาย  สำหรับ 2 ข้อหาที่ สคบ.แจ้งกับตนในวันนี้ ก็ยอมรับว่าทำผิดจริง เพราะตนมีความรู้น้อย เป็นเพียงพ่อค้าเร่ที่หันมาริเริ่มทำธุรกิจ   โดยตัวเลขที่นำมาโฆษณา ทั้งเรื่องแรงม้า หรืออัตรเร่งต่างๆ ยืนยันว่าผ่านการทดสอบมาจริงๆ แต่ก็เลือกเอาตัวเลขที่สูงที่สุด จากการทดสอบหลายๆครั้งมาโฆษณา แต่หลังจากนี้ หากทางหน่วยงานรัฐทดสอบแล้ว ได้ตัวเลขที่ไม่ตรงตามที่ตนลงโฆษณาไป ตนก็จะกลับไปแก้ไขให้ถูกต้อง   ส่วนกรณีที่มีผู้ใช้งานออกมาโพสต์โจมตีว่า นำผลิตภัณฑ์ของตนไปใช้แล้วทำให้รถเสีย  ก็ขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหาย นำรถของตัวเองที่เสีย มาติดต่อกับตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่มีอยู่ทั่วประเทศ แล้วตัวแทนจะประสานมาทางตน แล้วจะส่งรถไปตรวจสอบที่ศูนย์บริการที่ได้คุณภาพ ค่าซ่อมทั้งหมดตนจะรับผิดชอบเอง  หรือถ้าช่างลงความเห็นว่าซ่อมไม่ได้ ตนก็จะเปลี่ยนรถคันใหม่ให้ทันที  แต่ที่ผ่านมามีแต่การกล่าวอ้างลอยๆว่าใช้น้ำยาแล้วรถเสีย แล้วก็นำรถไปซ่อมเอง พิสูจน์ไม่ได้ว่าเสียเพราะผลิตภัณฑ์ของตนจริงหรือไม่   ต่อประเด็นที่กล่าวอ้างว่า ผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบคุณภาพจากทาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี แต่ต่อมาทางมหาวิทยาลัยออกแถลงการณ์มาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง และขอให้ยุติการกล่าวอ้าง มิเช่นนั้นจะมีการดำเนิคดีทางกฎหมาย    ประเด็นนี้นายเกริกพลบอกกับสื่อมวลชนว่า ให้กลับไปฟังคลิปอีกครั้งให้ละเอียด ตนไม่ได้พูดว่าได้ใบรับรองจากมหาวิทยาลัย เพียงแต่พูดว่ามีการส่งสินค้าไปขอทดสอบกับทางมหาวิทยาลัย  ซึ่งก็มีหลักฐานยืนยันว่าตนได้เข้าไปพูดคุยกับบุคลากรของมหาวิทยาลัย 3 คน จริง แต่ยังไม่ได้เอาผลิตภัณฑ์เข้าแล็บทดสอบ เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง ตนจึงขอระงับการทดสอบไว้ก่อน และทางมหาวิทยาลัยก็คงจะไม่มีบันทึกใดๆเก็บไว้แน่นอน เพราะยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพูดคุยในห้องประชุมเท่านั้น และตนก็ยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการจ่ายเงินให้ทางมหาวิทยาลัยใดๆทั้งสิ้น   อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบคลิปที่เพจ “สังคมอักเสบ”นำมาเผยแพร่ พบว่าในคลิป นายเกริกพลพูดว่า “นำเงินหลักแสนบาทไปจ้างห้องแล็บวิจัย ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้ข้อสรุปว่าเป็นสารเคลือบแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีสารตกค้าง”   ซึ่งขัดกับแถลงการณ์ของทางมหาวิทยาลัย ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “ไม่มีผู้ประกอบการภายนอกรายใด นำผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้าง มารับบริการวิเคราะห์และทดสอบแต่อย่างใด”   ในขณะที่ความเคลื่อนไหวในฝั่งของผู้เสียหาย นายเอกชัย ปัญญายิ่ง บรรณาธิการนิตยาสารเกี่ยวกับรถ เดินทางไปที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อร่วมกับนายฐาพล เพ็ชรแก้ว เจ้าของอู่ในพื้นที่ ผ่าพิสูจน์เครื่องยนต์ของรถยนต์ 2 คัน ที่ใช้สารเคลือบ ของนายเกริกพล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า เครื่องยนต์ของรถทั้งสองคัน เสียเพราะสารเคลือบดังกล่าวจริงหรือไม่   จากการผ่าเครื่องพิสูจน์ พบว่า บริเวณฝักบัวฉีดน้ำมันเครื่อง มีคราบตะกรันเหนียว ไปอุดตันอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ฝักบัวตัน ฉีดน้ำมันเครื่องมาหล่อลื่นเครื่องยนต์ไม่ได้ จนทำให้เครื่องยนต์ภายในเสียหาย ซึ่ง “มีความเป็นไปได้สูง” ว่าคราบตะกรันเหล่านี้ มาจากสารเคลือบเครื่องยนต์ดังกล่าว   นายฐาพล ซึ่งเป็นเจ้าของอู่ยังเปิดเผยว่า ส่วนตัวตนรู้จักกับนายเกริกพลมานานแล้ว ตอนที่นายเกริกพลเริ่มทำน้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ขายใหม่ๆ เจ้าตัวขับรถมาหาตนถึงอู่ ขอให้ช่วยซื้อ ตนเห็นว่าเป็นน้องชายที่สนิทกัน จึงช่วยซื้อเอาไว้ แต่ก็เคยตักเตือนไปว่า อย่าไปโฆษณาสรรพคุณเกินจริง ไม่อยากให้มีปัญหาในอนาคต ซึ่งสุดท้ายก็เกิดปัญหาตามมาจริงๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qJAp6xYu52I    

 141,256
ข่าวภูมิภาค
13 ก.ย. 60

โจรกลับใจส่งคืน จยย.ที่ขโมยมา พร้อมเขียน จม.ร่ายยาวเหตุผล วอนถอนแจ้งความ

จากกรณีโจรในคราบพลเมืองดีเก็บโทรศัพท์ได้ นัดคืนให้ผู้เสียหายและขออาศัยค้างคืน อ้างเข้าห้องไม่ได้ยังไม่จ่ายค่าหอพัก ขอรอเพื่อนมารับ แล้วลงมือก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ของผู้พักอาศัยในหอเดียวกันอีกรายหลบหนีไป   ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากคนร้ายรายนี้ว่า นำรถจักรยานยนต์ที่ขโมยไปมาคืน โดยจอดไว้ที่ใต้สะพานลอยริมถนนมิตรภาพ4 แยกไฟแดง มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วรีบตัดสายไป นอกจากนี้ยังพบจดหมายเป็นกระดาษโน้ตเขียนข้อความด้วยปากกาสีน้ำเงินว่า   “ ถึงคุณเจ้าของรถ ผมคือคนที่เอารถไป และเป็นคนที่เอามาคืน แต่ก็ขอโทษนะครับ เพราะช่วงนี้ผมลำบากต้องทำตัวแบบหลังชนฝา หมาจนตรอก เลยคิดทำลงไป แต่พอมาถึงบ้านจะรีบไปรับแฟน ก็รู้ว่าตอนนี้ผมโดนออกหมายจับ อันนี้ไม่ใช่ประเด็นที่ผมคืนรถ แต่ที่เอามาคืนเพราะเมียผมเข้าใจผิดว่ามีเมียน้อย แต่ที่รถคุณโดนขโมยก็เพราะคุณไม่ถอดกุญแจรถ แล้วก็ขอร้องน้องที่แจ้งความ ช่วยถอนแจ้งความให้พี่ด้วยนะ ถือว่าบุญคุณเราหายกัน และที่โทรศัพท์น้องมาอยู่กับพี่ก็เพราะมาวางทิ้งไว้ พี่ก็คืนแล้ว หวังว่าจะเห็นใจ จากโจรผู้หวังดีครับ ช่วยออกสื่อให้สังคมรู้เป็นอุทาหรณ์ด้วยนะครับ”   ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำรถกลับมาที่โรงพัก พร้อมประสานผู้เสียหายให้นำหลักฐานมารับรถคืน โดยผู้เสียหายได้นำกระเช้ามาขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรับรถกลับคืนไปแล้ว พร้อมกับบอกว่าจะรีบไปซ่อนรูกุญแจที่พังทันทีเพื่อไม่ให้ถูกขโมยไปอีก   ทั้งนี้ ตร.ชี้แจงว่าในกรณีนี้แม้โจรจะขอร้องให้ผู้เสียหายถอนแจ้งความ แต่ข้อหานี้เป็นคดีอาญา ไม่สามารถยอมความได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสืบสวนติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xHUjxvfOGnc  

 21,623
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ย. 60

'เมฆ มังกรบิน' ตัดพ้อคงต้องกลับไปขายยาเสพติดตามเดิม หลังถูกบุกตรวจบ้าน-ยึดน้ำยาเคลือบรถตรวจสอบ

ความคืบหน้ากรณี นายเกริกพล จงเอื้อมกลาง หรือ เมฆ มังกรบิน อดีตนักโทษคดียาเสพติด ที่ปัจจุบันกลายเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ จากการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ แต่กำลังเป็นประเด็นร้อน เมื่อเพจดังหลายเพจออกมาแฉว่า ผลิตภัณฑ์ของนายเกริกพล ทำให้เครื่องยนต์ของรถมีปัญหา มีผู้เสียหายหลายรายที่เตรียมไปร้องกับ สคบ. พร้อมยังพบพฤติกรรมโทรศัพท์ข่มขู่ทวงหนี้ และมีการโพสต์ภาพคู่กับอาวุธสงคราม   ล่าสุดเมื่อช่วงสายวานนี้ (12 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนไทย พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบบ้านพักของนายเกริกพล จงเอื้อมกลาง ที่ตำบลกำปัง อำเภอโนนไทย โดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่13/2559 เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ   โดยระหว่างการตรวจค้น นายเกริกพลก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ในการเข้าตรวจค้น และนายเกริกพลยังถ่ายทอดภาพผ่านการไลฟ์สดใน facebook ของตัวเองตลอดเวลาอีกด้วย   พันตำรวจเอกพฤทธิ์ บุญปก ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโนนไทย เปิดเผยถึงผลการตรวจค้นว่า บ้านของนายเกริกพล กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างต่อเติม เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นภายในตัวบ้าน และรอบๆ บริเวณบ้าน รวมทั้งตรวจค้นรถยนต์ของนายเกริกพล แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด   ต่อมาเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรจอหอ อำเภอเมืองนครราชสีมา ได้เข้าตรวจค้นภายในสำนักงานของนายเกริกพล ที่ตำบลจอหอ อำเภอเมืองนครราชสีมา โดยเจ้าหน้าที่ สคบ.ได้ให้นายเกริกพลนำเอกสารหลักฐานการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์จากหน่วยงานต่างๆ ที่นายเกริกพลกล่าวอ้าง นำมาแสดง แต่นายเกริกพลอ้างว่าเอกสารยังมีไม่ครบ แต่จะไปหามามอบให้ในภายหลัง พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ สคบ.ยังได้ยึดเอาตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทุกชนิดภายในสำนักงาน ทั้งสารเคลือบเครื่องยนต์ และน้ำยาเคลือบสีรถยนต์ นำกลับไปตรวจสอบคุณภาพว่าสินค้ามีคุณภาพตามที่โฆษณาอวดอ้างหรือไม่ด้วย   ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายเกริกพลได้พูดผ่าน facebook live ของตัวเอง ขณะที่เดินทางไปที่สำนักงาน ระหว่างการตรวจค้น ในเชิงประชดประชันว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่า ผลิตภัณฑ์ของตนไม่ดี สั่งให้ตนเลิกขาย ตนก็คงต้องกลับไปค้ายาเสพติดตามเดิม กลับไปเข้าร่วมกับเพื่อนๆในแก๊งตามเดิม เพราะหมดศรัทธาที่จะทำความดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Zmfr0VVhdAk    

 105,314
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ก.ย. 60

รวบหนุ่มเมากร่าง อาละวาดด่านตรวจขอนแก่น อ้างเป็นไบโพลาร์

จากกรณีคลิปหนุ่มเมากร่าง ตะคอกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านตรวจอยู่บริเวณ 4 แยกบึงแก่นนคร จ.ขอนแก่น หลังไม่พอใจที่ถูกตำรวจเรียกให้หยุดรถ มีการด่าทอเจ้าหน้าที่ด้วยถ้อยคำหยาบคาย พร้อมกับดึงเสื้อของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนขาด พร้อมยังอ้างว่ามีพี่ชายเป็นผู้กำกับ บอกว่าไม่ขอคุยกับตำรวจ จะไปคุยในศาลเท่านั้น จนนำไปสู่การออกหมายจับ ข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และข้อหาทำให้เสียทรัพย์ จนล่าสุดเมื่อวานนี้ ชายคนดังกล่าวถูกจับกุมตัวได้แล้ว   เมื่อวานนี้(12 ก.ย.) พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผู้กำกับ กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น นำหมายศาล จ.ขอนแก่น เข้าจับกุมตัว นายวีรพงษ์ เสนามนตรี อายุ 32 ปี จับกุมได้ในบ้านพัก ใน ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน ที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 4  ก่อนจะส่งต่อมายัง สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดี   นายวีรพงษ์ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนที่ตนไม่เดินทางมารายงานตัวตามหมายเรียก 2 ครั้งเพราะติดอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนฟุตบอล นอกจากนี้ยังอ้างว่า ตัวเองยังป่วย มีอาการไบโพลาร์ (อารมณ์สองขั้ว) ทำให้มีอารมณ์รุนแรง ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นเจ้าพนักงานแต่อย่างใด   ด้าน พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากที่ผู้ต้องหาไม่มารายงานตัวตามหมายเรียก 2 ครั้ง จึงได้มีการขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ก่อนจะ ทำการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บ้านพัก ซึ่งการที่ผู้ต้องหาไม่ให้การใดๆในชั้นพนักงานสอบสวน ก็ถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา อย่างไรก็ดีขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา มีการจัดทำประวัติก่อนที่จะควบคุมตัวนำส่งศาล จ.ขอนแก่น เพื่อขออำนาจศาลฝากขังในช่วงระหว่างของการดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fljllmzmsuw  

 4,621
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ก.ย. 60

นักเที่ยวตีกันในร้านดังย่านเอกมัยพังเละ พนง.เข้าห้ามโดนลูกหลงเจ็บหนัก

เพจแหม่มโพธิ์ดำ โพสต์คลิปเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท ภายในร้านอาหารกึ่งผับ ระบุว่าเป็นร้านย่านเอกมัย ภาพในคลิปแสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ค่อนข้างรุนแรงและวุ่นวาย ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน มีการใช้เก้าอี้ไม้ของร้านทุบตี และขว้างปาใส่กัน   โดยแหม่มโพธิ์ดำ โพสต์ข้อความ โดยอ้างอิงแหล่งข่าววงใน ระบุว่ากลุ่มคนที่มีเรื่องในคลิป เป็นแก๊งนักแข่งรถชื่อดัง ที่มาดื่มกินที่ร้าน แล้วเกิดมีเรื่องมีราวกับพนักงานร้าน เนื่องจากมีคนของทางร้านไปจีบผู้หญิงที่มากับกลุ่มนักซิ่ง จนไม่พอใจกันกลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาทดังกล่าว เหตุการณ์นี้ทำให้มีคนได้รับบาดเจ็บ ต้องรักษาตัวในห้องไอซียู   ล่าสุดช่วงค่ำวานนี้(12 ก.ย.) ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่ร้านอาหารกึ่งผับดังกล่าว ในย่านเอกมัย ได้พูดคุยกับ นายเอกวัฒน์ สุขเกษม วัย 39 ปี ผู้จัดการร้าน เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเที่ยงคืนเศษๆ คืนวันจันทร์ต่อเนื่องวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ร้านปิดแล้ว และกำลังเคลียร์ลูกค้าออกจากร้าน  แต่มีลูกค้ากลุ่มหนึ่งมากันหลายสิบคน นั่งรวมกันอยู่ที่มุมหนึ่งของร้าน เกิดมีปัญหากับลูกค้า 2 คน ที่ออกมาจากห้องน้ำ แล้วเดินผ่านโต๊ะของกลุ่มใหญ่ จนลุกลามกลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาทตามคลิป   ภาพที่ปรากฎในคลิป ที่เห็นว่ามีพนักงานของทางร้านเข้าไปเกี่ยวข้องในเหตุทะเลาะวิวาทด้วย เนื่องจากการ์ดของร้าน รวมทั้งพนักงานพยายามจะเข้าไปห้าม และพยายามจะปกป้องลูกค้าคนอื่นๆตามหน้าที่ แต่ก็ถูกทำร้ายไปด้วย มีพนักงาน 1 คน บาดเจ็บหนัก ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล ตอนนี้ก็ยังรักษาตัวอยู่  ส่วนสาเหตุของการทะเลาะเกิดจากเรื่องอะไรนั้น ตนยังไม่ทราบ ต้องรอช่างมาเปิดกล้องวงจรปิด เพื่อหาว่าใครเป็นคนเริ่มก่อเหตุ และมีใครที่มีส่วนในเหตุการณ์นี้บ้าง   ในคืนเกิดเหตุ ตนได้ไปแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้ ที่ สน.คลองตัน ซึ่งในวันนี้(13 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนัดตนเข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติม ซึ่งก็จะนำกล้องวงจรปิดไปมอบให้เจ้าหน้าที่เป็นหลักฐานด้วย   เหตุการณ์นี้ยังทำให้ทางร้านได้รับความเสียหาย ส่วนใหญ่ที่พังจะเป็นโต๊ะ และเก้าอี้ โชคดีที่ไม่ได้เสียหายรุนแรง ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว ก็จะเรียกค่าเสียหายกับผู้ก่อเหตุทั้งค่าซ่อมแซมร้าน รวมทั้งค่ารักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Idu_fUezNYs    

 4,168
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 ก.ย. 60

หนุ่มนำรถมาล้าง โวยถูกคาร์แคร์ทำกระจกมองข้างหัก แล้วไม่รับผิดชอบ

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ศักดา บอดี้คาร์ โพสต์ภาพและข้อความกรณีการพูดคุยกับระหว่างชาย 2 คน ภายในคาร์แคร์แห่งหนึ่ง หลังเจ้าของรถนำรถมาล้าง แล้วกระจกมองข้างเกิดเสียหาย มีคราบกาวร้อนกับกระดาษทิชชู กาวร้อนไหลใส่ประตูเป็นทาง โดยผู้เสียหายสวมเสื้อยืดสีขาวถามถึงความลับผิดชอบ สวนชายเสื้อแดงที่ดูแลคาร์แคร์ได้บอกถึงความรับผิดชอบตรงกระจกให้ จากนั้นได้ยืนคุยตกลงกันอยู่พักใหญ่ แต่ไม่สามารถตกลงกันได้   ซึ่งล่าสุดเจ้าของรถได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ตร.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ว่าเมื่อวันที่ 9 ก.ย.60 เวลา 18.00 น.ได้ให้ น้องชายนำรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส (ขอสงวนหมายเลขทะเบียน) ไปล้างรถที่คาร์แคร์แห่งหนึ่ง ในซอยวัดลาดปลาดุก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังล้างรถเสร็จน้องชายได้นำรถกลับมาที่อู่ ปรากฎว่ากระจกมองข้างมีรอยหัก น้องชายจะให้ขับกลับไปที่อู่ แต่ตนเห็นว่าดึกแล้วน่าจะปิด วันรุ่งขึ้นตนจึงได้ให้น้องชายเข้าไปติดต่อที่คาร์แคร์แต่ถูกปฎิเสธ ตนจึงได้ขับรถตามไปที่คาร์แคร์ ตามที่เห็นในคลิป แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ตนจึงได้เข้าแจ้งความ   ด้านเจ้าของคาร์แคร์ที่ถูกกล่าวถึงได้ชี้แจงว่า ลูกค้าเข้ามาตอนเย็น 17.10 น.เกือบคันสุดท้ายที่เข้ามาล้าง ปกติรถเข้ามาก็ส่งเข้าล้างปกติ จากนั้นก็ออกมาดูดฝุ่นใช้เวลาประมาณ 30 นาที ทางเราก็นำรถมาจอด เพราะลูกค้าไม่ได้รอ ลูกค้ามารับตอน 19.00 น.จ่ายเงินเสร็จรับรถก็ขับออกไป จากนั้นตอนสายของวันที่ 10 ก.ย.ได้นำรถเข้ามาแล้วแจ้งว่ากระจกข้างซ้ายหัก   เราได้ชี้แจงลูกค้าไปว่าทางเราไม่ได้เป็นคนทำ กาวแบบนั้นทางคาร์แคร์ก็ไม่ได้ใช้ ถ้าเราทำเรารับผิดชอบเต็มที่อยู่แล้ว ทางลูกค้าเข้ามาเจรจาจะให้ทางร้านรับผิดชอบทั้งหมด กระจกข้างและบานประตูด้วย ทางเราอยากให้จบเรื่องไป แต่ทางลูกค้าแจ้งมา 5,500 บาทตนคิดว่ามันมากไป เรายินดีจะช่วยหากระจกให้ แต่ลูกค้าจะให้ทำสีประตูด้วย ทางเราจึงขอดูกล้องวงจรปิดอีกครั้ง แต่ตนเข้าไปดูแล้วหาไฟล์ไม่เจอว่าปัญหามันเกิดกับเราหรือเปล่า หลังจากลูกค้านำไปโพสต์ส่งผลระดับหนึ่งเพราะมีคนเข้าใจและไม่เข้าใจ ตนได้เข้าแจ้งความแล้วเพราะเกิดความเสียหาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RHm_CdU0KhQ    

 7,436
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 ก.ย. 60

เพจดังแฉ 'เมฆ มังกรบิน' ขายน้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ โฆษณาเกินจริง ทำเครื่องยนต์พัง เจ้าตัวโต้โดนกลั่นแกล้ง

เป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับพฤติกรรมของ 'เมฆ มังกรบิน' หรือ นายเกริกพล จงเอื้อมกลาง ชายหนุ่มที่เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ ซึ่งนายเกริกพลเป็นอดีตนักโทษคดียาเสพติด พ้นโทษออกมา ทำธุรกิจผลิตน้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ ยี่ห้อของตัวเองขาย และยังชอบโพสต์ภาพตัวเองขณะช่วยเหลือสังคมลงในโลกออนไลน์บ่อยๆ จนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง   กรณีที่เคยเป็นกระแสฮือฮาก่อนหน้านี้ คือเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นายเกริกพล ได้โพสต์คลิปวีดีโอเล่าว่า ตนใช้เงินส่วนตัว 4 แสนบาท สร้างถนนเป็นทางเข้าวัด พร้อมระบุในคลิปว่า หากนำเงิน 4 แสนบาทมาใช้โดยไม่ทุจริต โกงกิน ก็สามารถสร้างถนนดีๆได้เป็นระยะทางไกลมาก   กรณีดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการจงใจทำความดีเพื่อสร้างภาพหรือไม่ ก่อนที่ในเวลาต่อมา เพจ Drama Addict จะออกมาเปิดเผยข้อมูลจากวิศวกรโยธาว่า ที่นายเกริกพลสามารถสร้างถนนได้ด้วยเงิน 4 แสนบาท เพราะสร้างผิดหลักทางวิศวกรรม หากมีการตรวจคุณภาพก่อนรับงานแบบราชการ ก็ต้องรื้อใหม่ สร้างใหม่ทั้งหมด   ล่าสุด ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดกรณีดราม่าขึ้นอีกครั้ง เมื่อเพจสังคมอักเสบ ได้โพสต์แฉว่า น้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ที่นายเกริกพลขาย มีการโฆษณาเกินจริง อ้างว่าใช้แล้วทำให้เครื่องยนต์แรงขึ้น นำเข้าวัตถุดิบจากสหรัฐอเมริกา, มี ISO รองรับ และยังผ่านการทดสอบจากห้องแล็บของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมาแล้ว ว่าได้คุณภาพจริง แต่จากข้อมูลของเพจ สังคมอักเสบ ระบุว่ามีลูกค้าหลายรายซื้อไปใช้แล้ว เครื่องยนต์ของรถเกิดความเสียหาย    นอกจากนี้ในเวลาต่อมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ก็ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ไม่มีผู้ประกอบการรายใด นำผลิตภัณฑ์มารับการวิเคราะห์ทดสอบในห้องแล็บ และไม่มีหน่วยงานใดในมหาวิทยาลัย ออกใบรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ใดๆทั้งสิ้น ทางมหาวิทยาลัยยังระบุว่า ขอให้ผู้ที่นำชื่อมหาวิทยาลัยไปกล่าวอ้าง ยุติการกระทำดังกล่าว ไม่เช่นนั้นจะต้องมีการดำเนินคดีทางกฎหมาย   วานนี้(11 ก.ย.) ทีมข่าวยังเดินทางไปอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง ย่านบางนา ซึ่งเป็นอู่ที่รับน้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ของนายเกริกพลมาขายและใช้งานในอู่ โดยนายบุญช่วย ศรีกิมแก้ว วัย 38 ปี เจ้าของอู่ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า นายเกริกพลโฆษณาผ่าน facebook ว่า น้ำยาของตัวเอง ใช้แทนน้ำมันเครื่อง เติมเข้าไปเพื่อไปปกป้องเครื่องยนต์ และยังเพิ่มแรงม้าให้รถด้วย จนกลายเป็นกระแสในวงการรถ มีลูกค้ามาถามขอซื้อหลายครั้ง จนตัดสินใจรับมาขายบ้าง โดยรับมาจากตัวแทนจำหน่ายของนายเกริกพล ที่อยู่ย่านอุดมสุข แต่ปรากฎว่า เมื่อใช้น้ำยาดังกล่าวเติมรถให้ลูกค้า ทั้งรถยนต์ และจักรยานยนต์ มีลูกค้าหลายรายกลับมาบอกว่ารถมีปัญหา   ช่างของอู่ยังนำน้ำยาดังกล่าว มาลองหยอดเครื่องยนต์ พบว่าน้ำยามีความเหนียว หนืด ทำให้เครื่องยนต์หมุนแทบไม่ได้ ทั้งที่ปกติใช้น้ำมันเครื่องหยอดลงไป จะเข้าไปหล่อลื่น ให้เครื่องยนต์หมุนได้ดีขึ้น  นอกจากนี้ เมื่อนำรถที่เติมน้ำยาดังกล่าวมาถ่ายน้ำมันเครื่อง พบว่าน้ำมันเครื่องสีดำผิดปกติ มีคราบเหนียวๆข้นๆติดออกมาด้วย จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นสาเหตุทำให้เครื่องยนต์พัง  ขณะนี้มีผู้เสียหายหลายรายกำลังรวมตัวกัน เพื่อไปร้องกับ สคบ.ด้วย   ด้านนายอภิสิทธิ์ อาคาเขตร์ วัย 36 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนนำจักรยานยนต์มาถ่ายน้ำมันเครื่อง แล้วอยากทดลองใช้น้ำยาดังกล่าวแทนน้ำมันเครื่อง เพราะมีคนแนะนำว่าดี  แต่ปรากฎว่าเติมไปได้แค่เดือนเศษๆ รถจักรยานยนต์ก็เร่งไม่ขึ้น และยังมีเสียงดังออกมาจากเครื่องยนต์ สุดท้ายนำรถไปเข้าศูนย์ พบว่าข้อเหวี่ยงในเครื่องยนต์เสียหายทั้งหมด ต้องเปลี่ยนใหม่หลายชิ้น หมดค่าซ่อมไป 7 พันกว่าบาท   นอกจากนี้ facebook เพจสังคมอักเสบ ยังนำคลิปวีดีโอที่นายเกริกพล ทำ facebook live ตัดเอาบางช่วงบางตอนมาเผยแพร่ เป็นภาพขณะที่นายเกริกพล โทรศัพท์ไปทวงหนี้ บรรดาตัวแทนจำหน่าย ที่ค้างชำระค่าสินค้า โดยมีการใช้คำพูดรุนแรง ขู่กรรโชก ขู่จะตามไปทำร้าย หากอีกฝ่ายไม่ยอมจ่ายเงิน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก   ต่อมาเพจแหม่มโพธิ์ดำ ยังโพสต์ภาพ ที่นายเกริกพลถ่ายรูป ถือปืนอาวุธสงครามอยู่ในมือ โดยระบุว่า หากพิสูจน์แล้วว่าเป็นปืนจริง ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายฐานครอบครองอาวุธสงคราม   ต่อมาผู้สื่อข่าว จ.นครราชสีมา เดินทางไปที่บริษัทของนายเกริกพล อยู่ที่ ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้พูดคุยเปิดใจกับ นายเกริกพล จงเอื้อมกลาง อายุ 37 ปี ระบุว่า ตนขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมานานกว่า 2 ปี มีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หลายคนออกมากล่าวหาว่า ผลิตภัณฑ์ของตนไม่มีคุณภาพ ทั้งที่ความจริงแล้วก็มีอีกหลายคนที่นำไปใช้งาน แล้วได้ผลดี ซึ่งตนก็พร้อมจะให้หน่วยงานทางภาครัฐเข้ามาตรวจสอบตลอดเวลา   โดยส่วนตัวเชื่อว่า คนที่ออกมาโจมตี น่าจะเป็นกลุ่มตัวแทนจำหน่ายที่ไม่ทำตามข้อกำหนดจนถูกตัดสิทธิ์ แล้วเกิดความไม่พอใจ หรือเป็นคู่แข่งทางการค้า ที่เห็นสินค้าของตนขายดี จนมีการกลั่นแกล้งทางธุรกิจ   ส่วนกรณีที่มีการโพสต์ภาพอาวุธสงครามนั้น นายเกริกพลบอกว่า เป็นภาพวันที่ลูกค้า ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร แต่งกายชุดทหารเต็มยศ เดินเข้ามาพร้อมอาวุธปืน มาซื้อสินค้ากับตน ตนจึงขออนุญาตยืมอาวุธปืนมาถือเท่านั้น ซึ่งก็คนถ่ายรูปแล้วนำไปโพสต์ ตนไม่ได้โพสต์เอง  ซึ่งหากจะมีการเอาผิด ก็ต้องเอาผิดกับคนโพสต์มากกว่า ซึ่งขณะนี้ตนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BBpBLa833aM    

 90,720
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 ก.ย. 60

วงจรปิดจับภาพนาทีหญิงรอดตายปาฏิหาริย์ หลังเกิดรถชนกันสนั่นในระยะเฉียดฉิว

ผู้สื่อข่าว จ.นครราชสีมา รายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา กล้องวงจรปิด ตรงจุดกลับรถหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนฝรั่ง ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สามารถจับภาพอุบัติเหตุ รถชนกันอย่างรุนแรง โดยตอนเกิดเหตุ มีหญิงสาวคนหนึ่ง ยืนรอข้ามถนนอยู่ตรงเกาะกลาง ตรงจุดเกิดเหตุพอดี แต่กลับไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย   ภาพจากคลิปจะเห็นว่า ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินข้ามถนน ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่เกาะกลางถนน รอจะข้ามไปอีกฝั่ง ก่อนที่จะมีรถเก๋งสีดำพุ่งมาด้วยความเร็ว แล้วชนท้ายรถที่ขับชะลอกำลังรอกลับรถอย่างรุนแรง ทำให้รถยนต์ลอยกระเด็น ข้ามหญิงที่ยืนรอบริเวณเกาะกลางถนนรอดตายอย่างหวุดหวิด   ผู้สื่อข่าวไปสอบถามจาก นายประสิทธิ์ อายุ 55 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุ ตนกำลังนั่งทำงานอยู่ ก็ได้ยินเสียงรถเบรคอย่างแรง จึงหันไปดู เห็นภาพรถเก๋งสีขาวถูกรถเก๋งสีดำพุ่งชนท้าย จนรถเก๋งสีดำกระเด็นลอยขึ้นไปชนกับป้ายบอกทาง ซึ่งขณะนั้นมีหญิงคนหนึ่ง อายุประมาณ 50 ปี กำลังยืนรอข้ามถนนพอดี แต่ว่ากลับรอดตายปาฏิหาริย์ ซึ่งนายประสิทธิ์เองก็ไม่ทราบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นใคร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XE-EvimzLVI    

 23,339
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 ก.ย. 60

'พี่เตี้ย' ไม่พลาดใส่เกียร์หมา! วิ่งเข้าโค้งสปิริต รับน้องขึ้นดอย มช.

โลกออนไลน์แชร์คลิปน่ารักของ 'เจ้าเตี้ย' สุนัขพันธุ์ทาง มีลักษณะเตี้ย ขาสั้น ที่อาศัยภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ร่วมวิ่งขึ้นดอยสุเทพ บริเวณโค้งสปิริต ในงานประเพณีรับน้องขึ้นดอย ประจำปี 2560   ที่เหล่านักศึกษาชั้นปี 1 ซึ่งเป็นน้องใหม่ รวมทั้งนักศึกษาชั้นปีต่างๆ และนักศึกษาเก่าที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วรวมนับหมื่นคน ร่วมกันเดินจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่   ซึ่งพี่เตี้ย ไม่พลาดที่จะร่วมสร้างสีสันต้อนรับน้องๆเฟรชชี่ปี 1 ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sfbPCipV0Jg  

 69,947
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 ก.ย. 60

นร.สาวสุราษฎร์ฯ สวมบทผู้ประกาศหน้าใหม่ รายงานข่าวโจรขโมย กกน.เพื่อนสุดฮา

เฟซบุ๊ก หงส์ อติพร แชร์คลิปนักเรียนหญิงโชว์ลีลาการรายงานข่าวในสไตล์ขบขัน โดยรายงานข่าวโจรปล้นกางเกงใน สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ที่ได้รับชม   จากการตรวจสอบพบว่าเด็กผู้หญิงในคลิปคือ น.ส.วรรณกร ทาบสุวรรณ อายุ 15 ปี นักเรียนโรงเรียนบ้านาวิทยาคม จ.สุราษฎร์ธานี ได้เล่าให้ฟังว่าเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมาเมื่อเรียนเสร็จฝนได้ตกลงมาอย่างหนักทำให้นักเรียนไม่สามารถออกไปไหนได้ จึงได้นั่งจับกลุ่มเล่นกับเพื่อน และได้เล่นเป็นผู้สื่อข่าวรายงานข่าว   จากนั้นครูฝึกสอนได้เห็นและได้นำโทรศัพท์มาอัดคลิปและนำไปโพสเฟชดังกล่าว โดยในคลิปได้มีเพื่อนถือไมค์ จากนั้น น.ส.วรรณกรได้รายงานข่าวว่าได้มีโจรมาขโมยกางเกงในของนักเรียนคนหนึ่งไป ให้นำมาคืนด้วย เพราะตอนนี้เพื่อนไม่มีกางเกงในใส่แล้ว เพราะที่มีอยู่ขาดบ้าง บางตัวต้องใช้ยางรัด จนคนที่ได้ดูต้องแอบยิ้มและหัวเราะตามๆๆไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yk4TFHPC9f8  

 21,652
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 ก.ย. 60

ผกก.สั่งตามหาญาติ ชายเปลือยซิ่งจยย.ทางด่วนดินแดง พบมีอาการป่วยจิต จำได้แค่ชื่อตัวเอง

จากกรณีชายไม่สวมเสื้อผ้า ขี่รถจักรยานยนต์สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขึ้นบนทางด่วนเฉลิมมหานครหรือทางด่วนขั้นที่1 (ทางด่วนดินแดง-บางนา) ก่อนเจ้าหน้าที่จะสกัดตัวไว้ได้บริเวณทางออกเพลินจิตฝั่งใต้หรือจุดกลับรถดวงพิทักษ์ แขวงและเขตคลองเตย จากการสอบสวนบอกได้แค่ชื่อนามสกุลและที่อยู่เท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามหาญาติ   ล่าสุด พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผกก.สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า หลังจากตำรวจสน.ทางด่วน 1 ควบคุมตัวชายที่พบว่ามีอาการป่วยทางจิตดังกล่าวได้บริเวณทางออกเพลินจิตฝั่งใต้ ก่อนส่งตัวมาดำเนินคดีที่ สน.ลุมพินี แจ้งข้อหาตามความผิดฐานกระทำการอันควรขายหน้าแก่ธารกำนัล จากการซักถามทราบชื่อ นายกนกศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาวจ.นครนายก    ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกับตำรวจ สภ.บ้านนา จ.นครนายก เพื่อติดตามญาติขมาทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ เบื้องต้นไม่พบสารเสพติดในร่างกาย ก่อนควบคุมตัวส่ง รพ.สมเด็จเจ้าพระยา เพื่อตรวจสภาพร่างกายต่อไป   ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ คลิป

 13,435
แชร์ออฟเดอะเดย์
08 ก.ย. 60

อุทาหรณ์ เด็ก 11 เดือน ยืนเกาะรถของเล่น พลาดล้มหัวฟาดหมดสติ ครอบครัวหวั่นกระทบสมอง

ผู้ใช้ facebook ชื่อปืน วชิรพันธ์ เสตะรุจิ โพสต์คลิปวีดีโอ ภาพเด็กหญิงวัยไม่ถึง 1 ขวบ กำลังยืนอยู่บนรถของเล่น โดยมีผู้ปกครองยืนอยู่รอบๆ แต่จังหวะที่ผู้ปกครองหันหลังให้เด็กเพียงวินาที รถของเล่นก็ตะแคง จนเด็กล้มลงกระแทกพื้นอย่างจัง จนผู้ปกครองต้องรีบเข้ามาอุ้ม   ผู้โพสต์ระบุว่า เด็กในคลิปคือลูกสาววัย 11 เดือน กำลังหัดยืน ซึ่งจังหวะที่เกิดเรื่อง ลูกสาวขึ้นไปเกาะบนรถสามล้อของเล่นของพี่สาว แล้วเกิดตกลงมา ศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง จนเด็กร้องไห้แบบไม่มีเสียง แขนขาเกร็ง หมดสติไปชั่วอึกใจ ทางครอบครัวรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยระหว่างทางลูกก็มีอาการสะลึมสะลือตลอดทาง   ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังผู้โพสต์ คือนายวชิรพันธ์ เสตะรุจิ วัย36 ปี พ่อของน้องโฮมมี่ ลูกสาววัย 11 เดือน เล่าเหตุการณ์ว่า เหตุเกิดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตนกำลังสอนการบ้านลูกสาวอยู่อีกห้องหนึ่ง ส่วนน้องโฮมมี่อยู่กับแม่ และยาย แต่ตอนเกิดเรื่องเป็นจังหวะที่ยายกับแม่ ลุกขึ้นมาดูของหน้าห้องแค่ชั่ววินาทีเดียว น้องล้มลง ศีรษะกระแทกกับพื้น ซึ่งปูเป็นแผ่นโฟมสำหรับรองให้เด็กคลาน ความหนาประมาณ 1 เซ็นติเมตร  ตอนนั้นน้องร้องไห้ตัวงอแต่ไม่มีเสียง แล้วก็หมดสติไปชั่วขณะ  เมื่อนำส่งโรงพยาบาล แพทย์ทำการเอ็กซเรย์ทุกอย่าง แล้วให้นอนดูอาการที่โรงพยาบาล 1 คืน ก็ไม่พบอาการอะไรที่น่าเป็นห่วง   วันต่อมาตนยังพาลูกไปตรวจที่คลินิกเด็กอีกแห่งเพิ่มเติม ก็พบว่าลูกไม่ได้บาดเจ็บอะไร กลับมาร่าเริงตามปกติ แพทย์ระบุว่า อาการที่น้องเป็นตอนเกิดเหตุ น่าจะเกิดจากความตกใจมากกว่า ซึ่งทางครอบครัวก็ยังไม่วางใจ เตรียมจะพาลูกไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งในสัปดาห์หน้า กลัวว่าจะมีอาการบาดเจ็บอะไรตามหลังมาอีก   นายวชิรพันธ์บอกว่า ที่นำคลิปมาโพสต์ เพื่อต้องการให้เป็นอุทาหรณ์กับพ่อแม่ผู้ปกครอง ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากความผิดพลาดของครอบครัว และไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์นี้กับครอบครัวไหน ซึ่งหลังจากโพสต์ไปก็มีคนเข้ามาตำหนิครอบครัวตนจำนวนมาก ที่ปล่อยให้ลูกยืนเกาะรถจนเกิดอุบัติเหตุ นายวชิรพันธ์บอกว่า ยอมรับทุกๆความเห็น เพราะเป็นความผิดพลาดของครอบครัวจริงๆ แต่ก็อยากให้เรื่องดังกล่าวเป็นประโยชน์สำหรับคนอื่นต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Jd2eFay6Tgg    

 8,050

Top