ค้นหา :

ผลการค้นหา "ดินฟ้าอากาศ"

ข่าวภูมิภาค
23 ก.พ. 61

อุตุฯเตือนไทยตอนบนรับมืออากาศแปรปรวน มีพายุฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง ช่วง 23-24 ก.พ.นี้

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2561) " ฉบับที่ 14 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561   บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง อาจมีลูกเห็บตก บางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง โดยจะมีผลกระทบดังนี้   ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร   ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าว สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง อาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด   ประกาศ ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา     ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยมี 7 จังหวัดได้รับผลกระทบจากวาตภัย ประชาชนได้รับผลกระทบ รวม 1,000 หลังคาเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย พร้อมแจ้งเตือน 42 จังหวัด รับมือพายุฝนฟ้าคะนอง ในช่วงวันที่ 22 – 24 กุมภาพันธ์นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/423ib7hX5UM

 23,760
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.พ. 61

ฝนเทกระหน่ำกรุงเช้าตรู่วันศุกร์ เตือนรับมือน้ำท่วม-รถติด

เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนักในช่วงเช้าตรู่ ของวันศุกร์ที่ 23 ก.พ.2561 ในหลายพื้นที่ของ กทม.และปริมณฑล อาทิ คลองเตย ห้วยขวาง พระโขนง สะพานสูง ลาดกระบัง ทวีวัฒนา สุขุมวิท สาทร รวมทั้ง จ.สมุทรปราการด้วย เตือนประชาชนวางแผนในการเดินทาง เนื่องจากอาจเกิดน้ำท่วมรอการระบายในหลายจุด ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fgUv58q25Ws  

 3,204
ข่าวภูมิภาค
22 ก.พ. 61

อุตุฯประกาศเตือนไทยตอนบน อากาศแปรปรวน มีพายุฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง ตั้งแต่ 22-24 ก.พ.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ 2561)" ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561   บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่งอาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะมีผลกระทบดังนี้   ในช่วงวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร   ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา   จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าว สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศเวียดนามและประเทศลาวแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ในวันนี้ (22 ก.พ. 61) ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง อาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ประกาศ ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mg28bBI8lDo    

 4,684
ข่าวภูมิภาค
21 ก.พ. 61

ทั่วไทยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ก่อนอุณหภูมิลดลง 2-4 องศา ช่วงวันที่ 21-24 ก.พ.นี้

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนกับมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่ สำหรับภาคเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า ส่วนภาคใต้มีฝนตกได้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย   อนึ่ง ในช่วงวันที่ 21-24 กุมภาพันธ์ 2561 ประเทศไทยจะมีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลางโดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PbhfTPZrJ0I    

 6,575
ข่าวภูมิภาค
19 ก.พ. 61

เตือน! ตะวันออก-ภาคกลาง-ใต้ เจอฝนตก 19 ก.พ.นี้ กทม.ตกในช่วงสายๆ ถึงค่ำ

แบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ-รอม) แจ้งว่า วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 ภายหลังพายุซันปา อ่อนกำลังลงไปแล้วในทะเลจีนใต้ แต่ได้เหนี่ยวนำให้เกิดกระแสลมตะวันออก พัดหอบความชื้นวิ่งเข้ามาอ่าวไทย ทำให้เกิดฝนตกในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพ และปริมณฑล   โดยกทม.นั้น ฝนจะเริ่มตกในช่วงสายๆ ถึงค่ำ ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง เตือนประชาชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B67mhU5lmQc  

 3,996
ข่าวภูมิภาค
06 ก.พ. 61

อุตุฯชี้ไทยตอนบนมีอากาศเย็น กทม.อุณหภูมิลดอีก 1-3 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561) " ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 06 กุมภาพันธ์ 2561   ในวันนี้ (6 ก.พ. 61) บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ในภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย   สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง   ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.   กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WbMGzkJkMPM    

 4,795
ข่าวภูมิภาค
05 ก.พ. 61

อุตุฯระบุไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงได้อีก 4-6 องศา ถึง 8 ก.พ.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4 จนถึง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561)" ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 04 กุมภาพันธ์ 2561   ในช่วงวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงได้อีก 4-6 องศาเซลเซียส ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ตามภูเขาสูงในบริเวณภาคเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุมภาคเหนือ   สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง   ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เกษตรกรควรระวังความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย และประชาชนบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะฝนที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย   ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 23.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ae8I2ba3Bf0    

 5,112
ข่าวภูมิภาค
02 ก.พ. 61

อุตุฯระบุไทยตอนบนฝนน้อยลง อุณหภูมิลดลงได้อีก 3-5 องศา ช่วง 2-6 ก.พ.นี้

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน กับฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 2 จนถึง วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561) " ฉบับที่ 26 ลงวันที่ 02 กุมภาพันธ์ 2561   ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีสภาพอากาศแปรปรวนแต่ฝนฟ้าคะนองลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส   ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปเนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ และกระแสลมตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุมภาคเหนือ   ในช่วงวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงได้อีก 3-5 องศาเซลเซียส ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง   ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2561 โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง   ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เกษตรกรควรระวังความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย และประชาชนบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะฝนที่เพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย   ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i21P886VCpE    

 5,462
ข่าวภูมิภาค
31 ม.ค. 61

อุตุฯระบุไทยตอนบน-กทม.มีอากาศแปรปรวน อุณหภูมิลด 3-5 องศา ช่วง 2-6 ก.พ.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนกับฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม จนถึง วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561) " ฉบับที่ 18 ลงวันที่ 31 มกราคม 2561   ในช่วงวันที่ 31 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีสภาพอากาศแปรปรวนโดยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส   เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้แล้ว ส่วนภาคเหนือมีกระแสลมตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุม ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศหนาวเย็น และอุณหภูมิลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส   และในช่วงวันที่ 2 - 6 กุมภาพันธ์ 2561 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องและอุณหภูมิจะลดลงได้อีก 3-5 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง   ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 31 มกราคม - 6 กุมภาพันธ์ 2561 โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง   ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเกษตรกรควรระวังความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย และประชาชนบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายสภาวะฝนที่เพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย   ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.   กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.   ลงชื่อ นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IqbmtMlgqv8    

 4,741
ข่าวภูมิภาค
30 ม.ค. 61

ลุ้น! ไทยตอนบนหนาวเย็นระลอกใหม่ คาด กทม.ได้สัมผัส 3 ก.พ. อาจยาวถึงวันที่ 9

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบแบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ-รอม) ของ สสนก.ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม ความกดอากาศสูงจากประเทศจีน จะเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทย โดยจะส่งลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดลงมาปกคลุมประเทศไทยตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 29 มกราคม ทำให้เกิดการปะทะกับลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ที่พัดนำความชื้นเข้าสู่ประเทศไทย   ซึ่งจะทำให้ช่วงบ่ายถึงค่ำของประเทศไทยตอนบนมีฝนเกิดขึ้น รวมทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล จากนั้นในวันที่ 30 มกราคม ความกดอากาศสูงจะเริ่มแผ่เข้าเข้ามาลึกมากขึ้น ทำให้พื้นที่กทม.และปริมณฑลเริ่มรู้สึกว่ามีลมเย็นพัดเข้ามา ทั้งนี้อุณหภูมิจะเริ่มลดลงแบบรู้สึกได้ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม อย่างไรก็ตาม พื้นที่ภาคกลางตอนล่าง และพื้นที่ภาคตะวันออกยังคงมีฝนบางส่วน   ในช่วงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ก็จะมีความกดอากาศสูงอีกระลอกแผ่เข้ามาปกคลุมเสริมอีก ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนยิ่งมีความหนาวเย็นเพิ่มมากขึ้น โดย กทม.อาจจะมีอุณหภูมิช่วงเช้า อาจจะอยู่ที่ประมาณ 18-20 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ และจากการคาดการณ์ยังพบว่า ความกดอากาศสูงนี้จะยังคงปกคลุมประเทศไทย ต่อเนื่องไปจนถึงประมาณวันที่ 8 – 9 กุมภาพันธ์ นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pdl3uh0u8Vo  

 8,799
ข่าวภูมิภาค
29 ม.ค. 61

ไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน อุณหภูมิลดฮวบ 6-8 องศา กทม.สัมผัสลมหนาว 30-31 ม.ค.นี้

ในช่วงวันที่ 29 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนในวันที่ 29-30 ม.ค.61 ส่วนภาคอื่นๆ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในวันที่ 30-31 ม.ค.61 ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย   สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 31 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ 2561   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GmSpv-N1OKg  

 6,806
ข่าวภูมิภาค
12 ม.ค. 61

อุตุฯชี้ไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดลงอีก 2-4 องศา ถึง 14 ม.ค.

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไประวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 15 ม.ค. 61 นี้   สำหรับประเทศไทยตอนบน มีอากาศหนาวเย็นลงโดยทั่วไปกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงได้อีก 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศหนาว ถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย โดยคาดว่าจะมีอากาศหนาวเย็นถึงวันที่ 14 ม.ค.61    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4amb5CpG7zo  

 6,568
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 61

เตรียมเสื้อกันหนาวเลย! ไทยตอนบน-กทม.มีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิลดฮวบ 6-8 องศา 10 ม.ค.นี้

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียสในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียสในวันที่ 10 ม.ค. 61   โดยบริเวณดังกล่าวจะมีฝนในระยะแรก ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย และเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FGgRSo8--L8  

 39,152
ข่าวภูมิภาค
27 ธ.ค. 60

มาตามนัด ฝนควบหนาว อุตุฯเตือนภาคใต้ระวังฝนตกหนัก

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยมีฝนเกิดขึ้นได้ในระยะนี้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย   สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักไว้ด้วย ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระวัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LLL3gAhXRKE  

 9,410
ข่าวภูมิภาค
20 ธ.ค. 60

เหนือ-อีสานหนาวสุดวันหนึ่งในรอบปี! ดอยอินทนนท์สุดขั้ว -2 องศา แห่ชมเหมยขาบตรึม เตือนดูแลสุขภาพ

อากาศเย็นถึงหนาวปกคลุมหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยวันนี้ ไปติดตามบรรยากาศจากผู้สื่อข่าวทั่วไทยที่ทยอยรายงานเข้ามาในเช้าวันนี้จากทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน   เริ่มต้นที่ จ.เชียงใหม่ อากาศที่หนาวเย็นจากอุณหภูมิที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่บนดอยสูงหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ อย่างเช่นที่บ้านหลวง ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว ที่อุณหภูมิในช่วงกลางดึกและตอนเช้าเหลือเพียง 10 – 12 องศาเซลเซียส และยังมีลมแรงตลอดทั้งคืน ทำให้ชาวบ้านต้องตื่นแต่เช้าออกมาก่อไฟอาศัยไออุ่นคลายหนาว ขณะเดียวกันยังมีผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อย่างเช่น ยายมูล แปงแก้ว อายุ 80 ปี ที่อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง ต้องหาผ้าห่มมาบรรเทาความหนาวเย็น เนื่องอายุมาก เดินไม่สะดวก ไม่สามารถลงบันไดมาก่อไฟผิงได้เหมือนชาวบ้านคนอื่น ๆ ได้    ส่วนที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ สภาพอากาศเช้านี้ยังเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งหรือเหมยขาบ ติดต่อกันมาหลายวันเป็นบริเวณกว้างทั้งที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปานและยอดดอย เป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปหนาแน่น ซึ่งต่างไม่ผิดหวังเพราะอุณหภูมิลดฮวบต่ำสุดรอบปีไปอยู่ที่ระดับ -2 องศา โดยนางรุ่ง หิรัญวงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เปิดเผยว่า ตลอดคืนที่ผ่านมาอากาศหนาวจัดยอดหญ้าติดลบ ทำให้ตอนเช้าที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปานมีน้ำค้างแข็งทั่วบริเวณเช่นเดียวกับยอดดอย ถือว่าเป็นวันที่หนาวที่สุดวันแรกของปีนี้อีกครั้ง สภาพอากาศวันนี้ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ท้องฟ้าเปิด ยอดดอยอุณหภูมิติดลบครั้งแรกในฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้ที่ยอดดอยอินทนนท์ -2 องศา สูงสุด 15 องศา ที่กิ่วแม่ปาน 3-7 องศา ที่ทำการอุทยานฯ 9-22 องศา มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในวันที่ 19 ธันวาคม รวม 3,950 คน   ซึ่งจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นติดต่อกันหลายวันทำให้ประชาชนเริ่มเจ็บป่วยโดยเฉพาะกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ปอดบวมและผู้ป่วยเรื้อรัง สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้แจ้งเตือนทุกอำเภอเฝ้าระวังสุขภาพ เนื่องจากตามโรงพยาบาลต่างๆ พบสถิติผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น ส่วนมากเป็นพื้นที่สูง ในกลุ่มคนชรา เด็กเล็กและผู้ป่วยเรื้อรัง    ข้ามไปที่บริเวณหมู่บ้านชายแดน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และเขตชุมชนหนาแน่น จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา มีหมอกลอยปกคลุมอย่างหนาแน่น อุณหภูมิพื้นราบช่วงเช้าประมาณ 12-13 องศาเซลเซียส และต่ำสุดช่วงเช้ามืดวันนี้เหลือ 9 องศาเซลเซียส บรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณจุดชมวิวมุมสูงของพระธาตุดอยเวา เริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติทยอยเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อชมวิวทิวทัศน์ 2 ฝั่งประเทศและสัมผัสอากาศหนาวเย็น   ทึ่ จ.พิษณุโลก อากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ทำให้เช้านี้ที่บ้านใหม่ร่องกล้า ม.10 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หมู่บ้านท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยภูเขาเผ่าม้งใจกลางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งบางๆ เกาะยอดหญ้า และหลังคารถยนต์ของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีลมเป็นส่วนใหญ่ แต่มีสภาพอากาศหนาวเย็น โดยอุณหภูมิยอดหญ้าอยู่ที่ -1 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิทั่วไปที่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อยู่ที่ 5-6 องศา    ส่วนสภาพอากาศโดยทั่วไปในพื้นที่จังหวัดลำปางทั้ง 13 อำเภอ ยังลดลงอย่างต่อเนื่องกับมีหมอกหนาจัดปกคลุมพื้นที่ โดยอุณหภูมิลดลงเรื่อยๆตั้งวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อุณหภูมิพื้นราบอยู่ที่ 17-18 องศา ถือว่าหนาวจัดที่สุดในรอบฤดูหนาวปีนี้ สถานีอุตุนิยมวิทยาลำปางระบุว่า ผลการตรวจวัดอุณหภูมิต่ำสุดในตัวเมืองลำปาง เช้าวันนี้ วัดได้ที่อำเภอเมือง จ.ลำปาง 10.6 องศาเซลเซียส, ที่อ.เถิน และอ.ห้างฉัตร 11 องศาเซลเซียส   นายทิวา พันธ์ไม้สี หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง กล่าวว่า เนื่องจากความกดอากาศสูงที่หนาวเย็นแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้จังหวัดทางภาคเหนือ รวมถึงจังหวัดลำปาง เกิดความหนาวเย็น และหนาวจัดลง ขอเตือนประชาชนโดยเฉพาะเด็ก และผู้สูงอายุ ให้ดูแลรักษาสุขภาพป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยด้วยการสวมใส่เครื่องนุ่งห่มหนาๆ สร้างความอบอุ่นแก่ร่างกายอยู่เสมอ ที่สำคัญคือในช่วงฤดูหนาวอากาศจะแห้งกว่าปกติ ขอให้ประชาชนระมัดระวังเพราะอาจเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้ง่าย อันเนื่องมาจากการก่อกองไฟผิงคลายหนาว หรือการก่อไฟเพื่อประกอบอาหาร   ด้านนายเมธี มหายศนันท์ ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 20-22 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ส่วนในช่วงวันที่ 23-25 ธ.ค. อุณหภูมิจะสูงขึ้นแต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-19 องศาเซลเซียส จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง    ไปกันต่อที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สภาพอากาศที่จังหวัดเลยยังคงหนาวต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่อำเภอภูเรือ ซึ่งมีพื้นที่เป็นภูเขาและที่สูง เป็นส่วนมาก จึงทำให้อุณหภูมิของอ.ภูเรือลดต่ำลงมาก โดยอุณหภูมิยอดภูเรือวันนี้อยู่ที่ 2 องศาเซลเซียส ต่ำกว่าวานนี้ 1 องศา ส่วนพื้นราบอำเภอภูเรือ 5.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเด็กนักเรียนต้องทนกับสภาพอากาศหนาว โรงเรียนในพื้นที่ต้องจัดกิจกรรมอบอุ่นร่างกายก่อนเข้าห้องเรียน    ส่วนจุดอื่นๆ ในจังหวัดเลยก็มีอุณหภูมิต่ำ อาทิ อ.เมืองเลย 7.8 องศาเซลเซียส, อ.วังสะพุง 7.0 องศาเซลเซียส, อ.ด่านซ้าย 8.5 องศาเซลเซียส, อ.เชียงคาน 8.0 องศาเซลเซียส, อ.ท่าลี่ 8.0 องศาเซลเซียส, อ.ภูกระดึง 6.7 องศาเซลเซียส,อ.ภูเรือ 5.5 องศาเซลเซียส, อ.นาแห้ว 6.0 องศาเซลเซียส, อ.ปากชม 8.8 องศาเซลเซียส, อ.นาด้วง 10.0 องศาเซลเซียส, อ.ภูหลวง 9.0 องศาเซลเซียส, ผาขาว 8.2 องศาเซลเซียส, อ.เอราวัณ 8.5 องศาเซลเซียส, อ.หนองหิน 10.3 องศาเซลเซียส ส่วนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง 3.8 องศาเซลเซียส, อุทยานแห่งชาติภูเรือ 2.0 องศาเซลเซียส, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง (อ.ภูเรือ) 2.0 องศาเซลเซียส, ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 8.2 องศาเซลเซียส, อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (อ.นาแห้ว) 6.0 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดยอดหญ้าที่ อ.เมืองเลย 4.8 องศาเซลเซียส   ที่ตลาดสดบ้านแวง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 185-200 เมตร เช้ามืดวันนี้อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 10 องศาเซลเซียส พร้อมอากาศที่หนาวเย็น ทำให้พ่อค้า-แม่ขายในตลาดสดต้องก่อไฟผิงคลายความเหน็บหนาวเกือบทุกแผง ส่งผลให้อาชีพขายถ่านไม้เพื่อนำมาก่อไฟผิง และ ปิ้งข้าวจี่มียอดขายดีกว่าวันที่ผ่านมา   และปิดท้ายกันที่ตลาดเอ็กซ์โปร เขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ประชาชนต่างออกมาเลือกซื้อเสื้อผ้ากันหนาวและเครื่องกันหนาวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น โดยวันนี้อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 10 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 24 องศาองศาเซียส ส่งผลให้บรรยากาศการเลือกซื้อเสื้อผ้ากันหนาว เป็นไปอย่างคึกคัก ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ตัวละ 100 บาท ไปจนถึง 500 บาท ส่วนเครื่องกันหนาว อย่างผ้าห่ม ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ผืนละ 159-490 บาท

 6,418

Top