ค้นหา :

ผลการค้นหา "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

ข่าวในพระราชสำนัก
28 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

วันที่ 28 ตุลาคม 2560 เวลา 17 นาฬิกา 30 นาที สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระบรมวงศานุวงศ์โดยเสด็จด้วย   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ผ่านหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี แล้วเสด็จเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท       ทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่ประดิษฐานบนพระแท่นมหาเศวตฉัตร และทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรซึ่งประดิษฐานในบุษบกแว่นฟ้าเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล แล้วทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารสมเด็จพระบรมราชบุพการี และพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร       จากนั้น ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิแด่พระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา พระราชาคณะ 31 รูปที่สวดพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ที่รับอนุโมทนา 4 รูป พระสงฆ์ที่สวดมาติกา และสดับปกรณ์ 12 รูป ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง           แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงศีลพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนาในสัจธรรมกถา จบแล้วถวายอนุโมทนา (บนธรรมาสน์) พระสงฆ์ 4 รูป รับอนุโมทนา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์และพระสงฆ์ที่รับอนุโมทนารวม 5 รูป ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง         จากนั้นทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 12 รูป สวดมาติกา สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่อัญเชิญออกมาในการพระราชกุศลนี้ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี           อนึ่ง พระโกศพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่อัญเชิญมาในการบำเพ็ญพระราชกุศลครั้งนี้ ประกอบด้วย พระโกศพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5), พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6), พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7), พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ 8), สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 และพระโกศพระอัฐิของสมเด็จพระศรีสวินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก, สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  

 16,924
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
28 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

วันที่ 28 ตุลาคม 2560 เวลา 17 นาฬิกา 30 นาที สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระบรมวงศานุวงศ์โดยเสด็จด้วย   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ผ่านหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี แล้วเสด็จเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท       ทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่ประดิษฐานบนพระแท่นมหาเศวตฉัตร และทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรซึ่งประดิษฐานในบุษบกแว่นฟ้าเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล แล้วทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารสมเด็จพระบรมราชบุพการี และพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร       จากนั้น ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิแด่พระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา พระราชาคณะ 31 รูปที่สวดพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ที่รับอนุโมทนา 4 รูป พระสงฆ์ที่สวดมาติกา และสดับปกรณ์ 12 รูป ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง           แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงศีลพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนาในสัจธรรมกถา จบแล้วถวายอนุโมทนา (บนธรรมาสน์) พระสงฆ์ 4 รูป รับอนุโมทนา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์และพระสงฆ์ที่รับอนุโมทนารวม 5 รูป ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง         จากนั้นทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 12 รูป สวดมาติกา สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่อัญเชิญออกมาในการพระราชกุศลนี้ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี           อนึ่ง พระโกศพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่อัญเชิญมาในการบำเพ็ญพระราชกุศลครั้งนี้ ประกอบด้วย พระโกศพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5), พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6), พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7), พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ 8), สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 และพระโกศพระอัฐิของสมเด็จพระศรีสวินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก, สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  

 16,924
ข่าวในพระราชสำนัก
27 ต.ค. 60

ประมวลภาพพระราชพิธีเก็บพระอัฐิและริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปยังพระบรมมหาราชวัง

     ประมวลภาพพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 27 ตุลาคม 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระบรมวงศานุวงศ์ ก่อนเคลื่อนริ้วขบวนไปยังพระบรมมหาราชวัง ท่ามกลางพสกนิกรที่มาเข้าร่วมพระราชพิธีอย่างล้มหลาม                                          

 11,192
ประมวลประวัติศาสตร์
27 ต.ค. 60

ประมวลภาพพระราชพิธีเก็บพระอัฐิและริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปยังพระบรมมหาราชวัง

     ประมวลภาพพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 27 ตุลาคม 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระบรมวงศานุวงศ์ ก่อนเคลื่อนริ้วขบวนไปยังพระบรมมหาราชวัง ท่ามกลางพสกนิกรที่มาเข้าร่วมพระราชพิธีอย่างล้มหลาม                                          

 11,192
ข่าวในพระราชสำนัก
27 ต.ค. 60

ภาพพระราชทาน 'สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว-สมเด็จพระเทพฯ' ถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เว็บไซต์ kingrama9.net ซึ่งเป็นช่องทางหลักของคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   ได้เผยแพร่ชุดภาพพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จในการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ และถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2560     

 272,631
ประมวลประวัติศาสตร์
27 ต.ค. 60

ภาพพระราชทาน 'สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว-สมเด็จพระเทพฯ' ถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เว็บไซต์ kingrama9.net ซึ่งเป็นช่องทางหลักของคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   ได้เผยแพร่ชุดภาพพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จในการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ และถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2560     

 272,631
ข่าวในพระราชสำนัก
26 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพระเพลิงพระบรมศพ (จริง) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ (จริง) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร    คืนวันที่ 26 ตุลาคม 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งทรงธรรม พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ (จริง) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   อนึ่ง ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ (จริง) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นพระที่นั่งทรงธรรม พระสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 30 รูปสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่งทรงธรรม แล้วเสด็จพระราชดำเนินขึ้นพระเมรุมาศ ถวายพระเพลิงพระบรมศพพร้อมพระบรมวงศ์ เสด็จฯ ไปประทับมุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม เจ้าพนักงานปฏิบัติการถวายพระเพลิงพระบรมศพเสร็จแล้ว ทรงทอดผ้าไตรที่พระจิตกาธาน พระสงฆ์ 10 รูป สดับปกรณ์เสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

 566,443
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
26 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพระเพลิงพระบรมศพ (จริง) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ (จริง) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร    คืนวันที่ 26 ตุลาคม 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งทรงธรรม พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ (จริง) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   อนึ่ง ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ (จริง) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นพระที่นั่งทรงธรรม พระสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 30 รูปสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่งทรงธรรม แล้วเสด็จพระราชดำเนินขึ้นพระเมรุมาศ ถวายพระเพลิงพระบรมศพพร้อมพระบรมวงศ์ เสด็จฯ ไปประทับมุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม เจ้าพนักงานปฏิบัติการถวายพระเพลิงพระบรมศพเสร็จแล้ว ทรงทอดผ้าไตรที่พระจิตกาธาน พระสงฆ์ 10 รูป สดับปกรณ์เสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

 566,443
ข่าวในพระราชสำนัก
26 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   วันที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 17 นาฬิกา 15 นาที สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ,พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ, คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น และคุณสิริกิติยา เจนเซ่น ไปยังพระที่นั่งทรงธรรม พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   โดยตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน พสกนิกรต่างร่วมร้อยดวงใจเป็นหนึ่งเดียวแต่งกายไว้ทุกข์เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ แสดงความจงรักภักดี เพื่อมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยมาตลอด 70 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ    เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งทรงธรรม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย สำหรับพระบรมศพทรงธรรมบนพระเมรุมาศ ทรงศีล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนาศราทธพรตคาถา พระสงฆ์ 50 รูป สวดศราทธพรต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร ถวายพระเทศน์ 1 ไตร และพระสวดศราทธพรต 16 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่งทรงธรรม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปประทับที่มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ผู้แทนจิตอาสาเชิญดอกไม้จันทน์ 9 พานผ่านพระที่นั่งทรงธรรม ถวายความเคารพแล้วเดินออกจากมณฑลพิธี   จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระเมรุมาศ ทรงหยิบเครื่องราชสักการะจากเจ้าพนักงานพระราชพิธีวางที่พระจิตกาธานข้างพระบรมโกศ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพเป่าแตรนอน จบแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหยิบธูปเทียนดอกไม้จันทน์จากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงจุดไฟที่ชนวนตำรวจวังชูถวาย วางที่พระจิตกาธาน ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ และปี่พาทย์ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ยิงปืนเล็กยาว ถวายพระเกียรติ 9 นัด พร้อมกับทหารปืนใหญ่ยิงปืนถวายพระเกียรติ 21 นัด   จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงจากพระเมรุมาศไปประทับพระราชอาสน์ ที่มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระราชาคณะขึ้นถวายพระเพลิง เสร็จแล้วสมเด็จพระเทพราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม และร้อยเอกจิทัศ ศรสงคราม ทรงกราบพระบรมศพและทรงวางดอกไม้จันทน์   จากนั้นพระประมุข ประมุข พระราชวงศ์ต่างประเทศ ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ ประธานองคมนตรี นายกรัฐมนตรี องคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี ทูตานุทูต และผู้นำศาสนา ขึ้นถวายพระเพลิงพระบรมศพตามลำดับ   จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปฏิสันถารกับพระประมุข ประมุข พระราชวงศ์ และผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศแล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ              

 33,567
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
26 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   วันที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 17 นาฬิกา 15 นาที สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ,พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ, คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น และคุณสิริกิติยา เจนเซ่น ไปยังพระที่นั่งทรงธรรม พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   โดยตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน พสกนิกรต่างร่วมร้อยดวงใจเป็นหนึ่งเดียวแต่งกายไว้ทุกข์เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ แสดงความจงรักภักดี เพื่อมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยมาตลอด 70 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ    เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งทรงธรรม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย สำหรับพระบรมศพทรงธรรมบนพระเมรุมาศ ทรงศีล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนาศราทธพรตคาถา พระสงฆ์ 50 รูป สวดศราทธพรต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร ถวายพระเทศน์ 1 ไตร และพระสวดศราทธพรต 16 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่งทรงธรรม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปประทับที่มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ผู้แทนจิตอาสาเชิญดอกไม้จันทน์ 9 พานผ่านพระที่นั่งทรงธรรม ถวายความเคารพแล้วเดินออกจากมณฑลพิธี   จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระเมรุมาศ ทรงหยิบเครื่องราชสักการะจากเจ้าพนักงานพระราชพิธีวางที่พระจิตกาธานข้างพระบรมโกศ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพเป่าแตรนอน จบแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหยิบธูปเทียนดอกไม้จันทน์จากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงจุดไฟที่ชนวนตำรวจวังชูถวาย วางที่พระจิตกาธาน ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ และปี่พาทย์ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ยิงปืนเล็กยาว ถวายพระเกียรติ 9 นัด พร้อมกับทหารปืนใหญ่ยิงปืนถวายพระเกียรติ 21 นัด   จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงจากพระเมรุมาศไปประทับพระราชอาสน์ ที่มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระราชาคณะขึ้นถวายพระเพลิง เสร็จแล้วสมเด็จพระเทพราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม และร้อยเอกจิทัศ ศรสงคราม ทรงกราบพระบรมศพและทรงวางดอกไม้จันทน์   จากนั้นพระประมุข ประมุข พระราชวงศ์ต่างประเทศ ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ ประธานองคมนตรี นายกรัฐมนตรี องคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี ทูตานุทูต และผู้นำศาสนา ขึ้นถวายพระเพลิงพระบรมศพตามลำดับ   จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปฏิสันถารกับพระประมุข ประมุข พระราชวงศ์ และผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศแล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ              

 33,567
ข่าวในพระราชสำนัก
26 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์ ทรงร่วมขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ ร.9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในการถวายพระเพลิงพระบรมศพ   วันที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 7 นาฬิกา 22 นาที สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ,สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ, คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น และคุณสิริกิติยา เจนเซ่น ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง   ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ แล้วทรงทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร จากนั้นทรงทอดผ้าไตรแด่พระสงฆ์ 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา   จากนั้นนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง กราบบังคมทูลขอพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อเปลื้องพระโกศทองใหญ่ ซึ่งนายทหารมหาดเล็กพระราชพิธีเข้าถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสร็จแล้ว เชิญเครื่องราชอิสริยยศประกอบพระบรมศพออกจากพระที่นั่ง    เสร็จแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เจ้าพนักงานสนมพลเรือนเปลื้องพระโกศทองใหญ่ โดยเจ้าพนักงานสนมพลเรือนถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วจึงเปลื้องพระโกศทองใหญ่ตามลำดับ ระหว่างนั้นเจ้าพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่พาทย์ กลองชนะ พระสงฆ์สวดพระอภิธรรมส่งพระบรมศพ   จากนั้น ตำรวจหลวงถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วเชิญพระลองทองใหญ่ลงจากลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดล ซึ่งขณะที่เชิญพระลองลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยืน ทหารปืนใหญ่ยิงปืนถวายพระเกียรตินาทีละ 1 นัดตลอดระยะทางการเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเพื่อถวายพระเกียรติยศสูงสุด ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วเชิญพระลองออกจากพระทวาร พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้านทิศตะวันตก เจ้าพนักงานเครื่องสูงและกลองชนะ เชิญพระลองขึ้นประดิษฐานบนพระเสลี่ยงแว่นฟ้า โดยมีตำรวจหลวงนำ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี   จากนั้น เจ้าพนักงานสนมพลเรือนประกอบพระลองให้เรียบร้อย  เจ้าพนักงานเครื่องสูงและกลองชนะเชิญพระลองไปที่หน้าประตูกำแพงแก้ว ประดิษฐานบนเกยลา เมื่อเจ้าพนักงานสนมพลเรือนประกอบพระโกศทองใหญ่แล้ว จึงเลื่อนขึ้นประดิษฐานบนพระยานมาศสามลำคาน อัญเชิญพระโกศทองใหญ่เคลื่อนออกจากเกยลาผ่านประตูศรีสุนทร ประตูเทวาภิรมย์ โดยมีศาสตราจารย์คลินิก ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน แพทย์ประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นผู้ประคองหน้าพระโกศทองใหญ่ เข้าเทียบขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ขณะนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการเคลื่อนพระยานมาศสามลำคานที่ประตูศรีสุนทร เจ้าพนักงานเครื่องสูงและกลองชนะ ยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรคันดาลกางกั้นพระบรมโกศ   จากนั้น ศาสตราจารย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา แพทย์ประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขึ้นประคองหลังพระโกศทองใหญ่ เพื่อไปประดิษฐานบนบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ซึ่งเป็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 1 โดยมีสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร นั่งเสลี่ยงกลีบบัวอ่านพระอภิธรรมนำขบวนไปตามแล้วเคลื่อนไปตามถนนมหาราช ถนนท้ายวัง   ทั้งนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ,พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงร่วมในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ที่ประกอบด้วยตำรวจม้า นำริ้ว ธงสามชาย คู่แห่สามเหล่า ปี่ กลองชนะ แตรงอน แตรฝรั่ง และเครื่องสูง ยาตราไปยังพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ใช้เส้นทางถนนมหาราช เลี้ยวเข้าสู่ถนนท้ายวัง ไปยังถนนสนามไชย โดยใช้รูปแบบการเดินปกติ ตามจังหวะกลองวงดุริยางค์ ในเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล เพลงมาร์ชราชวัลลภ เพลงยามเย็น และเพลงใกล้รุ่ง และในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ยังมีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ตลอดจนผู้บัญชาการทหารสูงสุดร่วมในขบวนด้วย   เมื่อพระยานมาศสามลำคาน เทียบที่เกรินบันไดนาค พระมหาพิชัยราชรถ เจ้าพนักงานภูษามาลา เลื่อนพระโกศทองใหญ่จากพระยานมาศสามลำคานเข้าสู่ท้ายเกรินบันไดนาค ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรที่ข้างพระโกศทองใหญ่ จำนวน 20 ไตร จากนั้นเจ้าพนักงานเลื่อนเกรินเชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ ขึ้นสู่บุษบกพระมหาพิชัยราชรถ แล้วตั้งขบวนเชิญพระมหาพิชัยราชไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ที่ 2 เคลื่อนไปตามถนนสนามไชย โดยมีสมเด็จพระวันรัตนั่งบนราชรถน้อย อ่านพระอภิธรรมนำ เมื่อถึงหน้าพลับพลายก พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระมหาพิชัยราชรถเคลื่อนต่อไปตามถนนราชดำเนินใน ผ่านหน้ากระทรวงกลาโหม ศาลหลักเมือง ศาลฎีกา เข้ายังมณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 2 นี้ เป็นริ้วขบวนที่ยิ่งใหญ่ สง่างาม และยาวที่สุด ประกอบด้วย วงโยธวาธิต ทหารนำ ตำรวจม้า ธงสามชาย เตรื่องสูง ราชรถน้อยพระนำ ตามด้วยพระมหาพิชัยราชรถเชิญพระโกศทองใหญ่ พระบรมวงศานุวงศ์ พระประยูรญาติ ตัวแทนสมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขาจำนวน 100 ราชสกุล จาก 129 ราชสกุล ข้าราชบริพาร นักเรียนโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเดินในริ้วขบวน ด้วยจังหวะการเดินเปลี่ยนเท้า ประกอบเพลงพญาโศก เพลงสรรเสริญพระนารายณ์ และเพลงสรรเสริญเสือป่า   เมื่อพระมหาพิชัยราชรถเชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ ถึงยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เจ้าพนักงานเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานบนราชรถปืนใหญ่ แล้วเวียนพระเมรุโดยอุตราวัฏ หรือเวียนซ้าย ซึ่งเป็นขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 3 โดยเลขาธิการพระราชวังกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงร่วมริ้วขบวน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีด้วย   เสร็จแล้วจึงเทียบราชรถปืนใหญ่ที่เกรินบันไดนาคพระเมรุมาศ เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธาน ระหว่างนั้นปิดพระฉากและพระวิสูตร ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นเป็นการเปลื้องพระบรมโกศประกอบพระโกศจันทน์บนพระเมรุมาศ เตรียมการพระราชพิธีถวายเพลิงพระบรมศพในช่วงเย็น เมื่อเสร็จแล้วเปิดพระฉากและพระวิสูตร   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จขึ้นพระเมรุมาศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมศพ ทรงกราบพระบรมศพพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ แล้วทรงพระดำเนินพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ลงจากพระเมรุมาศไปยังพระที่นั่งทรงธรรม ทรงรับการถวายความเคารพของผู้ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ประทับรถยนต์พระที่นั่งด้านหลังพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ ภาพพระราชพิธี โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

 17,609
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
26 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์ ทรงร่วมขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ ร.9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในการถวายพระเพลิงพระบรมศพ   วันที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 7 นาฬิกา 22 นาที สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ,สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ, คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น และคุณสิริกิติยา เจนเซ่น ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง   ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ แล้วทรงทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร จากนั้นทรงทอดผ้าไตรแด่พระสงฆ์ 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา   จากนั้นนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง กราบบังคมทูลขอพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อเปลื้องพระโกศทองใหญ่ ซึ่งนายทหารมหาดเล็กพระราชพิธีเข้าถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสร็จแล้ว เชิญเครื่องราชอิสริยยศประกอบพระบรมศพออกจากพระที่นั่ง    เสร็จแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เจ้าพนักงานสนมพลเรือนเปลื้องพระโกศทองใหญ่ โดยเจ้าพนักงานสนมพลเรือนถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วจึงเปลื้องพระโกศทองใหญ่ตามลำดับ ระหว่างนั้นเจ้าพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่พาทย์ กลองชนะ พระสงฆ์สวดพระอภิธรรมส่งพระบรมศพ   จากนั้น ตำรวจหลวงถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วเชิญพระลองทองใหญ่ลงจากลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดล ซึ่งขณะที่เชิญพระลองลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยืน ทหารปืนใหญ่ยิงปืนถวายพระเกียรตินาทีละ 1 นัดตลอดระยะทางการเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเพื่อถวายพระเกียรติยศสูงสุด ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วเชิญพระลองออกจากพระทวาร พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้านทิศตะวันตก เจ้าพนักงานเครื่องสูงและกลองชนะ เชิญพระลองขึ้นประดิษฐานบนพระเสลี่ยงแว่นฟ้า โดยมีตำรวจหลวงนำ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี   จากนั้น เจ้าพนักงานสนมพลเรือนประกอบพระลองให้เรียบร้อย  เจ้าพนักงานเครื่องสูงและกลองชนะเชิญพระลองไปที่หน้าประตูกำแพงแก้ว ประดิษฐานบนเกยลา เมื่อเจ้าพนักงานสนมพลเรือนประกอบพระโกศทองใหญ่แล้ว จึงเลื่อนขึ้นประดิษฐานบนพระยานมาศสามลำคาน อัญเชิญพระโกศทองใหญ่เคลื่อนออกจากเกยลาผ่านประตูศรีสุนทร ประตูเทวาภิรมย์ โดยมีศาสตราจารย์คลินิก ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน แพทย์ประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นผู้ประคองหน้าพระโกศทองใหญ่ เข้าเทียบขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ขณะนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการเคลื่อนพระยานมาศสามลำคานที่ประตูศรีสุนทร เจ้าพนักงานเครื่องสูงและกลองชนะ ยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรคันดาลกางกั้นพระบรมโกศ   จากนั้น ศาสตราจารย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา แพทย์ประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขึ้นประคองหลังพระโกศทองใหญ่ เพื่อไปประดิษฐานบนบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ซึ่งเป็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 1 โดยมีสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร นั่งเสลี่ยงกลีบบัวอ่านพระอภิธรรมนำขบวนไปตามแล้วเคลื่อนไปตามถนนมหาราช ถนนท้ายวัง   ทั้งนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ,พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงร่วมในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ที่ประกอบด้วยตำรวจม้า นำริ้ว ธงสามชาย คู่แห่สามเหล่า ปี่ กลองชนะ แตรงอน แตรฝรั่ง และเครื่องสูง ยาตราไปยังพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ใช้เส้นทางถนนมหาราช เลี้ยวเข้าสู่ถนนท้ายวัง ไปยังถนนสนามไชย โดยใช้รูปแบบการเดินปกติ ตามจังหวะกลองวงดุริยางค์ ในเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล เพลงมาร์ชราชวัลลภ เพลงยามเย็น และเพลงใกล้รุ่ง และในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ยังมีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ตลอดจนผู้บัญชาการทหารสูงสุดร่วมในขบวนด้วย   เมื่อพระยานมาศสามลำคาน เทียบที่เกรินบันไดนาค พระมหาพิชัยราชรถ เจ้าพนักงานภูษามาลา เลื่อนพระโกศทองใหญ่จากพระยานมาศสามลำคานเข้าสู่ท้ายเกรินบันไดนาค ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรที่ข้างพระโกศทองใหญ่ จำนวน 20 ไตร จากนั้นเจ้าพนักงานเลื่อนเกรินเชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ ขึ้นสู่บุษบกพระมหาพิชัยราชรถ แล้วตั้งขบวนเชิญพระมหาพิชัยราชไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ที่ 2 เคลื่อนไปตามถนนสนามไชย โดยมีสมเด็จพระวันรัตนั่งบนราชรถน้อย อ่านพระอภิธรรมนำ เมื่อถึงหน้าพลับพลายก พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระมหาพิชัยราชรถเคลื่อนต่อไปตามถนนราชดำเนินใน ผ่านหน้ากระทรวงกลาโหม ศาลหลักเมือง ศาลฎีกา เข้ายังมณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 2 นี้ เป็นริ้วขบวนที่ยิ่งใหญ่ สง่างาม และยาวที่สุด ประกอบด้วย วงโยธวาธิต ทหารนำ ตำรวจม้า ธงสามชาย เตรื่องสูง ราชรถน้อยพระนำ ตามด้วยพระมหาพิชัยราชรถเชิญพระโกศทองใหญ่ พระบรมวงศานุวงศ์ พระประยูรญาติ ตัวแทนสมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขาจำนวน 100 ราชสกุล จาก 129 ราชสกุล ข้าราชบริพาร นักเรียนโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเดินในริ้วขบวน ด้วยจังหวะการเดินเปลี่ยนเท้า ประกอบเพลงพญาโศก เพลงสรรเสริญพระนารายณ์ และเพลงสรรเสริญเสือป่า   เมื่อพระมหาพิชัยราชรถเชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ ถึงยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เจ้าพนักงานเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานบนราชรถปืนใหญ่ แล้วเวียนพระเมรุโดยอุตราวัฏ หรือเวียนซ้าย ซึ่งเป็นขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 3 โดยเลขาธิการพระราชวังกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงร่วมริ้วขบวน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีด้วย   เสร็จแล้วจึงเทียบราชรถปืนใหญ่ที่เกรินบันไดนาคพระเมรุมาศ เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธาน ระหว่างนั้นปิดพระฉากและพระวิสูตร ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นเป็นการเปลื้องพระบรมโกศประกอบพระโกศจันทน์บนพระเมรุมาศ เตรียมการพระราชพิธีถวายเพลิงพระบรมศพในช่วงเย็น เมื่อเสร็จแล้วเปิดพระฉากและพระวิสูตร   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จขึ้นพระเมรุมาศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมศพ ทรงกราบพระบรมศพพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ แล้วทรงพระดำเนินพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ลงจากพระเมรุมาศไปยังพระที่นั่งทรงธรรม ทรงรับการถวายความเคารพของผู้ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ประทับรถยนต์พระที่นั่งด้านหลังพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ ภาพพระราชพิธี โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

 17,609
ข่าวในพระราชสำนัก
25 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9

วันที่ 25 ตุลาคม 2560 เวลา 15.02 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร    ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระบรมวงศานุวงศ์โดยเสด็จด้วย   เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแล้ว ทรงพระดำเนินขึ้นสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เสด็จพระราชดำเนินผ่านที่พระบรมวงศานุวงศ์เฝ้าฯ ไปยังที่ประดิษฐานพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมศพ ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี   จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร แล้วทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุแด่สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะที่จะถวายพระธรรมเทศนา และพระราชาคณะที่จะสวดศราทธพรต 30 รูป พระสงฆ์ที่จะสดับปกรณ์ 89 รูป เท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระสงฆ์ที่จะสวดพระอภิธรรม 8 รูป บรรพชิตจีน 10 รูป และบรรพชิตญวน 10 รูป   เสร็จแล้ว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปตั้งที่โต๊ะข้างธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศพระบรมศพ สำหรับสำหรับพระบรมศพทรงธรรม ทรงคม ทรงศีล สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนาศราทธพรตกถา จบแล้ว พระสงฆ์ 30 รูป สวดศราทธพรต จบแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์ 1 ไตร และพระสวดศราทธพรต 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา   ต่อจากนั้นทรงทอดผ้าไตรแก่พระสวดศราทธพรต อีกเที่ยวละ 10 รูป จำนวน 2 เที่ยว จากนั้นเจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 12 รูป ในจำนวน 89 รูปเท่าพระชนมพรรษาขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ พระสงฆ์เที่ยวแรกสวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร 12 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีกเที่ยวละ 11 รูป จำนวน 7 เที่ยว ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์   จากนั้นเจ้าหน้าที่นิมนต์บรรพชิตจีน 10 รูป ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์สวดมาติกาจบ ทรงทอดผ้าไตร บรรพชิตจีนสดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก บรรพชิตจีนถวายอนุโมทนาออกจากพระที่นั่ง   เจ้าหน้าที่นิมนต์บรรพชิตญวน 10 รูป ขึ้นยังอาสน์สงฆ์ สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร บรรพชิตญวนสดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก บรรพชิตญวนถวายอนุโมทนาออกจากพระที่นั่ง   แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร ทรงกราบถวายบังคมพระบรมศพที่หน้าพระโกศพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงพระสวดอภิธรรม แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ   อนึ่ง สำหรับพัดรองที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนแด่พระสงฆ์นั้น ด้านหน้าปักรูปครุฑ อัญเชิญพระปรมาภิไธย ภปร. ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎเหนือบัลลังก์บุษบกอย่างสมพระเกียรติ โดยศึกษาจากพัดรองในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว   (ภาพประกอบข่าวทั้งหมดต่อไปนี้ จากการถ่ายทอดสด โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย)                                      

 47,068
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
25 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9

วันที่ 25 ตุลาคม 2560 เวลา 15.02 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร    ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระบรมวงศานุวงศ์โดยเสด็จด้วย   เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแล้ว ทรงพระดำเนินขึ้นสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เสด็จพระราชดำเนินผ่านที่พระบรมวงศานุวงศ์เฝ้าฯ ไปยังที่ประดิษฐานพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมศพ ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี   จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร แล้วทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุแด่สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะที่จะถวายพระธรรมเทศนา และพระราชาคณะที่จะสวดศราทธพรต 30 รูป พระสงฆ์ที่จะสดับปกรณ์ 89 รูป เท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระสงฆ์ที่จะสวดพระอภิธรรม 8 รูป บรรพชิตจีน 10 รูป และบรรพชิตญวน 10 รูป   เสร็จแล้ว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปตั้งที่โต๊ะข้างธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศพระบรมศพ สำหรับสำหรับพระบรมศพทรงธรรม ทรงคม ทรงศีล สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนาศราทธพรตกถา จบแล้ว พระสงฆ์ 30 รูป สวดศราทธพรต จบแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์ 1 ไตร และพระสวดศราทธพรต 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา   ต่อจากนั้นทรงทอดผ้าไตรแก่พระสวดศราทธพรต อีกเที่ยวละ 10 รูป จำนวน 2 เที่ยว จากนั้นเจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 12 รูป ในจำนวน 89 รูปเท่าพระชนมพรรษาขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ พระสงฆ์เที่ยวแรกสวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร 12 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีกเที่ยวละ 11 รูป จำนวน 7 เที่ยว ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์   จากนั้นเจ้าหน้าที่นิมนต์บรรพชิตจีน 10 รูป ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์สวดมาติกาจบ ทรงทอดผ้าไตร บรรพชิตจีนสดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก บรรพชิตจีนถวายอนุโมทนาออกจากพระที่นั่ง   เจ้าหน้าที่นิมนต์บรรพชิตญวน 10 รูป ขึ้นยังอาสน์สงฆ์ สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร บรรพชิตญวนสดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก บรรพชิตญวนถวายอนุโมทนาออกจากพระที่นั่ง   แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร ทรงกราบถวายบังคมพระบรมศพที่หน้าพระโกศพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงพระสวดอภิธรรม แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ   อนึ่ง สำหรับพัดรองที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนแด่พระสงฆ์นั้น ด้านหน้าปักรูปครุฑ อัญเชิญพระปรมาภิไธย ภปร. ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎเหนือบัลลังก์บุษบกอย่างสมพระเกียรติ โดยศึกษาจากพัดรองในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว   (ภาพประกอบข่าวทั้งหมดต่อไปนี้ จากการถ่ายทอดสด โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย)                                      

 47,068
ข่าวในพระราชสำนัก
25 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ห่วงใย ปชช.ร่วมพระราชพิธี รับสั่งให้นำเบาะมาปูรองนั่ง แก้ปัญหาพื้นซีเมนต์ฟุตปาธร้อน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชนที่เดินทางมาเข้าร่วมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยทรงเห็นว่าอากาศร้อนแดดแรงทำให้พื้นปูน พื้นซีเมนต์ที่ประชาชนนั่งยิ่งร้อน จะไม่ได้รับความสะดวกสบาย   จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดหาเบาะรองนั่งแก่ประชาชน โดยรอบทุ่งพระเมรุ ตามเส้นทางที่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศยาตราผ่าน เพื่อให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมกราบถวายสักการะพระบรมศพ ส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทรงฝากขอบใจ ในความจงรักภักดีที่ประชาชนหลั่งไหลมาเข้าร่วมพระราชพิธีฯ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-dhM_4xQeHQ    

 843

Top