ค้นหา :

ผลการค้นหา "ลักทรัพย์"

สังคม-อาชญากรรม
16 ส.ค. 59

รวบสาวประเภทสองลักทรัพย์ชาวต่างชาติย่านถนนข้าวสาร ขอโทษทำภาพพจน์ประเทศเสียหาย

ตำรวจ191จับสาวประเภทสองลักทรัพย์ชาวต่างชาติย่านถนนข้าวสาร รับสารภาพพร้อมขอโทษที่ทำให้ประเทศเสียภาพพจน์   ตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ191 แถลงข่าวจับกุมนายทิตยาภรณ์ ขายทวีป อายุ 20 ปี นายประทัย ใจศิริ อายุ 28 ปี และนายเบญจรงค์ อุบล อายุ 24 ปี สามผู้ต้องหาซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ในความผิดร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยก่อนถูกจับ กลุ่มผู้ต้องหาทั้งสามได้เดินเตร็ดเตร่ และเสนอขายบริการให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบริเวณถนนข้าว และแยกบางลำพู โดยเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 03.00 น. กลุ่มผู้ต้องหาได้พบกับนายมิคาล มิโรสลาฟ ยาสซิค อายุ 25 ปี ชาวโปแลนด์ จึงเข้าไปตีสนิทพร้อมเสนอขายบริการแต่ถูกปฎิเสธ จึงแกล้งทะเลาะกับผู้เสียหายแล้วลักเอาบัตรเครดิตไปกดเงินรวม 35000 บาท โดยตำรวจสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสามเดิมมีอาชีพขายเครื่องสำอางแต่ตกงาน จึงรวมตัวกันออกหาเหยื่อย่านถนนข้าวสารและบริเวณใกล้เคียง โดยจะเลือกเหยื่อที่เป็นชาวต่างชาติก่อนเข้าไปตีสนิท ชวนไปเที่ยวและเสนอบริการทางเพศก่อนจะลักทรัพย์สินมีค่าต่างๆ รับเพิ่งเริ่มทำมาได้ 5 ครั้ง โดยนายทิตยาภรณ์ มีประวัติลักทรัพย์ในพื้นที่ สน.ชนะสงครามด้วย จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวทั้งสามไว้ดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ โดยผู้ต้องหาทั้งสามได้กล่าวขอโทษที่ทำให้ภาพพจน์ของประเทศเสียหายเพราะความโลภและรู้เท่าไม่ถึงการณ์

 3,111
ข่าวภูมิภาค
12 ส.ค. 59

ตร.เมืองคอนจับโจรวิ่งราวทรัพย์ นร. เผยฉวยจังหวะเหยื่อเล่นเกมโปเกม่อน โก

ตำรวจนครศรีธรรมราช แถลงข่าวจับกุมตัว นายปริวรรต โภคะสวัสดิ์ อายุ 25 ปี พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือและไอแพด มินิ  พร้อมหมวกกันน็อคสีดำเต็มใบจำนวน 1ใบ และเสื้อแจ็กเก็ตสีดำจำนวน 1 ตัว หลังเกิดเหตุวิ่งราวทรัพย์ 2 นักเรียน โดยฉวยจังหวะที่ผู้เสียหายเล่นเกมโปเกม่อนโก     เมื่อวานนี้ (10 สค.) เวลาประมาณ17.00 น.ได้เกิดเหตุคนร้ายเป็นวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์สีน้ำเงินดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ได้ก่อเหตุวิ่งราวเครื่องไอแพดสีดำ ของนายดำ(นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นร.ชั้น ม.3 รร.ชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราชในขณะที่นายดำกำลังนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของเพื่อนและกำลังเล่นเกมส์ไล่จับตัวโปเกม่อน บริเวณถนนหน้าสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช และหลังจากนั้น 10นาที ขณะที่ นส.สาว(นามสมุติ) อายุ 17ปี นร.ชั้น ม.5 รร.แห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราชกำลังนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ซึ่งผู้เป็นแม่เป็นคนขับ โดย นส.สาว ได้ถือโทรศัพท์เล่นเกมส์ไล่จับตัวโปเกม่อนไปตลอดทางถนนสายกะโรม มุ่งหน้ากลับบ้านพักไปทางสี่แยกเบญจมฯ ถึงบริเวณหน้าห้างแม็คโคร ปรากฏว่าขณะนั้นได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นขี่รถจักรยายยนต์สีน้ำเงินแบบเดียวกันได้ทำการฉกวิ่งราวโทรศัพท์มือถือของ นส.สาว แล้วขี่รถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ผู้เสียหายทั้งสองรายได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช   หลังรับแจ้งเหตุ ตนได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนออกทำการสืบสวนล่าตัวคนร้ายรายนี้ โดยทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและตรวจสอบร้านขายโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่งแถวตลาดหัวอิฐ ต.โพธิ์เสด็จ จนทราบว่าคนร้ายรายนี้ได้นำเครื่องไอแพดของผู้เสียหายรายแรกมาขอให้ช่วยถอดอีมี่ของเครื่อง จึงทำการตรวจสอบจนทราบตัวคนร้ายรายนี้คือนายปริวรรต โภคะสวัสดิ์ ทางตำรวจจึงนำกำลังไปจับกุมนายปริวรรต ได้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง บริเวณถนนเทวบุรี มาทำการสอบสวนปากคำ   โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าเป็นคนลงมือวิ่งราวเครื่องไอแพดและโทรศัพท์ของนักเรียนทั้งสองคนจริง เพราะเห็นว่านักเรียนทั้งสองคนกำลังนั่งซ้อนท้ายรถเล่นเกม และเห็นว่าไม่ทันระวังตัว เพื่อนำไปขายหาเงินเลี้ยงครอบครัวแต่มาพลาดถูกจับกุมได้ดังกล่าว     สำหรับนายปริวรรต ผู้ต้องหารายนี้ปัจจุบันมีอาชีพเป็นรับจ้างช่างทาสีทั่วไปและอดีตเคยเป็นนักมวยค่ายมวยแห่งหนึ่ง และได้เลิกชกมวยไปนานกว่า 2 ปีแล้ว ทั้งนี้อยากเตือนผู้ที่นิยมเล่นเกมส์โปเกม่อนในช่วงนี้ อยากให้เล่นในสถานที่ที่ปลอดภัยที่มีกลุ่มคนมากๆและให้ระมัดระวังในเรื่องของความปลอดภัยด้วย      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/clp9JLq7tQ8

 1,435
ข่าวภูมิภาค
01 ส.ค. 59

รวบโจรใส่ชุด พนง.เก็บขยะขโมยจักรยาน 'ฮาร์ท สุทธิพงศ์' ราคานับแสน ไปขายต่อแค่หมื่นเดียว

ตำรวจ สน. สุทธิสาร จับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางรถจักรยานและชิ้นส่วนจำนวนมาก  หลังเมื่อกลางดึกวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมาตำรวจได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ในซอยอินทามระ 20 เขตดินแดง คนร้ายได้รถจักรยานยี่ห้อสเปเชียบไรด์ ไป1คัน จากหลักฐานภาพกล้องวงจรปิด จากการสอบสวนพบมีคดีเกี่ยวกับการลักทรัพย์แล้ว 4 คดี ให้การรับสารภาพว่า เริ่มลักรถจักรยานมาตั้งแต่ปี 2548 โดยจะเเต่งตัวคล้ายคนเก็บขยะของกทม.เพื่อไม่ให้ใครสงสัย แล้วจะเลือกบ้านที่มีรถจักรยานราคาแพงๆเข้าไปลักออกมาแล้วเข็นไปถอดชิ้นส่วนแล้วนำไปใส่รถยนต์ของตน แล้วนำไปขายตามแหล่งต่างๆโดยมีผู้รับซื้อไปอีกทอดหนึ่งในราคาถูกเพียงหมื่นบาทโดย เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหารับซื้อของโจร นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังยอมรับว่าได้เคยเข้าไปลักรถจักนยาน ยี่ห้อสเปเชียลไรด์ ราคากว่า1แสนบาท ของนายสุทธิพงษ์ ทัดพิทักษ์กุล หรือ ฮาร์ท นักร้องและพิธีกร ไปจากบ้านพักในซอยพหลโยธิน 30 เขตจตุจักร เมื่อวันที่ 29 พค.ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจพอทราบแล้วว่านำไปขายต่อที่ไหนโดยขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามนำรถมาคืนให้นักร้องฮาร์ท ต่อไปแล้ว เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหานายทองหล่อในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IlL4L72cZFQ

 1,666
ข่าวภูมิภาค
27 ก.ค. 59

พยาบาลสาวบุรีรัมย์ถูกโจรบุกห้องนอนทำร้ายร่างกาย-ลักทรัพย์สิน

พยาบาลสาวชาว จ.บุรีรัมย์ ถูกโจรบุกเข้าห้องนอน หลังเพิ่งเลิกเวรกลับถึงบ้านช่วงตี 2 ถูกคนร้ายเข้ามาประชิดตัว แล้วพยายามปลุกปล้ำ ก่อนจะกรีดร้อง แม่ออกมาจากอีกห้องคนร้ายกระโดดหนีทางหน้าต่าง ตรวจสอบทอง เงินสด และโทรศัพท์หายไปรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท และพบร่องรอยถูกทำร้ายปากแตก ตำรวจเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/xlf4a6mGEHE

 1,230
สังคม-อาชญากรรม
26 ก.ค. 59

'กาบแก้ว' สาวลาวเหยื่อ 'หญิงไก่' ข้ามฝั่งให้ปากคำ ยันถูกเบี้ยวค่าจ้าง-ยัดข้อหาลักทรัพย์

นางสาวกาบแก้ว หญิงชาวลาวอดีตสาวใช้ ที่นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ แจ้งความในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง ประมาณ 5 ล้านบาท เมื่อปี 2555 และถูกออกหมายจับ ได้เดินทางด้วยเรือข้ามฝากแม่น้ำโขง จากสปป.ลาว มายังอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เพื่อให้ปากคำและเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดย นางสาวกาบแก้ว ได้เปิดเผยว่า ตนมีภูมิลำเนาเดิมเป็นชาวเมืองหลวงน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว และเมื่อตนอายุได้ราว 18  ปีได้รับการติดต่อจากให้เข้ามาทำงานทีประเทศไทยผ่านทางนครเวียงจันทร์และเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยทาง จังหวัดหนองคาย ซึ่งทางหญิงไก่บอกว่าจะให้เงินเดือนราว 2,000-8,000 บาท เพื่อทำงานรับใช้ที่บ้าน ปรากฎว่าเมื่อเวลาผ่านกลับไม่ได้รับเงินตามนั้น โดยได้รับครั้งละ 500-1,000 บาทเท่านั้น ทำให้เมื่ออยู่ได้ราว 1 ปี และต้องออกไปต่อวีซ่าที่นครเวียงจันทร์โดยเดินทางไปพร้อมกับคนลาวด้วยกันก็ไม่กลับมาประเทศไทยอีก อย่างไรก็ตามอีกราว 1 เดือนต่อมาตนอยากกลับไปทำงานที่ประเทศไทยอีกจึงติดต่อไปยังหญิงไก่ ซึ่งหญิงไก่ก็ปลอบว่าที่ผ่านมาไม่เคยให้เงินจึงจะโอนเงินค่าเดินทางให้และให้ไปหาที่ จังหวัดหนองคาย ซึ่งตนก็ไม่โกรธและได้เดินทางไปหาด้วยดี แต่ปรากฎว่าเมื่อกลับเข้ามาที่ จังหวัดหนองคาย รอบใหม่ก็ได้รับแจ้งว่าตนจะถูกจับแล้วเพราะไปลักทรัพย์โดยมีการสอบถามว่าตนนำทรัพย์สินเหล่านั้นไปไว้ที่ไหนด้วย ทำให้ตนรู้สึกงงอย่างมากและถึงกับร้องไห้ออกมาเพราะไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน นางกาบแก้ว กล่าวต่อว่า ครั้งแรกหญิงไก่บอกตนว่าจะขอสัญชาติไทยให้ และถ้าได้พาสปอร์ตแล้วก็จะพาไปเที่ยวต่างประเทศ ต่อมาเมื่อตนจะกลับไปอยู่ด้วยเป็นรอบที่ 2 กลับบอกว่าตนไปเอาทรัพย์สินไป และยังมีการข่มขู่ตนให้เลือก 2 แนวทางหากต้องการอยู่รอดคือให้ทำงานต่อไปหรืออีกทางเลือกคือต้องติดคุก ดังนั้นเมื่อตนทำงานอยู่ด้วยอีกเพียงแค่ราว 2 สัปดาห์ จึงถือโอกาสเดินทางกลับ สปป.ลาว และไปอยู่กับแฟนหนุ่มที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ตรงกันข้าม อำเภอเชียงแสน จนถึงปัจจุบัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/B6soUmRKVjg

 1,525
ข่าวภูมิภาค
24 ก.ค. 59

ตร.ฉะเชิงเทรารวบแก๊งโจ๋วัยละอ่อนตระเวนลัก จยย. พบหัวโจกอายุแค่13

ตำรวจฉะเชิงเทราแถลงข่าวจับกุมตัวแก๊งเยาวชนตระเวนโจรกรรมรถจักรยานยนต์ พบเด็กชายอายุแค่ 13 ปี ตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊ง หลังเรียนรู้วิธีมาจากพี่ชาย รับสารภาพนำเงินที่ได้ไปเล่นเกมออนไลน์       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Tr-SojLGtYs

 1,183
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ค. 59

'พล.ต.ท.ศานิตย์' ยันให้ความเป็นธรรม ลูกจ้างสาวชาวลาวเหยื่อ 'หญิงไก่'

จากกรณี น.ส.กาบแก้ว อดีตลูกจ้างสาวชาวลาว นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ หญิงไก่ หนึ่งในลูกจ้างที่ถูกหญิงไก่ยัดข้อหาลักทรัพย์จำนวน 5 ล้านบาท จนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ปัจจุบันกลับไปอาศัยอยู่ที่ฝั่งสปป.ลาว และเกิดความหวาดกลัวไม่กล้าข้ามมาให้ปากคำ แสดงหลักฐานยังฝั่งไทย เนื่องจากที่ผ่านมาเคยถูกคนอ้างเป็น จนท.ล่อลวงและข่มขู่ให้ได้รับความหวาดกลัว หวั่นเป็นอันตรายถึงชีวิต วอนทางการไทยช่วยเหลือเรื่องคดีความ ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยันให้ความเป็นธรรมกับ น.ส.กาบแก้ว อย่างแน่นอน โดยเอาตำแหน่งค้ำประกัน จึงอยากให้ น.ส.กาบแก้วดำเนินทางมาให้ปากคำกับ จนท.ทางการไทย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/sq5lHrDKj1A

 1,912
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ค. 59

วีเจสาวร่ำไห้ ปัดหลอกเงิน 1.2 ล้านหนุ่มแอบกด atm แม่ ยันได้แค่ 4 แสนจากในแอพและค่าใช้จ่ายที่เป็นแฟนกัน

จากกรณีที่แม่ค้าขายของชำที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าแจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินคดีกับ ลูกชาย อายุ 28 ปี ในข้อหาลักทรัพย์ เนื่องจากพบว่าเงินในในบัญชีธนาคารหายไปเกือบ 1.2 ล้านบาท เชื่อว่าโอนให้วีเจสาวในแอพพลิเคชั่นไอโชว์ทางโลกออนไลน์ ซึ่งต่อมาลูกชายเข้าพบกับพนักงานสอบสวน สภ.เสนา ยอมรับว่า ขโมยเงินจากบัญชีแม่ เพื่อไปให้วีเจสาวที่เข้าไปเล่นในอินเตอร์เน็ตจริง ด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ พร้อมกราบขอโทษแม่ และแม่ได้ให้ลงบันทึกภาคทัณท์เอาไว้ 7 วัน โดยให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับวีเจสาว หากยุ่งอีกก็จะดำเนินคดีทันที ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุด น.ส.โฟร์ (ขอสงวนนาม) อายุ 20 ปี วีเจสาวคนดังกล่าว พร้อมด้วยพี่สาว ได้แถลงข่าวชี้แจงเกี่ยกวับเรื่องดังกล่าวว่า ตนไม่ทราบเงินมาจากไหน เขาบอกว่าป็นเงินของพี่ พี่เป็นคนหาเงิน เปิดร้านตัดสติ๊กเกอร์ แม่ขายของชำ เรื่องรายได้มีมากน้อยไม่ทราบ ซึ่งทำให้ตนได้รับผลกระทบอย่างมากจากข่าวที่ปรากฎออกไป โดยตนเพิ่งรู้จักกับฝ่ายชายเมื่อเดือนมีนาคม ผ่านแอบพลิเคชั่นไอโชว์ และตกลงคบหาดูใจกันเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยฝ่ายชายเล่นแอพพลิเคชั่น ไอโชว์ นานแล้ว ก่อนหน้าที่ตนเองจะเข้ามาเป็นวีเจ ที่ผ่านมาทราบว่าได้พูดคุยและส่งไอคอนของขวัญให้กับวีเจสาวคนอื่นๆ ก่อนหน้าตนหลายคน บางคนทราบว่าฝ่ายชายส่งไอคอนของขวัญให้หมดค่าใช้จ่ายเป็นหลักแสน   ส่วนที่ว่าฝ่ายชายขโมยเงินจากบัญชีของแม่ ยอดเงินรวมประมาณ 1,200,000 บาทนั้น ตนไม่ทราบว่าเขานำไปใช้ตรงส่วนไหนอย่างไรบ้าง เพราะตนเป็นเพียงวีเจคนหนึ่งในจำนวนหลายๆ คน ที่ฝ่ายชายติดต่อพูดคุยผ่านแอพฯ ดังกล่าว ส่วนยอดค่าใช้จ่ายที่ฝ่ายชายส่งไอคอนมอบเป็นของขวัญให้กับตนนั้น ไม่ทราบว่ามีจำนวนเท่าไร เพราะต้องตรวจสอบกับทางบริษัท ซึ่งนอกจากฝ่ายชาย ก็ยังมีผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ส่งไอคอนของขวัญให้กับตนหลายคน ซึ่งเป็นไปตามปกติของลูกค้าผู้เข้ามาใช้บริการ   ทั้งนี้ ยืนยันว่าเงินที่ฝ่ายชายโอนให้ตนผ่านบัญชีนั้นไม่ถึง 1.2 ล้านบาท แต่เป็นจำนวนเงินประมาณ 400,000 บาท โดยแยกเป็นเงินที่ฝากซื้อคูปองสำหรับใช้จ่ายในแอพพลิเคชั่น จำนวนประมาณ 260,000 บาท ส่วนเงินที่เหลือเป็นเงินที่ โอนให้ใช้ส่วนตัวระหว่างคบหาดูใจกัน หากเงินส่วนไหนตนยืมก็โอนคืนให้ทุกครั้ง   ส่วนเรื่องรถยนต์ป้ายแดงที่ตนเพิ่งซื้อมาใหม่นั้น เป็นเงินของตนเองกับพี่สาว ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายชายได้โอนมาช่วยเหลือจำนวนเกือบ 100,000 บาท แต่แม่ของฝ่ายชายบอกเป็นเงินของแม่ ไม่ใช่เงินของฝ่ายชาย ตนจึงโอนคืนให้แล้ว ดังนั้นเงินออกรถจึงไม่มีเงินของฝ่ายชายแม้แต่บาทเดียว   และกรณีที่มีข่าวว่าอีกฝ่ายจะเดินทางไปบ้านเกิดตนที่ จ.ลำปาง เพื่อสู่ขอกับพ่อแม่ ยืนยันว่าไม่ถึงขั้นนั้น ที่ผ่านมาพ่อแม่ตนเองยังไม่เคยเห็นหน้าฝ่ายชาย มีเพียงพี่สาวที่เคยเจอ สถานะก็เพียงแค่กำลังศึกษากัน ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าตนได้ให้ทนายความโทรไปขู่จะฟ้องร้องแม่ของฝ่ายชายที่ทำให้ตนเสียหาย ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยตั้งแต่เกิดเหตุตนเป็นฝ่ายอยู่เฉยๆ มาตลอด มีเพียงแจ้งไปยังบางสื่อเพื่อขอให้ลบภาพตนในข่าวออกเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่พร้อมชี้แจงเรื่องราวทั้งหมด แต่จะขอออกมาชี้แจงทุกสิ่งทุกอย่างในเร็วๆ นี้   สุดท้าย วีเจสาวพร้อมพี่สาว เผยว่าไม่คิดจะแจ้งความกลับแต่อย่างใด แต่อยากขอความเป็นธรรมจากสังคม พร้อมกันนี้ยังได้นำหลักฐานข้อมูลการพูดคุยผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์กับฝ่ายชาย รวมถึงบัญชีรายได้จากการได้ไอคอนของขวัญในการเป็นวีเจมาแสดงต่อสื่อมวลชนที่เข้าร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย   ขณะที่ทางแม่ของฝ่ายชายระบุไม่ได้อยากเอาความกับฝ่ายวีเจสาว แต่แค่อยากให้ลูกชายกลับตัวเลิกยุ่งเกี่ยวกับวีเจสาวคนนี้ ทั้งนี้ไม่ได้ติดใจทวงเงินอะไร แต่ถ้าฝ่ายวีเจสาวจะฟ้องร้องฐานทำให้เสียชื่อเสียง ตนก็จะพร้อมต่อสู้ และจะแจ้งความกลับในข้อหา สมรู้ร่วมคิดที่รับเงินไปจากลูกชายที่ก่อเหตุลักทรัพย์ด้วย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/ePf-ckbX_m0

 17,465
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ค. 59

พบแล้ว 'กาบแก้ว' ลูกจ้างสาวชาวลาวถูก 'หญิงไก่' ยัดข้อหาลักทรัพย์ 5 ล้าน

น.ส.กาบแก้ว อดีตลูกจ้างสาวชาวลาว นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ หญิงไก่ เปิดใจหลังถูกหญิงไก่ยัดข้อหาลักทรัพย์จำนวน 5 ล้านบาท จนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเล่าว่า ปี 2553 หญิงไก่ได้เดินทางไปสปป.ลาว พร้อมกับนายโก้ เพื่อรับตัวตนมาทำงาน แต่กลับไม่ได้รับเงินเดือนนานเป็นปี จึงต้องการกลับ สปป.ลาว กระทั่งถูกกล่าวหาในที่สุด พร้อมวอนทางการไทยช่วยเหลือเรื่องคดีความ    ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพนักงานสอบสวนทำคดีหญิงไก่ที่แจ้งความเอาผิดลูกจ้างตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมาจำนวน 9 สำนวนคดีว่า ในเบื้องต้นที่พบมูลความผิดไม่ตรวจสำนวนการสอบสวนคดีอาญา ซึ่งเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง แต่ก็ต้องพิจารณาดูอีกครั้งว่าการไม่ตรวจสำนวนเกิดความเสียหายร้ายแรงแค่ไหน      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/NE7CottiSFU

 9,530
สังคม-อาชญากรรม
08 ก.ค. 59

'หญิงไก่' นอนคุกหลังโดน 3 ข้อหา แจ้งความเท็จ-พยายามค้ามนุษย์-แอบอ้างเบื้องสูง ศาลไม่ให้ประกัน ชี้โทษสูง

คดีหญิงไก่ที่ถูกอดีตลูกจ้างแจ้งความกลับ ล่าสุดหญิงไก่ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา ทั้งแจ้งความเท็จกลั่นแกล้งผู้อื่นให้รับโทษทางอาญา พยายามค้ามนุษย์ และคดีหมิ่นเบื้องสูง ก่อนนำตัวค้นห้องพักในคอนโด หญิงไก่ หรือนางมณตา หยกรัตนกาญ เดินทางพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม กรณีน้องก้อย และครอบครัว อดีตลูกจ้างเข้าแจ้งความก่อนหน้านี้ว่าถูกนางไก่ กล่าวหาว่าลักทรัพย์ และพยายามพาไปต่างประเทศ โดยมีอดีตลูกจ้างอีกหลายคนที่ถูกนางไก่ แจ้งความดำเนินคดีลักษณะเดียวกัน พร้อมกันนี้ได้นำพยานบุคคล พยานเอกสาร มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งหญิงไก่ กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่าเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ขณะที่ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา แจ้งความเท็จกลั่นแกล้งผู้อื่นให้รับโทษทางอาญา พยายามค้ามนุษย์ และคดีหมิ่นเบื้องสูง ก่อนจะนำตัวไปตรวจค้นที่ห้องพักในคอนโดย่านประชานิเวศน์ เพื่อหาพยานหลักฐาน เบื้องต้น ไม่พบสิ่งพบสิ่งผิดกฎหมายใด ๆ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมอีก 2 กล้อง นอกจากนี้ได้ยึดสมุดบัญชีฝากเงินธนาคาร 9 เล่ม หนังสือเดินทาง 19 เล่ม ไปตรวจสอบต่อไปว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ ทั้งนี้ระหว่างนำตัวหญิงไก่ ออกจากกองปราบปราม มีสีหน้าเคร่งเครียด และแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเจอกับกองทัพนักข่าวที่มาเฝ้ารอกันจำนวนมาก พร้อมตะโกนไม่ให้สื่อเข้าไปด้านใน จากนั้นทนายหญิงไก่ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด1.1 ล้านบาทเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว หลังศาลอาญาพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง มีพฤติการณ์นำความเสื่อมเสียสู่สถาบันอันเทิดทูน และพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว อีกทั้งยังมีคดี112 ของศาลทหาร จากนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวหญิงไก่ไปควบคุมที่ทัณฑสถานหญิงกลาง คลองเปรม ผัดแรก 12วัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8Q9QqnkpHS4    

 19,099
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ค. 59

ศาลปล่อยตัว 'แม่น้องมีน' หลังถูกยัดข้อหาลักทรัพย์ 'หญิงไก่' พร้อมให้สอบฐานแจ้งความเท็จ ยันไม่หนี

ศาลอนุญาตให้ประกันตัวนางสุกัญญา ศิริม่วง อายุ 54 ปี แม่น้องมีน อดีตลูกจ้างหญิงไก่ จำเลยในคดีลักทรัพย์หญิงไก่ อดีตนายจ้าง ตีราคาประกัน 2 แสนบาท หลังเจ้าหน้าที่กองทุนจากกระทรวงยุติธรรม นำหลักทรัพย์ยื่นต่อศาล โดยมีเงื่อนไขให้มารายงานตัวต่อศาลเดือนละครั้งตามนัด ยืนยันไม่ได้ลักทรัพย์หญิงไก่หลายล้านบาทตามที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่าหยิบเงินไป 6,000 บาทจริง ซึ่งเป็นค่าแรงที่เธอต้องได้รับในการทำงานบ้านและดูแลแมว ก่อนถูกกล่าวหาว่าลักทรัพย์ และถูกข่มขู่ให้รับสารภาพ ในลักษณะเดียวกันกับอดีตลูกจ้างอีกหลายคน ขณะที่นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ หญิงไก่ เปิดเผยภายหลังศาลอาญารัชดาภิเษก ยกคำร้องขออนุมัติหมายจับในความผิดฐานแจ้งความเท็จ ว่า ไม่ขอออกความเห็นกรณีดังกล่าว แต่ที่ผ่านมาตั้งแต่มีการดำเนินคดีตนไม่เคยหลบหนีและพร้อมให้ความร่วมมือมาตลอด พร้อมยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ และเชื่อมั่นในกระบวนยุติธรรม และขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ ยืนยันว่าตนมีหลักฐานสำคัญทั้งกล้องวงจรปิดขณะถูกอดีตลูกจ้างลักทรัพย์ และมีพยานบุคคล แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในเวลานี้ รอให้อีกฝ่ายหยุดเคลื่อนไหวก่อน ถึงจะเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด ขณะที่กรณีพาสปอร์ตข้าราชการ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกให้เนื่องจากต้องไปทำภารกิจที่ประเทศเยอรมันในขณะนั้น เป็นที่ปรึกษาให้บุคคลสำคัญหลายคนจริงในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พร้อมยืนยันถึงกรณีที่นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ อ้างว่า หญิงไก่เคยถูกฟ้องล้มละลายและนำทองปลอมและรถยนต์ไปจำนำในจังหวัดนครสวรรค์นั้นไม่เป็นความจริงและไม่เคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดีมาก่อนจนกระทั่งถูกแจ้งข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จ หญิงไก่ยังระบุว่าจะเดินทางไปทำบุญ 9 วัดที่จังหวัดเชียงราย และอาจจะปลงผมเพื่อบวชชีเพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับคู่กรณี พร้อมยืนยันไม่หลบออกนอกประเทศเพราะพาสปอร์ตหมดอายุ และหากกองปราบออกหมายเรียกก็พร้อมจะเดินมาเข้าพบพนักงานสอบสวนทันที ขณะที่ทางกองปราบปราบได้ออกหมายเรียกหญิงไก่เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จ ในวันที่ 11 กรกฎาคม เวลา 10.00น. โดยให้พนักงานสอบสวนสน.ประชาชื่นส่งหมายเรียกไปยังที่พักของหญิงไก่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UUez2aNkKC0    

 7,943
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ค. 59

ศาลยกคำร้องออกหมายจับ หญิงไก่ ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี เตรียมออกหมายเรียกพบ ตร. 11 ก.ค.นี้แทน

ศาลยกคำร้องออกหมายจับหญิงไก่ ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกแทน ขณะที่น้องมีนน้ำตาคลอ หลังกองทุนยุติธรรมวางเงินประกัน 5 แสนบาท ประกันตัวแม่ออกจากเรือนจำเย็นนี้   ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนกองปราบปราม นำโดยพันตำรวจตรีธนวัฒน์ หลักคง พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้เดินทางมายังศาลอาญา ถนนรัชดา เพื่อยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับ นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ โดยศาลได้ใช้เวลาในการพิจารณาก่อนที่จะยกคำร้องของพนักงานสอบสวน ในการขออนุมัติหมายจับในคดีแจ้งความเท็จ โดยศาลให้เหตุผลให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาได้ใช้สิทธิ์ที่มีอยู่ เนื่องจากเป็นบุคคลมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และออกมาให้สัมภาษณ์สื่ออย่างต่อเนื่อง จึงเห็นควรให้ดำเนินการตามกระบวนการตามกฎหมาย โดยให้ออกหมายเรียกแทนครั้งที่ 1 ภายหลังศาลยกคำร้อง พนักงานสอบสวนกองปราบปราม เผยจะกลับดำเนินการออกหมายเรียกครั้งแรกให้ระยะเวลาภายใน 7 วัน โดยจะเริ่มดำเนินการในวันพรุ่งนี้    ขณะที่น้องมีน หรือนางสาววณิชยา บุ้นสุนเฮง ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่กองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางมาวางเงินประกันนางสาวสุกัญญา ศิริม่วง จำนวน 5 แสนบาท โดยศาลได้อนุมัติให้ปล่อยตัวชั่วคราว มีกำหนดในเวลาประมาณ 18.00 น. โดยน้องมีนเผย หากพบแม่ได้อยากจะบอกว่าตนเองได้ทำสำเร็จ หลังผู้เป็นแม่นับวันรอคอยมานานกว่า 7 เดือน และตนเองสามารถทำได้สำเร็จ และเชื่อความยุติธรรมนั้นมีอยู่จริง ซึ่งในเย็นวันนี้ตนเองจะเดินทางไปรับตัวมารดาพร้อมกับทนายสงกรานต์ ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เวลาประมาณ 18.00 น.   ขณะที่พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. กล่าวถึงการดำเนินคดีนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ เมื่อช่วงบ่ายพนักงานสอบสวนได้ไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อจออกหมายจับหญิงไก่ ในข้อหาแจ้งความเท็จและพยายามค้ามนุษย์ แต่ทาง ศาลอาญา ได้ยกคำร้องของตร.กองปราบที่ขอออกหมายจับ หญิงไก่ โดยศาลให้เหตุผลว่าผู้ถูกกล่าวหา ยังมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และยังมาให้สัมภาษณ์สื่ออย่างต่อเนื่อง ควรออกหมายเรียกมาสอบสวนก่อน อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้ขอออกหมายเรียกให้หญิงไก่ มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 11 กค.นี้ ในความผิดแจ้งความเท็จ เนื่องจากเมื่อวานนี้พนักงานสอบสวนได้เข้าไปตรวจสอบที่พักของหญิงไก่ มีหลักฐานหักล้างได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ลักทรัพย์จริงตามที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีไว้ ส่วนข้อหาพยายามค้ามนุษย์ เนื่องจากหญิงไก่ พยายามบังคับผู้เสียหายที่เป็นหญิงไปทำงานในประเทศฮ่องกง ซึ่งถือว่าเข้าข่ายการพยายามค้ามนุษย์แล้ว

 2,482
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ค. 59

ศาลอาญาอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวแม่น้องมีน อดีตสาวใช้ 1 ในคู่กรณีหญิงไก่

นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ นำคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จากกองทุนจากกระทรวงยุติธรรม ยื่นต่อศาลอาญาเพื่อขอปล่อยชั่วคราวนางสุกัญญา ศิริม่วง อายุ 54 ปี จำเลยในคดีลักทรัพย์ของหญิงไก่ เป็นเงินสดและทรัพย์สินมีค่าหลายรายการรวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้นางสุกัญญาถูกคุมตัวที่ทัณฑสถานหญิงกลาง   โดยน.ส.วณิชยา บุ้นสุนเฮง อายุ 21 ปี หรือน้องมีน บุตรสาวของ นางสุกัญญา พร้อมด้วย น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือ น้องก้อย อายุ 19 ปี และนายชูเกียรติ พ่อของน้องก้อย เดินทางมาที่ห้องพิจารณาแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ น.ส.วณิชยา ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม แจ้งความดำเนินคดีหญิงไก่ คู่กรณี อดีตนายจ้าง ฐานแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงาน และกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา กรณีมารดาถูกหญิงไก่ อดีตนายจ้าง กล่าวหาว่าลักทรัพย์ และถูกข่มขู่ให้รับสารภาพ ในลักษณะเดียวกันกับอดีตลูกจ้างของหญิงไก่อีกหลายคน   ล่าสุด ศาลอาญา อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวนางสุกัญญา ศิริม่วง มารดาน้องมีน  ด้วยหลักประกันวงเงิน 2 แสนบาท  และในเวลา 18.00น. จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากเรือนจำทัณฑสถานหญิง เรือนจำกลางกรุงเทพมหานคร (คลองเปรม)  

 2,958
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ค. 59

ปลัดอำเภอแม่สะเรียงร้องดีเอสไอตรวจสอบ 'หญิงไก่' หวั่นมีการค้ามนุษย์

ญาติๆ ของเด็กในแม่ฮ่องสอนหลายราย ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่หญิงรายหนึ่งแต่งตัวภูมิฐานท่าทาน่าไว้วางใจ คล้ายหญิงไก่ที่ตกเป็นข่าวในขณะนี้ มีพฤติกรรมล่อลวงเด็กหญิง อ้างจะนำไปอุปการะและส่งเสียให้เรียนหนังสือ โดยจะให้ทำงานบ้านตอบแทน ค่าจ้างเดือนละ 6,000 บาท และอ้างว่าจะให้สร้อยทองอีกคนละ 1 เส้น เด็กๆ จึงตามไปทำงานด้วยหลายคน เมื่อมาใช้ชีวิตที่ กทม.เด็กจะถูกกักบริเวณไม่ให้ไปไหน และไม่ได้ส่งเสียให้เรียนหนังสือ ให้พักอยู่คอนโดแถวพระราม 9 พร้อมกับขอเก็บบัตรประชาชน ของทุกคนไว้ หลังจาก 1 ปี น้องจึงหนีกลับบ้านโดยไม่ได้อะไรมาเลย หญิงดังกล่าวได้โทรมาตามและขู่เกือบทุกวัน ว่าถ้าไม่กลับก็จะแจ้งความข้อหาลักทรัพย์ ก็ยิ่งกลัว แต่ก็ไม่ไป ทุกวันนี้ก็ได้อยู่อย่างหวาดผวา กลัวตลอดเวลา จึงคาดว่าน่าจะใช่หญิงไก่ที่ตกเป็นข่าวในขณะนี้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3kvnkoW3DUg    

 1,506
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ค. 59

ปลัดอำเภอแม่สะเรียงร้องดีเอสไอตรวจสอบ 'หญิงไก่' หวั่นมีการค้ามนุษย์

ปลัดอำเภอแม่สะเรียงยื่นหนังสือต่อดีเอสไอ ช่วยตรวจสอบกรณีคุณหญิงไก่ ได้มาขอรับอุปการะเด็กสาว 3 คน ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยอ้างว่าจะรับไปดูแลส่งเสียให้เรียนหนังสือแต่กลับนำไปเป็นเด็กรับใช้ภายในบ้านเมื่อเด็กขอลาออกกลับบ้านกลับถูกข่มขู่   พ.ต.ท.สะอาด สุนทร ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคเหนือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รับเรื่องร้องเรียนจาก นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ขอให้ดีเอสไอช่วยตรวจสอบ กรณี ที่มีเด็กสาว 3 คน ในพื้นที่ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับความเดือดร้อน ภายหลังจากที่คุณหญิงไก่ วันทนีย์ ได้มาขอรับอุปการะเด็กสาวเหล่านี้จากพ่อแม่ โดยอ้างว่าจะรับไปดูแลส่งเสียให้เรียนหนังสือและเลี้ยงดูอย่างดี แต่กลับนำไปเป็นเด็กรับใช้ภายในบ้าน ไม่ได้เรียนหนังสือ และไม่ได้รับค่าตอบแทนตามที่ตกลงไว้ มีการยึดบัตรประจำตัวประชาชนของเด็ก และพาเด็กสาวเหล่านั้นติดตามไปเล่นการพนันตามบ่อนการพนันในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเด็กขอลาออกกลับไปอยู่บ้านก็ถูกข่มขู่ บางรายได้รับหมายเรียกจากทางหน่วยราชการ ผู้ปกครองต้องนำเงินไปให้แก่ทนายของหญิงไก่ เพื่อเป็นหลักประกันตัว ทั้งนี้ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าเอกสารดังกล่าว ถูกปลอมแปลงขึ้นมาหรือไม่ และลูกสาวกระทำผิดในข้อหาอะไร ทั้งนี้เกรงว่าพฤติกรรมของ หญิงไก่ในลักษณะนี้ อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องการค้ามนุษย์ โดยมีการฉวยโอกาสใช้ความด้อยโอกาสของคนบนพื้นที่สูง และอำนาจรัฐมาใช้ในทางที่ผิด ซึ่งผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคเหนือ จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณาอย่างเร่งด่วนต่อไป  

 10,677

Top