ค้นหา :

ผลการค้นหา "นครนายก"

สังคม
19 ม.ค. 63

ระทึก! เกิดเพลิงไหม้อาคารกองช่างเทศบาลเมืองนครนายกเสียหายทั้งหลัง

นครนายก – เกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้กองช่างของเทศบาลเมืองนครนายก ได้รับความเสียหายทั้งหมด ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ โดยไฟได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงและรวดเร็วเนื่องจากตัวอาคารของกองช่างข้างบนชั้นที่2 เป็นไม้และมีวัสดุที่ติดไฟได้ง่ายเช่นถังสี และวัสดุอื่นๆที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี โดยรถดับเพลิงของทางเทศบาลจำนวน 3 คันได้เข้าสกัดเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ชาวบ้านได้ช่วยกันนำอุปกรณ์มาช่วยกันดับไฟ โดยเหตุเกิดขึ้นตรงบริเวณฝั่งตลาดวังกระโจม เขตเทศบาลเมืองนครนายก หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าและนายกเทศบาลเมืองนครนายกมาที่เกิดเหตุและ เข้าสั่งการและขอสนับสนุนรถน้ำจาก อบต.ต่าง ๆ รวมรถน้ำประมาณ 6 คันเพราะเกรงว่าไฟจะลุกลามไปยังบ้านเรือนประชาชน สำหรับกองช่างของเทศบาลนั้นเป็นสถานที่เก็บพัดลมไอน้ำ ถังสี วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ในงานของเทศบาล จะนำมาเก็บเอาไว้ที่นี่ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ส่วนสาเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่าหน้าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร และยังไม่สามารถสรุปความเสียหายได้ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งหาสาเหตุที่ชัดเจนของการเกิดเหตุในครั้งนี้ต่อไป     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/CNHYwqD7amk    

 236
สังคม
19 ม.ค. 63

กระบะเมาซิ่งชนท้าย จยย.พ่วงข้าง พบผู้เสียชีวิต 2 ราย เจ็บ 1 ราย

นครนายก - ศูนย์วิทยุเมืองนายกได้รับแจ้งเหตุมีรถยนต์กระบะชนท้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้างมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 1 ราย บริเวณ กม.ที่ 3-4 ถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ที่ 13 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ใกล้วัดโบถส์การ้อง ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะสีบรอนด์  ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนตกลงไปในคลองชลประทานเกือบมิดคัน ส่วนคนขับติดอยู่ในรถชาวบ้านได้ทุบกระจกช่วยนำตัวออกมาได้ ซึ่งมีอาการมึนเมากลิ่นเหล้าเหม็นทั่วตัวและต่อมาคนขับรถยนต์ปิกอัพได้หลบหนีไปในช่วงชุลมุน ห่างกัน 30 เมตรพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีนำเงินพ่วงข้างหมายเลขทะเบียน นครนายก ฆ – 7744 สภาพรถพังเสียหายทั้งคัน ข้างรถพบศพนางสุพัฒตรา จำรัส อายุ 40 ปีเป็นแม่ค้าขายผักอยู่ที่ตลาดท่าหุบในสภาพศพนั่งเสียชีวิตอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ ส่วนนายประสงค์ มากสุข อายุ 39 ปี เป็นสามีนางสุพัฒตรา ได้กระเด็นตกลงไปในคลองกู้ภัยสว่างอริยะได้ช่วยนำตัวขึ้นมาบนบกช่วยปั้มหัวใจและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นลูกชายผู้เสียชีวิตชื่อเด็กชายธนันชัย มากสุข อายุ 4 ขวบ กู้ภัยสว่างอริยะได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลนครนายก จากการบอกเล่าของนายวิชัย สุขเจริญ อายุ 53 ปี เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลดอนยอได้ขับรถยนต์ผ่านมาได้เห็นเหตุการณ์ ว่าเห็นรถยนต์คันก่อเหตุได้ขับรถมาจากถนนสายท่าหุบมุ่งหน้าไปทางดอนยอได้ขับรถยนต์มาด้วยความเร็วได้เกิดชนท้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่มีสามีภรรยาและลูกขับมาอย่างแรงจึงเป็นเหตุให้มีผุ้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ส่วนรถยนต์ได้ตกลงไปในคลองและคนขับได้หลบหนีไปได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเก็บข้อมูลหลักฐานและจะได้ติดตามตัวคนขับรถยนต์ปิกอัพมาสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/Ue9Fl0tYsnc    

 1,019
สังคม
18 ม.ค. 63

เตือนภัย! อย่าหลงเชื่ออ้างเป็นหมอพื้นบ้าน รักษามะเร็งด้วยวิธีดึงเส้นขน

หมอจวบเปิดใจให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่มีคนถ่ายคลิปแล้วเอาไปลงในสื่อโซเชี่ยวถึงการรักษาโรคมะเร็งโดยใช้แหนบดึงและใช้น้ำหมักทาตามตัวเพื่อการฆ่าเชื่อ   ที่นครนายก ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านของนายประจวบ สิงหวิบูลย์ (หมอจวบ) อายุ 70 ปี ที่บ้านเลขที่ 291 หมู่3 ต.เกาะหวาย อ.ปากพลี จ.นครนายกซึ่งเปิดเป็นสถานที่รักษาคนที่เป็นโรคมะเร็ง โดยในวันนี้ไม่มีคนมาเข้าการรักษา พบเพียงหมอจวบคนเดียว โดยหลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งนำเรื่องราววิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบโบราณของหมอจวบมาเผยแพร่ ก็มีเสียงวิจารณ์ถึงขั้นตอนในการรักษา   โดยผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสสัมภาษณ์และเข้าไปถ่ายในห้องที่ใช้สำหรับหมักน้ำยา โดยมีถังสีน้ำเงิน 200 ลิตร ที่ใช้สำหรับหมักและขวดพลาสติก ที่บรรจุน้ำหมักแล้วจำนวนมากวางเรียงกันอยู่ภายในห้องดังกล่าว หลังจากหมอจวบได้พาผู้สื่อมาดูอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาก็จะมีแหนบ เข็มเย็บผ้าเบอร์ 10 และก็น้ำหมักที่ใช้ในการทาตัวก่อนการรักษา โดยพื้นที่ที่ใช้สำหรับการรักษาก็เป็นเตียงไม้ธรรมดา รักษาแบบเปิดเผย   จากการสอบถามหมอจวบบอกว่า ตนเองเริ่มในการรักษาคนที่เป็นมะเร็งมากว่า 40 ปีแล้ว โดยได้ศึกษาการรักษาคนที่เป็นมะเร็งจากหมอจีนคนหนึ่ง ที่สนใจศึกษาเรื่องนี้เนื่องจากตนเองนั้นเป็นโรคมะเร็งตอนวัยรุ่น พอได้วิชามาก็มาลองทำดูและรักษาตนเองจนอยู่รอดถึงทุกวันนี้ ต่อมามีคนรู้เรื่องว่าตนเองสามารถรักษาอาการของมะเร็งก็เริ่มมีคนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งทยอยเข้าการรักษาเป็นจำนวนมาก บางวันมีมากกว่า 100 คน   โดยการรักษาจะใช้น้ำหมักที่ผสมด้วยแอลกอฮอล์ล้างแผล ดีบุก ตำลึงทอง ที่หมักไว้แล้วกว่า 1 ปี มาทาทั่วร่างกาย หลังจากนั้นจะพบจุดต่าง ๆ ที่หมอจวบบอกว่าเป็นตัวมะเร็งจะผุดขึ้นมา และจะใช้เข็มสะกิดที่หัวขาว ๆ และใช้แหนบดึงที่เป็นเส้นขาว ๆ ออกมา หลังจากนั้นก็จะใช้น้ำหมักมาทาตามตัวเพื่อฆ่าเชื้ออีกครั้ง โดยการรักษาแต่ละครั้งไม่เคยคิดค่ารักษา มีแต่คนที่มารักษาจะซื้อยาหมักกลับไปที่บ้านเองในราคาขวดละ100 บาท บางคนเดินทางมาไกลถึงเชียงใหม่ มารักษาแล้วอาการดีขึ้นเขาจึงบอกต่อ ๆ กันไป   ทั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวได้ถามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสาธารณสุขจังหวัดเคยเข้าตรวจสอบหรือไม่หมอจวบบอกว่าเคยมีมาเข้าตรวจสอบในการรักษาและตรวจสอบเกี่ยวกับน้ำหมักและได้ออกใบอนุญาตให้เอาไว้ บางรายหมอจวบบอกว่ามะเร็งระยะที่ 4 ก็รักษาหายได้ หมอจวบท้าให้ลอง     รับชมผ่านยูทูป : https://youtu.be/8KWSJATCIpQ

 2,412
สังคม
07 ม.ค. 63

หลวงพ่อออกบิณฑบาตร พร้อมจูงวัวช่วยลากรถเข็นบรรทุกอาหารญาติโยม

หลวงพ่อสุธี สำนักสงฆ์ที่โคราช ได้นำลูกวัวมาช่วยลากรถเข็นบรรทุกอาหารที่ญาติโยมนำมาใส่บาตร ในตลาดสดเทศบาลเมืองนครนายก   ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองนครนายก ผู้สื่อข่าวได้พบหลวงพ่อสุธี สำนักสงฆ์โคราช รูปหนึ่งได้นำลูกวัวพันธุ์ไทย เพศผู้ อายุ 2 ปี สีน้ำตาล เดินช่วยลากรถเข็นรับสิ่งของที่หลวงพ่อรับบิณฑบาต ในตลาดสดเทศบาลเมืองนครนายก โดยมีประชาชน พ่อค้า แม่ค้าให้ความสนใจนำปัจจัย อาหารสำเร็จรูป ผลไม้ และสิ่งของ มาใส่บาตรเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในจังหวัดนครนายก ไม่เคยพบพระสงฆ์นำวัวออกมาช่วยลากรถเข็นรับสิ่งของบิณฑบาต สร้างความแปลกและเป็นที่ฮือฮาแก่ประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ในตลาดสด   จากการสอบถามหลวงพ่อสุธี สำนักสงฆ์ ที่โคราช เล่าว่าได้มาทำธุระที่นครนายก ได้นำลูกวัวเพศผู้สีน้ำตาล อายุ 2 ปี ชื่อว่าแรมโบ้ ขึ้นรถตู้มาด้วย และในเช้าวันนี้ได้ออกมารับบิณฑบาตโปรดญาติโยม โดยให้เจ้าแรมโบ้ช่วยลากรถเข็นบรรทุกสิ่งของที่ญาติโยมนำมาใส่บาตร ที่จังหวัดนครนายกดังกล่าว       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/vuni0KF0igc  

 1,801
สังคม
02 ม.ค. 63

ชายเมากร่างใช้หัวโขกเบ้าตา ตร.จนเขียวช้ำ ฉุนเรียกตรวจวัดแอลกอฮอล์

นครนายก-โลกโซเชียลแชร์คลิป หนุ่มเมากร่าง ถูกตำรวจที่ด่านเรียกตรวจ ก่อนจะโวยวาย เดินเตะกรวยที่ด่าน แล้วใช้หัวโขกตำรวจจนล้ม เหตุเกิดขึ้นในท้องที่ สภ.ดงละคร นครนายก   ขณะที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในด่านตรวจ มีชายคนหนึ่งโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ จากนั้นก็เดินเตะกรวยที่ตั้งที่ด่าน และขอดูบัตรเจ้าหน้าที่ ก่อนใช้หัวโขกเข้ามาที่เบ้าตาขวาของตำรวจจนเต็มแรง ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.ดงละคร พบว่าตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ คือ ดาบตำรวจสิงคาร มนสุโทน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน   ซึ่งวันนี้ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน สอบถามเพื่อนตำรวจด้วยกัน เล่าว่า เหตุเกิดคืนวันที่ 29 ธ.ค. ตนเองและผู้บาดเจ็บได้เดินออกมาจากบ้าน เพื่อพักผ่อนที่ศาลาพักผู้โดยสารที่หน้าโรงพัก ซึ่งมีการตั้งด่านอยู่ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงเอะอะโววายเสียงดัง พบมีชายคนหนึ่งกำลังด่าทอตำรวจ ซึ่งเป็นตำรวจใหม่ จึงเดินเข้าไปดู ก่อนที่ชายในคลิปจะเตะกรวยกระเด็นไปไกล ด.ต.สิงคาร จึงเข้าไปคุยและพยายามแสดงตัวว่าเป็นตำรวจ และจะขอดูบัตร ก่อนจะใช้หัวโขก จนเพื่อนของตนล้มลงจากนั้นได้นำตัวมาสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก พร้อมแจ้งข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน นำตัวส่งฟ้องศาล   ด้านทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ระบุว่า กรณีนี้ผิด 2 ข้อหา คือทำลายทรัพย์สินของทางราขชการ และทำร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ไม่สามารถยอมความได้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/1-2WdsB5UDE  

 433
ข่าวภูมิภาค
02 ม.ค. 63

หนุ่มเมากร่างอาละวาดใส่ตร.ที่ด่านตรวจ ดาบตำรวจออกเวรเข้าช่วยระงับเหตุถูกหัวโขกเบ้าตาปูด ล่าสุดเข้าขอโทษแล้ว

นครนายก-โลกออนไลน์โพสต์คลิปภาพตำรวจนอกเครื่องแบบ สภ.ดงละคร ถูกชายเมาทำร้ายร่างกาย ด้วยการใช้ศีรษะโขกเต็มแรง จนได้รับบาดเจ็บที่เบ้าตา จนต้องนอนล้มฟุบไปกับพื้นถนน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2562    ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรดงละคร พบกับดาบตำรวจสิงคาร มนสุโทน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนซึ่งได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าตัวไม่สะดวกให้ข้อมูล ซึ่งที่บริเวณเบ้าตาขาวที่ยังมีรอยบวมช้ำและการมองเห็นมีปัญหายังมองภาพไม่ชัด เพราะได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกที่เกิดขึ้น   จากการสอบถามเพื่อนตำรวจด้วยกันเล่าว่า ได้ออกมานั่งพักผ่อนที่ศาลาพักผู้โดยสารที่หน้าโรงพัก จากนั้นได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเสียงดังของชายคนหนึ่ง ที่กำลังจะขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในขณะปฎิบัติหน้าที่ที่ด่านตรวจ ด้วยความเป็นห่วงน้องๆตำรวจที่เพิ่งจบใหม่ ตนเองและผู้ได้รับบาดเจ็บจึงรีบเดินเข้าไปดูว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น ก่อนตนจะเห็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ตามภาพในคลิปเตะกรวยบริเวณกลางถนนด่านกระเด็นไปไกล จึงเดินเข้าไประงับเหตุ   แต่ชายดังกล่าวยังคงโวยวาย ก่อนที่จะใช้หัวโขกเข้ามาที่เบ้าตาตนอย่างแรง ตามคลิปเหตุการณ์ จนเพื่อนของตนต้องล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวชายคนดังกล่าวมาสงบสติอารมณ์ พร้อมแจ้งข้อหาดำเนินคดี ในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานและนำตัวส่งฟ้องต่อศาล เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา   ด้านผู้ก่อเหตุระบุว่า  หลังจากกินเลี้ยงกับเพื่อนเสร็จ ตนขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ก็ได้เรียกให้จอดรถ เพื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ด้วยความที่มีอาการง่วง และเพลียจากงานเลี้ยง จึงไม่พอใจที่มาเจอด่านตรวจ จึงบอกตำรวจว่าให้ตรวจได้ แต่ถ้าตรวจแล้วไม่เจออะไร ขอค่าเสียเวลานาทีละ 1,000 บาท จากนั้นจึงเดินห่างจากจุดตรวจ 100 เมตร เพื่อสงบสติอารมณ์ แต่จังหวะที่ก้าวขาเดินดันได้ไปสะดุดกับกรวยที่ตั้งอยู่กลางถนน แต่ตำรวจกล่าวหาว่าตนเตะกรวยใส่เจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนั้นตนมีอาการเมาอยู่เล็กน้อย ก่อนเหตุการณ์เป็นไปตามในคลิป   ส่วนกรณีที่ตนเอาศีรษะไปโขกหัวตำรวจ ยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะทำร้ายอีกฝ่าย ซึ่งตำรวจนอกเครื่องเเบบเอาใบหน้ามาซบหน้าอกตน และทำสีหน้าท้าทายก่อนหลายครั้ง ทำให้ตนเกิดอารมณ์โมโห ประกอบกับตอนนั้นคิดว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจคิดว่าเขาเป็นประชาชนธรรมดา เพราะเครื่องเเบบก็ไม่ได้ใส่ และไม่มีบัตรมาแสดงให้เห็น ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/NBsZB0sssos

 902
สังคม
02 ม.ค. 63

หนุ่มเมากร่างอาละวาดใส่ตร.ที่ด่านตรวจ ดาบตำรวจออกเวรเข้าช่วยระงับเหตุถูกหัวโขกเบ้าตาปูด ล่าสุดเข้าขอโทษแล้ว

นครนายก-โลกออนไลน์โพสต์คลิปภาพตำรวจนอกเครื่องแบบ สภ.ดงละคร ถูกชายเมาทำร้ายร่างกาย ด้วยการใช้ศีรษะโขกเต็มแรง จนได้รับบาดเจ็บที่เบ้าตา จนต้องนอนล้มฟุบไปกับพื้นถนน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2562    ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรดงละคร พบกับดาบตำรวจสิงคาร มนสุโทน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนซึ่งได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าตัวไม่สะดวกให้ข้อมูล ซึ่งที่บริเวณเบ้าตาขาวที่ยังมีรอยบวมช้ำและการมองเห็นมีปัญหายังมองภาพไม่ชัด เพราะได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกที่เกิดขึ้น   จากการสอบถามเพื่อนตำรวจด้วยกันเล่าว่า ได้ออกมานั่งพักผ่อนที่ศาลาพักผู้โดยสารที่หน้าโรงพัก จากนั้นได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเสียงดังของชายคนหนึ่ง ที่กำลังจะขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในขณะปฎิบัติหน้าที่ที่ด่านตรวจ ด้วยความเป็นห่วงน้องๆตำรวจที่เพิ่งจบใหม่ ตนเองและผู้ได้รับบาดเจ็บจึงรีบเดินเข้าไปดูว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น ก่อนตนจะเห็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ตามภาพในคลิปเตะกรวยบริเวณกลางถนนด่านกระเด็นไปไกล จึงเดินเข้าไประงับเหตุ   แต่ชายดังกล่าวยังคงโวยวาย ก่อนที่จะใช้หัวโขกเข้ามาที่เบ้าตาตนอย่างแรง ตามคลิปเหตุการณ์ จนเพื่อนของตนต้องล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวชายคนดังกล่าวมาสงบสติอารมณ์ พร้อมแจ้งข้อหาดำเนินคดี ในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานและนำตัวส่งฟ้องต่อศาล เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา   ด้านผู้ก่อเหตุระบุว่า  หลังจากกินเลี้ยงกับเพื่อนเสร็จ ตนขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ก็ได้เรียกให้จอดรถ เพื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ด้วยความที่มีอาการง่วง และเพลียจากงานเลี้ยง จึงไม่พอใจที่มาเจอด่านตรวจ จึงบอกตำรวจว่าให้ตรวจได้ แต่ถ้าตรวจแล้วไม่เจออะไร ขอค่าเสียเวลานาทีละ 1,000 บาท จากนั้นจึงเดินห่างจากจุดตรวจ 100 เมตร เพื่อสงบสติอารมณ์ แต่จังหวะที่ก้าวขาเดินดันได้ไปสะดุดกับกรวยที่ตั้งอยู่กลางถนน แต่ตำรวจกล่าวหาว่าตนเตะกรวยใส่เจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนั้นตนมีอาการเมาอยู่เล็กน้อย ก่อนเหตุการณ์เป็นไปตามในคลิป   ส่วนกรณีที่ตนเอาศีรษะไปโขกหัวตำรวจ ยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะทำร้ายอีกฝ่าย ซึ่งตำรวจนอกเครื่องเเบบเอาใบหน้ามาซบหน้าอกตน และทำสีหน้าท้าทายก่อนหลายครั้ง ทำให้ตนเกิดอารมณ์โมโห ประกอบกับตอนนั้นคิดว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจคิดว่าเขาเป็นประชาชนธรรมดา เพราะเครื่องเเบบก็ไม่ได้ใส่ และไม่มีบัตรมาแสดงให้เห็น ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/NBsZB0sssos

 902
สังคม
02 ม.ค. 63

จับภาพนาทีเด็กปั๊มหนุ่มหลับใน ซิ่งรถพุ่งชนป้ายจุดตรวจจนบาดเจ็บ

ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพขณะเกิดเหตุรถ จยย.ที่ขับมาด้วยความเร็วพุ่งชนป้ายหยุดตรวจเทศกาลปีใหม่ ที่วางอยู่ไหลทางจนได้รับบาดเจ็บสาหัส   นครนายก-วัยรุ่นขับรถ จยย.เสียหลักชนป้ายหยุดตรวจบาดเจ็บสาหัส มีภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพขณะเกิดเหตุรถ จยย.ที่ขับมาด้วยความเร็วพุ่งชนป้ายหยุดตรวจเทศกาลปีใหม่ ที่วางอยู่ไหลทางจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มูลนิธิร่วมกตัญญู (จุดบ้านนา) รีบไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบกรวยยาง ป้ายสามเหลี่ยมหยุดตรวจ 2 อัน ของเทศบาล ต.พิกุลออก ถูกชนกระเด็นลากไปไกลประมาณ 50 เมตร มีผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 คน หัวมุดติดคาป้ายมีบาดแผลที่หน้าผาก ศีรษะ มีเลือดไหลออกปาก หมดสติได้รับบาดเจ็บสาหัส จนท.ช่วยปั๊มหัวใจ และปฐมพยาบาลช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนนำส่ง รพ.บ้านนา ต่อมาทราบชื่อนายวรกฤษ กิจฉลอง อายุ 18 ปี ใกล้กันพบรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินคาดดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มพังเสียหาย   จากการสอบสวนทราบว่านายวรกฤษ ผู้บาดเจ็บ เป็นพนักงานปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในอ.บ้านนา หลังออกเวร ได้ขี่รถ จยย.เพื่อจะมาซื้อถุงเท้าให้น้องใส่ไปโรงเรียนในวันพรุ่งนี้ โดยรถวิ่งมาด้วยความเร็วสูง พอมาถึงที่เกิดเหตุได้พุ่งชนป้ายหยุดตรวจเข้าอย่างจังจนร่างกระเด็นหัวมุดเข้าไปในป้ายสามเหลี่ยมหยุดตรวจ ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว   ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บน่าจะหลับใน เพราะเพิ่งออกจากการเข้าเวรที่ปั๊มน้ำมัน พอมาถึงที่เกิดเหตุเลยเผลอวูบไปจนเกิดเหตุดังกล่าว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/5uiYifzVMh0  

 204
สังคม
31 ธ.ค. 62

สาวทะเลาะกับแฟนคิดสั้นใช้มีดกรีดแขนตัวเอง กระโดดสะพานกลางดึกแต่ไม่ตาย เช้ามาร้องขอชาวบ้านช่วย

นครนายก-สาวทะเลาะกับแฟนคิดสั้นกระโดดสะพานแม่น้ำกลางดึก เช้ามาพบอยู่ที่ตอม่อใต้สะพานเรียกชาวบ้านให้ช่วยนำขึ้นฝั่งรอดชีวิตมาได้   เมื่อเวลา 07.30 น.ของวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ศูนย์วิทยุเมืองนายก ได้รับแจ้งจากนายศรีเมือง เจริญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้มีหญิงสาวคิดสั้นกระโดดสะพานแม่น้ำข้างวัดโพธิ์ไทรในช่วงกลางดึกแต่รอดชีวิตมาได้ และในช่วงเช้าได้ร้องเรียกขอความช่วยเหลืออยู่ที่ตอม่อใต้สะพานข้างวัดโพธิ์ไทร จึงแจ้งเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์และกู้ภัยสว่างอริยะไปยังที่เกิดเหตุ พบหญิงสาวยืนอยู่บนตอม่อใต้สะพานจึงได้นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือนำมาขึ้นบนฝั่งปฐมพยาบาล    ต่อมาทราบชื่อ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี เป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่กรุงเทพ เล่าว่า ตนได้คบหากับแฟนหนุ่มมาได้ประมาณ 5 เดือน แฟนหนุ่มทำงานอยู่ที่นครนายก และเป็นช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ตนได้มาเที่ยวหาแฟนที่นครนายก แล้วเกิดมีปัญหาทะเลาะกันตนจึงเกิดความน้อยใจคิดสั้นใช้มีดกรีดแขน และเดินออกมากระโดดที่สะพานแม่น้ำกลางดึกของวันที่ 30 ธันวาคม 2562 แต่ไม่เสียชีวิตตนจึงว่ายน้ำมานั่งอยู่ที่ตอม่อใต้สะพานจนถึงเช้า และได้เห็นนายศรีเมือง เจริญ ผู้ใหญ่บ้าน กำลังรดน้ำผักอยู่ตนจึงได้ตระโกนเรียกขอความช่วยเหลือดังกล่าว ทั้งนี้ตนอยาขอโทษกู้ภัยและชาวบ้านด้วยที่ทำให้เดือดร้อน   ด้าน นายศรีเมือง เจริญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เล่าว่าช่วงเช้าตนได้ออกจากบ้านมาทำสวนรดน้ำผัก ได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือตนจึงสอบถามได้ข้อมูลจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยฯมาช่วยดังกล่าว

 3,866
พระราชสำนัก
26 ธ.ค. 62

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดนครนายก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดนครนายก ดังนี้   วันนี้ เวลา 10 นาฬิกา 10 นาที สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาๆ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ในการนี้ ทรงวางพุ่มดอกไม้ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ศาลาวงกลม   จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินยังหอประชุม โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ทรงเป็นประธานงานรำลึกวันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปิดโรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยม ครบ 110 ปี ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างโรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยมขึ้น เมื่อปี 2445 โดยแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2452 และได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยม เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2452 โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุนกองทุนพัฒนาโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จำนวน 14 ราย   ต่อมาเวลา 13 นาฬิกา 54 นาที เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนองครักษ์ อำเภอองครักษ์ทรงติดตามการดำเนินงานส่งเสริม และพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 7 โดยโรงเรียนแห่งนี้สหศึกษา เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 ปัจจุบันมีนักเรียน 1 พัน 470 คน ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนหนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนในฝัน    โดยเน้นการดำเนินงานเสริมสร้างความรู้ด้านวิชาการ ควบคู่การส่งเสริมความรู้ ความสามารถด้านศิลปะหัตถกรรม และวิขาชีพ ซึ่งได้สนับสนุนให้นักเรียนใช้ความรู้ ความสามารถ อาทิ จัดส่งนักเรียนเป็นตัวแทนระดับภาคไปแข่งขันงานมหกรรมศิลปหัตถกรรม วิชาการ และเทคโนโลยีระดับชาติ ด้านแกะสลัก นาฏศิลป์ และศิลปะ, ด้านการส่งเสริมอาชีพ มีการทำเบเกอรี่และขนม ได้แก่ ช่อม่วง ถุงทอง จำหน่ายที่ห้องสหกรณ์ นำรายได้มาหมุนเวียนใช้จ่ายในห้องคหกรรม รวมทั้ง จัดทำแปลงผักสวนครัว และสวนสมุนไพร ในศูนย์การเรียนรู้ตามแนวหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนฯ ซึ่งมีการเพาะเลี้ยงไส้เดือน เพื่อนำมูลไส้เดือนเป็นปุ๋ยอินทรีย์แทนการใช้ปุ๋ยเคมี ,การจัดทำโรงเรือนมะยงชิดอัจฉริยะ ที่ใช้เทคโนโลยีและการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สร้างระบบควบคุมแสง อุณหภูมิ และการรดน้ำ ผ่านแอปพลิเคชัน บังคับให้มะยงชิดออกช่อดอก และสร้างผลผลิตมากขึ้นตามฤดูกาล    รวมทั้ง กิจกรรมการเรียนการสอนวิชาเกษตร ที่นำผลผลิตจากแปลงผัก และสวนสมุนไพรมาต่อยอดเพิ่มรายได้จากการขาย อาทิ ลูกประคบ, “ช (ชอ-ช้าง) จับมือ” ถุงผ้าสำหรับให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลองครักษ์ ใช้ทำกายภาพบำบัด ในโครงการปันน้ำใจผ่านงานผ้าสู่ผู้ป่วยด้วยมือเรา   โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของโรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครนายก อาทิ โรงเรียนนวมราชานุสรณ์ จัดแสดงเรื่องการออกกำลังสมองด้วยกีฬาบริดจ์ ซึ่งช่วยพัฒนาสมอง ความจำ และสร้างสมาธิให้นักเรียน โดยโรงเรียนได้ตั้งเป็นชุมนุมและส่งนักเรียนไปแข่งขันในระดับชาติและระดับนานาชาติ ที่ผ่านมาได้รับเหรียญเงินจากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ปี 2562    โรงเรียนบ้านนานายกพิทยากร จัดแสดงการเรียนการสอนแบบสตีม ประกอบไปด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปะ และคณิตศาสตร์ นำมาบูรณาการให้นักเรียนทำกิจกรรมส่งเสริมกระบวนการคิดและออกแบบประดิษฐ์หุ่นยนต์สำรวจดาวเคราะห์    โรงเรียนเลขธรรมกิติ์วิทยา  จัดแสดงกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากสารสกัดธรรมชาติ โดยนำมะดัน ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นของตำบลบางอ้อมาเพิ่มมูลค่า ทำเป็นสบู่เหลว เซรั่ม เจลล้างหน้าและโทนเนอร์    โรงเรียนปิยชาติพัฒนาในพระราชูปถัมภ์ฯ จัดแสดงโครงการฟื้นฟูสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โดยมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาให้คำแนะนำ และการทำกล้องจุลทรรศน์ท่อพีวีซี ที่สามารถใช้ทดแทนกล้องจุลทรรศน์ แต่มีข้อดีคือ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าและสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก รวมทั้งจัดทำแป้งฟักทอง เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของฟักทองได้นานขึ้น    โรงเรียนปากพลีวิทยาคาร จัดแสดงกิจกรรมของชมรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยพวน การแสดงฟ้อนประกอบการตีกลองทาน เพื่อให้นักเรียนรู้จักและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ไม่ให้สูญหายไป

 401
ข่าวภูมิภาค
26 ธ.ค. 62

บรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสทั่วไทย 2562

สกลนคร - ชาวคาทอลิก 4 จังหวัด นำขบวนแห่ดาว ซานตาคลอส ซานตี้ เข้าร่วมงานเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส์ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวนับแสน แห่ชมความงามดาวบนดิน   สำหรับรถแห่ดาวปีนี้มี จำนวนกว่า 300 คัน โดยเคลื่อนขบวนให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงดงาม ผ่านไปตามถนนสายต่างๆในเขตเทศบาลนครสกลนคร รวมระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร มุ่งหน้าไปยังบริเวณจัดงานที่ โรงเรียนเซนต์ยอแซฟ หรืออัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ซึ่งเป็นจุดรวมดาวน้อยใหญ่ พร้อมจอดโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้บันทึกภาพ ความงดงามของดาวบนดิน และร่วมเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสอย่างมีความสุขร่วมกัน   นครนายก - ตำรวจจราจรสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก แต่งชุดซานตาคลอส เนื่องในวันคริสต์มาส ยืนโบกรถกลางแยกโรงเรียนอนุบาล พร้อมแจกขนมและหมวกซานตาคลอส   จากการสอบถามดาบตรีธนิต บุษบงค์ ได้เล่าว่าได้ขออนุญาต ผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนตรนายก และเพื่อนตำรวจพร้อมผู้ปกครองเด็กนักเรียนได่ให้การสนับสนุนขนมและหมวกให้นำมาแจกเด็กนักเรียนเนื่องในวันคริสต์มาส เนื่องจากนักเรียนจะต้องหยุดเรียนในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/U0Rkgp3bZS8

 607
สังคม
26 ธ.ค. 62

บรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสทั่วไทย 2562

สกลนคร - ชาวคาทอลิก 4 จังหวัด นำขบวนแห่ดาว ซานตาคลอส ซานตี้ เข้าร่วมงานเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส์ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวนับแสน แห่ชมความงามดาวบนดิน   สำหรับรถแห่ดาวปีนี้มี จำนวนกว่า 300 คัน โดยเคลื่อนขบวนให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงดงาม ผ่านไปตามถนนสายต่างๆในเขตเทศบาลนครสกลนคร รวมระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร มุ่งหน้าไปยังบริเวณจัดงานที่ โรงเรียนเซนต์ยอแซฟ หรืออัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ซึ่งเป็นจุดรวมดาวน้อยใหญ่ พร้อมจอดโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้บันทึกภาพ ความงดงามของดาวบนดิน และร่วมเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสอย่างมีความสุขร่วมกัน   นครนายก - ตำรวจจราจรสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก แต่งชุดซานตาคลอส เนื่องในวันคริสต์มาส ยืนโบกรถกลางแยกโรงเรียนอนุบาล พร้อมแจกขนมและหมวกซานตาคลอส   จากการสอบถามดาบตรีธนิต บุษบงค์ ได้เล่าว่าได้ขออนุญาต ผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนตรนายก และเพื่อนตำรวจพร้อมผู้ปกครองเด็กนักเรียนได่ให้การสนับสนุนขนมและหมวกให้นำมาแจกเด็กนักเรียนเนื่องในวันคริสต์มาส เนื่องจากนักเรียนจะต้องหยุดเรียนในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/U0Rkgp3bZS8

 607
ข่าวภูมิภาค
18 ธ.ค. 62

จ่อแจ้งข้อหาอำพรางศพ 'อ.อ้อย' ลัทธิแปลก อ้างศพใกล้ฟื้นแต่โดนจับก่อน ซัดคนใจไม่บริสุทธิ์จะได้กลิ่นเหม็น

นครนายก-จากกรณีชาวบ้านแจ้งว่าได้กลิ่นเหม็นคล้ายซากศพโชยออกมาจากทาวน์เฮาส์แห่งหนึ่งใน ต.นครนายก อ.เมือง จ.นครนายก โดยพบศพนายสรวุติ เดชทวี อายุ 62 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา นอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน คนในบ้านอ้างว่าผู้ตายป่วยมารักษาโรคมะเร็งลื่นล้มในห้องน้ำเสียชีวิต โดยมีหมอนวดแผนไทยนับถือลัทธิหนึ่งเก็บศพไว้กว่าครึ่งเดือนหวังให้ฟื้นคืนชีพ   ล่าสุด นางนวลลออ บังบานศรี อายุ 60 ปี หรืออาจารย์อ้อย และผู้ช่วยชื่อ น.ส.พุฒนันท์  สดมณี อายุ 49 ปี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยอาจารย์อ้อย นั่งนิ่ง สีหน้านิ่งเฉยให้การวกวนพูดไม่ค่อยรู้เรื่องบอกกับว่า ตนมีความเชื่อในพระเจ้า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอำนาจพลังของพระเจ้า ตนไม่ได้กลิ่นเหม็นเพราะว่ามีจิตใจที่บริสุทธิ์ หากคนที่ไม่มีจิตใจบริสุทธิ์ก็จะได้กลิ่นเหม็น คิดว่าทุกคนคงเข้าใจ เราไม่ใช่ร่างทรงของพระบิดา ทุกคนเข้าใจผิดกันไปเอง เราไม่ได้กลัวอะไรแม้ในบ้านจะมีคนตาย   ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งอาจารย์อ้อยบอกว่าพวกคุณไม่เข้าใจกลับไปเถอะ เราไม่ผิดอยู่แล้ว ให้เกียรติพวกเราบ้าง เดี๋ยวคุณก็ได้คำตอบในใจคุณเอง  ทุกคนเรียนภาษาไทยก็ต้องรู้ คนมีความเชื่อก็จะเข้าถึงศาสตร์นี้ ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามก็ส่ายหน้าตลอดไม่ยอมพูดคุยไล่ให้กลับอย่างเดียวเพราะได้ข้อมูลเยอะแล้ว คนที่ตายมีโอกาสจะฟื้นอยู่ที่พระเจ้า เราอยู่ด้วยความเชื่อ เมื่อสอบถามว่าพิธีที่ทำเป็นพิธีกรรมอะไร ของศาสนาอะไร อาจารย์อ้อยบอกคิดว่าคุณคงเข้าใจ   ด้าน น.ส.พุฒนันท์ กล่าวว่า เราไม่ได้ทำอะไรเลย เราแค่สวดมนต์อธิษฐานขอพระเจ้าเท่านั้น เป็นอธิษฐานทั่วไปไม่มีอะไรมาก ส่วนคนที่เดินทางมาอยู่ด้วยก็เพราะว่าเรามีความเชื่อที่เหมือนกัน ไม่ได้ชักชวน มาอยู่ด้วยกันก็ไม่ได้มีการคิดเงินอะไร เราไม่ได้รักษาแต่เราแค่ช่วยกันอธิษฐานเท่านั้น ที่มีคนพูดว่า 2 วันจะฟื้นตนไม่ได้พูด เราศรัทธาและเลื่อมใสในพระเจ้า   เรื่องที่เกิดขึ้นเราไม่กลัวอะไรเลย เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราไม่ได้เจตนาใด ๆ เราไม่ได้เป็นคนฆ่า มันไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าคนที่ตายไปแล้วทำพิธีกรรมดังกล่าวให้เคยฟื้นหรือไม่ น.ส.พุฒนันท์ หันมองหน้านักข่าวด้วยสายตาไม่พอใจ และระบุว่าเรามีสิทธิ์ที่จะไม่พูด   ขณะที่เพื่อนบ้านบอกว่า ไม่เชื่อเรื่องลัทธิเพราะ คนเราเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องปกติ และอยากให้อาจารย์อ้อยและพวกย้ายออกไปจากหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังพบว่า อาจารย์อ้อย ได้เช่าบ้านไว้อีกหลังห่างจากบ้านเกิดเหตุ 4 ห้องแถว พบถุงพลาสติกมีกระดาษสอนวิธีการนวดกดจุดและแผ่นซีดี   ทางฝั่ง ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครนายก เผยว่า พนักงานสอบสวนได้เชิญตัว อาจารย์อ้อยและผู้ช่วย พร้อมด้วยญาติผู้ตายมาสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อดูว่ารักษาผิดประเภทหรือไม่ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาอาจารย์อ้อย มีคนตายในบ้านโดยไม่แจ้งภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนศพผู้ตายต้องรอผลชันสูจน์ก่อน เพื่อพิจารณาแจ้งข้อหาปิดบังอำพรางศพหรือไม่ ก่อนจะดำเนินคดีกับอาจารย์อ้อยต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NUXjXkw-m2s

 9,990
สังคม
18 ธ.ค. 62

จ่อแจ้งข้อหาอำพรางศพ 'อ.อ้อย' ลัทธิแปลก อ้างศพใกล้ฟื้นแต่โดนจับก่อน ซัดคนใจไม่บริสุทธิ์จะได้กลิ่นเหม็น

นครนายก-จากกรณีชาวบ้านแจ้งว่าได้กลิ่นเหม็นคล้ายซากศพโชยออกมาจากทาวน์เฮาส์แห่งหนึ่งใน ต.นครนายก อ.เมือง จ.นครนายก โดยพบศพนายสรวุติ เดชทวี อายุ 62 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา นอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน คนในบ้านอ้างว่าผู้ตายป่วยมารักษาโรคมะเร็งลื่นล้มในห้องน้ำเสียชีวิต โดยมีหมอนวดแผนไทยนับถือลัทธิหนึ่งเก็บศพไว้กว่าครึ่งเดือนหวังให้ฟื้นคืนชีพ   ล่าสุด นางนวลลออ บังบานศรี อายุ 60 ปี หรืออาจารย์อ้อย และผู้ช่วยชื่อ น.ส.พุฒนันท์  สดมณี อายุ 49 ปี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยอาจารย์อ้อย นั่งนิ่ง สีหน้านิ่งเฉยให้การวกวนพูดไม่ค่อยรู้เรื่องบอกกับว่า ตนมีความเชื่อในพระเจ้า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอำนาจพลังของพระเจ้า ตนไม่ได้กลิ่นเหม็นเพราะว่ามีจิตใจที่บริสุทธิ์ หากคนที่ไม่มีจิตใจบริสุทธิ์ก็จะได้กลิ่นเหม็น คิดว่าทุกคนคงเข้าใจ เราไม่ใช่ร่างทรงของพระบิดา ทุกคนเข้าใจผิดกันไปเอง เราไม่ได้กลัวอะไรแม้ในบ้านจะมีคนตาย   ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งอาจารย์อ้อยบอกว่าพวกคุณไม่เข้าใจกลับไปเถอะ เราไม่ผิดอยู่แล้ว ให้เกียรติพวกเราบ้าง เดี๋ยวคุณก็ได้คำตอบในใจคุณเอง  ทุกคนเรียนภาษาไทยก็ต้องรู้ คนมีความเชื่อก็จะเข้าถึงศาสตร์นี้ ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามก็ส่ายหน้าตลอดไม่ยอมพูดคุยไล่ให้กลับอย่างเดียวเพราะได้ข้อมูลเยอะแล้ว คนที่ตายมีโอกาสจะฟื้นอยู่ที่พระเจ้า เราอยู่ด้วยความเชื่อ เมื่อสอบถามว่าพิธีที่ทำเป็นพิธีกรรมอะไร ของศาสนาอะไร อาจารย์อ้อยบอกคิดว่าคุณคงเข้าใจ   ด้าน น.ส.พุฒนันท์ กล่าวว่า เราไม่ได้ทำอะไรเลย เราแค่สวดมนต์อธิษฐานขอพระเจ้าเท่านั้น เป็นอธิษฐานทั่วไปไม่มีอะไรมาก ส่วนคนที่เดินทางมาอยู่ด้วยก็เพราะว่าเรามีความเชื่อที่เหมือนกัน ไม่ได้ชักชวน มาอยู่ด้วยกันก็ไม่ได้มีการคิดเงินอะไร เราไม่ได้รักษาแต่เราแค่ช่วยกันอธิษฐานเท่านั้น ที่มีคนพูดว่า 2 วันจะฟื้นตนไม่ได้พูด เราศรัทธาและเลื่อมใสในพระเจ้า   เรื่องที่เกิดขึ้นเราไม่กลัวอะไรเลย เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราไม่ได้เจตนาใด ๆ เราไม่ได้เป็นคนฆ่า มันไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าคนที่ตายไปแล้วทำพิธีกรรมดังกล่าวให้เคยฟื้นหรือไม่ น.ส.พุฒนันท์ หันมองหน้านักข่าวด้วยสายตาไม่พอใจ และระบุว่าเรามีสิทธิ์ที่จะไม่พูด   ขณะที่เพื่อนบ้านบอกว่า ไม่เชื่อเรื่องลัทธิเพราะ คนเราเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องปกติ และอยากให้อาจารย์อ้อยและพวกย้ายออกไปจากหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังพบว่า อาจารย์อ้อย ได้เช่าบ้านไว้อีกหลังห่างจากบ้านเกิดเหตุ 4 ห้องแถว พบถุงพลาสติกมีกระดาษสอนวิธีการนวดกดจุดและแผ่นซีดี   ทางฝั่ง ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครนายก เผยว่า พนักงานสอบสวนได้เชิญตัว อาจารย์อ้อยและผู้ช่วย พร้อมด้วยญาติผู้ตายมาสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อดูว่ารักษาผิดประเภทหรือไม่ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาอาจารย์อ้อย มีคนตายในบ้านโดยไม่แจ้งภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนศพผู้ตายต้องรอผลชันสูจน์ก่อน เพื่อพิจารณาแจ้งข้อหาปิดบังอำพรางศพหรือไม่ ก่อนจะดำเนินคดีกับอาจารย์อ้อยต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NUXjXkw-m2s

 9,990
สังคม
18 ธ.ค. 62

ข่าวดี๊ดีกับพี่คำรณ ตอนกิจกรรมดีๆ ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ

ข่าวดี๊ดีกับพี่คำรณ อบต.ชุมพล อ. องครักษ์ จ.นครนายก พื้นที่อยู่ร่วมกัน 3 เชื้อชาติระหว่างชาวไทยมุสลิม ไทยพุทธ และไทยมอญ ซึ่งสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขทั้งยังได้รับรางวัลเกี่ยวกับวัฒนธรรมของตำบลสุขภาวะดีเด่นแห่งชาติ เนื่องจากมีการส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาสุขภาพของผู้สูงอายุอย่างสม่ำเสมอ

 578

Top