ค้นหา :

ผลการค้นหา "ศานิตย์"

สังคม-อาชญากรรม
27 มิ.ย. 60

กรมโรงงานฯ สั่งปิดบ่อบำบัด cpf 30 วัน 'ศานิตย์' ทดสอบยืนบนฝาท่อ ยันรับน้ำหนักได้

จากเหตุนักศึกษาและเจ้าหน้าที่โรงงานพลัดตกบ่อบำบัดน้ำเสียในโรงงาน เสียชีวิตรวม 5 ราย ล่าสุดกรมโรงงานอุตสาหกรรมสั่งปิด ส่วนบำบัดน้ำเสียของโรงงานดังกล่าวเป็นเวลา 30 วัน พร้อมสั่งแก้ไขให้ถูกต้องตามข้อกำหนดความปลอดภัย   นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่าจากการตรวจสอบพบว่า บ่อดังกล่าวเป็นบ่อบำบัดน้ำเสียที่แยกไขมันออกแล้ว ก่อนส่งเข้าสู่ระบบบำบัดแบบตะกอนเร่ง มีขนาด 3x4 เมตร ลึก 2.5 เมตร เมื่อนักศึกษาพลัดตกลงไป ทำให้คนที่อยู่ข้างบนตกใจ และลงไปช่วยโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยจนเป็นเหตุให้ขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิต จุดเกิดเหตุยังมีสิ่งกีดขวางอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้การเข้าช่วยเหลือทำได้ยากลำบาก ไม่ถูกต้องตามหลักสากลที่จะต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง รวมถึงในบ่อบำบัดดังกล่าวไม่มีบันไดภายในบ่อ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรต้องมี   ส่วนค่าปริมาณก๊าซและค่าอ๊อกซิเจน ที่ตรวจวัดได้ในพื้นที่เกิดเหตุ ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ที่ไม่ส่งผลอันตรายต่อตัวมนุษย์ได้ แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนในเรื่องของระยะเวลาขณะเกิดเหตุ กับเวลาที่เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ เนื่องจากสภาพภายในบ่อน้ำบำบัด ตอนเกิดเหตุมีน้ำอยู่ในบ่อพัก แต่ช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบมีการสูบน้ำออกไปหมดแล้ว ในส่วนนี้ก็เป็นตัวแปรที่ทำให้ค่ามีความคลาดเคลื่อนได้เช่นกัน   เบื้องต้นกรมโรงงานอุตสาหกรรม สั่งให้โรงงานดังกล่าวหยุดประกอบกิจการในส่วนบำบัดน้ำเสียนาน 30 วัน จนกว่าจะมีการปรับปรุงระบบความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น   ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เข้าตรวจสอบภายในบริษัท ซีพีเอฟ ได้จำลองเหตุการณ์ขึ้นไปยืนบนฝาท่อบำบัดน้ำเสีย พบว่ามีความแข็งแกร่ง รับน้ำหนักได้ แต่ไม่พบกล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุ ทั้งนี้ความคืบหน้าทางคดีได้สอบปากคำไปแล้วกว่า 10 ปาก รวมทั้งเพื่อนของนิสิตที่เห็นเหตุการณ์ ขณะที่พนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้อง 1 ราย สอบเพิ่ม พร้อมรับทราบข้อกล่าวหาฐานกระทำการประมาท    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kV1TP5fnxvI  

 9,737
สังคม-อาชญากรรม
14 มิ.ย. 60

จ่อยิงหนุ่มขับรถตู้รับจ้าง เสียชีวิตกลางซอยประดิพัทธ์ 21 พยานชี้เบาะแสปมชู้สาว

จนท.รับแจ้งมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 3 นัด เสียชีวิตภายในรถตู้ส่วนบุคคล ภายในซอยประดิพัทธ์ 21 เขตจตุจักร เบื้องต้นจากการตรวจสอบทราบชื่อคือ นายสุพจน์ แม้นรัมย์ อายุ 29 ปี อาชีพขับรถตู้รับจ้าง ถูกยิงที่ศีรษะ กระพุ้งแก้ม และลำตัวด้านซ้าย ใกล้บริเวณศพพบปลอกกระสุนตกอยู่ 3 ปลอก   พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพอจะทราบเบาะแสของคนร้ายแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว เบื้องต้นพบผู้ลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยให้น้ำหนักไปที่ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว เช่นเรื่องธุรกิจรถรับจ้าง ปมชู้สาว ขัดแย้งผลประโยชน์ แต่เชื่อได้ว่าคดีนี้คนร้ายมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี และหวังผลถึงแก่ชีวิต ส่วนจะเป็นข้าราชการหรือข้าราชการเกษียนอายุหรือไม่ ยังไม่ขอสรุป ยืนยันว่ามีภาพวงจรปิดที่พอจะเห็นพฤติการณ์ในการลงมือ ซึ่งได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนไปดำเนินการต่อแล้ว คาดว่าจะเร่งออกหมายจับได้ในคืนนี้ และไม่เกิน 1-2 วันนี้น่าจะมีข่าวดี   พยานเห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุทราบว่าผู้เสียชีวิตเพิ่งกลับจากไปทำบุญที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมานั่งดื่มสุราอยู่หน้าจุดเกิดเหตุกับเพื่อนเมื่อช่วงหัวค่ำ จากนั้นเห็นว่ามีการพูดคุยกับชายคนหนึ่งและมีปากเสียงกัน ก่อนจะถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งหลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ยืนยันว่าเคยเห็นคนที่ก่อเหตุ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกันกับคนร้าย โดยชายคนดังกล่าวเป็นอดีตข้าราชการเกษียนอายุ ซึ่งเข้ามาติดพันแฟนสาวของผู้เสียชีวิต เคยหาซื้อข้าวของเครื่องใช้มาให้บ่อยครั้ง ที่ผ่านมาเคยเตือนเรื่องนี้กับแฟนสาวผู้เสียชีวิตแล้วให้ระวังตัวอย่าไปยุ่งเกี่ยว แต่ยังเห็นชายคนดังกล่าวคอยซื้อของมาให้อย่างสม่ำเสมอ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qffJawwGXd8    

 13,213
สังคม-อาชญากรรม
11 มิ.ย. 60

พล.ต.ท.ศานิตย์ สั่งขยายผลคดีอุ้มนักธุรกิจญี่ปุ่นเรียกค่าไถ่ เชื่อมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกหลายคน

ความคืบหน้าจากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังเข้าช่วยเหลือ นายวาตานาเบ้ ซินามิ นักธุรกิจเกี่ยวกับบริษัทเครื่องมือการแพทย์ หลังถูกคนร้ายเป็นชาวญี่ปุ่น 3 คน จับตัวมากรรโชกทรัพย์ จากย่านแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา จากนั้นได้พามากักขังไว้ที่อพาร์ทเมนท์ย่านซอยเอกมัย 23 โดยพบนายวาตานาเบ้ ถูกมัดด้วยสายไฟอยู่บนเตียง สภาพถูกทรมานโดนตีด้วยไม้เบสบอลที่ขาซ้ายเป็นบาดแผล ขาขวาหัก และลำตัวช้ำนั้น    ล่าสุด พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร  ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้แถลงข่าวหลังเข้าสอบปากคำ 3 ผู้ต้องหาชาวญี่ปุ่น นายมาซาโตะ โคบาริ, นายเลโอ ชูรุโซเอะ และ นายคิโยโต มิยาตะ ด้วยตัวเอง โดยผู้ต้องหาอ้างว่าสาเหตุที่ขัดแย้งกัน เนื่องจากผู้เสียหายได้ว่าจ้างไปต่อเติมบ้านในประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และได้ขโมยวัตถุโบราณราคาประมาณ 15 ล้านบาท ผู้เสียหายจึงแจ้งความดำเนินคดีทำให้กลุ่มคนร้ายโกรธแค้น จึงตามมาก่อเหตุในไทย โดยมีเอกสารเป็นลายมือภาษาญี่ปุ่น เกี่ยวกับการเตรียมขั้นตอนการลักพาตัวที่พบในห้องพัก แต่อ้างว่าต้องการเพียงแค่สั่งสอนไม่ได้ประสงค์ถึงชีวิต ส่วนเลื่อยที่พบในบ้านพักนำมาใช้เลื่อยไม้เพื่อดามขาของผู้บาดเจ็บเท่านั้น ซึ่งตำรวจยังไม่เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา และให้น้ำหนักไปที่ประเด็นการปล้นทรัพย์ แต่การก่อเหตุครั้งนี้ยังคาดว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุอีกหลายคน ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล   ทั้งนี้ตำรวจพบว่าข้อนิ้วก้อยข้างซ้ายของนายมาซาโตะหายไป และมีรอยสักคล้ายสมาชิกแก๊งยากูซ่า แต่ชื่อไม่พบในสาระบบคนร้ายของตำรวจญี่ปุ่น คาดว่าน่าจะเป็นสมาชิกปลายแถว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาปล้นทรัพย์ ,กักขังหน่วงเหนี่ยวและทำให้สูญเสียอิสรภาพ และ ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ โดยทางนายเลโอปฏิเสธเซ็นชื่อในชั้นจับกุม และขอให้การในชั้นสอบสวน ส่วนนายคิโยโต้ให้การปฏิเสธทุกข้อหา ส่วนนายมาซาโตะขอปฏิเสธข้อหาปล้นทรัพย์แต่รับสารภาพในข้อหาที่เหลือ เจ้าหน้าที่นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   โดยหลังจากสอบสวนเสร็จแล้ว พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ฝากขัง ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ZjAu2k-C-AU  

 10,312
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ค. 60

'ศรีวราห์' ยันเกิดระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ 'ศานิตย์' แก้ลำบอกเป็นกลยุทธ์สับขาหลอก

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงเหตุเสียงคล้ายระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ เมื่อคืนวันที่ 15 พค.ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยืนยันได้ว่าเป็นเหตุระเบิด โดยผู้ก่อเหตุใช้ โปตัสเซี่ยมคลอเรต ซึ่งเป็นสารที่ใช้ประกอบวัตถระเบิด และใช้ดินระเบิดน้อยกว่าปกติประกอบในท่อพีวีซี ที่พบทำให้ไม่พบเขม่าดินปืน จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาโดยคนร้ายมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อกวน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหน้ากองสลากที่ผ่านมาหรือไม่นั้น ต้องรอผลพิสูจน์จากรอยบัดกรีก่อน   ขณะที่พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่าที่เบื้องต้นระบุเหตุดังกล่าวไม่ใช่เหตุคนร้ายลอบวางระเบิด เพราะเป็นกลยุทธ์สับขาหลอก ให้คนร้ายตายใจ แต่แท้จริงแล้วตำรวจทำงานกันในทางลับ ทั้งนี้ต้องนำไปพิสูจน์ทราบให้ชัดเจนอย่างเป็นทางการครั้งว่า เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่หน้ากองสลากฯเก่าหรือไม่ แต่ยืนยันว่าตอนดูที่เกิดเหตุทีแรกไม่เห็นอะไรเลย มีเพียงท่อพีวีซีขาตั้งป้ายที่แตกหักแล้วก็ไม่มีกลิ่นไหม้ แต่ก็ได้นำท่อพีวีซีไปส่งตรวจห้องแล็บหาคราบเขม่าดินปืน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jARKIXNiUCo    

 13,454
สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ค. 60

สั่งตรวจต้นไม้เลียบถนนในกรุงกว่า 50 เขต ป้องกันอุบัติเหตุช่วงหน้าฝน

จากกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากต้นไม้หัดโค่นบนถนนชิดลม รองผู้ว่ากทม. สั่ง สำนักงานเขต กทม. ทั้ง 50 เขต สำรวจต้นไม้ใหญ่ พร้อมให้บำรุงรักษาดูแลอย่างดี ขณะที่ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลขออนุมัติหมายศาลอาญากรุงเทพใต้ ดำเนินคดีนิติบุคคล บริษัทดังกล่าวแล้ว   นายจักรพันธ์ ผิวงาม รองผู้ว่า กทม. กล่าวถึงมาตราการการดูแลต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า จากการสำรวจเก็บข้อมูลพบว่า กทม. มีต้นไม้ยืนต้นทั้งหมด 3,186,640 ต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นไม้ประเภทไม้ล้อมที่ไม่มีรากแก้ว มีแต่รากแขนงที่ไม่แข็งแรง เมื่อสภาพดินอุ้มน้าในปริมาณที่มากๆ โอกาสที่จะโค่นล้มเป็นไปได้ง่าย ชึ่ง กทม. มีมาตราฐานในการดู 6 ขี้นตอนคือ 1.) หมั่นใส่ปุ๋ยดูแลให้แข็งแรง 2.) ดูแลกำจัดศัตรูพืช วัชพืช และกาฝากสม่ำเสมอ 3.) คอยตัดแต่งให้สวยงามไม่ให้สูงเท่าสายไฟที่จะเกี่ยวได้ 4.) ควรมีไม้พยุงหรือค้ำยันไว้ 5.) หากสภาพควรมีการศัลยกรรม ต้องมีทีมเข้ามาดูแลทันที และ 6.) หากไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ได้ ต้องล้อมออกนอกพื้นที่ทันที   ซึ่งล่าสุดสั่งการให้เจ้าหน้่าที่ทั้ง 50 เขต สำรวจต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่พร้อมบำรุงรักษาดูแลเป็นอย่างดี ให้อยู่ในสถาพแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด   ขณะที่ พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องตันได้สอบปากคำผู้เขี่ยวชาญ รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ให้ออกหมายจับนิติบุคคลของบริษัท ข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายคาดว่า หมายจับน่าจะออกวันนี้ช่วงเวลา 4-5 โมงเย็นนี้ นอกจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานใหละเอียดที่สุด หากพบใครมีส่วนเกี่ยวข้องจะออกหมายจับเพิ่มเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WWCFnJAHfco    

 9,753
สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ค. 60

ไม่ใช่ระเบิด! ผบช.น. ยันไม่พบเขม่าดินปืน หน้าโรงละครแห่งชาติ ขออย่าตื่นตระหนก

จากกรณีเกิดเสียงดังคล้ายระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด หรืออีโอดี เข้าตรวจสอบมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย เป็นหญิง หูอื้อ 1 คน และบาดเจ็บที่ขา 1 คน นั้น   โดยผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน เผยว่า ขณะยืนรอรถประจำทาง บริเวณหน้าโรงละครแห่งชาติ ได้ยินเสียงตู้มดังขึ้น และได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำผู้บาดเจ็บไปรักษาที่เต็นแพทย์สนาม ของกองอำนวยการสนามหลวง   ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ส่วนตัวยืนยันไม่ใช่วัตถุระเบิด ตรวจสอบแล้วไม่มีเขม่าดินปืน ไม่มีส่วนประกอบระเบิด เหตุเกิดจากลมพัดแรง ทำให้ท่อยึดป้ายแผนผังประชาสัมพันธ์ของสนามหลวงหักและแตก จนกระทบผู้ที่ยืนรอรถประจำทาง ทั้งนี้ ขอให้รอผลตรวจสอบจากนักวิทยาศาสตร์หรือผู้เชี่ยวชาญ ขณะนี้ขอให้ประชาชนสบายใจ ไม่ต้องตื่นตระหนก ตำรวจและทหารดูแลอย่างต่อเนื่อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wAVmasaU370    

 9,460
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ค. 60

สั่งเด้ง ผบก.น.1 เซ่นบุกจับผับดังย่านข้าวสาร ตรวจนักเที่ยวเจอฉี่ม่วง 66 คน

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.วัชรพงศ์ ดำรงค์ศรี ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1)เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลมอบหมาย และให้ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. รักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผบก.น.1 อีกหน้าที่หนึ่ง โดยไม่ขาดจากตำแหน่งเดิม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง   โดยคำสั่งดังกล่าว ระบุสาเหตุว่า ด้วยกองบัญชาการตำรวจนครบาลมีเหตุผลจำเป็นในการให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ เพื่อไม่ให้เกิดความความเสียหายแก่ทางราชการ และให้เป็นไปตามนโยบายการป้องกันปราบปรามอบายมุขในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบ กองบัญชาการตำรวจนครบาล รวมทั้งเพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ   สำหรับคำสั่งดังกล่าวเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกจับผับดัง  Zad Club ย่านถนนข้าวสาร ใกล้วัดบวรฯ และไม่ไกลจาก สน.ชนะสงคราม หลังชาวบ้านร้องเรียน พบปล่อยให้เยาวชนต่ำกว่า 20 เข้ามาใช้บริการ จำนวน 25 คน พบฉี่ม่วงมากถึง 66 คน โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.วัชรพงศ์ ดำรงค์ศรี ผู้บังคับการจตำรวจนครบาล 1 ได้สั่งการให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมกับมีคำสั่งให้  ผกก. /รองผกก. และสว.ที่รับผิดชอบ หรือ 5 เสือ สน.ชนะสงคราม ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ให้มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (ศปก.บก.น.1) เป็นเวลา 30 วันแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fl6VFfI6e-c    

 12,040
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ค. 60

'ศานิตย์' เซ็นคำสั่งเด้ง ผบก.น.1 เซ่นฝ่ายปกครองบุกจับผับดังย่านถนนข้าวสาร

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.วัชรพงศ์ ดำรงค์ศรี ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1)เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลมอบหมาย และให้ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. รักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผบก.น.1 อีกหน้าที่หนึ่ง โดยไม่ขาดจากตำแหน่งเดิม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง        โดยคำสั่งดังกล่าว ระบุสาเหตุว่า ด้วยกองบัญชาการตำรวจนครบาลมีเหตุผลจำเป็นในการให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ เพื่อไม่ให้เกิดความความเสียหายแก่ทางราชการ และให้เป็นไปตามนโยบายการป้องกันปราบปรามอบายมุขในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบ กองบัญชาการตำรวจนครบาล รวมทั้งเพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ        สำหรับคำสั่งดังกล่าวเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกจับผับดัง  Zad Club ย่านถนนข้าวสาร ใกล้วัดบวรฯ และไม่ไกลจาก สน.ชนะสงคราม หลังชาวบ้านร้องเรียน พบปล่อยให้เยาวชนต่ำกว่า 20 เข้ามาใช้บริการ จำนวน 25 คน พบฉี่ม่วงมากถึง 66 คน โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.วัชรพงศ์ ดำรงค์ศรี ผู้บังคับการจตำรวจนครบาล 1 ได้สั่งการให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมกับมีคำสั่งให้  ผกก. /รองผกก. และสว.ที่รับผิดชอบ หรือ 5 เสือ สน.ชนะสงคราม ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ให้มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (ศปก.บก.น.1) เป็นเวลา 30 วันแล้ว       ขอบคุณภาพ : กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 บช.น.

 17,408
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 พ.ค. 60

ชาวเน็ตชม! สน.ท่าเรือ ผุดไอเดียเจ๋งให้ 'สอบลดค่าปรับจราจร' แจงอยากให้ผู้ขับขี่รู้กม.มากขึ้น

โลกออนไลน์แชร์ภาพของผู้ใช้เฟซบุ๊ก เบ็น พรหมเพ็ชร์ หลังเดินทางไปที่ สน.ท่าเรือ และพบกับโต๊ะคอมพิวเตอร์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดป้ายไว้ว่า โครงการ สอบได้ให้ลด (ค่าปรับจราจร)  พร้อมระบุข้อความว่า “มีแบบนี้ก็ดี สอบได้ก็ได้ลดค่าปรับ”   ล่าสุด ทีมข่าวเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ได้ลงพื้นที่ไปยังสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ และพบผู้ขับขี่ที่ถูกตำรวจจราจรให้ใบเปรียบเทียบปรับเข้าทดสอบที่คอมพิวเตอร์ตัวดังกล่าว ซึ่งพบว่าเป็นข้อสอบเกี่ยวกับกฎหมายจราจร    ด้าน พ.ต.ท.ปรัชญา กระแสร์ลาภ สารวัตรจราจร สน.ท่าเรือ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นแนวคิดจากการที่ พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ได้ให้นโยบายว่าให้มีนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับกฎหมายจราจรที่ผู้ใช้รถควรมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่เปรียบปรับ แต่ให้ได้ความรู้ด้วย ตนจึงเสนอไปยัง พันตำรวจเอกสมบัติ แก่นวิจิตร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ ให้ทำโครงการสอบได้ให้ลด (ค่าปรับ) ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาก็เห็นด้วย      สำหรับโครงการดังกล่าว จะใช้สำหรับผู้ที่ทำผิดกฎจราจรตามข้อกล่าวหา 1.ขับรถไม่สวมหมวกนิรภัย 2.ขับรถไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 3.ขับรถไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่ 4.ใช้รถที่มีเครื่องอุปกรณ์ ส่วนควบไม่ครบถ้วน  5. จอดรถล้ำแนว (จอมล้ำ)     โดยผู้ขับขี่ต้องลงชื่อสมัครใจเข้าทดสอบความรู้ พร้อมแสดงใบสั่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้อ่านข้อกฎหมายจราจรที่เตรียมไว้ให้ไม่เกิน 15 นาที ก่อนที่จะเข้าทดสอบที่เครื่องคอมพิวเตอร์ 30 ข้อ โดยให้เวลาทำ 15 นาที เกณฑ์ผ่าน 80 เปอร์เซ็น หรือ 24 ข้อ ซึ่งเมื่อผ่านก็จะพบพนักงานสอบสวน เพื่อเปรียบเทียบปรับในอัตราต่ำสุดคือ 100 บาท       โครงการดังกล่าวหวังว่าจะทำให้ผู้ขับขี่รับรู้ข้อกฎหมายมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ไม่กระทำผิดซ้ำ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะมีการบันทึกสถิติผู้เข้าสอบ โดยจะให้ 1 ครั้งต่อเดือน และหากมีการกระทำผิดซ้ำก็จะเปรียบเทียบปรับตามปกติ ซึ่งโครงการนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ขับขี่รถ               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/jsn-LY07f2k  

 14,265
สังคม-อาชญากรรม
19 เม.ย. 60

รวบแก๊งคนไทย-เขมร ตระเวนตัดสายคล้องคอซองกันน้ำ นทท.เล่นสงกรานต์

พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวการจับกุมแก๊งกรีดซองกันน้ำ ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุมีแก๊งกรีดซองกันน้ำนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำในสถานที่ต่างๆ ที่มีผู้คนคับคั่ง อย่างย่าน RCA ถนนสีลม ถนนข้าวสาร   ได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน เป็นชาวกัมพูชา 3 ราย คนไทย 1 ราย และยังมีผู้หลบหนีอีก 1 ราย โดยพฤติการณ์ของคนร้าย จะเข้าไปในสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมาก จากนั้นใช้มีดที่ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในซองหมากฝรั่งตัดสายคล้องคอซองกันน้ำผู้เสียหาย ก่อนส่งต่อให้เพื่อนร่วมแก๊ง ที่ยืนบังเดินออกไป เอาทรัพย์สินที่ได้เดินออกไป   ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุร่วมกันจริง ในหลายท้องที่ในช่วงเทศกรานต์ส่งกรานต์ ที่สีลม 5 ครั้ง ถนนข้าวสาร 15 ครั้ง และRCA อีก 5 ครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KUd_LBIzwn0

 11,726
สังคม-อาชญากรรม
10 เม.ย. 60

รวบแก๊งปลอมวุฒิการศึกษา รับสั่งทำผ่านเน็ต ใช้สมัครงานเอกชน

พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงการติดตามจับกุม แก๊งปลอมวุฒิการศึกษา และเอกสารสำคัญทางราชการ ที่ประกาศซื้อขายผ่านโซเซียลมีเดีย พบของกลางเป็นตราประทับสถาบันต่างๆ และเอกสารปลอมจำนวนมาก ชี้ลูกค้าส่วนใหญ่จะสั่งทำวุฒิ ม.3 ม.6 และ กศน. เพื่อใช้สมัครงานบริษัทเอกชน เนื่องจากการตรวจเอกสารไม่เข้มงวดเท่ากับของราชการ ค่าบริการมีตั้งแต่ 3,500 บาท ถึง 9,800 บาท เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันปลอมแปลงเอกสารราชการ โทษจำคุก 6 เดือนถึง 5 ปี ปรับ 1,000 ถึง 10,000 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lzLzWZ9z37U  

 10,276
สังคม-อาชญากรรม
07 เม.ย. 60

เร่งล่ามือระเบิดข้างกองสลาก 'ศรีวราห์' ระบุได้หลักฐานวงจรปิดเห็นตัวคนร้ายชัดเจน

จากคดีระเบิดบริเวณถังขยะของกรุงเทพมหานคร ริมรั้วข้างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถนนราชดำเนินกลาง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดล่ามือระเบิด คาดโทษหัวหน้าสถานี หากเกิดเหตุซ้ำซากอีก   ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุได้หลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่พบเห็นตัวคนร้ายอย่างชัดเจนแล้ว ซึ่งเป็นผู้ชายที่นำมาวางไว้ก่อนเดินหลบหนีออกไป ซึ่งกล้องวงจรปิดอีกตัวสามารถจับภาพได้ โดยขณะนี้ตนเองเร่งสั่งการให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทุกตัวเพื่อหาเส้นทางการหลบหนีภายหลังจากก่อเหตุรวมถึงเส้นทางก่อนเกิดเหตุด้วย โดยการก่อเหตุของคนร้ายในครั้งนี้คาดว่าต้องการสร้างความปั่นป่วนเพื่อสร้างสถานการณ์เท่านั้น ไม่ได้ต้องการให้เกิดความรุนแรง เนื่องจากตัวระเบิดเป็นชนิดที่ไม่รุนแรง มีอำนาจทำลายล้างเพียง 2-3 เมตร ไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I9GuXzUXgJE  

 9,951
สังคม-อาชญากรรม
30 มี.ค. 60

ผบช.น.ระบุ ตร.ส่งสำนวน คดีทายาทกระทิงแดงให้อัยการแล้ว

จากกรณีที่สื่อต่างชาติวิจารณ์กระบวนยุติธรรมของไทย จากคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อกระทิงแดง ที่ก่อเหตุขับรถเฟอร์รารี่ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 ว่าการดำเนินคดีล่าช้ามาแล้วเกือบ 5 ปี โดยนายวรยุทธไม่เข้าพบเจ้าหน้าที่ตามหมายเรียก แต่จะให้ทนายความเดินทางไปแทน และอ้างว่าป่วยหรือเดินทางไปทำธุรกิจต่างประเทศ ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ขณะที่อายุความในหลายข้อหาจะหมดลงในปีนี้   ล่าสุด พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าตำรวจได้ส่งสำนวนคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทกระทิงแดงให้อัยการแล้ว ซึ่งคดีนี้เกิดเหตุก่อนที่ตนเองเข้ารับตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล การทำสำนวนคดีเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ไม่จำเป็นต้องรายงานตนเองทุกเรื่อง   พร้อมปฏิเสธไม่ตอบคำถาม กรณีการส่งผลสอบสวนเพิ่มให้อัยการ โดยพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เป็นผู้ดูแล ส่วนกรณีสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่าคดีล่าช้ามาเกือบ 5 ปี โดยนายวรยุทธ ไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก แต่ได้ให้ทนายความเดินทางไปแทน โดยอ้างป่วยหรือเดินทางไปทำธุรกิจต่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอตรวจสอบก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9gG6D-KVl5U    

 11,230
สังคม-อาชญากรรม
24 มี.ค. 60

รวบ 'เอก ล็อคหนึ่ง' ชายเร่ร่อนคลองเตย ตัวการโยนก้นบุหรี่ ต้นเพลิงเผาสะพานไทย-เบลเยี่ยม

        พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายสำราญ ม่วงเขียว หรือนายเอก ล็อคหนึ่ง ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีเพลิงไหม้สะพานไทย-เบลเยี่ยม ซึ่งนายสำราญ สารภาพว่าในวันเกิดเหตุได้เข้าไปซอกระหว่างสะพานไทย-เบลเยี่ยม เพื่ออุจจาระ ในขณะนั้นได้สูบบุหรี่ และโยนก้นบุหรี่ทิ้งลงบนกองเศษขยะ ก่อนจะออกจากซอกสะพาน ทั้งนี้หลังจากเดินออกมาได้ประมาณ 100 เมตร สังเกตเห็นควันไฟขึ้นมาจากซอกสะพาน แต่ได้บอกเพื่อนที่อาศัยอยู่ใต้สะพาน แต่ไม่ได้รับความสนใจเนื่องจากเป็นช่วงเช้า จึงไม่มีใคร อยู่ในละแวกนั้น จากนั้นจึงออกจากพื้นที่เกิดเหตุไปย่านหัวลำโพง เพราะกลัวความผิด           ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เมื่อพบตัวผู้ก่อเหตุจึงขออำนาจศาลออกหมายจับ ต่อมาวันที่ 13 มี.ค ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.ท่าเรือ ได้ระดมกวาดล้างคนเร่ร่อน และส่งต่อบ้านพักย่านธัญบุรี ของกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีนายสำราญถูกนำตัวส่งบ้านพักธัญญบุรีด้วย จึงติดตามจับตัวได้ในที่สุด          สำหรับประวัตินายสำราญ เคยมีคดีทั้งหมด 7 คดี และถูกจำคุก 5 คดี ข้อหาเสพยา และมียาเสพติดติดไว้ในครอบครอง โดยตำรวจแจ้งข้อหากระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาท เป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย โทษจำคุกไม่เกิน7ปี ปรับไม่เกิน14,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JwTYCecc0-g    

 13,427
สังคม-อาชญากรรม
18 มี.ค. 60

รวบ 2 โจรแสบบุกงัดเซฟบ้านหรูกวาดทรัพย์สินหลายสิบล้าน ตรวจประวัติพบก่อเหตุมาโชกโชน

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวจับกุม นายพงษ์พัฒน์ มะทะวงศ์ และ นายพุทธพงศ์ หล่อนิล 2 ผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุงัดตู้เซฟในบ้านหรูย่านบางกะปิ ได้ทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท   ด้านผู้ต้องหาให้การว่า เลือกลงมือกับบ้านหรูที่ไม่มีคนอยู่ โดยจะสังเกตโรงจอดรถไม่มีรถจอด ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ และเปิดไฟโดยใช้ระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ จากนั้นจะพุ่งเป้าไปที่ตู้เซฟ ใช้ไขควงงัดเอาทรัพย์สินไป ก่อนนำไปให้เครือข่ายญาติพี่น้องกระจายทรัพย์สินไปขายตามแหล่งต่างๆ ส่วนเงินที่ได้มาจะนำไปซื้อยาเสพติดเสพและใช้จ่ายกินเที่ยวอย่างฟุ่มเฟือย           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/xYwegTCFCqQ  

 3,193

Top