ค้นหา :

ผลการค้นหา "ญาติ"

สังคม-อาชญากรรม
11 มิ.ย. 60

'ทอมป๊อปปี้' รับเสียใจญาติ 'น้องแอ๋ม' ติดใจ ยันชัดไม่มีเอี่ยว

ความคืบหน้าจากกรณี นางสำราญ เพลียแก่น อายุ 62 ปี ยายของ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม เหยื่อถูกฆ่าหั่นศพ ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า ตนและญาติติดใจทอมคนสนิทของหลานสาว ซึ่งมีชื่อสักอยู่ที่หน้าอกซ้ายของน้องแอ๋ม ว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายจึงอยากให้ตำรวจจับกุมมาดำเนินการตามกฎหมาย   ล่าสุด น.ส.อภิชญา ยันทูล หรือ  ป๊อปปี้ อายุ 22 ปี เปิดใจว่า รู้สึกเสียใจอย่างที่สุดที่แม่และยายของน้องแอ๋มออกมาพูดแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาครอบครัวต่างก็รู้ความสัมพันธ์ของตนเองและน้องแอ๋มเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องที่น้องแอ๋มมาอยู่ที่ จ.ขอนแก่น เป็นเพราะน้องอยากมาทำงาน อยากมาอยู่ด้วยกัน ไม่ได้เป็นการชักจูงแต่อย่างใด และยังอยากฝากถึงยายกับแม่น้องแอ๋มด้วยว่า ถ้าอยากให้วิญญาณน้องแอ๋มสงบสุข ก็อยากให้หยุดพูด เพราะมันไม่ดีกับทุกฝ่าย และขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/8dwejRnyoz0

 7,364
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 พ.ค. 60

หนุ่มขู่ยิงบุรุษพยาบาล ฉุนช่วยชีวิตภรรยาไม่ได้ สำนึกผิด เล็งเข้าขอโทษ

จากกรณีที่เฟซบุ๊กของแหม่มโพธิ์ดำได้ได้โพสต์เรื่องราวว่าเจ้าหน้าที่บุรุษพยาบาลถูกญาติผู้เสียชีวิตใช้ปืนไล่ยิงเพราะช่วยชีวิตคนเจ็บไม่ได้   จากการตรวจสอบพบเหตุเกิดในโรงพยาบาลเอกชัย ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่ง จนท.ระบุว่าได้รับแจ้งให้ออกไปช่วยเหลือผู้ป่วยหมดสติ เมื่อถึงบ้านเกิดเหตุได้พบกับผู้ป่วยตามที่ได้รับแจ้ง เป็นผู้หญิงซึ่งสามีนั้นได้อุ้มออกมาเพื่อรอการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ทั้ง4นายจึงให้การช่วยเหลือตามขั้นตอน จู่ๆสามีของผู้ป่วยได้กล่าววาจาไม่ดีกับเจ้าหน้าที่ว่า ไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว คุกก็ติดมาแล้ว จะยิงคนอีกสักครั้งก็จะเป็นไรไป ถ้าช่วยภรรยาตนไม่ได้อย่าหวังว่าจะได้ออกไป ทุกคนก็ตกใจแต่ไม่ได้โต้ตอบอะไร คิดว่าคำพูดนั้นเกิดจากความสูญเสียจึงพูดออกมาโดยไม่ยั้งคิด แต่ทุกคนก็ยังคงช่วยเหลือต่อไป   แต่นาทีแรกของการช่วยเหลือพบว่าคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วยไม่มีแล้ว เป็นจังหวะที่เจ้าหน้าที่หันไปเห็นสามีของผู้ป่วยเข้าไปในห้องแล้วนำปืนพกสั้นมาเหน็บไว้ที่เอว แล้วทางญาติๆจึงเข้าไปห้ามปรามให้ใจเย็นๆ เจ้าหน้าที่จำต้องดำเนินการแจ้งให้ทางญาติทราบว่าช่วยเต็มที่แล้วแต่ผู้ป่วยนั้นได้สิ้นลมหายใจไปก่อนหน้าแล้ว ต้องเป็นขั้นตอนของการดำเนินการเรื่องศพโดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาครและเจ้าหน้าที่ตำรวจ   จากนั้นทั้ง 4 คนต้องรีบวิ่งหนีขึ้นรถเพื่อเอาชีวิตรอด ก่อนจะกลับมาแจ้งให้ทางโรงพยาบาลทราบแล้วประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาครเข้าไปตรวจสอบเหตุการณ์ข่มขู่เจ้าหน้าที่ดังกล่าว   ล่าสุดมีผู้ใหญ่บ้านช่วยเป็นตัวกลางประสานทำความเข้าใจให้กับญาติผู้เสียชีวิตเข้าใจถึงขั้นตอนในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทางญาติจึงเข้าใจ สำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปและตั้งใจจะเข้าขอโทษโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว สำหรับการกระทำดังกล่าวผู้ที่ถูกแจ้งความได้ติดต่อเพื่อเข้ามาขอโทษซึ่งทางโรงพยาบาลก็พร้อมจะให้อภัย แต่ในส่วนของรูปคดีก็ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-_kiHeQ4C8k    

 49,587
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 60

ญาติ 'เสี่ยชาติ' ซื้อกามด.ญ.วัย14 วอนสังคมเห็นใจ หลังนอนคุกศาลไม่ให้ประกันตัว

ความคืบหน้าคดีรุมโทรม ด.ญ.วัย 14 ปี ในท้องที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี หลังสามารถจับกุมตัว นายธนพัตร แสนคำ หรือเจ๊บีม อายุ 31 ปี และ น.ส.ปวีณ์สุดา  ขันซาทะ หรือ แก้ม ผู้ชักชวนให้ ด.ญ. ไปขายบริการให้กับชายวัยกลางคนนั้น   ล่าสุด นายอนุชาติ หงส์ทอง หรือ เสี่ยชาติ อายุ 53 ปี  นักธุรกิจค้าไม้ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ผู้ต้องหาคดีกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ผู้ใดพาอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ถูกควบคุมตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ผลัดแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน ถึง 2 พฤษภาคม เนื่องจากต้องรอผลการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาและอื่นๆ โดยยังยืนยันว่าจะขอให้การชั้นศาลเท่านั้น   ด้าน พ.ต.อ.มานะ พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศ รอง ผบก.ปคม. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่มีความมั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่ โดยการฝากขังครั้งนี้พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวเพราะเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยาน      ขณะที่ นายจรรยา หงษ์ทอง อายุ 59 ปี พี่ชายนายอนุชาติ ได้ออกมาวิงวอนขอให้สังคมเห็นใจน้องชายและตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะประณาม แจงน้องชายเป็นดีมีน้ำใจ ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายและไม่ได้เป็นผู้กว้างขวางอย่างที่หลายคนเข้าใจ ยืนยันเป็นคนทำมาหากินหาเช้ากินค่ำธรรมดา             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/q6SBxX7m69g  

 189,827
ข่าวภูมิภาค
18 เม.ย. 60

ญาติขอชันสูตรศพนักโทษรอบ 2 ติดใจเหตุเสียชีวิตในเรือนจำตะกั่วป่า หลัง จนท.แจ้งเป็นลมตาย

กรณีการเสียชีวิตของนักโทษ ในเรือนจำตะกั่วป่า ที่พังงา ที่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ แจ้งว่าเสียชีวิตจากการเป็นลม ซึ่งญาติยังติดใจสาเหตุ หลังตรวจพบรอยฟกช้ำตามร่างกาย จึงร้องขอให้ทำการชันสูตรใหม่อีกครั้ง ล่าสุดร่างผู้เสียชีวิตถูกส่งมาที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีแล้ว   ทางครอบครัวได้เดินทางมารับศพลูกชาย คือนายพชร กลัณสุวรรณ ที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ซึ่งผลชันสูตรเบื้องต้นระบุว่า ลูกชายเสียชีวิตจากการเป็นลม เเต่เมื่อขอดูศพกลับพบรอยฟกช้ำเเละจุดสีดำตามร่างกาย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง   ซึ่งผู้เป็นแม่เล่าว่า วันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา มาเยี่ยมลูกชายที่เรือนจำ ครั้งนั้นยังพบว่ามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี มีเพียงอาการปวดฟันที่ทำให้ไม่สามารถกินอาหารได้เท่านั้น เเต่เเล้วในช่วงบ่ายวันที่ 16 เมษายน กลับได้รับเเจ้งจากเจ้าหน้าที่เรือนจำว่าลูกชายเป็นลมเสียชีวิต   เจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอตะกั่วป่า บอกว่านักโทษที่เสียชีวิต มีประวัติการรักษาตัวต่อเนื่องด้วยอาการปวดฟัน ฟันบวม เเละมีไข้ ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน ต่อมาวันที่ 13 เมษายน แพทย์ตรวจพบว่ายังคงมีอาการไข้ เจ็บคอ อ้าปากได้ไม่เต็มที่ มีอาการจุกแน่นใต้ลิ้นปี่ อาการไม่ดีขึ้นจนกระทั่งวันที่ 16 ทรุดหนัก เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลตะกั่วป่า และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   ล่าสุดร่างของนายพชร ได้เคลื่อนย้ายมาถึงสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีแล้ว ซึ่งแพทย์นิติเวช แจ้งกับญาติว่าการชันสูตรจะเสร็จสิ้นเเละรู้ผลในวันพรุ่งนี้ จากนั้นก็สามารถรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดจังหวัดนครศรีธรรมราชได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ckxEptp5Fvg

 10,137
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.พ. 60

รองผบช.น.สั่งตร.รวบรวมหลักฐานเรียกญาติเซลล์แมนชี้แจงเสาร์นี้

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเรียก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน ตลิ่งชัน และ อปพร .ประชุมรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดให้ครบทุกมิติเพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตของนายรัติภูมิ เซลล์แมน ให้ญาติในวันเสาร์นี้ ขณะที่ญาติเข้าแจ้งความข้อสงสัยการเสียชีวิตให้ ตร.ตรวจสอบอีกครั้ง   พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผบช.น. เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน ตลิ่งชัน นายวิชัย วงษ์ชารี และ นายธิติ ไกรรักษ์ 2 อปพร.ที่ให้ความช่วยเหลือ นายรัติภูมิ พิมใจใส เซลล์แมน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังญาติติดใจสงสัยว่าจะเป็นการฆาตกรรม โดยสั่งการให้ ตร.รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดในทุกมิติ อาทิ หลักฐานจากพยานเอกสาร พยานบุคคล จากนิติวิทยาศาสตร์ และผลพิสูจน์ทางการแพทย์เพื่ออธิบายสาเหตุการเสียชีวิตกับญาติวันเสาร์นี้    เบื้องต้นยืนยันบาดแผลที่เกิดขึ้นมาจากอาการคลุ้มคลั่ง ไม่มีร่องรอยการโดนทำร้าย และจากการสอบถาม อปพร.ที่ให้ความช่วยเหลือก็ยืนยันตรงตามแพทย์ระบุ ซึ่งต้องเสร็จสิ้นในวันเสาร์นี้ ขณะที่ 2 อปพร บอกว่า เห็นพฤติกรรมการคลุ้มคลั่งของนายรัติภูมิตลอดเพราะยังเข้าไปช่วยเหลือไม่ได้ จนนายรัติภูมิล้มกระแทกแผงเหล็ก ก่อนหมดสติจากอาการคลุ้มคลั่งเป็นเวลานานพอสมควร เมื่อนำตัวมาที่ สน.ด้วยสภาพร่างกายที่อิดโรยมีบาดแผลจากอาการที่คลุ้มคลั่งเพื่อสอบถาม กลับพูดจาไม่รู้เรื่องและอาการกำเริบหนักจนต้องส่ง รพ. โดยในตัวไม่มีเอกสารหลักฐานอะไรเลย และตนไม่ได้ติดตามข่าวจึงไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน ยืนยันอาการคลุ้มคลั่งลักษณะนี้เกิดจากการเสพสารเสพติดมากเกินไปแน่นอน   ขณะที่นายละเอียด และ นายรัตนชัย พิมใจใส เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน. ธรรมศาลา ให้ ตร. ตรวจสอบข้อสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตของทางญาติ คือ สารเสพติดในร่างกาย และ ปริมาณสารเสพติดที่พบในปริมาณมาก ร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย และ เพื่อนสาวคนสนิทที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต    

 5,440
สังคม-อาชญากรรม
08 ก.พ. 60

แพทย์เผยผลชันสูตรศพเซลล์แมน พบสารเสพติดในร่างกาย ญาติยังติดใจสาเหตุเสียชีวิต

จากกรณี นายรัติภูมิ พิมพ์ใจใส เซลล์แมนขายรถยนต์ หายตัวไป เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2559 และพบเป็นว่าเสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น ล่าสุด ญาติของเซลส์แมนหนุ่มได้เคลื่อนศพของผู้ตาย ไปจัดพิธีรดน้ำศพและพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ที่วัดช่องลม ต.ไผ่กองดิน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี แล้ว โดยญาติยังไม่ปักใจเชื่อสาเหตุการตายของเซลส์แมนหนุ่ม ที่คณะแพทย์โรงพยาบาลศิริราช ได้แถลงว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากคนไข้มีภาวะตับและไตวาย ตามร่างกายมีบาดแผลฉีกขาด บริเวณศีรษะและใบหน้ามีรอยขีดข่วน นอกจากนี้จากการผลตรวจเลือด พบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน   ทั้งนี้ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยันมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของผู้ที่เห็นเหตุการณ์ขณะที่เซลล์แมนหนุ่มคลุ้มคลั่ง ชี้ไม่มีใครทำร้าย แต่เรื่องการเสพยาเกินขนาดนั้นต้องมีการนำเส้นผมของผู้ตายไปตรวจสอบต่อไป นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่าผู้ตายและเพื่อนได้เสพยาเสพติดก่อนที่จะไปหาสาวคนสนิท และถูกพบว่ามีอาการคลุ้มคลั่งดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PJbhmZz1xc0    

 8,730
สังคม-อาชญากรรม
14 ม.ค. 60

ครอบครัวสาวทอมรับศพลูกไปบำเพ็ญกุศลแล้ว ตร.จ่อจับกำนันคนสนิท ผกก.สภ.บ้านโป่ง เพิ่ม

ครอบครัว นางสาวสุภัคสรณ์ พลไธสง หรือหญิง อายุ 28 ปี ทอมสาวที่ถูกอุ้มฆ่าโหดแล้วนำศพมาฝังในรีสอร์ทร้างที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยแก๊งคนมีสี ได้รับศพผู้เสียชีวิตจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อกลับไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดคลองอีแตก ตำบลโคกตีฆ้อง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว แล้ว โดนขณะจัดงานศพ แม่ของผู้เสียชีวิตได้นำบัญชีธนาคาร ธ.ก.ส. ที่มียอดหนี้อยู่กว่า 2 แสนบาท มาแสดงให้ดู พร้อมกับเผยว่า เชื่อว่าลูกสาวถูก น.ส.กรรณิกร กรุมรัมย์ หรือดาว ใส่ร้ายเรื่องการยืมเงินแล้วไม่คืน   ทั้งนี้ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออำนาจศาลจับ กำนันคนดังใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ที่เป็นคนสนิทของ พันตำรวจเอกอำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง หลังพบหลักฐานว่าเป็นผู้รับเงิน 2 แสนบาทมาจากพันตำรวจเอกอำนวย ไปจ้างหนึ่งในผู้ต้องหาให้ก่อเหตุ โดยจ้างวานเป็นเงิน 1 หมื่นบาท และผู้ต้องหาคนดังกล่าวได้ไปจ้างวานต่อเป็นเงิน 3 พันบาท           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/zS78HeE0jsY

 17,428
สังคม-อาชญากรรม
04 ม.ค. 60

หามพ่อแม่เข้า รพ. หลังลูกสาวพร้อมลูกเขยคนขับกระบะและหลานดับยกครัว 4 ศพ

จากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารสายจันทบุรี-กรุงเทพฯ เสียหลักข้ามฝั่งชนกับรถกระบะจนไฟลุกท่วม บนถนนสาย 344 บ้านบึง-แกลง จ.ชลบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 25 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา สร้างความเสียใจแก่บรรดาญาติและครอบครัว เพื่อนๆ ของผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นั้นโดยผู้โดยสารในรถกระบะจำนวน 12 คน เสียชีวิต 11 คน ทั้งหมดเป็นชาวบ้านหว้า ม.2 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ที่ไปทำงานที่กรุงเทพและในช่วงปีใหม่ได้ไปทำบุญไหว้พระที่วัดหลวงพ่อโสธรและขากลับไปส่งน้องชายที่ทำงานที่ระยองแต่ประสบอุบัติเหตุก่อนที่นั้น ล่าสุด นางชมอง สิงขรณ์ อายุ 64 ปี เมื่อทราบข่าวว่าครอบครัวของลูกสาวคือนางนอง หาญเสมอ พร้อมด้วยสามี และลูกอีก 2 คนเสียชีวิต ก็มีอาการความดันสูงขึ้น ซึ่งเดิมป่วยเป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว  ส่วนผู้เป็นพ่อชื่อ นายแอด สิงขรณ์ อายุ 64 ปี ป่วยเป็นวัณโรคและมีอาการช็อคเมื่อทราบข่าว รวมทั้งนางสำรอง สิงขรณ์ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวคนโตก็มีอาการเศร้าเสียใจหมดแรงถึงกับช็อคต้องหามส่งโรงพยาบาลปรางค์กู่ทั้งหมด โดยครอบครัวนี้ได้สูญเสีย นายน้อย หาญเสมอ คนขับรถ อายุ 38 ปี นางนอง หาญเสมอ อายุ 39 ปี ด.ช.วีระศักดิ์ หาญเสมอ อายุ 13 ปี และ ดญ.การ์ตูน หาญเสมอ อายุ 1 ปี 1 เดือนจากอุบัติเหตุดังกล่าว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IGwNYg3OuBg    

 9,530
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 ธ.ค. 59

สั่งตั้งกรรมการสอบตร.เชียงใหม่ในคลิปทะเลาะญาติผู้ต้องหาแล้ว แจงไม่รับฝากเสื้อกันหนาวหวั่นใช้ผูกคอตาย

ความคืบหน้าชาวเน็ตโพสต์คลิปญาติผู้ต้องหาปะทะคารมกับตำรวจเมืองเชียงใหม่ หลังต้องการจะนำเสื้อกันหนาวไปให้ญาติที่ถูกคุมขังแต่กลับถูกไล่ตะเพิดด้วยกิริยาที่ไม่เหมาะสม โดยอ้างว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว อีกทั้งผู้โพสต์คลิปยังระบุว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวอยู่ในสภาพมึนเมาอีกด้วย   ล่าสุด พ.ต.อ.อนุ เนินหาด ผกก.สภ.ดอยหล่อ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยยอมรับว่า ด.ต. นายดังกล่าว ไม่ได้แต่งเครื่องแบบขณะปฏิบัติหน้าที่และใช้คำพูดไม่สุภาพกับประชาชนจริ แต่ไม่ได้ดื่มสุราตามที่มีการตั้งข้อสังเกตกัน ส่วนกรณีที่ญาติผู้ต้องหาต้องการจะฝากเสื้อกันหนาวให้แต่ถูกปฏิเสธนั้น เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาอาจจะใช้แขวนคอตายจึงไม่อนุญาต        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/GU3G-ZAjLv0  

 1,565
ข่าวภูมิภาค
13 ต.ค. 59

แม่งง แพทย์สั่งยกศพลูกไปชันสูตร ทั้งที่ไม่ติดใจการตาย โอดต้องเสียค่ารถ-ค่าผ่านับหมื่น

บุรีรัมย์-ญาติร้องเรียนมีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลพลับพลาชัย สั่งให้นำศพชายอายุ 50 ปี ที่ตั้งบำเพ็ญกุศล ไว้ที่บ้านมาเป็นคืนที่ 2 เพื่อนำไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์ สร้างความมึนงงให้กับญาติและชาวบ้านที่มาร่วมงานศพเป็นอย่างมาก ทั้งที่จะเตรียมเผาในวันรุ่งขึ้นแล้ว โดยชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการทำงานของแพทย์โรงพยาบาลพลับพลาชัย เพราะไม่มีเหตุผลทั้งที่พ่อแม่และญาติทุกคน ไม่ติดใจการเสียชีวิตในครั้งนี้ สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าภาพงานศพ ที่มีฐานะยากจนอยู่แล้ว ต้องเลื่อนงานออกไปอีก โดยญาติผู้ตาย บอกว่า พี่ชายมีอาชีพรับจ้างทั่วไปอาศัยอยู่กับแม่ และลูกชาย ชอบดื่มสุรา วันเกิดขี่รถจักรยานออกไปหาปลา และมีคนไปพบเป็นศพข้างทาง ไม่มีร่องรอยหรือบาดแผลใดๆตามร่างกาย เมื่อตำรวจมาพิสูจน์ ได้สอบถามญาติว่าติดใจการเสียชีวิตของพี่ชายหรือไม่ ซึ่งญาติต่างไม่ติดใจ เพราะพี่ชายไม่เคยมีศัตรู ประกอบกับหลักฐานในที่เกิดเหตุไม่มีอะไรที่น่าสงสัย คาดว่าพี่ชายเมาสุราแล้วหกล้มจนเสียชีวิต ตำรวจจึงอนุญาตให้นำศพมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ซึ่งการนำศพไปผ่าพิสูจน์ครั้งนี้ ญาติจะต้องเสียค่าเหมารถไปจังหวัดสุรินทร์  9,000 บาท ค่าผ่าพิสูจน์อีก 1,500 บาท ถือเป็นการซ้ำเติมครอบครัวของตนซึ่งมีฐานะยากจนอยู่แล้ว นอกจากนี้งานศพยังวุ่นวายทั้งญาติที่มาร่วมงาน และพระที่นิมนต์มาสวดอภิธรรม ต่างไม่พบโลงศพ ในการสวดอภิธรรมคืนที่ 3 จึงจำเป็นต้องสวดโดยไม่มีร่างของพี่ชายอยู่ ด้านตำรวจเจ้าของคดี สภ.พลับพลาชัย บอกว่า ไม่พบความผิดปกติในการเสียชีวิต ไม่มีบาดแผลร่องรอย ผู้ตายไม่มีประกันชีวิตใดๆ ไม่มีทรัพย์สิน ครอบครัวมีฐานะยากจน และญาติไม่ติดใจการตาย จึงอนุญาตให้นำศพไปบำเพ็ญกุศลได้ หลังจากนั้นผ่านไป 2วัน ได้ประสานแพทย์เพื่อขอใบลงความเห็นการเสียชีวิต แพทย์ได้บอกว่าไม่ได้ จะต้องนำศพไปผ่าพิสูจน์ก่อน จึงจำเป็นต้องแจ้งให้ญาติผู้ตายทราบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V9uF-VGp5_Y  

 6,545
ปากท้องร้องทุกข์
06 ก.ย. 59

ญาติร้องเรียนนักโทษถูกผู้คุมรุมตีน่วม-ขังเดี่ยว ไม่ได้รับการรักษาที่ รพ.

ตราด-ญาตินักโทษชายคนหนึ่งยื่นร้องเรียนผู้บังคับบัญชาเรือนจำ เหตุไม่ยอมให้พาตัวนักโทษชายคนดังกล่าวออกมารักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังถูกผู้คุมใช้กระบองทุบตีและถูกกระทืบซ้ำจนร่างกายบอบช้ำ ก่อนถูกส่งไปขังเดี่ยวโดยไม่นำส่งไปรักษาตัวแต่อย่างใด เมื่อญาติขอเข้าเยี่ยมก็ไม่ยอมให้เยี่ยม อ้างว่านักโทษคนดังกล่าวกระด้างกระเดือง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3ADWAUhC7cI  

 1,243
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.ย. 59

ผอ.รพ.มงกุฏวัฒนะ ชี้ผลชันสูตร 'ตับแตก' ของอดีต จนท.ที่ดิน ไม่เกี่ยวปั๊มหัวใจ

จากกรณีนายธวัชชัย อนุกุล อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ซึ่งใช้ถุงเท้าผูกคอฆ่าตัวตายคาห้องขังของดีเอสไอ และจากผลชันสูตรศพเบื้องต้นพบว่า มีเลือดออกในท้อง ตับแตก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น    ล่าสุด พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงคดีดังกล่าวว่า "เวลา 01.10 น. ของวันที่ 30 สิงหาคม 2559 โดยประมาณ รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้รับแจ้งจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่ามีคนเป็นลมหมดสติ ขอให้ รพ.มงกุฎวัฒนะ จัดชุดแพทย์ฉุกเฉินไปช่วยเหลือด่วน เวลา 01.15 น. ชุดแพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ไปถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษและพบว่า นาย ธวัชชัย อนุกูล อยู่ในภาวะวิกฤตแล้วโดยต้องทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CARDIOPULMONARY RESUSCITATION , CPR) ในทันทีจากนั้นได้รีบนำตัวไปรักษาที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ   เวลา 01.33 น. ชุดแพทย์ฉุกเฉินนำตัว นาย ธวัชชัย อนุกูล มาถึงห้องฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ แล้ว พยายามช่วยฟื้นคืนชีพ (CARDIOPULMONARY RESUSCITATION , CPR) หรือที่ประชาชนทั่วไปเรียกว่า “ปั๊มหัวใจ” โดยต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ณ ห้องฉุกเฉิน คลื่นไฟฟ้าหัวใจของ นาย ธวัชชัย อนุกูล หยุดหลายครั้ง แต่ก็ยังพอกระตุ้นให้หัวใจกลับฟื้นคืนได้ชั่วคราวแต่อาการของนายธวัชชัย อนุกูล ก็ไม่ได้ฟื้นกลับคืนสภาพที่พ้นภาวะวิกฤต  เวลา 02.40 น. ได้ย้าย นาย ธวัชชัย อนุกูล จากห้องฉุกเฉินไปยังหน่วยอภิบาลผู้วิกฤต (CRITICAL CARE UNIT) ซึ่งอาการของ นาย ธวัชชัย อนุกูล ยังคงเลวร้ายหรือวิกฤตลงอย่างต่อเนื่องจำต้องทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CARDIOPULMONARY RESUSCITATION , CPR) ตลอดเวลาแต่ก็ไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้จนเสียชีวิตในเวลาประมาณ 04.45 น.   เวลา 08.15 น. เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิปอเต๊กตึ๊งได้มาเคลื่อนย้ายศพออกไปจาก รพ.มงกุฎวัฒนะ ซึ่งต่อมาผมได้ทราบจากนักข่าวว่าถูกนำไปชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตที่สถาบันนิติเวชศาสตร์   เวลา 17.45 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม จนถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 1 กันยายน 2559 ผมถูกนักข่าวโทรศัพท์เข้ามาสอบถามเป็นจำนวนมากล้วนแล้วแต่มีประเด็นว่า “การปั๊มหัวใจ” นายธวัชชัย อนุกูล เป็นเหตุให้ นายธวัชชัย อนุกูล ขาดอ๊อกซิเจน และตับแตก ตกเลือดในช่องท้องจนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้หรือไม่ ผมขอตอบนักข่าวและสาธารณชนว่า    1. ชุดแพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้รับแจ้งจากกรมสอบสวนคดีพิเศษว่ามีคนเป็นลมหมดสติ ขอให้ รพ.มงกุฎวัฒนะ จัดชุดแพทย์ฉุกเฉินไปช่วยเหลือด่วนโดยชุดแพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่ได้รับทราบข้อมูลว่า มีการผูกคอตาย   2. ชุดแพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CARDIOPULMONARY RESUSCITATION , CPR) ที่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพซึ่งมีการให้อ๊อกซิเจน และช่วยการหายใจ การปั๊มหัวใจ ฯลฯ เพื่อการฟื้นคืนชีพ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่การช่วยฟื้นคืนชีพ (CARDIOPULMONARY RESUSCITATION , CPR) จะทำให้นายธวัชชัย อนุกูล ขาดอ๊อกซิเจนมีแต่ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดอ๊อกซิเจนเสียด้วยซ้ำ   3. การปั๊มหัวใจในกระบวนการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) นั้น มีเทคนิคและวิธีการปฏิบัติบริเวณตำแหน่งของช่องทรวงอกเพื่อมีผลต่อหัวใจและปอด ส่วนตับเป็นอวัยวะที่อยู่ในช่องท้องคนละช่อง คนละตำแหน่งกันกับการการปั๊มหัวใจในกระบวนการช่วยฟื้นคืนชีพ ทั้งนี้ ช่องทรวงอกและช่องท้องนั้นถูกแบ่งกั้นจากกันด้วยกะบังลม ดังนั้นการปั๊มหัวใจในกระบวนการช่วยฟื้นคืนชีพจึงไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ตับแตกและตกเลือดในช่องท้องได้    ผมขอเน้นย้ำว่าการช่วยฟื้นคืนชีพเป็นการปฏิบัติที่หัวใจและปอด ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับตับครับ...นายธวัชชัย อนุกูล ตับแตกจากสาเหตุใด รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่ทราบ นักข่าวต้องสอบถามจากนิติเวชแพทย์ผู้ชันสูตรโดยตรงครับ"     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ญาติติดใจปมการตายคาห้องขัง อดีต จนท.ที่ดิน ผลชันสูตรชี้ตับแตก-ถูกของแข็งกระแทก  

 9,478
ข่าวภูมิภาค
31 ส.ค. 59

หนุ่มเมาคลั่งจี้จับป้าเป็นตัวประกัน ญาติเข้าช่วยแย่งมีดเจ็บ 2 ราย

พัทลุง-เกิดเหตุหลานชาย อายุ 32 ปี เมาคลั่ง ประสาทหลอน ใช้มีดจี้จับป้า อายุ 77 ปี เป็นตัวประกัน เมื่อญาติและเพื่อเข้าช่วยเหลือถูกแทงได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ตำรวจฉวยโอกาสขณะผู้ต้องหาเผลอ พุ่งเข้าแย่งมืดจากมือและช่วยตัวประกันออกมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี สำหรับประวัติของผู้ก่อเหตุมีประวัติมั่วยาเสพติดและชอบลักเล็กขโมยน้อย จนกระทั่งถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้งเป็นคดีที่มีโทษสถานเบา และล่าสุดพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 2 เดือน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคดียาเสพติด เมื่อพ้นโทษออกมาก็เดินทางไปพักอยู่กับแม่ที่กรุงเทพฯ เมื่อเดินทางกลับบ้านเดิมก็ก่อเหตุดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E2--GqeJbkA  

 1,365
ปากท้องร้องทุกข์
29 ส.ค. 59

ญาติวอนช่วยพี่น้องกำพร้า 5 ชีวิต หลังพ่อแม่ตาย พี่ชายกินยาจบชีวิตทิ้งน้องเผชิญชะตากรรม

สุโขทัย-พบเด็กกำพร้า 5 คน มีความเป็นอยู่ยากลำบาก อาศัยญาติอุปถัมภ์ ที่หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม๊ง บ้านเลขที่ 337/1 หมู่.11 ต.แม่สำ อ.ศรีสัชนาลัย เหตุพ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว หนำซ้ำพี่ชายคนโตยังซดยาฆ่าแมลงหนีตาย ปล่อยน้องอยู่อย่างเคว้งคว้าง ด้วยญาติที่รับดูแลตอนนี้มีฐานะยากจนและมีครอบครัวที่ต้องดูแล อีกทั้งเงินก็หมดแล้วหลังต้องจัดงานศพพี่ชายคนโตของเด็กๆ ที่ฆ่าตัวตาย โดยยังต้องกู้เงินมาจัดงานศพด้วยเพราะมีเงินไม่เพียงพอ ทำให้อยากขอผู้ใจบุญช่วยเหลือเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า ชุดนักเรียน ฯลฯ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A8EG7gTe3L4  

 1,191
ปากท้องร้องทุกข์
26 ส.ค. 59

ญาติ ด.ญ. 3 ขวบ ถูกสุนัขกัดหน้าร้านสะดวกซื้อ ผวา จนท.ยันหมาติดเชื้อพิษสุนัขบ้า

จากกรณีสุนัขหน้าร้านสะดวกซื้อกัดเด็กหญิง 3 ขวบ ล่าสุด น.ส.ภัทราพร ทัศนา เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุได้ไปสอบถามผู้จัดการร้านเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดซึ่งไม่สามารถเปิดให้ดูได้ แต่เล่าให้ฟังว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า น้องมุกได้ถูกสุนัขจ้องมองขณะเดินตามแม่ออกจากร้าน แล้วน้องมุกก็หยุดจ้องกลับด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่จะถูกสุนัขกระโดดกัด 2 ครั้ง โดยที่ไม่ได้ไปหาเรื่อง หรือเหยียบสุนัขแต่อย่างใด จากนั้นแม่น้องมุกและชาวบ้านบริเวณดังกล่าวได้เข้าห้ามและนำส่งโรงพยาบาล อาการล่าสุด ตาบวมทั้ง 2 ข้าง และบาดแผลเป็นรอยเขี้ยวเต็มใบหน้า    ด้านนางจุฑามาศ ทัศนา ยายของน้องมุกบอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนไม่อยากจะโทษใคร แต่อยากเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยออกกฎหมายคุ้มครองประชาชนดูแลสุนัขจรจัด เนื่องจากหลังเกิดเหตุยังไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบได้ ส่วนสุนัขตัวดังกล่าวทราบว่าทาง กทม. จับไปเลี้ยงดูแล้ว   นายธีระพงษ์ ปังศรีวงศ์ นายกสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย ระบุว่า สมาคมเป็นผู้ร่วมร่างกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณสัตว์ เพื่อป้องกันการทารุณกรรมและจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตามกฎหมายระบุไว้ชัดเจนหากถูกสัตว์ทำร้ายก็สามารถป้องกันได้ตามสมควร เพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินของตัวเอง บางรายไม่กล้าทำร้ายสัตว์เพราะมีกฎหมายรองรับ    ขณะที่นายกุศล สุขอารีย์ อาสาสมัคร WATCHDOG THAILAND บอกว่า ปัญหาคือสุนัขจรจัด ดังนั้นเจ้าของหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ควรปล่อยปะละเลยให้เป็นปัญหาต่อสังคม   ทั้งนี้ล่าสุดครอบครัว 'น้องมุก' เด็กหญิงสัย 3 ขวบ ได้รับการยืนยันจากแพทย์ศูนย์บริการสาธารณสุข 42 ถนอม ทองสิมา แล้วว่า สุนัขที่กัดน้องมุก ติดเชื้อพิษสุนัขบ้าจริง และเพิ่งตายเมื่อวานนี้   อย่างไรก็ตาม แพทย์ก็ยืนยันว่า น้องมุกได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อครบถ้วนแล้ว ไม่น่าเป็นห่วง แต่ทางครอบครัวก็ยังคงกังวลหลังทราบเรื่องดังกล่าว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n-74sP6fDwY    

 6,839

Top