ค้นหา :

ผลการค้นหา "ญาติ"

ข่าวภูมิภาค
17 ต.ค. 60

ญาติ ผอ.อ้อยฮือล้อม 'ผู้กองเหน่ง' โดนตั้งเพิ่ม 4 ข้อหา ก่อนศาลให้ประกันตัว

ศรีสะเกษ-คืบหน้าคดีการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานกว่า 3 เดือน   ล่าสุดมีการตั้งข้อหา ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เป็นผู้ต้องหาสำคัญของคดีนี้ โดยตั้งข้อหาเพิ่มอีก 4 ข้อหา จากเดิมที่มีอยู่ 4 ข้อหา ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงได้มีญาติพี่น้องถือป้ายเต็มหน้า สภ.กันทรลักษ์ ตะโกนลั่นเอา ผอ.อ้อยคืนมา ขณะที่ผู้กองเหน่งผู้ต้องหาต้องวิ่งแจ้นไปขึ้นรถปิคอัพที่พรรคพวกมาจอดรอเพื่อนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์   ขณะที่ทางญาติของ ผอ.อ้อย ขอคัดค้านการประกันตัวของผู้กองเหน่ง เพราะเกรงว่า ผู้กองเหน่งซึ่งเป็นนายทหารมีความรู้ด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างดีจะมายุ่งเหยิงคดีนี้ แต่ว่าก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้มีอำนาจในเรื่องนี้ พร้อมขอความเป็นธรรมถึงผู้ใหญ่ทุกท่านขอความเป็นธรรมในคดีนี้ด้วย เนื่องจากว่าทางบ้านแทบสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว หมดสิ้นเงินไปแล้วร่วม 1 ล้านบาท ส่วนเงินรางวัลในการตามหาตัว ผอ.อ้อย 1 ล้านบาท ยังคงตั้งไว้เช่นเดิม แต่ว่าไม่มีเบาะแสแจ้งเข้ามาแต่อย่างใด   ต่อมาศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ได้พิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวผู้กองเหน่ง ด้วยหลักทรัพย์ จำนวน 600,000 บาทและตำแหน่งราชการของพ่อของผู้กองเหน่ง เนื่องจากเห็นว่า ผู้กองเหน่งมีอาชีพเป็นข้าราชการทหาร มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งหลังจากศาลอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว ได้รีบแอบลงจากศาลขึ้นไปขึ้นรถหลบหนีญาติของ ผอ.อ้อยไปอย่างรวดเร็ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Oj7L7-I631c    

 22,236
ปากท้องร้องทุกข์
26 ก.ย. 60

ครอบครัวร้อง รถเมล์ ขสมก. ทับหญิงชราเสียชีวิต คนขับไม่ลงมาดู ซ้ำถูกขโมยกระเป๋าเงิน กลายเป็นศพไร้ญาติ

รายการเรื่องเล่าเช้านี้ได้รับการร้องเรียน จากนางรวมจิต ทิมะเสน อายุ 49 ปี ว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน แม่ของสามี ถูกรถเมล์ทับเสียชีวิต ขณะกำลังจะขึ้นรถเมล์ บริเวณถนนเจริญกรุง ย่านบางรัก และต้องกลายเป็นศพไร้ญาติ เนื่องจากถูกขโมยกระเป๋าเงิน ทำให้ไม่มีเอกสารหลักฐานแสดงตัวตน ก่อนจะมาทราบว่าเสียชีวิต ก็ผ่านมากว่า 5 วัน   โดยนางรวมจิต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2560 แม่สามี คือนางจินดา หวังวิไล อายุ 83 ปี ออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครทราบว่าไปไหน เพราะปกติแล้วจะชอบออกไปซื้อของ หรือบ้านญาติ ซึ่งผ่านมา 2 วัน ทุกคนในบ้านก็พยายามติดต่อทางญาติ เพื่อสอบถามว่า แม่สามี ได้ไปอยู่ด้วยหรือไม่ แต่ก็ได้รับคำตอบว่าไม่ได้ไปอยู่กับใครเลย   จนผ่านมา 5 วัน มีคนรู้จักที่ทำงานอยู่ในองค์การขนส่งมวลชน(ขสมก.) และทำมูลนิธิกู้ภัย ได้มาบอกกับครอบครัวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ย. มีรถเมล์ ขสมก. ทับคนเสียชีวิต ตอนนี้ศพอยู่ที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ตอนนั้นตนตกใจมาก แต่ก็คิดว่าอาจเป็นไปได้ พอนำภาพมาเปิดดูก็พบว่าลักษณะใกล้เคียงกับแม่สามี จึงไปติดต่อกับทางนิติเวชเพื่อขอดูศพ และยืนยันว่าใช่แม่สามีจริง   นางรวมจิต บอกอีกว่า ตอนไปดูคลิปกล้องวงจรปิด เห็นว่าขณะเกิดอุบัติเหตุ แม่สามี กำลังจะขึ้นรถเมล์เพื่อจะเดินทางกลับบ้าน แต่จังหวะที่มือจับราวประตูได้แล้ว รถเมล์กับวิ่งออกไป ทำให้แม่สามี เสียหลักล้มลงและถูกรถทับ ซึ่งจากภาพในคลิปจะเห็นว่าหลังเกิดเหตุพนักงานขับรถ ไม่ได้มาช่วยแม่สามีเลย มีเพียงแต่ชาวต่างชาติ และผู้หญิงชาวไทย ที่เข้ามาช่วย ซึ่งตนอยากขอบคุณทั้งสองอย่างมาก   มีชาวบ้านบริเวณที่เกิดเหตุบอกว่า แม่สามีเป็นลมล้มไปเอง ซึ่งตรงนี้ตนยืนยันว่าที่ผ่านมาแม่ไม่เคยเป็นลมสักครั้งในชีวิต จนวันที่มีการจัดพิธีกรรมทางศาสนาพนักงานขับรถคันดังกล่าว ก็ได้เข้ามาขอโทษตนและครอบครัว บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นกำลังมองรถทางฝั่งขวา    นางรวมจิต บอกอีกว่า ที่ตนเพิ่งจะมาทราบเรื่องก็เพราะว่า กระเป๋าเงินของแม่หายไป ทำให้ไม่สามารถติดต่อทางครอบครัวและญาติได้ จึงต้องกลายเป็นศพไร้ญาติถึง 5 วัน และถูกนำไปไว้ที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ก่อนจะถูกนำไปฝังไว้ที่อื่น ซึ่งตรงนี้ตนรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ว่าทำไมคนที่เอาไปถึงกล้าทำกับคนที่ประสบอุบัติเหตุ อีกทั้งทำไมนิติเวชถึงนำศพแม่ไปฝังเร็วขนาดนั้น ตนไม่เข้าใจ อีกทั้งครอบครัวตนนับถือศาสนาอิสลาม ตามความเชื่อจะต้องนำศพไปบำเพ็ญกุศล หรือไปฝัง ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากเสียชีวิต   นางรวมจิต ยังฝากเตือนไปถึงพนักงานขับรถเมล์ทุกๆคนว่า เวลาจะรับผู้โดยสารก็ควรจะตรวจสอบให้ดีก่อน ว่าผู้โดยสารขึ้นลงเรียบร้อยหรือยัง ไม่ใช่รีบที่จะออกรถ เพราะเวลาเกิดเหตุไปแล้ว ก็ทำได้เพียงขอโทษ นางรวมจิต ยังบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ชีวิตของคนๆหนึ่ง อาจไม่ค่าสำหรับใคร แต่ก็มีค่ามากสำหรับของครัวของเขาเอง   ขณะที่ คนเห็นเหตุการณ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันที่เกิดเหตุได้ยินเสียงผู้คนตะโกนว่า มีคนถูกรถทับ จึงวิ่งออกไปดูก็เห็นว่าผู้ตาย มีบาดแผลบริเวณขา และศีรษะ ส่วนพนักงานขับรถเห็นว่าลงมายืนดู แต่ก็ไม่ได้เข้าไปทำอะไร เพราะคงจะตกใจ ซึ่งที่ผ่านมาบริเวณนี้ก็เคยเกิดเหตุลักษณะดังกล่าว แต่ผู้เสียหายแค่บาดเจ็บ   ต่อมาทีมข่าวติดต่อไปยัง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ทราบว่า รถคันที่เกิดอุบัติเหตุทับร่าง คือ รถโดยสารธรรมดา สาย 1 ตอนนี้ทาง ขสมก. ได้ส่งเจ้าหน้าที่อุบัติเหตุ ประสานบริษัทประกันภัย ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าให้ความช่วยเหลือเยียวยา และชดใช้ค่าเสียหาย เเก่ญาติผู้เสียชีวิต โดยจะมีการนัดเจรจาชดใช้ค่าเสียหายกันที่ สน.ยานนาวา   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นมีการนัดเจรจากันวันนี้(26 ก.ย.) แต่ทางญาติผู้ตาย ขอเลื่อนออกไปก่อน เพราะติดธุระที่ต่างจังหวัด ทางด้านพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ระบุว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำพนักงานรถ ขสมก. ไปแล้ว แต่ตอนนั้นผู้ตายยังไม่เสียชีวิต หลังจากนี้ก็จะเชิญทั้งสองฝ่ายเข้ามาสอบปากคำ แต่เบื้องต้นได้ตั้งข้อหาพนักงานขับรถคนดังกล่าว ฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต   ส่วนประเด็นที่ทางสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจนำศพไปฝังนั้น พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการ เปิดเผยว่า ตามกฎระเบียบของทางโรงพยาบาล หากศพไร้ญาติ เป็นคนไทย จะเก็บไว้ที่สถาบันนิติเวช 3 วัน ก่อนจะนำไปฝาก ฝังไว้ที่สุสานของมูลนิธิ เพราะที่สถาบันนิติเวชมีศพเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ใช่การฝังทิ้ง เพราะจะมีการระบุรายละเอียดของผู้ตายชัดเจนตรงที่ฝัง ซึ่งหากมีญาติมาติดต่อก็จะไปนำศพกลับมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YNAuTDYMt5g    

 18,848
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.ย. 60

4 ทหารกล้าพลีชีพเหตุลอบบึ้มที่ปัตตานี - แม่ร่ำไห้รับศพลูกชาย วอนหยุดก่อเหตุ

ความคืบหน้าเหตุวางระเบิดรถทหารพรานบนถนนสาย 41 (เก่า) บ้านเจาะกือแย ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี ปัตตานี โดยแรงระเบิดทำให้รถกระบะของทหารพรานได้รับความเสียหายขาดกลางช่วงกระบะ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 4 ราย ทราบชื่อ คือ 1.อส.ทพสุวิทย์ บุญชู 2.อส.ทพ.ปฐมพร คงสัย 3.อส.ทพ.พิทักคมสิต ศักดิ์วิเศษสม และ 4.อส.ทพ.ณัฐพล รังสิมันตุชาติ ผู้ได้รับบาดเจ็บ อีก 4 นาย คือ 1 อส.ทพ.ประหยัด อินทร์แก 2.สอ.ธีรวุฒิ ปานแก้ว 3.อส.ทพ.ธันยา เอื้องฟ้าไพรวัลย์ 4.อส.ทพ.จักรกฤษ จี๋เอ้ย และชาวบ้านเป็นหญิง คือ น.ส.รอมเลาะห์ สือรี     ล่าสุด พลตรีจตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้สั่งตั้งศูนย์ควบคุมเหตุการณ์ ติดตามกลุ่มที่ก่อเหตุ พร้อมเปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มของนายยาการีนา บาโง กับกลุ่ม นายสะมาลี สะนิ แกนนำสั่งการและปฏิบัติการกลุ่มอาร์เคเค ซึ่งก่อนหน้านี้มีการแจ้งเตือน พบการเคลื่อนไหวเตรียมก่อเหตุมาแล้ว 2 วัน        ด้าน พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และติดตามกลุ่มก่อเหตุ โดยกองทัพบกได้เน้นย้ำให้ดูแลสิทธิของกำลังพล และครอบครัวผู้สูญเสียตามสิทธิที่ได้รับ ตามระเบียบของทางราชการอย่างเต็มที่ โดยครอบครัวอาสาสมัครทหารพรานจะได้รับการช่วยเหลือรายละประมาณ 2 ล้าน 2 แสนบาท ขณะเดียวกัน ก็ยืนยันเจ้าหน้าที่จะยังมุ่งมั่นสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่   ขณะที่ พลเอกอักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ เชื่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ก่อเหตุต้องการแสดงให้เห็นศักยภาพว่ายังสามารถก่อเหตุรุนแรงได้ โดยเฉพาะ อ.สายบุรี เป็นหนึ่งพื้นที่ ที่พยายามพูดคุยให้พื้นที่ปลอดภัย และเมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ หน่วยในพื้นที่ก็สามารถใช้ยุทธวิธีต่างๆ ทั้งการเผชิญหน้า และการข่าว เพื่อแก้ปัญหาตามสถานการณ์ได้ แต่การพูดคุยสันติสุข จะยังเดินหน้าต่อไป เพราะกว่าจะทำให้เกิดสภาพแวดล้อม ของการพูดคุยเพื่อนำไปสู่การกำหนดพื้นที่ปลอดภัยได้นั้นต้องใช้เวลา และเชื่อว่าคนในพื้นที่ต้องการให้พูดคุยสันติสุข ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาในทุกๆ      ด้าน นางดุษฎี คงสัย อายุ 48 ปี มารดาของ อส.ทพ.ปฐมพร คงสัย อายุ 22 ปี ทหารพรานสังกัดชุดตระเวน ร้อยทพ.ที่ 4412 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 44 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้เดินทางมารอรับศพลูกชายด้วยความโศกเศร้าที่ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐิ์ ร.15 พัน 4 จ.ตรัง  ก่อนเคลื่อนศพขึ้นรถนำกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดไตรสามัคคี    นางดุษฎี กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตอนรู้ข่าวลูกชายก็รู้สึกช็อก กับการจากไปแบบกะทันหัน เพราะ อส.ทพ.ปฐมพร หรือ น้องแขก เป็นลูกคนเดียวและยังไม่มีครอบครัว แต่ก็ภูมิใจที่ลูกชายได้เสียสละเพื่อประเทศชาติ น้องแขกชอบการเป็นทหารมาก เพราะญาติๆ ทั้ง 2 ฝ่ายเป็นทหารรับใช้ชาติทั้งหมด น้องแขกเป็นทหารรับใช้ชาติมา 2 ปี ตนมีความภาคภูมิใจในการเสียสละของลูก เขาเสนอตัวออกพื้นที่เพื่อรับใช้ชาติ ไม่อยากอยู่ในกรมฯ เพราะไม่ได้ปฏิบัติหน้าอย่างเต็มที่ ก่อนน้องแขกจะเสียชีวิตได้พูดเป็นลางสังหรณ์ว่า หากเป็นอะไรไปให้นำศพขไปไว้ที่ วัดไตรสามัคคี เพราะอยากไปอยู่กับญาติๆที่นั่น และตนอยากจะฝากไปยังผู้ก่อการร้ายว่าให้หยุดได้แล้ว อย่าก่อเหตุอีกเลย ที่ผ่านมาก็ทำให้ทหาร ตำรวจ อส.เสียชีวิตและบาดเจ็บมาแล้วมากมาย                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/7ITbuwxgZbU  

 8,930
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 ก.ย. 60

ไร้วี่แวว จนท.1669 รพ.ประจวบฯ ขอขมาศพคนไข้เสียชีวิต คาดเครียดจัด ขอลาราชการ

จากกรณีพนักงานวิทยุศูนย์ 1669 โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ พูดจาไม่สุภาพและนำรถกู้ชีพฉุกเฉินมารับช้า เป็นเหตุให้ น้องลูกชิด อายุ 20 ปี คนไข้ป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมียหรือโรคโลหิตจาง โดยบอกให้กินยาพารา และจะมารับในช่วงเช้า ทำให้คนไข้ถึงโรงพยาบาลช้าและเสียชีวิตในที่สุด   ล่าสุดบรรยากาศงานศพ ยังไร้วี่แววของ จนท.1669 โดยไม่มีการมาขอขมาศพตามที่ญาติเรียกร้อง เพื่อไม่ให้ติดค้างจิตใจกัน มีเพียงคณะผู้บริหารโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์เดินทางมาร่วมงานเท่านั้น   ทั้งนี้ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ 1669 มีความเครียดอย่างมาก ได้ขอลาพักราชการ และปิดโทรศัพท์ ทำให้ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งทางผู้บริหารและหัวหน้าหอผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินพยายามติดต่อตลอดเวลา เพื่อพามาหาญาติผู้เสียชีวิต ไม่ได้ต้องการจะผิดคำพูดกับญาติแต่อย่างใด โดยขณะนี้ได้กำชับให้ติดต่อและนำตัวพนักงานวิทยุทั้งสองรายมาพบญาติผู้ตายให้ได้   ในส่วนของกำลังใจบุคลากรโรงพยาบาล ทั้งแพทย์และพยาบาลต่างทำงานกันเต็มที่อยู่แล้ว เพราะมีหน้าที่ดูแลประชาชน แต่ที่กังวลคือประชาชนอาจเกิดความไม่มั่นใจ หรือหมดศรัทธาต่อการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นตัวปั่นทอนกำลังใจของเจ้าหน้าที่ในการทำงานแต่ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะรักษามาตราฐานของโรงพยาบาลไว้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ED4axW9zhig

 32,388
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ย. 60

ตร.เผยญาติ นศ.แพทย์ โทรขอเลื่อนนัด คดีวางยาสุนัขเอาเงินประกัน แต่จนท.ไม่อนุญาต

ความคืบหน้าจากกรณีนักศึกษาแพทย์ถูกกล่าวหาวางยาสุนัขปอมฯ เพื่อหวังเรียกเงินประกันจากบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยงตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปนั้น ล่าสุด พ.ต.ท.สืบพงศ์ กรุณา รองผกก.(สอบสวน) สน.สุทธิสาร ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวให้เข้ามาพบเพื่อสอบปากคำแล้ว โดยนัดหมายให้เข้าพบในวันที่ 18 ก.ย. ที่จะถึงนี้ แต่ล่าสุดทางญาติได้โทรเข้ามาขอเลื่อนนัดออกไปแต่ทางพนักงานสอบสวนไม่สามารถเลื่อนนัดให้ได้ เนื่องจากจำเป็นจะต้องทำเป็นหนังสื่อมายื่นพร้อมเหตุผลในการขอเลื่อนนัด ซึ่งหากไม่มีหนังสือพร้อมเหตุผลมาให้ ทางพนักงานสอบสวนก็จะถือว่าเป็นการผิดนัดครั้งที่ 1 และจะมีการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ซึ่งหากครบกำหนดหมายเรียกครั้งที่ 2 ก็จะทำการออกหมายจับตามขั้นตอน เพราะเข้าข่ายมีพฤติการณ์หลบหนี   ขณะที่ผลการตรวจสอบยาที่พบในกระเพาะของสุนัขเบื้องต้นออกมาแล้ว แต่จะทราบอย่างชัดเจนอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 19 ก.ย.นี้ ซึ่งทางตำรวจยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนได้                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/mhALhqzo_10

 6,551
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ก.ย. 60

ญาติโวยหลานป่วยกลางดึกโทรแจ้ง 1669 ไม่ยอมส่งรถมารับ-ให้กินยาพารา สุดท้ายเสียชีวิต

ความคืบหน้าจากกรณีผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Api Brahman Land โพสต์ข้อความในเพจประจวบคีรีขันธุ์ ระบุว่า “หนึ่งชีวิตต้องจากไป ผลจากการทำงานที่ล่าช้าของสายด่วนฉุกเฉิน 1669 ประจวบ คือไม่ยอมจัดส่งรถมารับผู้ป่วยหลังจากได้รับแจ้ง บอกแต่เพียงให้ไปกินยาพารา แล้วเช้าจะส่งรถมารับ ขนะนี้ผู้ป่วยเสียชีวิตแล้วสาเหตุ ติดเชื้อในกระแสเลือดมาถึง รพ. ช้าเกินไป ผมอยากใช้เจ้าหน้าที่คนที่รับเรื่องในวันที่ 12 เวลาประมาณตีหนึ่งมาขอขมาศพ หากไม่มาผมจะตามเอาเรื่องให้ถึงที่สุดครับจึงขออนุญาตเพจนี้ช่วยตามให้หน่อยครับ”       ด้าน นายอภิเชษฐ์ พรรณไวย อายุ 41 ปี เจ้าของโพสต์ดังกล่าว เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นหลานชาย คือ นายสันติสุข พรรณไวย หรือน้องลูกชิต อายุ 20 ปี ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียตั้งแต่เด็ก โดยช่วงค่ำวันที่ 12 ก.ย. หลานมีอาการปวดหัว กินยาพาราเซตามอลกับเช็ดตัวไปแล้วอาการไม่ดีขึ้น ญาติจึงโทรไปแจ้ง 1669 แต่เจ้าหน้าที่ที่รับสายเป็นผู้ชายบอกว่าให้กินยาพาราไปก่อน ตอนเช้าจะมารับ จากนั้นญาติได้โทรศัพท์แจ้งให้ตนทราบ ขณะทำธุระอยู่ในเมือง ตนจึงเดินทางกลับไปดูอาการของหลานและได้โทรไป 1669 อีกครั้งเนื่องจากผู้ป่วยมีอาการช็อก เกร็งหายใจไม่ออก จนมีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่     กระทั่งเวลาตีสาม ตนจึงตัดสินใจนำหลานขึ้นรถไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร ระหว่างทางถึง ต.อ่าวน้อย เห็นรถ 1669 ของโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์สวนทางมา จึงได้ย้ายหลานชายใส่รถ 1669 ไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว จนกระทั่งหลานเสียชีวิตช่วงบ่ายของวันที่ 13 ก.ย. ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ตนไม่ต้องการเรียกร้องขอค่าเสียหาย แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ที่รับสายมาขอขมาศพ เพราะทำงานล่าช้าจนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต และโรงพยาบาลจะต้องปรับปรุงเรื่องดังกล่าว ไม่ให้เกิดกับผู้ป่วยรายอื่น     ขณะที่ นายแพทย์ทรงฉัตร ศิริโยธิพันธุ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า ได้เรียกเจ้าหน้าที่ทั้งสองราย มาสอบถามข้อเท็จจริงแล้ว และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ ซึ่งตนเองคาดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน ซึ่งในส่วนของทางโรงพยาบาลเอง ก็จะมีขั้นตอนในการปฏิบัติ โดยเมื่อมีการโทรเข้ามาแจ้งเคสเจ้าหน้าที่จะถามอาการของผู้ป่วย ถ้าอาการไม่หนักก็จะให้คำแนะนำ แต่ถ้ามีอาการวิกฤติ เจ้าหน้าที่จะรีบออกไปรับทันที ทั้งนี้จะนำเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานวิทยุในวันเกิดเหตุ ไปขอขมาต่อหน้าศพ และในวันอาทิตย์ทางโรงพยาบาลจะเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพอีกด้วย                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/aLoV7ihX2n0

 31,498
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ย. 60

ญาติร่ำไห้ รวมเงินเกือบล้านประกันตัว 2 ผู้ต้องหาสูงวัย คดีรุมโทรมเด็กหญิง - วอนสังคมอย่าเพิ่งด่วนตัดสิน

ความคืบหน้ากรณีเด็กหญิงอายุ 15 ปี ถูกผู้ชายมากกว่า 40 คนรุมโทรมที่บ้านเกาะแรด อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา       ล่าสุด เมื่อวานนี้ (9 ก.ย.) ศาลจังหวัดพังงาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว 2 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ หลังครอบครัวรวบรวมเงินกันเช่าหลักทรัพย์ จำนวน 920,000 บาท มาประกันตัวนายเฉลิม สามิน (หวาบ๋า) อายุ 69 ปี และนายสุชีพ สุเมนร์(หวาเดช) อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ส่วนผู้ต้องหาที่ไม่ได้ประกันตัวถูกนำตัวขึ้นรถของเรือนจำจังหวัดพังงาที่มาจอดรอรับอยู่ทันที    ด้าน นายณัฐรัตน์ หนูแก้ว ทนายความอาสาชาวบ้าน เปิดเผยว่า หลังจากทราบว่าทางศาลกำหนดหลักทรัพย์ในการประกันตัวคนละ 460,000 บาท ทำให้รู้สึกหมดหวังทันที เพราะทั้งหมดมีฐานะยากจน ถึงบางคนจะมีหลักทรัพย์แต่ก็ไม่ได้เตรียมการมา แต่ในที่สุดได้ตกลงกันว่าจะประกันผู้สูงอายุ 2 คนออกมาก่อน จึงช่วยกันรวบรวมเงินมาเช่าหลักทรัพย์มูลค่า 920,000 บาท จากนายหน้ามาทำการประกันตัว ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือจะดำเนินการในวันจันทร์ที่ 11 กันยายนนี้ จากนี้คาดว่าจะยื่นขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพังงาให้ช่วยเหลือในเรื่องการประกันตัวมาต่อสู้คดีต่อไป    ขณะที่ นายวสิทธิ์ ประหยัดทรัพย์ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา กล่าวขอวิงวอนพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศว่า เรื่องนี้อย่างเพิ่งตัดสินใจว่าใครผิดใครถูก เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอาจรู้ว่าฝ่ายไหนถูก ฝ่ายไหนผิด อยู่ที่ศาลเท่านั้นจะเป็นผู้ตัดสิน ดังนั้นอยากขอร้องพี่น้องทั้งประเทศว่า การตัดสินในครั้งนี้ สิ่งที่ท่านคิด ณ เวลานี้ อาจจะไม่เหมือนที่คิดก็ได้ จึงอยากขอร้องว่า เรื่องนี้ขอให้เป็นการตัดสินของศาลที่จะบอกว่าใครถูกใครผิด               ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/2n4RCHArgAw

 2,307
สังคม-อาชญากรรม
22 ส.ค. 60

ญาติ ผอ.อ้อย เดินสายยื่นหนังสือหลายหน่วยงาน หวั่นคดีไม่คืบ หลังมีทหารมาเอี่ยว

จากกรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการตำแหน่ง ผู้อำนวยการ (ผอ.) กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หายตัวไปอย่างลึกลับไร้ร่องรอยพร้อมรถยนต์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ทางครอบครัวได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู ให้ดำเนินคดีกับนายทหารยศ ร้อยเอก นายหนึ่ง แต่จนถึงปัจจุบันยังคงไม่ได้รับความคืบหน้าในคดีนั้น   ล่าสุดวานนี้ (21 ส.ค.) เวลาประมาณ 11.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ญาติของ ผอ.อ้อย ได้เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อร้องขอความเป็นธรรม   โดยมารดาเปิดเผยว่า ในวันนี้ที่ทางครอบครัวตัดสินใจเดินทางมายื่นหนังสือ เนื่องจากคดีนี้มีข้าราชการทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมถึงทราบว่าคดีนี้มีพลเรือนเข้ามาร่วมเกี่ยวข้อง แต่ในสำนวนยังไม่ได้รับความชัดเจน จึงเกรงว่าคดีนี้จะต้องไปสู่ในศาลทหาร   รวมถึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดในการติดตามคดี เหมือนกรณีของน้องพลอย ที่เมื่อเข้าร้องทุกข์ แล้วสามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว พร้อมยืนยันว่าครอบครัวยังไม่ถูกข่มขู่คุกคามใดทั้งสิ้น และก่อนหน้านี้ครอบครัวพยายามเข้าไปตรวจสอบ บริเวณพลาญตอกเลข พื้นที่สามเหลี่ยมมรกต ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดน ติดกับประเทศลาว เพื่อพิสูจน์ หลังพบข้อมูลพบศพหญิงนิรนามห่อด้วยพลาสติก ในบริเวณดังกล่าว แต่เบื้องต้นตำรวจของลาว ยังไม่อนุญาตให้เข้าไปที่บริเวณต้องสงสัย เนื่องจากว่าไม่มีการประสานงานอย่างเป็นทางการ   เปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้ ผอ.อ้อย ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงิน ส่วนทหารคนดังกล่าว ตนไม่เคยเห็น เพราะ ผอ.อ้อย ไม่เคยพามาบ้าน แต่เนื่องด้วยงานของลูกสาว จะต้องติดต่อกับทหาร จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจรู้จักกัน ตอนนี้ตนไม่คิดว่าลูกสาวยังมีชีวิตอยู่แล้ว เพราะขนาดรถยังถูกนำมาขาย และดัดแปลง แต่หวังแค่จะนำร่างของลูกสาวมาทำพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น ก่อนหน้านี้เคยฝันเห็นลูกสาว กลับมาบ้านมาเก็บเสื้อผ้าออกไป   ด้าน พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าสำหรับคดีนี้ ยืนยันเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามขั้นตอนปฏิบัติ ไม่ได้ทำการล่าช้า ทราบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่อยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนในทางลับ และขอยืนยันว่าขณะนี้ยังคงเป็นสำนวนคนหาย เนื่องจากศพผู้เสียชีวิตที่พบในประเทศเพื่อนบ้าน ยังอยู่ระหว่างรอการตรวจพิสูจน์ขั้นตอนทางนิติเวช ยังต้องรอผล แต่ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดๆทิ้ง และขอเวลาให้กับเจ้าหน้าที่ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง หลังจากนี้จะขออาสาลงมาช่วยดำเนินการตรวจสอบในคดีนี้ด้วยตนเอง   สำหรับคดีนี้ ร้อยเอกศุภชัย ภาโส พร้อมนายทหารพระธรรมนูญ เข้าพบกับ พลตำรวจตรีสุรเดช เด่นธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรศรีสะเกษ ไปแล้วเนื่องจาก มีชื่อพาดพิงถึงการหายตัว   ต่อมาเวลา 13.00 น. ทางครอบครัวได้เดินทางเข้าพบ พันตำรวจเอกดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อยื่นหนังสือขอให้รับเป็นคดีพิเศษ ก่อนจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์   โดย พ.ต.อ.ดุษฎี เปิดเผยว่า เบื้องต้นหลังจากรับเรื่องแล้ว จะส่งเรื่องต่อให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าไปตรวจสอบ ในประเด็นต่างๆที่ญาติยังติดใจ สงสัย แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำดีอยู่แล้ว ก็จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจต่อไป ตอนนี้ยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษ เพราะต้องตรวจสอบดูว่าจะเข้าเงื่อนไขหรือไม่   ขณะที่ นายกสภาทนายความ เปิดเผยว่า หลังจากรับเรื่องแล้วก็จะตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะช่วยทางครอบครัวรวบรวมพยานหลักฐาน และช่วยในด้านกฎหมาย หากจับผู้ต้องหาได้แล้ว ทางสภาทนายความจะตั้งทนายเข้าไปเพื่อช่วยเหลือในการดูแลคดีต่อไป อยากให้ทางครอบครัวสบายใจได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IQQGHeojAQc    

 1,254
สังคม-อาชญากรรม
11 ส.ค. 60

ญาติร้องสถานทูตสหรัฐฯออกวีซ่ากู้ภัยไทย กู้ซากรถ-ศพ 2 นศ.ขับรถตกเหว

ญาติ 2 นักศึกษาไทยที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุขับรถตกเหวบริเวณเส้นทางไปอุทยานแห่งชาติคิงส์แคนยอน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ยื่นหนังสือให้สถานทูตออกวีซ่าให้ทีมอาสากู้ภัยชาวไทย เพื่อกู้ซากรถยนต์และศพของทั้ง 2 คนหลังสหรัฐฯไม่เร่งดำเนินการหลังเวลาล่วงเลยมากว่า 2 สัปดาห์    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UNOFsjH_ZYY

 11,099
ข่าวภูมิภาค
09 ส.ค. 60

ญาติบังฟัต ชนะเลือกตั้ง ผญบ.คนใหม่ แทนผู้ใหญ่บัติถูกฆ่ายกครัว

กระบี่-ผลการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ แทนผู้ใหญ่วรยุทธ สังหลัง ที่ถูกยิงพร้อมครอบครัวและญาติ 8 ศพ   ผลปรากฏว่านายจักกฤษณ์ หนูรินทร์ ซึ่งเป็นญาติของบังฟัต ผู้ต้องหาในคดีฆ่ายกครัว ได้เป็นผู้ชนะเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเจ้าตัวกล่าวว่า เป็นไปตามที่ตนคาดการณ์ไว้ เพราะก่อนหน้านี้เคยลงสมัครมาแล้ว และได้คะแนนเท่ากันกับผู้ใหญ่บัตที่เสียชีวิต จึงมีการจับสลาก ส่วนกรณีว่าเป็นญาติฝ่ายคนตายบ้างหรือฝ่ายผู้ต้องหาบ้างนั้น ตนเป็นเครือญาติกับทั้ง 2 ฝ่าย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lE39fQQcPjI

 2,807
ข่าวภูมิภาค
06 ส.ค. 60

ศึกสายเลือด 3 พ่อลูกบุกเคลียร์ญาติปมขัดแย้ง ก่อนเปิดฉากดวลปืน ดับ3 เจ็บ1

เกิดเหตุเครือญาติตระกูล "นามบุศย์" ก่อเหตุยิงกันตายและได้รับบาดเจ็บ บนถนนซอยทางเข้าสวนปาล์ม พื้นที่หมู่ 1 บ้านปลายศอก ต.คลองน้อย อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี      จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสมยศ นามบุศย์ และลูกชายอีก 2 คน ได้เดินทางไปพบญาติเพื่อเคลียร์ปัญหาความขัดแย้งแต่ตกลงกันไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่กัน จนมีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 1 คน               ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/8zeaJo-jMmI            

 29,763
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ค. 60

ชาวบ้านฮือประท้วงเรียกร้องให้ 'แป๊ก ปากหวาน' ขอขมาศพเด็ก ม.3 ขู่ยกโลงมาโรงพัก

ที่สถานีตำรวจภูธรบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชาวบ้านและญาติของเด็กหญิง อายุ14 ปี ที่เสียชีวิตจากการถูกข่มขืนแล้วฆ่า ได้เดินทางมาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายสุพรชัย หนูน้อย หรือแป๊ก ปากหวาน ผู้ต้องหาคดีนี้เดินทางไปขอขมาศพที่วัด และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะมาปกป้องผู้ต้องหา อีกทั้งเป็นเรื่องสะเทือนขวัญในชุมชน สร้างความหวาดผวาให้กับประชาชนในท้องถิ่น ขู่หากไม่ปฏิบัติตามจะยกโลงศพของผู้ตายมายังโรงพัก   พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประหารชีวิตผู้ต้องหา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเรียกชุดควบคุมฝูงชนมาที่สถานีตำรวจบ้านโพธิ์เพื่อป้องกันสถานการณ์รุนแรงบานปลาย   ด้านตำรวจระบุจะไม่มีการนำตัวผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและขอขมาศพ เพื่อความปลอดภัย เตรียมนำผู้ต้องหาส่งฟ้องศาล สร้างความไม่พอใจให้ชาวบ้านก่อนจะแยกย้ายกลับไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/L5sVGjRa3oQ  

 2,391
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ค. 60

ญาติ 2 นศ.ป.โท น้อมรับ ศาลสั่งจำคุก ‘เสี่ยเจนภพ’ 2 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา เพิกถอนใบขับขี่ตลอดชีวิต

จากคดีเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 นายเจนภพ วีรพร ขับรถเบนซ์ชนรถฟอร์ด จนทำให้เพลิงไหม้รถ เป็นเหตุให้นายกฤษณะ ถาวร อายุ 32 ปี และนางสาวธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย อายุ 34 ปี 2 นักศึกษาปริญญาโท ของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เสียชีวิตพร้อมกันคาที่ บริเวณถนนพหลโยธิน กม.53 ต่างระดับบางปะอิน ขาออก จ.พระนครศรีอยุธยา   ต่อมาคดีดังกว่าเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคม หลังจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความล่าช้า จนต้องมีการเปลี่ยนทีมพนักงานสอบสวน ก่อนจะสามารถสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องศาล โดย 7 ข้อหาที่ส่งฟ้องนั้น นายเจนภพ ยอมรับเพียง 3 ข้อหาคือ ขับรถโดยประมาท ,ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ,ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิต ส่วนอีก 4 ข้อหา คือ เป็นผู้ขับรถเสพยาเสพติดให้โทษ ขับรถในขณะหย่อนความสามารถ ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น และเป็นผู้ขับรถฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่พนักงาน จำเลยได้ให้การปฏิเสธ   ล่าสุดศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเจนภพ วีรพร เดินทางมาฟังคำพิพากษาของศาล โดยมีญาติของผู้เสียชีวิตทั้งสองราย พร้อมด้วยทนายเดินทางมาร่วมฟังในครั้งนี้ด้วย โดยนายเจนภพ ลงจากรถมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย และไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน   โดยศาลได้พิจารณาลงโทษในอัตราสูงสุด ในข้อหาขับรถโดยประมาท ให้จำคุก 5 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ และดูแลเยียวยาคู่กรณีทั้งสองคนที่เสียชีวิต ศาลได้ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกเลย 2 ปี 6 เดือน พร้อมกับเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ โดยไม่รอลงอาญา ส่วนที่เหลืออีก 4 ข้อหา ศาลมีเหตุอันควรให้สงสัยในการสอบสวนของพนักงานสอบสวน และในสำนวนคดีไม่ปรากฎว่าทำการตรวจเมื่อใด ศาลจึงยกประโยชน์ให้จำเลย   ขณะที่ทนายความของนายเจนภพ ได้นำเงินมาเป็นหลักทรัพย์ในการขอประกันตัวจำนวน 200,000 บาท พร้อมกับเตรียมขออุทธรณ์ภายใน 30 วัน และได้เดินออกถ้าด้านหลังอาคาร โดยมีครอบครัวไปรอรับขึ้นรถ ไม่ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน   หลังศาลพิพากษาเสร็จสิ้นแล้ว นางสาวนงครัตน์ รุ่งแสง น้องสาวของนายกฤษณะ ถาวร พร้อมด้วยทนายความ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า พอใจกับผลการตัดสินของศาล และได้รับการเยียวยาจากทางนายเจนภพแล้ว ถือเป็นบรรทัดฐานของสังคม ส่วนเรื่องสารเสพติดไม่ได้ติดใจตั้งแต่แรกอยู่แล้ว   ด้านนางสาวกัญจนา ฮ้อแสงชัย น้องสาวของนางสาวธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย และทนายความ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว นางสาวกัญจนา ว่ายอมรับในคำพิพากษาของศาล ส่วนเรื่องที่ทำใจได้หรือยังนั้น ตนยอมรับว่าทุกคนในครอบครัวพยายามใช้ชีวิตกันปกติ แต่เป็นยากที่ใครจะทำใจได้   ส่วนทนายวิเชียร บอกว่า การตัดสินคดีนี้ ทั้งทางญาติ และทนายโจทย์ร่วมทั้งสองคน รวมทั้งญาติของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน มีความต้องการให้การตัดสินในคดีนี้ เป็นบันทัดฐานในการลงโทษผู้ขับรถยนต์ประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ถึงแม้ว่าจำเลยจะดูแลเยียวยาผู้เสียหายแล้วก็ตามต้องได้รับโทษตามกฏหมายกำหนด ซึ่งศาลได้ลงโทษในอัตราสุงสุดจำคุก  5 ปี ทุกคนรับว่ามีความพอใจในคำตัดสินวันนี้ ส่วนจำเลยจะอุทธรณ์ก็เป็นสิทธิ์สามารถทำได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/41QOkPOBLf4    

 3,014
สังคม-อาชญากรรม
25 มิ.ย. 60

5 ครอบครัวร่ำไห้รับศพผู้เสียชีวิตตกบ่อบำบัดน้ำเสีย - ซีพีเอฟรับเป็นเหตุฉุกละหุก ไม่มีวงจรปิด

ญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย นายพรชัย บุญบาน อายุ 40 ปี พนักงานบริษัท ซีพีเอฟ , นายชาญชัย พันธุนาคิน อายุ 42 ปี พนักงาน บริษัทซีพีเอฟ , น.ส.ลักษ์ชนก แสนทวีสุน อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม บริษัท ซีพีเอฟ , นายชาตรี ศรีสันคร  พนักงานบริษัทซีพีเอฟ   และ น.ส.ปัณฐิกา ตาสุวรรณ อายุ 23 ปี นิสิตชั้นปีที่ 5 คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นนักศึกษาฝึกงาน ที่พลัดตกบ่อบำบัดน้ำเสียในบริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย)  เดินทางมารอรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่ภูมิลำเนา ซึ่งบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า   ด้าน นายปริโสทัต ปุณณภุม รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (ซีพีเอฟ) เปิดเผยว่า ทางบริษัทจะเป็นเจ้าภาพในพิธีทุกคืน พร้อมจะมอบเงินเยียวยาครอบครัวละ 3 ล้านบาท และดูแลครอบครัว กรณีมีบุตร หรือพ่อแม่ที่ต้องดูแล ตามโครงการช่วยเหลือของซีพีเอฟที่มีอย่างเต็มที่    ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเป็นเหตุฉุกละหุกเฉพาะหน้า จึงทำให้เกิดการตัดสินใจพลาด โดยในจุดดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด และพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ควบคุม แต่สามารถเดินเข้าไปเพื่อดูระบบบำบัดน้ำได้ จึงต้องรอการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่ยืนยันว่าระบบรักษาความปลอดภัยมีมาตรฐาน     สำหรับกำหนดการสวดพระอภิธรรมและฌาปนกิจของทั้งหมด มีดังนี้ 1. นายชาญชัย พันนาคิน  พนักงานตั้งศพที่ วัดทองธรรมชาติ อ.แหลมงอบ จ.ตราด  สวดพระอภิธรรม 24-28 มิ.ย. ฌาปนกิจ 29 มิ.ย. 2. น.ส.ลักษณ์ชนก แสนทวีสุข พนักงาน ตั้งศพ วัดทรัพย์เกษตร ต.โสง อ.นำ้ยืน จ.อุบลราชธานี สวดพระอภิธรรม 25-27 มิ.ย. ฌาปนกิจ 28 มิ.ย. 3. นายพรศักดิ์ บุญบาน  พนักงาน ตั้งสวดศพที่บ้าน บ้านหนองแดงน้อย จ.ชัยภูมิ สวดพระอภิธรรม 25-27 มิ.ย. ฌาปนกิจ 28 มิ.ย. 4. นานชาตรี ศรีสันคร เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม สวดพระอภิธรรมที่บ้าน จ.สกลนคร 25-27 มิ.ย. ฌาปนกิจ  28  มิ.ย. 5.น.ส.ปัณฐิกา ตาสุวรรณนิสิตคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย  ตั้งศพวัดเมืองกาย ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/2P0WPji0Qbw

 24,766
ข่าวภูมิภาค
19 มิ.ย. 60

ร่วมส่งดวงวิญญาณ 'น้องรุ้ง' สู่สุขคติแน่นวัด พบมิจฉาชีพแฝงเป็นญาติรับเงินทำบุญ

สมุทรปราการ-ญาติและประชาชนจำนวนมากร่วมงานฌาปนกิจศพ ด.ญ.พรทิพย์ กุลนานันท์ หรือน้องรุ้ง อายุ 10 ปี ที่ถูกพ่อเลี้ยงและมารดาทำร้ายจนเสียชีวิตก่อนนำศพไปถ่วงน้ำ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ภายในวัดมงคลนิมิต ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง   ซึ่งก่อนที่จะมีพิธีฌาปนกิจ ทางญาติของน้องรุ้งได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 18 ทุนๆละ 1,000 บาทให้แก่นักเรียนโรงเรีบนวัดมงคลนิมิตรในระดับชั้นต่างๆตั้งแต่อนุบาล1-ป.6 และบริจาคเงินเพื่อสร้างเสาธงให้แก่โรงเรียนดังกล่าวด้วย   ด้านตัวแทนคณะกรรมการในการจัดงานศพน้องรุ้งกล่าวว่า ภายในงานวันนี้ทางญาติและคณะกรรมการจัดงานศพได้ตั้งตู้รับบริจาคเงินทำบุญ สำหรับประชาชนที่ตั้งใจร่วมทำบุญ เนื่องจากที่ผ่านมาในงานสวดอภิธรรมทั้ง3 วันได้มีมิจฉาชีพมาแอบอ้างเป็นญาติ ทำให้ญาติและคณะกรรมการจัดงานศพ ตัดสินใจตั้งตู้รับบริจาคเพื่อความโปร่งใสและปิดรับการบริจาคผ่านทางช่องทางอื่น และได้ตกลงกันว่า จะนำเงินที่ได้รับบริจาคที่นำไปมอบเป็นทุนการศึกษาและทุนอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนในโรงเรียนที่น้องรุ้งเคยศึกษา ในจ.พิษณุโลกและจ.ร้อยเอ็ด โรงเรียนละ 50,000 บาท และบริจาคให้แก่วัดมงคลนิมิตร จำนวน 200,000 บาท ส่วนยอดเงินที่เหลือทางคณะกรรมการจัดงานและญาติจะตกลงกันอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l9GE3d6zd2w    

 9,120

Top