ค้นหา :

ผลการค้นหา "ญาติ"

สังคม-อาชญากรรม
25 ส.ค. 61

ญาติ 'พลทหารคชา' ร่ำไห้เรียกขวัญกลางโรงนอนหลังลูกยังนอนโคม่า คาใจไม่พบรอยฟกช้ำ

จากกรณี พลทหารคชา พะชะ อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี เข้าโรงพยาบาล ด้วยอาการหัวใจหยุดเต้น แต่ไม่แจ้งว่าเกิดจากสาเหตุอะไร จนต่อมาญาติได้ทราบว่า มีการซ่อมพลทหารคชา โดยรุ่นพี่ 3 คน ได้ยอมรับว่าซ่อมจริง และเข้ามอบตัว ส่วนอาการของพลทหารคชา ยังอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง ซึ่งญาติได้โพสต์ข้อความว่า “ตอนนี้เข้ม สมองไม่ทำงานนะครับ ขอคุณพระคุ้มครอง คนดี ให้ปลอดภัย”   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (24 ส.ค.) ครอบครัวของพลทหารได้เดินทางไปยังค่ายทหารเพื่อเรียกขวัญ โดยมีเจ้าหน้าที่ได้พาเข้าไปบริเวณที่เกิดเหตุการณ์ซ่อมรุ่นน้อง ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณโรงนอนชั้นล่าง กลางเรือนนอน โดยแม่ของพลทหารได้ร้องไห้ ตะโกนเรียกลูกอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับพูดว่า “กลับไปหาลูกหาเมีย หาพ่อหาแม่นะลูก” สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง   ขณะที่ พล.ต.ชัชวาล บูรณรัช ผอ.รพ.อานันทมหิดล เปิดเผยอาการของพลทหารคชา ว่า เริ่มต้นจากเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 21 ส.ค. พลทหารคชา มีอาการหมดสติไม่รู้สึกตัวเมื่อตรวจร่างกายพบว่าผู้ป่วยไม่มีชีพจรไม่หายใจ จึงได้ทำการ CPR จำนวน 2 ครั้ง ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 45 นาที เริ่มกลับมีชีพจรอีกครั้งแต่ยังไม่รู้สึกตัวจึงใส่ท่อช่วยหายใจและส่งเข้ารับการรักษาที่ห้องผู้ป่วยวิกฤติของโรงพยาบาล ผลการตรวจภาพรังสีทางสมอง ไม่พบภาวะเลือดออกในสมอง แพทย์จึงวินิจฉัยว่า ภาวะหัวใจหยุดเต้นไม่ทราบสาเหตุ จึงทำให้การรักษาด้วยการประคับประคองอวัยวะ โดยใช้เครื่องช่วยหายใจรักษาระดับความดันเลือดให้สารน้ำและให้การฟอกเลือด   โดยอาการล่าสุดสัญญาณชีพระดับความดันโลหิตหลังให้ยาแล้วอยู่ในเกณฑ์ปกติ หายใจได้โดยใช้เครื่องช่วยหายใจ อาการทางระบบประสาทผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัวสาเหตุเกิดจาก ภาวะสมองบวมซึ่งเกิดจาก ก่อนหน้านี้ผู้ป่วยหมดสติไม่มีชีพจร ทำให้การขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน ซึ่งภาวะทางสมองบวม เป็นภาวะที่แพทย์เป็นห่วง แต่ทางทีมแพทย์ได้มีการปรึกษากับทางทีมแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า จะไม่มีการผ่าตัดสมอง เนื่องจาก อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้   ส่วนอาการในวันนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากเมื่อวานที่ผ่านมา ผู้ป่วยจะต้องฟอกไต แต่ในเช้าวันนี้ ไม่ต้องมีการฟอกไต เริ่มมีปัสสาวะออก ก้านสมองบางส่วนยังคงทำงานอยู่ เริ่มหายใจเองได้มากกว่าเดิม ส่วนเรื่องอื่นๆ อาการคนไข้ทรงตัว และดีขึ้น ขยับขาเองได้บางครั้ง ถือเป็นการตอบสนองของคนไข้ ได้บ้างเล็กน้อย ภาวะอื่นๆ ลดลง เริ่มหายใจเองได้ แต่ยังไม่พอ จึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ ส่วนแนวทางรักษา จากที่ผ่านมามีการรักษาทุกๆชั่วโมง ตอนนี้ก็เริ่มเว้นระยะห่างเป็นช่วงเวลา เช้า กลางวัน เย็น และช่วงดึก      ด้านพ่อแม่ของพลทหารคชาเปิดเผยว่า หลังจากดูอาการตั้งแต่วันแรกลูกลืมตาได้เพียง 2 ครั้งจากนั้นก็หมดสติไป ยอมรับยังคงติดใจสาเหตุของการถูกกระทำในครั้งนี้ ที่ผ่านมาลูกก็มีสภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เคยมีโรคประจำตัว ตนไม่ทราบว่าลูกชายถูกทั้ง 3 คนซ้อมในลักษณะไหน ร่างกายลูกจึงไม่มีบาดแผล       ทั้งนี้ พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงความคืบว่า จากการได้รับรายงาน เป็นเรื่องของการทะเลาะวิวาท และทำร้ายร่างกาย เนื่องจากทั้งหมดเคยมีเรื่องกันมากก่อน โดยขณะนี้อยู่ความดูแลของโรงพยาบาล ซึ่งที่ผ่านมาตนเองได้กำชับกำลังพลในทุกเรื่อง แต่ประเด็นที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการทำร้ายร่างกาย ก็ต้องดำเนินการตามกฏหมาย โดยกองทัพจะต้องดูแล และเยียวยาครอบครัวในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล   ส่วนการลงโทษรุ่นพี่ทหารผู้ก่อเหตุ 3 คนนั้น ได้ดำเนินการทางวินัยแล้ว ซึ่งได้พาครอบครัวก็ได้แจ้งความในคดีอาญาด้วย ทั้งนี้ในส่วนของผู้บังคับกองพันจะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่นั้น ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่าต้องรอให้ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงออกมาก่อน             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/zhGDtwqvCK0

 7,852
ข่าวภูมิภาค
12 พ.ค. 61

ญาติพ่อค้ายาบ้าถูกตร.วิสามัญที่เมืองคอนร้องผู้ว่าฯ ลั่นทำเกินกว่าเหตุ-คาใจถูกยัดยา

จากกรณีตำรวจ สภ.พรหมครี จ.นครศรีธรรมราช วิสามัญ นายประวิทย์ บุญเนื่อง อายุ 44 ปี หลังได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากภรรยา ตรวจค้นในรถพบยาบ้าของกลางเป็นร้อยเม็ดอีกด้วยนั้น     ล่าสุดภรรยาและญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาขอความเป็นธรรม กับนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากตอนนี้ครอบครัวของตนถูกสังคมประณามว่าเป็นครอบครัวแก๊งยาเสพติด รวมทั้งยังประณามตนว่าสมรู้ร่วมคิดกับตำรวจให้ฆ่าสามี ทั้งๆ ที่มันไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตนยอมรับว่าสามีเสพยาเสพติด แต่ตนยืนยันว่าสามีไม่ได้ค้ายาเสพติด ไม่ได้มีชื่ออยู่ในบุญชีดำ   ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรับไม่ได้ ที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ หลังจากนี้จะเดินทางไปยื่นความเป็นธรรมกับ ผบ.มทบ.41 และขอกำลังทหาร คุ้มกันดูแลความปลอดภัยครอบครัวของตน เนื่องจากหลังเกิดเหตุการณ์ได้มีคนต้องสงสัยเป็นชายหลายคน รวมทั้งพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่ง ที่กล่าวอ้างว่าเป็นพระจากวัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร และยังกล่าวอ้างอีกว่าเป็นเพื่อนกับ ตำรวจ สภ.พรหมคีรี ชุดจับกุมสามี วันเกิดเหตุ ได้เดินทางมาร่วมงานศพของสามี พร้อมกับพยามเกลี่ยกล่อมให้ตนและคนในครอบครัว หยุดเรียกร้อง เพราะถึงแม้จะเรียกร้อง ต่อสู้อย่างไรก็ตามก็ไม่มีทางชนะ อย่างไรก็ตามตนและคนในครอบครัว ยืนยันว่าจะเดินหน้าขอความเป็นธรรมให้กับสามีให้ถึงที่สุด      เหยื่อวิสามัญ ร้องขอความเป็นธรรม ผู้ว่าฯ เมืองคอน เผยมีบุคคลต้องสงสัยหลายคน รวมทั้งพระ พยายามเกลี่ยกล่อมให้ตนหยุดเรียกร้อง วอนขอกำลังทหารดูแลความปลอดภัย หวั่นถูกคุกคาม - ขณะที่ครอบครัวถูกสังคมประณามเกี่ยวข้องยาเสพติด ด้านลูกวัย 6 และ 3 ขวบ สภาพใจจิตย่ำแย่ ซึมเศร้า – ยืนยันเดินหน้าต่อสู้ขอความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด - ด้านสมาคมสื่อฯ รับเรื่องประสาน หน่วยงานยุติธรรมเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Aoia-i1VNRU

 5,461
ข่าวภูมิภาค
29 เม.ย. 61

เผาศพเหยื่อถูกสายอินเตอร์เน็ตเกี่ยวคอดับแล้ว ญาติเผยเรื่องชวนขนลุก เชื่อวิญญาณมาหา

ความคืบหน้าเหตุสลด  น.ส.มณีเนตร เจริญเหง่า อายุ 40 ปี ถูกสายสัญญาณอินเทอร์เน็ตเกี่ยวคอจนเสียชีวิต เมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา บริเวณถนนเหล่านดี หน้า โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น นั้น   เมื่อวานนี้ (28 เม.ย.) ครอบครัวได้จัดพิธีฌาปนกิจศพ ณ วัดเทพนิมิต อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ขณะที่ญาติได้เปิดเผยเรื่องชวนขนลุกว่า ช่วงกลางดึกที่นอนเฝ้าศพได้ยินเสียงคนเขย่าประตู จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นวิญญาณของผู้ตายที่ยังมีห่วง ทางพี่สาวจึงได้พูดให้น้องสาวไม่ต้องกังวลและไปสู่สุคติ   ส่วนความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้ตำรวจได้รับการประสานจากบริษัทเจ้าของสายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแล้ว โดยจะมีการส่งตัวแทน บริษัทเข้ามาพบพนักงานสอบสวน ก่อนที่จะนัดญาติผู้เสียชีวิตมาเจรจาร่วมกับทางบริษัท ส่วนรถบรรทุกสิบล้อ ที่ปรากฎในภาพวงจรปิด ตำรวจกำลังไล่กล้องวงจรปิดเพื่อสืบหารถคันดังกล่าว เพื่อสืบสวนว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้สายสัญญาณอินเทอร์เน็ตกลงมาพาหรือไม่                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/TwkVNcPrlFM

 11,338
สังคม-อาชญากรรม
29 เม.ย. 61

ยังไม่ฟันธง! เสี่ยดับปริศนาเพราะกินยาลดความอ้วน ญาติปัดไม่ได้ลด20กก. - ตร.เตือนใครขาย lyn ถือว่าผิดกม.

จากการณี นายประภัทร ลำใย อายุ 47 ปี เสียชีวิตปริศนาในบ้านพัก โดยก่อนเสียชีวิตพบว่ามีการรับประทานยาลดน้ำหนักยี่ห้อ ลีน-เอฟเอสที และ ลีน บ๊อค บิ้ว เบริน์ เบรก บิ้ว  ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ จากการตรวจของ อย. พบว่า มีส่วนผสมของสารไซบูทรามีนซึ่งเป็นสารอันตรายต้องห้าม และมีส่วนผสมของยาถ่ายอันตรายต่อร่างกาย   เมื่อวานนี้ (28 เม.ย.) ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดบัวแก้วเกษร อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัว   โดยนางวรางคณา สุเมธวัน ญาติของผู้ตายเล่าว่า ขณะนี้ทางครอบครัวยังไม่ปักใจเชื่อว่าผู้ตายเสียชีวิตเพราะยาลดน้ำหนัก เพราะรอผลชันสูตรจากแพทย์ก่อน และยืนยันว่าผู้ตายทานยาลดน้ำหนักจริงเมื่อเดือนมีนาคม จนถึงปัจจุบัน มีน้ำหนักลดลง 4 กิโลกรัม ไม่ใช่ 20 กิโลกรัมตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ที่ผ่านมาผู้ตายไม่เคยมีโรคประจำตัว ชอบเล่นกีฬาแบดมินตันเป็นประจำ  ก่อนเกิดเหตุผู้ตายทำงานหนักพักผ่อนน้อยติดต่อกันสองวัน เพราะเคลียงาน ช่วงเย็นวันเกิดเหตุก็ไปเล่นแบดมินตัน จากนั้นก็กลับบ้าน ช่วงเวลา 3.00 น. ผู้ตายโทรหาภรรยาก็ปกติไม่มีอาการผิดปกติใดๆ   ยอมรับว่าผู้ตายเคยบ่นว่ามีพุง จะพยายามลดน้ำหนัก ส่วนเรื่องการกินยาลดน้ำหนักนั้นทางครอบครัวก็ทราบว่ากินยานี้ แต่ก็ไม่เคยเห็นอาการผิดปกติใดๆ แต่ช่วงหลังกินอาหารได้น้อยลง ตอนนี้ครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับการเสียชีวิตแบบไม่ทันร่ำลา และขอฟังผลการตรวจชันสูตรของศพให้ชัดเจนก่อนว่าเสียชีวิตจากสาเหตุใด   ด้าน ภรรยาผู้ตายเปิดเผยว่า สามีไม่ได้เป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ มีน้ำหนัก 106 กิโลกรัม แต่มีพุง เคยบ่นว่าอยากลดพุง  พอดีมีเพื่อนแนะนำให้ทานยานี้กินแล้วดี ช่วยบล็อกและเบิร์น สามีจึงสั่งซื้อมาจากอินเตอร์เน็ต ช่วงที่สามีกินยานี้ก็ไม่มีอาการผิดปกติอะไร แต่กินน้อยลง การดื่มน้ำก็ดื่มมากขึ้นแต่เพราะอากาศร้อนด้วย  ก่อนกินยานี้น้ำหนัก 106 กิโลกรัม พอกินไปสองเดือน น้ำหนักเหลือ 102 กิโลกรัม ตอนนี้ยังไม่ขอระบุว่าสามีจะเสียชีวิตจากสาเหตุการกินยานี้หรือไม่ ขอให้ตำรวจและผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบให้ละเอียดก่อน  โดยวันนี้ตนก็ได้นำกล่องไปรษณีย์ที่สั่งซื้อยาลดน้ำหนักมอบให้ตำรวจไปตรวจสอบ     ขณะที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบตร. ได้เดินทางมาร่วมงานศพ พร้อมระบุว่า ตัวยาที่ผู้ตายกินนั้น มีส่วนผสมต้องห้ามที่ทางอย.ประกาศไว้ มีตัวยา บิซาโคดิล ซึ่งยานี้จะบีบลำไส้ทำให้ระบาย ส่วนผลิตภัณฑ์ ลีน-บ๊อค เบริน์ เบรก บิวท์  มีสารไซบูทรามีน  ออกฤทธิ์กดประสาท ทำให้ไม่อยากอาหาร ซึ่งสารตัวนี้ทางอย.ของสหรัฐฯ ห้ามผลิตตั้งแต่ปี2533 และประเทศไทยเราก็สั่งห้ามนำเข้ามาตั้งแต่ปี2553 ฉะนัน้ใครมีผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ถือว่าผิดกฎหมาย เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ปลอมปนสารอันตราย มีโทษจำคุก2ปี     สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตของนายประภัทร แพทย์ระบุว่าเกิดจากหัวใจล้มเหลว  ส่วนผลการตรวจเลือดยังไม่ออก โดยในวันจันทร์ที่ 30 เม.ย.นี้ ทาง อย.จะแถลงรายละเอียดเรื่องส่วนผสมของผลิตภัณฑ์นี้    โดยผลิตภัณฑ์นี้พบว่ามีชื่อเสียงโด่งดังมากเรื่องการลดน้ำหนัก โดย1กล่องมีราคาไม่เกิน1พันบาท ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักต้องกิน2กล่องคู่กัน  วันละ1เม็ด โดยพบว่าตัวแทนที่รับมาขายมักจะอ้างว่าเป็นแพทย์ พยาบาล โดยไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือไม่ แต่สร้างความเชื่อถือให้ลูกค้าเชื่อมั่น     นอกจากนี้มีรายงานว่า มีผู้ที่รับประทานผลิตภัณฑ์นี้ เสียชีวิตลักษณะคล้ายกันคือมีอาการหัวใจล้มเหลวจำนวน 4 ราย โดยยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเสียชีวิตจากการรับประทานผลิตภัณฑ์นี้หรือ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่   ส่วนการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องคดีนี้ ในช่วงเดือน พ.ค. จะมีการพิจารณาออกหมายจับ หรือหมายเรียกบุคคลที่กี่ยวข้องกับธุรกิจเครือข่ายนี้ เพิ่มอีก จากการขยายผลการสิบปากคำและดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 8 คน ที่ถูกออกหมายจับรอบแรก โดยทั้ง 8 คนก็มาพบตำรวจครบแล้วและดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนรอบต่อไปนั้น อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน   ส่วนกรณีดาราที่รีวิวสินค้าซึ่งส่วนใหญ่ระบุว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการธุรกิจนี้ แค่รับรีวิวสินค้า และไม่รู้สินค้านี้ผิดกฎหมายนั้น ถือว่าการกระทำเข้าข่ายความผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีทุกคน ต่างกรรม ต่างวาระ    สำหรับธุรกิจของกลุ่มเมจิกสกิน มีผลิตภัณฑ์หลายชนิด และกลุ่มคนเหล่านี้มีเงินหทุนเวียนหลายล้าน และจะใช้วิธีไม่นำเงินสดไปฝากธนาคารเพราะจะถูกตรวจสอบเส้นทางการเงิน จะใช้วิธีนับเงินสดและแบ่งกัน ตอนนี้เจ้าหน้าที่รู้ข้อมูลแล้ว   ขณะที่ เพจดอกจิก v.3 ได้เผยแพร่ภาพของกลุ่มบุคลากรการแพทย์ อาทิ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร เทคนิคการแพทย์ โพสต์ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lyn และโฆษณาเชิญชวนให้คนซื้อไปรับประทาน ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ตัวนี้ไปรับประทาน จึงอยากฝากถึงไปยังกลุ่มสภาวิชาชีพออกมาจัดการกับกลุ่มบุคคลเหล่านี้                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/LwPb3LHorQY  

 15,665
ข่าวภูมิภาค
08 เม.ย. 61

ครอบครัวร่ำไห้เผาศพ ‘เศรษฐีนี’ เป็นศพคาเก๋ง พ่อยังยืนยันคำเดิมไม่เชื่อลูกฆ่าตัวตาย

ความคืบหน้าจากกรณีพบศพ น.ส.ดวงจันทร์ ทวีพันธ์ อายุ 33 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในรถเก๋งบริเวณซอยเปลี่ยวข้างคลองส่งน้ำชลประทาน อ.ลืออำนาจ จ.อำนาเจริญ เมื่อกลางดึกวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ในสภาพมีถุงพลาสติกคลุมศีรษะ บริเวณใต้ตาขวาฟกซ้ำ เบื้องต้นตำรวจตั้งปมชิงทรัพย์ ฆ่าล้างหนี้ และฆ่าตัวตาย หลังมีภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าก่อนที่จะหายตัวไปผู้ตายได้แวะซื้อยาจากร้านขายยา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุดทางครอบครัวได้จัดพิธีฌาปณกิจที่วัดโพธิ์ศรี ต.คำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ขณะที่พ่อของผู้เสียชีวิตยังยืนยันว่าลูกสาวไม่ได้ฆ่าตัวตายเป็นถูกฆาตกรรม โดยยังรอผลการชันสูตรจากกรุงเทพฯ และพร้อมจะยอมรับ แต่ในใจก็ยังเชื่อว่าลูกไม่ได้ฆ่าตัวตายแน่นอน                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/sSwqbQUpdYA          

 5,808
สังคม-อาชญากรรม
28 ม.ค. 61

ร่ำไห้ระงม ญาติ-ผู้ป่วยโรคไตที่ปัตตานีจี้ ผอ.รพ.เร่งแก้ไข หลังหยุดบริการฟอกไต ห่วงอาการทรุด

ผู้ป่วยโรคไตพร้อมด้วยญาติกว่า 100 คน รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ พันเอก อรรถวุฒิ จันทร์ศุภฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี เร่งช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตของโรงพยาบาล เนื่องจากทางโรงพยาบาลไม่สามารถฟอกไตให้ได้ ผู้ป่วยหลายรายไม่ได้รับการฟอกไดเป็นเวลาหลายวัน จนหลายคนเริ่มมีอาการแย่ลง ทำให้ญาติและผู้ป่วยหลายรายถึงกับร่ำไห้ รับไม่ได้กับการกระทำของโรงพยาบาลที่ปฏิบัติต่อผู้ป่วย โดยทางโรงพยาบาลให้ผู้ป่วยเดินทางไปฟอกไตที่โรงพยาบาลอื่นเป็นการชั่วคราว แต่กลับประสบปัญหาว่า คนไข้เต็มไม่สามารถทำการฟอกไตได้ อีกทั้งการเดินทางที่ไกล ส่งผลกระทบต่อร่างกายของผู้ป่วย ประกอบกับบางครั้งการเดินทางไปกลับเป็นห่วงเวลาที่กลางคืน ทำให้การเดินทางเป็นไปยากลำบาก และอาจจะเกิดอันตรายจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่     สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจาก ทางโรงพยาบาลได้ทำการยกเลิกสัญญากับบริษัทเก่าที่ให้บริการฟอกไตให้กับผู้ป่วยของโรงพยาบาล โดยให้บริษัทใหม่เข้ามาดำเนินการต่อ แต่บริษัทใหม่ยังไม่สามารถให้บริการได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยโรคไตโดยตรง ทำให้โรงพยาบาลต้องส่งตัวผู้ป่วยโรคไต ไปรักษาตัวที่อื่น สร้างความเดือดร้อน ทำให้ผู้ป่วยหลายรายไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากโรงพยาบาลหลายแห่งมีผู้ป่วยประจำอยู่แล้ว                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/3qZsVwB2Jdc

 19,778
สังคม-อาชญากรรม
14 ม.ค. 61

กองทัพเจรจาญาติเหยื่อถูกพลทหารยิงดับ รับปากพาตัวมือยิงขอขมาศพ

จากกรณี นายศรชัย สถิตย์รักษ์ดำรง อายุ 35 ปี ถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณด่านชุมชนของฝ่ายปกครองในพื้นที่หมู่บ้านแม่ต๋า อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เมื่อคืนวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดมีข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุคือทหารเกณฑ์ สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 จ.เชียงราย โดนแจ้ง 3 ข้อหา ซึ่งทางศาลได้อนุมัติหมายจับแล้วนั้น   ล่าสุด ญาติและทนายความของนายศรชัย ได้ลงนามยอมรับการเยียวยากองทัพภาคที่ 3 หลังได้เข้าพบและพูดคุยกับ พล.ต.สุภโชค ธวัชภีรชัย รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พล.ต.ณัฐวุฒิ ชุณหะนันทน์ ผบ.พล.ร.7 และ พ.อ.วรเทพ บุญญะ ผบ.ร.17 โดยได้มอบเงินเป็นการช่วยเหลือด้านคุณธรรมให้กับครอบครัว เบื้องต้นจะมีการช่วยเหลือค่าจัดการงานศพตั้งแต่วันเกิดเหตุ ช่วยเหลือค่าซ่อมแซมรถคันที่เสียหาย ช่วยค่าจัดการฌาปนกิจ ซึ่งทางญาติมีความพอใจและตกลงตามหนังสือที่ทำขึ้นฉบับนี้ จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งเรียกร้องให้เบิกตัวผู้ต้องหาไปขอขมาศพ ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาก็รับปากแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยยอดเงินแต่อย่างใด                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/D_uw1dTkjkg

 8,427
ข่าวภูมิภาค
08 ม.ค. 61

ญาติเชิญวิญญาณหนุ่มถูกยิงดับคาด่านเชียงราย เชื่อคนยิงมีมากกว่า 1 คน

จากกรณีที่ได้เกิดเหตุยิงกันบริเวณด่านตรวจชุมชน อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย หลังจากที่นายศรชัย สถิตย์รักษ์ดำรง พร้อมด้วยแฟนสาว ขับรถยนต์เก๋งผ่านด่านตรวจชุมชนไปเพียง10-20เมตร จนทำให้นายศรชัย เสียชีวิตคาเบาะรถและรถไปชนกับกำแพงวัดและเสาไฟฟ้า   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมนายวุฒิชัย อินใจ อายุ 46ปี เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านป่าเหียง ซึ่งการสอบพยานพบว่ามีการใช้อาวุธปืนในคืนเกิดเหตุ   ล่าสุดแฟนสาวของผู้ตาย พร้อมด้วยญาติได้พากันนำสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวของนายศรชัย เช่นเสื้อ กางเกง รองเท้า มาทำพิธีเรียกวิญญาณที่จุดเกิดเหตุ โดยมีการจุดธูปบอกกล่าวให้วิญญาณของนายศรชัยกลับบ้านก่อนและไม่ต้องห่วงใดๆทั้งสิ้น   ทั้งนี้การทำพิธีเนื่องจาก มีพระสงฆ์มาทักว่าวิญญาณนายศรชัยยังไม่ไปไหน ยังคงวนเวียนอยู่ในที่เกิดเหตุ และยังมีเพื่อนๆของนายศรชัยและลูกน้องที่ทำงานรับเหมาด้วยกันฝันว่าวิญญาณนายศรชัยไปหา แล้วบอกว่าให้ช่วยกันทำงานที่รับมาให้เสร็จ เพราะรับปากเจ้าของงานไว้แล้ว   ด้านแฟนสาวบอกว่า นายศรชัยเป็นคนดี ขยัน มีความรับผิดชอบ พาคนในหมู่บ้านไปทำงานจนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหลายครอบครัว ดังนั้นเมื่อตายไปแล้วอาจจะยังไม่รู้ตัวแต่ยังเป็นห่วงงานที่คั่งค้างอยู่ จึงมาเข้าฝันเพื่อนๆดังกล่าว ส่วนในเรื่องคดีถึงวันนี้ยังไม่มีใครมาแจ้งความคืบหน้าส่วนตัวและญาติๆก็ยังสงสัยในเรื่องตัวผู้ต้องหาอยู่เช่นเดิมว่าอาจจะมีมากกว่า1คน ซึ่งก็ได้ยื่นเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบไปแล้ว ตอนนี้ก็ได้แต่รอความคืบหน้าเพราะทางเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าบางอย่างต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bcICPhumPLI    

 13,923
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 ม.ค. 61

ครอบครัวร่ำไห้จัดงานศพ 'น้องเคลียร์' ยันไม่ติดใจเอาเรื่องใคร แค่อยากให้แฟนเก่ามาขอขมา

ความคืบหน้าจากกรณี น้องเคลียร์ หญิงสาววัย 18 ปี กระโดดสะพานพระราม 8 เสียชีวิต หลังจ้างให้คนขับจักรยานยนต์รับจ้างพาไปส่งและขอให้ช่วยไลฟ์สดผ่านทางมือถือนั้น ล่าสุดญาติได้เดินทางมารับศพที่นิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยผลการชันสูตรระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเสียชีวิตจากการจมน้ำ     บรรยากาศในงานศพของน้องเคลียร์ ที่ศาลา 4 วัดบัวขวัญ ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี เป็นไปอย่างโศกเศร้า โดยทางญาติจะสวดอภิธรรมศพตั้งแต่วันที่ 6-7 ม.ค. โดยวันที่ 8 ม.ค. เวลา 17.00 น. จะทำพิธีฌาปนกิจศพ ก่อนนำอัฐิไปลอยอังคารที่เกาะเกร็ด ในวันอังคารที่ 9 ม.ค.       ด้านอาของน้องเคลียร์เปิดเผยว่า ครอบครัวไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และไม่ได้ติดใจเอาความเรื่องคดี ถือเป็นกรรมเก่าของน้อง ส่วนสาเหตุที่น้องตัดสินใจทำแบบนั้นน่าจะมาจากคลิปเสียงที่เป็นข่าว ซึ่งทางครอบครัวไม่ทราบว่าผู้ชายคนนั่นเป็นใคร แต่น่าจะเป็นแฟนเก่า ซึ่งตนก็ไม่ได้ติดใจเอาความ แต่ต้องการให้ชายคนดังกล่าวมาขอขมาศพน้องเคลียร์เป็นครั้งสุดท้าย    ขณะที่คุณยายของน้องเคลียร์ระบุว่า ไม่ติดใจเอาเรื่องใครทั้งนั้น ให้อโหสิต่อกันไป เพียงแค่อยากให้แฟนหนุ่มของน้องเข้ามาขมากับน้องและทางญาติ พร้อมฝากเตือนวัยรุ่นคนอื่นๆ ให้เล่นโซเชียลฯ อย่างมีสติ อย่าไปหมกมุ่นมาก         ด้านรุ่นพี่ของน้องเคลียร์เปิดเผยว่า รุ่นน้องเคยมีแฟนเป็นทอมแต่โดนหลอก ก่อนจะเลิกกันไปแล้วมาคบกับคนใหม่แต่ก็ถูกหลอกเหมือนเดิม น้องก็เก็บปัญหาหลายๆ เรื่องมารวมไว้ คล้ายเด็กที่ขาดความอบอุ่น สังเกตเห็นว่า น้องเคลียร์ มีอาการซึมเศร้า เคยเข้าไปดูน้องไลฟ์สดในแอพพลิเคชั่นหนึ่ง ปรากฏว่าน้องนั่งร้องไห้ เหม่อลอยอยู่ แต่พอเห็นตนเข้ามาดูก็ยิ้มแย้มทักทายขึ้นมา จึงรู้ว่าน้องมี อาการไม่ปกติ อีกทั้งยังไม่ชอบนอนเวลากลางคืนด้วย ส่วนเรื่องที่เคยถูกคนข่มขู่เรื่องคลิปนั้นไม่ทราบรายละเอียดเท่าไหร่ ทราบเพียงว่า น้องมักถูกข่มขู่จากคนในแอพฯไลฟ์สดบ่อยๆ จากที่น้องมักพูดลอยๆ ว่า ตัวเองเคยถูกหลอกมาก่อน   ตนมารู้สึกผิดในวันที่ น้องโทรศัพท์มาหาตนในคืน เคานต์ดาวน์ แล้วตนไม่ได้รับสาย อีกทั้งน้องยังถ่ายคลิปวิดีโอระบายความในใจ ประมาณ 30 วินาที ใจความประมาณว่า “ต้องการใครสักคน ไม่ไหวแล้ว ชีวิตเจอเรื่องแย่ๆ ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ ในวันนี้ ทำไมต้องเห็นแก่ตัว” พร้อมกับร้องไห้ฟูมฟาย ซึ่งหลังจากนั้นตนก็ติดธุระ และไม่ได้คุยกับน้องอีกเลย จนมาทราบว่าน้องกระโดดสะพานฆ่าตัวตาย             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/y5i-tsBjEyw

 41,370
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ม.ค. 61

ญาติรับศพ 'น้องเคลียร์' ไลฟ์สดโดดสะพานพระราม8 - เผยคลิปเสียงคุยเพื่อนชายคนสนิท

ความคืบหน้าจากกรณี น้องเคลียร์ หญิงสาววัย 18 ปี กระโดดสะพานพระราม 8 เสียชีวิต หลังจ้างให้คนขับจักรยานยนต์รับจ้างพาไปส่งและขอให้ช่วยไลฟ์สดผ่านทางมือถือนั้น ล่าสุดญาติได้เดินทางมารับศพที่รพ.ศิริราชเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว   ขณะที่เมื่อวานนี้ (5 ม.ค.) ตำรวจ สน.บวรมงคล ได้เข้าไปเก็บหลักฐานที่เดินห้องพักของน้องเคลียร์ย่านลาดพร้าว โดยญาติได้เปิดเผยว่า ญาติๆ ได้เดินทางมารับศพ ไม่ได้เจอกันตั้งแต่แม่ของน้องเสียชีวิต ทำให้ไม่ทราบข้อมูลหรือรายละเอียดเลยว่าไปทำงานอะไรและทำกับใคร ส่วนนิสัยปกติก็เป็นคนร่าเริง โดยจากการตรวจสอบห้องยังอยู่ในสภาพปกติ บนเตียงพบโน๊ตบุ๊ก เมื่อตรวจค้นไม่พบร่องรอยการรื้อค้น การต่อสู้ หรือทรัพย์สินสูญหาย      ล่าสุดโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปเสียงระบุว่าเป็นบทสนทนาของน้องเคลียร์กับเพื่อนชายคนสนิท มีใจความว่าฝ่ายชายมีแฟนใหม่แล้วแต่ยังกลับมามีความสัมพันธ์กับตัวเอง ซึ่งฝ่ายชายบอกให้ผู้ตายเลิกยุ่งกับตัวเองได้แล้ว ทั้งนี้มีการเปิดเผยจากหมอระบุว่าผู้ตายป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและมีอาการเครียด                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/USLE_ru46go    

 78,478
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 61

มีเงื่อนงำ! แม่หนุ่มถูกยิงคาด่านจี้คนร้ายขอขมาศพ ญาติเชื่อ ผช.ผู้ใหญ่บ้านเป็นแพะ

ความคืบหน้ากรณี นายวุฒิชัย อินใจ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านป่าเหียง ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ตกเป็นผู้ต้องหาในคดียิง นายศรชัย สถิตย์รักษ์ดำรง วัย 35 ปี จนเสียชีวิต ขณะขับรถผ่านด่านตรวจชุมชนบ้านแม่ต๋ำนั้น ล่าสุดอำเภอแม่สรวย ได้สั่งพักงานผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวแล้ว      ขณะที่ชาวบ้านและครอบครัวของนายศรชัยได้เดินทางเข้าเรียกร้องขอความเป็นธรรมจาก นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เนื่องจากยังติดใจในหลายประเด็น ทั้งเรื่องคนยิงปืนที่ถูกจับแล้วนั้น เป็นคนยิงคนเดียวจริงหรือไม่ เพราะวันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่อยู่ในเหตุการณ์หลายคน  อีกทั้งที่ผู้ต้องหาอ้างว่ายิงปืนขึ้นฟ้า แต่ทำไมกระสุนจึงทะลุกระจกหลัง แล้วถูกนายศรชัยเสียชีวิต หากยังไม่มีความชัดเจน ทางครอบครัวก็จะยังไม่เผาศพ   โดยแม่ของนายศรชัยพร้อมด้วยเครือญาติได้เดินทางมาที่ สภ.แม่สรวย เพื่อยื่นขอคัดสำนวนการสอบสวนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดี เพื่อนำไปเป็นหลักฐานใช้ประกอบการร้องเรียน ซึ่งจะมีการนำไปร้องเรียนต่อนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับบุตรชาย พร้อมวอนตำรวจช่วยจับตัวคนร้ายตัวจริงให้ได้โดยเร็ว ไม่อยากให้ลูกชายต้องตายฟรีๆ ถ้ามีโอกาสได้เจอตัวคนร้ายก็อยากให้เขายอมรับผิดและมาเคารพและขอโทษศพของลูกชาย ถ้ายังจับตัวคนร้ายไม่ได้ตนและญาติๆ ก็ไม่ยอมเผาศพของลูกชายอย่างเด็ดขาด     ด้านญาติของนายวุฒิชัยเปิดเผยหลังจากคุยกับเจ้าตัวว่า นายวุฒิชัยยอมรับว่ายิงขึ้นฟ้าจริง แต่ไม่ได้เป็นคนยิงคนตาย โดยวันนั้นมีคนยิงด้วยกัน 3 คน เพราะมีชุดปฏิบัติการหลายฝ่ายช่วยกัน แต่ทำไมจึงต้องจับเขาเพียงคนเดียว                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/2aoO9XEXYjQ    

 15,743
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 61

รวบผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ยิงหนุ่มขับผ่านด่าน อ้างยิงปืนขึ้นฟ้า ญาติกรูเข้าโรงพัก ขอดูหน้าผู้ต้องหา

ความคืบหน้ากรณีผู้ใช้ facebook รายหนึ่ง ขอความเป็นธรรมผ่านเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” ว่าญาติของตนคือ นายศรชัย สถิตย์ดำรง อายุ 35 ปี ถูกยิงเสียชีวิต หลังขับรถผ่านด่านตรวจชุมชน ในพื้นที่ อำเภอแม่สรวย (แม่-สวย) จังหวัดเชียงราย   ล่าสุด พันตำรวจเอกวีระยุทธ ประสพโชคชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่าได้จับกุมตัวผู้ต้องหาแล้ว คือนายวุฒิชัย อินใจ อายุ 46 ปี เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านป่าเหี่ยง หมู่ 14 ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และได้นำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดเชียงราย พร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา  เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าตอนเกิดเหตุได้ยิงปืนขึ้นฟ้า โดยใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงทั้งหมด 3 นัด   อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจะต้องให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบว่า เจตนายิงใส่ผู้ตาย หรือยิงขึ้นฟ้าจนทำให้มีผู้เสียชีวิต ส่วนอาวุธปืนนั้น ตรวจสอบแล้ว ผู้ต้องหามีใบอนุญาตครอบครอง แต่ยังต้องตรวจสอบต่อไปว่ามีใบอนุญาตพกพาหรือไม่ เบื้องต้นเชื่อว่าหลักฐานจะสามารถเอาผิดได้แน่นอน แม้ผู้ต้องหาจะยังให้การภาคเสธ   ด้าน นางสาวศิริรัตน์ แยเบียง อายุ 28 ปี แฟนสาวของ นายศรชัย ถือภาพของนายศรชัย ใส่กรอบแขวนดอกไม้ไว้อาลัย มาพร้อมกับทนายความ ญาติ และชาวบ้าน บ้านแม่น้ำขุ่น เดินทางมาที่โรงพักแม่สรวย ร้องขอความเป็นธรรมให้นายศรชัย เหตุการณ์ค่อนข้างชุลมุนวุ่นวาย เพราะชาวบ้านพากันกรูกันเข้าไปในโรงพัก เพื่อต้องการจะดูหน้าผู้ต้องหา ในขณะที่ตำรวจยืนยันว่าผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ที่โรงพักแล้ว เนื่องจากนำตัวไปฝากขังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   พันตำรวจเอกวีระยุทธ ยืนยันกับทางญาติ ขอให้มั่นใจกับกระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่าไม่มีการจับแพะ มีพยานหลักฐานในการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่าง   นางสาวศิริรัตน์ เปิดเผยกับสื่อข่าว จ.เชียงรายว่า ที่ต้องเดินทางมาที่โรงพัก เพราะทราบว่าจับคนร้ายได้แล้ว จึงเดินทางมาต้องการมาดูว่าผู้ต้องหาคือใคร เพราะแฟนของตนไม่เคยมีปัญหากับใคร ทุกคนในหมู่บ้านก็รักนายศรชัย เหมือนกับที่ตัวเองรัก   ตนขอให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายศรชัย เป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้าย ที่จะต้องมีคนมาเสียชีวิตบนถนนเส้นเกิดเหตุ ทุกวันนี้ชาวบ้านก็หวาดกลัว ไม่กล้าใช้เส้นทางดังกล่าว เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลความปลอดภัยให้เข้มงวด และติดไฟส่องสว่างให้มากขึ้นด้วย   ส่วนเรื่องการนำร่างของนายศรชัยไปบำเพ็ญกุศลตามความเชื่อทางศาสนานั้น ทางครอบครัวขอรอให้คดีคลี่คลายให้ได้ก่อน ตอนนี้ยังคงเก็บศพของนายศรชัยไว้ที่บ้าน   ในเวลาต่อมา พันตำรวจเอก บุญรักษ์ ก้าวสมบัติ หัวหน้ากลุ่มงานตรวจอาวุธปืน ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 จ.ลำปาง เดินทางมาทำการตรวจรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน ของนายศรชัย โดยทำการยกรถเก๋งคันดังกล่าวไปยังจุดเกิดเหตุ จำลองเส้นทางรถยนต์เมื่อขับรถผ่านด่านตรวจ และไปหยุดที่ชนกับกำแพงและเสาไฟฟ้า   เจ้าหน้าที่ทำการตรวจวัดระยะการยิงปืน พบว่ามีระยะการยิง ประมาณ 53 เมตร วิถีกระสุนพุ่งในแนวราบ ทั้งหมด 1 นัด เข้าที่กระจกหลังรถ ทะลุเข้าไปถูกผู้ขับขี่ โดยหัวกระสุนถูกตัวรถหรือโลหะ ทำให้กระสุนแตก เป็นเศษเล็ก 4 ชิ้น แล้วเศษหัวกระสุนปืน ก็พุ่งเข้าไปที่เบาะรองศีรษะของคนขับ จนเกิดรูทะลุเข้าเบาะทั้งหมด 4 รู แล้วทะลุเข้าที่ศีรษะนายศรชัย 2 ชิ้น   นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังได้นำเบาะรองศีรษะ มาทำการผ่าพิสูจน์ เพื่อหาเศษกระสุนปืนที่เหลือ แต่พบเพียงเขม่าดินปืนสีดำ ไม่พบเศษกระสุนปืนแต่อย่างใด โดยผลการตรวจหลักฐานทั้งหมด จะต้องส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DD5oN3Mxdj8    

 49,980
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 60

ญาติมั่นใจชิ้นส่วนหัวกะโหลก-นาฬิกา-เข็มขัด เป็นของ 'ผอ.อ้อย' เร่งเก็บชิ้นส่วนพิสูจน์ dna

ศรีสะเกษ-พ่อแม่และญาติของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หรือ ผอ.อ้อย ได้ค้นพบศพของ ผอ.อ้อย อยู่ที่บริเวณห่างจากถนนทางขึ้นไปเนิน 500 ห่างจากฐานทหารพรานอนุพงศ์ บ้านโนนสูง ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี   โดยสภาพศพเหลือเพียงกะโหลกศีรษะ เส้นผมยาว เข็มขัดข้าราชการมัดอยู่ตรงเส้นผม และนาฬิกาข้อมือสายสีดำ ตกอยู่ใกล้กัน ทางญาติได้แจ้งให้พนักงานสอบสวน เจ้าของคดีได้ทราบและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ ตร.เจ้าของพื้นที่ได้รับทราบ เพื่อดำเนินการตามกฏหมาย   โดยครอบครัวของ ผอ.อ้อย ยืนยันว่า ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบเป็นศพของ ผอ.อ้อยอย่างแน่นอน โดยดูจากกะโหลกศีรษะ กราม เส้นผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาฬิกาข้อมือและเข็มขัด เป็นสิ่งของที่ ผอ.อ้อยใช้ประจำ อีกทั้งศีรษะของ ผอ.อ้อยจะเล็ก และบริเวณกรามจะเล็ก ฟันที่ติดอยู่กับกรามก็เป็นลักษณะฟันของ ผอ.อ้อยจริง ซึ่งพวกตนดีใจที่พบศพของ ผอ.อ้อย ซึ่งกำลังรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำเอาชิ้นส่วนศพของ ผอ.อ้อย ไปทำการพิสูจน์ดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันว่าเป็นศพของ ผอ.อ้อยจริงหรือไม่ อย่างไร แต่พวกตนยืนยันว่า ศพที่พบเป็นศพของ ผอ.อ้อยอย่างแน่นอน   แม่ของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า การที่พบศพ ผอ.อ้อยนี้ เป็นเพราะว่าตนได้บนบานขอให้ ผอ.อ้อยมาบอกว่าอยู่ที่ไหน เพื่อที่จะได้นำศพกลับบ้าน จนกระทั่ง ผอ.อ้อยมาเข้าฝันเมื่อคืนนี้ ทำให้รู้จุดที่ซุกซ่อนร่างของ ผอ.อ้อย ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ทำการพิสูจน์ดีเอ็นเอแล้ว ตนจะได้นำศพของ ผอ.อ้อยมาประกอบพิธีทางศาสนา และจะบอกน้องใบเฟิร์นลูกสาวของ ผอ.อ้อยว่า แม่ไปสวรรค์แล้ว คงไม่ได้อยู่กับหลานอีกต่อไป ตนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและศาลสถิตยุติธรรมได้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับฆาตกรโหดที่ฆ่า ผอ.อ้อย ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต เพื่อให้สาสมกับความโหดเหี้ยมกับฆาตกรรายนี้   ด้านแพทย์หญิงวิชุดา แจ่มพันธุ์ แพทย์ ร.พ.น้ำยืน กล่าวว่า จากการที่ได้ตรวจสอบดูแล้วพบว่า มีชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ประกอบด้วย กะโหลกศีรษะ ฟันกราม กระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกสะบัก เส้นผม กระดูกไหปลาร้า กระดูกซี่โครง ซึ่งยังพบกระดูกไม่หมดทุกชิ้นส่วน จึงยังไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ว่า มีร่องรอยของการถูกทำร้ายที่ใดหรือไม่อย่างไร ซึ่งจะต้องมีการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jhS-jymQn0M    

 65,717
สังคม-อาชญากรรม
22 ต.ค. 60

เครือญาติหอบภาพถ่ายยัน 'เจ้าอาวาสวัดสวนดอก' เป็นคนไทยจริง น้องชายเชื่อพี่ไม่รู้ปมสวมบัตรคนตาย

ความคืบหน้ากรณีที่ พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ถูกร้องเรียนเรื่องการสวมบัตรประชาชนคนตาย ที่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจากข้อมูลทางทะเบียนราษฎณ์พุ่งเป้าไปว่าเป็นการสวมสิทธิ์บัตรประชาชนจริงตามเอกสาร ทำให้ตอนนี้ทางเจ้าอาวาสวัดสวนดอกได้หายตัวลึกลับไปไม่สามารถติดต่อประสานงานใดๆ ได้นั้น   ล่าสุดบรรดาเครือญาติของพระราชรัชมุนีได้นำหลักฐานและภาพถ่ายออกมายืนยันว่า เจ้าอาวาสวัดสวนดอกเป็นคนไทยจริง ไม่ใช่ชาวเมียนมาอย่างที่ถูกกล่าวหา โดยมี พันโทบุญโรจน์ กองแก้ว ผู้บังคับกองร้อยรบพิเศษที่ 2  เพื่อนร่วมรุ่นของเจ้าอาวาสวัดสวนดอกที่เรียนหนังสือที่วัดท่าตอนด้วยกัน เดินทางมาร่วมยืนยันด้วย ระบุว่า ตนเองเคยเรียนที่โรงเรียนวัดท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม ร่วมกับพระรรัชมุนี ตั้งแต่ชั้น ป.1-ป.5 ยืนยันว่าเจ้าอาวาสวัดสวนดอกเกิดที่ ต.ท่าตอน จริงๆ ไม่ได้เป็นชนเผ่าอพยพแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการสวมบัตรนั้นตนไม่ขอกล่าวถึงให้เป็นไปตามตัวบทกฏหมาย   ขณะที่น้องชายของพระราชรัชมุนีได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ชี้แจงประเด็นการสวมบัตรประชาชนคนตายว่า เนื่องจากในปี 2519 ที่ว่าการอำเภอแม่อายได้เกิดไฟไหม้ ทำให้ชุมชนชาวไทยใหญ่เอกสารทั้งหมดเผาทำลาย ต่อมาทางอำเภอกลับออกเอกสารให้เป็นชาวเมียนมาพลัดถิ่น ซึ่งพวกพ้องของตนเองก็ได้ต่อสู้ กระทั่งในปี 2542 นายอำเภอได้ออกบัตรประชาชนให้จำนวน 1,200 ราย ก่อนที่ในปี 2545 ทางมหาดไทยสั่งเพิกถอนบัตรประชาชนอีกครั้ง จนกระทั่งปี 2548 ศาลปกครองสูงสุดชี้ว่าพวกตนเป็นคนไทยและสั่งยกเลิกการเพิกถอนบัตรประชาชน  รวมระยะเวลาการต่อสู้นานกว่า 28 ปี ส่วนพี่ชายไม่ได้มาร่วมต่อสู้เพราะใฝ่ทางธรรม ไม่ได้มาทำบัตรประชาชนกับเครือญาติ จึงคาดว่าน่าจะมีคนไปดำเนินการให้โดยเจ้าตัวไม่ทราบว่าเป็นการสวมบัตรคนตาย                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/wN6g5nsMdhE

 17,564
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 ต.ค. 60

รพ.พนมสารคามแจงปมญาติผู้ป่วยโพสต์ฉะ - เจ้าตัวขอโทษแล้ว รับไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์โพสต์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง หลังออกมาตำหนิการทำงานของโรงพยาบาลพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ระบุว่า "ว่าด้วยเรื่องโรงพยาบาลพนมสารคาม คนเจ็บท้องน้ำเดินไปคลอด ช่วงเวลา 00.00 น. พยาบาลบอกไม่ทำคลอดให้ เพราะไม่มีหมอ..แม่ตัวใหญ่ คลอดเองไม่ได้ ต้องผ่า ผ่าก็ผ่า..พยาบาลบอกอีกรอบ ก็ไม่มีหมอ ให้ไปโรงพยาบาลอื่น...เรื่องของเรื่องต้องไปเอง โรงพยาบาลไม่ส่งตัวไปให้ ณ จุดนั้น น้ำเดิน น้ำคร่ำแตก ผลสุดท้ายขับรถไปคลอดลูกเองที่โรงบาลเมือง เด็กออกตอนตี 3 ช่วงเวลาที่คุยกับหมอที่ รพ.พนมฯ ก็เกือบครึ่งชม. ถ้าไม่มีหมอจะเปิดทำซากอะไร!! ถ้าคนใกล้จะคลอดจริงๆ หัวเด็กโผล่ออกมาแล้วจะทำไง (เป็นโรงพยาบาล ที่โคตร...มากๆๆ) สัญชาติญาณความเป็นผู้บริการไม่มี รู้เลยเพราะเจอมากับตัวเอง"   ก่อนที่ในเวลาต่อมา ทางผู้บริหารโรงพยาบาลพนมสารคาม ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านทางเฟซบุ๊กระบุว่า    1. ผู้โพสไม่ได้ไปกับผู้ป่วย และไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์   2. ไม่มีแพทย์ในโรงพยาบาล??? จากข้อความ “คนเจ็บท้องน้ำเดินไปคลอดลูกช่วงเวลา 00.00 น.พยาบาลบอกไม่ทำคลอดให้ เพราะไม่มีหมอ" ข้อเท็จจริง คือ ผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลเวลา 00.55 น. พยาบาลและเจ้าหน้าที่ห้องคลอดได้มีการซักประวัติและตรวจหน้าท้องและปากมดลูก และมีการรายงานแพทย์เวรมาตรวจประเมินซ้ำและรายงานอาการผู้ป่วยสูติแพทย์ เวลา 1.10 น. (จากภาพวงจรปิด แพทย์มาตรวจอาการระบุเวลา 1.03 น.) ซึ่งทางโรงพยาบาล "มีแพทย์เวรประจำตลอด 24 ชม." ซึ่งมีทั้งแพทย์เวรใน และแพทย์เวรปรึกษาเฉพาะทางด้าน สูติกรรม กุมารเวชกรรม ศัลยกรรม และอายุรกรรม   จากภาพวงจรปิด แพทย์เวรได้ไปตรวจรักษาคนไข้ และใส่ชุดกาวน์ขาว ปักชื่อแพทย์ ซึ่งเป็นชุดมาตรฐานสำหรับแพทย์อยู่แล้ว ซึ่งไม่น่าทำให้สับสนว่าไม่มีแพทย์ได้   3. ต้องผ่าตัดคลอด??? เป็นความต้องการของผู้ป่วยและสามี ซึ่งทางทีมแพทย์เวรและพยาบาลห้องคลอด ได้มีการประเมินความก้าวหน้าของการคลอด ซึ่งผู้คลอดเคยผ่านการ "คลอดเอง" มาแล้ว 3 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีคำสั่งการรักษาเพื่อตรวจเลือดสำหรับมารดาที่มีภาวะความดันโลหิตสูง (แรกรับผู้ป่วยความดัน 160/100 มิลลิเมตรปรอท) ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอาการผู้ป่วยในขณะนั้น และการผ่าตัดต้องอยู่ในดุลยพินิจของสูติแพทย์ และสุดท้ายผู้ป่วยไปคลอดที่โรงพยาบาลพุทธโสธรด้วยการ "คลอดปกติทางช่องคลอด" ไม่ได้ผ่าตัดคลอดแต่อย่างใด และใช้เวลารอคลอดเพียงชั่วโมงเศษๆ   4. ไม่ส่งต่อ ต้องไปเอง??? ข้อความ “โรงบาลไม่ส่งตัวให้” “ผ่าก็ผ่า ก้อไม่มีหมอ ให้ไปโรงบาลอื่น เรื่องของเรื่อง ต้องไปเอง” ทั้งนี้ เนื่องจากแพทย์เวรได้ทำการอธิบายผู้คลอดและสามีแล้ว และจากการประเมินไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัด เนื่องจาก 3 ท้องแรกผู้ป่วยคลอดได้เอง และท้องนี้เป็นท้องที่ 4 ประเด็นนี้แพทย์เวรได้อธิบายสามีผู้คลอดแล้วว่าจะต้องรอดูอาการความก้าวหน้าเพื่อเข้าสู่ระยะของการคลอดเป็นระยะๆ และกรณีต้องใช้รถเพื่อส่งคนไข้ ต้องมี "ความสมเหตุสมผล" และมีความจำเป็นจริงๆ ที่โรงพยาบาลไม่สามารถให้การดูแลรักษาได้   ประกอบกับโรงพยาบาลต้องเตรียมรถส่งต่อไว้สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉินเร่งด่วน...ยกตัวอย่างเช่นถ้าโรงพยาบาลใช้รถส่งต่อตามความต้องการของผู้ป่วยหมด (โดยไม่สนข้อบ่งชี้) แล้วมีผู้ป่วยที่ต้องการใช้รถจริงๆเช่น อุบัติเหตุที่ต้องออกรับ ผู้ป่วยเจ็บแน่นหน้าอกที่ต้องออกรับ หรือผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดที่ต้องส่งต่อไปสวนหัวใจด่วน...โรงพยาบาลจะให้คำตอบกับกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้อย่างไร   อย่างไรก็ดีทางโรงพยาบาลพนมสารคาม นำโดยคณะผู้บริหารได้เชิญผู้โพสข้อความมาทำความเข้าใจ และชี้แจงข้อเท็จจริง เบื้องต้นผู้โพสได้ลบข้อความที่เป็นประเด็นปัญหาแล้ว และจะโพสขอโทษต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน ทั้งนี้โรงพยาบาลพนมสารคามเป็นโรงพยาบาลที่มุ่งเน้นพัฒนาการดูแลผู้ป่วย ให้มีศักยภาพ และผู้ป่วยได้รับความปลอดภัย แต่ก็ต้องอยู่ในความถูกต้องและมาตรฐานวิชาชีพ ถ้ามีความบิดเบือนใดๆ ที่จะทำให้โรงพยาบาล และ/หรือผู้ปฏิบัติงานเสื่อมเสีย ทางโรงพยาบาลก็จำเป็นต้องดำเนินงานแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งทางด้านการชี้แจง และทางกฎหมายถ้าจำเป็น (มีความเห็นหลายส่วนจากผู้ปฏิบัติงานว่าทำไมไม่แจ้งความ เหมือนกรณีของโรงพยาบาลปลวกแดง ซึ่งทางคณะทำงานเห็นว่า ถ้าชี้แจง-ทำความเข้าใจแล้วจบด้วยดีทุกฝ่ายก็ยังไม่อยากแจ้งความ)   อยากให้เป็นบทเรียนของผู้โพส และผู้ที่ใช้สื่อ online ว่า การลงข้อมูลใดๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่มีความรู้ ใส่อารมณ์ และบางครั้งตั้งใจบิดเบือน ตอนนี้หลักฐานเชิงประจักษ์หลายอย่าง อาทิเช่นกล้องวงจรปิด และมีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่สามารถเอาผิดผู้ที่ลงข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง และก่อความเสียหายกับบุคคล องค์กรได้   ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลฯ ได้เชิญผู้โพสต์ข้อความมาทำความเข้าใจ และชี้แจงข้อเท็จจริง เบื้องต้นผู้โพสต์ได้ลบข้อความที่เป็นประเด็นปัญหาแล้ว และจะโพสต์ขอโทษต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน จึงอยากให้เป็นบทเรียนของผู้โพสต์ และผู้ที่ใช้สื่อออนไลน์ว่า การลงข้อมูลใดๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ใส่อารมณ์ และบางครั้งตั้งใจบิดเบือน มีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่สามารถเอาผิดผู้ที่ลงข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง และก่อความเสียหายกับบุคคลและองค์กรได้                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/rDZuqzFmvfI

 18,233

Top