ค้นหา :

ผลการค้นหา "สนามหลวง"

สังคม-อาชญากรรม
26 ส.ค. 61

ฮือฮา! พบปืนใหญ่โบราณสมัยรัตนโกสินทร์สภาพสมบูรณ์ ขณะคนงานขุดดินวางท่อระบายน้ำที่สนามหลวง

พบปืนใหญ่ฝังอยู่ในดินบริเวณกลางสนามหลวงใกล้กับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างการขุดเพื่อวางระบบท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์สนามหลวง ภายในหลุมลึกประมาณ 1.50 เมตร   จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นปืนใหญ่โบราณสมัยรัตนโกสินทร์ ขนาดความยาว 3.05 เมตร ปากกระบอกปืนมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 เซนติเมตร ถูกฝังอยู่ในพื้นดิน ทางเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำขึ้นมาก่อนเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขณะที่กรมศิลปากรระบุว่า ปืนใหญ่ที่ตรวจพบนั้นอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งมีความเก่าแก่มายาวนาน ก่อนทางกรมศิลปากรได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ    ทั้งนี้เมื่อ 3 ปีก่อน บริเวณสถานที่ดังกล่าวยังเคยขุดพบปืนใหญ่ในลักษณะเดียวกันจำนวน 3 กระบอก ซึ่งพื้นที่นี้ในสมัยก่อนเคยเป็นคลังเก็บอาวุธของวังหน้า โดยในวันที่ 27 ส.ค. นี้ทางเจ้าหน้าที่โบราณวัตถุ จากกรมศิลปากรจะร่วมเดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่นี้อีกครั้ง                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/qir4DFpWzBM

 2,076
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ค. 61

สวนนงนุชฯ ย้ายต้นมะขาม 57 ต้น กลับมาปลูกรอบสนามหลวง

ทีมรุกขกรและผู้เชี่ยวชาญจากสวนนงนุชพัทยา นำต้นมะขามที่ขุดล้อมย้ายไปอนุบาลกลับมาปลูกรอบสนามหลวงตามเดิม โดยต้นมะขามต้นนี้เป็น 1 ใน 3 ต้นที่ตาย เนื่องจากสภาพไม่สมบูรณ์ถูกปลวกกินก่อนจะขนย้าย แต่ทางสวนนงนุชพัทยาได้เก็บพันธุกรรมเอาไว้แล้ว ด้วยการนำกิ่งจากต้นเดิมไปทาบกิ่งกับต้นใหม่ที่คัดเลือกลักษณะและขนาดของลำต้นใกล้เคียงกัน ทำให้ลักษณะหรือพันธุกรรมของต้นมะขามต้นเดิมยังคงอยู่   นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา เปิดเผยว่า สวนนงนุชพัทยาได้นำต้นมะขามที่ขุดล้อมไปอนุบาลนานกว่า 16 เดือน และต้นมะขามใหม่รวม 57 ต้น จากทั้งหมด 63 ต้น นำกลับมาปลูกโดยรอบสนามหลวง หลังก่อนหน้านี้ได้ย้ายออกไปในการปรับภูมิทัศน์พระเมรุมาศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยในครั้งนี้มี 7 ต้นที่ปลูกลงในตำแหน่งเดิม คือ บริเวณด้านหลังพระที่นั่งทรงธรรม ส่วนต้นอื่นๆมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งใหม่ เนื่องจากบางหลุมถูกกลบสร้างเป็นถนนทางเข้า-ออก   สภาพต้นมะขามที่นำกลับมาปลูกถือว่ามีสภาพสมบูรณ์ดี มีเพียงอีก 6 ต้นที่เหลือที่ลำต้นยังเล็ก ได้นำไปอนุบาลไว้ที่สวนรถไฟรวมกับต้นมะขามของกรุงเทพมหานครที่ได้ขนย้ายไปเอง โดยทางกรุงเทพมหานครจะนำกลับมาปลูกอีกครั้ง เนื่องจากระหว่างนี้สนามหลวงมีการปรับปรุงสนามหญ้าและระบบระบายน้ำ ทำให้อาจจะส่งผลกระทบกับต้นมะขามที่จะนำมาปลูกได้   ทั้งนี้ต้นมะขามที่นำกลับมาปลูก เบื้องต้นได้มีการให้ยากันเชื้อราและใส่ปุ๋ยเร่งราก พร้อมทั้งสร้างไม้ค้ำช่วยพยุงลำต้นเอาไว้ ซึ่งหลังจากนี้ทางกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้ดูแลต่อ และจำเป็นที่จะต้องมีการตัดแต่งกิ่งอย่างถูกวิธี เพื่อที่ต้นมะขามจะได้แตกใบแตกกิ่งเป็นพุ่มสวยงาม ที่สำคัญจะมีส่วนช่วยทำให้ต้นมะขามไม่โค่นล้มลงมา   สำหรับต้นมะขามในส่วนที่สวนนงนุชพัทยารับผิดชอบขุดล้อมขนย้ายออกไปอนุบาลดูแลมีทั้งหมด 46 ต้น กระจายไปยังสวนพักฟื้น 4 แห่ง ในพื้นที่ จังหวัดปทุมธานี สระบุรี และนครนายก ในจำนวนต้นมะขามที่นำไปดูแลนี้มีสภาพสมบูรณ์ดี 43 ต้น และตาย 3 ต้น ซึ่งทุกต้นได้เก็บพันธุกรรมเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8FIP2eUz2BI

 1,238
เศรษฐกิจ
14 พ.ค. 61

พืชมงคล 2561 พระโคเสี่ยงทาย "น้ำ หญ้า เหล้า" น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร คมนาคมจะสะดวก ค้าขายตปท.รุ่งเรือง

วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 เวลา 08.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางหูร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ไปในการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในพระราชพิธีพืชมงคล ประจำปี พ.ศ. 2561 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง   โดยในวันนี้เป็นส่วนของพิธีพราหมณ์ เป็นวันไถหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก พร้อมมีพิธีตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งเครื่องแต่งกาย ของพระยาแรกนา และของกิน 7 สิ่งตั้งเลี้ยงพระโค ได้แก่ข้าวเปลือก,ข้าวโพด, ถั่วเขียว, งา, เหล้า, น้ำ และหญ้าให้พระโคเลือกกิน ซึ่งนอกจากวันนี้จะเป็นวันพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ยังเป็นวันเกษตรกรประจำปีด้วย      พระราชพิธีดังกล่าวนับเป็นพระราชพิธีที่มีความสำคัญที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกร ในการทำเกษตรกรรมอันเป็นอาชีพหลักของคนไทย เป็นประเพณีที่จัดมีขึ้นในเดือน 6 ของทุกปี ซึ่งตรงกับช่วงฤดูฝน ที่เหมาะที่จะเริ่มต้นฤดูไถหว่าน   โดยปีนี้ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา คือนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนพระโคแรกนาที่เข้าพระราชพิธีคือ "พระโคพอ" และ "พระโคเพียง"      ซึ่งวันนี้พระยาแรกนาได้ตั้งสัตยาธิษฐาน หยิบผ้านุ่งได้ผ้า 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาที่ในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่   ส่วนผลการเสี่ยงทายการตั้งเลี้ยง พระโคเลือกกิน น้ำ หญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์, พระโคเลือกกินเหล้า ทำนายว่า การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง     และที่สำคัญวันนี้ยังเป็นวันเกษตรกรที่ได้มีการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ, สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติเกษตรกรทั่วประเทศ ที่มุ่งมั่นทำการเกษตร เป็นคลังอาหาร และเป็นสินค้าส่งออกสร้างรายได้หลักให้แก่ประเทศชาติ โดยเฉพาะข้าว       หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธี เกษตรกรและประชาชนที่เข้าร่วมในพระราชพิธี ต่างเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวที่พระยาแรกนาหว่าน เพื่อนำไปรวมกับเมล็ดพันธุ์ที่จะเพาะปลูกในฤดูกาลนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนประชาชนที่อยู่ในจังหวัดต่างๆ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตนำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูก บรรจุซองแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรและพสกนิกรทั่วประเทศ จำนวน 366,000 ซอง เพื่อเป็นมิ่งขวัญแก่พืชผลที่จะเพาะปลูกด้วยเช่นกัน     ศัพท์ภาษาอังกฤษจากข่าว : The Royal Ploughing Ceremony = พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

 38,045
พระราชสำนัก
14 พ.ค. 61

พืชมงคล 2561 พระโคเสี่ยงทาย "น้ำ หญ้า เหล้า" น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร คมนาคมจะสะดวก ค้าขายตปท.รุ่งเรือง

วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 เวลา 08.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางหูร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ไปในการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในพระราชพิธีพืชมงคล ประจำปี พ.ศ. 2561 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง   โดยในวันนี้เป็นส่วนของพิธีพราหมณ์ เป็นวันไถหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก พร้อมมีพิธีตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งเครื่องแต่งกาย ของพระยาแรกนา และของกิน 7 สิ่งตั้งเลี้ยงพระโค ได้แก่ข้าวเปลือก,ข้าวโพด, ถั่วเขียว, งา, เหล้า, น้ำ และหญ้าให้พระโคเลือกกิน ซึ่งนอกจากวันนี้จะเป็นวันพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ยังเป็นวันเกษตรกรประจำปีด้วย      พระราชพิธีดังกล่าวนับเป็นพระราชพิธีที่มีความสำคัญที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกร ในการทำเกษตรกรรมอันเป็นอาชีพหลักของคนไทย เป็นประเพณีที่จัดมีขึ้นในเดือน 6 ของทุกปี ซึ่งตรงกับช่วงฤดูฝน ที่เหมาะที่จะเริ่มต้นฤดูไถหว่าน   โดยปีนี้ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา คือนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนพระโคแรกนาที่เข้าพระราชพิธีคือ "พระโคพอ" และ "พระโคเพียง"      ซึ่งวันนี้พระยาแรกนาได้ตั้งสัตยาธิษฐาน หยิบผ้านุ่งได้ผ้า 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาที่ในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่   ส่วนผลการเสี่ยงทายการตั้งเลี้ยง พระโคเลือกกิน น้ำ หญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์, พระโคเลือกกินเหล้า ทำนายว่า การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง     และที่สำคัญวันนี้ยังเป็นวันเกษตรกรที่ได้มีการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ, สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติเกษตรกรทั่วประเทศ ที่มุ่งมั่นทำการเกษตร เป็นคลังอาหาร และเป็นสินค้าส่งออกสร้างรายได้หลักให้แก่ประเทศชาติ โดยเฉพาะข้าว       หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธี เกษตรกรและประชาชนที่เข้าร่วมในพระราชพิธี ต่างเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวที่พระยาแรกนาหว่าน เพื่อนำไปรวมกับเมล็ดพันธุ์ที่จะเพาะปลูกในฤดูกาลนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนประชาชนที่อยู่ในจังหวัดต่างๆ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตนำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูก บรรจุซองแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรและพสกนิกรทั่วประเทศ จำนวน 366,000 ซอง เพื่อเป็นมิ่งขวัญแก่พืชผลที่จะเพาะปลูกด้วยเช่นกัน     ศัพท์ภาษาอังกฤษจากข่าว : The Royal Ploughing Ceremony = พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

 38,045
ข่าวดีประเทศไทย
14 พ.ค. 61

พืชมงคล 2561 พระโคเสี่ยงทาย "น้ำ หญ้า เหล้า" น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร คมนาคมจะสะดวก ค้าขายตปท.รุ่งเรือง

วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 เวลา 08.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางหูร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ไปในการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในพระราชพิธีพืชมงคล ประจำปี พ.ศ. 2561 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง   โดยในวันนี้เป็นส่วนของพิธีพราหมณ์ เป็นวันไถหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก พร้อมมีพิธีตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งเครื่องแต่งกาย ของพระยาแรกนา และของกิน 7 สิ่งตั้งเลี้ยงพระโค ได้แก่ข้าวเปลือก,ข้าวโพด, ถั่วเขียว, งา, เหล้า, น้ำ และหญ้าให้พระโคเลือกกิน ซึ่งนอกจากวันนี้จะเป็นวันพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ยังเป็นวันเกษตรกรประจำปีด้วย      พระราชพิธีดังกล่าวนับเป็นพระราชพิธีที่มีความสำคัญที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกร ในการทำเกษตรกรรมอันเป็นอาชีพหลักของคนไทย เป็นประเพณีที่จัดมีขึ้นในเดือน 6 ของทุกปี ซึ่งตรงกับช่วงฤดูฝน ที่เหมาะที่จะเริ่มต้นฤดูไถหว่าน   โดยปีนี้ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา คือนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนพระโคแรกนาที่เข้าพระราชพิธีคือ "พระโคพอ" และ "พระโคเพียง"      ซึ่งวันนี้พระยาแรกนาได้ตั้งสัตยาธิษฐาน หยิบผ้านุ่งได้ผ้า 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาที่ในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่   ส่วนผลการเสี่ยงทายการตั้งเลี้ยง พระโคเลือกกิน น้ำ หญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์, พระโคเลือกกินเหล้า ทำนายว่า การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง     และที่สำคัญวันนี้ยังเป็นวันเกษตรกรที่ได้มีการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ, สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติเกษตรกรทั่วประเทศ ที่มุ่งมั่นทำการเกษตร เป็นคลังอาหาร และเป็นสินค้าส่งออกสร้างรายได้หลักให้แก่ประเทศชาติ โดยเฉพาะข้าว       หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธี เกษตรกรและประชาชนที่เข้าร่วมในพระราชพิธี ต่างเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวที่พระยาแรกนาหว่าน เพื่อนำไปรวมกับเมล็ดพันธุ์ที่จะเพาะปลูกในฤดูกาลนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนประชาชนที่อยู่ในจังหวัดต่างๆ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตนำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูก บรรจุซองแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรและพสกนิกรทั่วประเทศ จำนวน 366,000 ซอง เพื่อเป็นมิ่งขวัญแก่พืชผลที่จะเพาะปลูกด้วยเช่นกัน     ศัพท์ภาษาอังกฤษจากข่าว : The Royal Ploughing Ceremony = พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

 38,045
พระราชสำนัก
12 ม.ค. 61

โปรดเกล้าฯ พล.อ.สุรยุทธ์ ผู้แทนพระองค์ บวงสรวงรื้อถอนพระเมรุมาศ อัญเชิญ 'นพปฎลมหาเศวตฉัตร' ลงจากยอด

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  โปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานพิธีบวงสรวงรื้อถอนย้ายพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง คาดรื้อเสร็จสิ้นภายใน 60 วัน   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พิธีบวงสรวงการรื้อถอนย้ายพระเมรุมาศ อาคารประกอบ และพิธีอัญเชิญพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรลงจากยอดพระเมรุมาศ ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง   โดยมีคณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการกรมศิลปากร และประชาชนเข้าร่วมพิธี   ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน หรือแล้วเสร็จในวันที่ 15 มีนาคม โดยส่วนหนึ่งของพระเมรุมาศจะนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์งานพระราชพิธีฯ ด้านหลังหอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บริเวณรังสิต คลอง 5 จังหวัดปทุมธานี ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งขั้นตอนในการดำเนินการจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NKCF9q0Yyxw    

 6,634
สังคม-อาชญากรรม
01 ม.ค. 61

ประชาชนทั่วสารทิศหลั่งไหลชมนิทรรศการ 'พระเมรุมาศ' วันสุดท้ายเนืองแน่น

เมื่อวานนี้ (31 ธ.ค.) บรรยากาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศยังคงหลั่งไหลเดินทางมารอต่อแถวบริเวณจุดคัดกรองทั้ง 5 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์  ท่าช้าง บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และด้านหลังกระทรวงกลาโหม เพื่อเข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิ พลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งเปิดให้เข้าชมเป็นวันสุดท้าย  สำหรับยอดรวมผู้เข้าชมนิทรรศการ เมื่อวานนี้เพียงวันเดียว มีผู้เข้าชมมากถึง  133,337 คน รวมตั้งแต่เปิดให้เข้าชมวันที่ 2 พฤศจิกายน มีผู้เข้าชมมากถึง  4 ล้านคน           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/7-Rj6Sdx7Ng

 6,446
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
01 ม.ค. 61

ประชาชนทั่วสารทิศหลั่งไหลชมนิทรรศการ 'พระเมรุมาศ' วันสุดท้ายเนืองแน่น

เมื่อวานนี้ (31 ธ.ค.) บรรยากาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศยังคงหลั่งไหลเดินทางมารอต่อแถวบริเวณจุดคัดกรองทั้ง 5 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์  ท่าช้าง บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และด้านหลังกระทรวงกลาโหม เพื่อเข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิ พลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งเปิดให้เข้าชมเป็นวันสุดท้าย  สำหรับยอดรวมผู้เข้าชมนิทรรศการ เมื่อวานนี้เพียงวันเดียว มีผู้เข้าชมมากถึง  133,337 คน รวมตั้งแต่เปิดให้เข้าชมวันที่ 2 พฤศจิกายน มีผู้เข้าชมมากถึง  4 ล้านคน           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/7-Rj6Sdx7Ng

 6,446
แชร์ออฟเดอะเดย์
10 พ.ย. 60

ชาวเฟซบุ๊กแห่แชร์ภาพนักเรียนและผู้โดยสารร่วมใจเข็นรถเมล์เสียหลบทาง หวั่นทำรถติดยาว

นี่คืออีกหนึ่งการทำความดีของนักเรียนโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ ที่ช่วยกันเข็นรถโดยสารประจำทางที่เสียให้พ้นการขวางทางรถคันอื่นๆ โดยบอกว่าเป็นสิ่งเล็กๆ ที่พวกเขาสามารถช่วยสังคมได้       จากกรณีที่มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า "แสงตะวัน เรืองไชยศรี" ซึ่งเป็นภาพนักเรียนและประชาชนกำลังช่วยกันเข็นรถโดยสารประจำทาง และมีข้อความว่า "คือวันนี้ไป Open House ของมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา กับผองเพื่อน แล้วขากลับ กลับรถเมล์สาย 3 ดันเสียก่อนถึงสนามหลวง ตรงสามแยกใต้สะพานแถวๆนั้น เลยต้องรีบเข็นรถออกจากตรงนั้นก่อน ไม่งั้นรถติดยาวแน่ๆ" ทีมข่าวช่อง 3 จึงได้เดินทางไปที่โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ เพื่อสอบถามถึงกลุ่มนักเรียนดังกล่าว พบว่านายแสงตะวัน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/8 ซึ่งเป็นผู้โพสต์ภาพและข้อความได้เดินทางไปแข่งขันศิลปหัตถกรรมยังไม่กลับมา ทีมข่าวจึงได้วีดีโอคอลล์เพื่อพูดคุย สอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ทราบว่าในช่วงเวลาประมาณ 14:00 นาฬิกาของวันที่ 8 พฤศจิกายน ขณะนั่งรถประจำทางสาย 3 กลับบ้านพร้อมกับเพื่อนๆ อีก 6 คน รถเกิดเสียจึงได้พยายามลงไปช่วยเข็นให้พ้นทางเนื่องจากรถด้านหลังติดยาว ซึ่งก็มีประชาชนที่เห็นก็มาช่วยกันอีกแรง นับเป็นพลังเล็กๆที่พวกเขาสามารถช่วยได้ คิดเพียงว่าหากจะรอเพียงเจ้าหน้าที่รถคันอื่นๆที่ขับตามมาก็จะได้รับความเดือดร้อนไปด้วย     ส่วนภาพที่ถ่ายก็ไม่คิดว่าคนจะแชร์ต่อๆกันจำนวนมาก เป็นการถ่ายเพียงเพื่อจะบอกเพื่อนๆในเฟซบุ๊คให้เห็นว่าวันนี้ได้ทำความดีเท่านั้น นักเรียนกลุ่มนี้ยังบอกด้วยว่า ไม่ใช่เพียงพวกเขาเท่านั้น แต่ยังมีประชาชนอีกหลายคนที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ก็รีบเข้ามาช่วยกัน ทำให้รู้สึกได้ว่าสังคมนี้ยังมีคนมีน้ำใจอยู่อีกมาก 

 40,733
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 60

'ธนะศักดิ์' เผย ยอดเข้าชมพระเมรุมาศ 5 วัน 2.45 แสนคน

รองนายกรัฐมนตรี เผยยอดประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศ 5วัน กว่า 245,000คน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ระบุ การขยายเวลาขึ้นอยู่กับปริมาณประชาชน ซึ่งจะมีการประเมินทุก 5 วัน   พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศของประชาชนที่ขณะนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดย 5 วันที่ผ่านมามีประชาชนเข้าชมนิทรรศการ 245,000 คน และประชาชนมีความพึงพอใจไม่ต้องใช้ระยะเวลาเข้าแถวนาน โดยมีเจ้าหน้าที่จิตอาสา และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน คอยอำนวยความสะดวกกับประชาชน ซึ่งในแต่ละรอบใช้ระยะเวลาเข้าชมประมาณ 1 ชั่วโมงเฉลี่ยรอบละ 6,000 คน   ส่วนการขยายเวลาการเข้าชมนั้น จะประเมินสถานการณ์ทุก 5 วัน ส่วนเรื่องการขยายเวลาเข้าชมนิทรรศการทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค จะประเมินสถานการณ์จากปริมาณประชาชนที่เข้าชม และสรุปผลในวันที่ 15 พ.ย.2560 หากมีปริมาณประชาชนเข้าชมคงที่หรือเพิ่มขึ้น จะนำเรื่องขอขยายเวลาเรียนถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชานุญาตต่อไป ยืนยันขณะนี้สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเน้นความปลอดภัยและความสะดวกให้ประชาชนเป็นหลัก พร้อมทั้งขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำให้งานสำเร็จด้วยความเรียบร้อย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง   </iframe</div>

 3,961
พระราชสำนัก
03 พ.ย. 60

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดนิทรรศการงานพระราชพิธีฯและพระเมรุมาศ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยคุณสิริกิติยา เจนเซ่น ไปยังท้องสนามหลวง ทรงเปิดนิทรรศการเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับหน่วยงานต่างๆจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 2 ถึง 30 พฤศจิกายน 2560   เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้ประชาชนและเยาวชนได้เรียนรู้ ขนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณีของไทย ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาอันล้ำค่าของชาติ ที่มีการสืบทอดและอนุรักษ์ไว้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน   โอกาสนี้กองศิลปกรรมสำนักพระราชวัง ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายดอกไม้ปาริชาตประดิษฐ์ประกอบพระจิตกาธาน ซึ่งได้พระราชทานให้จัดแสดงในนิทรรศการ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาหาความรู้ต่อไป สำหรับนิทรรศการประกอบด้วยพระเมรุมาศ และอาคารสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ที่ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่แสดงให้เห็นถึงความงดงามในหลักปรัชญาการสร้างตามโบราณราชประเพณี อย่างสมพระเกียรติ   บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจและจิตกรรมฝาผนังโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 3 ด้าน ภายใต้ชื่อ"พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์" บริเวณศาลาลูกขุน 6 หลัง จัดแสดงนิทรรศการงานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ ฉากบังเพลิง งานประณีตศิลป์ในพระราชพิธี เป็นต้น   ที่ทับเกษตร นำสัมผัสพระเมรุมาศจำลอง สำหรับผู้พิการทางสายตา โดยมีอาสาสมัครนำชม พร้อมด้วยซีดีเสียงบรรยาย ส่วนผู้พิการทางการได้ยินจะมีจิตอาสานำชมด้วยภาษามือ และส่วนภูมิทัศน์ด้านหน้าพระเมรุมาศ ได้สะท้อนให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจต่างๆที่ฝากไว้กับแผ่นดิน อาทิ กังหันน้ำชัยพัฒนา ,หญ้าแฝก ,ต้นยางนา, มะม่วงมหาชนก และนาข้าวที่มีขอบคันนาออกแบบเชิงเป็นเลข 9 ไทย   ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น.ใช้เวลารอบละ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง และต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ทั้งนี้ผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้รับแผ่นพับ และโปสการ์ดที่ระลึกภาพพระเมรุมาศ 9 แบบ   รวมถึงมีการแสดงที่เวทีมหรสพด้านทิศเหนือทุกวัน ใน 2 ช่วงเวลา คือเวลา 18.00-19.30 น. และเวลา 20.00-22.00 น.อาทิ การแสดงละครเรื่องอิเหนา เรื่องพระมหาชนก พระสุธนมโนราห์ ดนตรีสากล ลิเก โดยเฉพาะทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ จะมีการจัดแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ระหว่างเวลา 19.00-22.00 น.เริ่มแสดงวันแรกวันที่ 4 พฤศจิกายน ตอน พระนารายณ์ปราบนนทก และการประโคมดนตรี วันละ 10 วง บริเวณศาลาลูกขุน ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น.โดยสำนักสังคีต กรมศิลปากร วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และศิลปินจากภาคต่างๆ นอกจากนี้ ยังเปิดให้เข้าชมราชรถ ราชยาน และพระยานมาศ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ydD4K0h7040  

 1,969
ร่วมราชพิธีควรรู้
03 พ.ย. 60

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดนิทรรศการงานพระราชพิธีฯและพระเมรุมาศ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยคุณสิริกิติยา เจนเซ่น ไปยังท้องสนามหลวง ทรงเปิดนิทรรศการเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับหน่วยงานต่างๆจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 2 ถึง 30 พฤศจิกายน 2560   เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้ประชาชนและเยาวชนได้เรียนรู้ ขนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณีของไทย ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาอันล้ำค่าของชาติ ที่มีการสืบทอดและอนุรักษ์ไว้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน   โอกาสนี้กองศิลปกรรมสำนักพระราชวัง ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายดอกไม้ปาริชาตประดิษฐ์ประกอบพระจิตกาธาน ซึ่งได้พระราชทานให้จัดแสดงในนิทรรศการ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาหาความรู้ต่อไป สำหรับนิทรรศการประกอบด้วยพระเมรุมาศ และอาคารสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ที่ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่แสดงให้เห็นถึงความงดงามในหลักปรัชญาการสร้างตามโบราณราชประเพณี อย่างสมพระเกียรติ   บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจและจิตกรรมฝาผนังโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 3 ด้าน ภายใต้ชื่อ"พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์" บริเวณศาลาลูกขุน 6 หลัง จัดแสดงนิทรรศการงานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ ฉากบังเพลิง งานประณีตศิลป์ในพระราชพิธี เป็นต้น   ที่ทับเกษตร นำสัมผัสพระเมรุมาศจำลอง สำหรับผู้พิการทางสายตา โดยมีอาสาสมัครนำชม พร้อมด้วยซีดีเสียงบรรยาย ส่วนผู้พิการทางการได้ยินจะมีจิตอาสานำชมด้วยภาษามือ และส่วนภูมิทัศน์ด้านหน้าพระเมรุมาศ ได้สะท้อนให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจต่างๆที่ฝากไว้กับแผ่นดิน อาทิ กังหันน้ำชัยพัฒนา ,หญ้าแฝก ,ต้นยางนา, มะม่วงมหาชนก และนาข้าวที่มีขอบคันนาออกแบบเชิงเป็นเลข 9 ไทย   ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น.ใช้เวลารอบละ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง และต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ทั้งนี้ผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้รับแผ่นพับ และโปสการ์ดที่ระลึกภาพพระเมรุมาศ 9 แบบ   รวมถึงมีการแสดงที่เวทีมหรสพด้านทิศเหนือทุกวัน ใน 2 ช่วงเวลา คือเวลา 18.00-19.30 น. และเวลา 20.00-22.00 น.อาทิ การแสดงละครเรื่องอิเหนา เรื่องพระมหาชนก พระสุธนมโนราห์ ดนตรีสากล ลิเก โดยเฉพาะทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ จะมีการจัดแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ระหว่างเวลา 19.00-22.00 น.เริ่มแสดงวันแรกวันที่ 4 พฤศจิกายน ตอน พระนารายณ์ปราบนนทก และการประโคมดนตรี วันละ 10 วง บริเวณศาลาลูกขุน ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น.โดยสำนักสังคีต กรมศิลปากร วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และศิลปินจากภาคต่างๆ นอกจากนี้ ยังเปิดให้เข้าชมราชรถ ราชยาน และพระยานมาศ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ydD4K0h7040  

 1,969
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ย. 60

ปชช.เข้าคิวรอชมนิทรรศการพระเมรุมาศวันแรกล้นหลาม

บรรยากาศบริเวณโดยรอบสนามหลวง มีประชาชนจำนวนมากมารอรับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเวลา 07.00 น. ซึ่งได้เปิดให้ ปชช.เข้าชมอย่างเป็นทางการในวันนี้ (2 พ.ย.2560) เป็นวันแรก   โดยเฉพาะจุดคัดกรองหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ หน้าพระธรณีบีบมวยผม แถวยาวไปจนถึงกระทรวงกลาโหม โดยมี จนท.ให้คำแนะนำถึงการเข้าชมและขอความร่วมมือให้เข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ อยู่ในอาการสำรวม ไม่ให้มีการถ่ายภาพแบบเซลฟี่หรือไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก รวมทั้งไม่แตะต้องประติมากรรมที่จัดแสดง   ทั้งนี้พบบ ปชช.จำนวนมากมารอเข้าแถวตั้งแต่ช่วงกลางคืน เพื่อรอเข้าชมนิทรรศการโดยรอบพระเมรุมาศ อันเป็นสุดยอดของงานช่างศิลปะไทยทุกแขนง และร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sYYcAyrHp6s    

 15,543
ธ ทรงอยู่ในใจไทย
02 พ.ย. 60

ปชช.เข้าคิวรอชมนิทรรศการพระเมรุมาศวันแรกล้นหลาม

บรรยากาศบริเวณโดยรอบสนามหลวง มีประชาชนจำนวนมากมารอรับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเวลา 07.00 น. ซึ่งได้เปิดให้ ปชช.เข้าชมอย่างเป็นทางการในวันนี้ (2 พ.ย.2560) เป็นวันแรก   โดยเฉพาะจุดคัดกรองหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ หน้าพระธรณีบีบมวยผม แถวยาวไปจนถึงกระทรวงกลาโหม โดยมี จนท.ให้คำแนะนำถึงการเข้าชมและขอความร่วมมือให้เข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ อยู่ในอาการสำรวม ไม่ให้มีการถ่ายภาพแบบเซลฟี่หรือไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก รวมทั้งไม่แตะต้องประติมากรรมที่จัดแสดง   ทั้งนี้พบบ ปชช.จำนวนมากมารอเข้าแถวตั้งแต่ช่วงกลางคืน เพื่อรอเข้าชมนิทรรศการโดยรอบพระเมรุมาศ อันเป็นสุดยอดของงานช่างศิลปะไทยทุกแขนง และร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sYYcAyrHp6s    

 15,543
สังคม-อาชญากรรม
31 ต.ค. 60

กอร.รส.พร้อมอำนวยความสะดวก ปชช.เข้าชมพระเมรุมาศ 2-30 พ.ย.นี้

หลังจากที่พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยเฉพาะกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) จะยังคงให้การสนับสนุนรัฐบาลในเรื่องการดูแลพื้นที่สนามหลวงต่อไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่าง 2-30 พฤศจิกายน 2560     โดยขอให้ประชาชนที่จะเข้าชมผ่านจุดคัดกรอง โดยแต่งกายสุภาพตามสบาย เหมือนการเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว โดยจะรองรับได้รอบละ 5,000-5,500 คน คาดว่าตลอดทั้งเดือนจะมีประชาชนเข้าชมนิทรรศการประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งจะต้องผ่านจุดคัดกรองทั้ง 5 จุด แบ่งเป็น 3 จุดสำหรับคนไทย 1 จุดสำหรับชาวต่างชาติและอีก 1 จุดสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุเป็นกรณีพิเศษ โดยผู้เข้าชมจะใช้เวลารอบละ 45 นาที โดย 15 นาทีแรก ให้ประชาชนถ่ายภาพในจุดถ่ายภาพที่เหมาะสม และอีก 30 นาทีจะให้ประชาชนเยี่ยมชมพื้นที่ และในเวลา 18.00 น.จะมีการแสดงมหรสพสมโภชให้ประชาชนรับชมด้วย   ทั้งนี้ จะเปิดให้ชมนิทรรศการตั้งแต่ 7.00-22.00 น. แต่หากมีประชาชนจำนวนมาก จะพิจารณาขยายเวลาเพิ่มเติมอีก ซึ่งวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้จะทดลองการนำชมนิทรรศการ โดยขอให้ประชาชนทยอยเดินทางเข้าชมตั้งแต่ช่วงแรกๆ เพื่อไม่ให้กระจุกตัวในช่วงท้าย ทั้งนี้ การชมนิทรรศการไม่มีการอำนวยความสะดวกเรื่องอาหาร แต่จะมีน้ำดื่มคอยบริการ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Kcn756-paBE    

 2,375

Top