ค้นหา :

ผลการค้นหา "กสทช"

ข่าวภูมิภาค
26 พ.ค. 60

สลด นทท.ชะอำถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตเพิ่มอีกราย ด้าน กสทช.ยันมือถือไม่มีผลทำให้ฟ้าผ่า

ความคืบหน้ากรณีฟ้าผ่านักท่องเที่ยวที่บริเวณชายหาด อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีผู้ถูกฟ้าผ่าสองรายและรายหนึ่งเสียชีวิตและบาดเจ็บอีกหนึ่งราย ล่าสุดมีรายงานผู้ที่บาดเจ็บได้เสียชีวิตลงแล้ว   จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า ขณะนั้นตนเองกำลังขับขี่เรือสกู๊ตเตอร์เข้าฝั่งเนื่องจากเห็นว่าฝนกำลังจะตกหนัก ได้เห็นผู้เสียชีวิตนั่งอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ ยังจุดเกิดเหตุ ตนเองก็ไม่ได้สนใจก็หันมาเก็บของแล้วก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่าลงมาดังมาก จึงหันไปดูก็พบว่าฟ้าได้ผ่าตรงบริเวณที่ผู้เสียชีวิตทั้งสองคนนั่งอยู่ พอดี จึงเข้าไปดูแล้วช่วยปั๊มหัวใจพร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือดังกล่าว   ด้าน กสทช. ได้ให้ความรู้แก่ประชาชนว่า โทรศัพท์มือถือไม่มีผลต่อการเกิดเหตุฟ้าผ่า โดยมีหลักฐานทางงานวิจัยจากศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการทดลองในห้องจำลองฟ้าผ่า กับโทรศัพท์มือถือผลการทดลอง พบว่าไม่เกิดฟ้าผ่าแต่อย่างใด   ทั้งนี้การเกิดฟ้าผ่านั้น มักจะเกิดกับกรณีอยู่ในที่โล่ง ตามหลักการคือ ถ้าอยู่ในที่โล่งและสูง จะมีโอกาสทำให้เกิดฟ้าผ่ามากที่สุด อ้างอิงจากเหตุการณ์ฟ้าผ่าเด็กนักเรียน โรงเรียน ตชด.ตาก เหตุเพราะอยู่ใต้ต้นไม้สูงสำหรับวิธีป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่านั้น ควรอยู่ในที่ต่ำๆ เช่น การนั่งยองๆ เป็นต้น   ส่วนกรณีที่แนะนำไม่ให้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ ในช่วงเกิดพายุฝน หรือฟ้าผ่านั้น เพราะหากโทรศัพท์มือถือโดนน้ำ อาจทำให้วงจรช็อต เกิดความเสียหายได้นอกจากนี้ ยังรวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป สามารถใช้งานได้ตามปกติ ยกเว้นในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องต่อสายจากข้างนอก เช่น โทรทัศน์ หรือโทรศัพท์แบบมีสาย หากเกิดฟ้าผ่าแล้วกระแสวิ่งเข้าสายขณะใช้งาน จะสามารถทำให้ไฟช็อตได้เช่นกัน        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/DI-cDfUvpqw

 12,362
การเมือง
17 พ.ค. 60

นายกฯ สั่งลุยปิดเว็บหมิ่นฯ เผย fb ร่วมมือปิดเพจกว่า 6 พันเพจ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช.ขอความร่วมมือเฟซบุ๊กบล็อกหรือลบเพจหมิ่น จำนวน 131 ยูอาร์แอล (URL)   โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้ขอความร่วมมือไปยังเฟซบุ๊กมาตลอด ซึ่งก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ล่าสุดปิดเพจต่างๆไปแล้วกว่า 6,000 ยูอาร์แอล เหลืออีก 131 ยูอาร์แอล ที่ยังไม่ปิด ทั้งนี้ที่ผ่านมาใช้หมายศาลในการสั่งปิด แต่ก็พบว่ามีการเปิดเพจใหม่วนเวียนในลักษณะนี้ จึงต้องหาทางที่ดีกว่านี้ โดยหลังจากนี้จะต้องทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขอความร่วมมือไปยังรัฐบาลในต่างประเทศ ภาคเอกชน นักธุรกิจ และผู้กำกับดูแลเว็บไซต์ในประเทศไทย เพราะนายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจสั่งการเฟซบุ๊กได้โดยตรง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gvfghNkAmLE  

 51,609
เศรษฐกิจ
09 พ.ค. 60

เลขาธิการ กสทช. เผยเหตุเฟซบุ๊คล่มเกิดจากระบบมีปัญหา

เลขาธิการ กสทช. เผยเหตุเฟซบุ๊คล่มในช่วงเช้า (9 พ.ค. 2560) เกิดจากระบบของเฟซบุ๊คเอง    นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เฟซบุ๊คล่ม ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเช้าของวันนี้ (9 พ.ค. 2560) จากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก ไม่เฉพาะประเทศไทย สาเหตุในเบื้องต้นพบว่า เกิดจากปัญหาของระบบเฟซบุ๊คเอง ไม่ได้เกิดจากการบล็อกหรือการปิดกั้นการเข้าถึงใดใด

 7,987
การเมือง
05 พ.ค. 60

กสทช.สั่งปิดเว็บไซต์ผิด กม.แล้ว 6,300 เว็บ ขอ ปชช.อย่าวิตก ยันไม่ได้ปิดกั้น

กสทช.และ สมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย (ISP) เผยได้ปิดเว็บไซต์และเว็บเพจผิดกฎหมายแล้ว 6,300 เว็บ ใช้เวลาดำเนินการปิดกว่า 3 ปี เหลืออีก 600 เว็บไซด์ โดยเว็บไซต์ที่ถูกปิดมากที่สุด คือ เว็บไซต์ความมั่นคง การพนัน โป๊และลามกอนาจาร เร่งประสานผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในต่างประเทศดำเนินการปิด คาดในสัปดาห์หน้า ปิดได้ทั้งหมด ยืนยันได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการทุกราย ยกเว้นเฟซบุ๊ก   ทั้งนี้ยืนยันว่า การปิดเว็บไซต์ และเว็บเพจไม่ได้เป็นการปิดกั้นประชาชน แต่เป็นการดำเนินการกับผู้กระทำความผิด ซึ่งรัฐบาลไม่มีแนวคิดปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์ใดๆ ขออย่าวิตกกังวล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qj-1Hzv2-w4  

 15,821
การเมือง
04 พ.ค. 60

กสทช.เผย สั่งปิดเว็บไซต์ผิด กม.แล้ว 6,300 เว็บ

กสทช.และ สมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย (ISP) เผยได้ปิดเว็บไซต์และเว็บเพจผิดกฎหมายแล้ว 6,300 เว็บ เหลืออีก 600 เว็บไซด์ เร่งประสานผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในต่างประเทศดำเนินการปิด คาดในสัปดาห์หน้า ปิดได้ทั้งหมด ยืนยันได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการทุกราย ยกเว้นเฟซบุ๊ค     นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ร่วมกับ สมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย (ISP) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ร่วมกัน แถลงข่าว การดำเนินการปิดเว็บไซต์ที่นำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ตามที่ศาลตัดสินว่าผิดกฎหมาย 6,900 เว็บไซต์ ซึ่งสามารถดำเนินการปิดได้แล้ว 6,300 เว็บไซต์ ใช้เวลาดำเนินการปิดกว่า 3 ปี เหลืออีก 600 เว็บไซต์ ที่ต้องเข้ารหัสจากต่างประเทศ      ซึ่งผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในไทยได้ส่งหนังสือไปยังผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในต่างประเทศ เพื่อขอเข้ารหัสดึงเว็บไซด์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมและผิดกฎหมายไทย คาดว่า จะดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ โดยเว็บไซต์ที่ถูกปิดมากที่สุด คือ เว็บไซต์ความมั่นคง การพนัน โป๊และลามกอนาจาร ในภาพรวมผู้ให้บริการทุกรายให้ความร่วมมืออย่างดี ยกเว้นเฟซบุ๊คที่ไม่ยอมดำเนินการตามคำสั่งศาลให้ปิดเพจไม่เหมาะสม ขณะนี้ได้ประสานไปอีกครั้งคาดว่าจะได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการเฟซบุ๊ค โดยการปิดทำได้เพียงเว็ปเพจ หรือ URL เท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการปิดได้ เนื่องจากเกินอำนาจหน้าที่ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต เช่นเดียวกับเว็ปเพจสายดาร์กที่ไม่ระบุตัวตนไม่สามารถปิดเพจได้เช่นกันยกเว้นมีคำสั่งศาล      ทั้งนี้ยืนยันว่า การปิดเว็บไซต์ และเว็บเพจไม่ได้เป็นการปิดกั้นประชาชน แต่เป็นการดำเนินการกับผู้กระทำความผิด ซึ่งรัฐบาลไม่มีแนวคิดปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์ใดๆ ขออย่าวิตกกังวล     ด้าน นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการปิดเพจที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมว่า จะมีคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พิจารณาสอดส่องดูแลความไม่เหมาะสมในเนื้อหาของแต่ละเว็บไซต์ จากนั้นจะส่งเรื่องเพื่อขออำนาจศาลสั่งปิด โดยสามารถดำเนินการได้ภายในเวลา 24 ชั่วโมง ยกเว้นเรื่องเร่งด่วนและสำคัญปิดได้ทันทีไม่ต้องขออำนาจศาล สำหรับเนื้อหาที่ปัจจุบันเป็นอันตรายในสื่อสังคมออนไลน์ คือ การหลอกขายสินค้าออนไลน์ การล่อลวงและค้าประเวณี การล่วงละเมิดทางเพศ การ Live สดไม่เหมาะสม    

 33,665
สังคม-อาชญากรรม
28 มี.ค. 60

'วอยซ์ ทีวี' หันออกอากาศทางออนไลน์ เล็งยื่นอุทธรณ์ หลังถูกสั่งจอดำ 7 วัน

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะมีการประชุมพิจารณาวาระสำคัญคือการพิจารณามาตรการลงโทษช่องวอยซ์ทีวี 21 ผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ตามที่คณะอนุกรรมการกำกับเนื้อหาและผังรายการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งมีกสทช. พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ เป็นประธาน ได้เสนอให้สั่งพักใช้ใบอนุญาตวอยซ์ทีวีทั้งช่องเป็นเวลา 3 วัน เหตุผลคือ มีรายการที่กระทำผิดซ้ำซาก มาจากเรื่องร้องเรียน 4 รายการ   โดย พล.ท.พีระพงษ์ ได้ยกตัวอย่างกรณีที่ผิดระบุ เช่นกรณีการวิสามัญนักกิจกรรมลาหู่ ที่มีการนำเสนอด้านเดียว และมีลักษณะวิจารณ์กล่าวหาด้านเดียว ทั้งที่ กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น มีความผิดถึง 3 รายการ คือรายการใบตองแห้งออนแอร์ รายการ In Her View และ รายการโอเวอร์วิว นับรวมความผิดนับสิบครั้ง ยืนยัน การนำเสนอข่าว จะต้องนำเสนออย่างสมดุล เป็นกลาง อย่าเอาคนแนวเดียวกัน มาคุยกัน เมื่อจะวิจารณ์ก็ควรวิจารณ์อย่างรอบด้าน ยืนยัน กสทช. ดำเนินการอย่างมีอิสระ ดูตามพยานหลักฐาน ไม่ได้ดำเนินการตามใจทหาร ซึ่งคำร้องค่อนข้างละเอียด จากการตรวจสอบพบมีความผิดชัดเจน   ขณะที่ตัวแทนของวอยซ์ ทีวี ระบุหลังจากมีคำสั่งพักใบอนุญาตนั้น วอยซ์ทีวีจะหยุดการออกอากาศเป็นเวลา 7วัน โดยจะนำรายการทั้งหมดไปเผยแพร่ทางออนไลน์แทน ทั้งนี้ปกติก็จะมีการเผยแพร่รายการต่างๆทั้งทางโทรทัศน์และออนไลน์ควบคู่ไปด้วยกันอยู่แล้ว ซึ่งการเผยแพร่รายการเหล่านั้น ยืนยันว่าเป็นการกระทำไปตามสิทธิและเสรีภาพของสื่ิอมวลชน และจะยื่นอุทธรณ์ทั้งทางแพ่ง และทางปกครองตามความเหมาะสม  ซึ่งทางแพ่งได้พิจารณาเรื่องผลกระทบต่อธุรกิจด้วย      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3TqQRujG4V0

 10,290
การเมือง
27 มี.ค. 60

กสทช.สั่งพักใบอนุญาตวอยซ์ทีวี 3 วัน วิจารณ์ปม โกตี๋-ลาหู่ ไม่เป็นกลาง

วันที่ 27 มีนาคม 2560 เมื่อเวลา 14.00 น. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะมีการประชุมพิจารณาวาระสำคัญคือการพิจารณามาตรการลงโทษช่องวอยซ์ทีวี 21 ผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ตามที่คณะอนุกรรมการกำกับเนื้อหาและผังรายการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งมีกสทช. พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ เป็นประธาน ได้เสนอให้สั่งพักใช้ใบอนุญาตวอยซ์ทีวีทั้งช่องเป็นเวลา 3 วัน เหตุผลคือ มีรายการที่กระทำผิดซ้ำซาก มาจากเรื่องร้องเรียน 4 รายการ    โดย พล.ท.พีระพงษ์ ได้ยกตัวอย่างกรณีที่ผิดระบุ เช่นกรณีการวิสามัญนักกิจกรรมลาหู่ ที่มีการนำเสนอด้านเดียว และมีลักษณะวิจารณ์กล่าวหาด้านเดียว ทั้งที่ กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น มีความผิดถึง 3 รายการ นับรวมความผิดนับสิบครั้ง ยืนยัน การนำเสนอข่าว จะต้องนำเสนออย่างสมดุล เป็นกลาง อย่าเอาคนแนวเดียวกัน มาคุยกัน เมื่อจะวิจารณ์ก็ควรวิจารณ์อย่างรอบด้าน ยืนยัน กสทช. ดำเนินการอย่างมีอิสระ ดูตามพยานหลักฐาน ไม่ได้ดำเนินการตามใจทหาร ซึ่งคำร้องค่อนข้างละเอียด จากการตรวจสอบพบมีความผิดชัดเจน

 13,170
การเมือง
16 มี.ค. 60

'สุภิญญา' ประกาศยุติปฎิบัติหน้าที่ กสทช. ชั่วคราว หลังศาลให้รอกำหนดโทษ คดีบุกสภา

จากกรณีศาลฎีกาพิพากษาคดีองค์กรภาคประชาชน 10 คน ชุมนุมปีนรัฐสภา เพื่อคัดค้านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาร่างกฎหมาย เมื่อปี 2550 โดยศาลพิพากษาให้รอการกำหนดโทษ   ล่าสุด นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. จำเลยที่ 10 ในคดีดังกล่าว ได้ประกาศยุติการทำหน้าที่ชั่วคราวผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว โดยระบุว่าไม่ขอรับเงินค่าตอบแทนตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.60 ระหว่างการตีความคุณสมบัติว่าขัด พ.ร.บ.กสทช.หรือไม่ ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวศาลอาญา รัชดา ได้ตัดสินจำเลยทั้ง 10 คน มีความผิดฐานชุมนุมมั่วสุม บุกรุกใช้กำลังประทุษร้าย โดยให้รอลงอาญา 2 ปี ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2557ศาลอุทธรณ์พิพากษา ยกฟ้อง หลังพิเคราะห์เห็นว่าจำเลยทั้ง 10 คน ไม่ผิดฐานมั่วสุม เป็นเพียงการคัดค้านการพิจารณากฎหมายในสภา ล่าสุดศาลฎีกา ได้นัดอ่านคำพิพากษา เห็นว่าจำเลยทั้ง 10 คนมีความผิดตามศาลชั้นต้น แต่ให้รอกำหนดโทษ 2 ปี โดยรายชื่อจำเลยทั้ง 10 คน มีดังนี้ 1) นายจอน อึ๊งภากรณ์ 2) นายสาวิทย์ แก้วหวาน 3) นายศิริชัย ไม้งาม 4) นายพิชิต ไชยมงคล 5) นายอนิรุทธ์ ขาวสนิท 6) นายนัสเซอร์ ยีหมะ 7) นายอำนาจ พละมี 8) นายไพโรจน์ พลเพชร 9) นางสาวสารี อ๋องสมหวัง 10) นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์   “จากคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีชุมนุมปีนสภาค้าน สนช.วันนี้ แม้ศาลท่านจะไม่ได้กำหนดโทษจำคุก แต่ก็พิพากษาว่าดิฉันกระทำความผิด จึงมีประเด็นทางกฎหมาย วันนี้ดิฉันจะทำบันทึกแจ้งเลขาธิการ กสทช.ถึงคำพิพากษาให้ สนง.ตีความ กม. โดยตั้งแต่วันนี้ดิฉันจะยุติการปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน(ไม่รับค่าตอบแทน) ถ้าการตีความออกมาว่าไม่ขัดคุณสมบัติ ก็ค่อยกลับมาปฏิบัติหน้าที่ต่อ แต่ถ้าขัดก็ถือว่าสิ้นสภาพการเป็น กสทช.ตามกฎหมายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ ส่วนตัวตีความว่าขัด พ.ร.บ.กสทช. เพราะศาลฎีกาพิพากษาว่าดิฉันทำความผิดฐานชุมนุมค้าน สนช. แม้ว่าจะยังไม่มีโทษจำคุก จึงตัดสินใจขอยุติการทำหน้าที่ ดิฉันน้อมรับคำพิพากษาสูงสุดของศาลฎีกาในวันนี้ แม้จะยืนยันว่าสิ่งที่ทำเป็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจตลอดมา สรุป ก็รอให้ สนง.กสทช.ทำการตีความออกมาเป็นทางการ ระหว่างนี้ดิฉันก็หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเก็บของรอไปพลางก่อน มีเอกสารต้องเคลียร์จำนวนมาก ระหว่างการยุติการปฏิบัติหน้าที่ ดิฉันและทีมก็ไม่รับค่าตอบแทนใดตั้งแต่วันนี้และจะทำเรื่องส่งคืนทรัพย์สินที่ถือครองในการทำงานคืน สนง.โดยเร็ว” นางสาวสุภิญญาทวิตข้อความ   ทั้งนี้ นางสาวสุภิญญา ให้สัมภาษณ์ที่ศาลอาญาหลังฟังคำพิพากษา ว่า หลังจากนี้จะนำคำพิพากษาของศาลฎีกา ไปพิจารณาว่าเข้าข่ายผิดข้อบังคับของการ ดำรงตำแหน่ง กสทช. ของตัวเองหรือไม่ โดยจะส่งคำพิพากษาให้ฝ่ายกฎหมายของตัวเองและ กสทช. พิจารณาด้วย เพราะกรณีนี้ศาลยังไม่มีการกำหนดโทษ จึงยังไม่มีความชัดเจน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UItMncgWzCg    

 10,913
เศรษฐกิจ
27 ธ.ค. 59

ทรูวิชั่นส์แจ้ง กสทช.ขอยกเลิก 6 ช่องหนังดัง hbo-cinemax มีผล 1 ม.ค.60

ทรูวิชั่นส์ ได้ยื่นเรื่องไปยัง กสทช. เพื่อขอยกเลิก 6 ช่องภาพยนตร์ ได้แก่ HBO, HBO Signature, HBO Kid, HBO Family, Red by HBO และ Cinemax เนื่องจากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางธุรกิจ ซึ่งมติบอร์ด กสท. เห็นชอบอนุมัติให้ดำเนินการตามที่ ทรูวิชั่นส์ ร้องขอ โดยยกเลิก 6 ช่องจะมีผลตั้งแต่วันปีใหม่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_IOOxM2qSFE  

 25,938
เศรษฐกิจ
27 ธ.ค. 59

กสท.มีมติเอกฉันท์สั่งปิดถาวร ช่อง dmc ทีวีธรรมกาย

กสท.มีมติเป็นเอกฉันท์ ยกเลิกใบอนุญาตออกอากาศสถานีโทรทัศน์ DMC ของมูลนิธิศึกษาธรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม และส่งผลทำให้สถานีวิทยุ ที่เผยแพร่รายการจากสถานี DMC ต้องถูกยกเลิกไปด้วย โดยพันเอกนที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า มีพฤติการที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวาย โดยเฉพาะพฤติการณ์ของนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกศิษยานุศิษย์วัดพระ ธรรมกาย ที่ได้ชักชวนลูกศิษย์ฯ เข้าไปทำบุญในวัดเป็นจำนวนมาก แต่แท้จริงแล้วเป็นการสร้างวามขัดแย้งในสังคม ซึ่งการยกเลิกใบอนุญาตินี้ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2560 และคำสั่งของ กสท.ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด หากมีข้อมูลเปลี่ยนแปลง สามารถส่งให้ กสท.พิจารณาใหม่ได้ ส่วนกรณีที่มูลนิธิฯ จะขอใบอนุญาตใหม่นั้น ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมจากพฤติการณ์ที่กล่าวไปข้างต้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QtNRB6fSRTc  

 27,146
สังคม-อาชญากรรม
08 ธ.ค. 59

กสทช.สั่งปิดช่อง dmc ของธรรมกาย 15 วันตามคำร้อง dsi นายกฯแนะบุกจับ 'ธัมมชโย' ไม่ต้องประกาศล่วงหน้า

กสทช. มีมติสั่งปิดสถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุของวัดพระธรรมกาย (DMC) ชั่วคราว เป็นระยะเวลา 15 วัน ตามข้อเสนอของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI  หลังพบว่ามีการเผยแพร่ข่าวสารชักชวนลูกศิษย์วัดปกป้องผู้ต้องหา-สร้างความยั่วยุ ปั่นป่วนในสังคม ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ระบุขอสื่ออย่าขยายความผู้กระทำความผิด เพราะจะเหมือนเป็นการให้ท้ายผู้กระทำความผิดและเป็นการกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมระบุว่ามีมาตรการทางกฎหมายอยู่แล้ว จึงอยากให้สื่อไปขยายความให้สังคมเข้าใจ และให้ผู้กระทำผิดออกมามอบตัว เพื่อไม่ให้เป็นประเด็นไม่จบไม่สิ้นไม่เป็นผลดี ซึ่งคดีนี้เหมือนคดีทั่วไป ที่หากมีผู้กระทำผิดต้องถูกดำเนินคดี หากมีการจับกุมหรือหมายค้นเมื่อไหร่ สามารถทำได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง และไม่เป็นต้องประกาศแผนการจับกุมล่วงหน้า ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ตั้งข้อสังเกตว่าจากการตรวจสอบเม็ดเงินและกองทุนยังไม่ชัดเจนว่ามีความผิดอีกหรือ หากไม่ผิดก็ออกมาชี้แจง หรือมอบตัว ไม่ใช่มีเงื่อนไขว่าถ้ามอบตัวต้องให้ประกันตัว เพราะการประกันให้หรือไม่เป็นเรื่องของตำรวจและอัยการ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Mz4LE9QpJSo    

 3,892
เศรษฐกิจ
28 พ.ย. 59

กสทช.ประมูลเบอร์สวย แพงสุดเบอร์ 09-8888-8888 ได้ 8.1ล้าน

กสทช. เปิดประมูลเบอร์โทรศัพท์มือถือเลขสวย จำนวน 16 เบอร์ เป็นเลขเดียวกัน 9 ตัวเหมือน ราคาเริ่มต้นประมูลเบอร์ละ 20 ล้านบาท และเลขเดียวกัน 8 ตัวเหมือน ราคาเริ่มต้นประมูล 6 ล้านบาท ซึ่งภายหลังการประมูลมีเบอร์ที่ถูกประมูลออกไป 9 เบอร์ รวมเป็นเงิน 57,968,888 ล้านบาท โดยเบอร์ 09-8888-8888 เป็นเบอร์ที่ถูกประมูลสูงสุด 8.1 ล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uIGv8L2VNqg  

 9,300
เศรษฐกิจ
14 พ.ย. 59

กสทช.ให้รายการทีวี-วิทยุออกอากาศได้ตามปกติ เรท ฉ. ออกได้หลังครบ 100 วัน

กสทช. เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ กสท. ได้มีมติให้สถานีโทรทัศน์สามารถกลับมาออกอากาศตามผังรายการปกติได้ ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.เป็นต้นไป ซึ่งจากกรณีดังกล่าว เบื้องต้นทาง กสทช. จะยังไม่มีมาตรการสอดส่องดูแลการออกอากาศรายการต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ เพียงแต่ในวันที่ 13-18 พ.ย.นี้ ทาง กสทช. จะยังขอคุมเนื้อหารายการในบางประเภทที่มีเนื้อหา ตลก เฮฮา เนื้อหาทางเพศ หยาบคาย หรือใช้ความรุนแรง จากนั้นวันที่ 19 พ.ย. เนื้อหารายการจะค่อยๆ ปรับอารมณ์ของประชาชน ส่วนรายการ ละคร หรือโฆษณา ที่ไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว รวมถึงโทนสี ก็สามารถนำกลับมาออกอากาศตามเดิม เช่น รายการเรท ฉ. จะออกอากาศได้หลังครบ 100 วัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NXaVvCR0gnE  

 3,907
สังคม-อาชญากรรม
11 พ.ย. 59

กสทช.ปรับเสาสัญญาณสื่อสารเพิ่ม รองรับ ปชช.หลั่งไหลมาสนามหลวง

ประชาชนยังคงหลั่งไหลมาที่ท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังเพื่อถวายสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระปรมอนทนมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งนี้ คาดว่าจะมีประชาชนจำนวนมากกว่า 150,000 คน เดินทางมาในวันที่ 12-13 พ.ย.นี้ เนื่องมาจากจะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   ด้าน นายฐากร ตัณฑสิทธิ เลขาธิการ กสทช. ตรวจเยี่ยมความพร้อมเครือข่ายสื่อสารในพื้นที่ท้องสนามหลวง เพื่อรองรับประชาชนที่มากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมอนทนมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยตัวแทน 3 เครือข่ายโทรศัพท์ต่างยืนยันว่ามีความพร้อมในการวางสัญญาณและอุปกรณ์กระจายสัญญาณเพิ่ม ให้สามารถรองรับใช้การใช้งานได้ดี แต่ยอมรับว่าปัญหาเรื่องสัญญาณไวไฟที่รบกวนกัน และมีปัญหาการชำรุดของสายโทรศัพท์จากการแทะกัดของกระรอก แต่ได้มีการแก้ไขแล้ว ซึ่งการจากการตรวจสอบคุณภาพการให้บริการของกสทช. ถือว่าคุณภาพการให้บริการ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hz175Zox664  

 969
เศรษฐกิจ
04 พ.ย. 59

กสทช.ให้ทีวีทยอยออกอากาศตามปกติหลัง 13 พ.ย. แต่ยังคุมเนื้อหาให้เหมาะสม

กสทช. เชิญผู้ประกอบการโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง เข้ารับฟังการชี้แจงแนวทางการออกอากาศสื่อโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง ภายหลัง 30 วัน ตามที่มีการกำหนดแนวทางการออกอากาศในช่วงพระราชพิธีฯ โดย กสท. เปิดเผยแนวทางดังกล่าว กำหนดออกเป็น 8 กรณี ประกอบด้วย    1. กรณีที่มีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล และพระราชพิธีต่างๆ จากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ให้ทุกสถานีเชื่อมโยงสัญญาณทันที โดยกรณีมีการถ่ายทอดสดการเสด็จของพระบรมวงศานุวงศ์ หรือกษัตริย์ต่างประเทศมาร่วมในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลจากสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยกรมประชาสัมพันธ์ ให้สถานีโทรทัศน์ระบบภาคพื้นดินสลับสับเปลี่ยนกันเชื่อมโยงสัญญาณถ่ายทอดตามที่กำหนด และกรณีรายการ “ศาสตร์แห่งพระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ให้ทุกสถานีเชื่อมโยงสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยทุกวันศุกร์   2. การออกอากาศรายการของสถานี ให้นำรายการปกติออกอากาศได้โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของรายการ แบ่งเป็นช่วง 13-18 พ.ย. สามารถนำรายการที่เหมาะสำหรับ ปฐมวัย(ป) , เด็ก(ด),รายการทั่วไป(ท) และสำหรับผู้ที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป(น13) มาออกอากาศได้ โดยไม่ควรมีเนื้อหา ตลก เฮฮา ความรุนแรง เรื่องเพศและการใช้ถ้อยคำหยาบคาย จากนั้นระหว่างวันที่ 19 พ.ย.59 - 21 ม.ค. 60 สามารถนำรายการที่เหมาะสำหรับผู้ชมอายุ 18 ปีขึ้นไป (น18) มาออกอากาศได้ แต่ไม่ควรมีเนื้อหารุนแรง เรื่องทางเพศ และการใช้ถ้อยคำหยาบคาย ส่วนรายการเฉพาะไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน (ฉ). ให้ออกอากาศหลังวันที่ 21 ม.ค.60    3. การนำเสนอรายการที่เกี่ยวกับการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ การแสดงความอาลัย การเทิดพระเกียรติ ให้ผู้รับใบอนุญาตฯ กำหนดเพิ่มเติมไว้ในผังรายการต่อเนื่องตลอดระยะเวลาจนถึง 21 ม.ค. 60 และควรกำหนดให้อยู่ในช่วงเวลาที่จะทำให้ประชาชนส่วนมากได้รับชม เช่น ช่วงไพรม์ไทม์   4. การนำเสนอรายการเกี่ยวกับการยกระดับคุณภาพชีวิต การพัฒนาประเทศ การสนับสนุนประชาชนให้เข้าสู่โลกแห่งเทคโนโลยี ให้ผู้รับใบอนุญาตพิจารณากำหนดเพิ่มเติมตามความเหมาะสม   5. โทนสีเสื้อผ้า การแต่งกายของพิธีกร และผู้ร่วมรายการ ยังอยู่ในโทนสีดำ-ขาว (เน้นสีดำ) สุภาพ    6. โลโก้สถานี ปรับโทนสีขาว-ดำ ไว้ด้านขวาล่างของจอโทรทัศน์ จนถึง 21 ม.ค.60   7. เริ่มกลับมามีโฆษณาได้ตั้งแต่ 13 พ.ย. โดยต้องดูเนื้อหาโฆษณาให้เหมาะสมของเนื้อหารายการ   8. กสท.ยังคงผ่อนผันเรื่องการแจ้งเปลี่ยนแปลงผังรายการได้จนถึง 2 ธ.ค. 59   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iJGGVuiI3YE    

 2,400

Top