ค้นหา :

ผลการค้นหา "กสทช"

เศรษฐกิจ
14 มี.ค. 61

'ติ๋ม ทีวีพูล' เฮ! ชนะคดีทีวีดิจิตอลยกแรก ศาลสั่งคืนเงินกว่า 1.5 พันล้าน เลขาธิการ กสทช.แฮปปี้ ช่วยชี้ทางออกให้ทีวีคืนช่อง

ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาในคดีระหว่าง บริษัท ไทยทีวี จำกัด ของนางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือรู้จักในชื่อ ติ๋ม ทีวีพูล ยื่นฟ้อง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่   โดยบริษัท ไทยทีวี จำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูล 2 ช่องทีวีดิจิทัล ได้แก่ ช่อง Loca และ ช่องไทยทีวี ยื่นฟ้องว่า กสทช. มีคำสั่งตามหนังสือที่ สทช 4010/5495 ลว. 12 ก.พ. 2559 เพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และประกอบกิจการโทรทัศน์ เลขที่ B1-S20031-0024-57 และ B1-S20031-0017-57 และให้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย   อ้างว่าผู้ฟ้องคดีไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตดังกล่าวให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนเลิกการประกอบกิจการ ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวตกเป็นโมฆะ เนื่องจากผู้ฟ้องคดีได้แจ้งยกเลิกใบอนุญาตและยุติการดำเนินการตามใบอนุญาตดังกล่าวไปก่อนแล้ว จึงเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีเสียหาย   ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า บริษัทไทยทีวี ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ เนื่องจาก กสทช. ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ประกาศเชิญชวนไว้ ดังนั้นเมื่อคู่กรณีบอกเลิกสัญญาแล้ว จึงให้ กสทช. คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ ที่ได้วางไว้คืนแก่บริษัทไทยทีวีด้วย ภายใน 60 วันนับแต่คดีถึงที่สุด ส่วนคำขออื่นศาลให้ยก   ทั้งนี้ เงินค้ำประกันจากธนาคารกรุงเทพ ที่บริษัทไทยทีวี นำมาวางไว้แก่ผู้ถูกฟ้องคดี ในงวดที่เหลือ 4-6 มูลค่ารวมกว่า 1,075 ล้านบาท   โดยติ๋ม ทีวีพูล กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทไม่ใช่ไม่มีความสามารถในการบริหารธุรกิจ เป็นคนอ่อนแอ หรือไม่มีสายป่าน ขาดทุนแล้วเลิกกิจการ แต่ปัญหาคือสิ่งที่ กสทช.กำหนดมันไม่ได้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจการด้วยซ้ำ ในประวัติการทำธุรกิจมา 30 กว่าปี ยังไม่เคยทำขาดทุนแม้แต่บาทเดียว มาตลอดชีวิต ทำไมจะมองธุรกิจไม่เป็น กลายเป็นคนที่อ่อนแอแล้วแพ้ไปได้ ทั้งที่ความจริงแล้วเรามีความสามารถ เรามีคนเก่ง   การสู้วันนี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่สู้เพื่อประชาชน ซึ่งตอนนี้ช่องอื่น ๆ ก็ลำบากหมด บางคนครอบครัวแตกแยก ถึงขนาดเกือบฆ่าตัวตาย ซึ่งล้วนเกิดจากการกระทำของ กสทช.ทั้งสิ้นถือว่าเป็นบาปอย่างยิ่ง และแม้ว่า กสทช.ชุดที่อนุมัติเรื่องทีวีดิจิตอลจะพ้นตำแหน่งไปแล้ว แต่ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับผลกรรมนั้น   อย่างไรก็ตามแนวทางจากนี้ บริษัทไทยทีวีจะยื่นอุทธรณ์เพิ่มต่อศาลปกครองสูงสุด กรณีค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และค่างวดที่2 ที่ได้ยุติการดำเนินการทีวีดิจิทัลไปแล้ว จึงไม่ควรเป็นหน้าที่ที่จะต้องจ่าย โดยจะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน จากนี้   ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า พอใจกับคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลาง ต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการที่หาทางออกให้ผู้ประกอบการทีวีทุกช่อง ทาง กสทช.มองว่าเป็นหลักการที่ดีที่ผู้ประกอบการที่ต้องการจะคืนใบอนุญาตจะได้มีหลักการในการดำเนินการได้ สำหรับการอุทธรณ์คำวินิจฉัยบอร์ด กสทช.จะพิจารณาอีกครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/69zZ7hZIiE4    

 11,338
สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 60

กสทช. กำชับโอเปอร์เรเตอร์ดูแลคุณภาพสัญญาณช่วงปีใหม่ 30 ธ.ค. 60 -2 ม.ค. 61

กสทช. กำชับโอเปอร์เรเตอร์ดูแลคุณภาพสัญญาณ พร้อมให้เพิ่มขีดความสามารถใช้การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ช่วงเทศกาลปีใหม่ 30 ธ.ค. 2560-2 ม.ค. 2561   นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ วันที่ 30 ธ.ค. 2560-2 ม.ค. 2561 เป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่มีสถิติการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่กันมาก ประชาชนนิยมติดต่อสื่อสารและส่งข้อความอวยพรกันผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือคลิปวิดีโอสั้น ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ทุกคนในครอบครัวมารวมกัน    และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ใช้บริการในการติดต่อสื่อสารผ่านบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ป้องกันไม่ให้คุณภาพและมาตรฐานในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วงเวลาดังกล่าวลดลง สำนักงาน กสทช. จึงได้สั่งการไปยังผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายให้เพิ่มขีดความสามารถและความระมัดระวัง ในการดูแลบำรุงรักษา ซ่อมแซม และแก้ไขปรับปรุงโครงข่ายโทรคมนาคม เครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ที่นำมาใช้ในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาช่วงเทศกาลปีใหม่

 3,708
สังคม-อาชญากรรม
08 ธ.ค. 60

กสทช. เรียก ดีแทค ชี้แจง หลังผู้ใช้แทบช็อค เจอยอดค่าโทร 400 ล้านล้าน

  จากกรณีที่ทำให้บรรดาผู้ใช้งานโทรศัพท์เครือข่ายดีแทค ต้องช็อคไปตามๆกัน เมื่อจู่ๆโทรศัพท์ก็ถูกระงับสัญญาน โทรออกไม่ได้ ระบบแจ้งว่ายอดค่าบริการเกินกำหนด เมื่อเข้าไปเช็คยอดก็พบว่ามียอดค่าใช้งานอยู่ที่  461,168,601,842,740.00 บาท (สี่ร้อย หกสิบเอ็ด ล้าน หนึ่งแสน หกหมื่น แปดพัน หกร้อย หนึ่งล้าน แปดแสน สีหมื่น สองพัน เจ็ดร้อย สี่สิบ บาท)   ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวผ่านสื่อมวลชน กรณีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือเครือข่าย ดีแทค ถูกระงับสัญญาณใช้งาน พร้อมทั้งมียอดการใช้งานสูงถึง 400 ล้าน ล้าน บาท และกรณีศุลกากรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยึดซิมโทรศัพท์ค่ายดีแทคที่ยังไม่ผ่านการใช้งานได้กว่า 50,000 ชิ้น นั้น สำนักงาน กสทช. มีหนังสือแจ้งให้ดีแทคเข้ามาชี้แจงกับสำนักงาน กสทช. ถึงกรณีดังกล่าว ในวันอังคารที่ 12 ธ.ค. 2560 เวลา 13.30 น.   ข้อมูลบางส่วนจากข่าวสด ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 88,826
เศรษฐกิจ
07 พ.ย. 60

กสทช.ดีเดย์ลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ ทั้งเติมเงิน-รายเดือน ด้วยระบบสแกนใบหน้า-นิ้วมือ 15 ธ.ค.นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า วันที่ 15 ธันวาคมนี้ จะเริ่มใช้วิธีการลงทะเบียนซิมการ์ดด้วยวิธีอัตลักษณ์ ทั้งการตรวจสอบใบหน้า หรือ สแกนลายนิ้วมือ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจุดรับลงทะเบียนให้บริการแบบใด โดยระบบนี้จะใช้สำหรับผู้ที่ซื้อซิมการ์ดใหม่เท่านั้น ทั้งแบบรายเดือน และแบบเติมเงิน รวมถึงนักท่องเที่ยว หรือ บุคคลที่ไม่ใช่สัญชาติไทยด้วย      โดยการดำเนินการดังกล่าวจะทำควบคู่กับข้อมูลที่เก็บในบัตรประชาชน หากข้อมูลตรงกัน จึงจะเปิดใช้งานซิมการ์ดได้ ซึ่งวิธีนี้ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงการลงทะเบียน ซึ่งจะมีผลกับความมั่นคง และปลอดภัยกับผู้ใช้บริการธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WFC0W_ZgdH0  

 41,899
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ย. 60

เปิดเบอร์ใหม่ฟังทางนี้! กสทช. สั่งลงทะเบียนซิมต้องใช้ใบหน้าหรือลายนิ้วมือ เริ่ม 15 ธ.ค.นี้!

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า วันที่ 15 ธันวาคมนี้ จะเริ่มใช้วิธีการลงทะเบียนซิมการ์ดด้วยวิธีอัตลักษณ์ ทั้งการตรวจสอบใบหน้าหรือสแกนลายนิ้วมือพร้อมกันทุกค่ายมือถือ ขึ้นอยู่กับว่าจุดรับลงทะเบียนให้บริการแบบใด โดยระบบนี้จะใช้สำหรับผู้ที่ซื้อซิมการ์ดใหม่เท่านั้น ทั้งแบบรายเดือนและแบบเติมเงิน รวมถึงนักท่องเที่ยวหรือบุคคลที่ไม่ใช่สัญชาติไทยด้วย   ทั้งนี้การลงทะเบียนจะมีการเปรียบเทียบใบหน้าหรือลายนิ้วมือ ของผู้ซื้อซิมการ์ดกับข้อมูลที่เก็บในบัตรประชาชนฉบับจริง โดยหากข้อมูลมีความถูกต้องตรงกัน จึงจะอนุญาตให้มีการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการและเปิดใช้งานซิมการ์ดได้ ดังนั้น ประชาชนที่ต้องการเปิดซิมใหม่ จะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงไปด้วยเพื่อให้จุดให้บริการตรวจสอบข้อมูล เมื่อมีการลงทะเบียนซิมการ์ดเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลของผู้ใช้บริการจะถูกจัดส่งตรงไปยังฐานข้อมูลของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยไม่ได้มีการจัดเก็บข้อมูลไว้ที่จุดให้บริการ ซึ่งประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกจัดเก็บเป็นความลับและปลอดภัย   เลขาธิการ กสทช. ยืนยันว่า การลงทะเบียนซิมด้วยวิธีอัตลักษณ์นี้ เพื่อป้องกันการแอบอ้างหรือปลอมแปลงการลงทะเบียน และสามารถพิสูจน์ยืนยันตัวตนได้ ซึ่งจะมีผลกับความมั่นคง และปลอดภัยกับผู้ใช้บริการธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ 

 4,471
เศรษฐกิจ
20 ต.ค. 60

กสทช.แจ้งทุกช่องทีวี ออกอากาศด้วยสีปกติตั้งแต่ 19 ต.ค.

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เผยว่า ในช่วงเย็นของวันที่ 19 ต.ค.2560 ทางสำนักงานกสทช.ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดแจ้งไปยังสถานีโทรทัศน์ทุกช่องว่า เพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างของโทนสีหน้าจอ จึงเห็นควรให้ปรับโทนสีหน้าจอและโลโก้สถานีให้เป็นโทนสีปกติ ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.2560 เป็นต้นไป (หลังข่าวราชสำนัก)   ส่วนข้อปฏิบัติอื่นๆ คือ วางโลโก้มุมล่างขวา งดรายการบันเทิงรื่นเริง เสนอรายการเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชให้คงเดิม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zt6O36yY8lc  

 2,159
สังคม-อาชญากรรม
12 ต.ค. 60

กสทช. ประกาศห้ามบินโดรนไม่ได้ลงทะเบียนทั่วประเทศ ฝ่าฝืนเจอคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า เพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือป้องกันราชอาณาจักร จึงต้องกำหนดให้โดรนในไทยต้องขึ้นทะเบียนกับ “สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย” โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 6 ประกอบกับมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ประชุม กสทช. จึงมีคำสั่ง ดังนี้   1.ห้ามการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ยกเว้น มีการขึ้นทะเบียนเพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าว หรือมีการขึ้นทะเบียนตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) พ.ศ. 2558 หรือเป็นเครื่องบินเล็กซึ่งใช้เป็นเครื่องเล่นตามกฎกระทรวงคมนาคมซึ่งไม่เป็นอากาศยาน พ.ศ. 2548   2.การขึ้นทะเบียนเพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก(Drone)ให้ดำเนินการ ดังนี้   2.1 เอกสารและข้อมูลการลงทะเบียน – กรณีบุคคลซึ่งครอบครองการใช้งาน ให้แจ้ง ชื่อ-สกุลผู้ครอบครอง หมายเลขเครื่องหรือ Serial Number ยี่ห้อเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก(Drone)และอื่นๆ ตามแบบฟอร์มของสำนักงาน กสทช. ภาพถ่ายของ Drone ที่ลงทะเบียน และบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้ครอบครอง – กรณีบุคคลซึ่งครอบครองเพื่อจำหน่าย (ร้านค้า) ให้แจ้งบัญชีแสดงรายการเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ตามแบบฟอร์มของสำนักงาน กสทช. ภาพถ่ายของ Drone ที่ลงทะเบียน และบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้ครอบครอง   2.2 สถานที่ลงทะเบียน ได้แก่ สำนักงาน กสทช. ถนนพหลโยธิน 8 (ซอยสายลม) พญาไท กรุงเทพฯ สำนักงาน กสทช. ภาค และสำนักงาน กสทช. เขต ทั่วประเทศ สถานีตำรวจทั่วประเทศ หรือที่สำนักงานการบิน พลเรือนแห่งประเทศไทย   3.ในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ให้ถือปฏิบัติตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) พ.ศ. 2558 ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง การบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ระหว่างพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด   4.ให้ผู้ครอบครองเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ดำเนินการขึ้นทะเบียนภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันนี้ (11 ต.ค. 2560)   5.ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/79JvLXBw9nk  

 8,685
สังคม-อาชญากรรม
30 ก.ย. 60

infographics : สื่อโทรทัศน์มีแนวปฏิบัติอย่างไร ในห้วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9

          สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรมประชาสัมพันธ์ ได้ออกแนวปฏิบัติสำหรับสื่อโทรทัศน์ ในห้วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ ๑-๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๐ ดังนี้     วันที่ ๑-๑๒ ต.ค. ๒๕๖๐ : การรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช                 ๑. การออกอากาศรายการของสถานี ให้นำรายการปกติมาออกอากาศได้ โดยให้ปฏิบัติตามประกาศ หลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการกำกับเนื้อหารายการ ผังรายการ และการจัดระดับความเหมาะสมของรายการตามที่ กสทช. กำหนดโดยเคร่งครัด               ๒. ควรสอดแทรกรายการพิเศษที่เกี่ยวกับการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช               ๓. การแต่งกายของพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ ผู้ประกาศ ให้แต่งกายสีตามปกติ สุภาพ และเหมาะสม ติดสัญลักษณ์ไว้ทุกข์ สำหรับผู้ร่วมรายการให้แต่งกายในลักษณะสุภาพ และใช้สีที่เหมาะสม               ๔. การแสดงตราสัญลักษณ์ของสถานี (Logo) ให้อยู่ในตำแหน่งมุมขวาล่างของจอ               ๕. ภาพและสีที่ใช้ในการออกอากาศรายการของสถานี ให้ปรับระดับโทนสีลง ๔๐%               ๖. การโฆษณา ให้ยึดปฏิบัติตามแนวทางเดียวกับระดับความเหมาะสมของเนื้อหารายการที่สามารถออกอากาศได้ตามข้อ ๑.     วันที่ ๑๓-๒๔ ต.ค. ๒๕๖๐ : วันคล้ายวันสวรรคต และการแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช                   ๑. การออกอากาศของสถานี ให้ออกอากาศรายการที่มีระดับความเหมาะสมสำหรับปฐมวัย (ป), สำหรับเด็ก (ด), รายการทั่วไป (ท) และสำหรับผู้ชมอายุ ๑๓ ปีขึ้นไป (น๑๓+) โดยไม่ควรมีเนื้อหาที่มีลักษณะตลก เฮฮา ความรุนแรง เรื่องทางเพศ และการใช้ถ้อยคำหยาบคาย ทั้งนี้ ให้เน้นการปรับบรรยากาศและความรู้สึกของประชาชนให้รำลึกถึงการสูญเสียและแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช               ๒. การแต่งกายของพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ ผู้ประกาศ จะต้องแต่งกายให้เรียบร้อยเหมาะสม ใช้โทนสีขาว ดำ ห้ามลวดลาย และใช้โทนสีดำมากกว่าสีขาว ทรงผมชายควรเรียบร้อย หญิงควรรวบผมให้เรียบร้อย สีหน้าท่าทาง กริยา วาจา น้ำเสียง ขอให้สำรวม ส่วนผู้ร่วมรายการให้แต่งกายสีตามปกติ สุภาพและเหมาะสม               ๓. การแสดงตราสัญลักษณ์ของสถานี (Logo) ให้อยู่ในตำแหน่งมุมขวาล่างของจอ               ๔. ภาพและสีที่ใช้ในการออกอากาศรายการของสถานี ให้ปรับระดับโทนสีลง ๔๐%               ๕. การโฆษณา ให้ยึดปฏิบัติตามแนวทางเดียวกับระดับความเหมาะสมของเนื้อหารายการที่สามารถออกอากาศได้ตามข้อ ๑.               ๖. การนำเสนอรายการพิเศษ ๖.๑  วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ (วันคล้ายวันสวรรคต) ขอให้นำเสนอรายการพิเศษเกี่ยวกับวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ๖.๒  ตั้งแต่วันที่ ๑๔-๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ ควรสอดแทรกรายการพิเศษที่เกี่ยวกับการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ๖.๓  ตั้งแต่วันที่ ๒๑-๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๐ ขอให้ทุกสถานีเพิ่มเติมรายการพิเศษที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนเข้าสู่ห้วงของวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช     วันที่ ๒๕-๒๗ ต.ค. ๒๕๖๐ : งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช                 ๑. การถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้ทุกสถานีเชื่อมโยงสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.)               ๒. การออกอากาศของสถานี นอกเหนือจากการเชื่อมโยงสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ให้ออกอากาศรายการที่มีระดับความเหมาะสมสำหรับปฐมวัย (ป), สำหรับเด็ก (ด) และรายการทั่วไป (ท) มาออกอากาศได้ โดยจะต้องไม่เป็นการแสดงถึงการบันเทิงใจ การเล่นเต้นรำทั้งปวง การสนุกรื่นเริง ล่อแหลม รุนแรง ตลอดจนแสดงถึงกริยาที่ไม่สำรวม แสดงอารมณ์เกินกว่าสมควร ซึ่งเกินกว่าความเหมาะสมภายใต้บริบทของความโศกเศร้าเสียใจของประชาชนชาวไทย               ๓. การแต่งกายของพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ ผู้ประกาศ และผู้ร่วมรายการ จะต้องแต่งกายให้เรียบร้อยเหมาะสม ใช้โทนสีขาว ดำ ห้ามลวดลาย และใช้โทนสีดำมากกว่าสีขาว ทรงผมชายควรเรียบร้อย หญิงควรรวบผมให้เรียบร้อย สีหน้าท่าทาง กริยา วาจา น้ำเสียง ขอให้สำรวม               ๔. การแสดงตราสัญลักษณ์ของสถานี (Logo) ให้อยู่ในตำแหน่งมุมขวาล่างของจอ และลดโทนสีลง ๔๐%               ๕. ภาพและสีที่ใช้ในการออกอากาศรายการของสถานี ให้ปรับระดับโทนสีลง ๔๐% เว้นแต่การถ่ายทอดสดพระราชพิธีให้ใช้โทนสีธรรมชาติ               ๖. การโฆษณาขอให้งดเว้น โดยให้ขึ้นเป็นข้อความแสดงความไว้อาลัยแทน ทั้งนี้ ให้ปรากฎเฉพาะชื่อบริษัท ห้างร้าน หน่วยงาน คณะบุคคล หรือบุคคล และต้องปรับโทนสี ขนาด รวมถึงการใช้ภาษา ถ้อยคำให้เหมาะสม ตลอดจนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด     วันที่ ๒๘-๒๙ ต.ค. ๒๕๖๐ : งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (วันออกทุกข์)                 ๑. การถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีสำคัญ ให้ทุกสถานีเชื่อมโยงสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.)               ๒. การออกอากาศของสถานี ให้ออกอากาศรายการที่มีระดับความเหมาะสมสำหรับปฐมวัย (ป), สำหรับเด็ก (ด), รายการทั่วไป (ท) และสำหรับผู้ชมอายุ ๑๓ ปีขึ้นไป (น๑๓+) โดยไม่ควรมีเนื้อหาที่มีลักษณะตลก เฮฮา ความรุนแรง เรื่องทางเพศ และการใช้ถ้อยคำหยาบคาย               ๓. ควรสอดแทรกรายการพิเศษที่เกี่ยวกับการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช               ๔. การแต่งกายของพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ ผู้ประกาศ และผู้ร่วมรายการ จะต้องแต่งกายให้เรียบร้อยเหมาะสม ใช้สีโทนอ่อน สุภาพ ห้ามลวดลาย (ออกทุกข์) สีหน้าท่าทาง กริยา วาจา น้ำเสียง ขอให้สำรวม               ๕. การแสดงตราสัญลักษณ์ของสถานี (Logo) ให้อยู่ในตำแหน่งมุมขวาล่างของจอ               ๖. ภาพและสีที่ใช้ในการออกอากาศรายการของสถานีให้ใช้โทนสีปกติ               ๗. การโฆษณา ให้ยึดปฏิบัติตามแนวทางเดียวกับระดับความเหมาะสมของเนื้อหารายการที่สามารถออกอากาศได้ตามข้อ ๒.

 9,037
ร่วมราชพิธีควรรู้
30 ก.ย. 60

infographics : สื่อโทรทัศน์มีแนวปฏิบัติอย่างไร ในห้วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9

          สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรมประชาสัมพันธ์ ได้ออกแนวปฏิบัติสำหรับสื่อโทรทัศน์ ในห้วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ ๑-๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๐ ดังนี้     วันที่ ๑-๑๒ ต.ค. ๒๕๖๐ : การรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช                 ๑. การออกอากาศรายการของสถานี ให้นำรายการปกติมาออกอากาศได้ โดยให้ปฏิบัติตามประกาศ หลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการกำกับเนื้อหารายการ ผังรายการ และการจัดระดับความเหมาะสมของรายการตามที่ กสทช. กำหนดโดยเคร่งครัด               ๒. ควรสอดแทรกรายการพิเศษที่เกี่ยวกับการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช               ๓. การแต่งกายของพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ ผู้ประกาศ ให้แต่งกายสีตามปกติ สุภาพ และเหมาะสม ติดสัญลักษณ์ไว้ทุกข์ สำหรับผู้ร่วมรายการให้แต่งกายในลักษณะสุภาพ และใช้สีที่เหมาะสม               ๔. การแสดงตราสัญลักษณ์ของสถานี (Logo) ให้อยู่ในตำแหน่งมุมขวาล่างของจอ               ๕. ภาพและสีที่ใช้ในการออกอากาศรายการของสถานี ให้ปรับระดับโทนสีลง ๔๐%               ๖. การโฆษณา ให้ยึดปฏิบัติตามแนวทางเดียวกับระดับความเหมาะสมของเนื้อหารายการที่สามารถออกอากาศได้ตามข้อ ๑.     วันที่ ๑๓-๒๔ ต.ค. ๒๕๖๐ : วันคล้ายวันสวรรคต และการแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช                   ๑. การออกอากาศของสถานี ให้ออกอากาศรายการที่มีระดับความเหมาะสมสำหรับปฐมวัย (ป), สำหรับเด็ก (ด), รายการทั่วไป (ท) และสำหรับผู้ชมอายุ ๑๓ ปีขึ้นไป (น๑๓+) โดยไม่ควรมีเนื้อหาที่มีลักษณะตลก เฮฮา ความรุนแรง เรื่องทางเพศ และการใช้ถ้อยคำหยาบคาย ทั้งนี้ ให้เน้นการปรับบรรยากาศและความรู้สึกของประชาชนให้รำลึกถึงการสูญเสียและแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช               ๒. การแต่งกายของพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ ผู้ประกาศ จะต้องแต่งกายให้เรียบร้อยเหมาะสม ใช้โทนสีขาว ดำ ห้ามลวดลาย และใช้โทนสีดำมากกว่าสีขาว ทรงผมชายควรเรียบร้อย หญิงควรรวบผมให้เรียบร้อย สีหน้าท่าทาง กริยา วาจา น้ำเสียง ขอให้สำรวม ส่วนผู้ร่วมรายการให้แต่งกายสีตามปกติ สุภาพและเหมาะสม               ๓. การแสดงตราสัญลักษณ์ของสถานี (Logo) ให้อยู่ในตำแหน่งมุมขวาล่างของจอ               ๔. ภาพและสีที่ใช้ในการออกอากาศรายการของสถานี ให้ปรับระดับโทนสีลง ๔๐%               ๕. การโฆษณา ให้ยึดปฏิบัติตามแนวทางเดียวกับระดับความเหมาะสมของเนื้อหารายการที่สามารถออกอากาศได้ตามข้อ ๑.               ๖. การนำเสนอรายการพิเศษ ๖.๑  วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ (วันคล้ายวันสวรรคต) ขอให้นำเสนอรายการพิเศษเกี่ยวกับวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ๖.๒  ตั้งแต่วันที่ ๑๔-๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ ควรสอดแทรกรายการพิเศษที่เกี่ยวกับการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ๖.๓  ตั้งแต่วันที่ ๒๑-๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๐ ขอให้ทุกสถานีเพิ่มเติมรายการพิเศษที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนเข้าสู่ห้วงของวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช     วันที่ ๒๕-๒๗ ต.ค. ๒๕๖๐ : งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช                 ๑. การถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้ทุกสถานีเชื่อมโยงสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.)               ๒. การออกอากาศของสถานี นอกเหนือจากการเชื่อมโยงสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ให้ออกอากาศรายการที่มีระดับความเหมาะสมสำหรับปฐมวัย (ป), สำหรับเด็ก (ด) และรายการทั่วไป (ท) มาออกอากาศได้ โดยจะต้องไม่เป็นการแสดงถึงการบันเทิงใจ การเล่นเต้นรำทั้งปวง การสนุกรื่นเริง ล่อแหลม รุนแรง ตลอดจนแสดงถึงกริยาที่ไม่สำรวม แสดงอารมณ์เกินกว่าสมควร ซึ่งเกินกว่าความเหมาะสมภายใต้บริบทของความโศกเศร้าเสียใจของประชาชนชาวไทย               ๓. การแต่งกายของพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ ผู้ประกาศ และผู้ร่วมรายการ จะต้องแต่งกายให้เรียบร้อยเหมาะสม ใช้โทนสีขาว ดำ ห้ามลวดลาย และใช้โทนสีดำมากกว่าสีขาว ทรงผมชายควรเรียบร้อย หญิงควรรวบผมให้เรียบร้อย สีหน้าท่าทาง กริยา วาจา น้ำเสียง ขอให้สำรวม               ๔. การแสดงตราสัญลักษณ์ของสถานี (Logo) ให้อยู่ในตำแหน่งมุมขวาล่างของจอ และลดโทนสีลง ๔๐%               ๕. ภาพและสีที่ใช้ในการออกอากาศรายการของสถานี ให้ปรับระดับโทนสีลง ๔๐% เว้นแต่การถ่ายทอดสดพระราชพิธีให้ใช้โทนสีธรรมชาติ               ๖. การโฆษณาขอให้งดเว้น โดยให้ขึ้นเป็นข้อความแสดงความไว้อาลัยแทน ทั้งนี้ ให้ปรากฎเฉพาะชื่อบริษัท ห้างร้าน หน่วยงาน คณะบุคคล หรือบุคคล และต้องปรับโทนสี ขนาด รวมถึงการใช้ภาษา ถ้อยคำให้เหมาะสม ตลอดจนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด     วันที่ ๒๘-๒๙ ต.ค. ๒๕๖๐ : งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (วันออกทุกข์)                 ๑. การถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีสำคัญ ให้ทุกสถานีเชื่อมโยงสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.)               ๒. การออกอากาศของสถานี ให้ออกอากาศรายการที่มีระดับความเหมาะสมสำหรับปฐมวัย (ป), สำหรับเด็ก (ด), รายการทั่วไป (ท) และสำหรับผู้ชมอายุ ๑๓ ปีขึ้นไป (น๑๓+) โดยไม่ควรมีเนื้อหาที่มีลักษณะตลก เฮฮา ความรุนแรง เรื่องทางเพศ และการใช้ถ้อยคำหยาบคาย               ๓. ควรสอดแทรกรายการพิเศษที่เกี่ยวกับการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช               ๔. การแต่งกายของพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ ผู้ประกาศ และผู้ร่วมรายการ จะต้องแต่งกายให้เรียบร้อยเหมาะสม ใช้สีโทนอ่อน สุภาพ ห้ามลวดลาย (ออกทุกข์) สีหน้าท่าทาง กริยา วาจา น้ำเสียง ขอให้สำรวม               ๕. การแสดงตราสัญลักษณ์ของสถานี (Logo) ให้อยู่ในตำแหน่งมุมขวาล่างของจอ               ๖. ภาพและสีที่ใช้ในการออกอากาศรายการของสถานีให้ใช้โทนสีปกติ               ๗. การโฆษณา ให้ยึดปฏิบัติตามแนวทางเดียวกับระดับความเหมาะสมของเนื้อหารายการที่สามารถออกอากาศได้ตามข้อ ๒.

 9,037
เศรษฐกิจ
29 ก.ย. 60

พม. ร่วม กสทช. ป้องกันค้ามนุษย์แจ้ง sms ฟรีทั่วโลก

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จับมือ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ป้องกันค้ามนุษย์ แจ้งเหตุผ่าน sms และเบอร์เดียวทั่วโลก + 66 99 130 1300 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย   พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOUเรื่องการจัดทำและพัฒนาระบบการรับแจ้งเหตุช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ และการค้ามนุษย์ ผ่าน SMS และเลขหมายโทรศัพท์เบอร์เดียวทั่วโลก +66 99 130 1300 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กรือ กสทช. เพื่อดำเนินการหาวิธีแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มหญิงไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล    โดยสำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินงานในเรื่องนี้ประมาณ 10 เดือน และเห็นว่าควรมีการเปิดหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้งานได้ฟรีทั่วโลก เพื่อรับแจ้งการค้ามนุษย์ เป็นการยกระดับการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ของประเทศให้ดีขึ้น   สำหรับการดำเนินการรับแจ้งเหตุดังกล่าว ข้อมูล SMS จะถูกส่งมาที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม OSCC ของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ และระบบ จะมีการบันทึกข้อมูล จากนั้นเจ้าหน้าที่ศูนย์ ของกระทรวง จะติดต่อกลับไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ส่งข้อความมา เพื่อให้ความช่วยเหลือ ซึ่ง SMS เป็นช่องทางการแจ้งแหตุที่ดีที่สุดและรวดเร็ว และผู้แจ้งเหตุต้นทางไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแจ้งด้วย   ที่ผ่านมากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สามารถช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ ตั้งแต่ 1 ต.ค 59 -31 ส.ค 60 ใน 17 ประ เทศ ได้ 84 กรณี จาก 21 ประเทศ

 2,209
การเมือง
11 ส.ค. 60

นายกฯปัดห้ามมวลชนให้กำลังใจ 'ยิ่งลักษณ์' แต่ขออย่าละเมิดศาล ยันปิด 'พีซทีวี' ไม่เกี่ยวจำนำข้าว

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่าส่วนตัวไม่ได้ห้ามประชาชนออกมาให้กำลังใจ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันตัดสินคดีวันที่ 25 สิงหาคมนี้ แต่ขออย่าทำผิดกฎหมาย อย่าไปละเมิดศาล และอย่าอ้างรัฐธรรมนูญ และสิทธิการแสดงออกทางการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว เพราะมีกฎหมายลูก และพ.ร.บ.ฉบับอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อย่าทำให้เกิดความวุ่นวาย ละเมิดสิทธิประชาชนคนอื่นให้เกิดความเดือดร้อน ดังนั้น หากต้องการเดินทางมาก็สามารถทำได้ แต่อย่าจ้างวานกันมา ทั้งนี้ ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงไปสอบถามประชาชนที่มาให้กำลังใจ ว่ารู้หรือไม่ว่าเดินทางมาทำอะไร เดินทางมาอย่างไร ใครจ้างวานมา มากันเองหรือเปล่า หรือมาด้วยตนเอง และเดินทางมาได้อย่างไร   ส่วนกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ เดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ มองว่าเป็นการปลุกระดมหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นเรื่องของนางสาวยิ่งลักษณ์ มีสิทธิจะเดินทางไปไหนก็ได้ ส่วนตัวไม่ได้ไปห้าม เพราะเขาก็เป็นคนไทย หากจะมองว่าเป็นการปลุกระดมหรือไม่ปลุกระดม ก็สามารถมองได้ แต่ตนเองไม่ได้คิดอะไรเช่นนั้น และไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวเรื่องคดีความ ดังนั้น ทุกคนต้องเคารพและเข้าใจกฎหมาย อย่าไปจุดประเด็นขึ้นมา ปล่อยให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน   พร้อมกันนี้ได้กล่าวปฏิเสธกรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกสทช. สั่งปิดสถานีโทรทัศน์ พีซทีวี เป็นเวลา 30 วันนั้น ว่า การปิดสถานีโทรทัศน์ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินคดีโครงการจำนำข้าวในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ แต่เพราะทำผิดกฎระเบียบของกสทช. หากเกี่ยวข้องกันจริง ก็ต้องถูกปิดกันทั้งหมด และนักข่าวก็จะไม่มีงานทำ ยืนยัน กสทช.ต้องทำหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองทุกเรื่อง เพราะทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ถ้าไม่ทำก็จะถูกกล่าวหาว่าละเว้นต่อการปฏิบัติหน้าที่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FDDwgud_Cmo

 5,905
การเมือง
10 ส.ค. 60

กสทช.สั่งพักใบอนุญาต 'พีซทีวี' 30วัน เหตุกระทบความมั่นคง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกรรมการกสทช.มีมติให้พักใบอนุญาตช่องดาวเทียม พีซทีวี เป็นเวลา 30 วัน   เนื่องจากรายการเข้าใจตรงกันนะ และ รายการห้องข่าวเล่าเรื่องสุดสัปดาห์ นำเสนอเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดมาตรา 37 ที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง   คาดว่าสำนักงานจะส่งหนังสือไปบังคับทางปกครองไปยังไทยคมและช่องพีซทีวีภายในวันที่ 10 ส.ค.นี้ เพื่อให้ดำเนินการตามคำสั่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qtYm8GJJQR4

 817
เศรษฐกิจ
18 ก.ค. 60

กสทช. ลุยปิดเนื้อหาไม่เหมาะสมกว่า 1,000 url เตรียมประสานปิดกั้นต่อไปภายใน 7 ส.ค.นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย (ISP) และ International Internet Gateway (IIG) เพื่อติดตามผลการดำเนินงานเพื่อระงับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสมผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตและสื่อออนไลน์ว่า ข้อมูลจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ​(ปอท.) ที่ส่งข้อมูลการกระทำผิดเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมผ่านสื่อออนไลน์ในช่วงระหว่างวันที่ 1 พ.ค. ถึง 16 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมาพบว่า มีที่อยู่เว็บไซต์ (URL) ที่พบการกระทำความผิดในเว็บไซต์ Facebook ทั้งสิ้น 2082 URL ถูกปิดกั้นไปแล้ว 899 URL ขณะที่ในเว็บไซต์ Youtube พบที่อยู่เว็บไซต์ที่มีการกระทำความผิดทั้งสิ้น 672 URL ปิดกั้นไปแล้ว 180 URL และพบการกระทำผิดบนสื่ออื่นๆ ทั้งสิ้น 153 URL ปิดกั้นแล้ว 36 URL   ซึ่งจากการปิดกั้นการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวตามคำสั่งศาล พบว่าทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และกสทช. ได้ประสานขอความร่วมมือทาง ISP และ IIG ประสานกับเว็บไซต์ Facebook และ Youtube รวมถึงผู้ให้บริการอื่นๆ เพื่อดำเนินการปิดกั้นให้เสร็จภายในวันที่ 7 ส.ค. และทาง กสทช. จะตรวจสอบอีกครั้งในวันที่ 8 ส.ค. ทั้งนี้ ย้ำว่าขอให้ดำเนินการตามกฎหมายไทย แต่ส่วนใดที่เป็นสากลก็ต้องปฏิบัติตาม พร้อมกันนี้นายฐากรยังยอมรับว่า หลังจากนี้อาจมีคำสั่งศาลให้ปิดกั้นการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ กสทช. ก็จะติดตามอย่างใกล้ชิด

 2,190
เศรษฐกิจ
17 ก.ค. 60

กสทช.ช่วยผู้พิการได้ส่วนลดค่าโทรศัพท์มือถือ 10%

                 พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) เผยว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลคนพิการเพื่อเข้าถึงสิทธิ์บริการด้านโทรคมนาคมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผ่านการเชื่อมต่อฐานข้อมูลคนพิการกับระบบโทรคมนาคม โดยมีพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นสักขีพยาน                   การลงนามครั้งนี้กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้จัดทำระบบการลงทะเบียนเพื่อกำหนดสิทธิ์การเปิดใช้งานเลขหมายโทรศัพท์อัตราพิเศษสำหรับผู้พิการ โดยสิทธิ์ที่ผู้พิการจะได้รับ คือ 1.ส่วนลดอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จะลดลงขั้นต่ำร้อยละ 10 จากราคาแพ็กเกจปกติ และ 2.ความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ตจะไม่ต่ำกว่า 1 Mbps ตลอดการใช้งานทุกแพ็กเกจ ซึ่งเป็นความเร็วอินเทอร์เน็ตขั้นต่ำที่สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้พิการที่ได้จดทะเบียนกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์                 สามารถตรวจสอบสิทธิ์ของตนเองได้ 2 ช่องทาง คือ 1.กด *175* แล้วตามด้วยหมายเลขบัตรประชาชน  และตามด้วยเครื่องหมาย # แล้วกดโทรออก หรือ 2.ตรวจสอบจากเว็บไซต์ https://dsim.nbtc.go.th    โดยใส่เลขบัตรประชาชน และเมื่อพบว่ามีสิทธิ์ให้เดินทางไปยังศูนย์บริการของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อแสดงตน และขอรับสิทธิ์อัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าวได้ทันที โดยผู้พิการ 1 ท่านสามารถขอรับสิทธิ์ได้ 1 สิทธิ์ต่อ 1 ผู้ให้บริการ และหากตรวจสอบแล้วไม่พบสิทธิ์ให้ติดต่อไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทุกจังหวัด หรือ โทร 02-354-3388 ต่อ 701 หรือ 702

 8,725
เศรษฐกิจ
26 มิ.ย. 60

กสทช.จัดประมูลเบอร์สวยหาเงินเข้ารัฐ 28 ล้าน เลข 08-8888-8888 แพงสุด 20 ล้านแต่ขายไม่ออก

กสทช. ประมูลเลขสวยครั้งที่ 2 ของปี 2560  จำนวน 168 เลขหมาย มีผู้สนใจประมูลเลขหมายรวมทั้งสิ้น 32 เลขหมาย คิดเป็นเงินที่ได้จากการประมูลรวม 28,844,999 บาท โดยรายได้จากการประมูลหลังหักค่าใช้จ่าย สำนักงาน กสทช. จะนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน   สำหรับเลขหมายที่มีการประมูลราคาสูงสุดในวันนี้ กลุ่ม 7 ตัวเหมือน ราคาตั้งต้น 3 ล้านบาท ได้แก่   เลขหมาย 095-999-9999 ในราคาชนะประมูล 4,800,000 บาท รองลงมามี 2 เลขหมาย คือ เลขหมาย 095-666-6666 และ 096-000-0000 ในราคาเลขหมายละ 3 ล้านบาท   สำหรับกลุ่ม 6 ตัวเหมือน ราคาตั้งต้น 500,000 บาท มีผู้เสนอราคาเลขหมาย 092-899-9999 สูงสุดในราคา 1,004,999 บาท โดยกลุ่มเลขหมาย 9 ตัวเหมือน ราคาตั้งต้น 20 ล้านบาท และ 8 ตัวเหมือน ราคาตั้งต้น 6 ล้านบาท ไม่มีผู้ประมูล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GzpJvhhK4R4    

 8,212

Top