ค้นหา :

ผลการค้นหา "กสทช"

เศรษฐกิจ
20 ส.ค. 61

dtac-ais ชนะประมูลคลื่น 1800 mhz ได้คนละ 1 ใบ เคาะเพิ่มแค่ 25 ล้าน

กสทช.จัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz โดยมีผู้ประกอบการ 2 ราย เข้าร่วม ได้แก่ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด(DTN) และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด(AWN)   สำหรับการประมูลดำเนินไปเพียง 4 รอบ ใช้เวลาในการประมูลรวมทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 15 นาที โดยรอบการเคาะราคาครั้งแรกผู้เข้าประมูลทั้ง 2 ราย มีการเคาะราคาเริ่มต้น จากนั้นในรอบที่ 2 ทั้ง 2 รายเคาะราคาเพิ่มอีกรายละ 25 ล้านบาท ส่วนรอบที่ 3 และ 4 เป็นการยืนยันราคา ไม่มีการเคาะราคาเพิ่ม การประมูลจึงสิ้นสุดลง   สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ในครั้งนี้ แบ่งชุดคลื่นความถี่จำนวน 9 ชุด ขนาดชุดละ 2 x 5 MHz ซึ่งมีผู้ชนะการประมูล และได้เสนอราคาชุดคลื่นความถี่รวม 2 ชุด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 25,022 ล้านบาท และมีการเลือกย่านความถี่ที่ชนะการประมูล ดังนี้   1. บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) เสนอราคารวม 12,511 ล้านบาท เป็นผู้ชนะการประมูลจำนวน 1 ชุด คลื่นความถี่ชุดที่ 1 รวม 2 x 5 MHz ในช่วงความถี่วิทยุ 1740 - 1745 MHz คู่กับ 1835 - 1840 MHz   และ 2. บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด(DTN) เสนอราคารวม 12,511 ล้านบาท เป็นผู้ชนะการประมูลจำนวน 1 ชุด คลื่นความถี่ชุดที่ 2 รวม 2 x 5 MHz ในช่วงความถี่วิทยุ 1745 - 1750 MHz คู่กับ 1840 - 1845 MHz   ซึ่งหลังจากนี้ กสทช. จะมีการประชุมเพื่อรับรองผลการประมูลภายใน 7 วันนับจากวันที่สิ้นสุดการประมูล สำหรับผู้ชนะการประมูลจะต้องชำระเงินประมูลงวดที่ 1 เป็นจำนวนร้อยละ 50 ของราคาการประมูลสูงสุดของตนเอง พร้อมจัดส่งหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินเพื่อค้ำประกันการชำระเงินประมูลในส่วนที่เหลือภายใน 90 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูล ซึ่งจะจัดส่งภายหลังการรับรองผลการประมูล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tI_CDUi9wj4

 3,018
เศรษฐกิจ
09 ส.ค. 61

ดีแทค-เอไอเอสยื่นประมูลคลื่น 1800 mhz เทคลื่น 900 เหตุไม่คุ้ม

กสทช.โล่งอก 2 เครือข่ายใหญ่ ดีแทคกับเอไอเอส เข้ายื่นประมูลคลื่น 1800 แล้ว แต่ก็คาดว่าทั้ง 2 ค่าย จะยื่นประมูลแค่ 1 ใบ 5 เมกะเฮิร์ต เท่านั้น ขณะที่ทั้ง 2 ค่าย ไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 900 เลขาธิการ กสทช. บอกเข้าใจเพราะคลื่นแพง และมีความเสี่ยงสูง เพราะต้องไปลงทุนสร้างระบบสัญญาณด้วยตัวเอง   ทั้งนี้ประเมินว่าการประเมิน คลื่น 1800 คาดว่าทั้งดีแทคและเอไอเอสไม่น่ามีการแข่งขันสูง เพราะคาดว่าจะเลือกคลื่นที่ติดกับคลื่นเดิมของตัวเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2H-u_gx9oQk

 2,370
เศรษฐกิจ
26 ก.ค. 61

กสทช. คุมเข้มให้ ปชช.ซื้อซิมมือถือได้สูงสุด 5 ซิมต่อค่าย หากมากกว่านั้นต้องซื้อที่ศูนย์บริการ

ที่ประชุม กสทช.มีมติให้มาตรการเพิ่มเติม สำหรับการลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือที่เรียกว่า ลงทะเบียนซิม โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย จะต้องควบคุมจำนวนการลงทะเบียนของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กรณีบุคคลธรรมดา ให้มีจำนวนไม่เกิน 5 เลขหมายต่อหนึ่งผู้ใช้บริการ   ทั้งนี้ หากพบการลงทะเบียนผู้ใช้บริการเกินจำนวนที่กำหนดไว้ ต้องซื้อที่ศูนย์บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เท่านั้น และให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายงานต่อสำนักงาน กสทช. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qlIRirjkjW0

 1,896
เศรษฐกิจ
17 ก.ค. 61

กสทช. เตรียมทำระบบสแกนลายนิ้วมือ-ม่านตา แทนใช้บัตร ปชช. ลงทะเบียนซิม

กรณีร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือสวมรอยใช้รูปนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงทะเบียนซิม ก่อนขายให้ชาวต่างชาติ กสทช. เตรียมปรับปรุงระบบลงทะเบียนซิมใหม่ ให้ใช้การยืนยันด้วยระบบอัตลักษณ์ ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ หรือสแกนม่านตา แทนการใช้บัตรประชาชน   ปัจจุบันระบบลงทะเบียนซิมด้วยการสแกนลายนิ้วมือและม่านตามีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ คือเฉพาะจุดใหญ่  จะเร่งให้ติดตั้งครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในเดือนตุลาคมนี้   รวมทั้งเตรียมปรับกฏเกณฑ์ให้ผู้ให้บริการที่แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายรายย่อย (ร้านลูกตู้) ไปทำการลงทะเบียนต้องรับผิดชอบด้วยกรณีลูกตู้ไปกระทำความผิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FLgBjibWpOU

 1,267
ข่าวภูมิภาค
13 ก.ค. 61

ช่างกล้า! รวบหนุ่มใช้รูปนายกฯ ลงทะเบียนซิมมือถือขาย นทท. ตร.ชี้อาจติดคุกถึง 275 ปี

พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) แถลงผลการจับกุม นายพีระเมศร์ วงศ์ทองเกื้อ พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ดโทรศัพท์ 29 ซิม และเราท์เตอร์พร้อมอุปกรณ์   โดยการจับกุมในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังเจ้าของเครือข่ายโทรศัพท์รายหนึ่ง พบความผิดปกติในการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์ เมื่อช่วงเดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม 61 โดยเป็นการใช้รูปภาพของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จำนวน 55 หมายเลข   จึงแจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ก่อนประสานไปยัง กสทช. พบว่าคนก่อเหตุคือนายพีระเมศร์ ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์ ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในพัทยา จ.ชลบุรี ที่เป็นคนใช้โทรศัพท์มือถือ ในร้านเป็นอุปกรณ์ลงทะเบียนซิม 55 หมายเลข จึงขอศาลออกหมายจับและเข้าจับกุมตัวเมื่อวานที่ผ่านมา   ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงทะเบียนซิมโทรศัพท์จำนวน 55 หมายเลข และยังใช้ข้อมูลของบุคคลของตัวแทนรายอื่นอีกในการลงทะเบียน ส่วนที่นำภาพนายกรัฐมนตรี เพราะเคยใช้รูปลูกค้าในการลงทะเบียนซิมหลายครั้งแต่ไม่สามารถทำได้ จึงทดลองใช้รูปคนดังในการลงทะเบียน ซึ่งขั้นตอนจะไปหารูปนายกรัฐมนตรีจากอินเทอร์เน็ต   จากนั้นจะนำรูปและบัตรที่หาได้ไปลงทะเบียนในแอปพลิเคชันของ กสทช. โดยจะสุ่มกรอกเลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก จนกว่าระบบจะยอมรับ หรือ สุ่มเลขหนังสือเดินทางของนักท่องเที่ยวเพื่อลงทะเบียน และเมื่อลงทะเบียนแล้วเสร็จจะนำไปจำหน่ายให้กับชาวต่างชาติ ในราคาซิมละ 250 บาท   ตำรวจแจ้งข้อหา ฐานเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และโดยทุจริตหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดทางอาญา โดยผู้ต้องหารายนี้จะต้องรับโทษต่างกรรมต่างวาระกระทงละ 5 ปี ซึ่งอาจจะถูกจำคุกสูงสุดถึง 275 ปี   ด้าน ตร. ระบุด้วยว่า การตรวจสอบจากทาง กสทช. และเจ้าของเครือข่าย ยังไม่พบว่าผู้ต้องหามีการนำซิมการ์ดดังกล่าวไปใช้ก่อการร้ายหรือหวังผลทางการเมือง และนายกรัฐมนตรีบยังกำชับให้ดำเนินคดีเด็ดขาดกับผู้ต้องหารายดังกล่าว   ขณะที่นางจิตสถา ศรีประเสริฐสุข ผู้อำนวยการสำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม (กสทช.) ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากแอปพลิเคชันของ กสทช.ที่เพิ่งถูกนำมาใช้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการพัฒนาปรับปรุงเทคโนโลยี แต่หลังจากนี้ก็จะต้องมีการประชุมกับตัวแทนเครือข่าย และตัวแทนจัดจัดหน่าย เพื่อแก้ไขปัญหาอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JqwxrxTiTCw

 6,906
เศรษฐกิจ
02 ก.ค. 61

กสทช. นำทีมลงพื้นที่แนวรถไฟฟ้า แก้ปัญหาสัญญาณกวนบีทีเอสขัดข้อง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. พร้อมคณะผู้บริหารจากกระทรวงคมนาคม​, กทม. ,ทีโอที และบีทีเอส ลงพื้นที่ตรวจสัญญาณการเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสในสายสุขุมวิท ตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าอารีย์ จนถึงสถานีพร้อมพงษ์ โดยใช้เวลาตรวจสัญญาณประมาณ 1 ชั่วโมง   จากนั้นนายฐากร ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบว่าบีทีเอส ได้ทำการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์รับสัญญาณตรงบริเวณหัวขบวน จากเดิมที่ใช้อุปกรณ์ของ โมโตโรล่า ซึ่งเป็นรุ่นเก่าใช้งานมาตั้งแต่ปี 2009 มาเป็นอุปกรณ์ยี่ห้อ MOXA ของบอมบาเดียร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่จะทำให้การรับสัญญาณมีความคม และแคบมากขึ้น   รวมถึงติดตั้งระบบฟิลเตอร์ป้องกันการกวนสัญญาณได้ถึง90-95% และได้ทำการย้ายคลื่นที่ใช้ในระบบอาณัติสัญญาณ ไปอยู่ในย่าน 2430-2495 เมกะเฮิร์ต ซึ่งเป็นย่านที่มีผู้ใช้งานเบาบางกว่าเดิมที่ใช้อยู่ในย่าน 2410 เมกะเฮิร์ต และทำให้มีระยะห่างระหว่างกันอยู่ราว 70 เมกะเฮิร์ต จากเดิมห่างเพียง 30 เมกะเฮิร์ต ส่งผลให้ขณะนี้ไม่พบการกวนของสัญญาณและบีทีเอส สามารถให้บริการได้ตามปกติ และถือว่าบีทีเอส สอบผ่านในการแก้ไขปัญหาครั้งนี้   นายฐากร ระบุว่า ในส่วนของรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่มีการขอใช้คลื่นความถี่เฉพาะในย่าน 900 เมกะเฮิร์ตเพื่อกิจการเดินรถนั้น ทางกสทช. จะหารือกับกระทรวงคมนาคม ขอให้ผู้รับเหมาที่ชนะการประมูล ทำการติดตั้งระบบป้องกันการรบกวนของสัญญาณทั้งหมด ภายในงบ 2,000 ล้านบาท โดยจะหักจากเงินค่าใช้จ่ายการประมูล และอาจนำไปใช้เป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมให้รถไฟฟ้าทุกเส้นทางต้องติดตั้งระบบป้องกันดังกล่าวด้วย ส่วน กรณีที่รถไฟฟ้า MRT ก็ใช้คลื่น 2400 เมกะเฮิร์ต   เช่นเดียวกับบีทีเอส หากพบว่ามีปัญหาการกวนของสัญญาณก็ต้องลงไปตรวจสอบเช่นกัน และในช่วงบ่ายวันนี้ กสทช. จะทำรายงานสรุปปัญหาในกรณีนี้ส่งให้ กทม. เพื่อพิจารณาแนวทางเยียวยาผู้โดยสารร่วมกับทางบีทีเอส ต่อไป อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบวันนี้ พบว่า การใช้งานคลื่น 2400 เมกะเฮิร์ต (ไวไฟ) มีความหนาแน่นอย่างมากบริเวณสถานีสยาม อโศก และพร้อมพงษ์ แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับบีทีเอส เนื่องจากมีการปรับระบบไปแล้ว   ด้านนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยถึงมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือ คาดว่าในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี จะมีการแถลงมาตรการเยียวยาผู้โดยสารให้เกิดความชัดเจน   ส่วนกรณีที่ กทม. ตัดสินใจจะปรับเงิน บีทีเอส จำนวน 1.8 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าชดเชยความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น ล่าสุด นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ยังไม่สามารถดำเนินการปรับได้ เพราะเมื่อดูในหลักเกณฑ์รายละเอียดพบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่เข้าหลักเกณฑ์การปรับ อย่างไรก็ตามในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมหาแนวทางเยียวยา ร่วมกับทางบีทีเอสอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Frf0wIck11I

 3,517
เศรษฐกิจ
28 มิ.ย. 61

กสทช.แนะ bts เปลี่ยนคลื่นหนี แก้ปัญหาระบบขัดข้อง โลกออนไลน์ถามหาการเยียวยาผู้โดยสาร

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. หารือร่วมกับ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) หรือ BTS, บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค หารือกรณีรถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง   นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เปิดเผยว่า ปัญหาเกิดจากการรบกวนสัญญาณระหว่างคลื่นโทรคมนาคม และการคมนาคม เนื่องจากทีโอทีผู้ถือครองคลื่นความถี่ 2,300 MHz และให้ดีแทคเป็นผู้พัฒนา ไปกระทบกับคลื่น 2,400 MHz ที่ BTS ใช้ส่งสัญญาณการขับเคลื่อนของรถไฟฟ้า   แม้จะกันคลื่นให้ดีแทคใช้ไม่เกิน 2,370 MHz สัญญาณความถี่ห่างกัน 30 MHz แต่ยังมีปัญหา การแก้ปัญหาระยะยาวจึงให้ BTS ขยับไปใช้คลื่นความถี่ใกล้คลื่น 2,500 MHz มากที่สุด 3 ช่วง 2,480-2,485 MHz / 2,485-2,490 MHz และ 2,490-2,495 MHz   ด้านนายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย ทีโอที บอกว่า ระหว่างนี้ ทีโอทีจะปิดสถานีฐานที่ปล่อยสัญญาณคลื่น 2,300 MHz ตามแนวรถไฟฟ้า เบื้องต้นคาดว่าต้องปิด 10 สถานีจนถึงวันศุกร์นี้ เพื่อให้สัญญาณไม่รบกวนรถไฟฟ้า BTS น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนกรุงมากที่สุด ขณะที่ลูกค้าดีแทคที่ใช้คลื่นดังกล่าวอยู่ ระบบจะเปลี่ยนไปรับสัญญาณคลื่น 2,100 MHz อัตโนมัติ ส่วนกรณีจะเรียกร้องความเสียหายที่ปิดให้บริการนั้น เป็นเรื่องสุดท้ายที่จะดำเนินการ   นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BTS ยอมรับว่า แม้ทีโอทีปิดสถานีฐานแล้ว แต่ยังมีผู้ใช้มือถือคลื่น 2,300 MHz ที่ดึงสัญญาณมาจากสถานีฐานที่ห่างออกไป อาจทำรบกวนการเดินทางบ้าง แต่เชื่อว่าไม่มากเท่า 3 วันก่อน และเมื่อเปลี่ยนอุปกรณ์รับสัญญาณเสร็จเชื่อว่า BTS จะกลับมาใช้งานได้เป็นปกติ   ส่วนกรณีการทดลองปิดสถานีฐานของคลื่น 2300 MHz เมื่อเช้าวานนี้ แต่ยังปรากฎว่ามีความขัดข้องของระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสนั้น วงแถลงข่าวชี้แจงว่าแม้การทดลองปิดไปจะลดปัญหาได้ก็จริง แต่อุปกรณ์มือถือต่างๆ ของประชาชนยังใช้ย่านคลื่นเดิมอยู่บางส่วน (ยังมีการรับส่งข้อมูลในย่านเดิม ไม่สวิตช์ไปย่านใหม่) ทำให้ยังเกิดปัญหา ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้โทรศัพท์เยอะ (ทั้งบนรถไฟฟ้าและในสถานที่ตามแนวรถไฟฟ้า)   ขณะที่ในโลกออนไลน์ได้โพสต์ข้อความเรียกร้องมาตรการเยียวยาผู้โดยสารจากทาง BTS ที่ต้องเสียค่าบริการในช่วงที่รถไฟฟ้าเสีย จนกระทบกับการเดินทางเป็นจำนวนมาก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hZktj1dodA0

 7,283
เศรษฐกิจ
26 มิ.ย. 61

ดีแทคยันไม่มีซิมดับ แจงอยู่ระหว่างหารือ กสทช. ประมูลคลื่น 900 mhz

ผู้บริหารดีแทค กล่าวว่า ดีแทคกำลังเจรจากับ กสทช. ต่อการประกาศการประมูลคลื่น 900 MHz และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีการวางแผนจัดการประมูลอย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงสภาพเงื่อนไขการใช้งานคลื่นความถี่ 850MHz ของดีแทคและสถานการณ์ทางการตลาดในปัจจุบันด้วย   ทั้งนี้ โดยหลักการ ดีแทคไม่สามารถแสดงความคิดเห็นต่อการเข้าร่วมการประมูลจนกว่าจะเสร็จสิ้นการพิจารณาอย่างเป็นทางการจากภายในบริษัท   สำหรับการประมูลคลื่น 1800 MHz นั้น ดีแทคยังคงจุดยืนเดิมซึ่งมีปริมาณคลื่นเพียงพอต่อการให้บริการย่านความถี่สูง อย่างไรก็ตาม ดีแทคจะพิจารณาต่อข้อกำหนดการประมูล 1800 MHz และจะแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการต่อไป   สำหรับการคุ้มครองผู้ใช้งานช่วงหมดสัมปทาน ลูกค้าของดีแทคมีสิทธิ์ที่จะได้รับบริการอย่างต่อเนื่อง ไม่มีซิมดับ หลังจากการสิ้นสุดสัมปทานคลื่น 1800 MHz และ 850 MHz ตามมาตรการเยียวยา จนกว่ากระบวนการจัดสรรคลื่นความถี่จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ คือ มีผู้ได้รับอนุญาตรายใหม่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของ กสทช. โดยข้อกำหนดดังกล่าวได้เคยถูกนำมาบังคับใช้ตามที่เคยมีกรณีสิ้นสุดสัมปทานคลื่นความถี่กับผู้ให้บริการอื่นๆ เช่น ทรู และ เอไอเอส ในปี พ.ศ. 2556 และ 2558 ที่ผ่านมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sk1KHJNiKT4

 4,012
เศรษฐกิจ
21 มิ.ย. 61

กสทช.สั่งดีแทค แจ้งผู้ใช้บริการคลื่น 850 และ 1800 mhz รีบย้ายค่าย

สำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือเร่งรัดไปยังบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ให้รีบดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในคลื่นความถี่ 850 และ 1800 MHz ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 15 ก.ย. 2561 จำนวนประมาณ 430,000 เลขหมาย โอนย้ายไปใช้บริการกับผู้ให้บริการรายอื่นที่รองรับการให้บริการ   หรือหากจะใช้บริการกับผู้ให้บริการรายเดิมก็ให้เปลี่ยนไปใช้คลื่นความถี่อื่น เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด แม้สัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดลง ทั้งนี้เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชนผู้ใช้บริการ และเป็นการเตรียมคลื่นให้ว่างเพื่อรองรับการประมูล   สำหรับการโอนย้ายค่ายเบอร์เดิม ปัจจุบันสามารถโอนย้ายได้วันละ 60,000 เลขหมาย โดยประชาชนสามารถติดต่อไปยัง CALL Center ของแต่ละค่าย ที่ประชาชนต้องการโอนย้ายเข้าไป ซึ่งประชาชนสามารถเช็คสิทธิ์ก่อนย้ายค่ายได้ง่ายๆ ได้โดย   กด *151*ตามด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก แล้วตามด้วยเครื่องหมาย # แล้วกดโทรออก ฟรีทุกเครือข่าย หากไม่ติดเงื่อนไขใดๆ เช่น ไม่มียอดค้างชำระ ก็จะได้รับรหัสแสดงตนทาง SMS ภายใน 10 นาที   โดยรหัสแสดงตนที่ได้รับทาง SMS สามารถใช้ยื่นสมัครโอนย้ายที่จุดให้บริการของรายใหม่ได้ภายในวันที่ได้รับรหัส ซึ่งการโอนย้ายค่ายด้วยวิธีนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 2 วันทำการ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NwQ1esVyyfw

 23,758
เศรษฐกิจ
28 พ.ค. 61

กสทช.ประมูลเบอร์สวย เลขมงคล 088-888-8888 เริ่มต้น 20 ล้านยังขายไม่ออก!

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ได้จัดประมูลเบอร์สวยจำนวน 259 เลขหมาย  มีเลขหมายถูกประมูลออกไปทั้งหมด 28 เลขหมาย รวมเป็นเงินรายได้ที่ กสทช. จะต้องส่งเข้ารัฐ14,654,771 บาท   การประมูลได้ราคาสูงสุด คือ  092-555-5555  ซึ่งเป็นการประมูลแบบเคาะราคาถอยหลัง เนื่องจากเคยนำออกประมูลมาแล้วครั้งหนึ่งเช่นกัน  โดยจบการประมูลที่ 3 ล้านบาท เท่ากับราคาเริ่มต้นประมูล   รองลงไปคือ 093-666-6666เป็นการประมูลแบบเคาะราคาถอยหลังเช่นกัน โดยจบประมูลที่ 2,250,006 บาท จากราคาเริ่มต้น 3ล้านบาท   ส่วนการประมูลเลขหมาย 088-888-8888 ซึ่งมีราคาเริ่มต้นการประมูลคือ 20 ล้านบาท และใช้วิธีการประมูลแบบเคาะราคาถอยหลัง เนื่องจากเป็นเบอร์ที่เคยนำออกประมูลแล้วครั้งหนึ่ง ปรากฏว่าไม่มีผู้เสนอราคา แม้จะมีการลดราคาลงจนถึงเพดานราคาต่ำสุดตามเกณฑ์ประมูลคือ 15 ล้านบาท   นอกจากนี้ยังมีการประมูล เลข 3 ตัวเหมือนติดกันสามชุด ออกประมูลด้วยราคา 150,000 บาท ทั้งหมด81 เลขหมาย  ซึ่งถือว่า เป็นราคาเริ่มต้นที่ถูกที่สุด นับตั้งแต่ กสทช. จัดประมูลเบอร์สวย   ปรากฏว่า มีเลขหมายที่แข่งกันเคาะราคาดุเดือดสุดคือ 0-888-888-999มีการแข่งราคา 74 รอบ จบการประมูลด้วยราคา 675,000 บาท   ขณะการประมูลด้วยวิธีปกติ คือ การแข่งเสนอราคาสูงสุด ปรากฏว่า เลขหมายที่มีผู้แข่งขันกันเสนอราคาดุเดือดจะอยู่ในกลุ่มที่เป็นเบอร์สวยประเภท เลข 4 ตัวเหมือนติดสองชุด ราคาเริ่มต้น 5 แสนบาท ได้แก่ 08-8888-9999  เสนอราคาแข่งกัน 52 รอบ จบการประมูลในราคา 835,000 บาท  09-6666-9999  เสนอราคาแข่งกัน 46รอบ จบประมูลราคา 741,999 บาท09-0000-9999 เสนอราคาแข่งกัน23 รอบ จบประมูล 625,000 บาท   และเบอร์สวยประเภทเลข 6 ตัวเหมือนติดกัน ราคาเริ่มต้น 5 แสนบาท ได้แก่  093-399-9999 เสนอราคา 25 รอบ จบประมูล 620,000บาท  093-388-8888 เสนอราคา 7รอบ จบประมูล 530,000 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cvMZjo6hxZM  

 4,392
เศรษฐกิจ
24 พ.ค. 61

คสช. ออก ม.44 ช่วยทีวีดิจิทัล พักชำระหนี้ 3 ปี

คสช.ออกคำสั่ง ม. 44 ช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลพักชำระหนี้ 3 ปี โดยจ่ายตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และ กสทช.ช่วยจ่ายค่าเช่าสัญญาณโครงข่าย 24 เดือน ให้กรมประชาสัมพันธ์ มีรายได้จากโฆษณาเท่าที่จำเป็น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ประกาศในราชกิจจาตั้งแต่ 23 พ.ค.2561 เป็นต้นไป   ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ทาง กสทช. จึงขอให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลที่ประสงค์จะใช้สิทธิตามประกาศดังกล่าว มายื่นเรื่องขอใช้สิทธิกับทางสำนักงาน กสทช. ได้ภายในวันนี้ (23 พ.ค. 2561) ที่สำนักงาน กสทช.   โดยผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลที่ประสงค์จะขอพักชำระหนี้ จะมีการขอพักชำระหนี้ได้ไม่เกิน 3 ปี โดยให้สำนักงาน กสทช. เป็นผู้พิจารณาว่าตามหลักเกณฑ์ว่าผู้ประการรายใดที่มีสิทธิได้รับการพักชำระหนี้หรือไม่ หลังจากนั้นหากผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทำผิดเงื่อนไข สำนักงาน กสทช. อาจพิจารณายกเลิกการพักชำระหนี้ได้   ในส่วนของการชำระค่าเช่าโครงข่ายภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล (MUX) สำนักงาน กสทช. จะช่วยชำระให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลในอัตราร้อยละ 50 ของค่าเช่าทั้งหมด เป็นเวลา 24 เดือน ให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทุกราย นับแต่วันที่มีคำสั่ง   สำหรับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลที่เคยขอรับสิทธิขยายระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 76/2559 ที่มีการแบ่งงวดการชำระเงินที่เหลือออกเป็น 6 งวดแล้ว และได้มีการชำระงวดที่ 1 ไปแล้ว ยังเหลือที่ต้องชำระในงวดที่ 2-6 ถ้าจะขอพักชำระหนี้ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 9/2561 นี้   สามารถขอพักชำระหนี้ได้ตั้งแต่งวดที่ 2 เป็นต้นไป ส่วนผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลที่ไม่ได้ใช้สิทธิตามคำสั่งที่ 76/2559 ก็จะมีงวดชำระที่เหลือคืองวดที่ 5 (ซึ่งครบกำหนดชำระวันนี้) กับงวดที่ 6 ก็สามารถที่จะขอพักชำระหนี้ในงวดที่ 5 และงวดที่ 6 ได้ เป็นระยะเวลา 3 ปีเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Kguq61ANjp0  

 1,359
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ค. 61

กสทช.ล้อมคอก สั่งจัดระเบียบสายสื่อสารทั่วประเทศ สายทุกประเภทต้องมีสี-ชื่อเจ้าของแสดงตนชัดเจน

กสทช. เอาจริง สั่งจัดระเบียบสายสื่อสารทั่วประเทศ ข้ามพาดสายข้ามถนนสายหลัก ส่วนสายรอง ต้องสูงกว่าพื้น 5.9 เมตร เพื่อความเป็นระเบียบ และปลอดภัยต่อชีวิตของประชาชน   นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เปิดเผยว่า มาตรการในการพาดสายสื่อสารของ กสทช. ผู้ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมทุกราย ต้องดำเนินการพาดสายสื่อสารบนเสา ให้เป็นไปตามมาตรฐานของการไฟฟ้าฯ เพื่อความเป็นระเบียบ ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงความสวยงามไม่รกรุงรัง   ขณะที่ถนนหลัก ทางหลวงแผ่นดิน ไม่ให้มีการพาดสายข้ามถนน โดยต้องดันท่อร้อยใต้ดิน กรณีถนนสายรอง ซอย ต้องพาดในระดับความสูงกว่าผิวจราจร 5.5 ถึง 5.9 เมตร และสายสื่อสารทุกประเภทต้องมีสี ชื่อเจ้าของระบุชัดเจน เพื่อแสดงตน   หากพบมีการฝ่าฝืน หรือ พบสายที่เป็นอันตราย รกรุงรัง สามารถแจ้ง call center กสทช.1200 เพื่อประสานเจ้าของสาย ให้ดำเนินการแก้ไข หากไม่รีบดำเนินการ กสทช. จะดำเนินการเอง เช่น ตัดสายสื่อสารที่ก่อให้เกิดอันตราย รวมถึงลงโทษทางปกครองกับเจ้าของสายดังกล่าวด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vYEX4GVM61E    

 2,534
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 61

กสทช.เข้ม สั่งจัดระเบียบสายสื่อสารทั่วประเทศ ต้องพาดบนเสาตามมาตรฐานการไฟฟ้า ถนนหลักห้ามพาดข้ามถนน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. เตรียมลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารระหว่างทาง ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์สาวใหญ่วัย 40 ปี ถูกสายสื่อสารที่หย่อนลงมาบนถนนเหล่านาดี เขตเทศบาลนครขอนแก่น เกี่ยวคอตกจากรถจักรยานยนต์เสียชีวิต   โดยการลงพื้นที่นี้เพื่อตรวจสอบสายที่ไม่ได้รับอนุญาตและสายที่ไม่มีเจ้าของ เพื่อนำออกจากเสาและตรวจสอบระดับการพาดของสายสื่อสารว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่ กสทช. กำหนดหรือไม่ เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง ขณะที่สายสื่อสารที่เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว เป็นสายของบริษัททริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3BB ซึ่งเป็นสายที่เป็นไปตามมาตรฐานของ กสทช. แต่เกิดจากเหตุที่รถบรรทุกเกี่ยวสายขาดจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว แต่เบื้องต้นบริษัท 3BB ได้เยียวยาผู้เสียหายแล้ว และจะติดตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษต่อไป   ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 สำนักงาน กสทช. ได้เรียกประชุมผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมและผู้ประกอบการเคเบิลทีวี เพื่อย้ำมาตรการบังคับใช้ในการพาดสายสื่อสาร เพื่อความเป็นระเบียบ สร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และในกรณีที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน หรือประสบอันตรายจากสายสื่อสารที่พาด หรือพบเห็นสายสื่อสารพาดต่ำกว่ากำหนด สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน กสทช. หมายเลขโทรศัพท์ 1200 การไฟฟ้านครหลวง หมายเลขโทรศัพท์ 1130 หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หมายเลขโทรศัพท์ 1129 ก็ได้ โดยเมื่อรับเรื่องร้องเรียนสำนักงาน กสทช. จะประสานงานกับผู้ประกอบการเจ้าของสายให้ดำเนินการแก้ไขโดยด่วน หากไม่รีบแก้ไข กสทช.จะดำเนินการ เช่น ตัดสายสื่อสารที่ก่อให้เกิดอันตราย และลงโทษทางปกครองกับเจ้าของสายดังกล่าวด้วย   สำหรับมาตรการบังคับใช้ในการพาดสายสื่อสารของสำนักงาน กสทช. นั้น ผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมทุกรายจะต้องดำเนินการพาดสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ได้ตกลงกับการไฟฟ้าฯ รวมถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้สิทธิในการปัก หรือตั้งเสา หรือเดินสาย วางท่อ หรือติดตั้งอุปกรณ์ประกอบ หรือหลักสิทธิแห่งทางของสำนักงาน กสทช. โดยมาตรฐานการพาดสาย กรณีที่เป็นถนนหลัก ทางหลวงแผ่นดิน ไม่ให้มีการพาดสายข้ามถนนต้องดันท่อร้อยใต้ดินเท่านั้น กรณีถนนสายรอง ซอย การพาดสายข้ามถนนการพาดสายต้องพาดในระดับความสูงกว่าผิวจราจร 5.5-5.9 เมตร และสายสื่อสารทุกประเภทต้องมีสี และชื่อของเจ้าของระบุอย่างชัดเจน เพื่อแสดงตน   “ผู้ประกอบการต้องส่งรายงานชี้แจงกลับมายัง กสทช. อีกครั้งหนึ่งโดยเร็วที่สุด เพื่อรายงานสถานการณ์ความเรียบร้อยในพื้นที่ และตรวจสอบว่ามีสายเคเบิลพาดต่ำกว่ามาตรฐานหรือไม่” นายฐากร กล่าว  

 3,571
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 61

กสทช. เร่งระงับโฆษณา อาหารเสริมผิดกฎหมาย-โฆษณาสินค้าเกินจริง

สำนักงาน กสทช. และอย. เร่งระงับการโฆษณาผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือโฆษณาเกินจริง โดย อย. พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาที่ กสทช. หากผิดพร้อมออกคำสั่งระงับทันที   นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เผยว่าจากการทำงานตรวจสอบเนื้อหาโฆษณาที่มีเนื้อหาสาระในลักษณะเป็นการจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการหรือสินค้าโดยหลอกลวง หรือกระทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับบริการหรือสินค้า จะต้องนำเนื้อหาเข้าสู่คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ เมื่อพบว่ามีโฆษณาที่ผิดกฎหมาย หรือการโฆษณาเกินจริง สำนักงาน กสทช. ก็จะมีการสอบถามไปยัง อย. โดย อย. จะทำการตรวจสอบก่อนส่งเรื่องกลับมาที่สำนักงาน กสทช. รวมระยะเวลากระบวนการจะใช้เวลา 45-60 วัน ถึงจะสามารถยุติการออกอากาศรายการนั้นได้ แต่หลังจากนี้สำนักงาน กสทช. และ อย. จะเร่งรัดการยุติการออกอากาศโฆษณาด้วยการลดขั้นตอนเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อประชาชน   เลขาธิการ กสทช. เผยว่าจากนี้สำนักงาน กสทช. และ อย. จะทำงานร่วมกันโดยจะมีเจ้าหน้าที่จาก อย. มาประจำการที่ศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์  ที่ผิดกฎหมาย ที่สำนักงาน กสทช. เพื่อตรวจสอบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางที่ไม่ผ่าน อย. และไม่ได้รับอนุญาตโฆษณาผ่านสถานีโทรทัศน์ หากพบว่ามีโฆษณาใดที่ผิดกฎหมาย อย. จะทำหนังสือแจ้งมาเพื่อให้เลขาธิการ กสทช. มีคำสั่งระงับโฆษณานั้นเป็นการชั่วคราว แล้วส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาการกระทำอันเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคของคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ และ กสทช. ตามลำดับ จนกว่าผลการพิจารณาจะเป็นข้อยุติ ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนจะมีโทษปรับตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ข้อ 5(2) ที่ระบุว่าการออกอากาศรายการหรือการโฆษณาที่มีเนื้อหาสาระในลักษณะเป็นการจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการหรือสินค้าโดยหลอกลวง หรือกระทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับบริการหรือสินค้านั้น หรือโดยการใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือข้อมูลอันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริง จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท และหากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับวันละ 100,000 บาท    นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข เห็นความสำคัญในการที่จะตรวจสอบโฆษณาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งการแก้ไขปัญหาที่ได้ผลดีที่สุดคือการแก้ไขที่ต้นทาง ไม่ให้มีโฆษณาเผยแพร่ผ่านสื่อออกมาหลอกลวงผู้บริโภค ความร่วมมือระหว่าง อย. และ กสทช. ในการดำเนินการครั้งนี้ จะเป็นผลดีที่ทำให้สามารถกลั่นกรองโฆษณาได้ตั้งแต่ต้น ทำให้การคุ้มครองผู้บริโภคมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงในการรับข่าวสารโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางที่ฝ่าฝืนกฎหมายทางวิทยุและโทรทัศน์ เนื่องจากผลของข่าวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการตรวจสอบอยู่ ณ เวลานี้ เป็นการโฆษณาทางโซเชียลมีเดีย ดังนั้น เพื่อให้การกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพครอบคลุมทั้งในสื่อวิทยุและโทรทัศน์ไปในขณะเดียวกัน จึงเป็นที่มาของการร่วมมือกันในครั้งนี้   นายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ย้ำเตือนมายังผู้บริโภค ไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริงง เกินความจริงทางสื่อต่าง ๆ นอกจากจะเสียเงินโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังอาจได้รับอันตรายโดยคาดไม่ถึง หากผู้บริโภคพบเห็นการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย สามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน อย. 1556, อีเมล์ 1556@fda.moph.go.th, ร้องเรียน ผ่าน Oryor Smart Application หรือเดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเองที่ศูนย์ ศรป. อย. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ หรือสายด่วน กสทช. 1200 ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,257
เศรษฐกิจ
25 เม.ย. 61

คสช.ใช้ ม.44 ออก 3 มาตรการ อุ้มผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิดโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมคสช. มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล   โดยจะออกเป็นประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามอำนาจมาตรา 44 ซึ่งมีคำสั่ง 3 ข้อ คือ ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ใน 5 งวดที่เหลือ (ปี2561-2565) สามารถขออนุญาตพักชำระหนี้ได้ 3 งวด   1.ให้ผู้ประกอบการทำหนังสือแจ้งไปยัง กสทช. ภายใน 30 วันหลังคำสั่งคสช.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ ยังคงต้องชำระดอกเบี้ยในแต่ละงวดตามปกติ   2.ให้กสทช.ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้โครงข่ายประเภทใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ร้อยละ 50 เป็นเวลา 2 ปี   3.เปิดโอกาสให้มีการโอนกิจการได้ โดยไม่ให้ต่างชาติเป็นเจ้าของ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mql0-gMTpfY    

 3,580

Top