ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปตท"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
17 ก.ค. 61

ปตท.ลดราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซล 50 สต.ต่อลิตร

ปตท.ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันลง 0.50 บาท/ลิตร ยกเว้น E85 ปรับลง 0.30 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่วันนี้ (17 ก.ค.61) เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป   โดยราคาขายปลีกล่าสุด จะเป็นดังนี้ น้ำมันเบนซิน 95 ลิตรละ 36.26 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 29.15 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 28.88 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 26.24 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 20.84 บาท ดีเซล ลิตรละ 28.59 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4Arx_5CdgQU

 2,332
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ค. 61

ปตท. ลั่นเตรียมเอาผิดผู้เผยแพร่ข้อความบิดเบือน-ปล่อยข้อมูลเท็จ ทำชื่อเสียงเสียหาย

ปตท. เตรียมแจ้งความดำเนินคดีผู้เจตนาเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ที่เป็นต้นตอ ในการบิดเบือน เพื่อสร้างความเข้าใจผิดต่อ ปตท.   นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักกฎหมาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  กลุ่มบุคคล,เว็บไซต์และเฟซบุ๊กบางเพจ ที่เป็นต้นเหตุในการนำเสนอภาพ ข้อความ หรือข้อมูลเท็จ หรือ ที่ไม่เป็นความจริง นำเผยแพร่ไปในช่องทางต่างๆ อันเป็นการสร้างความเข้าใจผิด ความเสียหายต่อภาพลักษณ์ รวมถึงจงใจใส่ร้าย ปตท. และผู้บริหารของปตท. เพื่อทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงและสร้างความรู้สึกเกลียดชังต่ ปตท. ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานั้น    ทางสำนักกฎหมายปตท. กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานของผู้มีเจตนาไม่สุจริตในการสร้างข้อมูลเท็จและเผยแพร่ออกไปทางช่องทางต่างๆ ดังกล่าวเพื่อนำแจ้งความ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญา กับบุคคลและกลุ่มบุคคล ตลอดจน เว็บไซต์และเฟซบุ๊กเพจ ที่กระทำการใส่ความและบิดเบือนข้อเท็จจริงทำให้ ปตท. และผู้บริหารของ ปตท. ได้รับความเสียหายดังกล่าวโดยเร็ว   ทั้งนี้ผู้ที่เข้าใจผิด และส่งต่อข้อความเท็จดังกล่าวโดยไม่เจตนา จนก่อให้เกิดกระแสข่าวที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของ ปตท. นั้น ปตท.จะเร่งชี้แจงทำความเข้าใจในความถูกต้อง ของการดำเนินธุรกิจพลังงานของ ปตท. ต่อไป   ปตท. แจ้งว่า ที่ผ่านมาได้ทยอยเผยแพร่ข้อมูลและข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดทางสื่อต่างๆ หลายช่องทาง แต่ยังมีบุคคลหรือกลุ่มบุคลเหล่านั้นยังคงยืนยันที่จะเผยแพร่ข้อความเท็จอย่างต่อเนื่อง ปตท. จึงจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมายและเพื่อป้องกันไม่ให้ความเสียหายขยายวงกว้างต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 2,533
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
28 พ.ค. 61

คลายข้อสงสัย ทำไมน้ำมันไทยแพงกว่ามาเลเซีย?

อ.มนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน วิเคราะห์ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในไทย และถูกนำไปเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ที่มีราคาถูกกว่า ซึ่งโครงสร้างราคาน้ำมัน 3 ส่วน ได้แก่   1. ราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ออกจากโรงกลั่น   2. ภาษีและเงินกองทุน ซึ่งประกอบไปด้วย ภาษีสรรพสามิต ภาษีท้องถิ่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม , เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน   3. ค่าการตลาดของโรงกลั่นและผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน   ซึ่งในน้ำมัน 1 ลิตร มีต้นทุนเป็นเนื้อน้ำมันประมาณ 60-65 เปอร์เซนต์ ภาษีและกองทุนประมาณ 30-40 เปอร์เซนต์ ที่เหลือ 5 เปอร์เซนต์ เป็นค่าการตลาด ในขณะที่มาเลซียจะไม่มีการเก็บภาษีและกองทุนน้ำมัน เพราะเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันได้เอง มีเพียงพอกับความต้องการของคนในประเทศ มีรายได้จากการส่งออกปิโตรเลียม   แต่ในไทยไม่สามารถผลิตได้เอง จึงต้องนำเข้า และหากไทยไม่เก็บภาษี ก็จะทำให้รายได้รัฐบาลหายไปกว่า 2 แสนล้านบาท และต้องจ่ายเพิ่มด้วย เพราะยิ่งถูกประชาชนก็ยิ่งใช้เพิ่มมากขึ้นและหมายถึงการนำเข้ามากขึ้น     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GwfU82C44Cs

 13,245
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
25 พ.ค. 61

เฮ! ปตท. ลดราคาแก๊สหุงต้ม 2 บาทต่อกก. วอนแม่ค้าอย่ารีบขึ้นราคาอาหาร มีผล 25 28 พ.ค.

ผู้จำหน่ายแก๊สหุงต้มรายย่อยในต่างจังหวัด เครือ ปตท.ดีใจ ได้ลดราคา กก.ละ 2 บาท วอนแม่ค้าขายข้าวแกงอย่ารีบขึ้นราคา รอใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยจะเป็นการปรับลดเฉพาะในเครือ ปตท.ก่อน รอผลวันที่ 29 พ.ค. น่าจะมีข่าวดีจากรัฐบาลอีกครั้ง   ระนอง-เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจราคาแก๊สหุงต้มตามร้านค้าผู้จำหน่าย ปรากฏว่า ก่อนหน้าในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมามีการขึ้นราคามา 4 ครั้งแล้ว และจากปัญหานี้ส่งผลกระทบกับผู้ใช้ก๊าซหุงตุ้ม ไม่ว่าผู้ใช้ในครัวเรือน และพ่อค้าแม่ค้าต่างๆที่ต้องใช้แก๊สในการหุงต้มเป็นอย่างมาก   ที่ร้านศูนย์รวมแก๊สระนอง ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ได้ทำการประกาศลดราคาแก๊สหุงต้มหน้าร้าน ลงมาในราคา ก.ก.ละ 2 บาท โดยแก๊สบรรจุถังละ 15 ก.ก.เดิมราคาจำหน่ายที่ 438 บาท ลงมาเหลือ 408 บาท    นางจันทร์เพ็ญ บุญครองปรีชาญ ตัวแทนผู้จำหน่ายแก๊สหุงต้ม ปตท.รายย่อยใน จ.ระนอง กล่าวว่า ดีใจแทนลูกค้าเป็นอย่างมากที่ทาง ปตท.ลดราคาแก๊สหุงต้มให้ กก.ละ 2 บาท ตั้งแต่วันที่ 25-28 พ.ค.61 เฉพาะแต่ของ ปตท. แก๊สถังละ 15 ก.ก. เดิมราคาจำหน่ายที่ 438 บาท ลงมาเหลือ 408 บาท ปตท.ลดราคาให้ลูกค้าเท่าก.ละ 2 บาท    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 3,272
สังคม-อาชญากรรม
28 เม.ย. 61

คนกรุงอ่วม! พายุฤดูร้อนแผลงฤทธิ์ฝนกระหน่ำหนัก น้ำท่วมขัง-ลมแรงซัดป้ายถล่ม

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (27 เม.ย.) เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร อาทิ บางขุนเทียน บางบอน บางแค จอมทอง ธนบุรี ภาษีเจริญ บางกอกใหญ่ หลักสี่ ดอนเมือง จตุจักร พญาไท บางรัก ปทุมวัน สัมพันธวงศ์ พระนคร ป้อมปราบฯ ดุสิต ราชเทวี ดินแดง หนองจอก ลาดกระบัง ฯลฯ ส่งผลให้การจราจรบางช่วงติดขัดหลายพื้นที่เป็นวงกว้าง และหลายพื้นที่เริ่มมีน้ำท่วมขัง โดยบริเวณศาลาพักผู้โดยสาร หน้า ปตท. สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดี-รังสิต เกิดเหตุลมพายุซัดป้ายถล่มลงมา เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด       ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 22 ลงวันที่ 27 เมษายน 2561        บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นต่อไปอีก 1 วัน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่าและมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีพายุฝนฟ้าคะนองลดลง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย           ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้           ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์           ภาคกลาง : จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา           นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล           ภาคตะวันออก : จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด           ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร           อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย   ขณะที่พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะนี้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย    อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา คลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง                             ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/djN3muejdG0    

 2,589
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
27 ธ.ค. 60

ครม.ใจดี แจกเงินเด็กแรกเกิดเพิ่มเป็น 600 บาท - เติมน้ำมัน ปตท. รับฟรีข้าวสารครึ่ง กก.

ที่ประชุม ครม.สัญจร อนุมัติหลายโครงการเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2561 ให้ประชาชน อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะเพิ่มเงินสนับสนุนเด็กแรกเกิดจาก 400 บาท เป็น 600 บาท   ขณะที่กระทรวงพลังงาน จะมีโครงการปีใหม่ ข้าวใหม่ อิ่มท้อง อิ่มใจ ช่วยชาวนา โดยปตท.จะเตรียมข้าวสาร 1 ล้านถุง ถุงละครึ่งกิโลกรัมแจกให้กับผู้ใช้บริการปั๊มน้ำมัน ปตท.ทั่วประเทศ โดยไม่จำกัดขั้นต่ำของการเติม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rbE0cJdWy3A  

 32,606
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
17 พ.ย. 60

ปตท.จับมือ ไปรษณีย์ไทย พัฒนาช่องทางจำหน่ายสินค้าชุมชนผ่าน e-commerce ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.

            ปตท.จับมือ ไปรษณีย์ไทย พัฒนาช่องทางจำหน่ายสินค้าชุมชนผ่าน E-Commerce ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.               ด้วยจุดบริการจำหน่ายสินค้าชุมชน ผ่านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ด้วยระบบโลจิสติกส์ของไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ และรูปแบบ E-Commerce ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพิ่มช่องทางการตลาดให้หมู่บ้าน กลุ่มเกษตรกรในการนำสินค้าจากชุมชนมาจำหน่าย และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยิ่งขึ้น                 เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 60 ที่อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมลงนามในพิธีบันทึกข้อตกลงระหว่างบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด เพื่อพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสินค้าชุมชนผ่านระบบ E-Commerce ในสถานีบริการน้ำมันของปตท. ช่วยสนับสนุน การกระจายสินค้าและผลิตภัณฑ์ของชุมชน สินค้า OTOP และ SMEs (ปตท.)               ทั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้ ปตท. ได้มีการนำศักยภาพของเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน เป็นจุดให้บริการ จำหน่าย และกระจายสินค้า ทั้งรูปแบบร้านค้า และระบบ E-Commerce โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมาช่วยขยายตลาด                ด้านนางสมร กล่าวด้วยว่าไปรษณีย์ไทยมีเครือข่าย ขนส่งและโลจิสติกส์ที่เข้มแข็งพร้อมบริการไปรษณีย์ที่หลากหลาย รองรับความต้องการของชุมชน ผู้ประกอบการ SME และธุรกิจ E-commerce ทุกประเภทภายใต้แนวคิด ไปรษณีย์ไทย 4.0 มาตรฐานทันสมัย พึงพอใจลูกค้า และยกระดับสินค้าชุมชนทั่วประเทศให้เข้าถึงระบบการจำหน่ายสินค้าบนโลกออนไลน์ผ่านโครงการ E-commerce ชุมชน รวมของดี ของเด่น 77 จังหวัด ภายใต้เว็บไซต์ www.thailandpostmart.com เพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าชุมชนจากทั่วประเทศอีกด้วย                อย่างไรก็ตาม ปตท. พร้อมสนับสนุน ผู้ประกอบการทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่ม SMEs เกษตรกร และ E-commerce ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนภายใต้ความร่วมมือของทั้ง 2 หน่วยงานโดยนำจุดแข็งมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 6,680
ข่าวประชาสัมพันธ์
29 ก.ย. 60

pttgc ร่วมกับ ททท. และมูลนิธิ ecoalf ชูโครงการ upcycling the oceans, thailand ร่วมรักษ์ทะเลไทย สร้างสรรค์ชีวิตใหม่ให้ขยะและท้องทะเล

    เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560  ณ ลานประติมากรรมรักแท้  อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า – หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง               เดินหน้าโครงการ  Upcycling the Oceans, Thailand  โดย 3 องค์กรหลักผนึกกำลัง ททท. - พีทีที โกลบอล เคมิคอล - มูลนิธิอีโคอัลฟ์  อีกหนึ่งกิจกรรมรักษ์ทะเลไทย สร้างสรรค์ชีวิตใหม่ให้ขยะและท้องทะเล ติดตามภารกิจดำน้ำและเก็บขยะ กับ อเล็กซ์  เรนเดลล์ - มิว นิษฐาและคณะจิตอาสามาร่วมในกิจกรรมนี้ที่เกาะเสม็ดในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการจัดการปัญหาขยะในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของไทย พร้อมเปิดตัวกิจกรรมดำน้ำเก็บขยะในทะเลและเก็บขยะบริเวณชายหาด พร้อมมอบถังขยะและถุงขยะให้กับอุทยานฯ และจังหวัดระยอง เพื่อส่งเสริมการทิ้งขยะและการแยกขยะพลาสติกซึ่งสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าได้              กิจกรรม Upcycling the Oceans, Thailand  ดูแลปกป้องทะเลไทย ด้วยการนำขยะมาเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม ได้เริ่มขึ้นโดยความร่วมมือที่มีเป้าหมายเดียวกันที่จะร่วมแก้ปัญหาขยะในทะเลจะเน้นไปที่การให้ความรู้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วไปที่สนใจร่วมเป็นอาสาสมัคร เกี่ยวกับการเก็บขยะจากท้องทะเลและพื้นที่ชายฝั่ง รวมถึงวิธีการคัดแยกขยะที่ถูกต้อง เพื่อนำขยะพลาสติกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยพื้นที่เป้าหมายในการจัดเก็บขยะในทะเลไทยของโครงการ UPCYCLING THE OCEANS, THAILAND ได้แก่ ฝั่งทะเลตะวันออก (เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง) ฝั่งทะเลอ่าวไทย (เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี) และ ฝั่งทะเลอันดามัน (จังหวัดภูเก็ต) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ ซึ่งคาดหวังว่า โครงการ UPCYCLING THE OCEANS, THAILAND จะเป็นการขับเคลื่อนที่นำไปสู่การลดปริมาณขยะในทะเลไทยอย่างยั่งยืนต่อไป               พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายธีรวัฒน์ สุดสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ  นายฮาเวียร์ โกเยนิเช่ ประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิอีโคอัลฟ์ ราชอาณาจักรสเปน ร่วมพิธีเปิดกิจกรรมโครงการ Upcycling the Oceans,Thailand ซึ่งจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการจัดการปัญหาขยะในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของไทย พร้อมเปิดตัวกิจกรรมดำน้ำเก็บขยะในทะเลและเก็บขยะบริเวณชายหาด พร้อมมอบถังขยะและถุงขยะให้กับอุทยานฯ และจังหวัดระยอง เพื่อส่งเสริมการทิ้งขยะและการแยกขยะพลาสติกซึ่งสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าได้            Upcycling the Oceans เป็นโครงการที่ประสบผลสำเร็จในประเทศสเปน ด้วยการสร้างจิตสำนึกให้กลุ่มประมงเรือเล็กและประชาชนทั่วไปตระหนักถึงปัญหาขยะในทะเลและร่วมเก็บขยะในทะเล เพื่อนำมาแปรรูปเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นภายใต้แบรนด์ Ecoalf จากความสำเร็จดังกล่าวนำมาสู่การริเริ่มโครงการ Upcycling the Oceans, Thailand โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการขยะในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของไทย อนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล และใช้ประโยชน์จากขยะพลาสติกอย่างคุ้มค่า โดยการเก็บขยะพลาสติกในทะเลและนำมาแปรรูปให้เป็นวัตถุดิบด้วยนวัตกรรม แล้วนำมาพัฒนาและออกแบบเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นที่มีคุณภาพและมีมูลค่าสูงขึ้น                 โครงการ Upcycling the Oceans, Thailand มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (2560 – 2562) โดยในช่วงปีแรกจะมุ่งเน้นการให้ความรู้และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ พร้อมทั้งการติดต่อประสานงานพันธมิตรสำหรับการจัดการขยะ ทั้งการเก็บขยะ แยกขยะ และแปรรูปขยะ ปีที่ 2 จะมุ่งเน้นการแปรรูปขยะด้วยนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิต และปีที่ 3 จะพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้าแฟชั่นที่แปรรูปจากขยะในทะเล พื้นที่เป้าหมายในการจัดเก็บขยะในทะเลไทยของโครงการ UPCYCLING THE OCEANS, THAILAND ได้แก่ ฝั่งทะเลตะวันออก (เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง) ฝั่งทะเลอ่าวไทย (เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี) และ ฝั่งทะเลอันดามัน (จังหวัดภูเก็ต)พื้นที่เป้าหมายในการจัดเก็บขยะในทะเลไทยของโครงการ UPCYCLING THE OCEANS, THAILAND ได้แก่ ฝั่งทะเลตะวันออก (เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง) ฝั่งทะเลอ่าวไทย (เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี) และ ฝั่งทะเลอันดามัน (จังหวัดภูเก็ต)     ภาพเก็บขยะใต้ทะเล    

 4,735
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
25 ก.ย. 60

ปตท.เล็งผุดโรงแรมในปั๊ม เผยอยู่ระหว่างคัดเลือกพันธมิตร

          นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างคัดเลือกพันธมิตรในการสร้างโรงแรมประเภท Budget Hotel ในปั๊มของปตท. โดยขณะนี้มีพันธมิตรเข้ามาให้คัดเลือก 3 ราย โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือน พ.ย.นี้ ก่อนเสนอเข้าบอร์ดของคณะกรรมการภายในเดือนธ.ค.นี้                ทั้งนี้โรงแรมดังกล่าวจะเป็นโรงแรมต้นแบบ โดยคาดว่าจะก่อสร้างได้ 4-5 แห่งในปี 2561 ซึ่งปตท.จะเป็นผู้บริหาร และลงทุนเองทั้งหมด หลังจากนั้นอาจจะให้พันธมิตรเป็นผู้ดำเนินการต่อไป โดย 5-6 ปีข้างหน้าจะตั้งเป้าเปิดให้ครบ 50 แห่ง โดยใช้พื้นที่ 2-3 ไร่ในพื้นที่ปั๊มน้ำมัน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายไว้รองรับลูกค้าที่เดินทางเป็นหลัก              ส่วนความคืบหน้าการแยกธุรกิจ "บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด" หรือ PTTOR นายอรรถพล ระบุว่า ในขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังในการพิจารณาสัญญาพื้นที่เช่า ตามกฏหมายต่างๆ เช่น พรบ. ร่วมทุนฯ ดังนั้นจึงยังระบุไม่ได้ว่าจะเสร็จสิ้นขั้นตอนกฏหมายในปีนี้ หรือ ไม่ โดยหากเสร็จในปีนี้ก็สามารถกระจายหุ้นได้ในปี 2561 หากไม่เสร็จก็เลื่อนไปเป็นปี 2562

 5,495
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
12 ก.ย. 60

ปตท.จ่อปรับขึ้น ngv 51 สตางค์/กก. เริ่ม 16 ก.ย.นี้

ปตท.ประกาศปรับขึ้นราคาขายก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV)รวดเดียว 51 สตางค์/กิโลกรัม(กก.) เป็น 13.70 บาท/กก.จากปัจจุบันจำหน่ายอยู่ที่ 13.19 บาท/กก. โดยเป็นการปรับขึ้นในส่วนค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคุณภาพเนื้อก๊าซฯ 45 สตางค์/กก. ตามที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)อนุมัติกรอบการปรับขึ้นราคาไม่เกิน 45 สต./กก. และที่เหลืออีก 6 สตางค์/กก.เป็นการปรับขึ้นราคาเนื้อก๊าซฯ ซึ่งเป็นการขึ้นราคาจำหน่ายสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล เริ่มในวันที่ 16 ก.ย.นี้   ส่วนกลุ่มรถยนต์สาธารณะจะยังใช้ราคาส่วนลดอยู่ที่ 10 บาทต่อ กก. ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคา NGV ดังกล่าว โดยปตท.จะรับภาระดังกล่าวไปจนถึงสิ้นปีนี้ หลังจากนั้นในปี 2561 การจำหน่าย NGVให้กับรถยนต์สาธารณะจะขยับราคาหรือไม่ เป็นเรื่องนโยบายที่ต้องหารือกับภาครัฐต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UQbAOwLJE3o  

 3,633
สังคม-อาชญากรรม
26 ก.ค. 60

ตร.โคราช รวบโจรควงปืนลูกซองจี้ชิงทรัพย์เซเว่นฯ สารภาพติดหนี้การพนันตรึม

               คืบหน้าโจรควงปืนลูกซองจี้ชิงทรัพย์ร้านเซเว่น ก่อนซิ่งรถกระบะแหกด่านหลบหนี ล่าสุดจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว สารภาพมีหนี้สินเยอะ และติดการพนัน                 จากเหตุการณ์เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ที่ผ่านมา คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ภายในปั้มน้ำมัน ปตท. ริมถนนสาย 304 ราชสีมา – กบินทร์บุรี ก่อนที่คนร้ายจะขับขี่รถยนต์กระบะหลบหนีไป                 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปักธงชัยได้ขับรถติดตามจับกุมคนร้าย และวางกำลังตั้งด่านสกัดจับคนร้ายตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี จนกระทั่งตำรวจได้ติดตามคนร้ายมาถึงถนนเลียบคลองชลประทานลำพระเพลิง บริเวณสี่แยกตำบลกระโทก อำเภอโชคชัย ซึ่งอยู่ห่างจากจุดจี้ชิงทรัพย์ไกลกว่า 20 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้รถบรรทุกจอดขวางปิดเส้นทางหลบหนีของคนร้าย แต่คนร้ายยังขับรถกระบะวิ่งฝ่าวงล้อมหลบหนี จนรถกระบะของคนร้ายเสียหลักพุ่งตกคลองข้างทาง และคนร้ายก็ยังไม่ยอมจำนนเปิดประตูรถวิ่งหลบหนีเข้าป่าริมทางหายไป                  ล่าสุดเมื่อเวลา 11.45 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุม ได้ นายปิยณัฐ สิริพิชชาภาส อายุ 27 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว โดยติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ในพื้นที่บ้านดอนใหญ่  ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่คนร้ายทิ้งรถหลบหนีไป                 จากการสอบสวน นายปิยณัฐ รับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริง โดยใช้ผ้าขาวม้าปิดบังใบหน้า ควงอาวุธปืนลูกซองยาวข่มขู่พนักงานในร้านเซเว่นฯ จี้ชิงเงินสด ได้เงินสดไปเพียง 2 พันบาท เนื่องจากมีหนี้สินจำนวนมาก และติดการพนัน                 โดยเย็นวันนี้เวลา 17.00 น. ตำรวจจะควบคุมตัวคนร้ายรายนี้ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่เกิดเหตุ     ภาพ ข่าวสด    

 3,048
ข่าวประชาสัมพันธ์
16 มิ.ย. 60

ผู้นำด้านปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษชั้นนำของโลก คุราเร่ – ซูมิโตโม คอร์ปอเรชัน – พีทีที โกลบอล เคมิคอล เดินหน้าการลงทุนในไทย

ผู้นำด้านปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษชั้นนำของโลก คุราเร่ – ซูมิโตโม คอร์ปอเรชัน – พีทีที โกลบอล เคมิคอล เดินหน้าการลงทุนในไทย                โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – วันนี้ (7 มิถุนายน 2560) บริษัท คุราเร่ จำกัด บริษัทเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษชั้นนำของโลกสัญชาติญี่ปุ่น และ บริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทการค้าระหว่างประเทศสัญชาติญี่ปุ่นที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก พร้อมด้วย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีทีจีซี ร่วมลงนามในสาระสำคัญของข้อตกลงสัญญาร่วมทุนเบื้องต้น (Key Terms Joint Venture Agreement) ของโครงการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกวิศวกรรมชั้นสูงประเภท High Heat Resistant Polyamide-9T และผลิตภัณฑ์ยางเทอร์โมพลาสติกประเภท Hydrogenated Styrenic Block Copolymers (HSBC) ในประเทศไทย โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม ณ กรุงโตเกียว           นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ พีทีทีจีซี คุราเร่ และ ซูมิโตโม ได้ลงนามร่วมกันในข้อตกลงเบื้องต้น  (HOA) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินและการออกแบบทางวิศวกรรม (Front End Engineering Design – FEED) ของโครงการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกวิศวกรรมชั้นสูงประเภท High Heat Resistant Polyamide-9T และผลิตภัณฑ์ยางเทอร์โมพลาสติกประเภท Hydrogenated Styrenic Block Copolymers (HSBC) ในประเทศไทย เมื่อเดือนกันยายน 2559 นั้น ขณะนี้ ขั้นตอนการศึกษา FEED ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และมีความมั่นใจว่า โครงการมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ จึงได้จัดให้มีการลงนามในสาระสำคัญของข้อตกลงสัญญาร่วมทุนเบื้องต้น เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของทั้ง 3 ฝ่ายที่จะร่วมลงทุนในการดำเนินโครงการฯ ต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถสรุปผลการลงทุนได้ในช่วงสิ้นปี 2560 และจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่ในช่วงต้นปี 2561             “นับเป็นความก้าวหน้าไปอีกขั้นในการดำเนินโครงการฯ และเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการเชิญชวนนักลงทุนจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้นำระดับต้นๆ ของโลกในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงเข้ามาลงทุนในไทย อีกทั้งเป็นการนำเข้าเทคโนโลยีการผลิตและการพัฒนาและการวิจัยเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษสำหรับตลาดที่มีการเติบโตสูง เช่น รถยนต์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และก่อสร้างอีกด้วย การลงทุนครั้งนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ของไทย ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและขับเคลื่อนประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 อย่างต่อเนื่อง” นายสุพัฒนพงษ์  กล่าว            ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2560 นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ร่วมกับผู้บริหารของบริษัท คุราเร่ จำกัด และ บริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้เข้าพบ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่โรงแรมอิมพีเรียล โตเกียว เพื่อรับทราบข้อมูลการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ และนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor- EEC) ซึ่งมีการให้สิทธิประโยชน์และอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจในการลงทุนในประเทศไทย             นายปฏิภาณ สุคนธมาน  ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลาย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า สำหรับโครงการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกวิศวกรรมชั้นสูงประเภท High Heat Resistant Polyamide-9T และผลิตภัณฑ์ยางเทอร์โมพลาสติกประเภท Hydrogenated Styrenic Block Copolymers (HSBC) จะตั้งอยู่ในอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก มาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อผลิต  High Heat Resistant Polyamide-9T (PA9T) กำลังการผลิต 13,000 ตันต่อปี และ Hydrogenated Styrenic Block Copolymers (HSBC) กำลังการผลิต 16,000 ตันต่อปี นอกจากนี้ คุราเร่ จะดำเนินการศึกษาความเป็นได้ของโครงการผลิต MPD (3-Methyl-1,5-Pentanediol) ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องไอโซบิวทีนของคุราเร่ กำลังการผลิต 5,000 ตันต่อปี โดย พีทีทีจีซี จะจัดส่งบิวทาไดอีน และไอโซบิวทีน ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตให้กับโรงงาน            ทั้งนี้ PA9T มีคุณสมบัติโดดเด่นทั้งด้านความร้อนและเชิงกล (Thermal and mechanical properties) มีความทนทานต่อสารเคมี และความสามารถในการขึ้นรูปที่คงตัว ซึ่งเหมาะสำหรับขึ้นรูปชิ้นงานที่มีความละเอียด ซับซ้อน และเหมาะในการแทนที่โลหะเพื่อผลิตรถให้มีน้ำหนักน้อยลงและประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง สำหรับ HSBC มีคุณสมบัติผสมผสานของยางและพลาสติก คือให้ผิวสัมผัสที่นุ่มเหมือนยาง ทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี ฉีดขึ้นรูปได้และสามารถรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้งานใหม่ได้เหมือนพลาสติก ซึ่ง HSBC ถูกนำมาใช้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมก่อสร้าง รวมทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์และเด็ก ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค เช่น อุปกรณ์ว่ายน้ำ ซีลยางหน้าต่าง ด้ามแปรงสีฟัน เป็นต้น    

 4,279
ข่าวประชาสัมพันธ์
09 มิ.ย. 60

พีทีที โกลบอล เคมิคอล ประกาศผลรางวัล pttgc open innovation challenge 2016

             คุณสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) คุณวริทธิ์  นามวงษ์    ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มปฏิบัติการเพื่อความเป็นเลิศ  ดร.ชญาน์ จันทวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม และคุณวราวรรณ ทิพพาวนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกิจการองค์กร  ร่วมพิธีประกาศผลและมอบรางวัล PTTGC Open Innovation Challenge 2016: “Smart-Eco Innovation”  ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลมูลค่า 500,000 บาท และโอกาสในการเข้าร่วมสร้างสรรค์งานวิจัยกับ PTTGC  ตลอดจนได้รับการสนับสนุนเพื่อพัฒนางานวิจัยสู่การผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ต่อไป นับเป็นครั้งแรกในวงการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย ที่สนับสนุนให้นักวิจัยสร้างสรรค์ผลงานสู่ความสำเร็จเชิงพาณิชย์  โดยรางวัลชนะเลิศประเภท Smart-Eco Products ได้แก่  ทีม Photocat นำเสนอผลงาน Upgrading Sugar to High Value Products and Chemicals by Green Technology รางวัลชนะเลิศประเภท Smart-Eco Plants ได้แก่  ทีม Powerpuff Girls นำเสนอผลงาน Carbon Dots: They are 50 Times More Expensive Than Gold และรางวัลชนะเลิศ ประเภท Circular Thinking: ได้แก่ ทีม  Graphenal นำเสนอผลงาน Microporous Graphenal Polymers for Uptake and Transformation of CO2 Gas            โครงการ PTTGC Open Innovation Challenge 2016 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Smart-Eco Innovation” มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้กับนักวิจัยทั้งในกลุ่มภาคการศึกษา ภาคสถาบันวิจัย และบริษัทสตาร์ทอัพได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่สามารถสร้างมูลค่าในเชิงพาณิชย์ควบคู่กับการสร้างสมดุลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อก่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศไทย  ที่สามารถสร้างมูลค่าในเชิงพาณิชย์ควบคู่กับการสร้างสมดุลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อก่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศไทย พิธีมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่  26  พฤษภาคม  2560 ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ             สำหรับโครงการนี้ ได้เปิดรับสมัครผลงานตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 และได้รับการตอบรับจากนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลงาน เข้าร่วมทั้งสิ้น 50 โครงการ จากภาคการศึกษา 38 โครงการ และภาคเอกชนหรือบริษัทสตาร์ทอัพ 12 โครงการ ผู้เข้าร่วมในโครงการ ทั้งสิ้น 165 คน เป็นชาวต่างชาติ  15 คน ทั้งนี้ มีโครงการที่ได้รับคัดเลือกเพื่อการนำเสนอผลงานในรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2560 จำนวนทั้งสิ้น 11 ทีม ดังนี้     ประเภท Smart-Eco Products: 1.      ทีม Colorful นำเสนอผลงาน Reversible Thermochormic PLA Film: a Model for Bio-based Naked-eye Detectable Thermal Sensor 2.      ทีม Photocat นำเสนอผลงาน Upgrading Sugar to High Value Products and Chemicals by Green Technology 3.      ทีม Vajira Health นำเสนอผลงาน The Modular Catheter for Hemodialysis 4.      ทีม VISTEC นำเสนอผลงาน Photoactive supercapacitors: A new charging concept based on photovoltaic effect 5.      ทีม Fozilex  นำเสนอผลงาน Nanospark: Battery Desulfator     ประเภท Smart-Eco Plants : 1.      ทีม AIT BIOTECT นำเสนอผลงาน Reinforcing Bioplastics by Lignocellulosic Waste Derived Nanocellulose 2.      ทีม Green Powerpuff  นำเสนอผลงาน Functionalized-nanocellulose Biocomposite Membranes for Industrial Wastewater Pretreatments 3.      ทีม Powerpuff Girls นำเสนอผลงาน Carbon Dots: They are 50 Times More Expensive Than Gold     ประเภท Circular Thinking : 1.      ทีม Graphenal นำเสนอผลงาน Microporous Graphenal Polymers for Uptake and Transformation of CO2 Gas 2.      ทีม Plasma CO2 Conversion PBP-YPI นำเสนอผลงาน Development of CO2 Conversion DBD FR at Atmospheric Pressure Plasma Process 3.      ทีม UB: Save นำเสนอผลงาน Enjoy Saving Energy and Contribute to a Clean Environment  

 3,330
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
09 มิ.ย. 60

อั้นไว้ก่อน! พรุ่งนี้ราคาน้ำมันลดทุกชนิด 30 สต. ยกเว้น e85

ปตท. ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 30 สตางค์/ลิตร (ยกเว้น E85 ราคาคงเดิม) มีผลพรุ่งนี้ (10 มิ.ย. 60) เวลา 05.00 น. การประกาศดังกล่าวทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเป็นดังนี้   เบนซิน 95 ราคา 33.06 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 25.95 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 25.68 บาท/ลิตร E20 ราคา 23.44 บาท/ลิตร E85 ราคา 19.44 บาท/ลิตร ดีเซล 24.29 บาท/ลิตร   ทั้งนี้ ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด 

 4,284
ข่าวประชาสัมพันธ์
16 พ.ค. 60

pttgc ผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2560 กำไรสุทธิ 13,182 ล้านบาท

PTTGC ผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2560 กำไรสุทธิ 13,182 ล้านบาท เดินหน้าลงทุนครบ Business Value Chain ต่อยอดการลงทุนพร้อมรับ EEC สู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต               PTTGC เดินหน้าแผนการลงทุนครบวงจร พร้อมเข้าสู่การลงทุนในพื้นที่ EEC เพื่อรองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1/60 ด้วยส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นประกอบกับอัตราการใช้กำลังการผลิตของหน่วยต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีกำไรสุทธิสูงถึง 13,182 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 107,149 ล้านบาท                      นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO)  บริษัท   พีทีที  โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)  – PTTGC เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1/2560 PTTGC มีกำไรสุทธิรวม 13,182 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.96 บาท/หุ้น  เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 จากไตรมาส 4/2559 ที่มีผลกำไรรวมสุทธิอยู่ที่  9,744  ล้านบาท                 ในไตรมาส 1/2560 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 107,149 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2559 จำนวน 26,385 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 33 และใกล้เคียงกับไตรมาส 4/2559 โดยมีสาเหตุหลักจากราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นตามระดับราคาน้ำมันดิบ ทั้งนี้ในไตรมาส 1/2560 ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2559 และ ไตรมาส 4/2559 โดยปัจจัยที่สนับสนุนหลักมาจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบ (Margin) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจอะโรเมติกส์ และผลิตภัณฑ์ Butadiene ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้จากธุรกิจโอเลฟินส์ รวมทั้งบริษัทฯ  ยังสามารถรักษาการใช้กำลังการผลิตได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า   สรุปผลการดำเนินงานตามกลุ่มธุรกิจได้ ดังนี้ ๐ โรงกลั่นน้ำมัน มีอัตราการใช้กำลังการผลิตของหน่วย CDU ร้อยละ 102 ๐ โรงอะโรเมติกส์ มีอัตราการใช้กำลังการผลิตสารอะโรเมติกส์ (BTX Utilization) เฉลี่ยอยู่ที่  ร้อยละ 78 ๐ โรงโอเลฟินส์มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 95 ๐ ส่งผลให้ ไตรมาส 1/60 มี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 18,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จากไตรมาส 4/2559  รวมทั้งมีการรับรู้ผลกำไรจากมูลค่าสต๊อกน้ำมันและ NRV จำนวน 508 ล้านบาท และ บริษัทฯยังสามารถรับรู้ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 1,529 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาท  ๐ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 13,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 จาก ไตรมาส 4/2559                    สำหรับการดำเนินงานโครงการ MAX หรือ โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งองค์กรโดยมีเป้าหมายหลักที่จะยกระดับผลประกอบการให้ดีขึ้นได้ในลักษณะต่อเนื่องทุกปีโดยการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพิ่มผลกำไรของบริษัทฯ  ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และลดค่าใช้จ่าย ในไตรมาส 1/60 บริษัทฯ รับรู้ผลกำไรจากโครงการจำนวน 652 ล้านบาท      ความคืบหน้าและโครงการลงทุนต่าง ๆ    1)     Asset Injection Project              เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ PTTGC ได้อนุมัติการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจสายโพรพิลีน สายเคมีภัณฑ์ชีวภาพ และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับ PTTGC จาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินธุรกิจของ PTTGC มีความคล่องตัว ลดขั้นตอนการดำเนินงานและสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Synergy Benefit) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้  PTTGC   ในฐานะแกนนำธุรกิจปิโตรเคมี (Petrochemical Flagship) ของ ปตท. สามารถต่อยอดธุรกิจไปยังผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ (Downstream Business) ได้เป็นอย่างดี โดยผู้ถือหุ้นได้ออกเสียงลงคะแนนเป็นจำนวนถึงร้อยละ 99.88                 นับเป็นก้าวที่สำคัญของ PTTGC ที่จะก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) ตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อมุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยบริษัทฯ จะสามารถต่อยอดการดำเนินธุรกิจไปสู่ Performance Chemical ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ในอนาคตตามเป้าหมายในการเข้าสู่อุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คโทรนิคส์ (E&E)ที่เป็น Market Trend ของโลกยุคใหม่    2)       โครงการ Map Ta Phut Retrofit  เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน การผลิตโรงงานที่มาบตาพุด เพื่อที่จะก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) ตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อมุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามเป้าหมายในการเข้าสู่อุตสาหกรรมต่างๆ           ๐ ก่อสร้างโรงงานแนฟทาแครกเกอร์ขนาดกำลังการผลิต เอทิลีนที่ 500,000 ตันต่อปี และโพรพิลีน 250,000 ตันต่อปี    3)       โครงการลงทุนกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลายน้ำ  ๐ โครงการ PO/Polyol เป็นการลงทุนโพลียูรีเทนครบวงจร ๐ โครงการ PO และโครงการ Polyols & PU System เป็นโครงการในธุรกิจสาย Polyurethane ซึ่งอยู่ในกลุ่มเคมีภัณฑ์สมรรถนะสูง (Performance Chemical) โครงการ PO และโครงการ  Polyols & PU System เป็นการต่อสายธุรกิจผลิตภัณฑ์ Polyurethane ครบวงจร ๐ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตลาดกำลังมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ตามการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ได้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องนอน อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ไฟฟ้า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ระหว่าง PTTGC และพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่น  ๐ ลงนามในข้อตกลงเบื้องต้น  (HOA) กับ บริษัท คุราเร่ จำกัด บริษัทเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษชั้นนำของโลกและบริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น จำกัด  บริษัทการค้าระหว่างประเทศสัญชาติญี่ปุ่น ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินและการออกแบบทางวิศวกรรมของโครงการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกวิศวกรรมชั้นสูง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2561 และจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2563                นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวปิดท้ายว่า โครงการลงทุนต่าง ๆ ที่อยู่ในแผนการลงทุนระยะเวลา 5 ปี ด้วยวงเงินลงทุนประมาณ 150,000 ล้านบาท ยังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินงานและอยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) เพื่อการต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมสู่อุตสาหกรรมใหม่ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0              PTTGC ยังคงรักษาอันดับ DJSI TOP 10 World Member ในกลุ่มเคมีภัณฑ์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ด้วยความโดดเด่นที่ระดับ Gold Class และคะแนนเทียบเท่า Industry Best สะท้อนความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับสากลและการเป็นแบบอย่างที่ดีด้านความยั่งยืนคู่กับการขยายธุรกิจตลอดสายโซ่อุปทาน บริษัทฯ เป็นองค์กรชั้นนำที่มีการดำเนินงานด้าน 2E1S (Economic-Environmental-Social) ที่โดดเด่น บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม สร้างคุณค่าให้กับ   ผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมได้รับความเชื่อถือและเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนระดับโลก     

 3,501

Top